The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แนวทางการขับเคลื่อนเพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษ ปีการศึกษา 2562

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by channarong, 2021-12-30 03:27:36

แนวทางการยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษ ปีการศึกษา 2562

แนวทางการขับเคลื่อนเพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษ ปีการศึกษา 2562

Keywords: แนวทางยกระดับคุณภาพการสอนภาษาอังกฤษ

เอกสารวชิ าการท่ี 8/2562

คานา

สำนกั งำนเขตพนื้ ทกี่ ำรศกึ ษำประถมศึกษำอดุ รธำนี เขต 4 ได้จัดทำแนว
ทำงกำรขบั เคลอื่ นเพ่อื ยกระดับคุณภำพกำรเรยี นกำรสอนวชิ ำภำษำองั กฤษ
กลุ่มสำระกำรเรียนรภู้ ำษำต่ำงประเทศ ประจำปีกำรศกึ ษำ 2562 ตำมนโยบำย
มำตรกำร จุดเน้นกำรดำเนนิ งำนตำมยทุ ธศำสตรข์ องรฐั บำล กระทรวงศึกษำธกิ ำร
สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขน้ั พืน้ ฐำนและของสำนกั งำนเขตพื้นทีก่ ำรศกึ ษำ
สำหรับใชเ้ ปน็ แนวทำงในกำรปฏบิ ตั ิงำนพฒั นำคุณภำพกำรศึกษำขน้ั พืน้ ฐำน ของ
สำนักงำนเขตพื้นท่ีกำรศึกษำ โดยเรม่ิ ปฏบิ ตั ิงำนต้ังแตเ่ ดือนมถิ นุ ำยน พ.ศ. 2562
เป็นต้นไป เพ่อื สนบั สนนุ กระตนุ้ ส่งเสริม ประสำนงำน กำกับ ติดตำม นเิ ทศ ให้
คำปรึกษำ และข้อเสนอแนะกำรพัฒนำคณุ ภำพกำรศึกษำของสำนกั งำนเขตพ้นื ที่
กำรศกึ ษำประถมศกึ ษำอดุ รธำนี เขต 4

ขอขอบคณุ ผู้บงั คบั บัญชำ ศกึ ษำนิเทศก์ และบคุ ลำกรทร่ี ่วมมือ รว่ ม
พลังทำงควำมคิดในกำรจดั ทำแนวทำง ฉบบั น้ี และนำไปใช้ในกำรปฏิบัติงำนเพ่อื
ควำมสอดคล้องและประสำนกนั อยำ่ งเป็นกระบวนกำร อนั จะส่งผลใหส้ ำมำรถ
ตอบสนองตอ่ ทศิ ทำงกำรขบั เคลื่อนคุณภำพกำรศกึ ษำข้นั พนื้ ฐำน ของสำนักงำน
คณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขน้ั พน้ื ฐำนได้อย่ำงมีคุณภำพและมปี ระสิทธิภำพ

กลมุ่ นเิ ทศติดตำมและประเมินผลกำรจดั กำรศึกษำ
สำนกั งำนเขตพ้นื ทีก่ ำรศกึ ษำประถมศกึ ษำอุดรธำนี เขต 4

มถิ ุนำยน 2562

2

เนือ้ หำ หน้ำ

คำนำ 2
สำรบัญ 3
สว่ นที่ 1 บทนำ ควำมเป็นมำและควำมสำคญั 4
ส่วนที่ 2 แนวทำงกำรนิเทศ ตดิ ตำมและประเมนิ ผล 9
ส่วนที่ 3 แนวทำงกำรขับเคล่ือนเพ่ือยกระดบั คณุ ภำพกำรเรียนกำรสอนวชิ ำภำษำอังกฤษ 14
ส่วนท่ี 4 ตวั ช้วี ดั ควำมสำเร็จในกำรยกระดบั คณุ ภำพกำรเรยี นกำรสอนวชิ ำภำษำอังกฤษ 23
ส่วนที่ 5 เครอื่ งมือนิเทศติดตำมและประเมนิ ผลกำรยกระดับคุณภำพกำรเรียนกำรสอน
24
วิชำภำษำองั กฤษ 29
ภำคผนวก 54
คณะกรรมกำรจัดทำ

3

ส่วนท่ี 1
บทนา

 ความเป็นมาและความสาคญั
สำนกั งำนคณะกรรมกำรพฒั นำกำรเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชำติ กำหนด

ยุทธศำสตร์ชำติ 20 ปี พ.ศ. 2561-2580 ซ่ึงในยุทธศำสตรช์ ำติด้ำนกำรพัฒนำและ
เสรมิ สรำ้ งศักยภำพทรพั ยำกรมนษุ ย์ มีเปำ้ หมำยพัฒนำท่สี ำคญั เพอ่ื พฒั นำคนในทกุ มติ ิ
ซง่ึ 1 ในนน้ั ได้มุง่ พฒั นำเพื่อให้คนไทยมีทกั ษะสื่อสำรภำษำองั กฤษและภำษำที่ 3
ยุทธศำสตร์ประกอบด้วย 7 ประเดน็ ในสว่ นทีเ่ กีย่ วกับด้ำนกำรจัดกำรเรียนกำรสอนมี
ดงั น้ี ยทุ ธศำสตรช์ ำตปิ ระเดน็ ที่ 2 กำรพฒั นำศกั ยภำพคนตลอดชว่ งชวี ติ มงุ่ เน้นกำร
พฒั นำคนเชิงคณุ ภำพในทุกชว่ งสำหรับวยั เรยี น/วัยรนุ่ ปลูกฝงั ควำมเป็นคนดี มวี ินัย
พัฒนำทักษะกำรเรยี นรู้ทส่ี อดคลอ้ งกบั ศตวรรษที่ 21 ยทุ ธศำสตรช์ ำติประเดน็ ที่ 3
กลำ่ วถึง กำรปฏริ ูปกระบวนกำรเรียนรู้ที่ตอบสนองตอ่ กำรเปลยี่ นแปลงในศตวรรษที่ 21
มุ่งเนน้ ใหผ้ ู้เรยี นมที ักษะกำรเรยี นรู้และมใี จใฝเ่ รยี นรูต้ ลอดเวลำ โดยกำรปรบั เปล่ยี น
ระบบกำรเรียนรู้ ใหเ้ อ้อื ต่อกำรพัฒนำทกั ษะสำหรบั ศตวรรษท่ี 21 กำรเปล่ยี นโฉม
บทบำทครูใหเ้ ปน็ ครูยคุ ใหม่ กำรเพ่มิ ประสทิ ธิภำพระบบบริหำรจดั กำรศึกษำในทกุ ระดับ
ทุกประเภท กำรพัฒนำระบบกำรเรียนรูต้ ลอดชวี ิต ตลอดจนกำรวำงพนื้ ฐำนระบบ
รองรับกำรเรียนร้โู ดยใช้ดิจทิ ลั แพลตฟอรม์ ยทุ ธศำสตรช์ ำติประเด็นท่ี 4 กำรตระหนักถึง
พหุปัญญำของมนษุ ยท์ ห่ี ลำกหลำย โดยพัฒนำและสง่ เสริมพหปุ ญั ญำผ่ำนระบบ
สถำนศกึ ษำ สภำพแวดล้อม รวมทั้งสื่อตงั้ แต่ระดับปฐมวยั

4

ยุทธศำสตร์ชำติ 20 ปดี ังกลำ่ วมีควำมสอดคลอ้ งกบั แผนกำรศึกษำแห่งชำติ
พทุ ธศักรำช 2560 - 2579 ในยทุ ธศำสตร์ท่ี 3 ได้กล่ำวถงึ กำรพฒั นำศกั ยภำพคนทุกชว่ ง
วัยและกำรสร้ำงสังคมแหง่ กำรเรียนรู้ โดยได้กำหนดเปำ้ หมำยกำรพัฒนำไว้ 7 ด้ำนดังนี้
เป้ำหมำยที่ 1 ใหผ้ ้เู รยี นมีทักษะและคุณลกั ษณะพ้ืนฐำนของพลเมืองไทยและทักษะและ
คณุ ลกั ษณะทจี่ ำเปน็ ในศตวรรษท่ี 21 เปำ้ หมำยที่ 2 คนทกุ ชว่ งวยั มที ักษะควำมรู้
ควำมสำมำรถและสมรรถนะตำมมำตรฐำนวชิ ำชีพและพัฒนำคณุ ภำพชีวติ ได้ตำม
ศกั ยภำพ เปำ้ หมำยที่ 3 สถำนศกึ ษำทุกระดบั กำรศึกษำสำมำรถจัดกิจกรรม/
กระบวนกำรเรียนรู้ตำมหลกั สูตรมีคณุ ภำพและมำตรฐำน เปำ้ หมำยที่ 4 แหล่งเรียนรู้ ส่อื
ตำรำเรียน นวตั กรรมและส่อื กำรเรยี นรมู้ คี ณุ ภำพและมำตรฐำนและประชำชนสำมำรถ
เข้ำถึงไดโ้ ดยไมจ่ ำกัดเวลำและสถำนท่ี เปำ้ หมำยท่ี 5 ระบบและกลไกกำรวดั กำรติดตำม
และประเมนิ ผลมปี ระสิทธิภำพ

5

เป้ำหมำยท่ี 6 ระบบกำรผลติ ครู อำจำรย์และบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำได้มำตรฐำน
ระดับสำกล เปำ้ หมำยท่ี 7 ครูอำจำรย์และบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำได้รับกำรพฒั นำ
สมรรถนะตำมมำตรฐำน ทั้งนไ้ี ดก้ ำหนดแนวทำงกำรพฒั นำดงั นี้ สง่ เสรมิ สนับสนุนใหค้ น
ทุกช่วงวัยมีทกั ษะ ควำมร้คู วำมสำมำรถ และกำรพัฒนำคุณภำพชีวติ อย่ำงเหมำะสม เต็ม
ตำมศักยภำพในแต่ละชว่ งวัย สง่ เสริมและพฒั นำแหลง่ เรยี นรู้ สื่อตำรำเรียนและสอ่ื กำร
เรียนรูต้ ำ่ งๆ ใหม้ ีคณุ ภำพ มำตรฐำน และประชำชนสำมำรถเข้ำถงึ แหลง่ เรียนร้ไู ดโ้ ดยไม่
จำกัดเวลำและสถำนท่ี สรำ้ งเสริมและปรับเปลย่ี นคำ่ นิยมของคนไทยใหม้ วี ินยั จิต
สำธำรณะ และพฤตกิ รรมท่พี งึ ประสงค์ พฒั นำระบบกลไกกำรติดตำม กำรวดั และ
ประเมนิ ผลผู้เรียนให้มปี ระสทิ ธภิ ำพ พัฒนำคลงั ข้อมลู ส่ือและนวัตกรรมกำรเรียนรู้ ท่ีมี
คณุ ภำพและมำตรฐำน พฒั นำคณุ ภำพและมำตรฐำนกำรผลิตครู อำจำรย์และบคุ ลำกร
ทำงกำรศกึ ษำ พัฒนำคณุ ภำพครู อำจำรย์ และบคุ ลำกรทำงกำรศึกษำ

6

กำรพฒั นำคณุ ภำพกำรศึกษำให้เกิดคุณภำพนนั้ คณุ ภำพของผู้เรยี นเป็นส่งิ
สำคัญที่จะต้องมคี ณุ ภำพตำมมำตรฐำนกำรเรยี นร้ขู องหลกั สตู รแกนกลำงกำรศกึ ษำ
ข้ันพน้ื ฐำน พุทธศักรำช 2551 และมำตรฐำนกำรเรียนรู้ตำมหลักสตู รฉบับปรบั ปรุง
พ.ศ. 2560 รวมทงั้ หลกั สูตรกำรศกึ ษำปฐมวัย พุทธศกั รำช 2560 กระบวนกำรสู่
ควำมสำเรจ็ ดังกลำ่ วมอี งคป์ ระกอบและปจั จยั สนับสนุน คอื คณุ ภำพของผู้เรยี นท่ี
โรงเรยี นต้องประกันคณุ ภำพตอ่ ผู้ปกครองและผู้มีสว่ นได้ส่วนเสีย โรงเรยี นต้องประกัน
คณุ ภำพตอ่ ผูป้ กครองและผูม้ สี ว่ นได้สว่ นเสียว่ำผ้เู รยี นจะต้องมีคุณภำพและมำตรฐำน
ตำมหลกั สตู ร มีทกั ษะทีจ่ ำเปน็ ในศตวรรษที่ 21 ดงั น้นั กำรพฒั นำคุณภำพผเู้ รียนจะต้อง
มีกระบวนกำรส่คู วำมสำเรจ็ ในกำรพฒั นำ 3 กระบวนกำร คือ กระบวนกำรบริหำร
กระบวนกำรเรยี นกำรสอน และกระบวนกำรนิเทศกำรศกึ ษำ ซึ่งกระบวนกำรนเิ ทศ
กำรศึกษำ เปน็ ภำระกจิ จำเป็นตอ่ กำรจดั กำรศกึ ษำทีต่ อ้ งอำศยั ควำมร่วมมอื จำกบคุ คล
หลำยฝำ่ ย โดยเฉพำะอยำ่ งยงิ่ ด้ำนกำรพัฒนำคุณภำพกำรเรยี นกำรสอน บุคลำกรท่ี
เกีย่ วขอ้ งในหนว่ ยงำนจัดกำรศกึ ษำ จำเป็นตอ้ งพัฒนำและปรบั ปรุงตนเองให้ทนั ต่อกำร
เปล่ียนแปลง เพ่อื ใหก้ ำรปฏบิ ตั งิ ำนเป็นไปอย่ำงมปี ระสิทธภิ ำพ กระทรวงศึกษำธกิ ำรใน
รฐั บำลชุดปจั จบุ นั มีนโยบำยทีส่ ำคญั เก่ยี วกับด้ำนกำรศกึ ษำไวเ้ ชน่ เปลี่ยนครู เป็นโค้ช
หรือผู้อำนวยกำรเรียนรใู้ หเ้ ดก็ สร้ำงแพลตฟอร์ม กำรเรยี นรรู้ ะบบดจิ ิตอล ปรบั ระบบ
กำรเรียนวิชำวทิ ยำศำสตร์ เทคโนโลยีดำ้ นวศิ วกรรม คณิตศำสตร์ โปรแกรมเมอร์
ภำษำต่ำงประเทศ ส่งเสรมิ กำรเรยี นคอมพวิ เตอร์ Coding ปลกู ฝงั คำ่ นยิ ม วัฒนธรรม
คณุ ธรรม จริยธรรม ผ่ำนครอบครัวและสอื่

7

ในด้ำนกำรจดั กำรเรียนกำรสอนภำษำองั กฤษ ตำมประกำศกระทรวงศึกษำธกิ ำร เรือ่ ง
นโยบำยกำรปฏริ ปู กำรเรียนกำรสอนภำษำองั กฤษ ลงวันที่ 14 มกรำคม 2557
กระทรวงศกึ ษำธิกำรไดก้ ำหนดนโยบำยกำรปฏิรปู กำรเรียนกำรสอนภำษำอังกฤษใน
ระดับกำรศึกษำข้นั พน้ื ฐำน โดยปรับจุดเนน้ กำรเรียนกำรสอนภำษำองั กฤษให้เป็นไปตำม
ธรรมชำติของกำรเรียนรู้ โดยเนน้ กำรส่ือสำร (Communicative Language Teaching:
CLT) ปรบั กำรเรียนกำรสอนจำกกำรเน้นไวยำกรณม์ ำเป็นกำรส่ือสำรทเี่ ริ่มจำก กำรฟัง
ตำมดว้ ยกำรพูด กำรอ่ำนและกำรเขียนตำมลำดับ และหนงั สือจำกสำนกั งำน
คณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขน้ั พน้ื ฐำน ลงวนั ที่ 20 มิถุนำยน 2562 ได้กำหนดให้สำนกั งำน
เขตพนื้ ทก่ี ำรศึกษำเรง่ รดั พฒั นำกำรใช้ภำษำองั กฤษในกำรสอื่ สำรได้ โดยไดก้ ำหนด
ปฏิทนิ กำรพฒั นำครผู สู้ อนภำษำองั กฤษตำมโครงกำรพัฒนำครูแกนนำภำษำอังกฤษใน
ระดบั ภูมภิ ำค (Boot Camp) ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. 2562 และกำรพัฒนำทกั ษะ
ภำษำอังกฤษแบบเข้ม สำหรับนกั เรยี นระดับช้ันประถมศกึ ษำปีที่ 6 มธั ยมศึกษำปีท่ี 3
และมัธยมศกึ ษำปีท่ี 6

8

ส่วนที่ 2
แนวทางการนเิ ทศตดิ ตามและประเมนิ ผล

แนวทางการนิเทศตดิ ตามและประเมินผล เพ่อื ยกระดบั คณุ ภาพการเรียนการสอน
ภาษาองั กฤษระดบั เขตพื้นที่

สำนักงำนเขตพน้ื ทก่ี ำรศกึ ษำประถมศกึ ษำอุดรธำนี เขต 4 ได้ดำเนินกำรนเิ ทศ
ติดตำมและประเมินผลเพอื่ ยกระดบั คุณภำพกำรเรยี นกำรสอนภำษำอังกฤษระดับเขต
พื้นท่ี โดยใช้วงจรเดมมงิ่ (PDCA) ในกำรขบั เคลอ่ื นดังน้ี

1. การวางแผน (Plan) มีกำรประชมุ เพอื่ วำงแผนกำรดำเนินงำน สร้ำงควำม
เขำ้ ใจในกำรดำเนินงำนโดยกำรศึกษำข้อมลู ที่เปน็ ประโยชนต์ ่อกำรขบั เคลอ่ื นกำรนิเทศ
(Data analysis) ไดแ้ ก่ กำรวเิ ครำะห์ข้อมลู ผลสมั ฤทธิท์ ำงกำรเรียนระดบั ชำติ O-NET,
กำรประเมนิ กำรทกั ษะกำรส่อื สำรภำษำอังกฤษของนกั เรียนช้ันต่ำงๆ ในโรงเรียน,
ขอ้ สอบ O-NET ในระดบั ช้ัน ป.6, ม.3, ม.6 ตลอดจนรูปแบบข้อสอบและจำนวนข้อสอบ
ในแต่ละรำยวิชำ (Test Blueprint) ขอ้ มลู ครูสอนภำษำองั กฤษ เปน็ ตน้ กำรกำหนด
ปฏิทนิ กำรนเิ ทศ เคร่อื งมอื สำหรบั กำรนิเทศ กำรสรุปบันทกึ และรำยงำนผลกำรนิเทศ

สำหรบั กำรวำงแผนมเี ป้ำหมำยหรอื มีตวั ชีว้ ดั ควำมสำเร็จ เชน่ กำรยกผลสัมฤทธิ์
ทำงกำรเรียนวิชำภำษำอังกฤษในทุกระดับชั้น โดยเฉพำะผลสัมฤทธใ์ิ นกำรทดสอบ
ระดบั ชำติ O-NET ชน้ั ป.6, ม.3, และ ม.6 ตลอดจนควำมสำมำรถในทักษะกำรสอ่ื สำร
ภำษำอังกฤษของนักเรียน โดยคะแนนในกำรวดั และประเมินผลกำรเรยี นรูก้ ล่มุ สำระ
ภำษำต่ำงประเทศ (ภำษำองั กฤษ) มจี ำนวนนักเรียนทไี่ ดร้ ะดับดขี ้นึ ไป เพ่มิ จำนวนมำก
ข้ึนและควำมสำมำรถในกำรพดู ภำษำองั กฤษสอื่ สำรของนกั เรียนในชีวิตประจำวันได้

2. การลงมือปฏิบตั ิ (Do) เปน็ ขั้นตอนของกำรลงมอื ปฏิบัติกำรนเิ ทศ
(Supervision) โดยใช้วิธกี ำรนเิ ทศแบบตำ่ งๆ เพ่อื เป็นกำรยกระดบั คุณภำพของกำร
จดั กำรเรียนกำรสอนภำษำองั กฤษ เพมิ่ ขดี ควำมสำมำรถให้กบั ครผู ้สู อน (Empowering)
ดงั นี้

2.1 กำรนเิ ทศออนไลน์ (Online) ผ่ำนระบบดิจิทัลแพลทฟอร์ม (Digital
Platform)
2.2 กำรอบรมครู (Teacher Training) โดยใชห้ ลักสตู ร Boot Camp Turbo
2.3 กำรเย่ียมช้ันเรียน / สังเกตกำรสอน (Classroom observation)
2.4 กำรนเิ ทศแบบช้ีแนะสะทอ้ นคิดและสอนงำน (Reflective Coaching and
Mentoring)
2.5 กำรประชุมนิเทศ ติดตำมทบทวนกำรปฏบิ ตั ิงำน (Conference)
2.6 กำรนเิ ทศโดยใชก้ ระบวนกำร PLC (Professional Learning Community)
3. การตรวจสอบ (Check) เปน็ กำรตรวจวัดผลจำกท่ีไดล้ งมอื ปฏบิ ัตใิ นข้ัน Do
วำ่ เป็นไปตำมเกณฑ์ทไ่ี ดก้ ำหนดไว้ในขัน้ Plan หรือไม่ เชน่ ดผู ลจำกข้อมลู ตอ่ ไปน้ี
3.1 คำ่ คะแนนเฉลย่ี O-NET ชั้น ป.6, ม.3 และ ม.6
3.2 จำนวนนกั เรยี นท่ีมีผลกำรประเมินกำรเรียนรู้วชิ ำภำษำอังกฤษ ระดับดขี ้นึ ไป
แต่ละระดับชนั้ ร้อยละ 80 ข้นึ ไป
4. การปรบั ปรุง (Act) เปน็ กำรปรบั ปรุงกระบวนกำรหลังจำกท่ไี ด้วัดผล โดยจะมี
เงื่อนไขดงั น้ี
 ถ้ำตรวจสอบแลว้ พบไวว้ ำ่ ไม่สำเร็จตำมเกณฑ์ทีว่ ำงไวใ้ นขน้ั Plan จะตอ้ ง

กลับไปปรบั ปรุงวธิ ีกำรใหมใ่ หเ้ หมำะสม โดยวิเครำะหป์ ญั หำใหม่จำกสิ่งที่
เกิดขนึ้ พรอ้ มกับปฏบิ ัตแิ ละประเมนิ ผลจนกวำ่ จะผ่ำนเง่ือนไขท่ตี ้ังไว้
 ถำ้ สำเร็จตำมเกณฑ์ทว่ี ำงไว้ในข้ัน Plan วิธที ี่ใช้แล้วสำเรจ็ น้จี ะกลำยเปน็
มำตรฐำนใหม่ของกำรดำเนินงำนหลังจำกน้ี

10

• โมเดลการนิเทศการยกระดบั คุณภาพการเรียนการสอน
ภาษาองั กฤษ

Model • สำนกั งำนเขตพ้ืนท่ีกำรศึกษำประถมศึกษำอุดรธำนี เขต 4

• โมเดล DT CR CP

กำรนิเทศ

การนิเทศ D= Digital Platform

(Supervision) ใหค้ วามรูผ้ ่านดิจิทลั แพลทฟอรม์

T= Teacher Training
การอบรมครู Boot Camp
C= Classroom observation
เย่ียมชน้ั เรียน / สงั เกตการสอน

R = Reflective Coaching and Mentoring

นิเทศแบบช้ีแนะสะทอ้ นคิดและแบบพ่ีเล้ียง

C= Conference
การประชุมครู นิเทศติดตามทบทวนการปฏิบตั ิงาน

P= Professional Learning Community (PLC)
การนิเทศผ่านกระบวนการ PLC (ชุมชนแห่งการเรียนร)ู้

11

 คาอธิบายโมเดล DT CR PC มีดงั นี้

D = Digital Platform ระบบดจิ ทิ ลั แพลทฟอร์ม

กำรพฒั นำและยกระดับคณุ ภำพกำรเรียนกำรสอนภำษำองั กฤษ โดยใช้ digital

platform ได้แก่ นิเทศผำ่ นกลุ่มไลน์ “ครภู ำษำองั กฤษ อดุ ร 4” โดยกำรนำสือ่ ระบบ

Digital platform มำเผยแพร่ผ่ำนกล่มุ ไลน์ ส่อื ที่สำคญั ได้แก่ youtube /ไฟล์ / เว็บไซต์

ด้ำนกำรเรียนกำรสอนภำษำอังกฤษ ที่เก่ียวกบั กำรสอบ O-NET ในระดับชัน้ ป.6, ม.3,

ม.6 ตลอดจนรูปแบบขอ้ สอบและจำนวนข้อสอบในแตล่ ะรำยวชิ ำ (Test Blueprint)

กำรใช้สื่อจำก youtube เพอ่ื พัฒนำกำรเรยี นกำรสอนและพัฒนำควำมสำมำรถดำ้ น

ภำษำอังกฤษ เปน็ ต้น

T = Teacher Training การอบรมครู

กำรอบรมครภู ำษำองั กฤษโดยใชห้ ลักสตู ร Boot Camp Turbo โดยใช้กำรอบรม

หลกั สูตร 30 ชวั่ โมง โดยอบรม 2 วัน (12 ช่ัวโมง) ทำงำนออนไลน์ 12 ช่วั โมง และนำมำ

แลกเปล่ียนเรียนรอู้ ีก 1 วนั (6 ชัว่ โมง) รวม 3 วัน (30 ชว่ั โมง)

C = Classroom observation การสังเกตการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ หรือการเยย่ี ม

ชัน้ เรียน

กำรสังเกตกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ หรอื กำรเยีย่ มช้นั เรยี น มจี ุดมงุ่ หมำยเพอื่ ให้

รบั ทรำบข้อมลู กำรจัดกำรเรยี นกำรสอนท่ีแทจ้ รงิ

R= Reflective Coaching and Mentoring การนิเทศแบบชี้แนะสะท้อนคดิ และ

แบบพเี่ ล้ียง

กำรนิเทศแบบชี้แนะสะท้อนคิดและแบบพีเ่ ลยี้ ง เป็นกำรใหก้ ำรนเิ ทศโดยผ้รู ับกำรนเิ ทศมี

ส่วนรว่ มในกำรสะทอ้ นกำรจัดกำรเรยี นกำรสอนของตน และสำมำรถหำแนวทำงพฒั นำ

ของตนเองได้ โดยอำศยั กำรช้แี นะจำกผูน้ เิ ทศ และผูน้ ิเทศยังสำมำรถทำหนำ้ ทเี่ ป็นพี่

เล้ยี งให้คำปรกึ ษำ คำแนะนำเทคนคิ วิธกี ำรเพ่ือพัฒนำกำรจดั กำรเรยี นกำรสอนไดอ้ ีก

ด้วย

C= Conference การประชุมนเิ ทศ

กำรประชมุ นิเทศกับครูผู้สอนภำษำอังกฤษเพอื่ ติดตำมทบทวนกำรปฏิบัตงิ ำน หรือ

แนะนำเทคนิควธิ กี ำรสอนแบบต่ำงๆ

P = Professional Learning Community ชมุ ชนวชิ าชีพแห่งการเรียนรู้

กำรนิเทศโดยใหค้ รูคดิ วำงแผนแกไ้ ขปัญหำรว่ มกนั เพอื่ แก้ไขปญั หำหรือพฒั นำกำรเรียน

กำรสอนภำษำอังกฤษโดยใช้นวตั กรรมต่ำงๆ ซ่ึงหลงั จำกท่ไี ด้นำนวตั กรรมไปใช้แลว้ กม็ ี

กำรเผยแพรผ่ ำ่ นทำงไลน์กลมุ่ “ครภู ำษำอังกฤษ อุดร 4” 12

 ระดบั โรงเรยี น
สำนกั งำนเขตพนื้ ทีก่ ำรศึกษำประถมศึกษำอดุ รธำนี เขต ๔ กำหนดให้โรงเรียนดำเนินกำรเร่งรดั
พัฒนำกำรจัดกำรเรียนกำรสอนภำษำองั กฤษตำมแนวทำงดังนี้
1. เน้นใหน้ กั เรียนแตล่ ะชน้ั ฝกึ ทักษะกำรฟงั พูดภำษำอังกฤษให้มำกข้นึ โดยใช้วิธีกำรจดั
กำรเรียนกำรสอนท่ีหลำกหลำย และสือ่ ตำ่ งๆ ประกอบ
2. จดั บรรยำกำศและสภำพแวดลอ้ มทส่ี ่งเสรมิ ให้ผเู้ รียนได้ฝกึ ทกั ษะภำษำอังกฤษ เพ่ือกำร
สอื่ สำรไดอ้ ย่ำงมีประสิทธิภำพ เช่น ปำ้ ยนิเทศต่ำงๆ ปำ้ ยชัน้ เรยี น/ช่อื ครูประจำชน้ั
ปำ้ ยสญั ลกั ษณ์ ปำ้ ยหอ้ งพเิ ศษตำ่ งๆ และจัดใหม้ ีกิจกรรมเสรมิ ทักษะอ่ืนๆ ทจ่ี ะช่วยใหน้ ักเรียน
ได้มีโอกำสใชภ้ ำษำอังกฤษในชวี ิตประจำวนั มำกขนึ้
3. แจ้งครดู ำวน์โหลดแบบฝกึ พัฒนำทักษะภำษำองั กฤษแบบเขม้ สำหรับนักเรยี นระดบั ชั้น
ประถมศึกษำปีท่ี 6 มธั ยมศกึ ษำปที ี่ 3 และมธั ยมศึกษำปีท่ี 6 ได้ทีเ่ ว็บไซตก์ ลุม่ สง่ เสรมิ กำรเรยี น
กำรสอนภำษำ สำนกั วิชำกำรและมำตรฐำนกำรศึกษำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำ
ขนั้ พ้ืนฐำน เพือ่ ใชเ้ ปน็ สื่อประกอบกำรพฒั นำทักษะกำรพูดส่ือสำร

4. โรงเรียนสำมำรถออกแบบเนอื้ หำ กำหนดวธิ ีกำร หรือตำรำงเวลำให้เหมำะสมตำมบรบิ ทของ
โรงเรยี น เพอ่ื พฒั นำทักษะกำรฟังพดู ของนักเรยี น เชน่ บทสนทนำ คำศัพท์ ประโยค วลตี ำ่ งๆ
ทค่ี วรรู้ กำรจัดกิจกรรมหน้ำเสำธง กิจกรรมลดเวลำเรยี นเพ่มิ เวลำรู้ กำรบูรณำกำรสอดแทรกใน
วิชำต่ำงๆ ตลอดจนกิจกรรมชมุ นุม เปน็ ตน้
5. จัดใหม้ ีกำรวัดและประเมนิ ผลกำรพูดภำษำอังกฤษเพอื่ กำรสอ่ื สำรของนักเรยี นแตล่ ะชนั้
อย่ำงต่อเนอ่ื งและสมำ่ เสมอ เพอื่ ตรวจสอบควำมก้ำวหน้ำในกำรพดู ของนักเรยี น
6. ครูควรใช้ภำษำองั กฤษในช้นั เรียนให้มำกข้นึ (Classroom Expression) เชน่ กำรออกคำสงั่
กำรใชค้ ำถำมในชนั้ เรียน กำรใหผ้ ลสะท้อนกลบั กำรเสริมแรง เช่น กำรยกยอ่ ง ชมเชย เป็นตน้
7. นเิ ทศภำยใน เช่น นเิ ทศงำน นิเทศสังเกตกำรเรียนกำรสอน (Classroom Observation)
8. จัดให้มีกำรแลกเปลย่ี นเรียนรู้ PLC เพอ่ื แกไ้ ขปญั หำหรือพัฒนำกำรเรยี นกำรสอนร่วมกัน

13

สว่ นที่ 3
แนวทางการขับเคลื่อนพอื่ ยกระดบั คุณภาพ

การเรียนการสอนภาษาองั กฤษ
สำนกั งำนเขตพน้ื ทีก่ ำรศึกษำประถมศึกษำอุดรธำนี เขต 4 ได้จดั ทำนโยบำย
มำตรกำร แนวทำง และเคร่ืองมือในกำรยกระดบั คุณภำพกำรเรียนกำรสอนภำษำอังกฤษ
เพื่อเปน็ แนวทำงให้โรงเรียนได้นำไปปรบั ใชใ้ ห้เหมำะสมตำมบรบิ ทของแต่ละโรงดังน้ี

นโยบาย/มาตรการ

1. เร่งรัดพฒั นำใหน้ กั เรยี นทุกระดับช้นั พูดภำษำอังกฤษสอื่ สำรไดต้ ำมช่วงวยั
2. ส่งเสรมิ ใหค้ รจู ดั กำรเรยี นกำรสอนภำษำอังกฤษมงุ่ เนน้ เพอ่ื กำรส่ือสำร
3. ครใู ชก้ ระบวนกำร PLC (Professional Learning Community) ในกำรแกป้ ัญหำ

กำรเรยี นกำรสอนภำษำองั กฤษ
4. ส่งเสริมพัฒนำศกั ยภำพกำรใชท้ ักษะภำษำองั กฤษของผบู้ ริหำรโรงเรียน ครแู ละ

บคุ ลำกรทำงกำรศกึ ษำ
5. ส่งเสรมิ กำรนเิ ทศภำยในด้ำนกำรเรียนกำรสอนภำษำองั กฤษ โดยใชพ้ น้ื ท่ีเป็นฐำน
6. ยกระดับผลสมั ฤทธิ์ทำงกำรเรยี นวิชำภำษำองั กฤษระดับช้ันต่ำงๆ และกำรทดสอบ

ทำงกำรศกึ ษำระดับชำติ ขน้ั พน้ื ฐำน O-NET

14

แนวทางการดาเนินงาน

1. เน้นใหน้ ักเรยี นแต่ละช้ันฝกึ ทักษะกำรฟังพูดภำษำอังกฤษใหม้ ำกขึ้น
1.1 ใชว้ ธิ กี ำรจัดกำรเรยี นกำรสอนท่หี ลำกหลำย และส่อื ตำ่ งๆ ประกอบ
1.2 จัดทำคู่มือกำรสนทนำภำษำอังกฤษตำมตวั ชีว้ ัดของแต่ละระดับชัน้ ตงั้ แต่ระดบั ปฐมวัย

จนถงึ ช้นั มธั ยมศกึ ษำปีท่ี 3
- จดั ทำบทสนทนำภำษำองั กฤษระดบั ปฐมวัยถงึ ชัน้

มัธยมศกึ ษำปีที่ 3 ตำมบรบิ ทของโรงเรียน เช่น กำรกลำ่ วทกั ทำย กำรถำม-ตอบข้อมลู เกี่ยวกับตนเอง
และเร่ืองใกล้ตวั และในสถำนกำรณต์ ำ่ ง ๆ

- นำบทสนทนำจำกคมู่ อื ไปใชใ้ นกำรจดั กำรเรียนกำรสอนในชน้ั เรียน หรอื ในโรงเรียนอยำ่ งน้อย
สปั ดำห์ละ 1-2 สถำนกำรณ์

3. จัดทำคลงั คำศพั ท์ (Word bank) ตำมควำมเหมำะสมแตล่ ะระดบั ชน้ั สำหรบั ครู นักเรียน บุคลำกรใน
โรงเรียน และทดสอบนักเรียนตำมระดับชั้น

-โรงเรยี นจดั ทำคลังคำศัพท์แยกตำมหมวดหมใู่ นแตล่ ะระดบั ช้นั เชน่
ส่ิงของในห้องเรยี น สัตว์ ตวั เลข วนั เดือน ปี ผกั ผลไม้ อำหำร เคร่อื งดื่ม วชิ ำ กจิ กรรมยำมว่ำง ฯลฯ

- ครูและนักเรียนนำคำศัพทไ์ ปใชใ้ นสถำนกำรณท์ ่เี หมำะ
- กำหนดวำระกำรทดสอบคำศพั ทต์ ำมระดบั ชนั้ ของชนั้ เรยี นหรือของโรงเรียน อย่ำงน้อย
ภำคเรยี นละ 2 ครง้ั

15

1.4 โรงเรียนสง่ เสริมพฒั นำกำรจัดกำรเรียนกำรสอนภำษำอังกฤษแบบมงุ่ เน้น
เพอ่ื กำรส่อื สำรโดยใช้ระบบดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Digital Platform) เชน่ เว็บต่ำงๆ
วีดิทศั น์บน Youtube, New DLTV / DLIT, ส่อื สงั คมออนไลน์ (Social Media) เช่น
Facebook, Line เปน็ ต้น

16

2. จัดบรรยำกำศและสภำพแวดลอ้ มทส่ี ง่ เสรมิ ให้ผู้เรียนไดฝ้ กึ ทกั ษะภำษำองั กฤษ
เพอ่ื กำรสื่อสำรไดอ้ ย่ำงมีประสทิ ธภิ ำพ เชน่ ป้ำยนิเทศต่ำงๆ ปำ้ ยชัน้ เรียน/ชอื่ ครปู ระจำชน้ั
ปำ้ ยสัญลักษณ์ ปำ้ ยห้องพิเศษต่ำงๆ และจดั ใหม้ ีกิจกรรมเสรมิ ทกั ษะอ่ืนๆ ทจ่ี ะช่วยให้
นกั เรยี นได้มีโอกำสใชภ้ ำษำองั กฤษในชีวติ ประจำวนั มำกขน้ึ

17

3. ครูดำวนโ์ หลดแบบฝึกพัฒนำทักษะภำษำอังกฤษแบบเขม้ สำหรบั นกั เรยี น ระดับชน้ั
ประถมศึกษำปีที่ 6 มธั ยมศกึ ษำปีท่ี 3 และมัธยมศึกษำปที ่ี 6 ไดท้ ีเ่ วบ็ ไซต์กลมุ่ สง่ เสริม
กำรเรยี นกำรสอนภำษำ สำนักวิชำกำรและมำตรฐำนกำรศกึ ษำ สำนกั งำนคณะกรรมกำร
กำรศกึ ษำข้นั พื้นฐำน เพอื่ ใชเ้ ป็นสื่อประกอบกำรพัฒนำทกั ษะกำรพูดสื่อสำรและกำรวัดผล
O-NET
- ครศู ึกษำตัวช้วี ัด สำระกำรเรยี นรูแ้ กนกลำง รูปแบบขอ้ สอบ O-NET (Blueprint) และ
นำไปใช้พัฒนำกำรจดั กำรเรยี นกำรสอน ใหน้ ักเรยี นได้ฝึกฝนข้อสอบ O-NET โดยให้
สอดแทรกในชว่ั โมงเรยี นทกุ ชว่ั โมงหรอื ทุกหน่วยกำรเรียนรู้

4. โรงเรียนสำมำรถออกแบบเน้ือหำ กำหนดวิธกี ำร หรือตำรำงเวลำให้เหมำะสมตำม
บรบิ ทของโรงเรียน เพือ่ พฒั นำทกั ษะกำรฟงั พูดของนกั เรยี น เช่น บทสนทนำ คำศัพท์
ประโยค วลตี ำ่ งๆ ทค่ี วรรู้

4.1 กำรจดั กจิ กรรมหนำ้ เสำธง/ ในห้องเรยี น/หลงั เลกิ เรียน เชน่ ภำษำอังกฤษวนั ละ
คำ / วันละประโยค, กำรทอ่ งคำศพั ท,์ โคลง/กลอน (Chant), พดู สนทนำแสดงบทบำท
สมมต,ิ กำรฟงั นิทำน, กำรรอ้ งเพลง, เพลงประกอบทำ่ ทำง เปน็ ต้น

18

4.2 กำรจัดกจิ กรรมลดเวลำเรยี น เพม่ิ เวลำรู้ / กำรบรู ณำกำรภำษำอังกฤษสอดแทรกใน
วิชำต่ำงๆ / กิจกรรมชุมนมุ หรือชมรมภำษำอังกฤษ เป็นตน้

4.3 จัดกำรเรียนกำรสอนภำษำอังกฤษตำมหลกั สตู ร Phonics ชน้ั ประถมศึกษำปที ี่ 1-6
- ครูผูส้ อนศึกษำวิธีกำรเรียนอำ่ นเขียนและออกเสียงภำษำอังกฤษโดยใชห้ ลักกำร

ถอดรหัสเสียงและผสมเสยี งตัวอกั ษร A-Z และนำไปใช้จดั กำรเรียนกำรสอนในชั้นเรยี น
- ครนู ำหลักสูตร Phonics ไปสอนในช่วั โมงวิชำภำษำองั กฤษอยำ่ งน้อยชั่วโมงละ 10 นำที

4.4 โรงเรยี นจัดค่ำยส่งเสริมทักษะภำษำอังกฤษ (English Camp) เพ่อื เสรมิ สรำ้ ง
ทักษะกำรส่อื สำรภำษำองั กฤษให้แกผ่ ูเ้ รยี น

-โรงเรยี นหรอื กล่มุ โรงเรยี นจัดคำ่ ยเสรมิ ทกั ษะภำษำองั กฤษ อย่ำงนอ้ ยปกี ำรศึกษำ
ละ 1 คร้ัง

-โรงเรียนทม่ี ขี นำดเล็กรว่ มมือกันจัดค่ำยภำษำอังกฤษ โดยมีโรงเรยี นท่มี ีควำม
พร้อมเข้ำใหก้ ำรชว่ ยเหลอื

19

4.5 สง่ เสรมิ กำรจดั กิจกรรมกำรแขง่ ขันทักษะภำษำอังกฤษในทกุ ระดับ เช่น จดั กำร
แขง่ ขัน Spelling bee, Storytelling, Multi skills, Crossword ในระดับโรงเรยี น
อย่ำงน้อยปกี ำรศึกษำละ 1 คร้งั เพ่อื เป็นกำรเตรยี มพร้อมสำหรับกำรแข่งขนั ในระดับเขต
พน้ื ทก่ี ำรศกึ ษำ ระดบั ภมู ิภำคหรือระดับ ประเทศ

4.6 โรงเรียนจัดกิจกรรมพัฒนำทักษะภำษำอังกฤษเพ่ือกำรสื่อสำรของผู้บรหิ ำร ครูและ
บคุ ลำกรทำงกำรศึกษำ
- ผู้บรหิ ำร ครแู ละบุคลำกรทำงกำรศึกษำเข้ำรว่ มกำรอบรมพฒั นำทกั ษะภำษำอังกฤษ
เพื่อกำรสือ่ สำร อยำ่ งตอ่ เนอ่ื ง

5. จัดให้มีกำรวดั และประเมนิ ผลกำรพูดภำษำองั กฤษเพื่อกำรสอื่ สำรของนกั เรยี นแต่ละชั้น
อย่ำงต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เพอ่ื ตรวจสอบควำมก้ำวหนำ้ ในกำรพูดของนกั เรยี น

20

6. ครูควรใชภ้ ำษำองั กฤษในชนั้ เรยี นใหม้ ำกขึ้น (Classroom Expression) เชน่ กำรออก
คำสั่ง กำรใชค้ ำถำมในชน้ั เรยี น กำรให้ผลสะท้อนกลับ กำรเสรมิ แรง เช่น กำรยกยอ่ ง
ชมเชย เปน็ ต้น

6.1 สง่ เสรมิ ครูผู้สอนภำษำองั กฤษเขำ้ ร่วมโครงกำรอบรมพฒั นำครูแกนนำด้ำน
กำรจดั กำรเรียนกำรสอนภำษำอังกฤษ (Boot Camp) เพื่อพฒั นำกำรจดั กำรเรียนกำรสอน
ภำษำองั กฤษเพ่อื กำรสือ่ สำรและนำเข้ำส่ชู นั้ เรียนได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ

- ครผู สู้ อนภำษำองั กฤษเข้ำรบั กำรอบรมขยำยผล Boot Camp
- ครูผู้สอนภำษำองั กฤษนำกจิ กรรมกำรจดั กำรเรียนกำรสอนมำใชใ้ นชั้นเรียน
เชน่ เทคนคิ กำรสอนคำศพั ท์ กำรฟัง พดู อำ่ น กำรเขยี น กำรสอนไวยำกรณเ์ พือ่ กำรสอ่ื สำร
เปน็ ต้น
6.2 สง่ เสริมใหค้ รูผู้สอนภำษำองั กฤษนำแอพพลเิ คชนั่ Echo English ไปจัดกำรเรยี น
กำรสอนในชั้นเรียนและชีวติ ประจำวนั ครูผูส้ อนตดิ ตงั้ แอพพลเิ คช่นั Echo English และ
นำไปใชต้ ำมควำมเหมำะสม

21

7. นเิ ทศภำยใน เชน่ นิเทศงำน นเิ ทศสงั เกตกำรเรียนกำรสอน (Classroom Observation)
- โรงเรยี นจัดใหม้ ีกำรนิเทศภำยในอย่ำงสม่ำเสมอตลอดปกี ำรศึกษำ มกี ำรจัดทำเครอื่ งมอื

ปฏิทินกำรนิเทศ สรุปรำยงำนกำรนเิ ทศติดตำมและประเมนิ ผล
- ครูสอนภำษำองั กฤษรับกำรนเิ ทศผ่ำนกลมุ่ ไลน์ “ครภู ำษำองั กฤษ อดุ ร4”

22

ส่วนที่ 4
ตัวชีว้ ัดความสาเรจ็ ในการยกระดบั คณุ ภาพการเรยี นการสอนภาษาองั กฤษ

ตัวช้ีวดั ความสาเรจ็
1. สำนกั งำนเขตพ้ืนทมี่ ขี ้อมูลและมแี นวทำง/วธิ กี ำรสง่ เสรมิ สนบั สนนุ สร้ำงควำมรู้

ควำมเขำ้ ใจกบั โรงเรยี นในกำรยกยกระดับคณุ ภำพกำรเรยี นกำรสอนภำษำองั กฤษ
2. สำนักงำนเขตพ้นื ทมี่ รี ะบบนิเทศ ช้ีแนะ ชว่ ยเหลือโรงเรียนในกำรยกระดบั คณุ ภำพ

กำรเรียนกำรสอนภำษำองั กฤษ
3. ครูมวี ิธกี ำร/นวตั กรรมในกำรแกป้ ัญหำและพัฒนำนักเรียนให้มีควำมสำมำรถด้ำน

ภำษำอังกฤษ
4. ผลสมั ฤทธใิ์ นกำรทดสอบระดบั ชำติ (O-NET) วชิ ำภำษำองั กฤษ เพ่มิ ขึน้ ร้อยละ 3
5. ร้อยละ 80 ของผเู้ รยี นผ่ำนเกณฑ์กำรวัดและประเมนิ ผลกำรเรยี นรวู้ ิชำภำษำอังกฤษ

อย่ำงมีประสิทธภิ ำพ
6. ร้อยละ 80 ของผเู้ รยี นผ่ำนเกณฑ์กำรประเมนิ ควำมสำมำรถกำรใช้ภำษำอังกฤษ

(ทกั ษะกำรพูด)
7. โรงเรียนมีกำรดำเนินงำนและรำยงำนผลตำมแผนงำน/โครงกำร

23

สว่ นท่ี 5
เคร่ืองมือนิเแทบศบตนิดิเตทำศมตกดิ ตำรามยกการระยดกบั รคะดุณบั ภคำุณพภกาำพรกเราียรเนรยีกนำกรสารอสนอภนำภษาษำาอองั งักกฤฤษษ

ตามโครงการนเิ ทศบูรณาการโดยใชพ้ ืน้ ทเ่ี ปน็ ฐาน
สำนักงำนเขตพ้นื ทกี่ ำรศึกษำประถมศกึ ษำอุดรธำนี เขต 4
โรงเรยี น............................................กลมุ่ ............................. อาเภอ ............... จงั หวดั อุดรธานี
วันท่ี.................เดอื น................................พ.ศ. .................
คาแนะนา 1. ให้ใส่เคร่อื งหมำย  ในช่องระดบั คุณภำพของกำรปฏบิ ัตหิ รอื ไมป่ ฏบิ ัติ
2. ควำมหมำยของระดบั คณุ ภำพ 1= น้อยทสี่ ุด , 2=นอ้ ย , 3=ปำนกลำง , 4=มำก , 5=มำกที่สดุ

24

25

26

27

28

ภาคผนวก

Udon4 5G MODEL

29

จุดเน้นพัฒนาคุณภาพการศึกษา สพป.อุดรธานี เขต ๔

การนิเทศบูรณาการโดยใช้พน้ื ทเี่ ป็นฐาน เพอ่ื พัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา
สานักงานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาอุดรธานี เขต ๔
ปกี ารศึกษา ๒๕๖๒
---------------------------------------------------------------------

หลักการและเหตุผล

ในกำรพฒั นำคุณภำพกำรศกึ ษำ มีกระบวนกำรสคู่ วำมสำเร็จ ๓ กระบวนกำร คอื กระบวนกำร
บริหำร กระบวนกำรเรียนกำรสอน และกระบวนกำรนเิ ทศกำรศกึ ษำ ซึง่ กระบวนกำรนิเทศกำรศกึ ษำ เปน็ ภำรกจิ
จำเปน็ ตอ่ กำรจดั กำรศึกษำทต่ี ้องอำศัยควำมรว่ มมอื จำกบุคคลหลำยฝำ่ ย โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งทำงกำรพฒั นำ
คุณภำพกำรเรียนกำรสอน บคุ ลำกรทเ่ี ก่ียวข้องในหนว่ ยงำนจัดกำรศึกษำจำเป็นต้องพฒั นำและปรบั ปรุงตนเองให้
ทนั ต่อกำรเปล่ยี นแปลง เพ่ือใหก้ ำรปฏิบตั งิ ำนเป็นไปอย่ำงมีประสิทธภิ ำพ ซ่งึ กำรนเิ ทศกำรศกึ ษำเปน็ กระบวนกำร
ท่ีมีจดุ มุง่ หมำยเพ่อื ชว่ ยเหลอื ชี้แนะและพัฒนำงำนใหป้ ระสบควำมสำเร็จ ทนั ตอ่ สภำพควำมเปลี่ยนแปลงท่ี
เกิดข้ึน อีกทง้ั เปน็ องค์ประกอบสำคญั ทีช่ ว่ ยเหลือสนบั สนุนใหก้ ระบวนกำรบรหิ ำร และกระบวนกำรเรียนกำรสอน
ใหม้ คี ุณภำพตำมมำตรฐำนกำรศกึ ษำของประเทศ

กำรนเิ ทศบรู ณำกำรโดยใชพ้ ้ืนที่เปน็ ฐำน เปน็ แนวทำงหน่งึ ของกำรนเิ ทศ เพ่ือให้สอดคล้องกับสภำวกำรณ์
ทำงกำรศกึ ษำในปัจจบุ ัน โดยมงุ่ เน้นกระบวนกำรนิเทศอย่ำงเป็นระบบ สำมำรถพัฒนำ สง่ เสริม และสนับสนนุ
ผูบ้ รหิ ำร ใหส้ ำมำรถนิเทศภำยในไดอ้ ยำ่ งเป็นระบบ ครูมีควำมรูค้ วำมสำมำรถในกำรจัดกำรเรียนรู้ ส่งผลต่อกำร
พัฒนำคณุ ภำพผูเ้ รียนสอดคล้องกับ เป้ำหมำยของกำรพฒั นำผูเ้ รียนตำมนโยบำยและยุทธศำสตรด์ ำ้ นคณุ ภำพ
กำรศกึ ษำไดอ้ ย่ำงมปี ระสิทธภิ ำพ

วตั ถปุ ระสงค์

๑. เพือ่ นเิ ทศกำรศึกษำระดบั เขตพ้นื ทก่ี ำรศกึ ษำ ระดับกลุ่มเครือขำ่ ยโรงเรียน ระดบั โรงเรียน

ในกำรแนะนำชว่ ยเหลือ กำรดำเนนิ งำนพฒั นำคุณภำพกำรศึกษำ ของทกุ โรงเรยี นท่ีอยูใ่ นสงั กัด

๒. เพอ่ื พฒั นำกำรนิเทศภำยในโรงเรยี น ให้เปน็ “กำรนิเทศภำยในเปน็ โรงเรียนยุคใหม่ หวั ใจ

หอ้ งเรียนคณุ ภำพ”

เปา้ หมาย

เชงิ ปรมิ าณ

๑. ร้อยละของสถำนศึกษำท่ไี ดร้ บั กำรนิเทศบูรณำกำร ตำมขอบข่ำยเนอ้ื หำ ๕ นโยบำย ๑๐ จุดเนน้

๒. รอ้ ยละของสถำนศกึ ษำทม่ี กี ำรนเิ ทศภำยในอยำ่ งเป็นระบบ

๓. ร้อยละของผู้มสี ่วนเก่ียวข้องกับกำรนเิ ทศบรู ณำกำรโดยใช้พ้นื ทเี่ ป็นฐำน

๔. รอ้ ยละของผ้บู ริหำรโรงเรยี น และครู ผ้รู ับกำรนิเทศ 30

จุดเน้นพัฒนาคุณภาพการศึกษา สพป.อุดรธานี เขต ๔

การนิเทศบูรณาการโดยใช้พืน้ ทเ่ี ปน็ ฐาน เพอ่ื พฒั นาคุณภาพการศึกษา

สานกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาอดุ รธานี เขต ๔
ปีการศกึ ษา ๒๕๖๒

---------------------------------------------------------------------
เชงิ คณุ ภาพ

๑. สถำนศึกษำสำมำรถปฏบิ ัตงิ ำน และพฒั นำงำน ตำมขอบข่ำยเนอ้ื หำประเด็นท่ไี ดร้ ับกำรนเิ ทศได้ อยำ่ งมี
คณุ ภำพ และประสิทธภิ ำพ

๒. สถำนศึกษำ จัดให้มีกระบวนกำรนเิ ทศภำยในอย่ำงเปน็ ระบบ มีประสิทธิภำพ
๓. บุคลำกร ทกุ ภำคสว่ น ประกอบดว้ ย ผูบ้ ริหำรโรงเรยี น ครู ศกึ ษำนเิ ทศก์ ก.ต.ป.น. รวมท้ังบคุ ลกำรทำง
กำรศึกษำ รว่ มกันปฏบิ ตั ิกำรนิเทศโดยใชพ้ น้ื ทเ่ี ป็นฐำน ไดอ้ ยำ่ งเปน็ ระบบ มปี ระสทิ ธิภำพ
๔. สำนักงำนเขตพน้ื ทกี่ ำรศกึ ษำประถมศกึ ษำอดุ รธำนี เขต ๔ สำมำรถนิเทศโรงเรยี นได้อย่ำงน้อยโรงเรยี น
ละ ๒ คร้งั ตอ่ ๑ ภำคเรยี น

กิจกรรมและการดาเนินงาน

ท่ี กิจกรรม ระยะเวลาดาเนนิ การ ผู้รับผดิ ชอบ/ผ้ปู ฏิบตั ิ

๑ ประชมุ ปฏบิ ัตกิ ำรพฒั นำผูบ้ ริหำรโรงเรยี น ๗ ม.ิ ย.๖๒ โรงเรยี น กลุม่ เขตพน้ื ท่ี
๒ แตง่ ตง้ั คณะกรรมกำรนเิ ทศ ๑๕-๓๐ มิ.ย. ๖๒
๓ สรำ้ งควำมรู้ควำมเข้ำใจแกบ่ ุคลำกร ๑-๑๕ ก.ค. ๖๒ 
๔ ศกึ ษำสภำพปัจจบุ ัน ปัญหำ ก.ค. ๖๒
๕ วำงแผนกำรนเิ ทศ ก.ค. ๖๒ 
๖ สรำ้ งและพฒั นำเครือ่ งมอื /คมู่ ือกำรนเิ ทศ ก.ค.๖๒
๗ ปฎบิ ัติกำรนเิ ทศบรู ณำกำร ปกี ำรศึกษำ ๒๕๖๒ 
๘ ปรับปรุงพัฒนำกำรนิเทศ ๑-๑๕ ต.ค.๖๒
๙ จัดกิจกรรมยกยอ่ งเชดิ ชเู กยี รติ มี.ค.๖๓ 











นโยบาย จดุ เนน้ เพอ่ื การนิเทศบรู ณาการโดยใชพ้ ืน้ ที่เป็นฐาน เพอ่ื พัฒนาคณุ ภาพการศึกษา

สานักงานเขตพนื้ ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาอดุ รธานี เขต ๔ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๒

นโยบาย ๕ นโยบาย ประกอบดว้ ย

นโยบำยที่ ๑ จดั กำรศึกษำเพอ่ื ควำมมนั่ คง

นโยบำยที่ ๒ พฒั นำคณุ ภำพผเู้ รยี น

นโยบำยท่ี ๓ พฒั นำผู้บรหิ ำร ครูและบคุ ลำกรทำงกำรศกึ ษำ

นโยบำยที่ ๔ สร้ำงโอกำสในกำรเขำ้ ถึงกำรศึกษำท่ีมีคณุ ภำพมีมำตรฐำนลดควำ3ม1เหลื่อมล้ำทำงกำรศึกษำ

นโยบำยที่ ๕ เพิ่มประสทิ ธภิ ำพกำรบริหำรจัดกำร

นโยบาย จุดเน้นพัฒนาคุณภาพการศึกษา สพป.อุดรธานี เขต ๔

การนเิ ทศบรู ณาการโดยใชพ้ ืน้ ท่เี ปน็ ฐาน เพือ่ พัฒนาคุณภาพการศึกษา

สานักงานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาอดุ รธานี เขต ๔

ปีการศึกษา ๒๕๖๒

---------------------------------------------------------------------

๑๐ จุดเน้น ประกอบด้วย

จุดเน้นท่ี ๑ สถำนศกึ ษำเสรมิ สรำ้ งควำมม่ันคงของสถำบันหลักและกำรปกครองในระบอบประชำธปิ ไตย

อนั มพี ระมหำกษตั รยิ ์ ทรงเปน็ ประมุข

จดุ เนน้ ท่ี ๒ สถำนศึกษำปลกู ฝังผเู้ รียนดำ้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม และคำ่ นิยมที่พงึ ประสงค์

จุดเนน้ ที่ ๓ สถำนศึกษำเสรมิ สร้ำงควำมเขม้ แข็งในกำรพฒั นำผเู้ รยี นอยำ่ งมคี ุณภำพด้วยกำรปรบั หลักสตู ร

กำรวัดและประเมินผลทเี่ หมำะสม

จดุ เนน้ ท่ี ๔ สถำนศกึ ษำพัฒนำคณุ ภำพกระบวนกำรเรยี นรู้

จุดเน้นท่ี ๕ สถำนศึกษำสร้ำงขดี ควำมสำมำรถในกำรแข่งขนั

จดุ เนน้ ท่ี ๖ พัฒนำระบบประกนั คณุ ภำพภำยใน

จดุ เน้นท่ี ๗ ผบู้ รหิ ำร ครูและบคุ ลำกรทำงกำรศกึ ษำทุกประเภท มสี มรรถนะตำมมำตรฐำนวิชำชพี มศี ักยภำพ

มคี ณุ ธรรม จริยธรรม นำ Digital Technology มำใชใ้ นกำรบรหิ ำรและกำร จัดกำรเรยี นรู้

จุดเนน้ ท่ี ๘ สถำนศึกษำลดควำมเหลอ่ื มลำ้ ทำงกำรศึกษำ

จุดเน้นที่ ๙ สถำนศึกษำสร้ำงควำมเข้มแข็งของระบบกำรนเิ ทศภำยใน

จุดเนน้ ท่ี ๑๐ โรงเรยี นแห่งควำมสขุ

โดยมรี ายละเอียด แนวทางการดาเนนิ งานของโรงเรยี น และตัวช้วี ัดความสาเร็จดา้ นภาษาไทย ดงั นี้

จดุ เนน้ ที่ ๔ สถานศึกษาพฒั นาคุณภาพกระบวนการเรียนรู้

แนวทางการดาเนนิ งานของโรงเรยี น

ข้อ ๒. ส่งเสริมสนบั สนุนใหผ้ ู้เรียนสำมำรถอ่ำนออก เขยี นไดต้ ำมชว่ งวยั

ข้อ ๓. สง่ เสรมิ สนบั สนนุ ใหผ้ ู้เรียนมีนิสัยรกั กำรอำ่ น

ข้อ ๔. ส่งเสริมกำรจดั กำรเรียนรทู้ ่ีใหผ้ เู้ รียนไดเ้ รียนรู้ผ่ำนกิจกรรมกำรปฏบิ ัตจิ รงิ (Active

Learning)

เน้นทกั ษะกำรคดิ วิเครำะหค์ ดิ แก้ปัญหำ และคิดสรำ้ งสรรค์ในทกุ กลมุ่ สำระกำรเรียนร้ทู ้ังในและนอกห้องเรยี น

ตัวชี้วัดความสาเรจ็

ตวั ช้วี ัดที่ ๒. ร้อยละ ๘๐ ของผูเ้ รียนมีทกั ษะ กำรอ่ำน กำรเขียน ผ่ำนเกณฑ์ในระดับดีข้ึนไป

ตัวชี้วัดที่ ๓. ร้อยละ ๑๐๐ ของครจู ดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ รักกำรอำ่ น

ตวั ชว้ี ดั ที่ ๔. ร้อยละ ๗๐ ของผ้เู รียนมที ักษะกำรคดิ วิเครำะหค์ ิดแก้ปญั หำ และคิดสรำ้ งสรรค์

จำกกำรเรยี นร้ผู ่ำนกจิ กรรมกำรปฏบิ ัตจิ รงิ ผำ่ นเกณฑ์ในระดับดขี ึ้นไป (อำ้ งองิ ค่มู อื นิเทศพ้นื ทีเ่ ป็นฐำน กลมุ่

นิเทศฯ. ๒๕๖๒) 32

นโยบาย นายกรัฐมนตรี นายประยุทธ จันทร์โอชา

๑๑ ดา้ น ประกอบด้วย

ดา้ นที่ ๑. การปกป้องและเชิดชสู ถาบันพระมหากษตั ริย์

ด้านที่ ๒. การรักษาความม่ันคงของรัฐและการต่างประเทศ

ด้านที่ ๓. การลดความเหลอื่ มลา้ ของสังคม และการสรา้ งโอกาสการเขา้ ถึงบริการของรฐั

ด้านที่ ๔. การศกึ ษาและเรยี นรู้ การทะนบุ ารุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม

๔.๑ จดั ใหม้ กี ำรปฏริ ปู กำรศึกษำและกำรเรยี นรู้ โดยใหค้ วำมสำคัญท้งั กำรศึกษำในระบบและ

กำรศึกษำทำงเลอื กไปพรอ้ มกัน เพื่อสร้ำงคณุ ภำพของคนไทยให้สำมำรถเรียนรู้ พฒั นำตนไดเ้ ตม็ ตำม

ศักยภำพ เพ่ือลดควำมเหลอื่ มลำ้ และพฒั นำกำลังคนให้เป็นที่ตอ้ งกำรเหมำะสมกับพืน้ ที่ ทง้ั ในด้ำน

กำรเกษตร อตุ สำหกรรม และธรุ กจิ บริกำรกำรเงินกำรคลังสำหรบั กำรดูแลผสู้ ูงอำยุ
๔.๒ ในระยะเฉพำะหน้ำ จะปรับเปลีย่ นกำรจดั สรรงบประมำณสนับสนุนกำรศกึ ษำให้

สอดคลอ้ งกบั ควำมจำเปน็ ของผู้เรยี นและลักษณะพืน้ ท่ีของสถำนศึกษำ จดั ระบบกำรสนับสนุนให้เยำวชน

และประชำชนท่ัวไปมสี ทิ ธิเลือกรบั บรกิ ำรกำรศกึ ษำทัง้ ในระบบโรงเรียนและนอกโรงเรียน โดยอำจจะ

พจิ ำรณำจัดใหม้ ีคูปองกำรศกึ ษำเปน็ แนวทำงหนง่ึ

๔.๓ ให้องค์กรภำคประชำสงั คม ภำคเอกชน องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน และประชำชนท่วั ไป

มีโอกำสร่วมจัดกำรศึกษำทมี่ คี ุณภำพและท่วั ถงึ และรว่ มในกำรปฏริ ูปกำรศึกษำและกำรเรียนรู้

๔.๔ พัฒนำระบบกำรผลติ และพัฒนำครทู ่มี คี ุณภำพและมจี ติ วญิ ญำณของควำมเปน็ ครู เน้น

ครูผสู้ อนใหม้ วี ฒุ ติ รงตำมวชิ ำทีส่ อน นำเทคโนโลยีสำรสนเทศและเครื่องมอื ที่เหมำะสมมำใชใ้ นกำรเรียนกำร

สอนเพ่ือเป็นเคร่อื งมือช่วยครูหรือเพ่ือกำรเรียนรดู้ ว้ ยตัวเอง

๔.๕ ทะนบุ ำรงุ และอปุ ถัมภพ์ ระพทุ ธศำสนำและศำสนำอืน่ ๆ สนับสนนุ ใหอ้ งค์กรทำงศำสนำมี

บทบำทสำคัญในกำรปลกู ฝังคุณธรรม จริยธรรม ตลอดจนพัฒนำคณุ ภำพชวี ิต สร้ำงสันติสุขและควำม

ปรองดองสมำนฉนั ท์ในสงั คมไทยอย่ำงย่ังยืน

ดา้ นท่ี ๖. การยกระดับคณุ ภาพบรกิ ารด้านสาธารณสขุ และสขุ ภาพของประชาชน

ดา้ นท่ี ๗. การสง่ เสรมิ บทบาทและการใชโ้ อกาสในประชาคมอาเซียน

ดา้ นท่ี ๘. การพัฒนาและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวจิ ยั และพฒั นา

และนวตั กรรม

ดา้ นท่ี ๙. การรักษาความมนั่ คงของฐานทรัพยากร และการสร้างสมดุลระหวา่ งการอนรุ กั ษ์ กับการ

ใชป้ ระโยชน์อย่างยั่งยนื

ด้านท่ี ๑๐ การสง่ เสริมการบริหารราชการแผน่ ดินที่มีธรรมาภิบาล และการป้องกันปราบปรามการ

ทุจริต และประพฤติมชิ อบในภาครฐั 33
ด้านท่ี ๑๑. การปรับปรุงกฎหมายและกระบวนการยุตธิ รรม

นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ

34

นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ

35

นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ

36

นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ

37

นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ

38

นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ

39

นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ

40

นโยบายของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน

นโยบำย “ทิศทำงกำรขบั เคลื่อนคณุ ภำพกำรศึกษำข้นั พืน้ ฐำน” ของสำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำ
ข้ันพ้ืนฐำน โดยเลขำธิกำรคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขน้ั พืน้ ฐำน (ดร.สเุ ทพ ชิตยวงษ)์ มดี ังน้ี
๑. จดุ เน้นกำรศึกษำในแตล่ ะระดบั

๑.๑ ระดับปฐมวัย : “พฒั นำกำรครบทุกด้ำน”
๑.๒ ระดบั ประถมศกึ ษำ : “อ่ำนออก เขียนได้ คดิ เลขเป็น”
๑.๓ ระดับมัธยมศกึ ษำตอนต้น : “กำรค้นพบตนเอง”
๑.๔ ระดบั มธั ยมศกึ ษำตอนปลำย : “ทักษะพ้นื ฐำนอำชพี และกำรมีงำนทำ”
๒. ทิศทำงกำรพฒั นำคณุ ภำพกำรศกึ ษำขน้ั พ้ืนฐำน สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขน้ั พน้ื ฐำน ได้
กำหนดทศิ ทำงในกำรพฒั นำคณุ ภำพ กำรศกึ ษำข้ันพืน้ ฐำน ในชว่ งเวลำของปงี บประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๒
(เดือนมิถนุ ำยน – กนั ยำยน ๒๕๖๒) และ ปกี ำรศึกษำ ๒๕๖๒ (มิถนุ ำยน ๒๕๖๒ – มีนำคม ๒๕๖๓) ซง่ึ
จำแนกออกเป็นกลมุ่ ได้ ๓ ดำ้ น ดงั นี้
๒.๑ พระบรมรำโชบำยด้ำนกำรศกึ ษำของรชั กำลท่ี ๑๐ และพระบรมวงศำนวุ งศ์
๒.๒ นโยบำยของรัฐบำล
๒.๓ นโยบำยของกระทรวงศึกษำธกิ ำร และนโยบำยของสำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขนั้ พืน้ ฐำน
ซง่ึ เลขำธกิ ำรคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขนั้ พน้ื ฐำนได้มอบนโยบำยให้สำนกั งำนเขตพื้นท่ีกำรศึกษำ
จดั ทำแผนพฒั นำคุณภำพกำรศกึ ษำและกำรปฏิบตั ิงำนตำมนโยบำย ทร่ี ะบุระยะเวลำใน แตล่ ะกจิ กรรม
และโครงกำรสำคญั (Flagship Project) โดยกำหนดกำรปฏบิ ตั งิ ำนในกำรดำเนนิ กำรให้บรรลุผลตำม
นโยบำย ทิศทำงกำรพัฒนำคณุ ภำพกำรศึกษำขัน้ พนื้ ฐำน เปน็ 4 ระยะ คือ
ระยะที่ ๑ ดาเนนิ การภายในเดอื นมถิ ุนายน พ.ศ. ๒๕๖๒ ดงั นี้
๑. ให้ผู้อำนวยกำรสำนักงำนเขตพนื้ ท่ีกำรศกึ ษำ ตรวจเยี่ยมโรงเรียนครบทกุ โรง ภำยในเดือน
มิถุนำยน ๒๕๖๒
๒.ให้สำนักงำนเขตพื้นทกี่ ำรศกึ ษำจัดทำแผนพัฒนำคุณภำพกำรศึกษำ ประจำปีกำรศึกษำ
๒๕๖๒ ใหแ้ ล้วเสร็จภำยในวันท่ี ๑๕ มิถนุ ำยน ๒๕๖๒ โดยกำหนดแผนกำรพัฒนำ เป็น ๓ ระยะ ดังนี้
๑) ระยะ ๒ เดอื น (มิถนุ ำยน - กรกฎำคม ๒๕๖๒)
๒) ระยะ ๔ เดอื น (มถิ นุ ำยน - กันยำยน ๒๕๖๒)
๓) สิ้นปีกำรศึกษำ ๒๕๖๒ (มถิ ุนำยน ๒๕๖๒ – มนี ำคม ๒๕๖๓)
๓. สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขั้นพน้ื ฐำน ดำเนินกำร
๓.๑ แตง่ ตงั้ ผ้ชู ำนำญกำรกำรบรหิ ำรกำรศกึ ษำขัน้ พนื้ ฐำนประจำเขตตรวจรำชกำร
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขนั้ พนื้ ฐำน (Cluster) และคณะกรรมกำรในกำรขับเคล่ือนทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง

41

นโยบายของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน

๓.๒ สรำ้ งควำมเข้ำใจในกำรปฏิบัติงำนแกบ่ ุคลำกรในสงั กัดทกุ ระดบั
๓.๒ จดั สรรงบประมำณสนับสนนุ กำรดำเนนิ งำนขับเคล่ือนคุณภำพกำรศกึ ษำข้นั พ้นื ฐำน
แกส่ ำนกั งำนเขตพ้ืนทกี่ ำรศึกษำ
ระยะท่ี ๒ (มถิ ุนำยน – กรกฎำคม 2562) ดำเนินงำนขับเคลื่อนกำรพัฒนำกำรศึกษำขน้ั พื้นฐำน เน้น
โครงกำรสำคัญ ดังนี้

๑. โครงกำรนอ้ มนำพระบรมรำโชบำยด้ำนกำรศกึ ษำของในหลวงรชั กำลที่ ๑๐ สกู่ ำรปฏิบตั ิ
๒. โครงกำรจติ อำสำพระรำชทำนตำมแนวพระรำชดำริหลักสูตรจติ อำสำ ๙๐๔ “หลักสตู ร
พ้ืนฐำน”
๓. โครงกำร อำ่ นออก เขยี นได้ และคดิ เลขเปน็
๔. โครงกำรพัฒนำระบบขอ้ มลู สำรสนเทศของสำนักงำนเขตพ้ืนทกี่ ำรศึกษำ (Big Data)
๕. โครงกำรโรงเรยี นรว่ มพัฒนำ (Partnership School Project)
๖. โครงกำรโรงเรียนไทยรัฐวทิ ยำ
ระยะที่ ๓ (มิถนุ ำยน - กันยำยน ๒๕๖๒) ดำเนนิ งำนขบั เคล่อื นกำรพฒั นำกำรศึกษำข้ันพนื้ ฐำน เน้น
โครงกำรสำคัญ ดงั นี้
๑. โครงกำรโรงเรยี นคุณภำพประจำตำบล
๒. โครงกำรโรงเรยี นประชำรัฐ
๓. โครงกำรพัฒนำคุณภำพกำรศึกษำดว้ ยเทคโนโลยีกำรศกึ ษำทำงไกลผำ่ นดำวเทยี ม (DLTV)
๔. โครงกำรจัดต้งั กลุ่มโรงเรียน
๕. โครงกำรสร้ำงเครือข่ำยและควำมรว่ มมือในกำรจดั กำรศกึ ษำระหว่ำง สำนกั งำน
คณะกรรมกำรกำรศกึ ษำข้ันพ้นื ฐำน กับสำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรอำชีวศกึ ษำและหน่วยงำนทำงกำร
ศึกษำอืน่
๖. โครงกำรอำหำรกลำงวนั
๗. โครงกำรอินเทอรเ์ นต็ ควำมเร็วสูง
๘. โครงกำรพฒั นำกำรเรียนกำรสอนภำษำองั กฤษ
๙. โครงกำรพฒั นำระบบประกนั คุณภำพกำรศึกษำภำยในสถำนศกึ ษำ
๑๐.โครงกำรนิเทศบูรณำกำรโดยใชพ้ ้นื ทเี่ ปน็ ฐำนเพ่ือกำรพฒั นำคุณภำพกำรศกึ ษำ
ระยะที่ ๔ (สิ้นปกี ำรศึกษำมถิ ุนำยน – ๒๕๖๒ มีนำคม ๒๕๖๓) ดำเนนิ กำรทุกโครงกำรที่ต่อเน่อื ง
จำกทดี่ ำเนินกำรต่อเน่อื งจำกระยะที่ ๒ และระยะท่ี ๓

42

43

44

45

(หนึ่งเดียว แนว่ แน่ พงุ่ ชนผลสมั ฤทธิ) หมำยควำมวำ่ ควำมเป็น
อันหนึง่ อันเดียวกนั ของครแู ละบุคลำกรในสถำนศึกษำ และสำนกั งำนเขตพื้นท่ีกำรศึกษำประถมศึกษำอุดรธำนี
เขต ๔ ทีม่ คี วำมต้ังใจอย่ำงเด็ดเดยี่ ว ทจ่ี ะยกระดับคุณภำพทำงกำรศึกษำให้เกดิ ผลสมั ฤทธท์ิ ี่สงู ข้นึ

(กล้าคิด กลา้ ทา กล้านาการเปลีย่ นแปลง) หมำยควำมว่ำ ควำม
กล้ำคิดกล้ำทำและกลำ้ เปน็ ผู้นำของกำรเปลย่ี นแปลงกำรจัดกำรศึกษำในศตวรรษที่ ๒๑ ในเรื่องทถี่ ูกต้อง
โดยยึดคุณภำพกำรจดั กำรศึกษำเปน็ ที่ตั้ง

(องค์การมชี ีวิต นอ้ มจิตบรกิ าร มขี ีดสมรรถนะสูง) หมำยควำมว่ำ
หนว่ ยงำนในสำนกั งำนเขตพื้นทก่ี ำรศกึ ษำ สถำนศกึ ษำ มีบคุ ลำกรทำงำนอย่ำงกระตือรอื รน้ กระฉับกระเฉง
เปน็ บุคคลแหง่ กำรเรยี นรอู้ ยู่ตลอดเวลำ มีจิตบริกำรผูม้ ำตดิ ตอ่ สำนกั งำนอยำ่ งประทบั ใจและเปน็ หนว่ ยงำนที่
ทำงำนเตม็ ขีดควำมสำมำรถในระดับสงู

(ศตวรรษใหม่ ทนั สมัย ใชเ้ ทคโนโลยีดจิ ิทลั ) หมำยควำมว่ำ สำนกั งำน
เขตพืน้ ทีก่ ำรศกึ ษำประถมศึกษำอดุ รธำนี เขต ๔ และสถำนศกึ ษำ เป็นองคก์ รทีใ่ ช้เทคโนโล4ย6สี ำรสนเทศ
ใชเ้ ทคโนโลยี-ดจิ ิทัล เข้ำมำบริหำรจัดกำรศกึ ษำ ทีท่ ันสมัยใหม่ ในศตวรรษท่ี ๒๑

หมำยควำมว่ำ ผเู้ รียนมีคุณภำพ มีทักษะใน ศตวรรษที่ ๒๑ คอื R๘๓C ท่ีประกอบไปด้วย
๓R คอื

Reading-อ่ำนออก
(W) Riting-เขยี นได้
(A) Rithmatic-มีทักษะในกำรคำนวณ
๘C คอื
Critical Thinking and Problem Solving : มที กั ษะในกำรคิดวิเครำะห์ กำรคดิ อยำ่ งมีวจิ ำรณญำณ
และแก้ไขปัญหำได้
Creativity and Innovation : คิดอย่ำงสร้ำงสรรค์ คิดเชิงนวัตกรรม
Collaboration Teamwork and Leadership : ควำมรว่ มมือ กำรทำงำนเป็นทมี และภำวะผนู้ ำ
Communication Information and Media Literacy : ทักษะในกำรสอ่ื สำร และกำรรเู้ ท่ำทันส่ือ
Cross-cultural Understanding : ควำมเข้ำใจควำมแตกต่ำงทำงวัฒนธรรม กระบวนกำรคิด
ขำ้ มวฒั นธรรม
Computing and ICT Literacy : ทกั ษะกำรใชค้ อมพิวเตอร์ และกำรร้เู ท่ำทนั เทคโนโลยี ซงึ่ เยำวชน
ในยคุ ปจั จุบนั มคี วำมสำมำรถด้ำนคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยอี ย่ำงมำกหรือเปน็ Native Digital สว่ น
คนรนุ่ เก่ำหรือผสู้ ูงอำยเุ ปรียบเสมอื นเปน็ Immigrant Digital แตเ่ รำต้องไม่อำยท่ีจะเรยี นรแู้ ม้วำ่
จะสูงอำยุแลว้ ก็ตำม
Career and Learning Skills : ทกั ษะทำงอำชพี และกำรเรียนรู้
Compassion : มีคุณธรรม มีเมตตำ กรุณำ มีระเบียบวนิ ยั ซึง่ เป็นคุณลักษณะพนื้ ฐำนสำคญั ของทักษะ
ขั้นตน้ ทั้งหมด และเปน็ คณุ ลักษณะที่เดก็ ไทยจำเปน็ ตอ้ งมี

47

หมำยควำมวำ่ คุณภำพของครูท่ดี ี คือ ครูตอ้ งเปน็ บุคคลที่จัดกำร
เรยี นรู้ พฒั นำผู้เรียนใหเ้ ข้ำสู่ควำมพร้อมในศตวรรษที่ ๒๑

หมำยควำมว่ำ คุณภำพผู้อำนวยกำรสถำนศึกษำ ซงึ่ เป็นบุคคล
ท่ีเอื้ออำนวยให้เกิดกำรจดั กำรเรียนรู้ที่มีคณุ ภำพ ให้เกิดขน้ึ ในสถำนศกึ ษำเปน็ ผ้สู นบั สนนุ ครูและห้องเรยี นอยำ่ ง
สุดเต็มกำลัง

หมำยควำมวำ่ คณุ ภำพของหอ้ งเรยี นในสถำนศึกษำ ทเ่ี ป็นห้องเรียน
แหง่ กำรเรยี นรู้ และห้องเรียนแหง่ กำรแสวงหำกำรเรียนรู้ เป็นห้องเรียนที่มคี วำมสขุ ใช้เทคโนโลยีสำรสนเทศ
จัดกำรเรียนกำรสอนอย่ำงเต็มท่ี

หมำยควำมวำ่ เปน็ โรงเรยี นแห่งคุณภำพทม่ี บี รรยำกำศแหง่ กำรเรยี นรู้
ผู้เรยี นมีผลสมั ฤทธิท์ ำงกำรเรียนสูง ผู้บรหิ ำรมภี ำวะผู้นำทำงวิชำกำรทเ่ี ขม้ แขง็ ครจู ัดกำรเรยี นรู้บรรลุตำม
หลักสูตร เป็นโรงเรยี นท่มี ีเป้ำหมำยทำงกำรศึกษำทชี่ ัดเจน ครมู ีจิตวญิ ญำณร่วมกันอยำ่ งเข้มแข็ง เน้นกำรสอนที่
กระตือรอื ร้น โรงเรียนมสี ิง่ แวดลอ้ มท่ีเขียวสะอำด เปน็ ระเบยี บเรียบรอ้ ย

48

49

คือ

หมำยควำมวำ่ สำนกั งำนเขตพ้ืนทีก่ ำรศึกษำ กลุม่ เครือข่ำยโรงเรยี น สถำนศกึ ษำ จดั กำรเรียนรู้ทยี่ ึดผเู้ รียนเปน็
สำคัญ เพ่ือใหเ้ ปน็ ผู้เรยี นแหง่ กำรเรยี นรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑

หมำยควำมว่ำ สำนกั งำนเขตพ้นื ทีก่ ำรศกึ ษำ กลุม่ เครอื ขำ่ ยโรงเรียน สถำนศกึ ษำ บริหำรจดั กำรเรยี นรูแ้ ละ
ขับเคลอ่ื นคณุ ภำพกำรศึกษำ โดยมุ่งใหค้ วำมสำคัญกบั ครูสำยผู้สอนเป็นสำคัญ พฒั นำใหเ้ ป็นผู้จดั กำรเรยี นรู้
ในศตวรรษท่ี ๒๑

หมำยควำมวำ่ สำนักงำนเขตพ้นื ทกี่ ำรศกึ ษำ กลมุ่ เครอื ข่ำยโรงเรียน สถำนศึกษำ มงุ่ บรหิ ำรจดั กำรคณุ ภำพ
กำรศึกษำให้เกดิ ข้ึนทหี่ ้องเรยี น ใหเ้ ปน็ หอ้ งเรียนแห่งกำรเรยี นรู้

หมำยควำมว่ำ สำนักงำนเขตพน้ื ที่กำรศกึ ษำ กล่มุ เครือข่ำยโรงเรยี น สถำนศึกษำ มุง่ บรหิ ำร จัดกำรขบั เคล่ือน
คุณภำพกำรศึกษำ โดยม่งุ ให้ผูอ้ ำนวยกำรสถำนศกึ ษำ เป็นผเู้ ออ้ื อำนวยกำร ในกำรขับเคลอื่ นคณุ ภำพทำงกำร
ศกึ ษำให้แกค่ รู ให้ครูเปน็ ผูส้ ร้ำงกำรเรียนรแู้ ละใหเ้ ป็นหอ้ งเรยี นแหง่ กำรเรยี นรู้

50


Click to View FlipBook Version