The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

จัดโดย คณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองการช่วยเหลือเงินสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคม กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

รายงานผลเติมใจให้ก้าวต่อ ตามแนวทาง satir

จัดโดย คณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองการช่วยเหลือเงินสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคม กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

วันพฤหัสบดีที่ 7 กันยายน 2566 เวลา 09.00 - 17.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคาร กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ “เติมใจ ให้ก้าวต่อ” จัดโดย คณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองการช่วยเหลือเงินสงเคราะห์ ผู้ประสบปัญหาทางสังคม กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ตามแนวทาง Satir


เติมใจ ให้ก้าวต่อ


Contents • Satir คือใคร ส าคัญอย่างไร กับจิตวิทยา • สภาวะหมดไฟในการท างาน • กิจกรรม : การเป็นเพื่อนที่ดี ของตนเอง, I have, I am, I can • กิจกรรม : Iceberge • กิจกรรม (Self-Care) : Inner Resources • กิจกรรม : Self Mandala • สรุปบทเรียน/สิ่งที่ได้รับ • พิธีปิด โดย อธิบดีกรมพัฒนา สังคมและสวัสดิการ • ค าคม ข้อคิด จาก Satir (ซาเทียร์) Part Part Part Part Part • กล่าวถึงที่มา “เติมใจ ให้ก้าวต่อ” • Introduction วิทยากร • แนะน าตัว ผู้เข้าร่วมกิจกรรม 1 - 4 5 - 12 13 - 20 21 - 26 27 - 33


1


2 • กล่าวถึงที่มา “เติมใจ ให้ก้าวต่อ • Introduction วิทยากร • แนะน าตัว ผู้เข้าร่วมกิจกรรม Part 1


3 คุณธันยลักษณ์ พรหมมณี ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรอง การช่วยเหลือเงินสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคม กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กล่าวถึงที่มา “เติมใจ ให้ก้าวต่อ” (ในฐานะผู้สนับสนุนงบประมาณค่าวิทยากร) เห็นความส าคัญของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่ต้องท างาน กับผู้ประสบปัญหาทางสังคม ต้องการให้เจ้าหน้าที่เกิดความผ่อนคลายและมีทักษะ ที่สามารถจัดการกับความเครียดเมื่อเกิดภาวะเครียด จากการท างาน หรือสิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้


4 Introduction วิทยากร ผู้เข้าร่วมกิจกรรม แนะน าตัว Dr. Natalie Chantagul (ดร.นาตาลี ฉันทะกุล) Certified Satir Coaching and Mentoring Master Trainer • ผู้ก่อตั้ง Bangkok Psychological Services และ Satir Institute Thailand (Bangkok) • ดร. นาตาลี ส าเร็จการศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิต สาขาจิตวิทยาการปรึกษา และเป็นนักจิตบ าบัดแบบผสมผสานที่ให้การบ าบัดแบบรายบุคคล คู่ ครอบครัว และกลุ่ม • ดร.นาตาลี ยังส าเร็จการศึกษา ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการศึกษา ส่วนบุคคลและครอบครัว จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ • ฝึกฝนจิตบ าบัดด้านต่าง ๆ ได้แก่ : Junian Sandplay Therapy, Satir Transformational Systemic Therapy Process Painting (Expressive Arts), Satir Coaching and Mentoring, Grief Recovery Method, Gestalt Therapy • ดร. นาตาลี ท างานร่วมกับผู้ใช้บริการ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความเครียด และความเหนื่อยหน่าย ภาวะซึมเศร้า การสูญเสีย ความนับถือตนเอง คู่รัก/ ความสัมพันธ์ในชีวิตสมรส และปัญหาการเลี้ยงดูบุตร ดร.นาตาลี ฉันทะกุล คุณธัญธัต สุขวิชชัย คุณหฤทัย รังสรรค์ภัทร • วิทยากรให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน คิดออกแบบท่าทาง ภายใต้ชื่อเล่นของตนเอง • จากนั้น ขออาสาสมัคร ออกมาบอกชื่อเล่นพร้อมท่าทาง ให้ทุกคนทราบตรงกลางวง เช่น ชื่อเล่น เบิร์ด ก็จะแสดง ท่าทางของนกบิน หรือ ชื่อเล่น จอย ก็จะเต้นท่าที่แสดงออก ถึงความสนุกสนาน เป็นต้น 084-239-1569 contact LINE : dmatalie Bangkok Psychological Services (BPS) Satir Institute of Thailand - Bangkok


5


6 • Satir คือใคร ส าคัญอย่างไรกับจิตวิทยา • สภาวะหมดไฟในการท างาน Part 3


7 • มีอายุระหว่าง 1916-1988 • เป็นครูในโรงเรียนรัฐ • จบปริญญาโทสังคมสงเคราะห์ • หนึ่งในผู้ริเริ่ม Family Therapy • Most Influential Therapist ใคร คือ VIRGINIA SATIR • คุณคือความมหัศจรรย์และควรค่าแด่ความรัก • การเปลี่ยนแปลงเป็นไปได้ • คุณมีทางเลือกมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การตอบสนองต่อ เหตุการณ์มากกว่าการโต้กลับต่อเหตุการณ์นั้น • เราสามารถเชื่อมโยงกันในความเหมือนและเติบโต ในความแตกต่าง • เมื่อไหร่ที่คุณได้รับข้อมูลใหม่ ๆ คุณก็จะมีความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ปรัชญาของ VIRGINIA SATIR คือใคร ส าคัญอย่างไรกับจิตวิทยา


8 วิทยากรให้แบ่งกลุ่มย่อย 3-4 คน เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับ... ปรัชญาของ VIRGINIA SATIR ว่าข้อไหนที่สมาชิกกลุ่มเห็นว่าตรงกับตัวเรา มากที่สุด จากนั้นให้ทุกกลุ่มส่งผู้แทนออกมาเล่าให้เพื่อนในวงใหญ่ฟังอีกครั้งหนึ่ง สรุป สมาชิกกลุ่มได้มีการกล่าวถึง ปรัชญาของ VIRGINIA SATIR ในทุกข้ออย่างเชื่อมโยงกัน โดยให้ความเห็นออกมาเป็น รูปธรรมที่ใกล้เคียงกับตนเองมากที่สุด เช่น • การท างานร่วมกันกับคนที่มีความเหมือนและแตกต่างกัน ท าให้เกิดการเรียนรู้ สิ่งใหม่ ๆ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ • การตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ มักมีทางเลือก ทางออกอยู่ หลากหลายวิธี แต่อยู่ที่เราจะเลือกหาทางเลือกนั้นหรือไม่


9 สภาวะหมดไฟในการท างานคืออะไร สภาวะหมดไฟในการท างาน ภาวะการเปลี่ยนแปลงด้านจิตใจที่เกิดจากความเครียดเรื้อรังในการท างาน โดยมีอาการหลัก 3 อาการ ได้แก่ 1. มีความเหนื่อยล้าทางอารมณ์รู้สึกสูญเสียพลังงานทางจิตใจ 2. มองความสามารถในการท างานของตนเองในเชิงลบ ขาดความรู้สึกประสบความส าเร็จ 3. มองความสัมพันธ์ในที่ท างานไปในทางลบ รู้สึกเหินห่างจาก คนอื่นไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน หรือคนที่เกี่ยวข้อง ความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหมดไฟในการท างาน หากรู้สึกว่างานมีลักษณะ ดังต่อไปนี้ 1. ภาระงานหนัก และปริมาณงานมาก 2. ขาดอ านาจในการตัดสินใจ และมีปัญหาการจัดล าดับความส าคัญของงาน 3. ไม่ได้รับการตอบแทน หรือรางวัลที่เพียงพอต่อสิ่งที่ทุ่มเทไป 4. รู้สึกไร้ตัวตนในที่ท างาน หรือ รู้สึกไม่เป็นส่วนหนึ่งของทีม 5. ไม่ได้รับความยุติธรรม ขาดความเชื่อใจ และการเปิดใจยอมรับกัน 6. ระบบบริหารในที่ท างานที่ขัดต่อคุณค่า และจุดมุ่งหมายในชีวิตของตนเอง


หุนหันพลันแล่น ผัดวันประกันพรุ่ง ท ากิจกรรมสร้างความสุขลดลง เริ่มมาท างานสายบ่อยขึ้น บริหารจัดการเวลาแย่ลง เริ่มมองงาน/คนอื่นในแง่ร้าย ระแวงง่ายขึ้น โทษคนอื่น สงสัยความสามารถของตนเอง และอยากเลี่ยงปัญหา หดหู่ เศร้า อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย หงุดหงิด ไม่พอใจในงานที่ท า CBT ด้านอารมณ์ ด้านพฤติกรรม ด้านความคิด ตนเอง : จัดการ งาน เวลา ชีวิต การพักผ่อน ไม่เหมาะสม ขาดทักษะในการท างาน ขาดแรงจูงใจ ขาดเป้าหมาย งาน : เยอะ ยาก ซับซ้อน ด่วน ว่าเริ่มเกิดภาวะหมดไฟมีอะไรบ้าง 10 สัญญาณเตือน สรุปสาเหตุของการหมดไฟในการท างาน


11 วิทยากรให้กลุ่มย่อย 3-4 คน พูดคุยกันว่าแต่ละคนมีวิธีการรับมือกับอาการ หมดไฟในการท างานอย่างไรได้บ้าง จากนั้นให้ทุกกลุ่มส่งผู้แทนออกมาเล่าให้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมในวงใหญ่ฟังอีกครั้งหนึ่ง


สรุป สมาชิกกลุ่มได้มีวิธีการรับมือกับอาการหมดไฟในการท างาน ที่หลากหลายวิธีกันออกไป เช่น • แบ่งเวลางานกับส่วนตัวให้ชัดเจน กลับบ้านก็ตัดเรื่องงานออก • การออกก าลังกาย ชอปปิ้ง ดูหนัง ดูยูทูป ทานอาหารที่อร่อย • ท่องเที่ยวกับเพื่อน ครอบครัว/พักผ่อน • การตั้งเป้าหมายในการท างาน การจัดล าดับเรียงความส าคัญของงาน • ไหว้พระ ท าบุญ ขอพร มูเตลู ปฏิบัติธรรม หาความสงบทางใจ • พบจิตแพทย์ ปรึกษาเฉพาะทาง • ทบทวนตนเอง ตั้งสติ จัดการความคิดของตนเอง • คิดเชิงบวกกับงานที่ท า “ท างานคุ้มครองคน แล้วงานจะคุ้มครองเรา” • ปรับทัศนคติตัวเรา คุยกับคนที่เราไว้ใจ ให้เข้าใจเราและเราก็พร้อมที่จะ เข้าใจเขาไปด้วยกัน • เปรียบเหมือนเครื่องยนต์ คือ ดับเครื่อง แล้วสตาร์ทใหม่ เริ่มใหม่ • คิดสร้างสรรค์ • เปลี่ยนบทบาทตนเอง ตามหน้าที่ที่ท า กลับบ้านเป็นแม่ เป็นลูก • เวลาเครียดก็เครียดแล้วปรับอารมณ์ให้ได้ • หาใครที่ไว้ใจได้ ระบายความเครียดออกมา หรือโทร hotline • อ่านไลน์ ค าคม ที่ถูกส่งต่อกันมาเป็นพลังบวกให้ตนเอง • ให้ก าลังใจตนเอง • เอาตัวเองออกจากโลก Social เป็นต้น 12


13


14 Part 3 • กิจกรรม : การเป็นเพื่อนที่ดีของตนเอง, I have, I am, I can • กิจกรรม : Iceberge • กิจกรรม (Self-Care) : Inner Resources, • กิจกรรม : Self Mandala


15 กิจกรรม : การเป็นเพื่อนที่ดีของตนเอง, I have, I am, I can วิทยากรให้กลุ่มย่อย 3-4 คน พูดคุยกันว่า เพื่อนที่ดีเป็นอย่างไร ในความหมาย ของตนเอง และเขาต้องคุณสมบัติอย่างไรบ้าง? .....และสิ่งเหล่านั้นในตัวเรามีไหม เราเป็นเพื่อนที่ดีของตนเองไหม ทราบได้อย่างไร จากนั้นให้ทุกกลุ่มส่งผู้แทน ออกมาเล่าให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมในวงใหญ่ฟังอีกครั้งหนึ่ง สรุป...เพื่อนที่ดีของแต่ละกลุ่ม เป็นดังนี้ • ต้องเป็นคนตลก • มองโลกในแง่ดี • มีความสุข • ต้องไม่ยืมเงินเรา • ไม่ต้องเข้าใจกันทุกเรื่อง แต่ต้องยอมรับในสิ่งที่เราเป็นได้ รู้สึกถึง ความรู้สึกของเราได้ • พูดตรงไปตรงมา • คิดดีกับเรา ท าดีกับเรา • ไม่หยิบยื่นสิ่งที่ไม่ดีให้กับเรา • เข้าใจเรา รับฟังเรา ตักเตือนกันได้ รักษาความลับของเรา • อยู่เคียงข้างเราในวันที่เรามีปัญหา • อยู่ในทุกช่วงของชีวิตเรา ทั้งสุขและทุกข์ • ยอมรับตัวตนของเราได้ ยินดีในความแตกต่างของเราได้ วิทยากรสรุป การเป็นเพื่อนที่ดีกับตนเอง คือ “ต้องรู้จัก เข้าใจ ยอมรับ และดูแลตนเองให้ดี”


วิทยากรสรุป I have, I am, I can เป็นสิ่งที่ทุกคนมีเหมือนกัน ซึ่ง I have กับ I can อาจ เหมือนกันบ้าง ไม่เหมือนกันบ้าง แต่ I am เป็นสิ่งที่ทุกคนมีเหมือนกันหมด เพราะเราเป็นมนุษย์เหมือนกัน เราเติบโตมาจากเมล็ดพันธุ์ที่เต็มเปี่ยมไป ด้วยคุณค่า ดังนั้น การดูแลตนเอง จึงเป็นอาวุธที่ส าคัญที่สุด 16 วิทยากรให้ทุกคนเขียน Reflect ถึงตนเอง ในกระดาษที่แจก 1 แผ่น โดยในกระดาษจะมีวงกลมอยู่ 3 วง ประกอบด้วย • วงนอกสุด I can ให้เขียนว่าเรามีความสามารถ อะไรบ้าง เราท าอะไรได้บ้าง • วงกลาง I have ให้เขียนว่าในตัวเรามีอะไร เช่น มีเพื่อน มีครอบครัว เราชื่นชมกับสิ่งที่เรามีอยู่ใน วันนี้คืออะไร อาจเป็นสิ่งที่เล็กน้อยก็ได้ • วงในสุด I am ให้เขียนถึงตัวเราเป็นคนอย่างไร เช่น เราใจดี ซื่อสัตย์ ห่วงใยผู้อื่น I am I have I can ข้อมูลการแลกเปลี่ยนความเห็นบางส่วนในวงใหญ่ของผู้เข้าร่วมกิจกรรม


17 วิทยากรได้ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เขียนถึงตนเองในแผ่นกระดาษที่มีรูปภูเขาน้ าแข็ง และให้ยกตัวอย่างพฤติกรรมและรูปแบบการรับมือที่ใช้ จากการเข้าร่วมกิจกรรมที่ ผ่านมา ที่จับคู่แลกเปลี่ยน และถ่ายทอดในวงใหญ่ร่วมกัน สรุปออกมาเป็นดังนี้ ยอดภูเขา ส่วนของภูเขาที่อยู่เหนือน้ า จะเป็นพฤติกรรม การกระท า การแสดงออก ที่เราแสดงออกมาให้คนอื่นเห็น ใต้ภูเขาน้ าแข็ง เป็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น คือส่วนที่อยู่ลึกลงไปใต้น้ า ประกอบด้วย ความรู้สึก ความคิด ความเชื่อ การรับรู้ ความคาดหวัง ความปรารถนา ซึ่งจะ เชื่อมโยงกับตัวตน (Self - I am) อันเป็นแก่นแท้ของเรา สรุปผลกิจกรรม เป็นเครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบว่า ความรู้สึก ความคิด ความเชื่อภายในตนเองเป็นอย่างไร ถึงท าให้มีการแสดงพฤติกรรมเช่นนั้นออกมา ซึ่งถ้ารู้ทันสิ่งเหล่านี้ ก็จะ ท าให้ ไม่ปล่อยให้สิ่ง เหล่านี้ (อารมณ์ ความคาดหวัง) เป็นโดย อัตโนมัติ แต่จะสามารถจัดการ ควบคุมได้และ เลือกได้ ทั้งในเรื่องของพฤติกรรมและ ความคิด กิจกรรม : Iceberge


18 กิจกรรมเชื่อมโยงทรัพยากรภายในตนเองกับเพื่อน วิทยากรให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสังเกตลมหายใจ สังเกตการณ์เดิน พิจารณาสัมผัสที่เท้า สัมผัสอุณหภูมิ ทบทวนทรัพยากร (ภายในตัวตน) ที่แลกเปลี่ยนกับผู้เข้าร่วม 3 ข้อ ในกิจกรรมที่ผ่านมา จากนั้นให้ท ากิจกรรมตามที่วิทยากรแจ้งต่อ คือ รอบที่ 1 ถ้าสัญญาณดังขึ้น ให้เดินไปหา 1 คนที่เชื่อมโยงด้วย แนะน าตัวเรากับ เพื่อนตรงหน้า แลกเปลี่ยนข้อดีของเรา 3 ข้อ กล่าวขอบคุณ รอบที่ 2 เดินต่อ ถ้าสัญญาณดังขึ้น ให้หา 1 คนที่เชื่อมโยงด้วย แนะน าตัวเรากับ เพื่อนตรงหน้า พร้อมแลกเปลี่ยนข้อดีของเรา 3 ข้อใหม่ กล่าวขอบคุณ รอบที่ 3 เดินต่อ ถ้าสัญญาณดังขึ้น ให้หา 1 คนที่เชื่อมโยงด้วย จับมือ แนะน าตัว เรากับเพื่อนตรงหน้า พร้อมแลกเปลี่ยนข้อดีของเรา 3 ข้อใหม่ กล่าวขอบคุณ จากนั้น จัดแถวเป็นวงกลมสองวง วงนอกสะท้อน วงในรับฟัง เมื่อเพื่อนบอก ว่าตนเองมีทรัพยากรใด ให้สะท้อน 3 ข้อนั้น กลับไป ท าเช่นเดียวกัน 3 รอบ สรุป ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทราบ ถึงทรัพยากรภายในที่พบ คือ ชอบ ช่วยเหลือผู้อื่น มีความเมตตา ไม่ด่วนตัดสินคนจากภาพลักษณ์ ภายนอก มองเห็นข้อดีของทุกคน มอบพลังบวก พลังแห่งความสุขให้ กันและกัน ยอมรับทรัพยากรตัวเอง และกล้าบอกเพื่อน ยอมรับผู้อื่น เพิ่มความกล้าแสดงออก กล้าพูดคุย กับคนอื่น ๆ และเปิดใจมากขึ้น รู้จัก คนอื่น ๆ กิจกรรม (Self-Care) : Inner Resources, การเชื่อมโยงกับตัวเอง จะไม่เกิดภาวะ Burn_Out๘เพราะเชื่อมโยงกับทรัพยากร ในตัวเองที่สวยงาม ที่อยู่กับเรา บางครั้งจะ มีบางอย่างที่ปิดกั้นไม่ให้เชื่อมโยงกับตนเอง เช่น ความเชื่อในอดีต กฎครอบครัว ฯลฯ ตัวอย่าง กฎครอบครัวที่ท าให้ไม่สามารถ เติบโตได้เต็มที่ มีอุปสรรคในการเชื่อมโยง กับทรัพยากรในตนเอง เช่น ห้ามไปบอกว่า เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในบ้าน ห้ามพูดว่ารู้สึกเช่นไร ห้ามร้องขอ ห้ามเสี่ยง ฯลฯ “ต้องรู้ทัน จัดการ ควบคุมและเลือกได้”


19 Self Mandala เป็นการเรียนรู้วิธีการเชื่อมโยงทรัพยากรกับตัวเรา ทรัพยากรภายในตัวเอง ที่มีความส าคัญต่อการด ารงชีวิตอยู่ของคนเรา มีอยู่จ านวน 8 ด้าน ได้แก่ กิจกรรม : Self Mandala 1. พลังแห่งความสมบูรณ์ทางกาย (Physical) ได้แก่ การออกก าลังกาย การดูแลสุขภาพ เพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง 2. พลังแห่งการสร้างความสัมพันธ์ (Interactional) ได้แก่ การติดต่อสัมพันธ์กับกลุ่มเพื่อน การแสดงความเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน 3. พลังแห่งอารมณ์ (Emotional) ได้แก่ การส่งเสริมพัฒนาอารมณ์ด้านบวก อารมณ์ แจ่มใจ การลดละเลิกอารมณ์ด้านลบ อารมณ์ขุ่นมัว 4. พลังแห่งประสาทสัมผัส (Sensory) ได้แก่ การพัฒนาพลังการรับรู้ของประสาทสัมผัส ทั้ง 5 รูป รสกลิ่น เสียง สัมผัส 5. พลังแห่งบริบท (Contextual) ได้แก่ การรับรู้เชื่อมโยงตนเองกับรายละเอียดของ ธรรมชาติ การปรับตัว การสร้างความคุ้นเคย ชื่นชมกับธรรมชาติที่แตกต่างหลากหลาย 6. พลังแห่งน้ าหล่อเลี้ยง (Nutritional) ได้แก่ การได้รับอาหารทางร่างกายที่มีประโยชน์ และ การได้รับสารหล่อเลี้ยงทางจิตใจที่อุดมสมบูรณ์ ชุ่มชื่น 7. พลังแห่งปัญญา (Intellectual) ได้แก่ การศึกษา พัฒนา การเรียนรู้ 8. พลังแห่งจิตวิญญาณ (Spiritual) ได้แก่ การสร้างความสงบ สะอาด สว่าง แห่งจิต วิญญาณ


20 กิจกรรม Self Mandala วิทยากรให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมให้คะแนนตนเองในแต่ละช่อง ทรัพยากร จ านวน 8 อย่าง ได้แก่ อาหาร (Nutritional) ความรู้ (Intellectual) อารมณ์ (Emotional) ร่างกาย (Physical) สัมผัส (Sensory) จิตวิญญาณ (Spiritual) ปฏิสัมพันธ์ (Interaction) บริบท (Contextual) ระดับคะแนน 1–10 คะแนน ทั้งนี้ คะแนนไม่ได้มีไว้เพื่อใช้แปลผล แต่ใช้ในการ aware ตระหนักรู้ตนเองเท่านั้น หลังจากนั้น วิทยากรแจกป้ายชื่อทรัพยากรภายในตัวเอง ทั้ง 8 อย่าง ให้กับ อาสาสมัคร จ านวน 8.คน และให้เลือกสีเชือกตามสีที่ชอบ และเลือกอาสาสมัคร จ านวน 1 คนมาเป็น self และยืนอยู่ตรงกลาง โดยมีเชือกสีต่าง ๆ ล้อมรอบตัวไว้ และให้ อาสาสมัครที่เป็นทรัพยากรยืนอยู่ตามล าดับคะแนน จากนั้น วิทยากรให้อาสาสมัคร ที่เป็น_Self มองไปที่ทรัพยากรที่อยู่ไกล self (ซึ่งหมายถึงมีคะแนนน้อย) และให้ อาสาสมัครตระหนักรู้สิ่งที่เป็นและหาวิธีจัดการดึงให้ resource นั้นขยับเข้ามาใกล้กับตัว เรา เช่น พูดคุย เจรจาไกล่เกลี่ย หว่านล้อม สัญญา ฯลฯ กิจกรรม : Self Mandala สรุป ท าให้เรารู้จักตนเองได้มากขึ้น รู้จุดเด่น จุดด้อยของตนเอง เพื่อน าไปสู่ การพัฒนา เยียวยาตนเอง มีความสุขสงบ ผ่อนคลาย มีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น กับตนเองและผู้อื่น มีความภาคภูมิใจในตนเอง เชื่อมั่นในตนเอง ใจเย็นลงเมื่อ มีสถานการณ์ฉุกเฉิน มีสติมากขึ้น เท่าทันอารมณ์ความรู้สึกและความคิด จัดการความคิดอย่างเป็นระบบมากขึ้น และเห็นคุณค่าของตนเอง มากยิ่งขึ้น


21


22 Part 4 • สรุปบทเรียน /สิ่งที่ได้รับ • พิธีปิด โดย อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ


23 สรุปบทเรียน / สิ่งที่ได้รับ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้สะท้อนสิ่งที่ตนเองได้รับ... • การเคารพความรู้สึกและยอมรับตนเอง • ความเป็นตัวตนของตัวเอง • การมองเห็นคุณค่าในตนเอง • สิ่งที่เพื่อนสะท้อนออกมา น าไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวัน • ความสัมพันธ์ดี ๆ • การน าสิ่งที่ดูแลตนเอง ไปดูแลคนใกล้ตัว • การมองเห็นด้านบวกและลบของตนเอง • การสังเกตอารมณ์ตนเอง • การพิจารณาตนเองให้มากขึ้น มองข้อบกพร่องที่ต้องปรับปรุงแก้ไข เปิดใจรับฟังคนอื่น • ความเห็นใจผู้ใช้บริการ เพื่อให้เกิดการช่วยเหลือได้ประโยชน์สูงสุด • การเปลี่ยนพลังลบและพลังบวก สรุปบทเรียน • การเสริมพลังอ านาจ เพื่อน าไปถ่ายทอด ให้เพื่อนร่วมงานต่อ • เติมก าลังใจให้ตนเอง ผ่านการส ารวจ/ทบทวน/ รู้จักตนเอง • แนวทางการฮีลใจตนเอง และผู้อื่น


24 มุมมองต่อการมองเห็นประโยชน์จากการเข้าร่วมกิจกรรมของเจ้าหน้าที่ ในฐานะผู้สนับสนุนงบประมาณค่าวิทยากร โดย นางสาวธันยลักษณ์ พรหมมณี เจ้าหน้าที่ต้องมีการจัดการร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณของตนเอง ระหว่างความเป็นมืออาชีพและความเป็นมนุษย์ที่มีอยู่ในตนเอง และจาก การเข้าร่วมประชุมร่วมกับคณะกรรมการฯ และลงพื้นที่ จึงได้เห็นการ ท างานที่ทุกคนมีความซื่อสัตย์กับความต้องการของตนเอง คือ การ ให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความมั่นคงทางการเงินและความ มั่นคงปลอดภัยในชีวิต หลายท่านท างานเป็นระยะเวลาหลายปี จาก ผู้กู้ภัยในวันนี้อาจเป็นผู้ประสบภัยได้ เพราะรับฟังปัญหาความทุกข์ของ ผู้ใช้บริการมาอย่างยาวนาน.... ดังนั้น การมีเครื่องมือในการป้องกันตนเองจึงเป็นสิ่งส าคัญ และจ าเป็นต้องมีสุขภาพจิตที่ดี รวมถึงใช้ ทรัพยากรในตนเอง เพื่อรับมือ ตอบสนอง และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ในวันนี้ก็เห็นความพยายามของ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่จะเชื่อมโยงกับตนเอง เพื่ออยู่กับสุขให้เป็นอยู่กับทุกข์ให้ได้ เพราะเราเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด ให้กับตัวเราเอง การแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ หวังว่าจะเติบโต อย่างสวยงาม และอยากให้ ทุกคนบอกรักตัวเอง ขอบคุณตัวเองที่ผ่านเรื่องราวต่าง ๆ มีความสุขในการ มองโลกและเข้าใจชีวิต มีสุขภาพกายและจิตที่แข็งแรงต่อไป


25 ขอบคุณ คุณธันยลักษณ์ พรหมมณี และคณะวิทยากรที่น าสิ่งดี ๆ มาให้ชาว พส. ตามแนวทางจิตบ าบัด (Satir) สิ่งหนึ่ง ที่อยากจะบอกผู้เข้าร่วมกิจกรรม คือ บางครั้งเราเอง ท างานรับความทุกข์ของ ผู้อื่นเข้ามาและใส่ใจกับเขามากกว่าตัวเรา เอง ซึ่งได้รับรู้ถึงพลังและทุกข์ สุข ของ เพื่อนพี่น้องข้าราชการด้วยเหมือนกัน ท่ามกลางภาระงานทับถม ต้องหัดวาง ให้เป็น หันกลับมาดูแลจิตใจตนเอง ส ารวจ สถานะทุกข์ สุข และท าความเข้าใจกับความ รู้สึกตัวเราเอง ปฏิบัติคล้ายหลักธรรมะ หากทุกข์ จะวางได้อย่างไร เพราะทุกข์สุข อยู่ไม่นาน แต่ถ้ายึดติดแล้วไม่วาง จะทับถม เราต้องรู้จักสถานะของความรู้สึกตนเอง เติมพลังให้ตนเอง และยิ้มสู้ ท างานต่อ เพราะว่าถึงจะทุกข์ สุข ก็ยังต้องเดินต่อ หยุดเดินไม่ได้ ที่ผ่านมาในสถานคุ้มครอง และบ้านมิตรไมตรี ได้รับ ผู้ใช้บริการทุกประเภทรวมถึงกลุ่มผู้มีอาการทางจิต ติดสารเสพติด ซึ่งก็รับรู้ว่า เจ้าหน้าที่สู้อยู่ และเข้าใจว่า Satir จะเป็นแนวทางในการปลดปล่อย อยากให้ค้นหาว่า อะไรที่ท าให้เรามีความสุข ลืมความทุกข์ เช่น ออกก าลัง กาย ท างานบ้าน ฟังเพลง ดูหนัง ท ากิจกรรมที่ไม่ต้องใช้ ความคิด เพื่อเติมใจให้ไปต่อ ได้รับความสุข หรือพลัง กลับคืนมา ใช้ชีวิตอย่างปกติสุข อยากให้ทุกคนใช้ Satir เพื่อเป็นแนวทางในการรู้จักตนเอง และเชื่อมั่นตนเอง เพราะทุกคนมีดี มีศักยภาพ และอยากให้นึกถึงอุดมการณ์ หรือศักยภาพที่ท าให้ตัดสินใจเข้ามาอยู่ในจุดนี้ เราคือที่พึ่ง เดียวของคนไร้ที่พึ่ง งานที่ยิ่งใหญ่อาจท าให้เราลืม ความสุขเล็ก ๆ ไป วันนี้จึงส าคัญอย่างยิ่งที่เราจะหัน กลับมาอยู่กับตัวเอง ให้ความสุขกับตนเองบ้าง ผู้บริหาร ทุกคนขอให้ก าลังใจ และยืนยันว่าได้รับรู้ทั้งทุกข์ สุข และ การท างานในภาวะจ ากัดต่าง ๆ ขอบคุณทุกคนที่ยังสู้ต่อ ขอบคุณผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุก ๆ ท่าน ขอส่งพลังให้กับ ทุก ๆ ท่าน และเราจะมีกันและกันเสมอ ” “ขอบคุณ พิธีปิดกิจกรรม โดย อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ


26 ร่วมให้ก าลังใจ เติมพลัง จากผู้บริหารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ นายกิตติ อินทรกุล รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ “น าหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาเป็นแนวทาง อันได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ความทุกข์ของชาวบ้าน เราคิด ว่าเขาทุกข์ เพราะเราเอาจิตของเราไปผูก ชาวบ้านอาจจะรู้สึกว่า ต้องการให้คนรับฟังปัญหา ถ้าเขามาหาเรามากเท่าไหร่ แสดง ว่าเขาเชื่อว่า เราเป็นนักรับฟังปัญหาที่ดี และดูแหล่งทรัพยากร น ากลับมาวางแผนช่วยเหลือหรือจัดการรายกรณี โดยยึด หลักทางสายกลาง” นางอุมาภรณ์ ผ่องจิตต์ นักสังคมสงเคราะห์เชี่ยวชาญ “ขอบคุณคุณธันยลักษณ์ พรหมมณี ที่เป็นกัลยาณมิตรที่ดี ร่วมสร้างพลังบวก ให้เกิดสังคมสันติสุขร่วมกัน ขอบคุณส าหรับโอกาสที่ท าให้เกิดงานในวันนี้ งานที่เราต้องท าให้เห็นผลในวันข้างหน้าและเป็นประโยชน์ของทุกคน และขอจง อย่าละเลยหรือหลงลืมว่า เราก็มีคุณค่าในตนเอง” นายสุวิชชา วงศ์ไสลย์ รักษาการในต าแหน่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาสังคม “ก าลังใจที่ดีที่สุด คือ ก าลังใจจากตนเอง เป็นก าลังใจให้กับทุกท่าน เพราะทุกท่านเป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนงาน ของกรม ขอให้ทุกคนกอดและบอกรักตัวเอง ซึ่งจะส่งพลังบวกให้กับคนอื่นด้วย” นางรุ่งนภา ทองรักน้อย ผู้อ านวยการกองพัฒนาสังคมกลุ่มเป้าหมายพิเศษ “ขอบคุณการอบรมคอร์สนี้ เป็นคอร์สที่ดีมาก การจัดการความเครียดที่เกิดขึ้น ความสุขอยู่ที่ตัวเรา กอด สัมผัส เตือน ให้พลังตนเอง เพื่อได้มีก าลังไปให้ก าลังใจผู้อื่น สุขอยู่ที่การคิดและมุมมอง ขอเป็นก าลังใจให้ทุกท่าน” นายศราวุธ มูลโพธิ์ ผู้อ านวยการกองคุ้มครองสวัสดิภาพและเสริมสร้างคุณภาพชีวิต “ความอดทนกับตนเอง เพื่อนร่วมงาน ยึดเรื่อง คนส าราญ งานส าเร็จ งานได้ผล คนเป็นสุข ในแต่ละวันหากมีข้อ อึดอัดหรือปัญหาในการท างาน ให้แลกเปลี่ยนกัน สามสิ่งที่เปลี่ยนคนได้ ให้ก าลังใจ ให้อภัย ให้โอกาส เพื่อการท างานอย่างมี ความสุข”


27


28 ค ำคม ข้อคิด จาก Satir (ซาเทียร์)


29


30


31


32


33 เก็บตกภาพกิจกรรม


34 ▪ คณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองการช่วยเหลือ เงินสงเคราะห์ ผู้ประสบปัญหาทางสังคม กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ▪ กลุ่มงานผู้เชี่ยวชาญ ▪ กองคุ้มครองสวัสดิภาพและเสริมสร้างคุณภาพชีวิต คณะผู้จัดท ำ


กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 1034 ถนนกรุงเกษม แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100


Click to View FlipBook Version