ใบความรู
เรื่อง วธิ กี ารทางวิทยาศาสตร
วิธีการทางวิทยาศาสตร เปนกระบวนการศึกษาหาความรูทางวิทยาศาสตรที่มีแผนขั้นตอน โดย
ภาพประกอบดว ย 5 ข้ันตอน ดงั นี้
1. การกําหนดปญหา จุดเริ่มตนการกําหนดปญหาเกิดจากการสังเกต โดยการใชประสาทสัมผัสทั้ง 5
ไดแก การมองเห็น การฟงเสียง การไดกล่ิน การรับรส และการสัมผัส เกิดขึ้นโดยตรงกับเหตุการณ
ตาง ๆ นําไปสกู ารตง้ั คําถามขอ สงสัยเพ่อื คน หาขอมลู และบนั ทึกขอมูลท่ีไดอยางเปนระบบ ดังนนั้ การ
ตงั้ ปญ หาเปน ทกั ษะทีจ่ ําเปน ตอ การเรียนรูของผูเ รยี น
2. การตั้งสมมติฐาน การคิดหาคําตอบลวงหนา โดยอาศัยพ้ืนฐานจากการสังเกต ความรู และ
ประสบการณเดิม คําตอบที่คดิ หาลวงหนาน้ียงั ไมเปนหลักการ สมมตฐิ านหรือคําตอบที่คิดไวลวงหนา
มกั กลาวไวเ ปน ขอ ความทบี่ อกความสัมพันธระหวางตัวแปรตนกบั ตวั แปรตาม
3. การตรวจสอบสมมติฐาน เปนการดําเนินการตรวจสอบสมมติฐาน โดยอาศัยการรวบรวมขอมลู ท้ัง
จากการสาํ รวจ การทดลอง หรือวิธีการอนื่ ๆ ประกอบกนั
4. การวิเคราะหขอ มูล การนาํ ขอ มลู ทีไ่ ดจากการสังเกต ศึกษาคน ควา ทดลอง หรอื การรวบรวมขอมูล
ขอ เทจ็ จริงมาวเิ คราะหผล และอธิบายขอเทจ็ จรงิ
5. การสรปุ ผลการทดลอง การสรุปผลความรู เปนขั้นตอนสุดทายของวิธกี ารทางวิทยาศาสตร ซ่ึงเกดิ
จากการนาํ เอาขอ มูลหรอื ขอเท็จจริงที่ไดจากการทดลองมาวิเคราะหผลและหาความสัมพนั ธร ะหวา ง
ขอ มลู หรือขอ เท็จจรงิ เพื่อนาํ มาอธิบาย และตรวจสอบดูวา สมมติฐานท่ีตั้งขนึ้ ถูกตองหรือไม
การศึกษาหาความรูทางวิทยาศาสตรตองอาศัยทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร และจิต
วิทยาศาสตร
ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร เปนความสามารถในการคดิ เพื่อคนหาความรู และแกไ ขปญหา
ทกั ษะทางวทิ ยาศาสตรท ้ังหมด 14 ทกั ษะ ประกอบดวย
ทักษะที่ 1 การสงั เกต (Observing)
เปนความสามารถในการใชประสานสัมผัสท้ัง 5 อาจใชป ระสาทสัมผัสทางใดทางหนึ่งหรือหลายอยาง
รวมกันเขาไปสัมผัสโดยตรงกับวัตถุหรือเหตุการณ เพื่อหาขอมูลหรือรายละเอียดตางๆ โดยไมเพิ่ม
ความคดิ เหน็ สว นตัวลงไป
ทกั ษะท่ี 2 การวดั (Measuring)
การวดั แบงเปน 3 ประเภท
การวดั ความยาว เปนการวดั ขนาดความยาว ความกวางของสง่ิ ตางๆ โดยใชเ ครือ่ งมือวัด
การวัดมวล หรือการชั่ง เปนการวดั ปริมาณนาํ้ หนักของสิ่งตา งๆ โดยใชเครอื่ งมอื ไดแกเครอ่ื ง
ช่งั และตุมนํ้าหนกั
การตวง เครือ่ งตวงมาตรฐานเปน ภาชนะสาํ หรบั ใชตวงส่ิงของ ซง่ึ เปนภาชนะท่ใี ชส าํ หรับ
เทียบกาํ หนด
ทักษะ ท่ี 3 การคาํ นวณ (Using numbers)
หมายถงึ ความสามารถในการคํานวณหรอื การหาคาเฉลยี่ การนับ
ทกั ษะที่ 4 การจําแนกประเภท (Classifying)
หมายถงึ ความสามารถในการแบง พวก หรอื เรยี งลาํ ดบั สิง่ ของโดยมีเกณฑ เกณฑในการแบง อาจจะใช
ความเหมือน ความแตกตาง หรือความสมั พนั ธอยา งใดอยางหนง่ึ กไ็ ด
ทกั ษะที่ 5 การหาความสมั พันธระหวางสเปสกบั สเปส และสเปสกบั เวลา
ทกั ษะความสัมพนั ธร ะหวา งสเปสกบั สเปส ไดแก ความสัมพนั ธระหวางรปู ทรงหนง่ึ มิติ สอง
มิติ ความสมั พันธระหวา งตําแหนง ที่อยูของวัตถุหนึ่งกบั วตั ถหุ นงึ่
ทกั ษะความสัมพนั ธระหวางสเปสกับเวลา หมายถึง ความสามารถในการหาความสัมพันธ
ระหวาง รูปรางหน่ึงมิติ สองมิติและสามมิติ รวมท้ังความสามารถในการระบุรูปทรง ขนาด
ตําแหนง และทิศทางการเคลื่อนที่ของวตั ถุท่ีเวลาตางๆ เชน ความสัมพันธระหวางขนาดของ
นํ้าแข็งที่เปล่ียนแปลงในเวลาตางๆ ความสัมพันธระหวางขนาดของพืชทเ่ี จริญเติบโตในเวลา
ตา งๆ
ทักษะที่ 6 การจดั กระทาํ และสือ่ ความหมาย
หมายถงึ การนําขอมูลที่ไดจากการสงั เกต การวัด การทดลอง และจากแหลงอ่ืนๆ มาจัดกระทาํ เสีย
ใหม โดยหารหาความถี่ เรียงลําดับ จัดแยกประเภท เพอ่ื ใหผอู ่นื เขา ใจความหมายของขอมลู นนั้ ดขี ึ้น
ทกั ษะที่ 7 การลงความเหน็ จากขอ มูล (Inferring)
หมายถึง การเพิม่ ความเหน็ ใหกับขอมลู ทไ่ี ดจ ากการสังเกตอยา งมเี หตผุ ล มีองคประกอบสําคัญ 3 สว น ไดแก ความรู
ประสบการณเ ดมิ และขอ มูลประกอบ
ทกั ษะที่ 8 การพยากรณ (Predicting)
หมายถงึ เปนการคาดคะเนคําตอบหรอื สง่ิ ทจ่ี ะเกดิ ลวงหนา โดยอาศยั ขอ มูลที่ไดจากการสงั เกตหรือขอ มลู จาก
ประสบการณทเ่ี กิดข้ึนซ้ําๆ หลักการ กฎ หรอื ทฤษฎใี นเรอื่ งนนั้ มาชว ย การทาํ นายทแ่ี มนยําเปนผลจากการสงั เกตท่ี
รอบคอบ การวดั ทีถ่ ูกตอ งการบนั ทึกและการกระทํากับขอ มูลอยางเหมาะสม
ทกั ษะท่ี 9 การต้ังสมมตฐิ าน (Formulating)
สมมติฐานหรอื คําตอบท่คี ดิ ไวล วงหนามักกลา วไวเ ปน ขอ ความทบี่ อกความสัมพนั ธร ะหวา งตัวแปรตน (ตวั แปร
อสิ ระ) กบั ตัวแปรตามสมมตฐิ านท่ีตัง้ ไว อาจถูกหรือผดิ กไ็ ดซึ่งจะทราบภายหลงั การทดลองเพื่อหาคําตอบ
สนบั สนุน หรือคัดคานสมมตฐิ านทีต่ ้งั ไว
ทกั ษะท่ี 10 การกาํ หนดนิยามเชงิ ปฏบิ ัติการ (Defining operationally)
หมายถงึ การกาํ หนดความหมายและขอบเขตของตัวแปรทีอ่ ยูใ นสมติฐานที่ตอ งการทดสอบใหเขา ใจ
ตรงกนั และสามารถสงั เกตหรอื วัดได
ทักษะท่ี 11 การกาํ หนด และควบคมุ ตัวแปร (Identifying and controlling variables)
เปน ความชํานาญในการจาํ แนกตัวแปรตางๆ ที่มีอยูในระบบ ไดแก ตวั แปรตน ตวั แปรตาม และตัว
แปรท่ีตองควบคมุ หรือการควบคมุ ตวั แปร เพือ่ ใหการทดลองเปนไปตามทกี่ ําหนด
ทกั ษะท่ี 12 การทดลอง (Experimenting)
เปนการดาํ เนินการตรวจสอบสมมตฐิ านท่ีตง้ั ไว สามารถจําแนกประเภทการทดลองได ดังนี้
ทกั ษะท่ี 13 การตีความหมายขอ มูล และการลงขอมูล (Interpreting data and conclusion)
เปน ความชํานาญการในการหารูปแบบของความสัมพันธจากขอ มลู เพือ่ อธิบายและนาํ ไปสูการลง
ความเหน็ การทํานาย และการตงั้ สมมตฐิ าน
ทักษะที่ 14 การสรา งแบบจําลอง
เปน การนาํ เสนอขอ มูลแนวคิด ความคิดรวบยอดเพ่ืออธิบายใหผูอ่ืนเขา ใจในรูปของแบบจําลองตางๆ
เชน กราฟ รูปภาพ วัสดุ และสิง่ ประดิษฐ
จิตวิทยาศาสตร เปนความรูสึกนึกคิด พฤติกรรมหรือนิสัย ท่ีเปนผลมาจากประสบการณ และการ
เรียนรู ซ่ึงมีผลตอความคิด การตัดสินใจ หรือ พฤติกรรมตอความรู เชน ความอยากรูอยากเห็น การใช
วจิ ารณญาณ ความซื่อสัตย ความมุงม่ันอดทน รอบคอบ การเห็นความสาํ คัญของวทิ ยาศาสตร