1
2
แผนพัฒนาตนเองของขา้ ราชการครู
(ID PLAN : INDIVIDUAL DEVELOPMENT PLAN)
ปีการศกึ ษา 2563
โดย
นายวนั เฉลมิ พงษว์ จิ ิตร
ตำแหน่งครผู ้ชู ่วย
โรงเรียนพนาศกึ ษา
อำเภอพนา จงั หวัดอำนาจเจริญ
สังกดั สำนักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 29
สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ
3
บันทกึ ข้อความ
สว่ นราชการ โรงเรยี นพนาศกึ ษา อำเภอพนา จังหวัดอำนาจเจรญิ
ท…่ี ……………………….…………….. วันที่ 19 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564
เร่อื ง รายงานแผนพัฒนาตนเองของข้าราชการครู (Individual Development Plan : ID Plan)
เรียน ผู้อำนวยการโรงเรียนพนาศึกษา
ตามท่ีโรงเรียนพนาศึกษาได้มอบหมายให้คณะครูทุกคนจัดทำแผนพัฒนาตนเอง (Individual
Development Plan : ID Plan) เพื่อให้เกิดการวางแผนในการปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล เกิด
ผลดีแกต่ นเองและราชการ และเปน็ ไปตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ
ข้าพเจ้านายวันเฉลิม พงษ์วิจิตร ได้จัดทำแผนพัฒ นาตนเองของข้าราชการครู (Individual
Development Plan : ID Plan) ปีการศกึ ษา 2563 รายละเอยี ดดงั แนบ
จึงเรียนมาเพอ่ื โปรดทราบ
ลงชือ่ .............................................
(นายวันเฉลมิ พงษว์ ิจิตร)
ตำแหน่ง ครผู ้ชู ่วย
ก4
คำนำ
ตามท่ี ก.ค.ศ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาตนเองและวิชาชีพครู (ว22/2560) เม่ือวันท่ี 5
กรกฎาคม 2560 ข้อ 1. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตอ้ งได้รับการพัฒนาอย่างต่อเน่ืองทุกปี โดยให้
ประเมินตนเองตามแบบ ท่ี ก.ค.ศ. กำหนด พร้อมท้ังจัดทำแผนการพัฒนาตนเองเป็นรายปี ตามแบบท่ีส่วน
ราชการกำหนด และเข้ารับการพัฒนาตามแผนอย่างเป็นระบบ และต่อเนื่อง ฉะนั้นก่อนจะเลือกหลักสูตรคูปอง
ครจู ะตอ้ งประเมนิ ตนเอง จดั ทำแผนพฒั นาตนเอง เพ่ือใหผ้ ูบ้ รหิ ารอนุมัตหิ ลกั สูตร ตาม ID Plan
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ได้ดำเนินการโครงการพัฒนาครูแบบครบวงจร ตาม
นโยบายกระทรวงศึกษาธิการในการปฏิรูประบบการพัฒนาครู เพื่อตอบสนองตอ่ การพฒั นาทรัพยากรบคุ คลอยา่ ง
มีระบบ และมีประสิทธภิ าพสูงสุด สอดคลอ้ งกับยทุ ธศาสตร์ชาตริ ะยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579)
กุมภาพันธ์ 2564
สารบัญ 5
เร่อื ง ข
คำนำ หน้า
สารบญั ก
บทท่ี 1 บทนำ ข
1
Individual Development Plan (ID Plan)
3
บทที่ 2 แผนการพฒั นาตนเองในการจัดห้องเรยี นที่มีคุณภาพ 4
คำส่งั มอบหมายหนา้ ท่ีการจัดการเรียนการสอนและคำสั่งมอบหมายหน้าท่ีพเิ ศษ
ปีการศึกษา 2563 7
แผนการพัฒนาตนเองในการจัดหอ้ งเรยี นท่ีมีคณุ ภาพ 8
11
บทท่ี 3 แผนการพฒั นาตนเอง 13
สว่ นที่ 1 ข้อมลู ส่วนบุคคล 18
ส่วนที่ 2 ปฏิทนิ ปฏิบตั งิ านสว่ นบคุ คล ประจำปี 2564
ส่วนที่ 3 ผลทเ่ี กดิ จากการปฏิบตั หิ น้าที่ตนเองในปจั จบุ ัน
ส่วนที่ 4 รายละเอียดการพฒั นาตนเอง
สว่ นท่ี 5 สรุปแผนพฒั นาตนเอง
1
บทท่ี 1
บทนำ
Individual Development Plan (ID Plan)
สถาบนั พัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศกึ ษา ได้ให้ความหมายของ Individual
Development Plan (ID Plan) หมายถึงการพฒั นาบคุ ลากรโดยยึดหลักการประเมินสมรรถนะ (Competency
Based Approach) จะทำใหผ้ ู้ปฏบิ ตั งิ านสามารถรูจ้ ุดเด่น จุดดอ้ ยของความสามารถในการปฏิบัตงิ านของตน
และสามารถพัฒนาตนเองให้สอดคล้องกับความต้องการจำเป็นของหน่วยงาน และของตนเองอย่างแท้จริง อีก
ทั้งด้วยรูปแบบดังกล่าวตามแนวทางการน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงประยุกต์ใช้ในการพัฒนาครูท่ี
สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล
การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษามุ่งเน้นให้มีสมรรถนะตามมาตรฐานตำแหน่ง และ
มาตรฐานวิชาชีพ ทั้งสมรรถนะหลัก (Core Competency) สมรรถนะการปฏิบัติงานในหน้าท่ี หรือสมรรถนะ
ป ระจำสายงาน (Functional Competency) และสม รรถน ะเฉพ าะตามก ลุ่มส าระ (Specification
Competency) ตามท่ี ก.ค.ศ.กำหนด โดยยึดหลักการประเมินสมรรถนะ (Competency Based Approach)
เพราะจะทำให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถรู้จุดเด่น จุดด้อยของความสามารถในการปฏิบัติงานของตน และสามารถ
พัฒนาตนเองให้สอดคลอ้ งกับความตอ้ งการจำเปน็ ของตนเอง และหนว่ ยงาน
ระบบการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในปัจจบุ ัน ได้มุ่งเน้นใหค้ รู
และบุคลากรทางการศึกษา พัฒนาตนเองตามแนวทางดังกล่าว โดยเริ่มต้นจากการประเมินสมรรถนะ การ
จัดทำแผนพัฒนาตนเอง และดำเนินการพัฒนาตามแผนพัฒนาตนเองจนมีสมรรถนะตามความต้องการของ
หน่วยงาน เพ่ือให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถดำเนินการพัฒนาตนเองตามระบบการพัฒนาครูและ
บุคลากรทางการศึกษาได้อย่างถูกต้องตามกระบวนการ สามารถพัฒนาสมรรถนะของตนเองเพ่ิมขึ้น และส่งผล
ต่อผู้เรียนที่รับผิดชอบ (สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษ า. 2551) ประสิทธิภาพ
ประสิทธิผลของงานข้ึนอยู่กับคุณภาพของคนหรือบุคคล ในการปฏบิ ัติงาน ถา้ บคุ คลใดเป็นบุคคลท่ีมีคณุ ภาพหรือ
ทางการ(วิชาการ)จะเรียกว่า มีสมรรถนะ (Competency) (ความสามารถของบุคคลในทุก ๆ ด้านท้ังด้านความรู้
ความคิด ความสามารถ ทักษะและคุณลักษณะ คุณธรรมท่ีจำเป็นต่อการปฏิบัติงานให้บรรลุได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ) ท่ีสูง ย่อมส่งผลต่อคุณภาพของงานในหน้าท่ีที่ได้รับมอบหมาย ปัจจุบันในวงราชการก็ได้นำ
สมรรถนะเป็นตวั ชี้วัดความสามารถของบคุ คล ซง่ึ สมรรถนะโดยท่ัวไปจะแบง่ เปน็ 2 สมรรถนะ คือ
สมรรถนะหลกั (Core Competency) หมายถึง สมรรถนะทท่ี กุ คนต้องมหี รอื ปฏบิ ัตไิ ด้
เป็นคุณลักษณะร่วมกันของบุคคลทุกตำแหน่ง ตัวอย่าง สมรรถนะหลักของครูและบุคลากรทางการศึกษา
ประกอบดว้ ย การมุ่งผลสมั ฤทธ์ิ การบรกิ ารที่ดี การพัฒนาตนเอง การทำงานเป็นทมี
สมรรถนะประจำสายงาน (Functional Competency) เป็นสมรรถนะท่ีกำหนด
เฉพาะสำหรับแตล่ ะตำแหน่ง เพ่ือให้บุคคลท่ีดำรงตำแหน่งน้ัน แสดงพฤติกรรมทเี่ หมาะสมกับหน้าทีแ่ ละสามารถ
ปฏิบัติหน้าที่ได้ดีย่ิงขึ้น ตัวอย่าง สมรรถนะประจำสายงานของครู ประกอบด้วย การจัดการเรียนรู้ การพัฒนา
2
ผู้เรียน การบริหารจัดการชั้นเรียน การวิเคราะห์ สังเคราะห์และการวิจัย การสร้างความร่วมมือกับชุมชน
ตัวอย่าง สมรรถนะหลักของบุคลากรทางการศึกษา ประกอบด้วย การวิเคราะห์ สังเคราะห์และการวิจัย การ
สือ่ สารและการจงู ใจ การพัฒนาศักยภาพบคุ คล การมีวิสยั ทศั น์
สำหรับการพัฒนาบุคคลในอดีตที่ผ่านมา เป็นการพัฒนาแบบเหมารวมหรือยกเข่ง หมายความ
ว่า เม่ือเรื่องใดที่หน่วยงานต้องการพัฒนา ก็จะพัฒนาแบบปูพรมคือพัฒนาทุกคนไม่รู้ว่ามีความรู้หรือไม่มี
ตอ้ งการหรือไมต่ อ้ งการ เป็นปัญหาหรือไม่เป็นปัญหา แต่จะพฒั นาหมด ส่งิ ท่ีเปน็ ปัญหาของการพัฒนารปู แบบนก้ี ็
คือความไม่คุ้มค่า คือผู้เข้ารว่ มพัฒนาจะสนใจเฉพาะบุคคลที่ต้องการ อยากรู้ อยากทราบเท่าน้ัน สำหรับกลุ่มคน
ทเี่ หลือเปน็ กลุ่มบคุ คลท่ไี มต่ ้องการ ก็จะไมใ่ ห้ความสำคัญ ไมส่ นใจ ทำให้เป็นอปุ สรรคในการพัฒนา
ทางแก้ที่คิดว่าน่าจะเป็นไปได้ คือ การพัฒนาบุคคลตามแผนพัฒนาตนเองราย บุคคล
(Individual Development Plan: ID PLAN)โดยจะต้องผ่านกระบวนการประเมินสมรรถนะ ที่ประกอบด้วย
การประเมนิ ตนเอง รว่ มกบั เพอ่ื นรว่ มงานหรอื ผบู้ งั คบั บญั ชารว่ มประเมนิ นำผลสรปุ ผล วา่ สมรรถนะใด
ท่ีจำเป็นต้องพัฒนาและสมรรถนะใดท่ีไม่จำเป็นต้องพัฒนา ต่อจากน้ันนำมาจัดอันดับสมรรถนะท่ีจำเป็นต้อง
พัฒนา พร้อมให้เหตุผลประกอบ ว่าการพัฒนาสมรรถนะดังกล่าวจะส่งผลต่ออะไร ต่อใคร เช่น จะส่งผลต่อ
คุณภาพของนักเรียน หน่วยงาน ชุมชน วงการวิชาชีพ หรือตนเอง เป็นต้น หลักการจัดอันดับความสำคัญ
สมรรถนะท่ีจำเปน็ เร่งด่วนในการพัฒนาของครู คือ ส่งผลต่อคุณภาพของนักเรียนเป็นหลัก สำหรับต่อตนเองควร
เป็นอนั ดบั สุดทา้ ย
จากน้ันนำไปสู่การเขียนแผนพัฒนาตนเองรายบุคคล โดยให้นำเสนอรูปแบบ วิธีการพัฒนาใน
แต่ละสมรรถนะ หลาย ๆ รูปแบบเพื่อเป็นทางเลือกในการพัฒนา พร้อมกับกำหนด ช่วงระยะเวลาท่ีจะพัฒนา
(เรม่ิ ตน้ และส้ินสุด) และหน่วยงานหรือองคก์ รท่จี ะขอรับการสนับสนนุ ในการพฒั นา
ซึ่งจะเห็นว่าการพัฒนา โดยใช้ ID-PLAN จะเป็นการพัฒนาที่สนองตอบความต้องการแต่ละ
บุคคล สนองความสนใจในรูปแบบวิธีการพัฒนา ก็จะส่งผลต่อสมรรถนะในการปฏิบัติหน้าที่ที่มีประสิทธิภาพ
ต่อไป และจะเป็นการพัฒนาท่ีต่อเนื่องจนทำให้การปฏิบัติหน้าที่มีความสมบูรณ์ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
และเป็นข้าราชการที่ดีต่อไป (ยืนยง ราชวงษ์, 2551)
3
บทที่ 2
แผนการพฒั นาตนเองในการจดั ห้องเรียนท่ีมคี ณุ ภาพ
คำส่ังมอบหมายหน้าท่จี ดั การเรียนการสอนและคำสงั่ มอบหมายหน้าที่พิเศษ ปกี ารศึกษา 2/2563
หน้าท่ี หน้าทร่ี ับผดิ ชอบ คุณภาพ/มาตรฐาน
การปฏิบัติงาน
คำสง่ั โรงเรยี นพนาศึกษา ด้านการจัดการเรยี นการสอน ดา้ นการจดั การเรียนการสอน
ท่ี 262 / 2563 เร่อื ง 1. สรา้ งและหรอื พฒั นาหลักสูตร โดย 1. มหี น่วยการเรยี นรู้ รายวชิ า
มอบหมายหนา้ ทจี ัดการ จดั ทำรายวชิ าและหน่วยการเรียนรใู้ ห้ สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้
เรยี นการสอน สอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนรู้ และ และตวั ชีว้ ดั หรอื ผลการเรยี นรู้
ตัวช้วี ัดหรอื ผลการเรียนรู้ ตาม ตามหลกั สตู ร
หลักสูตร 2. มีการออกแบบการจดั การ
2. ออกแบบการจัดการเรยี นรู้โดยเน้น เรยี นรูโ้ ดยเนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญ
ผู้เรียนเปน็ สำคัญ เพื่อให้ผเู้ รยี นมี ตามหลกั สูตร
ความรู้ ทักษะ คุณลักษณะประจำวิชา 3. จดั กิจกรรมการเรยี นรู้
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ และ อยา่ งหลากหลาย อำนวย
สมรรถนะท่ีสำคญั ตามหลักสูตร ความสะดวกในการเรียนรู้
3. จัดกจิ กรรมการเรียนรู้ อำนวย 4. มสี อ่ื นวตั กรรม เทคโนโลยี
ความสะดวกในการเรยี นรู้ และสง่ เสรมิ และแหลง่ เรียนรู้
การเรยี นรดู้ ้วยวธิ ีการทหี่ ลากหลาย 5. วดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
โดยเนน้ ผเู้ รียนเป็นสำคญั ด้วยวธิ ีการที่หลากหลาย
4. สรา้ งและหรือพัฒนาส่ือ นวัตกรรม เหมาะสม
เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้ ท่ี 6. มีวิจัยเพือ่ แกป้ ญั หาหรือ
สอดคล้องกบั กจิ กรรมการเรยี นรู้ พฒั นาการเรียนรู้
5. วดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ด้วย
วิธีการทีห่ ลากหลาย เหมาะสม และ ด้านการบรหิ ารจัดการชน้ั เรยี น
สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ 1. สรา้ งบรรยากาศที่ส่งเสริมการ
ตัวช้ีวดั และจดุ ประสงค์การเรียนรู้ เรยี นรู้ กระบวนการคิด ทกั ษะ
6. ศกึ ษา วิเคราะห์ สงั เคราะห์ และ ชวี ติ และพฒั นาผู้เรยี น
หรอื วิจยั เพอื่ แกป้ ญั หาหรือพัฒนาการ
เรียนรูท้ ี่ส่งผลต่อคุณภาพผ้เู รียน
ด้านการบรหิ ารจดั การช้นั เรยี น
1. สรา้ งบรรยากาศที่ส่งเสริมการ
4
เรยี นรู้ กระบวนการคิด ทักษะชวี ติ
และพฒั นาผู้เรียน เสรมิ แรง ใหผ้ ้เู รียน
มีความมน่ั ใจ ในการพฒั นาตนเอง เตม็
ตามศกั ยภาพ เกดิ แรงบันดาลใจ มี
ความสขุ มคี วามปลอดภยั และการ
เปล่ียนแปลงในทางท่ดี ี
แผนการพัฒนาตนเองในการจัดห้องเรยี นที่มีคุณภาพ
ห้องเรียนคุณภาพ เป็นแนวคิดท่ีมุ่งเน้นให้โรงเรียนบริหารจัดการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคุณภาพใน
ระดบั ปฏิบตั ิ คือ
การจัดการเรียนการสอนระดับรายวิชาโดยครูผู้สอนรวมท้ังการปฏิบัติการพัฒนาหรือส่งเสริมศักยภาพ
ของนักเรียนโดยครปู ระจำช้ันโดยเชื่อว่า
หากจัดการเรียนการสอนระดับรายวิชามีคุณภาพตามเกณฑ์ห้องเรียนคุณภาพ แล้วก็น่าจะกลายเป็น
โรงเรยี นท่ีมีคุณภาพหรอื มคี วามเป็นเลิศ (Excellence School) ในทส่ี ุด
1. การมุ่งนำการเปลยี่ นแปลงสู่หอ้ งเรยี น
1. นำผลการทดสอบระดับชาติ และข้อมูลสารสนเทศประเมินภายนอก ประเมินภายในมาใช้ในการ
พฒั นางานของโรงเรียน
2. จัดกิจกรรม/งาน/โครงการทางวชิ าการของโรงเรยี นสอดคล้องกับสภาพปัญหา
3. จัดกจิ กรรมส่งเสรมิ ปอ้ งกัน และแกป้ ัญหาให้กับนกั เรียนแตล่ ะกลมุ่
4. พฒั นาบุคลากรให้ปรบั เปล่ียนการเรียนการสอน
5. นเิ ทศภายในอย่างต่อเนือ่ ง
6. กำหนดให้ครูจัดทำแผนพฒั นาตนเอง (ID Plan)
7. จัดมมุ หรอื ป้ายนเิ ทศ ท่ีสง่ เสริมการเรียนร้หู รอื การแสวงหาผลงานผ้เู รยี นหรือแลกเปล่ียนเรยี นร
8. มีห้องสมุดที่เอ้ือต่อการเรียนรู้ท่ีมีคุณภาพ ทันสมัย สะดวกต่อการสืบค้น มีหนังสือเพียงพอจัด
กจิ กรรมสง่ เสริมการเรยี นรอู้ ย่างหลากหลาย และตอ่ เนื่อง
9. จดั หาสื่ออุปกรณ์ และส่อื เทคโนโลยที ี่เอือ้ ต่อการเรียนรู้และพฒั นาศักยภาพนักเรียน
2. การใหค้ วามสำคัญกบั ออกแบบการจดั การเรียนรู้อิงมาตรฐาน
1. ใช้รปู แบบ Backward Design ในการออกแบบหนว่ ยการเรียนรู้ โดยองิ กับมาตรฐาน
การเรียนรู้ และเนน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญ
2. กำหนดหนว่ ยการเรียนรู้ รายวชิ าอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
3. ครจู ัดทำหนว่ ยการเรียนรู้โดยระบุเป้าหมายการเรยี นรู้ หลักฐานการเรยี นรู้ของผู้เรยี นและกิจกรรม
การเรียนรู้สอดคล้องสัมพันธ์กัน และตอบสนองมาตรฐานการเรียนรู้ในหลักสูตรครบถ้วน
5
กิจกรรมการเรียนรู้พัฒนาทักษะการคิดเลือกวิธีการวัดและประเมินผลได้ตรงกับเป้าหมายการ
เรยี นร้แู ละตอบสนองมาตรฐานการเรียนรู้ในหลกั สูตรและมกี ารนำไปใชใ้ นการจัดการเรียนรู้
4. มีการจัดการเรียนรู้ ที่มีข้ันตอนกิจกรรมนำเข้าสู่การเรียน กิจกรรมพัฒนานักเรียนและกิจกรรม
รวบยอดครบถ้วนตามการออกแบบหน่วยการเรียนรู้ กิจกรรมส่วนใหญ่เน้นบทบาทของนักเรียน
มากกว่าครู
5. ส่งเสริมให้นักเรียนใช้กระบวนการคิด ค้นควา้ สร้างความรู้ได้ดว้ ยตนเอง สามารถเชื่อมโยงไปสกู่ าร
เรยี นรู้และการนำไปใช้ในชีวติ จรงิ ได้
6. มีการวัดและประเมินผลตามสภาพจริงด้วยวิธีการและเคร่ืองมือท่ีหลากหลาย มีเกณฑ์การ
ประเมินผลงาน/ช้ินงานครอบคลมุ มาตรฐานและเป้าหมายการเรยี นรู้
7. มีการนำผลการประเมินมาวิเคราะห์จุดเด่น จุดด้อยของผู้เรียนและสะท้อนผลสู่ผู้เรียนเพื่อการ
พฒั นา
8. มีการนำผลการประเมินมาจัดกลุ่มผู้เรียนและออกแบบการเรียนรู้หรือพัฒนาผู้เรียนอย่าง
เหมาะสมและต่อเน่อื งและมีการรายงานผลผู้เกยี่ วข้องเพอื่ ใชผ้ ลการพฒั นาผเู้ รียนรว่ มกัน
9. จัดทำร่องรอยการประเมินและนำเสนอผลการพัฒนาผู้เรียนด้วยระดับคุณภาพ มีการรายงานผล
การพฒั นาผู้เรียนแก่ผู้เกยี่ วข้องและนำผลการประเมนิ ชิ้นงานมาพัฒนาผู้เรียนให้มรี ะดับคุณภาพที่
สงู ขนึ้
3. การวิจัยในชัน้ เรียน (CAR)
1. ครูวเิ คราะหน์ ักเรียนเป็นรายบุคคล
2. จดั ทำและรายงานการวิจัยชั้นเรียน
3. จัดทำรายงานตนเอง(Self Study Report : SSR) เก่ียวกับการจัดการเรียนรู้หรือการแก้ปัญหา
เพอ่ื พัฒนาการจดั การเรยี นรู้ของตนเอง
4. จัดทำและรายงานวิจัยช้ันเรียนเก่ียวกับการใช้และการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่
เหมาะสมกบั นกั เรียนปกตแิ ละนกั เรียนพิเศษ
5. บันทึกผลการประเมินและพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง และนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนพัฒนา
ผเู้ รียนต่อไป
4. การใช้ ICT เพ่อื การสอนและสนับสนุนการสอน
1. นกั เรียนทกุ คน ใชส้ อื่ ICT เพ่อื ฝึกปฏบิ ัติตามกจิ กรรมการเรยี นรู้และตามความตอ้ งการ
2. มโี ปรแกรมการบรหิ ารจัดการหอ้ งสมดุ และโปรแกรมบทเรียนสำเร็จรูป
3. จัดห้องปฏิบัติการที่เอื้อต่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพที่มีสภาพพร้อมใช้ ครบทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้
และกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น มอี ปุ กรณ์เพยี งพอและมีความปลอดภยั
4. ครใู ชโ้ ปรแกรมคอมพิวเตอรข์ ้ันพื้นฐาน ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ได้
5. ครมู ีทักษะพ้นื ฐานในการใช้สอื่ ICT
6
6. ครูออกแบบและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนใช้ส่ือ ICT เพื่อการเรียนรู้อย่าง
ต่อเนื่อง
7. ครูจัดกิจกรรมการเรียนร้โู ดยใช้สื่อ ICT และหรอื ใช้แหล่งเรียนรู้ในระบบเครือข่ายจัดกิจกรรมการ
เรยี นรไู้ ด้
5. การสรา้ งวินัยเชงิ บวก (Positive Discipline)
1. ครูทำความรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล มีการคัดกรองนักเรียน นำผลการคัดกรองมาพัฒนา/
ปรับปรุงพฤติกรรมโดยจัดกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนานักเรียน ตามความแตกต่างระหว่างบุคคล
และพัฒนาตามศักยภาพ มีการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน/ป้องกันช่วยเหลือ/และแก้ไขปัญหา
ราย บุคคล มีระบบการส่งตอ่ นกั เรยี นตามสภาพปญั หาทั้งภายในและภายนอก
2. ครูสื่อสารกับผู้เรียนด้วยท่าทีที่เป็นมิตร เปิดโอกาสให้ผู้เรียนแสดงความรู้สึกนึกคิด รับฟังอย่าง
เข้าใจและให้เกียรติใช้คำถามให้ผู้เรียน สะท้อนความรู้สึก หาสาเหตุ และผลการกระทำบน
พ้ืนฐาน การยอมรับของผู้เรียนใช้คำถามให้ผู้เรยี นประเมินและเลือกทางเลือกกำหนดแนวปฏิบัติ
ท่ีเกิดผลดีกับตนเองโดยสร้างข้อตกลงร่วมกัน ครูเสริมแรงให้เกิดการปฏิบัติอย่างต่อเน่ืองจน
เกดิ ผลดตี ่อตนเองและสังคมมคี วามภาคภมู ิใจและยึดถือปฏิบตั ิอยา่ งย่ังยนื
3. มีการชืน่ ชมผลงานรว่ มกนั ระหว่างครู และนักเรยี น
7
บทที่ 3
แผนพัฒนาตนเองของข้าราชการครู
(ID PLAN : INDIVIDUAL DEVELOPMENT PLAN)
----------------------------------------------------------------------
ส่วนที่ 1 ขอ้ มูลส่วนบุคคล
ชอ่ื นายวันเฉลมิ พงษว์ ิจติ ร
ตำแหน่ง ครผู ้ชู ว่ ย
วุฒกิ ารศึกษา ปริญญาตรี ครุศาสตร์ (ค.บ.) วชิ าเอกคอมพิวเตอร์
เข้ารับราชการ วนั ที่ 4 เดอื นตลุ าคม พ.ศ.2562 ณ โรงเรยี นพนาศึกษา
สงั กดั สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 29
อายรุ าชการจนถงึ ปัจจุบนั 1 ปี 4 เดือน
เงนิ เดือน 16,850 บาท
สถานท่ีทำงาน โรงเรียนพนาศกึ ษา สังกดั สำนกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษามธั ยมศึกษา เขต 29
ขอ้ มูลการปฏบิ ัตงิ าน ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2563
ที่ รายวชิ า/รหัสวิชา หอ้ ง จำนวน จำนวนช่วั โมง/
นกั เรียน สปั ดาห์
1 วทิ ยาการคำนวณ รหัส ว21181 1/1-1/6 12
199 6
2 ออกแบบและเทคโนโลยี 2/1,2/3, 103
2/5
3 ชุมนุม - 40 1
200 1
4 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (ลกู เสือ-เนตรนารี) -
ระดับช้นั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
5 กิจกรรมแนะแนว 1 36 1
-1
6 PLC - 578 22
รวมทั้งสน้ิ 9
รวมงานสอน จำนวน 22 ชั่วโมง / สัปดาห์
งานท่ีไดร้ บั มอบหมาย (งานพเิ ศษ)
1. ครูที่ปรึกษาประจำช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 1/4
2. งานฝา่ ยบรหิ ารงานทัว่ ไป
3. งานฝ่ายแผนงาน
4. งานโสตทศั นศึกษา
8
5. งานถ่ายภาพ
6. ดูและเว็บไซต์และเว็บเพจโรงเรียนพนาศึกษา
7. งานอ่ืนๆตามที่โรงเรียนมอบหมาย เชน่ ดแู ลซ้อมแซมอุปกรณ์ไอทปี ระจำโรงเรยี น
สว่ นท่ี 2 ปฏทิ ินปฏิบัตงิ านส่วนบุคคล ประจำปกี ารศึกษา 2/2563
สปั ดาหท์ ่ี วัน เดอื น ปี รายการปฏบิ ตั ิ หมายเหตุ
ก่อนเปดิ 30 พฤศจิกายน 2563 ประชุมบุคลากรเพ่ือเตรียมความพร้อมในการเปิด บคุ ลากรทุกคน
ภาคเรียน ภาคเรียน
ตลอดปกี ารศกึ ษาครูทุกคนต้องร่วมกิจกรรม PLC ตามปฏิทินปฏิบตั กิ จิ กรรมงาน PLC
กจิ กรรมสอนเสรมิ เตมิ ความรูส้ ู่โอเนต็ ม.3 และ ม.6
1 ธันวาคม 2563 เปิดภาคเรยี นใหม่ ภาคเรียนที่ 2/2563 บคุ ลากรทุกคน
ประชมุ นักเรยี นแจ้งแนวปฏบิ ตั ติ ่างๆ
1 ธนั วาคม 2563 ครูรบั ตารางสอน สมุดบนั ทกึ กจิ กรรมโฮมรูม/แนะแนว กลุม่ บรหิ าร
รับสมดุ บันทกึ ปพ.5 สมุดบันทกึ กิจกรรมชุมนุม สมุด วชิ าการ
1 บันทกึ กจิ กรรมบงั คบั ตามหลักสูตร
1-3 ธนั วาคม 2563 ลงทะเบยี นเรียนรายวชิ าพนื้ ฐานและเพิ่มเตมิ งานวัดผล
1 ธนั วาคม 2563 นักเรยี นรับคำร้อง/ยืน่ คำร้องขอสอบแกต้ วั คร้งั ที่ 1 งานวดั ผล
1-4 ธนั วาคม 2563 ส่งกำหนดการจัดการเรียนรู้ งานพัฒนา
การเรียนการสอน
1 – 30 ธันวาคม 2563 กิจกรรมทัศนศึกษา ตามนโยบายเรยี นฟรีฯ กจิ กรรมพัฒนา
ผ้เู รยี น
14 ธนั วาคม 2563 ครผู ้สู อนส่งผลการสอบแก้ตัวของนักเรียน คร้งั ที่ 1 งานวัดผล
3 นักเรยี นยืน่ คำร้องขอสอบแก้ตวั ครง้ั ท่ี 2 งานพัฒนา
14-18 ธันวาคม 2563 สง่ แผนการจดั การเรยี นรู้
การเรยี นการสอน
14-18 ธนั วาคม 2563 ส่งเค้าโครงรา่ งวิจยั ในชนั้ เรยี น งานวจิ ัยฯ
4 21-25 ธนั วาคม 2563 สง่ สมดุ บันทกึ ปพ.5 ครง้ั ท่ี 1 เพือ่ รับการตรวจนเิ ทศจาก งานวดั ผล
หัวหนา้ กลมุ่ สาระ/รายงานให้ผบู้ รหิ ารทราบ
5 28 ธันวาคม 2563 ครูผู้สอนสง่ ผลการสอบแกต้ ัวของนักเรยี น ครง้ั ท่ี 2 งานวัดผล
5 1 – 5 มกราคม 2564 รายงานข้อมูลการเขา้ เรยี น/ขาดเรียนของนักเรยี น งานพฒั นาการ
ประจำเดือนธันวาคม เพื่อติดตาม /แจ้งผปู้ กครอง เรียนการสอน
7 11 – 15 มกราคม 2564 สำรวจรายวิชาสอบกลางภาค งานวดั ผล
9
สปั ดาหท์ ี่ วัน เดอื น ปี รายการปฏิบตั ิ หมายเหตุ
9 25 มกราคม – 5 สำรวจความประสงคแ์ ละยืนยันนักเรียนม.3 เพื่อสอบ งานวัดผล
กุมภาพนั ธ์ 2564 O-NET ปกี ารศกึ ษา 2563
25 – 29 มกราคม สง่ ตน้ ฉบับข้อสอบกลางภาค เพื่อรบั การตรวจนเิ ทศจาก งานวดั ผล
9 2564 หัวหน้ากลมุ่ สาระและอัดสำเนาขอ้ สอบกลางภาคเพ่ือสง่
ใหก้ รรมการกลาง
10 1 – 5 กมุ ภาพันธ์ 2564 สอบกลางภาค 2/2563 งานวดั ผล
1 – 28 กมุ ภาพันธ์ 2564 กิจกรรเข้าคา่ ยพักแรม/กิจกรรมสดุ ยอด กจิ กรรมพฒั นา
(อาจเปลย่ี นแปลงได้ตามความเหมาะสม) ผเู้ รยี น
1 – 28 กุมภาพนั ธ์ 2564 กรอกคะแนนก่อนกลางภาคและคะแนนสอบกลางภาค งานทะเบยี นและ
ในระบบ SGS วัดผล
1 กมุ ภาพันธ์ – 12 มีนาคม 2564 ประกาศกิจกรรมสอนชดเชยในสถานการณ์โควิด-19 กลมุ่ บริหาร
ชดเชยเวลาเรียน 3 สปั ดาห์ เพื่อให้การจบหลกั สูตรเป็นไปตามปฏทิ ินท่ีสพฐ. วชิ าการ
กำหนด
11 8 กุมภาพันธ์ 2564 รายงานข้อมลู การเขา้ เรียน/ขาดเรียนของนักเรียน งานพัฒนาการ
ประจำเดือนมกราคม เพอื่ ติดตาม แจ้งผปู้ กครอง เรียนการสอน
13 15 – 19 กมุ ภาพนั ธ์ สง่ สมดุ บนั ทึกปพ.5 ครง้ั ที่ 2 เพอ่ื รบั การตรวจนเิ ทศและ งานวดั ผล
2564 รายงานต่อผู้อำนวยการโรงเรียน
14 22 กมุ ภาพนั ธ์ – 12 กิจกรรมโค้งสุดทา้ ย สอนเสริมเตมิ ความรู้สู่โอเน็ต ม.3 งานส่งเสริมฯ
มนี าคม 2564
1 – 5 มีนาคม 2564 กิจกรรมเฝา้ ระวงั 0 ร มส หรอื มผ งานวดั ผล
- สำรวจรายช่ือนกั เรยี นทีค่ าดว่าจะตดิ ตดิ 0 ร มส
15 - สรุปรายชอื่ นักเรยี นรายงานต่อผู้อำนวยการโรงเรียน
- ประกาศรายช่อื ใหน้ กั เรยี นทราบ
- นกั เรยี นกลมุ่ เสี่ยงย่นื คำรอ้ งขอรับงาน เพื่อขอมีสิทธส์ิ อบ
16 8 – 12 มีนาคม 2564 สำรวจรายวิชาสอบปลายภาค 2/2563 งานวดั ผล
8 – 26 มีนาคม 2564 กิจกรรมโคง้ สุดทา้ ย สอนเสริมเติมความรู้สโู่ อเน็ต ม.6 งานสง่ เสรมิ ฯ
13–14 มีนาคม 2564 สอบ O-NET ระดับ ม.3 งานวดั ผล
8 – 12 มีนาคม 2564 ดำเนนิ การเกย่ี วกบั คำสง่ั แต่งตง้ั คณะกรรมการ งานวัดผล
17 ดำเนนิ การสอบปลายภาค ตารางสอบปลายภาค
ประชาสมั พนั ธ์ให้นักเรยี นและบคุ ลากรทุกคนได้
รับทราบโดยทัว่ กนั
10
สปั ดาหท์ ่ี วนั เดอื น ปี รายการปฏบิ ตั ิ หมายเหตุ
18 งานรบั นักเรยี น
19 มีนาคม 2564 ดำเนินการตามคำสงั่ โรงเรยี นพนาศึกษาเกีย่ วกบั การรบั
20 งานวัดผล
นกั เรยี นใหมห่ ้องเรียนพเิ ศษ
งานแนะแนว
สง่ ต้นฉบับข้อสอบปลายภาค เพื่อรับการตรวจนิเทศจาก งานวัดผล
งานวดั ผล
15-17 มีนาคม 2564 หวั หนา้ กล่มุ สาระและอดั สำเนาข้อสอบปลายภาคเพ่อื สง่
งานวัดผล
ให้กรรมการกลาง งานวัดผล
งานวัดผล
มนี าคม 2564 กิจกรรมปัจฉิมนิเทศ งานทะเบยี น
ครทู กุ คน
27-28 มนี าคม 2564 สอบ O-NET ระดบั ม.6 งานวัดผล
17 มีนาคม 2564 ครผู สู้ อนสง่ รายชือ่ นักเรยี นทไ่ี ม่มสี ทิ ธ์ิสอบ (ไมผ่ ่าน งานกิจกรรม
พฒั นาผู้เรยี น
กจิ กรรมเฝ้าระวัง 0 ร มส มผ) งานวดั ผล
งานวดั ผล/
19 มนี าคม 2564 ประกาศรายชอื่ นกั เรยี นทีไ่ มม่ ีสทิ ธิ์สอบปลายภาค งานทะเบยี น
งานวดั ผล
22-24 มนี าคม 2564 สอบปลายภาค 2/2563
งานวดั ผล
22-28 มนี าคม 2564 กรอกคะแนน/ผลการเรยี นในระบบ SGS
งานวัดผล
ส่งแบบปพ.5 ท่ปี ร้นิ ออกมาจากระบบ SGS
งานทะเบยี น
29 มีนาคม 2564 สง่ สมุดบันทกึ ปพ.5 คร้ังท่ี 3 เพอ่ื รบั การตรวจนิเทศและ งานทะเบียน
29 มีนาคม 2564 จดั เกบ็ ทกี่ ลุ่มบริหารวชิ าการ และรายงานต่อ
ผ้อู ำนวยการโรงเรยี น
ส่งสมุดบันทกึ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมชุมนุม กจิ กรรม
บังคับตามหลักสูตร
29 มีนาคม 2564 ประกาศผลการเรยี น
29 มนี าคม ถึง ดำเนนิ การเกีย่ วกบั การย่นื คำร้องขอแก้ไขผลการเรยี น
7เมษายน 2564 ครงั้ ท่ี 1-2 สำหรบั นักเรยี นระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 3
และ 6 ทจ่ี ะจบหลักสตู ร
22 เมษายน 2564 ประกาศผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาติ ม.3
27 เมษายน 2564 ประกาศผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาติ ม.6
7 เมษายน 2564 ประกาศผลการแก้ไขผลการเรยี นของนักเรียนชัน้ ม.3
และ ม.6
9 เมษายน 2564 นักเรยี นชนั้ ม.3 และม.6 รบั วุฒบิ ตั ร สำเร็จการศึกษา
9 เมษายน 2564 สง่ GPA
11
สว่ นที่ ๓ ผลงานที่เกิดจากการปฏบิ ัติหนา้ ทีใ่ นตำแหนง่ ปจั จุบนั
1. ผลทเ่ี กิดจากการจัดการเรียนรู้
ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับนักเรียน โดยร่วมกับคณะครูสอนวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีในระดับมัธยมศึกษา วิเคราะห์หลักสูตร จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ และนำแผนการ
จดั การเรียนรู้ไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้กบั นักเรียน มีการวดั ผลประเมินผลตามสภาพจริง
โดยใชผ้ ลงาน ชิ้นงาน แบบฝึกหัด โดยการวดั ผลประเมินผลดังกล่าวครอบคลมุ ทุกๆด้าน ได้แก่ ดา้ น
ความรู้ การปฏิบัติ กระบวนการและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ทั้งนี้เพ่ือส่งเสริมพัฒนาการของ
นักเรียนท้ัง ๔ ด้าน ได้แก่ ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา และมีคุณธรรม
จริยธรรม ทงั้ นี้เพ่ือใหน้ กั เรียนมพี ัฒนาการท่ีดี มีคุณลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ ตลอดจนมีการบนั ทึกหลัง
การจดั กจิ กรรมการสอนอย่างสมำ่ เสมอ เพอื่ จะได้ชว่ ยแก้ไขขอ้ บกพร่องใหก้ บั นักเรียนที่มปี ัญหา
2. ผลท่ีเกดิ จากการพัฒนาวชิ าการ
จากการพัฒนาวิชาการส่งผลให้ตนเองมีการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้เทคโนโลยี
และสื่อท่ีเหมาะสมกบั ผู้เรียนและส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพพัฒนา
ผู้เรียนด้านคุณธรรม จริยธรรม ความมีวินัยในตนเอง ซึ่งมีผลงานเป็นท่ีประจักษ์ เช่น การนำ
เทคโนโลยีมาใช้ในห้องเรียนคอมพิวเตอร์ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนท่ีให้นักเรียนท่ีเน้น
ผูเ้ รียนเปน็ สำคัญ นกั เรยี นสามารถนำความรู้ท่เี รียนไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ได้
3. ผลที่เกดิ กับผเู้ รยี น
การจัดกิจกรรมการการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรยี นเป็นสำคัญและสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริง
ซ่ึงมีการให้นักเรียนได้ฝึกการปฏิบัติจริง เพื่อให้นักเรียนได้มีทักษะต่างๆ ตลอดจนสอดแทรก
คุณธรรมจริยธรรมที่ดีงาม ความมีวินัยในตนเอง ส่งผลให้ผู้เรียนมีคุณธรรมจริยธรรม มีวินัยใน
ตนเอง มีความสามารถในการใช้ภาษาในการส่ือสาร และการมีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้เรียนสามารถนำความรู้ความเข้าใจและทักษะไปบูรณาการและประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตประจำวัน เป็นการเพ่ิมพูนสมรรถนะตนเองให้มากข้ึน ปลูกฝังทัศนคติท่ีดีต่อวิชาคณิตศาสตร์
และส่งผลให้การใช้ชีวิตภายหน้าบนพืน้ ฐานคุณธรรมนำความรู้ และเศรษฐกจิ พอเพียง ตลอดจนการ
อยู่ร่วมกันในสังคมไดอ้ ย่างมคี วามสุข
4. ผลทเ่ี กดิ กับสถานศกึ ษา
จากการท่ีสถานศึกษามีการวางแผนปฏิบัติราชการในการพัฒนา มีเป้าหมาย มีทิศทางในการ
ดำเนินงานเพื่อพัฒนาสถานศึกษาและนักเรียน โดยมีการจัดกิจกรรม โครงการต่างๆอย่างเป็น
รูปธรรม ซ่ึงนักเรียนและครูมีส่วนร่วมในการปฏิบัติกิจกรรม ทำให้ผลการดำเนินงานเป็นท่ียอมรับ
ของผู้ปกครอง นอกจากนั้นสถานศึกษายงั ไดร้ ับการยอมรับจากผู้ปกครองและชุมชนในด้านการดแู ล
เอาใจใส่ของครูที่มีต่อนักเรียนในด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การดูแลด้านพฤติกรรม
คุณลักษณะที่พึงประสงคด์ า้ นกริ ิยา มารยาท ความมวี นิ ัยในตนเอง ความรบั ผดิ ชอบ
12
5. ผลที่เกดิ กบั ชุมชนสถานศกึ ษามสี ว่ นรว่ มกับชุมชน
ในกิจกรรมต่างๆตลอดปีการศึกษา โดยเฉพาะกิจกรรมท่ีเก่ียวกับวัฒนธรรม ประเพณี และ
พิธีกรรมทางศาสนา เช่น ประเพณีบุญเดือนสาม การทอดผ้าป่า ทอดกฐิน เป็นต้น ตลอดจน
กิจกรรมท่ีเป็นประโยชน์ กิจกรรมวันสำคัญ ได้แก่ กิจกรรมวันพ่อ กิจกรรมส่งเสริมภูมิปัญญา
ท้องถิ่น จนทำให้เกิดความร่วมมือ ความเข้าใจท่ีดีต่อกัน เกิดความรักและความภาคภูมิใจใน
โรงเรียนและท้องถิน่ นอกจากน้ีโรงเรียนยังได้จัดกิจกรรมการประชุมผูป้ กครอง เพื่อหาแนวทางใน
การรว่ มพัฒนาผเู้ รียนในด้านต่าง ๆ ให้เปน็ ไปในทางทิศทางเดยี วกนั
13
ส่วนที่ 4 รายละเอยี ดการพัฒนาตนเอง
ที่ สมรรถนะทจ่ี ะพัฒนา อันดบั ระยะเวลา การขอรบั ประโยชนท์ ี่คาดว่าจะ
ความ วธิ ีการ / รูปแบบการ ในการพัฒนา งบประมาณ ไดร้ ับ
สมรรถนะหลัก สำคัญ พัฒนา สนับสนนุ
1 การมงุ่ ผลสัมฤทธ์ิ เรม่ิ ตน้ สิ้นสดุ
จาก
1.1 ความสามารถ หนว่ ยงาน
ในการวางแผนการ
ปฏบิ ัติงาน 6 - จัดกจิ กรรมการเรียนรู้ ตลอดปี ตลอดปี โรงเรยี น - ผูเ้ รียนใหส้ นใจ ตง้ั ใจ
1.2 ความสามารถ
ในการปฏบิ ตั ิงาน ท่เี นน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ การศกึ ษา การศึกษา มคี วามกระตือรอื รน้ ท่ี
1.3 ผลการปฏบิ ัติงาน
และสอดคล้องกับ จะเรยี นรู้ มี
2 การบรกิ ารทด่ี ี
ศตวรรษที่ 21 ผลสมั ฤทธิ์ทางการ
- จัดกจิ กรรมการเรียนรู้ เรียนท่ดี ีข้ึน มที ักษะ
ทเี่ น้นใหผ้ ู้เรยี นไดป้ ฏบิ ตั ิ ในการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม
จริงและสามารถนำ ตามศักยภาพของแต่
ความรูไ้ ปประยุกต์ใช้ ละบคุ คล
- จัดกจิ กรรมการเรียนรู้
โดยใชส้ ือ่ นวัตกรรมท่ี
นา่ สนใจทงั้ ทาง
เทคโนโลยแี ละแหลง่
เรยี นรู้
9 - ไดช้ ่วยงานและทำงาน ตลอดปี ตลอดปี โรงเรียน - เกดิ ผลดีตอ่ ตนเอง
ท่ีเหมาะสมกับศักยภาพ การศึกษา การศกึ ษา และเพื่อนร่วมงานใน
ของตนเองในสว่ นที่ การส่งเสริม สนบั สนุน
เก่ยี วข้องกับการส่งเสริม พัฒนานักเรยี น
สนับสนุน พฒั นา บคุ ลากรและโรงเรยี น
นักเรยี น บคุ ลากรและ
โรงเรยี น
14
อันดับ ระยะเวลา การขอรับ
ความ วิธกี าร / รูปแบบการ
ท่ี สมรรถนะทจี่ ะพัฒนา สำคญั พฒั นา ในการพฒั นา งบประมาณ ประโยชน์ท่ีคาดวา่ จะ
สนับสนุน ได้รบั
เริ่มต้น สนิ้ สุด
จาก
หน่วยงาน
3 การพฒั นาตนเอง 4 - ศึกษาเอกสาร ผลงาน ตลอดปี ตลอดปี โรงเรยี น - ตนเองเปน็ ผู้มี
3.1 ความสามารถ ทางวิชาการจากตำรา การศึกษา การศกึ ษา คณุ ภาพ ได้รบั การ
ในการวเิ คราะห์ตนเอง วารสาร พฒั นาไปในทศิ ทางท่ดี ี
3.2 ความสามารถ สืบค้นความรูท้ าง ข้ึนสง่ ผลและเกดิ
ในการใชภ้ าษาไทยเพ่ือการ อนิ เตอร์เนต ประโยชน์ตอ่ ผู้เรียน
ส่ือสาร - เขา้ รับการอบรม และโรงเรยี น
3.3 ความสามารถ สมั มนาท่หี น่วยงานตน้
ในการใชภ้ าษาองั กฤษเพื่อ สงั กดั หน่วยงานอน่ื ๆ
การแสวงหาความรู้ จัดขน้ึ
3.4 ความสามารถ - ศึกษาดูงานโรงเรยี น
ในการติดตามความ ตน้ แบบ บคุ ลากร
เคล่ือนไหวทางวิชาการและ ต้นแบบเพอื่ นำมาพฒั นา
วิชาชีพ ตนเองแลกเปลีย่ นเรียนรู้
3.5 ความสามารถใน กับบคุ ลากรในโรงเรยี น
การประมวลความรู้และการ
นำความรไู้ ปใช้
4 การทำงานเป็นทมี 7 - ยอมรับฟงั ความคิดเหน็ ตลอดปี ตลอดปี โรงเรยี น - เกิดความสามัคคใี น
4.1 ความสามารถ
ในการวางแผนเพอ่ื การ ของเพือ่ นร่วมงาน โดย การศึกษา การศกึ ษา หม่คู ณะ สง่ ผลใหก้ าร
ปฏบิ ัติงานเป็นทีม
4.2 ความสามารถ รูจ้ ักการเป็นผู้ใหแ้ ละ ดำเนินงานตา่ งๆ
ในการปฏบิ ัติงานร่วมกนั
ผ้รู ับท่ดี ี บรรลผุ ลสำเรจ็
- ร่วมกจิ กรรมทีเ่ น้นการ ตลอดจนการมี
ทำงานเป็นทมี ความสขุ ในการ
- มีความสามัคคใี นหมู่ ปฏบิ ัตงิ าน
คณะ
15
อนั ดับ ระยะเวลา การขอรับ
ความ วธิ กี าร / รปู แบบการ
ท่ี สมรรถนะทจี่ ะพฒั นา สำคญั พัฒนา ในการพัฒนา งบประมาณ ประโยชน์ทคี่ าดวา่ จะ
สนับสนนุ ได้รบั
เร่มิ ตน้ สนิ้ สุด
จาก
หน่วยงาน
สมรรถนะประจำสายงาน
1 การจัดการเรยี นรู้ 2 -ศกึ ษาสบื ค้นความร้ทู าง ตลอดปี ตลอดปี โรงเรียน - ตนเองมี
1.1 ความสามารถ อินเตอรเ์ นตจากชอ่ งทาง การศกึ ษา การศึกษา ความสามารถในการ
ในการสรา้ งและพัฒนา ตา่ งๆ เพ่ือให้ไดข้ อ้ มลู ท่ี จัดกิจกรรมการเรยี นรู้
หลกั สตู ร รวดเร็ว แปลกใหม่ และ ตลอดปี ตลอดปี โดยมคี วามรเู้ ร่ืองการ
1.2 ความสามารถ ไอเดียทสี่ ามารถนำมา การศึกษา การศึกษา เขียนแผนการจัด
ในเน้ือหาสาระท่สี อน ปรบั ใช้เหมาะสม ประสบการณ์
1.3 ความสามารถ - เขา้ รับการอบรม การวดั ผลประเมนิ ผล
ในการจัดกระบวนการ สัมมนา ศึกษาดงู าน ตลอดจนการผลติ สื่อ
เรยี นรู้ทเ่ี นน้ ผูเ้ รียนเปน็ ศกึ ษาเอกสารเกี่ยวกบั การใชส้ ื่อ และ
สำคัญ หลักสตู ร การออกแบบ นวัตกรรม สง่ ผลตอ่
1.4 ความสามารถ การเรยี นรู้ การเขยี น การจัดกจิ กรรมใหก้ บั
ในการใช้และพัฒนา แผนการจดั การเรยี นรู้ ผเู้ รยี นอย่างสงู สดุ และ
นวตั กรรม เทคโนโลยี การวัดผลประเมนิ ผล สอดคลอ้ งกับศตวรรษ
สารสนเทศ เพือ่ จดั การ เพ่ือพฒั นาตนเอง ท่ี 21
เรียนรู้ - เขา้ รบั การอบรม
1.5 ความสามารถ เกีย่ วกบั การผลิตสื่อ การ
ในการวดั และประเมนิ ผล ใชส้ ื่อและนวัตกรรม ท่ี
การเรยี นรู้ หนว่ ยงานจัดข้นึ ทุกๆ
ครงั้
2 การพัฒนาผเู้ รียน 1 - จดั กจิ กรรมส่งเสรมิ โรงเรยี น - ผเู้ รยี นมคี ณุ ธรรม
2.1 การปลกู ฝัง ปลูกฝงั คณุ ธรรม จรยิ ธรรมและ
คณุ ธรรม จรยิ ธรรมแก่ จรยิ ธรรมท่ดี ีงามให้กับ คุณลักษณะท่ีพงึ
ผูเ้ รยี น ผเู้ รยี นอยูเ่ สมอโดยการ ประสงค์ มีทกั ษะชวี ิต
2.2 การสง่ เสรมิ อบรมหนา้ เสาธง เป็นทยี่ อมรบั ของ
กจิ กรรมความคดิ วเิ คราะห์ กิจกรรมโฮมรมู สังคม
ผ้เู รยี น กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี น
2.3 การส่งเสรมิ - ส่งเสรมิ ผเู้ รยี นตาม
ทกั ษะและกระบวนการ ความถนัดและ
2.4 ความสามารถในการ ความสามารถแตล่ ะ
ปลูกฝงั ความเป็นไทย บุคคล
2.5 ความสามารถในการ -ดแู ลช่วยเหลอื นกั เรยี น
16
ท่ี สมรรถนะทจี่ ะพฒั นา อันดับ ระยะเวลา การขอรบั ประโยชน์ทคี่ าดวา่ จะ
ความ วิธีการ / รูปแบบการ ในการพัฒนา งบประมาณ ได้รับ
จัดระบบดแู ลนกั เรียน สำคัญ พัฒนา สนบั สนุน
เริม่ ตน้ สน้ิ สุด
3 การบรหิ ารจดั การช้นั เรียน ตามระบบดูแลช่วยเหลือ จาก
3.1 ความสามารถในการจัด นักเรยี นดว้ ยเครอ่ื งมือ หน่วยงาน
บรรยากาศการเรียนรู้ และวิธกี ารท่ถี กู ต้อง
3.2 ความสามารถในการ
จัดทำขอ้ มลู สารสนเทศและ 3 - จัดบรรยากาศในช้ัน ตลอดปี ตลอดปี โรงเรียน - ห้องเรยี นมี
เอกสาร
3.3 ความสามารถในการ เรียนใหเ้ ออื้ ตอ่ การ การศกึ ษา การศกึ ษา บรรยากาศทเี่ อือ้ ต่อ
กำกบั ดูแลชนั้ เรยี น
เรยี นรู้ การเรยี นรู้ ผู้เรยี นมี
-สรา้ งรูปแบบการสอน ความสนใจ และมี
ให้ผู้เรียนมีความสนใจใน ความสุขในการเรยี นรู้
กิจกรรมและสามารถนำ ครูมีขอ้ มลู ต่างๆอย่าง
ความร้ไู ปใช้ได้จรงิ เปน็ ปจั จบุ นั ที่สามารถ
- จดั มุมประสบการณ์ เปน็ แบบอย่างได้
ตา่ งๆเพอื่ ให้เป็นแหล่ง
เรยี นรู้
- จดั ปา้ ยนเิ ทศเพ่อื เปน็
ข้อมลู ข่าวสารสำหรับ
การเรยี นรู้
4 การวเิ คราะห์ สังเคราะห์ 5 - ดำเนินการวิจยั ในชน้ั ตลอดปี ตลอดปี โรงเรียน - ผู้เรียนได้รบั การ
และการวจิ ัยในชน้ั เรียน
4.1 ความสามารถ เรยี นเพ่ือแก้ปัญหา การศกึ ษา การศกึ ษา แกป้ ัญหาทีถ่ ูกวิธีโดย
ในการวิเคราะห์
4.2 ความสามารถ ตลอดจนพฒั นาผเู้ รียน ครทู ำการวิจยั ในชน้ั
ในการสงั เคราะห์
4.3 ความสามารถ - ศึกษาเอกสาร ตำราใน เรยี น
ในการเขยี นเอกสารทาง
วิชาการ การจัดทำเอกสารทาง - ครมู ีการทำวิจยั ใน
4.4 ความสามารถ
ในการวิจัย วิชาการ ชั้นเรียนอยา่ งต่อเนือ่ ง
- ศกึ ษาผลงานตัวอยา่ ง - ครมู ีความรู้
ในการทำผลงานทาง ความสามารถในการ
วชิ าการ เขียนผลงานทาง
- เข้ารบั การอบรม วชิ าการและวิจัยในช้นั
พฒั นาการจดั กจิ กรรม เรียนแบบง่ายได้
การเรยี นรู้ จดั ทำสือ่
การเรยี นรู้ เพอ่ื พฒั นา
คณุ ภาพของครูและ
ผ้เู รยี น
17
ท่ี สมรรถนะทจ่ี ะพัฒนา อนั ดบั ระยะเวลา การขอรบั ประโยชน์ทค่ี าดว่าจะ
ความ วิธีการ / รูปแบบการ ในการพฒั นา งบประมาณ ได้รับ
5 การสร้างความรว่ มมือกับ สำคญั พฒั นา สนับสนุน
ชมุ ชน เร่ิมต้น สน้ิ สดุ
5.1 ความสามารถ จาก
ในการนำชมุ ชนมามีสว่ น หน่วยงาน
รว่ มในกิจกรรมของ
สถานศึกษา 10 - ดำเนนิ การประชุม/ ตลอดปี ตลอดปี โรงเรียน -ชมุ ชนใหค้ วามรว่ มมือ
5.2 ความสามารถ
ในการเข้าร่วมกิจกรรมของ ติดตอ่ กบั ผปู้ กครอง เพื่อ การศึกษา การศกึ ษา ในกิจกรรมตา่ งๆที่
ชุมชน
การชว่ ยเหลอื สง่ เสริม สถานศกึ ษาจัดขึ้น
6 วนิ ัย คุณธรรม จรยิ ธรรม
และจรรยาบรรณวชิ าชีพ พัฒนานกั เรยี นไปใน อยา่ งเต็มใจ
6.1 การมีวินัย
6.2 การประพฤติ ทิศทางเดยี วกนั และ ชุมชนมคี วามพึงพอใจ
ปฏบิ ัตติ นเปน็ แบบอย่างที่ดี
6.3 การดำรงชีวิต เพื่อชี้แจงนโยบาย แนว ในกจิ กรรมท่ีผเู้ รียน
อย่างเหมาะสม
6.4 ความรักและ ทางการจดั กจิ กรรมของ และสถานศึกษาจดั ขนึ้
ศรัทธาในวิชาชพี
6.5 ความ สถานศึกษา
รบั ผดิ ชอบในวิชาชพี
- ขอความร่วมมอื จาก
ชุมชนในการส่งเสรมิ
สนบั สนุนเกยี่ วกบั การ
จัดการศึกษา
- เข้ารว่ มกิจกรรมของ
ชุมชนทกุ ๆครัง้
8 - ประพฤติปฏบิ ตั ิตนใน ตลอดปี ตลอดปี โรงเรยี น - ตนเองเป็นผูท้ ่มี ี
วิชาชีพโดยรักและ การศกึ ษา การศึกษา คุณธรรม จรยิ ธรรม
ศรัทธาในวิชาชพี ของ มวี นิ ยั มคี วาม
ตนเอง โดยมวี นิ ยั ใน รับผิดชอบ มี
ตนเอง ความกา้ วหนา้ ใน
- ประพฤติปฏบิ ตั ติ นใน วชิ าชีพที่สงู ยิ่งๆขนึ้
การดำรงชวี ติ โดยยดึ
หลักปรชั ญาเศรษฐกิจ
พอเพียง
18
สว่ นท่ี 5 สรุปแผนพัฒนาตนเอง
ระยะเวลาในการพัฒนา การขอรบั
ที่ สมรรถนะทจ่ี ะ วิธีการ / รปู แบบการพฒั นา เร่มิ ต้น ส้ินสดุ งบประมาณ ประโยชน์ทค่ี าดวา่ จะ
พัฒนา สนบั สนนุ จาก ไดร้ ับ
หน่วยงาน
1 การพฒั นาผูเ้ รียน - จดั กจิ กรรมส่งเสรมิ ปลกู ฝงั ตลอดปี ตลอดปี โรงเรยี น - ผเู้ รียนมีคุณธรรม
คณุ ธรรม จรยิ ธรรมท่ดี ีงามใหก้ ับ การศกึ ษา การศกึ ษา จรยิ ธรรมและคณุ ลกั ษณะ
ผ้เู รยี นอยเู่ สมอโดยการอบรมหนา้ ที่พึงประสงค์ มที ักษะชวี ติ
เสาธง กจิ กรรมโฮมรมู เปน็ ท่ยี อมรบั ของสงั คม
กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น
- สง่ เสรมิ ผเู้ รยี นตามความถนดั และ
ความสามารถแตล่ ะบุคคล
-ดูแลช่วยเหลอื นักเรียนตามระบบ
ดแู ลชว่ ยเหลอื นักเรยี นด้วย
เคร่อื งมอื และวธิ กี ารที่ถกู ต้อง
2 การจดั การเรยี นรู้ -ศึกษาสบื ค้นความร้ทู าง ตลอดปี ตลอดปี โรงเรยี น - ตนเองมคี วามสามารถใน
อนิ เตอรเ์ นตจากชอ่ งทางตา่ งๆ การศึกษา การศึกษา การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
เพอ่ื ให้ได้ข้อมลู ทร่ี วดเรว็ แปลก โดยมีความรเู้ ร่ืองการเขยี น
ใหม่ และไอเดียทส่ี ามารถนำมา แผนการจดั ประสบการณ์
ปรับใช้เหมาะสม การวัดผลประเมินผล
- เขา้ รับการอบรม สัมมนา ศกึ ษา ตลอดจนการผลิตส่ือ การ
ดงู าน ศึกษาเอกสารเกีย่ วกบั ใชส้ ือ่ และนวัตกรรม
หลกั สตู ร การออกแบบการเรยี นรู้ ส่งผลต่อการจดั กจิ กรรม
การเขียนแผนการจดั การเรยี นรู้ ให้กบั ผู้เรยี นอยา่ งสงู สดุ
การวัดผลประเมินผลเพื่อพัฒนา และสอดคลอ้ งกบั ศตวรรษ
ตนเอง ที่ 21
- เขา้ รับการอบรมเก่ยี วกับการผลติ
สอื่ การใช้สอ่ื และนวตั กรรม ท่ี
หน่วยงานจดั ข้ึนทุกๆคร้งั
3 การบรหิ าร - จดั บรรยากาศในช้นั เรียนใหเ้ อื้อ ตลอดปี ตลอดปี โรงเรยี น - หอ้ งเรยี นมบี รรยากาศที่
จดั การชั้นเรยี น ตอ่ การเรยี นรู้ การศกึ ษา การศกึ ษา เอือ้ ตอ่ การเรยี นรู้ ผเู้ รยี น
-สรา้ งรปู แบบการสอนให้ผเู้ รียนมี มคี วามสนใจ และมี
ความสนใจในกิจกรรมและสามารถ ความสุขในการเรยี นรู้ ครู
นำความรไู้ ปใชไ้ ดจ้ รงิ มีขอ้ มูลต่างๆอยา่ งเป็น
- จดั มุมประสบการณต์ า่ งๆเพอื่ ให้ ปจั จบุ นั ทีส่ ามารถเป็น
เปน็ แหลง่ เรียนรู้ แบบอยา่ งได้
19
- จดั ปา้ ยนิเทศสำหรบั การเรยี นรู้
4 การพัฒนาตนเอง - ศึกษาเอกสาร ผลงานทาง ตลอดปี ตลอดปี โรงเรยี น - ตนเองเปน็ ผมู้ ีคณุ ภาพ
ไดร้ ับการพัฒนาไปใน
วิชาการจากตำรา วารสาร การศึกษา การศกึ ษา ทิศทางท่ดี ีขน้ึ ส่งผลและ
เกดิ ประโยชนต์ อ่ ผู้เรยี น
สบื ค้นความรทู้ างอนิ เตอรเ์ นต และโรงเรยี น
- เข้ารับการอบรม สมั มนาท่ี
หน่วยงานต้นสังกดั หน่วยงาน
อ่ืนๆ จัดข้นึ
- ศกึ ษาดงู านโรงเรยี นต้นแบบ
บุคลากรต้นแบบเพื่อนำมาพัฒนา
ตนเองแลกเปล่ยี นเรียนรู้กบั
บคุ ลากรในโรงเรยี น
5 การวิเคราะห์ - ดำเนินการวิจัยในชั้นเรยี นเพ่ือ ตลอดปี ตลอดปี โรงเรยี น - ผู้เรยี นได้รบั การ
สังเคราะหแ์ ละ แกป้ ัญหาตลอดจนพัฒนาผเู้ รยี น การศึกษา การศึกษา แกป้ ญั หาทถ่ี ูกวิธโี ดยครูทำ
การวจิ ยั ในช้นั - ศกึ ษาเอกสาร ตำราในการจดั ทำ การวจิ ัยในชั้นเรียน
เรยี น เอกสารทางวชิ าการ - ครูมกี ารทำวจิ ัยในช้นั
- ศึกษาผลงานตวั อย่างในการทำ เรียนอย่างต่อเนอ่ื ง
ผลงานทางวิชาการ - ครมู คี วามรูค้ วามสามารถ
- เข้ารบั การอบรม พฒั นาการจดั ในการเขยี นผลงานทาง
กิจกรรมการเรยี นรู้ จัดทำสอื่ การ วชิ าการและวจิ ยั ในชน้ั
เรียนรู้ เพอ่ื พฒั นา เรียนแบบงา่ ยได้
คุณภาพของครูและผ้เู รยี น
โรงเรยี น - ผเู้ รียนใหส้ นใจ ตงั้ ใจ มี
6 การมุง่ ผลสัมฤทธ์ิ - จดั กจิ กรรมการเรียนร้ทู ่เี น้น ตลอดปี ตลอดปี ความกระตือรือรน้ ทีจ่ ะ
ผเู้ รยี นเปน็ สำคญั และสอดคล้องกับ การศกึ ษา การศกึ ษา เรยี นรู้ มผี ลสมั ฤทธ์ิ
ศตวรรษที่ 21 ทางการเรียนทีด่ ีขน้ึ มี
- จัดกจิ กรรมการเรยี นรทู้ ี่เนน้ ให้ ทกั ษะในการปฏิบัติ
ผู้เรยี นไดป้ ฏิบตั จิ ริงและสามารถ กจิ กรรมตามศกั ยภาพของ
นำความรไู้ ปประยุกตใ์ ช้ แต่ละบคุ คล
- จดั กจิ กรรมการเรียนรู้โดยใช้สอื่
นวัตกรรมที่นา่ สนใจทั้งทาง โรงเรียน - เกดิ ความสามคั คใี นหมู่
เทคโนโลยีและแหล่งเรยี นรู้ คณะ ส่งผลใหก้ าร
ดำเนินงานต่างๆบรรลผุ ล
7 การทำงานเปน็ - ยอมรับฟังความคิดเหน็ ของเพื่อน ตลอดปี ตลอดปี สำเรจ็ ตลอดจนการมี
ทีม รว่ มงาน โดยรู้จกั การเป็นผ้ใู ห้และ การศึกษา การศกึ ษา ความสขุ ในการปฏบิ ัตงิ าน
ผรู้ ับที่ดี
- ร่วมกจิ กรรมทีเ่ นน้ การทำงานเปน็
ทมี
- มีความสามคั คีในหมคู่ ณะ
20
8 วนิ ัย คุณธรรม - ประพฤติปฏิบตั ิตนในวชิ าชพี โดย ตลอดปี ตลอดปี โรงเรียน - ตนเองเป็นผู้ท่มี คี ณุ ธรรม
จริยธรรมและ รกั และศรทั ธาในวชิ าชีพของตนเอง การศึกษา การศึกษา จรยิ ธรรม
จรรยาบรรณ โดยมีวินัยในตนเอง มวี นิ ยั มีความรบั ผดิ ชอบ
วชิ าชพี - ประพฤตปิ ฏบิ ตั ิตนในการ มคี วามกา้ วหน้าในวิชาชพี
ดำรงชีวิตโดยยึดหลกั ปรัชญา ทสี่ ูงยง่ิ ๆขน้ึ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง
9 การบรกิ ารท่ีดี - ได้ชว่ ยงานและทำงานทเี่ หมาะสม ตลอดปี ตลอดปี โรงเรียน - เกิดผลดตี ่อตนเองและ
กบั ศักยภาพของตนเองในสว่ นที่ การศึกษา การศกึ ษา โรงเรียน เพ่อื นร่วมงานในการ
10 การสรา้ งความ เกย่ี วข้องกบั การสง่ เสริม สนับสนนุ สง่ เสรมิ สนับสนุน พฒั นา
ร่วมมือกบั ชุมชน พฒั นานักเรียน บคุ ลากรและ ตลอดปี นกั เรียน บคุ ลากรและ
โรงเรียน การศึกษา โรงเรียน
- ดำเนนิ การประชุม/ตดิ ต่อกบั ตลอดปี -ชุมชนใหค้ วามร่วมมือใน
ผู้ปกครอง เพอื่ การชว่ ยเหลือ การศึกษา กจิ กรรมตา่ งๆที่
สง่ เสริมพัฒนานกั เรยี นไปใน สถานศึกษาจดั ขนึ้ อยา่ ง
ทิศทางเดียวกัน และเพ่ือชแ้ี จง เต็มใจ
นโยบาย แนวทางการจดั กิจกรรม ชมุ ชนมีความพงึ พอใจใน
ของสถานศกึ ษา กจิ กรรมทผ่ี เู้ รยี น และ
- ขอความรว่ มมอื จากชุมชนในการ สถานศึกษาจัดข้ึน
สง่ เสริม สนบั สนนุ เกย่ี วกับการจัด
การศึกษา
- เข้ารว่ มกจิ กรรมของชมุ ชนทกุ ๆ
คร้งั
21
(ลงช่ือ).....................................................ผูจ้ ัดทำแผนพัฒนาตนเอง
(นายวันเฉลิม พงษว์ ิจติ ร)
ตำแหน่ง ครผู ู้ชว่ ย
ความเห็นของหัวหนา้ กลุ่มบรหิ ารวิชาการ
................................................................................................................. ...............................................................
................................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ............................................
(นางกนกวรรณ บง้ั ทอง)
หัวหน้ากลุม่ บริหารวิชาการ
ความเหน็ ของผู้อำนวยการ
............................................................................................................................................................. ....................
................................................................................................................... ..............................................................
ลงชื่อ.........................................
(นายอชิระ วริ ิยสุขหทัย)
ผู้อำนวยการโรงเรียนพนาศกึ ษา