๑
สารบญั หนา้
๑
คํานาํ ๒
สารบัญ ๓
ประวัติผู้เเต่ง ๔
ลกั ษณะคําประพันธ์ ๕
จุดประสงค์ในการเเตง่ ๖
ทมี าและความเปนของเรอื ง
เนือเรอื งทงั ๑๓ กัณฑ์ ๗-๑๙
คาํ ศัพท์และความหมาย ๒๐
ขอ้ คดิ ทสี ามารถนาํ ไปใช้ในชีวติ
ประจาํ วัน ๒๑-๒๖
ทศชาติ
ฝนโบกขรพรรษ ๒๗-๒๘
บรรณานกุ รม ๒๙
๓๐
ปผรเูะเวตตั ง ิ ๓
ทงั้ ๑๓ กณั ฑ
๑. เจาพระยาพระคลัง(หน) เปนกวีเอกคน
หนึ่งในสมัยตน รัตนโกสนิ ทร มนี ามเดิมวา
หนพระราชนิพนธ ในมหาเวสสนั ดรชาดก ๒
กัณฑ คือ มัทรี กมุ าร
brain๒. กรมสมเดจ็ พระปรมานชุ ิตชโิ นรสพระนาม
เดมิ พระองคเ จา วาสกุ รี เปน พระราชโอรสใน
พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟาจุฬาโลกฯ พระ
ราชนพิ นธ ในมหาเวสสนั ดรชาดก ๔ กณั ฑ คอื
ทศพร หิมพานต มหาราช นครกัณฑ
๓. พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกา เจา อยหู ัวฯ
เปนพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจา
อยหู ัว พระราชนพิ นธในมหาเวสสันดรชาดก ๓ กัณฑ
คอื วนปเวสน จุลพน สกั บรรพ
๔. พระเทพโมลี ( กลัน่ ) นิพนธในมหาเวสสันดร
ชาดก ๑ กณั ฑ คอื มหาพน
๕.สํานกั วัดถนน นิพนธในมหาเวสสนั ดรชาดก ๑ กัณฑ
คือ ทานกณั ฑ
๖.สํานกั วัดสังขจาย นิพนธในมหาเวสสันดรชาดก ๑กณั ฑ
คอื ชูชก
๔
ลกั ษณะคําประพนั ธ
มหาเวสสันดรชาดกเปน มหาชาตกิ ลอน
เทศน มีลักษณะคาํ ประพันธเ ปน รา ยยาวท่มี ีคาถาบาลี
นาํ
รา ยยาว บทหน่ึงไมจ าํ กดั จาํ นวนวรรค แต
ทนี่ ยิ มคอื ตั้งแต ๕ วรรคข้ึนไป และแตล ะวรรคกไ็ ม
จาํ กดั จาํ นวนคาํ เชน กัน แตไ มค วรนอยกวา ๕ คาํ ซ่ึง
คาํ สุดทา ยของวรรคหนาจะสงสัมผสั ไปวรรคหลงั คาํ ใด
กได แตเ วน คาํ สุดทายของวรรคอาจจบลงดวย “คาํ
สรอย” (คาํ สรอย เชน ฉะนี้ ดังน้ี น้นั เกิด นัน้ แล แลว
แล ดวยประการฉะนี้ เปนตน )
๕
จดุ ประสงคใ นการแตง
เพอื่ ใชเ ทศนใหประชาชนฟง มหาเสสันดรชาดก
แตงขึน้ เพ่ือใชเ ทศนม หาชาติ เนอื่ งจากรายยาวหมา
เสสันดรชาดกเปนชาดกเรอ่ื งใหญท ่สี ดุ เปน ชาตทิ ี่
พระโพธสิ ัตวเ สวยพระชาติเปน พระเสสนั ดรซ่ึงเปน
พระชาตสิ ุดทายกอ นจะประสูตเิ ปน เจาชายสทิ ธตั ถะ
แลว เสดจ็ ออกผนวชกระทงั่ ไดตรสั รูเปน พระสมั มาสมั
พุทธเจา เปนเร่อื งราวในพระชาตทิ เ่ี ปนพระเวสสนั ดร
ไดทรงบําเพญ็ ทศบารมี ครบทั้ง ๑๐ ประการ โดน
เฉพาะอยา งย่งิ ทานบารมี ซ่งึ ทรงบรจิ าคบตุ รทารทาน
คอื บรจิ าคพระชาลี พระกณั หา และพระนางมัทรี จึง
เปน ชาตทิ ส่ี ําคญั และยิ่งใหญ เรยี กวา “มหาชาติ”
หรอื “มหาเสสันดรชาดก”
๖
ทม่ี าและความเปน มาของเรอ่ื ง
มหาเวสสนั ดร
เทศนม หาชาติ ตามพจนานกุ รมฉบับ
ราชบัณฑติ ยสถาน พ.ศ.๒๕๔๒ ใหค วามหมาย
“เทศน”วา การแสดงธรรมสั่งสอนในทางศาสนา และ
“มหาชาต”ิ น. เรยี กเวสสันดรชาดกวา มหาชาติ มี ๑๓
กัณฑ, มีการ เทศนเรื่องมหาเวสสนั ดรชาดก เรยี กวา
เทศนม หาชาต“เรือ่ งพระเวสสนั ดรชาดก” คําวา
“ชาดก” นนั้ เปน ช่ือคัมภีร ประเภทหน่ึงของพระพุทธ
ศาสนา ทีก่ ลาวถงึ อดีตชาตขิ องพระพุทธเจา เปนคํา
สอนประเภทบคุ ลาธิษฐาน
• มหาเวสสันดรชาดกนาจะเปนเร่อื งเลา หรือนิทาน
ของชาวพืน้ เมืองอนิ เดยี มากอน
๗
เ นื อ เ รื อ ง ย่ อ
ทัง ๑๓ กัณฑ์
กณั ฑท์ ี ๑
ทศพร
เปนกัณฑ์ทีพระอินทรป์ ระสาทพรแก่พระนางผสุ ดี ก่อนทีจะจุติลง
มาเปนพระราชมารดาของพระเวสสนั ดรภาคสวรรค์ พระนางผสุ ดี
เทพอัปสรสนิ บุญ ท้าวสกั กะเทวราชสวามที รงทราบจงึ พาไปประทับ
ยงั สวนนนั ทวนั ในเทวโลก พรอ้ มใหพ้ ร ๑๐ ประการ คือ ใหไ้ ดอ้ ยูใ่ น
ประสาทของพระเจา้ สริ ริ าชแหง่ นครสพี ี ขอใหม้ จี กั ษุดาํ ดจุ นยั นต์ า
ลกู เนอื ขอใหค้ ิวดาํ สนทิ ขอใหพ้ ระนามวา่ ผสุ ดี ขอใหม้ โี อรสทีทรง
เกียรติยศเหนอื กษัตรยิ ท์ ังหลายและมใี จบุญ ขอใหม้ คี รรภ์ทีผดิ ไป
จากสตรสี ามญั คือแบนราบในเวลาทรงครรภ์ ขอใหม้ ถี ันงามอยา่ รดู้ าํ
และหยอ่ นยาน ขอใหม้ เี กศาดาํ สนทิ ขอใหม้ ผี วิ งาม และขอ้ สดุ ท้าย
ขอใหม้ อี ํานาจปลดปล่อยนกั โทษได้
มหาเวสสนั ดรชาดก
๘
เ นื อ เ รื อ ง ย่ อ
ทัง ๑๓ กัณฑ์
กณั ฑท์ ี ๒
หมิ พานต์
เปนกัณฑ์ทีพระเวสสนั ดรบรจิ าคทานชา้ งปจจยั นาค ประชาชนสพี ี
โกรธแค้นจงึ ขบั ไล่ใหไ้ ปอยูเ่ ขาวงกตพระนางผสุ ดไี ดจ้ ุติลงมาเปน
พระราชธดิ าพระเจา้ มทั ทราช เมอื เจรญิ ชนมไ์ ด้ ๑๖ ชนั ษาจงึ ได้
อภิเษกสมรสกับพระเจา้ กรงุ สญชยั แหง่ สวี ริ ฐั นคร ต่อมาได้
ประสตู ิพระโอรสนามวา่ “เวสสนั ดร”ในวนั ทีประสตู ินนั ไดม้ นี างชา้ ง
ฉัททันต์ตกลกู เปนชา้ งเผอื กขาวบรสิ ทุ ธจิ งึ นาํ มาไวใ้ นโรงชา้ งต้นคู่
บารมใี หม้ นี ามวา่ “ปจจยั นาค” เมอื พระเวสสนั ดรเจรญิ ชนม์ ๑๖
พรรษา พระราชบดิ าก็ยกสมบตั ิใหค้ รอบครองและทรงอภิเษกกับ
นางมทั รี พระราชบดิ าราชวงศ์มทั ทราช มพี ระโอรส ๑ องค์ชอื ชาลี
ราชธดิ า ชอื กัณหา พระองค์ไดส้ รา้ งโรงทาน บรจิ าคทานแก่ผู้
เขญ็ ใจ ต่อพระเจา้ กาลิงคะแหง่ นครกาลิงครฐั ไดส้ ง่ พราหมณม์ า
ขอพระราชทานชา้ งปจจยั นาค พระองค์จงึ พระราชทานชา้ งปจจยั
นาค พระองค์จงึ พระราชทานชา้ งปจจยั นาคแก่พระเจา้ กาลิงคะ ชา
วกรงุ สญั ชยั จงึ เนรเทศพระเวสสนั ดรออกนอกพระนคร
มหาเวสสนั ดรชาดก
๙
เ นื อ เ รื อ ง ย่ อ
ทัง ๑๓ กัณฑ์
กณั ฑท์ ี ๓
ทานกณั ฑ์
เปนกัณฑ์ทีพระเวสสนั ดรทรงแจกมหาสตั สดกทาน คือ การแจก
ทานครงั ยงิ ใหญก่ ่อนทีพระเวสสนั ดรพรอ้ มดว้ ยพระนางมทั รี ชาลี
และกัณหาออกจากพระนคร จงึ ทลู ขอพระราชทานโอกาสบาํ เพญ็
มหาสตั สดกทาน คือ การใหท้ านครงั ยงิ ใหญ่ อันไดแ้ ก่ ชา้ ง มา้
โคนม นารี ทาสี ทาสาสรรพวตั ถาภรณต์ ่างๆ รวมทังสรุ าบานอยา่ ง
ละ ๗๐๐
มหาเวสสนั ดรชาดก
๑๐
เ นื อ เ รื อ ง ย่ อ
ทัง ๑๓ กัณฑ์
กณั ฑท์ ี ๔
วนประเวศน์
เปนกัณฑ์สกี ษัตรยิ เ์ ดนิ ดงบา่ ยประพกั ตรส์ เู่ ขาวงกต
เมอื เดนิ ทางถึงนครเจตราชทังสกี ษัตรยิ จ์ งึ แวะเขา้ ประทับพกั หนา
ศาลาพระกษัตรยิ ผ์ คู้ รองนครเจตราชจงึ ทลู เสดจ็ ครองเมอื ง แต่
พระเวสสนั ดรทรงปฏิเสธ และเมอื เสดจ็ ถึงถึงเขาวงกตไดพ้ บ
ศาลาอาศรม ซงึ ท้าววษิ ณกุ รรมเนรมติ ตามพระบญั ชาของท้าว
สกั กะเทวราช กษัตรยิ ท์ ังสจี งึ ทรงผนววชเปนฤๅษีพาํ นกั ในอาศรม
สบื มา
มหาเวสสนั ดรชาดก
๑๑
เ นื อ เ รื อ ง ย่ อ
ทัง ๑๓ กัณฑ์
กณั ฑท์ ี ๕
ชชู ก
เปนกัณฑ์ทีชูชกไดน้ างอมติ ตามาเปนภรรยาและหมายจะไดโ้ อรส
และธดิ าพระเวสสนั ดรมาเปนทาสในแควน้ กาลิงคะมพี ราหมณแ์ ก่
ชอื ชูชก พนกั ในบา้ นทนุ วฐิ ะ เทียวขอทานในเมอื งต่างๆ เมอื ไดเ้ งิน
ถึง ๑๐๐ กหาปณะ จงึ นาํ ไปฝากไวก้ ับพราหมณผ์ วั เมยี แต่ไดน้ าํ
เงินไปใชเ้ ปนการสว่ นตัวเมอื ชูชกมาทวงเงินคืนจงึ ยกนางอมติ ดา
ลกู สาวใหแ้ ก่ชูชก นางอมติ ดาเมอื มาอยูร่ ว่ มกับชูชกไดท้ ําหนา้ ที
ของภรรยาทีดี ทําใหช้ ายในหมูบ่ า้ นเปรยี บเทียบกับภรรยาตน
หญงิ ในหมูบ่ า้ นจงึ เกลียดชงั และรมุ ทํารา้ ยทบุ ตีนางอมติ ดา ชูชก
จงึ เดนิ ทางไปทลู ขอกัณหาชาลีเพอื เปนทาสรบั ใช้ เมอื เดนิ ทางมา
ถึงเขาวงกตก็ถกู ขดั ขวางจากพราหมณเ์ จตบุตรผรู้ กั ษาประตปู า
มหาเวสสนั ดรชาดก
๑๒
เ นื อ เ รื อ ง ย่ อ
ทัง ๑๓ กัณฑ์
กณั ฑท์ ี ๖
จุลพน
เปนกัณฑ์ทีพรานเจตบุตรหลงชูชก และชที างสอู่ าศรมอจุตฤๅษี
ชูชกไดช้ ูกไดใ้ ชเ้ ล่หเ์ หลียมแก่พรานเจตบุตรอ้างวา่ เปนพระราชสาสน์
ของเจา้ กรงุ สญชยั จงึ ไดพ้ าไปยงั ต้นทางทีจะไปอาศรมฤๅษี
มหาเวสสนั ดรชาดก
๑๓
เ นื อ เ รื อ ง ย่ อ
ทัง ๑๓ กัณฑ์
กณั ฑท์ ี ๗
มหาพล
เปนกัณฑ์ปาใหญ่ ชูชกหลอกหล่อจุตฤๅษีใหบ้ อกทางสอู่ าศรมพระ
เวสสนั ดรแล้วก็รอนแรมเดนิ ไพรไปหาเมอื ถึงอาศรมฤๅษี ชูชกไดพ้ บ
กับจุตฤๅษี ชูชกใชค้ ารมหลอกล่อจนอจุตฤๅษี ใหท้ ีพกั หนงึ คืนและ
บอกเสน้ ทางไปยงั อาศรมพระเวสสนั ดร
มหาเวสสนั ดรชาดก
๑๔
เ นื อ เ รื อ ง ย่ อ
ทัง ๑๓ กัณฑ์
กณั ฑท์ ี ๘
กณั ฑก์ มุ าร
เปนกัณฑ์ทีพระเวสสนั ดรทรงไดท้ านสองโอรสแก่เฒา่ ชูชกพระนา
งมทั รฝี นรา้ ยเหมอื นบอกเหตแุ หง่ การพลัดพรากรงุ่ เชา้ เมอื นางมทั รี
เขา้ ปาหาอาหารแล้วชูชกจงึ เขา้ เฝาทลู ขอสองกมุ าร สองกมุ ารจงึ พา
กันลงไปซอ่ นตัวอยูท่ ีสระพระเวสสนั ดรจงึ ลงเสดจ็ ติดตามสองกมุ าร
แล้วจงึ มอบใหแ้ ก่ชูชก
มหาเวสสนั ดรชาดก
๑๕
เ นื อ เ รื อ ง ย่ อ
ทัง ๑๓ กัณฑ์
กณั ฑท์ ี ๙
กณั ฑม์ ทั รี
เปนกัณฑ์ทีพระนางมทั รที รงไดต้ ัดความหว่ งหาอาลัยในสายเลือด
อนโุ มทนาทานโอรสทังสองแก่ชูชกพระนางมทั รเี ดนิ เขา้ ไปหาผลไมใ้ น
ปาลึกจนคล้อยเยน็ จงึ เดนิ ทางกลับอาศรม แต่มเี ทวดาแปลงกายเปน
เสอื นอนขวางทางจนคํา เมอื กลับถึงอาศรมไมพ่ บโอรส พระ
เวสสนั ดรไดก้ ล่าววา่ นางนอกใจ จงึ ออกเทียวหาโอรสและกลับมาสนิ
สติต่อเบอื งพระพกั ตร์ พระองค์ทรงตกพระทัยลืมตนวา่ เปนดาบส
จงึ ทรงเขา้ อุ้มพระนางมทั รแี ละทรงกันแสง เมอื นางมทั รฟี นจงึ ถวาย
บงั คมประทานโทษพระเวสสนั ดรจงึ บอกความจรงิ วา่ ไดป้ ระทานโอรส
แก่ชูชกแล้ว หากชวี ติ ไมส่ นิ คงจะไดพ้ บนางจงึ ไดท้ รงอนโุ มทนา
มหาเวสสนั ดรชาดก
๑๖
เ นื อ เ รื อ ง ย่ อ
ทัง ๑๓ กัณฑ์
กณั ฑท์ ี ๑๐
สักกบรรพ
เปนกรรณทีพระอินทรเ์ จา้ จาํ แลงกายเปนพราหมณม์ าขอพระนา
งมทั รี แล้วสลบลงเมอื ไดพ้ บท้าวสกั กะเทวราชเสดจ็ แปลงเปน
พราหมณเ์ พอื ทลู ขอนางมทั รพี ระเวสสนั ดรจงึ พระราชทานใหพ้ ระนา
งมทั รกี ็ยนิ ดอี นโุ มทนาเพอื รว่ มทานบารมใี หส้ าํ เรจ็ พระสมั โพธญิ าณ
เปนเหตใุ หเ้ กิดแผน่ ดนิ ไหวสะท้าน ท้าวสกั กะเทวราชในรา่ งพราหมณ์
จงึ ฝากนางมทั รไี วย้ งั ไมร่ บั ไป ตรสั บอกความจรงิ และถวายคืนพรอ้ ม
ถวายพระพร ๘ ประการ
มหาเวสสนั ดรชาดก
๑๗
เ นื อ เ รื อ ง ย่ อ
ทัง ๑๓ กัณฑ์
กณั ฑท์ ี ๑๑
มหาราช
เปนกัณฑ์ทีเทพเจา้ จาํ แลงองค์องค์ทํานบุ าํ รงุ ขวญั สองกมุ ารก่อน
เสดจ็ นวิ ตั ิถึงมหานครสพี เี มอื เดนิ ทางผา่ นปาใหญช่ ูชกจะผกู สอง
กมุ ารไวท้ ีโคนต้นไม้ สว่ นตนปนขนึ ไปนอนบนต้นไมเ้ หล่าเทวดาจงึ
แปลงรา่ งลงมาปกปองสองกมุ าร จนเดนิ ทางถึงกรงุ สพี เี กิดนมิ ติ ฝน
ตามคําทํานายยงั ความปติปราโมทย์ เมอื เสดจ็ ลงหนา้ ลานหลวงตอน
รงุ่ เชา้ ทอดพระเนตรเหน็ ชูชกพากมุ ารนอ้ ยสองพระองค์ ทรงทราบ
ความจรงิ จงึ พระราชทานค่าไถ่คืน ต่อมาชูชกก็ดบั ชพี ตักษัยดว้ ย
เพราะเดโชธาตไุ มย่ อ่ ย ชาลีจูงไดท้ ลู ขอใหไ้ ปรบั พระบดิ าพระมารดานิ
วตั ิพระนคร ในขณะเดยี วกันเจา้ นครกลิงคะไดโ้ ปรดคืนชา้ งปจจยั นาค
แก่นครสพี ี
มหาเวสสนั ดรชาดก
๑๘
เ นื อ เ รื อ ง ย่ อ
ทัง ๑๓ กัณฑ์
กณั ฑท์ ี ๑๒
ฉกษัตริย์
เปนกัณฑ์ทีทังหกกษัตรยิ ถ์ ึงวสิ ญั ญภี าพสลบลงเมอื ไดพ้ บหนา้ ณ
อาศรมดาบสทีเขาวงกตพระเจา้ กรงุ สญชยั ใชเ้ วลา ๑ เดอื น กับ ๒๓
วนั จงึ เดนิ ถึงเขาวงกต เสยี งโห่ รอ้ งของทหารทัง ๔ เหล่า พระ
เวสสนั ดรทรงคิดวา่ เปนขา้ ศึกมารบนนครสพี ี จงึ ชวนนางมทั รขี นึ ไป
แอบดทู ียอดเขาพระนางมทั รที รงมองเหน็ กองทัพพระราชบดิ า ได้
ทรงตรสั ทลู พระเวสสนั ดรและเมอื หกกษัตรยิ ไ์ ดพ้ บหนา้ กันทรง
กันแสงสดุ ประมาณ รวมทังทหารเหล่าทัพ ทําใหป้ าใหญส่ นนั ครนั
ครนื ท้าวสกั กะเทวราชจงึ ไดท้ รงบนั ดาลใหฝ้ นตกประพรมหกกษัตรยิ ์
และหวยหาญไดห้ ายเศรา้ โศก
มหาเวสสนั ดรชาดก
๑๙
เ นื อ เ รื อ ง ย่ อ
ทัง ๑๓ กัณฑ์
กณั ฑท์ ี ๑๓
นครกณั ฑ์
เปนกัณฑ์ทีหกกษัตรยิ น์ าํ พยุหโยธาเสดจ็ นวิ ตั ิพระนครททพระ
เวสสนั ดรขนึ ครองราชยแ์ ทนพระราชบดิ าพระเจา้ กรงุ สญั ชยั ตรสั
สารภาพผดิ พระเวสสนั ดรจงึ ทรงลาผนวชพรอ้ มทังพระนางมทั รแี ละ
เสดจ็ กลับสสู่ พี นี คร เมอื เสดจ็ ถึงจงึ รบั สงั ใหช้ าวเมอื งปล่อยสตั วท์ ี
กักขงั ครนั ยามราตรพี ระเวสสนั ดรทรงปรวิ ติ กวา่ รงุ่ เชา้ ประชาชนจะ
แตกตืนมารบั บรจิ าคทาน พระองค์จะประทานสงิ ใดแก่ประชาชนท้าว
โกสหี ไ์ ดท้ ราบจงึ บนั ดาลใหม้ ฝี นแก้ว ๗ ประการ ตกลงมาในนครสพี ี
สงู ถึงหนา้ แขง้ พระเวสสนั ดรจงึ ทรงประกาศใหป้ ระชาชนขนเอาตาม
ปรารถนา ทีเหลือใหข้ นเขา้ คลังหลวง ในการต่อมาพระเวสสนั ดร
เถลิงราชสมบตั ิปกครองนครสพี โี ดยทศพธิ ราชธรรมบา้ นเมอื ง
รม่ เยน็ เปนสขุ ตลอดพระชนมายุ
มหาเวสสนั ดรชาดก
๒๒
วิจารณต์ วั ละคร
พระเวสสันดร
໹ ẺÍÂÒ §¢Í§¼àÙ ÊÂÕ ÊÅлÃÐâª¹Ê Ç ¹µÇÑ à¾Íè× »ÃÐ⪹
¢Í§ÊÇ ¹ÃÇÁ Á§Ø ºíÒº´Ñ ·¡Ø ¢ ºíÒÃ§Ø Ê¢Ø ¢Í§»ÃЪҪ¹à»¹ ·µÕè §Ñé
ÂÍÁàÊÂÕ ÊÅФÇÒÁ梯 ÊÇ ¹¾ÃÐͧ¤ áÁ¨ з¡Ø ¢¡ äç ÁË Ç¹èÑ à»¹ Ẻ
ÍÂÒ §¢Í§º¤Ø ¤Å¼äÙ Á ´Ö µ´Ô ÍÒí ¹Ò¨ÇÒÊ¹Ò Ã«Ù §Öé ¶§Ö âÅ¡¸ÃÃÁ·ÇèÕ Ò
"ÂÒÁÁÂÕ È à¢Ò¡Âç ¡ ÂÒÁµíÒè µ¡à¢Ò¡Ëç ÂÒÁ" ËÒä´Ë ǹÑè äËÇËÃÍ×
ÅÁ àÅ¡Ô ºÒí à¾ç ºÒÃÁäÕ Á
๒๓
วิจารณต์ วั ละคร
พระนางมทั รี
໹ áÁá ºº¢Í§ÀÃÃÂÒ¼ÁÙ ÅÕ ¡Ñ ɳÐ໹ ¡ÅÑ ÂÒ³ÁµÔ âͧÊÒÁÕ
ʹºÑ ʹ¹Ø à»Ò ËÁÒªÇÕ µÔ Í¹Ñ »ÃÐàÊÃ°Ô ·ÊèÕ ÒÁäÕ ´µ §éÑ äÇ áÅÐÂ§Ñ à»¹
ẺÍÂÒ §¢Í§ÀÃÃÂÒµÒÁ·ÈÑ ¹Ð¢Í§¤¹µÐÇ¹Ñ ÍÍ¡ હ »¯ºÔ µÑ Ô
´áÙ ÅàÃÍ×è §¢Ò Ç»ÅÒÍÒËÒà ໹ µ¹ ·Ã§¤³Ø ¸ÃÃÁÊÒí ¤Ñ ¤Í×
"«Í×è µÃ§ ¨§Ã¡Ñ ˹¡Ñ á¹¹ "
๒๔
วิจารณต์ วั ละคร
พระชาล/ี พระกณั หา
໹ à຺ÍÂÒ §¢Í§Å¡Ù ·àèÕ ªÍè× ¿§ ¾Í ààÁ à¢Ò ã¨ã¹à¨µ¹Òàà˧ ¡ÒÃ
»Ãоĵ¸Ô ÃÃÁ à¾Íè× »ÃÐ⪹¢ ͧ¤¹ËÁÁÙ Ò¡
๒๕
วิจารณต์ วั ละคร
ชชู ก
໹ µÇÑ ÍÂÒ §¢Í§¤¹·µèÕ ´Ô ÍÂãÙ ¹¡ÒÁ¤³Ø à¢Ò Å¡Ñ É³ÐÇÒ "ÇÇÑ á¡
¡¹Ô ËÒ ÍÍ ¹" µÍ §µ¡ÃСíÒÅÒí ºÒ¡ã¹ÂÒÁªÃÒ à¾ÃÒÐ "Ã¡Ñ Ê¹¡Ø
¨§Ö µÍ §·¡Ø ¢¶ ¹´Ñ " µíÒÃÒËâÔ µ»à·ÈÇÒ " ¤ÇÒÁÃàÙ »¹ ¾ÉÔ à¾ÃÒÐ
àËµäØ Áã ª» ÃÒÊҷ໹ ¾ÉÔ à¾ÃÒФ¹à¢ç 㨠ÍÒËÒÃ໹ ¾ÉÔ à¾ÃÒÐ
ä¿¸ÒµäØ ÁÂ Í Â àÁÂÕ ÊÒÇ໹ ¾ÉÔ à¾ÃÒмÇÑ á¡"
๒๖
วิจารณต์ วั ละคร
พระเจ้าสญชยั -
พระนางผสุ ดี
໹ ẺÍÂÒ §¢Í§¹¡Ñ »¡¤ÃͧÃкͺ»ÃЪҸ»Ô äµÂ ·ÁèÕ ¾Õ ÃÐ
ÁËÒ¡ÉµÑ ÃÂÔ à »¹ »ÃÐÁ¢Ø ¿§ àÊÂÕ §»ÃЪҪ¹ÊÇ ¹ãË Ã¨Ù ¡Ñ ¼Í ¹
¼¹Ñ à¾Í×è ¤Å¤Õè ÅÒÂʶҹ¡Òó äÁà ǹ ᡾ Ç¡¾Í § áÁ¨ Ð໹
¾ÃÐâÍÃÊ¡µç ÒÁ
ฝพคือนรอรโบษะไกรข? ร ๒๙
"ฝนโบกขรพรรษ" คือฝนดจุ นาํ ตกลงบนใบ
บวั ฝนชนดิ นี กล่าวไวว้ า่ ใครอยากจะใหเ้ ปยก
ก็เปยก ถ้าไมอ่ ยากใหเ้ ปยก ก็ไมเ่ ปยก เหมอื
นนาํ ตกลงบนใบบวั ซงึ เปนฝนทีใหผ้ ล
ประการเดยี วคือ คณุ
"ฝนโบกขรพรรษ" มลี ักษณะพเิ ศษดงั นี
"๑. นาํ ฝนนมี สี แี ดงดงั เท้านกพริ าบ หลังไหล
เสยี งสนนั ลันออกไปไกลเหมอื นเสยี งสายฝน
ธรรมดา
๒. ถ้าผใู้ ดปรารถนาจะใหเ้ ปยกกายจงึ จะ
เปยก หากมไิ ดป้ รารถนาแมแ้ ต่เมด็ หนงึ ก็
มไิ ดเ้ ปยก
๓. เมอื ถกู กายแล้วจะหล่นสพู่ นื ดนิ เสมอื น
หยาดนาํ ทีตกลงสใู่ บบวั แล้วกลิงตกลงไป
ฉะนนั
๔. ไมเ่ จงิ นองพนื ดนิ เมอื ตกลงแล้วก็ซมึ หาย
ไปในแผน่ ดนิ ทันที
ในพุทธประวตั ิ ปรากฏฝนโบกขรพรรษตก ๒ ครงั คือ
๑. เมอื พระพุทธเจา้ เสดจ็ แสดงธรรมโปรดพระประยูรญาติ
๒. เมอื พระเวสสนั ดร พระนางมทั รี พระเจา้ กรงุ สญชยั พระนางผสุ ดี
กัณหา และชาลี พบกัน
ตามขอ้ ความทีปรากฎนนั จะเหน็ วา่ คณุ สมบตั ิขอ้ หนงึ ของ ฝนโบกขร
พรรษ นนั เปนปรากฎการฝนตกทีเมด็ นาํ ฝนมสี แี ดง และอนมุ านวา่ เปน
ปรากฎการธรรมชาติทีไมเ่ กิดขนึ บอ่ ย จากขอ้ มูลตามทีพระภิกษุสงฆใ์ น
สมยั นนั สนทนากันวา่ ไมเ่ คยพบเจอกันมาก่อนในอดตี กาล
๒๗
ทศชาตชิ าดก
๑ เตมยี ช์ าดก ๒ ชนกชาดก
( พระเตมีย์ใบ้ ) - บําเพ็ญเนกขัมมบารมีพระ (พระมหาชนก) - บาํ เพ็ญวิริยบารมี
โพธิสัตว์ ทรงระลึก ถึงอดีตชาติได้ว่า เมือเปน พระโพธิสัตว์ เสวยพระชาติ เปนมหาชนก เดิน
พระราชา ได้กระทาํ ซึงการพิพากษาลงโทษคน ทางไปค้าขาย ทีสุวรรณภูมิ แต่เรือแตกจมลง
สินชีวิตแล้ว ได้เสวยผลกรรม ในนรก จึงไม่
ในมหาสมุทร
ปรารถนา เพือจะครอง ซึงราชย์สมบัติแต่ แม้ไม่เห็นฝง ท่านก็ไม่ท้อถอยเพียรพยายาม
ปรารถนาในบรรพชา โดยทรงแกล้งทาํ เปนคน
ใบ้เปนต้น พระราชบิดาจึงรับสังให้นําไปฝงใน ว่ายอยู่
ปาช้าท่านจึงได้โอกาสสอนนายสารถี แล้วเสด็จ ในมหาสมุทรจนถึงวันที๗ เวลนันนางมณี
เมขลา ซึงเปนเทพธิดาผู้รักษามหาสมุทร ได้
ออกบรรพชา
ช่วยเหลือ นําท่านขึนทีกรุงมิถิลา
๓ สุวรรณสามชาดก ๔ เนมริ าชชาดก
- บาํ เพ็ญอธิษฐานบารมี
(พระสุวรรณสาม) - บําเพ็ญเมตตาบารมี พระโพธิสัตว์ เสวยพระชาติเปนพระเจ้าเนมิ
พระโพธิสัตว์ เสวยพระชาติเปนสุวรรณสามดาบส ราช เปนผู้มันคงในการให้ทานทรงเบญจศีล
เปนนิจ สมาทานอุโบสถทุกวันปกษ์ทรงแสดง
เลียงดูบิดามารดาผู้ตาบอดอยู่ในปา วันหนึง ธรรมให้ทราบทางสวรรค์ ยังหมู่ชนให้กลัวนรก
สุวรรณสามถูกพระเจ้าปลยักษ์ยิงด้วยลูกศร ก็ไม่ ค รั ง นั น ม า ต ลี เ ท พ บุ ต ร ไ ด้ นํ า ร า ช ร ถ ไ ป รั บ
ยังความโกรธของตนให้เกิดขึน แต่ได้กล่าวขึนว่า พระเจ้าเนมิราช เพือชมนรกต่าง ๆก่อน แล้วจึง
ใ ค ร กั น ห น อ ใ ช้ ลู ก ศ ร ยิ ง เ ร า เ พ ร า ะ เ นื อ ข อ ง เ ร า ก็ ขึนไปเทียวชมสวรรค์ ในกาลต่อมา เมือพระ
ไม่ใช่สิงทีควรกิน หนังของเราก็ไม่มีประโยชน์ เมือ เกศาหงอกแล้วได้เสด็จบรรพชาบําเพ็ญฌาน
เปนเช่นนี เพราะเหตุอะไรหนอ จึงเข้าใจว่า เรา สมาบัติสวรรคตแล้วไปสู่พรหมโลก
เปนผู้ควรยิง
๕ มโหสถชาดก ๖ พระภรู ิทตั ชาดก
- บําเพ็ญศีลบารมี พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติ
- บาํ เพ็ญปญญาบารมี พระโพธิสัตว์ เสวยพระ เปนพญานาคชือว่าภูริทัต รักษาอุโบสถศีลอยู่ที
ชาติเปนมโหสธบัณฑิตผู้มีปญญาดุจแผ่นดิน จอมปลวกแห่งหนึง แต่ ถูกพราหมณ์หมองูผู้รู้
นันรับราชการอยู่ประจําในราชสํานักของพระ มนต์อาลัมพายนะ จับตัวไปเทียวแสดงละคร
หาเงินตามสถานทีต่าง ๆ. นาค ไม่มีความแค้น
เจ้าจูฬนี ในท่ามกลางปญหาและอุปสรรค เคืองคิดจะทําลายชีวิตพราหมณ์หมองูนัน
นานัปการ ท่านได้ใช้ปญญาทีอบรมมาดีแล้ว เพราะความทีตนรักษาอุโบสถศีลเมือสินชีวิต
เข้าแก้ไขปญหา ทุกอย่างให้สาํ เร็จลุล่วงด้วยดี แล้วไปเกิดในเทวโลก
มาโดยลาํ ดับ ครันเมือสินอายุแล้วได้ไปเกิดใน
เทวโลก ตามกรรมของตน
๒๘
ทศชาตชิ าดก
๗ พระจันทกมุ ารชาดก ๙ พระวิฑรู ชาดก
- บาํ เพ็ญขันติบารมี พระโพธิสัตว์ เสวยพระชาติ - บําเพ็ญสัจจบารมี
เปนพระจันทกุมาร ราชโอรสของพระเจ้า เอกราช พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติ เปนอํามาตย์ ชือว่า
แห่งเมืองปุปวดี วิธุระ เปนผู้สอนอรรถธรรมแด่ พระเจ้าธนัญ
พระราชบิดาทรงเชือคําของขัณฑหาลปุโรหิต จึง ชัยโกรัพยะแห่งกรุงอินทปตถ์ พระเจ้าธนัญ
ทรงรับสังให้จับพระจันทกุมารพร้อมด้วยคนอืนอีก ชัยโกรัพยะทรงเล่นสกาพ่ายแพ้ต่อปุณณกยัก
มาก นําไปบูชายัญท้าวสักกเทวราช ได้เสด็จมา ษเวลานันปุณณกยักษ์ถามวิธุรบัณฑิตว่า ท่าน
ช่วยชีวิตไว้.แม้ถูกระทาํ อย่างนี พระโพธิสัตว์ก็ทาํ เปนทาสหรือมิได้เปนทาส ของพระราชา ท่าน
เหมือนไม่มีจิตใจด้วยการไม่ยังความโกรธในพระ ตอบด้วยสัจจวาจาว่า “เปนทาส” จึงถูกปุณณก
ราชบิดา และขัณฑหาลปุโรหิตให้เกิดขึน. จากนัน ยักษ์จับตัวไป แต่ ถ้าตอบว่า มิได้เปนทาส ก็จะ
ได้ขึนครองราชย์ สินชีวิตแล้วไปเกิดในเทวโลก
ไม่ถูกปุณณกยักษ์จับตัวไป
๘ พระนารทชาดก ๑๐ เวสสันตรชาดก
- ทานอุปบารมี
- บาํ เพ็ญอุเบกขาบารมี พระโพธิสัตว์ เสวยพระชาติ เปนพระเวสสันดร
พระโพธิสัตว์ เสวยพระชาติ เปนท้าวมหาพรหมชือ พระองค์ทรงพอพระทัยในการบริจาคทาน
ว่านารทะ ครังนันพระเจ้าอังคต มีความเห็นผิดว่าน โดยทีสุดแม้ชีวิตก็ให้เปนทาน ดังทีตรัสว่า
“เมือครัง เรามีอายุ ๘ ป นังอยู่บนปราสาท มี
รกไม่มีสวรรค์ไม่มี เปนต้น ในเวลานัน ท้าว ความคิดทีจะให้ทานว่า ถ้าใครๆ มาขอ ซึงดวง
มหาพรหมลงมาแสดงโทษแห่งความเห็นผิดให้ หทัย ดวงตา เนือและเลือด กะเรา เราก็จะให้”
พระเจ้าอังคติสดับ ทําให้พระองค์ทรงคลายจาก ดังนันพระองค์ จึงได้ทรงบริจาคมหาทานและ
มิจฉาทิฏฐิเมือสวรรคตแล้ว จึงไปเกิด ในสวรรค์ รักษาอุโบสถศีล ตลอดพระชนมายุ สวรรคต
แล้ว ไปสู่สวรรค์ชันดุสิต
๓๐