The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Penpak Sangkla, 2021-09-09 00:11:35

ภาษาอังกฤษ ป.6 หน่วยที่ 3

แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 1

สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาองั กฤษ รหสั วิชา อ 16101
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรยี นท่ี 1
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 เรอื่ ง Play safe เวลา ......... ชวั่ โมง
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 1 เรื่อง Sport เวลา ........... ชัว่ โมง

*********************************************************************************

1. สาระ/มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 1 ภาษาเพ่ือการสอื่ สาร

มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรอ่ื งทีฟ่ งั และอา่ นจากส่ือประเภทต่างๆ และแสดงความคดิ เหน็
อย่างมเี หตุผล
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสือ่ สารทางภาษาในการแลกเปล่ียนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรสู้ ึกและ
ความคดิ เหน็ อย่างมีประสิทธิภาพ
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเห็นในเรือ่ งต่างๆ โดยการพดู และ
การเขียน

สาระท่ี 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพนั ธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา และนำไปใชไ้ ด้
อยา่ งเหมาะสมกับกาลเทศะ
มาตรฐาน ต 2.2 เขา้ ใจความเหมอื นและความแตกตา่ งระหวา่ งภาษาและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษากบั
ภาษาและวฒั นธรรมไทย และนำมาใช้อยา่ งถกู ตอ้ งและเหมาะสม

สาระท่ี 3 ภาษากบั ความสัมพันธ์กบั กล่มุ สาระการเรยี นรู้อื่น
มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลมุ่ สาระการเรยี นรู้อ่นื และเป็นพนื้ ฐาน
ในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน
สาระท่ี 4 ภาษากับความสมั พันธก์ บั ชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใชภ้ าษาต่างประเทศในสถานการณ์ตา่ งๆ ท้งั ในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม

2. ตัวช้ีวัด
มาตรฐาน ต 1.1

ตวั ช้ีวัด 1. ปฏิบัตติ ามคำส่งั คำขอร้อง และคำแนะนำทฟ่ี งั และอา่ น
2. อ่านออกเสียงข้อความ นทิ าน และบทกลอนสน้ั ๆ ถูกต้องตามหลักการอา่ น
3. เลอื ก/ระบปุ ระโยคหรือข้อความสั้นๆ ตรงตามภาพ สญั ลักษณ์ หรือเครื่องหมายที่อา่ น
4. บอกใจความสำคัญ และตอบคำถามจากการฟงั และอา่ นบทสนทนา นิทานง่ายๆ และเรอ่ื งเลา่

มาตรฐาน ต 1.2
ตัวชีว้ ดั 1. พดู /เขยี นโต้ตอบในการส่ือสารระหว่างบุคคล

2. ใชค้ ำสั่ง คำขอร้อง และให้คำแนะนำ
4. พูดและเขยี นเพื่อขอและให้ข้อมลู เกย่ี วกบั ตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเรื่องใกลต้ ัว
5. พูด/เขียนแสดงความร้สู กึ ของตนเองเกย่ี วกบั เร่ืองตา่ งๆ ใกล้ตัว กิจกรรมต่างๆ พร้อมท้งั ใหเ้ หตุผล
สน้ั ๆประกอบ
มาตรฐาน ต 1.3
ตัวช้ีวดั 1. พูด/เขียนให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเอง เพือ่ น และสงิ่ แวดลอ้ มใกล้ตัว
3. พูด/เขียนแสดงความคดิ เหน็ เก่ยี วกับเรอ่ื งตา่ งๆ ใกลต้ ัว
มาตรฐาน ต 2.1
ตวั ชว้ี ัด 2. ใหข้ อ้ มูลเก่ยี วกับเทศกาล/วันสำคัญ/งานฉลอง/ชีวติ ความเป็นอยู่ของเจา้ ของภาษา
3. เขา้ ร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ
มาตรฐาน ต 2.2
ตวั ชี้วดั 1. บอกความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนดิ ต่างๆ การใชเ้ คร่ืองหมายวรรค
ตอน และการลำดับคำตามโครงสรา้ งประโยคของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย
2. เปรียบเทยี บความเหมือน/ความแตกตา่ งระหว่างเทศกาล งานฉลองและประเพณีของเจา้ ของ
ภาษากบั ของไทย
มาตรฐาน ต 3.1
ตัวชี้วัด 1. คน้ ควา้ รวบรวมคำศัพท์ทเ่ี กีย่ วขอ้ งกับกล่มุ สาระการเรียนรู้อืน่ จากแหล่งการเรยี นรู้ และนำเสนอ
ดว้ ยการพดู /การเขยี น
มาตรฐาน ต 4.1
ตัวชว้ี ดั 1. ใช้ภาษาสอ่ื สารในสถานการณต์ า่ งๆ ท่ีเกิดขน้ึ ในหอ้ งเรยี นและสถานศึกษา
3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การเรียนรู้คำศัพทเ์ ก่ียวกับกฬี า และคำคณุ ศัพท์ ทำใหผ้ ูเ้ รยี นสามารถพดู แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั
กฬี า และเขียนให้ขอ้ มลู เกีย่ วกบั กีฬาได้ ซ่ึงเปน็ พ้ืนฐานการใชภ้ าษาอังกฤษเพ่ือการส่ือสารในชวี ติ ประจำวัน
4. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
- ออกเสยี ง สะกดคำ และบอกความหมายของคำศัพทเ์ ก่ียวกบั กีฬา และคำคุณศพั ทไ์ ด้
- พูดแสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกับกีฬาได้
- เขยี นบรรยายเก่ียวกับกีฬาได้
- อ่านออกเสียงคำศพั ทท์ ี่ขนึ้ ต้นด้วย เสียง /θ/ และ /t/ ได้
5. สาระการเรยี นรู้
1. สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

- กล่มุ คำ ประโยค และความหมายเกี่ยวกับกฬี า และคำคุณศัพท์

- Pronunciation: /θ/, /t/
- ประโยค บทสนทนา และเนื้อเรอื่ งสั้นๆ ทม่ี ีภาพประกอบ
- ประโยคแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกีฬา เชน่

A: Which sport is the most (คำคณุ ศัพท์)?
B: I think (ชือ่ กีฬา) is the most (คำคุณศัพท์).
- ความแตกต่างของเสยี งตวั อักษรของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย
- การค้นคว้าคำศัพท์ท่ีเกย่ี วข้องกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อืน่
- การใช้ภาษาในการฟัง/พูดในสถานการณ์ต่างๆ
2. สาระการเรียนรู้ท้องถ่ิน
6. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. ใฝเ่ รยี นรู้
2. มุ่งมนั่ ในการทำงาน

7. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์
- ทักษะการคิดอยา่ งสรา้ งสรรค์
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

8. การจัดกระบวนการเรียนรู้

1. ชั่วโมงที่ 1-2

กิจกรรมนำสู่การเรยี น
1. ครทู กั ทายนักเรียนด้วยคำถาม How are you? เมอื่ นกั เรียนทัง้ ห้องทักทายตอบแล้ว ครูทกั ทาย
นักเรยี นเป็นรายบคุ คล 4-5 คน โดยใหน้ ักเรยี นพดู ตอบ โดยใช้สำนวนอื่น เช่น I’m
OK/great/happy. เป็นต้น
2. ครูให้นักเรียนทบทวนประโยคคำสั่ง ขอร้อง และขออนุญาตท่ใี ชใ้ นห้องเรยี น โดยอ่านประโยคท่ีบอรด์
ของห้องเรยี น จากนัน้ ครยู ำ้ ให้นกั เรียนใช้ประโยคเหล่าน้ีพูดกับครูในห้องเรียน
3. ครถู ามนักเรยี นในชนั้ วา่ กีฬาโปรดของนักเรยี นคือกีฬาชนิดใด โดยใช้ประโยค ดังน้ี
Teacher: What is your favorite sport?
Students: Basketball, volleyball, etc.

4. ครนู ำภาพคนกำลังเลน่ กีฬามาตดิ แสดงให้นกั เรียนดูบนกระดาน เชน่ ภาพคนเลน่ เทนนสิ และให้
นกั เรยี นตอบคำถาม เช่น
Teacher: What are they doing?
Students: They are playing tennis.
Teacher: How many people are there?
Students: Two people.

5. ให้นักเรยี นอ่านชื่อ Unit 2 Play safe และชว่ ยกนั บอกความหมายของชื่อบท จากน้นั ให้นักเรียน
ชว่ ยกันระดมสมองพูดบอกวา่ เราจะเลน่ กีฬาให้ปลอดภัยได้อย่างไร

6. ครูบอกนักเรยี นวา่ ใน Lesson 1 น้ี นักเรยี นจะได้เรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกบั กีฬา คำคุณศัพท์
การเปรยี บเทียบขนั้ สงู สดุ ดว้ ยคำวา่ the most และการพูดถาม-ตอบเก่ียวกับกีฬาตา่ งๆ

กจิ กรรมพัฒนาการเรยี นรู้
1. นักเรียนดูภาพในหนังสือเรียน หนา้ 18 ข้อ 1 What can you see? ครจู ับเวลานกั เรียน 1 นาที
ให้นักเรยี นจำรายละเอยี ดของภาพทงั้ 4 ภาพ ให้ได้มากท่ีสุด จากนน้ั ใหน้ ักเรยี นปดิ หนังสือเรียน และ
พูดบอกครวู ่าเหน็ อะไรในภาพบ้าง บุคคลในแต่ละภาพกำลังทำอะไร
2. นกั เรยี นเปิดหนังสือเรียน หน้า 18 ข้อ 2 Look, listen and answer. แลว้ ครูเปดิ CD/Track 14
ให้นกั เรียนฟงั คำถาม 1 รอบ พร้อมกบั ดภู าพในข้อ 1 ตามไปดว้ ย จากนน้ั ครเู ปดิ CD อกี ครงั้ โดยใน
ครง้ั นค้ี รหู ยดุ CD ทลี ะคำถาม เพ่ือใหเ้ วลานกั เรยี นในการเขียนตอบ

1. Look at the picture of the mountains. How many people are there?
2. What are the girls doing on the beach?
3. Can you see any rubbish on the beach?
4. Find the man under the tree. What is he doing?
5. Find two boys who are skateboarding. Are they wearing helmets?

เสร็จแล้วครูให้นกั เรยี นชว่ ยกันเฉลยคำตอบ

1. There are six people. 2. They are playing volleyball.
3. No, I can’t. 4. He is drawing the picture.
5. Yes, they are.

3. ครเู ขียนประโยคต่อไปน้ี และอ่านใหน้ กั เรยี นฟงั จากนัน้ ขีดเสน้ ใต้ frightening, exciting,
dangerous, boring และ fun แล้วถามนกั เรียนว่าคำเหลา่ นค้ี ือคำชนิดใด และรู้ได้อย่างไร
(คำคุณศัพท์ เพราะตามหลัง verb to be) เสร็จแล้วใหน้ ักเรยี นชว่ ยกนั เดาความหมาย
I don’t like ghost stories. They’re frightening.
I like watching football. It’s exciting.
I don’t like sharks. They’re dangerous.
I don’t like this book. It’s boring.
I like computer games. They’re fun.
ตอ่ มาครูแสดงบตั รภาพกีฬาต่อไปนี้ sailing, skiing, climbing, surfing, cycling แลว้ ใหน้ กั เรยี นบอก
วา่ คอื กีฬาอะไร ครแู สดงบตั รภาพกีฬาแตล่ ะชนิดอีกครัง้ แลว้ ถามนกั เรยี น เชน่
Teacher: (ชบู ตั รภาพ sailing) Is it boring?
Students: Yes, it is./No, it isn’t.
Teacher: (ชบู ัตรภาพ climbing) Is it exciting?
Students: Yes, it is./No, it isn’t.
เม่ือทำกิจกรรมครบทุกภาพแล้ว ครถู ามนกั เรยี นว่าคำศพั ท์เหล่านเี้ ปน็ คำชนดิ ใด จนได้คำตอบว่า
คำนาม

Background Information

sailing (n.) = กีฬาเรือใบ cycling (n.) = กฬี าปั่นจักรยาน
skiing (n.) = น่ากลัว
climbing (n.) = กีฬาสกี frightening (adj.)= อนั ตราย
surfing (n.) = นา่ ตืน่ เต้น
กีฬาปีนเขา dangerous (adj.) =

กีฬาโตค้ ล่ืน exciting (adj.) =

4. ครูให้นักเรียนเปดิ หนงั สือเรียน หน้า 19 ข้อ 1 Listen, point and repeat. โดยครูเปดิ
CD/Track 15 ให้นักเรียนฟงั และชีภ้ าพตามไปด้วย จากน้ันครเู ขียนคำศัพท์ในกรอบ Word box บน
กระดาน และเปิด CD อกี คร้ัง เพ่ือใหน้ ักเรยี นระบุว่าคำเหล่านีอ้ อกเสียงเน้นหนักในคำทพี่ ยางค์ใด

sailing skiing climbing surfing cycling
frightening dangerous exciting

เม่อื ไดค้ ำตอบวา่ เนน้ หนกั ทีพ่ ยางค์แรกทุกคำ ยกเว้นคำวา่ exciting ท่ีเน้นหนกั ท่พี ยางค์ที่สองแล้ว

ครูขีดเส้นใต้พยางค์ทีเ่ นน้ เสียงหนกั ในคำศพั ท์บนกระดาน และให้นักเรยี นฝึกอ่านออกเสียงเนน้ หนักใน

คำใหถ้ ูกต้อง

sailing skiing climbing surfing cycling

frightening dangerous exciting

ครอู ธิบายเพิ่มเติมว่า คำศัพท์คำวา่ climbing คำนต้ี ัวอักษร b ทา้ ยคำ จะไม่ออกเสียง ดังนน้ั เวลาเติม

-ing จะอ่านวา่ คลาม-มง่ิ

Background Information
Silent letter (พยญั ชนะทีไ่ มอ่ อกเสยี ง)
คำในภาษาองั กฤษคำทลี่ งท้ายดว้ ย -mb มีหลายคำทไ่ี มอ่ อกเสียง /b/ ท้ายคำ
กลายเปน็ เสียง /m/ ลงทา้ ย เช่น คำกรยิ า climb ตัวอักษร b ทา้ ยคำจะไม่ออก
เสียง
นอกจากคำวา่ climb แล้วยงั มีคำอ่ืนๆ เชน่ bomb (n.) ลูกระเบิด, comb (n.)
หวี, tomb (n.) หลมุ ฝังศพ, lamb (n.) ลกู แกะ, thumb (n.) นวิ้ หวั แมม่ อื ,
dumb (adj.) ใบ,้ พดู ไม่ได้

จากนัน้ ครูให้นักเรียนช่วยกนั คิดวา่ มคี ำในภาษาไทยทม่ี ีพยัญชนะที่ไมอ่ อกเสยี งเช่นเดยี วกบั ใน
ภาษาอังกฤษหรือไม่ เชน่ คำว่าอะไรบ้าง

Background Information
ในภาษาไทยก็มตี วั อกั ษรที่ไม่อ่านออกเสยี ง ตวั อย่างเช่น

- ตวั อกั ษร ห หรือ ร ที่นำหนา้ พยญั ชนะทเ่ี ป็นตัวสะกดในบางคำ จะไม่
ออกเสียง เชน่ สามารถ, พรหม เป็นตน้

- พยัญชนะท่ีตามหลงั พยัญชนะทีเ่ ปน็ ตวั สะกดในบางคำ จะไมอ่ อกเสยี ง
เชน่ จักร, เพชร, สมัคร, บัตร, สตู ร, บตุ ร, มติ ร, พทุ ธ, ยทุ ธ

ทม่ี า: http://www.myfirstbrain.com/student_view.aspx?id=54013

5. ครูเขยี นคำคุณศัพทต์ อ่ ไปน้ี frightening, exciting, dangerous, boring, fun บนกระดานอีกครั้ง
และบอกนักเรยี นว่า เวลาทเ่ี ราพูดแสดงความคิดเหน็ เราจะใช้ I think … . ขน้ึ ต้นประโยค จากนัน้ ครู
เขยี นตัวอย่างให้นักเรยี นดูบนกระดาน เชน่ I think a ghost story is frightening.
ครแู สดงบัตรภาพคำศัพท์เกยี่ วกบั กฬี าอกี ครัง้ และสุ่มเรยี กใหน้ ักเรยี นพดู แสดงความคิดเห็น เช่น
I think climbing is dangerous.
ตอ่ มาครถู ามนักเรยี นว่า What are popular sports in England? ครใู ห้นกั เรียนตอบโดยใช้
โครงสรา้ ง
I think … .
เมื่อรวบรวมคำตอบจากนักเรียนหลายๆ คนแลว้ ครูบอกข้อมูลให้นักเรียนฟังวา่ กีฬาอะไรทีเ่ ปน็
ทนี่ ิยมในประเทศอังกฤษ และอาจนำภาพมาแสดงให้นักเรยี นดดู ้วย

Culture
กีฬาที่เป็นทน่ี ยิ มในประเทศอังกฤษ เช่น football, hockey, cricket, rugby โดย
football ถอื เปน็ หน่ึงในกีฬาทีไ่ ด้รบั ความนยิ มสูงสดุ
 กฬี าฟุตบอล ถือกำเนดิ ข้นึ ในประเทศองั กฤษ เปน็ กฬี าประจำชาตแิ ละกีฬาที่

ได้รบั ความนยิ มเป็นอย่างมาก มรี ะบบการแข่งขนั ฟุตบอลในระดับสูงสดุ ของ
ประเทศคอื พรเี มียร์ลกี (Premier League) และมีทีมฟุตบอลท่มี ีชอ่ื เสยี ง เชน่
Manchester United, Liverpool, Arsenal, Chelsea
จากนั้นครูถามนกั เรยี นวา่ What are popular sports in Thailand? ครูอาจให้
นักเรยี นบอกชอ่ื กีฬาบางคำเป็นภาษาไทยได้ ถา้ นักเรยี นไม่รู้คำศัพท์ เชน่ Thai
boxing, football, Sepak Takraw, golf เป็นตน้

6. ครใู หเ้ ล่นเกม Body Language โดยครูทำสลากกีฬา 8 ใบ แล้วสมุ่ เรยี กนักเรยี น 8 คน ออกมาหยิบ

สลากคนละ 1 ใบ เพ่ือแสดงท่าทางให้เพื่อนทายว่าเปน็ กีฬาชนิดใด คนท่ีตอบถกู มากทสี่ ดุ จะเป็น

ผ้ชู นะ

7. ครใู ห้เล่นเกม The letters โดยครูเตรียมบตั รอักษร ดังน้ี

C = 3 ใบ L = 3 ใบ I = 8 ใบ

B = 1 ใบ F = 1 ใบ M = 1 ใบ

A = 1 ใบ R = 1 ใบ N = 5 ใบ

Y = 1 ใบ U = 1 ใบ K = 1 ใบ

G = 5 ใบ S = 3 ใบ

แล้วแบง่ นกั เรียนออกเป็น 4 กลมุ่ ครูแจกบัตรตัวอกั ษรตามจำนวนดังกล่าวใหก้ ลมุ่ ละ 1 ชุด ใหส้ มาชกิ

แตล่ ะกลุ่มช่วยกนั ต่อเป็นคำศัพท์เก่ียวกับกีฬาทั้ง 5 ชนดิ (climbing, skiing, sailing, surfing,

cycling) ใหถ้ ูกตอ้ ง กลุ่มใดต่อได้เร็วและถูกตอ้ งท่สี ดุ จะเป็นผู้ชนะ ให้กลุม่ ทชี่ นะนำตวั อักษรมาติดบน

กระดาน นักเรียนทุกคนสะกดและออกเสียงคำศัพท์ดังกล่าวพร้อมกนั

8. นกั เรยี นดูภาพในหนังสือเรยี น หน้า 19 ข้อ 2 Listen and match the names with the

pictures and the words. แล้วบอกครูว่าคือภาพอะไร ตอ่ มาครใู ห้นักเรยี นฟัง CD/Track 16 แลว้

จบั คชู่ ่ือบคุ คลกับภาพและคำคณุ ศัพท์ท่ีใหม้ าให้สัมพันธก์ ันตามประโยคที่ได้ฟงั ครเู ปิด CD ให้นกั เรยี น

ฟัง 2 ครัง้ จากนน้ั ครเู ฉลยคำตอบ โดยการถามวา่ ใครชอบหรือไมช่ อบกีฬาชนดิ ใด และทำไมถงึ ชอบ

หรือไมช่ อบกีฬาชนดิ นนั้

Teacher: Who likes + ชนิดกีฬา?

doesn’t like

Students: ชือ่ ..

Teacher: Why/Why not?

Students: He thinks it’s ______.

She

1. Tom doesn’t like climbing. He thinks it is frightening.
2. Tony likes skiing. He thinks it is fun.
3. Betty likes sailing. She thinks it is exciting.
4. Jane doesn’t like surfing. She thinks it is dangerous.
5. Dave doesn’t like cycling. He thinks it is boring.
แลว้ ครูให้นกั เรยี นเติมประโยคทัง้ 5 ข้อ ใน Now complete the sentences. ใหส้ มบูรณ์ โดยใช้
ขอ้ มลู จากกจิ กรรมโยงเส้นด้านบน เม่ือทำเสรจ็ แล้วครสู ่มุ เรียกนักเรียน 5 คน ให้อ่านคนละ 1 ประโยค
แลว้ ออกมาเขยี นประโยคบนกระดาน ครูใหน้ ักเรยี นตรวจงานของตนและแก้ไข จากนัน้ อ่านประโยค
บนกระดานพร้อมๆ กัน

1. Tom thinks climbing is frightening.
2. Tony thinks skiing is fun.
3. Betty thinks sailing is exciting.
4. Jane thinks surfing is dangerous.
5. Dave thinks cycling is boring.

9. ครเู ขียนประโยคคำถามและคำตอบในกรอบ Remember! ในหนงั สือเรยี น หน้า 20 บนกระดาน
และให้นกั เรยี นอ่านพรอ้ มๆ กัน จากนน้ั ครอู ธบิ ายว่า the most + คำคณุ ศพั ท์ ใชใ้ นการเปรียบเทียบ
เพอ่ื บอกถึงส่ิงทเ่ี ป็นที่สดุ เช่น the most beautiful (สวยท่ีสดุ ), the most boring (นา่ เบ่ือทสี่ ุด),
the most dangerous (อนั ตรายท่ีสดุ )
ครูถามนักเรยี นว่า Which sport is the most exciting? ถามถงึ กีฬาที่มีลักษณะเชน่ ใด (น่าต่ืนเตน้
มากทสี่ ุด) เม่ือได้คำตอบแล้ว ครใู หน้ กั เรยี นพูดตอบคำถามดงั กลา่ วตามโครงสร้างประโยคคำตอบบน
กระดาน
I think (กีฬา) is the most exciting.

10. นักเรยี นดภู าพในหนงั สือเรยี น หน้า 20 ข้อ 3 Listen and tick (✓). แลว้ ครูถามนักเรยี นว่า ใน
ภาพมีกีฬาชนดิ ใดบา้ ง
Teacher: What sports can you see in the pictures?
Students: Sailing, skiing, climbing, surfing, ping-pong and tennis.
ต่อมาครูเปดิ CD/Track 17 ให้นักเรยี นฟงั บทสนทนาท่ีแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกีฬาท่ีนักเรียนเหน็
ในภาพ แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องใหต้ รงกบั ความคิดเหน็ และภาพกีฬา โดยครเู ปดิ CD ใหน้ ักเรยี นฟงั
2 ครง้ั เสร็จแล้วเฉลยคำตอบรว่ มกัน

Sue: You like different sports. Which sport is the most
exciting?
Henry: Well, sailing is exciting, and skiing and surfing. I
think skiing is the most exciting. Do you?
Sue: Yes. Which is the most dangerous, then?
Henry: Doing skateboarding is dangerous, but I think
climbing is the most dangerous. How about you?
Sue: Me too! I think climbing is the most dangerous.
Well, which is the most boring?
Henry: That’s easy. Ping-pong is the most boring.

Sailing Skiing Climbing Skating Ping- Tennis
pong

the most ✓
exciting
the most ✓
dangerous

the most boring ✓

กิจกรรมรวบยอด

1. ครูใหน้ ักเรียนทำงานกลุม่ กลุ่มละ 7-8 คน ครูแจกกระดาษซง่ึ เปน็ ตารางสำรวจใหก้ ลุ่มละ 1 แผน่

จากน้นั ให้สมาชกิ ในกลุ่มผลัดกันพูดถามและแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั กีฬาชนิดตา่ งๆ ตามหัวข้อ ท่ี

กำหนด แล้วขดี ✓ ลงในตาราง โดยใหน้ ักเรียนใชโ้ ครงสรา้ งในการถามและตอบ ดังน้ี

Which sport is the most ……?

I think .......... is the most ..…. .

ตัวอยา่ ง

sailing skiing basketball climbing

the most

exciting

the most llll llll
dangerous

the most boring llll l

ครเู ดินสงั เกตขณะนักเรียนทำกจิ กรรม และตรวจสอบวา่ นกั เรียนพูดประโยคไดถ้ ูกต้องหรือไม่ จากนัน้
ครูสุ่มเรียกตวั แทนกลุ่มออกมาพูดรายงานคำตอบ เชน่
In my group, six students think that sailing is the most boring. Five students think that
skiing is the most exciting. Six students think that climbing is the most dangerous.
2. นกั เรียนเปิดแบบฝึกหดั หน้า 14 ข้อ 1 Listen and point. ครูถามนักเรยี นว่า ในแต่ละภาพใคร
กำลงั ทำอะไรบา้ ง ให้นักเรยี นชว่ ยกนั ตอบ เช่น

Teacher: In picture a, what are three boys doing?
Students: They are playing football.

จากน้ันครูเปิด CD/Track 23 ให้นักเรียนฟงั และชภี้ าพให้สัมพนั ธก์ ับประโยคทีไ่ ดย้ ิน โดยครูเปดิ CD
ให้นักเรียนฟัง 2 คร้งั แล้วครูเฉลยคำตอบ

1. A man is painting a picture.
2. A man is taking photos on the mountains.
3. Two boys are skateboarding.
4. A girl is riding a bike.
5. There are two boys in the sea.

1. - a 2. - b 3. - c 4. - c 5. - d

3. ใหน้ ักเรยี นเติมคำลงในประโยคในแบบฝึกหัด หนา้ 14 ข้อ 2 Look at the pictures. Then
complete the sentences.ให้สมบูรณ์ โดยดูภาพจากข้อ 1 เสรจ็ แล้วครเู ฉลยคำตอบ และให้
นักเรียนอ่านประโยคท่สี มบรู ณพ์ ร้อมๆ กัน หรือครูอาจมอบหมายใหน้ กั เรียนทำแบบฝกึ หัดน้ีเปน็
การบ้าน

1. riding 2. skateboarding
3. beach 4. skiing
5. street

4. ครูเขยี นคำศัพท์บนกระดาน ดงั น้ี

surfing sailing cycling skiing

skateboard tennis climbing

แล้วให้นักเรียนจบั คกู่ บั เพื่อน ช่วยกนั หาคำศพั ทด์ ังกล่าวในตารางปรศิ นาอกั ษรไขว้ ในแบบฝกึ หดั

หน้า 15 ข้อ 1 Find seven sports words. นักเรียนท่ีหาคำศัพทไ์ ดค้ รบทั้งหมดเป็นคู่แรกจะเปน็

ผู้ชนะ หรือครอู าจมอบหมายให้นกั เรียนทำแบบฝึกหดั นี้เป็นการบ้าน

BLOESURF I NG
QNBOK TGDZM I
L S A I L I NGOOC
MKOQFZS I E E Y
S K A T E BOA R DC
UTENN I SCDYL
G I AENRUO I L I
LNPSK I I NGUN
DGXCL I MB I NG

5. ใหน้ ักเรียนดูภาพในแบบฝกึ หัด หนา้ 15 ข้อ 2 Write the names of the sports. และเขียน
คำศัพทเ์ กี่ยวกบั กีฬาให้สมั พันธ์กับภาพ แลว้ ครเู ฉลยคำตอบบนกระดาน หรือครูอาจมอบหมายให้
นกั เรียนทำแบบฝึกหดั นเ้ี ปน็ การบ้าน

1. climbing 2. skateboarding 3. skiing
4. sailing 5. surfing 6. swimming
7. cycling 8. Running

6. ให้นักเรียนดคู ำใบ้ท่ีให้มา แล้วเตมิ ตัวอักษรทหี่ ายไปในตาราง crossword ในแบบฝึกหดั หน้า 16
ขอ้ 3 Complete the crossword. จากนนั้ ครูเฉลยคำตอบ หรอื ครูอาจจะใหน้ ักเรียนทำเป็น
การบา้ น

Across 2. frightening 3. fun

Down 1. dangerous
4. exciting
5. boring

2. ชวั่ โมงที่ 3-4

กจิ กรรมนำสู่การเรยี น
1. นักเรยี นทบทวนคำศพั ทท์ ี่ไดเ้ รียนมาในชัว่ โมงกอ่ นดว้ ยบตั รภาพและบตั รคำ
2. ครูให้นกั เรยี นทดสอบความรเู้ ดิมเกยี่ วกับ Superlative Adjectives ด้วยแบบฝึกหดั ต่อไปน้ี

Complete the table. Superlative Adjectives

Adjectives
1. fat
2. easy
3. thin
4. hot
5. friendly
6. wonderful
7. interesting
8. small
9. good
10. bad

เสร็จแลว้ ครูเฉลยคำตอบบนกระดาน ให้นกั เรียนตรวจงานของตน
3. ครูบอกจุดประสงค์การเรียนรู้ว่า ในช่วั โมงน้ีนกั เรียนได้เรียนรู้เก่ียวกับการเปรียบเทยี บคำคุณศัพท์ขั้น

สูงสดุ ไดฝ้ กึ พูดแสดงความคิดเห็นเกยี่ วกับส่ิงทเ่ี ป็นทสี่ ุด ฝกึ อา่ นและเขยี นเกยี่ วกับกีฬาท่ีชอบ

กิจกรรมพัฒนาการเรยี นรู้

1. ครูให้นกั เรียนอา่ นตัวอยา่ งบทสนทนาถาม-ตอบ ในหนังสือเรยี น หน้า 20 ข้อ 4 Ask and answer.

แลว้ จบั คู่กบั เพ่ือนฝึกพูดถาม-ตอบโดยใช้รปู ประโยคคำถามและคำตอบตามหนงั สือเรียน ครใู ห้

นักเรียนใชน้ ้ำเสยี ง และแสดงสีหน้า ท่าทางให้สมจรงิ ขณะทนี่ ักเรียนทำกจิ กรรมครูเดนิ สังเกตรอบๆ

ช้ันเรยี น เชน่

Mary: Which sport is the most exciting?

Daniel: I think climbing is the most exciting.

How about you?

Mary: I think skiing is the most exciting.

Background Information
How about...? What about...? ใชใ้ นการถามความคดิ เห็นของบุคคลอน่ื ในสิ่ง
ท่คี ุณเพงิ่ ไดพ้ ูดไป ตวั อยา่ งเช่น

I like skiing and swimming. How about you?
I like skiing and swimming. What about you?

2. ครวู าดภาพบนกระดาน หรอื บางภาพอาจใช้ภาพจรงิ จากนติ ยสารต่างๆ มาตดิ บนกระดาน ครง้ั ละ

3 ภาพ แลว้ ถามคำถามนักเรียนทีละข้อ ดังน้ี

- ครูตดิ ภาพสตั ว์ 3 ชนดิ ได้แก่ มด, ชา้ ง, ลงิ ชิมแปนซี

Which is the smallest animal?

Which is the most intelligent animal?

- ภาพกระโปรง 3 ตัว พร้อมราคา

Which is the cheapest skirt?

Which is the most expensive skirt?

- ครูตดิ ภาพนักร้อง 3 คน เชน่ เบิรด์ ธงไชย, บี้ สกุ ฤษ, นันทดิ า แก้วบัวสาย

Who is the youngest singer?

Who is the most popular singer?

เสรจ็ แลว้ ครถู ามนักเรียนว่า การเปลี่ยนคำคุณศพั ทใ์ ห้อยใู่ นรปู ข้นั สงู สุดมีวธิ ีการหลักๆ ก่ีวิธี ครูอาจ

ช่วยนักเรยี นดว้ ยการเขยี นคำคุณศัพท์ในรูปข้นั สงู สดุ บนกระดาน ดังน้ี

the smallest animal the most intelligent animal

the cheapest skirt the most expensive skirt

the youngest singer the most popular singer

เม่ือไดค้ ำตอบวา่ 2 วิธี คอื

1) เตมิ -est หลงั คำคุณศพั ทท์ ่มี ี 1-2 พยางค์

2) เติม most หนา้ คำคณุ ศพั ท์ที่มี 2-3 พยางค์

ครูให้นกั เรยี นชว่ ยกันทบทวนหลักการเปล่ยี นคำคณุ ศัพท์ให้เป็นขัน้ สงู สูด โดยครยู กตัวอย่าง

คำคณุ ศพั ทบ์ นกระดาน และให้นักเรยี นช่วยกันบอกวธิ ีการ เช่น

long the longest

busy the busiest

brave the bravest

thin the thinnest

beautiful the most beautiful
modern the most modern
good the best
ครยู ้ำกบั นักเรียนวา่ คำคณุ ศัพทข์ น้ั สูงสุดต้องมี the นำหน้าเสมอ

Background Information

หลกั การเปลย่ี น adjectives เปน็ ข้ันสงู สูด มี 2 วธิ ี คือ

1) เติม -est หลัง adjectives ท่มี ี 1-2 พยางค์

 adjectives ที่ออกเสียงไมเ่ กิน 2 พยางค์ ให้เติม -est หลัง adjectives เช่น

cheap - the cheapest long - the longest

 adjectives ท่ีลงท้ายดว้ ย y ให้เปลี่ยน y เปน็ i แลว้ จึงเตมิ -est เช่น

busy - the busiest

 adjectives ทล่ี งท้ายด้วย e ใหเ้ ตมิ -st ไดเ้ ลย เชน่

brave - the bravest

 adjectives ทล่ี งท้ายดว้ ยสระเสียงส้ันและตวั สะกดตัวเดยี ว ให้เพ่มิ ตัวสะกด

อกี 1 ตวั ก่อน แลว้ จึงเตมิ -est เช่น

thin - the thinnests

2) เตมิ most หนา้ adjectives ที่มมี ากกวา่ 2 พยางค์ หรือมี 2 พยางค์ เชน่

dangerous - the most dangerous modern - the most modern

exciting - the most exciting pleasant - the

most pleasant

หมายเหตุ adjectives บางคำเปล่ยี นรูปไปเลย ได้แก่

good - the best bad - the worst

far - the farthest/furthest

3. ครใู ห้นกั เรยี นแต่งประโยคท่ีแสดงการเปรียบเทยี บขั้นสงู สุด (Superlative Degree) ของ adjectives
คนละ 2 ประโยค โดยเขียนลงในกระดาษ แล้วนำมาให้ครูตรวจดกู ่อนเลน่ เกม เชน่
Araya is the tallest girl in class.
P.E. is the best subject.
Bird Thongchai is the most famous singer in Thailand.
จากนนั้ ให้นักเรยี นเลน่ เกมรับลกู บอลโดยมวี ิธกี ารเล่น ดังน้ี
1) นกั เรยี นยืนเป็นวงกลม หนั หนา้ เข้าในวง

2) นักเรียนคนหนงึ่ ถือลูกบอล ยืนอย่กู ลางวง
3) คนยนื อยกู่ ลางวงจะพดู เรียกนักเรยี นคนอื่นๆ ในวง 1 ช่อื ก่อนจะโยนลูกบอล
4) คนทถี่ ูกเรียกช่อื ต้องรบี รบั ลูกบอล กอ่ นที่ลูกบอลจะตกถึงพื้น

- ถ้ารับลูกบอลได้ ให้พูดประโยค Superlative Degree 1 ประโยค
- ถา้ รบั ลูกบอลไม่ได้ ใหพ้ ูด 2 ประโยค แล้วยนื อยู่กลางวงแทนคนเดมิ
5) คนทอี่ ยู่กลางวงคนเดิม ใหเ้ ดินออกจากวงไปพักผอ่ น
4. ครถู ามนักเรยี นเกย่ี วกับกีฬาท่ีชอบ

Teacher: What sports do you like?
Student 1: I like ping-pong and swimming.
Student 2: I like tennis and badminton.
Teacher: Very good!
ครใู หน้ กั เรียนดูภาพประกอบในหนังสือเรียน หน้า 21 ขอ้ 5 Read the text about Ken’s
favourite sport. Then answer the questions. แล้วตอบคำถามของครู
Teacher: What is he doing?
Students: He is playing tennis.
ครใู หน้ ักเรียนอ่านข้อความและตอบคำถามท่ีกำหนดให้ เสร็จแล้วครอู ่านคำถาม และส่มุ เรียกนกั เรียน
5 คน ใหต้ อบคำถามคนละ 1 ข้อ

equipment. 1. Ken’s favourite sport is tennis.
2. Because it is exciting and he doesn’t need expensive

3. He needs a racket, a tennis ball and trainers.
4. He plays at a tennis court near his house.
5. He plays with his dad and his sister.

5. ครใู หน้ กั เรียนทำกจิ กรรมในหนังสอื เรยี น หน้า 21 ข้อ 6 Write about your favourite
sport. Use the reading as a model. โดยครูแจกกระดาษ A4 ใหน้ ักเรยี นคนละ 1 แผ่น เพือ่
เขียนข้อความเกยี่ วกับกีฬาท่ตี นเองช่นื ชอบ พร้อมวาดภาพประกอบและตกแต่งใหส้ วยงาม นกั เรียน
สามารถดูตัวอยา่ งการเขียนได้ในข้อ 5 ครูเนน้ ใหน้ ักเรียนใช้ความคดิ สร้างสรรค์ในการทำงาน

ตัวอย่าง
My favourite sport is swimming. I like it because it is safe and I do
not need to buy expensive equipment. I only buy a swimming
suit, goggles and a swimming cap.
I always go swimming during weekends at a swimming pool in
Y.M.C.A. near my apartment. I often go with friends. We have fun.
Swimming is my life.

จากน้ันครูสุ่มเรียกนกั เรยี น 2-3 คน ให้ออกมาอ่านข้อความของตนเองหน้าช้ันเรียน เมื่ออ่านจบครู

ถามคำถามนักเรียนคนอืน่ ๆ โดยใช้คำถามดังน้ี

1. What is his/her favourite sport? 2. Why does

he/she like it?

3. What equipment does he/she need? 4. Where does

he/she play?

5. Who does he/she play with?

6. ครูเขยี นคำว่า thank กับ tank บนกระดาน และออกเสียงให้นักเรยี นฟัง จากนน้ั ครูอธบิ ายว่าการ

ออกเสียงทั้ง 2 คำน้ไี มเ่ หมือนกัน โดยเสยี ง /θ/ ในตำแหน่งเสยี งพยญั ชนะตน้ ของคำว่า thank เป็น

เสียงทีไ่ ม่มใี นภาษาไทย การออกเสียงใหน้ ักเรยี นวางปลายล้ินไวห้ ลวมๆ ไวท้ ฟ่ี นั บนและฟันลา่ ง แล้ว

ให้ลมเสียดแทรกออกมา เส้นเสยี งจะไมส่ น่ั สะเทือน จากนน้ั ครูใหน้ กั เรียนฝึกออกเสียงคำว่า thank,

thin, thick หลายๆ คร้งั

ต่อมาครอู ธิบายวา่ เสียง /t/ ในตำแหนง่ เสยี งพยัญชนะต้นของคำว่า tank จะออกเสียงเหมอื น “ท” ใน

ภาษาไทย โดยให้ปลายลนิ้ แตะท่ีปุ่มเหงือก กักลมไว้ ลมดันออกไปเป็นเสยี งระเบิด เส้นเสียงจะไม่

สนั่ สะเทือน แลว้ ใหน้ กั เรยี นฝึกออกเสียงคำว่า tank, tin, tick

ครเู ขียนคำศพั ทต์ อ่ ไปนบ้ี นกระดาน

thank tank

thin tin

thick tick

thigh tie

thought taught

และให้นักเรยี นฝึกออกเสียงคำเหล่าน้ีทีละคู่ เพ่ือใหน้ กั เรยี นสังเกตความแตกต่างของเสียง /θ/ และ

/t/ ได้ชัดเจนมากยิง่ ข้นึ

ต่อมาครูให้นกั เรยี นเปิดหนังสือเรียน หน้า 21 หวั ข้อ English sounds โดยครเู ปดิ CD/Track 18
ให้นักเรียนฟงั 2 ครงั้ และฝึกออกเสียงตาม

thank tank
thin tin
thick tick

ครเู ขยี นประโยคต่อไปนบี้ นกระดาน แล้วใหน้ กั เรียนฝึกพูดให้คลอ่ ง จากนั้นครสู มุ่ เรียกนักเรยี น
แถวหลัง 4-5 คน ใหพ้ ดู คนละ 1 ประโยค

1. Thank you for a thick tin.
2. Tom took a thin tank.
กจิ กรรมเพิม่ เติม
ครใู หน้ กั เรยี นหาคำศัพท์เกี่ยวกบั กีฬาเพิ่มเตมิ โดยครูอาจจะแนะนำเว็บไซต์ให้นักเรยี น เช่น
http://www.kidspot.com.au/section+23+Sport.htm
http://www.ranker.com/list/best-kids-sports/dad-of-the-year

กิจกรรมรวบยอด
1. ให้นกั เรียนแบง่ เปน็ กลมุ่ กลุม่ ละ 5 คน ช่วยกันคดิ ช่อื กีฬากลางแจง้ และกีฬาในร่มนอกเหนอื จากที่ได้
เรียนมาใน Lesson 1 โดยหาจากพจนานุกรมหรืออินเทอรเ์ นต็ มาก่อนเปน็ การบ้าน จากน้ันครู
รวบรวมคำตอบจากแตล่ ะกลุ่ม โดยตัดชอ่ื กีฬาท่ีซำ้ กันออกไป และเขยี นคำศัพท์ท่นี ักเรยี นบอกบน
กระดานภายใต้หวั ข้อที่ถกู ต้อง เสร็จแล้วใหน้ กั เรยี นลอกคำศัพทเ์ หล่านีล้ งในสมุด

Outdoor Sport Indoor Sport
running - ว่ิงแขง่ wrestling - มวยปลำ้
jumping - กระโดดสงู fencing - ฟันดาบ
roller skating - โรเลอร์สเกต sumo wrestling - ซโู ม่
shooting - ยงิ ปืน weight lifting - ยกนำ้ หนัก
riding - ขมี่ ้า bowling - โบว์ลิ่ง
diving - ดำน้ำ boxing - ชกมวย
water skiing - สกนี ำ้ ice skating - สเกตนำ้ แข็ง
windsurfing - วนิ ดเ์ ซริ ฟ์ judo - ยูโด
scuba diving - ดำนำ้ ลึก karate - คาราเต้

จากนนั้ ให้นักเรยี นจับคูก่ ับเพ่ือน ชว่ ยกนั เลอื กกีฬาบนกระดานมา 3 ชนิด แล้วผลดั กนั พูดแสดงความ

คิดเหน็ เกย่ี วกับกฬี าชนิดนั้น ครูเดินสังเกตรอบๆ ช้ันเรียนขณะทน่ี ักเรียนทำกิจกรรม เพ่ือคอย

ตรวจสอบการออกเสยี งประโยคของนกั เรยี น เชน่

Linda: Which sport is the most exciting?

Daniel: I think scuba diving is the most exciting.

How about you?

Mary: I think fencing is the most exciting.

2. นกั เรียนตอบคำถามท่ีกำหนดใหใ้ นแบบฝกึ หดั หนา้ 16 ข้อ 4 Answer the questions. ตาม

ความคิดของตนเอง เสร็จแล้วครสู ุ่มเรยี กนักเรียน 5 คน พูดตอบคำถามคนละ 1 ข้อ หรือครูอาจให้

นักเรียนทำเป็นการบ้าน

ตัวอยา่ ง
1. I think sailing is the most exciting.
2. I think skating is the most frightening.
3. I think running is the most boring.
4. I think climbing is the most dangerous.
5. I like swimming the best.

3. ให้นักเรียนดภู าพในแบบฝึกหัด หน้า 17 ข้อ 5 Read and answer the questions. แลว้ ครถู าม
วา่ ดูจากภาพประกอบบทอ่านท่ีให้มา นกั เรียนคิดว่าคำวา่ whitewater, lifejacket และ raft น่าจะ
หมายถึงอะไร

whitewater (n.) (water in a river that flows quickly and has a lot of bubbles)
กระแสนำ้ ทีไ่ หลแรงและเชยี่ วกรากจนเปน็ ฟองสีขาว
lifejacket (n.) (a jacket without sleeves, that is filled with air or light material
and is designed to help you float if you fall into water) เสอื้ ชูชพี
raft (n.) (a small rubber or plastic boat that can be filled with air) เรือยางหรือ
พลาสติก
จากนั้นใหน้ ักเรียนตอบคำถามทีก่ ำหนดให้ เสรจ็ แลว้ ชว่ ยกนั เฉลยคำตอบ และครเู ขยี นคำตอบ
ท่ีถกู ต้องบนกระดาน หรือครูอาจให้นักเรยี นทำแบบฝึกหดั นีเ้ ป็นการบ้าน

1. In summer. 2. A river. 3. Wear lifejackets.
4. Because it is exciting.

4. ครถู ามนักเรียนว่า ใครชอบกีฬาชนดิ ใด โดยพดู ชอ่ื กฬี าแต่ละชนิด แลว้ ใหน้ กั เรียนยกมือขน้ึ เชน่

Teacher: Who likes cycling?

Students: ยกมือบางคน

ครูกำหนดช่ือกฬี าตามจำนวนทเี่ หมาะสม เพ่ือถามนกั เรยี น ไดแ้ ก่

skating skiing sailing climbing surfing swimming

running boxing cycling judo karate ice skating

ครูให้นกั เรยี นทำกจิ กรรมในแบบฝึกหดั หนา้ 17 ข้อ 6 Write about a sport. Use the text
and questions above to help you. โดยใหน้ กั เรยี นแบง่ กลุ่มตามชนดิ ของกีฬาท่ีตนชอบ กลุ่ม
ละ 3-4 คน แล้วครแู จกกระดาษให้กลุม่ ละ 1 แผ่น ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ เขียนบรรยายเกีย่ วกับกีฬาท่ชี ืน่ ชอบ
ในหัวข้อ “Our favourite sport” ซึ่งนักเรยี นสามารถใชข้ ้อความและคำถามในข้อ 5 ช่วยในการ
เขยี น จากน้ันใหแ้ ต่ละกลุม่ ส่งตวั แทนออกมาอ่านให้เพ่ือนฟังหนา้ ชั้นเรียน แล้วครูนำผลงานของ
นกั เรยี นไปติดบอร์ด

ตัวอยา่ ง
Our favourite sport is ice skating. We play on Saturday and Sunday
at the Mall. We buy tickets and hire skate shoes. They are not
expensive. There are a lot of young people there. We always
skate at high speed round and round. Sometimes we fall down,
but we help ourselves to begin again. We like ice skating because
it is fun and exciting.

5. ครอู อกเสยี งคำศัพท์ในแบบฝึกหดั หน้า 17 หัวขอ้ English sounds กิจกรรม Listen and circle
the words you hear. ให้นกั เรยี นออกเสียงตาม แล้วครูเปิด CD/Track 24 ให้นกั เรยี นฟงั และ
วงรอบคำศัพท์ทไ่ี ดย้ นิ จากน้ันครเู ปดิ CD อีกครง้ั เพ่ือเฉลยคำตอบ

thigh tore thought

thigh tore thought

6. ครใู หน้ กั เรียนไปคน้ หาความหมายของคำศัพทท์ จี่ ะเรียนในบทเรยี นถดั ไปในหนังสือเรยี น หน้า 22
กรอบ Word box ลว่ งหน้า พร้อมท้งั เปิดพจนานกุ รมเพ่ือหาพยางค์ที่ออกเสยี งเน้นหนักในคำเหล่าน้ี

9. สอื่ การเรียนร/ู้ แหล่งเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี น Smile ป. 6
2. แบบฝึกหดั Smile ป. 6
3. Audio CD Smile ป. 6
4. พจนานกุ รม
5. บตั รภาพ บตั รคำ
6. ภาพกีฬา คน สตั ว์ และส่งิ ของ
7. อินเทอร์เนต็

10. การวัดและการประเมินผล

วธิ ีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์
ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี .......... ใบงานท่ี ......... ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

สังเกตพฤติกรรมการทำงาน แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
รายบคุ คล รายบคุ คล ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่

สังเกตการใฝเ่ รยี นรู้ และมุง่ มั่นในการ แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
ทำงาน

บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้

1 สรปุ ผลหลังการจดั การเรียนรู้

1.1 นกั เรยี นจำนวน..................คน

ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนร.ู้ .....................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ..................

ไม่ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนร้.ู .................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ..................

นกั เรียนนี่ไมผ่ ่าน มีดงั นี้

1............................................................ 2............................................................

3............................................................ 4............................................................

5............................................................ 6............................................................

สรปุ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1.2 นักเรียนมคี วามรู้ความเข้าใจ (K)  รกั ษช์ าติ ศาสน์ กษตั รยิ ์  อยอู่ ย่างพอเพยี ง
..........................................................................................  ซือ่ สตั ยส์ ุจริต  มุง่ ม่ันในการทำงาน
..........................................................................................  มวี ินยั  รกั ความเปน็ ไทย
..........................................................................................  ใฝเ่ รยี นรู้  มีจติ เปน็ สาธารณะ
1.3 นักเรียนมคี วามรู้เกดิ ทักษะ (P)
.......................................................................................... สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
..........................................................................................
..........................................................................................  การสอื่ สาร
1.4 นกั เรยี นมเี จตคติ คา่ นยิ ม คณุ ธรรมจริยธรรม (A)  การคดิ
..........................................................................................  การแก้ปัญหา
..........................................................................................  การใชท้ กั ษะชวี ิต
..........................................................................................  การใชเ้ ทคโนโลยี

2. ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………………………………….

3. ขอ้ เสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ลงช่ือ....................................................
(นางสาวเพญ็ พักตร์ แสงกลา้ )

ตำแหนง่ ครู คศ.1 โรงเรียนวัดชนิ วราราม(เจรญิ ผลวิทยาเวศม)์

ความเห็นของหัวหน้าสถานศกึ ษา/ผทู้ ี่ได้รับมอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู้ อง นางสาวเพ็ญพักตร์ แสงกล้า แลว้ มคี วามเหน็ ดังนี้
1.เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี
 ดีมาก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรบั ปรุง
2.การจดั กจิ กรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
 เน้นผเู้ รียนเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อย่างเหมาะสม
 ยงั ไมเ่ น้นผ้เู รียนเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป
3.เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
 นำไปใชไ้ ดจ้ รงิ
 ควรปรบั ปรุงกอ่ นนำไปใช้
4.ข้อเสนอแนะอ่ืนๆ

............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ลงช่ือ.........................................................
( นางฉัฐอติพา แช่มชมดาว )

ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรยี นวดั ชนิ วราราม(เจรญิ ผลวิทยาเวศม์)

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 2

สาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาองั กฤษ รหสั วชิ า อ 16101
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 6 ภาคเรียนที่ 1
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 เรอื่ ง Play safe เวลา ......... ชวั่ โมง
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2 เรอื่ ง Sports equipment เวลา ........... ชัว่ โมง

*********************************************************************************

1. สาระ/มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสือ่ สาร

มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเรื่องทฟี่ ังและอ่านจากส่ือประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็น
อย่างมีเหตผุ ล
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการส่อื สารทางภาษาในการแลกเปลีย่ นขอ้ มลู ข่าวสาร แสดงความรู้สกึ และ
ความคดิ เหน็ อย่างมีประสิทธิภาพ
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเหน็ ในเรื่องต่างๆ โดยการพูดและ
การเขยี น

สาระท่ี 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสมั พันธร์ ะหวา่ งภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใชไ้ ด้
อยา่ งเหมาะสมกบั กาลเทศะ
มาตรฐาน ต 2.2 เขา้ ใจความเหมอื นและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษากบั
ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใชอ้ ย่างถูกต้องและเหมาะสม

สาระที่ 3 ภาษากบั ความสมั พันธก์ บั กลมุ่ สาระการเรยี นรู้อ่ืน
มาตรฐาน ต 3.1 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการเช่ือมโยงความรู้กบั กลุ่มสาระการเรยี นรู้อื่น และเป็นพ้ืนฐาน
ในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทศั น์ของตน
สาระที่ 4 ภาษากับความสมั พันธ์กบั ชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสงั คม

2. ตัวชี้วัด
มาตรฐาน ต 1.1

ตวั ชว้ี ัด 1. ปฏิบัติตามคำสงั่ คำขอรอ้ ง และคำแนะนำทฟ่ี งั และอ่าน
2. อ่านออกเสียงข้อความ นทิ าน และบทกลอนสน้ั ๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน
3. เลอื ก/ระบปุ ระโยคหรอื ข้อความสัน้ ๆ ตรงตามภาพ สัญลกั ษณ์ หรอื เคร่ืองหมายที่อา่ น
4. บอกใจความสำคญั และตอบคำถามจากการฟงั และอ่านบทสนทนา นทิ านง่ายๆ และเร่ืองเลา่

มาตรฐาน ต 1.2
ตวั ชว้ี ดั 1. พูด/เขยี นโตต้ อบในการส่ือสารระหว่างบคุ คล

2. ใช้คำสง่ั คำขอร้อง และให้คำแนะนำ
4. พดู และเขยี นเพื่อขอและให้ขอ้ มลู เกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครวั และเร่ืองใกล้ตวั
5. พูด/เขยี นแสดงความร้สู กึ ของตนเองเกีย่ วกับเรื่องตา่ งๆ ใกล้ตัว กจิ กรรมต่างๆ พร้อมทั้งให้เหตุผล
สั้นๆประกอบ
มาตรฐาน ต 1.3
ตวั ชวี้ ัด 1. พดู /เขียนใหข้ ้อมลู เกย่ี วกับตนเอง เพอ่ื น และสิง่ แวดล้อมใกล้ตวั
3. พูด/เขียนแสดงความคดิ เห็นเกีย่ วกับเรอ่ื งต่างๆ ใกล้ตวั
มาตรฐาน ต 2.1
ตวั ชวี้ ดั 2. ให้ข้อมูลเก่ียวกับเทศกาล/วันสำคญั /งานฉลอง/ชีวิตความเปน็ อยขู่ องเจา้ ของภาษา
3. เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความสนใจ
มาตรฐาน ต 2.2
ตัวชว้ี ัด 1. บอกความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างการออกเสยี งประโยคชนิดต่างๆ การใชเ้ คร่ืองหมายวรรค
ตอน และการลำดบั คำตามโครงสรา้ งประโยคของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย
2. เปรียบเทียบความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างเทศกาล งานฉลองและประเพณีของเจา้ ของ
ภาษากบั ของไทย
มาตรฐาน ต 3.1
ตวั ชี้วดั 1. คน้ ควา้ รวบรวมคำศัพท์ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกับกลมุ่ สาระการเรียนรู้อื่นจากแหลง่ การเรยี นรู้ และนำเสนอ
ด้วยการพดู /การเขยี น
มาตรฐาน ต 4.1
ตัวชี้วดั 1. ใช้ภาษาสอื่ สารในสถานการณต์ ่างๆ ที่เกิดขึน้ ในห้องเรียนและสถานศึกษา
3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การเรียนร้คู ำศัพทเ์ กี่ยวกบั อปุ กรณ์ป้องกันตวั ในการเล่นกีฬา อปุ กรณ์กฬี า อาการบาดเจ็บ ทำให้
ผู้เรียนสามารถพูดและเขยี นเก่ยี วกบั กีฬาทีเ่ ลน่ และให้คำแนะนำในการเลน่ กีฬา ซ่งึ เป็นพื้นฐานการใช้
ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในชีวติ ประจำวนั ได้
4. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. ออกเสียง สะกดคำ และบอกความหมายของคำศัพท์เกี่ยวกับอุปกรณป์ อ้ งกันตวั ในการเลน่ กีฬา
อุปกรณ์กีฬา อาการบาดเจบ็ ได้
2. พูดและเขียนเพ่ือขอและให้ขอ้ มลู เก่ียวกบั การเลน่ กฬี าและอาการบาดเจ็บได้
3. พดู ใหค้ ำแนะนำในการเลน่ กฬี าได้
4. เลน่ เกมและร้องเพลงทางภาษาได้

5. สาระการเรยี นรู้

1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง

-กลมุ่ คำ ประโยค และความหมายเกยี่ วกับอปุ กรณป์ อ้ งกนั ตัวในการเลน่ กฬี า อุปกรณก์ ีฬา

อาการบาดเจ็บ

-ประโยค บทสนทนา และเน้ือเรือ่ งสน้ั ๆ ที่มภี าพประกอบ

-ประโยคทใี่ ช้สงั่ บอกให้ทำ และให้คำแนะนำเกี่ยวกบั การเลน่ กีฬา เช่น

If you go skateboarding, wear a helmet.

If you rest your leg, you can go cycling in a week.

You should wear a helmet.

-ประโยคขอและให้ข้อมลู เกย่ี วกับการเล่นกีฬา และอาการบาดเจบ็ เช่น

A: What sports do you do? B: I go skateboarding.

A: What’s wrong with you? B: My leg is hurt.

- กจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรม เชน่ การเลน่ เกม การร้องเพลง

- การใช้ภาษาในการฟงั /พูดในสถานการณ์ต่างๆ

-การใช้ภาษาต่างประเทศในการรวบรวมคำศพั ทท์ ี่เก่ียวข้องใกลต้ ัวจากส่อื และแหลง่ การเรียนรู้

ตา่ งๆ

2. สาระการเรยี นรูท้ ้องถ่ิน

6. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. มวี นิ ยั

2. ใฝ่เรียนรู้

3. มุ่งมัน่ ในการทำงาน

7. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน

1. ความสามารถในการสือ่ สาร

2. ความสามารถในการคิด

- ทักษะการคดิ วิเคราะห์

8. การจัดกระบวนการเรยี นรู้

1. ชวั่ โมงท่ี 5-6

กิจกรรมนำสู่การเรียน
1. ครใู ห้นักเรยี นทบทวนคำศัพท์กฬี าด้วยบตั รคำ และให้นักเรียนช่วยกนั บอกโครงสรา้ งประโยคทเ่ี รยี นใน
Lesson 1
2. ครทู ดสอบคำศัพท์ที่เรยี นใน Lesson 1 โดยใหน้ กั เรยี นเขียนคำศัพทต์ ามที่ครูบอก

3. ครใู หน้ ักเรยี นเลน่ เกม “ทดสอบความจำ” โดยแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลมุ่ เท่าๆ กัน แลว้ อธิบาย
กติกาการเลน่ ให้นกั เรยี นฟงั ดังน้ี
1) ครใู ห้นกั เรียนแขง่ กนั ทลี ะกลมุ่ โดยกลุ่มแรกเร่ิมเล่นก่อน ให้นกั เรยี นยนื เรียงแถว จากนั้นครูจับ
เวลาการเลน่ เกม 3 นาที
- คนท่ี 1 ของแถวพดู ช่ือกีฬา
- คนที่ 2 พูดชื่อกีฬาของคนท่ี 1 กอ่ น แล้วจงึ พูดช่อื กีฬาของตนเอง ซงึ่ ต้องไม่ซำ้ กับคนท่ี 1
- คนท่ี 3 พดู ชื่อกีฬาของคนที่ 1 และ 2 แล้วจงึ พดู ช่ือกีฬาของตนเอง ซ่ึงต้องไม่ซ้ำกบั
คนท่ี 1 และ 2 ทำอยา่ งนี้ไปเรื่อยๆ
- คนทีจ่ ำชอ่ื กีฬาไม่ได้ให้ไปต่อทา้ ยแถว แล้วให้คนถัดไปเริ่มเลน่ เกมใหม่
2) สมาชิกคนใดของกล่มุ จำช่อื กีฬาไม่ได้ กลุ่มน้นั จะโดนหัก 2 คะแนน เมื่อหมดเวลาครูรวมคะแนนที่
ถูกหกั จากนัน้ ใหก้ ลมุ่ ท่ี 2 ออกมาเลน่ เกมเหมือนกลมุ่ แรก
3) กลุ่มที่ถูกหักคะแนนน้อยกว่าจะเป็นผชู้ นะ และสามารถให้กลุ่มที่แพ้ทำตามคำสัง่ ได้

กจิ กรรมพฒั นาการเรยี นรู้

1. ครูเตรียมบตั รภาพต่อไปน้ี

เส้อื ชชู พี (lifejacket) ถุงมือ (gloves) ท่คี าดศอก (elbow pad)

ทีค่ าดเข่า (knee pad) แว่นดำนำ้ (goggles) หมวกกันนอ็ ค (helmet)

ครูชบู ัตรภาพทีละใบ พร้อมกับออกเสียงคำศัพท์ ใหน้ ักเรยี นออกเสยี งตาม แล้วครชู บู ัตรภาพสลบั กัน

ใหน้ กั เรียนออกเสยี งคำศัพท์ด้วยตัวเอง เม่อื นักเรียนจำคำศัพทไ์ ด้ แล้วครนู ำบตั รภาพไปติดบน

กระดาน แลว้ สุ่มเรยี กนักเรียนหรอื หาอาสาสมัครมาเขียนคำศัพทใ์ ต้บตั รภาพ

2. ครูเปิด CD/Track 19 ใหน้ กั เรียนฟังคำศพั ทใ์ นหนังสอื เรยี น หนา้ 22 ข้อ 1 Listen, point and

repeat. แล้วชีภ้ าพ และฝึกออกเสียงตาม

lifejacket gloves elbow pad
knee pad goggles helmet
twisted ankle hurt

จากน้นั ครูบอกนักเรียนว่าคำศัพท์เกย่ี วกับอุปกรณต์ า่ งๆ เป็นคำนาม (noun) รวมถงึ คำวา่ twisted
ankle ซึ่งบอกอาการบาดเจบ็ โดยคำวา่ twisted ทำหนา้ ทเี่ ป็นคำคณุ ศัพท์ (adjective) ขยายคำนาม
คำวา่ ankle ต่อมาครูเขียนประโยคตอ่ ไปนบ้ี นกระดาน แล้วถามนกั เรยี นวา่ hurt เปน็ คำชนิดใด

My knee is hurt.
My knee hurts
เมือ่ ไดค้ ำตอบวา่ hurt เปน็ ได้ท้ังคำคุณศัพท์ (adjective) และคำกริยา (verb) ครใู ห้นักเรยี นช่วยกนั
ระบุว่า hurt ในประโยคใดทำหนา้ ทเี่ ป็นคำคุณศัพท์ และประโยคใดทำหน้าทเ่ี ป็นคำกรยิ า เพราะอะไร
(hurt ตามหลงั verb to be เปน็ คำคณุ ศัพท์ สว่ น hurts เปน็ คำกริยาเพราะเตมิ s ได)้ ครอู ธบิ าย
เพมิ่ เติมว่า คำว่า hurt (adj.) นอกจากจะตามหลัง Verb to be ได้แลว้ ยังตามหลังคำว่า get ได้อีก
ดว้ ย เชน่ You can get hurt.
3. ครูสอนคำศัพทเ์ กีย่ วกับอุปกรณ์เพิม่ เติม ได้แก่คำวา่ swimsuit, bat, racket โดยครบู อกช่ือกฬี า
ใหน้ ักเรยี นช่วยกันบอกอุปกรณ์ทใี่ ช้กบั กีฬาชนดิ นั้น ดังนี้ swimming - swimsuit, baseball - bat,
tennis - racket
จากนั้นครูทบทวนคำศัพท์ที่เรียน โดยแบ่งนักเรยี นออกเปน็ 4 กลมุ่ ครแู จกบตั รคำใหน้ ักเรียนกลมุ่ ละ
1 ชุด แล้วครูชบู ัตรภาพทลี ะ 1 ใบ ให้สมาชกิ แตล่ ะกลุ่มชว่ ยกันหาบตั รคำท่ีตรงกบั บัตรภาพ และชู
บัตรคำน้ันข้นึ มาใหเ้ รว็ ท่ีสุด กลุม่ ใดทำได้เรว็ ทีส่ ุดและถกู ต้องจะเป็นผู้ชนะ
4. ครเู ขยี นตัวอย่างประโยคบนกระดาน ดังนี้
If you go to the beach, wear a hat.
ครอู ธิบายว่าประโยคเงอื่ นไขสามารถนำมาใช้ในการส่งั การบอกให้ทำ หรือการให้คำแนะนำได้
จากนน้ั ครูให้นักเรยี นชว่ ยกนั วิเคราะหโ์ ครงสรา้ งประโยค

If + present simple, v.1
ครใู หต้ ัวอยา่ งนักเรียนเพิ่มบนกระดาน เชน่

If you ride a motorcycle, wear a helmet.
If you go skiing, wear goggles.
ในกรณใี ห้คำแนะนำ ครบู อกว่าสามารถใช้เพิ่มได้อีกโครงสร้างหนงึ่ โดยครเู ขียนตัวอย่างประโยคบน
กระดาน และให้นักเรยี นชว่ ยกนั วิเคราะห์โครงสรา้ ง
If you go to the beach, you should wear a hat.
If you go to the beach, you can play beach volleyball.
(If + present simple, subject + can/should + v.1)
5. ครใู ห้นกั เรียนจบั คู่ภาพกีฬากับภาพอปุ กรณ์ในหนงั สือเรยี น หน้า 22 ข้อ 2 Match the sports
with the equipment. ให้สมั พันธ์กนั เสร็จแล้วให้นักเรียนช่วยกนั เฉลยคำตอบ

2-d 3-b 4-a

จากนน้ั ให้นกั เรยี นแตง่ ประโยคเง่ือนไขทใี่ ช้ในการสงั่ หรือให้คำแนะนำ โดยใช้ขอ้ มูลจากภาพทีจ่ บั คู่
ถกู ต้องแล้ว เม่ือนักเรยี นแต่งประโยคเสรจ็ แลว้ ครสู ุ่มเรยี กนักเรียน 3 คน ออกมาเขยี นประโยคบน
กระดานคนละ 1 ข้อ แล้วครูตรวจความถกู ต้อง และใหน้ ักเรยี นอา่ นประโยคพร้อมกัน

2. If you go sailing, wear a lifejacket.
3. If you go skateboarding, wear knee pads.
4. If you go swimming, wear goggles.

Background Information

ประโยคเงอ่ื นไข (Conditionals)

โครงสร้างประโยค If clause + main clause หรอื main clause + if clause

ตัวอย่าง If the weather is good tomorrow, we’ll have a picnic. หรือ

We’ll have a picnic if the weather is good tomorrow.

ประโยคเงอ่ื นไขมีหลายโครงสร้าง โดยทเ่ี รียนในบทนี้คือ

- Zero conditional ท่ใี ชส้ ั่ง บอกให้ทำ หรือให้คำแนะนำ

โครงสร้าง If + present simple + v.1 (imperative)

ตวั อย่าง If you go to the beach, wear suncream.

- First conditional ทใ่ี ช้ให้คำแนะนำ

โครงสรา้ ง If + present simple + can/should + v.1

ตัวอย่าง If you go to the beach, you should wear suncream.

ข้อสังเกต ในการเขยี นประโยคเงือ่ นไข เขยี นได้ 2 แบบ คอื นำ If clause วางไว้

ข้างหน้า และต้องมีเคร่ืองหมาย comma (,) ค่ัน If clause และตามด้วย main clause

อีกแบบคือ นำ main clause วางไวข้ ้างหนา้ แล้วตามดว้ ย If clause ซ่งึ ไมต่ ้องมี

เคร่อื งหมาย comma คั่น เช่น

If it rains, I will not go. หรือ I will not go if it rains.

6. นกั เรยี นดภู าพ a-d ในหนังสือเรียน หนา้ 23 ขอ้ 3 Listen and number. และครถู ามวา่ บุคคลใน
แต่ละภาพกำลังทำอะไร ให้นักเรยี นช่วยกนั ตอบ ต่อมาครเู ปิด CD/Track 20 ให้นักเรียนฟังบทสนทนา
แลว้ ใส่หมายเลขในช่องข้างๆ ภาพใหต้ รงกบั บทสนทนา โดยครูเปิด CD ทีละบทสนทนา เสร็จแลว้
ครูเฉลยคำตอบ จากนัน้ ให้นักเรยี นอ่านประโยค 1-4 แลว้ ครูเปดิ CD ใหน้ ักเรียนฟงั บทสนทนาอีกครั้ง
แล้วตอบว่าประโยคดงั กล่าวถูก (T) หรือผิด (F) แล้วครูเฉลยคำตอบร่วมกนั

1. Tom: I am going to go skateboarding. Could you give me some
advice?

Teacher: Sure. There are three things to remember when you go
skateboarding.

First, always wear a helmet. You can’t go skateboarding if
you don’t

wear a helmet. Second, wear knee pads and elbow pads.
And third,

don’t go skateboarding on the street.
Tom: OK. I’ve got a helmet. I’m going to buy knee pads and
elbow pads.
2. Teacher: Ow! Peter. Are you OK?
Peter: No, my knee hurts!
Teacher: Oh dear! Let’s have a look.
3. Ann: What’s wrong, Jane?
Jane: I’ve got a cold. I went sailing yesterday.
Ann: You should go home and a rest.
Jane: Yes, you are right.
4. Nick: Ow!
David: What’s wrong, Nick?
Nick: I have a twisted ankle.
David: Oh dear! Let’s have a look.

a-4 b-2 c-1 d-3
1. T 2. T 3. F 4. T

7. ครอู ธบิ ายการใช้ go และ play กับกฬี า แลว้ ให้นักเรียนเปดิ หนงั สอื เรียน หน้า 23 ข้อ 4 Classify
the words. ครูให้นักเรียนแยกคำศัพทเ์ กี่ยวกับกีฬาที่กำหนดให้วา่ ต้องใชร้ ว่ มกับ go หรือ play เสร็จ
แล้วครเู ฉลยคำตอบโดยเขยี นตารางบนกระดาน แล้วสมุ่ เรียกนักเรยี นออกมาเขียนคำศัพท์ลงในตาราง
ใหถ้ กู ต้อง และครูตรวจความถกู ต้อง

Background Information
play ใช้กับกฬี าที่มีอุปกรณก์ ารเล่นเป็นลกู บอล หรือกฬี าท่ีมกี ารแข่งขนั กนั เช่น

- They play tennis.
- I can play baseball.
- He plays football.
- She plays chess with her uncle.
go ใชก้ บั กีฬาทเี่ ติม -ing เช่น
- He goes skiing.
- I go snowboarding.
- She goes swimming.

go play
skateboarding football
sailing tennis
skiing ping-pong
climbing baseball
cycling basketball
surfing chess/cards

จากนัน้ ครูให้นักเรยี นจับคกู่ ับเพ่ือนพูดถาม-ตอบเกี่ยวกบั กฬี าทตี่ นเองเลน่ โดยใชร้ ปู ประโยคคำถาม
และคำตอบในหนงั สือเรยี น เชน่

Sam: What sports do you do?
George: I play basketball.
เมือ่ ถาม-ตอบกับคู่ของตนเองแลว้ ครใู หน้ กั เรยี นเปล่ยี นคู่กับค่อู น่ื ๆ อกี 3 คู่ และเปลีย่ นคำศัพท์
เกยี่ วกับกีฬาในการตอบคำถามดว้ ย

กจิ กรรมรวบยอด
1. ครูใหน้ ักเรยี นทำแบบฝกึ หัด หนา้ 18 ข้อ 1 Look at the pictures and write the words.
โดยดูภาพและเขียนคำศัพท์ใหส้ มั พันธก์ ัน ขณะทนี่ ักเรยี นทำแบบฝึกหัดครูเตรียมบตั รคำและบตั รภาพ
ดงั น้ี lifejacket, gloves, trainers, knee pads, helmet, ankle, goggles เมอ่ื นักเรียนทำ
แบบฝกึ หัดเสรจ็ แล้วครูตดิ บัตรภาพบนกระดาน จากน้ันชบู ัตรคำทีละใบโดยไม่เรยี งตามข้อ ให้นักเรียน
ออกเสียงตามบัตรคำนน้ั แล้วครสู มุ่ เรียกนกั เรียน 1 คน นำบตั รคำท่ีออกเสียงแลว้ ไปตดิ ใต้บัตรภาพให้
ถกู ต้อง เชน่
Teacher: Can you pronounce this word, please? (ครชู บู ตั รคำ gloves)

Students: Gloves.
Teacher: Susan, stick this paper under the picture on the board.
Susan: (นำบัตรคำไปติดใต้ภาพถงุ มอื )
Teacher: Correct! Very good!
ถา้ คนท่ีถูกสมุ่ เรยี กวางบตั รคำผิด ใหค้ รูเลือกนักเรียนอีกคนมาชว่ ยวางบัตรคำใหถ้ ูกตอ้ ง และครเู ฉลย
คำตอบอกี ครงั้ หรือครอู าจมอบหมายใหน้ ักเรียนทำแบบฝกึ หัดนี้เปน็ การบ้าน

1. lifejacket 2. gloves 3. trainers 4. goggles
5. knee pads 6. ankle 7. helmet

2. ครใู หน้ กั เรียนทำแบบฝึกหัด หนา้ 18 ข้อ 2 Complete the sentences. โดยเลอื กคำที่กำหนดให้
ไปเติมลงในประโยคให้เหมาะสม เสรจ็ แลว้ ครสู ่มุ เรียกนักเรียน 6 คน ใหอ้ า่ นประโยคคนละ 1 ประโยค
หรือครูอาจจะให้นักเรียนทำแบบฝกึ หดั น้ีเปน็ การบ้าน

1. If you ski, wear goggles.
2. If you go skateboarding, wear knee pads.
3. If you play baseball, you need a bat.
4. If you swim, wear a swimsuit.
5. If you play tennis, you need a racket.
6. If you go sailing, wear a lifejacket.

3. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 5-6 กลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มทำแบบฝึกหัด หนา้ 19 ข้อ 3 Look at the
pictures and complete the sentences. โดยดภู าพ อ่านคำถาม และเตมิ คำลงในประโยค

คำตอบใหถ้ ูกตอ้ ง เสรจ็ แล้วครูถามคำถามทีละข้อ ใหท้ ุกกลุ่มช่วยกันตอบ จากนั้นใหน้ กั เรียนถาม-ตอบ
ข้ามกลุ่มกัน
ครสู งั เกตการให้ความรว่ มมอื ของสมาชิกในแตล่ ะกลุ่ม หรือครูอาจจะใหน้ กั เรยี นทำแบบฝึกหดั นเี้ ป็น
การบ้าน

1. Her elbow is hurt.
2. He has a twisted ankle.
3. She has a cold.
4. His knee is hurt.
4. ครูใหน้ ักเรียนอา่ นประโยคที่ให้มาในแบบฝึกหัด หนา้ 19 ข้อ 4 Complete the sentences with
go or play. แลว้ เลอื กเติม go หรือ play ลงในประโยคให้ถกู ต้อง ใหน้ ักเรียนปรึกษากบั เพื่อนได้
เสรจ็ แลว้ เฉลยคำตอบร่วมกัน หรือครอู าจจะให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดนีเ้ ปน็ การบ้าน

1. play 2. go
3. go 4. go
5. go 6. play

5. ครูใหน้ กั เรียนรว่ มกนั รณรงค์การเลน่ กฬี าให้ปลอดภัย โดยจดั บอรด์ ในหวั ข้อ “Play safe” แลว้ ให้
นักเรียนช่วยกันวาดภาพคนละ 1 ภาพ ทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกับการเล่นกีฬาอยา่ งปลอดภัย และเขียนประโยค
บรรยายภาพ 1 ประโยค โดยใช้ประโยคเง่ือนไขที่เรยี นมา เชน่ If you go climbing, wear a
helmet.

2. ชั่วโมงที่ 7-8

กิจกรรมนำสู่การเรียน
1. ครใู ห้นักเรยี นทบทวนคำศัพท์เกี่ยวกบั อปุ กรณ์กีฬาด้วยบัตรภาพและบัตรคำ
2. ครถู ามนกั เรียนว่า มีใครออกกำลังกายเปน็ ประจำทุกวนั บา้ ง จากน้ันครบู อกประโยชนข์ องการ
ออกกำลงั กาย ซ่ึงจะสง่ ผลใหร้ ่างกายแข็งแรง มสี ุขภาพดี
3. ครบู อกนกั เรียนว่า ในชั่วโมงนน้ี กั เรยี นจะได้เรยี นเกีย่ วกบั การถามและตอบเกีย่ วกบั อาการบาดเจ็บ
รวมท้งั การอา่ นและเขยี นเก่ยี วกบั คำแนะนำในการเลน่ กฬี า

กจิ กรรมพัฒนาการเรยี นรู้
1. ครูขออาสาสมัคร 1 คน ให้แสดงท่าทางเจ็บหัวเขา่ แล้วครถู ามอาการบาดเจบ็ ของนักเรยี น ดังน้ี

Teacher: What’s wrong with you, Tom?
Tom: My knee is hurt.
แล้วครูเขียนคำถาม What’s wrong with you? บนกระดาน และอธิบายวา่ เราใช้คำถามนีเ้ พ่ือถาม
อาการบาดเจบ็ หรือเม่ือเหน็ ว่ามอี าการผดิ ปกติ
ต่อมาครูทบทวนประโยคเงื่อนไขที่ใชใ้ นการให้คำแนะนำ โครงสร้างต่อไปน้ี If + present simple, +
ประธาน + can + v.1. พร้อมท้งั ยกตัวอยา่ งบนกระดาน เช่น If you have a twisted ankle, you
can’t play football.
จากนัน้ ครูให้นักเรียนจบั คู่กับเพือ่ น ช่วยกันอ่านข้อความในหนังสือเรียน หน้า 24 ขอ้ 5 Read and
answer the questions. แลว้ ตอบคำถาม เสร็จแลว้ ครเู ฉลยคำตอบ

1. He wants to go surfing next month.
2. He has a twisted ankle.

แล้วครูให้แต่ละคู่ดูภาพ 1-3 และวลี a-c แล้วจับคูภ่ าพกบั วลใี ห้สมั พนั ธก์ ัน จากนัน้ เตมิ คำแนะนำใน
แตล่ ะข้อใหส้ มบรู ณ์ ซงึ่ ข้อ 1 ได้ทำเป็นตัวอย่างแล้ว เสรจ็ แลว้ ครูสุ่มเรยี กนกั เรียน 2 คู่ อ่านประโยค
คลู่ ะ 1 ข้อ และให้คอู่ นื่ ๆ ช่วยกันตรวจคำตอบ

2. If you rest your foot, you can go surfing in two weeks.
3. If you put an ice pack on the ankle, you can go surfing in two

weeks.

2. นกั เรียนจับคกู่ บั เพ่ือนพูดสนทนาเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บหรือเจบ็ ป่วย โดยดูรปู ประโยคคำถาม
คำตอบ และคำแนะนำในหนังสอื เรียน หนา้ 24 ข้อ 6 Match the problems with the
advice. Then ask and answer. ครูใหน้ ักเรียนฝึกพูดสนทนา 5-8 นาที โดยใหใ้ ช้นำ้ เสียง และ
แสดงทา่ ทางให้สมจรงิ ขณะนักเรียนทำกิจกรรมครเู ดินสงั เกตรอบๆ ช้ันเรยี น แลว้ สมุ่ เรียกนักเรียน 4-
5 คู่ ออกมาพดู สนทนาหน้าชั้นเรยี น

3. ครนู ำใบปลวิ หรอื แผ่นพบั มาแสดงใหน้ กั เรียนดู และพูดแนะนำวา่ These are leaflets. จากนัน้ ครู
อ่านคำส่ังในหนงั สอื เรยี น หน้า 25 ข้อ 7 Read the leaflet about how to ride a bike
safely and complete the chart. แล้วครูใหน้ ักเรยี นอา่ นใบปลวิ ท่ีให้มาในหนงั สอื เรียน จากนั้น
ครแู บง่ กระดานเป็น

2 ด้าน เขียนหวั ข้อ Things you should do และ Things you shouldn’t do และให้นักเรยี น
รว่ มกันอภิปรายว่าข้อมูลใดในใบปลวิ เปน็ ส่งิ ทคี่ วรทำและไม่ควรทำในการขี่จกั รยาน ครเู ขียนข้อมลู ที่
นักเรียนบอกลงในตารางบนกระดาน

Things you should do Things you shouldn’t do

- Wear a helmet. - Carry friends on your bike.
- Give hand signals. - Ride with no hands.
- Stop at traffic lights. - Ride on the wrong side of the

road.

เสรจ็ แล้วครูอธบิ ายกับนักเรยี นว่า นอกจากโครงสรา้ งประโยคเงื่อนไขทีใ่ ช้ในการพดู แนะนำทเี่ รยี นไปแลว้ เรา
ยังสามารถใช้ประโยคง่ายๆ should + v. 1 หรอื should not (shouldn’t) + v. 1 ในการพูด ให้คำแนะนำ
เชน่ You should do your homework. You shouldn’t copy your friends’ homework. จากนนั้ ครใู ห้
นักเรียนทำงานค่ผู ลัดกันพูดใหค้ ำแนะนำโดยใชข้ ้อมูลจากตารางบนกระดาน เชน่

A: You should wear a helmet.
B: You shouldn’t carry friends on your bike.

กิจกรรมรวบยอด
1. นักเรยี นจับคู่กบั เพ่ือน และครูแจกกระดาษ A4 ให้คู่ละ 1 แผน่ เพ่ือเขียนใบปลวิ เกีย่ วกบั การ
เลน่ สเกตบอรด์ อยา่ งปลอดภัย โดยใชข้ ้อมูลทก่ี ำหนดให้ในหนังสอื เรียน หน้า 25 ขอ้ 8 Write a
leaflet about how to ride a skateboard safely. Use the words in the box to
help you. ครูเนน้ ให้นักเรียน มีความคดิ สร้างสรรค์ โดยอาจจะวาดภาพหรอื หาภาพมาติดประกอบ

ตวั อย่าง
Tips for safe skateboarding

 Wear a helmet.
 Wear knee pads.
 Wear elbow pads.
 Don’t play in the street.

2. นักเรียนจัดทำสมดุ คำศัพท์ Your word book โดยรวบรวมคำศัพทใ์ หมใ่ น Unit 2 โดยครูเนน้ ให้
นักเรยี นแบง่ หัวข้อในการจดบันทึกคำศพั ท์ใหช้ ดั เจน เช่น คำศพั ท์เกี่ยวกับชอ่ื กีฬา, คำศัพทเ์ กี่ยวกบั
อปุ กรณ,์ คำศัพทเ์ กี่ยวกับอาการบาดเจ็บ และคำคณุ ศัพท์ ครูใหน้ กั เรียนหาคำศพั ท์เพ่ิมเติมในแตล่ ะ
หัวขอ้ หัวข้อละ 2 คำ จากนั้นวาดภาพประกอบและระบายสใี หส้ วยงาม แลว้ ใหน้ ักเรียนนำไปท่องใน
เวลาว่าง

3. นักเรยี นทำแบบฝกึ หัด หน้า 20 ข้อ 5 Complete the short dialogues. โดยอา่ นบทสนทนา
และเตมิ คำที่กำหนดให้ลงในช่องว่างใหถ้ ูกต้อง เสรจ็ แลว้ ครสู ุ่มเรียกนักเรียน 3 คน บอกคำตอบ ครู
ตรวจความถกู ต้อง และให้นกั เรยี น 3 คู่ อ่านบทสนทนา หรือครูอาจจะให้นักเรยี นทำเป็นการบ้าน

1. If you take some medicine, you can go to school a few days.
2. If you rest your leg, you can walk in a week.
3. If you rest your foot, you can go skateboarding in a week.

4. ครทู บทวนการใช้ Question words โดยให้นักเรยี นช่วยกันบอกวา่ Question words แต่ละคำใช้
อย่างไร
What ใช้ถามข้อมูล เชน่ ชอ่ื , ท่อี ยู,่ สง่ิ ของ
When ใชถ้ ามเกี่ยวกับเวลา
Where ใช้ถามเกย่ี วกับสถานที่
Why ใช้ถามเกีย่ วกับเหตผุ ล
จากน้ันให้นักเรยี นอา่ นคำถามและคำตอบในแบบฝกึ หัด หน้า 20 ขอ้ 6 Complete with What,
When, Where or Why. แล้วเลอื ก What, When, Where, Why เติมลงในคำถามใหถ้ กู ต้อง เสรจ็
แล้วเฉลยคำตอบรว่ มกนั หรือครอู าจจะใหน้ กั เรียนทำแบบฝึกหัดนเี้ ป็นการบ้าน

1. What 2. What
3. When 4. Where
5. Why

5. นักเรียนตอบคำถามเกย่ี วกับตนเองในแบบฝึกหดั หน้า 20 ข้อ 7 Answer the questions about
yourself. เม่ือทำเสร็จแลว้ ให้นกั เรยี นจบั คู่กบั เพ่ือนผลดั กันพูดถาม-ตอบ หรือครูอาจจะให้นักเรยี น
ทำแบบฝกึ หัดนเี้ ป็นการบ้าน

ตวั อยา่ ง
1. My favourite sport is tennis.
2. I need a racket, a tennis ball and trainers.
3. I play in the evening.

6. นักเรียนอ่านขอ้ ความในแบบฝึกหดั หน้า 21 ข้อ 8 Read and complete. แลว้ นำคำทกี่ ำหนดให้
ไปเตมิ ลงในช่องวา่ ง เสร็จแล้วครูและนักเรยี นช่วยกันเฉลยคำตอบ หรือครูอาจใหน้ กั เรียนทำ
แบบฝึกหัดนี้เปน็ การบ้าน

2. helmet 3. signals 4. stop

5. hands 6. don’t

ครเู ลือกนักเรียน 2 คน ออกมาหน้าช้ันเรยี น โดยนกั เรยี นคนแรกอ่านประโยค 3 บรรทัดแรก และ
อีก 1 คน อ่านประโยคท่เี หลืออีก 3 บรรทดั
7. ครูแบง่ นกั เรยี นออกเป็นกลมุ่ ให้แตล่ ะกลมุ่ ช่วยกนั คดิ และเขียนเก่ียวกับวิธีเล่นสเกตบอรด์ อย่าง
ปลอดภยั โดยใชค้ ำทก่ี ำหนดให้ในแบบฝึกหดั หน้า 21 ขอ้ 9 Write a text about how to ride
a skateboard safely. Use the words in the box. เม่ือเขยี นเสรจ็ แลว้ ครูให้แตล่ ะกลุ่ม
ออกมานำเสนอหนา้ ชัน้ เรียน แลว้ ครตู ดิ ผลงานของแต่ละกลุม่ บนบอรด์

ตวั อยา่ ง
If you want to ride a skateboard safely, follow my advice. You
should wear a helmet, knee pads and elbow pads. Don’t ride
a skateboard in the street. It is dangerous.

6.3 ชั่วโมงท่ี 9-10

กจิ กรรมนำสกู่ ารเรยี น
1. ครทู บทวนคำศัพทเ์ กยี่ วกับกีฬาและอปุ กรณก์ ารเล่น และอปุ กรณ์ป้องกนั อันตราย โดยใหน้ กั เรียนเล่น
เกม Hangman หรอื Spelling Bee
2. ครบู อกนักเรียนวา่ ในช่ัวโมงนจ้ี ะเป็นการทบทวนบทเรียนท่ีได้เรียนไปแล้วใน Lesson 1 และ Lesson
2

กิจกรรมพฒั นาการเรยี นรู้

1. ครเู ตรยี มบัตรภาพกฬี ามา 4 ชนดิ แลว้ สุม่ เรียกนกั เรียน 1 คน ออกมาเลือกบัตรภาพ 1 ใบ และถือ

บัตรภาพกีฬาชนิดน้นั ไว้ จากน้ันครูถามคำถาม ดังน้ี

Teacher: What is your favourite sport?
Bob: I like basketball. (ถือภาพกีฬาบาสเกตบอล)
Teacher: Why do you like this sport?

Bob: It is fun.
Teacher: Where do you do the sport?

Bob: At the gym.
Teacher: What do you need for your favourite sport?
Bob: I need a ball and trainers.

Teacher: That’s very good, Bob.

จากนั้นครูเขียนคำถามบนกระดาน แลว้ ให้นักเรยี นจับคู่กบั เพ่ือนฝึกพูดถาม-ตอบ โดยดูคำถามบน

กระดาน หรือในหนังสือเรียน หน้า 26 ข้อ 1 Work with a friend. Ask and answer the

questions. จากนัน้ ครูสุ่มเรียกนกั เรียน 3-4 คู่ ออกมาพูดถาม-ตอบหน้าช้นั เรยี น

2. ครูใหน้ กั เรยี นจับคู่กบั เพอื่ น ช่วยกันเรยี งลำดับประโยคในหนังสอื เรยี น หน้า 26 ข้อ 2 Put the

dialogue in the correct order. ใหเ้ ปน็ บทสนทนาท่ีถูกต้อง เสร็จแลว้ ครูเปดิ CD/Track 21 ให้

นักเรียนฟงั เพื่อตรวจคำตอบ

A: What sports do you like?
B: I like surfing. Do you?
A: I think it’s dangerous.
B: It is sometimes, but it’s exciting.
A: How often do you go surfing?
B: Every weekend.
Now listen and check your answers. Then practise with your partner.

4 It is sometimes, but it’s exciting.
2 I like surfing. Do you?
6 Every weekend.
1 What sports do you like?
3 I think it’s dangerous.
5 How often do you go surfing?

จากนน้ั ให้นักเรยี นแตล่ ะค่ฝู ึกพดู บทสนทนา ครูเดินสงั เกตขณะนักเรียนทำกิจกรรม แลว้ สุม่ เรยี ก

นกั เรียน 3-4 คู่ ออกมาพูดสนทนาหนา้ ชน้ั เรยี น

3. ครชู ภู าพกีฬา 1 ชนิด แล้วส่มุ ถามนักเรยี น 1 คน ใหต้ อบคำถาม เช่น

Teacher: What sports do you like, Sarah? (ครชู ภู าพกีฬา

วอลเลยบ์ อล)

Sarah: Volleyball.

Teacher: Can you play volleyball, Sarah?

Sarah: Yes, I can.

Teacher: Can it be dangerous, Sarah?

Sarah: Yes, it can.

Teacher: You should wear knee pads and elbow pads.

จากนน้ั ให้นักเรียนเปิดหนงั สือเรยี น หนา้ 27 ข้อ 3 Read and complete the text. แล้วอ่าน

ขอ้ ความในหัวข้อ “PLAY SAFE” ครูใหเ้ วลาอ่าน 5 นาที เมอ่ื หมดเวลาครบู อกนักเรยี นว่า “Times

up!” แล้วครูถามคำถามนักเรียน ดงั นี้

Teacher: What sports can be dangerous?

Students: Every sport.

Teacher: What should you do before you start to play sport?

Students: Warm up.

Teacher: If you like skateboarding, what equipment do you need?

Students: A helmet, knee pads and elbow pads.


















Click to View FlipBook Version