แผนการจัดการเรยี นรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๒๓๑๐๒ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๓ สนุกกับหลักภาษา เรอ่ื ง ประโยคน่ารู้
เวลา ๓ ช่ัวโมง ภาคเรียนที่ ๒ ปกี ารศึกษา ๒๕๕๙ ผสู้ อน นางสาวดาราวรรณ ธนันฐติ วิ ชั ร์
............................................................................................................................. ...............................
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของ
ภาษาและพลังของภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็
สมบัติของชาติ
ตวั ชี้วัด/ผลการเรยี นรู้
ท ๔.๑ ม.๓/๑ วเิ คราะห์โครงสร้างประโยคซับซ้อน
สาระสำคญั
ประโยค เกิดจากคำหลาย ๆ คำหรือวลีมาเรียงต่อกันแลว้ มีใจความสมบรู ณ์ ซึ่งประกอบไปด้วย ภาค
ประธานและภาคแสดง ใช้ติดต่อสอ่ื สารกันไดท้ ั้งทางภาษาเขียนและภาษาพูด การศึกษาเรอ่ื งของประโยค จะ
ทำใหน้ กั เรียนสามารถวิเคราะหแ์ ละจำแนกประโยคแต่ละชนิดทีม่ ีใช้ในภาษาไทยไดถ้ กู ตอ้ ง
สาระการเรียนรู้
ความรู้
๑. ความหมายและโครงสร้างของประโยคสามญั ประโยครวม และประโยคซอ้ นได้ถูกตอ้ ง
๒. วิเคราะห์โครงสร้างของประโยคแตล่ ะชนิดไดถ้ ูกตอ้ ง
ทักษะ/กระบวนการ
๑. ทกั ษะในการคดิ วิเคราะห์
๒. ทักษะการเขยี น
คุณลักษณะ
๑. ใฝ่เรยี นรู้
๒. มุ่งมั่นในการทำงาน
๓. มีวนิ ยั
สมรรถนะสำคญั
๑. ความสามารถในการส่ือสาร ใชภ้ าษาในการถา่ ยถอดความคิด ความร้คู วามเข้าใจ
๒. ความสามารถในการคดิ รูจ้ ักวิเคราะห์ชนดิ ประโยค เพ่ือนำไปสกู่ ารสร้างองค์ความรู้
การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ชวั่ โมงที่ ๑
ขัน้ นำเข้าส่บู ทเรียน
๑. นกั เรยี นทบทวนความรู้เกี่ยวกบั ประโยค ในสงิ่ ทีเ่ คยเรียนมาแลว้ เมื่อชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒ โดยครู
เขียนคำว่า “ประโยค”บนกระดาน แล้วใหน้ ักเรียนชว่ ยกันคดิ วา่ นักเรียนมคี วามรูอ้ ะไรเก่ียวกบั ประโยคบา้ ง
๒. นักเรยี นดภู าพนก Hummingbird ครูสุ่มนักเรียนแตง่ ประโยคจากภาพ โดยใหน้ ักเรียนแตง่
ประโยคที่หลากหลาย ช่วยกันเขียนประโยคบนกระดาน สอบถามนักเรียนว่าประโยคที่เพื่อนเขียนเป็น
ประโยคชนดิ ใด ประโยคสามัญ ประโยครวม หรอื ประโยคซ้อน เพ่ือเชอื่ มโยงเขา้ สู่บทเรียน
ขั้นพฒั นาผูเ้ รียน
๓. นกั เรยี นศึกษาเก่ียวกบั ความหมายและโครงสรา้ งของประโยคสามญั ประโยครวมและประโยคซ้อน
จากเอกสารประกอบการเรยี นรู้เรอ่ื ง “กวา่ จะเปน็ ประโยค” เขยี นจดบนั ทกึ ลงในสมุด ฟงั ครูอธิบายและ
ยกตวั อย่างแต่ละประโยคเพื่อใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจ ช้ีแจงใหน้ กั เรยี นเห็นความแตกต่างของโครงสร้างประโยคแต่
ละชนดิ
๔. นักเรียนแขง่ ขนั กันตอบคำถามจากแถบประโยคท่ีครูชูข้นึ วา่ เปน็ ประโยคชนดิ ใด ประโยค
สามญั ประโยครวม หรือประโยคซอ้ น
- คุณพอ่ กลบั บา้ นตอนเยน็ (ประโยคสามญั )
- ฉันไมช่ อบคนเอาเปรยี บผู้อื่น (ประโยคซ้อน)
- คนทะเลาะกนั กอ่ ความรำคาญใหเ้ พ่อื นบา้ น (ประโยคซอ้ น)
- ฉันหวังว่าคุณจะมา (ประโยคซอ้ น)
- ปลาน้ำจืดหลายชนดิ วา่ ยทวนนำ้ (ประโยคสามัญ)
- อำเภอขุนยวมตง้ั อยู่ในจังหวัดแม่ฮอ่ งสอน (ประโยคสามญั )
- เขาทำงานเสรจ็ แลว้ เขากก็ ลบั บ้าน (ประโยครวม)
- แมเ้ ขายากจน เขาก็ไม่เคยขอใครกนิ (ประโยครวม)
- ไม่ตำรวจกผ็ ้รู ้าย ตอ้ งตายกนั ไปขา้ งหนึง่ (ประโยครวม)
- เราไมท่ ง้ิ ขยะมูลฝอยลงในแมน่ ้ำลำคลอง (ประโยคสามัญ)
๕. นกั เรียนทำแบบฝึกทักษะ “ประโยคในภาษาไทย” ฝึกทำเป็นรายบคุ คล
๖. ถา้ ทำไม่เสร็จครูมอบหมายทำนอกเวลา
ข้ันรวบยอด
๗. นักเรียนและครูรว่ มกันพูดสรปุ
ชว่ั โมงที่ ๒
ขัน้ นำเข้าสูบ่ ทเรยี น
๑. นกั เรยี นทบทวนความรู้เก่ียวกับประโยคร่วมกนั
ข้ันพัฒนาผ้เู รยี น
๒. นกั เรยี นร่วมกนั เฉลยแบบฝกึ ทกั ษะ “ประโยคในภาษาไทย” จากคาบเรยี นที่ผ่านมา พร้อมท้งั
ชมเชยนกั เรียนท่ที ำคะแนนไดม้ ากท่สี ดุ
ข้นั รวบยอด
๗. นักเรียนและครูรว่ มกนั สรปุ โครงสร้างของประโยคท้งั ๓ ชนิด ไดแ้ ก่ ประโยคสามัญ ประโยครวม
และประโยคซ้อน แลว้ จดบันทึกความรู้ทไี่ ด้ลงสมุด
ช่ัวโมงท่ี ๓
ขน้ั นำเข้าสู่บทเรียน
๑. นักเรยี นทบทวนความรเู้ ก่ยี วกบั ประโยครว่ มกนั
ข้ันพัฒนาผเู้ รยี น
๒. นกั เรียนคน้ ควา้ ประโยค ทัง้ ๓ ชนิด ได้แก่ ประโยคสามญั ประโยครวมและประโยคซอ้ น จาก
ข้อความหนงั สอื นวนยิ ายในห้องสมุด ให้ได้อยา่ งละ ๓๐ ประโยค โดยจดลงในสมุดบนั ทึก
ข้นั รวบยอด
๗. นกั เรยี นและครรู ว่ มกันสรปุ โครงสรา้ งของประโยคทัง้ ๓ ชนดิ ไดแ้ ก่ ประโยคสามัญ ประโยครวม
และประโยคซอ้ น
สอ่ื /อปุ กรณ/์ แหล่งเรียนรู้
๑. ภาพนก Hummingbird
๒. แถบประโยค
๓. เอกสารประกอบการเรยี นร้เู รื่อง “กวา่ จะเปน็ ประโยค”
๔. แหล่งเรียนรู้ห้องสมดุ
หลักฐานการเรียนรู้
๑. สมุดบนั ทึก
๒. แบบฝกึ ทกั ษะ “ประโยคในภาษาไทย”
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
เปา้ หมาย/จดุ ประสงค์ หลกั ฐาน วธิ กี ารประเมิน เครอ่ื งมือวดั เกณฑก์ ารประเมนิ
ความรู้
- ความหมายและโครงสร้าง - สมุดบันทึก - ตรวจสมดุ บนั ทกึ - แบบประเมินสมุดบันทึก - ระดับคุณภาพอยใู่ น
ของประโยคสามญั ประโยค ระดบั ดขี ึ้นไป
รวม และประโยคซ้อนได้
ถกู ตอ้ ง - แบบฝกึ ทกั ษะ - ตรวจแบบฝกึ - แบบประเมินแบบฝึก - ระดับคุณภาพอยู่ใน
- วเิ คราะหโ์ ครงสรา้ งของ “ประโยคใน ทักษะ “ประโยคใน ทักษะ ระดบั ดขี น้ึ ไป
ประโยคแตล่ ะชนิดไดถ้ ูกต้อง ภาษาไทย” ภาษาไทย”
ทักษะ/กระบวนการ - แบบฝกึ ทักษะ - ตรวจแบบฝึก - แบบประเมนิ แบบฝึก - ระดับคณุ ภาพอยูใ่ น
- ทักษะในการคิดวเิ คราะห์ “ประโยคใน ทักษะ “ประโยคใน ทกั ษะ ระดบั ดขี ้นึ ไป
ประโยค ภาษาไทย” ภาษาไทย”
- สมุดบันทึก - ตรวจแบบฝกึ - แบบประเมนิ สมดุ บันทึก - ระดับคุณภาพอยู่ใน
- ทกั ษะการเขยี น ทกั ษะ “ประโยคใน ระดบั ดขี ้นึ ไป
ภาษาไทย
คุณลกั ษณะ
- ใฝเ่ รยี นรู้ - คะแนน - สังเกตพฤติกรรม - แบบประเมินพฤตกิ รรม - ระดบั คุณภาพอยู่ใน
- มุ่งมนั่ ในการทำงาน พฤติกรรมการ การเรยี นเปน็ การเรียนเป็นรายบคุ คล ระดับพอใชข้ น้ึ ไป
- มวี นิ ัย เรยี นเป็น รายบคุ คล
รายบุคคล
เกณฑก์ ารประเมินพฤตกิ รรมการเรียนเป็นรายบคุ คล
คำช้ีแจง : เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมการเรียนเปน็ รายบคุ คลสร้างข้ึนเพอื่ ให้ครใู ชเ้ ปน็ เกณฑ์ในการประเมิน
นักเรยี นเปน็ รายบคุ คลโดยพจิ ารณาพฤติกรรมของนกั เรยี นว่าตรงเกณฑใ์ นชอ่ งใด
เกณฑ์การประเมนิ ดมี าก (๓) ระดบั คะแนน ควรปรบั ปรุง (๐)
ดี (๒) พอใช้ (๑)
๑. มีความใฝ่เรียนรู้ นักเรยี นตง้ั ใจเรียนและ นักเรยี นตัง้ ใจเรยี นและ นักเรียนไม่ค่อยตั้งใจเรยี น นกั เรยี นไมต่ งั้ ใจเรียน
ไม่พดู คยุ กบั เพื่อนในหอ้ ง พูดคุยกบั เพื่อนในห้อง และ พูดคุยกบั เพ่ือนใน และ พูดคยุ กบั เพอ่ื นใน
ขณะทีค่ รสู อน บ้าง ๑ คร้ัง ขณะที่ครู หอ้ ง ๒ - ๓ ขณะที่ครู ห้องต้ังแต่ ๓ คร้ังขน้ึ
สอน สอน ไป
๒. มีความมงุ่ มัน่ ในการ ทำงานทไ่ี ด้รับมอบหมายตาม ต้องคอยควบคุม ตอ้ งคอยควบคุม นกั เรยี นไม่ใส่ใจ และไม่
ทำงาน กำหนดเวลา การทำงานท่ีได้รับ การทำงานทไ่ี ดร้ บั สนใจในการทำงาน
มอบหมายเป็นบางครงั้ มอบหมายบ่อยครง้ั ตามทไี่ ดร้ ับมอบหมาย
๓. มวี ินยั -สง่ งานครบถว้ นตรงตาม -สง่ งานครบถ้วนแตช่ า้ -สง่ งานครบถ้วนแตช่ ้า -ส่งงานครบถว้ นแต่ช้า
เวลาที่กำหนด กวา่ เวลาที่กำหนด กวา่ เวลาทกี่ ำหนด กวา่ เวลาท่ีกำหนด 5
-เขา้ ช้นั เรียนตรงเวลา 1-2 วนั 3-4 วัน วนั ข้ึนไปหรือไม่ส่ง
-ไม่เขา้ ชัน้ เรยี น
๔. สมุดจดบนั ทึก เขียนความรู้ -เข้าชัน้ เรยี นช้า -เข้าชนั้ เรยี นชา้
ความคิด เขยี นความรู้
และความรู้สึก ๕ - ๑๐ นาที เกนิ กวา่ ๑๐ นาที ทไ่ี ด้รบั จาก
ท่ีไดจ้ าก บทเรยี น
การเรยี นรใู้ น เขียนความรู้ เขยี นความรู้ เป็นความร้แู บบ
แงม่ มุ ท่ีนา่ สนใจ ความคดิ และความคิด ทอ่ งจำ
และความรู้สึก ตามบทเรยี น ไม่สามารถ
เปน็ ประโยชน์ ท่ไี ดจ้ าก สอดแทรก เชื่อมโยงกับ
ในการดำเนินชวี ติ การเรียนร้ใู น ความคดิ ทเี่ พ่ิม ชวี ติ จริงได้
ท้ังตอ่ ตนเอง แงม่ ุมทีน่ า่ สนใจ เติมข้นึ เล็กนอ้ ย
และผู้อ่นื เปน็ ประโยชน์ ใหเ้ ชอ่ื มโยงกับ ทำถูกตอ้ ง ๐ - ๓ ข้อ
ในการดำเนินชวี ิต ชีวิตจริง
ของตนเอง
๕ . ก า ร ท ำ แ บ บ ฝึก ทำถกู ต้อง ๑๒ – ๑๕ ขอ้ ทำถูกต้อง ๘ - ๑๑ ขอ้ ทำถูกต้อง ๔ - ๗ ข้อ
ทักษะ
แบบประเมนิ พฤติกรรมการเรียนเปน็ รายบุคคล
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่……..หน่วยท…ี่ ..…เรอ่ื ง………………………………..……..
ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่…….....……ปีการศกึ ษา...........................
คำช้แี จง ใหผ้ ้ปู ระเมินพิจารณาพฤตกิ รรมของผู้เรียนแต่ละคนและเขียนเคร่อื งหมาย ✓ ลงในชอ่ งระดบั คะแนน
พฤตกิ รรม มีความใฝ่เรียนรู้ รวม
เลข มีความมุ่งมั่นในการ
ท่ี
ทำงาน
มี ิว ันย
สมุดจด ับน ึทก
การทำแบบฝึก
ัทกษะ
ชอ่ื - สกุล ๐๑๒๓๐๑๒๓๐๑๒๓๐๑๒๓๐๑๒๓
เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ ลงช่อื ..............................................
ผู้ประเมิน
๑๒ - ๑๕ ดมี าก
๘ - ๑๑ ดี
๔ - ๗ พอใช้
๐ - ๓ ควรปรับปรุง
ความรเู้ พ่มิ เติม
เรือ่ ง ประโยค
_______________________________
ประโยค หมายถงึ ถ้อยคำหลายคำท่ีนำมาเรยี งกนั แลว้ เกิดใจความสมบรู ณ์ ซ่ึงประกอบไปด้วย
ภาคประธาน และภาคแสดง ใชต้ ดิ ตอ่ สือ่ สารกันได้ทั้งทางภาษาเขยี น หรือภาษาพูด แต่การใช้ภาษาพูดใน
สถานการณ์ต่างๆกนั อาจละเว้นสว่ นหน่ึงสว่ นใดได้ในฐานท่ีเข้าใจกันระหว่างผ้พู ูด และผู้ฟัง ลักษณะของ
ประโยคตา่ ง ๆ จำแนกตามโครงสร้าง ดงั ต่อไปนี้
๑. ประโยคสามญั (เอกรรถประโยค)
ประโยคสามัญ (เอกรรถประโยค) หมายถงึ ประโยคทก่ี ล่าวถงึ สง่ิ ใดส่ิงหนงึ่ เพยี งอย่างเดยี ว
และส่งิ นนั้ แสดงกริยาอาการ หรอื อยใู่ นสภาพอยา่ งใดอยา่ งหนึ่งเพยี งอยา่ งเดยี ว ประโยคประกอบด้วย
ภาคประธาน และภาคแสดง เช่น
ภาคประธาน ภาคแสดง
นก บนิ ไปหากิน
แมว ร้องดังเหมยี วเหมียว
เรอื แล่นไปชา้ ๆ
รูปประโยคสามัญ แบ่งได้เป็น ๔ แบบ ดังนี้
๑.๑ ประโยคท่ีข้นึ ต้นด้วยผู้กระทำ เช่น
- แมท่ ำกับขา้ ว
- ยายปอ้ นข้าวน้อง
๑.๒ ประโยคทข่ี ้ึนต้นด้วยผถู้ กู กระทำ เช่น
- กระดาษถูกครตู ดั
- ต้นไมถ้ กู ปลกู หลายตน้
๑.๓ ประโยคท่ขี ้ึนต้นดว้ ยกรยิ า เช่น
- เกดิ เหตกุ ารณจ์ ลาจลที่ต่างประเทศ
- ฝนตกหนกั ที่นนทบรุ ี
๑.๔ ประโยคเชงิ คำสง่ั และขอร้อง เช่น
- อย่าเดินลัดสนาม (คำส่ัง)
- กรุณาเดนิ ชิดดา้ นใน (ขอรอ้ ง)
นอกจากน้ี ยังมกี ารแบง่ รปู แบบของประโยคความเดียวตามลกั ษณะการส่ือสาร ไดแ้ ก่
ประโยคบอกเล่า โดยมากประกอบด้วย ประธาน กริยา กรรม และอาจมีส่วนขยายต่างๆ เพื่อให้มี
ใจความชดั เจนยง่ิ ขนึ้ เชน่
- ครูกำลงั สอนหนงั สือนกั เรียนชน้ั ป.๒
- ฉนั เดนิ ไปตลาดนดั คนเดยี ว
ประโยคปฏิเสธ โดยมากมักมีคำวา่ ไม่ มิใช่ หามไิ ด้ ประกอบตวั แสดง เช่น
- เขาไม่ได้มาหาฉนั นานแลว้
- ผมไมส่ นใจศลิ ปินเกาหลี
- คุณมไิ ดอ้ ่านคำแนะนำก่อนใชย้ า
ประโยคคำสง่ั และขอรอ้ ง โดยมากจะละประธานไว้ในฐานท่ีเข้าใจ มเี ฉพาะแตแ่ สดง เช่น
- โปรดฟงั ทางนี้
- ยกของข้ึนเด๋ียวนี้
- กรุณาอยา่ เดนิ ลดั สนาม
ประโยคคำถาม โดยมากจะมคี ำถามกำกับอยู่ตน้ หรือท้ายประโยค เช่น
- มดชอบกินอะไร
- เธอเรียนอย่ชู น้ั ไหน
๒. ประโยครวม (อเนกรรถประโยค)
ประโยครวม (อเนกรรถประโยค) หมายถึง ประโยคที่รวมประโยคความเดียวตั้งแต่
๒ ประโยคขึน้ ไป โดยมคี ำสนั ธาน เช่น และ แต่ หรอื ก็ เป็นตัวเช่ือม
ประโยครวมมี ๔ ชนิด (จงชัย เจนหัตถการกจิ , ๒๕๕๑: ๑๐๒) ได้แก่
๒.๑ ประโยครวมแบบคลอ้ ยตาม จะมีเนอ้ื หาคล้อยตามกนั เช่น
- พนักงานดบั ไฟสงบแลว้ จงึ เข้าไปตรวจในพ้ืนท่ี
- ครั้นถกู ครูดุแลว้ เขาจึงต้งั ใจเรยี น
๒.๒ ประโยครวมแบบขัดแยง้ จะมเี นือ้ ความขัดแย้งกัน เช่น
- กว่าเขาจะสำนึกได้กส็ ายไปเสยี แล้ว
- เธอเปน็ คนปากหวานแตก่ ไ็ มจ่ ริงใจ
๒.๓ ประโยครวมแบบเลอื กเอาอย่างใดอยา่ งหน่ึง จะมีเนอ้ื ความขัดแย้งกัน เชน่
- ไมเ่ ขาก็เธอต้องออกไปพูดหน้าห้อง
- คณุ ต้องการดืม่ ชาหรอื กาแฟ
๓. ประโยคซ้อน (สงั กรประโยค)
ประโยคซ้อน(สังกรประโยค) คือ ประโยคที่มีใจความหลักประโยคหนึ่ง แล้วมีประโยคย่อย
อีกประโยคหนึง่ ซ้อนอยู่ ซึ่งประโยคย่อยนัน้ อาจทำหน้าที่เปน็ คำนาม ขยายนาม หรือสรรพนาม หรือ
ขยายกริยาหรอื วเิ ศษณ์ ประโยคซ้อนมี ๓ ชนดิ ไดแ้ ก่
๓.๑ นามานุประโยค คือ ประโยคยอ่ ยท่ที ำหน้าท่แี ทนนาม ซึง่ นามนน้ั อาจทำหนา้ ทเี่ ป็น
ประธาน กรรม หรอื สว่ นเติมเต็มในประโยคก็ได้ เช่น
- คนเห็นแก่ตวั เปน็ คนท่ีสังคมรังเกียจ
- ผมชอบมองนกนางนวลบินโฉบไปมา
- นกั เรียนทสี่ อบได้ที่ ๑ ให้ออกมารับรางวัล
- ทา่ นพทุ ธทาสภิกขุสอนว่าส่ิงทั้งหลายไม่ควรยึดม่ันถอื ม่นั
๓.๒ คุณานุประโยค คือ ประโยคย่อยทีท่ ำหน้าที่ขยายนามหรือสรรพนาม โดยมี ประ
พันธสรรพนาม ที่ ซ่ึง อัน ผู้ เป็นตวั เช่อื ม เชน่
- ฉนั ได้รบั รางวัลที่ราคาไมแ่ พงแต่มากดว้ ยคุณค่าทางจิตใจ
- เราพงึ ระวงั ความเสียงตา่ งๆ อันจะนำไปสโู่ รคไขห้ วัดสายพนั ธใุ์ หม่
- เธอเปน็ คนเหนือผ้ซู ง่ึ อยากไปทำงานในภาคใต้
๓.๓ วิเศษณานุประโยค คือ ประโยคย่อยที่ทำหน้าที่ขยายกริยา หรือวิเศษณ์ โดยมี
คำประพนั ธวเิ ศษณ์ เชน่ อยา่ งท่ี เม่อื เพื่อ เพราะ ตาม จน ตัง้ แต่ เปน็ ตวั เช่ือม เชน่
- เธอออกกำลังกายทกุ วันเพอื่ ให้รา่ งกายแข็งแรง
- นักวง่ิ เป็นลมเมื่อวิง่ มาถงึ เส้นชยั
- รถตดิ ในกรงุ เทพฯ เพราะมีรถมากกว่าถนน
- เขาเขยี นหนงั สือตง้ั แตพ่ ระอาทติ ยข์ นึ้ จนพระอาทิตย์ตก
แผนการจดั การเรยี นรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท ๒๓๑๐๒ ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๓
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๓ สนุกกับหลักภาษา เร่ือง ประโยคซับซอ้ น
เวลา ๓ ช่ัวโมง ภาคเรยี นที่ ๒ ปกี ารศึกษา ๒๕๕๙ ผสู้ อน นางสาวดาราวรรณ ธนนั ฐติ ิวชั ร์
............................................................................................................................. ...............................
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ
ภาษาและพลังของภาษา ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็น
สมบตั ขิ องชาติ
ตัวช้วี ัด/ผลการเรียนรู้
ท ๔.๑ ม.๓/๑ วิเคราะห์โครงสร้างประโยคซับซอ้ น
สาระสำคญั
ประโยคซับซ้อนเกิดจากประโยคสามญั ที่แบง่ เป็นประโยคความเดียว ประโยคความรวมและประโยค
ความซ้อน ซงึ่ ถ้าประโยคท้งั สามน้ีเพิ่มคำขยาย การรวมประโยคเข้าดว้ ยกันจะทำใหก้ ลายเป็นประโยคซับซ้อน
ขน้ึ แตส่ ามารถสื่อความชัดเจนและสละสลวย นักเรยี นจึงจำเปน็ ที่จะตอ้ งศกึ ษาเร่ืองประโยคซับซ้อนเพ่ือใช้ใน
การเรยี นในระดับทสี่ งู ขึ้น ทั้งยงั สามารถนำไปใช้ในการสื่อสารในชีวติ ประจำวันให้ถกู ตอ้ ง
สาระการเรยี นรู้
ความรู้
ประโยคซบั ซอ้ น (ประโยคความเดียวที่ซับซอ้ น ประโยคความรวมที่ซับซ้อน ประโยคความซอ้ น
ทซ่ี ับซ้อน
ทกั ษะ/กระบวนการ
๑. ทกั ษะในการคิดวเิ คราะห์
๒. ทักษะการเขยี น
คณุ ลักษณะ
๑. ใฝ่เรียนรู้
๒. มุ่งมนั่ ในการทำงาน
๓. มวี นิ ัย
สมรรถนะสำคญั
๑. ความสามารถในการส่อื สาร ใช้ภาษาในการถา่ ยถอดความคิด ความร้คู วามเข้าใจ
๒. ความสามารถในการคิด รจู้ ักวิเคราะห์ชนิดประโยค เพ่ือนำไปสู่การสรา้ งองค์ความรู้
การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ชวั่ โมงท่ี ๑
ขน้ั นำเขา้ สู่บทเรยี น
๑. ครยู กตวั อยา่ งประโยคตอ่ ไปนบี้ นกระดานดำ
๑) บา้ นพกั คนงานบรษิ ัทหลงั ใหมบ่ นเนินเขาสรา้ งเสร็จแล้ว
๒) ปรีชาไม่ชอบเล่นฟุตบอล แต่เขาชอบพนันฟุตบอล ดังนั้น เขามีปัญหาเรื่องการเงินและใน
ท่ีสดุ ปรชี าหยดุ การเรยี นไปอย่างน่าเสียดาย
๓) พระราชาองคน์ ้ที รงทศพธิ ราชธรรมดียิง่ ดังนั้น ราษฎรจงึ รกั พระองคจ์ นพวกเขาสละชีพเพ่ือ
พระองค์ได้
๒. ให้นักเรียนร่วมกันคิดวิเคราะห์วา่ เป็นประโยคชนิดใด ประโยคสามัญ ประโยครวม หรือประโยค
ซอ้ น ทีเ่ คยเรยี นไปแล้วหรือไม่ และช่วยกันแยกสว่ นประกอบของประโยคดงั กลา่ ว
ข้นั พฒั นาผู้เรียน
๓. นกั เรยี นอา่ นความหมายของประโยคซับซอ้ นและโครงสร้างของประโยคซับซอ้ นแต่ละชนิด ในใบ
ความรู้เรื่อง “ประโยคซับซอ้ น” และเขยี นบันทึกความรเู้ พ่ิมเตมิ จากท่คี รอู ธบิ าย
๔. นกั เรียนช่วยกนั ตอบคำถามเก่ยี วกบั เรือ่ ง “ประโยคซับซอ้ น” และเปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนซกั ถาม
ขั้นรวบยอด
๕. นกั เรียนทำแบบฝึกทกั ษะเรอื่ ง “วิเคราะหโ์ ครงสร้างประโยคซบั ซ้อน”
๖. เมือ่ ไม่เสร็จทำคาบเรียนต่อไป คาบ ๒-๓ และครูทบทวนก่อนหมดคาบ
ช่ัวโมงท่ี ๒-๓
นักเรียนทำงานทีไ่ ด้รับมอบหมาย คาบที่ ๓ เฉลยรว่ มกนั
ส่ือ/อุปกรณ์/แหล่งเรียนรู้
ใบความร้เู รอ่ื ง “ประโยคซบั ซอ้ น”
หลกั ฐานการเรียนรู้
๑. การบนั ทกึ ความร้เู พมิ่ เติมลงในใบงาน
๒. แบบฝกึ ทักษะ “วเิ คราะห์ประโยคซบั ซ้อน”
การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
เป้าหมาย/จุดประสงค์ หลักฐาน วิธีการประเมนิ เครื่องมอื วดั เกณฑ์การประเมนิ
ความรู้
- ประโยคซบั ซอ้ น (ประโยค - การบันทึก - ตรวจการบนั ทกึ - แบบประเมินการบนั ทกึ - ระดับคุณภาพอยูใ่ น
ความเดียวที่ซับซ้อน ประโยค ความรูเ้ พิม่ เตมิ ระดับพอใช้ขึน้ ไป
ความรวมทซี่ บั ซ้อน ประโยค ลงในใบงาน ความรู้เพมิ่ เติมลงใน ความรู้
ความซอ้ นท่ซี ับซอ้ น
ทกั ษะ/กระบวนการ - แบบฝกึ ทักษะ ใบงาน
- ทกั ษะในการคิดวเิ คราะห์ “วเิ คราะห์
ประโยค ประโยค - ตรวจแบบฝกึ - แบบประเมินแบบฝึก - ระดับคณุ ภาพอยใู่ น
ซับซ้อน” ทักษะ “วเิ คราะห์ ทักษะ ระดบั พอใช้ข้ึนไป
- ทักษะการเขียน - แบบฝึกทกั ษะ ประโยค
“วเิ คราะห์
คณุ ลักษณะ ประโยค - ตรวจแบบฝกึ - แบบประเมนิ แบบฝึก - ระดับคณุ ภาพอยู่ใน
- ใฝ่เรยี นรู้ ซบั ซอ้ น” ทกั ษะ “วเิ คราะห์ ทักษะ ระดับพอใช้ข้ึนไป
- มุง่ มน่ั ในการทำงาน ประโยค
- มวี นิ ยั - คะแนน
พฤตกิ รรมการ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบประเมนิ พฤติกรรม - ระดบั คณุ ภาพอย่ใู น
เรยี นเปน็ การเรียนเปน็ การเรยี นเป็นรายบคุ คลใน ระดบั พอใชข้ น้ึ ไป
รายบุคคล รายบุคคล ความใฝเ่ รยี นรู้
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมการเรยี นเปน็ รายบคุ คล
คำชแ้ี จง : เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมการเรยี นเปน็ รายบุคคลสร้างข้ึนเพอื่ ให้ครูใชเ้ ปน็ เกณฑ์ในการประเมิน
นกั เรยี นเป็นรายบุคคลโดยพิจารณาพฤตกิ รรมของนักเรียนว่าตรงเกณฑใ์ นช่องใด
เกณฑก์ ารประเมนิ ดมี าก (๓) ระดับคะแนน ควรปรบั ปรุง (๐)
ดี (๒) พอใช้ (๑)
๑. มีความใฝ่เรียนรู้ นกั เรียนต้งั ใจเรยี นและ นักเรยี นตงั้ ใจเรยี นและ นกั เรยี นไมค่ อ่ ยต้งั ใจเรยี น นกั เรียนไมต่ งั้ ใจเรยี น
ไมพ่ ูดคยุ กบั เพื่อนในหอ้ ง พดู คยุ กับเพ่ือนในห้อง และ พดู คยุ กบั เพือ่ นใน และ พูดคยุ กบั เพ่ือนใน
ขณะที่ครูสอน บา้ ง ๑ ครงั้ ขณะที่ครู ห้อง ๒ - ๓ ขณะที่ครู หอ้ งตงั้ แต่ ๓ ครง้ั ข้ึน
สอน สอน ไป
๒. มคี วามมงุ่ ม่นั ในการ ทำงานท่ีได้รบั มอบหมายตาม ต้องคอยควบคุม ตอ้ งคอยควบคุม นักเรยี นไม่ใสใ่ จ และไม่
ทำงาน กำหนดเวลา การทำงานท่ีไดร้ บั การทำงานทไ่ี ดร้ ับ สนใจในการทำงาน
มอบหมายเปน็ บางคร้งั มอบหมายบอ่ ยครั้ง ตามที่ได้รบั มอบหมาย
๓. มวี ินัย -ส่งงานครบถ้วนตรงตาม -ส่งงานครบถว้ นแตช่ ้า -ส่งงานครบถ้วนแตช่ า้ -สง่ งานครบถว้ นแต่ชา้
เวลาทกี่ ำหนด กว่าเวลาทก่ี ำหนด กวา่ เวลาทก่ี ำหนด กวา่ เวลาท่ีกำหนด 5
๔. การบนั ทกึ ความรู้ -เขา้ ชน้ั เรียนตรงเวลา 1-2 วัน 3-4 วนั วนั ขึ้นไปหรอื ไม่ส่ง
เพิม่ เติมลงในใบงาน -ไมเ่ ข้าชนั้ เรียน
-เขา้ ชนั้ เรยี นชา้ -เข้าชัน้ เรียนชา้
เขียนบันทึกขาด
๕ - ๑๐ นาที เกนิ กวา่ ๑๐ นาที สาระสำคัญ ไมส่ ะอาด
เรียบรอ้ ย
เขยี นบันทึกไดค้ รบถว้ น มี เขียนบันทกึ ขาดสาระ เขยี นบันทกึ สาระไปบ้าง
การเนน้ ขีดเส้นใต้ข้อความ บางอยา่ งเล็กน้อย พออ่านเขา้ ใจ ไม่ค่อย
สำคัญสะอาดเรยี บรอ้ ยดมี าก สะอาดเรยี บรอ้ ย สะอาดเรยี บร้อย
๕. การทำแบบฝึก สามารถวิเคราะห์ แยกแยะ สามารถวิเคราะห์ สามารถวิเคราะห์ สามารถวิเคราะห์
ทักษะ“วเิ คราะห์ ส่วนประกอบของประโยค แยกแยะสว่ นประกอบ
ประโยคซบั ซ้อน” เขียนถูกต้องทง้ั ๕ ข้อ ของประโยค เขียน แยกแยะสว่ นประกอบ แยกแยะส่วนประกอบ
ถกู ตอ้ ง ๔ ขอ้
ของประโยค เขียนถกู ต้อง ของประโยค เขียน
๓ ขอ้ ถกู ต้องน้อยกวา่ ๒ ขอ้
แบบประเมนิ พฤติกรรมการเรียนเปน็ รายบุคคล
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่……..หน่วยท…ี่ ..…เรอ่ื ง………………………………..……..
ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่…….....……ปีการศกึ ษา...........................
คำช้แี จง ใหผ้ ้ปู ระเมินพิจารณาพฤตกิ รรมของผู้เรียนแต่ละคนและเขียนเคร่อื งหมาย ✓ ลงในชอ่ งระดบั คะแนน
พฤตกิ รรม มีความใฝ่เรียนรู้ รวม
เลข ีมความมุ่งมั่นในการ
ท่ี
ทำงาน
มี ิว ันย
การ ับน ึทกความรู้
เ ่ิพมเ ิตมลงในใบงาน
การทำแบบฝึก
ัทกษะ
ชอ่ื - สกุล ๐๑๒๓๐๑๒๓๐๑๒๓๐๑๒๓๐๑๒๓
เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ ลงช่อื ..............................................
ผู้ประเมิน
๑๒ - ๑๕ ดมี าก
๘ - ๑๑ ดี
๔ - ๗ พอใช้
๐ - ๓ ควรปรับปรุง
ใบความรู้
เรอ่ื ง ประโยคซบั ซ้อน
_______________________________
ประโยคที่ซับซ้อน คือ การนำรปู ประโยค ทั้งประโยคความเดียว ประโยคความรวมและประโยคความซอ้ นมา
ขยายความให้ซับซอ้ นยง่ิ ขึ้น
ประโยคซบั ซอ้ น เกดิ จาก ประโยคสามญั ทแี่ บ่งเป็นประโยคความเดยี ว ประโยคความรวม และ
ประโยคความซอ้ น จากประโยคทง้ั สามนเี้ พม่ิ คำขยายหรือขอ้ ความขยาย การรวมประโยคสามญั ดงั กล่าวเขา้
ด้วยกนั ทำให้กลายเป็นประโยคซบั ซ้อนข้ึน แต่สามารถสอื่ สารชดั เจนและสละสลวย
เพ่ิมข้อความขยาย โดยมีหลักสำคัญ ดงั น้ี
1. ตำแหนง่ คำขยายในประโยค
การขยายความในประโยคภาษาไทยนน้ั สว่ นขยายจะอยดู่ า้ นหลังข้อความที่จะไปขยาย เช่น
• ตำรวจ จำนวนห้านาย ประจำสถานีตำรวจนครเชียงใหม่ จบั ผู้คา้ ยาบา้ รายใหญท่ ่ีทางการ เคยทราบ
เบาะแสมากอ่ นได้ เม่ือเชา้ ตอนสายวันอาทติ ย์ที่ 21 เดอื นนีเ้ อง
ประโยคนีป้ ระธาน คอื ตำรวจ
สว่ นขยาย คือ จำนวนหา้ นาย ประจำสถานีตำรวจนครเชียงใหม่
ตวั แสดงหรอื คำกรยิ า คอื จับ
ส่วนขยาย คอื ได้เม่อื เชา้ ตอนสายวันอาทิตย์ที่ 21 เดือนนีเ้ อง
คำขยายกรยิ าเรียงไวห้ ลงั กรรม หรอื สว่ นขยายกรรมเสมอ
กรรมในประโยคนี้ คือ ผู้คา้ ยาบา้
และสว่ นขยายกรรม คือ รายใหญ่ทที่ างการเคยทราบเบาะแส
มี ขอ้ สงั เกตยังหน่งึ คอื สว่ นขยายกริยาทีบ่ อกช่วงเวลาสามารถนำไปเรียงหน้าประธานในประโยคไดด้ ว้ ย
ประโยคข้างตน้ น้ีเปลย่ี นแปลงได้ คอื
• เม่ือ ตอนสายวนั อาทติ ย์ท่ี ๒๑ เดเอนน้เี อง ตำรวจจำนวนหา้ นายประจำสถานีตำรวจนครเชยี งใหม่ จับ
ผคู้ ้ายาบา้ รายใหญท่ ีท่ างการทราบเบาะแสมากอ่ น
2. ขอ้ ระมัดระวงั การวางคำขยาย
การ เรียงคำขยายเพือ่ ไมใ่ ห้ความกำกวม หรือความคลาดเคลอ่ื น เพอ่ื สื่อสารไดช้ ัดเจน ควรให้คำขยาย
อยู่ใกลก้ บั คำทจ่ี ะไปขยาย ถ้าไมเ่ ป็นเชน่ น้แี ลว้ จะมผี ลดงั กลา่ ว เชน่
• ผ้หู ญิงทีอ่ ุ้มลกู หมาหนา้ ตาคล้ายคุณเพ่ิงเดินออกไปเมอ่ื ครู่นเ้ี อง
แก้เป็น ผูห้ ญงิ หนา้ ตาคล้ายคุณทีอ่ มุ ลกู หมาเพิง่ เดินออกไปเม่ือครนู่ ี้เอง
• หนงั สือพิมพ์เปน็ ยามเฝา้ รฐั บาลทดี่ ี
แก้เปน็ หนงั สอื พมิ พ์ท่ีดเี ป็นยามเฝ้ารัฐบาล
ประโยคความเดียวท่ีซบั ซ้อน
ประโยคความเดยี วที่ซับซอ้ นสามารถทำ ได้ดงั นี้
1. ความซับซอ้ นในภาคประธาน ตวั ประธานมสี ว่ นขยายท่ีเปน็ คำและกลุ่มคำทำใหป้ ระโยคความเดียว
มีข้อความซบั ซ้อนขึ้น
1.1 ประธานทีข่ ีดเสน้ ใต้ เป็นคำนำหน้าด้วยการหรือความ หรอื คำอาการนาม ตามดว้ ยสว่ นขยาย เช่น
• การรเฝ้าตดิ ตามความเคลือ่ ไหวของกลุ่มดาวยามค่ำคนื ทำใหพ้ บดาวดวงใหม่
• ความขยนั หมั่นเพยี รอยา่ งยิง่ ยวดเป็นผลให้ถึงจุดหมายปลายทาง
1.2 ประธานที่ขดี เส้นใต้ มีคำและกลุ่มคำขยายประธาน ทำใหค้ วามซับซอ้ นเพมิ่ ข้นึ เช่น
• บา้ นพกั คนงานบริษัทหลังใหม่บนเนนิ เขาสร้างเสร็จแลว้
• รถเมล์สาย 40 คนั สีแดงเข้มคาดสีเหลืองวง่ิ เร็วมาก
2. ความซบั ซ้อนในภาคแสดง
2.1 มีคำกรยิ าเปน็ กลุ่มคำหลายคำ เช่น
• กระรอกตัวนนั้ กระโดดไปท่ีผลมะพรา้ ว มนั พยายาม กัด แทะ เคีย้ ว และกลนื กนิ เนื้อ มะพร้าวอยา่ ง
เอร็ดอร่อย
• คนปา่ กลุม่ น้นั ตา่ งกระโดด โลดเตน้ รา่ ยรำ และร้องเพลงไปตามจังหวะกลอง
2.2 มีคำกรยิ าเป็นสว่ นขยายอยู่หลายแห่งในประโยค เชน่
• นกั รยี นตา่ งขยนั เตรยี มตัวสอบไล่โดยทบทวนตำรา อ่านเนือ้ หาและสรปุ ประเดน็ พร้อมกบั ทอ่ งจำอย่าง
เข้าใจ
• เขาพยายามพายเรือลำเล็ก ๆ มาทางรมิ สระนำ้ โดยไม่รบี รอ้ นนกั
ข้อควรระมดั ระวังประการหนง่ึ ในประโยคมีประธานอยา่ งเดียว แตท่ ำกรยิ า ประกอบหลายอยา่ ง ต้อง
ใชว้ ิภาคสรรพนาม คือ คำวา่ บ้าง หรอื บาง มาชว่ ย เช่น
• ผูโ้ ดยสารเขา้ ควิ กันซ้อื ตว๋ั ออกนั ข้ึนรถ มองหาผู้นัดหมาย และซือ้ ของฝากญาติมิตร
แกเ้ ป็น ผ้โู ดยสารเขา้ ควิ กนั ซอื้ ตวั๋ บ้างออกนั ขึน้ รถ บ้างมองหาผนู้ ัดหมาย และ บา้ งซ้อื ของฝากญาติ
มติ ร
วภิ าคสรรพนาม คือ บา้ ง ไดแ้ ก่ ผู้โดยสารน่ันเอง และทำหนา้ ทีเ่ ปน็ ประธานในประโยคส้นั ๆ ดังกลา่ ว
ประโยคความรวมท่ีซับซอ้ น
ประโยคความรวมทซี่ บั ซ้อน คอื ประโยคความรวมทม่ี ขี อ้ ความซบั ซ้อนเพ่ิมข้นึ เนือ่ งจากมปี ระโยคความ
รวม ซอ้ นกันหลายชนั้ เช่น
• ปรีชาไม่ชอบเล่นฟตุ บอล แต่เขาชอบพนันฟุตบอล ดังนนั้ เขามีปัญหาเรื่องการเงินและในทสี่ ุดปรีชา
หยดุ การเรียนไปอยา่ งนา่ เสียดาย
ดงั นน้ั เปน็ คำสันธานเช่อื มประโยคความรวมทั้ง 2 คู่เขา้ ด้วยกัน
• บุญ ยนื เปน็ เดก็ กำพรา้ พ่อแม่ ฉันจึงรบั เขามาเล้ยี งดูด้วยความรักและส่งบญุ ยนื เรียนหนงั สอื แต่
ภายหลังเด็กคนน้ขี าดความเช่อื ฟังฉันและไปคบเพื่อนทเี่ ลว ดงั นน้ั เขาจงึ ติดยาเสพติดไปเมอ่ื เร็ว ๆ นี้
เอง
แต่ เปน็ คำสันธานเชื่อมประโยคความรวมท้งั หมด
ประโยคความซอ้ นท่ีซบั ซอ้ น
ประโยคความซอ้ นทซี่ บั ซ้อน เช่น
• ประเสรฐิ เดนิ ทางไปสงขลาโดยรถดว่ นสายใต้ขบวนยาวเหยยี ดเพราะช่วงน้นั เป็นเทศกาลสงกรานตท์ ่ี
ทกุ คนพากนั เดนิ ทางทอ่ งเทยี่ ว
เพราะเป็นคำสนั ธานเช่ือมระหว่างประโยคความซอ้ นเข้าดว้ ยกัน
• ชาย ร่างผอมผิวคล้ำวยั กลางคนนั้นเดนิ เร็วมากจนฉันเดินตามแทบไม่ทัน แต่ขณะทเี่ ขากำลังยา่ งขน้ึ นงั่
บนรถประจำทางสายปอ. 16 เมื่อฉันกา้ วเทา้ ข้นึ รถคันนั้นพอดเี ช่นกัน
แต่ เปน็ คำสันธานเชื่อมระหวา่ งประโยคความซ้อนเข้าดว้ ยกนั
ประโยคทซ่ี บั ซอ้ น ประกอบด้วย ประโยคความเดียวและประโยคความซอ้ น
• พระราชาองค์น้ีทรงทศพิธราชธรรมดยี ่ิง ดังนนั้ ราษฎรจงึ รกั พระองคจ์ นพวกเขาสละชพี เพื่อพระองคไ์ ด้
ประโยคความเดยี ว = พระราชาองค์นท้ี รงทศพิธราชธรรมดยี ่งิ
ประโยคความซอ้ น = ราษฎรจึงรกั พระองค์จนพวกเขาสละชีพเพื่อพระองค์
คำเชือ่ มระหวา่ งประโยคความเดียวและประโยคความซ้อน = ดงั นน้ั
แผนการจดั การเรยี นรู้
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท ๒๓๑๐๒ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๓
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๓ สนุกกับหลกั ภาษา เร่อื ง ทบทวนประโยคซบั ซ้อน
เวลา ๒ ชว่ั โมง ภาคเรยี นที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๙ ผสู้ อน นางสาวดาราวรรณ ธนนั ฐิตวิ ัชร์
............................................................................................................................. ...............................
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของ
ภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็น
สมบัตขิ องชาติ
ตัวช้วี ัด/ผลการเรียนรู้
ท ๔.๑ ม.๓/๑ วเิ คราะหโ์ ครงสร้างประโยคซบั ซอ้ น
สาระสำคญั
ประโยคซบั ซ้อนเกิดจากประโยคสามญั ทีแ่ บง่ เป็นประโยคความเดียว ประโยคความรวมและประโยค
ความซ้อน ซง่ึ ถา้ ประโยคทัง้ สามนี้เพิม่ คำขยาย การรวมประโยคเข้าด้วยกนั จะทำใหก้ ลายเป็นประโยคซับซ้อน
ข้นึ แต่สามารถสือ่ ความชัดเจนและสละสลวย นกั เรียนจงึ จำเป็นท่ีจะตอ้ งศึกษาเรื่องประโยคซับซ้อนเพื่อใช้ใน
การเรียนในระดบั ที่สงู ข้นึ ทั้งยงั สามารถนำไปใชใ้ นการสอ่ื สารในชีวิตประจำวันให้ถกู ตอ้ ง
สาระการเรยี นรู้
ความรู้
ประโยคซบั ซอ้ น (ประโยคความเดยี วที่ซับซอ้ น ประโยคความรวมทีซ่ ับซ้อน ประโยคความซ้อน
ที่ซับซอ้ น
ทกั ษะ/กระบวนการ
๑. ทักษะในการคิดวเิ คราะห์
๒. ทกั ษะการเขียน
คุณลักษณะ
๑. ใฝเ่ รยี นรู้
๒. มุ่งมน่ั ในการทำงาน
๓. มีวินยั
สมรรถนะสำคญั
๑. ความสามารถในการส่ือสาร ใชภ้ าษาในการถา่ ยถอดความคิด ความรูค้ วามเข้าใจ
๒. ความสามารถในการคดิ รู้จกั วเิ คราะห์ชนิดประโยค เพือ่ นำไปสู่การสรา้ งองคค์ วามรู้
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ชัว่ โมงที่ ๑
ข้ันนำเข้าส่บู ทเรยี น
๑. นกั เรยี นชว่ ยกนั ระดมความคดิ ว่า จากการทีน่ ักเรียนเรียนเร่อื งประโยคซบั ซอ้ น นักเรียนได้ความรู้
อะไรบ้าง ครูชว่ ยบนั ทกึ บนกระดาน
ขัน้ พฒั นาผู้เรียน
๒. นกั เรียนบันทึกความรู้จากกระดาน ออกแบบเป็นแผนผังความคิดลงในสมุด นำความรูค้ วามเข้าใจ
จากการอ่านใบความรู้เร่ือง “ประโยคซับซอ้ น” สรปุ เพมิ่ เติมเปน็ แผนผงั ความคิดที่สมบูรณย์ ่ิงข้ึน
๓. นักเรยี นทำแบบทดสอบเรือ่ ง “ประโยคซบั ซอ้ น” จำนวน ๒๐ ข้อ ใน https://quizizz.com/
ขัน้ รวบยอด
๔. นักเรียนและครรู ่วมกนั เฉลย และพดู คุยในประเดน็ ทส่ี งสยั เพื่อให้นักเรยี นเกดิ ความเข้าใจ มากข้ึน
ชัว่ โมงท่ี ๒
ขน้ั นำเข้าสบู่ ทเรียน
๑. นักเรียนและครทู บทวนประโยคซบั ซอ้ นอีกครงั้
ขั้นพัฒนาผเู้ รยี น
๒. นักเรียนชว่ ยกันนำเสนอแผนผังความคดิ ในสมุดของตนเองหน้าห้องเรียน เป็นรายบุคคล
ขัน้ รวบยอด
๔. นักเรียนและครรู ่วมกันทบทวนความรู้ โดยครูสุ่มถามนักเรยี นเป็นรายบุคคล
สื่อ/อปุ กรณ/์ แหลง่ เรยี นรู้
ใบความรูเ้ ร่ือง “ประโยคซบั ซ้อน”
หลกั ฐานการเรยี นรู้
๑. คะแนนการทำแบบทดสอบเร่ือง “ประโยคซบั ซอ้ น”
๒. แผนผังความคิด
การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้
เปา้ หมาย/จดุ ประสงค์ หลักฐาน วธิ กี ารประเมิน เคร่ืองมือวัด เกณฑ์การประเมนิ
ความรู้ - แผนผงั - ตรวจแผนผงั - แบบประเมนิ แผนผงั - ระดับคณุ ภาพอย่ใู น
- ประโยคซับซ้อน (ประโยค ความคดิ ความคดิ ความคดิ ระดบั ดขี น้ึ ไป
ความเดียวทซ่ี บั ซอ้ น ประโยค
ความรวมที่ซบั ซ้อน ประโยค - คะแนนการทำ - ตรวจแบบทดสอบ - แบบประเมิน - ระดับคุณภาพอย่ใู น
ความซ้อนที่ซับซอ้ น แบบทดสอบ แบบทดสอบ ระดับดีขน้ึ ไป
ทกั ษะ/กระบวนการ - แผนผัง - ตรวจแผนผัง - แบบประเมนิ แผนผัง - ระดับคุณภาพอยใู่ น
- ทักษะในการคิดวเิ คราะห์ ความคดิ ความคิด ความคดิ ระดับดีข้ึนไป
ประโยค
- ทกั ษะการเขียน - คะแนน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบประเมินพฤตกิ รรม - ระดับคณุ ภาพอยู่ใน
พฤตกิ รรมการ การเรียนเปน็ การเรียนเปน็ รายบุคคล ระดบั ดขี นึ้ ไป
คุณลกั ษณะ เรียนเปน็ รายบุคคล
- ใฝเ่ รียนรู้ รายบุคคล
- ม่งุ มั่นในการทำงาน
- มีวินยั
เกณฑก์ ารประเมินพฤติกรรมการเรียนเปน็ รายบคุ คล
คำชแี้ จง : เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมการเรียนเปน็ รายบุคคลสร้างขนึ้ เพื่อให้ครใู ช้เป็นเกณฑ์ในการประเมิน
นักเรียนเป็นรายบคุ คลโดยพิจารณาพฤติกรรมของนกั เรียนวา่ ตรงเกณฑใ์ นช่องใด
เกณฑก์ ารประเมิน ระดบั คะแนน
๑. ความรว่ มมือในการ ดมี าก (๓) ดี (๒) พอใช้ (๑) ควรปรับปรุง (๐)
ทำกิจกรรม
ให้ความรว่ มมอื ในการทำ ใหค้ วามรว่ มมือในการทำ ให้ความรว่ มมอื ในการทำ ไม่ใหค้ วามรว่ มมอื ใน
๒. ความใฝเ่ รียนรู้ กจิ กรรมอยา่ งดีทุกครง้ั ดว้ ย การทำกจิ กรรมเลย
ความเตม็ ใจ มคี วาม กิจกรรมแต่ขาดความ กจิ กรรมแตไ่ มค่ อ่ ยเต็มใจ
กระตอื รอื ร้น
นักเรียนตัง้ ใจเรยี นและ กระตอื รือรน้ ตอ้ งมกี ารย้ำ
ไมพ่ ูดคยุ กบั เพือ่ นในหอ้ ง
ขณะทค่ี รสู อน นกั เรียนตั้งใจเรียนและ นักเรียนไม่ค่อยต้งั ใจเรยี น นกั เรียนไม่ตั้งใจเรียน
พดู คยุ กบั เพื่อนในหอ้ ง และ พูดคยุ กับเพ่อื นใน และ พูดคยุ กบั เพ่อื นใน
บ้าง ๑ ครั้ง ขณะที่ครู ห้อง ๒ - ๓ ขณะทค่ี รู หอ้ งตั้งแต่ ๓ คร้งั ขนึ้
สอน สอน ไป
๓. มีวินัย -สง่ งานครบถว้ นตรงตาม -ส่งงานครบถว้ นแต่ชา้ -ส่งงานครบถว้ นแต่ช้า -ส่งงานครบถว้ นแตช่ า้
เวลาทก่ี ำหนด กว่าเวลาทก่ี ำหนด กวา่ เวลาที่กำหนด กวา่ เวลาท่ีกำหนด 5
-เขา้ ชัน้ เรียนตรงเวลา 1-2 วนั 3-4 วัน วันข้ึนไปหรอื ไมส่ ่ง
-ไมเ่ ขา้ ชนั้ เรียน
-เข้าชนั้ เรียนชา้ -เขา้ ช้นั เรียนช้า
๕ - ๑๐ นาที เกนิ กวา่ ๑๐ นาที
๔. การทำแผนผงั - เน้อื หาครบถว้ น - เนื้อหาครบถว้ น - เน้อื หาไม่ครบถ้วน - เน้อื หาไมค่ รบถว้ น
ความคดิ - สามารถแตกความคดิ ได้
เปน็ ไปตามลำดบั - สามารถแตกความคดิ - สามารถแตกความคดิ ได้ - สามารถแตกความคิด
- ออกแบบได้เขา้ ใจงา่ ย
สะอาด ได้เป็นไปตามลำดบั ได้แตไ่ ม่เป็นไปตามลำดบั ได้ วกไปวนมา
- ใช้ภาษาถูกต้อง
- ออกแบบไมค่ ่อยเข้าใจ - ออกแบบไมค่ ่อยเขา้ ใจ - ออกแบบเข้าใจยาก
ตอ้ งอา่ นซ้ำ ต้องอา่ นซำ้ สกปรก
- ใชภ้ าษาผดิ พลาด ๒-๓ - ใชภ้ าษาผดิ พลาด ๔-๕ - ใชผ้ ดิ พลาดมากกวา่
จดุ จุด ๖ จดุ ข้ึนไป
๕. การทำแบบทดสอบ สามารถวิเคราะห์ แยกแยะ สามารถวิเคราะห์ สามารถวิเคราะห์ สามารถวเิ คราะห์
“ประโยคซบั ซอ้ น” สว่ นประกอบของประโยค
แยกแยะส่วนประกอบ แยกแยะสว่ นประกอบ แยกแยะสว่ นประกอบ
ตอบถกู ต้องทง้ั ๑๗-๒๐ ข้อ
ของประโยค ตอบถกู ต้อง ของประโยค ตอบถกู ต้อง ของประโยค ตอบ
ทั้ง ๑๔-๑๖ ข้อ ๑๒-๑๕ ข้อ ถกู ตอ้ งน้อยกว่า ๑๑ ขอ้
แบบประเมินพฤตกิ รรมการเรยี นเปน็ รายบคุ คล
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี……..หนว่ ยท…่ี ..…เรื่อง………………………………..……..
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี…….....……ปกี ารศึกษา...........................
คำชี้แจง ใหผ้ ู้ประเมินพจิ ารณาพฤตกิ รรมของผูเ้ รยี นแตล่ ะคนและเขียนเครื่องหมาย ✓ ลงในชอ่ งระดับคะแนน
พฤตกิ รรม ความร่วมมือในการ รวม
เลข ทำ ิกจกรรม
ที่ ความใฝ่เรียนรู้
ความมุ่งมั่นในการ
ทำงาน
การทำแผนผังความคิด
การทำแบบทดสอบ
ชื่อ - สกุล ๐๑๒๓๐๑๒๓๐๑๒๓๐๑๒๓๐๑๒๓
เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ
๑๒ - ๑๕ ดมี าก
๘ - ๑๑ ดี ลงช่ือ..............................................
ผู้ประเมิน
๔ - ๗ พอใช้
๐ - ๓ ควรปรับปรุง
แผนการจดั การเรียนรู้
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย รายวชิ าภาษาไทย รหสั วิชา ท ๒๓๑๐๒ ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ ๓
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๓ สนุกกับหลกั ภาษา เร่อื ง ระดับภาษาเบอ้ื งตน้
เวลา ๑ ชัว่ โมง ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๕๙ ผสู้ อน นางสาวดาราวรรณ ธนนั ฐิติวชั ร์
............................................................................................................................. ...............................
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขยี นส่ือสาร เขียนเรยี งความ ยอ่ ความ และเขยี นเรือ่ งราว
ในรูปแบบต่าง ๆ เขยี นรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษา
ค้นควา้ อย่างมีประสทิ ธภิ าพ
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาและหลักภาษาไทย
การเปล่ยี นแปลงของภาษาและพลังงานของภาษา ภมู ิปญั ญาทางภาษาและ
รกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ขิ องชาติ
ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้
ท ๒.๑ ม.๓/๒ เขียนข้อความโดยใช้ถ้อยคำได้ถกู ตอ้ งตามระดับภาษา
ท ๔.๑ ม.๓/๓ วิเคราะห์ระดับภาษา
สาระสำคญั
ระดับภาษา คือความแตกต่างในการใชภ้ าษา ใหเ้ หมาะสมกับเวลา สถานท่ี และบุคคล ซ่งึ เป็นเร่ืองท่ี
สำคญั มากสำหรับการตดิ ต่อสอ่ื สาร ดงั นน้ั นักเรียนจึงจำเป็นตอ้ งศกึ ษา เพื่อให้สามารถใชไ้ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
เหมาะสม และนำความรู้ท่ไี ดไ้ ปประยุกต์ใช้ในชีวติ ประจำวันตอ่ ไป
สาระการเรียนรู้
ความรู้
๑. ความหมายของระดับภาษา
๒. ประเภท และความหมายของระดบั ภาษาแต่ละประเภท
ทักษะ/กระบวนการ
๑. ทกั ษะการอธบิ ายและสรปุ ความหมายของระดบั ภาษา ประเภท และความหมายของระดับ ภาษา
แตล่ ะประเภท
๒. ทกั ษะการเขยี นขอ้ ความโดยใชถ้ ้อยคำได้ถกู ตอ้ งตามระดบั ภาษา
คุณลักษณะ
๑. ใฝเ่ รียนรู้
๒. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
๓. มวี ินัย
สมรรถนะสำคญั
๑. ความสามารถในการสือ่ สาร ใช้ภาษาในการถ่ายถอดความคิด ความรูค้ วามเข้าใจ
๒. ความสามารถในการคิด รจู้ กั วเิ คราะห์ จำหลักการ เพื่อนำไปสกู่ ารสร้างองค์ความรู้
การจดั กิจกรรมการเรียน
ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรียน
๑. นกั เรียนดูแถบประโยคทเี่ ขยี นว่า “เฮ้ย! ไปกนิ ข้าวกัน” บนกระดาน จากนัน้ รว่ มกันสนทนาวา่
ประโยคบนกระดานนน้ั นกั เรียนใช้พูดกบั ใคร หากนักเรยี นจะพดู ประโยคนกี้ ับครู นักเรยี นจะพูดว่าอยา่ งไร
แลว้ ครสู รปุ เพอื่ นำเข้าสบู่ ทเรยี น
ขน้ั พฒั นาผู้เรยี น
๒. นักเรียนและครรู ว่ มกันสนทนา ว่านักเรียนทราบหรือไม่ว่าระดบั ภาษาหมายถงึ อะไร จากนั้นครู
อธบิ ายความหมายของระดบั ภาษาในหนังสอื เรียนรายวชิ าพ้ืนฐานภาษาไทย หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย
ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ ๓
๓. นักเรยี น และครูร่วมกนั สนทนาว่า นักเรียนคดิ ว่าเราสามารถแบ่งระดับภาษาได้กี่ระดบั จากนนั้ ครู
อธบิ ายเร่ืองระดับภาษา
๔. นักเรยี นดูแถบประโยคบนกระดาน ๕ ประโยค แลว้ พิจารณาวา่ แต่ละประโยคใชภ้ าษา
ระดบั ใด ควรกลา่ วกับใคร ครูอธบิ ายความหมาย ประเภท และลกั ษณะการใชภ้ าษาแต่ละประเภทแตล่ ะระดบั
ข้นั รวบยอด
๕. นกั เรยี นทำกจิ กรรม “ล้วงไห” แบ่งนกั เรยี นเปน็ ๒ กลุ่ม ผลัดกันตอบคำถามทีค่ รจู บั สลาก
จากไห สลับกัน ฝ่ายไหนตอบไมไ่ ดเ้ ป็นโอกาสอกี ฝ่าย
๖. นักเรยี นทำแบบฝกึ ทกั ษะ “ระดับภาษา” เพอ่ื ทบทวนความรู้
สือ่ /อปุ กรณ์/แหลง่ เรียนรู้
๑. หนงั สือเรียนรายวชิ าพืน้ ฐานภาษาไทย หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓
๒. ไหและสลาก
หลักฐานการเรียนรู้
แบบฝกึ ทกั ษะ “ระดบั ภาษา”
การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
เปา้ หมาย/จุดประสงค์ หลกั ฐาน วิธกี ารประเมนิ เครอ่ื งมือวดั เกณฑก์ ารประเมนิ
- แบบประเมนิ แบบฝึก - ระดบั คณุ ภาพอยูใ่ น
ความรู้ - แบบฝึกทักษะ - ตรวจแบบฝึก ทักษะ “ระดบั ภาษา” ระดับดขี น้ึ ไป
- ความหมาย ประเภท และ “ระดับภาษา” ทกั ษะ “ระดบั
ความหมายของระดบั ภาษาแต่ ภาษา” - แบบประเมินแบบฝกึ - ระดบั คณุ ภาพอยู่ใน
ละประเภท - แบบฝึกทกั ษะ ทักษะ “ระดับภาษา” ระดับดขี ึ้นไป
“ระดับภาษา” - ตรวจแบบฝึก
ทักษะ/กระบวนการ ทกั ษะ “ระดับ - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - ระดบั คุณภาพอยใู่ น
- ทกั ษะการอธิบายและสรุป ภาษา” การเรียนเป็นรายบคุ คล ระดับดขี ้ึนไป
ความหมายของระดับภาษา
ประเภท และความหมายของ
ระดบั ภาษาแตล่ ะประเภท
- ทักษะการเขียนข้อความโดย - คะแนน - สงั เกตพฤติกรรม
ใช้ถ้อยคำไดถ้ กู ตอ้ งตามระดบั พฤติกรรมการ การเรยี นเปน็
ภาษา เรยี นเปน็ รายบคุ คล
คุณลักษณะ รายบคุ คล
- ใฝ่เรยี นรู้
- มุ่งม่นั ในการทำงาน
- มวี ินยั
เกณฑก์ ารประเมินพฤตกิ รรมการเรียนเป็นรายบคุ คล
คำช้ีแจง : เกณฑ์การประเมินพฤตกิ รรมการเรยี นเป็นรายบคุ คลสร้างขึน้ เพอ่ื ให้ครูใชเ้ ปน็ เกณฑ์ในการประเมิน
นักเรยี นเปน็ รายบคุ คลโดยพิจารณาพฤติกรรมของนักเรยี นว่าตรงเกณฑ์ในช่องใด
เกณฑก์ ารประเมิน ระดับคะแนน
๑. ใฝร่ ู้ใฝ่เรียน
๒. มุ่งม่นั ในการทำงาน ดีมาก (๓) ดี (๒) พอใช้ (๑) ควรปรบั ปรงุ (๐)
ค้นคว้า ซักถามในประเดน็ ท่ี ไมค่ ้นคว้า ไม่ซักถามใน
๓. มีวินัย สนใจอยา่ งสม่ำเสมอ น่ิงในบางสถานการณ์ เงยี บ ซักถามประเดน็ ประเด็นทสี่ นใจ
๕. การทำแบบฝึก รบั ผดิ ชอบตอ่ หน้าที่และงาน ซกั ถามบ้างเมือ่ มโี อกาส นอ้ ยมาก ไม่กระตือรือรน้ ไมม่ ีความรบั ผดิ ชอบต่อ
ทกั ษะ “ระดับภาษา” ทีไ่ ด้รับมอบหมายทุกงานทกุ งานและตอ่ หนา้ ท่ี
หนา้ ท่ี ในสง่ิ ท่ตี นเองไมเ่ ข้าใจ ในสง่ิ ทีศ่ ึกษา ท่ีได้รบั มอบหมาย
-สง่ งานครบถว้ นตรงตาม รับผิดชอบต่องานและ มคี วามรับผดิ ชอบ -สง่ งานครบถ้วนแตช่ ้า
เวลาที่กำหนด กว่าเวลาท่ีกำหนด 5
-เข้าชน้ั เรยี นตรงเวลา หน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ต่องานและหนา้ ที่ วันข้ึนไปหรือไม่ส่ง
-ไม่เข้าชนั้ เรยี น
สามารถวเิ คราะห์ ระดับของ บางงานบางหนา้ ที่ ท่ไี ด้รับมอบหมายอย่างไม่
ภาษา ตอบถกู ต้อง ๖ ข้อ สามารถวเิ คราะห์
เตม็ ใจ ระดับของภาษา ตอบ
ถูกต้อง นอ้ ยกว่า ๓ ข้อ
-สง่ งานครบถ้วนแต่ชา้ -สง่ งานครบถว้ นแต่ช้า
กว่าเวลาที่กำหนด กวา่ เวลาทก่ี ำหนด
1-2 วนั 3-4 วัน
-เขา้ ชั้นเรียนชา้ -เขา้ ช้นั เรยี นชา้
๕ - ๑๐ นาที เกินกวา่ ๑๐ นาที
สามารถวเิ คราะห์ ระดบั สามารถวิเคราะห์ ระดับ
ของภาษา ตอบถกู ต้อง ๕ ของภาษา ตอบถูกตอ้ ง ๔
ข้อ ขอ้
แบบประเมินพฤติกรรมการเรยี นเปน็ รายบคุ คล
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่……..หนว่ ยท…่ี ..…เรอื่ ง………………………………..……..
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่…….....……ปกี ารศึกษา...........................
คำชแี้ จง ให้ผปู้ ระเมินพิจารณาพฤติกรรมของผู้เรยี นแตล่ ะคนและเขยี นเครอื่ งหมาย ✓ ลงในช่องระดับคะแนน
พฤติกรรม ใฝ่รู้ใฝ่เรียน รวม
เลขที่ มุ่งมั่นในการทำงาน
มี ิว ันย
การทำแบบฝึก ัทกษะ
ชอื่ - สกลุ ๐๑๒๓๐๑๒๓๐๑๒๓๐๑๒๓
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
๑๒ - ๑๕ ดีมาก
๘ - ๑๑ ดี ลงช่อื ..............................................
ผู้ประเมิน
๔ - ๗ พอใช้
๐ - ๓ ควรปรับปรุง
ความรูเ้ พ่ิมเตมิ
เรื่อง ระดบั ภาษา
__________________________________
ระดบั ภาษา คือ รปู แบบการใชภ้ าษาทมี่ ีลักษณะความเป็นทางการมากน้อยต่างกนั ใชแ้ สดงระดับการ
สื่อสารตามดุลพินิจของผู้ส่งสารว่า ในสื่อสารนั้นสมควรใช้ภาษาที่มีความเป็นทางการมากน้อยเพียงใด การ
สื่อสารที่มีผลต่อการเลือกใช้ระดับภาษาต่างๆ เช่น ฐานะ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้รับและผู้ส่งสาร กาลเทศะ
เรื่องทพ่ี ูด และจุดประสงค์
ประเภท และความหมายของระดับภาษาแต่ละประเภท
แบง่ เป็น ๕ ระดบั ไดแ้ ก่ ภาษาพิธกี าร ระดบั ทางการ ระดบั กง่ึ ทางการ ระดบั สนทนา และระดับ
กันเอง
๑. ภาษาระดับพิธีการ เป็นภาษาที่ใชใ้ นท่ีประชุมที่จัดเป็นพิธีการ เช่น ในการเปิดประชุมสภา การ
กลา่ วรายงานในพิธมี อบปริญญาบตั ร การกลา่ วเปดิ งาน และปดิ งานพธิ ีการสำคญั ตา่ ง ๆ เปน็ ต้น ผสู้ ่งสารระดับ
นี้ต้องเป็นบุคคลสำคัญ หรือมีตำแหน่งสูง ผู้รับสารก็เป็นบุคคลในระดับเดียวกัน หรือกลุ่มชนส่วนใหญ่ หรือ
ประชาชนทั้งประเทศ สารทุกสารจะต้องมีลักษณะเป็นพิธีรีตองเป็นทางการ ต้องเลือกเฟ้นแล้วว่าไพเราะ
เหมาะสมผู้กลา่ วสารจึงตอ้ งเตรียมบทความน้ันมาอา่ นต่อหนา้ ท่ปี ระชุมน้ัน ๆ ได้
๒. ภาษาระดบั ราชการ เม่ือผา่ นการประชุมเป็นพธิ กี ารแลว้ การประชุมตอ่ มาใชภ้ าษาระดับทางการ
เช่น การบรรยาย หรือการอภิปรายในที่ประชุม หนังสือที่ใช้ติดต่อทางราชการหรือ วงการธุรกิจจะใช้
ภาษาระดบั น้ี ภาษาท่ใี ช้ตรงไปตรงมามุ่งเข้าส่จู ดุ ประสงคท์ ี่ต้องการโดยเรว็ อาจมีศัพทเ์ ทคนิคหรอื ศัพท์วิชาการ
บ้าง แตไ่ มใ่ ช้คำฟมุ่ เฟือย เปน็ ภาษาทีม่ ใี นแบบแผนในการใช้
๓. ภาษาระดบั กึ่งราชการ ภาษาระดับนคี้ ล้ายกบั ภาษาระดับทางการแตล่ ดความเป็นงานลงบ้าง เพือ่
แสดงความใกล้ชิดระหว่างผู้ส่งสาร กับผู้ใช้สารให้ดกู นั เองมากขน้ึ เชน่ การประชมุ กลมุ่ การอภิปรายกลมุ่ การ
บรรยายในห้องเรียน ขา่ ว บทความในหนงั สอื พมิ พ์ ฯลฯ
๔. ภาษาระดับสนทนา เปน็ ภาษาที่ใชใ้ นการสอนโต้ตอบระหวา่ งบุคคล หรอื กลมุ่ คนเพียง ๔-๕ คน
ในสถานท่หี รอื กาละทไี่ ม่ใช่สว่ นตัว เช่น การเขยี นจดหมายระหว่างเพ่อื น การรายงานข่าว การเสนอบทความ
บางเร่อื ง การขายของ เป็นตน้
๕. ภาษาระดับกนั เอง เปน็ ภาษาท่ใี ช้กนั ในครอบครวั เพ่ือนสนทิ ซ่ึงพูดจากันในเร่ืองใดกไ็ ด้ ใช้ในการ
พูดเท่านั้นไม่นิยมบนั ทึกเป็นลายลักษณ์อักษร อาจเป็นคำคะนองที่ใช้กันเฉพาะกลุ่มภาษาท้องถิ่น บุคคลที่ใช้
ภาษาระดับนี้มีจำนวนนอ้ ย เราจะใชภ้ าษาระดับใดนนั้ ต้องคำนงึ ถงึ ความเหมาะสมและ กาลเทศะ
ด้วย
ปัจจยั ทกี่ ำหนดระดับภาษา
๑. โอกาสและสถานที่ ปัจจัยที่ทำให้ใช้ภาษาต่างระดับกันอยู่ที่โอกาสและสถานท่ี เช่น ถ้าสื่อสารกบั
บุคคลกลมุ่ ใหญ่ในทีป่ ระชมุ ก็จะใช้ภาษาระดับหน่งึ ถ้าพูดกันในตลาดรา้ นคา้ ภาษากจ็ ะตา่ งระดบั กันออกไป
๒. สมั พันธภาพระหว่างบุคคล บคุ คลมสี ัมพันธภาพหลายลักษณะ เชน่ บคุ คลท่ไี ม่เคย รู้จักบคุ คลท่เี พ่ิง
รจู้ ัก บุคคลที่เปน็ เพอ่ื นสนทิ น่กี ็เปน็ ปจั จยั ใหใ้ ชภ้ าษาต่างระดบั กนั แตอ่ ยา่ งไรก็ตามตอ้ งยดึ หลักพจิ ารณาโอกาส
และสถานท่ีดว้ ย
๓. ลักษณะของเนื้อหา เนื้อหาย่อมขึ้นอยู่กับโอกาสไม่น้อย เช่น เนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว
กไ็ มน่ ำไปใช้กับภาษาระดบั พธิ ีการหรอื ทางการ
๔. สื่อทีใ่ ชใ้ นการสง่ สาร ส่ือท่ใี ช้กท็ ำใหภ้ าษาเปล่ียนระดบั ได้ เชน่ จดหมายปิดผนึกกับไปรษณียบัตร
ระดบั ภาษาท่ีใช้ต้องตรงกัน เมือ่ พูดดว้ ยปากกับพูดด้วยเครอ่ื งขยายเสยี งหรอื พูดทางวิทยุ ทางโทรทัศน์ ระดับ
ภาษาท่ใี ช้ย่อมแตกต่างกนั
ระดบั ภาษาในสงั คมไทย
ความหมายของระดับภาษา
ระดับภาษา หมายถึง การลดหลั่นของชั้นภาษาซ่ึงมีการเปลีย่ นแปลงไปตามบริบททางสังคมของผ้สู ่ง
สารและผู้รับสาร กาลเทศะ เรื่องที่พูด และช่องทางการสื่อสาร การพิจารณาว่าผู้ส่งสารใช้ภาษาระดับใด
จะตอ้ งพจิ ารณาจากลักษณะการใช้คำ ประโยคและสำนวนภาษา
แบง่ ลกั ษะของภาษาออกเป็น ๒ แบบ คือ ภาษาแบบเปน็ ทางการ (formal language) และ ภาษา
แบบไม่เป็นทางการ (informal language)
๑. ภาษาแบบเปน็ ทางการ ภาษาแบบนใ้ี ช้ในโอกาสสำคญั ๆ ทง้ั ทเี่ ปน็ พธิ ีการ เช่น ในงานพระราชพิธี
และในโอกาสที่เป็นทางการ เช่น การกล่าวเปิดการประชุมต่างๆ การกล่าวคำปราศรัย และการประกาศ
แถลงการณ์ เปน็ ต้น ภาษาแบบเป็นทางการจัดเปน็ ๒ ระดบั คือ ภาษาระดบั พิธกี าร และภาษาระดบั มาตรฐาน
ราชการหรอื ภาษาระดบั ทางการ
๑.๑ ภาษาระดบั พิธกี าร ลักษณะสำนวนภาษาสุภาพ ภาษาทีใ่ ช้เป็น
ภาษาที่สมบูรณ์ถูกหลักไวยากรณ์ ใช้รูปประโยคที่มีลักษณะซับซ้อน ถ้อยคำที่ใช้มีความประณีต
สละสลวย ชัดเจน มักนิยมใช้ภาษาระดับทางการในงานพิธีการ การกล่าวคำปราศรัย บทความวิชาการ และ
หนังสอื ราชการ เป็นตน้
๑.๒ ภาษาระดับมาตรฐานราชการ แม้ภาษาระดับนี้จะไม่อลังการเท่ากับ
ภาษาระดับพิธีการ แต่กเ็ ปน็ ภาษาระดบั สูงและถูกหลักไวยากรณ์ มีความชัดเจน สละสลวย สุภาพ ดังนั้นผู้ใช้
ภาษาจึงต้องใช้อย่างละเอียด ประณีต ระมัดระวัง ต้องมีการร่าง แก้ไข และเรียบเรียงไว้ล่วงหน้าเพื่อใช้ใน
โอกาสสำคัญที่เป็นทางการ เช่น การกล่าวคำปราศรยั การกล่าวเปิดการประชุม นอกจากน้ียงั ใช้ในงานเขยี น
เช่น รายงานทางวชิ าการ เรยี งความ บทความวชิ าการ หนงั สอื ราชการ เป็นต้น
ตัวอย่าง ภาษาระดบั ทางการ
เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์และเคร่ืองสูงเป็นสิง่ ประกอบพระราชอิสริยยศที่ใช้ในพระราชพิธีสำคัญๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” ซึ่งประกอบขึ้นตามโบราณราชประเพณีมาตั้งแต่ครั้งสมยั
สุโขทัย จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์หลังจากที่พระมหากษัตริย์เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ทั้งนี้เพื่อความเป็น
พระราชาธบิ ดโี ดยสมบูรณ์ ดังน้ันในฐานะพสกนิกรผูจ้ งรักภกั ดี สมควรทจ่ี ะศึกษาหรือสนใจวัฒนธรรมต่างๆ ท่ี
เก่ียวข้องกับพระมหากษตั รยิ แ์ ละพระราชวงศ์ เพือ่ เป็นการอนุรักษ์และถา่ ยทอดสืบต่อไปแก่อนุชนรุ่นหลังๆ
(ยุพร แสงทักษณิ . เครอื่ งเบญจราชกกุธภัณฑแ์ ละเครื่องสูง)
ตวั อย่าง ภาษาระดับทางการ (บทความวิชาการ)
น้ำมีความสำคัญสำหรับชีวิตมนษุ ย์ทกุ คน คำกล่าวที่ว่า “น้ำคือชีวิต” จึงเป็นคำกล่าวที่กะทดั รัด ส่ือ
ความหมายชัดเจนและตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด นอกจากดื่ม กิน โดยตรงแล้ว มนุษย์ยังใช้น้ำในการ
เพาะปลูก การชำระล้าง และการคมนาคมดว้ ย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู วั ทรงตระหนกั ในความสำคัญของ
น้ำต่อชีวิตของประชาชนชาวไทย จึงได้ทรงทุ่มเทพราชหฤทัยในด้านการชลประทานและการพัฒนาแหล่งน้ำ
เพือ่ กรเกษตรกรรม การบริโภคและอุปโภค แนวพระราชดำริในเรื่องนี้ปรากฏชัดเจนดงั ความในพระราชดำรัส
ดังนี้...
“หลกั สำคัญวา่ ต้องมีนำ้ บริโภค นำ้ ใช้ น้ำเพอื่ การเพาะปลูก เพราะว่าชวี ิตอยทู่ ีน่ ่นั ถ้ามนี ้ำ คนอย่ไู ด้ ถา้
ไมม่ ีน้ำ คนอยู่ไมไ่ ด้ ไมม่ ไี ฟฟา้ คนอยู่ได้ แต่ถ้าไม่มไี ฟฟา้ ไม่มนี ้ำ คนอยู่ได้”
(ประคอง นมิ มานเหมนิ ท.์ สายน้ำกับความเชือ่ และวรณกรรมไทย – ไท)
๒. ภาษาแบบไม่เป็นทางการ เป็นภาษาที่ใช้สื่อสารกันทั่วไปในชีวิตประจำวัน สามารถจัดเป็น ๓
ระดบั คือ ภาษาระดับก่ึงทางการ ภาษาระดบั สนทนาและภาษาระดบั กนั เองหรอื ภาษาปาก
๒.๑ ระดบั ภาษากึ่งทางการ ลักษณะสำนวนยังคงสุภาพแตไ่ มม่ ากเทา่ ระดบั ทางการ
ใชร้ ปู ประโยคงา่ ย ไม่ซบั ซอ้ น มกั ใชส้ ่ือสารกับบุคคลทไี่ ม่รู้จกั กนั มาก่อนหรืออาจจะรู้จกั แตไ่ ม่ค่อยคุ้นเคย ท้ังผู้
ส่งสารและผู้รับสารอาจจะมีสถานภาพบางประการแตกต่างกัน เช่น ชาติวุฒิ วัยวุฒิ สถานภาพทางสังคม
สถานภาพทางเศรษฐกิจ เป็นต้น เนื้อหาของสารที่ถ่ายทอดมักจะเกี่ยวกับการดำเนินชีวิต การทำงาน
สาระบันเทิงด้วยวิธีการพูดเฉพาะหน้า หรือพูดผ่านสื่อต่างๆ ด้วยวิธีการเขียน เช่น จดหมายธุรกิจ ข่าว
บทความให้ความรู้ทั่วไป บทความแสดงความคิดเห็น บทความสารคดีท่องเที่ยว เรียงความ ข้อความโฆษณา
เป็นตน้
ตวั อยา่ ง ภาษาระดับก่ึงทางการ
หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อของ รศ.ดร.สุนทร บุญญาธิการ โดยเฉพาะเมื่อเอ่ยควบคู่กับ “บ้าน
ประหยดั พลงั งาน” เพราะในช่วงทผ่ี า่ นมา “บา้ นประหยดั พลังงาน” ได้รบั ความสนใจจากสอ่ื มวลชนเป็นอย่าง
มาก
รศ.ดร.สุนทร บุญญาธกิ าร รองผู้อำนวยการฝา่ ยวางแผนและพัฒนา สถาบนั วจิ ยั พลังงาน จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย คอื เจ้าของ “บ้านประหยดั พลงั งาน” นวัตกรรมแห่งอนาคตหลงั นี้
รศ.ดร.สนุ ทร บญุ ญาธิการ กล่าววา่ ถา้ ในโลกของปัจจุบันและอนาคต การประหยัดพลังงานหมายถึง
การสร้างสภาวะแวดล้อมภายในให้สมบูรณ์ หมายถึง ให้คุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ร้อน ไม่หนาว มีแสง สี เสียง
เพียบพร้อม ซง่ึ หมายถงึ บรรยากาศภายในดี โดยใชพ้ ลังงานที่มาสรา้ งบรรยากาศภายในเหล่านใี้ ห้น้อยที่สดุ ซ่งึ
จะแตกต่างจากการประหยัดดว้ ยการไม่ใช้ไฟฟา้ ยอมรอ้ น ยอมหนาว อันเปน็ วธิ ีที่ไมถ่ กู ต้อง นี่คือวธิ ีที่ ๑
ส่วนวิธีที่ ๒ ก็คือ ในระดับชาวบ้านที่เขาไม่มีเงินเพียงพอที่ตะสร้างสภาพแวดล้อมอย่างนั้น บ้าน
ประหยัดพลงั งานจะหมายถึง บา้ นท่ีเอาความร้คู วามเข้าใจไปทำใหค้ ุณภาพชวี ติ ท่ีดขี ้นึ กวา่ เดิม โดยทเ่ี ขาไม่ได้ใช้
พลงั งานเพม่ิ ข้นึ
(สัมภาษณ์พิเศษ หนงั สอื พมิ พ์มตชิ นรายวัน พุธที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๔๒)
๒.๒ ภาษาระดับสนทนา มีลักษณะของภาษาพูดที่เป็นกลางๆ สำหรับใช้ในการ
สนทนากนั ในชีวติ ประจำวัน ระหว่างผสู้ ง่ สารและผู้รับสารทร่ี จู้ ักคนุ้ เคยกนั ดี นอกจากนน้ั ยงั ใช้ในการเจรจาซ้ือ
ขายทัว่ ไปรวมทั้งในการประชุมท่ไี ม่เปน็ ทางการ มลี กั ษณะรปู ประโยคทไ่ี ม่ซับซ้อน ถ้อยคำท่ใี ช้อยู่ในระดับต่ำที่
มีคำสแลง คำตัด คำยอ่ ปะปนอยู่
๒.๓ ภาษาระดับกันเองหรือภาษาปาก ลักษณะเป็นสำนวนภาษาพูด ไม่คำนึงถึง
แบบแผนและไวยากรณ์ ใช้รูปประโยคงา่ ยไมซ่ บั ซอ้ น มักจะใช้ส่ือสารกับผู้ทม่ี ีความสนิทสนมกันเป็นอย่างดี ทั้ง
ผู้ส่งสารและผู้รับสารมีสถานภาพใกล้เคียงกัน เนื้อหาสาระที่สื่อสารกันมักเกี่ยวข้องกับการดำเนิน
ชวี ิตประจำวัน การทำงานในวงวิชาชีพเดียวกนั หรือใกลเ้ คียงกันหรอื สาระบนั เทงิ ดงั นนั้ จงึ มคี ำศพั ท์ท่ีเข้าใจกัน
เฉพาะกลุ่ม บางคำไมค่ อ่ ยสภุ าพ มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พื่อการสื่อความหมายเข้าใจ เนน้ อารมณ์ ความรู้สึก ภาษาใน
ระดับนี้ใช้ทั้งในการพูดและการเขียน ในการเขียน เช่น จดหมายส่วนตัว ข้อความโฆษณา บันทึกส่วนตัว บท
สนทนาของตัวละครในนวนิยาย เร่อื งสัน้ ละครโทรทศั นแ์ ละละครเวที เป็นตน้
ตวั อยา่ ง ภาษาระดบั ปาก
“ขณะที่อิสตรีอีกตั้งมากมายก่ายกองที่ทำยังงั้ย...ยังไงก็หาผัวกับเขาไม่ได้สักที ว่าแล้วเรื่องชีช้ำ
กะหลำ่ ปลี มนั กต็ ้องแห้งเหี่ยวหวั โต หย่งั ง้ีแหละท่านผ้ชู ม!!!
เพราะฉะนั้นเพื่อเป็นการป้องกันความผิดพลาดในเรื่องของการหาคู่มาแนบทรวง “เมอร์ลิน” จึงขอ
เสนอทางสวรรค์ท่ีได้เลอื กสรรแล้วของคุณราโมนา สตรฝี รงั่ ตาน้ำข้าวชาวอเมรกิ ัน ซึ่งมปี ระสบการณ์หาคนรัก
อย่างโชกโชน...ทว่า แอน แอน่ แอ๊น ขา่ วดีก็คอื ถา้ หากใครนำยทุ ธการเผดจ็ ศกึ เหล่านี้ไปใช้แล้วได้ผลก็อย่าลืม
มาแบ่งกับเมอร์ลนิ มงั่ นะจะ๊ ...” (เมอรล์ นิ . รอ้ ยแปดพันเก้า. หนงั สอื พมิ พ์ไทยรัฐ. 14 กรกฎาคม 2539)
“เกดิ มาร้องอุแว้เหมือนกัน แต่ย่ิงแกช่ ีวติ กย็ ง่ิ แตกตา่ งกัน
คนเราแก่ไม่เหมือนกัน บางคนแก่ทำงานตัวเปน็ กรวยแต่ร่ำรวยทรัพย์ แต่บางคนหลวงท่านเอ็นดู เอา
ตัวไปเลี้ยงฟรๆี ที่สถานตากอากาศบางขวางหือลาดยาว
บางคนขี้โรคหน่อย อายุอานามยงั ไม่เท่าไหร่เลยก็เปน็ ไข้โป้งตายไปเสยี แลว้ ท้งิ ให้พ่อแม่และลูกเมียดี
อกดีใจวา่ ตายโหงตายห่าไปเสียได้เลิกรังควานไปเสยี ที
พระพุทธองค์ทรงสอนว่าเรื่องเกิด แก่ เจบ็ ตาย เปน็ ปัญหาทีแ่ ก้มไิ ด แม้กระทง่ั ตายแล้วก็ต้องกลับมา
เกิดใหมแ่ ละเกิดในฐานะ แล้วแต่บุญหรือกรรมที่สร้างไว้ในปางก่อน”
(ม.ร.ว.อายมุ งคล โสณกลุ . สยามรัฐ. หน้า ๓)
หลกั การพจิ ารณาเลือกใช้ภาษาระดบั ตา่ งๆ
การเลือกใช้ภาษาระดบั ใดในการสือ่ สารพจิ ารณาได้จากบรบิ ททางสังคมของผ้สู ่งสารและผู้รับสาร กาลเทศะ
เรือ่ งที่พูด และช่องทางการส่ือสาร รายละเอียดดงั นี้
๑. ปจั จัยทางสังคมของผู้สง่ สารและผ้รู บั สาร ในสังคมไทยเปน็ สงั คมท่ใี หค้ วามสำคัญกบั เรอื่ งระดับชั้นของ
สถานภาพ สิ่งที่เข้ามามบี ทบาทในการกำหนดสถานภาพของบุคคล คือ เพศ อายุ อาชีพหรือตำแหน่งหน้าที่การงาน
การศกึ ษา ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม ฉะนนั้ การสอื่ สารในสงั คมไทยผ้สู ่งสารต้องเลือกใช้ระดับภาษาให้เหมาะสม
ทัง้ สองฝา่ ย โดยการคำนงึ ถึงปัจจัยทางสังคมของผสู้ ่งสารและผูร้ ับสาร
๒. ความสมั พันธร์ ะหวา่ งคสู่ นทนา เปน็ องค์ประกอบอีกอย่างหน่งี ทม่ี ีความสำคัญตอ่ การเลอื กใชร้ ะดับภาษา
ในการสนทนาของผู้พูด ผู้ที่สนิทสนมกันมักจะใช้ระดับภาษาที่ไม่เป็นทางการ แต่หากไม่สนิทกันมากนักอาจจะใช้
ภาษาระดับก่งึ ทางการ ในทางตรงกันข้ามหากคสู่ นทนานัน้ เพิง่ รู้จกั กันจะใชภ้ าษาทางการ
๓. กาลเทศะ คือเวลาและสถานทใี่ นขณะทีก่ ำลงั สื่อสารกนั ในการสื่อเรื่องกาลเทศะมบี ทบาทตอ่ การเลือกใช้
ภาษาของผู้ส่งสารอย่างมาก เมื่อคู่สนทนาอยู่ในสถานทีแ่ ละเวลาท่ีเป็นทางการ เช่น การสัมมนา การประชุม จะใช้
ภาษาระดับทางการ แต่หากอยู่ในสถานท่ีและเวลาที่ไม่เป็นทางการ เช่น ร้านอาหาร สนามกีฬากม็ กั จะใช้ภาษากึ่ง
ทางการหรือไมท่ างการกไ็ ด้
๔. เร่อื งทพี่ ดู หวั ข้อและเนื้อหาทพ่ี ูดนับวา่ มสี ่วนสำคญั ในการเลือกใชร้ ะดับภาษา เชน่ ข่าวในพระราชสำนัก
มักจะใช้ภาษาระดับทางการ แต่ในทางตรงกันข้ามข่าวบันเทิงก็มักจะใช้ภาษาระดับกึ่งทางการหรือภาษาที่ไม่เป็น
ทางการด้วยเช่นกนั อาจกล่าวไดว้ า่ ความร้เู กยี่ วกบั ระดับภาษา เปน็ เรื่องสำคัญอีกเรอ่ื งหนึ่งทผี่ ตู้ ้องการใช้ภาษาไทยให้
ถกู ตอ้ งและเหาะสมจะตอ้ งใสใ่ จศึกษา สงั เกต และฝึกฝนการใชไ้ ว้เสมอ ทง้ั น้เี พราะ การเลอื กใช้ระดับภาษาไม่ถูกต้อง
อาจมีผลกระทบทำให้การสื่อสารไม่มีประสิทธิผล ทั้งผู้ใช้เองก็อาจกลายเป็นคนไม่สุภาพ ไม่รู้กาลเทศะ ไม่มีสัมมา
คารวะในสงั คมไทยได้
กจิ กรรม “ล้วงไห”
ภาษาไมเ่ ป็นทางการ ภาษาทางการ
๑. ท้ิงจดหมาย สง่ จดหมายทางไปรษณีย์
๒. ตีตรา ประทับตรา
๓. เผาศพ ฌาปนกิจศพ
๔. ออกลูก คลอดบุตร
๕. รดน้ำแต่งงาน หลงั น้ำพระพทุ ธมนต์,หลัง่ นำ้ สังข์
๖. โรงหนงั โรงภาพยนตร์
๗. ใบขับข่ี ใบอนญุ าตขับรถ
๘. ใบรบั รอง หนงั สือรับรอง
๙. บสั เลน ชอ่ งเดินรถประจำทาง
๑๐. รถเมล์ รถโดยสารประจำทาง
๑๑. แสตมป์ ดวงตราไปรษณยี กรณ์
๑๒. งานแต่งงาน งานมงคลสมรส
๑๓. หมา สุนขั
๑๔. หมู สกุ ร
๑๕. ควาย กระบือ
๑๖. พระ ๙ องค์ พระ ๙ รูป
๑๗. เยอะแยะ มาก
๑๘. เปร้ยี วจีด๊ เปรี้ยวจดั
๑๙. นกั การเมอื งแย่ๆชอบซื้อเสียง นกั การเมอื งไม่มีคณุ ภาพชอบซ้ือเสยี ง
๒๐. ถ้าไมม่ ีคนขายจะมีคนซ้ือได้ยังไง ถ้าไม่มีคนขายจะมคี นซ้อื ได้อย่างไร
๒๑. ดเู สยี ก่อนว่าขนมนีน่ า่ กินแค่ไหน ดเู สยี ก่อนวา่ ขนมนีน่ ่ากินเพยี งใด
๒๒. หนังท่เี ธอดมู ีสาระนา่ รู้ ภาพยนตร์ทเี่ ธอดมู ีสาระนา่ รู้
๒๓. สมัยนีค้ นเห่อวิชาทางด้านเทคโนโลยี สมัยนีค้ นนยิ มวชิ าทางด้านเทคโนโลยี
แถบข้อความ “ ระดับภาษา”
๑. พระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัวภมู พิ ลอดลุ ยเดช ในพิธีพระราชทานปรญิ ญาบัตร
ตอบ ระดับทางการ
๒. คำพูด เสยี งท่ีเปล่งออกมางา่ ยๆ อาจมผี ลกระทบต่อทั้งชวี ติ สขุ หรอื ทุกข์ สำเรจ็ หรอื ลม้ เหลว กำหนด
ได้ด้วยคำพูดที่กลน่ั ออกจากจิตใจ โดยเรม่ิ ตน้ ดว้ ยท่าทที ี่ถูกตอ้ งดีงาม เพ่ือคำพดู ทเี่ ปล่งออกมาจะเป็นวาทะที่
สรา้ งสรรคแ์ ละสรา้ งเสริม
ตอบ ระดับทางการ
๓. “ฉันว่าการสอบแบบเก่าเข้าทา่ กวา่ นะ ไมใ่ หร้ ู้คะแนน ทำใหต้ อ้ งฟิตและลุน้ เอาเองเต็มท่ี”
ตอบ ระดบั ไม่เปน็ ทางการ
๔. คณุ ชายเปน็ ผู้ทีม่ ีมนษุ ยส์ มั พนั ธด์ ี มีความรคู้ วามสามารถและช่วยสร้างความเจริญแกห่ นว่ ยงานนมี้ าไมน่ ้อย
จนเป็นท่ีรักใคร่ของพวกเราทกุ คน เราเสียดายทคี่ ุณชายจะไมไ่ ด้รว่ มงานกบั เราอีก แตก่ ย็ ินดีท่ีท่านได้เลื่อน
ตำแหน่ง มีความก้าวหนา้ ในอาชพี
ตอบ ระดบั กึ่งทางการ
๕. เนอ่ื งจากวนั สิน้ ปแี ละวันปใี หม่ซึ่งเปน็ วนั หยดุ ของโรงเรยี นตรงกับวนั องั คารและวนั พธุ ดังนน้ั เพอ่ื ให้
นักเรยี นและบุคลากรที่มีภูมิลำเนาอยตู่ า่ งจงั หวัด มีความสะดวกในการเดนิ ทางไปเย่ียมครอบครวั .........
ตอบ ระดบั ก่ึงทางการ
แบบฝึกทกั ษะ “ระดบั ภาษา”
แผนการจัดการเรยี นรู้
กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท ๒๓๑๐๒ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๓ สนกุ กับหลักภาษา เรอ่ื ง ระดบั ภาษาพาเพลิน
เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวดาราวรรณ ธนันฐิติวัชร์
............................................................................................................................. ...............................
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขยี นส่ือสาร เขยี นเรยี งความ ยอ่ ความ และเขยี นเร่อื งราว
ในรปู แบบต่าง ๆ เขยี นรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษา
ค้นคว้าอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาและหลกั ภาษาไทย
การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังงานของภาษา ภมู ิปญั ญาทางภาษาและ
รักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ขิ องชาติ
ตวั ช้ีวัด/ผลการเรยี นรู้
ท ๒.๑ ม.๓/๒ เขียนขอ้ ความโดยใชถ้ อ้ ยคำได้ถกู ต้องตามระดบั ภาษา
ท ๔.๑ ม.๓/๓ วเิ คราะห์ระดับภาษา
สาระสำคัญ
ระดับภาษา คอื ความแตกต่างในการใชภ้ าษา ใหเ้ หมาะสมกบั เวลา สถานที่ และบคุ คล ซ่ึงเปน็ เรอื่ งที่
สำคญั มากสำหรบั การตดิ ตอ่ สอ่ื สาร ดงั นนั้ นักเรียนจงึ จำเปน็ ตอ้ งศึกษา เพ่ือให้สามารถใชไ้ ดอ้ ย่างถูกต้อง
เหมาะสม และนำความรูท้ ่ีไดไ้ ปประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตประจำวนั ต่อไป
สาระการเรียนรู้
ความรู้
การใชร้ ะดบั ภาษาอยา่ งถกู ต้อง
ทกั ษะ/กระบวนการ
ทกั ษะการเขยี นขอ้ ความโดยใชถ้ ้อยคำไดถ้ ูกตอ้ งตามระดับภาษา
คุณลักษณะ
๑. ใฝ่เรยี นรู้
๒. ม่งุ มั่นในการทำงาน
๓. มวี นิ ยั
สมรรถนะสำคัญ
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร ใชภ้ าษาในการถา่ ยถอดความคิด ความรคู้ วามเข้าใจ
๒. ความสามารถในการคดิ รูจ้ ักวิเคราะห์ จำหลักการ เพ่อื นำไปสู่การสรา้ งองค์ความรู้
การจดั กิจกรรมการเรยี น
ขั้นนำเขา้ สู่บทเรยี น
๑. นกั เรียนและครูรว่ มกนั ทบทวนบทเรยี นเรอื่ งทีเ่ รียนไปคาบท่แี ล้วดว้ ยการเล่นกจิ กรรม “ระดบั
ไหน” โดยครูอา่ นประโยคใหน้ ักเรียนฟงั เพ่อื ใหน้ กั เรยี นทายตอบวา่ เปน็ ภาษาระดับใด
ขั้นพัฒนาผูเ้ รียน
๒. นกั เรยี นและครรู ่วมกันสนทนาว่า นกั เรยี นคดิ วา่ ระดับภาษาถูกกำหนดดว้ ยส่ิงใด จากนั้นครูอธิบาย
ถึงปจั จยั ท่กี ำหนดระดบั ภาษา
๓. นักเรยี น ทำแบบทดสอบ เรือ่ ง “ระดบั ภาษา”
ข้นั รวบยอด
๔. นกั เรียน และครูรว่ มกันสรุปเนื้อหาท่ไี ด้เรยี นไปทั้งหมด
สือ่ /อปุ กรณ/์ แหลง่ เรียนรู้
แถบประโยค
หลักฐานการเรยี นรู้
แบบทดสอบ “บอกระดบั ภาษา”
การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
เป้าหมาย/จดุ ประสงค์ หลักฐาน วิธีการประเมนิ เครื่องมือวดั เกณฑก์ ารประเมนิ
ความรู้ - แบบทดสอบ - ตรวจแบบทดสอบ - แบบประเมนิ - ระดับคุณภาพอยใู่ น
- การใชร้ ะดบั ภาษาอย่าง “บอกระดับ
ถกู ต้อง ภาษา” “บอกระดบั แบบทดสอบ “บอกระดับ ระดับดขี นึ้ ไป
ภาษา”” ภาษา”
ทกั ษะ/กระบวนการ - แบบทดสอบ - ตรวจแบบทดสอบ - แบบประเมิน - ระดบั คุณภาพอยู่ใน
- ทักษะการเขียนข้อความโดย “บอกระดบั ระดับดีข้ึนไป
ใชถ้ อ้ ยคำได้ถูกตอ้ งตามระดับ ภาษา” “บอกระดับ แบบทดสอบ “บอกระดบั
ภาษา - ระดับคณุ ภาพอย่ใู น
คุณลักษณะ - คะแนน ภาษา”” ภาษา” ระดับดีใชข้ ึน้ ไป
- ใฝเ่ รียนรู้ พฤติกรรมการ
- มุ่งม่ันในการทำงาน เรยี นรายบุคคล - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
- มีวินยั การเรียนรายบคุ คล การเรียนเป็นรายบุคคล
เกณฑก์ ารประเมนิ พฤตกิ รรมการเรียนเปน็ รายบคุ คล
คำชี้แจง : เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมการเรียนเป็นรายบุคคลสร้างขึ้นเพื่อให้ครูใช้เป็นเกณฑ์ใน
การประเมินนกั เรยี นเปน็ รายบุคคลโดยพจิ ารณาพฤตกิ รรมของนักเรยี นวา่ ตรงเกณฑใ์ นช่องใด
เกณฑ์การประเมิน ระดบั คะแนน
๑. ใฝ่ร้ใู ฝ่เรียน
ดมี าก (๓) ดี (๒) พอใช้ (๑) ควรปรบั ปรุง (๐)
ค้นคว้า ซักถามในประเดน็ ที่ ไมค่ ้นคว้า ไม่ซกั ถามใน
สนใจอยา่ งสม่ำเสมอ นิ่งในบางสถานการณ์ เงยี บ ซักถามประเด็น ประเด็นทสี่ นใจ
ซกั ถามบา้ งเม่ือมีโอกาส น้อยมาก ไม่กระตอื รือร้น ไมม่ คี วามรับผิดชอบตอ่
งานและต่อหน้าที่
ในสิ่งทีต่ นเองไม่เข้าใจ ในสงิ่ ท่ีศึกษา ทไี่ ดร้ ับมอบหมาย
๒. มุ่งมน่ั ในการทำงาน รบั ผดิ ชอบต่อหนา้ ทแ่ี ละงาน รบั ผดิ ชอบต่องานและ มคี วามรบั ผิดชอบ -สง่ งานครบถ้วนแต่ช้า
ทีไ่ ดร้ ับมอบหมายทุกงานทุก กว่าเวลาท่กี ำหนด 5
หน้าท่ี หน้าท่ที ี่ได้รบั มอบหมาย ตอ่ งานและหนา้ ท่ี วนั ขึ้นไปหรอื ไม่สง่
-ไมเ่ ขา้ ชน้ั เรยี น
บางงานบางหนา้ ท่ี ทไี่ ดร้ บั มอบหมายอย่างไม่
สามารถวเิ คราะห์ ทำ
เตม็ ใจ แบบทดสอบถูกต้อง
น้อยกว่า ๔ ข้อ
๓. มีวนิ ยั -สง่ งานครบถว้ นตรงตาม -ส่งงานครบถ้วนแตช่ ้า -ส่งงานครบถ้วนแต่ช้า
เวลาทก่ี ำหนด กวา่ เวลาท่ีกำหนด กวา่ เวลาที่กำหนด
-เขา้ ชน้ั เรยี นตรงเวลา 1-2 วนั 3-4 วัน
-เข้าชนั้ เรียนช้า -เขา้ ช้ันเรียนชา้
๕ - ๑๐ นาที เกนิ กว่า ๑๐ นาที
๕. การทำแบบทดสอบ สามารถวิเคราะห์ ทำ สามารถวเิ คราะห์ ทำ สามารถวิเคราะห์ ทำ
“บอกระดับภาษา” แบบทดสอบถูกตอ้ ง ๙-๑๐
แบบทดสอบถกู ต้อง ๗-๘ แบบทดสอบถูกตอ้ ง ๕-๖
ขอ้
ข้อ ข้อ