The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by พิมพ์ชนก คงนวล, 2020-10-19 09:13:08

นวัตกรรม

นวัตกรรม

ใบความร้เู รื่องประโยค

ประโยค คือ หน่วยทางภาษา ที่เกิดจากการนาคาหลายๆ
คา หรือกลุ่มคามาเรียงต่อกัน อย่างเป็นระบบ คาแต่ละคามี
ความสัมพันธ์กัน และมีใจความสมบูรณ์ แสดงให้รู้ว่า ใคร ทาอะไร
ทไ่ี หน
๑. ส่วนประกอบของประโยค ประโยคที่สมบูรณ์ จะประกอบด้วย
สว่ นสาคัญท่ขี าดไม่ได้ ๒ สว่ น

๑. ภาคประธาน คือ คาหรือกลุ่มคาที่ทาหน้าท่ีเป็นผู้แสดง
กริ ิยาหรือเปน็ ผู้กระทา

๒. ภาคแสดง คือ คาหรือกลมุ่ คาที่แสดงการกระทาของภาค
ประธาน ประกอบดว้ ย บทกริยา บทขยายกริยา บทกรรม และบท
ขยายกรรม

เพิ่มเตมิ
บทกรยิ า อกรรมกริยา เชน่ ฝนตก, ดอกไมห้ อม

สกรรมกรยิ า เชน่ รัฐบาลออกกฎหมาย, ฉนั กนิ ข้าว
วิกตรรถกรยิ า เชน่ นายสีเปน็ พอ่ คา้ , เธอเหมอื นพอ่
(มกั ใชก้ รยิ าคาวา่ เปน็ เหมือน คลา้ ย คือ ดจุ ประหนึ่ง
แปลวา่ เปน็ ตน้ )

ใบความรู้เรื่องประโยค

ตวั อยา่ ง

ประโยค ภาคประธาน ภาคแสดง

ประธาน ขอยายประธาน กริยา ขอยายกริยา กรรม ขอยายกรรม

๑ .นกบนิ นก - บิน - - -

๒ .ฝนตกหนัก ฝน - ตก หนกั - -

๓ .นักเรียนหลายคน นกั เรียน หลายคน เรียน เก่งมาก ภาษาไทย -
เรียนภาษาไทยเก่งมาก

ส่วนขยายของประโยคอาจเป็นคา กลมุ่ คา หรือประโยคทม่ี าขยายส่วนต่างๆ
เพื่อให้ประโยคมใี จความชัดเจนยิ่งขนึ้ เชน่

 พนกั งานรกั ษาความสะอาดเกบ็ กระเปา๋ สตางคไ์ ด้
(“รักษาความสะอาด” เปน็ กลมุ่ คาที่มาขยายประธาน “พนกั งาน”)

 พวกเรายินดีต้อนรบั นกั เรยี นแลกเปลยี่ น
(“แลกเปลย่ี น” เป็นคาที่มาขยาย “นักเรยี น” ซึ่งทาหน้าท่ีเป็นกรรม)

 นารีร้องไหจ้ นน้าตาเปน็ สายเลือด
(“จนน้าตาเปน็ สายเลือด” เปน็ ประโยคที่มาขยาย “รอ้ งไห”้ ซ่ึงทา

หนา้ ที่เปน็ คากริยา)

เพิม่ เติม
หากตอ้ งการเช่ือมประโยคหลายประโยคเขา้ ด้วยกนั ใหเ้ ตมิ คาสันธานในตาแหนง่ ท่ีถกู ตอ้ ง เช่น

 ประโยค + คาสนั ธาน + ประโยค หรือ สนั ธาน + ประโยค + ประโยค
 ประโยคความซอ้ นท่ใี ช้คาสันธาน ที่ ซึ่ง อนั ผู้

ใบความรเู้ รื่องประโยค

๒. ชนิดของประโยค

ชนิดของประโยคจาแนกได้หลายวธิ ี

๒.๑ จาแนกตามเจตนา มี ๓ ชนดิ

๑.แจง้ ให้ทราบ ๒.ถามใหต้ อบ ๓.บอกใหท้ า

๒.๒ จาแนกตามรปู ประโยค มี ๕ ชนิด คอื

๑) ประโยคประธาน คอื ประโยคทม่ี ผี ูก้ ระทาเป็นประธานข้นึ ตน้

ประโยค เช่น - นอ้ งรอ้ งไห้ - พี่เตะบอล

- แมวกินปลา - เด็กดเี ปน็ ท่ีรักของทกุ คน

๒) ประโยคกรรม คือ ประโยคที่นาผ้ถู ูกกระทา หรอื กรรม

ข้ึนต้นประโยค เช่น - หมยู ่าง - ประตเู ปดิ

- นอ้ งถูกแม่ดุ - บ้านหลังนีใ้ ครซ้อื

๓) ประโยคกริยา คอื ประโยคท่ีนาคากริยามาขน้ึ ตน้ ประโยคแลว้

ตามด้วยประธาน กรยิ าที่นามาข้ึนตน้ ประโยคได้ ไดแ้ ก่ เกดิ มี ปรากฏ

เชน่ - เกิดแผ่นดินไหวในประเทศญี่ปนุ่

- มขี องอรอ่ ยมากมายใหล้ มิ้ ลอง

- ปรากฏเหตกุ ารณส์ รุ ยิ ปุ ราคา

ใบความรู้เรื่องประโยค

๔) ประโยคการิต คือ ประโยคทปี่ ระธานรองถกู ประธานหลกั
ของประโยค “ส่งั ” จะมีกรยิ า “ให”้ เปน็ กรยิ าสาคัญ เชน่

- ครสู ั่งให้หัวหนา้ ห้องรวบรวมรายงานมาส่งพรุง่ นี้
(“ครู”เปน็ ประธานหลักสัง่ ให้ “หัวหนา้ หอ้ ง” ซงึ่ เปน็
ประธานรองทากริยา “รวบรวมมาสง่ ” โดยมี “รายงาน” เป็น
กรรม)

- แม่บอกให้ซอ้ื ไอศกรมี
(“แม”่ เป็นประธานหลักส่งั ให“้ ฉนั ”ซึ่งเปน็ ประธานรองทากรยิ า
“ซื้อ” มี “ไอศกรมี ” เปน็ กรรม)
๕) ประโยคกรยิ าสภาวมาลา คอื ประโยคทน่ี าคานามมาเป็น
ประธาน กรรม หรอื ส่วนขยายโดยไม่ใส่ การ ความ เช่น

- กนิ อาหารมีประโยชน์ทาใหส้ ุขภาพแขง็ แรง
(“กิน” เป็นกริยาแต่ทาหน้าทเี่ ป็นประธานของประโยคได้
เหมือนคานาม “การกิน”)

- หวั เราะบ่อยๆ มผี ลต่อสุขภาพจิตทดี่ ี
(“หัวเราะ” เปน็ กรยิ าแต่ทาหน้าทเี่ ปน็ ประธานของประโยคได้
เหมือนคานาม “การหัวเราะ”)

ใบความรู้เรอื่ งประโยค

๔) ประโยคการติ คือ ประโยคท่ปี ระธานรองถกู ประธานหลกั
ของประโยค “สง่ั ” จะมีกรยิ า “ให”้ เป็นกรยิ าสาคญั เช่น

- ครสู ง่ั ให้หัวหนา้ ห้องรวบรวมรายงานมาสง่ พรงุ่ น้ี
(“ครู”เป็นประธานหลกั ส่งั ให้ “หวั หนา้ หอ้ ง” ซึ่งเป็น
ประธานรองทากรยิ า “รวบรวมมาส่ง” โดยมี “รายงาน” เปน็
กรรม)

- แมบ่ อกให้ซื้อไอศกรีม
(“แม”่ เป็นประธานหลกั สัง่ ให“้ ฉนั ”ซงึ่ เป็นประธานรองทากริยา
“ซื้อ” มี “ไอศกรีม” เป็นกรรม)
๕) ประโยคกริยาสภาวมาลา คอื ประโยคทน่ี าคานามมาเปน็
ประธาน กรรม หรือส่วนขยายโดยไม่ใส่ การ ความ เช่น

- กินอาหารมีประโยชนท์ าให้สขุ ภาพแขง็ แรง
(“กนิ ” เปน็ กริยาแตท่ าหน้าท่เี ป็นประธานของประโยคได้
เหมอื นคานาม “การกนิ ”)

- หวั เราะบอ่ ยๆ มีผลต่อสุขภาพจติ ท่ีดี
(“หัวเราะ” เป็นกรยิ าแต่ทาหน้าทเี่ ป็นประธานของประโยคได้
เหมอื นคานาม “การหวั เราะ”)

ใบความรเู้ รื่องประโยค

๒.๓ จาแนกตามโครงสรา้ งของประโยค มี ๓ ชนิด
๑.ประโยคความเดยี ว (เอกรรถประโยค) คือ ประโยคทีม่ ีประธานและ

กรยิ าสาคญั เพยี งบทเดยี ว ไม่มีคาเชือ่ ปรากฏ
เชน่ คนไทยมอี ัธยาศัยดี แมไ่ ปซอ้ื ผา้ ที่พาหรุ ดั แม่รักลกู ทกุ คน
๒) ประโยความรวม (อเนกกรรถประโยค) คือ ประโยคท่รี วม

ประโยคความเดยี วตั้งแต่ ๒ ประโยคขน้ึ ไปเป็นประโยคเดยี วกัน โดยมี
คาเชอ่ื มเช่อื มประโยคเหลา่ น้ันเข้าดว้ ยกนั แบง่ ออกเป็น ๔ ประเภท ตาม
ชนดิ ของคาเช่ือมและความสมั พนั ธ์ของเน้ือความในประโยค ดังน้ี

 ประโยคความรวมทีม่ ีความคลอ้ ยตามกัน (และ, แล้ว, ครั้น...จงึ ,
แลว้ ...ก,็ พอ...ก็ ฯลฯ )

 ประโยคความรวมทม่ี คี วามขัดแย้งกัน ( แต,่ แต่ว่า, แตท่ ว่า,
ถึง...ก,็ กว่า...ก็ ฯลฯ)

 ประโยคความรวมท่ีมีความให้เลือก (หรือ, มิฉะนน้ั , ไม่เชน่ นน้ั ,
หรอื ไมก่ ,็ หรือ...ไม,่ ไม.่ ..ก)็

 ประโยคความรวมท่ีมคี วามเป็นเหตเุ ป็นผลกนั คอื ประโยคหนึง่
เปน็ ประโยคเหตุ และประโยคหนึง่ เป็นประโยคผล (จงึ , เพราะ, เพราะ
เหตุวา่ , ดังนนั้ ...จงึ , เพราะ...จงึ ฯลฯ)

ใบความรเู้ รื่องประโยค

 ประโยคย่อยท่ที าหน้าท่แี ทนนาม (นามานุประโยค)
ทาหนา้ ท่เี ป็นบทประธาน บทกรรม หรือส่วนเติมเตม็ ของประโยคกไ็ ด้
มีคาเช่ือมคอื ให,้ วา่ เชอ่ื มประโยค หรืออาจไมม่ คี าเชอื่ มเลยก็ได้

- คุณครบู อกว่า โรงเรียนใกลจ้ ะปิดแลว้
- ฉันชอบขนมทาจากผลไม้
 ประโยคย่อยทาหนา้ ทีข่ ยายประธาน กรรม และ สว่ นเตมิ เต็ม
ของประโยคหลกั (คุณานุประโยค) มีคาเชื่อม ผู้, ท่ี, ซง่ึ , อนั
- เด็กท่ีอยู่ในห้องข้าง ๆ กาลงั รอ้ งเพลง
- นิชาเป็นนักเรยี นท่ีไดร้ ับรางวัลเรียนดี
 ประโยคย่อยทาหน้าทีข่ ยายคากริยา หรือคาวเิ ศษณใ์ นประโยค
หลัก (วิเศษณานปุ ระโยค) มีคาเชอ่ื ม เมื่อ, จน
- ฉันกลบั บา้ นเม่ือแม่นอนแล้ว
- เธอพดู ช้าจนฉนั งว่ ง

ใบความรู้เร่ืองประโยค

เปรยี บเทยี บประโยคทัง้ ๓ แบบ
ประโยคความเดยี ว - น้องกินขนมอย่างมีความสุข พี่ซือ้ ขนมมาจากตา่ งประเทศ
ประโยคความรวม - นอ้ งกนิ ขนมอยา่ งมคี วามสุข เพราะพซ่ี ื้อขนมมาจาก

ตา่ งประเทศ
ประโยคความซ้อน - นอ้ งกนิ ขนมทพ่ี ่ีซื้อมาฝากจากต่างประเทศอยา่ งมีความสขุ

วธิ ีสังเกตโครงสรา้ งประโยคแบบงา่ ย ๆ
ประโยคความเดียว - มี ๑ประธาน ๑ กริยา ไมม่ คี าเชอื่ ม
ประโยคความรวม - มีกรยิ ามากกวา่ ๑ ตวั
- มีประโยคมากกว่า ๑ ประโยค มีความสาคัญเทา่ กนั
- ตาแหน่งประโยคมักอยแู่ ยกจากกัน
- มีคาเช่ือมเชือ่ มประโยคเขา้ ด้วยกนั คาเชอื่ มจะบอก
ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งประโยค
ประโยคความซ้อน - มกี รยิ ามากกวา่ ๑ ตัว
- มปี ระโยคมากกว่า ๑ ประโยค มปี ระโยคหลกั และประโยค
ย่อยทาหน้าทขี่ ยายสว่ นประกอบในประโยคหลัก
- ประโยคย่อยตอ้ งมคี ากริยาด้วย
- มคี าเชื่อมเชื่อมระหวา่ งประโยคดงั ทีก่ ลา่ วไวแ้ ล้ว

ใบงาน เร่อื ง ชนดิ ของประโยค

ใหน้ กั เรยี นบอกชนิดของประโยคตอ่ ไปนี้ ชนิดของประโยค

ประโยค
๑. ฝนตกกอ่ นฟ้ารอ้ ง
๒. นกบนิ อยู่บนท้องฟ้า
๓. ฉันชอบนักเรยี นที่ตงั้ ใจเรียน
๔. พอฝนซาฟา้ ก็สดใส
๕.ช่วงนเี้ ป็นฤดูนา้ หลากประชาชนจึงตอ้ งระมัดระวัง
เรือ่ งน้าทว่ ม
๖.เขาอย่ทู ีบ่ ้านเมอื่ ฉนั ออกมา
๗.เวลาและวารีไม่ยนิ ดีจะคอยใคร
๘.ความสามัคคปี รองดองของคนในชาติ เปน็ ปจั จัย
แหง่ ความสงบสุขของประเทศชาติ
๙.ชาวบ้านพยายามจอ้ งมองดูต้นไม้ประหลาดด้วย
ความสนใจ
๑๐.พเี่ กง่ ดา้ นวิชาการแต่น้องเกง่ ดา้ นกีฬา
๑๑.นอ้ งดรมี ตัง้ ใจจะไปนมสั การพระแกว้ มรกตที่วัด
พระแก้ว แตต่ ้องประสบปัญหาเพราะฝนตกหนกั
๑๒.พขี่ า้ วป้ันรบั ประทานอาหารรสจัดแตส่ งกรานต์
ขอชรบั ประทานผลไม้รสเปรยี้ วดังน้ันพ่ีข้าวปน้ั จงึ
ปวดทอ้ งแต่สงกรานต์ทอ้ งเสยี

ใบงาน เรอ่ื ง ชนิดของประโยค

ใหน้ กั เรียนบอกชนดิ ของประโยคตอ่ ไปนี้

๑๓. กมลชยั ทาการบ้านเมอื่ วนั อาทิตย์
๑๔. ความรับผดิ ชอบไม่ไดเ้ กิดขน้ึ เองตามธรรมชาติ
๑๕.บคุ คลซง่ึ มีความรับผดิ ชอบย่อมประสบ
ความสาเรจ็
๑๖.ละครเร่ืองบุพเพสัญนิวาสท่ขี ิมและตาต้าชนื่ ชอบ
ยังเป็นทสี่ นใจของประชาชนท้ังประเทศ
๑๗. อาจารย์บอกลูกศิษยท์ ้ังหมดวา่ เราทุกคนควรมี
ความขยันหม่ันเพยี รอดทนจงึ จะต่อสูก้ บั อุปสรรค
และงานยากๆทเ่ี ขา้ มารมุ ล้อมรอบตวั เราได้
๑๘. ฟ้าจะไปเชยี งใหม่แต่ฉันจะไปพงั งา
๑๙. ฝนตกอากาศจึงเย็น
๒๐. ผหู้ ญงิ ทกุ คนชอบกุหลายสแี ดง

ใบงาน เรื่อง ชนดิ ของประโยค

คาชี้แจง : ใหน้ กั เรียนเขยี นเครอื่ งหมาย / หนา้ ขอ้ ความท่ีถกู และเขียเครอื่ งหมาย
x หนา้ ขอ้ ความท่ผี ิด (๕ คะแนน)
______ ๑. ประโยคแตล่ ะประโยคจะแสดงใหร้ ู้ว่า เราทาอะไร ทไ่ี หน อย่างไร
เม่อื ไหร่
______ ๒. ประโยค เกิดจากคาหลายๆ คา หรือวลีท่ีนามาเรียงต่อกนั อย่างเปน็
ระเบียบใหแ้ ต่ละคามีความสมั พันธ์กนั มใี จความสมบูรณ์
______ ๓. ภาคประธานของประโยค คือ คาหรือกลุ่มคาทที่ าหน้าทเ่ี ป็นผกู้ ระทา
______ ๔. ภาคแสดงของประโยค คือ คาหรือกลมุ่ คาท่ีประกอบด้วยบทกรยิ า
บทกรรมและส่วนเติมเต็ม
______ ๕. บทกรรม ทาหน้าที่เป็นตวั กระทาหรอื ตวั แสดงของประธาน
______ ๖. บทกริยา ทาหน้าทีเ่ ป็นผู้ถูกกระทา
______ ๗. ส่วนเตมิ เตม็ ทาหนา้ ท่ีเสริมใจความของประโยคให้สมบูรณ์ คือทา
หน้าท่ีคล้ายบทกรรม แตไ่ ม่ได้ถกู กระทา
______ ๘. สว่ นขยายประโยค อาจเป็นคาหรอื กลมุ่ คา อยู่ในภาคประธาน หรอื
อยู่ในภาคแสดง ซึ่งอาจเปน็ การขยายกริยา ขยายกรรม หรือขยายสว่ นเตมิ เต็ม
______ ๙. ภาคแสดงของประโยคเป็นส่วนสาคัญของประโยค
______ ๑๐. ภาคประธานของประโยค อาจมีบทขยาย ซึง่ เป็นคาหรอื กลุม่ คามา
ประกอบ เพือ่ ทาใหม้ ใี จความท่ยี าวขน้ึ

ใบงาน เรือ่ ง ชนิดของประโยค (เฉลย)

ใหน้ กั เรยี นบอกชนิดของประโยคตอ่ ไปนี้

ประโยค ชนดิ ของประโยค

๑. ฝนตกก่อนฟา้ รอ้ ง ความรวม

๒. นกบินอยู่บนท้องฟา้ ความเดียว

๓. ฉันชอบนกั เรยี นที่ตั้งใจเรยี น ความซ้อน

๔. พอฝนซาฟา้ กส็ ดใส ความรวม

๕.ชว่ งน้ีเป็นฤดูน้าหลากประชาชนจึงต้องระมัดระวงั ความรวม

เรือ่ งน้าทว่ ม

๖.เขาอย่ทู บ่ี ้านเมื่อฉนั ออกมา ความซ้อน

๗.เวลาและวารีไม่ยนิ ดีจะคอยใคร ความรวม

๘.ความสามคั คีปรองดองของคนในชาติ เปน็ ปัจจัย ความเดยี วซับซอ้ น

แห่งความสงบสุขของประเทศชาติ

๙.ชาวบ้านพยายามจอ้ งมองดตู น้ ไมป้ ระหลาดดว้ ย ความเดียวซบั ซ้อน

ความสนใจ

๑๐.พเ่ี ก่งดา้ นวชิ าการแตน่ อ้ งเกง่ ดา้ นกีฬา ความรวม

๑๑.นอ้ งดรมี ตง้ั ใจจะไปนมัสการพระแก้วมรกตทวี่ ัด ความรวมที่ซับซอ้ น

พระแก้ว แต่ต้องประสบปญั หาเพราะฝนตกหนกั

๑๒.พขี่ ้าวปนั้ รับประทานอาหารรสจดั แต่สงกรานต์ ความรวมทซี่ ับซอ้ น

ขอชรับประทานผลไมร้ สเปรย้ี วดังนั้นพีข่ า้ วปั้นจึง

ปวดทอ้ งแตส่ งกรานต์ทอ้ งเสยี

ใบงาน เรื่อง ชนิดของประโยค (เฉลย)

ให้นักเรียนบอกชนิดของประโยคต่อไปนี้

๑๓. กมลชัยทาการบา้ นเมื่อวันอาทติ ย์ ความเดยี ว

๑๔. ความรับผดิ ชอบไมไ่ ดเ้ กิดข้ึนเองตามธรรมชาติ ความเดียว

๑๕.บคุ คลซ่ึงมีความรบั ผดิ ชอบย่อมประสบ ความซ้อน

ความสาเร็จ

๑๖.ละครเรอ่ื งบุพเพสัญนวิ าสที่ขมิ และตาตา้ ชน่ื ชอบ ความซอ้ นทซ่ี ับซอ้ น

ยงั เป็นทสี่ นใจของประชาชนทัง้ ประเทศ

๑๗. อาจารย์บอกลูกศษิ ยท์ ัง้ หมดวา่ เราทกุ คนควรมี ความซอ้ นที่ซบั ซอ้ น

ความขยนั หม่นั เพียรอดทนจงึ จะตอ่ สู้กบั อปุ สรรค

และงานยากๆท่เี ข้ามารมุ ล้อมรอบตวั เราได้

๑๘. ฟา้ จะไปเชยี งใหม่แต่ฉันจะไปพงั งา ความรวม

๑๙. ฝนตกอากาศจึงเยน็ ความรวม

๒๐. ผู้หญงิ ทุกคนชอบกุหลายสแี ดง ความเดียว

ใบงาน เรอ่ื ง ชนิดของประโยค (เฉลย)

คาช้แี จง : ใหน้ ักเรียนเขียนเครอื่ งหมาย / หนา้ ข้อความทีถ่ กู และเขยี น
เครอื่ งหมาย x หน้าขอ้ ความที่ผดิ (๕ คะแนน)

X ๑. ประโยคแต่ละประโยคจะแสดงใหร้ วู้ ่า เราทาอะไร ที่ไหน อย่างไร
เมอื่ ไหร่

/ ๒. ประโยค เกดิ จากคาหลายๆ คา หรือวลที ีน่ ามาเรยี งตอ่ กนั อย่าง
เป็นระเบยี บให้แตล่ ะคามีความสัมพันธก์ ัน มใี จความสมบูรณ์

/ ๓. ภาคประธานของประโยค คือ คาหรอื กลมุ่ คาท่ีทาหน้าท่ีเป็น
ผู้กระทา

/ ๔. ภาคแสดงของประโยค คือ คาหรอื กลมุ่ คาท่ีประกอบด้วยบทกริยา
บทกรรมและสว่ นเติมเต็ม

X ๕. บทกรรม ทาหน้าที่เป็นตวั กระทาหรือตวั แสดงของประธาน
/ ๖. บทกริยา ทาหนา้ ทีเ่ ป็นผ้ถู กู กระทา
/ ๗. สว่ นเตมิ เตม็ ทาหน้าทเ่ี สรมิ ใจความของประโยคให้สมบูรณ์ คือทา
หน้าที่คล้ายบทกรรม แตไ่ ม่ได้ถูกกระทา
/ ๘. ส่วนขยายประโยค อาจเป็นคาหรอื กลมุ่ คา อย่ใู นภาคประธาน
หรอื อยใู่ นภาคแสดง ซึ่งอาจเป็นการขยายกรยิ า ขยายกรรม หรือขยายสว่ นเตมิ
เตม็
X ๙. ภาคแสดงของประโยคเป็นสว่ นสาคัญของประโยค
X ๑๐. ภาคประธานของประโยค อาจมบี ทขยาย ซง่ึ เปน็ คาหรือกล่มุ คา
มาประกอบ เพ่ือทาใหม้ ีใจความที่ยาวข้ึน

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๔

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ ๑๒ ความรักใดควรใฝ่หา เรอื่ ง โคลงส่สี ุภาพ

วิชา ภาษาไทย ชื่อรายวิชา ภาษาไทย ท ๓๒๑๐๒ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย

ช้ัน มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๒ ปี การศกึ ษา ๒๕๖๓

_______________________________________________________________________

มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ช้ีวดั

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและ
พลังของภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ

ตัวช้ีวัด

ท๔.๑ม. ๓/๖ แตง่ บทร้อยกรอง

จุดประสงค์การเรียนรู้

ด้านความรู้

๑. พาภุสีส่ งลคโทภเะรป์ธนัพะรปาคงอขณ์ ษกลั ทนัฉยาบิธอถรามาสนยรี เกัน
๒. นกั เรยี นสามารถอธบิ ายลกั ษณะของคาประพันธป์ ระเภทโคลงสี่สภุ าพได้

ด้านทักษะ/กระบวนการ

๑.นักเรียนสามารถแต่งโคลงสสี่ ภุ าพได้

ด้านคุณลักษณะอนั พึงประสงค์

๑. ใฝ่เรียนรู้

๒. ม่งุ ม่นั ในการทางาน

๓.รักความเปน็ ไทย

สมรรถนะของผู้เรยี น

๑.ทักษะในการใชเ้ ทคโนโลยี

๒.ทกั ษะในการคดิ วเิ คราะห์
๓.ทกั ษะในการนาความรู้ไปใช้

สาระสาคญั

แผนผงั โคลงส่ีสุภาพ

โคลงส่ีสภุ าพ มีลกั ษณะเด่นในเร่อื งคาเอก คาโท ซ่งึ มขี ้อบงั คบั ของโคลงสส่ี ภุ าพดังน้ี
๑. บทหนง่ึ มี ๔ บาท ๑ บาท มี ๒ วรรค
๒. วรรคหน้าของทกุ บรรทดั มี ๕ พยางค์ วรรคหลงั ของบรรทดั ท่ี ๑ - ๓ มี ๒ พยางค์ ส่วนใน

บรรทัดที่ ๔ มี ๔ พยางค์ รวม ๓๐ คา (ไมร่ ว่ มคาสร้อย)
๓. ตาแหน่งคาสร้อยจะอยู่บาทที่ ๑ และ ๓ (สร้อย ๒ พยางค์ มักลงท้ายด้วย นา แฮ เฮย เพ่ือ

รบั คา ต่อคา เช่อื มคาหรือเพอ่ื ความไพเราะของเสยี งในการอ่าน)
๔. บังคับรูปวรรณยกุ ต์ เอก ๗ โท ๔ ตามตาแหนง่ ในแผนผัง

คาเอกคาโท หมายถึง พยางคท์ ่ีบังคับด้วยรูปวรรณยกุ ตเ์ อก และรูปวรรณยุกตโ์ ท กากบั อย่ใู นคานั้น โดย
มลี กั ษณะบงั คบั ไวด้ งั นี้

- คาเอก ไดแ้ ก่ พยางคท์ ี่มรี ูปวรรณยกุ ต์เอกบงั คบั เชน่ ลา่ เก่า ก่อน น่า ว่าย ไม่ ฯลฯ และให้
รวมถึงคาตายท้ังหมดไม่วา่ จะมเี สียงวรรณยกุ ต์ใดก็ตาม เชน่ ปะ พบ รึ ขัด ชดิ (ในโคลงและร่ายใช้ คาตาย
แทนคาเอกได้)

คาตาย คือ

๑. คาทปี่ ระสมสระเสยี งสน้ั แม่ ก กา (ไมม่ ตี ัวสะกด) เชน่ กะ ทิ สิ นะ ขรุ ขระ เละ เปรี๊ยะ เลอะ
โปะี ฯลฯ

๒. คาที่สะกดด้วยแม่ กก กบ กด เช่น เลข วดั สารท โจทย์ วทิ ย์ ศษิ ย์ มาก โชค ลาภ ฯลฯ

- คาโท ไดแ้ ก่ พยางคท์ ีม่ รี ปู วรรณยกุ ต์โทบังคบั ไม่วา่ จะเป็นเสียงวรรณยกุ ต์ใดก็ตาม เช่น ข้า
ล้ม เศร้า คา้ น

ในกรณีท่ีตาแหนง่ คาโทตรงกบั คาเอก หรอื คาเอกตรงกบั ตาแหนง่ คาโท และไมส่ ามารถ
สามารถหาคาอ่ืนแทนได้ สามารถใชก้ ารแปลงคาเป็น คาเอกโทษ และคาโทโทษได้

เอกโทษ คือคาทมี่ ีความหมายและกากับด้วยรูปวรรณยุกต์โท แต่มีความจาเป็นที่ต้องแปลง
ให้เป็นคาที่มีรูปวรรณยุกต์เอก แม้ว่าคาท่ีมีรูปวรรณยุกต์เอกท่ีได้เปล่ียนจากคาที่มีรูปวรรณยุกต์โท
แล้วนั้น ได้คาท่ีมีไม่มีความหมายแต่ยังคงให้มีความหมายเหมือนคาท่ีมีรูปวรรณยุกต์โทกากับอยู่เดิม
เชน่ คาวา่ สน้ิ เลอื ด แปลงเป็น ซ่นิ เลือด ภพหล้า แปลงเป็น ภพลา่ เปน็ ต้น

โทโทษ คอื คาทีม่ ีความหมายและกากับด้วยรปู วรรณยกุ ต์เอก แตม่ ีความจาเปน็ ที่ต้องแปลง
ใหเ้ ป็นคาท่มี รี ูปวรรณยุกต์โท แมว้ ่าคาท่ีมรี ปู วรรณยุกต์โทที่ไดเ้ ปล่ียนจากคาทมี่ รี ปู วรรณยุกตเ์ อกแลว้
นน้ั ไดค้ าที่มไี ม่มีความหมายแตย่ ังคงใหม้ ีความหมายเหมอื นคาที่มรี ูปวรรณยุกต์เอก กากับอยูเ่ ดิม
เช่นคาว่า เล่าเร่ือง แปลงเป็น เหล้าเรอ่ื ง ค่าจา้ ง แปลงเปน็ ข้าจ้าง เปน็ ตน้

สาระการเรียนรู้

๑.ฉันลักษณข์ องโคลงสี่สุภาพ

๒.คาเอก คาโท

๓.คาเอกโทษ และ คาโทโทษ

กิจกรรมการเรียนรู้

ขนั้ ท่ี ๑ นาเข้าสู่บทเรยี น

๑. นักเรียนร้องเพลง “คาม่ันสัญญา” ตามท่ีครูยกตัวอย่าง และระบุว่าเน้ือเพลงมีที่มา
จากท่ีใด และเป็นฉันลักษณ์ประเภทใด (พระอภัยมณี : กลอนสุภาพ) หลังจากนั้นครูจึง
ยกตัวอยา่ งเพลงจากโคลงสยามมนุสสติ แลว้ จึงนานกั เรยี นเขา้ สเู่ น้ือหา

ขั้นที่ ๒ จดั การเรียนรู้
๑. นักเรยี นรว่ มอภิปรายฉันทลัษณ์ของโคลงสสี่ ุภาพที่ครเู ขียนในกระดาน โดยนักเรยี นตอ้ งท่องจาโคลงบท

“เสยี งลอื เสียงเลา่ อ้าง อันใด พเี่ อย

เสยี งย่อมยอยศใคร ทัว่ หล้า

สองเขือพหี่ ลับใหล ลืมต่ืน ฤาพี่

สองพ่คี ิดเองอา้ อยา่ ได้ถามเผอื ฯ”

ลลิ ติ พระลอ

๒. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์สัมผัส คาเอกคาโทจากการเขียนแผนผังลงกระดานของครู และอ่านบท
“เสียงลอื เสยี งเลา่ อา้ ง” เพ่ือหาตาแหน่งคาเอกคาโท

๓. ครูอธบิ ายเนื้อหาเรื่องคาเอกโทเพมิ่ เตมิ อันไดแ้ ก่

- คาเอก สามารถใช้คาตายแทนได้ (โดยให้นักเรียนลองหาคาตายท่ีแทนตาแหน่งในคาเอกจาก
แบบฝกึ หัด)

- คาเอก คาโท อาจใช้วิธีการแปลงคาตามเสียงของวรรณยุกต์ เพ่ือให้ถูกฉันทลักษณ์ของคา
ประพันธ์ แต่คาจะมีความหมายผิดเพ้ียน หรือบกพร่องไป เรียกคาชนิดนี้ว่า คาเอกโทษ คาโท
โทษ (นกั เรยี นทาแบบฝึกหดั ในสมุดเร่ืองคาเอกโทษ โทโทษ)

ขัน้ ที่ ๓ สรปุ และนาหลกั การไปใช้

๑. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั สรุปลกั ษณะของโคลงสี่สุภาพ สัมผัส และตาแหน่งคาเอก คาโทที่
เรียนมา

๓. ครูและนักเรียนร่วมกันแต่งคาประพันธ์ประเภทโคลงส่ีสุภาพในกระดาน โดยครูกาหนด
หวั ขอ้ ให้นักเรยี นตามความเหมาะสม

๔. นกั เรยี นและครรู ว่ มกนั ทบทวนเนอ้ื หาที่เรียนมาโดยใช้เกม kahoot ทาแบบทดสอบ

๕. ให้นักเรียนแตง่ คาประพนั ธป์ ระเภทโคลงสีส่ ภุ าพ ๑ บท พมิ พใ์ สก่ ระดาษ และใส่รปู ตนเองให้
สวยงาม

ข้ันท่ี ๔ การใชแ้ หล่งเรยี นรู้
ส่ือการเรียนรู้

๑.เพลง “คาม่นั สัญญา” เพลง “สยามมนุสสต”ิ
๒.เกม kahoot
แหล่งการเรียนรู้
๑.หอ้ งสมดุ
๒.แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ
๓.หนังสือเรยี น

ขน้ั ที่ ๕ การวดั และการประเมินผล

วิธีการ เคร่อื งมือ เกณฑ์
ประเมินทาแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด
ขอ้ ละ ๑ คะแนน
เรอ่ื งโคลงสี่สุภาพ ใบงานการแตง่ โคลงสสี่ ภุ าพ ผ่านรอ้ ยละ ๗๐
ประเมนิ ใบงาน
อย่ใู นระดบั ดี
โคลงสส่ี ภุ าพของฉนั

ลงช่อื ...................................................... ผสู้ อน

แบบบนั ทกึ ข้อเสนอแนะของผ้บู ริหารโรงเรียน

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……...…………………………………………………………………………………………………………………………………………
………............................................................................................…………………...……………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื …………………………………………….……

ตาแหน่ง……………………………………………….

วนั ท่ี……….เดอื น…………………พ.ศ……………

บันทกึ ผลหลงั การเรยี นรู้

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………...................................................................................................................................

ปญั หา/อุปสรรค

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………...................................................................................................................................

แนวทางแกไ้ ข

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………...................................................................................................................................………

ลงชือ่ …………………………………………………..

ครผู ูส้ อน

วนั ท่ี……….เดือน…………………พ.ศ……………

ใบความรู้เรอื่ งโคลงส่ีสุภาพ

โคลงส่ีสุภาพ มีลักษณะเด่นในเร่ืองคาเอก คาโท ซึ่งมีข้อบังคับของโคลงสี่
สุภาพดังน้ี

๑. บทหนงึ่ มี ๔ บาท ๑ บาท มี ๒ วรรค
๒. วรรคหน้าของทุกบรรทัด มี ๕ พยางค์ วรรคหลังของบรรทัดที่ ๑ -
๓ มี ๒ พยางค์ ส่วนใน
บรรทดั ที่ ๔ มี ๔ พยางค์ รวม ๓๐ คา (ไม่ร่วมคาสร้อย)
๓. ตาแหน่งคาสร้อยจะอยู่บาทที่ ๑ และ ๓ (สร้อย ๒ พยางค์ มักลง
ท้ายด้วย นา แฮ เฮย เพ่ือรับคา ต่อคา เช่ือมคาหรือเพื่อความไพเราะของ
เสียงในการอา่ น)
๔. บังคับรูปวรรณยุกต์ เอก ๗ โท ๔ ตามตาแหน่งในแผนผงั

ใบความร้เู รอ่ื งโคลงส่สี ภุ าพ

คาเอกคาโท หมายถึง พยางคท์ ีบ่ งั คับด้วยรปู วรรณยกุ ตเ์ อก และรปู
วรรณยุกต์โท กากับ อยใู่ นคาน้ัน โดยมีลกั ษณะบงั คับไวด้ งั น้ี

- คาเอก ไดแ้ ก่ พยางค์ท่ีมีรูปวรรณยกุ ต์เอกบังคบั เช่น ล่า เกา่
ก่อน น่า ว่าย ไม่ ฯลฯ และใหร้ วมถงึ คาตายท้งั หมดไม่ว่าจะมีเสยี ง
วรรณยกุ ตใ์ ดก็ตาม เช่น ปะ พบ รึ ขดั ชิด (ในโคลงและรา่ ยใช้ คาตาย
แทนคาเอกได้)

คาตาย คือ
๑. คาทป่ี ระสมสระเสยี งส้นั แม่ ก กา (ไมม่ ตี ัวสะกด) เชน่ กะ ทิ สิ
นะ ขรุ ขระ เละ เปร๊ียะ เลอะ โปีะ ฯลฯ
๒. คาท่สี ะกดด้วยแม่ กก กบ กด เช่น เลข วัด สารท โจทย์ วทิ ย์
ศิษย์ มาก โชค ลาภ ฯลฯ
- คาโท ได้แก่ พยางคท์ มี่ รี ูปวรรณยกุ ตโ์ ทบังคับ ไมว่ ่าจะเป็นเสยี ง
วรรณยุกต์ใดกต็ าม เช่น ขา้ ล้ม เศร้า ค้าน
ในกรณีที่ตาแหน่งคาโทตรงกับคาเอก หรือคาเอกตรงกบั ตาแหนง่
คาโท และไม่สามารถสามารถหาคาอืน่ แทนได้ สามารถใช้การแปลงคา
เปน็ คาเอกโทษ และคาโทโทษได้

ใบความรู้เรือ่ งโคลงสีส่ ุภาพ

เอกโทษ คือคาทีม่ คี วามหมายและกากบั ด้วยรปู วรรณยุกต์
โท แต่มีความจาเป็นที่ต้องแปลงให้เป็นคาที่มีรูปวรรณยุกต์เอก
แมว้ ่าคาทม่ี รี ูปวรรณยุกต์เอกที่ได้เปลี่ยนจากคาที่มีรูปวรรณยุกต์
โทแล้วน้ัน ได้คาท่ีมีไม่มีความหมายแต่ยังคงให้มีความหมาย
เหมือนคาท่ีมีรูปวรรณยุกต์โทกากับอยู่เดิม เช่นคาว่า ส้ินเลือด
แปลงเป็น ซนิ่ เลือด ภพหลา้ แปลงเปน็ ภพลา่ เปน็ ต้น

โทโทษ คอื คาท่ีมีความหมายและกากับดว้ ยรปู วรรณยกุ ต์
เอก แต่มีความจาเปน็ ทีต่ ้องแปลงใหเ้ ปน็ คาที่มีรูปวรรณยุกต์โท
แม้ว่าคาทม่ี รี ปู วรรณยุกต์โทที่ไดเ้ ปล่ยี นจากคาทม่ี รี ูปวรรณยกุ ต์
เอกแลว้ น้ัน ได้คาทีม่ ไี มม่ ีความหมายแตย่ งั คงให้มีความหมาย
เหมือนคาทม่ี ีรูปวรรณยุกต์เอก กากับอยู่เดมิ เช่นคาว่า เล่า
เร่อื ง แปลงเปน็ เหล้าเรือ่ ง ค่าจา้ ง แปลงเป็น ขา้ จ้าง
เป็นต้น

ใบงาน เรือ่ ง โคลงสีส่ ุภาพ

คาชแี้ จง : ใหน้ ักเรยี นเขียนคาตอบลงในช่องว่างทก่ี าหนดให้

ตอนที่ ๑ จงตอบคาถามตอ่ ไปนี้ให้ถูกตอ้ ง

๑. ใหน้ ักเรยี นใส่เครือ่ งหมายวรรณยุกต์เอกและโท พรอ้ มโยงเสน้ สัมผัสให้
ถกู ตอ้ งตามฉนั ทลกั ษณ์

OOOOO O O (O O)
OOOOO OO
OOOOO O O (O O)

OOOOO O OO O

๒. โคลงส่ีสุภาพหนึ่งบทมจี านวนกี่บาท .........................................และกีว่ รรค
..............................

๓. การใช้คาสร้อย สามารถใช้ไดใ้ นบาทที่เท่าไรบา้ ง
..........................................................................................................................

๔. ใหน้ ักเรยี นยกตัวอย่างคาสรอ้ ยทีส่ ามารถนาใชแ้ ตง่ โคลงสส่ี ุภาพได้ จานวน ๕ คา
.........................................................................................................................

๕. ใหน้ กั เรียนยกตัวอยา่ งคาตาย จานวน ๕ คา

..........................................................................................................................

ใบงาน เรื่อง โคลงสสี่ ุภาพ

ตอนท่ี ๒ จงแต่งโคลงสี่สุภาพจานวน ๑ บท ในหัวข้อ “ครอบครัวของฉัน”

............................................................................................................................................
............................................................................................................................................
............................................................................................................................................
............................................................................................................................................
............................................................................................................................................
............................................................................................................................................

ใบงาน เร่อื ง โคลงสี่สภุ าพ

คาช้ีแจง : ให้นักเรียนบอกคาเอก คาโท ตามแผนผงั โคลงสสี่ ุภาพ

๑. จากมามาลิว่ ล้า ลาบาง

บางยี่เรอื ราพลาง พ่พี ร้อง

เรือแผงชว่ ยพานาง เม่ียงมา่ น มานา

บางบร่ ับคาคล้อง คล่าวน้าตาคลอ

(นริ าศนรนิ ทรค์ าโคลง)

คาเอก ..................................................................................................

คาโท ..................................................................................................

๒. ควรไทยรกั แผ่นด้าว แดนทอง ไทยเอย
เป็นถ่นิ ไทยเคยครอง เน่ินแล้ว
กระดกู ก่ายเปน็ กอง ตีต่อ ศกึ นา
อรพิ า่ ยเพราะไทยแกล้ว แกรง่ กลา้ กลางสมร

(อาบอรุณ)
คาเอก ..................................................................................................
คาโท ..................................................................................................

ใเบฉงลายนใบเงรา่อื นงเรโื่อคงลโงคสลงสี่ สุภ่ีสาภุ พาพ

คาชีแ้ จง : ให้น๓ัก.เรยี นเขยี นพคราะตเอสบดลจ็ งมใานสชดู่ ่อา้งวว่างทีก่ าหนดแใหด้ นใด พเ่ี อย
ตอนที่ ๑ จงตอบคาถมพามารอตะ่อยอไู่ใงปนคนสท์ ีใ้วา่หนนถ้ ใเกู คสตรดอ้ จ็ งใน ใครร่ ู้
สวนเปล่า เขานา

๑. ใหน้ ักเรยี นใสเ่ คพรรื่อะงเหปมลายี่ วรบรม่ ณผี ยู้ ุกต์เอกและโท พรอ้ มเพโยอื่ งนเสไท้นส้เสัมดผจ็สั เใดหยี้ถวกู ต้องตามฉนั ท

ลักษณ์ (ลลิ ิตพระลอ)

คาเอก .................................................................................................

คาโท .................................................................................................

๔. เสยี งลอื เสยี งเล่าอา้ ง อันใด พ่เี อย

เสียงยอ่ มยอยศใคร ทั่วหลา้

สองเขือพหี่ ลบั ใหล ลืมตื่น ฤๅพี่
๒. โคลงส่ีสภุ าพหนึง่ บสทอมงีจพาีค่ นิดวเนอกงบ่ี อา้าท บทหน่ึง มี ๔ บาทอแยล่าะไกดวี่้ถรารมคเผบือทหน่ึง มี ๔ วรรค

๓. การใชค้ าสรอ้ ย สามารถใช้ไดใ้ นบาทท่เี ท่าไรบ้าง บาทท่ี ๑ และ ๓ (ลิลิตพระลอ)
คาเอก .................................................................................................
๔. ใหน้ ักคเราียโทนยกตัวอ.ย..า่..ง..ค..า..ส..ร..อ้ ..ย..ท...สี่ ..า..ม..า..ร..ถ..น..า..ใ.ช..แ้...ต..่ง.โ..ค..ล..ง..ส..ส่ี..ภุ...า.พ...ไ.ด...้ ..จ..า..น...ว..น...๕....ค..า.......
๑.พ่อ ใช๕้ขย. ายความเฉงพาามะสบอุคงคสลุรยิ ราชล้า
เลอพศิ นาพอ่

๒. แม่ ใชข้ ยายคพวา่ างมพเฉัชพราินะทบรคุ ไคพลจหิตรรือเป็นคารอ้ งเรียก ศกึ สรา้ ง

๓. เลย ใชใ้ นควฤาๅมรหามมาเยรเิ่มชรงิ ปณฏฤเิ สทธธ์ิ รบราพณ์แลฤๅ
๔. เทอญ มีควาทมหุกมเทายศเทชกุิงขทอิศใหอม้า้ ีงหรอื ขอใหเ้ ปน็ อื่นไทไ้ ป่เทยี ม

(ลิลติ ตะเลงพ่าย)

๕.คฤาๅเอมกคี วามหม..า..ย..เ.ช...ิง.ถ..า..ม...เ.ห...ม..ือ..น..ก..บั..ค...า.ว..า่...ห..ร..อื....................................................

๕. ใหน้ กั คเราียโทนยกตัวอ.ย..า่..ง..ค..า..ต..า..ย...จ...า.น...ว..น...๕....ค..า...ท...ิ .ส..ิ..น..ะ...ข...ร..ุ .ข..ร..ะ...เ..ล..ะ...เ.ป...ร..๊ยี ..ะ...เ.ล...อ..ะ........

เฉลย ใบงาน เรอ่ื ง โคลงส่ีสุภาพ

คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรยี นบอกคาเอก คาโท ตามแผนผงั โคลงสส่ี ภุ าพ

๑. จากมามาลิว่ ล้า ลาบาง

บางยเี่ รอื ราพลาง พี่พร้อง

เรอื แผงชว่ ยพานาง เมยี่ งม่าน มานา

บางบ่รบั คาคล้อง คลา่ วนา้ ตาคลอ

(นิราศนรินทรค์ าโคลง)

คาเอก ล่วิ , ย่ี, พี่, ชว่ ย, ม่าน, บ่, คลา่ ว

คาโท ลา้ , พร้อง, คล้อง, นา้

๒. ควรไทยรักแผน่ ด้าว แดนทอง ไทยเอย
เปน็ ถิน่ ไทยเคยครอง เน่ินแล้ว
กระดกู ก่ายเป็นกอง ตีต่อ ศกึ นา
อรพิ า่ ยเพราะไทยแกลว้ แกรง่ กลา้ กลางสมร

(อาบอรุณ)
คาเอก แผน่ , ถน่ิ , เน่ิน, กา่ ย, ต่อ, พา่ ย, แกร่ง
คาโท ด้าว, แลว้ , แกล้ว, กล้า

เฉลย ใบงาน เรือ่ ง โคลงสส่ี ภุ าพ

๓. พระเสด็จมาสดู่ ้าว แดนใด พ่ีเอย

คาเอก มาอยใู่ นสวนใคร ใครร่ ู้
คาโท
พระองค์ทา่ นเสดจ็ ใน สวนเปล่า เขานา
๔.
พระเปล่ยี วบม่ ีผู้ เพื่อนไท้เสดจ็ เดียว
คาเอก
คาโท (ลิลิตพระลอ)

๕. สู่, อยู่, ใคร่, ทา่ น, เปลา่ , เปล่ียว, เพ่อื น

คาเอก ดา้ ว, รู้, ผู้, ไท้
คาโท
เสยี งลือเสยี งเลา่ อ้าง อันใด พ่ีเอย

เสียงยอ่ มยอยศใคร ทวั่ หล้า

สองเขอื พี่หลบั ใหล ลมื ตนื่ ฤๅพี่

สองพคี่ ิดเองอา้ อยา่ ได้ถามเผอื

(ลลิ ติ พระลอ)

เล่า, ยอ่ ม, ทว่ั , พ่ี, ตนื่ , พี่, อยา่

อา้ ง, หล้า, อา้ , ได้

งามสองสรุ ยิ ราชลา้ เลอพศิ นาพอ่

พา่ งพชั รนิ ทรไพจติ ร ศกึ สรา้ ง

ฤๅรามเร่มิ รณฤทธิ์ รบราพณ์แลฤๅ

ทกุ เทศทุกทิศอ้าง อนื่ ไท้ไป่เทยี ม

(ลิลิตตะเลงพา่ ย)

พา่ ง,ศกึ ,เรม่ิ ,ราพย์,อ่ืน

ลา้ ,สรา้ ง,อา้ ง,ไท

บรรณานกุ รม

กระทรวงศกึ ษาธิการ. (๒๕๕๒). หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑.กรงุ เทพมหานคร : กระทรวงศึกษาธิการ

จิตต์นภิ า ศรีไสย์และประนอม วบิ ลู ยพ์ ันธุ์. หลักภาษาและการใช้
ภาษาไทย. กรุงเทพฯ: สานักพิมพ์ บรษิ ัทพฒั นาคณุ ภาพวชิ าการ
(พว.) จากัด, ๒๕๕๗.

สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน. (๒๕๕๑). ตวั ชี้วดั และสาระ
การเรียนรแู้ กนกลาง กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย.
กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย

สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน. (๒๕๖๓). หนังสอื เรยี น
รายวชิ าพ้ืนฐานภาษาไทย ววิ ธิ ภาษา ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี๓. (พมิ พ์ครั้งที่
๑๔). กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพร้าว

ศกึ ษาธิการ, กระทรวง. (๒๕๕๑). วิวิธภาษา ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๓.
กรงุ เทพฯ : ชุมนมุ สหกรณ์

นางสาวพิมพ์ชนก คงนวล

รหัสนักศกึ ษา ๖๑๑๓๑๑๐๙๐๕๖

นางสาวชมพนู ุช สุขอ่นุ พงษ์

รหัสนกั ศกึ ษา ๖๑๑๓๑๑๐๙๐๖๘

81


Click to View FlipBook Version