45
จากตาราง 4 พบวา่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณติ ศาสตร์ เรอื่ ง เศษสว่ น ของนักเรยี นชัน้
ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 หลงั เรียนสูงกวา่ กอ่ นเรียนโดยการจดั การเรยี นรแู้ บบสบื เสาะหาความรู้ (5E)
อย่างมนี ัยสำคญั ทางสถิตทิ ี่ระดบั .05 นน่ั คอื ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นวชิ าคณิตศาสตร์ เรอ่ื ง เศษส่วน
ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หลังเรยี นสงู กวา่ ก่อนเรยี น ซง่ึ เปน็ ไปตามสมมตฐิ าน
4. การเสนอผลการวเิ คราะหผ์ ลสัมฤทธท์ิ างการเรียนของนกั เรยี นหลังไดร้ บั การจดั การเรียน
การสอน เร่ือง เศษสว่ น โดยใช้การจัดการเรียนรูแ้ บบสบื เสาะหาความรู้ (5E) โดยเทยี บกับ เกณฑ์ร้อย
ละ 70 ปรากฏผลดังตารางที่ 5
ตารางที่ 5 แสดงผลการวิเคราะหเ์ ปรียบเทยี บผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนของนกั เรยี นหลงั ได้รบั
การจัดการเรียนการสอนเร่ือง เศษสว่ น ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใชก้ ารจดั การเรยี นรู้แบบสืบ
เสาะหาความรู้ (5E) โดยเทียบกับเกณฑ์ รอ้ ยละ 70
จำนวนนักเรียน คะแนนของนักเรียนกลุ่มตวั อย่าง
คะแนนเต็ม เกณฑ์ผา่ นร้อยละ 70 คะแนนเฉลี่ย รอ้ ยละของคะแนนเฉลยี่
20 20 14 15.08 75.40
จากตารางท่ี 5 พบวา่ ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นของนักเรยี นหลังไดร้ บั การจัดการเรยี นการ
สอน ไดค้ ะแนนเฉล่ีย 15.08 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 75.40 และมคี วามเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.897
คะแนน ซ่ึงสงู กวา่ เกณฑร์ ้อยละ 70 ทีต่ งั้ ไว้ ซึง่ เป็นไปตามสมมติฐานข้อ 1 แสดงว่าการจัดการเรยี น
การสอน เรอื่ ง เศษส่วน โดยใช้การจัดการเรยี นร้แู บบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ทำให้ความสามารถใน
การเรยี นรูข้ องนักเรยี นชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5 โรงเรยี นวดั สงิ ห์สงู กว่าเกณฑม์ าตรฐาน
5. การนำเสนอผลการวิเคราะห์ความพงึ พอใจของนักเรียนต่อการจดั การเรียนรู้ เร่อื ง
เศษสว่ น โดยใช้การจดั การเรียนรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ (5E) ปรากฏผลดงั ตารางที่ 6
ตารางท่ี 6 แสดงผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจต่อการจดั การเรียนรู้ เรื่อง เศษส่วน โดยใช้
การจดั การเรยี นรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ (5E)
ข้อความ X̅ S.D. แปลผล
ดา้ นบรรยากาศในการจัดการเรยี นรู้
1.1 มีอสิ ระในการเรยี นรู้ 3.93 0.76 มาก
1.2 บรรยากาศในการเรยี นน่าสนกุ สนาน นา่ เรียน 4.29 0.68 มาก
1.3 นักเรยี นกลา้ แลกเปล่ยี นเรยี นรู้ ความคดิ เห็นกบั ครูและ 4.17 0.63 มาก
เพือ่ น ร่วมชัน้ เรียน
2. ด้านการจัดการเรยี นรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ (5E)
2.1 กิจกรรมมีความนา่ สนใจทา้ ท้ายให้อยากเรียนรู้ 4.29 0.68 มาก
2.2 กิจกรรมช่วยให้นักเรียนกล้าคิด กล้าทำและกล้าแสดงออก 4.10 0.63 มาก
2.3 กิจกรรมชว่ ยใหน้ ักเรียนอยากมีส่วนรว่ มในกิจกรรมและ 4.17 0.63 มาก
เขา้ ร่วมกจิ กรรมทกุ ครัง้
2.4 นกั เรียนอยากใหใ้ ชก้ จิ กรรมแบบนกี้ บั เน้ือหาอื่น ๆ 4.10 0.54 มาก
2.5 กิจกรรมชว่ ยใหน้ ักเรยี นไดค้ ้นพบความรู้ดว้ ยตนเอง 4.12 0.68 มาก
46
ขอ้ ความ ̅X S.D. แปลผล
0.75 มาก
2.6 การนำเข้าสบู่ ทเรียนเพื่อกระตนุ้ ความสนใจจนผูเ้ รียนเกิด 4.12
ความสงสยั อยากรู้อยากเหน็ และอยากหาคำตอบ
3. ดา้ นประโยชนท์ ไี่ ด้รับจากการจัดการเรยี นรู้ 4.32 0.67 มาก
3.1 นกั เรียนสามารถนำความรูไ้ ปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั 4.15 0.65 มาก
3.2 นักเรียนเกดิ ความม่นั ใจในการเขา้ รว่ มกิจกรรมการเรยี นรู้ 4.20 0.60 มาก
3.3 นกั เรียนทำงานได้อย่างมีระบบและรอบคอบ 4.24 0.70 มาก
3.4 นักเรียนคดิ อย่างมเี หตุผล 4.05 0.84 มาก
3.5 นักเรยี นรูจ้ กั และอยากช่วยเหลือผอู้ นื่ มากขนึ้ 4.27 0.71 มาก
3.6 นักเรยี นมีทักษะการคิดวเิ คราะห์และสามารถหาคำตอบ
ของปญั หาด้วยตนเอง 4.27 0.74 มาก
3.7 ผเู้ รียนเขา้ ใจและรักวิชาคณิตศาสตร์มากขน้ึ 4.17 0.68 มาก
เฉลีย่ รวม
จากตารางท่ี 8 พบวา่ ภาพรวมความพึงพอใจของนักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 5 โรงเรยี นวดั สิงห์ตอ่
การจัดการเรียนรู้ เรื่อง เศษส่วน โดยใชก้ ารจดั การเรยี นรแู้ บบสบื เสาะหาความรู้ (5E) มีคะแนนเฉล่ีย
4.17 ซง่ึ อยใู่ นระดบั มาก และทกุ ข้อยงั ไดค้ ะแนนเกิน 3.50 อีกด้วย เปน็ ไปตาม สมมตฐิ านข้อที่ 3
ตารางท่ี 7 เปรยี บเทียบผลการทดสอบ ก่อนและหลงั ใช้นวตั กรรมการสอน ของนกั เรียนระดับชัน้
ประถมศกึ ษาปีที่ 5 โรงเรียนวดั สงิ ห์ จังหวัดสงิ หบ์ รุ ี ปกี ารศกึ ษา 2564
การทดสอบ ร้อยละ คา่ เฉล่ยี (μ)
กอ่ นการฝึก 33.75 6.75
หลงั การฝกึ 82.25 16.45
จากตารางท่ี 7 พบว่าผลการทดสอบ ก่อนใช้นวัตกรรมการสอน ของนักเรียนระดับช้นั
ประถมศึกษาปที ่ี 5 โรงเรยี นวดั สิงห์ จังหวดั สิงห์บุรี ปกี ารศกึ ษา 2564 มีคา่ เฉลยี่ (μ)ของคะแนน
อยทู่ ี่ 6.75 คะแนน คิดเปน็ ร้อยละ 33.75
ส่วนผลการทดสอบ หลังใช้นวตั กรรมการสอน ของนักเรียนระดบั ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
โรงเรยี นวดั สงิ ห์ จงั หวดั สิงหบ์ รุ ี ปกี ารศึกษา 2564 มีคา่ เฉล่ีย (μ)ของคะแนนอยทู่ ่ี 16.45 คะแนน
คิดเป็นร้อยละ 16.45 ซ่งึ เปน็ ตามสมติฐานท่ตี ง้ั ไว้
47
ตารางที่ 8 เปรียบเทียบค่าเฉล่ียผลการทดสอบ ก่อนและหลังใช้นวัตกรรมการสอน ของนักเรยี น
ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนวดั สิงห์ จังหวดั สงิ หบ์ รุ ี ปีการศึกษา 2564
คะแนน μ D
6.75 9.7
กอ่ นการฝกึ 16.45
หลังการฝึก
จากตารางที่ 8 พบว่า คะแนนทดสอบหลังใช้นวัตกรรมการสอน ของนักเรียนระดับช้ัน
ประถมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนวัดสิงห์ จังหวัดสิงห์บุรี ปีการศึกษา 2564 มีค่าเฉล่ียสูงกว่าคะแนน
ทดสอบก่อนใช้นวัตกรรมการสอน อยู่ 9.7 คะแนน นั่นคือคะแนนที่ได้จากการทดสอบหลังเรียนสูง
กว่าคะแนนที่ได้จากการทดสอบก่อนเรยี นซงึ่ เป็นจริงตามสมมตฐิ านท่ตี ้งั ไว้
48
บทที่ 5
สรปุ อภิปราย และข้อเสนอแนะ
การวิจัยคร้ังนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ มีวัตถุประสงค์เพ่ือเปรียบเทียบผลการทดสอบ เร่ือง
เศษส่วน ก่อนและหลังใช้นวัตกรรมการสอน ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนวัด
สงิ ห์ จังหวัดสงิ ห์บุรี ปกี ารศกึ ษา 2564 ผลการวิจยั สรุปไดด้ งั นี้
วัตถปุ ระสงคข์ องการวิจัย
1. เพ่ือพัฒนาผลสัมฤทธ์วิ ิชาคณติ ศาสตรใ์ นเร่อื ง เศษส่วน นักเรียนระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี
5 โรงเรียนวดั สิงห์ จังหวัดสิงห์บุรี ปีการศึกษา 2564 ทำแบบทดสอบ เรื่อง เศษส่วน ผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ ร้อยละ 70
2. เพ่ือศึกษาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วน ของนักเรียนช้ัน
ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 โรงเรียนวดั สงิ ห์ ระหว่างกอ่ นและหลังการใชน้ วัตกรรมการสอน
3. เพ่ือสำรวจความพึงพอใจของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 5 ในการเรียน เร่ือง เศษส่วน
โดยใช้นวตั กรรมการจัดการเรียนรวู้ ถิ ใี หม่ ดว้ ยรูปแบบการสบื เสาะหาความรู้ (5E)
4. เพ่ือหาประสิทธิภาพของแผนการจดั การเรยี นรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) เร่อื ง เศษส่วน
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5 ทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพตามเกณฑ์ 70/70
สมมตุ ฐิ านของการวจิ ัย
เกมการศึกษาท่องสตู รคณู ท่ใี ห้นักเรียนใช้สามารถแกป้ ัญหาการทอ่ งสตู รคูณได้ ทำใหน้ ักเรียน
มีพ้ืนฐานการคำนวณที่ดีขึ้น สามารถทำแบบทดสอบการท่องสูตรคูณผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ
80 และมคี า่ เฉล่ยี ของแบบทดสอบหลงั ฝึกมากกว่าก่อนฝึก
ประชากรและกลมุ่ ตัวอยา่ ง
ประชากร
นกั เรียนระดับช้ันประถมศึกษาปที ่ี 4-6 โรงเรียนวัดสิงห์ ปกี ารศกึ ษา 2564 จำนวน 47 คน
กลุ่มตวั อย่าง
นกั เรียนระดับช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 5 โรงเรียนวัดสิงห์ ปกี ารศกึ ษา 25634 จำนวน 20 คน
สรุปผลการวจิ ยั
1. ผลสัมฤทธิ์วิชาคณิตศาสตร์ในเรื่อง เศษส่วน นักเรียนระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5
โรงเรียนวัดสิงห์ จังหวัดสิงห์บุรี ปีการศกึ ษา 2564 ทำแบบทดสอบหลังการใช้นวัตกรรมด้วยรูปแบบ
การสืบเสาะหาความรู้ (5E) ผ่านเกณฑก์ ารประเมินร้อยละ 70
2. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์วิชาคณิตศาสตร์ในเรื่อง เศษส่วน นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี
5 โรงเรียนวัดสิงห์ จังหวัดสิงห์บุรี ปีการศึกษา 2564 หลังการใช้นวัตกรรมด้วยรูปแบบการสืบ
49
เสาะหาความรู้ (5E) โดยมีค่าเฉล่ียคะแนนสอบอยู่ที่ 16.45 คะแนนซึ่งสูงกว่าก่อนการใช้นวัตกรรมซึ่ง
มคี า่ เฉลยี่ ของคะแนนสอบ 6.75 คะแนน
3. ความพึงพอใจของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 ในการเรียน เร่ือง เศษส่วนโดยใช้
นวตั กรรมการจดั การเรียนรวู้ ถิ ใี หม่ ดว้ ยรปู แบบการสืบเสาะหาความรู้ (5E) อย่ใู นระดบั มาก
อภปิ รายผลการวจิ ยั
จากผลการวิจยั เรือ่ ง การพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง เศษสว่ น โดย
ใช้นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้วิถีใหม่ ด้วยรูปแบบการสืบเสาะหาความรู้ (5E) ของนักเรียนระดับช้ัน
ประถมศกึ ษาปที ี่ 5 โรงเรียนวัดสิงห์ จังหวัดสิงห์บุรี ปีการศกึ ษา 2564 สามารถอภิปรายผลได้ดงั น้ี
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน โดยมีค่า t-test ของแบบทดสอบวัดผล
สัมฤทธิ์ทางการเรียน เร่ือง เศษส่วน โดยใช้นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้วิถีใหม่ ด้วยรูปแบบการสืบ
เสาะหาความรู้ (5E) หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรยี นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และผลสัมฤทธิ์
วิชาคณิตศาสตร์ในเร่ือง เศษส่วน ของนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินร้อย
ละ 70 นอกจากน้ีนักเรียนยังมีความพึงพอใจในการจัดการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบการสืบ
เสาะหาความรู้ (5E) ในระดับมาก อาจกล่าวได้ว่า ผลการวิจัยเป็นไปตามสมมติฐานที่ต้ังไว้ อาจเป็น
เพราะการจัดการเรียนการสอน ผู้สอนจัดได้ตรงตามความสามารถหรือความถนัดของผู้เรียนในการ
เรียนรู้ของแต่ละบุคคล ซึ่งมีความถนัดในการเรียนรู้แตกต่างกันส่งผลให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจ มี
ความคิด และยังเป็นวิธีการปฏิบัติที่สัมพันธ์กับส่ิงท่ีอยู่รอบตัวผู้เรียน เสริมความรู้ให้เกิดความคิด
สรา้ งสรรค์ แกป้ ัญหา พร้อมทจ่ี ะนำไปประยกุ ต์ใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชนใ์ นการดำรงชวี ิต
ดังนั้น การสอนโดยใช้นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้วถิ ีใหม่ ด้วยรปู แบบการสืบเสาะหาความรู้
(5E) เรื่อง เศษส่วน ชว่ ยเพิม่ ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนกั เรยี นใหส้ งู ข้ึน
ขอ้ เสนอแนะจากการวิจัยครงั้ นี้
1. การจัดการเรียนการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5E) เปน็ การสอนทย่ี ดึ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ
และมีอสิ ระต่อการทำกิจกรรม ครคู วรกำหนดระยะเวลาในการทำกิจกรรมแตล่ ะข้นั ตอนใหเ้ หมาะสม
เพอื่ ให้การดำเนนิ กิจกรรมไดต้ รงตามเวลาของแผนการจัดการเรียนรู้
2. ครูผ้สู อนต้องตดิ ตาม กำกับ ดูแลการทำกิจกรรมอย่างใกล้ชิด
3. สามารถนำการจัดการเรียนการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5E) ไปประยกุ ต์ใช้กบั หัวขอ้
การเรยี นอนื่ ๆ ไดต้ ามความเหมาะสม
ข้อเสนอแนะเพอื่ การวิจัยคร้งั ต่อไป
1. เปรยี บเทยี บผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนคณิตศาสตร์ทไ่ี ดร้ บั การจดั การเรียนการสอนแบบสบื
เสาะหาความรู้ (5E) กบั การจดั การเรยี นการสอนในรปู แบบอนื่ ๆ เพ่ือพฒั นาการจดั การเรียนการสอน
ให้มีประสทิ ธิภาพยิ่งข้ึน
2. ศึกษาการใชก้ ารจัดการเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) กบั เนือ้ หา อ่นื ๆ
ทีเ่ หมาะสมในสาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
บรรณานกุ รม
50
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551.
กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พ์ ชมุ นุมสหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำกดั .
กาญจนา. (2546). ความพึงพอใจของมนุษย์เป็นการแสดงออกทางพฤติกรรมที่เปน็ นามธรรม
ไม่สามารถมองเหน็ เปน็ รูปรา่ งได.้ กรงุ เทพมหานคร: ไทยวัฒนาพานิช.
กิตติมา. (2526). ความรู้สึกชอบหรือพอใจที่มีต่อองค์ประกอบและสิ่งจูงใจในด้านต่างๆเมื่อ
ไดร้ บั การตอบสนอง. กรงุ เทพมหานคร: มหาวทิ ยาลยั รามคำแหง.
จิรภา นุชทองม่วง. (2558). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เร่ือง การหา
พ้ืนท่ี โดยใช้กระดานตะปู ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ในระดับชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 4. (วิทยาศาสตร มหาบัณฑิต สาขาคณิตศาสตร์ศึกษา ภาควิชาคณิตศาสตร์),
มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร
ฐิติยา เกตุคำ. (2551). ผลการใช้บทเรียนออนไลน์ เร่ือง วิธีจัดหมู่ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรียนและเจตคติต่อการเรียน คณิตศาสตร์ของนักเรียนขั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6. (ปริญญาวิทยานิพนธ์
การศกึ ษามหาบณั ฑติ ), มหาวทิ ยาลัยศรี นครนิ ทรวโิ รฒ
ณ ชนก มณเฑียร. (2553). การศึกษาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนคณิตศาสตร์และความ
ขยันหม่ันเพียรของนักเรียน ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 2 ท่ีได้รับการสอนแบบคุณธรรมนำความรู้. (ปริญญา
การศึกาษมหาบัณฑติ ), มหาวิทยาลยั ศรนี ครินทรวโิ รฒ
ดวงเดอื น เทศวานชิ . (2533). หลักการสอนทั่วไป. กรุงเทพมหานคร.
ดิเรก. (2528). ทัศนคติทางบวกของบุคคลที่มีต่อส่ิงใดสิ่งหนึ่งเป็นความรู้สึกหรือทัศนคติที่ดี
ต่องานทท่ี ำของบุคคลท่ีมตี ่องานในทางบวก. กรงุ เทพฯ เพรส แอนด์ ดีไซน์.
ทิศนา แขมมณี. (2551). ศาสตร์การสอนองค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ท่ีมี
ประสทิ ธภิ าพ. กรงุ เทพฯ: จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั .
เทพพนม เมืองแมน. (2540). พฤตกิ รรมองคก์ าร.กรุงเทพมหานคร: ไทยวฒั นาพานิช.
นรัญญา. (2554). การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) Retrieved from
https://sites.google.com/site/naranya2010/1
นันทวัน สุชาโต. (2532). เอกสารการสอนชุดวิชาสถิติและการวิจัยส่ือสารมวนชน.
กรงุ เทพมหานคร: ส านกั พมิ พ์ มหาวทิ ยาลยั สุโขทัยธรรมาธิราช.
ปราณี กองจินดา. (2549). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์และทักษะ
การคิดเลขในใจของนักเรียน ที่ได้รับการสอนตามรูปแบบซิปปาโดยใช้แบบฝึกหัดที่เน้นทักษะการคิด
เลขในใจกับนักเรียนที่ได้รับการสอน โดยใช้คู่มือครู. (ครุศาสตรมหาบัณฑิต), มหาวิทยาลัยราชภัฏ
พระนครศรอี ยธุ ยา.
ปยิ นชุ นุตตะรงั ค์. (2557). การสรา้ งบทเรียนการสอนคณติ ศาสตร์ เรื่อง ความน่าจะเป็น โดย
วิธีสืบเสาะหาความรู้และกิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์ สำหรับช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 (วิทยาศาสตร
มหาบัณฑิต สาขาคณิตศาสตร์ ศึกษา), มหาวิทยาลัยบูรพา.
พรรัตน์ ก่ิงมะลิ. (2552). การพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เรื่อง พืช โดยใช้
การสอนแบบสืบเสาะหา ความรู้สำหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านตำหรุ จังหวัด
ประจวบครี ีขันธ.์ (ครุศาสตรมหา บัณฑติ ), มหาวทิ ยาลัยราชภัฏเพชรบุรี.
51
พวงพิศ นาไชยโย. (2550). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง ความน่าจะ
เป็น โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5E) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. (วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษา
ศาสตรมหาบณั ฑติ ), มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม.
พวงรัตน์ ทวีรัตน์. (2525). แนวการเขียนข้อสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน. วารสารการ
วัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ, 4(1). พิมขันธ์ เดชะคุปต์. ( 2556). 4 จุดเน้น :
กระบวนการเรียนรู้ 5 ข้ันตอน (5 STEPs) Retrieved from
https://www.youtube.com/watch?v=arzAesRkiXc&t =263s.
พิมสิริ แก้วศรีหา. (2554). กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้
(5E) ที่เน้นทักษะการคิด วเิ คราะห์ เร่ือง เศษส่วน ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 5. (วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษา
ศาสตรมหาบณั ฑติ ), มหาวทิ ยาลัยขอนแก่น.
พิสมัย พานโฮม. (2551). การใช้วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้เน้นผังรูปตัววีที่มีต่อ
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 6.
(วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน ), มหาวิทยาลัยราชภัฏ
อุดรธานี.
พิสมัย ศรีอำไพ. (2554). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องเวลา ความสามารถ
ในการคิด วิเคราะห์และ ความรู้สึกเชิงจำนวน ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระ การ
เรียนรู้คณิตศาสตร์ระหว่างการจัด กิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT และการ จัดกิจกรรมการเรียนรู้
แบบปกติ. (ปริญญาโทสาขาหลักสูตรและ การสอน คณะศกึ ษาศาสตร)์ , มหาวิทยาลยั มหาสารคาม.
ไพศาล หวังพานิช. (2545). การวัดผลทางการศึกษา. วารสารการวัดผลการศึกษา
มหาวทิ ยาลัยศรีนครนิ ทรวิโรฒ.
ฟาฏินา วงศ์เลขา. (2552). การเรียนคณิตศาสตร์ ความจำเป็นที่ไม่ควรมองข้าม. Retrieved
from http://social.obec.go.th/node/22
ภพ เลาหไพบูลย.์ (2542). แนวการสอนวิทยาศาสตร์. กรงุ เทพมหานคร: ไทยวัฒนาพาณิช.
รัตน์จาณี อรัยเพิ่ม. (2556). ผลของวงจรการเรียนรู้แบบ 5E เสริมด้วยเทคนิค POE และ
กระบวนการแก้ปัญหาของ โพลยาต่อผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาฟิสิกส์และความสามารถในการคิด
แก้ปัญหาของนกั เรียนชั้นมธั ยมศึกษา ปีท่ี 5 (ครุศาสตรมหาบัณฑิต), มหาวิทยาลัยราชภฏั อุดรธานี,
ล้วน สายยศ. (2543). เทคนิคการวัดผลการเรียนรู้. กรุงเทพมหานคร: สุวรี ยิ าสาสน์ . ลว้ น สา
ยศ และอังคณา สายยศ. (2538). เทคนิคการวจิ ัยทางการศึกษา(พมิ พ์คร้ังท่ี 5). กรุงเทพมหานคร: สุรี
วิยาสาส์ น.
ละมัย วงคำแก้ว. (2557). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนความสามารถในการ
วิเคราะห์และความสามารถใน การทำโครงงานวิทยาศาสตร์ โดยใช้รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหา
ความรู้ (5E) ร่วมกับผังกราฟิกของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3. (ค.ม.หลักสูตรและการสอน),
มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
วิติยา ปิดตังนาโพธิ์. (2555). กระบวนการเรียนรู้เพื่อฝ่าวิกฤติความท้าทายในอนาคต.
วารสารศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ .
52
ศิวพร ตาใจ. (2551). ผลการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ท่ีมีผลต่อผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนและความสามารถในการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5.
(หลักสตู รครุ ุศาสตรมหาบณั ฑติ สาขา หลกั สูตรและการสอน), มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครสวรรค,
สงา่ . (2540). ความพงึ พอใจหมายถึงความรู้สึกที่เกดิ ข้นึ เมื่อได้รับผลสำเร็จตามความม่งุ หมาย
หรือเป็นความรสู้ กึ ขั้นสดุ ทา้ ยที่ได้รบั ผลสำเร็จ. กรุงเทพมหานคร: เอน็ แอนดจ์ กี ราฟฟิค.
สมนกึ ภัททยิ ธน.ี (2553). การวดั ผลการศกึ ษา. กาฬสนิ ธ์ุ ประสานการพิมพ์.
สมพร เชื้อพันธ์. (2547). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของ
นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้วิธีจัดการเรียนการสอนแบบสร้างความรู้ด้วยตนเองกับการ
จดั การเรยี นการสอนแบบปกติ. (ครศุ าสต รมหาบณั ฑิต), มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏพระนครศรีอยธุ ยา.
สวลิ ธาราโภชน์. (2543). พฤติกรรมมนุษย์กับการพัฒนาตน. กรุงเทพมหานคร: ทิพยวิสุทธิ์.
สิริกุล อินพานิช. (2550). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนความสามารถในการคิดวิเคราะห์
และเจตคติต่อวิชา คณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ท่ีเรียนโดยกิจกรรมการเรยี นรู้แบบ
สืบเสาะหาความรู้และ กิจกรรมการเรียนรู้ตามปกติ เร่ือง ความน่าจะเป็น (การศึกษามหาบัณฑิต
หลักสตู รการสอน ), มหาวทิ ยาลยั มหาสารคราม.
53
ภาคผนวก
1
ภาคผนวก ก
แผนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E)
2
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1 เรือ่ ง การบวกเศษส่วน
กล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ รายวิชาคณติ ศาสตร์พนื้ ฐาน ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 หน่วย
การเรยี นร้ทู ี่ 1 เรือ่ ง เศษส่วน จำนวน 2 ชัว่ โมง
ผ้สู อน นายกาญจนศักด์ิ กาญจนะสมบัติ
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้ีวัด
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของจำนวนผลที่
เกิดข้ึนจาก การดำเนนิ การสมบัติของการดำเนินการ และนำไปใช้
ตวั ชี้วัด ค 1.1 ป.4/3 หาผลบวก ผลลบของเศษสว่ นและจำนวนคละ
2. สาระสำคัญ
การบวกเศษส่วน คือ การทำตัวสว่ นของเศษสว่ นทน่ี ำมาบวกกนั ใหเ้ ทา่ กันแลว้ จึงนำเศษบวกกับตวั เศษโดยให้
ตวั ส่วนคงเดิม
3. สาระการเรียนรู้
การบวกเศษสว่ นทต่ี ัวสว่ นไม่เท่ากัน
4. จุดประสงค์การเรียนรู้
ด้านความรู้(K) ดา้ นทักษะกระบวนการ(P) ด้านคุณลักษณะ(A)
1. นักเรียนสามารถหาผลบวกของ 1. นักเรียนมีความสามารถในการให้ 1. นักเรียนมีความมุ่งม่ันใน
การทำงาน
เศษส่วนทต่ี ัวส่วนไม่เท่ากันได้ถูกต้อง เหตผุ ล
2. นักเรียนมีความสามารถในการ
สื่อสารและการส่ือความหมาย
ทางคณิตศาสตร์
3. นักเรียนมีความสามารถในการ
เช่ือมโยงความรู้ทางคณติ ศาสตร์
5. กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นที่ 1 การสรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. นักเรียนทบทวนความรู้เร่ือง ความหมายของเศษส่วน โดยใชต้ ารางสีเ่ หลี่ยมมุมฉาก โดยครูใชค้ ำถาม
กระตนุ้ โดยยกสถานการณ์มาว่ามีร้านขนมหวานแห่งหน่งึ โดยมีเค้ก 2 ก้อนท่มี ีขนาดเท่ากัน โดยเหลอื เค้กช็อกโกแลต
จากการขาย 3 ก้อนและเหลือเค้กสตรอว์เบอร์รี 1 ก้อน โดยครูถามคำถามกระตนุ้ ความคิดว่า ถา้ ครูนำเค้กท้งั สอง
84
ก้อนรวมกนั จะเท่ากับกี่ก้อน โดยคนท่ีตอบถูกครมู ีรางวัลให้เพ่ือกระตนุ้ ความสนใจ อยากรู้ พรอ้ มให้นักเรียนท่ีตอบถูก
นำเสนอแนวความคิด
3
เคก้ ช็อกโกแลตเหลอื 3 ก้อน เค้กสตรอว์เบอร์รี 1 ก้อน
8 4
ช่วั โมงที่ 1การบวกเศษสว่ นโดยใช้ตาราง
ขน้ั สำรวจและค้นหา (exploration)
เป็นข้ันท่ีนักเรียนวางแผนสำรวจ ตรวจสอบ ค้นหา คาดคะเน คำตอบ ลงมือปฏิบัติ ทดลอง เก็บ
รวบรวมข้อมูล เช่น การทำกิจกรรมการบวกเศษส่วนน่ารู้ด้วยรูปภาพ โดยครูนำภาพเศษส่วนนำเสนอให้กับ
นักเรียนช่วยกันคิด ชว่ ยกนั วางแผนสำรวจวา่ จะใชว้ ธิ ีใดในการนำรปู ภาพเศษส่วนท่คี รใู ห้ไปค้นหาคำตอบของการ
บวกเศษสว่ นและบนั ทกึ ผลการทดลอง
จากรปู สามารถเขยี นเป็นเศษสว่ นและอ่านไดว้ า่ อย่างไร
(แนวคำตอบ เขยี นได้เปน็ 4 และอ่านว่า เศษสส่ี ว่ นแปด)
8
(แนวคำตอบ เขียนได้เปน็ 12 และอา่ นวา่ เศษสิบสองส่วนยสี่ ิบหา้ )
25
2. นกั เรียนดำเนินสรา้ งตารางสเ่ี หลยี่ มมุมฉาก จากโจทย์ที่ครกู ำหนดให้ เช่น เศษเจ็ดส่วนสบิ สามารถ
สรา้ งเปน็ ตารางสเ่ี หลี่ยมมมุ ฉาก ได้อยา่ งไร
(แนวคำตอบ )
4
3. นกั เรยี นรว่ มกนั ตอบคำถามถงึ ความหมายของการบวก วา่ มคี วามหมายว่าอยา่ งไร พร้อมท้ัง
ยกตวั อย่าง จากนั้นครสู ุม่ นักเรยี นสรปุ ถงึ ความหมายและพรอ้ มยกตัวอยา่ งอีกคร้งั (แนวคำตอบ การบวกคือการ
รวมกนั เช่น ลูกอม 4 เมด็ รวมกบั ลูกอม 5 เมด็ จะได้ 9 เม็ด)
4. นกั เรียนทกุ คนได้รับกระดาษตารางสี่เหล่ียมมุมฉากสำหรับใชใ้ นการทบทวนความร้เู รอ่ื ง การบวก
เศษส่วนที่ตัวสว่ นเทา่ กัน โดยครูเขียนโจทย์การบวกเศษสว่ นบนกระดาน ดังน้ี
2 + 1 เทา่ กบั เท่าใด
55
(แนวคำตอบ จากโจทย์ 2 + 1 สามารถดำเนินการระบายสลี งในกระดาษตารางสเ่ี หลย่ี มมุมฉากได้
55
ดงั นี้
+=
(2 + 1= 3)
5 5 5
5. นักเรยี นแบง่ กล่มุ กลุม่ ละ 4 – 5 คน แบบคละความสามารถและให้ตัวแทนกลุม่ ออกมารบั ชุด
แผน่ ใส ซ่ึงประกอบดว้ ยแผน่ ใสทม่ี ีรปู ส่เี หลย่ี มมมุ ฉากท่ีแบ่งเปน็ ส่วน ๆ ท้ังหมด 5 แบบ คือ แบบแบง่ ออกเปน็ 2
สว่ น 3 ส่วน 4 สว่ น 5 ส่วน และ 6 สว่ น เทา่ ๆ กนั นแนวตง้ั และปากกาเขยี นแผน่ ใสแบบลบได้ สแี ดง และสนี ำ้
เงนิ อย่างละ 1 ด้าม
ขน้ั อธิบาย และลงข้อสรุป (explanation)
6. ครเู ขียนโจทย์การบวกเศษสว่ นบนกระดาน ดังน้ี
1 + 1 เท่ากับเทา่ ใด
34
พร้อมทั้งใช้คำถามกระต้นุ ว่าสามารถหาผลบวกโดยใช้ชุดแผน่ ใสได้อย่างไร E3, R2
7. ครูแสงดวธิ ีการบวกเศษส่วนโดยใช้ตาราง ท้ังน้ีให้นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มปฏบิ ตั ิกจิ กรรมตามข้ันตอน
ตอ่ ไปน้ี
ข้นั ตอนท่ี 1 นำแผ่นใสมาระบายสีตามเศษส่วนที่โจทย์กำหนดให้
11
34
5
ข้ันตอนที่ 2 นำแผน่ ใสแผ่นหน่ึงวางใหแ้ นวระบายสตี งั้ ข้นึ และอีกแผ่นหนึ่งวางให้แนวระบายสีเปน็
แนวนอน
ขนั้ ตอนที่ 3 นำแผ่นใสทั้งสองแผ่นวางซ้อนทบั กนั ดงั ภาพ
ขัน้ ตอนท่ี 4 ใหน้ กั เรยี นนบั จำนวนสว่ นท่รี ะบายสี หากช่องใดมสี ว่ นซ้อนทับกันใหน้ ำส่วนน้นั มาระบาย
เพมิ่ ในช่องทวี่ ่าง จำนวนช่องทเ่ี กิดจากการระบายสีทั้งหมดจะเปน็ ผลลัพธข์ องการบวกเศษสว่ นทก่ี ำหนดให้
ครถู ามนักเรียนว่า ผลลพั ธข์ อง 1 + 1 เทา่ กบั เท่าใด (แนวคำตอบ 7 )
34 12
8. นักเรียนรว่ มกันอภปิ รายถึงวธิ กี ารหาผลบวกของเศษสว่ นโดยใชต้ ารางท่คี รนู ำเสนอ
9. นกั เรียนแต่ละกลุ่มทำใบกิจกรรมที่ 6.1
ข้ันขยายความรู้ (elaboration)
10.ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปการทำกิจกรรมทำให้ทราบว่าการบวกเศษส่วนจะบวกกันได้ก็ต่อเมื่อ
ต้องทำตัวส่วนให้เท่ากันก่อน จึงจะสามารถนำตัวเศษบวกกับตัวเศษได้และให้ตัวส่วนคงเดิม เราสามารถนำ
ความรู้ท่ีได้ไปใช้ในการสถานการณ์ต่างๆในชีวิตประจำวัน เช่น การแบ่งเค้ก การทำของกินโดยใช้ปริมาณของที่
ผสมกันเป็นเศษส่วน เป็นต้น นอกจากน้ียังนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดความรู้ใหม่ ได้แก่ การบวกเศษส่วนท่ีเป็น
จำนวนคละและบวกเศษสว่ นทม่ี ตี ัวสว่ นเป็นจำนวนทม่ี ากไดอ้ ย่างรวดเรว็ โดยครูใหค้ วามรู้เพ่มิ เติมแก่นักเรยี น
ขน้ั ประเมิน (evaluation)
11. ให้นักเรียนทำแบบฝกึ หัด6.1 เรื่อง การบวกเศษส่วน หลังจากนัน้ ครูและนักเรียนรว่ มกันตรวจสอบ
ความถกู ตอ้ งของคำตอบ
ชว่ั โมงท่ี 2 การบวกเศษสว่ นโดยใช้พหคุ ณู รว่ ม
6
ข้ันที่ 1 การสรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครนู ำเสนอกระตุ้นดว้ ยกจิ กรรมฉนั กบั เธอ...เจอกันที่เลขไหนให้กบั นักเรยี นชว่ ยกนั คดิ ช่วยกนั
วางแผนสำรวจวา่ จะใช้วิธใี ดในการทำใหต้ ัวส่วนเทา่ กัน เพ่ือหาคำตอบของการบวกเศษสว่ นและบนั ทกึ ผลการ
ทดลอง
ขัน้ ท่ี 2 ขัน้ สำรวจและคน้ หา (exploration)
2. นักเรียนร่วมกันสำรวจ เพื่อหาคำตอบโดยการหาพหุคูณของแต่ละจำนวนและร่วมกันค้นหาว่ามี
จำนวนใดท่ีเป็นพหคุ ูณน่วมกนั บา้ ง ครูและนกั เรียนชว่ ยกันหาพหุคณู ของ 3 และ 4 ไดต้ ามตารางดังน้ี
X1 X2 X3 X4 X5 X6 X7 X8 X9 X10
3 3 6 9 12 15 18 21 24 27 30
4 4 8 12 16 20 24 28 32 36 40
3. จากตารางข้างต้นครูซักถามนักเรียน ดงั นี้
3.1 จากตารางข้างต้น พหุคณู ของ 2 มจี ำนวนอะไรบา้ ง
[แนวคำตอบ : 3, 6, 9, 12, 15, 18, 21, 24, 27 และ 30]
3.2 จากตารางข้างต้น พหุคณู ของ 6 มจี ำนวนอะไรบา้ ง
[แนวคำตอบ : 4, 8, 12, 16, 20, , 24, 28, 32 และ 40]
3.3 พหคุ ณู ของ 2 และ 6 มจี ำนวนใดบ้างทีเ่ หมือนกนั
[แนวคำตอบ : 12 และ 24 ]
4. ครอู ธบิ ายนกั เรยี นวา่ 12 และ 24 เรยี กวา่ พหุคูณร่วมของ 3 และ 4
5. ครยู กตัวอย่างการบวกเศษส่วนดังน้ี 1 2
3 5
+ =
7
ครูถามนักเรยี นวา่ “เราสามารถนำเศษสว่ นท้งั สองมาบวกกันไดเ้ ลยหรอื ไม่ เพราะอะไร”
[แนวคำตอบ : ไม่ได้ เพราะตัวส่วนของเศษสว่ นทง้ั สองจำนวนมคี ่าไมเ่ ทา่ กนั ]
6. ครูนำเสนอวธิ กี ารหาผลบวกของเศษสว่ นโดยใช้พหุคูณร่วม ตามขัน้ ตอนดังต่อไปน้ี
ขน้ั ตอนที่ 1 ครใู หน้ ักเรยี นหาพหุคูณของ 3 และ 5
X1 X2 X3 X4 X5 X6 X7 X8 X9 X10
3 3 6 9 12 15 18 21 24 27 30
5 5 10 15 20 25 30 35 40 45 50
ข้ันตอนท่ี 2 ครูให้นกั เรียนช่วยกันหาพหุคูณร่วมของ 3 และ 5 ว่ามจี ำนวนใดบา้ ง
[แนวคำตอบ : 15 และ 30] 1 2
3 5
ขั้นตอนที่ 3 ครูใหน้ ักเรยี นช่วยกนั หาผลบวกของ + โดยทำตวั สว่ นให้เทา่ กับ
พหุคณู ร่วมทง้ั สองจำนวน
- วธิ ีท่ี 1 ใชพ้ หุคณู รว่ ม คือ 15
วธิ ที ำ 1 + 2 = 1 5 + 2 3
3 5 3 5 5 3
5 6
= 15 + 15
= 11
15
1 2 11
ดงั นน้ั 3 + 5 = 15
- วธิ ที ี่ 2 ใชพ้ หุคูณร่วม คอื 30
วธิ ีทำ 1 + 2 = 1 10 + 2 6
3 5 3 10 5 6
10 12
= 30 + 30
= 22
30
1 2 22 11
ดงั นน้ั 3 + 5 = 30 = 15
ขั้นที่ 3 การอธิบาย (Explanation)
7. ครใู ห้นักเรียนร่วมกันอภิปรายคำถามต่อไปน้ี
7.1 วิธีการทีค่ รูนำเสนอท้งั สองวิธีการน้มี ีส่งิ ใดท่ีเหมือนกนั และส่ิงใดท่แี ตกตา่ งกนั อยา่ งไร
8
[แนวคำตอบ : สิง่ ท่เี หมอื นกนั คือ ได้ผลลพั ธ์เหมือนกนั
สง่ิ ทแ่ี ตกต่างกนั คือ วธิ ีท่ี 2 ยุ่งยากกว่าวิธที ี่ 1 เพราะเปน็ จำนวนท่มี ากกวา่ และ
เม่ือได้ผลลพั ธ์ต้องทำให้เปน็ เศษสว่ นอย่างต่ำ]
7.2 ครถู ามนักเรียนว่า ถ้านกั เรียนต้องการหาคำตอบของ 1 + 2 จะเลือกใช้วิธีใด
35
เพราะเหตุใด
[แนวคำตอบ : เลอื กใช้วิธที ี่ 1 เพราะเปน็ วธิ ที ่ีคำนวณง่าย ไม่ซับซ้อน และไดผ้ ลลัพธ์ทนั ที]
8. ครูและนกั เรียนอภปิ รายรว่ มกันถงึ วิธกี ารหาผลบวกของเศษส่วนโดยใช้พหคุ ูณรว่ มวา่ มขี ้นั ตอน
อย่างไรบ้าง โดยครูคอยกระตุ้นใหน้ ักเรยี นทกุ คนมสี ว่ นรว่ มในการอภปิ ราย
[แนวคำตอบ : วิธกี ารหาผลบวกของเศษส่วนโดยใชพ้ หคุ ูณรว่ ม มีขั้นตอนดังน้ี
ขั้นตอนท่ี 1 หาพหคุ ูณของตวั ส่วนของเศษสว่ นทัง้ สองจำนวน
ขนั้ ตอนที่ 2 เลือกพหุคณู ร่วมตวั ที่น้อยทส่ี ุด
ขั้นตอนท่ี 3 หาผลบวกของเศษสว่ น โดยแปลงเศษสว่ นทง้ั สองจำนวนให้ตวั
สว่ นของเศษสว่ นทง้ั สองจำนวนเทา่ กับพหุคณู ร่วมตวั ที่น้อยที่สดุ ]
ข้ันที่ 4 ขน้ั ขยายความรู้ (elaboration)
9. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปการทำกิจกรรมทำให้ทราบว่าการบวกเศษส่วนจะบวกกันได้ก็ต่อเมื่อ
ต้องทำตัวส่วนให้เท่ากันก่อน จึงจะสามารถนำตัวเศษบวกกับตัวเศษได้และให้ตัวส่วนคงเดิม เราสามารถนำ
ความรู้ท่ีได้ไปใช้ในการสถานการณ์ต่างๆในชีวิตประจำวัน เช่น การแบ่งเค้ก การทำของกินโดยใช้ปริมาณของที่
ผสมกันเป็นเศษส่วน เป็นต้น นอกจากน้ียังนำความรู้ท่ีได้ไปต่อยอดความรู้ใหม่ ได้แก่ การบวกเศษส่วนที่เป็น
จำนวนคละและบวกเศษส่วนท่ีมตี วั สว่ นเปน็ จำนวนทม่ี ากได้อย่างรวดเร็ว โดยครูให้ความรู้เพม่ิ เติมแก่นกั เรยี น
ขั้นที่ 5 การประเมนิ ผล (Evaluation)
10. ครูให้นักเรียนทุกคนทำใบงานที่ 6.2 เรื่อง การบวกเศษส่วน โดยใช้พหุคูณร่วมเป็นการบ้านและส่ง
ในช่ัวโมงถัดไป
9
การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ วธิ กี ารวดั เครือ่ งมือท่ใี ช้ เกณฑก์ ารประเมนิ
ดา้ นความรู้ นักเรยี นสามารถหา
คำตอบได้ถูกต้อง 7 ข้อ
1. นกั เรยี นสามารถหา ตรวจใบกิจกรรมท่ี 6.1 ใบกิจกรรมที่ 6.1 ข้นึ ไป
ผลบวกของเศษสว่ นท่ตี ัว ตรวจใบงานท่ี 6.1 ใบงานที่ 6.1 นกั เรียนสามารถหา
คำตอบไดถ้ ูกต้อง 7 ข้อ
ส่วนไมเ่ ท่ากนั โดยใช้ ขน้ึ ไป
ตารางได้ถูกต้อง นกั เรียนมที ักษะอยู่ใน
คุณภาพระดับดีขึ้นไป
2. นักเรียนสามารถหา ตรวจใบกจิ กรรมที่ 6.2 ใบกจิ กรรมที่ 6.2
นกั เรยี นมที ักษะอยู่ใน
ผลบวกของเศษสว่ นที่ตัว ตรวจใบงานท่ี 6.2 ใบงานท่ี 6.2 คุณภาพระดบั ดีข้ึนไป
สว่ นไม่เทา่ กนั โดยใช้ นกั เรียนมีทักษะอยู่ใน
คุณภาพระดบั ดีขึน้ ไป
พหุคูณร่วมได้ถูกต้อง
นักเรียนมีทักษะอยู่ใน
ดา้ นทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ คุณภาพระดับดีข้ึนไป
1. นกั เรยี นมี สังเกตจากการปฏิบัติ แบบประเมนิ ทกั ษะทาง
ความสามารถในการให้ กิจกรรม คณติ ศาสตร์
เหตผุ ล
2. นกั เรยี นมี สังเกตจากการปฏบิ ัติ แบบประเมนิ ทกั ษะทาง
ความสามารถในการ กจิ กรรม คณติ ศาสตร์
สื่อสารและการสือ่
ความหมายทาง
คณิตศาสตร์
3. นกั เรียนมี สงั เกตจากการปฏบิ ัติ แบบประเมินทกั ษะทาง
ความสามารถในการ กจิ กรรม คณติ ศาสตร์
เชือ่ มโยงความรทู้ าง
คณิตศาสตร์
ด้านคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ทางคณิตศาสตร์
1. นกั เรยี นมคี วามมุ่งม่นั สงั เกตจากการปฏิบตั ิ แบบประเมนิ
ในการทำงาน กจิ กรรม คณุ ลกั ษณะอันพงึ
ประสงค์
สือ่ การเรียนรู/้ แหล่งเรยี นรู้
1. Power Point
2. กระดาษตารางสีเ่ หลีย่ มมมุ ฉาก
3. ชดุ แผน่ พลาสติกใส
4. ใบกจิ กรรมที่ 6.1 เรือ่ ง การบวกเศษสว่ นโดยใชต้ าราง
5. ใบกิจกรรมที่ 6.2 เรื่อง การบวกเศษส่วนโดยใชพ้ หคุ ูณรว่ ม
6. ใบงานที่ 6.1 เรอื่ ง การบวกเศษสว่ นโดยใช้ตาราง
7. ใบงานท่ี 6.2 เรื่อง การบวกเศษส่วนโดยใชพ้ หคุ ณู รว่ ม
10
แบบประเมินทกั ษะทางคณติ ศาสตร์
รายการประเมิน คะแนน ระดบั
รวม คณุ ภาพ
ท่ี ชือ่ – สกลุ เหตผุ ล สื่อสาร เชื่อมโยง
321321321
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
ลงชอื่ ...................................................ผ้ปู ระเมนิ
............../.................../................
11
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ดี (3) พอใช้ (3) ปรับปรงุ (3)
ระดบั คุณภาพ 7 - 9 คะแนน 4 - 6 คะแนน ต่ำกว่า 4 คะแนน
คะแนนรวม
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนทักษะทางคณิตศาสตร์
ทกั ษะทางคณิตศาสตร์ : ความสามารถในการให้เหตุผล
คะแนน : ระดบั คณุ ภาพ ทกั ษะที่ปรากฏใหเ้ ห็น
3 : ดมี าก นกั เรยี นสามารถใหเ้ หตผุ ลได้ถูกต้องทุกครั้ง
2 : ดี นักเรียนสามารถใหเ้ หตผุ ลได้ถูกต้องบางครง้ั
1 : พอใช้ นกั เรียนสามารถให้เหตุผลได้
ทักษะทางคณติ ศาสตร์ : ความสามารถในการส่ือสารและการส่ือความหมายทางคณติ ศาสตร์
คะแนน : ระดบั คณุ ภาพ ทักษะทป่ี รากฏใหเ้ หน็
3 : ดมี าก นักเรียนสอ่ื สารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ไดถ้ ูกตอ้ งทกุ คร้ัง
2 : ดี นกั เรียนส่อื สารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตรไ์ ดถ้ ูกตอ้ งบางคร้งั
1 : พอใช้ นักเรียนสือ่ สารหรอื การสื่อความหมายทางคณิตศาสตรไ์ ด้
ทกั ษะทางคณติ ศาสตร์ : ความสามารถในการเช่ือมโยงความรทู้ างคณติ ศาสตร์
คะแนน : ระดับคุณภาพ ทักษะท่ีปรากฏใหเ้ หน็
3 : ดมี าก นักเรยี นสามารถเชื่อมโยงความรูท้ างคณติ ศาสตร์ได้ถูกต้องทุกคร้งั
2 : ดี นักเรียนสามารถเช่ือมโยงความรู้ทางคณติ ศาสตร์ได้ถูกต้องบางคร้งั
1 : พอใช้ นักเรยี นสามารถเช่ือมโยงความรทู้ างคณิตศาสตร์ได้
12
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ดา้ นมุง่ ม่ันในการทำงาน
ข้อมูลท่วั ไปของผถู้ ูกประเมิน
ช่อื -นามสกุล.......................................................สถานท.่ี .............................................เวลา..................
คำชีแ้ จง : ให้ครสู งั เกตพฤติกรรมของนักเรียนทัง้ ในและนอกระหวา่ งการเรยี นการสอน
แล้วขีด ✓ ลงในช่องทีต่ รงกับระดบั คะแนน
รายการ ระดับคะแนน 0
32 1
1. ตง้ั ใจและรับผดิ ชอบในการปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ีการงาน
1.1 เอาใจใสต่ อ่ การปฏิบัตหิ นา้ ท่ีทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย
1.2 ตงั้ ใจและรบั ผิดชอบในการทำงานใหส้ ำเร็จ
1.3 ปรบั ปรุงและพฒั นาการทำงานดว้ ยตนเอง
2. ทำงานดว้ ยความเพียรพยายาม และอดทนเพ่ือใหง้ านสำเรจ็ ตามเปา้ หมาย
2.1 ทุ่มเททำงาน อดทน ไม่ยอ่ ท้อต่อปญั หาและอุปสรรคในการ
ทำงาน
2.2 พยายามแกป้ ัญหาและอปุ สรรคในการทำงานใหส้ ำเร็จ
2.3 ชื่นชมผลงานด้วยความภาคภูมใิ จ
รวมคะแนน
เกณฑก์ ารตัดสนิ ระดับคุณภาพ ลงช่อื ...................................................ผสู้ ังเกต
............../.................../...............
ช่วงคะแนน
ระดับคุณภาพ
15 – 18 นักเรยี นเปน็ ผู้มคี วามมงุ่ มนั่ ในการทำงานอยู่ในระดับดเี ย่ียม
11 – 14 นกั เรียนเปน็ ผู้มีความมุง่ มนั่ ในการทำงานอยใู่ นระดบั ดี
7 – 10 นกั เรียนเป็นผู้มีความม่งุ ม่ันในการทำงานผา่ นเกณฑ์ขัน้ ต่ำ
ต่ำกว่า 7 นักเรียนเปน็ ผู้มคี วามม่งุ มั่นในการทำงานไมผ่ ่านเกณฑ์ขนั้ ต่ำ
13
เกณฑ์การให้คะแนน
รายการ 3 (ดเี ยี่ยม) ระดับคะแนน 0 (ไมผ่ า่ น)
2 (ดี) 1 (ผ่าน)
ไมเ่ อาใจใส่ต่อการ
1. ตั้งใจและรบั ผดิ ชอบในการปฏบิ ตั หิ นา้ ทีก่ ารงาน ปฏิบตั ิหนา้ ท่ีที่
ไดร้ ับมอบหมาย
1.1 เอาใจใส่ เอาใจใส่ต่อการ เอาใจใสต่ ่อการ เอาใจใสต่ ่อการ
เลย
ตอ่ การปฏบิ ตั ิ ปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ีที่ ปฏิบตั หิ น้าทท่ี ี่ ปฏิบตั หิ น้าท่ีที่ ไมต่ งั้ ใจและ
รบั ผดิ ชอบในการ
หนา้ ทีท่ ีไ่ ดร้ บั ได้รับมอบหมายทุก ไดร้ บั มอบหมาย ได้รับมอบหมาย ทำงานใหส้ ำเรจ็
มอบหมาย ครัง้ บางครั้ง นาน ๆ ครง้ั ไมป่ รบั ปรงุ และ
พฒั นาการทำงาน
1.2 ตงั้ ใจและ ตงั้ ใจและ ต้ังใจและ ตัง้ ใจและ ด้วยตนเองเลย
รบั ผิดชอบในการ รบั ผิดชอบในการ รบั ผดิ ชอบในการ รับผดิ ชอบในการ ไมท่ ุ่มเททำงาน ไม่
อดทน ยอ่ ทอ้ ต่อ
ทำงานใหส้ ำเรจ็ ทำงานใหส้ ำเรจ็ ทุก ทำงานใหส้ ำเรจ็ ทำงานใหส้ ำเร็จ
ปัญหาและ
ครั้ง บางครั้ง นาน ๆ ครั้ง อุปสรรคในการ
1.3 ปรับปรงุ ปรบั ปรงุ และ ปรบั ปรุงและ ปรับปรงุ และ ทำงาน
และพัฒนาการ พฒั นาการทำงาน พัฒนาการทำงาน พัฒนาการทำงาน ไมม่ ีพยายาม
แก้ปัญหาและ
ทำงานดว้ ยตนเอง ดว้ ยตนเองอย่าง ด้วยตนเองบาง ด้วยตนอืน่ แนะนำ อปุ สรรคในการ
ทำงานใหส้ ำเร็จ
สมำ่ เสมอ
ไมช่ นื่ ชมผลงาน
2. ทำงานดว้ ยความเพียรพยายาม และอดทนเพื่อให้งานสำเรจ็ ตามเป้าหมาย ด้วยความ
ภาคภูมใิ จเลย
2.1 ทุ่มเท ทุ่มเททำงาน ทมุ่ เททำงาน ท่มุ เททำงาน แต่ไม่
ทำงาน อดทน ไม่ อดทน ไมย่ ่อทอ้ ต่อ อดทน ไมย่ ่อท้อต่อ อดทน ย่อท้อต่อ
ย่อท้อต่อปัญหา ปญั หาและ ปญั หาและ ปัญหาและ
และอปุ สรรคใน อปุ สรรคในการ อุปสรรคในการ อปุ สรรคในการ
การทำงาน ทำงานอย่าง ทำงานบาง ทำงาน
สม่ำเสมอ
2.2 พยายาม มีพยายาม มีพยายาม มีพยายาม
แก้ปัญหาและ แก้ปญั หาและ แก้ปญั หาและ แกป้ ัญหาและ
อุปสรรคในการ อุปสรรคในการ อุปสรรคในการ อุปสรรคในการ
ทำงานใหส้ ำเรจ็ ทำงานใหส้ ำเรจ็ ทุก ทำงานใหส้ ำเรจ็ ทำงานให้สำเร็จ
คร้ัง บางครัง้ นาน ๆ ครั้ง
2.3 ช่นื ชม ชน่ื ชมผลงานดว้ ย ชืน่ ชมผลงานด้วย ชน่ื ชมผลงานดว้ ย
ผลงานดว้ ยความ ความภาคภูมิใจทุก ความภาคภมู ใิ จ ความภาคภูมิใจ
ภาคภมู ใิ จ ครั้ง บางครงั้ นาน ๆ ครงั้
ใบกจิ กรรมท่ี 6.1 คะแน14น
เร่อื ง การบวกเศษสว่ น การบวกเศษส่วน
โดยใชต้ าราง
จงหาผลบวกของเศษส่วนต่อไปนี้
1. 2 + 1 =
34
2. 1 + 1 =
25
3. 1 + 2 =
35
4. 2 + 3 =
34
5. 1 + 1 =
56
6. 3 + 2 =
56
7. 4 + 1 =
56
8. 5 + 2 =
65
9. 4 + 1 =
53
10. 5 + 2 =
65
15
ช่อื ....................................................นามสกุล....................................................เลขที่..........ช้นั ..........
1. 1 + 1 = 2. 1 + 2 =
3 2 2 5
วิธีคดิ วิธีคดิ
3. 1 + 2 = 4. 1 + 2 =
4 3 3 5
วิธีคดิ วิธีคดิ
5. 2 + 1 = 6. 2 + 2 =
3 6 5 4
วิธีคดิ วิธีคดิ
7. 2 + 1 = 8. 3 + 1 =
8 3 7 2
วิธีคดิ วิธีคดิ
9. 2 + 2 = 10. 4 + 2 =
9 3 9 4
วิธีคดิ วิธีคดิ
คำชี้แจง ให้นกั เรียนหาผลบวกของเศษสว่ นตอ่ ไปนี้
16
ภาคผนวก ข
แบบวดั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนและ
แบบสอบถามความพึงพอใจ
17
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
เรอ่ื ง เศษส่วน ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 5
ตวั ช้วี ัด ค 1.1 ป.5/3 หาผลบวก ผลลบของเศษส่วนและจำนวนคละ
12
1) ผลบวกของ + เท่ากับเทา่ ไร (ค 1.1 ป.5/3)
3 5 3 11
ก. 813 ข. 135
ค. 15 ง. 15
2) ผลบวกข้อใดเท่ากบั 25 (ค 1.1 ป.5/3)
21 + 5
8 12
1
ก. 34 + 64 ข. 132 + 34
ค. 6 + 12 2 ง. 8 + 12
4
3) ผลบวกของ 5 +25 เท่ากับเท่าไร (ค 1.1 ป.5/3)
7 3 8
ก. 7 175 ข. 7 185
ค. 8 15 10 1 ง. 8 15
4) ผลลบของ 15 - 3 เท่ากับเท่าไร (ค 1.1 ป.5/3)
ก. 1 ข. 1
21 13
ค. 4 ง. 5
5) ผลลบของ 13 - 16 เท่ากบั เท่าไร (ค 1.1 ป.5/3)
6 15
1 1
ก. 1 51 ข. 1 71
ค. 1 9 ง. 1 10
18
6) ผลลบของ 3 - 2 7 เท่ากับเท่าไร (ค 1.1 ป.5/3)
2 2
9
ก. 62 ข. 27
ค. 8 5 3 2 ง. 9
7) (1) 62- 42 = 12 1
(2) 2 - = 22135
(2) 3 51 - 2673 = 28
4
ข้อใดถกู ต้อง (ค 1.1 ป.5/3)
ก. ข้อ (1) และ (2)
ข. ข้อ (1) และ (3)
ค. ข้อ (2) และ (3)
ง. ขอ้ (1), (2) และ (3) 14312
8) ผลลบในขอ้ ใดมคี า่ เทา่ กับ (ค 1.1 ป.5/3)
4 11 6
ก. 3 - ข. 2 - 13
ค. 3 - ง. 3 -
57 161 47 163
6 7 7 6
ตัวชี้วัด ค 1.1 ป.5/4 หาผลคูณ ผลหารของเศษสว่ นและจำนวนคละ
3
9) ผลคูณของ 3 x มีคา่ เทา่ ใด (ค 1.1 ป.5/4)
6 4
2
ก. 41 ข. 234
ค. 2 4 6 8 ง. 12
10) ผลคูณของ 12 x 18 มคี ่าเท่าใด (ค 1.1 ป.5/4)
2 2
ก. 32 ข. 39
ค. 1 3 ง. 2
19
2
11) 3 6 x 3 มคี ่าเทา่ ใด (ค 1.1 ป.5/4)
ก. 40 ข. 30
ค. 20 ง. 10
21
12) ผลคณู ของ 13 x 14 มคี ่าเท่าใด (ค 1.1 ป.5/4)
2 1
ก. 1 122 ข. 2 132
ค. 1 92 ง. 1 12
13) 225 มคี า่ ตรงกับข้อใด (ค 1.1 ป.5/4)
22
ก. 292 x 1251 2
ข. 191 x 2235
ค. 29 x 225 ง. 29 x 125
4
14) ผลหารของ 8 ÷ 7 มีคา่ เท่าใด (ค 1.1 ป.5/4)
ก. 13 ข. 14
ค. 15 ง. 16
3
15) ผลหารของ 2 5÷ 6 มคี ่าเท่าใด (ค 1.1 ป.5/4)
12 15
ก. ข.
ค. 3103 ง. 3106
30 30
16) ข้อใดถกู ต้อง (ค 1.1 ป.5/4)
38 9 46
ก. 114 ÷ =254 ข. 191 ÷ 427 =3
5 6 3
ค. 9 ÷ 6 = 15 ง. 15 ÷ 5 = 2 5
20
17) 52 4 มีคา่ เท่าใด (ค 1.1 ป.5/4)
(1 + ) x 1 11 7
7 9 5
ก. 221215 ข. 1 125
ค. ง. 2 8
ตวั ชีว้ ัด ค 1.1 ป.5/5 แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปญั หาการบวก การลบ การคณู การหารเศษส่วน
2 ขัน้ ตอน 1
18) แม่ค้าขายเงาะ 15 ถงุ หนกั ถงุ ละ 2 กิโลกรัม แม่คา้ มีเงาะทัง้ หมดกีก่ ิโลกรัม (ค 1.1 ป.5/5)
1 1
ก. 7 21 กิโลกรมั ข. 6 12 กโิ ลกรมั
ค. 5 2 กโิ ลกรมั ง. 4 2 กิโลกรมั
19) รา้ นค้ามีเส้อื อยู่ ของเสอ้ื ท่มี ีอยู่ ซ้ือมาเพ่มิ อกี
320 ตัว ขายไป 3 1 ของเส้อื ที่มีอยูร่ ้านค้ามีเสือ้ ทั้งหมดก่ีตวั (ค
4 2
1.1 ป.5/5)
ก. 320 ตวั ข. 240 ตวั
ค. 160 ตวั ง. 80 ตวั
92
20) เน้อื หมหู นกั 10 กโิ ลกรมั เนือ้ หมหู นักกวา่ เนอื้ ปลาหนัก 6 กโิ ลกรมั ถา้ ชัง่ รวมกนั จะหนักเท่าไร
(ค 1.1 ป.5/5)
24 4
ก. 620 กโิ ลกรมั ข. 103 กโิ ลกรัม
ค. 5 กิโลกรมั ง. 1 10 กิโลกรมั
21
เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน เร่อื ง เศษส่วน
ขอ้ เฉลย ขอ้ เฉลย ข้อ เฉลย ข้อ เฉลย
1 ค 6 ง 11 ง 16 ค
2 ข 7 ค 12 ข 17 ง
3 ค 8 ก 13 ก 18 ก
4 ข 9 ค 14 ข 19 ข
5 ง 10 ข 15 ค 20 ง
22
แบบสอบถามความพึงพอใจ
การจัดการเรียนการสอน เร่อื ง เศษสว่ น
โดยใชก้ ารจดั การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 5
คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านข้อความในช่องแล้วทำเครอ่ื งหมาย ✓ ลงในชอ่ งระดบั ความพึงพอใจ
ข้อความ ระดบั ความพึงพอใจ
มากทส่ี ุด มาก ปานกลาง นอ้ ย นอ้ ยท่สี ดุ
1. ด้านบรรยากาศในการจัดการเรียนรู้
1.1 มอี ิสระในการเรียนรู้
1.2 บรรยากาศในการเรียนน่าสนกุ สนาน น่าเรียน
1.3 นักเรียนกล้าแลกเปลีย่ นเรียนรู้ ความคิดเห็น
กับครูและเพื่อนรว่ มช้ันเรยี น
2. ด้านการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E)
2.1 กิจกรรมมีความน่าสนใจท้าท้ายใหอ้ ยาก
เรียนรู้
2.2 กิจกรรมชว่ ยให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหาได้ง่าย
และชัดเจน
2.3 กิจกรรมช่วยให้นักเรียนกล้าคิด กล้าทำ และ
กล้าแสดงออก
2.4 กิจกรรมช่วยใหน้ ักเรียนอยากมีส่วนร่วมใน
กิจกรรมและเข้ารว่ มกิจกรรมทกุ คร้ัง
2.5 นักเรียนอยากใหใ้ ช้กิจกรรมแบบนกี้ บั เนือ้ หา
อื่น ๆ
2.6 กิจกรรมชว่ ยใหน้ กั เรียนได้ค้นพบความรดู้ ้วย
ตนเอง
2.7 การนำเข้าสบู่ ทเรียนเพื่อกระตนุ้ ความสนใจ
จนผู้เรยี นเกิดความสงสัย อยากรู้อยากเหน็ และ
อยากหาคำตอบ
23
ข้อความ ระดบั ความพึงพอใจ
มากทส่ี ุด มาก ปานกลาง นอ้ ย น้อยทส่ี ุด
3. ดา้ นประโยชนท์ ่ไี ด้รับจากการจดั การเรียนรู้
3.1 นักเรียนสามารถนำความรไู้ ปใช้ใน
ชีวติ ประจำวนั
3.2 นกั เรียนเกิดความมั่นใจในการเข้าร่วม
กิจกรรมการเรียนรู้
3.3 นักเรียนทำงานได้อยา่ งมีระบบและรอบคอบ
3.4 นกั เรียนคิดอย่างมเี หตุผล
3.5 นักเรียนรู้จกั และอยากช่วยเหลอื ผอู้ ื่นมากขึ้น
3.6 นกั เรียนมที กั ษะการคิดวิเคราะห์และ
สามารถหาคำตอบของปญั หาด้วยตนเอง
3.7 ผเู้ รียนเข้าใจและรกั วิชาคณิตศาสตร์มากขึ้น
ความคดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะเพิม่ เติม
.............................................................................................................................................
............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
24
ภาคผนวก ค
การตรวจสอบคุณภาพ
เครอ่ื งมือ
25
แบบประเมินค่าดชั นคี วามสอดคล้อง (IOC) ของแผนการจดั การเรยี นรู้แบบสบื เสาะหาความร(ู้ 5E)
ข้อ รายการประเมิน ความคดิ เห็นของ
ผทู้ รงคุณวฒุ ิ
+1 0 -1
1 ความสอดคลอ้ งของจุดประสงค์การเรยี นรู้กบั สาระการเรียนรู้
2 ความสอดคลอ้ งของจดุ ประสงค์การเรยี นร้กู บั กจิ กรรมการเรียนรู้
3 ความสอดคล้องของจุดประสงค์การเรียนรู้กับการวัดประเมนิ ผล
4 ความสอดคลอ้ งระหวา่ งสาระการเรยี นรู้กบั จดุ ประสงค์การเรียนรู้
5 ความสอดคลอ้ งระหว่างสาระการเรยี นรูก้ บั ศกั ยภาพของผ้เู รียน
6 กิจกรรมการเรียนรู้สอดคลอ้ งกับรูปแบบการจัดการเรียนรแู้ บบ5e
7 กิจกรรมการเรยี นรู้ในขัน้ สร้างความสนใจ มีความเหมาะสม
8 กิจกรรมการเรยี นรู้ในข้ันสำรวจและค้นหา มคี วามเหมาะสม
9 กิจกรรมการเรยี นรู้ในขน้ั อธบิ ายและลงข้อสรุป มคี วามเหมาะสม
10 กจิ กรรมการเรยี นรู้ในขัน้ ขยายความร้มู ีความเหมาะสม
11 กิจกรรมการเรยี นรู้ในขน้ั ประเมินผล มีความเหมาะสม
12 ความสอดคล้องของกจิ กรรมการเรียนรู้กบั จุดประสงค์การเรียนรู้
13 ความสอดคล้องของกจิ กรรมการเรียนรกู้ ับสาระการเรยี นรู้
14 ความสอดคล้องของกิจกรรมการเรียนร้กู ับการวัดประเมนิ ผล
15 ความสอดคล้องของการวัดประเมินผลกับจุดประสงค์การเรียนรู้
16 ความสอดคลอ้ งระหว่างวิธีการ เครอื่ งมอื และเกณฑก์ ารประเมิน
17 แผนการจัดการเรียนรู้มอี งคป์ ระกอบครบถว้ น
18 จุดประสงคก์ ารเรียนรู้สอดคลอ้ งกับมาตรฐานการเรยี นร้แู ละตัวชี้วดั
19 สาระสำคัญสอดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ชี้วดั
20 สาระการเรยี นรู้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ช้ีวัด
รวม
26
ค่าดัชนีความสอดคล้องที่ได้จากการตรวจสอบของผ้เู ชีย่ วชาญ
ของแผนการจัดการเรยี นรูแ้ บบสืบเสาะหาความรู้(5E)
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 1 การบวกเศษสว่ น
ขอ้ ผลการพจิ ารณา ∑ IOC แปลผล
คนที่ 1 คนที่ 2 คนท่ี 3 ใช้ได้
ใช้ได้
11 11 3 1.0 ใช้ได้
ใช้ได้
21 11 3 1.0 ใช้ได้
ใช้ได้
31 11 3 1.0 ใช้ได้
ใช้ได้
41 11 3 1.0 ใช้ได้
ใชไ้ ด้
51 11 3 1.0 ใชไ้ ด้
ใชไ้ ด้
61 11 3 1.0 ใชไ้ ด้
ใชไ้ ด้
71 11 3 1.0 ใชไ้ ด้
ใชไ้ ด้
81 11 3 1.0 ใชไ้ ด้
ใช้ได้
91 01 2 0.7 ใช้ได้
ใช้ได้
10 1 10 2 0.7
11 1 11 3 1.0
12 1 11 3 1.0
13 1 11 3 1.0
14 1 10 2 0.7
15 1 11 3 1.0
16 1 11 3 1.0
17 1 11 3 1.0
18 1 11 3 1.0
19 1 11 3 1.0
20 1 11 3 1.0
รวม 57 19.0
คา่ ดัชนีความสอดคล้อง (IOC) แผนที่ 1 เทา่ กบั 0.95
27
ตารางท่ี 9 คา่ ความยากง่าย (P) และคา่ อำนาจจำแนก (D) และค่าความเช่ือม่ันของแบบทดสอบวดั ผล
สัมฤทธ์ิทางการเรียน เรอ่ื ง เศษส่วน ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5
ขอ้ ท่ี ค่าความยากง่าย ค่าอำนาจจำแนก ข้อท่ี ค่าความยากง่าย คา่ อำนาจจำแนก
(P) (D) (P) (D)
1 0.80 0.30 11 0.65 0.20
2 0.73 0.45 12 0.55 0.60
3 0.78 0.45 13 0.75 0.50
4 0.78 0.35 14 0.63 0.25
5 0.78 0.45 15 0.68 0.35
6 0.70 0.40 16 0.28 0.35
7 0.53 0.25 17 0.33 0.35
8 0.30 0.20 18 0.55 0.70
9 0.30 0.20 19 0.80 0.40
10 0.53 0.25 20 0.63 0.25
คา่ ความเช่ือมน่ั ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิท์ างการเรยี น เรื่อง เศษสว่ น ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5
คำนวณโดยใชส้ ูตร KR-20
= [1 − ∑ 2 ]
−1
= 20 [1 − 3.95 ]
19 17.17
ค่าความเชื่อม่นั ของแบบทดสอบฉบับน้ี เท่ากบั 0.811
แสดงว่า ข้อสอบมีค่าดัชนีความสอดคล้อง, ค่าความยากง่าย , ค่าอำนาจจำแนก และค่าความเชื่อม่ัน
เหมาะสม สามารถนำไปใชไ้ ด้
28
ตารางท่ี 10 แสดงคะแนนจากการทำแบบทดสอบ เรอ่ื ง เศษสว่ น จำนวน 20 ขอ้ กอ่ นและหลงั การหลังใช้
นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้(5E) ของนักเรยี น 20 คน
ลำดับ ช่อื - สกุล คะแนนแบบทดสอบ
กอ่ นฝึก หลงั ฝึก
1. เด็กชายอัครพล เจริญคง
2. เดก็ ชายอภินันท์ บุญช่วย 8 14
3. เด็กชายอนุสรณ์ จันทร์งาม 7 18
4. เด็กชายอนภุ ทั ร บางผงึ้ 6 16
5 เดก็ ชายพิชิตชยั ใจเยน็ 7 16
6. เด็กชายอธชิ ติ แสงเขียว 9 17
7. เดก็ ชายพิทกั ษ์พงษ์ แกว้ เกตุ 8 15
8. เด็กชายอาณกร แกน่ มัน่ 4 20
9. เด็กชายณัฐวุฒิ ดวงจนั ทึก 8 14
10. เดก็ หญงิ ศภุ รดา เชือ้ ปุย 7 13
11. เด็กหญงิ ราชาวดี เพ็ชรผึ้ง 6 18
12. เดก็ หญงิ จารุวรรณ อันทรศรี 5 16
13. เด็กหญิงจฑุ ารตั น์ ภุมมาลา 9 20
14. เดก็ หญงิ กลุ ณัฒิ ภูเขา 8 16
15. เดก็ หญิงสริ นิ ทรา จงธรรม 7 17
16. เด็กหญงิ อริสา ภูชาญ 6 19
17. เดก็ ชายไชยวฒั น์ ไชยเสนา 4 18
18. เดก็ ชายณนั ทเอก จีนะเจริญ 8 15
19. เดก็ ชายปภากรณ์ โปแก้ว 7 15
20. เด็กชายศักดธิ ิช นุตระ 5 14
6 18
รวม 135 329
เฉลย่ี 6.75 16.45
ร้อยละ 33.75 82.25
29
สตู รที่ใชใ้ นการคำนวณหาค่าร้อยละ (บญุ ชม ศรีสะอำด, 2543 : 102)
ค่าร้อยละ
f
P = N x 100
เมื่อ P แทน คา่ ร้อยละ
f แทน ความถที่ ต่ี ้องการแปลงใหเ้ ป็นรอ้ ยละ
N แทน จำนวนความถ่ที งั้ หมด
ค่าร้อยละของคะแนนทดสอบกอ่ นฝกึ
135
P = x 100
400
= 33.75
ค่าร้อยละของคะแนนทดสอบหลังเรยี น
329
P = 400 x 100
= 82.25
สตู รท่ใี ช้ในการคำนวณหาค่าเฉลย่ี (พรรณี ลีกิจวัฒนะ, 2551 : 135)
μ = ∑ x
เม่ือ μ N
แทน คา่ เฉล่ยี
ΣX แทน ผลรวมของคะแนนในชดุ ข้อมูล
N แทน จำนวนข้อมลู ทั้งหมด
คา่ เฉล่ียของคะแนนทดสอบก่อนฝึก
μ = 135
20
= 6.75
คา่ เฉลี่ยของคะแนนทดสอบหลงั ฝึก
μ = 329
20
= 16.45
30
ตารางที่ 11 เปรียบเทยี บผลการทดสอบ ก่อนและหลงั การหลงั ใชน้ วัตกรรมการจัดการเรียนร้แู บบสืบเสาะหา
ความรู้(5E) ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรยี นวดั สงิ ห์ จงั หวัดสิงหบ์ ุรี ปีการศกึ ษา 2564
นักเรยี น คะแนนทดสอบ
(คน) กอ่ นฝกึ หลังฝึก
8 14
1. 7 18
2. 6 16
3. 7 16
4. 9 17
5 8 15
6. 4 20
7. 8 14
8. 7 13
9. 6 18
10. 5 16
11. 9 20
12. 8 16
13. 7 17
14. 6 19
15. 4 18
16. 8 15
17. 7 15
18. 5 14
19. 6 18
20. 6.75 16.45
ค่าเฉล่ีย
31
วิธีการคำนวณเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างคา่ เฉลี่ย (พรรณี ลกี ิจวัฒนะ, 2551 : 145 - 146 )
D = ΣμY - ΣμX
เม่ือ D แทน ผลต่างระหว่างค่าเฉลยี่
μY แทน ค่าเฉลี่ยคะแนนทดสอบหลงั เรียน
μX แทน ค่าเฉลย่ี คะแนนทดสอบก่อนเรียน
Σ แทน ผลรวม
D = ΣμY - ΣμX
= 16.45 – 6.75
= 9.7