The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สรุปผลการดำเนินงานโครงงานทองม้วน 65 5บท

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Gift Maison, 2022-08-29 08:42:24

รายงานโครงการขนมทองม้วน

สรุปผลการดำเนินงานโครงงานทองม้วน 65 5บท

โครงการขนมทองม้วน

สนับสนนุ งบประมาณโดย องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั อุทัยธานี
ตาม โครงการพัฒนาศกั ยภาพนักเรยี นท่ีมีความบกพร่องทางการเรียนรู้

ประจาปี 2565

โรงเรยี นบ้านหว้ ยไผข่ ยุ

สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาอทุ ัยธานี เขต 2

บทคดั ยอ่

โรงเรียนบ้านห้วยไผ่ขุย เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ท่ีมีนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ โรงเรียน
ไดจ้ ดั การเรียนการสอนให้กบั นักเรียน ทีม่ คี วามบกพรอ่ ง โดยเน้นความแตกตา่ งระหว่างบคุ คลเป็นสำคัญ
ลดช่องว่างความเหล่ือมล้ำทางการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้นักเรียนเรียนรวมได้รับการพัฒนาอย่างเต็มตาม
ศักยภาพ ส่งเสริมการเรียนรู้ทางด้านทักษะชีวิตควบคู่กับการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน
พืน้ ฐานซง่ึ การศกึ ษาในศตวรรษที่ 21 ม่งุ เนน้ การฝึกทกั ษะให้แกน่ กั เรยี นมากกว่าการมอบความรู้

ในการน้ีได้รับการจัดสรรงบประมาณ จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี เพื่อดำเนินการจัดทำ
โครงการให้แก่นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ โรงเรียนจึงได้จัดทำโครงการ ขนมทองม้วน ซึ่งเป็น
ของทานเล่นที่สามารถทานได้ทุกเพศวัย มีคุณค่าทางอาหาร มีวิธีการทำที่ไม่ยากลงทุนไม่มาก หากต้องการ
สร้างเป็นอาชีพในอนาคต คณะครูจึงดูความเหมาะสมความยากง่ายของโครงงานให้นักเรียนสามารถปฏิบัติได้
จริง บรรลุจุดมุ่งหมายและวตั ถุประสงค์ โครงการขนมทองม้วน ไดใ้ ช้ใบเตยและดอกอญั ชัน ท่ปี ลูก ณ ศูนย์บ่ม
เพาะเกษตรกรรุ่นใหม่ของโรงเรียนบ้านห้วยไผ่ขุย เพ่ือเป็นการลดต้นทุนการผลิตอีกทางหน่ึง โดยใช้วัตถุดิบท่ี
สามารถผลติ ขึ้นเองได้

สิ่งสำคัญประการหน่ึงของการจัดทำ โครงการไม่ใช่เพียงเกิด ผลิตภัณฑ์หรือชิ้นงาน แต่นักเรียนที่มี
ความบกทางการเรียนรู้ ได้ทั้งความรู้ ทักษะการทำงาน ระบบการลำดับข้ันความคิด ผ่านการลงมือปฏิบัติ
โดยทำให้นักเรียนรู้ว่าตนเองยังมีคุณค่า และมีความสามารถในการทำงานเพื่อเป็นการเพ่ิมพูนประสบการณ์
สู่การ ปูทางสรา้ งอาชพี ได้ในอนาคต

คำนำ

ตามท่โี รงเรยี นบา้ นหว้ ยไผข่ ยุ ไดร้ ับงบประมาณสนบั สนนุ จากองค์การบริหารส่วนจงั หวดั อุทยั ธานี
ในการจัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพนักเรยี นท่ีมีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ให้ได้รบั การพฒั นาการเรียนรู้สู่
อาชีพตามศกั ยภาพน้ัน

โรงเรียนบ้านห้วยไผ่ขุย ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมโครงการขนมทองม้วนให้กับนักเรียนที่มีความ
บกพร่องทางการเรยี น ตามวตั ถุประสงคข์ องการจดั ทำโครงงานน้ัน และขยายผลไปยงั เด็กนกั เรยี นเรียนรวมที่มี
บตั รประจำตัวผพู้ ิการ ซึ่งเป็นอีกกระบวนการหนึ่งท่ีช่วยพัฒนาศักยภาพนกั เรียน ใหม้ ีความสามารถได้ทัดเทยี ม
ผู้อื่นลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาส่งเสริมทักษะกระบวนการใน ศตวรรษท่ี 21 และได้เผยแพร่ผลงาน
ดำเนินการโครงงานอาชพี ในโอกาส ต่าง ๆตามความเหมาะสม เพื่อเป็นการแลกเปลีย่ นเรียนรปู้ รับปรงุ ในสง่ิ ที่
ขาด และพฒั นาในสิง่ ทดี่ ใี หด้ ยี ิ่งขึ้น

นักเรียนเรียนรวมท่ีมีความบกพร่อง ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มตามศักยภาพนั้น ถือเป็นเรื่องสำคัญ
อย่างยิ่ง ขอบพระคุณโครงการพัฒนาศักยภาพนักเรียนท่ีมีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ที่เห็นถึงความสำคัญ
ของนกั เรียนกลุ่มนีใ้ หไ้ ด้รบั การสงเสริมที่หลาหลาย มา ณ โอกาสนี้

โรงเรียนบา้ นห้วยไผข่ ุย

สารบัญ

บทท่ี หนา้

1 บทนำ …………………………………………………………………..…………………………………………. 1
2 เอกสารและงานวจิ ยั ท่เี ก่ยี วข้อง ………………………..…………………………………………………. 7
3 วธิ ีดำเนนิ การวจิ ัย …………………………………………………………………………………………..... 8
4 ผลการวจิ ัย ………….………………………………………………………….…………………………….…. 11
5 สรปุ ผล อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ ………………………………………………………………. 14
ภาคผนวก ………………………………………………………………..……………………………………………..….



บทที่ ๑
บทนำ

๑. ความเปน็ มาของโครงการ
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ ที่แสดง

เจตนารมณ์ในการยกระดับการศึกษาของประชาชนให้สูงขึ้น โดยกำหนดสิทธแิ ละโอกาสของประชาชนในการ
ได้รับการศึกษาข้ันพื้นฐานไม่น้อยกว่า ๑๒ ปี ท่ีรัฐต้องจัดโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เด็กและเยาวชนพิการทุก
ประเภทมีสิทธแิ ละโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นพิเศษซงึ่ สอดคล้องเชื่อมโยงกับพระราชบัญญัติการจัด
การศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๑ ท่ีกล่าวถึงสทิ ธิทางการศึกษาของคนพิการในการได้รบั โอกาสทางและ
บรกิ ารทางการศกึ ษาในทุกระบบและทุกรูปแบบท่ีหลากหลายอย่างมคี ณุ ภาพและดำรงชีวิตอิ ยใู่ นสังคมไดอ้ ยา่ ง
มีความสุข ตามศักยภาพของแต่ละบุคคล และแผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง (พ.ศ. ๒๕๕๒ – ๒๕๕๙)
ท่ีไดใ้ ห้ความสำคญั กบั การนำแผนสู่การปฏบิ ตั ิ เพอ่ื เป็นกลไกลขับเคลื่อนขอ้ เสนอปฏริ ูปการศึกษาในทศวรรษที่
สองที่เน้นเป้าหมาย ๓ ด้าน คือ การพัฒนาคุณภาพการศึกษา การขยายโอกาสทางการศกึ ษา และการส่งเสริม
การมสี ่วนรว่ มในการบริหารจัดการศกึ ษา

หลั กสู ต รการจัดการศึกษ าให้ แก่ เด็กแล ะเยาวช น พิ การตามพ ระราช บั ญ ญั ติ การศึ กษาแห่ งชาติ
พุทธศักราช ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี ๒) พุทธศักราช ๒๕๔๕ กำหนดสาระสำคัญที่เก่ียวข้องกับ การ
จัดการศึกษาแก่คนพิการ คือมาตรา ๒๔ ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเนื้อหาสาระและกิจกรรม
ใหส้ อดคล้องกบั ความสนใจและความถนัดของผูเ้ รียนโดยคำนึงถงึ ความแตกต่างระหวา่ งบคุ คล มาตรา ๒๘ ระบุ
ให้หลักสูตรท่ีใช้กับคนพิการมีลักษณะหลากหลายตามความเหมาะสมของ แต่ละระดับมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิต
ของบุคคลใหเ้ หมาะสมแก่วยั และศักยภาพ

การจัดการเรียนรู้ท่ีส่งเสริมอาชพี ให้กับนักเรียนที่มคี วามบกพร่องในด้านต่าง ๆ เป็นแนวทางหนง่ึ ท่ีจะ
พฒั นาความสามารถของผู้เรียน เป็นการเตรียมความพร้อมในด้านทักษะการใช้ชีวิต ทักษะการประกอบอาชีพ
ในสังคมตอ่ ไป นักเรียนท่ีมีความบกพร่องเหล่านี้จะสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข โรงเรียน
บา้ นห้วยไผข่ ุย ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากองค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัดอุทยั ธานี ในโครงการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาของเด็กพิการเรียนรวม จึงได้จัดทำ โครงการขนมทองม้วน น้ีข้ึน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการ
เรียนรู้สู่อาชีพให้กับนักเรียนพิการหรือนักเรียนท่ีมีความบกพร่องในประเภทต่าง ๆ ให้มีศักยภาพเพ่ิมข้ึนตาม
ความสามารถของตนเอง

โรงเรยี นบ้านบา้ นหว้ ยไผ่ขยุ ได้ดำเนินการจัดทำ โครงการขนมทองม้วน เพ่ือเป็นการสนบั สนุนและให้
นักเรียนได้ฝึกทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น ได้ฝึกทักษะในการประกอบอาหาร และสามารถนำมาทำ
รับประทานเองได้ ตลอดจนเพื่อพฒั นาตอ่ ยอดเป็นกิจกรรมเสริมรายได้ให้กับนกั เรียนในระหว่างเรยี นและ
ปทู างสรา้ งอาชีพไดใ้ นอนาคต



๒. วตั ถุประสงค์ของโครงการ
๑. เพอื่ ส่งเสริมให้นกั เรยี นท่ีมีความบกพร่องทางการเรียนรู้ได้รบั การพฒั นาการเรยี นรสู้ ู่อาชีพเตม็ ตาม

ศักยภาพและความตอ้ งการของตนเอง
๒. เพ่ือส่งเสรมิ ใหน้ กั เรียนมผี ลิตภัณฑ์ของโรงเรยี นทมี่ ีคณุ ภาพและมีประโยชน์ต่อร่างกาย

เปน็ ท่ียอมรบั ของชมุ ชน

๓. เป้าหมายของโครงการ
๑.นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรูม้ ีพฒั นาการเรียนร้สู อู่ าชีพเต็มตามศักยภาพและความ

ต้องการของตนเอง
๒.โรงเรยี นมีผลิตภณั ฑข์ องโรงเรียนทีม่ คี ุณภาพและมปี ระโยชนต์ อ่ ร่างกาย ที่ส่งเสริมเป็นอาชพี ให้กบั

นกั เรยี นทม่ี ีความบกพรอ่ งทางการเรยี นรู้ในโรงเรียน

๔. เครอื่ งมอื ทีใ่ ชใ้ นการเกบ็ รวบรวมข้อมลู ประเมนิ ผล

ตวั ชว้ี ดั ความสำเร็จ วธิ ี เครือ่ งมือท่ใี ช้
ประเมินผล

๑. นักเรียนทม่ี คี วามบกพรอ่ งทางการเรยี นรู้ไดร้ บั การพัฒนาการเรยี นร้สู ู่อาชพี การสอบถาม แบบสอบถาม
ตามศกั ยภาพและความต้องการ

๒. ผลติ ภณั ฑ์ที่มีคุณภาพ ทีส่ ง่ เสริมเป็นอาชีพให้กบั นักเรยี นเรียนรวมใน การสอบถาม แบบสอบถาม
โรงเรยี น

๓. โรงเรยี นมผี ลติ ภัณฑข์ องโรงเรียนท่ีมีคุณภาพ เปน็ ที่ยอมรับของชมุ ชน การบันทึก แบบบันทึก
๔. นกั เรยี นสามารถนำความรู้และทักษะในการประกอบอาหารไปใชใ้ น ขอ้ มูล ข้อมลู
ชวี ิตประจำวันได้

การสังเกต แบบสงั เกต

๕. ประโยชน์ท่ีคาดวา่ จะได้รับจากโครงการนี้
๑. นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ได้รับการพัฒนาการเรียนรู้สู่อาชีพตามศักยภาพและความ

ต้องการ
๒. ผลติ ภัณฑ์ท่มี ีคุณภาพ ทส่ี ง่ เสริมเปน็ อาชพี ให้กับนักเรียนทม่ี ีความบกพร่องทางการเรียนรู้ในโรงเรยี น

เป็นท่รี ู้จักของชุมชน
3 .นักเรยี นสามารถนำความรู้และทักษะในการทำงานไปใช้ในชวี ติ ประจำวนั และเป็นอาชพี ได้



๖. นิยามศัพท์

ขนมทองมว้ น

ชอ่ื ขนมชนิดหนึ่ง ทําด้วยแป้งประสมกับกะทิและไข่ เทราดลงในพิมพ์ซ่ึงมกั มีลักษณะกลมให้เป็นแผ่น
บาง ๆ ผงิ ไฟใหส้ กุ แล้วม้วนเปน็ หลอด ถ้าพบั เป็นชิน้ เรยี ก ทองพับ มที ัง้ อย่างรสเคม็ และรสหวาน

ใบเตย

ใบเตย หรือจะเรียกว่าเป็นอีกหน่ึง เตยหอม หรือ ใบเตยหอม ภาษาอังกฤษ Pandan Leaves,
Fragrant Pandan, Pandom wangi มีช่ือวิทยาศาสตร์ว่า Pandanus amaryllifolius Roxb. และยังมีชื่อ
ท้องถ่ินอื่นๆอีกเช่น ใบส้มม่า (ระนอง), ส้มตะเลงเครง (ตาก), ส้มปู (แม่ฮ่องสอน), ส้มพอดี ผักเก็งเค็ง
(ภาคเหนือ) เปน็ ต้นBใบเตย จดั เปน็ ไม้ยืนตน้ พุม่ เล็ก ขน้ึ เปน็ กอ มใี บเปน็ ใบเดี่ยวเรียงสลบั เวยี นเปน็ เกลยี วจนถึง
ยอดใบ ลักษณะของเป็นทางยาว สีเขียวเป็นมัน ใบค่อนข้างแข็งมีขอบใบเรียบ ซง่ึ เราสามารถนำใบเตยมาใช้ได้
ท้ังใบสดและใบแห้ง ในใบเตยจะมีกล่ินหอมของน้ำมันหอมระเหย (Fragrant Screw Pine) โดยกลิ่นหอมของ
ใบเตยน้ันมากจากสารเคมีท่ีชื่อว่า 2-acetyl-1-pyrroline ซึ่งเป็นกล่ินเดียวกันกับที่ได้ใน ข้าวหอมมะลิ ขนม
ปังขาว และดอกชมนาด

นอกจากนี้ใบเตยยังประกอบด้วยวิตามินและแร่ธาตุสำคัญอีกหลายชนิด โดยใบเตยหอม 100 กรัม
นั้นจะมีเบต้าแคโรทีน 3 ไมโครกรัม, วิตามินซี 8 มิลลิกรัม, วิตามินบี2 0.2 มิลลิกรัม, วิตามินบี3 1.2
มิลลิกรัม, ธาตุแคลเซยี ม 124 มลิ ลิกรมั , ธาตุเหลก็ 0.1 มิลลกิ รมั , ธาตุฟอสฟอรัส 27 มลิ ลกิ รัม นอกจากนย้ี ัง
มีคาร์โบไฮเดรต 4.6 กรัม, โปรตนี 1.9 กรัม และใหพ้ ลงั งานถงึ 35 กิโลแคลอรี !

ใบเตยเป็นพืชท่ีคนไทยทุกคนต่างก็รู้จักกันดี เน่ืองจากมีการนำมาใช้กันอย่างหลากหลายต้ังแต่สมัย
โบราณแล้ว โดยเฉพาะอย่างย่ิงการนำมาปรุงแต่งอาหารอย่างขนมไทยให้มีกลิ่นหอม อร่อย และยังให้สีสันน่า
รบั ประทานอกี ด้วย

สรรพคุณของใบเตย

ต้นและราก

- ใชเ้ ปน็ ยาขบั ปัสสาวะ แก้กระษัย

ใบสด

- ตำพอกโรคผวิ หนงั

- รักษาโรคหืด

- นำ้ ใบเตย ใช้เปน็ ยาบำรงุ หวั ใจใหช้ ุ่มช่นื

- ใชผ้ สมอาหาร แตง่ กลน่ิ ใหส้ เี ขยี วแตง่ สขี นม



อัญชนั
มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Butterfly pea, Blue pea, หรือ Asian pigeonwings มีช่ือวิทยาศาสตร์ว่า
Clitoria ternatea L. เป็นพืชตระกูลถ่ัว (Fabaceae) อยู่ในวงศ์ Leguminosae เป็นพืชที่มีต้นกำเนิดอยู่
ในประเทศแถบอเมริกาใต้ โดยท่ัวไปนิยมปลูกในเขตร้อน อัญชันเป็นพืชล้มลุก ลักษณะต้นเป็นไม้เถาเล้ือย
ขนาดเล็ก ใบเป็นใบประกอบ ดอกอัญชันเป็นดอกเด่ียว มีสีน้ำเงินเข้มหรือน้ำเงินอมม่วง และสีขาว ดอกชั้นใน
แบ่งเป็น 5 กลีบ กลีบนอกมีสีเขียว มีผลเป็นฝกั ลักษณะแบนคล้ายฝกั ถ่วั ขนาดยาวประมาณ 5-10 ซม. ดอก
อัญชันมีชื่อเรียกตามท้องถ่ินท่ีแตกต่างกันไป อย่างเช่น ในภาคเหนือจะเรียกดอกอัญชันว่า เอ้ืองชัน แต่ใน
จังหวัดเชียงใหมจ่ ะเรียกว่าแดงชัน

ดอกอัญชันมีคุณสมบัติในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ โดยในดอกอัญชันนน้ั มีสารตัวหนึ่งท่ีช่ือวา่ แอน
โทไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งสารชนิดนี้สามารถช่วยเพ่ิมประสิทธิภาพการทำงานของดวงตา เพิ่ม
ความสามารถในการมองเห็น แก้อาการตาฟาง ตามัว หรือภาวะการเสื่อมของดวงตาที่มาจากโรคเบาหวาน
โรคตอ้ หนิ โรคตอ้ กระจก และมีหน้าที่ไปช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำใหเ้ ลือดไปเล้ยี งสว่ นต่าง ๆ ไดด้ ี
มากขึ้น แถมยังมีฤทธ์ิต้านการออกซิเดชั่นของไขมัน ชะลอการเกิดโรคที่เกิดจากคอเลสเตอรอลชนิดท่ีไม่ดี
(LDL) อุดตันในหลอดเลือด และโรคหลอดเลือดหัวใจแข็งตัวอีกด้วย และคุณสมบัติท่ีสำคัญอีกอย่างหน่ึงก็คือ
ดอกอญั ชันนั้นยงั ชว่ ยยับยั้งการรวมตวั ของเกลด็ เลอื ด ช่วยขบั ปสั สาวะ และชว่ ยผอ่ นคลายกล้ามเน้อื

นักเรยี นที่มคี วามบกพร่องทางการเรียนรู้

นกั เรยี นที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ คือ ความบกพร่องทางการเรียนรู้ เป็นความบกพร่องในการ
รับรู้ข้อมูลและนำข้อมูลไปใช้ในการฟัง พูด อา่ น เขียน และคำนวณ ซ่ึงไม่ใช่ความบกพร่องทางสตปิ ัญญา และ
ไม่ได้เกิดจากการถกู ละเลย ไมใ่ สใ่ จ ถูกทอดทิ้ง ขาดโอกาส หรือพิการ เชน่ ตาบอด แขนขาพิการ เป็นตน้ และ
ความบกพร่องทางการเรียนรู้ยังคงมีอยู่แม้จะได้รับการบำบัดแล้วอย่างต่ำ เดือนก็ตาม โดยความบกพร่อง
ทางการเรยี นมี ๓ ด้าน ดงั นี้

๑. ความบกพร่องดา้ นการอ่าน

เด็กมีความบกพรอ่ งในการจำพยัญชนะ สระ อ่านหนังสือไม่ออก หรืออ่านหนังสือได้ไม่สมกับวัย อ่าน
สะกดไมถ่ กู อา่ นตกหล่นไมค่ รบถ้วน หรืออ่านตะกกุ ตะกัก เปน็ ต้น

๒. ความบกพรอ่ งดา้ นการเขียนสะกดคำ

เด็กมีความบกพร่องในการเขียน เขียนไม่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ เขียนและสะกดคำผิด เขียนตก
หล่น สลับตำแหน่ง และยังอาจรวมถึงไม่สามารถเรียบเรียงภาษาเขียนออกมาได้อย่างถูกต้องตามหลัก
ไวยากรณแ์ ละความหมาย เปน็ ต้น



๓. ความบกพรอ่ งด้านการคำนวณ

เด็กมีความบกพร่องด้านการคำนวณ ความเข้าใจเกี่ยวกับตัวเลข จำนวน และความเชื่อมโยงของ
จำนวน การใช้สัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ ขั้นตอนการคำนวณ ทำให้ไม่สามารถคิดคำตอบจากหลักและ
ขั้นตอนการบวก ลบ คณู หาร ได้ เป็นตน้

การศกึ ษาแบบเรยี นรวม

การศึกษาแบบเรียนรวม หมายถึง การรับเด็กเข้ารับการศึกษาโดยไม่แบ่งแยกความบกพร่องของเด็ก
หรือคัดแยกเด็กท่ีด้อยว่าเด็กส่วนใหญ่ออกจากช้ันเรียน แต่จะใช้การบริหารจัดการและวิธีการในการให้เด็กเกิด
การเรียนรแู้ ละพฒั นาการตามความต้องการ จำเปน็ อย่างเหมาะสมเป็นรายบุคคล

ลักษณะของการจัดการศกึ ษาแบบเรียนรวม

ความแตกต่างจากรปู แบบการจัดการศกึ ษาสำหรบั เด็กพเิ ศษและเด็กปกติคือ จะต้องถอื หลักการดงั นี้

• เด็กแต่ละคนมคี วามแตกตา่ งกนั

• เดก็ ทกุ คนเขา้ เรียนในโรงเรยี นพร้อมกนั

• โรงเรียนจะตอ้ งปรับสภาพแวดล้อมในการเรยี นรู้ทุกด้านเพอื่ ใหส้ ามารถสอนเด็กได้ทุกคน

• โรงเรยี นจะต้องให้บริการ ส่ือ สิ่งอำนวยความสะดวกและความชว่ ยเหลือต่าง ๆ ทางการศึกษาใหแ้ ก่
เด็กทม่ี คี วามต้องการจำเป็นนอกเหนอื จากเดก็ ปกตทิ ุกคน

• โรงเรียนสามารถจัดการศึกษาได้หลายรูปแบบในโรงเรียนปกติทั่วไปโดยจัดให้มีสภาพแวดล้อมท่ีมี
ขดี จำกดั นอ้ ยที่สุด

ทกั ษะชวี ติ (Life Skills)

ทักษะชีวิต (Life Skills) เป็นทักษะภายในท่ีจะช่วยให้วัยรุ่นสามารถเผชิญสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดข้ึน
ในชีวติ ประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเตรียมพรอ้ มสำหรับการปรับตวั ในอนาคต ไมว่ ่าจะเป็นเร่ืองการ
ดูแลสุขภาพ ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม คุณธรรมจริยธรรม ฯลฯ เพ่ือให้สามารถมีชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมี
ความสุข หรอื อาจกล่าวได้ว่าทักษะชีวติ คือ ความสามารถในการแกป้ ัญหาทต่ี ้องเผชิญในชวี ติ ประจำวนั เพอ่ื ให้
สามารถดแู ลตนเองไดอ้ ยา่ งปลอดภยั

ทักษะชีวิตเผยแพร่โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บุคคลรู้จักดูแลตนเองทั้ง
ทางด้านร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ ซึ่งจะส่งผลให้สามารถดำรงตนอยู่ในสังคมโดยไม่เป็นภาระของสังคม เน้น
ความสำคัญของบุคคลให้รู้จักการปรับตัว พร้อมการเผชิญการเปล่ียนแปลงทางสังคม ดังน้ันองค์การอนามัย
โลก (WHO) จึงให้ความหมายทักษะชีวิตเป็นความสามารถอันประกอบด้วย ความรู้ เจตคติ (ทัศนคติ) และ
ทกั ษะซ่ึงสามารถจัดการกับปัญหารอบๆ ตัวให้บุคคลอยู่รอดในสภาพสังคมและวัฒนธรรมยุคปจั จบุ ันได้อย่างมี
ความสุขและเตรยี มพรอ้ มสำหรับการปรบั ตัวในอนาคต ทักษะชีวิตได้นำไปใช้เพือ่ การพัฒนาทรพั ยากรมนุษยใ์ น
สงั คมโลกเพื่อให้คนเกิดการพัฒนาตนเองโดยการใช้ความคิด การปรับตัว การตัดสนิ ใจ การส่ือสาร การจัดการ

6

กับอารมณ์และความเครียดในการแก้ไขปัญหาให้กับตนเองอย่างเหมาะสม ทักษะชีวิตจึงประกอบด้วยทักษะ
ต่างๆ ที่ส่งผลให้คนรู้จักเลือกปฏิบัติสิ่งที่ถูกต้อง รวมทั้งการรู้จักยับย้ังช่ังใจ วัยรุ่นที่มีทักษะชีวิตจะเป็นผู้ที่มี
เหตผุ ลและเลอื กดำรงชีวิตในทางทเ่ี หมาะสม

คณุ คา่ ทางโภชนาการของขนมทองมว้ น

ข้อมูลโภชนาการ ทองม้วน ในปริมาณ 30g มีพลังงานท้ังหมด 140 กิโลแคลอร่ี, โปรตีน 1 กรัม,
คาร์โบไฮเดรต 23 กรัม, ไขมัน 5 กรัม เราสามารถดูรายละเอียดข้อมูลอ่ืนๆ เช่น เกลือโซเดียม,
คอเลสเตอรอล, วิตามนิ , ไขมันอิ่มตวั , ไขมนั ไม่อม่ิ ตัว, น้ำตาล, กากใยอาหาร

7

บทท่ี ๒
เอกสารและงานวิจัยทเ่ี กย่ี วขอ้ ง

หลกั และแนวคดิ เก่ียวกบั โครงการ

๑. ความหมายของโครงการ

โครงการ คือ การดำเนินกิจกรรมอันประกอบไปด้วยแผนงาน โดยระบุรายละเอียดต่างๆไว้อย่างชัดเจน ทั้งน้ี
ต้องผ่านกระบวนการคิดมาก่อนแล้ว ยกตัวอย่างเช่น วัตถุประสงค์ของโครงการ , ขอบเขตในการดำเนิน
โครงการ , การกำหนดระยะเวลา , งบประมาณในการดำเนินงาน รวมทั้งการประเมินผลลัพธ์ โครงการ เป็น
กิจกรรมหรือแผนงาน ท่ีสามารถนำไปวิเคราะห์เพื่อการวางแผนในการดำเนินงาน รวมทั้งมีความสามารถใน
การนำไปปฏิบัติได้จริง อีกท้ังยังมีลักษณะกระจ่างชัดในเรื่องของจุดเร่ิมต้นและจุดส้ินสุด และแผนงานในการ
ท ำ กิ จ ก า ร ต่ า งๆ จ ำ เป็ น ต้ อ ง มี ก า ร ร ะ บุ ถึ งวั ต ถุ ป ร ะ ส งค์ ต า ม ร ะ ย ะ เว ล า ท่ี ก ำ ห น ด เอ า ไว้
จากขอบข่ายดงั กล่าวจึงสามารถสรุปได้วา่ โครงการ คอื การดำเนินงานหรือกจิ กรรม อันมีการเจาะลึกลงไปใน
บางเรื่อง มีการดำเนินงานในช่วงเวลาใดเวลาหน่ึง หรือมีการกำหนดระยะเวลาน่ันเอง นอกจากน้ียังมีการ
กำห น ด งบ ป ระมาณ , ท รัพ ยากรการท่ี ต้องใช้ รวม ท้ั งมี การดำเนิ น งาน อย่างเฉพ าะเจาะจง
เมื่อริเริ่มทำโครงการ จำเป็นต้องทำให้บรรลุถึงเป้าหมายท่ีได้กำหนดเอาไว้ มีรูปแบบการดำเนินงานอย่างมี
ระบบ ทง้ั นี้เพอื่ ใหก้ ารดำเนินงานโครงงานบรรลถุ งึ เป้าหมายอยา่ งมีประสิทธภิ าพมากทีส่ ดุ

วิชาการ คือ วิชาความรู้อย่างถ่องแท้เจาะลึก ในศาสตร์เรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือเฉพาะสาขาใดสาขาหนึ่งอย่าง
เจาะจง ทั้งนี้เพื่อก่อให้เกิดความรู้แก่ผู้ที่ได้ศึกษามากท่ีสุด โดยวิชาการต้องเป็นส่ิงท่ีมีความน่าเช่ือถือ , ได้รับ
การยอมรับจากหลายๆฝ่าย มีความเป็นไปได้ ไม่ใช่เขียนขึ้นมาลอยๆ แบบปราศจากเหตุผล หรือไม่มีอะไรมา
รองรับ จากคำนิยามในข้างต้น จึงสามารถสรุปได้ว่าเม่ือนำความหมายของ 2 คำนี้ ได้แก่ โครงการ กับ
วิชาการ มารวมเข้าด้วยกันก็จะหมายความว่า การดำเนินกิจกรรมโดยมีความเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับวิชาการ
ความรู้ด้านใดด้านหนึ่ง โดยได้ถูกวางแผนงานเอาไว้แล้ว ส่วนการแบ่งก็ใช้การแบ่งขนาดย่อย แตกเป็นหลาย
หัวข้อ และมีการระบุรายละเอียดต่างๆ เอาไว้อย่างชัดเจน เห็นเค้าโครงเป็นรูปร่าง เม่ือวางแผนกันเสร็จ
ผู้จัดทำโครงการวิชาการก็ต้องเตรียมตัว ในการดำเนินการเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการท่ีคิดและจัด
ระเบียบเอาไวแ้ ล้ว สุดท้ายโครงการวชิ าการเหล่าน้ี ต้องให้ประโยชน์แก่ผู้ที่เข้าร่วมโครงการรวมถึงผู้ที่ให้ความ
สนใจและศึกษาในโครงการเหล่านีด้ ้วยเชน่ เดียวกันยกตัวอย่างโครงการวิชาการในโรงเรียน ซึ่งกิจกรรมเหล่าน้ี
ถอื เป็นพฤตกิ รรมการเรียนรูท้ ่ตี อ้ งการใหผ้ ูเ้ รยี นเปลย่ี นแปลง คือ พฤติกรรมการเรยี นรทู้ ้ัง 3 ดา้ น คือ

1. พุทธพสิ ัย คอื การเปล่ียนแปลงด้านความคดิ
2. จิตพสิ ยั คือ การเปลี่ยนแปลงด้านเจตคตหิ รือจติ ใจ
3. ทกั ษะพิสัย คือ การเปล่ยี นแปลงทางดา้ นการทำงาน

8

บทท่ี ๓
วิธดี ำเนินการศึกษา

วธิ ีดำเนินการ ระยะเวลา ผรู้ ับผิดชอบ
ที่ กิจกรรม ดำเนินการ
-ผู้บรหิ าร
๑ ข้ันวางแผน (P) 20 กรกฎาคม -คณะครู
-ประชุมชีแ้ จงกจิ กรรมต่อคณะกรรมการสถานศึกษา ๒๕๖5
-ประชมุ ช้ีแจงคณะครู
-เขียนโครงการและนำเสนอต่อผู้บริหาร -ผูบ้ รหิ าร
-เสนอและอธบิ ายโครงการให้นักเรียนทราบ 2 สงิ หาคม ๒๕๖ -คณะครู
5
๒ ขนั้ การดำเนนิ การ(D)
- แต่งต้ังคณะทำงานและผรู้ บั ผิดชอบ -ครผู ้รู ับผิดชอบ
- จัดเตรยี ม จดั กลุ่มนักเรียนและการจัดทำหลักสตู รกจิ กรรมการ 8 สิงหาคม ๒๕๖ โครงงาน
เรยี นการสอน 5
-ประชมุ นกั เรียนเพื่อเลือกหัวขอ้ การทำโครงการขนมทองม้วน
-ดำเนนิ การเตรยี มอุปกรณ์ทำโครงการขนมทองม้วน
-เรม่ิ ดำเนนิ การทำโครงงานอาชีพ โครงการขนมทองม้วน
-สรปุ รายรับ - รายจา่ ย

๓ ขน้ั กำกับตดิ ตามประเมินผล(C) -ผบู้ ริหาร

-ติดตามและประเมินผลการดำเนินการตามข้ันตอนดำเนนิ การทำ สิงหาคม ๒๕๖5 -ครูผ้รู บั ผิดชอบ

จนแลว้ เสร็จ โครงงาน

๔ สรปุ และรายงานผล(A) -ผ้บู รหิ าร
-คณะครู
-ดำเนนิ การตรวจสอบผลงานเรียบรอ้ ยดหี รอื ไม่เปน็ ไปตามแผนที่ 19 สงิ หาคม

วางไว้หรอื ไม่ ๒๕๖5

9

๕. ระยะเวลาในการดำเนนิ การ
กรกฎาคม - สิงหาคม ปี 2565

๖. สถานทีด่ ำเนินการ
โรงเรยี นบา้ นหว้ ยไผข่ ยุ

๗. ผรู้ ับผดิ ชอบโครงการ
-นางสาวนชิ าภา ไม้สนธ์ิ
- นางสาวรินรดา วมิ ลมุข
-นกั เรียนทมี่ คี วามบกพร่องทางการเรยี นรู้และนักเรยี นทีส่ นใจ

๘. งบประมาณ
เงนิ งบประมาณ สนบั สนุนจากองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวดั อทุ ัยธานี จำนวน ๔,๐๐๐ บาท

รายละเอยี ดการใช้งบประมาณรายกิจกรรม
(รายละเอียดการใชง้ บประมาณน้ี สามารถถัวเฉลี่ยจ่ายได้ทกุ รายการ)

รายการ รายละเอียดการใชง้ บประมาณ จำนวน(หน่วย) ราคาตอ่ จำนวนเงิน
หนว่ ย(บาท) (บาท)

กจิ กรรมท่ี ๑ ขนมทองมว้ น ๖๐ ฟอง ๔ ๒๔๐

๑. ไข่ไก่ 9 ถุง ๖๐ 540
๒. แปง้ สาลี
๓. น้ำตาลทราย 4 กก. ๓๐ 120
๔. งาดำ
๕. งาขาว ๑ กก. ๑๘๐ ๑๘๐
๖. ถุงจบี ใส
๗. กระปอ๋ งมีหูหิ้ว ๑ กก. ๑๘๐ ๑๘๐
๘.กลน่ิ วนลิ า
๙. สีผสมอาหาร ๖ แพค็ ๘๐ ๔๘๐
๑๐. ลวดมัดปากถงุ
๑๑. สต๊กิ เกอรโ์ ลโก้ 5 โหล ๑๕๐ 750

รวมทง้ั สน้ิ ๓ ขวด ๔๐ ๑๒๐

๑๐ ขวด ๑๙ ๑๙๐

๕ แพ็ค 4๐ 200

๒๐ แผน่ ๕๐ ๑,๐๐๐

4,๐๐๐

10

๙. การประเมนิ ผล

ตัวช้วี ดั ความสำเรจ็ วธิ ปี ระเมินผล เครื่องมอื ท่ีใช้
แบบสอบถาม
๑. นักเรยี นท่มี ีความบกพรอ่ งทางการเรียนร้ไู ด้รับการ การสอบถาม แบบสอบถาม
แบบบันทึกข้อมูล
พฒั นาการเรยี นรสู้ อู่ าชพี ตามศกั ยภาพและความต้องการ แบบสังเกต

๒. สินค้าที่มีคุณภาพ ที่ส่งเสริมเป็นอาชีพให้กับ การสอบถาม

นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ในโรงเรียนเป็นที่

รจู้ กั ของชมุ ชน การบันทึกข้อมลู

๓. โรงเรียนมีผลิตภัณฑข์ องโรงเรียนท่ีมคี ุณภาพ เป็นที่

ยอมรบั ของชมุ ชน การสังเกต

๔ .นักเรียนสามารถนำความรู้และทกั ษะในการทำงาน

ไปใช้ในชีวิตประจำวนั และเปน็ อาชพี ได้

11

บทที่ ๔

ผลการดำเนนิ งาน

จากการดำเนินงานตามโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาสำหรับนักเรียนท่ีมีความบกพร่องทางการ
เรียนรู้ ด้วยกิจกรรมการทำโครงงานอาชีพขนมทองม้วน น้ันผลการดำเนินงานถือเป็นท่ีน่าพอใจ นักเรียนที่
รว่ มในการทำโครงงานมีความสนใจ ตั้งใจ ฝึกปฏิบัติทำเองทุกขั้นตอน ทำให้นักเรียนได้รับความรู้ความเข้าใจ
ไดป้ ระสบการณจ์ รงิ ในการทำ

โครงงานนี้ยังขยายผลสู่นักเรียนทุกคนในโรงเรียนการฝึกปฏิบัติเป็นการเรียนรู้ท่ียั่งยืน โดยมีการฝึก
ทำซำ้ ๆ จนเกิดเป็นทกั ษะซึ่งเป็นสง่ิ สำคัญมากกวา่ การท่องจำในบทเรียน ซึ่งนกั เรยี นทีม่ คี วามบกพร่องทางการ
เรียนรู้ มีความต้องการเรียนรู้ในรูปแบบน้ีเป็นอย่างย่ิง มีการแก้ไข้ปัญหาเฉพาะหน้า อีกท้ังยังนำ อัญชัน และ
ใบเตยที่เป็นพืชสมุนไพร ในแปลงเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนบ้านห้วยไผ่ขุย นำมาเป็นส่วนผสมใน
การทำขนมทองม้วน

นักเรียนท่ีมีความบกพร่องทางการเรียนรู้ สามารถดึงศักยภาพของตนเองออกมาได้และเกิดความ
ภูมิใจในผลงานท่ีตนเองได้ทำ และเกิดเป็นมวลประสบการณ์ติดตัวนักเรียน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการ
ประกอบอาชพี ไดใ้ นอนาคต

12

วตั ถุดิบและอปุ กรณ์ในการทำ ขนมทองมว้ น

วตั ถดุ ิบ

1.แปง้ สาลี
2.ไข่ไก่
3.น้ำตาล
4.งาขาว งาดำ
5.นำ้ สะอาด
6.ใบเตย
7.ดอกอัญชนั

อุปกรณ์
๑. แกว้ ตวง
๒. เกียงแคะขนม
๓. กะละมงั
๔. เตาแกส๊
๕. พิมพ์ขนมทองมว้ น
๖. เครื่องป่นั
๗. เหล็กม้วน
8. กระป๋อง
9. ถุงใส
10. ลวดรัดถุง

ขนั้ ตอนในการทำขนมทองม้วน
1. แป้ง 1 กิโลกรัม นำ้ สะอาด/น้ำอญั ชนั /นำ้ ใบเตย 350 ml ไข่ไก่ 1 ฟอง
2. ตีส่วนผสมตามรสชาตทต่ี อ้ งการให้เขา้ กัน
3. เปดิ แก๊ส ต้ังพมิ พ์ทองมว้ นใหร้ อ้ น
4. หยดแปง้ คร้ังละ 1 ชอ้ นโต๊ะ
5. พลกิ พิมพก์ ลบั ไปมา จนแปง้ สกุ ได้ที
6. ม้วนขนมให้สวยงาม

13

ตน้ ทุนการผลิต "ขนมทองม้วน"

ปีงบประมาณ 2565

*************************************************************************

ต้นทุนต่อครัง้ ในการทำแป้งตามสตู ร

รายการ ปริมาณ ราคา

แปง้ สาลี 1 ถุง 60 บาท
บาท
ไขไ่ ก่ 2 ฟอง 8 บาท
บาท
นำ้ ตาล ½ กโิ ลกรมั 15 บาท
บาท
งาขาว งาคำ 2 ชอ้ นตวง 10 บาท
บาท
น้ำสะอาด 350 ml 10 บาท

ใบแตย/อญั ชัน 10 บาท

ถุงใส 18 ใบ 10

ลวดรัดปากถุง 18 เส้น 5

ถ่านไร้ควนั 1 กิโลกรมั 20

รวมต้นทนุ ต่อการทำแป้ง 1 ครง้ั 148

หมายเหตุ : ราคาอาจเปลย่ี นแปลงได้ ตามราคาวัตถดุ ิบในทอ้ งตลาด

ทำแปง้ ต่อครง้ั ตน้ ทุนในการผลติ 148 บาท
จะสามารถทำทองม้วนได้ ประมาณ 550 ชนิ้ โดยประมาณ
ใสท่ องม้วนถงุ ละ 30 ชิน้ ไดป้ ระมาณ 18 ถงุ ขายปลีกถุงละ 20 บาท

ขายสง่ ถุงละ 18 บาท

**สดั ส่วนกำไร การขายปลีก 212 บาท
การขายส่ง 176 บาท

14

บทที่ ๕
สรุปผลการดำเนินงาน

จากการดำเนินงานตามโครงการพฒั นาคุณภาพการศึกษาสำหรับเด็กพิการเรียนรวม ดว้ ยกจิ กรรม
การทำโครงการขนมทองม้วน นน้ั ผลการดำเนินงานถือเป็นที่น่าพอใจ นักเรียนทีร่ ว่ มโครงการมคี วามสนใจ
และตงั้ ใจในการฝึกปฏิบัติทำเองทุกข้นั ตอน ทำให้นักเรยี นได้รับความรูแ้ ละประสบการณ์จรงิ และสามารถ
นำไปต่อยอดในการประกอบอาชพี ไดใ้ นอนาคต เปน็ การเพ่มิ รายไดใ้ ห้กบั นักเรยี นและครอบครวั ได้

ประโยชน์ท่ีได้รบั จากโครงการน้ี
๑. นักเรียนท่ีมีความบกพร่องทางการเรียนรู้ได้รับการพัฒนาการเรียนรู้สู่อาชีพตามศักยภาพและความ

ต้องการ
๒. นักเรยี นสามารถผลิตสนิ ค้าท่ีมีคุณภาพ ท่ีส่งเสริมเป็นอาชีพให้กับนักเรียนท่ีมีความบกพร่องทางการ

เรยี นร้ใู นโรงเรยี น
๓. โรงเรยี นมีผลติ ภัณฑข์ องโรงเรียนทม่ี คี ุณภาพ เปน็ ทยี่ อมรบั ของชุมชน
๔ .นกั เรยี นสามารถนำความร้แู ละทกั ษะในการประกอบอาหารไปใช้ในชีวิตประจำวนั ได้

15

รายงานผลการดำเนินงานโครงงาน

1.ชอ่ื โครงการ / กิจกรรม………….ขนมทองม้วน……………………….

๒. ผรู้ ับผิดชอบโครงการ...............นางสาวนชิ าภา ไม้สนธิ์ และ นางสาวรนิ รดา วมิ ลมุข........

๓. วัน เวลา สถานที่จดั โครงงาน ……2 สงิ หาคม ๒๕๖5 – 19 สงิ หาคม ๒๕๖5

๔. วัตถปุ ระสงค์โครงงาน
๑. เพอ่ื ส่งเสรมิ ให้นักเรยี นที่มีความบกพรอ่ งทางการเรยี นรูไ้ ดร้ ับการพัฒนาการเรยี นร้สู ู่อาชพี เตม็ ตาม

ศกั ยภาพและความต้องการของตนเอง
๒. เพอื่ ส่งเสริมให้นกั เรียนมผี ลติ ภัณฑ์ของโรงเรียนที่มีคุณภาพและมีประโยชนต์ อ่ ร่างกาย

เป็นที่ยอมรบั ของชุมชน

๕. ตวั ช้วี ดั ความสำเร็จของโครงงาน
๑.นกั เรยี นทม่ี ีความบกพร่องทางการเรยี นรู้มีพฒั นาการเรียนรู้สอู่ าชีพเต็มตามศักยภาพและความ

ตอ้ งการของตนเอง
๒.โรงเรยี นมผี ลิตภณั ฑ์ของโรงเรยี นทีม่ ีคุณภาพและมปี ระโยชนต์ ่อรา่ งกาย ท่สี ่งเสรมิ เป็นอาชพี ให้กบั

นักเรยี นท่มี ีความบกพรอ่ งทางการเรียนรู้ในโรงเรียน

๖. ผเู้ ขา้ รว่ มโครงงาน

• จำนวนเป้าหมาย 20 คน
• จำนวนผ้เู ข้าร่วมโครงการ / กิจกรรม ทั้งหมด 20 คน

๗. งบประมาณโครงการ

จำนวนเงินโครงการ ..........๔,๐๐๐............บาท
ใชไ้ ปจำนวนเงนิ ..........๔,๐๐๐............บาท
คงเหลือ .................-................บาท

16

๘. สรุปผลการดำเนนิ งานตามวัตถปุ ระสงค์ สภาพ ผลการการดำเนินงาน
ท่ี วตั ถุประสงคข์ องโครงงาน ความสำเร็จ
บรรลุ ไม่ นักเรยี นทมี่ ีความบกพร่องทางการเรียนรู้
๑ เพือ่ ส่งเสรมิ ใหน้ กั เรียนท่ีมคี วามบกพรอ่ ง ไดร้ ับการพัฒนาด้วยการลงมือปฏบิ ัตจิ รงิ
ทางการเรยี นรู้ได้รับการพัฒนาการเรียนรสู้ ู่ บรรลุ ในการทำโครงการขนมทองม้วนทำให้
อาชีพเต็มตามศักยภาพและความต้องการ / นักเรียนมที ักษะชีวติ ทด่ี ขี ึ้น และมีเจตคติท่ี
ของตนเอง ดตี ่ออาชพี
/ นักเรยี นทมี่ ีความบกพร่องทางการเรียนรู้
๒ เพอื่ ส่งเสรมิ ให้นักเรยี นมผี ลติ ภณั ฑข์ อง นำขนมทองมว้ นไปจำหน่ายให้กบั นกั เรยี น
โรงเรยี นท่ีมคี ุณภาพและมีประโยชนต์ ่อ ในโรงเรียน และประชาชนทัว่ ไปในงาน
ร่างกายเปน็ ทยี่ อมรับของชมุ ชน ต่างๆ ผลปรากฏวา่ ได้รับความนยิ มอยา่ ง
มาก

๙.สรปุ ผลการดำเนนิ งานตามตวั ชี้วัดความสำเรจ็ ของโครงงาน

ที่ ตวั ชว้ี ัดความสำเรจ็ ของโครงการ สภาพความสำเรจ็ ผลการการดำเนินงาน
บรรลุ ไมบ่ รรลุ
1 นกั เรยี นทมี่ ีความบกพร่องทางการ นกั เรียนทม่ี ีความบกพร่อง
เรยี นรมู้ ีพฒั นาการเรยี นรู้สู่อาชพี เต็ม / ทางการเรยี นรมู้ ีพฒั นาการ
ตามศกั ยภาพและความต้องการของ เรยี นรสู้ ู่อาชพี เต็มตามศักยภาพ
ตนเอง ตรงตามความถนัดและความ
ต้องการของตนเอง
๒. โรงเรยี นมีผลิตภัณฑ์ของโรงเรียนทม่ี ี / โรงเรียนมีผลิตภัณฑข์ อง
คุณภาพและมปี ระโยชนต์ ่อร่างกาย โรงเรียนทีม่ คี ุณภาพและมี
ท่สี ง่ เสริมเป็นอาชีพใหก้ ับนักเรียนที่มี ประโยชน์ต่อรา่ งกาย ที่
ความบกพรอ่ งทางการเรยี นรใู้ น สง่ เสริมเปน็ อาชพี ใหก้ บั นักเรียน
โรงเรยี น ทม่ี คี วามบกพร่องทางการ
เรยี นรูใ้ นโรงเรียน

17

๑๐. ผลการประเมินโครงงาน / กิจกรรม
ด้านนกั เรียน/คร/ู ผปู้ กครอง
๑๐.1 จำนวนผ้ตู อบแบบสอบถาม
ครู จำนวน……4….คน
นกั เรียน จำนวน……12….คน
ผ้ปู กครอง จำนวน……4….คน
ผตู้ อบแบบสอบถาม จำนวน ..20… คน
คิดเป็นร้อยละ ……100….ของผเู้ ข้ารว่ มโครงการทงั้ หมด

1๐.2 ผลการประเมินโครงงาน / กจิ กรรม

ระดับความคดิ เหน็

ลำดบั หวั ข้อการประเมนิ มากที่สุด มาก ปานกลาง นอ้ ย นอ้ ยทส่ี ุด

5 4 321

1 การจัดกจิ กรรมในครั้งน้ีมี 15 5
ประโยชนต์ ่อนกั เรียน (รอ้ ยละ75) (ร้อยละ25)

2 นักเรียนได้มีส่วนรว่ มในการ 19 ๑
จัดกิจกรรม (รอ้ ยละ95) (ร้อยละ5)

3 นกั เรียนไดร้ บั ความร/ู้ 17 3
ประโยชน์จากการเข้าร่วม (ร้อยละ85) (ร้อยละ15)

กจิ กรรมเพ่อื ไปใช้ประกอบ

อาชีพได้

4 รปู แบบ/หวั ขอ้ ในการจดั 19 ๑
กจิ กรรมมีความเหมาะสม (รอ้ ยละ95) (ร้อยละ5)

5 ระยะเวลาในการจดั กจิ กรรม 19 ๑
(รอ้ ยละ5)
มีความเหมาะสม (รอ้ ยละ95)

6 การประชาสัมพันธ์การจัด 19 ๑
กิจกรรม (ร้อยละ95) (รอ้ ยละ5)

7 สถานที่จดั กจิ กรรมมีความ 19 ๑
เหมาะสม (รอ้ ยละ95) (ร้อยละ5)

8 ตอ้ งการใหม้ ีการจัดโครงการ 19 ๑
(รอ้ ยละ5)
แบบน้ีอีก (รอ้ ยละ95)

9 ภาพรวมความพึงพอใจในการ 19 ๑
(ร้อยละ5)
จัดกิจกรรมครงั้ น้ี (รอ้ ยละ95)

18

10.3 สรปุ ขอ้ เสนอแนะของผ้ตู อบแบบประเมิน
- ตอ้ งการใหม้ กี ารจัดโครงการแบบนอี้ กี คิดเปน็ รอ้ ยละ…100…ของผู้ทำแบบประเมนิ ท้ังหมด
- ขอ้ เสนอแนะอ่ืน ๆ ……………………-…………………………………………………………

11. สรุปในภาพรวม
11.1 จุดเด่นของโครงการ/กจิ กรรม
- เป็นกจิ กรรมทีเ่ ด็กได้ลงมือปฏิบัติจริงและสามารถนำประกอบอาชีพได้ในอนาคต
- นกั เรียนให้ความสนใจ ท้ังนักเรียนท่ีมีความบกพรอ่ งทางการเรียนรู้และนกั เรียนปกติ
11.2 จุดควรพัฒนาของโครงการ/กจิ กรรม
- ควรหาสมุนไพรในท้องถ่นิ ท่ีหลากหลายมาใชใ้ นการทำโครงการเพ่ือการลดตน้ ทุนการผลติ

และตอบโจทย์การพฒั นาทีย่ งั่ ยืน

11.3 ขอ้ เสนอแนะเพือ่ การพัฒนาโครงงาน/กิจกรรม
- เป็นโครงงานทีด่ คี วรมีการจัดเน่อื งในทุกปี

ลงชือ่ ....................................................ผูร้ บั ผิดชอบโครงการ
(นางสาวนชิ าภา ไม้สนธิ์)
ครู โรงเรียนบา้ นห้วยไผ่ขยุ

ลงช่อื ....................................................ผ้รู บั ผิดชอบโครงการ
(นางสาวรนิ รดา วมิ ลมขุ )

พ่เี ลย้ี งเด็กพกิ ารเรียนรว่ ม โรงเรียนบา้ นหว้ ยไผข่ ุย

ขอ้ เสนอแนะของผบู้ ริหาร

............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
.................................................................... ................................................................................................ .........

ลงชอ่ื ....................................................
(นางปทั มนนั ท์ อิสรยิ ภานันท์)

ครชู ำนาญการพิเศษรกั ษาการในตำแหนง่
ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นบ้านห้วยไผ่ขุย

ภาคผนวก

ประมวลภาพกจิ กรรม
ขน้ั ตอนการทำ “ขนมทองม้วน”

1. อปุ กรณ์

เตาแก๊สและขาวางพมิ พท์ ำทองมว้ น พิมพท์ ำทองมว้ น

เกยี งแคะขนม เครอ่ื งตีแป้ง

เหล็กมว้ นขนม กระปอ๋ ง ถุงใส ลวดสีรดั ถงุ

2. ส่วนผสมวัตถดุ ิบในการทำขนมทองม้วน

1.แป้งสาลี
2.ไข่ไก่
3.น้ำตาล
4.งาขาว งาดำ
5.นำ้ สะอาด
6.ใบเตย
7.ดอกอญั ชัน

3.ขั้นตอนการทำ
1. แปง้ 1 กิโลกรัม นำ้ สะอาด/น้ำอัญชนั /น้ำใบเตย 350 ml ไขไ่ ก่ 1 ฟอง ตสี ่วนผสมตามรสชาติที่

ต้องการให้เขา้ กัน

2. เปดิ แกส๊ ต้ังพมิ พท์ องม้วนใหร้ ้อน

3. หยดแปง้ ครั้งละ 1 ชอ้ น

4. พลกิ พิมพ์กลบั ไปมา จนแปง้ สุกได้ท่ี
5. ม้วนขนมให้สวยงาม

ทำขนมทองมว้ นเสรจ็ เรียบร้อย

ผลสำเร็จของโครงการขนมทองมว้ น

นอ้ งๆมาร่วมเรยี นรู้การทำขนมทองมว้ น

จดั จำหนา่ ยทั้งปลกี และส่งวางขายท่รี ้านค้าในชมุ ชน

ชมคลิปนำเสนอผลกำรดำเนนิ งำน

โครงการขนมทองม้วน โรงเรียนบา้ นห้วยไผข่ ุย
ตาม โครงการพฒั นาศกั ยภาพนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรยี นรู้

งบประมาณสนับสนุนจากองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวัดอทุ ยั ธานี


Click to View FlipBook Version