หนา้ ท่ี 3 -11
เล่มนีจ้ ะเป็นการนำเสนองานพระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี
ในรปู แบบของพระราชหตั ถเลขา (จดหมาย) เมอื่ ครั้งเสดจ็ ไปเยอื นพม่า โดยพระองคท์ า่ นมพี ระราชหัตถเลขาถงึ สมเดจ็ พระเจ้าน้องนางเธอ
เจ้าฟา้ จฬุ าภรณวลยั ลกั ษณ์ อคั รราชกมุ ารี กรมพระศรีสวางควฒั น วรขตั ตยิ ราชนารี
จดหมายฉบบั ท่ี 1
บา้ นรับรอง กรงุ ยา่ งกงุ้
21 มีนาคม 2529
สวัสดหี ญงิ
พริบตาเดยี วเทา่ นน้ั ฉนั กม็ านั่งอยู่ทเ่ี มอื งพม่าแลว้ เครื่องบนิ ใช้เวลาบนิ ประมาณ 50 นาที ไปทางอ่าวเมาะตะมะ เห็นภูเขาตะนาวศรี
(ทีเ่ ราเคยเรยี นหนังสือภูมิศาสตร)์ พอขนึ้ เครอ่ื งบิน เจ้าหนา้ ท่เี ครอื่ งบินก็เอาอะไรมาให้รบั ประทานทันทีเลยเกือบๆ จะเที่ยงพวกเราก็มาถึง
สนามบินมิงคลาดอน (MingaAirport) ท่านทูตกับอธิบดกี รมพิธีการทูตพม่าขึน้ มารับบนเครื่อง เมื่อลงไปมีนายกรัฐมนตรีพม่าชื่อ *พณฯ อู
หมอ่ ง หม่อง ขา่ รฐั มนตรอี กี หลายทา่ นและภรยิ ามารบั ฝา่ ยทตู ไทยแนะนำขา้ ราชการสถานทตู และครอบครัวเจ้าหน้าทีก่ ารบนิ ไทย และยังมี
คนไทยอีกสองคน คนหน่งึ เป็นภรรยาของเจ้าหนา้ ทีส่ ถานทตู อเมริกา อีกคนหนึ่งอยสู่ ถานทตู มาเลเซยี จากสนามบินไปบ้านรับรอง เรานั่งรถ
สามตอน ฉันนั่งคูก่ ับนายกรัฐมนตรี เก้าอี้พับขา้ งหนา้ ป้าโมนัง่ คู่กบั อู กอง ทุน (Assistant Director of Ministry of Foreign Affairs) คุณ
ดำรงนง่ั คกู่ บั คนขบั มีรถนำ รถจปี ตำรวจและตำรวจมอเตอร์ไซคอ์ ีกหลายคนั ถนนไปบา้ นรบั รองนนั้ ฉนั รู้สกึ ว่าเหมอื นถนนสายเชียงใหม่-ลำพนู
(คนอ่นื จะรสู้ ึกแบบนห้ี รอื เปลา่ ฉนั กไ็ ม่ทราบ) สองขา้ งทางมตี ้นกา้ มปู มี ร้านขายของพ้นื เมืองและร้านอาหาร ผา่ นวิทยาเขตของมหาวทิ ยาลัย
ไทยยา่ งกงุ้ สังเกตดรู ถราในทอ้ งถนนกไ็ มม่ ากมายอะไร แคร่ ถเมลเ์ วลารถจอดคนไหนทอ่ี ยูท่ ้ายรถเมลจ์ นเมือ่ ยแขน เมือ่ ยขาจะต้องลงมายืนที่
ถนนประมาณสบิ คน เมอื่ ถึงบา้ นพักรับรองท่านนายกฯ นัง่ อยู่ดว้ ยสกั พักหนง่ึ กค็ ากลบั ไป ท่านรัฐมนตรตี า่ งประเทศยังอยูอ่ ธิบายกำหนดการ
เดินทางแต่ละวันอย่างละเอียด ให้รายชื่อหนังสือที่เก่ียวกับประเทศพม่าที่ท่านได้รวบรวมไว้ 47 เล่มบอกชือ่ อาจารย์ที่จะช่วยอธิบายเร่อื ง
ประเทศพม่าแล้วจึงไป ตอนท่เี ขาไปกันหมดแล้วฉันจึงได้สำรวจดูไปทัว่ ๆ ตั้งแตห่ ้องรับแขก เขาวางหนังสอื พิมพภ์ าษาองั กฤษไว้ 2 ฉบับคือ
Working People's Daily และ Guardian มีประวัติของฉันเขียนเอาไว้ มีภาพทิวทัศน์เมืองพม่าติดข้างฝา รูปฝั่งแม่น้ำอิรวดี ซุ้มประตู
พระราชวังหลวงเมอื งมัณฑเลย์ และภาพพระเจดยี ์ชเวดากอง
เราขึ้นบันไดไปขั้นบนไปที่ห้องนอน ฉันก็ชอบใจอีกนั่น แหละ ห้องกว้างขวางดี มีระเบียงเปิดประตูไปเห็นทะเลสาบ มีทั้ง
เคร่อื งปรับอากาศและพัดลม นไปถึงกจ็ ดั การเปดิ หนา้ ตา่ งให้อากาศ ธรรมชาติเข้า สบายดกี วา่ มีรูปภาพติดฝาผนังสองรูป รปู หนึ่งเปน็ ผู้หญิง
ดีดพิณพม่าที่เรียกวา่ ซองเกาะ อีกรปู เปน็ รูปห่นุ พมา่ ท่โี ต๊ะเขยี นหนังสอื มีเครอ่ื งเขยี นพรอ้ มสรรพ มีตะกรา้ ทวายทำเปน็ ตะกรา้ ท้ิงผง ก็ตะกร้า
จา่ ยตลาดธรรมดานั่นแหละ แต่ฉันชอบใจอยู่ตรงท่ีเขาไชห้ วายผกู หมด ไม่ใชล้ วดเหมือน ตะกรา้ บา้ นเราที่โตะ๊ เครือ่ งแปง้ มีของใช้หลายอย่าง
วางไว้ มีแปง้ ผดั หนา้ พมา่ เรียกว่าทานาคา ปกตเิ ปน็ ท่อนไม้ตอ้ งเอามาฝนกับน้ำทา สมยั นม้ี ีของสำเรจ็ รูปทำ เป็นแปง้ นำ้ ใส่ขวด ทาได้เลย บา่ ย
โมงเศษ ๆ ลงไปรบั ประทานอาหาร ฉันเกบ็ เมนูมาให้ดูดว้ ย ดแู ล้วหญงิ คงไม่รู้เรอ่ื งหรอกเพราะเขาใส่ชื่อเป็นพม่า ฉนั พอจะบรรยายไดว้ ่ามีแกง
ส้มใบมะขาม กุ้ง กะหรี่ไก่ แกะกะหรี่ ถั่วผัด (คล้ายๆ แปะก๊วย) น้ำพริกพม่ารับประทานกับผักดอง สถานทูตทำเกาเหลาแห้งกับพล่าก้งุ มา
สมทบ ของหวานมีขนมอะไรก็ไม่ทราบคลา้ ย ๆ กบั ขนมหม้อแกงบา้ นเราแตก่ ็ไมเ่ หมือนทีเดียว เจ้าหนา้ ท่ที ีม่ าเป็นมหาดเลก็ บรกิ ารก็บริการดี
ชะมดั ไม่ปลอ่ ยให้อะไรพร่องเลย เดิมตลอด ฉนั กฉ็ ลองศรัทธาเพือ่ สมั พันธไมตรอี ันดีงามเลยรบั ประทานขา้ วไป 3 จาน ดทู า่ พมา่ จะตกใจอยู่
เหมอื นกัน คงจะคิดว่านี่ กองทัพปาทังกา้ จากเมืองไทยมากินข้าวของเขาหมด (ไมใ่ ชฉ่ ันคนเดียวนะท่ีรับประทานมาก ก็มากกันท้ังขบวนนั่น
แหละ) รบั ประทานเสรจ็ ก็รว่ มบ่ายสองโมงแลว้ ฉนั กลบั ขึ้นไปทหี่ อ้ งเพ่ือรา่ งสปีชทจี่ ะกลา่ วในงานเลยี้ งพร่งุ น้ี ออ้ ! ลมื บอกไปว่า ตอนน้ีเราปรับ
เวลาเปน็ เวลาพม่า ซึ่งช้ากว่าเวลาไทยครง่ึ ช่วั โมง ถึงบา่ ยสามโมงพมา่ ตัง้ ของวา่ งอกี แล้ว แตย่ งั กนิ ไมไ่ หว
ปาทังก้า คือตกั๊ แตน
ฉนั เขยี นหนังสอื อย่จู นบ่ายสโ่ี มงครงึ่ จึงได้ลงไปฉลองศรัทธา อม่ิ แปลอ้ ีกตามเคย กินเสรจ็ ออกไปเดินเล่นที่สนามหญ้ารมิ ทะเลสาบ
อากาศกำลงั สบาย นกบินกันวอ่ น ดเู หมอื นจะมีอยู่ตัวหนึง่ มาทำรงั อยู่ในเครอื่ งเยน็ ทห่ี ้องฉนั ถามจากพมา่ ได้ความว่าทะเลสาบนี้ชอื่ อนิ ยาร์ อิน
แปลว่า ทะเลสาบ ยาร์แปลว่าอะไรก็ไม่ทราบ บริเวณสวนมีต้นไม้ร่มรื่น ที่ฉันรู้จักก็มีต้นมะม่วง ต้นโศก ต้นบุนนาค ลั่นทม คูน มะปราง
1
มะเฟือง ไม้ดอกประดับมีพุทธรักษา หน้าวัว เป็นต้น ตาตน้ ไมใ้ หญเ่ ขาตดิ ไฟหุม้ กวยกระดาษแกว้ สนี ้ำเงนิ สีแดง สีเหลอื งอกี ฟากทะเลสาบเหน็
บ้านพกั ทูตสหรฐั ฯ และกระทรวงอุตสาหกรรม 1 (หมายถึงอุดสาหกรรมเบา)เดนิ ถ่ายรูปกนั อยูพ่ ักใหญก่ ็ขึ้นมาแต่งตัวเตรียมไปงานกลางคืนที่
บ้านของทา่ นประธานพรรคโครงการสังคมนิยมแห่งสหภาพพมา่ ท่านประธานเนวนิ เล้ียงตอนท่มุ หนึ่งแบบกันเอง ทา่ นบอกว่าสขุ ภาพทา่ นไม่
ดีนัก งานเลี้ยงแบบเป็นทางการก็ขอให้นายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพก็แล้วกัน งานนี้นอกจากฉันแล้วมีป้ าโม หมอดนัย คุณดำรง คุณเสริม
ระยะทางจากบ้านรับรองไปถึงบา้ นทา่ นประธานเนวิน น่ังรถประมาณ 10 นาที ผ่านมหาวิทยาลยั ยา่ งกงุ้ บา้ นทา่ นประธานอยู่ริมทะเลสาบ
อินยาร์เหมอื นบ้านพกั รบั รอง ทา่ นประธานเนวนิ กับภรรยามาต้อนรบั อยหู่ น้าบา้ น พาเดินผา่ นห้องนงั่ เลน่ ออกไปที่สนาม ท่านแนะนำฉันกับ
แขกที่มาร่วมงานซ่งึ ก็เป็นรฐั มนตรีต่างๆ ละกรรยา ซึง่ ฉนั กย็ ังจำไม่ได้ทกุ ทา่ น ก่อนนงั่ โตะ๊ กินขา้ วก็นัง่ คยุ กันกอ่ น ภรรยาของท่านเนวนิ เป็นนัก
ประวัติศาสตร์ มีผลงานค้นควา้ หลายเรอ่ื ง สำคัญคือเรื่องเทยี่ วกับพม่าตอนต่อสเู้ พื่อเอกราช ภรรยาของรฐั มนตรพี าณิชย์เป็นนกั จดหมายเหตุ
เขาเล่าว่าพม่าเพิง่ เร่ิมงานจดหมายเหตุอยา่ งจรงิ จังเมอื่ สบิ ทวา่ ปีมาน้ี แตก่ อ่ นเอกสารสำคัญเสยี ขายไปมาก ทัง้ ที่เปน็ ใบลาน สมุดข่ออย และ
เอกสารราชการบางส่วนของเอกสารอยู่ที่ Indignance นักจดหมายเหตุของพม่าหลายคนไปฝึกงานที่อังกฤษ และไปดูงานที่อินโดนีเซีย
มาเลเซีย ท่านเนวนิ เลา่ ว่าทา่ นเพิง่ ไปเปิดเชื่อนไฟฟ้าพลังนำ้ และชลประทานแถวมัณฑเลย์ เป็นโครงการขนาดกลาง ท่านบอกว่าท่านชอบ
มากกว่าโครงการใหญๆ่ ซึง่ ทำแล้วมีปัญหาหลายอย่าง งบประมาณก็ไม่มี ทำเทา่ ไรก็ไมเ่ สร็จเข้าหน้าที่มาบอกว่าอาหารพร้อม กับข้าววันน้ีมี
แกงฮังเลต่างๆ ทง้ั ฮังเลหมู ฮังเลไก่ ฮงั เลปลา แกงจืด (แกงจดื อะไรฉันกด็ ไู มถ่ นดั เพราะมันมืด) กะปิ น้ำพริกอ่อง ผักดอง ทา่ นเนวินหันไปน่ัน
มะปรางดิบให้ป้าโม แล้วหันมาตักนำ้ แกงฮังเลราดข้าวใหฉ้ ัน พร้อมกับเรียกเจ้าหน้าท่ีมาเตมิ ข้าว ของหวานมีพายมะนาว ผลไม้ กาแฟ โต๊ะ
อาหารดั้งริมทะเลสาบ ซ่ึงท่านเนวินอริบายว่าแต่ก่อนนี้เคยใช้ทำน้ำประปา แต่เดี่ยวนี้ประชาชนเพิ่มขึ้นมากจึงใช้ไม่พอ มองไปอีกฝังเหน็
บ้านพกั รับรองที่ฉนั อยู่ เมอ่ื รับประทานเสร็จแลว้ ฉันใหข้ องทีร่ ะลึกทา่ นประธานเนวนิ แลว้ ลากลบั ประมาณ 3 ทุม่ ขากลบั คุยกบั อธบิ ดีกรมพธิ ี
การทูตท่นี ั่งรถไปดว้ ยข้างหนา้ เขาบอกว่าระหวา่ ง ค.ศ. 1969 - 1975 เขาเคยเป็นอปุ ทูตอยู่สถานทูตพม่าในไทยกลบั ถึงบ้านพกั ฉันลองเปดิ
ทีวีดูมีเรื่องบ้านเล็กในป่าใหญ่ แต่เขาไม่ได้พากย์ ใช้เสียงภาษาอังกฤษเห็นท่าจะต้องจบเสียทีนะ เดี๋ยวจะลองโทรฯ ไปกรุงเทพฯ เขามี
โทรศัพทท์ ี่ตอ่ ไปกรุงเทพฯ ได้เอาไวใ้ หด้ ้วย
ดว้ ยความคิดถงึ
2
ตอนท่ี 2 หนา้ 12-27
ย่างกงุ้ (22 มีนาคม 2529)
หญงิ ผอม
เชา้ วนั น้ีอากาศดมี าก มหี มอกลงตรงทะเลสาบนดิ หนอ่ ย ฉันตนื่ ขึ้นมาต้งั แตเ่ ขา้ มดื แลว้ นอนต่ออกี หน่อย สกั ตหี า้ จึงไดล้ กุ ข้ึนมาอ่าน
หนงั สือเก่ียวกับพม่า หนงั สอื พม่านี่มีแยะ ตอนแรกทีย่ งั ไมไ่ ด้หา ก็รู้สึกว่าข้อมูลเก่ยี วกบั พม่าช่างมีนอ้ ยเหลือเกิน ออกจะเหน็ พม่าเป็นเมืองกลบั
พอหาเขา้ จรงิ จงั เจอกวา่ ร้อยเลม่ อา่ นไมห่ วาดไมไ่ หวก่อนท่ีจะเขยี นคยุ อะไรใหห้ ญิงฟงั จะสารภาพอะไรสักอยา่ งหนงึ่ ทแี รกฉนั ตงั้ ใจจะถอดคำ
ภาษาพมา่ เป็นไทยให้เปน็ ระบบแบบแผนเดียวกนั เอาเขา้ จรงิ เห็นทา่ จะไม่ไหวเสยี แลว้ วธิ กี ารถอดคำมหี ลายอย่าง วิธหี น่ึงท่คี นเขียนหนังสือแต่
กอ่ นใชก้ ันคือเขียนความท่ีคดิ วา่ ควรจะเป็น สำหรบั คำท่ีมาจากภาษาบาลี กย็ ากตรงท่เี ราไมอ่ าจ ต้นศัพทไ์ ปทกุ คำ พม่านั้นเม่ือเวลาจะเขียน
ชื่อสถานทีห่ รือชื่อคนใหช้ าวตา่ งประเทศอ่านจะเขยี นเป็นอกั ษรโรมัน ซึ่งจะเขียนได้ไมต่ รงกับที่อา่ นจรงิ ๆ ทุกคำ เพราะอักษรโรมนั เองกม็ ี
ตัวอักษรจำกัด เชน่ ชอ่ื สนามบินไทย "มิงคลาดอน" เขาเขยี น Mingaladon คำ Mingala นน้ั คือ Maigala ในภาษาบาลี หรือที่ไทยว่ามงคล
เสียง อะ กลายเปน็ เสียง อิ ในภาษาพม่ากห็ ลายคำ โดยเฉพาะคำทม่ี ีตัว ง เป็นตวั สะกด เร่ืองเสยี ง ง สะกดน้ีกเ็ ดายากเหมอื นกัน วา่ ทจ่ี ริงพม่า
ใช้ตัวอักษรตัวใดเขียนเพราะตัวสะกดที่เขียนด้วย ง ญ น ม หรือ ต้องอ่านเป็น ง สะกดเสียเป็นส่วนมาก และพม่าก็ต้องใช้ตวั ก เขียนแทน
เม่ือเวลาถา่ ยเป็นอักษรโรมัน เรื่องตวั N ในชอ่ื พมา่ นน้ั ถ้าจะ เทียบกบั ทางไทยพอสังเกตไดว้ า่ ไทยจะใช้ ม สะกดหมด เชน่ Pagan ไทย เรียก
พกุ าม เมอื งทไี่ ทยเรยี กว่า สะเทมิ พมา่ เขยี น Thaton อ่านคล้ายๆ "ถะทน" นา่ สงั เกตอีกอยา่ งหนง่ึ วา่ th นั้น หลายตวั ทร่ี ู้แน่ว่าคำเดิมคือ s
หรือ ส เช่น คำว่า thiri = สิริ ที่แน่ๆ คือพม่าไม่มีเสียง ร. เรือ กลายเป็น ย. ยักษ์ ไปหมด เสียง ย. ยักษ์ เลยมีทั้ง ย. ยักษ์จริงและ ย, ยักษ์
ท่มี าจาก ร. เรือ แค่น้ียังยงุ่ ไมพ่ อ ยังมีชื่อฝรั่งเรยี กอีกนะ พม่าเดยี๋ วน้ีเวลาเขาพูดกบั เราเขาใช้ช่ือท่ีฝรัง่ เรียกเพ่ือใหเ้ ราเข้าใจ เลยไม่รู้ว่าจริงๆ
เขาเรียกของเขาเองอย่างไร อย่างเมืองย่างกุ้งพม่าเรียกย่างกุ้ง แต่เขาพูดกับเราเขาใช้ แรงกูน เมืองยะไข่เขาก็เรียกยะไข่ พวกยะไขเ่ รียก
ตัวเองวา่ ระไข่ ฝรัง่ เรียกอะระกัน (Arakan) เมืองแปรเขาเรยี ก ปี (Pye) ฝร่ังเรียกโปรม (Prome) พมา่ เลยเรยี กเอาใจเราว่าโปรมไปบ้าง อีก
อยา่ งคอื พยัญชนะกลำ้ ที่เขาเขยี น ky, gyออกเสยี งเปน็ เสียง จ. จาน (๔) t ออกเสยี งอยา่ ง th ภาษาองั กฤษ เร่อื งชอื่ นีย่ งุ่ มาก ตกลงฉันกะวา่ จะ
เขียนตามถนัด คอื ตามพมา่ ออกเสยี งบา้ ง ตามที่ไทยเราเรียกบ้าง ประมาณ 6.30 น. มหาดเลก็ ยกขา้ วเชา้ มาตง้ั มีเมนูอาหารมาให้ดว้ ยพร้อม
กับพยากรณอ์ ากาศ (ฉันเกบ็ มาด้วยตามเคย) เขาเอา The Working People's Daily กับ The Guardian ซึ่งมขี ่าวเกีย่ วกับฉันมาให้ พร้อม
ด้วย Trustee เปน็ พวกสัปปุรุษทมี่ ีจิตศรทั ธา ดูแลความเรียบร้อยของวัด ฉันถามดเู ขาบอกวา่ ชาวบา้ นแถวๆ วัดเลอื กตั้งกนั อย่ใู นตำแหนง่ คน
ละ 4 ปี เขาวา่ ตอนหนมุ่ ๆ เขาก็เป็นข้าราชการรบั ใชช้ าติ พอเกษียณแล้วก็มารับใช้พระศาสนา เขาเตรยี มทีถ่ อดรองเท้าเอาไวใ้ หท้ ่หี นา้ วัด ปู
พรมใหจ้ นถงึ ชั้นบน ฉนั ข้ึนลิฟตไ์ ปบนลานพระเจดยี ์ กอ่ นอ่นื ก็ไหว้พระ เตรียมพ่มุ ตาดเงนิ ตาดทองไปจากเมืองไทยด้วย พม่ากเ็ ตรียมดอกไม้ธปู
เทียนเอาไว้ให้ ธูปพม่าดอกเลก็ ๆ กลิ่นแรงคล้าย 1 ธูปแขก ฉนั เห็นแลว้ กน็ กึ ขนั นกึ ถึงว่าหลายปีมาแลว้ ตอนที่อยนู่ ราธิวาส ฉันไปตลาด ไป
ซอื้ ธูปแขกนมี้ าจุดบูชาพระตอนกลางคืนกลนิ่ แรงฟุ้งไปทัง้ บ้าน เกอื บถูกทกุ คนบอ้ ม (บอ้ ม/คำกรยิ า(ภาษาปาก)/ทำร้ายร่างกายด้วยการทุบตี)
พระทเ่ี ขาให้เขา้ ไปไหวเ้ ปน็ พระพุทธเจา้ ประจำทิศ องค์ท่ไี หวค้ อื พระโกนาคมน์ (ฉนั รเู้ พราะอา่ นอักษรพม่าแบบเดาพอจะได้) วงท่ี
เราไปน้เี ปน็ ชว่ งเทศกาลฉลองพระเจดยี ์ มงี านวัดขายขอ มกี ารเลน่ เหมือนงานวดั บ้านเรา มพี ิธเี กี่ยวกับทางพระคือเขาจะนิมนต์พระจากวัด
ตา่ งๆ 9 วดั 108 รูป ใหม้ าสวดพระสตู รองค์ละ 2 ช่วั โมง ผลดั กนั ไปโดยไม่หยุดเลยรวม 216 ช่วั โมง เขาทำแบบนท้ี ุกปี ท่ซี เวดากองนี้ไม่มี
พระสงฆ์อยู่ มแี ต่พระเจดยี ์ รอบ 1 พระเจดยี ์มีรูปปนั้ เทวดาอฐั เคราะห์ (อาทิตย์ จนั ทร์ อังคาร พุธ ราหู พฤหัสฯ ศกุ ร์ เสาร์) พวกเราโชคไม่ดี
ไม่ไดเ้ ห็นเจดียท์ งั้ องค์ เพราะเปน็ ช่วงทเี่ ขาซ่อมปิดทองใหม่ เขาตอ้ งซ่อมทุกๆ 4 ปี เพราะหนา้ ฝนท่ยี ่างกงุ้ นน้ั ฝนตกหนกั มาก ฝนชะทองท่ีปิด
ไวเ้ สียหายไปมาก ตอนน้ีเขาเอาเส่อื ลำแพนปดิ สว่ นทจี่ ะปิดทองใหม่ ฉันนะ่ สงสัยจรงิ ๆ วา่ เขาปิดทองกนั อย่างไรถึงจะต้องซอ่ มทุก 4 ปี ทองท่ี
เราปดิ ชอ่ ฟา้ พระท่ีนงั่ จักรี อยู่เปน็ ปี ๆ ก็ยังดอี ยู่ ถามกรรมการวัดทเ่ี ป็นคนอธบิ าย เขาบอกวา่ องค์พระเจดีย์เปน็ ทองแดง และใช้แผ่นทองติด
ทบั ดว้ ยหมุด (ไม่ใชป่ ิดทองคำเปลว) ฉันเดนิ ดูไปรอบ ๆ มีศาลาลายทำดว้ ยไม้บ้าง ทำด้วยปนู บา้ ง พวกชาวบา้ นแถวๆ นี้บรจิ าคเงนิ สร้าง เลา่ ถงึ
ความเปน็ มาของเจดีย์นว้ี า่ เมอื่ สมเด็จพระสมั มาสัมพทุ ธเจา้ ตรัสรู้ รอบ ๆ พระเจดยี ์มรี ูปปัน้ ปูนทาสี เปน็ พวกสตั วใ์ นนิยาย กรรมการวัดพระ
อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้วประทับเสวยวิมุตติสขุ อยู่ 7 สัปดาห์ ในสัปดาห์สุดท้ายมีนายพาณิชสองคน คือ ตปุสสะและภลั ลิกะเขา้ มาเฝ้า
ถวายข้าวสัตตูก้อน สัตตูผง พระพุทธองค์ประทานพระเกศธาตุ 8 เส้นแก่นายพาณิชทั้งสอง ซึ่งได้นำมาบรรจุในพระเจดีย์ เป็นที่เคา รพ
สักการะของชาวมอญและชาวพม่าสบื ต่อมาจนทุกวนั นี้ ตอนแรกก็สรา้ งเป็นพระเจดยี ์ เตี้ย ๆ นาน ๆ เข้ากษตั ริย์ตา่ ง ๆ ก็มีพระราชศรทั ธา
เสรมิ ให้สูงข้ึนๆ ใครซ่อมสร้างเมือ่ ไรน้ัน หนงั สือหลายเล่มกล่าวไว้ ฉันจำไมไ่ ด้ ก็ขอเวน้ ไม่เล่าให้หญงิ ถา้ อยากรู้ก็ไปอา่ นเอาได้ กรรมการวดั พา
ไปดรู ะฆงั ใบแรกพระเจา้ สิงคเุ ป็นผสู้ รา้ ง ท่พี มา่ ถอื วา่ ระฆังใบนส้ี ำคญั ก็เพราะวา่ มีประวตั ิอยวู่ า่ เม่อื พม่ารบแพ้อังกฤษ อังกฤษอยากจะเอา
ระฆังใบนี้ไป (เอาไปทำไมฉันกไ็ มท่ ราบ ลืมถาม) สมัยนั้นไม่มปี นั จน่ั ฉะนนั้ การย้ายระฆังใบโต ๆ กต็ ้องใช้แรงคนทง้ั นัน้ เคลอื่ นระฆังไปจนถึง
แมน่ ำ้ ย่างกุง้ ระฆังเกิดพลัดตกลงในแมน่ ้ำ องั กฤษกเู้ ทา่ ไรกไ็ ม่ข้ึน พอสิ้นสงคราม ขาวพม่าชว่ ยกันกู้ระฆงั นีข้ ึน้ มาแขวนไว้ที่เดิมได้ เขาภูมิใจ
มาก กล่าววา่ เปน็ สัญลักษณแ์ หง่ ความสามคั คขี องคนพมา่
3
ตอนที่ 3 หน้า 28-37
ระฆังอกี ใบหน่งึ พระเจ้าสารวดี (Tharrawaddy) หรือที่ไทยเรยี กพระเจา้ แสรกแมงเป็นผ้สู รา้ ง ตามประวตั วิ า่ พระเจ้าแผ่นดินองค์น้ี
ท่านเป็นนกั เล่นแรแ่ ปรธาตจุ ำพวกทีพ่ ยายามแปรธาตุทีไ่ ม่มีราคาอะไรให้เป็นของมีราคา หรือมีคุณวิเศษต่าง 1 ท่านเอาธาตุที่ท่านแปรมา
สร้างระฆงั บอกว่าเป็นระฆงั ศักดิ์สทิ ธ์ิ ให้ตีระฆัง 3 คร้ังแล้วอธิษฐานขออะไรก็ได้ จะได้รบั พรสมปรารถนา ฉนั ก็ดรี ะฆังนี้ แต่ยังนึกไม่ออกว่า
อยากไดอ้ ะไร พวกพมา่ บอกว่าเอาไปคดิ ทีหลังก็ไดต้ รี ะฆงั แล้วพม่าถามฉันวา่ เกดิ วนั ะไร ฉนั วา่ ฉนั เกิดวันเสาร์ เขาพาไปที่พระพทุ ธรูปองค์หนึ่ง
เป็นปางมารวิชยั มงี ูอย่ทู ่ีฐาน จะเรยี กว่า พระนาคปรกกเ็ รียกไมไ่ ดเ้ ตม็ ปาก แล้วให้ฉันสรงนำ้ พระ 3 ขัน พมา่ กบั ไทยดมู ปี ระเพณีคล้ายกัน
หลายอย่าง อย่างเร่ืองพระประจำวนั เกดิ น้ี ไทยเราถอื ว่าพระนาคปรกเปน็ พระประจำคนเกดิ วันเสาร์ พม่าก็คงจะถือเช่นนน้ั ดว้ ยจึงให้ฉันสรง
นำ้ พระองคท์ พ่ี อจะนุโลมได้ว่าใกล้เคียงกับพระนาคปรก เพราะมีงอู ย่ทู ฐ่ี านตอนที่ฉนั สรงนำ้ พระ องึ่ กบั คุณเสริมฟิล์มหมดพรอ้ มกัน คุณหมอ
ดนัยก็หายไปไหนไม่ทราบ เลยไมม่ คี นถา่ ยรปู ไว้ ภายหลงั อง่ึ จึงยอ้ นกลบั ไปถ่ายรปู พระน้ันเอาไว้ สุดทา้ ยกอ่ นกลบั กรรมการวัดเชิญไปนั่งพัก
กินนำ้ ดรู ูปสว่ นบนของเจดีย์ สว่ นทเี่ ป็นฉตั รประดบั ด้วยเครือ่ งเพชรพลอยที่มคี นบริจาค ทำเปน็ รูปต่างๆ เชน่ รูปนกยูง รปู ผีเส้อื บางทีกเ็ ปน็
ช่ือของคนทีบ่ ริจาคแผ่นทอง คำและแผน่ ทองคำเปลวสำหรบั ปิดพระเจดยี ์ ดูกรรมการวดั เขาภมู ิใจมาก บอกวา่ ในโลกนม้ี ไี ทยกบั พมา่ เท่าน้ันที่
ทำทองคำเปลวได้ อกี อยา่ งคอื ระฆงั สลกั ช่อื คนบรจิ าคซงึ่ มีทั้งพระเจา้ แผ่นดิน เจ้านายและคนธรรมดาตงั้ แต่สมยั โบราณจนถงึ ปัจจุบันฉันเอา
เงินท่ีเตรยี มไปบรจิ าค เขาวา่ ให้ฉนั บรจิ าคเปน็ ทองก็แลว้ กันว่าแล้วก็เอาแผ่นทองมว้ นใสเ่ รือจำลองเล็ก ๆ แล้วใหซ้ กั รอกข้ึนไปแบบยกช่อฟ้า
มีเจ้าหน้าที่คอยรบั อยูบ่ นพระเจดยี ์ ชักรอกเรือคราวนี้ตา่ งจากยกช่อฟ้าอยู่ ตรงทีเ่ วลาฉนั ไปยกช่อฟา้ ท่ีไหน ฉันก็แค่ดงึ เชือกมว้ นพอเป็นพิธี
เทา่ น้นั แหละ อกี ข้างหนึง่ จะมเี จ้าหน้าท่หี ลายคนช่วยกันดงึ เชือก หรอื หมุนกว้านเอาช่อฟา้ ขนึ้ ไป คราวนตี้ ้องดงึ เอง หนกั ทเี ดยี ว รู้สกึ จะได้บุญ
ดี คนอนื่ ๆ มาตอ่ ท้าย เชอื กชว่ ยดงึ ดว้ ยแบบเลน่ ซักเย่อ ฉนั เองรู้สกึ เหมอื นเล่นว่าว สนกุ จงั เลย 25 ของแปลกอกี อย่างคือธงบอกทิศทางลม
(vane) ซ่ึงเขาจะติดไวบ้ นยอดพระเจดยี ์ อนั ทเ่ี อาลงมาใหเ้ ราดูเป็นอนั เกา่ ซึ่งพระเจา้ มินดงสร้างถวายอันที่อยูบ่ นยอดเจดยี ์ปัจจุบันมาอย่างไร
ฉันไม่ได้ถามจากพระเจดยี ์ชเวดากอง เราตรงไปรฐั สภาหรือทพี่ มา่ เรยี กว่า ปถุลุดดอ (Pyithu Hluttaw) เปน็ สภาสรา้ งขึน้ ใหม่ ใข้เวลาสรา้ งถงึ
10 ปี ฉันไปพบประธานาธิบดี ชาน อู้ ทา่ นก็พยายามทักทาย แนะนำใครต่อใคร เช่นรองประธานาธบิ ดี นายกรัฐมนตรี แตว่ ่าฉนั พยายามแยง่
พูด เพราะรู้สึกว่าท่านมีปัญหาในเรื่องการใช้เสียง คอแห้ง คุยกันสักพัก ฉันก็เห็นว่าควรจะไปพิพิธภัณฑ์ ดูสีหาสนบัลลังก์ซึ่งเดิมตั้งอยู่ใน
พระราชวังเมืองมณั ฑเลย์ กลับมาบ้านรบั รอง ประมาณ 11 โมงเศษ ไปสถานทตู เพอ่ื รับประทานกลางวัน มีขา้ วแช่ พอรับประทานเสร็จกต็ ้อง
รบี กลับไปบ้านพกั เพราะว่า "คณุ หญิงธดิ า" จะมารับพาไปดูพพิ ธิ ภณั ฑ์ ทางไปพิพิธภัณฑ์ ผ่านตลาด Bogyoke Aung ซ่งึ เป็นที่ขายของพั่วๆ
ไป (คำวา่ Bogyoke แปลว่านายพล นายพลอองซานคือผนู้ ำพมา่ สมยั ต่อสู้เพื่อเอกราช) สถานรี ถไฟ ตกึ ศาลฎกี า ท่พี ิพิธภณั ฑม์ ีรัฐมนตรวี า่ การ
กระทรวงวัฒนธรรม และ ผอู้ ำนวยการพพิ ิธภัณฑ์เป็นผอู้ ธิบาย ตึกพิพธิ ภณั ฑ์หลังนเี้ ดิมเป็นธนาคาร
ฉนั ว่าใชเ้ ป็นพพิ ิธภัณฑก์ จ็ ัดของไดไ้ ม่เลวนกั ตรงกลางห้องโถงกลางเปน็ โดมสูง เขาวางสหี าสนบลั ลงั ก์ เปน็ ราชบลั ลังก์ 1 ใน 8 ของ
ราชบัลลังก์พมา่ เม่อื พม่าเสยี เมอื ง พระราชบลั ลงั ก์ตา่ ง ๆ กส็ ญู หายไปบ้าง ทเ่ี หลอื ก็ไมส่ มบรู ณ์ ทพ่ี ิพธิ ภัณฑน์ ่เี ขาบอกว่าเหลอื สีหาสนบัลลังก์
อยู่เท่าน้ัน นอกนั้นฉันเข้าใจว่าไหม้ไฟไปหมด พร้อมกับพระราชวังหลวงเมืองมัณฑเลย์ คราวถูกบอมบ์ตอนสงครามโลกครัง้ ที่ 2 ที่สีหาสน
บลั ลงั กค์ งอยู่ได้ก็เป็นเพราะองั กฤษเอาไปไว้ท่พี พิ ธิ ภณั ฑ์ เมอื งกัลกตั ตา ท่านเนวินไปขอคืนมาเมื่อ คศ. 1962 น่ีเอง บลั ลงั กน์ ้ใี หญ่โตมากกวา่
ท่ีนึก เขาว่าเดมิ มสี ิงหข์ นาบช้าง และมีรูปสตั วต์ า่ ง ๆ อยใู่ นซ้มุ เดยี๋ วนห้ี ายไปหมดแลว้ เขาชใี้ ห้ดรู ูปเขียนสนี ำ้ เปน็ ภาพพระเจ้าสปี ่อ (Thilaw)
ประทับบนสีหาสนบลั ลังกค์ ่กู บั พระนางศภุ ยลัต มขี ุนนางหมอบเฝ้า พวกท่ใี ส่เสอ้ื สีเขยี วเป็นขุนนางท่ีมีเชื้อเจา้ สว่ นพวกขนุ นางทีเ่ ป็นคนธรรม
คาใส่เสือ้ สีแดง มเี ครื่องราชปู โภคตา่ งๆ วางไวข้ า้ งๆ บลั ลงั ก์ ฉันวา่ แปลกทพี่ ระนางศุภยลตั ขน้ึ ว่าราชการพรอ้ มพระเจา้ สีป่อ ธรรมดาพระราช
บัลลังก์เช่นนี้พระเจ้าแผ่นดินจะขึ้นไดอ้ งค์เดียว แม้แต่พระมเหลกี ็ขึ้นไม่ได้ ถึงแม้พระเจ้าสีป่อจะทรงกลัวพระมเหสี แต่ในพิธกี ไ็ มน่ ่าจะขึ้น
บัลลังก์ แอบกระซิบราชการอยู่ด้านหลังเห็นจะได้ อย่างไรก็ตามธรรมเนียมในราชการของเรากับของพม่าอาจจะต่างกัน มีรูปหล่อพระ
โลกนาถ ฉนั เขา้ ใจว่าพระโลกนากนี้คือพระโพธิสตั ว์อวโลกิเตศวรน่ันเอง มเี รื่องเล่าว่า วนั หนึ่งพระโลกนาถเห็นช้างมีปกี กับสิงห์มีปีกวิวาทกัน
พระโลกนาถทรงดนตรคี อื ฉ่ิงเลก็ ๆ และขบั เพลง กร็ ะงับววิ าทนัน้ ใดด้ ว้ ยเสียงเพลง พม่าถือว่าพระโลกนาถเปน็ สัญลักษณข์ อง พระมหากษัตริย์
ผ้มู พี ระราชภาระในการธำรงรักษาไวซ้ ึ่งสันตสิ ุข ฉันกลบั ไปนึกถงึ บทกลอนในเรอื่ งพระอภยั มณีวา่
"อันดนตรีมีคุณทกุ อย่างไป ยอ่ มใชไ้ ด้ดังจนิ ดาคา่ บรุ นิ ทร์
ทงั้ มนษุ ยค์ รฑุ าเทวราช จตบุ าทกลางป่าพนาสิน
แมป้ ่ีเราเปา่ ไปใหไ้ ดย้ ิน ก็สุดสนิ้ โทโสท่โี กรธา"
4
พระเจ้าสปี ่อกับพระนางศภุ ยลัต สหี าสนบัลลงั ก์ เปน็ ราชบลั ลังก์ 1 ใน 8 ของราชบัลลงั ก์พม่า
ในตู้มเี ครื่องราชปู โภคที่ทา่ นเนวนิ ขอคนื จากอังกฤษ เดิมอยู่ Victoria Albert Musem ในกรุงลอนตอน ฉนั ไมท่ ราบว่าของในตเู้ ปน็
ราชปู โภค ทงั้ หมดหรือเปลา่ หรอื เป็นของใช้ในวังของเจ้านายธรรมดาๆ บางที่เห็นมี หลายอย่าง เช่น จานทอง ขนั ฝงั ทับทิม คนโทฝงั เพชร
และทับทมิ สังขต์ ดิ นพเก้า นพเก้าของพม่าไม่ไดเ้ อาเพชรไว้ตรงกลางอยา่ งของเรา เขาเอาทับทิมไว้กลาง ผอบทองมีลวดทองขดเปน็ ลาย
แจกันรปู กงุ้ เขาวา่ ใช้ในพิธีแตง่ งาน ชาวพม่าโดยเฉพาะอย่างยง่ิ พวกยะไข่ถอื ว่ากุ้งเป็นมงคล เจา้ หนา้ ท่ีพพิ ธิ ภัณฑถ์ ามฉันว่าเมืองไทยเราถือ
ธรรมเนียมว่ากงุ้ เปน็ มงคลหรือไม่ ฉันว่าเท่าท่ีทราบไมถ่ อื เราใชก้ งุ้ ในพระราชพิธลี งสรง หรอื ใส่ ในพะชนั สาครเวลาทำขวญั เดอื นเจ้านาย โดย
ให้กงุ้ ปลา เปน็ เครอ่ื งหมายว่า เป็นแม่นำ้ เป็นทะเล ไมไ่ ดเ้ ปน็ ของศักดสิ์ ิทธ์ิ ในพิพธิ ภณั ฑย์ งั มีพดั ตำแหนง่ เสนาบดี พานพระศรีท่ีใชใ้ นพธิ ี หีบ
พระศรี และพานพระศรีรปู ร่างตา่ งๆ เช่น รปู หงส์ อนั เป็นสญั ลักษณข์ องรัฐมอญ ประดบั ทับทมิ บา้ ง สลกั ดุนบา้ ง พานดอกไม้ รองพระบาท
ทองพระขรรค์ทองซง่ึ เขาวา่ เป็นของพระเจา้ อลองพญา แสข้ นจามรี คนโทมีพวย ซงึ่ เขาอธิบายว่าได้รับอิทธิพลราชวงศ์โมกลุ ของอนิ เดีย หีบ
หมากรูปนกการเวก เขาอธิบายวา่ นกการเวกรปู รา่ งต่างจากหงส์ ตรงปาก แต่ฉนั ดไู มอ่ อก หีบหมากรูปหงสท์ ำด้วยอำพัน พานหมากลายสบิ
สองราศี หมอ้ ใส่กระดกู หรอื อังคาร (ไมย่ ักมฝี าปดิ ) หมวกตา่ งๆ เส้ือครยุ ปกั เลื่อม สายสร้อยทองอันเปน็ เครอ่ื งแสดงตำแหนง่ ถา้ ใครมีตำแหนง่
สูงกจ็ ะยง่ิ มีสายสร้อยหลายเส้น ฉลองพระองคข์ องพระเจา้ สีป่อและพระนางศุภยลตั ขันทอง เตา้ ปนู ทอง ขนั เงิน กระโถนเงิน ดาบคร่ำ กรชิ
เส้ือขนุ นางฝา่ ยบ๋นุ และฝา่ ยบู๊ เส้ือภรรยาขนุ นางทม่ี หี นา้ ทด่ี แู ลยงุ้ ฉาง (ขนาดภรรยาขุนนางยงั ต้องมีเคร่ืองแบบ!) หวายรูปโคง้ ๆ สำหรับเจ้า
พนกั งานถอื นำเสด็จ เศวตแกะหยกเปน็ รูปตา่ งๆฉตั รอันนิดเดยี ว พระชะตาและหบี ใสด่ วงพระชะตาของพระเจา้ สีปอ่ และพระนางศภุ ยลัต หบี
ใส่พระชะตาเป็นเงินสานลายคลา้ ย ๆ กับสานฝาชตี าหา่ ง ๆ แผน่ จารกึ พระนามพระราชินีชนิ บยุมิน (Hsinbyumin) เหน็ จะเรยี กว่าพระ
สพุ รรณบฏั ได้ (พระสพุ รรณบัฏ หมายถงึ แผน่ ทองคำรปู สเ่ี หลยี่ มผนื ผ้า หนา 0.1 เซนตเิ มตร ความกว้างยาวขึ้นอยู่กบั อักษรหรือขอ้ ความทจี่ ะ
จารกึ พระปรมาภิไธยพระมหากษัตรยิ แ์ ละพระนามาภิไธย พระนามพระบรมวงศต์ ้งั แตช่ ้ันพระองคเ์ จา้ ข้ึนไป เจ้าประเทศราช และสมเด็จ
พระสังฆราช ในการพระราชพิธีบรมราชาภเิ ษก) พระสพุ รรณบฏั พระเจา้ สีปอ่ และพระนางศภุ ยลตั แผน่ จารึกนามขนุ นางทเ่ี ป็นเจ้าเมือง แผน่
จารกึ นามพระยาชา้ งเผอื ก พระบรมราชโองการเขียนในใบลาน ของอื่น ๆ คือนำ้ หนักสำหรบั ใชก้ บั ตาชงั่ ทำเปน็ รูปหงส์ เหรยี ญเงนิ รูป นกยูงท่ี
ใช้กนั ในสมยั พระเจ้ามินดง มีเสอื้ ผา้ คนสมยั พระเจา้ มนิ ดง เครือ่ งราชอสิ ริยาภรณต์ ่าง ๆ ทีใ่ ช้กนั ในปัจจุบันนี้ แบง่ เป็นอสิ รยิ าภรณ์สำหรบั
ความชอบในดา้ นต่าง ๆ เชน่ ฝ่ายปกครอง ฝา่ ยทหาร ฝา่ ยเกษตร ฝา่ ยการ
ของนอกตเู้ ปน็ ของใหญๆ่ มหี ลายอยา่ ง เชน่ วอสำหรบั พระ เตยี งไม้เขาวา่ เปน็ เตียงสำหรับพระ ฉนั ว่าดู
สงู จงั นา่ จะผดิ ศลี มหี ุน่ จำลองพระราชวงั มณั ฑเลย์ เกา้ อ้ี เครอื่ งเรือนของพระเจ้าสีปอ่ พระนางศุภยลตั
เชน่ ตู้ใสพ่ ระธรรมของพระนางศภุ ยลดั ลวคลายมีอิทธพิ ลศิลปะฝรัง่ เตยี งเจ้าจอม พระเจา้ มินดง มี
ภาพถ่ายเกา่ ๆ ตดิ ไวใ้ ห้ดู เช่น ลุดตอ (ศาลาลูกขนุ ) ทเี่ มืองมัณฑเลย์ หอพระทันตธาตุ ทอ้ งพระโรง โร
ภาพพานพระศรี กษาปณ์สมยั พระเจา้ มินดง เจ้าหน้าที่ พิพิธภัณฑ์เล่าวา่ เจา้ ชายกะนอง พระอนชุ าซึ่งเป็นพระมหา
อปุ ราช สนพระทัยวิทยาการสมยั ใหมข่ องตะวนั ตกถงึ กบั สง่ คนไปเรียนตา่ งประเทศ แลว้ เอาวิชามา
ทดลองในพม่า เช่น วชิ าทำเหรยี ญกษาปณ์ หอนาฬิกาในกรงุ มณั ฑเลย์ เขาเลา่ ว่าสมยั กอ่ นวันหน่ึงมี 36
ช่วั โมง ฉนั ว่าดี จะไดม้ เี วลาทำอะไร ๆ เพ่มิ ขึ้นอีกหน่อย ภาพซุ้มประตซู ่ึงยงั คงอยู่จนปัจจบุ ัน (อ่ืนๆ ถูกระเบดิ พงั หมดแล้ว) ภาพน้ำพุ ศาลา
สำหรับทรงกรวดน้ำ ฉนั วา่ แปลกดีทที่ ำบญุ แหง่ หนงึ่ แลว้ ตอ้ งออกไปกรวดนำ้ อกี แห่ง ขากลับมายงั มขี องที่อยากจะดอู กี แตห่ มดเวลา จะตอ้ ง
หาเวลาไปวนั หลัง
5