The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

E-book สมุดเบาหวาน (pdf.io)_compressed

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by paolohospitssamutprakarnmkt, 2021-06-23 00:17:58

E-book สมุดเบาหวาน (pdf.io)_compressed

E-book สมุดเบาหวาน (pdf.io)_compressed

โรคเบาหวาน

รŒูใหทŒ นั …ป‡องกันไดŒ

Paolo Hospital Samutprakarn

โรคเบาหวานเกิดข�น้ อยา‹ งไร?

ในคนปกตเิ มอ่ื รบั ประทานอาหารทม่ี ีแปง‡ เปšนส‹วนประกอบ แป‡งจะถกู
ย‹อยสลายกลายเปนš นำ้ ตาลกลโู คสในกระเพาะอาหารและดดู ซมึ เขาŒ สู‹กระแส
เล�อด เพ่�อใชŒเปšนพลังงานของรา‹ งกาย รา‹ งกายจะมีกลไกในการสรŒางพลังงาน
โดนอาศัยฮอรโมนจากตับอ‹อนทชี่ อื่ ว‹า “อินซลู น� ”เปนš ตัวพา
น้ำตาลกลโู คสเขŒาสูเ‹ นื้อเยอ่ื ของร‹างกาย แลวŒ เผาผลาญเปšนพลงั งาน

ในผเูŒ ปšนเบาหวาน น้ำตาลในเล�อดไมส‹ ามารถถูกเปล่ย� นเปšนพลงั งานไดŒ
โดยอาจเกิดจาก

1.ตบั อ‹อนไม‹สามารถสรŒางอนิ ซลู น� ไดŒ หรอ� สราŒ งไดนŒ Œอยลง
2.อินซลู �นที่สรŒางไดอŒ าจไมม‹ ีประสท� ธิภาพในการพาน้ำตาลเขาŒ ส‹เู ซลลไดŒ
เนอื่ งจากเซลลม ีการตอบสนองต‹ออนิ ซลู น� ลดลง (มภี าวะดอื้ ตอ‹ อินซลู �น)

จากท้ังสองสาเหตุ ทำใหรŒ ‹างกายไม‹สามารถเปลย่� นน้ำตาลกลูโคสเปšน
พลงั งานไดŒ ทำใหมŒ ีนำ้ ตาลในเล�อดสงู กว‹าคา‹ ปกติ เมื่อนำ้ ตาลในเล�อดสูงอยา‹ ง
เร้อ� รงั จ�งเกิดอาการและอาการแสดงของโรคเบาหวานไดŒ

การจำแนกชนิดของเบาหวาน แบ‹งไดเŒ ปนš 4 ประเภท ดังนค้ี ือ

1.เบาหวานชนิดที่ 1 มักพบในเดก็ และคนอายุนอŒ ย เกดิ จากการท่ตี บั ออ‹ นไม‹
สามารถสราŒ งอินซูล�นไดŒ ตอŒ งรกั ษาดวŒ ยการฉีดอนิ ซูล�นเทา‹ น้นั
2.เบาหวานชนิดที่ 2 มกั พบในผูŒใหญ‹ เปนš ประเภททีพ่ บไดมŒ ากทสี่ ดุ เกิดจากการ
ท่ตี บั อ‹อนสรŒางอินซูลน� ไดŒนŒอยลง หรอ� อินซูลน� ท่ีสรŒางข�น้ ไมม‹ ปี ระส�ทธภิ าพ
ในการพานำ้ ตาลเขŒาส‹เู ซลล หรอ� เกดิ ทง้ั สองอย‹างร‹วมกนั
3.เบาหวานเกิดระหว‹างการต้ังครรภในสตร�ท่ีไมเ‹ ปšนเบาหวานกอ‹ นการตัง้ ครรภ
4.เบาหวานจากสาเหตุอนื่ เช‹นโรคของตับ โรคทางพนั ธกุ รรม โรคเนอ้ื งอก
ของตอ‹ มลกู หมวกไตท่สี รŒางฮอรโมน เปนš ตŒน

อาการและอาการแสดง

1.ปส� สาวะบ‹อยและมาก โดยเฉพาะชว‹ งกลางคนื เกิดจากการมีระดับน้ำตาลใน
เลอ� ดสงู เกนิ กวา‹ ความสามารถในการดดู ซึมกลบั ของไต จ�งมนี ำ้ ตาลออก
มากบั ปส� สาวะ ซ่ึงจะดึงนำ้ ตามมาดŒวย
2.คอแหงŒ กระหายน้ำและด่ืมน้ำมาก จากการสูญเส�ยนำ้ ไปกบั ปส� สาวะทม่ี ากข�้น
3.หวิ บอ‹ ย รŒสู �กออ‹ นเพล�ย เพราะร‹างกายมีน้ำตาล แต‹ไม‹สามารถเปลย่� นเปšน
พลงั งานไดŒ
4.กนิ จ�แต‹นำ้ หนกั ลด เน่อื งจากรา‹ งกายเอานำ้ ตาลไปใชเŒ ปšนพลงั งานไม‹ไดŒ จง�
ตŒองสลายไขมันและกลŒามเนอ้ื ไปใชŒเปšนพลังงานแทน
5.แผลจะหายยากเน่อื งจากเชื้อโรคตา‹ งๆเจรญ� เตบิ โตไดดŒ ีในสภาวะทม่ี ีน้ำตาลสงู

6.คนั ตามผิวหนังตดิ เช้อื ราไดงŒ ‹าย โดยเฉพาะอย‹างย�ิงในชอ‹ งคลอดของผูหŒ ญิง
7.ชาตามปลายมือปลายเทŒา เน่ืองจากนำ้ ตาลทส่ี งู ทำใหเŒ สŒนประสาท
ส‹วนปลายเส�ยไป
8.ตามัว จากการมีระดบั นำ้ ตาลในเลอ� ดสูง ในกรณที ่เี ปนš มานานและควบคุม
ไดŒไม‹ดีพอ อาจตามวั จากการมเี บาหวานข�้นตาไดŒ

เกณฑในการว�นิจฉยั เบาหวาน

1.ตรวจระดบั นำ้ ตาลในเลอ� ดขณะอดอาหารเชŒาอย‹างนอŒ ย 8 ชั่วโมง พบระดับ
น้ำตาลมากกวา‹ หรอ� เทา‹ กบั 126 มก./ดล.*
2.กรณีมีอาการโรคเบาหวานชดั เจน (อดอาหารหร�อไม‹อดก็ไดŒ) ระดบั น้ำตาล
ท่ีไดมŒ ากกว‹าหรอ� เทา‹ กบั 200 มก.ดล.*
3.กรณีสงสยั วา‹ เปนš เบาหวาน แต‹ระดับน้ำตาลขณะอดอาหารเชาŒ นŒอยกว‹า
126 มก./ดล.ตรวจโดยการด่มื นำ้ ตาลกลูโคส 75 กรมั แลวŒ เจาะเล�อด
กอ‹ นดมื่ และ 2 ชัว่ โมงหลังดืม่ พบวา‹
-นอŒ ยกวา‹ 140 มก./ดล. ถอื ว‹า ปกติ
-140-199 มก./ดล.ถือวา‹ บกพร‹องตอ‹ การคมุ น้ำตาล
-มากกว‹าหรอ� เท‹ากับ 200 มก./ดล. ถือว‹า เปนš เบาหวาน
4.ตรวจระดบั นำ้ ตาลเฉล�ย่ สะสม (HbA1C) ไดŒมากวา‹ หร�อเทา‹ กับ 6.5%

หมายเหตุ
*กรณคี า‹ ตรวจที่ไดผŒ ดิ ปกติ จะตอŒ งตรวจยนื ยันซ้ำอีกคร้ังดวŒ ยวธ� ีใดว�ธหี นง่ึ ใน
วันถดั ไป ถŒาผดิ ปกติอกี จ�งถอื ว‹าเปนš เบาหวาน

เปา‡ หมายของการควบคุมเบาหวาน

เปา‡ หมายของระดับนำ้ ตาลในเลอ� ดของผเูŒ ปนš เบาหวาน

ระดับนำ้ ตาลในเล�อดขณะอดอาหาร (มก./ดล.) 80-130
ระดบั นำ้ ตาลในเลอ� ดหลงั อาหาร 2 ชวั่ โมง (มก./ดล.) < 180
ระดบั น้ำตาลเฉล�ย่ สะสะ (%) <7

เป‡าหมายของระดับนำ้ ตาลในเลอ� ดของสตร�ตง้ั ครรภ

ระดบั นำ้ ตาลในเล�อดขณะอดอาหาร (มก./ดล.) < 95
ระดบั นำ้ ตาลในเลอ� ดหลังอาหาร 1 ชัว่ โมง (มก./ดล.) < 140
ระดับน้ำตาลในเล�อดหลงั อาหาร 2 ชั่วโมง (มก.ดล.) < 120

เปา‡ หมายของระดบั น้ำตาลในเล�อดของเด็กและวยั รุ‹น

ระดับน้ำตาลในเล�อดกอ‹ นอาหาร (มก./ดล.) 90-130
ระดับน้ำตาลในเล�อดก‹อนนอน (มก./ดล.) 90-150
ระดับนำ้ ตาลเฉล่�ยสะสะ (%) < 7.5

ขŒอมลู จาก: ADA Standards of medical care in diabetes 2017.

เป‡าหมายของการควบคุมเบาหวาน

เปา‡ หมายในการควบคมุ ความดนั โลหติ

ผูปŒ †วยเบาหวาน *,** (มม.ปรอท) < 140/90

เป‡าหมายในการควบคุมระดบั ไขมันในเล�อด < 200

โคเลสเตอรอลรวม (มก./ดล.) < 100
แอล ดี แอล โคเลสเตอรอล *** (มก./ดล.) ชาย > 40
หญงิ > 50
แอช ดี แอล โคเลสเตอรอล **** (มก./ดล.)

ไตรกล�เซอไรด (มก./ดล.) < 150

เปา‡ หมายในการควบคุมนำ้ หนกั ตวั

ผูดŒ ชั นีมวลกาย (กก./ม ยกกำลงั 2) 18.5 - 22.9

รอบเอว (เซนตเิ มตร) ชาย ชาย < 90
หญิง หญงิ < 80
หรอ� ทั้งชาย และหญงิ ไมเ‹ กนิ ส‹วนสูงหาร 2

*ผูŒที่มคี วามเส่ย� งสูงต‹อการเกิดโรคหลอดเล�อดหัวใจ ควรควบคมุ ความดนั โลหติ ใหŒต่ำลงเชน‹ 130/80 มม.
ปรอท ถาŒ สามารถปฎบิ ัติไดŒ (C)
** ผŒูทม่ี ภี าวะเบาหวานขณะตั้งครรภ และมีความดนั โลหิตสงู เร�้อรงั ควรควบคมุ ความดันโลหติ
ใหอŒ ย‹ูในชว‹ ง 120-160/80-105 มม.ปรอท เพ่อ� ใหŒเกดิ ประโยชนสงู สุดในระยะยาวตอ‹ สขุ ภาพ
ของมารดาและการเจร�ญเตบิ โตของทารกในครรภ (E)
***ถŒามีโรคหลอดเลอ� ดหวั ใจหรอ� มีปจ� จัยเส่ย� งของโรคหลอดเล�อดหัวใจหลายอยา‹ งร‹วมดวŒ ย
ควรควบคุมใหŒไขมันแอล ดี แอล โคเลสเตอรอล ต่ำกว‹า 70 มก./ดล.
****ไขมนั เอช ดี แอล โคเลสเตอรอล เปนš ไขมนั ชนิดดี ช‹วยป‡องกนั โรคหลอดเลอ� ดตบี แขง็

ภาวะนำ้ ตาลในเลอ� ดต่ำ

อาการ

ตัวสน่ั หวั ใจเตŒนเร็ว สายตาพร‹ามัว เหง�่อออกมาก ออ‹ นเพล�ย

สาเหตุ หิวบ‹อย เวย� นหวั ปวดหัว ฉนุ เฉียวงา‹ ย กังวล

1.รบั ประทานอาหารไม‹ตรงเวลา ปร�มาณอาหารนอŒ ยกวา‹ กจิ กรรมทท่ี ำ
2.ไดŒรับขนาดยามากเกินไป มกี ารออกกำลงั กายหร�อทำงานมากกวา‹ ปกติ
3.มีภาวะไต / ตบั เส�่อมหนŒาท่ี ทำใหกŒ ารทำลายยานŒอยลง
วธ� กี ารแกŒไข

1.กรณรี สŒู �กตัวดี ใหรŒ ับประทานอาหารจำพวกคารโบโฮเดรตซง่ึ ดดู ซึมเร็ว 15กรมั

เชน‹ - ดื่มน้ำหวาน/น้ำตาลทราย 1 ชŒอนโตะ (15 กรมั ) ละลายน้ำ ½ แกŒว

- อมลูกอม 2 เมด็ หรอ� นำ้ ตาลกŒอน 2 กŒอน

- ขนมป�ง 1 แผน‹ หรอ� ผลไมรŒ สหวาน เช‹น กลวŒ ยน้ำวาŒ 1 ลูก

อาการจะดีข�้นภายใน 5-10 นาที ถŒายังไม‹ดีข�้นใหŒรับประทานช้ำ และตรวจระดับน้ำตาล
ในเลอ� ดภายใน 30-60 นาที (กรณมี เี ครอ่� งตรวจนำ้ ตาลทบ่ี าŒ น) จนมรี ะดบั นำ้ ตาลสงู กวา‹
80 มก./ดล. ควรระวงั การรบั ประทานอาหารทด่ี ดู ซมึ ชาŒ เชน‹ ขาŒ ว ขาŒ วเหนยี ว เพราะตอŒ ง
รับประทานอาหารในจำนวนมากอาการจ�งจะดีข�้น เปšนสาเหตุทำใหŒระดับน้ำตาลข�้นสูง
มากในภายหลัง และไม‹ควรใชŒเคร�่องดื่มที่ใส‹น้ำตาลเทียมในการแกŒไขภาวะน้ำตาลต่ำ
เนอ่ื งจากไมม‹ นี ำ้ ตาล เชน‹ เปปš ซแ่ี มกซ โคกŒ ซโี ร‹ เปนš ตนŒ

2.กรณีไม‹รŒสู ก� ตวั ใหญŒ าตหิ รอ� ผพŒู บเห็นจดั ทำใหŒผูเŒ ปนš เบาหวานอยู‹ในท‹านอนตะแคง
เพ�่อป‡องกันการสำลัก ใส‹นำ้ ตาล 1 ชอŒ นโตะใตŒลน� แลวŒ ร�บนำสง‹ โรงพยาบาล

ภาวะน้ำตาลในเล�อดสงู

อาการ

ป�สสาวะบอ‹ ย หิวนำ้ บ‹อย หวิ บอ‹ ย ออ‹ นเพล�ย

สาเหตุ น้ำหนักลด แผลหายชาŒ สายตาพร‹ามวั

1.รบั ประทานอาหารจำพวกแปง‡ หรอ� นำ้ ตาลมากเกินไป
2.ขาดยาหรอ� ไดรŒ บั ยาเบาหวานไมเ‹ พ�ยงพอ
3.มคี วามเครย� ด
4.เจ็บป†วยหร�อติดเชื้อ เชน‹ มีไขŒ ทอŒ งเส�ย
5.ไดรŒ บั ยาบางชนิด เช‹น ยาขับปส� สาวะ ยาลกู กลอน ยาชดุ

วธ� ีการแกŒไข

1.ดม่ื นำ้ มากๆ ( ถาŒ ไมม‹ ขี อŒ หŒาม)
2.ควบคมุ อาหาร
3.พกั ผอ‹ น งดกจิ กรรม
4.ตรวจระดบั นำ้ ตาลในเลอ� ดดŒวยตนเอง (ถŒาทำได)Œ
5.ถาŒ มอี าการไม‹ดีข�น้ ควรรบ� ไปพบแพทย

ภาวะแทรกซอŒ นชนิดเร�้อรงั

เบาหวานในระยะแรกอาจไมม‹ อี าการใหŒเหน็ แต‹ถาŒ เปนš เบาหวานมากกวา‹
5-10 ป‚ ขน้� ไป จะเกดิ ภาวะแทรกซอŒ นของหลอดเลอ� ดทง้ั ขนาดใหญ‹และขนาดเล็ก
1.โรคแทรกซŒอนของหลอดเล�อดขนาดใหญ‹ทสี่ ำคัญ ไดแŒ ก‹
-หลอดเลอ� ดหวั ใจตบี รุนแรงอาจเสย� ชีวต� ไดŒทนั ที ถŒาไม‹รนุ แรงอาจเกดิ อาการ
หวั ใจลŒมเหลวในภายหลังไดŒ
-หลอดเลอ� ดสมองตีบ ทำใหเŒ กิดอัมพาตคร�่งซีกหรอ� ทง้ั ตวั ไดŒ
-หลอดเล�อดท่ีปลายเทาŒ ตีบ ทำใหเŒ ทาŒ ขาดเล�อดมาเล้�ยงมสี �ดำคลำ้ เกดิ เปนš
แผลเนา‹ เร้�อรงั เปนš สาเหตุของการถูกตัดเทาŒ ในอนาคตไดŒ

ปจ� จยั เส่ย� งทท่ี ำใหเŒ กิดโรคหลอดเลอ� ดทัง้ สมอง หัวใจ เทŒา ไดแŒ ก‹ เบาหวาน
ความดนั โลหิตสงู ไขมนั ในเลอ� ดผิดปกติ สูบบุหร่� และมกี รรมพันธุในครอบครัว

ผปŒู ว† ยเบาหวานส‹วนใหญ‹รŒอยละ 75-80 จะเส�ยชวี ต� จากโรคหัวใจ และ
หลอดเลอ� ด การป‡องกนั หรอ� รักษาป�จจยั เสย่� งจง� มคี วามสำคัญอยา‹ งย�ิง

การป‡องกนั โรคแทรกซŒอนของหลอดเลอ� ดขนาดใหญ‹

1.ควบคุมระดบั นำ้ ตาลใหŒอย‹ูในเกณฑใกลŒเคยี งปกติท่สี ุด
2.ควบคมุ ความดนั โลหติ ใหอŒ ยู‹ในเกณฑใกลเŒ คยี ง 140/80 มม.ปรอท
3.ควบคุมระดบั ไขมนั ในเลอ� ด
4.งดสบู บหุ ร�่
5.บางรายอาจมีการใหยŒ าละลายลม� เล�อดร‹วมดวŒ ย

2.โรคแทรกซอŒ นของหลอดเลอ� ดขนาดเล็ก ทีส่ ำคัญ ไดแŒ ก‹
2.1. โรคแทรกซŒอนทางตา อาจเกิด

-อาการตามวั ชว่ั คราว จากระดบั น้ำตาลสงู หรอ� ตำ่
-ตอŒ กระจก
- ตŒอหิน ทำใหŒมีความดนั ในลกู ตาสูงข้น� เกิดอาการปวดตา
ปวดศรี ษะ ตŒอหินจากเบาหวานจะรักษายากกวา‹ ตอŒ หินธรรมดา
-ตามองเห็นภาพซอŒ นจากเสนŒ ประสาทที่ไปเลย�้ งตาผิดปกติ
กลาŒ มเนอื้ ตาทำงานไม‹ประสานกนั
-เบาหวานข�้นตาจากหลอดเล�อดฝอยเล็กๆทตี่ ามีการอ�ดตนั
เกดิ เลอ� ดออก จอประสาทตาบวม ระยะแรกยังไม‹มีอาการ
แต‹อาจเกดิ การแตกของหลอดเล�อดที่ตาซำ้ ไดŒ เกิดเปนš พงั ผดื
ดึงรง้ั จอตาลอกทำใหตŒ าบอดไดŒ
2.2.โรคแทรกซŒอนทางไต อาการทพ่ี บ
-ระยะแรก ยงั ไมพ‹ บอาการทางคล�นิก สามารถตรวจวน� ิจฉยั
โดยการตรวจป�สสาวะหาไมโครอัลบมู ิน ซ่ึงจะพบไดŒเมอ่ื มี
อลั บมู นิ ในปส� สาวะระหวา‹ ง 30-299 มก./วนั
-ระยะถัดมาจะพบไดŒเม่อื มีอัลบมู นิ ในปส� สาวะมากกว‹า 300
มก./วนั สามารถตรวจพบโปรตีนในปส� สาวะจากแผ‹นทดสอบ
ป�สสาวะท่วั ไปไดŒ บางรายอาจเรม� มีอาการบวม และมีความดันโลหติ สูงข้น� ไดŒ

-ระยะไตเส่อ� มหนŒาที่ ความสามารถในการขบั ของเส�ยลดลง ตรวจ
พบวา‹ มีหนาŒ ทกี่ ารทำงานของไตลดลงโดยตรวจหาซรี ม่ั ครอ� ะตินิน
พบมีค‹าสูงกว‹าปกติ ผŒเู ปนš เบาหวานจะเร�มมอี าการปส� สาวะบ‹อย
โดยเฉพาะกลางคืน ปส� สาวะมฟี อง ควมตŒองการอินซลู น� หรอ�
ยาเมด็ ลดระดับน้ำตาลลดลง และเมอ่ื ไตเสอ่� มระยะสดุ ทาŒ ยจะมี
ของเส�ยค่ังจนเกิดพษ� ตอ‹ รา‹ งกาย ทำใหเŒ ส�ยชวี ต� ไดŒ

2.3.โรคแทรกซอŒ นของระบบประสาท
-อาการชาปลายเทาŒ หรอ� ปวดเสนŒ ประสาท ปวดแสบปวดรŒอน
กรณถี Œาเกิดแผลท่ีเทŒาจะทำใหŒแผลหายยาก การติดเชอื้ มีโอกาส
ลกุ ลามจนในท่สี ดุ อาจถงึ ขัน้ ตดั เทาŒ ไดŒ
-ความผดิ ปกติของประสาทอัตโนมตั ิ ผลที่ตามมาคอื ทำใหŒหยอ‹ น
สมรรถภาพทางเพศในผชูŒ าย กระเพาะป�สสาวะไม‹ทำงาน ถา‹ ย
ปส� สาวะไมห‹ มด ทางเดนิ อาหารผิดปกติ คลน่� ไสŒ อาเจย� น ทŒองผกู
ทŒองเส�ย ทŒองอดื ไดŒ

การป‡องกันโรคแทรกซอŒ นของหลอดเลอ� ดขนาดเลก็

1.ควบคมุ ระดับน้ำตาลใหอŒ ย‹ูในเกณฑใกลเŒ คียงปกตทิ ี่สุด
2.ควบคมุ ความดนั โลหติ ใหอŒ ย‹ูในเกณฑใกลเŒ คยี ง 140/80 มม.ปรอท
3.ควบคุมระดบั ไขมันในเล�อด
4.งดสบู บุหร่� และจำกัดการด่ืมสุรา
5.ออกกำลงั กายสมำ่ เสมอ อย‹างนŒอย 30 นาท/ี ครั้ง,5ครัง้ /สปั ดาห
6.ตรวจคดั กรองหาโรคแทรกซŒอนประจำป‚อยา‹ งนŒอยปล‚ ะครง้ั ไดแŒ ก‹ ตรวจตา
ตรวจไต ตรวจเทŒา

ยาเม็ดลดระดับน้ำตาล

ยาท่กี ระตนุŒ การหลงั่ ของอนิ ซลู �น
1.กล‹ุมซลั โฟนลิ ยเู รย� (Sulfonylurea)

ออกฤทธ์กิ ระตนุŒ ตับออ‹ นใหŒหลัง่ อินซูลน� เพม� ขนั้ ทำใหรŒ ะดบั น้ำตาลในเลอ� ด
ลดลง ยากลุม‹ น้คี วรรบั ประทานกอ‹ นอาหาร 30 นาที ตวั อย‹างยากลมุ‹ น้ี ไดแŒ ก‹
ไกลเบนคลาไมด กลพ� �ไซด ไกลเม็พพ�ไรด เปนš ตŒน

กล‹ุมที่ไม‹ใชซ‹ ัลโฟนิลยเู ร�ย (Non-Sulfonylurea)หร�อกล‹ุมกล�ไนด (Glinide)
ออกฤทธก์ิ ระตุนŒ การหลั่งอนิ ซูล�นไดŒอยา‹ งรวดเร็ว จง� ลดระดบั น้ำตาลหลงั
อาหารไดดŒ ี ใหรŒ บั ประทานยาก‹อนอาหารไมเ‹ กิน 15 นาที หมดฤทธเิ์ รว็ เหมาะสำหรับ
ผทูŒ ี่รบั ประทานอาหารไม‹ตรงเวลา ตอŒ งการลดระดับนำ้ ตาลหลงั อาหาร หร�อมี
ไตเส่�อม ตวั อยา‹ งยากล‹ุมน้ีไ ดแŒ ก‹ เรพพากลไ� นด มทิ ิกล�ไนด
ขŒอบ‹งใชยŒ ากลม‹ุ ท่ีไม‹ใชซ‹ ัลโฟนิลยูเรย� :
ใชŒในผทูŒ ี่ตŒองการฤทธิก์ ระตนุŒ การหลัง่ อนิ ซลู �น แต‹แพŒยาซัลฟาอยา‹ ง
รุนแรง ระวังในผูŒทมี่ ีตบั เส่�อมหนŒาท่ี

ผลขาŒ งเคยี งของยากลุม‹ กระตนุŒ การหลั่งอินซลู น� :
ที่พบไดŒบ‹อยไดŒแก‹ นำ้ หนักเพ�มและเกดิ ภาวะน้ำตาลในเลอ� ดต่ำ กรณรี บั ประทาน
อาหารไดนŒ อŒ ย ไมต‹ รงเวลา มีกจิ กรรมมากกวา‹ ปกติ หรอ� มภี าวะตับ/ไตเสอ่� ม

ขอŒ ควรระวัง :
ไม‹ควรใชยŒ ากลมุ‹ ซลั โฟนลิ ยเู รย� ร‹วมกัน หร�อร‹วมกบั กล‹มุ กล�ไนด ซึง่ ออกฤทธิ์
กระตนŒุ การหลัง่ อินซูล�นเหมอื นกนั แตส‹ ามารถใชรŒ ว‹ มกบั ยากล‹มุ อน่ื ทอ่ี อกฤทธ์ิ
ต‹างกันไปไดŒ

2.กล‹ุม ดี พ� พ-� โฟร อนิ ฮบิ เิ ตอร (DPP-4 inhibitor)

เปšนยารกั ษาเบาหวานกล‹ุมใหม‹สุด ออกฤทธ์ยิ บั ย้งั เอนไซม ดี พ� พ-� โฟร
ท่ีจะทำลายอินคร�ตนิ จากลำไสŒ ซึ่งมีฤทธกิ์ ระตนุŒ การหล่ังอินซลู น� และยบั ยง้ั การ
หล่งั กลูคากอน ทำใหŒมีอนิ ซลู �นหลงั่ เม่ือมรี ะดบั น้ำตาลสงู หลงั รบั ประทานอาหาร
โอกาสเกดิ ภาวะนำ้ ตาลในเลอ� ดตำ่ จ�งมีนŒอย ไมท‹ ำใหŒน้ำหนักตัวเพ�ม รบั ประทาน
ก‹อนหรอ� หลงั อาหารก็ไดŒ แต‹ควรเปนš เวลาเดียวกนั ตัวอยา‹ งยากล‹ุมน้ี ไดŒแก‹
ซติ Œากล�ปตนิ วล� ดากล�ปตนิ แซกซา‹ กลป� ตนิ

ผลขŒางเคยี ง:
อาจมีผน่ื แพยŒ า คล�น่ ไสŒ อาเจ�ยน มวนทŒองไดŒเล็กนŒอย

ขอŒ ควรระวัง:
ผูŒท่มี ีไตเสอ่� มอาจตอŒ งปรบั ลดขนาดยาตามแพทยส ่ัง

ยาทีเ่ พ�มความไวต‹ออินซูล�น

3.กลมุ‹ ไบกัวไนด (Biguanide)
ออกฤทธย์ิ บั ยัง้ การสรŒางกลูโคสจากตบั ชะลอการดูดซึมกลูโคสทีล่ ำไสŒ

และชว‹ ยเพ�มการใชŒกลโู คสทกี่ ลŒามเนือ้ มักใหรŒ ับประทานหลังอาหารทนั ที เพ่�อ
ลดอาการขŒางเคยี งของระบบทางเดนิ อาหาร ถาŒ ไม‹มอี าการขŒางเคียง
การรับประทานยาก‹อนอาหารจะดดู ซมึ ยาไดŒดีกว‹าหลงั อาหาร ตัวอยา‹ งยา
กลมุ‹ นี้ไดแŒ ก‹ เมทฟอรมิน

ขอŒ บง‹ ใชŒ:
เหมาะสำหรับผเูŒ ปนš เบาหวานท่ีอŒวน เน่อื งจากผลขŒางเคยี ง
ทำใหŒเบอ่ื อาหาร มกั ใชรŒ ‹วมกับยากลุม‹ ซลั โฟนิลยูเรย�

ขŒอด:ี
ไม‹ทำใหŒเกิดภาวะน้ำตาลในเลอ� ดต่ำถาŒ ใหเŒ ปนš ยาตัวเดียว ไมเ‹ พม� น้ำหนกั ตวั หร�อลด
ไดŒเล็กนอŒ ย สามารถลดไขมันชนดิ เลว (แอล ดี แอล-โคเลสเตอรอล) และเพ�มไขมนั
ชนิดดี (แอล ดี แอล-โคเลสเตอรอล) ไดŒ

ผลขาŒ งเคียง:
ท่ีพบไดŒบ‹อยไดแŒ ก‹ คล�่นไสŒ อาเจย� น ขมในปาก ทŒองเสย�

ขอŒ ควรระวัง:
ควรระวงั การใชŒในกลุ‹มผปูŒ ว† ยตับและไตเสอ่� ม เพราะอาจเกิดภาวะคง่ั ของกรดแลคติก
ในกลมุ‹ โรคตับหรอ� ไตเสอ�่ ม

4.กล‹ุมไธอะโซล�ดนี ไดโอน (Thiazolidinedione)
ออกฤทธลิ์ ดภาวะด้อื ตอ‹ อินซลู �น ช‹วยใหเŒ ซลลเนอ้ื เย่อื ส‹วนปลาย

ตอบสนองต‹ออนิ ซูล�นดีข�น้ ช‹วยลดการสรŒางน้ำตาลกลโู คสจากตบั และเพม�
ประสท� ธภิ าพการใชŒกลูโคสของกลาŒ มเนอ้ื รับประทานวนั ละครัง้ กอ‹ นหร�อหลัง
อาหารก็ไดŒ ตัวอยา‹ งยากล‹มุ นี้ ไดŒแก‹ ไพโอกล�ตาโซน

ขŒอดี:
ทำใหŒอินซลู น� ออกฤทธ์ิดีขน้� มผี ลลดไขมันไตรกลเ� ซอไรดไดŒ เพ�มไขมันชนิดดี
(เอช ด แอล-โคเลสเตอรอล) ไมท‹ ำใหเŒ กดิ ภาวะนำ้ ตาลในเล�อดต่ำถŒาใชŒเปนš ยาตัวเดียว
ใชŒไดŒในผŒมู ภี าวะไตเส�อ่ ม

ขŒอเสย� :
กวา‹ จะเร�มเห็นผลใชเŒ วลา 2-6 สปั ดาห เหน็ ผลเต็มที่ประมาณ 2-3 เดือน ตŒองระมดั ระวงั
ในผูŒปว† ยโรคตบั หร�อเปšนพาหะของไวรัสตบั อกั เสบบี

ผลขาŒ งเคยี ง :
ทำใหมŒ อี าการบวมน้ำ นำ้ หนกั ตัวเพม� ขน้� หนŒาอ�มขน้� เกดิ ภาวะหวั ใจลมŒ เหลว
ตบั อกั เสบไดŒ

ขอŒ ควรระวงั :
ควรติดตามเอนไซมตับเปนš ระยะ ในหญงิ ทกี่ ินยานี้ร‹วมกบั ยาคมุ กำเนดิ ตอŒ งระวังการ
ต้ังครรภเ พราะทำใหผŒ ลของยาคมุ กำเนิดลดลง มีรายงานการเกดิ กระดูกหกั ในหญงิ
สงู อายุ และเกิดมะเรง็ กระเพาะป�สสาวะไดŒ

ยาท่ลี ดการดูดซึมของกลูโคส

5.กลุ‹มอัลฟากลูโคชเิ ดส อินฮิบเิ ตอร (Alpha-Glucosidase inhibitor)

ออกฤทธ์ยิ บั ย้งั เอนไซมท ย่ี อ‹ ยอาหารจำพวกแปง‡ ขŒาว และขนมป�ง
ซึ่งเปนš คารโบไฮเดรตเชิงซŒอน ทำใหŒการย‹อยและการดดู ซมึ กลูโคสชŒาลง
ผลคือระดบั นำ้ ตาลกลูโคสในเล�อดข้�นอยา‹ งชŒาๆ ควรรับประทานยาพรŒอม
กบั อาหารคำแรกจ�งจะใหŒผลสูงสุด ตัวอย‹างยากลมุ‹ น้ีไดŒแก‹ อคารโบส โวกล�โบส
ขอŒ บ‹งใชŒ :
เหมาะสำหรับผูทŒ ีเ่ พ�งเปนš เบาหวานหรอ� มีนำ้ ตาลหลังอาหารสูงไดดŒ ี

ผลขŒางเคยี ง :
ทŒองอดื ทŒองเฟอ‡ ผายลม ทอŒ งเสย�

ขŒอควรระวัง :
ไม‹ควรรบั ประทานพรŒอมยาลดกรดหรอ� เอนไซมช ว‹ ยย‹อย เน่ืองจากจะไปลดประส�ทธิภาพ
ของยา ไมค‹ วรแกะยาออกจากฟอยลท ่หี Œมุ ท�งิ ไวลŒ ว‹ งหนŒา เพราะจะทำใหŒยาชืน้ และเปลย�่ นส�
ไดŒ การใชยŒ าน้ีรว‹ มกบั ยากล‹มุ ซัลโฟนลิ ยเู ร�ย หร�อยาฉีดอินซูล�นอาจทำใหเŒ กดิ ภาวะน้ำตาล
ต่ำไดŒ การแกŒไขภาวะน้ำตาลในเล�อดต่ำสำหรับผูทŒ ่ีใชŒยานท้ี ี่ดที ่สี ุด คือ ตŒองรับประทาน
น้ำตาลกลโู คสเท‹าน้ัน

ยาฉดี อนิ ซูลน�
อนิ ซูลน� เปนš ฮอรโมนท่สี รŒางจากตับอ‹อน ทำหนาŒ ที่ในการพานำ้ ตาลกลูโคส

ในเล�อดเขŒาส‹ูเซลลเ พอ่� เผาผลาญเกดิ เปšนพลังงาน ถาŒ ร‹างกายขาดอินซลู น� กท็ ำใหŒ

นำ้ ตาลกลูโคส ไมส‹ ามารถเขŒาสเู ซลลไปเปลย่� นเปšนพลงั งานไดŒ ทำใหŒมีนำ้ ตาลกลโู คส

อย‹ูในกระแสเล�อดในระดับทส่ี ูงกวา‹ ปกติไดŒ

อินซลู �นมหี ลายชนิด การออกฤทธ์ขิ องยาแตล‹ ะตวั ไม‹เหมอื นกัน จ�งไมส‹ ามารถ

ใชŒแทนกนั ไดŒ อินซูล�นชนดิ ฮิวแมน (Human Insulin) เปนš อนิ ซลู น� ท่ีสรŒางข�้นเลย� นแบบ

อินซูลน� ของมนษุ ย มอี ย‹ดู วŒ ยกัน 3 ชนดิ คอื

1.เรกูลารอ ินซลู น� (Regular Insulin : RI) เปšนอินซูล�นนำ้ ใส แถบสญั ลกั ษณ

“สเ� หล�อง” ออกฤทธสิ์ น้ั ควรฉดี ก‹อนอาหาร 30 นาที
04 8 12 16 20

2.เอน็ พเ� อชอนิ ซลู น� (NPH Insulin : NPH) อนิ ซลู น� น้ำข�‹น แถบ
สัญลักษณ “สเ� ข�ยว” ออกฤทธิ์ปานกลาง สว‹ นใหญ‹ใชŒฉดี วนั ละครัง้ ใน
ตอนเชŒาหร�อก‹อนนอน หร�อวันละสองคร้งั หรอ� ตามแพทยส ง่ั

0 4 8 12 16 20 24

3.พร�มิกซอ นิ ซลู น� (Premix Insulin) เปšนอนิ ซูลน� นำ้ ข�‹น ผสมกนั ระหวา‹ ง RI
และ NPH แถบสญั ลักษณ “ส�นำ้ ตาล” ออกฤทธ์ิผสมมที ัง้ ออกฤทธ์ิสนั้
และออกฤทธ์ิปานกลางในการฉีดแต‹ละครั้ง ควรฉดี กอ‹ นอาหาร 30 นาที

0 4 8 12 16 20 24

บรเ� วณท่ีเหมาะสมในการฉดี อนิ ซลู �น

การฉีดอินซูลน� นนั้ ตŒองฉดี เขาŒ ใตชŒ ัน้ ผิวหนัง ตำแหนง‹ ในการฉดี อนิ ซูล�นที่มกี ารดดู
ซึมยาดที ีส่ ดุ *ไดŒแก‹ หนŒาทอŒ ง ตŒนขา และตŒนแขน ตามลำดบั ส‹วนสะโพกเปšนบร�เวณ
ท่ีการดูดซมึ ไดชŒ Œาท่ีสดุ

หนาŒ ทอŒ ง ตŒนแขน

สะโพก
ตนŒ ขา

หนาŒ ทŒอง ควรวดั ห‹างจากสะดอื ระยะเทา‹ ความกวŒาง 2 น�ิวมือ รอบสะดอื
ตŒนขา ควรเปšนบรเ� วณตŒนขาดŒานออก
ตนŒ แขน ควรเปนš ทŒองแขนดาŒ นหลัง
ตำแหนง‹ ที่ มกี ารดดู ซมึ ยาดที สี่ ดุ คอื หนาŒ ทŒอง เพราะมีไขมันเยอะ ไมต‹ อŒ งมกี าร
ขยบั และออกแรงเหมือนแขนและขา ทำใหŒการดดู ซมึ ยาคอ‹ นขŒางสมำ่ เสมอแตต‹ อŒ งมี
การหมนุ เว�ยนเปลย่� นตำแหนง‹ ฉดี ทกุ คร้ัง โดยหา‹ งจากตำแหน‹งเดิมประมาณ 2 นิ�วมอื
เพ่อ� ลดโอกาสเกดิ ผลขาŒ งเคียงจากการฉีดอินซลู �น
อินซลู น� ทเี่ ส�อ่ มสภาพเปšนอย‹างไร?
ไดแŒ กอ‹ ินซลู �นทห่ี มดอายุ มตี ะกอน เปลย�่ นส� เปล่ย� นจากน้ำใสเปนš น้ำข‹น�
ถูกแช‹เข็งหรอ� อยู‹ในทีม่ อี �ณหภมู ิเกนิ 40 องศา

เกบ็ อนิ ซลู �นอย‹างไรใหŒไดŒคุณภาพ?

1.กรณเี ดินทาง : พกพาติดตัวและหลก� เล�ย่ งแสงแดด
2.กรณมี ตี Œเู ยน็ : ควรเก็บในชอ‹ งแช‹ธรรมดา ไม‹ควรเก็บบรเ� วณประตู

ตูŒเย็น และไมค‹ วรแช‹ในชอ‹ งแชแ‹ ข็ง
3.กรณีไมม‹ ีตูŒเย็น :เกบ็ ในต‹มุ นำ้ หรอ� กระตกิ นำ้ แข็ง โดยเก็บยาไวŒในกลอ‹ ง

กันน้ำหรอ� หอ‹ ไวŒในถุงพลาสติก

อายุการใชงŒ านของอินซลู น�

ยงั ไมไดเŒ ปด ใชŒ ตŒูเยน็ อ�ณหภูมิ 2-8 องศา อ�ณหภูมหิ อŒ ง 25-30 องศา
เปด ใชแŒ ลวŒ ตามวนั หมดอายุขาŒ งขวด ประมาณ 1 เดือน
1-3 เดอื นนับแต‹วันเปดขวด
1 เดือนนับแต‹วนั เปดขวด

หมายหตุ:
1.อนิ ซูลน� ท่ถี กู แช‹แข็งเมื่อนำมาละลายใหม‹ ถอื วา‹ เปนš อินซลู �นทเ่ี สอ่� ม

สภาพแลวŒ เพราะทำใหพŒ ŒนธะโครงสรŒางของอินซูล�นเสย� ไป
2.ไมค‹ วรท�งิ อนิ ซลู �นในรถหรอ� ในท่มี ีความรŒอนอณ� หภูมสิ งู เกนิ 40 องศา

เพราะจะทำใหอŒ นิ ซลู น� เสอ�่ มสภาพ
3.ควรฉีดอินซลู �นในเวลาท่ีใกลŒเคียงกันของแต‹ละวัน เพ�่อประสท� ธิภาพ

ของการออกฤทธท์ิ ี่คงที่สมำ่ เสมอ
4.ภายหลงั ฉดี อนิ ซลู น� 30 นาที ควรรับประทานอาหาร เพ่�อป‡องกันการ

เกดิ ภาวะนำ้ ตาลในเลอ� ดต่ำ
5.กรณีท่จี ะออกกำลังกาย ควรระวงั การฉีดอินซลู น� ก‹อนไปออกกำลังกาย

เพราะถาŒ ไม‹ไดรŒ ับประทานอาหารอาจเกิดภาวะน้ำตาลในเล�อดต่ำไดŒ

การออกกำลังกาย

การออกกำลังกายที่ดี ควรเปšนการออกกำลังกายชนิดแอโรบิก คือการ
ออกกำลงั กายทห่ี นกั ตอ‹ เนือ่ งและระยะเวลานานพาที่จะทำใหหŒ ัวใจและปอดทำงาน
ดีข้น� ควรออกกำลังกายสมำ่ เสมออยา‹ งนŒอย 3-5 คร้ัง/สัปดาห ครัง้ ละ 30 นาที และ
ควรอมีการอ‹น� เคร่�องกอ‹ นออกกำลังกาย และคลายกลาŒ มเนื้อภายหลังการ
ออกกำลังกายทกุ ครั้ง เพ่�อลดอาการบาดเจ็บทอ่ี าจเกิดข้น� ไดŒภายหลังการออก
กำลังกาย ตวั อย‹างการออกกำลงั กายชนดิ แอโรบกิ ไดŒแก‹ ว�ง วา‹ ยน้ำ
เดนิ เรว็ รำมวยจน� เปšนตนŒ

ประโยชนของการออกกำลังกายสำหรับผเŒู ปšนเบาหวาน

1.ทำใหเŒ พ�มความไวของตวั รับในกลŒามเน้ือตอ‹ อนิ ซลู �น ทำใหŒชว‹ ยลดระดบั
น้ำตาลในเล�อด

2.ช‹วยลดระดบั ไขมนั ในเลอ� ด ความดันโลหิต
3.ช‹วยทำใหŒการทำงานของหวั ใจและระบบการไหลเวย� นของเลอ� ดดขี �้น

ชว‹ ยลดความเครย� ด รสูŒ �กสดช่นื ข�น้

ขอŒ ควรปฏิบัติในการออกกำลงั กาย

1.ควรงดการออกกำลงั กายถŒาระดับน้ำตาลในเล�อดต่ำกว‹า 80 กม./ดล.
หรอ� สูงกวา‹ 250 กม./ดล.

2.ในวันท่จี ะออกกำลังกายควรหลก� เล่�ยงการฉดี ยาทแ่ี ขนและขา ใหŒฉีดที่
หนŒาทอŒ งแทน เพอ่� หล�กเล�ย่ งการดูดซึมยาอยา‹ งรวดเร็วในขณะ
ออกกำลังกายจะเส�ย่ งตอ‹ การเกิดภาวะนำ้ ตาลในเล�อดต่ำ

3.ควรตรวจระดบั น้ำตาลในเล�อดก‹อนและหลังการออกกำลังกาย โดยเฉพาะ
ในชว‹ งแรก เพอ่� ทราบขŒอมลู การเปล�ย่ นแปลงระดับนำ้ ตาลของตนเอง

4.ถาŒ มีการออกกำลังกายภายหลังรับประทานอาหารแลวŒ มากกวา‹ 3 ชั่วโมง
ควรรบั ประทานอาหารวา‹ ง (คารโบไฮเดรต 15 กรมั ) ก‹อนออกกำลงั กาย
เชน‹ ขนมป�ง 1 แผน‹ ,ผลไมŒ 1 สว‹ น หรอ� นม 1 กล‹อง

5.ควรดม่ื น้ำใหŒพอเพย� งทง้ั กอ‹ นและหลังออกกำลงั กาย เนือ่ งจากการสญู เสย�
น้ำทางเหง�่อและการหายใจ การขาดน้ำมากจะทำใหรŒ ะดบั นำ้ ตาลสูงขน�้

6.ควรเร�มออกกำลงั กายแต‹นอŒ ย แลŒวคอ‹ ยเพ�มเวลาข้�น
ออกกำลังกายแค‹ไหนถงึ เพ�ยงพอ สามารถวัดไดŒจาก
การจับชพี จรที่บรเ� วณขอŒ มือดŒานใน (ครัง้ /นาที)

ผŒสู ูงอายุ 220- อายุ
บุคคลทัว่ ไป 180- อายุ
ผเูŒ ปนš เบาหวาน 160- อายุ

เชน‹ นาย ก. เปนš เบาหวาน อายุ 60 ป‚ ควรออกกำลังกายเท‹าใดถงึ เพย� งพอ
ผเŒู ปนš เบาหวาน ชพี จรคร้งั /นาที =160- อายุ
=160- 60
=100- ครั้ง/นาที

นาย ก. ควรออกกำลงั กาย โดยวดั ชพี จนใน 1 นาที ไม‹ควรเกนิ 100 ครั้ง
ถือว‹าเพ�ยงพอแลวŒ

กินอยา‹ งไร…หา‹ งไกลเบาหวาน

อาหารเปนš ป�จจัยสำคัญท่ีสมั พนั ธก บั ระดับนำ้ ตาลในเลอ� ดของผŒเู ปšน
เบาหวาน และหมวดอาหารท่มี ีผลมากที่สุด คอื หมวดอาหารที่มแี ป‡ง หร�อ
คารโบไฮเดรต เปนš ส‹วนประกอบ ฉะนนั้ ผŒเู ปนš เบาหวานควรเรย� นรูŒ และใหคŒ วาม
สำคัญกบั การนับปร�มาณคารโบไฮเดรต รวมถึงอาหารแลกเปล่�ยน เพอ�่ เปšน
ตวั ชว‹ ยใหŒผเูŒ ปนš เบาหวานสามารถคุมระดับนำ้ ตาลในเล�อดไดดŒ ยี ิง� ขน�้

คารโบไฮเดรตเปšนสว‹ นประกอบในหมวดอาหารทส่ี ำคญั ดงั น้ี

ขŒาว/แป‡ง ผลไมŒ ผัก นม

ฉะนั้นหลาทา‹ นทคี่ ดิ ว‹าจะรับประทานผลไมหŒ ร�อนมแทนขาŒ ว ตอŒ ง
ระมัดระวงั เพ�มขน�้ เพราะเปนš หมวดอาหารทีป่ ระกอบดวŒ ยคารโบไฮเดรตเชน‹ กนั

หมวดขŒาว/แป‡ง

1 สว‹ น เท‹ากับ 1 ทัพพ� ประกอบดŒวยคารโบไฮเดรต 15 กรมั โปรตนี 2
กรมั ไขมัน 0-1 กรัม ใหŒพลังงาน 80 กิโลแคลอร�่ อาหารในหมวดน้ี ไดŒแก‹ ขŒาวเจŒา
ขนมป�ง ขนมจน� เสŒนกŽวยเต๋ยี ว รวมถึงขŒาวโพด ฟ�กทอง เผอื ก มัน ยกเวนŒ
ขŒาวเหนียว 1 ส‹วน เท‹ากับ ½ ทัพพ�

=

1 ส‹วน 1 ทพั พ�

หมวดผลไมŒ

1 ส‹วน ประกอบดŒวยคารโบไฮเดรต 15 กรมั ใหŒพลังงาน 60 กิโลแคลอร่� ผลไมŒ
1 สว‹ น ใหŒคารโบไฮเดรตเทา‹ กบั ขาŒ ว/แปง‡ 1 ส‹วน จ�งทำใหนŒ ำ้ ตาลเทา‹ กับการรบั ประทาน
ขาŒ ว/แปง‡ แต‹พลังงานนอŒ ยกวา‹ เนอื่ งจากไมม‹ โี ปรตนี และไขมันเปนš สว‹ นประกอบ
ฉะนนั้ ไมค‹ วรรับประทานผลไมŒแทนขาŒ วเพอ่� ลดน้ำตาล สดั สว‹ นท่พี อเหมาะและง‹าย
ต‹อการจดจำตอ‹ การไปใชŒคือ

1 = ผลไมทŒ ล่ี กู เทา‹ กำป�นมือผหู ญงิ เช‹น ฝร่งั สมŒ เขย� วหวานรบั ประทานไดŒ 1 ผล
3 = ผลไมŒท่ลี กู ประมาณ 1/3 กำป�นมอื ผูหญงิ เช‹น ชมพ�‹ มงั คุด เงาะ
5 = ผลไมŒทม่ี ีลูกประมาณหวั แมม‹ อื เชน‹ ลน� จ่� ลำใย พ�ทรา ลองกอง ลางสาด

8 = ผลไมทŒ ห่ี น่ั เปšนเปนš ชนิ� คำ เช‹น สบั ปะรด แตงโม มะละกอ แกวŒ มังกร แคนตาลูป
รบั ประทานไดŒ 8 ชิ�นคำ

หมวดผัก

ผักมี 2 ประเภท คอื
ผักประเภท ก. คือ ผักประเภทใบทกุ ชนิด ไดแŒ ก‹ ผกั กาดทุกชนดิ กวางตงุŒ ผกั บงุŒ
ปวยเลŒง ตำล�ง ผักกลุม‹ นี้สามารถรับประทานไดŒไมจ‹ ำกดั ปรม� าณ เพราะมแี ป‡ง
เปนš สว‹ นประกอบนอŒ ยมาก 1 สว‹ นใหŒพลังงาน 0 กโิ ลแคลอร่�
ผักประเภท ข. คอื ผักประเภทหวั ผล ผัก ยอด ดอก 1 ส‹วนปรกอบดŒวย
คารโบไฮเดรต 5 กรัม โปรตีน 2 กรัม ใหพŒ ลังงาน 25 กโิ ลแคลอร�่

1 ส‹วน = ผกั สุก 1 ทัพพ�
ผักดบิ 2 ทัพพ�

หมวดนม

แบง‹ นมเปนš 3 ชนิด คอื

ชนิด ส‹วนประกอบ (กรัม) ตอ‹ นม 1 สว‹ น พลงั งาน
(กิโลแคลอร)�่
นมไขมันเตม็ ส‹วน คารโบไฮเดรต โปรตนี ไขมัน
นมพรอ‹ งมนั เนย 150
นมขาดมันเนย 12 8 8 120
90
12 8 5

12 8 0-3

จะเห็นว‹าความแตกต‹างของนมแต‹ละชนดิ อย‹ูที่ปร�มาณไขมัน ทำใหŒไดŒ
พลงั งานทแ่ี ตกต‹างกนั ผูเŒ ปšนเบาหวานควรเล�อกเปนš นมจ�ดชนดิ พร‹องหรอ�
ขาดมนั เนย หล�กเลย�่ งนมทม่ี ีการปรงุ แต‹งรสชาติ เนื่องจากจะมีน้ำตาลเปนš
สว‹ นประกอบมาก ปรม� าณทแ่ี นะนำคือ 1 ส‹วนตอ‹ วัน

1 สว‹ น เทา‹ กับ 1 แกŒวหร�อ 1 กลอ‹ ง (250 ซ.ี ซ.ี )

หมวดเนื้อสตั ว

มหี ลายชนดิ ดวŒ ยกนั คือ

ประเภทเนื้อสัตว สว‹ นประกอบ (กรมั ) ต‹อเนื้อสัตว 1 สว‹ น พลงั งาน
โปรตนี ไขมัน (กิโลแคลอร)่�
ไขมนั ตำ่ มาก 7 0-1
ไขมนั ตำ่ 35
ไขมนั ปานกลาง 73 55
ไขมนั สูง 75 75

78 100

ตวั อยา‹ งของเนอ้ื สตั วแตล‹ ะชนิด เช‹น

1.เนื้อสตั วไขมนั ตำ่ มาก ไดŒแก‹ เนื้อปลา ไขข‹ าว เน้อื วัวไม‹ตดิ มัน ปู*กงŒุ *หอย*
2.เนอ้ื สตั วไขมันต่ำ ไดŒแก‹ เปดš ย‹างไมเ‹ อาหนงั เคร�อ่ งในสัตว*
หอยนางรม*หมเู นือ้ แดง ปลาแซลมอน
3.เนือ้ สตั วไขมนั ปานกลาง ไดแŒ ก‹ เนอื้ หมู เนื้อเปดš ซีโ่ ครงหมูไมม‹ ีมนั
ไข‹ไก‹ ไข‹เปดš เตาŒ หอŒู ‹อน เตาŒ หูŒแขง็ เนอ้ื ปลาทอด ไกท‹ อดไม‹เอาหนงั
4.เนอ้ื สตั วไขมันสงู ไดŒแก‹ เน้ือหมู เน้อื วัวตดิ มัน ซีโ่ ครงหมู ไสกŒ รอก
กนุ เชยี ง หมยู อ คอหมู ไสกŒ รอกอีสาน เบคอน เปนš ตŒน
หมายเหตุ:*โคเลสเตอรอลสงู

1 ส‹วน เทา‹ กบั 2 ชอŒ นกนิ ขาŒ ว

สำหรบั เนอ้ื สัตวถ งึ แมจŒ ะไมม‹ ีคารโบไฮเดรตเปนš สว‹ นประกอบ แตก‹ ค็ วร
รับประทานในปร�มาณท่พี อเพ�ยงไม‹มากเกินไป เพราะปร�มาณทม่ี ากเกนิ ไปจะ
ทำใหŒไดพŒ ลงั งานจากอาหารมากข�น้

หมวดไขมัน

1ส‹วนประกอบดŒวย ไขมัน 5 กรมั ใหพŒ ลังงาน 45 กิโลแคลอร�่

1 ส‹วน เทา‹ กับ 1 ชŒอนชา (5 กรัม)

ในแต‹ละวนั เราควรรับประทานไขมันในปรม� าณเลก็ นอŒ ย ไขมันท่ีควรรŒู
แบง‹ ออกเปนš 2 ชนดิ คอื
1.ไขมนั อิม� ตวั (Saturated fatty acid:SFA) ไดŒแก‹ ไขมนี สตั ว นำ้ มนั มะพรŒาว

กะทิ นม กลุ‹มน้ีจะเพม� โคเสลเตอรอล ซ่ึงเปšนอนั ตรายตอ‹ การเกดิ โรค
หลอดเล�อดตีบตัน
2.ไขมันไมอ‹ ิม� ตวั (Unsaturated fatty acid:UFA) แบง‹ เปนš

ไขมันอ�มิ ตัวหลายตำแหน‹ง (PUFA) กลมุ‹ นี้จะลดโคเสลเตอรอล
ทุกตัวรวมทั้ง เอช ดี แอล ซ่ึงเปนš ไขมนั ดดี วŒ ย กลุ‹มนี้ไดŒแก‹
น้ำมนั ถั่วเหลอ� ง น้ำมันขŒาวโพด นำ้ มันดอกทานตะวัน
น้ำสลัดขŒน น้ำสลดั ใส เมลด็ ทานตะวัน

ไขมันอิ�มตัวหลายตำแหนง‹ (MUFA) กลุ‹มนจี้ ะลด
โคเสลเตอรอล โดยไมล‹ ด เอช ดี แอลซงึ่ เปนš ไขมันตัวดี
ไดแŒ ก‹ น้ำมนั คาโนลา‹ นำ้ มันมะกอก น้ำมันรำขŒาว งา ถัว่ ลส� ง
เมลด็ มะม‹วงหิมพานต

ควรระวังการรบั ประทานถั่วลส� ง เมล็ดมะม‹วงหิมพานต
เพราะ 1 ชŒอนโตะ ใหŒพลังงานเท‹ากบั นำ้ มนั พช� 1 ชอŒ นชา

โซเดยี ม

ในแตล‹ ะวนั เราควรรับประทานโซเดยี มไม‹เกนิ วนั ละ 2,400 มิลลก� รมั แต‹ใน
ผŒเู ปนš เบาหวานและมีโรคไตรว‹ มดŒวย ควรจำกัดปร�มาณโซเดียมเขมŒ งวดกว‹า คือ ไม‹
เกนิ วันละ 2,000 มลิ ล�กรัม ตวั อย‹างปรม� าณโซเดยี มในเคร�อ่ งปรุงรสตา‹ งๆ เช‹น

เคร�่องปรุงรส น้ำหนัก ปร�มาณโซเดยี ม(มิลลก� รัม)

ซุปกŒอน 1 กอŒ น (กรมั ) 2,640
เกลอ� ป†น 1 ชŒอนชา 2,000
ผงชรู ส 1 ชŒอนชา 492
น้ำปลา 1 ชอŒ นชา 396
1 ชŒอนชา 187
ซอี ิ�ว

นำ้ ตาล

ปรม� าณนำ้ ตาลทแี่ นะนำตอ‹ วัน ไมค‹ วรเกิน 6 ชŒอนชา

1 ชอŒ นชา เท‹ากับ 5 กรัม

ในผล�ตภณั ฑหลายชนิดอาจมีการใชนŒ ำ้ ตาลทแ่ี ตกตา‹ งกนั แตท‹ ั้งหมดคอื
นำ้ ตาลเชน‹ กัน ไดŒแก‹ น้ำตาลกลโู คส น้ำตาลชโู ครส (นำ้ ตาลทราย) น้ำตาลฟรุคโตส
(นำ้ ตาลจากผลไม)Œ นำ้ ตาลแล็กโตส(น้ำตาลจากนม) ฉะน้ันเม่อื รบั ประทานเขาŒ ไป
กจ็ ะมผี ลตอ‹ ระดบั นำ้ ตาลในเลอ� ดไดŒเช‹นเดียวกนั

ในผเŒู ปนš เบาหวาน อาจเล�อดใชŒสารใหŒความหวานแทนน้ำตาล เพ่อ� ใหŒไดŒรสชาติ
ทต่ี Œองการแต‹ไม‹มพี ลังงานหร�อไดรŒ บั พลังงานทีน่ Œอยกวา‹ ไดŒ ในแตล‹ ะซองของสารใหŒ
ความหวานจะเทียบเท‹ากบั นำ้ ตาล 2 ชŒอนชา

ตัวอยา‹ งของสารใหŒความหวานแทนน้ำตาลที่ใชกŒ นั อยู‹ในป�จจ�บนั ไดแŒ ก‹

ชนิดนำ้ ตาล (กพิโลลแงั คงลาลนอทรี่ได่/� กรŒ รับมั ) คณุ สมบัติ (มิลลปก�รม�รมัาณ/นแำ้ นหะนนักำตตัว‹อว1ันกก.)
ซคู ราโลส 0 15
-ใหคŒ วามหวานมากกว‹านำ้ ตาล 600 เท‹า
แอสปาแตม 4 -ไม‹มีร่ สขมตดิ ล�น 50
-สามารถปรุงอาหารรŒอนบนเตาไดŒ
-ใหŒความหวานมากว‹าน้ำตาล 160-220 เทา‹
-ไม‹ทนความรอŒ น ไม‹สามารถปรุงอาหารที่มี
การหงุ ตŒม อบไดŒ
-มีรสขมเมื่อใชŒปร�มาณมาก
-หŒามใชกŒ บั ผูปŒ ว† ยพน� ลิ คโี ตยเู ร�ย

อะซซี ัลเฟมเค 0 -ใหคŒ วามหวานมากกวา‹ นำ้ ตาล 200 เท‹า 15
-ทนความรอŒ นไดŒดี สามารถใชปŒ รุงอาหารดวŒ ย
การตมŒ อบไดŒ

แซคคาร�น 0 -ใหคŒ วามหวานมากกวา‹ นำ้ ตาล 300-700 เทา‹ x
(ขณั ฑสกร) -ถูกทำลายดŒวยความรอŒ น จง� ไมส‹ ามารถใชปŒ รุง
อาหารทใ่ี ชŒความรŒอนสงู ไดŒ

สตีวโ� อไซต -ใหŒความหวานมากกวา‹ น้ำตาล 300 เท‹า
(หญาŒ หวาน) ใหพŒ ลงั งานตำ่ มาก -ทนความรŒอนสงู มากไมถ‹ ูกยอ‹ ยโดยจล� ทรย�  x
อาหารจง� ไม‹บูดเน‹า

ฟรุคโตส -ใหคŒ วามหวานมากกวา‹ น้ำตาล 1.3 เท‹า x
4 -ดูดซึมชาŒ กวา‹ กลโู คส ถาŒ รบั ประทานปร�มาณสูง

อาจเพ�มไขมนั ไตรกล�เซอไรดไดŒ

-ใหคŒ วามหวานนอŒ ยกว‹าน้ำตาล 60%เปนš
น้ำตาลแอลกอฮอล
ไซลท� อล 2-4 -จล� �นทรย� ไม‹สามารถย‹อยสลายใหŒเกดิ กร x

ดในช‹องปาก จง� ลดปญ� หาฟ�นผุ

การอา‹ นฉลากโภชนาการ

หนึ่งหน‹วยบร�โภค : 1/5 กลอ‹ ง (200 มลิ ล�ลต� ร) 1
จำนวนหน‹วยบรโ� ภคตอ‹ กลอ‹ ง : 5

คณุ ค‹าทางโภชนาการต‹อหนึง่ หน‹วยบรโ� ภค 2
พลังงานท้ังหมด 110 กิโลแคลอร�่ (พลงั งานจากไขมัน 0 กิโลแคลอร่)�

ไขมนั ทั้งหมด 0 ก. รŒอยละของปร�มาณทแี่ นะนำตอ‹ วัน*
ไขมนั อม�ิ ตัว 0 ก.
0 ก. 0%
คอเลสเตอรอล 1 ก. 0%
โปรตนี นอŒ ยกว‹า 25 ก. 0%
คารโบไฮเดรต 2 ก. 8% 3
6 ก. 8%
ใยอาหาร 10 มก.
นำ้ ตาล 200 มก. 0%
โซเดียม 6%
โพแทสเซียม

ว�ตามินเอ 30% ว�ตามินบี 1 รŒอยละของปร�มาณที่แนะนำตอ‹ วนั *
วต� ามนิ บี 2 0% 6%
เหล็ก 6% แคลเซียม 0%
วต� ามินซี 50%

*รŒอยละชองปร�มาณสารอาหารทแี่ นะนำใหบŒ รโ� ภคตอ‹ วนั สำหรับคนไทยอายุตง้ั แต‹
6 ขวบป‚ข�น้ ไป (Thai RDI) โดยคดิ จากความตอŒ งการพลงั งานวนั ละ 2,000 กโิ ลแคลอร่�

แสดงกรอบขอŒ มูลโภชนาการบางส‹วน (น้ำผลไมทŒ ปิ โกŒ 100%)

ในการอา‹ นฉลากโภชนาการ มีขŒอมูลอยู‹ 3 ส‹วนทผ่ี ูเŒ ปšนเบาหวานควรใหŒ
ความสนใจและพ�จารณากอ‹ นทจี่ ะเลอ� กซ้ือหร�อรบั ประทานผลต� ภณั ฑน้นั ไดแŒ ก‹

ส‹วนที่ 1

หน่งึ หน‹วยบรโ� ภค หมายถงึ ปรม� าณท่คี นหนึง่ คนรบั ประทานตอ‹ คร้ัง
แสดงวา‹ คร้งั น้นั ไม‹ควรรับประทานเกนิ 200 มิลล�ลต� ร

จำนวนหนว‹ ยบรโ� ภคตอ‹ กล‹อง : 5 หมายถงึ ใน 1 กลอ‹ งแบ‹งรบั ประทาน
ไดŒ 5 ครั้ง ไม‹ควรรับประทานครัง้ เดียวหมด

ส‹วนท่ี 2

คุณค‹ะทางโภชนาการต‹อหน่ึงหน‹วยบรโ� ภค บอกใหทŒ ราบวา‹ ตอ‹ หนงึ่
หนว‹ ยจะใหพŒ ลงั งานเทา‹ ไร จากตัวอยา‹ งต‹อหนึ่งหนว‹ ยบร�โภค ใหพŒ ลงั งาน 110
กิโลแคลอร่� ไม‹มพี ลงั งานจากไขมนั และถาŒ คนเดยี วรับประทานหมดกลอ‹ งจะ
ตอŒ งเอาพลงั งานคูณดŒวยจำนวนหนว‹ ยบร�โภคต‹อกลอ‹ งจะเทา‹ กบั 110x5 คือ
550 กิโลแคลอร่�

ส‹วนที่ 3

แสดงปรม� าณสารอาหารทงั้ หมดในหนง่ึ หน‹วยบรโ� ภค จากตวั อย‹างมี
คารโบไฮเดรตอย‹ู 25 กรัม (เทยี บเทา‹ ผลไมŒ/ขŒาว ประมาณ หนงึ่ ส‹วนคร่ง� ) เปนš
นำ้ ตาล 6 กรัม (เทยี บเทา‹ นำ้ ตาลทราย 1 ชŒอนชานิดๆ) ไมม‹ โี คเสลเตอรอล
และโปรตนี นŒอยกว‹า 1 กรัม เพราะเปนš น้ำผลไมŒ มใี ยอาหาร 2 กรัม

หมายเหตุ นำ้ ตาลทราย 1 ชอŒ นชา มีคารโบไฮเดรต 5 กรมั

ขอŒ พง� ปฏิบัติในการรับประทานอาหารสำหรบั ผŒูปว† ยเบาหวาน

1. ควบคมุ ปร�มาณขาŒ ว/แปง‡ ที่รับประทาน และไมค‹ วรอดหรอ� งดเพราะ
ร‹างกายตŒองการพลงั งานจากคารโบไฮเดรต

2. เลอ� กผลไมŒที่มีรสหวานนŒอยและมกี ากใยอาหารแทนขนมหวานหรอ�
ของขบเคี้ยว และควรรบั ประทานผลไมทŒ ง้ั กากใยแทนการด่มื น้ำผลไมŒ

3. เลอ� กรบั ประทานผักใหมŒ าข้น� โดยเฉพาะผกั ประเภทใบ
4. รบั ประทานเนอื้ สตั วไม‹ติดมนั ไม‹เอาหนัง
5. รบั ประทานไข‹สัปดาหละ 2-3 ฟอง (ถาŒ ไขมนั ในเลอ� ดสงู ใหลŒ ดไข‹แดง)
6. รับประทานปลาและเตาŒ หŒูใหŒบ‹อยข�น้
7. ใชนŒ ้ำมันพช� จำพวกถั่วเหล�องในการผัด น้ำมันรำขาŒ วในการทอดหรอ� ผัด
8. เล�อกด่มื นมจด� พรอ‹ งหรอ� ขาดมันเนย แทนนมท่ีมกี ารปรงุ แตง‹ รส
9. หลก� เลย่� งนำ้ หวาน น้ำอดั ลม ลกู อม ช็อกโกแลตและขนมหวานต‹างๆ
10. หลก� เลย�่ งการรับประทานอาหารใสก‹ ะทิ ไขมันสตั ว อาหารทอดเปšนประจำ
11. เล�อกอาหารที่ปรุงดวŒ ยว�ธกี ารตมŒ น่งึ ย‹าง ผดั ทใ่ี ชนŒ ้ำมนั นอŒ ยแทนการทอด
12. ใส‹น้ำตาลเทยี มใส‹ในอาหารและเคร่�องด่ืม แทนการใชนŒ ำ้ ตาลทราย
13. รบั ประทานรสออ‹ นเคม็

14. เลอ� กอาหารรสออ‹ นเคม็
15. อา‹ นฉลากขŒอมลู โภชนาการกอ‹ นการบร�โภค

การดแู ลเทŒาเบาหวาน

ปญ� หาที่พบไดŒในเทาŒ ผเŒู ปšนเบาหวานไดแŒ ก‹

ผวิ แหŒงแตกเปšนข�ย เชอื้ ราท่ีเล็บและงา‹ มนิ�ว เล็บขบ หนังหนา

Clow Toe Hammer Toe Charcot’s Foot
ลกั ษณะเทŒาผดิ รูป

สาเหตุของการเกิดป�ญหาทเ่ี ทาŒ เกดิ ไดจŒ าก

1.ปลายประสารเทาŒ เส�่อม เปนš สาเหตุหลกั ของการเกดิ แผล
ทำใหŒเกิดอาการชา ความรŒูสก� ลดลง อาจเกิดบาดแผลไดงŒ า‹ ย
เกดิ การฝอ† ล�บของกลาŒ มเนอ้ื มัดเลก็ ท่ฝี †าเทาŒ เกดิ เทาŒ ผิดรูป
การผลต� เหง�อ่ ลดลง ทำใหผŒ ิวแหงŒ แตกเปšนขย�

2.หลอดเลอ� ดเล�ย้ งปลายเทŒาตบี ตนั ทำใหเŒ ลอ� ดไปเลย�้ งท่ีเทŒาลดลง
เกิดเปšนเทาŒ เนา‹ เทาŒ ดำไดŒ
3.แรงกดทบั จากปญ� หาเทŒาผดิ รูป ทำใหŒการลงนำ้ หนกั ผดิ ปกติ เกิดแรงกดทับ
เปนš หนังหนาและเกิดแผลตามมาไดŒ
4.การตดิ เชื้อจากภาวะน้ำตาลในเล�อดสงู ทำใหกŒ ารหายของแผลชาŒ ลง เกดิ การ
ลกุ ลาม เปนš สาเหตขุ องการตัดขาไดŒในท่ีสุด

ขอŒ พง� ปฏิบัติในการดแู ลสุขภาพเทŒา…เพอ�่ ปอ‡ งกนั การเกิดแผล

1. สง� ที่สำคัญทีส่ ุด คอื ควบคุมระดบั น้ำตาลในเลอ� ดใหŒดี
2. สำรวจเทาŒ ดŒวยตนเองทกุ วนั ว‹ามีแผล รอยช้ำ ผวิ เปลย่� นสห� ร�อไม‹

(กรณมี องเห็นไมส‹ ะดวก แนะนำใหŒใชŒกระจกสอ‹ งเทŒา)

3. ลาŒ งเทาŒ ดŒวยนำ้ สะอาดอยา‹ งนอŒ ยวนั ละ 2ครงั้ แลวŒ ซบั ใหแŒ หŒง
โดยเฉพาะอย‹างย�งิ บร�เวณซอกน�ิว

4. ลŒางเทŒาดŒวยนำ้ ควรใชหŒ ินขดั เทาŒ หรอ� ตะไบขดั เทาŒ ขัดถูบรเ� วณท่เี ปนš หนังหนาเบาๆ
ไม‹ควรใชมŒ ดี ตดั หรอ� สารเคมเี พอ�่ ขัดหนงั หนา เพราะอาจทำใหŒเกดิ การระคาย
เคอื งหร�อเกดิ แผลท่เี ทŒาไดŒ

5. ทาโลชนั่ บางๆเพอ่� ใหผŒ ิวชม‹ุ ชน้ื ป‡องกันการเกิดรอยแตก แตค‹ วรเวนŒ
บร�เวณซอกน�ิวเทาŒ เพราะอาจเกดิ การอบั ชนื้ และเปนš เช้อื รางา‹ ยข�้น
ถาŒ ฝา† เทาŒ มีเหงอ่� ออกมากใหŒใชŒแปง‡ ฝน†ุ โรยเทŒาไดŒ

6. ควรสวมรองเทาŒ ตลอดเวลา ท้งั ในและนอกบŒาน ไมค‹ วรเดินเทาŒ เปลา‹
และควรตรวจสอบภายในรองเทาŒ กอ‹ นทกุ ครั้งวา‹ มีเศษหนิ ตะปู หร�อ
ของแหลมคมอยใ‹ู นรองเทŒาหรอ� ไม‹

7. รองเทŒาท่ีสวมควรมขี นาดพอดี ไม‹คบั หร�อหลวมเกินไป ควรเลอ� กซอื้
รองเทาŒ ในช‹วงบา‹ ย เนอื่ งจากเทาŒ จะบวมข�น้ จากชว‹ งเชŒา

8. ควรสวมถงุ เทŒาดวŒ ยทกุ ครั้ง ถงุ เทŒาควรเปšนผาŒ ฝ‡ายนม‹ุ ไมร‹ ัดแนน‹ เกนิ ไป
เพราะจะทำใหŒการไหลเวย� นเลอ� ดท่ีมาเล้�ยงเทŒาไมส‹ ะดวก

9. การตัดเลบ็ ควรตัดเล็บตรง เสมอปลายน�ิว
อย‹าตัดจมูกเล็บ เพราะจะทำใหเŒ ปšนเล็บขบไดŒ

10. เมอื่ เกดิ บาดแผล ควรทำความสะอาดดŒวยสบู‹และนำ้ สะอาด หรอ�
นำ้ เกลอ� ลŒางแผล แลŒวทาเบตาดีนทแ่ี ผล กรณีแผลใหญ‹มีการอักเสบ
หร�อมีหนองทแ่ี ผล ควรปร�กษาแพทยท นั ที

11.งดสูบบุหร่� เพราะเปšนป�จจยั สง‹ เสรม� ใหเŒ สŒนเลอ� ดถูกทำลายมากข�น้
12.บรห� ารเทŒาทกุ วนั เพ่�อทำใหŒการหมนุ เวย� นเลอ� ดดีขน�้
13.พบแพทยหรอ� เจŒาหนŒาทเ่ี พ�่อตรวจเทŒาอย‹างนอŒ ยป‚ละครงั้

วธ� ีการดูแลเทŒาอย‹างงา‹ ย ดŒวย 4 ข้นั ตอน คือ

เช็ค ตรวจ ทาโลชั่น และบร�หารเทŒา

อป� กรณท ่จี ำเปšน

1.ผาŒ ขนหนูขนาด 10x10 ซม. ชุบน้ำธรรมดาบดิ หมาด
2.โลช่นั /คร�ม สำหรับทาผิว
3.กระจกสอ‹ งเทาŒ

ว�ธกี าร

1.เช็ดเทาŒ ทลี ะขาŒ ง โดยเรม� จากสว‹ นทส่ี ะอาดสดุ ไปสกปรกสดุ ไดแŒ ก‹ หลงั เทาŒ ขŒางเทŒา
ดŒานใน ขŒางเทŒาดŒานนอก สนŒ เทาŒ ปลายเทาŒ ซอกน�วิ
2.ตรวจเทาŒ โดยเร�มจากหลงั เทาŒ สังเกตแผล/รอยถลอก ความสะอาดของเล็บ
มีเชือ้ ราที่เล็บ/ซอกน�ิวหรอ� ไม‹ ดฝู าเทŒามีแผลมีหนงั หนาหร�อไม‹ (กรณมี หี นังหนา
ภายหลังอาบนำ้ เสร็จควรขดั หนงั หนา โดยใชตŒ ะไบหรอ� หินขดั เทŒาขดั บรเ� วณ
หนังหนา โดยขดั ไปทางเดียวกนั เบาๆ ทำทุกครงั้ หลังอาบนำ้ จนอ‹อนน‹มุ ลง)
3.ทาโลช่นั เทโลชั่นลงฝ†ามอื เลก็ นŒอย ใชŒฝ†ามือทัง้ สองขŒางถกู ันเพ่�อทำใหโŒ ลชั่น
บางลง ทาโลชน่ั ที่เทาŒ เร�มจากสนŒ เทาŒ ถงึ ปลายน�ิว ยกเวŒนซอกนิ�วไม‹ควรทา
เพราะจะทำใหเŒ กดิ ความอบั ชื้น เปนš เชอื้ ราไดงŒ ‹าย

4.บีบนวดเบาๆใหทŒ วั่ ฝาเทาŒ ปลายนิ�ว
5.เปลย่� นเทŒาอีกขาŒ ง เรม� ทำตง้ั แตข‹ อŒ 1-4
6.บรห� ารเทาŒ นั่งเกŒาอ้ีในทา‹ ทีส่ บาย ยกเทาŒ ทง้ั สองขŒางขน�้ เหนือพ้น�
เลก็ นอŒ ยและปฏบิ ตั ดิ งั น้ี

จก� นำ้ เทŒา – คลาย 10 ครั้ง
กระดกนิว� เทาŒ ข�้น – ลง 10 ครงั้
กางและหุบน�ิวเทาŒ 10 ครั้ง
กระดกฝา† เทาŒ ขน้� และกดฝ†าเทŒาลง 10 ครั้ง
หมุนขอŒ เทาŒ เขŒาดาŒ นในและออกดŒานนอก 10 ครัง้
วางฝา† เทาŒ บนพน�้ กดเสŒนเทŒาไวŒ ยกปลายข�น้ – ลง
10 ครงั้

กดปลายเทาŒ ไวŒกบั พ�้น ยกสนŒ เทŒาข้�น-ลง 10 คร้ัง
กดสŒนเทŒาไวกŒ บั พ้น� ยกปลายเทŒาข�น้ โยกเทาŒ ไป
ซาŒ ย-ขวา ทางเดียวกัน 10 คร้ัง
ผปูŒ ว† ยเบาหวานควรดูแลเทŒาอย‹างนŒอยวนั ละ 1 ครัง้ เพ่�อรักษาเทาŒ ใหมŒ ี
สขุ ภาพทีด่ ี ลดโอกาสเส�ย่ งตอ‹ การสญู เส�ยเทาŒ ไดŒ


Click to View FlipBook Version