The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วย ๑ ท๒๓๑๐๒ ภาค ๒-๒๕๖๓

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วย ๑ ท๒๓๑๐๒ ภาค ๒-๒๕๖๓

แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วย ๑ ท๒๓๑๐๒ ภาค ๒-๒๕๖๓

แผนการจดั การเรียนรู้

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๒๓๑๐๒ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๓

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๑ บทละครพูดเหน็ แก่ลูก เรอ่ื ง มาเรียนร้บู ทละครพดู เรอื่ งเหน็ แก่ลูก

เวลา ๓ ชว่ั โมง ภาคเรียนท่ี ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๕๙ ผู้สอน นางสาวดาราวรรณ ธนันฐติ ิวัชร์

............................................................................................................................. ...............................

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณ์วรรณคดวี รรณกรรมไทยอย่าง เห็น

คณุ ค่า และนำมาประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ

ตัวช้ีวัด/ผลการเรียนรู้

ท ๕.๑ ม.๓/๑ สรุปเน้ือหาวรรณคดวี รรณกรรมและวรรณกรรมทอ้ งถน่ิ ในระดับที่ยากยงิ่ ข้ึน

สาระสำคญั
บทละครพูด เร่ือง เห็นแก่ลูก เป็นวรรณกรรมท่ีพระราชนิพนธ์โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

รัชกาลที่ ๖ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ วรรณกรรมเรื่องนี้เป็นวรรณกรรมเร่ืองส้ัน ๆ ท่ีมีเนื้อเร่ืองที่สนุก เขา้ ใจง่าย และยัง
แฝงแง่คิดไว้ภายในเร่ืองอีกด้วย ดังนั้นนักเรียนจึงจำเป็นที่จะต้องศึกษาถึงประวัติผู้แต่ง รูปแบบของงานเขียนชนิดน้ี
ท่มี าของงานเขียนชนิดน้ี เนอื้ เรือ่ งย่อ ข้อคดิ ที่ไดร้ ับ และวิเคราะหต์ วั ละคร ซง่ึ เปน็ ส่วนท่สี ำคญั ในการศึกษาในงานเขยี น

ชิน้ น้ีต่อไป

สาระการเรยี นรู้
ความรู้
ผู้แตง่ จดุ มงุ่ หมายในการแต่ง ลักษณะการแต่ง

ทักษะ/กระบวนการ
๑. ทักษะในการอ่าน และศกึ ษาพระราชประวตั ิ ผลงาน ของพระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยู่หัว

(รชั กาลท่ี ๖)
๒. ทักษะการคดิ และสรุปความรู้

คณุ ลักษณะ

๑. ใฝ่เรียนรู้
๒. มงุ่ ม่ันในการทำงาน

๓. มวี นิ ยั
สมรรถนะสำคัญ

๑. ความสามารถในการส่อื สาร ใช้ภาษาในการถ่ายถอดความคิด ความรคู้ วามเข้าใจ

๒. ความสามารถในการคิด รูจ้ กั วเิ คราะห์ เพอ่ื นำไปสกู่ ารสร้างองค์ความรู้

การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
ช่ัวโมงท่ี ๑
ข้ันนำเขา้ สู่บทเรียน

๑. นกั เรยี นช่วยกันตอบคำถามเกยี่ วกับผแู้ ตง่ บทละครพูดเรอื่ งเห็นแกล่ กู โดยนกั เรียนช่วยกนั เลือกเปดิ
แผ่นป้ายทีละแผ่นปา้ ย ใน Power Point แล้วทายว่าเป็นลกั ษณะหรือคุณสมบัติของใคร

- พระราชโอรสในสมเด็จพระศรพี ัชรนิ ทราบรมราชนิ ีนาถ
- เสด็จไปศึกษาตอ่ ณ ประเทศองั กฤษ
- พระมหากษัตรยิ ์ไทยพระองคแ์ รกทีท่ รงไดร้ บั การศกึ ษาจากตา่ งประเทศ
- ทรงประกอบพระราชพธิ อี ภิเษกสมรสกับเจ้าจอมสวุ ัทนา
- ทรงพระประชวรด้วยพระโรคพระโลหติ เป็นพษิ ในพระอทุ ร
- โปรดเกล้าฯ ใหต้ ราพระราชบญั ญัตกิ ารพิมพ์ฉบับแรกขนึ้
- ผูแ้ ตง่ ตามใจท่าน หมอจำเปน็ มหาตมะ วลิ ัยเลือกคู่ ปล่อยแก่
- ได้เสด็จไปศกึ ษาท่ีประเทศอังกฤษทง้ั วชิ าทหารและพลเรือน ทมี่ หาวิทยาลยั อ๊อกฟอร์ด
ครูเชือ่ มโยงวา่ บุคคลทนี่ กั เรียนทายเปน็ ผพู้ ระราชนิพนธบ์ ทละครพดู เหน็ แก่ลูกซ่ึงเราจะเรยี นในลำดับต่อไป
ขนั้ พัฒนาผู้เรยี น
๒. นักเรยี นศึกษาประวตั ิ รชั กาลท่ี ๖ จากใบความรู้ “พระราชประวัตนิ ีม้ คี วามหมาย”
รว่ มพดู คุยและแลกเปลี่ยนความรู้ในห้องเรียน
๓. นกั เรียนศกึ ษาจดุ มงุ่ หมาย และลักษณะการการแตง่ บทละครพดู เรื่องเห็นแกล่ กู ในหนังสือเรียน
รายวิชาพื้นฐานภาษาไทย วรรณคดวี ิจักษ์ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓ บนั ทกึ ลงในสมุด
ขน้ั รวบยอด
๔. นกั เรยี นเล่นกจิ กรรม “แฟนพันธ์แุ ท้” แบ่งกลมุ่ กลุ่มละ ๓ – ๕ คน ตามแถวที่น่งั เพ่ือตอบคำถาม
โดยครูจะแจกป้ายคำตอบ “ใช”่ และ “ไมใ่ ช”่ แล้วครูจะพดู ข้อความขึน้ ซ่งึ เกย่ี วกบั พระราชประวัติ ผลงาน ของ
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยู่หัว (รชั กาลที่ ๖) จุดม่งุ หมาย และลักษณะในการแตง่ บทละครพดู เรอ่ื งเห็น
แกล่ กู
๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มยกป้ายตอบตามสัญญาณของครู กลุ่มไหนที่ตอบถูกต้องจะได้รับคะแนนสะสม
เพ่ิมเติม
๖. นกั เรียนแตล่ ะกลุม่ สรปุ ความรแู้ ละสิง่ ทไี่ ดจ้ ากการทำกจิ กรรมในชั้นเรียน

ชว่ั โมงท่ี ๒
ข้ันนำเขา้ สู่บทเรยี น

๑. นกั เรยี นช่วยกนั ตอบคำถามของครเู พ่ือทบทวนวา่ คาบเรียนทผี่ ่านมา เรียนเรอื่ งอะไรไปบ้าง ดังนี้
- ผแู้ ตง่ บทละครพูดเร่ืองเห็นแก่ลูกคอื ใคร
- จุดมงุ่ หมายในการแตง่ บทละครพดู เรือ่ งเห็นแก่ลูกคอื อะไร
- ลักษณะการแตง่ บทละครพูดเรื่องเห็นแก่ลูกคืออะไร

ขั้นพัฒนาผู้เรยี น
๒. นกั เรยี นแบง่ กลุ่ม ๕ กลุม่ (ตามท่ีครแู บ่งตามกล่มุ ผ้เู รียนเก่ง ปานกลาง อ่อน)
๓. นักเรียนแต่ละกล่มุ ศกึ ษาความรู้เกย่ี วกับละครพูด จากเวบ็ ไซต์ ในห้องสมุด E-Library ดังน้ี
- http://www.banramthai.com/html/lakhon9.html

- https://www.silpa-mag.com/history/article_41565
- https://www.baanjomyut.com/library/ancient_drama/04.html
๓. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มบันทกึ ความรูเ้ ปน็ ผังความคิดร่วมกนั ลงในกระดาษฟฟิ ชาร์ต เพอื่ นำเสนอคาบ
ตอ่ ไป
ขนั้ รวบยอด
๔. นกั เรียนและครสู รุปความรรู้ ่วมกัน และทบทวนงานท่ีไดร้ บั มอบหมาย

ชวั่ โมงท่ี ๓
ข้นั นำเขา้ สู่บทเรยี น

๑. นกั เรยี นชว่ ยกนั ตอบคำถามของครูว่าที่ผ่านมาคาบเรยี นทแ่ี ลว้ เราเรียนและทำกจิ กรรมอะไรมาบา้ ง
ขัน้ พฒั นาผู้เรียน

๒. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มนำเสนอความร้เู ร่อื งละครพดู กลุ่มละ ๓-๕ นาที โดยมีครแู นะนำความรู้เพมิ่ เติม
๓. ครเู ปิดโอกาสให้นกั เรียนสอบถามเกี่ยวกับความรู้บทละครพดู
ขน้ั รวบยอด
๔. นกั เรียนและครูสรปุ ความร้รู ่วมกัน

สอื่ /อุปกรณ/์ แหลง่ เรียนรู้
๑. ปา้ ย “ใช”่ “ไม่ใช”่
๒. ป้ายบอกคณุ สมบตั ิและลกั ษณะของผูแ้ ตง่
๓. หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพ้ืนฐานภาษาไทย วรรณคดีวจิ ักษ์ ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๓
๔. ใบความรู้ “พระราชประวัตินีม้ ีความหมาย”
๕. Power Point เว็บไซต์ - http://www.banramthai.com/html/lakhon9.html
- https://www.silpa-mag.com/history/article_41565
- https://www.baanjomyut.com/library/ancient_drama/04.html
๖. ห้องสมดุ E-Library

หลกั ฐานการเรียนรู้
๑. สมดุ บนั ทกึ ความรู้
๒. ผังความคิดละครพดู

การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

เปา้ หมาย/จุดประสงค์ หลกั ฐาน วธิ ีการประเมิน เครอื่ งมือวดั เกณฑก์ ารประเมิน

ความรู้ - แบบประเมนิ การเขียน - ระดับคณุ ภาพอยใู่ น

- ผู้แต่ง จุดมุ่งหมายในการ - สมดุ บนั ทึก - ตรวจการเขยี น
บันทกึ ความรู้
แตง่ ลักษณะการแต่ง ความรู้ บันทกึ ความรู้ ระดบั ดีข้ึนไป

ทกั ษะ/กระบวนการ - สมดุ บนั ทึก - ตรวจการเขยี น - แบบประเมนิ การเขียน - ระดับคณุ ภาพอยู่ใน
ความรู้ บนั ทกึ ความรู้ บนั ทกึ ความรู้
- ทกั ษะในการอา่ น และศกึ ษา ระดับดีขึ้นไป
พระราชประวตั ิ ผลงาน ของ -ผงั ความคดิ -ตรวจการทำผงั
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎ ละครพูด ความคดิ ละครพูด -แบบประเมินผงั ความคิด
เกล้าเจ้าอยู่หวั (รชั กาลท่ี ๖)
- ทักษะการคดิ และสรุป - คะแนนสงั เกต - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพอยูใ่ น
ความรู้ พฤตกิ รรมการ การเรยี นเป็น การเรียนเป็นรายบคุ คล ระดบั ดีข้ึนไป
เรยี นเปน็ รายบคุ คล
คุณลกั ษณะ รายบุคคล

- ใฝ่เรียนรู้

- มงุ่ ม่ันในการทำงาน

- มวี นิ ัย

เกณฑก์ ารประเมินพฤตกิ รรมการเรียนเป็นรายบคุ คล
คำชี้แจง : เกณฑก์ ารประเมินพฤติกรรมการเรยี นเป็นรายบุคคลสร้างข้นึ เพ่ือให้ครใู ชเ้ ป็นเกณฑ์ในการประเมิน

นกั เรียนเป็นรายบคุ คลโดยพจิ ารณาพฤตกิ รรมของนักเรยี นว่าตรงเกณฑ์ในชอ่ งใด

เกณฑก์ ารประเมนิ ดมี าก (๓) ระดับคะแนน ควรปรบั ปรุง (๐)
ดี (๒) พอใช้ (๑)

๑. มคี วามใฝ่เรยี นรู้ นกั เรยี นตั้งใจเรียนและ นกั เรียนตงั้ ใจเรียนและ นกั เรียนไมค่ อ่ ยตง้ั ใจเรียน นกั เรียนไมต่ ้ังใจเรียน

ไม่พดู คยุ กบั เพอื่ นในห้อง พูดคุยกบั เพื่อนในหอ้ ง และ พูดคุยกับเพ่อื นใน และ พูดคุยกับเพือ่ นใน

ขณะทีค่ รสู อน บา้ ง ๑ ครง้ั ขณะทค่ี รู ห้อง ๒ - ๓ ขณะทค่ี รู หอ้ งตั้งแต่ ๓ ครัง้ ขน้ึ

สอน สอน ไป

๒. มคี วามมุ่งมน่ั ในการ ทำงานท่ีไดร้ บั มอบหมายตาม ต้องคอยควบคุม ตอ้ งคอยควบคมุ นกั เรียนไม่ใส่ใจ และไม่

ทำงาน กำหนดเวลา การทำงานทไ่ี ดร้ ับ การทำงานที่ไดร้ บั สนใจในการทำงาน

มอบหมายเป็นบางครั้ง มอบหมายบอ่ ยครัง้ ตามทไ่ี ด้รับมอบหมาย

๓. มวี ินยั -สง่ งานครบถว้ นตรงตาม -สง่ งานครบถ้วนแตช่ ้า -สง่ งานครบถว้ นแตช่ า้ -ส่งงานครบถ้วนแต่ช้า
เวลาท่กี ำหนด กว่าเวลาท่กี ำหนด กว่าเวลาทีก่ ำหนด กวา่ เวลาทกี่ ำหนด 5
-เข้าชน้ั เรียนตรงเวลา 1-2 วนั 3-4 วัน วนั ข้ึนไปหรอื ไม่ส่ง
-ไม่เขา้ ชั้นเรียน
๔. สมุดบนั ทกึ ความรู้ เขยี นความรู้ -เข้าช้นั เรยี นชา้ -เข้าช้นั เรยี นช้า
ความคดิ เขยี นความรู้
และความร้สู ึก ๕ - ๑๐ นาที เกนิ กวา่ ๑๐ นาที ที่ได้รับจาก
ทไ่ี ด้จาก บทเรยี น
การเรยี นรู้ใน เขียนความรู้ เขยี นความรู้ เปน็ ความรแู้ บบ
แงม่ ุมทน่ี ่าสนใจ ความคิด และความคดิ ท่องจำ
เป็นประโยชน์ และความรูส้ กึ ตามบทเรยี น ไม่สามารถ
ในการดำเนินชีวติ ที่ไดจ้ าก สอดแทรก เชื่อมโยงกับ
การเรยี นรูใ้ น ความคดิ ทเ่ี พม่ิ ชีวิตจริงได้
ทั้งต่อตนเอง แงม่ ุมทน่ี า่ สนใจ เติมขน้ึ เล็กนอ้ ย
และผู้อ่ืน เปน็ ประโยชน์ ให้เช่ือมโยงกบั
ในการดำเนินชวี ิต ชวี ติ จรงิ
ของตนเอง

แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเรยี นเปน็ รายบุคคล

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี……..หนว่ ยท…่ี ..…เรื่อง………………………………..……..
ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี…….....……ปีการศึกษา...........................

คำชแี้ จง ใหผ้ ู้ประเมินพิจารณาพฤตกิ รรมของผู้เรยี นแตล่ ะคนและเขยี นเครือ่ งหมาย ✓ ลงในช่องระดบั คะแนน

พฤติกรรม มีความใฝ่เรียนรู้ รวม
เลข มีความมุ่งมั่นในการ
ท่ี
ทำงาน
มี ิว ันย
สมุด ับน ึทกความรู้

ชอ่ื - สกุล ๐๑๒๓๐๑๒๓๐๑๒๓๐๑๒๓

เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ

๑๑ - ๑๒ ดีมาก

๙ - ๑๐ ดี ลงชอื่ ..............................................
ผปู้ ระเมิน
๕ – ๘ พอใช้

๐ - ๔ ควรปรบั ปรุง

เกณฑก์ ารประเมินผังความคิด
คำชแ้ี จง : เกณฑก์ ารประเมินผังความคดิ เพอื่ ใหค้ รูใชเ้ ปน็ เกณฑ์ในการประเมินนกั เรยี นว่าตรงเกณฑ์ในช่องใด

ระดับคะแนน ดมี าก (๔) ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรบั ปรงุ (๑)
เกณฑ์ประเมิน
เขียนความคดิ รวบยอด เขียนความคิดรวบยอด เขยี นความคดิ รวบยอด เขียนความคดิ รวบยอด
รปู แบบ หลักไว้ตรงกลาง หลกั อยูต่ รงกลาง หลัก ไว้ ตรงกลาง หลกั ไมอ่ ย่ตู รงกลาง
หน้ากระดาษตัวใหญ่ หนา้ กระดาษตัวใหญ่ หนา้ กระดาษ ตวั ใหญ่ หน้ากระดาษตวั ใหญ่
เนอ้ื หา ความคดิ ท่สี ำคัญนอ้ ยลง ความคดิ ทสี่ ำคัญน้อยลง ความคดิ ท่สี ำคญั น้อยลง ความคดิ ที่สำคัญ น้อยลง
สญั ลกั ษณ์ ไปอยบู่ ริเวณรมิ ขอบ โดย ไปอยบู่ รเิ วณรมิ ขอบ โดย ไปอยู่บรเิ วณรมิ ขอบ แต่ ไปอยู่บริเวณรมิ ขอบ และ
ทกุ กิง่ เริ่มเส้นใหญแ่ ล้ว บาง กิ่งเรมิ่ เส้นใหญแ่ ลว้ ขนาดเส้นเทา่ กนั ตลอด ขนาดเส้นเทา่ กันตลอด
การใชส้ ี ค่อยเรียว เล็กลง ค่อยเรยี ว เล็กลง ทงั้ กง่ิ ทัง้ กิง่
การนำเสนอเปน็ ไป การนำเสนอเปน็ ไป การนำเสนอไมเ่ ป็นไป การนำเสนอไมเ่ ปน็ ไป
ตามลำดับ ข้ันตอน ตามลำดบั ขั้นตอน ตามลำดับข้ันตอนความ ตามลำดบั ข้ันตอนความ
ความถูกตอ้ งของ เนื้อหา ความถกู ต้องของ เน้ือหา ถูกตอ้ งของเน้อื หา และ ถกู ต้องของเน้ือหา และ
และไมเ่ ขียนทับเส้น แต่เขียนทับเสน้ ไม่เขยี นทับเส้น เขยี นทับเส้น
ใช้เครอื่ งหมาย รูปภาพ ใช้เคร่ืองหมาย รูปภาพ ใช้เครอื่ งหมาย รูปภาพ ไมไ่ ดใ้ ช้เคร่ืองหมาย
สมการ สัญลักษณ์ แทน สมการ สัญลกั ษณ์ แทน สมการ สัญลักษณ์ แทน รูปภาพ สมการ
กฎ ทฤษฎี หลกั การ กฎ ทฤษฎี หลกั การ กฎ ทฤษฎี หลักการ สัญลกั ษณ์ แทน กฎ
นิยาม ตา่ งๆ ได้ถกู ต้อง นิยาม ตา่ งๆ ได้ถกู ต้อง นยิ าม ตา่ งๆ ได้ไม่ถกู ตอ้ ง ทฤษฎี หลกั การ นยิ าม
และครบถ้วน แตไ่ ม่ครบถ้วน และไม่ครบถ้วน ตา่ งๆ
ใช้สที ีช่ ่วยจดจำ เพลนิ ตา ใช้สีทช่ี ่วยจดจำ เพลนิ ตา ใชส้ ีท่ีชว่ ยจดจำ เพลนิ ตา ไมใ่ ชส้ ีท่ชี ่วยจดจำ เพลนิ
สี เดยี วตลอดก่งิ แตล่ ะกงิ่ สี เดยี วตลอดก่ิง บางกิง่ สี แตค่ นละสีในกิง่ เดยี วกัน ตา
สไี ม่ ซำ้ กนั ซ้ำกนั

แบบประเมนิ ผังความคิด

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี……..หน่วยท…่ี ..…เรอื่ ง………………………………..……..
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี…….....……ปีการศึกษา...........................

คำชแ้ี จง ใหผ้ ู้ประเมินพจิ ารณาพฤตกิ รรมของผู้เรียนแต่ละคนและเขยี นเครอ่ื งหมาย ✓ ลงในชอ่ งระดับคะแนน

พฤตกิ รรม รูปแบบ รวม
เลข เ ื้นอหา
ที่ สัญลักษ ์ณ
การใช้สี

ชอ่ื - สกุล ๐๑๒๓๐๑๒๓๐๑๒๓๐๑๒๓

เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ

๑๑ - ๑๒ ดีมาก

๙ - ๑๐ ดี ลงช่อื ..............................................
ผู้ประเมนิ
๕ – ๘ พอใช้

๐ - ๔ ควรปรับปรุง

ความร้เู พิม่ เติม
เรอื่ ง พระราชประวตั นิ ้ีมคี วามหมาย

______________________________

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยหู่ ัวทรงเป็นพระมหากษตั รยิ ์ลำดับท่ี ๖ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์
เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๔๒๓ ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จ พระ
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชนิ ีนาถ ได้รับพระราชทานพระนามวา่ สมเด็จพระ
เจา้ ลกู ยาเธอ เจา้ ฟ้ามหาวชริ าวธุ ขณะทรงพระเยาว์ ไดท้ รงศกึ ษาในพระบรมมหาราชวงั จนถงึ พ.ศ.๒๔๓๖ เม่ือ
พระชนมายุได้ ๑๒ พรรษาเศษ สมเด็จพระบรมชนกนาถทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เสด็จไปศึกษาต่อ ณ
ประเทศองั กฤษ นบั เปน็ พระมหากษัตรยิ ไ์ ทยพระองค์แรกที่ทรงไดร้ ับการศึกษาจากต่างประเทศ ระหวา่ งประทับ
อยู่ท่ีประเทศอังกฤษนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ พระบรม-โอรสาธิราช สยาม
มกุฎราชกุมาร ซ่ึงประทับอยู่ในกรุงเทพฯ เสด็จทิวงคตใน พ.ศ. ๒๔๓๗ สมเด็จพระบรม-ชนกนาถ จึงทรง
สถาปนา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ให้ทรงดำรงตำแหน่ง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยาม
มกฎุ ราชกุมารแทนเมือ่ วันท่ี ๑๗ มกราคม พ.ศ. ๒๔๓๗
การศึกษา ข้ันอุดมศึกษาของพระองค์นั้น เดิมได้กำหนดวา่ จะให้ทรงศึกษาวิชาทหาร แต่เม่ือทรงดำรง
ตำแหน่งสยามมกุฎราชกุมาร และจะต้องเสด็จขึ้นครองราชย์ต่อไป จึงทรงศึกษาวิชาพลเรือนเก่ียวกับกฎหมาย
และการปกครองด้วย ได้ทรงศึกษาวิชา การทหารบก ที่โรงเรียนนายร้อยช่ือ The Royal Military Academy,
Sandhurst ได้ทรงเขา้ ศกึ ษาวชิ าพลเรือน ณ มหาวิทยาลยั Oxford ทรงประจำอยู่ในวทิ ยาลัย Christ Church
ก่อนท่ีจะเสด็จกลับประเทศสยามได้เสด็จพระราชดำเนินเย่ียมราชสำนักต่างๆในยุโรป เช่น ออสเตรีย ฮังการี
รัสเซยี เยอรมนี และสเปน แล้วจึงเสด็จพระราชดำเนนิ กลับ ผา่ นประเทศสหรัฐอเมริกาและญ่ีปุ่น ได้ทรงรู้จักกับ
พระราชาธบิ ดแี ละผู้นำประเทศสำคัญตา่ งๆ
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงประกอบพระราชพิธีอภิเษกสมรสกับเจ้าจอมสุวัทนา
(คณุ เครอื แก้ว อภัยวงศ์) เมอ่ื วันที่ ๑๐ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๔๖๗ ได้โปรดเกล้า ฯ สถาปนาขน้ึ เปน็ พระนางเจ้าสุวัท
นา พระวรราชเทวี เม่ือวันท่ี ๑๐ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๔๖๘ ได้ประสูติพระราชธิดา คอื สมเดจ็ พระเจา้ ภคนิ ีเธอ เจ้าฟ้า
เพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๘ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
เจา้ อยู่หัวทรงพระประชวรด้วยพระโรคพระโลหติ เปน็ พิษในพระอุทรมาต้ังแต่วันที่ ๑๒ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๔๖๘
และสวรรคต ณ พระท่ีน่ังจักรพรรดิพิมานเม่ือ พ.ศ. ๒๔๖๘ พระชนมพรรษาเป็นปีที่ ๔๖ เสด็จดำรงสิริราช
สมบัติได้ ๑๕ พรรษา พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยู่หวั ได้ประกอบพระราชกรณียกิจมากมายหลายดา้ น
ในการพฒั นาประเทศ พระราชกรณียกิจดา้ นด้านวรรณกรรมและหนงั สอื พมิ พ์ท่ีทรงรเิ รม่ิ อาทิ ไดท้ รงพระกรณุ า
โปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบญั ญัติการพิมพ์ฉบบั แรกขนึ้ เรียกวา่ พระราชบญั ญัตสิ มุด เอกสาร และหนังสอื พิมพ์
พ.ศ. ๒๔๖๕ ทรงพระราชนิพนธเ์ รื่องราวต่างๆ ไว้เป็นอันมาก ท้ังในภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ท้ังที่เป็นร้อย

แก้ว และร้อยกรอง ทั้งท่ีเป็นสารคดี และนิยายมีบทละครรำ ละครร้อง ละครพูด ท้ังยังได้ทรงพระราชนิพนธ์
บทความพระราชทานหนงั สือพิมพ์ด้วยรวมกว่า ๑,๐๐๐ เรอ่ื ง เป็นมรดกทางวรรณกรรมให้ประชาชนชาวไทยได้

อ่านและชื่นชมสืบทอดกันมาจึงได้รับพระสมัญญานามว่า สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า และ องค์การการศึกษา
วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(UNESCO) ก็ได้ยกย่องพระเกียรติคุณของพระองค์เป็นปราชญ์

สยาม
ตัวอย่างพระราชนพิ นธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจา้ อยู่หวั

๑. ประเภทบทละคร เช่น หวั ใจนักรบ สาวติ รี ศกุนตรา มทั นะพาธา พระร่วง ท้าวแสนปม เวนิสวาณิช

ตามใจท่าน หมอจำเปน็ มหาตมะ วลิ ยั เลือกคู่ ปล่อยแก่ หนามยอกเอาหนามบ่ง โรเมโอและจเู ลียต เป็นตน้
๒. ประเภทประวัติศาสตร์และโบราณคดี เช่น เที่ยวเมืองพระร่วง ประเทศไอยคุปต์ สืบราชบัลลังก์โป

ลนั ด์ นารายณ์สบิ ปางพร้อมทง้ั ภาคผนวก
๓. ประเภทปาฐกถาและบทความ เช่น ปลุกใจเสือป่า เทศนาส่ังสอน เสือป่า ยิวแห่งบุรพทิศ โคลนติด

ล้อ เมอื งไทยจงตน่ื เถดิ เป็นตน้

๔. ประเภทวจิ ัย เช่น บ่อเกดิ แห่งรามเกยี รติ์ พระศุนหเศป เป็นตน้
๕. ประเภทกวนี ิพนธ์ทว่ั ไป เชน่ พระนลคำหลวง ลิลิตพายัพ นิราศพระมะเหลเถไถ

กาพย์เหเ่ รือ ธรรมาธรรมะสงคราม มงคลสูตรคำฉันท์ เปน็ ต้น
ประวัติและผลงานของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยูห่ ัว

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจา้ อยู่หัวทรงพระนามเดมิ ว่า “สมเด็จเจา้ ฟ้ามหาวชิราวธุ ” เป็นพระราช

โอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หวั และสมเด็จพระศรีพชั รรินทราบรมราชนิ ีนาถ พระราชสมภพ
เมื่อวันท่ี ๒ มกราคม ๒๔๒๓ เมื่อมีพระชนมายุ ๘ พรรษา ทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ

เจา้ ฟา้ กรมขุนเทพทวาราวดี เมื่อพระชนมายไุ ด้ ๑๔ พรรษา ได้เสด็จไปศึกษาที่ประเทศองั กฤษท้ังวิชาทหารและ
พลเรือน ท่ีมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอรด์ ส่วนวิชาการทหารทรงได้รับการศึกษาจาก โรงเรียนนายร้อยทหารบกแซน
เฮิสต์

ทรงผนวชที่วดั บวรนเิ วศวหิ าร และเสด็จเถลิงถวลั ยราชสมบัติเม่ือ พ.ศ. ๒๔๕๓ นับเปน็ พระมหากษัตรยิ ์
องค์ท่ี ๖ ในพระบรมราชจักรีวงศ์ ตลอดรัชกาลพระองค์ทรงงานด้วยพระปรีชาสามารถ ทรงนำความเจริญ

หลายๆอยา่ งมาสปู่ ระเทศไทย เชน่ ยกฐานะโรงเรียนมหาดเลก็ หลวงขน้ึ เป็นจฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตง้ั ธนาคาร
ออมสิน ตราพระราชบัญญัตปิ ระถมศึกษา พระราชบัญญัตินามสกุล ตั้งกองเสือป่าท่ีสำคัญงานด้านวรรณกรรม
ทรงพระราชนิพนธ์ไว้มากมายท้ังร้อยแก้ว และร้อยกรอง เช่น มัทนพาธา อุตตะระกุรุ (พระราชนิพนธ์เป็น

ภาษาอังกฤษ) ลัทธิเอาอย่าง บทละครพูดที่เป็นบทพระราชนิพนธ์พระองค์ท่าน ล้วนแล้วแต่เป็นผลงานท่ีอ่าน
สนุกและแฝงข้อคิด เช่น กลแตก แก้แค้น ขนมสมกับน้ำยา ความดีมีไชย จัดการรับเสด็จ ฉวยโอกาส น้อยอิน

ทเสน บ่วงมาร ปล่อยแก่ ผดิ ใจได้ปลื้ม ผู้ร้ายแผลง พระร่วง โพงพาง ฟอกไม่ขาว เสียสละ มัทนพาธา เห็นแก่ลูก
นายแก้ว นายขวัญ เป็นตน้

ด้วยพระปรีชาสามารถท่ีประจกั ษ์แก่คนไทยท้ังชาติ พระองค์จงึ ทรงไดร้ บั สมัญญานามว่า

“สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า” พระองคเ์ สด็จสวรรคต เมื่อวนั ท่ี ๒๕ พฤศจิกายน ๒๔๖๘ รวมพระชนมายุได้
๔๕ พรรษา

บทพระราชนิพนธใ์ นรัชกาลที่ ๖

- ประเภทร้อยแกว้

๑. บทละครพดู (ทรงจนิ ตนาการขนึ้ เอง) มี ๒๑ เรื่อง และทรงใชพ้ ระนามแฝงตอ่ ไปนี้

๑. กลแตก (ศรีอยธุ ยา) ๑๒.เหน็ แก่ลกู (พระขรรคเ์ พชร)

๒. โพงพาง (ศรอี ยุธยา) ๑๓.มหาตมะ
๓. บว่ งมาร (ศรีอยุธยา) ๑๔.ผู้ร้ายแผลง (ศรีอยธุ ยา)

๔. แกแ้ คน้ (ศรีอยุธยา) ๑๕.หวั ใจนักรบ

๕. ไมโ่ กรธ ๑๖. หมนิ่ ประมาทศาล (ศรีอยุธยา)

๖. หนงั เสอื (ศรอี ยธุ ยา) ๑๗.หมายนำ้ บ่อหนา้
๑๘. ขนมผสมกับนำ้ ยา (ศรีอยธุ ยา)
๗. ฟอกไมข่ าว
๘. นอ้ ย อินทเสน (ศรีอยธุ ยา) ๑๙.“เจ้าข้า,สารวัด!” (ศรีอยุธยา)

๙. ฉวยอำนาจ (ศรอี ยธุ ยา) ๒๐. จัดการรับเสด็จ
๒๑. หาโล่ (ฉบบั ท่ี ๑ พระขรรค์เพชร)
๑๐.ความดีมไี ชย (พระขรรค์เพชร)
๑๑.เสียสละ(ศรีอยธุ ยา) (ฉบับที่ ๒,๓ ศรีอยธุ ยา)

๒. สารคดี มีท้งั ทรงพระราชนิพนธแ์ ละที่ทรงแปลเปน็ ภาษาไทย

๑. บ่อเกิดรามเกยี รต์ิ
๒. จดหมายเหตปุ ระพาสหัวเมืองปักษใ์ ต้

๓. สงครามสบื ราชสมบัตโิ ปแลนด์ (วิทยานพิ นธ)์
๔. คำอธิบายและอภิธานประกอบเรือ่ งนารายณ์สบิ ปาง
๕. ตำนานชาตฮิ ่นั (หนังสอื ภาพลอ้ ประกอบคำอธิบาย) ทรงแปลจากฉบับภาษาองั กฤษของอาร์เธอรม์ อร์

แลนด์ ลงในหนงั สอื ดสุ ิตสมิต
๖. หลักราชการ

๗. เที่ยวเมืองอยี ิปต์
๘. ความเรียงเรือ่ งสาวติ รี
๙. พระพุทธเจ้าตรสั รอู้ ะไร

๑๐. สงครามป้อมคา่ ยประชดิ
๑๑. พระราชวิจารณโ์ องการแชง่ นำ้

๑๒. พระบรมราชาธิบายในการประพันธ์
๑๓. การจลาจลในรัสเซยี ทรงแปลจากฉบับภาษาองั กฤษ
๑๔. ความกระจดั กระจายแห่งเมอื งจนี ทรงแปลจากฉบบั ภาษาอังกฤษลงในหนังสอื พมิ พ์ไทย

๓. บันเทงิ คดี มที ้ังเรื่องส้ันและนวนยิ าย เร่ืองแปล (ท่ีแปลมาจากภาษาต่างประเทศ) เชน่ ของแมรี คอเรลลิ
ชาลส์ กาวซี , เซอร์อาเธอร์ โคแนน ดอยส์ , ชาลส์ ดคิ เกน เปน็ ต้น โดยวรรณกรรมภาษาองั กฤษท่ีนำมาดดั แปลง
คือ เรือ่ งของชาลส์ ดิคเกน และของนักเขียนอื่นๆ สำหรบั บทพระราชนพิ นธข์ องพระองคท์ า่ นได้แก่

๑. แสงสัญญา ทรงใชพ้ ระนามแฝง “พนั แหลม”
๒. แมลงปอ่ งทอง ทรงแปล ใหพ้ ระนามแฝงวา่ “รามจติ ติ”

๓. นทิ านทองอนิ ทรงใชพ้ ระนามแฝงวา่ “นายแก้ว นายขวญั ” มี ๓ ภาค

๔. คดลี กึ ลับแหง่ มหานคร ทรงแปลจากเร่อื งของ วิลเลียม เลอเคอ

๕. ประพฤตกิ ารแหง่ นายเรอื เอก ลอเลสส์ ทรงแปล ใช้พระนามแฝงว่า “พนั แหลม”

- ประเภทร้อยกรอง

๑. ลิลิต

- ลิลติ พายพั

- ลิลติ นารายณ์สบิ ปาง

๒. คำหลวง

- พระนลคำหลวง

๓. ฉนั ท์

- คาถานักรบ

- คาถาสมุทรเสนา

- คาถาสมุทรเสนา

- คาถาประสทิ ธิผลแก่คณะเสือป่า

๔. กาพย์

- กาพย์หอ่ โคลงสภุ าษิต

- กาพยเ์ ห่เรอื ยุคใหม่

- ส่ังเมอื ง

๕. โคลง

- โคลงสภุ าษติ

- สยามานสุ สติ

- รำพึงถงึ พระรว่ ง

- ศภุ ลกั ษณว์ าดรูป

- โคลงโลกนิติจำแลง

- สภุ าษิตพระร่วงคำโคลง

- โคลงภาษิตนักรบโบราณ

- ต้นหมากปลายหมา

๖. กลอน

- โขนบทร้องและบทพากย์

- เสภา เร่อื ง พญาราชวังสัน

- นิราศพระมเหลเถไถ นิราศลอนดอน

- สักวาหน้าหนาว สกั วาชายทะเล ฯลฯ

- บทเพลงต่างๆ เช่น เพลงปลุกใจ เพลงประจำหน่วยราชการ เปน็ ต้น

๗.บทละคร

- กศุ โลบาย บทละครพดู ทแ่ี ปลจากบทละครภาษาอังกฤษ

- เกินต้องการ บทละครพดู ทรงดดั แปลงจากบทละครภาษาฝรง่ั เศส

- บ่วงมาร บทละครพดู ทีพ่ ระราชนพิ นธ์ขึ้น

- แกแ้ คน้ บทละครท่พี ระราชนพิ นธ์ข้ึน

- ขนมผสมน้ำยา บทละครท่ีพระราชนิพนธข์ ้นึ

- หลวงจำเนยี รเดินทาง บทละครพดู ทรงดดั แปลงจากบทละครภาษาฝรง่ั เศส

- ปรียทรรศกิ า บทละครทแ่ี ปลจากบทละครสนั สกฤต

- พระร่วง บทละครพูดคำกลอนที่พระราชนพิ นธ์ขน้ึ

- มทั นะพาธา บทละครพูดคำฉนั ท์ทพี่ ระราชนพิ นธ์ข้ึน

- หัวใจนกั รบ ได้รับยกยอ่ งจากวรรณคดสี โมสร ปีพ.ศ. ๒๔๕๗ ว่าเป็นยอดละครพดู

งานเขยี นประเภทบทละครพูด

บทละครพูด เป็นบทละครท่ีมีเพียงบทสนทนาโตต้ อบกัน ระหว่างตัวละครเท่าน้นั ไม่มีบทบรรยายตา่ งๆ

ถึงฉาก อารมณค์ วามรูส้ กึ การนึกคิดของตวั ละคร หากจะมี จะมเี พยี งคำอธิบายต่างๆ อย่ใู นวงเล็บ เพ่ือใหผ้ แู้ สดง

ผู้จัดฉาก ได้แสดง ได้จัดฉากตรงกับความต้องการของผู้เขียนบท ซึ่งการอ่าน หรือการดูบทละครพูดน้ัน ผู้อ่าน

หรือ ผู้ดู ต้องตคี วาม ความร้สู ึก จุดประสงค์ ความตอ้ งการของตัวละคร ผา่ นทางบทสนทนาท้งั ส้ิน โดยสังเกตว่า

ตวั ละครกลา่ วอย่างน้ัน มีพฤติกรรมอยา่ งนั้น เปน็ คนมีบุคลกิ อย่างไร ต้องการส่ิงใด คิดสง่ิ ใดอยู่ ทำให้บทสนทนา

น้ันเป็นสิง่ ท่สี ำคัญที่สดุ ของบทละครพูด ดังน้ันบทสนทนาของบทละครพดู จึงควร

๑. บง่ บอกถึงอารมณ์ ความรู้สกึ จองตัวละครนนั้ ๆ ไดอ้ ยา่ งชดั เจน

๒. ตรงไปตรงมา กระชับ ไดใ้ จความ ไม่วกวน

๓. ใชภ้ าษาท่ีเป็นภาษาพดู ไมเ่ ป็นภาษาเขียน และตอ้ งเขา้ ใจไดง้ ่าย

๔. ภาษาที่ใช้ควรเหมาะสมกับฐานะของตวั ละครด้วย

๕. ไมค่ วรมีขนาดยาวจนเกินไป ควรกระชบั และชดั เจน







แผนการจดั การเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย รายวชิ าภาษาไทย รหสั วิชา ท ๒๓๑๐๒ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๓

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๑ บทละครพูดเหน็ แก่ลกู เร่อื ง คำศัพท์และเรอื่ งย่อบทละครพดู

เวลา ๒ ชัว่ โมง ภาคเรยี นที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๙ ผสู้ อน นางสาวดาราวรรณ ธนันฐิติวัชร์

............................................................................................................................. ...............................

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณว์ รรณคดีวรรณกรรมไทยอยา่ ง เห็น

คณุ ค่า และนำมาประยุกต์ใช้ในชวี ิต

ตวั ชวี้ ัด/ผลการเรียนรู้

ท ๕.๑ ม.๓/๑ สรุปเน้อื หาวรรณคดีวรรณกรรมและวรรณกรรมท้องถิน่ ในระดับทย่ี ากยิ่งขน้ึ

สาระสำคญั
บทละครพูดเร่ืองเห็นแก่ลูก มีการใช้คำศัพท์โบราณท่ีน่าสนใจ ซึ่งผู้เรียนจะต้องศึกษาความหมายให้เข้าใจ

เพ่ือทจี่ ะสามารถเข้าใจเนือ้ หาได้ นอกจากนี้ก่อนที่ผู้เรียนจะพินิจบทละครพูดเร่ืองเหน็ แกล่ ูกได้นน้ั จำเปน็ ท่จี ะต้องรู้และ

มคี วามเขา้ ใจเรือ่ งราวของเนือ้ เร่อื งวรรณคดวี รรณกรรมนน้ั ก่อน เพื่อให้การพินิจสามารถวิเคราะหไ์ ดอ้ ยา่ งเกิดคณุ คา่

สาระการเรยี นรู้
ความรู้
คำศพั ท์ ตัวละคร เร่ืองย่อ

ทักษะ/กระบวนการ
๑. การอธิบายคำศพั ท์

๒. การสรุปเรือ่ งยอ่ เชอื่ มโยงเหตกุ ารณบ์ ทละครพูดเรื่องเหน็ แก่
คุณลักษณะ

๑. ใฝ่เรยี นรู้

๒. ม่งุ ม่นั ในการทำงาน
๓. มีวนิ ยั

สมรรถนะสำคัญ
๑. ความสามารถในการส่ือสาร ใช้ภาษาในการถา่ ยถอดความคิด ความรคู้ วามเข้าใจ
๒. ความสามารถในการคิด รู้จกั วิเคราะห์ เพอื่ นำไปส่กู ารสรา้ งองคค์ วามรู้

การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
ชั่วโมงท่ี ๑

ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรยี น

๑. นักเรียนสังเกตคำบนกระดานที่ครูเขียน “ปลาร้า” “ชั่ง” “ชะลอม” บนกระดาน ครูสุ่มนักเรียนให้
บอกความหมายของคำต่อไปน้ี ครเู ชอ่ื มโยงเข้าสเู่ นอ้ื หาใหน้ ักเรยี นเหน็ ความสำคญั ของคำศัพทก์ ่อนเรียน

ขน้ั พฒั นาผเู้ รยี น
๒. นักเรียนเปิดบทละครพูดเรื่องเห็นแก่ลูก ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย วรรณคดี

วิจักษ์ ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๓ เขียนคำศัพท์ท่ีตนเองไม่ทราบความหมายลงในสมุด คนละ ๑๕ คำ ค้นหา
ความหมายจากคำศัพทท์ า้ ยบท ครสู ุ่มถามคำศัพทจ์ ากนกั เรียนเป็นรายบุคคล

๓. นักเรียนเล่นกิจกรรมทายคำศัพท์ โดยครูพูดความหมายของคำศัพท์น้ัน ให้นักเรียนร่วมกันทาย
ใครทายรวดเรว็ และถกู ตอ้ ง จะได้รับคะแนนสะสมประจำกลุ่ม

ข้ันรวบยอด
๔. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความหมายของแต่ละคำศัพท์ จากนั้นครูอธิบายถึงวิวัฒนาการของ

คำศัพท์โบราณ และเช่อื มโยงเขา้ สบู่ ทละครพูด เพอ่ื เป็นแนวคิดสู่คาบเรยี นถัดไป

ช่วั โมงที่ ๒
ขัน้ นำเข้าส่บู ทเรยี น

๑. นกั เรียนชมคลิปการแสดงบทละครพดู เร่อื งเห็นแก่ลกู จาก

www.youtube.com/watch?v=uZLiYxf9IFM

ข้ันพัฒนาผูเ้ รียน
๒. นกั เรยี นรว่ มกันตอบคำถามครวู า่ จากการชมคลิปการแสดงบทละครพูดเรอื่ งเหน็ แก่ลูก นักเรยี นรู้สกึ

อย่างไร
๓. นกั เรียนศกึ ษาเรอื่ งย่อบทละครพดู เรือ่ งเหน็ แก่ลูก จากหนงั สือเรยี นรายวิชาพ้ืนฐานภาษาไทย

วรรณคดวี ิจกั ษ์ ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๓ และช่วยกันตอบคำถามของครู ดงั นี้
- ประกอบด้วยตวั ละครใดบ้าง
- เป็นเนอ้ื เรือ่ งท่ีเกี่ยวกับอะไร
๔. นักเรียนสรปุ เร่ืองย่อร่วมกนั ลงในสมดุ บันทกึ
๕. นกั เรยี นเลอื กเปน็ ตัวละครตา่ ง ๆ ตามเนื้อหาของเรอื่ ง และเปิดหนงั สือเรียนรายวชิ าพื้นฐานภาษาไทย

วรรณคดวี จิ ักษ์ ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ ๓ สลับกนั อ่านบทละครพดู ไปตามลำดับเรื่อง ออกเสยี งตามบทบาทอารมณ์
ของตวั ละครในเรอื่ ง

ขนั้ รวบยอด
๖. ครูช่ืนชม และให้คำแนะนำเพิม่ เตมิ ในการอา่ นบทละครพูด
๗. นักเรียนรับมอบหมายงานจากครใู นการพากยเ์ สียงตัวละครสมมุติ แบ่งกลุ่มตามเดมิ และออกมาจับ

สลากตอนที่กลุ่มตัวเองจะได้แสดงในคาบเรียนครั้งต่อไป โดยครูจะมีฉากเวที และตัวละครให้นักเรียนไว้เฉิด
ในขณะท่ีสมาชกิ ในกล่มุ พากย์เสียงและช่วยกนั เฉิดตวั ละครตามบทบาทนน้ั ๆ

สอ่ื /อุปกรณ/์ แหลง่ เรียนรู้
๑. เวบ็ ไซต์ www.youtube.com/watch?v=uZLiYxf9IFM
๒. หนงั สอื เรยี นรายวิชาพ้ืนฐานภาษาไทย วรรณคดีวิจกั ษ์ ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓

หลกั ฐานการเรยี นรู้
สมุดจดบันทึกความรู้

การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้

เป้าหมาย/จดุ ประสงค์ หลักฐาน วธิ ีการประเมนิ เครอื่ งมือวดั เกณฑ์การประเมนิ

ความรู้ - สมดุ บนั ทกึ - ตรวจการเขียน - แบบประเมินการเขยี น - ระดับคณุ ภาพอยูใ่ น
คำศัพท์ ตวั ละคร เรื่องย่อ ความรู้ บนั ทกึ ความรู้ บนั ทึกความรู้
ระดับดีข้นึ ไป
ทักษะ/กระบวนการ - สมุดบนั ทึก - ตรวจการเขยี น
- การอธิบายคำศัพท์ ความรู้ บนั ทึกความรู้ - แบบประเมนิ การเขียน - ระดบั คุณภาพอยใู่ น
- การสรปุ เร่อื งยอ่ เช่อื มโยง บนั ทึกความรู้
เหตุการณบ์ ทละครพดู เรื่อง ระดับดขี นึ้ ไป
เห็นแก่
คณุ ลกั ษณะ - คะแนนสังเกต - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดับคณุ ภาพอยู่ใน
- ใฝเ่ รียนรู้ พฤตกิ รรมการ การเรียนเปน็ การเรยี นเป็นรายบคุ คล ระดับดขี น้ึ ไป
- ม่งุ ม่นั ในการทำงาน เรยี นเปน็ รายบุคคล
- มวี นิ ัย รายบคุ คล

เกณฑก์ ารประเมินพฤตกิ รรมการเรียนเป็นรายบคุ คล
คำชี้แจง : เกณฑก์ ารประเมินพฤติกรรมการเรยี นเป็นรายบุคคลสร้างข้นึ เพ่ือให้ครใู ชเ้ ป็นเกณฑ์ในการประเมิน

นักเรียนเป็นรายบคุ คลโดยพจิ ารณาพฤตกิ รรมของนักเรยี นว่าตรงเกณฑ์ในชอ่ งใด

เกณฑก์ ารประเมนิ ดมี าก (๓) ระดับคะแนน ควรปรบั ปรุง (๐)
ดี (๒) พอใช้ (๑)

๑. มคี วามใฝ่เรยี นรู้ นกั เรยี นตั้งใจเรียนและ นกั เรียนตงั้ ใจเรียนและ นกั เรียนไมค่ อ่ ยตง้ั ใจเรียน นกั เรียนไมต่ ้ังใจเรียน

ไม่พดู คยุ กบั เพอื่ นในห้อง พูดคุยกบั เพื่อนในหอ้ ง และ พูดคุยกับเพ่อื นใน และ พูดคุยกับเพือ่ นใน

ขณะทีค่ รสู อน บา้ ง ๑ ครง้ั ขณะทค่ี รู ห้อง ๒ - ๓ ขณะทค่ี รู หอ้ งตั้งแต่ ๓ ครัง้ ขน้ึ

สอน สอน ไป

๒. มคี วามมุ่งมน่ั ในการ ทำงานท่ีไดร้ บั มอบหมายตาม ต้องคอยควบคุม ตอ้ งคอยควบคมุ นกั เรียนไม่ใส่ใจ และไม่

ทำงาน กำหนดเวลา การทำงานทไ่ี ดร้ ับ การทำงานที่ไดร้ บั สนใจในการทำงาน

มอบหมายเป็นบางครั้ง มอบหมายบอ่ ยครัง้ ตามทไ่ี ด้รับมอบหมาย

๓. มีวินยั -สง่ งานครบถว้ นตรงตาม -สง่ งานครบถ้วนแตช่ ้า -สง่ งานครบถว้ นแตช่ า้ -ส่งงานครบถ้วนแต่ช้า
เวลาท่กี ำหนด กว่าเวลาท่กี ำหนด กว่าเวลาทีก่ ำหนด กวา่ เวลาทกี่ ำหนด 5
-เข้าชน้ั เรียนตรงเวลา 1-2 วนั 3-4 วัน วนั ข้ึนไปหรอื ไม่ส่ง
-ไม่เขา้ ชั้นเรียน
๔. สมุดบนั ทกึ ความรู้ เขยี นความรู้ -เข้าช้นั เรยี นชา้ -เข้าช้นั เรยี นช้า
ความคดิ เขยี นความรู้
และความร้สู ึก ๕ - ๑๐ นาที เกนิ กวา่ ๑๐ นาที ที่ได้รับจาก
ทไ่ี ด้จาก บทเรยี น
การเรยี นรู้ใน เขียนความรู้ เขยี นความรู้ เปน็ ความรแู้ บบ
แงม่ ุมทน่ี ่าสนใจ ความคิด และความคดิ ท่องจำ
เป็นประโยชน์ และความรูส้ กึ ตามบทเรยี น ไม่สามารถ
ในการดำเนินชีวติ ที่ไดจ้ าก สอดแทรก เชื่อมโยงกับ
การเรยี นรูใ้ น ความคดิ ทเ่ี พม่ิ ชีวิตจริงได้
ทั้งต่อตนเอง แงม่ ุมทน่ี า่ สนใจ เติมขน้ึ เล็กนอ้ ย
และผู้อ่ืน เปน็ ประโยชน์ ให้เช่ือมโยงกบั
ในการดำเนินชวี ิต ชวี ติ จรงิ
ของตนเอง

แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเรยี นเปน็ รายบุคคล

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี……..หนว่ ยท…่ี ..…เรื่อง………………………………..……..
ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี…….....……ปีการศึกษา...........................

คำชแี้ จง ใหผ้ ู้ประเมินพิจารณาพฤตกิ รรมของผู้เรยี นแตล่ ะคนและเขยี นเครือ่ งหมาย ✓ ลงในช่องระดบั คะแนน

พฤติกรรม มีความใฝ่เรียนรู้ รวม
เลข มีความมุ่งมั่นในการ
ท่ี
ทำงาน
มี ิว ันย
สมุด ับน ึทกความรู้

ชอ่ื - สกุล ๐๑๒๓๐๑๒๓๐๑๒๓๐๑๒๓

เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ

๑๑ - ๑๒ ดีมาก

๙ - ๑๐ ดี ลงชอื่ ..............................................
ผปู้ ระเมิน
๕ – ๘ พอใช้

๐ - ๔ ควรปรบั ปรุง





แผนการจัดการเรียนรู้

กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหสั วชิ า ท ๒๓๑๐๒ ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๑ บทละครพดู เหน็ แก่ลกู เร่ือง ฝึกเข้าใจเนอ้ื หาเป็นนักพากย์

เวลา ๑ ชัว่ โมง ภาคเรยี นที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๙ ผู้สอน นางสาวดาราวรรณ ธนันฐติ ิวชั ร์

............................................................................................................................. ...............................

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคดิ เพือ่ นำไปใชต้ ดั สินใจ แก้ปญั หา

ในการดำเนินชวี ิตและมีนิสยั รักการอา่ น

มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณ์วรรณคดีวรรณกรรมไทยอย่าง เหน็

คุณค่า และนำมาประยุกตใ์ ช้ในชวี ติ

ตัวชีว้ ัด/ผลการเรยี นรู้

ท ๑.๑ ม.๓/๑ อ่านออกเสียงบทรอ้ ยแกว้ และบทรอ้ ยกรองได้ถกู ต้องเหมาะกับเรือ่ งที่อ่าน

ท ๕.๑ ม.๓/๑ สรุปเนอื้ หาวรรณคดวี รรณกรรมและวรรณกรรมท้องถิ่นในระดับท่ียากยิง่ ข้นึ

สาระสำคญั
บทละครพูดเร่อื งเห็นแก่ลูก เป็นวรรณกรรมทมี่ ีคุณคา่ และเป็นตัวอย่างที่ดขี องบทละครพูด ซึ่งการท่นี ักเรียนจะ

สามารถพินิจและเห็นคุณค่าของวรรณกรรมอย่างลึกซึ้ง จำเป็นอย่างย่ิงท่ีนักเรียนจะต้องเข้าใจเนื้อหา จึงฝึกทักษะ
การเรียนรู้ของนักเรียนโดยให้นักเรียนเปน็ ผู้พากย์ตัวละคร เพอ่ื ให้เข้าใจในบทบาทของตัวละคร และเขา้ ใจในรายละเอียด
ของเรอื่ งราวเน้ือหาของบทละครพดู เรอ่ื งเห็นแก่ลกู

สาระการเรยี นรู้

ความรู้
๑. เนือ้ เรือ่ งบทละครพูดเร่ืองเหน็ แก่ลูก

๒. การอา่ นบทละคร
ทกั ษะ/กระบวนการ

๑. ทกั ษะการอา่ นและพากย์บทละคร

๒. กระบวนการทำงานกลุม่
คุณลักษณะ

๑. ใฝ่เรียนรู้
๒. ม่งุ มั่นในการทำงาน
๓. มีวนิ ยั

สมรรถนะสำคญั
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร ใชภ้ าษาในการถ่ายถอดความคิด ความรคู้ วามเข้าใจ

๒. ความสามารถในการเลอื ก และใช้ เทคโนโลยีด้านตา่ ง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
เพือ่ การพฒั นาตนเองและสงั คม

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้

ขน้ั นำเข้าสู่บทเรียน
๑. นกั เรยี นเตรียมความพร้อมการทำกจิ กรรม “พากย์บทละครพูด” ครถู ามนักเรียน “จำไดไ้ หม

ตัวละครมีใครบ้าง” นกั เรียนชว่ ยกนั ตอบ
ขน้ั พฒั นาผู้เรยี น
๒. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ออกมาพากยแ์ ละเฉดิ ตวั ละคร ตามลำดบั

๓. นักเรยี นกลมุ่ อ่ืน ๆ ท่ียังไมไ่ ดท้ ำกจิ กรรมประเมนิ ให้คะแนนเพ่อื นแตล่ ะกลุม่
ขน้ั รวบยอด

๔. นกั เรยี นและครสู รุปเน้ือหาร่วมกัน สนทนาในสงิ่ ทไ่ี ดร้ บั จากการทำกจิ กรรม
๕. นักเรียนทำแบบฝกึ ทกั ษะที่ ๑ เรอื่ ง“เห็นแกล่ ูก” เพ่ือทบทวนความร้คู วามเข้าใจเก่ียวกับบทละครพูด
เรื่องเหน็ แกล่ กู

สอื่ /อุปกรณ/์ แหลง่ เรียนรู้
หนังสือเรยี นรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย วรรณคดวี ิจักษ์ ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๓

หลักฐานการเรยี นรู้
๑. แบบฝึกทักษะท่ี ๑ เร่อื ง“เห็นแก่ลูก”
๒. การทำกิจกรรม “พากย์บทละครพูด”

การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้

เปา้ หมาย/จุดประสงค์ หลักฐาน วิธกี ารประเมนิ เคร่ืองมอื วดั เกณฑก์ ารประเมนิ

ความรู้ - แบบฝกึ ทักษะ - ตรวจแบบฝึก - แบบประเมินแบบฝึก - ระดับคุณภาพอยใู่ น
- เนื้อเร่ืองบทละครพูดเร่ือง ที่ ๑ เร่อื ง“เห็น ทกั ษะที่ ๑ เรือ่ ง“เห็นแก่ ระดบั ดขี ึน้ ไป
แก่ลูก” ทักษะท่ี ๑ เร่อื ง ลูก”
เห็นแก่ลูก “เหน็ แกล่ กู ”
- การอา่ นบทละคร

ทกั ษะ/กระบวนการ - คะแนนพากย์ - ตรวจการพากย์บท - แบบประเมนิ การพากย์ - ระดับคุณภาพอยใู่ น
บทละครพูด ระดบั ดีขน้ึ ไป
- ทกั ษะการอา่ นและพากย์บท ละครพูด บทละครพดู
ละคร
- กระบวนการทำงานกล่มุ

คุณลกั ษณะ - คะแนนสังเกต - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - ระดับคณุ ภาพอยู่ใน
- ใฝ่เรยี นรู้ พฤติกรรมการ การเรยี นเปน็ การเรียนเปน็ รายบุคคล ระดบั ดีขนึ้ ไป
- มุ่งมน่ั ในการทำงาน
- มวี ินัย เรยี นเปน็ รายบุคคล
รายบุคคล

เกณฑก์ ารประเมินพฤติกรรมการเรียนเป็นรายบคุ คล
คำช้ีแจง : เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมการเรียนเป็นรายบุคคลสร้างขน้ึ เพื่อให้ครใู ชเ้ ป็นเกณฑ์ในการประเมิน

นกั เรียนเปน็ รายบุคคลโดยพจิ ารณาพฤติกรรมของนักเรยี นวา่ ตรงเกณฑใ์ นชอ่ งใด

เกณฑ์การประเมนิ ดมี าก (๓) ระดับคะแนน ควรปรับปรงุ (๐)
ดี (๒) พอใช้ (๑)

๑. มคี วามใฝ่เรียนรู้ นักเรียนตั้งใจเรียนและ นกั เรียนตง้ั ใจเรยี นและ นกั เรียนไมค่ ่อยตง้ั ใจเรียน นักเรียนไมต่ ั้งใจเรยี น

ไมพ่ ดู คุยกบั เพ่อื นในห้อง พูดคุยกับเพื่อนในหอ้ ง และ พูดคยุ กบั เพ่อื นใน และ พดู คยุ กบั เพอื่ นใน

ขณะทีค่ รูสอน บ้าง ๑ ครัง้ ขณะทค่ี รู ห้อง ๒ - ๓ ขณะที่ครู ห้องตงั้ แต่ ๓ คร้งั ข้นึ

สอน สอน ไป

๒. มคี วามมุ่งมนั่ ในการ ทำงานที่ได้รบั มอบหมายตาม ต้องคอยควบคมุ ตอ้ งคอยควบคุม นกั เรยี นไมใ่ สใ่ จ และไม่

ทำงาน กำหนดเวลา การทำงานท่ไี ดร้ บั การทำงานทไ่ี ดร้ บั สนใจในการทำงาน

มอบหมายเปน็ บางครง้ั มอบหมายบ่อยครัง้ ตามทีไ่ ด้รบั มอบหมาย

๓. มวี ินยั -สง่ งานครบถว้ นตรงตาม -สง่ งานครบถ้วนแตช่ ้า -ส่งงานครบถ้วนแต่ชา้ -สง่ งานครบถว้ นแตช่ า้
เวลาท่กี ำหนด กว่าเวลาทีก่ ำหนด กวา่ เวลาทก่ี ำหนด กวา่ เวลาท่ีกำหนด 5
-เขา้ ชัน้ เรียนตรงเวลา 1-2 วัน 3-4 วนั วันขึ้นไปหรอื ไมส่ ง่
-ไม่เข้าชั้นเรียน
๔. สมดุ บันทกึ ความรู้ เขยี นความรู้ -เขา้ ชน้ั เรียนชา้ -เข้าชั้นเรยี นชา้
ความคิด เขียนความรู้
๕. การทำแบบฝกึ และความรู้สกึ ๕ - ๑๐ นาที เกนิ กวา่ ๑๐ นาที ท่ีได้รบั จาก
ทกั ษะ ที่ได้จาก บทเรยี น
การเรยี นรู้ใน เขียนความรู้ เขียนความรู้ เปน็ ความรู้แบบ
แง่มุมท่ีนา่ สนใจ ความคิด และความคิด ทอ่ งจำ
เปน็ ประโยชน์ และความรสู้ ึก ตามบทเรยี น ไมส่ ามารถ
ในการดำเนินชีวิต ท่ีไดจ้ าก สอดแทรก เชอ่ื มโยงกับ
ทั้งต่อตนเอง การเรียนร้ใู น ความคดิ ท่เี พม่ิ ชีวิตจรงิ ได้
และผูอ้ ืน่ แงม่ มุ ท่ีน่าสนใจ เตมิ ข้ึนเลก็ นอ้ ย
เปน็ ประโยชน์ ใหเ้ ชอื่ มโยงกับ
ตอบถกู ต้อง ๑๗-๒๐ ข้อ ในการดำเนินชวี ิต ชวี ติ จรงิ
ของตนเอง

ตอบถกู ต้อง ๑๔-๑๖ ข้อ ตอบถกู ต้อง ๑๐-๑๓ ข้อ ตอบถูกนอ้ ยกวา่ ๙ ขอ้

แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเรียนเป็นรายบคุ คล

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่……..หน่วยท…่ี ..…เร่ือง………………………………..……..
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่…….....……ปกี ารศกึ ษา...........................

คำชี้แจง ใหผ้ ู้ประเมนิ พิจารณาพฤตกิ รรมของผเู้ รียนแต่ละคนและเขียนเครอ่ื งหมาย ✓ ลงในช่องระดบั คะแนน

พฤตกิ รรม มีความใฝ่เรียนรู้ รวม
เลข มีความมุ่งม่ันในการ
ที่
ทำงาน
มี ิว ันย
สมุด ับน ึทกความรู้
การทำแบบฝึก ัทกษะ

ชื่อ - สกลุ ๐๑๒๓๐๑๒๓๐๑๒๓๐๑๒๓ ๐๑๒๓

เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ

๑๔ - ๑๕ ดมี าก

๑๑- ๑๓ ดี ลงชอ่ื ..............................................
ผปู้ ระเมิน
๘ – ๑๐ พอใช้

๐ - ๗ ควรปรบั ปรงุ

เกณฑก์ ารประเมนิ การพากยบ์ ทละครพูด

คำช้ีแจง : เกณฑ์การประเมินพากย์บทละครพูดเพื่อให้ครูใช้เป็นเกณฑ์ในการประเมินนกั เรยี นว่าตรงเกณฑ์ใน
ชอ่ งใด

ระดับคะแนน

๙-๑๐ ๗-๘ ๕-๖ ๐-๔

เกณฑป์ ระเมนิ -อ่านออกเสยี งไม่ถูกตอ้ ง
ไมต่ รงตามบท น้ำเสยี ง
พากย์บทละครพดู -อา่ นออกเสียงถูกต้อง -อา่ นออกเสยี งถกู ต้อง แต่ -อา่ นออกเสยี งไม่ถูกตอ้ ง ไม่ไดอ้ ารมณ์ตามตัวละคร
ชัดเจน ตรงตามบท ใช้ ไมต่ รงตามบทเล็กน้อย ใช้ ไมต่ รงตามบท การใช้ น้ัน ๆ
-เพ่ือนในกลุ่มไม่ให้ความ
น้ำเสียงไดอ้ ารมณ์ตามตัว นำ้ เสียงได้อารมณต์ ามตัว น้ำเสียงไม่ได้อารมณ์ตาม รว่ มมอื กนั

ละครนั้น ๆ ละครนนั้ ๆ ตัวละครนน้ั ๆ

-มคี วามสามัคครี ว่ มมือกัน -เพือ่ นในกลุ่มขาดความ -เพ่อื นในกลุ่มขาดความ

ในกลุ่ม สามัคคีไมค่ ่อยใหค้ วาม สามัคคีไมค่ อ่ ยให้ความ

รว่ มมอื กัน ร่วมมอื กัน

แบบประเมนิ การพากยบ์ ทละครพูด

คำช้แี จง ผูป้ ระเมนิ ตรวจการพากย์บทละครพดู ลงคะแนนในตารางท่ีตรงกับความสามารถของผู้เรยี น

รวม

เลขท่ี ชือ่ – นามสกุล คะแนน

(๑๐)

เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ลงช่อื .............................................. ผู้ประเมนิ

๙ - ๑๐ ดมี าก

๗ - ๘ ดี

๕ – ๖ พอใช้

๐ - ๔ ควรปรับปรงุ









แผนการจดั การเรยี นรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหสั วิชา ท ๒๓๑๐๒ ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๓

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๑ บทละครพดู เห็นแก่ลกู เร่อื ง คุณคา่ บทละครพดู เรอื่ งเห็นแก่ลูก

เวลา ๒ ชั่วโมง ภาคเรยี นที่ ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๕๙ ผสู้ อน นางสาวดาราวรรณ ธนนั ฐิติวชั ร์

............................................................................................................................. ...............................

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณ์วรรณคดีวรรณกรรมไทยอย่าง

เห็นคุณค่า และนำมาประยุกต์ใชใ้ นชีวติ

ตัวชีว้ ัด/ผลการเรียนรู้

ท ๕.๑ ม.๓/๑ สรุปเนื้อหาวรรณคดีวรรณกรรมและวรรณกรรมท้องถน่ิ ในระดับทย่ี ากยงิ่ ข้นึ

ท ๕.๑ ม.๓/๒ วิเคราะห์วิถีไทยและคณุ คา่ จากจากวรรณคดีและวรรณกรรมทอ่ี า่ น

ท ๕.๑ ม.๓/๓ สรปุ ความรแู้ ละขอ้ คดิ จากการอ่านเพ่ือนำไปประยกุ ตใ์ นชีวติ จรงิ

สาระสำคญั

วรรณคดีวรรณกรรมเป็นส่ิงที่แสดงถึงความเจริญของชาติ ในด้านภาษาวัฒนธรรม ดงั นั้นการศึกษาวรรณคดี
วรรณกรรมจึงเป็นเร่ืองท่ีสำคัญ และในการศึกษาวรรณคดีวรรณกรรมน้ัน กจ็ ำเป็น ท่ีจะต้องรูถ้ ึง ถงึ หลักการวิเคราะห์
และประเมินค่าวรรณคดีในด้านต่าง ๆ คือ ด้านวรรณศิลป์ ด้านสังคมวัฒนธรรม และด้านเนื้อหา นอกจากนี้ยังต้อง
สามารถนำความรู้ท่ีศึกษาไปใช้ในการวิเคราะห์ และประเมินค่าวรรณคดี เรื่องที่กำหนดได้ เมื่อผู้อ่านรู้ถึงสิ่งต่าง ๆ
และทำในส่ิงต่าง ๆ มีความรู้ความเขา้ ใจในสิ่งที่กล่าวมาแล้วในข้างต้น นับว่าเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาวรรณคดีเร่ือง
นนั้ ๆ ให้ลึกซ้งึ ย่งิ ขึ้นตอ่ ไป

สาระการเรยี นรู้
ความรู้
การพนิ จิ คุณคา่ วรรณคดีวรรณกรรม ด้านวรรณศิลป์ ด้านเนื้อหา และดา้ นสังคม

ทักษะ/กระบวนการ
๑. ทกั ษะการอธิบายสรุปความ

๒. ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์
๓. ทักษะการนำเสนอ
๔. กระบวนการทำงานกลุ่ม

คณุ ลักษณะ
๑. ใฝ่เรยี นรู้

๒. ม่งุ ม่นั ในการทำงาน
๓. รักความเปน็ ไทย
สมรรถนะสำคญั

๑. ความสามารถในการสื่อสาร ใชภ้ าษาในการถา่ ยถอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ
๒. ความสามารถในการคิด รูจ้ กั วิเคราะห์ เพื่อนำไปสกู่ ารสร้างองคค์ วามรู้

๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ในสถานการณ์

การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ชัว่ โมงท่ี ๑
ขั้นนำเข้าส่บู ทเรียน

๑. นักเรียนมองคำบนกระดานท่คี รเู ขียน “คุณค่าด้านเนอ้ื หา” “คณุ คา่ ดา้ นภาษา” “คุณคา่ ด้านสงั คม”
อ่านพรอ้ มกนั

๒. นกั เรยี นอภปิ รายทบทวนความหมายของคำดังกล่าว ครูช่วยอธบิ ายให้นกั เรยี นเขา้ ใจมากข้นึ
ข้ันพฒั นาผูเ้ รียน

๓. นักเรยี นแบ่งกล่มุ ๖ กลมุ่ เปิดบทละครพดู เรอ่ื งเห็นแกล่ กู ในหนังสือเรียนรายวชิ าพื้นฐานภาษาไทย
วรรณคดีวจิ กั ษ์ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓ โดยแต่ละกลุ่ม ออกมาจับสลากหวั ข้อทกี่ ลมุ่ ตนเองต้องศึกษา

- คุณค่าด้านเน้ือหา
- คณุ ค่าด้านภาษา
- คุณคา่ ด้านสงั คม
๔. นักเรียนแต่ละกลุม่ พนิ จิ คุณคา่ ในด้านที่ตนเองจับสลากได้ และเตรียมข้อมูลนำมาเสนอหนา้ หอ้ งเรียน
โดยบันทกึ สรุปความรู้ลงใน แบบฝึกทักษะท่ี ๒ เรื่อง“สรุปคณุ คา่ บทละครพูดเร่อื งเหน็ แกล่ ูก”
ขั้นรวบยอด
๕. นักเรยี นและครูสรุปคณุ คา่ ดา้ นต่าง ๆ ร่วมกัน และเตรียมนำเสนอในคาบเรียนตอ่ ไป

ช่ัวโมงท่ี ๒
ขนั้ นำเขา้ สูบ่ ทเรียน
๑. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มเตรียมความพรอ้ มในการนำเสนอ ๕ นาที
๒. ครูแนะนำวิธีการออกมานำเสนอแบบกลุ่ม
ขัน้ พัฒนาผูเ้ รียน
๓. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ออกมานำเสนอตามหัวขอ้ ที่กลุ่มตนเองตอ้ งศกึ ษา โดยเรม่ิ จากกล่มุ ที่อาสาสมัคร

และมีความพร้อมในการนำเสนอก่อน
๔. เม่ือนักเรียนแต่ละกล่มุ นำมาเสนอหน้าหอ้ งเรียน ครูจะสอบถามนักเรยี นในกลุม่ ผนู้ ำเสนอ และเปดิ

โอกาสให้เพ่อื นนกั เรยี นรว่ มตง้ั คำถาม
ขนั้ รวบยอด
๕. นักเรียนและครสู รปุ คณุ ค่าดา้ นต่าง ๆ รว่ มกัน

สอ่ื /อปุ กรณ/์ แหลง่ เรียนรู้
หนังสอื เรียนรายวิชาพ้ืนฐานภาษาไทย วรรณคดีวิจักษ์ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๓

หลกั ฐานการเรยี นรู้
แบบฝึกทกั ษะที่ ๒ “สรุปคณุ คา่ บทละครพดู เรื่องเหน็ แก่ลูก”

การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้

เปา้ หมาย/จดุ ประสงค์ หลกั ฐาน วธิ กี ารประเมิน เคร่อื งมือวดั เกณฑ์การประเมิน

ความรู้ - แบบฝึกทกั ษะ - ตรวจแบบฝึก - แบบประเมนิ แบบฝึก - ระดบั คณุ ภาพอยใู่ นระดบั ดี
- การพนิ จิ คุณคา่ วรรณคดี ที่ ๒ “สรปุ ทักษะที่ ๒ “สรปุ ทักษะท่ี ๒ “สรปุ คุณคา่ ขึน้ ไป
วรรณกรรม ด้านวรรณศลิ ป์ คณุ ค่าบทละคร คณุ คา่ บทละครพดู บทละครพูดเรอื่ งเหน็ แก่
ดา้ นเน้ือหา และด้านสังคม พูดเรื่องเห็นแก่ เร่อื งเห็นแกล่ กู ” ลกู ” - ระดับคุณภาพอย่ใู น
ลูก” ระดบั ดขี ้นึ ไป
ทกั ษะ/กระบวนการ - ตรวจแบบฝึก - แบบประเมินแบบฝึก
- ทักษะการอธิบายสรปุ ความ - แบบฝึกทักษะ ทักษะที่ ๒ “สรปุ ทักษะที่ ๒ “สรุปคณุ คา่ - ระดบั คุณภาพอยู่ใน
- ทักษะการคดิ วเิ คราะห์ ท่ี ๒ “สรปุ คุณค่าบทละครพดู บทละครพูดเรอ่ื งเห็นแก่ ระดบั ดีขึ้นไป
- ทักษะการนำเสนอ คุณค่าบทละคร เรอื่ งเหน็ แกล่ กู ” ลูก”
- กระบวนการทำงานกลมุ่ พดู เร่ืองเห็นแก่
ลกู ” - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม
คุณลกั ษณะ การเรยี นเปน็ การเรียนเป็นรายบคุ คล
- ใฝเ่ รยี นรู้ - คะแนนสังเกต รายบุคคล
- มงุ่ ม่ันในการทำงาน พฤติกรรมการ
- รกั ความเปน็ ไทย เรยี นเป็น
รายบุคคล

เกณฑก์ ารประเมินพฤติกรรมการเรยี นเป็นรายบคุ คล
คำช้ีแจง : เกณฑก์ ารประเมินพฤติกรรมการเรียนเป็นรายบุคคลสร้างขึ้นเพื่อให้ครูใช้เป็นเกณฑ์ในการประเมิน

นกั เรียนเป็นรายบุคคลโดยพจิ ารณาพฤตกิ รรมของนักเรยี นวา่ ตรงเกณฑ์ในชอ่ งใด

เกณฑก์ ารประเมนิ ดีมาก (๓) ระดบั คะแนน ควรปรับปรงุ (๐)
ดี (๒) พอใช้ (๑)

๑. มคี วามใฝเ่ รียนรู้ นกั เรยี นตั้งใจเรยี นและ นกั เรียนต้ังใจเรยี นและ นักเรยี นไมค่ ่อยตงั้ ใจเรยี น นกั เรียนไมต่ งั้ ใจเรยี น

ไมพ่ ูดคุยกบั เพื่อนในห้อง พูดคุยกับเพอ่ื นในห้อง และ พูดคยุ กับเพื่อนใน และ พูดคุยกบั เพ่ือนใน

ขณะท่คี รสู อน บ้าง ๑ คร้ัง ขณะที่ครู ห้อง ๒ - ๓ ขณะท่คี รู หอ้ งตง้ั แต่ ๓ ครัง้ ข้นึ

สอน สอน ไป

๒. มีความมงุ่ ม่นั ในการ ทำงานท่ีได้รบั มอบหมายตาม ต้องคอยควบคมุ ตอ้ งคอยควบคมุ นักเรียนไมใ่ ส่ใจ และไม่

ทำงาน กำหนดเวลา การทำงานทไ่ี ด้รับ การทำงานท่ไี ดร้ ับ สนใจในการทำงาน

มอบหมายเป็นบางคร้งั มอบหมายบ่อยคร้ัง ตามทไี่ ด้รับมอบหมาย

๓. รักความเป็นไทย เข้ารว่ มกิจกรรมการเรียน ไมเ่ ข้ารว่ มกจิ กรรมการ
ภาษาไทยในช้ันเรยี น เรยี นภาษาไทยในชน้ั
เรยี น

แบบประเมินพฤตกิ รรมการเรียนเปน็ รายบุคคล

แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี……..หน่วยท…่ี ..…เร่อื ง………………………………..……..
ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่…….....……ปีการศกึ ษา...........................

คำชีแ้ จง ให้ผู้ประเมินพจิ ารณาพฤติกรรมของผ้เู รยี นแต่ละคนและเขียนเคร่อื งหมาย ✓ ลงในช่องระดบั คะแนน

พฤติกรรม มีความใฝ่เรียนรู้ รวม
เลข มีความมุ่งม่ันในการ
ที่
ทำงาน
รักความเ ็ปนไทย

ช่อื - สกุล ๐๑๒๓๐๑๒๓๐๑๒๓

เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ ลงช่ือ..............................................
๘ - ๙ ดมี าก ผู้ประเมนิ
๖ - ๗ ดี
๔ – ๕ พอใช้
๐ - ๔ ควรปรับปรงุ

เกณฑก์ ารประเมินแบบฝกึ ทกั ษะที่ ๒ “สรปุ คุณคา่ บทละครพดู เรอ่ื งเหน็ แก่ลูก”
คำช้ีแจง : เกณฑ์การประเมินแบบฝึกทักษะท่ี ๒ “สรุปคุณคา่ บทละครพดู เรื่องเหน็ แก่ลกู ”

เพื่อใหค้ รูใช้เป็นเกณฑใ์ นการประเมินนกั เรียนว่าตรงเกณฑใ์ นช่องใด

ระดบั คะแนน

๙-๑๐ ๗-๘ ๕-๖ ๐-๔

เกณฑ์ประเมิน

แบบฝกึ ทกั ษะท่ี ๒ -สรุปความรูไ้ ด้ครบถว้ น -สรปุ ความรู้ขาดหายบาง -สรปุ ความรขู้ าดหายบาง -สรปุ ความรขู้ าดหายบาง

“สรปุ คุณค่าบทละคร หลายประเด็น มีการยก ประเดน็ ประเดน็ มีการยก ประเดน็ ขาดการ

พูดเร่อื งเห็นแกล่ ูก” ตวั อย่างประกอบชัดเจน มีการยกตัวอยา่ งประกอบ ตัวอยา่ งประกอบ น้อย ยกตวั อย่างประกอบ น้อย

ผลงาน สะอาดเรียบร้อย ผลงานสะอาดเรยี บร้อยดี มาก ผลงานสะอาดพอใช้ มาก ผลงานไม่ค่อย

ดมี าก -การใช้ภาษาการนำเสนอ -การใชภ้ าษาการนำเสนอ สะอาด

-การใช้ภาษาการนำเสนอ นำ้ เสียงชัดเจน อักขระ น้ำเสยี งขาดความชัดเจน -การใชภ้ าษาการนำเสนอ

นำ้ เสียงชัดเจน อักขระ ถกู ตอ้ ง ออกเสยี งอกั ขระไม่ นำ้ เสียงขาดความชดั เจน

ถกู ต้อง -เพ่อื นในกลุม่ ขาดความ ถกู ต้อง ออกเสียงอกั ขระไม่

-มีความสามัคคีรว่ มมือกัน สามคั คีไมค่ อ่ ยให้ความ -เพ่ือนในกลุ่มขาดความ ถูกต้อง

ในกลุ่ม ร่วมมอื กนั สามคั คไี มค่ อ่ ยใหค้ วาม -เพอ่ื นในกล่มุ ไม่ให้ความ

ร่วมมอื กัน ร่วมมอื กนั

แบบประเมินแบบฝกึ ทักษะท่ี ๒ “สรุปคุณคา่ บทละครพูดเรือ่ งเหน็ แกล่ ูก”

คำชีแ้ จง ผู้ประเมินตรวจการพากยบ์ ทละครพดู ลงคะแนนในตารางท่ีตรงกบั ความสามารถของผู้เรียน

รวม

เลขที่ ช่อื – นามสกุล คะแนน

(๑๐)

เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ

๙ - ๑๐ ดมี าก

๗ - ๘ ดี

๕ – ๖ พอใช้ ลงชอ่ื .............................................. ผปู้ ระเมิน

๐ - ๔ ควรปรบั ปรงุ









แผนการจัดการเรียนรู้

กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๒๓๑๐๒ ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๑ บทละครพูดเห็นแก่ลกู เร่อื ง การอา่ นตคี วามและประเมินค่าหนังสอื

เวลา ๔ ชัว่ โมง ภาคเรยี นที่ ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๕๙ ผ้สู อน นางสาวดาราวรรณ ธนนั ฐติ วิ ัชร์

............................................................................................................................. ...............................

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนำไปใช้ตัดสินใจ

แก้ปัญหาในการดำเนนิ ชวี ิตและมีนสิ ยั รกั การอ่าน

ตวั ช้วี ัด/ผลการเรยี นรู้

ท ๑.๑ ม.๓/๙ ตีความและประเมนิ คุณคา่ แนวคิดทไ่ี ดจ้ ากงานเขียนอยา่ งหลากหลาย เพ่ือ

นำไปใชแ้ ก้ปญั หาในชวี ิต

สาระสำคญั

การอ่านตีความและประเมินค่า มีประโยชน์ตอ่ การอ่านหนงั สอื ทำให้ได้แนวคิดอย่างหลากหลายสามารถนำไป

ปรับใชใ้ นชวี ิตประจำวัน

สาระการเรียนรู้
ความรู้
การอา่ นตคี วาม

ทักษะ/กระบวนการ
๑. ทกั ษะการอา่ นตคี วาม

๒. ทักษะการสรุปและลงความเห็น
คุณลักษณะ

๑. ใฝ่เรียนรู้

๒. มุ่งมน่ั ในการทำงาน
๓. มรี ะเบียบวินยั

สมรรถนะสำคัญ
๑. ความสามารถในการสื่อสาร ใชภ้ าษาในการถา่ ยถอดความคิด ความรคู้ วามเข้าใจ
๒. ความสามารถในการคดิ รูจ้ ักวเิ คราะห์ เพอื่ นำไปสู่การสรา้ งองค์ความรู้

การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ช่วั โมงท่ี ๑
ขัน้ นำเขา้ สบู่ ทเรียน

๑. นักเรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคดิ แล้วคิดทบทวนถึงหนงั สอื นอกเวลาทีเ่ คยอา่ น
๒. นกั เรยี นคิดวา่ หนงั สอื นอกเวลาทีเ่ คยอ่านเร่ืองใดใหค้ วามรูแ้ ละขอ้ คดิ ท่ีนกั เรยี นสามารถนำไปใชใ้ น
ชีวติ ประจำวันได้มากท่สี ดุ เพราะเหตุใด
ข้ันพัฒนาผเู้ รียน
๓. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรปุ ความสำคญั และประโยชน์ของการอา่ นหนงั สือนอกเวลา เขยี นลงบน
กระดาน หน้าชนั้ เรยี น
๔. นักเรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ นักเรียนคิดวา่ การใหอ้ า่ นหนังสอื นอกเวลาภาคเรียนละ ๒
เรอ่ื ง เหมาะสมกับนักเรียน ในระดบั นี้หรอื ไม่ เพราะเหตุใด
๕. นกั เรยี นรวมกลมุ่ เดิม จากนัน้ ครชู ีแ้ จงให้นกั เรียนทราบว่า ความสำเรจ็ ของกลุ่มนนั้ จะต้องอาศัย
ผลจากความรว่ มมือกันและช่วยเหลือกัน ผู้ที่เก่งกว่าจะตอ้ งช่วยผู้ที่ออ่ นกวา่ หรอื เรยี นช้ากว่า
๖. นกั เรียนแต่ละกลุม่ รว่ มกันศึกษาความรเู้ รื่อง การอา่ นตคี วาม จากหนังสือเรยี นภาษาไทยหลกั ภาษา
และการใช้ภาษา ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๓ และสืบค้นความรู้เพ่ิมเติมเกี่ยวกับหลักการอ่านตีความและประเมิน
คุณค่า จากแหล่งข้อมลู สารสนเทศ แล้วร่วมกันอภิปรายถงึ หลักการอา่ นตคี วามและประเมนิ คณุ คา่ หนงั สือ
ข้ันรวบยอด
๗. ครแู ละนกั เรยี นสรปุ ความรรู้ ว่ มกันสรุปความสำคญั และประโยชน์ของการอ่านหนังสอื นอกเวลา
เขยี นลงบนกระดาน

ชั่วโมงท่ี ๒
ข้นั นำเข้าสู่บทเรยี น

๑. นักเรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด แลว้ คิดทบทวนถึงหนงั สือนอกเวลาท่ีเคยอ่าน
๒. นักเรียนคดิ วา่ หนงั สอื นอกเวลาทเ่ี คยอ่านเรอื่ งใดให้ความรแู้ ละข้อคิดทีน่ กั เรยี นสามารถนำไปใช้ใน
ชีวิตประจำวนั ได้มากท่ีสุด เพราะเหตใุ ด
ขนั้ พัฒนาผูเ้ รยี น
๓. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด นกั เรยี นคิดวา่ หนงั สือท่มี ีคุณค่าสำหรบั นกั เรียนควรมี
ลกั ษณะอยา่ งไร
๔. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด การทน่ี กั เรยี นจะประเมนิ คุณค่าหนงั สอื ที่อา่ น นักเรยี นต้องมี
ความสามารถในด้านใดมากท่สี ุด (การอ่าน คิดวเิ คราะห)์
๕. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มเลอื กอ่านหนังสือนอกเวลาในห้องสมุด กลมุ่ ละ ๑ เรือ่ ง ไมใ่ หซ้ ้ำเรื่องท่เี คยอ่าน
มาแล้วในชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๑-๒ จากนนั้ เตรียมขอ้ มลู รว่ มกันอภปิ รายถึงเนอ้ื หาสาระของหนังสอื อ่านนอกเวลา
ท่ีกลมุ่ เลอื ก ตามหลักการตีความและประเมนิ ค่าเร่อื งท่อี า่ น แลว้ บันทกึ ความรทู้ ี่ได้ลงใน แบบฝกึ ทักษะท่ี ๓ เรือ่ ง
“การอ่านตีความและประเมินคา่ หนงั สือนอกเวลา”
ข้นั รวบยอด
๖. นักเรียนและครุสรุปความรู้ และทบทวนงานทม่ี อบหมายร่วมกัน

ชวั่ โมงที่ ๓
ข้นั นำเข้าสู่บทเรยี น

๑. นักเรียนและครรู ่วมกันทบทวนเรือ่ งทเี่ รยี นมาในคาบท่แี ล้ว
ขั้นพัฒนาผู้เรียน

๒. นักเรียนแต่ละกลมุ่ ศกึ ษาหนังสอื อา่ นนอกเวลาเพิ่มเติม
๓. นกั เรยี นเขา้ ปรึกษาครเู กีย่ วกบั ประเด็นที่จะนำเสนอ

ขน้ั รวบยอด
๔. นักเรียนและครูรว่ มกันเตรียมวางแผนการนำเสนองานในคาบเรยี นถัดไป

ชั่วโมงท่ี ๔
ข้นั นำเขา้ สบู่ ทเรียน

๑. นกั เรียนและครรู ว่ มกนั ทบทวนเรอื่ งทีเ่ รยี นมาในคาบท่แี ลว้
ขน้ั พัฒนาผ้เู รียน

๒. นกั เรียนแต่ละกล่มุ นำเสนอการอ่านตีความและประเมนิ ค่าหนงั สอื นอกเวลา ตามทก่ี ลมุ่ ตนเอง
ศึกษา

๓. นกั เรียนร่วมแลกเปล่ยี นแสดงความคิดเห็น เก่ียวกับหนังสือนอกเวลาทเี่ พอื่ น ๆแตล่ ะกล่มุ เลอื กมา
ข้ันรวบยอด

๔. นกั เรียนและครูรว่ มกันแตง่ ตงั้ คณะกรรมการเพอื่ คดั เลือกผลงานของนกั เรยี นไปตดิ ป้ายนเิ ทศ

สอ่ื /อุปกรณ์/แหลง่ เรียนรู้
หนงั สอื เรยี นภาษาไทยหลักภาษาและการใชภ้ าษา ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี ๓

หลักฐานการเรยี นรู้
แบบฝึกทักษะที่ ๓ เร่อื ง “การอ่านตคี วามและประเมนิ คา่ หนังสือนอกเวลา”

การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้

เปา้ หมาย/จดุ ประสงค์ หลักฐาน วิธีการประเมิน เครอ่ื งมอื วัด เกณฑ์การประเมนิ
ความรู้
- การอ่านตคี วาม - แบบฝกึ ทักษะ - ตรวจแบบฝกึ - แบบประเมินแบบฝึก - ระดบั คุณภาพอยู่ใน
ระดบั ดีขนึ้ ไป
ทักษะ/กระบวนการ ที่ ๓ เรือ่ ง “การ ทักษะท่ี ๓ เรอ่ื ง ทักษะท่ี ๓ เรือ่ ง “การ
- ทักษะการอ่านตีความ อ่านตคี วามและ “การอ่านตคี วาม อา่ นตคี วามและประเมิน
- ทกั ษะการสรปุ และลง ประเมนิ คา่ และประเมนิ ค่า คา่ หนังสือนอกเวลา”
ความเห็น หนงั สอื นอก หนงั สือนอกเวลา”
เวลา”
คุณลกั ษณะ
- ใฝ่เรียนรู้ - แบบฝึกทกั ษะ - ตรวจแบบฝกึ - แบบประเมินแบบฝึก - ระดับคณุ ภาพอยูใ่ น
- ม่งุ มัน่ ในการทำงาน ท่ี ๓ เรือ่ ง “การ ทกั ษะที่ ๓ เรือ่ ง ทกั ษะที่ ๓ เรือ่ ง “การ ระดับดขี น้ึ ไป
- มรี ะเบียบวินยั อา่ นตคี วามและ “การอ่านตคี วาม อา่ นตีความและประเมิน
ประเมนิ คา่ และประเมินค่า คา่ หนงั สอื นอกเวลา”
หนงั สอื นอก หนงั สือนอกเวลา”
เวลา”

- คะแนนสังเกต - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดับคุณภาพอยใู่ น
พฤตกิ รรมการ การเรยี นเป็น การเรยี นเป็นรายบคุ คล ระดับดขี น้ึ ไป
เรยี นเปน็ รายบคุ คล
รายบคุ คล

เกณฑก์ ารประเมนิ พฤตกิ รรมการเรยี นเปน็ รายบคุ คล
คำช้ีแจง : เกณฑก์ ารประเมินพฤติกรรมการเรียนเป็นรายบุคคลสร้างข้ึนเพื่อให้ครใู ช้เป็นเกณฑ์ในการประเมิน

นักเรยี นเปน็ รายบคุ คลโดยพจิ ารณาพฤตกิ รรมของนักเรยี นว่าตรงเกณฑใ์ นชอ่ งใด

เกณฑก์ ารประเมนิ ดมี าก (๓) ระดบั คะแนน ควรปรบั ปรุง (๐)
ดี (๒) พอใช้ (๑)

๑. มคี วามใฝเ่ รียนรู้ นักเรียนต้งั ใจเรียนและ นักเรียนต้ังใจเรยี นและ นักเรยี นไมค่ ่อยตั้งใจเรียน นักเรยี นไม่ตงั้ ใจเรยี น

ไม่พูดคยุ กับเพ่อื นในห้อง พูดคยุ กบั เพือ่ นในห้อง และ พูดคุยกับเพอื่ นใน และ พูดคยุ กบั เพ่อื นใน

ขณะทคี่ รูสอน บ้าง ๑ คร้งั ขณะทีค่ รู หอ้ ง ๒ - ๓ ขณะทคี่ รู ห้องตง้ั แต่ ๓ ครง้ั ข้ึน

สอน สอน ไป

๒. มคี วามมงุ่ มนั่ ในการ ทำงานที่ไดร้ บั มอบหมายตาม ตอ้ งคอยควบคุม ตอ้ งคอยควบคุม นักเรียนไมใ่ สใ่ จ และไม่

ทำงาน กำหนดเวลา การทำงานทไี่ ด้รับ การทำงานที่ได้รับ สนใจในการทำงาน

มอบหมายเปน็ บางครั้ง มอบหมายบ่อยครั้ง ตามที่ไดร้ ับมอบหมาย

๓. มวี ินัย -สง่ งานครบถว้ นตรงตาม -ส่งงานครบถว้ นแตช่ ้า -สง่ งานครบถ้วนแตช่ า้ -ส่งงานครบถ้วนแต่ช้า
เวลาทก่ี ำหนด กว่าเวลาที่กำหนด กว่าเวลาท่ีกำหนด กว่าเวลาที่กำหนด 5
-เขา้ ช้นั เรยี นตรงเวลา 1-2 วนั 3-4 วัน วันขึ้นไปหรือไม่ส่ง
-ไม่เข้าช้นั เรยี น
-เข้าชน้ั เรยี นช้า -เขา้ ช้นั เรยี นชา้

๕ - ๑๐ นาที เกินกวา่ ๑๐ นาที

แบบประเมินพฤตกิ รรมการเรียนเปน็ รายบุคคล

แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี……..หน่วยท…่ี ..…เร่อื ง………………………………..……..
ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่…….....……ปีการศกึ ษา...........................

คำชีแ้ จง ให้ผู้ประเมินพจิ ารณาพฤติกรรมของผ้เู รยี นแต่ละคนและเขียนเคร่อื งหมาย ✓ ลงในช่องระดบั คะแนน

พฤติกรรม มีความใฝ่เรียนรู้ รวม
เลข มีความมุ่งม่ันในการ
ที่
ทำงาน
มี ิว ันย

ช่อื - สกุล ๐๑๒๓๐๑๒๓๐๑๒๓

เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ ลงช่ือ..............................................
๘ - ๙ ดมี าก ผู้ประเมนิ
๖ - ๗ ดี
๔ – ๕ พอใช้
๐ - ๔ ควรปรับปรงุ

เกณฑ์การประเมินแบบฝกึ ทกั ษะท่ี ๓ เร่อื ง “การอา่ นตคี วามและประเมินคา่ หนงั สือนอกเวลา”

คำชี้แจง : เกณฑ์การประเมินแบบฝึกทักษะท่ี ๓ เรื่อง “การอ่านตีความและประเมินค่าหนังสือนอก
เวลา” เพื่อใหค้ รใู ชเ้ ป็นเกณฑ์ในการประเมนิ นกั เรยี นวา่ ตรงเกณฑ์ในชอ่ งใด

ระดับคะแนน ๗-๘ ๕-๖ ๐-๔
๙-๑๐
-ตอบคำถามไดบ้ างสว่ น -ตอบคำถามได้บางส่วน ตอบคำถามไมค่ รบ ไม่
เกณฑป์ ระเมิน ประเด็นไม่ชดั เจน บางประเดน็ ไมช่ ัดเจน ตรงประเดน็ ผลงาน ไม่
ผลงาน สะอาดเรียบร้อย ผลงาน ไมเ่ รียบรอ้ ย เรยี บร้อย
แบบฝึกทักษะที่ ๓ เรื่อง -ตอบคำถามได้ครบถ้วน ดีมาก
“การอ่านตีความและ ในหลายประเด็นอย่าง
ประเมินค่าหนังสือนอก ชดั เจน ผลงาน สะอาด
เวลา” เรียบรอ้ ยดมี าก

แบบประเมนิ แบบฝกึ ทกั ษะท่ี ๓ เร่ือง “การอ่านตีความและประเมินคา่ หนังสอื นอกเวลา”

คำชแี้ จง ผู้ประเมนิ ตรวจแบบฝึกทักษะท่ี ๓ เรอื่ ง “การอ่านตีความและประเมนิ คา่ หนงั สอื นอกเวลา”ลงคะแนนในตารางที่ตรง
กบั ความสามารถของผเู้ รียน

รวม

เลขที่ ชอื่ – นามสกุล คะแนน

(๑๐)

ลงช่อื .............................................. ผูป้ ระเมนิ

เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ

๙ - ๑๐ ดีมาก

๗ - ๘ ดี

๕ – ๖ พอใช้

๐ - ๔ ควรปรบั ปรงุ


Click to View FlipBook Version