โรคเบาหวาน
รูใหท นั …ปองกันได
Paolo Hospital Samutprakarn
โรคเบาหวานเกิดข�น้ อยา งไร?
ในคนปกตเิ มอ่ื รบั ประทานอาหารทม่ี ีแปง เปนสวนประกอบ แปงจะถกู
ยอยสลายกลายเปน นำ้ ตาลกลโู คสในกระเพาะอาหารและดดู ซมึ เขา สูกระแส
เล�อด เพ่�อใชเปนพลังงานของรา งกาย รา งกายจะมีกลไกในการสรางพลังงาน
โดนอาศัยฮอรโมนจากตับออนทชี่ อื่ วา “อินซลู น� ”เปน ตัวพา
น้ำตาลกลโู คสเขาสูเ นื้อเยอ่ื ของรางกาย แลว เผาผลาญเปนพลงั งาน
ในผเู ปนเบาหวาน น้ำตาลในเล�อดไมส ามารถถูกเปล่ย� นเปนพลงั งานได
โดยอาจเกิดจาก
1.ตบั ออนไมสามารถสรางอนิ ซลู น� ได หรอ� สรา งไดน อยลง
2.อินซลู �นที่สรางไดอ าจไมม ีประสท� ธิภาพในการพาน้ำตาลเขา สเู ซลลได
เนอื่ งจากเซลลม ีการตอบสนองตออนิ ซลู น� ลดลง (มภี าวะดอื้ ตอ อินซลู �น)
จากท้ังสองสาเหตุ ทำใหร างกายไมสามารถเปลย่� นน้ำตาลกลูโคสเปน
พลงั งานได ทำใหม ีนำ้ ตาลในเล�อดสงู กวาคา ปกติ เมื่อนำ้ ตาลในเล�อดสูงอยา ง
เร้อ� รงั จ�งเกิดอาการและอาการแสดงของโรคเบาหวานได
การจำแนกชนิดของเบาหวาน แบงไดเ ปน 4 ประเภท ดังนค้ี ือ
1.เบาหวานชนิดที่ 1 มักพบในเดก็ และคนอายุนอ ย เกดิ จากการท่ตี บั ออ นไม
สามารถสรา งอินซูล�นได ตอ งรกั ษาดว ยการฉีดอนิ ซูล�นเทา น้นั
2.เบาหวานชนิดที่ 2 มกั พบในผูใหญ เปน ประเภททีพ่ บไดม ากทสี่ ดุ เกิดจากการ
ท่ตี บั ออนสรางอินซูลน� ไดนอยลง หรอ� อินซูลน� ท่ีสรางข�น้ ไมม ปี ระส�ทธภิ าพ
ในการพานำ้ ตาลเขาสเู ซลล หรอ� เกดิ ทง้ั สองอยางรวมกนั
3.เบาหวานเกิดระหวางการต้ังครรภในสตร�ท่ีไมเ ปนเบาหวานกอ นการตัง้ ครรภ
4.เบาหวานจากสาเหตุอนื่ เชนโรคของตับ โรคทางพนั ธกุ รรม โรคเนอ้ื งอก
ของตอ มลกู หมวกไตท่สี รางฮอรโมน เปน ตน
อาการและอาการแสดง
1.ปส� สาวะบอยและมาก โดยเฉพาะชว งกลางคนื เกิดจากการมีระดับน้ำตาลใน
เลอ� ดสงู เกนิ กวา ความสามารถในการดดู ซึมกลบั ของไต จ�งมนี ำ้ ตาลออก
มากบั ปส� สาวะ ซ่ึงจะดึงนำ้ ตามมาดวย
2.คอแหง กระหายน้ำและด่ืมน้ำมาก จากการสูญเส�ยนำ้ ไปกบั ปส� สาวะทม่ี ากข�้น
3.หวิ บอ ย รสู �กออ นเพล�ย เพราะรางกายมีน้ำตาล แตไมสามารถเปลย่� นเปน
พลงั งานได
4.กนิ จ�แตนำ้ หนกั ลด เน่อื งจากรา งกายเอานำ้ ตาลไปใชเ ปนพลงั งานไมได จง�
ตองสลายไขมันและกลามเนอ้ื ไปใชเปนพลังงานแทน
5.แผลจะหายยากเน่อื งจากเชื้อโรคตา งๆเจรญ� เตบิ โตไดด ีในสภาวะทม่ี ีน้ำตาลสงู
6.คนั ตามผิวหนังตดิ เช้อื ราไดง าย โดยเฉพาะอยางย�ิงในชอ งคลอดของผูห ญิง
7.ชาตามปลายมือปลายเทา เน่ืองจากนำ้ ตาลทส่ี งู ทำใหเ สนประสาท
สวนปลายเส�ยไป
8.ตามัว จากการมีระดบั นำ้ ตาลในเลอ� ดสูง ในกรณที ่เี ปน มานานและควบคุม
ไดไมดีพอ อาจตามวั จากการมเี บาหวานข�้นตาได
เกณฑในการว�นิจฉยั เบาหวาน
1.ตรวจระดบั นำ้ ตาลในเลอ� ดขณะอดอาหารเชาอยางนอ ย 8 ชั่วโมง พบระดับ
น้ำตาลมากกวา หรอ� เทา กบั 126 มก./ดล.*
2.กรณีมีอาการโรคเบาหวานชดั เจน (อดอาหารหร�อไมอดก็ได) ระดบั น้ำตาล
ท่ีไดม ากกวาหรอ� เทา กบั 200 มก.ดล.*
3.กรณีสงสยั วา เปน เบาหวาน แตระดับน้ำตาลขณะอดอาหารเชา นอยกวา
126 มก./ดล.ตรวจโดยการด่มื นำ้ ตาลกลูโคส 75 กรมั แลว เจาะเล�อด
กอ นดมื่ และ 2 ชัว่ โมงหลังดืม่ พบวา
-นอ ยกวา 140 มก./ดล. ถอื วา ปกติ
-140-199 มก./ดล.ถือวา บกพรองตอ การคมุ น้ำตาล
-มากกวาหรอ� เทากับ 200 มก./ดล. ถือวา เปน เบาหวาน
4.ตรวจระดบั นำ้ ตาลเฉล�ย่ สะสม (HbA1C) ไดมากวา หร�อเทา กับ 6.5%
หมายเหตุ
*กรณคี า ตรวจที่ไดผ ดิ ปกติ จะตอ งตรวจยนื ยันซ้ำอีกคร้ังดว ยวธ� ีใดว�ธหี นง่ึ ใน
วันถดั ไป ถาผดิ ปกติอกี จ�งถอื วาเปน เบาหวาน
เปา หมายของการควบคุมเบาหวาน
เปา หมายของระดับนำ้ ตาลในเลอ� ดของผเู ปน เบาหวาน
ระดับนำ้ ตาลในเล�อดขณะอดอาหาร (มก./ดล.) 80-130
ระดบั นำ้ ตาลในเลอ� ดหลงั อาหาร 2 ชวั่ โมง (มก./ดล.) < 180
ระดบั น้ำตาลเฉล�ย่ สะสะ (%) <7
เปาหมายของระดับนำ้ ตาลในเลอ� ดของสตร�ตง้ั ครรภ
ระดบั นำ้ ตาลในเล�อดขณะอดอาหาร (มก./ดล.) < 95
ระดบั นำ้ ตาลในเลอ� ดหลังอาหาร 1 ชัว่ โมง (มก./ดล.) < 140
ระดับน้ำตาลในเล�อดหลงั อาหาร 2 ชั่วโมง (มก.ดล.) < 120
เปา หมายของระดบั น้ำตาลในเล�อดของเด็กและวยั รุน
ระดับน้ำตาลในเล�อดกอ นอาหาร (มก./ดล.) 90-130
ระดับน้ำตาลในเล�อดกอนนอน (มก./ดล.) 90-150
ระดับนำ้ ตาลเฉล่�ยสะสะ (%) < 7.5
ขอมลู จาก: ADA Standards of medical care in diabetes 2017.
เปาหมายของการควบคุมเบาหวาน
เปา หมายในการควบคมุ ความดนั โลหติ
ผูป วยเบาหวาน *,** (มม.ปรอท) < 140/90
เปาหมายในการควบคุมระดบั ไขมันในเล�อด < 200
โคเลสเตอรอลรวม (มก./ดล.) < 100
แอล ดี แอล โคเลสเตอรอล *** (มก./ดล.) ชาย > 40
หญงิ > 50
แอช ดี แอล โคเลสเตอรอล **** (มก./ดล.)
ไตรกล�เซอไรด (มก./ดล.) < 150
เปา หมายในการควบคุมนำ้ หนกั ตวั
ผูด ชั นีมวลกาย (กก./ม ยกกำลงั 2) 18.5 - 22.9
รอบเอว (เซนตเิ มตร) ชาย ชาย < 90
หญิง หญงิ < 80
หรอ� ทั้งชาย และหญงิ ไมเ กนิ สวนสูงหาร 2
*ผูที่มคี วามเส่ย� งสูงตอการเกิดโรคหลอดเล�อดหัวใจ ควรควบคมุ ความดนั โลหติ ใหต่ำลงเชน 130/80 มม.
ปรอท ถา สามารถปฎบิ ัติได (C)
** ผูทม่ี ภี าวะเบาหวานขณะตั้งครรภ และมีความดนั โลหิตสงู เร�้อรงั ควรควบคมุ ความดันโลหติ
ใหอ ยูในชว ง 120-160/80-105 มม.ปรอท เพ่อ� ใหเกดิ ประโยชนสงู สุดในระยะยาวตอ สขุ ภาพ
ของมารดาและการเจร�ญเตบิ โตของทารกในครรภ (E)
***ถามีโรคหลอดเลอ� ดหวั ใจหรอ� มีปจ� จัยเส่ย� งของโรคหลอดเล�อดหัวใจหลายอยา งรวมดว ย
ควรควบคุมใหไขมันแอล ดี แอล โคเลสเตอรอล ต่ำกวา 70 มก./ดล.
****ไขมนั เอช ดี แอล โคเลสเตอรอล เปน ไขมนั ชนิดดี ชวยปองกนั โรคหลอดเลอ� ดตบี แขง็
ภาวะนำ้ ตาลในเลอ� ดต่ำ
อาการ
ตัวสน่ั หวั ใจเตนเร็ว สายตาพรามัว เหง�่อออกมาก ออ นเพล�ย
สาเหตุ หิวบอย เวย� นหวั ปวดหัว ฉนุ เฉียวงา ย กังวล
1.รบั ประทานอาหารไมตรงเวลา ปร�มาณอาหารนอ ยกวา กจิ กรรมทท่ี ำ
2.ไดรับขนาดยามากเกินไป มกี ารออกกำลงั กายหร�อทำงานมากกวา ปกติ
3.มีภาวะไต / ตบั เส�่อมหนาท่ี ทำใหก ารทำลายยานอยลง
วธ� กี ารแกไข
1.กรณรี สู �กตัวดี ใหร ับประทานอาหารจำพวกคารโบโฮเดรตซง่ึ ดดู ซึมเร็ว 15กรมั
เชน - ดื่มน้ำหวาน/น้ำตาลทราย 1 ชอนโตะ (15 กรมั ) ละลายน้ำ ½ แกว
- อมลูกอม 2 เมด็ หรอ� นำ้ ตาลกอน 2 กอน
- ขนมป�ง 1 แผน หรอ� ผลไมร สหวาน เชน กลว ยน้ำวา 1 ลูก
อาการจะดีข�้นภายใน 5-10 นาที ถายังไมดีข�้นใหรับประทานช้ำ และตรวจระดับน้ำตาล
ในเลอ� ดภายใน 30-60 นาที (กรณมี เี ครอ่� งตรวจนำ้ ตาลทบ่ี า น) จนมรี ะดบั นำ้ ตาลสงู กวา
80 มก./ดล. ควรระวงั การรบั ประทานอาหารทด่ี ดู ซมึ ชา เชน ขา ว ขา วเหนยี ว เพราะตอ ง
รับประทานอาหารในจำนวนมากอาการจ�งจะดีข�้น เปนสาเหตุทำใหระดับน้ำตาลข�้นสูง
มากในภายหลัง และไมควรใชเคร�่องดื่มที่ใสน้ำตาลเทียมในการแกไขภาวะน้ำตาลต่ำ
เนอ่ื งจากไมม นี ำ้ ตาล เชน เปป ซแ่ี มกซ โคก ซโี ร เปน ตน
2.กรณีไมรสู ก� ตวั ใหญ าตหิ รอ� ผพู บเห็นจดั ทำใหผูเ ปน เบาหวานอยูในทานอนตะแคง
เพ�่อปองกันการสำลัก ใสนำ้ ตาล 1 ชอ นโตะใตลน� แลว ร�บนำสง โรงพยาบาล
ภาวะน้ำตาลในเล�อดสงู
อาการ
ป�สสาวะบอ ย หิวนำ้ บอย หวิ บอ ย ออ นเพล�ย
สาเหตุ น้ำหนักลด แผลหายชา สายตาพรามวั
1.รบั ประทานอาหารจำพวกแปง หรอ� นำ้ ตาลมากเกินไป
2.ขาดยาหรอ� ไดร บั ยาเบาหวานไมเ พ�ยงพอ
3.มคี วามเครย� ด
4.เจ็บปวยหร�อติดเชื้อ เชน มีไข ทอ งเส�ย
5.ไดร บั ยาบางชนิด เชน ยาขับปส� สาวะ ยาลกู กลอน ยาชดุ
วธ� ีการแกไข
1.ดม่ื นำ้ มากๆ ( ถา ไมม ขี อ หาม)
2.ควบคมุ อาหาร
3.พกั ผอ น งดกจิ กรรม
4.ตรวจระดบั นำ้ ตาลในเลอ� ดดวยตนเอง (ถาทำได)
5.ถา มอี าการไมดีข�น้ ควรรบ� ไปพบแพทย
ภาวะแทรกซอ นชนิดเร�้อรงั
เบาหวานในระยะแรกอาจไมม อี าการใหเหน็ แตถา เปน เบาหวานมากกวา
5-10 ป ขน้� ไป จะเกดิ ภาวะแทรกซอ นของหลอดเลอ� ดทง้ั ขนาดใหญและขนาดเล็ก
1.โรคแทรกซอนของหลอดเล�อดขนาดใหญทสี่ ำคัญ ไดแ ก
-หลอดเลอ� ดหวั ใจตบี รุนแรงอาจเสย� ชีวต� ไดทนั ที ถาไมรนุ แรงอาจเกดิ อาการ
หวั ใจลมเหลวในภายหลังได
-หลอดเลอ� ดสมองตีบ ทำใหเ กิดอัมพาตคร�่งซีกหรอ� ทง้ั ตวั ได
-หลอดเล�อดท่ีปลายเทา ตีบ ทำใหเ ทา ขาดเล�อดมาเล้�ยงมสี �ดำคลำ้ เกดิ เปน
แผลเนา เร้�อรงั เปน สาเหตุของการถูกตัดเทา ในอนาคตได
ปจ� จยั เส่ย� งทท่ี ำใหเ กิดโรคหลอดเลอ� ดทัง้ สมอง หัวใจ เทา ไดแ ก เบาหวาน
ความดนั โลหิตสงู ไขมนั ในเลอ� ดผิดปกติ สูบบุหร่� และมกี รรมพันธุในครอบครัว
ผปู ว ยเบาหวานสวนใหญรอยละ 75-80 จะเส�ยชวี ต� จากโรคหัวใจ และ
หลอดเลอ� ด การปองกนั หรอ� รักษาป�จจยั เสย่� งจง� มคี วามสำคัญอยา งย�ิง
การปองกนั โรคแทรกซอนของหลอดเลอ� ดขนาดใหญ
1.ควบคุมระดบั นำ้ ตาลใหอยูในเกณฑใกลเคยี งปกติท่สี ุด
2.ควบคมุ ความดนั โลหติ ใหอ ยูในเกณฑใกลเ คยี ง 140/80 มม.ปรอท
3.ควบคุมระดบั ไขมนั ในเลอ� ด
4.งดสบู บหุ ร�่
5.บางรายอาจมีการใหย าละลายลม� เล�อดรวมดว ย
2.โรคแทรกซอ นของหลอดเลอ� ดขนาดเล็ก ทีส่ ำคัญ ไดแ ก
2.1. โรคแทรกซอนทางตา อาจเกิด
-อาการตามวั ชว่ั คราว จากระดบั น้ำตาลสงู หรอ� ตำ่
-ตอ กระจก
- ตอหิน ทำใหมีความดนั ในลกู ตาสูงข้น� เกิดอาการปวดตา
ปวดศรี ษะ ตอหินจากเบาหวานจะรักษายากกวา ตอ หินธรรมดา
-ตามองเห็นภาพซอ นจากเสน ประสาทที่ไปเลย�้ งตาผิดปกติ
กลา มเนอื้ ตาทำงานไมประสานกนั
-เบาหวานข�้นตาจากหลอดเล�อดฝอยเล็กๆทตี่ ามีการอ�ดตนั
เกดิ เลอ� ดออก จอประสาทตาบวม ระยะแรกยังไมมีอาการ
แตอาจเกดิ การแตกของหลอดเล�อดที่ตาซำ้ ได เกิดเปน พงั ผดื
ดึงรง้ั จอตาลอกทำใหต าบอดได
2.2.โรคแทรกซอนทางไต อาการทพ่ี บ
-ระยะแรก ยงั ไมพ บอาการทางคล�นิก สามารถตรวจวน� ิจฉยั
โดยการตรวจป�สสาวะหาไมโครอัลบมู ิน ซ่ึงจะพบไดเมอ่ื มี
อลั บมู นิ ในปส� สาวะระหวา ง 30-299 มก./วนั
-ระยะถัดมาจะพบไดเม่อื มีอัลบมู นิ ในปส� สาวะมากกวา 300
มก./วนั สามารถตรวจพบโปรตีนในปส� สาวะจากแผนทดสอบ
ป�สสาวะท่วั ไปได บางรายอาจเรม� มีอาการบวม และมีความดันโลหติ สูงข้น� ได
-ระยะไตเส่อ� มหนาที่ ความสามารถในการขบั ของเส�ยลดลง ตรวจ
พบวา มีหนา ทกี่ ารทำงานของไตลดลงโดยตรวจหาซรี ม่ั ครอ� ะตินิน
พบมีคาสูงกวาปกติ ผเู ปน เบาหวานจะเร�มมอี าการปส� สาวะบอย
โดยเฉพาะกลางคืน ปส� สาวะมฟี อง ควมตองการอินซลู น� หรอ�
ยาเมด็ ลดระดับน้ำตาลลดลง และเมอ่ื ไตเสอ่� มระยะสดุ ทา ยจะมี
ของเส�ยค่ังจนเกิดพษ� ตอ รา งกาย ทำใหเ ส�ยชวี ต� ได
2.3.โรคแทรกซอ นของระบบประสาท
-อาการชาปลายเทา หรอ� ปวดเสน ประสาท ปวดแสบปวดรอน
กรณถี าเกิดแผลท่ีเทาจะทำใหแผลหายยาก การติดเชอื้ มีโอกาส
ลกุ ลามจนในท่สี ดุ อาจถงึ ขัน้ ตดั เทา ได
-ความผดิ ปกติของประสาทอัตโนมตั ิ ผลที่ตามมาคอื ทำใหหยอ น
สมรรถภาพทางเพศในผชู าย กระเพาะป�สสาวะไมทำงาน ถา ย
ปส� สาวะไมห มด ทางเดนิ อาหารผิดปกติ คลน่� ไส อาเจย� น ทองผกู
ทองเส�ย ทองอดื ได
การปองกันโรคแทรกซอ นของหลอดเลอ� ดขนาดเลก็
1.ควบคมุ ระดับน้ำตาลใหอ ยูในเกณฑใกลเ คียงปกตทิ ี่สุด
2.ควบคมุ ความดนั โลหติ ใหอ ยูในเกณฑใกลเ คยี ง 140/80 มม.ปรอท
3.ควบคุมระดบั ไขมันในเล�อด
4.งดสบู บุหร่� และจำกัดการด่ืมสุรา
5.ออกกำลงั กายสมำ่ เสมอ อยางนอย 30 นาท/ี ครั้ง,5ครัง้ /สปั ดาห
6.ตรวจคดั กรองหาโรคแทรกซอนประจำปอยา งนอยปล ะครง้ั ไดแ ก ตรวจตา
ตรวจไต ตรวจเทา
ยาเม็ดลดระดับน้ำตาล
ยาท่กี ระตนุ การหลงั่ ของอนิ ซลู �น
1.กลุมซลั โฟนลิ ยเู รย� (Sulfonylurea)
ออกฤทธ์กิ ระตนุ ตับออ นใหหลัง่ อินซูลน� เพม� ขนั้ ทำใหร ะดบั น้ำตาลในเลอ� ด
ลดลง ยากลุม น้คี วรรบั ประทานกอ นอาหาร 30 นาที ตวั อยางยากลมุ น้ี ไดแ ก
ไกลเบนคลาไมด กลพ� �ไซด ไกลเม็พพ�ไรด เปน ตน
กลุมที่ไมใชซ ัลโฟนิลยเู ร�ย (Non-Sulfonylurea)หร�อกลุมกล�ไนด (Glinide)
ออกฤทธก์ิ ระตุน การหลั่งอนิ ซูล�นไดอยา งรวดเร็ว จง� ลดระดบั น้ำตาลหลงั
อาหารไดด ี ใหร บั ประทานยากอนอาหารไมเ กิน 15 นาที หมดฤทธเิ์ รว็ เหมาะสำหรับ
ผทู ี่รบั ประทานอาหารไมตรงเวลา ตอ งการลดระดับนำ้ ตาลหลงั อาหาร หร�อมี
ไตเส่�อม ตวั อยา งยากลุมน้ีไ ดแ ก เรพพากลไ� นด มทิ ิกล�ไนด
ขอบงใชย ากลมุ ท่ีไมใชซ ัลโฟนิลยูเรย� :
ใชในผทู ี่ตองการฤทธิก์ ระตนุ การหลัง่ อนิ ซลู �น แตแพยาซัลฟาอยา ง
รุนแรง ระวังในผูทมี่ ีตบั เส่�อมหนาท่ี
ผลขา งเคยี งของยากลุม กระตนุ การหลั่งอินซลู น� :
ที่พบไดบอยไดแก นำ้ หนักเพ�มและเกดิ ภาวะน้ำตาลในเลอ� ดต่ำ กรณรี บั ประทาน
อาหารไดน อ ย ไมต รงเวลา มีกจิ กรรมมากกวา ปกติ หรอ� มภี าวะตับ/ไตเสอ่� ม
ขอ ควรระวัง :
ไมควรใชย ากลมุ ซลั โฟนลิ ยเู รย� รวมกัน หร�อรวมกบั กลมุ กล�ไนด ซึง่ ออกฤทธิ์
กระตนุ การหลัง่ อินซูล�นเหมอื นกนั แตส ามารถใชร ว มกบั ยากลมุ อน่ื ทอ่ี อกฤทธ์ิ
ตางกันไปได
2.กลุม ดี พ� พ-� โฟร อนิ ฮบิ เิ ตอร (DPP-4 inhibitor)
เปนยารกั ษาเบาหวานกลุมใหมสุด ออกฤทธ์ยิ บั ย้งั เอนไซม ดี พ� พ-� โฟร
ท่ีจะทำลายอินคร�ตนิ จากลำไส ซึ่งมีฤทธกิ์ ระตนุ การหล่ังอินซลู น� และยบั ยง้ั การ
หล่งั กลูคากอน ทำใหมีอนิ ซลู �นหลงั่ เม่ือมรี ะดบั น้ำตาลสงู หลงั รบั ประทานอาหาร
โอกาสเกดิ ภาวะนำ้ ตาลในเลอ� ดตำ่ จ�งมีนอย ไมท ำใหน้ำหนักตัวเพ�ม รบั ประทาน
กอนหรอ� หลงั อาหารก็ได แตควรเปน เวลาเดียวกนั ตัวอยา งยากลุมน้ี ไดแก
ซติ ากล�ปตนิ วล� ดากล�ปตนิ แซกซา กลป� ตนิ
ผลขางเคยี ง:
อาจมีผน่ื แพย า คล�น่ ไส อาเจ�ยน มวนทองไดเล็กนอย
ขอ ควรระวัง:
ผูท่มี ีไตเสอ่� มอาจตอ งปรบั ลดขนาดยาตามแพทยส ่ัง
ยาทีเ่ พ�มความไวตออินซูล�น
3.กลมุ ไบกัวไนด (Biguanide)
ออกฤทธย์ิ บั ยัง้ การสรางกลูโคสจากตบั ชะลอการดูดซึมกลูโคสทีล่ ำไส
และชว ยเพ�มการใชกลโู คสทกี่ ลามเนือ้ มักใหร ับประทานหลังอาหารทนั ที เพ่�อ
ลดอาการขางเคยี งของระบบทางเดนิ อาหาร ถา ไมมอี าการขางเคียง
การรับประทานยากอนอาหารจะดดู ซมึ ยาไดดีกวาหลงั อาหาร ตัวอยา งยา
กลมุ นี้ไดแ ก เมทฟอรมิน
ขอ บง ใช:
เหมาะสำหรับผเู ปน เบาหวานท่ีอวน เน่อื งจากผลขางเคยี ง
ทำใหเบอ่ื อาหาร มกั ใชร วมกับยากลุม ซลั โฟนิลยูเรย�
ขอด:ี
ไมทำใหเกิดภาวะน้ำตาลในเลอ� ดต่ำถา ใหเ ปน ยาตัวเดียว ไมเ พม� น้ำหนกั ตวั หร�อลด
ไดเล็กนอ ย สามารถลดไขมันชนดิ เลว (แอล ดี แอล-โคเลสเตอรอล) และเพ�มไขมนั
ชนิดดี (แอล ดี แอล-โคเลสเตอรอล) ได
ผลขา งเคียง:
ท่ีพบไดบอยไดแ ก คล�่นไส อาเจย� น ขมในปาก ทองเสย�
ขอ ควรระวัง:
ควรระวงั การใชในกลุมผปู ว ยตับและไตเสอ่� ม เพราะอาจเกิดภาวะคง่ั ของกรดแลคติก
ในกลมุ โรคตับหรอ� ไตเสอ�่ ม
4.กลุมไธอะโซล�ดนี ไดโอน (Thiazolidinedione)
ออกฤทธลิ์ ดภาวะด้อื ตอ อินซลู �น ชวยใหเ ซลลเนอ้ื เย่อื สวนปลาย
ตอบสนองตออนิ ซูล�นดีข�น้ ชวยลดการสรางน้ำตาลกลโู คสจากตบั และเพม�
ประสท� ธภิ าพการใชกลูโคสของกลา มเนอ้ื รับประทานวนั ละครัง้ กอ นหร�อหลัง
อาหารก็ได ตัวอยา งยากลมุ นี้ ไดแก ไพโอกล�ตาโซน
ขอดี:
ทำใหอินซลู น� ออกฤทธ์ิดีขน้� มผี ลลดไขมันไตรกลเ� ซอไรดได เพ�มไขมันชนิดดี
(เอช ด แอล-โคเลสเตอรอล) ไมท ำใหเ กดิ ภาวะนำ้ ตาลในเล�อดต่ำถาใชเปน ยาตัวเดียว
ใชไดในผมู ภี าวะไตเส�อ่ ม
ขอเสย� :
กวา จะเร�มเห็นผลใชเ วลา 2-6 สปั ดาห เหน็ ผลเต็มที่ประมาณ 2-3 เดือน ตองระมดั ระวงั
ในผูปว ยโรคตบั หร�อเปนพาหะของไวรัสตบั อกั เสบบี
ผลขา งเคยี ง :
ทำใหม อี าการบวมน้ำ นำ้ หนกั ตัวเพม� ขน้� หนาอ�มขน้� เกดิ ภาวะหวั ใจลม เหลว
ตบั อกั เสบได
ขอ ควรระวงั :
ควรติดตามเอนไซมตับเปน ระยะ ในหญงิ ทกี่ ินยานี้รวมกบั ยาคมุ กำเนดิ ตอ งระวังการ
ต้ังครรภเ พราะทำใหผ ลของยาคมุ กำเนิดลดลง มีรายงานการเกดิ กระดูกหกั ในหญงิ
สงู อายุ และเกิดมะเรง็ กระเพาะป�สสาวะได
ยาท่ลี ดการดูดซึมของกลูโคส
5.กลุมอัลฟากลูโคชเิ ดส อินฮิบเิ ตอร (Alpha-Glucosidase inhibitor)
ออกฤทธ์ยิ บั ย้งั เอนไซมท ย่ี อ ยอาหารจำพวกแปง ขาว และขนมป�ง
ซึ่งเปน คารโบไฮเดรตเชิงซอน ทำใหการยอยและการดดู ซมึ กลูโคสชาลง
ผลคือระดบั นำ้ ตาลกลูโคสในเล�อดข้�นอยา งชาๆ ควรรับประทานยาพรอม
กบั อาหารคำแรกจ�งจะใหผลสูงสุด ตัวอยางยากลมุ น้ีไดแก อคารโบส โวกล�โบส
ขอ บงใช :
เหมาะสำหรับผูท ีเ่ พ�งเปน เบาหวานหรอ� มีนำ้ ตาลหลังอาหารสูงไดด ี
ผลขางเคยี ง :
ทองอดื ทองเฟอ ผายลม ทอ งเสย�
ขอควรระวัง :
ไมควรรบั ประทานพรอมยาลดกรดหรอ� เอนไซมช ว ยยอย เน่ืองจากจะไปลดประส�ทธิภาพ
ของยา ไมค วรแกะยาออกจากฟอยลท ่หี มุ ท�งิ ไวล ว งหนา เพราะจะทำใหยาชืน้ และเปลย�่ นส�
ได การใชย าน้ีรว มกบั ยากลมุ ซัลโฟนลิ ยเู ร�ย หร�อยาฉีดอินซูล�นอาจทำใหเ กดิ ภาวะน้ำตาล
ต่ำได การแกไขภาวะน้ำตาลในเล�อดต่ำสำหรับผูท ่ีใชยานท้ี ี่ดที ่สี ุด คือ ตองรับประทาน
น้ำตาลกลโู คสเทาน้ัน
ยาฉดี อนิ ซูลน�
อนิ ซูลน� เปน ฮอรโมนท่สี รางจากตับออน ทำหนา ที่ในการพานำ้ ตาลกลูโคส
ในเล�อดเขาสูเซลลเ พอ่� เผาผลาญเกดิ เปนพลังงาน ถา รางกายขาดอินซลู น� กท็ ำให
นำ้ ตาลกลูโคส ไมส ามารถเขาสเู ซลลไปเปลย่� นเปนพลงั งานได ทำใหมีนำ้ ตาลกลโู คส
อยูในกระแสเล�อดในระดับทส่ี ูงกวา ปกติได
อินซลู �นมหี ลายชนิด การออกฤทธ์ขิ องยาแตล ะตวั ไมเหมอื นกัน จ�งไมส ามารถ
ใชแทนกนั ได อินซูล�นชนดิ ฮิวแมน (Human Insulin) เปน อนิ ซลู น� ท่ีสรางข�้นเลย� นแบบ
อินซูลน� ของมนษุ ย มอี ยดู ว ยกัน 3 ชนดิ คอื
1.เรกูลารอ ินซลู น� (Regular Insulin : RI) เปนอินซูล�นนำ้ ใส แถบสญั ลกั ษณ
“สเ� หล�อง” ออกฤทธสิ์ น้ั ควรฉดี กอนอาหาร 30 นาที
04 8 12 16 20
2.เอน็ พเ� อชอนิ ซลู น� (NPH Insulin : NPH) อนิ ซลู น� น้ำข�น แถบ
สัญลักษณ “สเ� ข�ยว” ออกฤทธิ์ปานกลาง สว นใหญใชฉดี วนั ละครัง้ ใน
ตอนเชาหร�อกอนนอน หร�อวันละสองคร้งั หรอ� ตามแพทยส ง่ั
0 4 8 12 16 20 24
3.พร�มิกซอ นิ ซลู น� (Premix Insulin) เปนอนิ ซูลน� นำ้ ข�น ผสมกนั ระหวา ง RI
และ NPH แถบสญั ลักษณ “ส�นำ้ ตาล” ออกฤทธ์ิผสมมที ัง้ ออกฤทธ์ิสนั้
และออกฤทธ์ิปานกลางในการฉีดแตละครั้ง ควรฉดี กอ นอาหาร 30 นาที
0 4 8 12 16 20 24
บรเ� วณท่ีเหมาะสมในการฉดี อนิ ซลู �น
การฉีดอินซูลน� นนั้ ตองฉดี เขา ใตช ัน้ ผิวหนัง ตำแหนง ในการฉดี อนิ ซูล�นที่มกี ารดดู
ซึมยาดที ีส่ ดุ *ไดแก หนาทอ ง ตนขา และตนแขน ตามลำดบั สวนสะโพกเปนบร�เวณ
ท่ีการดูดซมึ ไดช าท่ีสดุ
หนา ทอ ง ตนแขน
สะโพก
ตน ขา
หนา ทอง ควรวดั หางจากสะดอื ระยะเทา ความกวาง 2 น�ิวมือ รอบสะดอื
ตนขา ควรเปนบรเ� วณตนขาดานออก
ตน แขน ควรเปน ทองแขนดา นหลัง
ตำแหนง ที่ มกี ารดดู ซมึ ยาดที สี่ ดุ คอื หนา ทอง เพราะมีไขมันเยอะ ไมต อ งมกี าร
ขยบั และออกแรงเหมือนแขนและขา ทำใหการดดู ซมึ ยาคอ นขางสมำ่ เสมอแตต อ งมี
การหมนุ เว�ยนเปลย่� นตำแหนง ฉดี ทกุ คร้ัง โดยหา งจากตำแหนงเดิมประมาณ 2 นิ�วมอื
เพ่อ� ลดโอกาสเกดิ ผลขา งเคียงจากการฉีดอินซลู �น
อินซลู น� ทเี่ ส�อ่ มสภาพเปนอยางไร?
ไดแ กอ ินซลู �นทห่ี มดอายุ มตี ะกอน เปลย�่ นส� เปล่ย� นจากน้ำใสเปน น้ำขน�
ถูกแชเข็งหรอ� อยูในทีม่ อี �ณหภมู ิเกนิ 40 องศา
เกบ็ อนิ ซลู �นอยางไรใหไดคุณภาพ?
1.กรณเี ดินทาง : พกพาติดตัวและหลก� เล�ย่ งแสงแดด
2.กรณมี ตี เู ยน็ : ควรเก็บในชอ งแชธรรมดา ไมควรเก็บบรเ� วณประตู
ตูเย็น และไมค วรแชในชอ งแชแ ข็ง
3.กรณีไมม ีตูเย็น :เกบ็ ในตมุ นำ้ หรอ� กระตกิ นำ้ แข็ง โดยเก็บยาไวในกลอ ง
กันน้ำหรอ� หอ ไวในถุงพลาสติก
อายุการใชง านของอินซลู น�
ยงั ไมไดเ ปด ใช ตูเยน็ อ�ณหภูมิ 2-8 องศา อ�ณหภูมหิ อ ง 25-30 องศา
เปด ใชแ ลว ตามวนั หมดอายุขา งขวด ประมาณ 1 เดือน
1-3 เดอื นนับแตวันเปดขวด
1 เดือนนับแตวนั เปดขวด
หมายหตุ:
1.อนิ ซูลน� ท่ถี กู แชแข็งเมื่อนำมาละลายใหม ถอื วา เปน อินซลู �นทเ่ี สอ่� ม
สภาพแลว เพราะทำใหพ นธะโครงสรางของอินซูล�นเสย� ไป
2.ไมค วรท�งิ อนิ ซลู �นในรถหรอ� ในท่มี ีความรอนอณ� หภูมสิ งู เกนิ 40 องศา
เพราะจะทำใหอ นิ ซลู น� เสอ�่ มสภาพ
3.ควรฉีดอินซลู �นในเวลาท่ีใกลเคียงกันของแตละวัน เพ�่อประสท� ธิภาพ
ของการออกฤทธท์ิ ี่คงที่สมำ่ เสมอ
4.ภายหลงั ฉดี อนิ ซลู น� 30 นาที ควรรับประทานอาหาร เพ่�อปองกันการ
เกดิ ภาวะนำ้ ตาลในเลอ� ดต่ำ
5.กรณีท่จี ะออกกำลังกาย ควรระวงั การฉีดอินซลู น� กอนไปออกกำลังกาย
เพราะถา ไมไดร ับประทานอาหารอาจเกิดภาวะน้ำตาลในเล�อดต่ำได
การออกกำลังกาย
การออกกำลังกายที่ดี ควรเปนการออกกำลังกายชนิดแอโรบิก คือการ
ออกกำลงั กายทห่ี นกั ตอ เนือ่ งและระยะเวลานานพาที่จะทำใหห ัวใจและปอดทำงาน
ดีข้น� ควรออกกำลังกายสมำ่ เสมออยา งนอย 3-5 คร้ัง/สัปดาห ครัง้ ละ 30 นาที และ
ควรอมีการอน� เคร่�องกอ นออกกำลังกาย และคลายกลา มเนื้อภายหลังการ
ออกกำลังกายทกุ ครั้ง เพ่�อลดอาการบาดเจ็บทอ่ี าจเกิดข้น� ไดภายหลังการออก
กำลังกาย ตวั อยางการออกกำลงั กายชนดิ แอโรบกิ ไดแก ว�ง วา ยน้ำ
เดนิ เรว็ รำมวยจน� เปนตน
ประโยชนของการออกกำลังกายสำหรับผเู ปนเบาหวาน
1.ทำใหเ พ�มความไวของตวั รับในกลามเน้ือตอ อนิ ซลู �น ทำใหชว ยลดระดบั
น้ำตาลในเล�อด
2.ชวยลดระดบั ไขมนั ในเลอ� ด ความดันโลหิต
3.ชวยทำใหการทำงานของหวั ใจและระบบการไหลเวย� นของเลอ� ดดขี �้น
ชว ยลดความเครย� ด รสู �กสดช่นื ข�น้
ขอ ควรปฏิบัติในการออกกำลงั กาย
1.ควรงดการออกกำลงั กายถาระดับน้ำตาลในเล�อดต่ำกวา 80 กม./ดล.
หรอ� สูงกวา 250 กม./ดล.
2.ในวันท่จี ะออกกำลังกายควรหลก� เล่�ยงการฉดี ยาทแ่ี ขนและขา ใหฉีดที่
หนาทอ งแทน เพอ่� หล�กเล�ย่ งการดูดซึมยาอยา งรวดเร็วในขณะ
ออกกำลังกายจะเส�ย่ งตอ การเกิดภาวะนำ้ ตาลในเล�อดต่ำ
3.ควรตรวจระดบั น้ำตาลในเล�อดกอนและหลังการออกกำลังกาย โดยเฉพาะ
ในชว งแรก เพอ่� ทราบขอมลู การเปล�ย่ นแปลงระดับนำ้ ตาลของตนเอง
4.ถา มีการออกกำลังกายภายหลังรับประทานอาหารแลว มากกวา 3 ชั่วโมง
ควรรบั ประทานอาหารวา ง (คารโบไฮเดรต 15 กรมั ) กอนออกกำลงั กาย
เชน ขนมป�ง 1 แผน ,ผลไม 1 สว น หรอ� นม 1 กลอง
5.ควรดม่ื น้ำใหพอเพย� งทง้ั กอ นและหลังออกกำลงั กาย เนือ่ งจากการสญู เสย�
น้ำทางเหง�่อและการหายใจ การขาดน้ำมากจะทำใหร ะดบั นำ้ ตาลสูงขน�้
6.ควรเร�มออกกำลงั กายแตนอ ย แลวคอ ยเพ�มเวลาข้�น
ออกกำลังกายแคไหนถงึ เพ�ยงพอ สามารถวัดไดจาก
การจับชพี จรที่บรเ� วณขอ มือดานใน (ครัง้ /นาที)
ผสู ูงอายุ 220- อายุ
บุคคลทัว่ ไป 180- อายุ
ผเู ปน เบาหวาน 160- อายุ
เชน นาย ก. เปน เบาหวาน อายุ 60 ป ควรออกกำลังกายเทาใดถงึ เพย� งพอ
ผเู ปน เบาหวาน ชพี จรคร้งั /นาที =160- อายุ
=160- 60
=100- ครั้ง/นาที
นาย ก. ควรออกกำลงั กาย โดยวดั ชพี จนใน 1 นาที ไมควรเกนิ 100 ครั้ง
ถือวาเพ�ยงพอแลว
กินอยา งไร…หา งไกลเบาหวาน
อาหารเปน ป�จจัยสำคัญท่ีสมั พนั ธก บั ระดับนำ้ ตาลในเลอ� ดของผเู ปน
เบาหวาน และหมวดอาหารท่มี ีผลมากที่สุด คอื หมวดอาหารที่มแี ปง หร�อ
คารโบไฮเดรต เปน สวนประกอบ ฉะนนั้ ผเู ปน เบาหวานควรเรย� นรู และใหค วาม
สำคัญกบั การนับปร�มาณคารโบไฮเดรต รวมถึงอาหารแลกเปล่�ยน เพอ�่ เปน
ตวั ชว ยใหผเู ปน เบาหวานสามารถคุมระดับนำ้ ตาลในเล�อดไดด ยี ิง� ขน�้
คารโบไฮเดรตเปนสว นประกอบในหมวดอาหารทส่ี ำคญั ดงั น้ี
ขาว/แปง ผลไม ผัก นม
ฉะนั้นหลาทา นทคี่ ดิ วาจะรับประทานผลไมห ร�อนมแทนขา ว ตอ ง
ระมัดระวงั เพ�มขน�้ เพราะเปน หมวดอาหารทีป่ ระกอบดว ยคารโบไฮเดรตเชน กนั
หมวดขาว/แปง
1 สว น เทากับ 1 ทัพพ� ประกอบดวยคารโบไฮเดรต 15 กรมั โปรตนี 2
กรมั ไขมัน 0-1 กรัม ใหพลังงาน 80 กิโลแคลอร�่ อาหารในหมวดน้ี ไดแก ขาวเจา
ขนมป�ง ขนมจน� เสนกวยเต๋ยี ว รวมถึงขาวโพด ฟ�กทอง เผอื ก มัน ยกเวน
ขาวเหนียว 1 สวน เทากับ ½ ทัพพ�
=
1 สวน 1 ทพั พ�
หมวดผลไม
1 สวน ประกอบดวยคารโบไฮเดรต 15 กรมั ใหพลังงาน 60 กิโลแคลอร่� ผลไม
1 สว น ใหคารโบไฮเดรตเทา กบั ขา ว/แปง 1 สวน จ�งทำใหน ำ้ ตาลเทา กับการรบั ประทาน
ขา ว/แปง แตพลังงานนอ ยกวา เนอื่ งจากไมม โี ปรตนี และไขมันเปน สว นประกอบ
ฉะนนั้ ไมค วรรับประทานผลไมแทนขา วเพอ่� ลดน้ำตาล สดั สว นท่พี อเหมาะและงาย
ตอการจดจำตอ การไปใชคือ
1 = ผลไมท ล่ี กู เทา กำป�นมือผหู ญงิ เชน ฝร่งั สม เขย� วหวานรบั ประทานได 1 ผล
3 = ผลไมท่ลี กู ประมาณ 1/3 กำป�นมอื ผูหญงิ เชน ชมพ� มงั คุด เงาะ
5 = ผลไมทม่ี ีลูกประมาณหวั แมม อื เชน ลน� จ่� ลำใย พ�ทรา ลองกอง ลางสาด
8 = ผลไมท ห่ี น่ั เปนเปน ชนิ� คำ เชน สบั ปะรด แตงโม มะละกอ แกว มังกร แคนตาลูป
รบั ประทานได 8 ชิ�นคำ
หมวดผัก
ผักมี 2 ประเภท คอื
ผักประเภท ก. คือ ผักประเภทใบทกุ ชนิด ไดแ ก ผกั กาดทุกชนดิ กวางตงุ ผกั บงุ
ปวยเลง ตำล�ง ผักกลุม นี้สามารถรับประทานไดไมจ ำกดั ปรม� าณ เพราะมแี ปง
เปน สว นประกอบนอ ยมาก 1 สว นใหพลังงาน 0 กโิ ลแคลอร่�
ผักประเภท ข. คอื ผักประเภทหวั ผล ผัก ยอด ดอก 1 สวนปรกอบดวย
คารโบไฮเดรต 5 กรัม โปรตีน 2 กรัม ใหพ ลังงาน 25 กโิ ลแคลอร�่
1 สวน = ผกั สุก 1 ทัพพ�
ผักดบิ 2 ทัพพ�
หมวดนม
แบง นมเปน 3 ชนิด คอื
ชนิด สวนประกอบ (กรัม) ตอ นม 1 สว น พลงั งาน
(กิโลแคลอร)�่
นมไขมันเตม็ สวน คารโบไฮเดรต โปรตนี ไขมัน
นมพรอ งมนั เนย 150
นมขาดมันเนย 12 8 8 120
90
12 8 5
12 8 0-3
จะเห็นวาความแตกตางของนมแตละชนดิ อยูที่ปร�มาณไขมัน ทำใหได
พลงั งานทแ่ี ตกตางกนั ผูเ ปนเบาหวานควรเล�อกเปน นมจ�ดชนดิ พรองหรอ�
ขาดมนั เนย หล�กเลย�่ งนมทม่ี ีการปรงุ แตงรสชาติ เนื่องจากจะมีน้ำตาลเปน
สว นประกอบมาก ปรม� าณทแ่ี นะนำคือ 1 สวนตอ วัน
1 สว น เทา กับ 1 แกวหร�อ 1 กลอ ง (250 ซ.ี ซ.ี )
หมวดเนื้อสตั ว
มหี ลายชนดิ ดว ยกนั คือ
ประเภทเนื้อสัตว สว นประกอบ (กรมั ) ตอเนื้อสัตว 1 สว น พลงั งาน
โปรตนี ไขมัน (กิโลแคลอร)่�
ไขมนั ตำ่ มาก 7 0-1
ไขมนั ตำ่ 35
ไขมนั ปานกลาง 73 55
ไขมนั สูง 75 75
78 100
ตวั อยา งของเนอ้ื สตั วแตล ะชนิด เชน
1.เนื้อสตั วไขมนั ตำ่ มาก ไดแก เนื้อปลา ไขข าว เน้อื วัวไมตดิ มัน ปู*กงุ *หอย*
2.เนอ้ื สตั วไขมันต่ำ ไดแก เปด ยางไมเ อาหนงั เคร�อ่ งในสัตว*
หอยนางรม*หมเู นือ้ แดง ปลาแซลมอน
3.เนือ้ สตั วไขมนั ปานกลาง ไดแ ก เนอื้ หมู เนื้อเปด ซีโ่ ครงหมูไมม ีมนั
ไขไก ไขเปด เตา หอู อน เตา หูแขง็ เนอ้ื ปลาทอด ไกท อดไมเอาหนงั
4.เนอ้ื สตั วไขมันสงู ไดแก เน้ือหมู เน้อื วัวตดิ มัน ซีโ่ ครงหมู ไสก รอก
กนุ เชยี ง หมยู อ คอหมู ไสก รอกอีสาน เบคอน เปน ตน
หมายเหตุ:*โคเลสเตอรอลสงู
1 สวน เทา กบั 2 ชอ นกนิ ขา ว
สำหรบั เนอ้ื สัตวถ งึ แมจ ะไมม ีคารโบไฮเดรตเปน สว นประกอบ แตก ค็ วร
รับประทานในปร�มาณท่พี อเพ�ยงไมมากเกินไป เพราะปร�มาณทม่ี ากเกนิ ไปจะ
ทำใหไดพ ลงั งานจากอาหารมากข�น้
หมวดไขมัน
1สวนประกอบดวย ไขมัน 5 กรมั ใหพ ลังงาน 45 กิโลแคลอร�่
1 สวน เทา กับ 1 ชอนชา (5 กรัม)
ในแตละวนั เราควรรับประทานไขมันในปรม� าณเลก็ นอ ย ไขมันท่ีควรรู
แบง ออกเปน 2 ชนดิ คอื
1.ไขมนั อิม� ตวั (Saturated fatty acid:SFA) ไดแก ไขมนี สตั ว นำ้ มนั มะพราว
กะทิ นม กลุมน้ีจะเพม� โคเสลเตอรอล ซ่ึงเปนอนั ตรายตอ การเกดิ โรค
หลอดเล�อดตีบตัน
2.ไขมันไมอ ิม� ตวั (Unsaturated fatty acid:UFA) แบง เปน
ไขมันอ�มิ ตัวหลายตำแหนง (PUFA) กลมุ นี้จะลดโคเสลเตอรอล
ทุกตัวรวมทั้ง เอช ดี แอล ซ่ึงเปน ไขมนั ดดี ว ย กลุมนี้ไดแก
น้ำมนั ถั่วเหลอ� ง น้ำมันขาวโพด นำ้ มันดอกทานตะวัน
น้ำสลัดขน น้ำสลดั ใส เมลด็ ทานตะวัน
ไขมันอิ�มตัวหลายตำแหนง (MUFA) กลุมนจี้ ะลด
โคเสลเตอรอล โดยไมล ด เอช ดี แอลซงึ่ เปน ไขมันตัวดี
ไดแ ก น้ำมนั คาโนลา นำ้ มันมะกอก น้ำมันรำขาว งา ถัว่ ลส� ง
เมลด็ มะมวงหิมพานต
ควรระวังการรบั ประทานถั่วลส� ง เมล็ดมะมวงหิมพานต
เพราะ 1 ชอนโตะ ใหพลังงานเทากบั นำ้ มนั พช� 1 ชอ นชา
โซเดยี ม
ในแตล ะวนั เราควรรับประทานโซเดยี มไมเกนิ วนั ละ 2,400 มิลลก� รมั แตใน
ผเู ปน เบาหวานและมีโรคไตรว มดวย ควรจำกัดปร�มาณโซเดียมเขม งวดกวา คือ ไม
เกนิ วันละ 2,000 มลิ ล�กรัม ตวั อยางปรม� าณโซเดยี มในเคร�อ่ งปรุงรสตา งๆ เชน
เคร�่องปรุงรส น้ำหนัก ปร�มาณโซเดยี ม(มิลลก� รัม)
ซุปกอน 1 กอ น (กรมั ) 2,640
เกลอ� ปน 1 ชอนชา 2,000
ผงชรู ส 1 ชอนชา 492
น้ำปลา 1 ชอ นชา 396
1 ชอนชา 187
ซอี ิ�ว
นำ้ ตาล
ปรม� าณนำ้ ตาลทแี่ นะนำตอ วัน ไมค วรเกิน 6 ชอนชา
1 ชอ นชา เทากับ 5 กรัม
ในผล�ตภณั ฑหลายชนิดอาจมีการใชน ำ้ ตาลทแ่ี ตกตา งกนั แตท ั้งหมดคอื
นำ้ ตาลเชน กัน ไดแก น้ำตาลกลโู คส น้ำตาลชโู ครส (นำ้ ตาลทราย) น้ำตาลฟรุคโตส
(นำ้ ตาลจากผลไม) นำ้ ตาลแล็กโตส(น้ำตาลจากนม) ฉะน้ันเม่อื รบั ประทานเขา ไป
กจ็ ะมผี ลตอ ระดบั นำ้ ตาลในเลอ� ดไดเชนเดียวกนั
ในผเู ปน เบาหวาน อาจเล�อดใชสารใหความหวานแทนน้ำตาล เพ่อ� ใหไดรสชาติ
ทต่ี องการแตไมมพี ลังงานหร�อไดร บั พลังงานทีน่ อยกวา ได ในแตล ะซองของสารให
ความหวานจะเทียบเทากบั นำ้ ตาล 2 ชอนชา
ตัวอยา งของสารใหความหวานแทนน้ำตาลที่ใชก นั อยูในป�จจ�บนั ไดแ ก
ชนิดนำ้ ตาล (กพิโลลแงั คงลาลนอทรี่ได่/� กร รับมั ) คณุ สมบัติ (มิลลปก�รม�รมัาณ/นแำ้ นหะนนักำตตัวอว1ันกก.)
ซคู ราโลส 0 15
-ใหค วามหวานมากกวานำ้ ตาล 600 เทา
แอสปาแตม 4 -ไมมีร่ สขมตดิ ล�น 50
-สามารถปรุงอาหารรอนบนเตาได
-ใหความหวานมากวาน้ำตาล 160-220 เทา
-ไมทนความรอ น ไมสามารถปรุงอาหารที่มี
การหงุ ตม อบได
-มีรสขมเมื่อใชปร�มาณมาก
-หามใชก บั ผูป ว ยพน� ลิ คโี ตยเู ร�ย
อะซซี ัลเฟมเค 0 -ใหค วามหวานมากกวา นำ้ ตาล 200 เทา 15
-ทนความรอ นไดดี สามารถใชป รุงอาหารดว ย
การตม อบได
แซคคาร�น 0 -ใหค วามหวานมากกวา นำ้ ตาล 300-700 เทา x
(ขณั ฑสกร) -ถูกทำลายดวยความรอ น จง� ไมส ามารถใชป รุง
อาหารทใ่ี ชความรอนสงู ได
สตีวโ� อไซต -ใหความหวานมากกวา น้ำตาล 300 เทา
(หญา หวาน) ใหพ ลงั งานตำ่ มาก -ทนความรอนสงู มากไมถ ูกยอ ยโดยจล� ทรย� x
อาหารจง� ไมบูดเนา
ฟรุคโตส -ใหค วามหวานมากกวา น้ำตาล 1.3 เทา x
4 -ดูดซึมชา กวา กลโู คส ถา รบั ประทานปร�มาณสูง
อาจเพ�มไขมนั ไตรกล�เซอไรดได
-ใหค วามหวานนอ ยกวาน้ำตาล 60%เปน
น้ำตาลแอลกอฮอล
ไซลท� อล 2-4 -จล� �นทรย� ไมสามารถยอยสลายใหเกดิ กร x
ดในชองปาก จง� ลดปญ� หาฟ�นผุ
การอา นฉลากโภชนาการ
หนึ่งหนวยบร�โภค : 1/5 กลอ ง (200 มลิ ล�ลต� ร) 1
จำนวนหนวยบรโ� ภคตอ กลอ ง : 5
คณุ คาทางโภชนาการตอหนึง่ หนวยบรโ� ภค 2
พลังงานท้ังหมด 110 กิโลแคลอร�่ (พลงั งานจากไขมัน 0 กิโลแคลอร่)�
ไขมนั ทั้งหมด 0 ก. รอยละของปร�มาณทแี่ นะนำตอ วัน*
ไขมนั อม�ิ ตัว 0 ก.
0 ก. 0%
คอเลสเตอรอล 1 ก. 0%
โปรตนี นอ ยกวา 25 ก. 0%
คารโบไฮเดรต 2 ก. 8% 3
6 ก. 8%
ใยอาหาร 10 มก.
นำ้ ตาล 200 มก. 0%
โซเดียม 6%
โพแทสเซียม
ว�ตามินเอ 30% ว�ตามินบี 1 รอยละของปร�มาณที่แนะนำตอ วนั *
วต� ามนิ บี 2 0% 6%
เหล็ก 6% แคลเซียม 0%
วต� ามินซี 50%
*รอยละชองปร�มาณสารอาหารทแี่ นะนำใหบ รโ� ภคตอ วนั สำหรับคนไทยอายุตง้ั แต
6 ขวบปข�น้ ไป (Thai RDI) โดยคดิ จากความตอ งการพลงั งานวนั ละ 2,000 กโิ ลแคลอร่�
แสดงกรอบขอ มูลโภชนาการบางสวน (น้ำผลไมท ปิ โก 100%)
ในการอา นฉลากโภชนาการ มีขอมูลอยู 3 สวนทผ่ี ูเ ปนเบาหวานควรให
ความสนใจและพ�จารณากอ นทจี่ ะเลอ� กซ้ือหร�อรบั ประทานผลต� ภณั ฑน้นั ไดแ ก
สวนที่ 1
หน่งึ หนวยบรโ� ภค หมายถงึ ปรม� าณท่คี นหนึง่ คนรบั ประทานตอ คร้ัง
แสดงวา คร้งั น้นั ไมควรรับประทานเกนิ 200 มิลล�ลต� ร
จำนวนหนว ยบรโ� ภคตอ กลอง : 5 หมายถงึ ใน 1 กลอ งแบงรบั ประทาน
ได 5 ครั้ง ไมควรรับประทานครัง้ เดียวหมด
สวนท่ี 2
คุณคะทางโภชนาการตอหน่ึงหนวยบรโ� ภค บอกใหท ราบวา ตอ หนงึ่
หนว ยจะใหพ ลงั งานเทา ไร จากตัวอยา งตอหนึ่งหนว ยบร�โภค ใหพ ลงั งาน 110
กิโลแคลอร่� ไมมพี ลงั งานจากไขมนั และถา คนเดยี วรับประทานหมดกลอ งจะ
ตอ งเอาพลงั งานคูณดวยจำนวนหนว ยบร�โภคตอกลอ งจะเทา กบั 110x5 คือ
550 กิโลแคลอร่�
สวนที่ 3
แสดงปรม� าณสารอาหารทงั้ หมดในหนง่ึ หนวยบรโ� ภค จากตวั อยางมี
คารโบไฮเดรตอยู 25 กรัม (เทยี บเทา ผลไม/ขาว ประมาณ หนงึ่ สวนคร่ง� ) เปน
นำ้ ตาล 6 กรัม (เทยี บเทา นำ้ ตาลทราย 1 ชอนชานิดๆ) ไมม โี คเสลเตอรอล
และโปรตนี นอยกวา 1 กรัม เพราะเปน น้ำผลไม มใี ยอาหาร 2 กรัม
หมายเหตุ นำ้ ตาลทราย 1 ชอ นชา มีคารโบไฮเดรต 5 กรมั
ขอ พง� ปฏิบัติในการรับประทานอาหารสำหรบั ผูปว ยเบาหวาน
1. ควบคมุ ปร�มาณขา ว/แปง ที่รับประทาน และไมค วรอดหรอ� งดเพราะ
รางกายตองการพลงั งานจากคารโบไฮเดรต
2. เลอ� กผลไมที่มีรสหวานนอยและมกี ากใยอาหารแทนขนมหวานหรอ�
ของขบเคี้ยว และควรรบั ประทานผลไมท ง้ั กากใยแทนการด่มื น้ำผลไม
3. เลอ� กรบั ประทานผักใหม าข้น� โดยเฉพาะผกั ประเภทใบ
4. รบั ประทานเนอื้ สตั วไมติดมนั ไมเอาหนัง
5. รบั ประทานไขสัปดาหละ 2-3 ฟอง (ถา ไขมนั ในเลอ� ดสงู ใหล ดไขแดง)
6. รับประทานปลาและเตา หูใหบอยข�น้
7. ใชน ้ำมันพช� จำพวกถั่วเหล�องในการผัด น้ำมันรำขา วในการทอดหรอ� ผัด
8. เล�อกด่มื นมจด� พรอ งหรอ� ขาดมันเนย แทนนมท่ีมกี ารปรงุ แตง รส
9. หลก� เลย่� งนำ้ หวาน น้ำอดั ลม ลกู อม ช็อกโกแลตและขนมหวานตางๆ
10. หลก� เลย�่ งการรับประทานอาหารใสก ะทิ ไขมันสตั ว อาหารทอดเปนประจำ
11. เล�อกอาหารที่ปรุงดว ยว�ธกี ารตม น่งึ ยาง ผดั ทใ่ี ชน ้ำมนั นอ ยแทนการทอด
12. ใสน้ำตาลเทยี มใสในอาหารและเคร่�องด่ืม แทนการใชน ำ้ ตาลทราย
13. รบั ประทานรสออ นเคม็
14. เลอ� กอาหารรสออ นเคม็
15. อา นฉลากขอมลู โภชนาการกอ นการบร�โภค
การดแู ลเทาเบาหวาน
ปญ� หาที่พบไดในเทา ผเู ปนเบาหวานไดแ ก
ผวิ แหงแตกเปนข�ย เชอื้ ราท่ีเล็บและงา มนิ�ว เล็บขบ หนังหนา
Clow Toe Hammer Toe Charcot’s Foot
ลกั ษณะเทาผดิ รูป
สาเหตุของการเกิดป�ญหาทเ่ี ทา เกดิ ไดจ าก
1.ปลายประสารเทา เส�่อม เปน สาเหตุหลกั ของการเกดิ แผล
ทำใหเกิดอาการชา ความรูสก� ลดลง อาจเกิดบาดแผลไดง า ย
เกดิ การฝอ ล�บของกลา มเนอ้ื มัดเลก็ ท่ฝี าเทา เกดิ เทา ผิดรูป
การผลต� เหง�อ่ ลดลง ทำใหผ ิวแหง แตกเปนขย�
2.หลอดเลอ� ดเล�ย้ งปลายเทาตบี ตนั ทำใหเ ลอ� ดไปเลย�้ งท่ีเทาลดลง
เกิดเปนเทา เนา เทา ดำได
3.แรงกดทบั จากปญ� หาเทาผดิ รูป ทำใหการลงนำ้ หนกั ผดิ ปกติ เกิดแรงกดทับ
เปน หนังหนาและเกิดแผลตามมาได
4.การตดิ เชื้อจากภาวะน้ำตาลในเล�อดสงู ทำใหก ารหายของแผลชา ลง เกดิ การ
ลกุ ลาม เปน สาเหตขุ องการตัดขาไดในท่ีสุด
ขอ พง� ปฏิบัติในการดแู ลสุขภาพเทา…เพอ�่ ปอ งกนั การเกิดแผล
1. สง� ที่สำคัญทีส่ ุด คอื ควบคุมระดบั น้ำตาลในเลอ� ดใหดี
2. สำรวจเทา ดวยตนเองทกุ วนั วามีแผล รอยช้ำ ผวิ เปลย่� นสห� ร�อไม
(กรณมี องเห็นไมส ะดวก แนะนำใหใชกระจกสอ งเทา)
3. ลา งเทา ดวยนำ้ สะอาดอยา งนอ ยวนั ละ 2ครงั้ แลว ซบั ใหแ หง
โดยเฉพาะอยางย�งิ บร�เวณซอกน�ิว
4. ลางเทาดวยนำ้ ควรใชห ินขดั เทา หรอ� ตะไบขดั เทา ขัดถูบรเ� วณท่เี ปน หนังหนาเบาๆ
ไมควรใชม ดี ตดั หรอ� สารเคมเี พอ�่ ขัดหนงั หนา เพราะอาจทำใหเกดิ การระคาย
เคอื งหร�อเกดิ แผลท่เี ทาได
5. ทาโลชนั่ บางๆเพอ่� ใหผ ิวชมุ ชน้ื ปองกันการเกิดรอยแตก แตค วรเวน
บร�เวณซอกน�ิวเทา เพราะอาจเกดิ การอบั ชนื้ และเปน เช้อื รางา ยข�้น
ถา ฝา เทา มีเหงอ่� ออกมากใหใชแปง ฝนุ โรยเทาได
6. ควรสวมรองเทา ตลอดเวลา ท้งั ในและนอกบาน ไมค วรเดินเทา เปลา
และควรตรวจสอบภายในรองเทา กอ นทกุ ครั้งวา มีเศษหนิ ตะปู หร�อ
ของแหลมคมอยใู นรองเทาหรอ� ไม
7. รองเทาท่ีสวมควรมขี นาดพอดี ไมคบั หร�อหลวมเกินไป ควรเลอ� กซอื้
รองเทา ในชวงบา ย เนอื่ งจากเทา จะบวมข�น้ จากชว งเชา
8. ควรสวมถงุ เทาดว ยทกุ ครั้ง ถงุ เทาควรเปนผา ฝายนมุ ไมร ัดแนน เกนิ ไป
เพราะจะทำใหการไหลเวย� นเลอ� ดท่ีมาเล้�ยงเทาไมส ะดวก
9. การตัดเลบ็ ควรตัดเล็บตรง เสมอปลายน�ิว
อยาตัดจมูกเล็บ เพราะจะทำใหเ ปนเล็บขบได
10. เมอื่ เกดิ บาดแผล ควรทำความสะอาดดวยสบูและนำ้ สะอาด หรอ�
นำ้ เกลอ� ลางแผล แลวทาเบตาดีนทแ่ี ผล กรณีแผลใหญมีการอักเสบ
หร�อมีหนองทแ่ี ผล ควรปร�กษาแพทยท นั ที
11.งดสูบบุหร่� เพราะเปนป�จจยั สง เสรม� ใหเ สนเลอ� ดถูกทำลายมากข�น้
12.บรห� ารเทาทกุ วนั เพ่�อทำใหการหมนุ เวย� นเลอ� ดดีขน�้
13.พบแพทยหรอ� เจาหนาทเ่ี พ�่อตรวจเทาอยางนอ ยปละครงั้
วธ� ีการดูแลเทาอยางงา ย ดวย 4 ข้นั ตอน คือ
เช็ค ตรวจ ทาโลชั่น และบร�หารเทา
อป� กรณท ่จี ำเปน
1.ผา ขนหนูขนาด 10x10 ซม. ชุบน้ำธรรมดาบดิ หมาด
2.โลช่นั /คร�ม สำหรับทาผิว
3.กระจกสอ งเทา
ว�ธกี าร
1.เช็ดเทา ทลี ะขา ง โดยเรม� จากสว นทส่ี ะอาดสดุ ไปสกปรกสดุ ไดแ ก หลงั เทา ขางเทา
ดานใน ขางเทาดานนอก สน เทา ปลายเทา ซอกน�วิ
2.ตรวจเทา โดยเร�มจากหลงั เทา สังเกตแผล/รอยถลอก ความสะอาดของเล็บ
มีเชือ้ ราที่เล็บ/ซอกน�ิวหรอ� ไม ดฝู าเทามีแผลมีหนงั หนาหร�อไม (กรณมี หี นังหนา
ภายหลังอาบนำ้ เสร็จควรขดั หนงั หนา โดยใชต ะไบหรอ� หินขดั เทาขดั บรเ� วณ
หนังหนา โดยขดั ไปทางเดียวกนั เบาๆ ทำทุกครงั้ หลังอาบนำ้ จนออนนมุ ลง)
3.ทาโลช่นั เทโลชั่นลงฝามอื เลก็ นอย ใชฝามือทัง้ สองขางถกู ันเพ่�อทำใหโ ลชั่น
บางลง ทาโลชน่ั ที่เทา เร�มจากสน เทา ถงึ ปลายน�ิว ยกเวนซอกนิ�วไมควรทา
เพราะจะทำใหเ กดิ ความอบั ชื้น เปน เชอื้ ราไดง าย
4.บีบนวดเบาๆใหท วั่ ฝาเทา ปลายนิ�ว
5.เปลย่� นเทาอีกขา ง เรม� ทำตง้ั แตข อ 1-4
6.บรห� ารเทา นั่งเกาอ้ีในทา ทีส่ บาย ยกเทา ทง้ั สองขางขน�้ เหนือพ้น�
เลก็ นอ ยและปฏบิ ตั ดิ งั น้ี
จก� นำ้ เทา – คลาย 10 ครั้ง
กระดกนิว� เทา ข�้น – ลง 10 ครงั้
กางและหุบน�ิวเทา 10 ครั้ง
กระดกฝา เทา ขน้� และกดฝาเทาลง 10 ครั้ง
หมุนขอ เทา เขาดา นในและออกดานนอก 10 ครัง้
วางฝา เทา บนพน�้ กดเสนเทาไว ยกปลายข�น้ – ลง
10 ครงั้
กดปลายเทา ไวกบั พ�้น ยกสน เทาข้�น-ลง 10 คร้ัง
กดสนเทาไวก บั พ้น� ยกปลายเทาข�น้ โยกเทา ไป
ซา ย-ขวา ทางเดียวกัน 10 คร้ัง
ผปู ว ยเบาหวานควรดูแลเทาอยางนอยวนั ละ 1 ครัง้ เพ่�อรักษาเทา ใหม ี
สขุ ภาพทีด่ ี ลดโอกาสเส�ย่ งตอ การสญู เส�ยเทา ได