The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

5 บท วิจัยชุมนุม 63

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by วรวุฒิ เทียนแก้ว, 2022-08-13 05:36:23

5 บท วิจัยชุมนุม 63

5 บท วิจัยชุมนุม 63

รายงานการดำเนินกิจกรรมชมุ นมุ ออนไลน์
ในรูปแบบการจดั การเรียนรแู้ บบผสมผสาน (Hybrid Learning)

ผ่านเว็บไซต์ www.activity.tnw.in.th
ปีการศกึ ษา 2563

งานกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน โรงเรียนธาตุนารายณ์วิทยา
สำนกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษามัธยมศึกษาสกลนคร
สำนักงานการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ

บนั ทึกข้อความ

สว่ นราชการ โรงเรยี นธาตนุ ารายณ์วทิ ยา อำเภอเมือง จังหวดั สกลนคร
ท่.ี ........................................................ วันที่ 4 เมษายน 2564
เร่ือง รายงานผลการดำเนินการเรียนกิจกรรมชมุ นมุ ออนไลน์ ผา่ น www.activity.tnw.ac.th
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
เรียน ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นธาตุนารายณ์วทิ ยา

ด้วยกลุ่มบริหารวิชาการ โรงเรียนธาตุนารายณ์วิทยา ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมชุมนุมออนไลน์ ใน
รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Hybrid Learning) ผ่านเว็บไซต์ www.activity.tnw.in.th ปี
การศกึ ษา 2563

บัดน้ีการดำเนินการดังกล่าวข้างต้นได้สำเร็จลุล่วงเป็นอย่างดีแล้ว และได้ดำเนินการวิเคราะห์ผลการ
ดำเนินงานเรียบร้อยแล้ว ดังน้ัน จึงขอรายงานผลการดำเนินงานการจัดกิจกรรมชุมนุมออนไลน์ รายละเอียด
แนบมาพรอ้ มหนังสือนแ้ี ลว้

จงึ เรยี นมาเพือ่ โปรดทราบ

ลงชือ่
(นายชาครสิ ต์ เลิศเตชะจิรานนท)์
หวั หนา้ กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน

คำนำ

รายงานการดำเนินกจิ กรรมชมุ นมุ ออนไลนใ์ นรูปแบบการจดั การเรียนรแู้ บบผสมผสาน (Hybrid
Learning)ผา่ นเว็บไซต์ www.activity.tnw.ac.th จัดทำข้ึนเพ่อื รวบรวมหลักฐานเอกสารตา่ งๆ ทเี่ กี่ยวข้องการ
กับการดำเนนิ งานของโครงการ รูปแบบการจดั กจิ กรรมทีส่ ง่ เสริมใหผ้ ู้เรียนมีศกั ยภาพ การดำเนินงานท่ี
ส่งเสริมการมีสว่ นร่วมของชมุ ชนและหนว่ ยงานภายนอก รายงานฉบบั น้ีได้รวบรวมผลการดำเนินงาน การ
วเิ คราะห์ผลการดำเนินงานตามตวั ชวี้ ัดความสำเรจ็ ของโครงการ การสรปุ ผลความสำเรจ็ และความพึงพอใจของ
ผ้ทู ่มี ีสว่ นร่วมในการดำเนินงาน ประมวลภาพการจดั กจิ กรรม และหลกั ฐานท่ีเกี่ยวขอ้ ง

ทงั้ นี้เพ่ือเป็นสว่ นหนง่ึ ในการนำข้อมลู สำหรบั การวางแผนการดำเนินงานตามแผนปฏิบตั ิการประจำปี
ของโรงเรียนธาตุนารายณว์ ิทยา เปน็ ขอ้ มูลพนื้ ฐานประกอบการตดั สินใจตา่ งๆ ของผูบ้ รหิ ารในการพัฒนา
คุณภาพการศกึ ษาของโรงเรียนธาตุนารายณว์ ิทยา ให้มีคุณภาพ สามารถพฒั นานักเรียนให้มีมาตรฐานทาง
การศกึ ษา เปน็ ข้อมูลสำหรับบุคลากรและผู้ท่เี กยี่ วข้องสำหรับการจัดกจิ กรรมตา่ งๆ เพ่อื ยกระดับคณุ ภาพ
การศกึ ษาของนกั เรียน สร้างความเชอ่ื มั่นตอ่ ชมุ ชนต่อไป

สารบัญ หนา้
เรื่อง
1
บทที่ 1 บทนำ 1
ที่มาและความสำคญั 2
วตั ถปุ ระสงค์ของการวิจยั 3
ขอบเขตงานวิจัย 3
สมมติฐาน 4
นยิ ามศพั ท์ 5
5
บทท่ี 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกย่ี วข้อง 12
แนวคิดเกยี่ วกับนวตั กรรม 13
การจดั การเรยี นรใู้ นสภาวการณ์โรคโควดิ -19 17
การเรยี นรู้แบบผสมผสาน (Hybrid learning) 17
17
บทท่ี 3 วิธดี ำเนนิ การวจิ ยั 19
กลมุ่ เป้าหมาย 20
เครอ่ื งมือทใ่ี ชใ้ นการศกึ ษา 21
การเกบ็ รวบรวมข้อมูล 21
สถติ ิที่ใชใ้ นการเกบ็ รวบรวมข้อมลู 21
22
บทท่ี 4 ผลการวจิ ยั 29
สญั ลักษณ์ทใ่ี ช้ในการวิเคราะห์ขอ้ มลู 29
ลำดบั ขั้นในการเสนอผลการวเิ คราะหข์ อ้ มูล
ผลการวิเคราะห์ข้อมลู

บทท่ี 5 สรปุ และอภิปรายผลการวิจัย
สรุปผลการวิจัย

อภปิ รายผล 29
ข้อเสนอแนะ 30
ภาคผนวก 31

1

บทท่ี 1
บทนำ
ทม่ี าและความสำคัญ
ด้วยสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรคโควดิ -19 ในปัจจบุ นั ส่งผลตอ่ การจัดการศกึ ษา และเกิดการ
แพร่หลายของแนวทางจดั การเรยี นรูอ้ อนไลนผ์ า่ นเครอื ข่ายอินเทอร์เนต็ และสารสนเทศขน้ึ อย่างมากมาย
ดงั น้นั ครผู สู้ อนในฐานะผูถ้ ่ายทอดองค์ความรใู้ ห้แก่นกั เรียนต่างก็มกี ารปรบั ตวั และเตรียมทักษะเพอ่ื รบั มอื กบั
แนวทางการจดั การเรยี นรแู้ บบใหม่อยา่ งทันทว่ งที พร้อมรบั กับสถานการณ์ความไมแ่ น่นอนทอี่ าจเกดิ ขึน้ ได้อยู่
เสมอดังน้ันหนึง่ ในรปู แบบการจดั การเรยี นการสอนทเ่ี หมาะสมกบั สภาวการณ์ปัจจุบนั คือ ระบบการเรียนการ
สอนแบบไฮบริด
ระบบการเรยี นการสอนแบบผสมผสาน (Hybrid Learning) คือ นวัตกรรมการศกึ ษาทผ่ี สานโมดูล
(Module) การเรียนการสอนหลายรูปแบบเข้าดว้ ยกัน เชน่ การใชร้ ะบบเรียนรูด้ ว้ ยตนเองผ่านรปู แบบออนไลน์
หรอื อเี ลริ ์นน่งิ (E-Learning) เข้ากับการเขา้ ชน้ั เรียน โดยเนน้ การมปี ฏิสมั พันธ์ (Interactive) และตรงกับ
วตั ถุประสงค์เพื่อเพ่มิ ศกั ยภาพในการเรยี นการสอนใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพและสัมฤทธผ์ิ ลย่งิ ข้ึน
ปัจจบุ ันนี้เทคโนโลยดี จิ ติ อลมลั ติมเี ดยี เทคโนโลยีการสอื่ สารโทรคมนาคมและเทคโนโลยีทางการศกึ ษา
มคี วามเจรญิ รดุ หนา้ ไปมาก เทคโนโลยีดงั กลา่ วเหลา่ น้ที าใหน้ วตั กรรมการจัดการเรียนการสอนได้ถกู พัฒนา
อยา่ งต่อเนอื่ ง นวตั กรรมการเรยี นรู้แบบเคลอ่ื นท่ี (Mobile learning) เป็นอีกนวัตกรรมหนงึ่ ที่สามารถนามา
ประยุกต์เข้ากบั การเรียนการสอนไดจ้ รงิ เปน็ การส่งเสรมิ ใหเ้ กดิ การเรียนรอู้ ย่างไร้ข้อจากดั โดยผ้เู รยี นสามารถ
นาอปุ กรณ์ส่อื สารตา่ ง ๆ เช่น โทรศพั ท์มือถอื ที่มอี ยแู่ ลว้ มาประยุกตใ์ ชก้ ับนวตั กรรมการเรียนดงั กลา่ วได้
โรงเรียนธาตนุ ารายณ์วิทยา โดยงานกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น ไดด้ ำเนินการพัฒนาระบบกจิ กรรมพฒั นา
ผเู้ รยี นออนไลน์ ผ่านเวบ็ ไซต์ www.activity.tnw.in.thโดยเรมิ่ ตน้ ใช้งานตตั้งแตภ่ าคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา
2563 ไดด้ ำเนนิ การจดั กจิ กรรมการเรียนรูใ้ นกจิ กรรมชมุ นมุ ผา่ นระบบการจัดการเรียนการสอนแบบการ
เรียนรูแ้ บบผสมผสาน (Hybrid Learning) คอื online, on-site, on ground หรือ on tour และ on
demand โดยสามารถดาวน์โหลดค่มู อื การใช้ได้บนเว็บไซต์ www.activity.tnw.in.th

2

ดงั นัน้ การนำการศกึ ษาระบบไฮบรดิ ผสานกับการจดั กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี นในส่วนของกิจกรรมชมุ นมุ
ผา่ นเวบ็ ไซต์ www.activity.tnw.in.th มาใชจ้ ะสร้างความมั่นใจให้กบั ผูเ้ รยี นทุกคนทส่ี ำเรจ็ การศกึ ษาจาก
สถาบนั การศกึ ษา ซึง่ จะเป็นบุคลากรท่ีมีคุณภาพ มีความคุ้นเคยกับอุปกรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศ สามารถใช้
โปรแกรมคอมพวิ เตอรพ์ นื้ ฐานไดอ้ ยา่ งคล่องแคลว่ และท่สี ำคัญ ระบบไฮบรดิ จะทำใหผ้ เู้ รียนเปล่ียนพฤติกรรม
เปน็ บุคคลทกี่ ระตือรอื รน้ มคี วามรบั ผดิ ชอบ แสวงหาความรดู้ ว้ ยตนเอง ตลอดจนกลา้ แสดงความคิดเหน็ ซึง่ สิ่ง
เหล่าน้จี ะทำให้ผูเ้ รียนประสบความสำเรจ็ ในชวี ิตและหนา้ ที่
การงาน นักเรียนเกิดการตระหนักและเห็นความสำคญั เกี่ยวกบั การเรยี นรตู้ ลอดชวี ติ เพราะความรมู้ อี ยู่รอบตวั
เรา ซง่ี สามารถเลือกเรยี นร้ไู ดต้ ลอดเวลา อันทำให้เกิดทกั ษะทส่ี ำคัญในศตวรรษที่ 21 คือ ทักษะในการใช้
เทคโนโลยี ทกั ษะการคดิ สรา้ งสรรค์ ท่ที ำให้เกดิ มมุ มองต่าง ๆ จากการเรียนรบู้ นโลกออนไลน์ เปดิ
ประสบการณ์ทางความคดิ เกิดการแลกเปลย่ี นเรยี นร้ทู ่หี ลากหลาย และเกิดทกั ษะการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ
เพราะคอรส์ การเรียนมีหลากหลาย ดังนน้ั นักเรยี นจงึ ตอ้ งเลอื กเรยี นในสงิ่ ทถี่ นดั และเหมาะสม พรอ้ มทั้งยังทำ
ใหน้ ักเรยี นประเมนิ ตนเองวา่ เราควรเลอื กเรยี นคอร์สออนไลนค์ อรส์ ใด เรียนเพอื่ ผา่ นกิจกรรม เรียนเพือ่ ใหเ้ กิด
องคค์ วามรู้จรงิ ๆอยา่ งต้ังใจ หรอื เรยี นเพอ่ื นำไปใชป้ ระโยชนใ์ นการส่งแฟม้ สะสมงานเพ่ือเข้าสูม่ หาวิทยาลัย อัน
เป็นประโยชน์ต่อตัวนักเรยี นทัง้ ส้ิน จึงเกิดเป็นเว็บไซตก์ ิจกรรมพฒั นาผู้เรยี นออนไลน์ ของโรงเรยี นธาตุ
นารายณว์ ทิ ยา จงั หวดั สกลนคร ขึ้นมา เพ่ือใหเ้ ป็นเวบ็ ไซต์ของนักเรียนธาตุนารายณว์ ิทยา เป็นนวตั กรรมเพือ่
การศกึ ษาตอบโจทย์การเรียนร้แู บบผสมผสาน (Hybrid Learning) ภายใตส้ ถานการณ์โควิด-19

วตั ถุประสงคข์ องการวิจยั
1. เพือ่ พัฒนารปู แบบการจดั กจิ กรรมชุมนุมแบบผสมผสาน กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียนออนไลน์ (เว็บไซต์)

เพอ่ื ใชใ้ นการบริการกจิ กรรมชุมนุม ในรปู แบบการเรียนรูแ้ บบผสมผสาน
2. เพ่ือศึกษาวธิ ีการจดั การเรยี นรูใ้ นกจิ กรรมชมุ นมุ ทีเ่ หมาะสมในสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรค

โควิด-19 และสอดคล้องกบั การเรยี นรู้ในศตวรรษที่ 21
3.เพอื่ ประเมนิ ความพงึ พอใจในการจดั กิจกรรมชมุ นมุ และความคิดเห็น ในรูปแบบการเรยี นรแู้ บบ

ผสมผสาน ผ่านเวบ็ ไซต์กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี นออนไลน์

3

สมมติฐาน
1. เวบ็ ไซต์กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี นออนไลนเ์ พ่ือใช้ในการบรกิ ารกจิ กรรมชุมนุม ในรปู แบบการเรยี นรู้

แบบผสมผสานสามารถใช้งานได้
2. วิธกี ารจดั การเรียนรใู้ นกิจกรรมชมุ นมุ ในสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคโควดิ -19 และ

สอดคลอ้ งกับการเรยี นรใู้ นศตวรรษท่ี 21 ในรูปแบบการเรยี นรแู้ บบผสมผสาน ผา่ นเว็บไซตก์ จิ กรรมพฒั นา
ผเู้ รยี นออนไลน์ สง่ ผลใหน้ ักเรียนเกิดการเรียนรูใ้ นระดับดีขึ้นไป

3. นักเรยี นและครมู ีความพงึ พอใจในการจดั กจิ กรรมชมุ นุม ในรปู แบบการเรยี นร้แู บบผสมผสาน ผา่ น
เว็บไซตก์ จิ กรรมพัฒนาผเู้ รียนออนไลน์ ระดับดขี ้ึนไป
ขอบเขตงานวจิ ัย

1. ขอบเขตดา้ นเนือ้ หา นกั เรยี นโรงเรียนธาตนุ ารายณ์วทิ ยาเรยี นรกู้ ิจกรรมชุมนมุ โดยใชร้ ปู แบบการ
จดั การเรยี นรูแ้ บบผสมผสาน (Hybrid Learning)และสะสมข้อมูลผา่ นเว็บไซตก์ ิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี นออนไลน์
www.activity.tnw.in.th

วิธดี ำเนินงาน
ขัน้ ตอนการออกแบบวิธีการจดั การเรยี นรูช้ ุมนุม
1. ประชมุ เพ่อื วางแผนวธิ กี ารจัดการเรียนรู้ในกิจกรรมชมุ นุม ที่เหมาะสมในสถานการณก์ ารแพร่

ระบาดของโรคโควดิ -19 และสอดคล้องกับการเรยี นรใู้ นศตวรรษท่ี 21
2. วิเคราะหห์ ลักสตู รและกำหนดทศิ ทางในการจดั กิจกรรมชุมนุม เวบ็ ไซต์กิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี น

ออนไลน์เพอ่ื ใช้ในการบรกิ ารกจิ กรรมชุมนุม ในรปู แบบการเรยี นรู้แบบผสมผสาน
3. ออกแบบการจดั กจิ กรรมชุมนมุ เพอื่ นำไปสู่การสร้างเว็บไซต์ โดยนำแนวคิดจากสมดุ คนดศี รธี าตุ

นารายณ์ ซ่งึ เป็นเคร่ืองมือหนงึ่ ในการจัดกกิจกรรมชมุ นุม
4. สรา้ งเว็บไซตก์ ิจกรรมพัฒนาผเู้ รียนออนไลน์

4

ข้นั ตอนการสร้างเว็บไซต์
1. ออกแบบระบบเวบ็ ไซตก์ ิจกรรมพัฒนาผู้เรยี นออนไลน์ www.activity.tnw.in.th
2. จัดซอ้ื ครุภณั ฑแ์ ละจดั หาอุปกรณท์ เี่ กยี่ วข้องในการสร้างเว็บไซต์
3. เขยี นโปรแกรมเว็บไซตก์ จิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี นออนไลน์ โดยใช้แนวคดิ แพลตฟอรม์ ทผ่ี ลติ โดย
นกั เรยี นเพ่อื นักเรยี น
4. ทดสอบการทำงานของระบบเบือ้ งตน้ และประเมนิ ความผดิ พลาดโดยทมี นักเรยี นห้องเรยี น
วิทยาศาสตร์-คอมพวิ เตอร์
5.ปรบั ปรงุ พฒั นาโปรแกรมใหใ้ ชง้ านงา่ ยและตอบโจทยก์ ารใชง้ านของนักเรียนโรงเรยี นธาตุนารายณ์
วทิ ยา
6. เปิดการใช้งานระบบอยา่ งเปน็ ทางการ และใช้ระบบวงจรคุณภาพ PDCA
7. วเิ คราะหผ์ ลและจัดทารายงานวจิ ัยฉบับสมบรู ณ์

นิยามศัพท์เฉพาะ
1. เวบ็ ไซตก์ ิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี นออนไลน์ คอื เวบ็ ไซตท์ ่ีนกั เรียนใชใ้ นการเพ่ิมกจิ กรรมท่ไี ดจ้ ากการ

เรียนรู้ลงในเว็บไซต์ www.activity.tnw.in.th และเป็นเว็บท่สี ามารถติดตามความเคล่ือนไหวการเรียนรู้ โดย
ครสู ามารถติดตามนกั เรยี นในการรว่ มกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียนได้ และนักเรยี นสามารถรว่ มกิจกรรมเพอ่ื รับรางวลั
Top10 ตามเง่ือนไขทค่ี ณะดำเนนิ งานตงั้ เกณฑไ์ ว้

2. การเรยี นร้แู บบผสมผสาน(Hybrid learning) คอื การจัดการเรียนรทู้ ผี่ สมผสานรปู แบบการเรยี นรู้
ใหม้ ีความหลากหลายมากกวา่ แค่การเรียนรูปแบบเดยี ว ในชั้นเรยี น เช่น มกี ารผสมผสาน online, on-site,
on ground หรือ on tour และ on demand โดยสามารถอธบิ ายเพิ่มเตมิ ได้วา่ นกั เรียนสามารถเลือกเรียน
ไดใ้ นสงิ่ ทต่ี นถนดั โดยเรยี นได้ทัง้ ในและนอกห้องเรียนได้ เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นรวู้ ่า การเรียนร้ใู นยุคปัจจบุ ัน ความรู้
น้นั มมี ากกว่าแค่ในหอ้ งเรียน

5

บทท่ี 2
แนวคดิ ทฤษฎีและงานวิจัยท่เี ก่ยี วข้อง

ในการดำเนินการจัดกิจกรรมชุมนุมออนไลน์ ในรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Hybrid
Learning) ผา่ นเวบ็ ไซต์ www.activity.tnw.in.th ปกี ารศกึ ษา 2563 ผ้วู จิ ัยไดท้ ำการ
รวบรวมแนวคดิ ทฤษฎี และผลการวิจยั ที่เกีย่ วขอ้ งเพื่อนำมาใชเ้ ปน็ กรอบแนวคิดในการศกึ ษา โดยมี
รายละเอียด ดงั ตอ่ ไปน้ี

2.1 แนวคดิ เกย่ี วกบั นวตั กรรม
2.2 การจดั การเรยี นร้ใู นสภาวการณ์โรคโควดิ -19
2.3 การเรียนร้แู บบผสมผสาน (Hybrid learning)

2.1 แนวคิดเกีย่ วกบั นวตั กรรม
นวัตกรรม เปน็ ศพั ทบ์ ัญญตั ิของคณะกรรมการพจิ ารณาศัพท์วิชาการศึกษากระทรวง

ศกึ ษาธกิ าร ซง่ึ แต่เดิมใชค้ าวา่ นวกรรม เปน็ คามาจากภาษาองั กฤษวา่ Innovation แปลวา่ การทำสิ่ง
ใหม่ ๆ หรอื สงิ่ ใหม่ท่ีทำขน้ึ มา คาวา่ นวกรรม มาจากคำบาลีสนั สฤต คือ นว หมายถึง ใหม่ และกรรม
หมาย ถึง ความคิด การปฏิบัติ

สำนกั งานนวัตกรรมแห่งชาติ (2549) ไดใ้ ห้ความหมายของนวัตกรรมไว้ ดงั นี้คือ ส่ิงใหมท่ ่ี
เกิดข้นึ จากความรแู้ ละความคิดสร้างสรรคท์ ี่มปี ระโยชนก์ บั เศรษฐกิจและสงั คม โดยรวมถึงสงิ่ ทเ่ี กิด
จากความสามารถในการใชค้ วามรู้ ความคดิ สรา้ งสรรค์ ทกั ษะหรอื ประสบการณ์ทางเทคโนโลยี แมแ้ ต่
การจดั การพฒั นาให้เกดิ ผลติ ภัณฑ์ กระบวนการผลิตหรือบริการใหม่เพ่อื ตอบสนองความต้องการของ
ตลาดตลอดจนการปรับปรงุ เทคโนโลยี การแพรก่ ระจายเทคโนโลยี และการฝึกอบรมทนี่ ำมาใช้เพือ่
เพ่ิมมลู ค่าทางเศรษฐกจิ เพื่อกอ่ ให้เกิดประโยชน์สาธารณะในลกั ษณะของการเกิดธุรกจิ การลงทุน
นวัตกรรมจึงเป็นกระบวนการทเี่ รียกไดว้ า่ เกิดจากการนาความรูแ้ ละความคดิ สรา้ งสรรค์มาผสมผสาน
กนั กบั ความสามารถในการบรหิ ารจดั การ เพอื่ ก่อให้เกดิ ธรุ กจิ นวัตกรรมหรอื ธุรกิจใหมซ่ ่งี นำไปส่กู าร

6

ลงทนุ ทีส่ ง่ ผลตอ่ การเพ่มิ ขีดความสามารถในการแขง่ ขนั ของประเทศ
เศรษฐชยั ชัยสนิท (2553) ได้ให้ความหมายของนวัตกรรมไวว้ า่ นวตั กรรม คอื การทำสิ่ง

ต่าง ๆ ดว้ ยวธิ กี ารใหม่ ๆ และยงั หมายถงึ การเปลยี่ นแปลงทางความคิด การผลิต กระบวนการหรอื
องค์กร ไมว่ ่าการเปล่ยี นนนั้ จะเกดิ ขึน้ จากการพฒั นาต่อยอด การเปลี่ยนแปลง การประยกุ ตห์ รอื แมแ้ ต่
กระบวนการในหลายสาขา นอกจากน้ยี งั เชอื่ กนั วา่ การท่ีสง่ิ ใดสงิ่ หนึง่ จะเป็นนวตั กรรมไดน้ ั้นจะตอ้ งมี
ความใหม่อยา่ งเห็นได้ชัดและความใหม่น้นั จะต้องเพิม่ มลู ค่าส่ิงตา่ ง ๆ ได้ โดยเปา้ หมายของนวัตกรรม
คือ การเปล่ยี นแปลงในเชิงบวกเพ่อื ทาให้สิง่ ตา่ ง ๆ เกดิ เปลย่ี นแปลงในทางท่ีดขี น้ึ นวตั กรรมกอ่ ให้เกดิ
ผลติ ผลเพิ่มขน้ึ และเป็นที่มาสำคญั ของความมัน่ คงทางเศรษฐกจิ และสงั คมชาติ

อจั ฉรา ส้มเขียวหวาน (2549) ได้ใหค้ วามหมายของนวตั กรรมไวด้ งั น้ี คือ ความคดิ หรือการ
ปฏิบัตใิ หม่ ๆ ทผี่ ดิ แปลกไปจากสงิ่ ที่เคยปฏบิ ัติมาทั้งหมดหรอื การเปลยี่ นแปลงบางส่วนจากสิ่งท่ีเคย
ปฏบิ ตั มิ ากอ่ นท่เี กิดจากกระบวนการวิจัยที่ยังไม่เป็นสว่ นหนงึ่ ของระบบงานในปจั จุบนั เพื่อจะนามาใช้
ในการปรบั ปรุงเปลีย่ นแปลงการดำเนินงานต่าง ๆ ใหม้ ปี ระสิทธิภาพสูงยง่ิ ขึน้

สำนักงานคณะกรรมการการอดุ มศึกษา (2546) ไดใ้ ห้ความหมายของนวตั กรรมไว้ คือ วิธกี าร
ใหม่ ๆ ทีน่ าไปใช้ ซึง่ ไม่เคยใช้ในหนว่ ยงานนั้นมาก่อนอาจเปน็ วิธกี ารใหมท่ ่ีใชเ้ ปน็ ครัง้ แรกหรืออาจเปน็
วธิ ีการใหมท่ ่ีเคยใชใ้ นหน่วยงานอ่นื มากอ่ น

อำนวย เดชชยั ศรี (2544) ไดใ้ ห้ความหมายของนวัตกรรมไวว้ า่ นวตั กรรม คือ ความใหม่และ
ทนั สมยั ซึ่งถูกค้นพบโดยส่งิ นน้ั ไมเ่ คยมมี ากอ่ นในโลกนีเ้ พงิ่ จะมเี ปน็ ครงั้ แรก อีกประการหนึง่ ส่ิงท่ถี ูก
คน้ พบถูกเกบ็ ซ่อนไว้ โดยยังไม่ผา่ นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เมื่อนามาทดสอบหรือทดลองกเ็ ป็น
นวัตกรรม

กติ านนั ท์ มลทิ อง (2540) ไดก้ ล่าวว่า นวัตกรรมถอื เปน็ แนวความคดิ การปฏิบตั หิ รอื
สงิ่ ประดษิ ฐใ์ หมท่ ยี่ ังไม่เคยมใี ชม้ าก่อนหรือเป็นการพฒั นาดดั แปลงจากของเดิมท่มี ีอย่แู ล้วให้ทันสมยั
และใชไ้ ดผ้ ลดยี ่ิงขึน้ เมื่อนานวตั กรรมมาใช้จะชว่ ยให้การทางานนั้นไดผ้ ลดีมีประสิทธภิ าพทำให้
ประสทิ ธผิ ลสงู กวา่ เดิมทงั้ ยงั ชว่ ยประหยดั เวลาและแรงงานได้ดว้ ย

Rogers (1983) ได้ใหค้ วามหมายของนวตั กรรม (Innovation) คอื ความคดิ การกระทาหรือ

7

สิ่งใหม่ ซ่ึงถูกรบั รวู้ า่ เป็นสิ่งใหม่ด้วยตวั บุคคลแตล่ ะคนหรอื หนว่ ยอ่ืน ๆ ของการยอมรับในสังคม
Toffler (1980) ไดใ้ ห้ความหมายของนวัตกรรมไวว้ า่ นวตั กรรมเป็นการผสมผสานระหว่าง

เครอื่ งมอื กลและเทคนคิ ตา่ ง ๆ ท่มี ลี ักษณะ 3 ประการประกอบกนั ดังน้ี
1) จะต้องเป็นการสรา้ งสรรค์ขึน้ ใหม่ (Creative) และเป็นความคดิ ทส่ี ามารถปฏบิ ตั ิได้

(Feasible Idea)
2) จะต้องสามารถนาไปใช้ได้ผลจริง (Practical Application)
3) มีการเผยแพรอ่ อกส่ชู มุ ชน (Distribution)
Hughes (2003) ได้ให้ความหมายของนวตั กรรมไว้วา่ นวตั กรรมเป็นการนำวิธีการใหมม่ า

ปฏิบตั ิ หลงั จากได้ผ่านการทดลองหรอื ไดร้ ับการพัฒนามาเป็นขัน้ ๆ แล้วโดยเรม่ิ มาตงั้ แต่
1) คิดคน้ (Invention)
2) การพฒั นา (Development) หรอื โครงการทดลองปฏบิ ัตกิ ่อน (Pilot Project)
3) นาไปปฏิบตั จิ ริง (Implement)
นวตั กรรม หมายถึง รูปแบบทางความคดิ ต่าง ๆ พฤติกรรมหรอื สงิ่ ใหม่ ๆ ที่เกดิ ขนึ้ แตกต่างไป

จากสิ่งเดมิ ไมว่ า่ จะเปน็ สง่ิ ที่มองไม่เห็นกส็ ามารถสมั ผัสได้ด้วยประสาทสัมผสั ทั้งหา้ รวมถงึ แบบแผน
พฤตกิ รรม ความประพฤตปิ ฏบิ ัติตามสงั คมประเพณี วัฒนธรรมตา่ ง ๆ ตลอดจนส่งิ ประดษิ ฐใ์ หม่ หรือ
วทิ ยาการใหม่ ๆ ทเ่ี กดิ ข้นึ

ลกั ษณะสำคัญของนวัตกรรมมดี ว้ ยกนั 5 ประการ (เสถียร เชยประทับ, 2536)
1) ความได้เปรียบเชิงเปรียบเทยี บ (Relative Advantage) หมายถงึ ส่งิ ทบ่ี ุคคลคดิ วา่
นวตั กรรมน้นั มปี ระโยชนม์ ากกวา่ ความคิดแบบเก่า ๆ เดมิ ๆ สิ่งเกา่ หรอื แมแ้ ตว่ ธิ ีการปฏบิ ตั ิแบบเก่า
โดยวัดจากมมุ มองเศรษฐกจิ ความเช่อื ของสงั คม ความสะดวกและความพงึ พอใจ
2) ความเข้ากันไดด้ หี รือไปด้วยกนั ได้ (Compatibility) หมายถงึ สิ่งที่บุคคลคิดหรอื มคี วาม
รสู้ กึ วา่ นวตั กรรมนัน้ มคี วามเขา้ กนั กบั คา่ นิยม ประสบการณ์ และความต้องการของแตล่ ะคน ซึ่งจะทำ
ใหก้ ารยอมรบั นวตั กรรมนัน้ เกิดขึน้ ไดใ้ นระยะเวลาทรี่ วดเร็วกวา่ นวัตกรรมแบบเขา้ กันไม่ได้กบั คา่ นิยม
และบรรทดั ฐานทางสังคม

8

3) ความยงุ่ ยากหรอื ความสลับซบั ซ้อน (Complexity) หมายถงึ สิ่งท่บี ุคคลมีความรสู้ ึกวา่
นวัตกรรมนั้นเป็นส่งิ ทีย่ ากแก่การเข้าใจ และยากแก่การทจ่ี ะนาไปใช้ ซ่งึ จาเปน็ ต้องใชเ้ วลาสักระยะ
หนงึ่ จงึ จะเกิดการยอมรบั นวตั กรรมนั้น ๆ

4) ความสามารถในการนำไปทดลองใชไ้ ด้ (Trainability) หมายถึง ส่ิงที่บุคคลได้รบั
นวัตกรรม และสามารถนานวตั กรรมนนั้ ไปทดลองใช้งานไดใ้ นปรมิ าณทจ่ี ากดั

5) ความสามารถสงั เกตได้ (Observability) หมายถงึ ผลของนวตั กรรมเปน็ สง่ิ ท่สี ามารถ
มองเห็นหรอื สงั เกตได้โดยบคุ คลภายในสงั คม

จากคุณสมบตั ิทั้ง 5 ประการของนวัตกรรมนี้จะทาให้เกดิ กระบวนการตดั สนิ ใจเกย่ี วกับ
นวัตกรรมขน้ึ โดยอาจจะเกดิ การยอมรบั หรือปฏิเสธนวตั กรรมขึ้น กระบวนการตดั สินใจเกยี่ วกับ
นวตั กรรมหรือกระบวนการในการยอมรับนวตั กรรม (Adoption Process) น้นั ประกอบไปดว้ ย
5 ขัน้ ตอน ดังนี้ (Rogers, 1971)

1) ขนั้ ต่นื ตัวหรือรับทราบ (Awareness) เปน็ ขัน้ ตอนแรกท่ีบคุ คลรับรู้ไดว้ า่ มีความคิดใหม่
สิ่งใหม่หรอื วธิ ีปฏบิ ตั ใิ หม่ ๆ เกดิ ขน้ึ และนวตั กรรมมีอยู่จรงิ แต่ยังไม่มีข้อมลู รายละเอยี ดของส่ิงนนั้ อยู่

2) ขน้ั สนใจ (Interest) เป็นขั้นตอนทบี่ คุ คลเกิดความรูส้ กึ สนใจในนวตั กรรมน้ันทันที เมอื่
บุคคลพบปญั หาท่ีเขาประสบอยู่หรือตรงกับความสนใจ โดยจะเรม่ิ หาขอ้ เท็จจริงและข่าวสารมากขนึ้
อาจสอบถามจากเพอ่ื นซงึ่ ได้เคยทดลองทามาแลว้ หรอื แสวงหาความรู้จากผ้ทู ีเ่ กย่ี วข้องกับนวตั กรรม
น้ันเพอื่ สนองตอบความอยากรูข้ องตนเอง

3) ขน้ั ประเมินผล (Evaluation) ในขน้ั ตอนน้ีบุคคลจะพิจารณาว่า นวัตกรรมน้นั จะมีความ
เหมาะสมกบั เขาหรือไม่ จะใหผ้ ลคมุ้ ค่าเพียงใด หลังจากทีไ่ ดศ้ ึกษานวตั กรรมน้นั มาระยะหนึง่ แล้ว
นวัตกรรมน้นั มีความยากและข้อจากัดสาหรับเขาเพยี งใดและจะปรับให้เขา้ กบั สถานการณไ์ ด้อยา่ งไร
จึงตัดสนิ ใจว่าจะทดลองใช้ความคดิ ใหม่ ๆ น้ันหรอื ไม่

4) ขน้ั ทดลอง (Trial) เปน็ ขัน้ ตอนทบี่ คุ คลได้ผา่ นการไตรต่ รองมาแลว้ และตดั สินใจทจี่ ะทด
ลองปฏบิ ตั ิตามความคดิ ใหม่ ๆ ซ่ึงอาจทดลองเพียงบางสว่ นหรอื ทั้งหมด การทดลองปฏิบตั นิ ี้เปน็ เพยี ง
การยอมรับนวัตกรรมชว่ั คราว เพือ่ ดูผลวา่ ควรจะตดั สนิ ใจยอมรับโดยถาวรหรอื ไม่

9

5) ขนั้ ยอมรบั ปฏิบตั ิ (Adoption) ถา้ การทดลองของบุคคลไดผ้ ลเป็นที่น่าพอใจ กจ็ ะยอมรับ
ความคดิ ใหม่ ๆ อย่างเตม็ ทแี่ ละขยายการปฏิบตั ิออกไปอยา่ งต่อเน่อื งจนกระทั่งนวัตกรรมนน้ั กลายเปน็
วธิ กี ารท่ีเขายึดถอื ปฏิบตั โิ ดยถาวรต่อไป ซ่ึงถือเป็นขน้ั ตอนสดุ ท้ายของการเปล่ียนแปลงพฤติกรรม
อย่างถาวร

ซ่งึ โดยสรปุ แลว้ นวัตกรรม หมายถงึ ความคิดและกระบวนการใหม่ ๆ ทีไ่ มเ่ คยมีมากอ่ นหรือ
การพัฒนาดดั แปลงจากของเดมิ ใหด้ ขี ้นึ เมอ่ื นามาใชก้ ็ทำใหง้ านมปี ระสทิ ธิภาพมากข้นึ

ขอ้ สงั เกตเกี่ยวกบั สิง่ ทถี่ อื ว่าเปน็ นวตั กรรม
1) เปน็ ความคดิ และกระบวนการกระทำใหมท่ ้ังหมดหรือปรบั ปรุงดดั แปลงจากทเี่ คยมมี ากอ่ น
2) ความคดิ หรือการกระทำนน้ั มีการพิสจู น์ดว้ ยการวจิ ัยและชว่ ยใหก้ ารดำเนินงานมี
ประสทิ ธภิ าพสงู ข้นึ
3) มกี ารนาวธิ รี ะบบมาใชอ้ ย่างชัดเจนโดยพจิ ารณาองคป์ ระกอบทง้ั 3 สว่ น คอื ขอ้ มูล
กระบวนการ และผลลัพธ์
4) ยังไม่เปน็ ส่วนหนง่ึ ของระบบงานในปัจจบุ ัน

ความหมายของนวัตกรรมเทคโนโลยี
นวัตกรรมทางเทคโนโลยี (Technological Innovation) หมายถึง นวัตกรรมทีม่ พี ื้นฐานหรอื
ขอบเขตของการพัฒนามาจากเทคโนโลยี โดยในปจั จุบนั การพฒั นานวตั กรรมทางเทคโนโลยมี ีบทบาท
และความสำคัญตอ่ หลาย ๆ อตุ สาหกรรม ทง้ั นเี้ น่ืองจากเทคโนโลยีชว่ ยทาใหก้ ารพฒั นานวตั กรรม
สามารถตอบสนองความต้องการของลกู ค้าหรือผบู้ รโิ ภค และยงั สร้างความได้เปรียบในเชิงการแขง่ ขนั
ได้เป็นอยา่ งดรี วมท้งั เปน็ นวัตกรรมทมี่ ีแรงผลกั ดันท่ีสำคญั ของความกา้ วหน้าในด้านตา่ ง ๆ ทง้ั ทางดา้ น
สังคม เศรษฐกิจ การเมอื ง สง่ิ แวดลอ้ ม และความเป็นอยู่ของประชากร (พนั ธอุ์ าจ ชยั รตั น์, 2547)
สรุปได้วา่ นวตั กรรมทางเทคโนโลยีจึงเปน็ ไดท้ ้งั นวัตกรรม ผลติ ภัณฑ์ นวัตกรรมกระบวนการ
นวัตกรรมท่มี ีลักษณะเฉียบพลัน และนวตั กรรมทมี่ ีลกั ษณะคอ่ ยเป็นคอ่ ยไป ถ้าการพฒั นานวตั กรรม

10

นัน้ อยู่บนพนื้ ฐานของการใช้เทคโนโลยเี พื่อการเปล่ียนแปลง นอกจากนก้ี ารเปลีย่ นแปลงของ
นวตั กรรมทางเทคโนโลยยี ังจะส่งผลต่อรูปแบบ และระดบั ของการแข่งขันใน เชิงธุรกจิ ไดอ้ ีกด้วย

ความสัมพนั ธร์ ะหว่างนวตั กรรมกับเทคโนโลยี
คำว่า นวัตกรรม เป็นคาทใ่ี ชค้ ูก่ บั เทคโนโลยี เสมอ ๆ ในภาษาองั กฤษใช้คำวา่ Innotech
ความจริงแลว้ นวตั กรรมและเทคโนโลยีนัน้ มีความสัมพนั ธก์ ันอย่างใกลช้ ิดเน่อื งจากนวตั กรรมเป็นเรอ่ื ง
ของการคิดค้นหรือการกระทาใหม่ ๆ เพือ่ ใหเ้ กดิ การเปลี่ยนแปลงในทางทีด่ ขี ึน้ ซ่ึงอาจจะอยู่ในข้นั ของ
การเสนอความคดิ หรือในขน้ั ของการทดลองอยกู่ ไ็ ดย้ งั ไมเ่ ปน็ ทค่ี ุ้นเคยของสงั คม สว่ นเทคโนโลยีนนั้ มุ่ง
ไปทกี่ ารนาเสนอสิง่ ต่าง ๆ รวมทงั้ วธิ กี ารเข้ามาประยุกต์ใช้กบั การทำงาน หรอื แก้ปัญหาให้มีประสทิ ธิ
ภาพมากท่สี ุด ถา้ หากพิจารณาว่านวตั กรรมหรอื สงิ่ ทเ่ี กดิ ข้ึนใหม่นนี้ า่ จะนามาใช้ การนำเอานวัตกรรม
เขา้ มาใชน้ ก้ี ็จัดไดว้ า่ เปน็ เทคโนโลยดี ว้ ย และในการใชเ้ ทคโนโลยนี ้ีถ้าเราทาใหเ้ กิดวธิ กี ารหรือส่งิ ใหม่ ๆ
ขึน้ สิ่งนั้นก็เรียกวา่ เป็นนวตั กรรม เราจึงมกั เหน็ คาวา่ นวตั กรรมและเทคโนโลยอี ยูค่ วบค่กู นั เสมอ
(ขวญั เรือน เสรารมย์, 2552)
จากแนวคดิ เร่อื งนวตั กรรมท่ีกลา่ วข้างตน้ นั้น สรปุ ไดว้ า่ ขน้ั ตอนที่บุคคลยอมรับนวัตกรรม คือ
การนานวตั กรรมน้ันไปใช้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งน้เี ทคโนโลยถี ือไดว้ า่ เป็นนวัตกรรมใหมท่ เ่ี กดิ ขึ้นและมกี าร
พฒั นาอยเู่ สมอ การทผี่ ู้ใช้บริการเครอื ขา่ ยสญั ญาณโทรศพั ทเ์ คล่อื นท่จี ะยอมรบั นวัตกรรมเทคโนโลยี
ใหม่ ๆ ได้นัน้ ผใู้ หบ้ ริการควรจะมกี ารพัฒนาและปรับปรงุ การใช้งานและคณุ ภาพการบรกิ ารอย่าง
ต่อเนื่อง
ความแตกต่างระหว่างนวัตกรรมและเทคโนโลยี
อัจฉรา ส้มเขียนหวาน (2549) ไดเ้ ปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างนวตั กรรมและ
เทคโนโลยีไวด้ ังนี้
1) นวตั กรรมเปน็ แนวคิด แนวปฏบิ ตั หิ รือการกระทาใหม่ ๆ จะเปน็ สง่ิ ใหม่ทั้งหมดหรอื เพยี ง
บางส่วนก็ไดแ้ ต่เทคโนโลยเี ป็นสิง่ ที่ผคู้ นส่วนใหญ่ยอมรับจนกลายเป็นแนวปฏบิ ตั ิ
2) นวตั กรรมอยใู่ นข้ันตอนการเอาไปใชใ้ นกลุ่มยอ่ ยเพียงบางสว่ นไมแ่ พรห่ ลายแต่เทคโนโลยี

11

อยู่ในขน้ั การนาเอาไปปฏบิ ัตกิ ันในชีวิตประจาวนั จนกลายเปน็ เรอ่ื งธรรมดา
สุมิตา บญุ วาส (2546) ไดเ้ ปรียบเทยี บความแตกต่างระหวา่ งนวัตกรรมและเทคโนโลยีไว้วา่
นวตั กรรมเป็นการวจิ ยั หาวสั ดุ อุปกรณแ์ ละวธิ กี ารใหม่ ๆ หรือปรับปรงุ ของเดิมใหไ้ ด้ส่ิงท่มี ปี ระสิทธิ
ภาพมากกวา่ เดมิ สว่ นเทคโนโลยี คือ การนาเอาวทิ ยาศาสตร์มาใช้ใหเ้ กิดประโยชน์ในการดาเนนิ งาน
ตา่ ง ๆ อย่างมรี ะบบ

อำนวย เดชชยั ศรี (2544) ไดเ้ ปรยี บเทียบความแตกตา่ งระหว่างนวัตกรรมและเทคโนโลยีไว้
วา่ นวตั กรรมเกดิ จากแนวคดิ และความรใู้ หม่ ๆ ทเี่ กดิ จากการคดิ สรา้ งสรรค์ สว่ นเทคโนโลยเี กิดจาก
การนานวัตกรรมมาพิสจู น์ตามขั้นตอนทางวทิ ยาศาสตร์ ผลผลติ จากการพิสจู น์ไดถ้ ูกนามาใช้อย่างมี
ระบบเพอ่ื แกป้ ญั หาต่าง ๆ ใหเ้ กิดประสิทธภิ าพ

การประยกุ ต์ใชเ้ ทคโนโลยี
การนาเทคโนโลยีมาใชก้ บั งานในสาขาใดสาขาหนง่ึ นัน้ เทคโนโลยจี ะมีสว่ นชว่ ยสำคัญ
3 ประการและถอื เป็นเกณฑ์ในการพจิ ารณานาเทคโนโลยมี าใช้ดว้ ย (กอ่ สวัสดิพาณิชย์, 2557)
1) ประสิทธิภาพ (Efficiency) เทคโนโลยจี ะชว่ ยใหก้ ารทางานบรรลุผลตามเป้าหมายไดอ้ ยา่ ง
เที่ยงตรงและรวดเรว็
2) ประสทิ ธผิ ล (Productivity) เป็นการทำงานเพอื่ ให้ไดผ้ ลผลิตออกมาอยา่ งเต็มที่มากทสี่ ดุ
เท่าทีจ่ ะมากได้ เพือ่ ให้ไดป้ ระสิทธผิ ลสงู สุด
3) ประหยัด (Economy) เป็นการประหยัดท้ังเวลาและแรงงานในการทำงานด้วยการลงทนุ
นอ้ ยแตไ่ ด้ผลมากกว่าทลี่ งทุนไป
ปัจจบุ นั ระบบเทคโนโลยนี นั้ มคี วามสามารถท่ีหลากหลายมากข้นึ เทคโนโลยไี ดถ้ ูกนำมาใชใ้ น
ด้านการรบั สง่ ขอ้ มูล การตดิ ตอ่ สอ่ื สาร เนื่องจากสามารถทำงานไดร้ วดเรว็ และมรี ปู แบบการทำงานที่
หลาก หลายมากขึน้ ประกอบกบั อปุ กรณ์ส่ือสารไร้สายที่นามาใช้งานสามารถใหบ้ รกิ ารด้านระบบเสียง
แอพพลิเคช่นั รปู แบบใหม่ เช่น หนา้ จอแสดงภาพสี เครอื่ งเลน่ เพลง MP 3 เครือ่ งเลน่ วีดีโอ การดาวน์
โหลดเกม การแสดงรปู ภาพกราฟฟิก การแสดงรปู ภาพเคล่ือนไหว หรอื การแสดงแผนทต่ี ้งั แผนท่ีนำ

12

ทาง ซงึ่ ความ สามารถเหลา่ น้ี เรยี กไดว้ ่า เป็นการสื่อสารแบบการทางานรว่ มกัน
ระบบเทคโนโลยยี ังชว่ ยสรา้ งความสนกุ สนานให้กบั ผ้ใู ช้งานใหส้ ามารถใชง้ านแบบสมจริงมาก
ข้ึน ส่งิ สำคัญ คอื ระบบเทคโนโลยีน้ันชว่ ยให้ชวี ติ ประจาวนั ของผใู้ ชง้ านสะดวกสบายยง่ิ ข้นึ โดยการใช้
งานของโทรศัพทเ์ คลอ่ื นท่ีนนั้ เปรียบเสมอื นคอมพวิ เตอรพ์ กพา วิทยสุ ว่ นตัว หรอื แมน้ แตก่ ลอ้ งถ่ายรูป
ขนาดเลก็ กะทัดรดั ที่สามารถนาตดิ ตัวไปไดท้ กุ ท่ี ความพิเศษที่มากกวา่ น้ี คือ ผู้ใชง้ านสามารถทาการ
ตรวจสอบข้อมลู ในบัญชสี ่วนตวั ไดด้ ว้ ยตนเอง เพอ่ื เข้าใชง้ านบรกิ ารต่าง ๆ ผ่านโทรศพั ท์เคลื่อนที่ เช่น
การตรวจสอบยอดค่าใชบ้ รกิ าร แกไ้ ขขอ้ มูลสว่ นตัว หรอื การใช้บริการด้านขอ้ มลู ตา่ งๆ เชน่ การ
ติดตามขา่ วสารสถานการณ์บ้านเมือง ขา่ วบนั เทงิ ข้อมลู ด้านการเงนิ การธนาคาร ขอ้ มลู ด้านการ
ทอ่ งเท่ียว ตารางการประชมุ หรอื การนดั หมายส่วนตัว (“เทคโนโลยี 3G”, 2551)

2.2การจดั การเรยี นร้ใู นสภาวการณโ์ รคโควิด-19
การแพรร่ ะบาดของโควดิ -19 ถือเปน็ ตัวเรง่ ทำให้การเปล่ยี นแปลงในสังคมมนุษย์ ท้งั การกา้ วสู่ New

Normal หรอื ชวี ติ วถิ ีใหม่ การเรยี นการสอนจากออฟไลน์ สูอ่ อนไลน์ และการเปล่ยี นบา้ นใหเ้ ป็นโรงเรยี น
ในช่วงทต่ี อ้ ง Social Distancing พ่อแม่ ครู ต้องปรบั ตัว เตรยี มพรอ้ ม
รศ.ยนื ภู่วรวรรณ ผูท้ รงคณุ วุฒิพิเศษ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ และ ทป่ี รกึ ษา ควิ บิก ครีเอทฟี กลา่ ววา่ ทุก
อย่างตอ้ งเปลยี่ นแปลงตามววิ ัฒนาการ ตามความกา้ วหน้า และความเจรญิ เติบโตของเทคโนโลยี ถงึ แม้วา่ ไม่มี
โควดิ -19 การศกึ ษาก็เปลยี่ นแปลงมาเร่ือยๆ สมัยกอ่ นเราเรยี นกันอยู่ใตต้ น้ ไม้ ใช้กระดานชนวน ตอ่ มากม็ ีการ
จดั ระบบการศกึ ษาเป็นโรงเรียน เพอื่ ให้ประสิทธภิ าพการเรียนรดู้ ีขึ้น การเปลีย่ นแปลงเรอ่ื ยมาจนกระทั้ง มี
คอมพวิ เตอร์ อินเทอรเ์ นต็ การเกดิ ใหม่ของเทคโนโลยี เปลยี่ นแปลงจาก Physical Object ไปสู่ Digital
Object สิง่ ของอะไรกต็ ามท่ีเราจบั ตอ้ งได้ สมดุ ดนิ สอ ปากกา ยางลบ วงเวียน หนงั สอื จะทรานฟอร์มตวั มนั
เองไปส่ดู ิจทิ ลั

“การเปล่ยี นแปลงมาจนกระท่งั ในวันน้ี เทคโนโลยีทำใหเ้ รามโี ลก 2 โลก โลกหน่งึ เรียกวา่ โลก
กายภาพ (Physical) เราตอ้ งมีสังคม เจอหนา้ กนั ไปโรงเรียน เด็กมาเจอกบั ครู ครสู อนหนงั สอื ขณะเดียวกนั ก็
มโี ลก Cyber Space กเ็ ตบิ โตเรือ่ ยๆ เราจะเห็นวา่ บนแพลตฟอร์มบนโลกไซเบอรไ์ ม่ใชเ่ พงิ่ มี แต่ค่อยๆ พฒั นา

13

มา เด็กอยู่ในโลก Cyber Space ผ่านการเลน่ เกม ตอ่ มามไี ลน์ ทวติ เตอร์ โซเชียลเนต็ เวริ ค์ มแี พลตฟอรม์ ทใี่ ช้
สำหรับด้านการเงนิ เป็นการทรานฟอร์มไปอยูใ่ นอกี โลกหน่งึ ซงึ่ โลกไซเบอร์เกิดทหี ลัง แตโ่ ตเร็ว” รศ.ยนื กลา่ ว

โควดิ -19 ตัวเร่งส่โู ลกออนไลนร์ ศ.ยนื กลา่ วต่อไปว่า พอโควดิ -19 มา ในจงั หวะทีเ่ ทคโนโลยีมาถงึ จดุ ๆ
หน่ึง สถานการณท์ ี่เราตอ้ งคมุ การแพร่ระบาดใหอ้ ยใู่ นวงจำกดั ส่งิ แรก คอื Social Distancing ลดการพบปะ
กัน น่ันหมายถงึ ลดโลกทางกายภาพลง และไปเจอในโลกไซเบอร์มากข้นึ โรงเรยี นซ่ึงเป็นสังคมต้องหยุด
การศกึ ษาต้องอาศยั โลกทอี่ ยู่บนไซเบอร์มากขึ้น ทำใหก้ ารก้าวสู่โลกไซเบอรเ์ ร็วขึน้ กว่าปกติ ไม่วา่ จะเป็น Work
From Home หรือกรณขี องการเทเลคอนเฟอร์เรนซ์ และแพทยต์ รวจรกั ษาผ่านระบบออนไลน์ ดงั นั้น ยุคโควิด
ทีท่ ั่วโลกปดิ โรงเรียน เด็กกวา่ 1,700 ลา้ นคนไมไ่ ดไ้ ปโรงเรียน หรอื ในประเทศไทยมเี ด็กการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน
ราว 10 ลา้ นคนต้องหยุด แต่การศึกษาหยดุ ไม่ได้ เราจะใหเ้ วลาเขาหายไป 1 ปี และไปเรยี นอกี ทปี หี น้าเป็นไป
ไม่ได้ เพราะฉะนัน้ พอโควดิ มา จึงต้องเปล่ียนเป็น Learn From Home และใช้ Cyber Space เข้ามาชว่ ย

“อยา่ งไรกต็ าม โลกของ Cyber Space คือ การนำเทคโนโลยที ี่มีอยใู่ นวนั นม้ี าใช้ แต่ไม่ได้หมายความ
ว่าทกุ คนจะเขา้ ถงึ เทคโนโลยไี ด้หมด แตแ่ น่นอนวา่ การศกึ ษากต็ อ้ งไมห่ ยุด ต้องทำอะไรสกั อย่างเพื่อใหเ้ ดินไป
ข้างหนา้ เราเลอ่ื นเปดิ เทอมไป 1 ก.ค. คำถามคอื หลังจาก 1 ก.ค. เดก็ ยงั ไปโรงเรียนไดห้ รือไม่ ยังไมม่ ใี ครร”ู้

“อ.ยง (นพ.ยง ภ่วู รวรรณ) พูดเสมอวา่ โควิด คือ มาราธอน มนั ไมไ่ ด้หมดไปภายใน 2 -3 เดือน
อาจจะใชเ้ วลาเป็นปี หรอื สองปี แนน่ อนที่สดุ ว่า เทอมแรกอาจจะขลุกขลกั ในการไปโรงเรียน แต่เดก็ เวลา
หายไปไม่ได้ เพราะเขาตอ้ งโตข้นึ ตลอดเวลา ตอ้ งมกี ารศกึ ษา แตก่ ารศกึ ษาในลักษณะนี้ ถ้าเด็กอยบู่ า้ นสงิ่ ท่เี ดก็
ต้องการ คอื Learn From Home เพอ่ื ไมใ่ ห้ช่วงเวลาของเด็กหายไป”

2.3 การเรยี นแบบผสมผสาน(Hybrid learning)
การเรยี นที่ผสมการเรียนออนไลนแ์ ละการเรียนในชน้ั เรยี น โดยท่เี นอื้ หาส่วนใหญ่สง่ ผ่านระบบ

ออนไลน์ ใช้การอภปิ รายออนไลนแ์ ละมีการพบปะกันในชนั้ เรยี นบ้าง และมสี ว่ นทีน่ ่าสนใจวา่ การอภปิ ราย
ออนไลนถ์ ือเปน็ การสง่ ผ่านเน้อื หาออนไลน์ เช่นกัน สำหรบั การเรยี นในรูปอนื่ ๆ อยา่ งเช่น การเรียนแบบปกติ
จะไมม่ กี ารส่งผา่ นเนอ้ื หาออนไลน์ การเรยี นแบบใชเ้ วบ็ ชว่ ยสอนจะมีการสง่ ผา่ นเน้อื หาออนไลน์ร้อยละ 1 – 29
และการเรียนออนไลนม์ กี ารส่งผา่ นเนือ้ หาร้อยละ 80 – 100Charles R. Graham ( Graham , 2012 )

14

มหาวิทยาลยั Brigham Young University ประเทศสหรัฐอเมรกิ าให้ความหมายวา่ เปน็ ระบบการเรยี นการ
สอนท่ผี สมผสานระหวา่ งการเรียนแบบเผชญิ หนา้ กบั การสอนผา่ นระบบเครือข่ายคอมพวิ เตอร์Michael B.
Horn and Heather Staker ( Horn and Staker , 2011 ) แห่ง Innosight Institute ได้นิยามเก่ียวกับการ
เรียนแบบผสมผสานของผเู้ รียนในระดบั K-12 หมายถงึ การเรยี นรู้ทีผ่ ้เู รียนไดร้ ับมวลประสบการณ์ทางการ
เรยี นรอู้ ย่างเป็นอิสระผา่ นระบบเครือขา่ ยคอมพิวเตอรโ์ ดยนกั เรียนสามารถควบคุมตวั แปรทางการเรียนรดู้ ้วย
ตนเองท้งั ในดา้ นเวลา สถานที่
แนวทางการเรยี นรู้และอตั ราการเรียนรู้ของตนเอง

Radames Bernath( Bernath , 2012 ) สรุปวา่ การเรยี นแบบผสมผสานหรอื Blended Learning
หมายถึง โปรแกรมทางการเรียนรูท้ ใี่ ชว้ ธิ ีการผสมผสานระหวา่ งการเรียนรจู้ ากสอื่ อเิ ล็กทรอนกิ สห์ รอื E-
learning กบั การสอนในชน้ั เรียน

การสอนดว้ ยวธิ ีการเรียนรู้แบบผสมผสานนนั้ ผสู้ อน สามารถใช้วธิ ีการสอน สองวธิ ีหรือมากกว่า ใน
การเรียนการสอน เชน่ ผสู้ อนนำเสนอเนื้อหาบทเรียนผา่ นเทคโนโลยีผนวกกับการสอนแบบเผชิญหน้า แต่
หลังจากนน้ั ผสู้ อนนำเนือ้ หาบทความแขวนไวบ้ นเว็บ จากน้ันตดิ ตามการดำเนินกจิ กรรมการเรียนการสอนโดย
ใช้อเี ลิรน์ นิง่ ดว้ ยระบบแอลเอม็ เอส (Learning Management System) ดว้ ยเคร่ืองคอมพวิ เตอรใ์ นหอ้ งแลป็
หลงั จากนนั้ สรปุ บทเรียน ด้วยการอภิปรายรว่ มกบั อาจารย์ผู้สอนในหอ้ งเรยี น

การเรียนแบบผสมผสาน สามารถนำมาสรปุ ได้เปน็ 3 มติ ิ ตาม Graham, Allen and Ure (2003)
กล่าวไวค้ ือ การผสมผสานการสอนผา่ นสือ่ การสอน การผสมผสานวธิ กี ารเรียนการสอน และการผสมผสาน
ระหวา่ งการสอนแบบเผชิญหนา้ กบั การสอนออนไลน์

องค์ประกอบของการเรยี นแบบผสมผสาน ( 5 Keys Ingredients )
ภายใต้สถานการณข์ องการเรียนแบบผสมผสานนนั้ จะประกอบไปด้วยสิง่ บ่งชีส้ ำคัญ 5 ประการ ตอ่ ไปนี้ท่ีบ่ง
บอกถึงสภาพการณข์ องการเรียนแบบ Blended Learning ได้แก่ (Carman , 2005 )

1. เหตุการณห์ รอื ปรากฏการณท์ ี่เกดิ ขึ้นเป็นปจั จบุ นั ( Live Events ) เปน็ ลักษณะของการเรยี นรทู้ ี่
เรยี กวา่ “การเรียนแบบประสานเวลา (Synchronous)” จากเหตกุ ารณ์จริงหรือสถานการณ์จาลองท่ีสรา้ งขึ้น

15

เพ่ือให้ผเู้ รียนมสี ว่ นร่วมในการเรยี นในช่วงเวลาเดยี วกนั เช่นเหตกุ ารณใ์ นการเรียนรใู้ นช้ันเรียนทเ่ี รียกว่า
“ห้องเรียนเสมอื น ( Virtual Classroom )” เป็นตน้

2. การเรยี นเน้ือหาแบบออนไลน์ (Online Content) เป็นลกั ษณะการเรียนทผี่ ้เู รยี นสามารถเรยี นรไู้ ด้
ด้วยตนเองตามสภาพความพร้อมหรอื อัตราการเรยี นรู้ของแตล่ ะคน ( Self-paced Learning ) รูปแบบการ
เรียนเช่นการเรียนแบบสื่อปฏสิ ัมพนั ธ์ ( Interactive ) การเรยี นจากการสบื คน้ ( Internet-Based ) หรอื การ
ฝึกอบรมจากสือ่ CD-ROM เปน็ ตน้

3. การมีสว่ นรว่ มในการเรยี นรู้ (Collaboration) เปน็ สภาพการณ์ทางการเรียนรทู้ ี่ผู้เรยี นสามารถ
สอ่ื สารข้อมูลรว่ มกนั กบั ผูอ้ นื่ จากระบบส่อื ออนไลน์ เช่น e-Mail ,Chat , Blogs เป็นตน้

4. การวดั และประเมนิ ผล (Assessment) การเรยี นลักษณะดังกลา่ วตอ้ งมกี ารประเมินผล
ความกา้ วหน้าทางการเรยี นรขู้ องผูเ้ รียนทกุ ระยะนบั ตัง้ แต่การประเมนิ ผลกอ่ นเรียน (Pre-assessment )การ
ประเมินผลระหวา่ งเรียน ( self-paced evaluation ) และการประเมินผลหลังเรียน (Post-assessment)
เพอ่ื นาไปสกู่ ารปรบั ปรงุ พัฒนาการเรียนรู้ให้ดขี ้นึ ต่อไป

5. วสั ดุประกอบการอา้ งอิง (Reference Materials) การเรยี นหรอื การสร้างงานในการเรยี นรู้แบบ
ผสมผสานนนั้ ตอ้ งมีการเรียนร้แู ละสร้างประสบการณจ์ ากการศกึ ษาค้นควา้ และอา้ งองิ จากหลากหลาย
แหลง่ ขอ้ มลู เพื่อเพ่มิ คุณภาพทางการเรยี นให้สูงข้ึน ลกั ษณะดังกลา่ วนีอ้ าจเป็นลกั ษณะของการสืบคน้ ข้อมูลใน
ระบบ Search Engine จาก PDA , PDF Downloads เหลา่ นเ้ี ปน็ ต้น

• ข้อควรคำนึงถงึ ในการผสมผสานวิธีสอนแบบต่าง ๆ
1.ผู้สอนควรคำนึงถึงจุดประสงค์การสอนเปน็ หลักสำคญั อยา่ ผสมผสานจนบอ่ ยเกนิ ไป และอย่า

ผสมผสานเพียงเพอ่ื ใหม้ กี ารสอนหลาย ๆ แบบเทา่ น้ัน
2.ผู้สอนต้องคำนงึ ถึงความพร้อมของผเู้ รียน และของผู้สอนเองด้วย ผ้สู อนตอ้ งเข้าใจและมองเหน็ ภาพ

การผสมผสานว่าสามารถดำเนนิ การไดด้ เี หมาะสมเพยี งไร ส่วนผ้เู รียนมคี วามพรอ้ มทจ่ี ะเรียนโดยวธิ เี หลา่ นนั้
มากนอ้ ยเพยี งใด

16

3.สถานทีแ่ ละอุปกรณ์ กเ็ ปน็ สิ่งทีต่ ้องคำนงึ ถงึ เพราะการเปลยี่ นวิธสี อนหมายถงึ การเปล่ยี น
บรรยากาศ เปล่ียนกิจกรรม อปุ กรณแ์ ละสถานทอ่ี าจเปลีย่ นตามไปดว้ ย

17

บทท่ี 3
วิธีดำเนินการวิจัย

ในการศกึ ษาการดำเนินกจิ กรรมชุมนุมออนไลนใ์ นรปู แบบการจัดการเรยี นรแู้ บบผสมผสาน (Hybrid
Learning)ผา่ นเวบ็ ไซต์ www.activity.tnw.in.th ผวู้ ิจัยนำเสนอวธิ ีการดำเนินการวิจยั ตามลำดับ ดงั น้ี

3.1 กลุ่มเปา้ หมาย
3.2 เครือ่ งมอื ท่ีใช้ในการศกึ ษา
3.3 การเก็บรวบรวมข้อมลู
3.4 สถิตทิ ีใ่ ชใ้ นการเก็บรวบรวมขอ้ มูล

3.1 กลุม่ เปา้ หมาย
กลมุ่ เปา้ หมาย ได้แก่ นักเรียนโรงเรยี นธาตุนารายณว์ ทิ ยา จำนวน 3,122 คน

3.2 เครือ่ งมอื ทใ่ี ชใ้ นการวจิ ยั
1. เครื่องมอื และการสรา้ งเครอื่ งมือทีใ่ ชใ้ นการวิจยั
1. ลกั ษณะเครอ่ื งมือ
เครื่องมือทใ่ี ชใ้ นการวจิ ัยเป็นแบบสอบถาม (Questionnaire) จำนวน 1 ชดุ สำหรับ

นกั เรียน เปน็ แบบสอบถามท่ีผู้รายงานสรา้ งขึน้ มาใหม่ จากการทบทวนเอกสารและงานวจิ ัยทเ่ี กีย่ วข้องกบั การ
ดำเนนิ การจดั กิจกรรมชมุ นุมออนไลน์ ในรปู แบบการจดั การเรียนรู้แบบผสมผสาน (Hybrid Learning) ผา่ น
เวบ็ ไซต์ www.activity.tnw.in.th แบ่งออกเปน็ 2 ตอน ดงั น้ี

ตอนที่ 1 ข้อมลู ทวั่ ไปของผตู้ อบแบบสอบถามมลี ักษณะเป็นแบบตรวจสอบ
รายการ (Check List)

18

ตอนท่ี 2ความพึงพอใจเกีย่ วกบั การใชเ้ วบ็ ไซตก์ จิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น
ออนไลน์ มลี กั ษณะเป็นแบบสอบถามแบบมาตราสว่ นประมาณค่า (Rating Scale) แบง่ ออกเป็น 5 ระดบั ตาม
แนวความคิดของลเิ คอรท์ (Likert’s Scale)

2. การสรา้ งและหาคณุ ภาพของเครือ่ งมือ
การสร้างและหาคุณภาพของแบบสอบถาม ผู้รายงานดำเนินการ ดังนี้
1. ศึกษาค้นควา้ จากเอกสาร ตำรา บทความและงานวิจัยทเ่ี กี่ยวข้องกบั

ดำเนินการจดั กจิ กรรมชมุ นมุ ออนไลน์ ในรปู แบบการจดั การเรียนรแู้ บบผสมผสาน (Hybrid Learning) ผ่าน
เวบ็ ไซต์ www.activity.tnw.in.th เพ่อื นำมาวิเคราะห์และใช้เป็นกรอบในการสรา้ งแบบสอบถาม

2. ศกึ ษาวิธกี ารสรา้ งและสรา้ งเครื่องมือจากทฤษฎี หลกั การ แนวคดิ
และเอกสารทเ่ี กีย่ วขอ้ ง

3. นำแบบสอบถามทสี่ รา้ งขึ้นเสนออาจารย์ที่ปรกึ ษาเพอ่ื ตรวจสอบ
และให้คำแนะนำในการปรบั ปรงุ แกไ้ ขให้สอดคล้องกับจุดมุ่งหมาย

4. ปรับปรงุ แก้ไขแบบสอบถามตามคำแนะนำของคณะกรรมการ
5. นำแบบสอบถามที่แก้ไขปรับปรงุ แล้วเสนอให้ผเู้ ช่ียวชาญตรวจสอบคุณภาพของ
เครือ่ งมอื เพอื่ หาความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา ความถูกต้อง เหมาะสมของภาษา การใช้ถ้อยคำ โดยคณะ
ผเู้ ชยี่ วชาญ จำนวน 5 ทา่ น ซ่งึ มีรายนามดังนี้

5.1 นายอัษฎายทุ โพธ์นิ อก
5.2 นางสาวพิมพข์ วญั พัฒนกาญจนก์ ลู
5.3 นายชาครสิ ต์ เลิศเตชะจิรานนท์
5.4 นางสจุ ติ รา อันแสน
5.5 นางสาวณิชชา คีรวี รรณ์

19

นำผลการตรวจสอบจากผู้เชย่ี วชาญมาคำนวณหาคา่ IOC (Index
of item objective congruence) พบว่า มคี า่ ระหว่าง 0.60-1.00 แสดงวา่ แบบสอบถามทั้งฉบับมคี า่ ดัชนี
สอดคล้องระหวา่ งขอ้ คำถามกบั วัตถปุ ระสงคห์ รือเนือ้ หาอยใู่ นระดับดี

6. นำแบบสอบถามท่ีผ่านการตรวจสอบของผู้เชีย่ วชาญไปปรบั ปรงุ
7. จัดพิมพ์เปน็ แบบสอบถามฉบับสมบรู ณ์ และนำไปใชใ้ นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
จากกลุ่มตัวอยา่ งต่อไป

3.3 การเกบ็ รวบรวมข้อมูล

ผู้วิจัยดำเนินการวิเคราะหข์ อ้ มูล คำนวณคา่ สถิติโดยใชโ้ ปรแกรมสำเร็จรปู ดังน้ี

1. ขอ้ มลู ท่ีไดจ้ ากแบบสอบถามเกยี่ วกับสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม วิเคราะหโ์ ดยการแจกแจง

ความถแี่ ละหาคา่ รอ้ ยละ แล้วนำเสนอในรูปตารางประกอบความเรียง

2. ข้อมลู ทไี่ ด้จากแบบสอบถามท่เี ปน็ มาตราส่วนประมาณค่า วเิ คราะห์โดยการหาคา่ เฉลี่ยและส่วน

เบย่ี งเบนมาตรฐาน

3. นำแบบสอบถาม ความพงึ พอใจเก่ยี วกบั การใชเ้ ว็บไซต์กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียนออนไลน์ มีลักษณะ

เป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณคา่ (Rating Scale) แบง่ ออกเปน็ 5 ระดับ ตามแนวความคดิ ของ

ลเิ คอรท์ (Likert’s Scale) โดยกำหนดดงั นี้

3.1 เกณฑ์ในการตอบแบบสอบถามท่ีแสดงความคิดเหน็ ในแตล่ ะข้อคำถามในระดบั

ใดระดับหนึง่ เพยี งระดับเดยี ว คือ มากที่สดุ มาก ปานกลาง น้อย และนอ้ ยทีส่ ดุ โดยมเี กณฑก์ ารให้คะแนน

ดงั น้ี

ระดับมากทส่ี ดุ ระดับคะแนน 5

ระดบั มาก ระดับคะแนน 4

ระดบั ปานกลาง ระดบั คะแนน 3

ระดับนอ้ ย ระดบั คะแนน 2

ระดับน้อยทสี่ ุด ระดับคะแนน 1

20

3.2 การแปลผลการวิเคราะหข์ อ้ มูลเกย่ี วกับความพงึ พอใจเกี่ยวกบั การใช้เว็บไซต์
กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียนออนไลน์. เม่อื นำมาวิเคราะห์ขอ้ มูลโดยใชค้ ่าเฉลี่ย ไดก้ ำหนดเกณฑใ์ นการแปลผลข้อมลู
ไว้ 5 ระดับ ดังน้ี (บญุ ชม ศรสี ะอาด, 2556, หนา้ 82)

ค่าเฉลี่ย 4.51-5.00 หมายความว่า มคี วามพึงพอใจอยู่ในระดบั มากท่ีสดุ
ค่าเฉลี่ย 3.51-4.50 หมายความวา่ มคี วามพงึ พอใจอยใู่ นระดบั มาก
คา่ เฉล่ยี 2.51-3.50 หมายความว่า มีความพงึ พอใจอยใู่ นระดบั ปานกลาง
คา่ เฉลี่ย 1.51-2.50 หมายความว่า มีความพึงพอใจอยู่ในระดบั น้อย
ค่าเฉลี่ย 1.00-1.50 หมายความวา่ มคี วามพึงพอใจอยใู่ นระดบั น้อยที่สดุ

3.4 สถิติทใี่ ชใ้ นการวิเคราะห์ขอ้ มลู
สถติ ทิ ่ใี ชใ้ นการวิเคราะหข์ ้อมลู ในการวจิ ัยครั้งนี้ ไดแ้ ก่
1. สถติ พิ ืน้ ฐาน ได้แก่
1.1 คา่ ความถี่ (Frequency)
1.2 คา่ รอ้ ยละ (Percentage)
1.3 ค่าเฉลีย่ (Mean)
1.4 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
2. สถิติทีใ่ ชใ้ นการวิเคราะหค์ ณุ ภาพเคร่ืองมือทใ่ี ชใ้ นการวิจยั ครงั้ น้ี ไดแ้ ก่
2.1 หาค่า IOC (Index of item objective congruence) ของแบบสอบถาม

21

บทท่ี 4
ผลการวจิ ัย

การวิจยั เรอ่ื งการดำเนนิ กจิ กรรมชุมนมุ ออนไลน์ในรูปแบบการจัดการเรยี นร้แู บบผสมผสาน (Hybrid
Learning)ผา่ นเว็บไซต์ www.activity.tnw.in.th ครัง้ น้ี ผวู้ จิ ัยขอนำเสนอผลการวเิ คราะห์ข้อมลู ดงั นี้

1. สญั ลักษณท์ ี่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมลู
2. ลำดบั ข้ันในการเสนอผลการวิเคราะหข์ อ้ มูล
3. ผลการวิเคราะห์ข้อมลู

สัญลกั ษณท์ ใี่ ชใ้ นการวเิ คราะหข์ อ้ มลู
n แทน จำนวนผตู้ อบแบบสอบถาม
x̄ แทน คา่ เฉล่ีย
S.D. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
% แทน ร้อยละ

ลำดบั ข้นั ในการเสนอผลการวเิ คราะห์ข้อมูล
ผวู้ ิจัยไดน้ ำเสนอผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ตามลำดบั ดงั นี้
ตอนที่ 1 ข้อมูลทว่ั ไปของผตู้ อบแบบสอบถามมลี ักษณะเปน็ แบบตรวจสอบรายการ (Check

List)
ตอนท่ี 2 ความพงึ พอใจเกย่ี วกบั การใช้เว็บไซต์กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี นออนไลน์ มีลกั ษณะเปน็

แบบสอบถามแบบมาตราสว่ นประมาณคา่ (Rating Scale) แบง่ ออกเป็น 5 ระดบั ตามแนวความคิดของ
ลเิ คอรท์ (Likert’s Scale)

22

ผลการวเิ คราะหข์ ้อมูล
ผ้วู ิจยั ขอนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมลู ตามลำดบั ตอ่ ไปน้ี
ตอนท่ี 1 ข้อมูลด้านการเขา้ ร่วมกจิ กรรมชมุ นมุ ในเวบ็ ไซต์กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี นออนไลน์ ของ

นกั เรยี นโรงเรยี นธาตุนารายณว์ ทิ ยา จำนวน 3,122 คน

1. 1 ร้อยละการเข้ารว่ มกิจกรรมชุมนมุ

รายการ จำนวน (คน) คดิ เป็นร้อยละ(%)
100
เขา้ รวมกิจกรรมชุมนุมออนไลน์ 3,122 95.39
4.61
ผ่าน 2,978

ไม่ผ่าน 144

1.2 จำนวนการเข้าร่วมกจิ กรรมของนกั เรยี น 10 ลำดับแรกแต่ละระดบั ชน้ั

Top 10 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1

ลำดับ ชอ่ื - นามสกลุ ช้นั หอ้ ง จำนวนกจิ กรรม

1 เดก็ ชายทยากร วงษา ม.1 4 162

2 เดก็ หญิงชนศิ า กลองตนั ม.1 7 100

3 เด็กชายภาคย์ภูมิ คดิ คา้ ม.1 4 84

4 เดก็ หญิงเปรมปรีดา จ้ยุ เรือง ม.1 13 78

5 เดก็ หญงิ ณิชกมล ฟองออ่ น ม.1 3 67

6 เด็กหญิงนันทพร ทมทะวา ม.1 7 55

7 เด็กชายสิรธีร์ สอนวงษา ม.1 4 49

8 เดก็ หญงิ นริ ัชพร ทาเทพ ม.1 11 44

9 เดก็ หญงิ ลลิตา มะโนภยั ม.1 1 39

10 เด็กหญงิ ไอรนิ ทร์ กนั สิงห์ ม.1 1 39

Top 10 ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 ชัน้ หอ้ ง 23
ม.2 3
ลำดบั ช่อื - นามสกลุ ม.2 3 จำนวนกิจกรรม
1 เดก็ ชายธนภทั ร โมตา ม.2 3 46
2 เดก็ หญงิ ปภินดา ไชยกวา้ ง ม.2 14 43
3 เดก็ หญงิ จรี นนั ท์ แก้วอ่อน ม.2 3 39
4 เดก็ ชายปกป้อง สิทธศิ กั ด์ิ ม.2 13 38
5 เด็กหญิงวรรณวภิ า พนั ธกุ าง ม.2 6 38
6 เด็กชายปฏิภาณ วรรณครี ี ม.2 13 34
7 เด็กหญงิ อาทติ ยา ชานนั โท ม.2 7 32
8 เดก็ ชายจตุรวทิ ย์ เดชไพรศิลป์ ม.2 3 29
9 เดก็ ชายฐาปกรณ์ ใสพดุ ออ่ น 29
10 เด็กหญิงพรรณิภา บุพศริ ิ ช้นั ห้อง 26
ม.3 2
Top 10 ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 ม.3 4 จำนวนกจิ กรรม
ม.3 8 40
ลำดบั ชอ่ื - นามสกลุ ม.3 2 38
1 เดก็ หญงิ ญาติกา ศรเี ทยี น ม.3 14 37
2 เดก็ หญิงกรรณกิ า แสนอาจ ม.3 2 31
3 เด็กหญิงพิณนรี ศภุ เทวกี จิ เจริญ ม.3 2 31
4 เดก็ หญงิ สนุ สิ า แสนภูวา ม.3 14 28
5 เด็กหญิงกลั ยรัตน์ กลยนีย์ ม.3 13 28
6 เดก็ หญงิ ณัฐรกิ า เทพเสนา ม.3 13 28
7 เดก็ หญงิ วราภา โพยพา 27
8 เด็กหญิงโศภษิ ฐ์ วรบตุ ร 26
9 เดก็ หญิงกญั ญาพชั ร ธงศรี
10 เด็กหญงิ จันทิมาพร บาแก้ว

24

Top 10 ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 ชั้น ห้อง จำนวนกจิ กรรม
ม.4 3 76
ลำดบั ชือ่ - นามสกลุ ม.4 8 72
1 นางสาวบณั ฑิตา ศรบี ญุ เรือง ม.4 3 62
2 นางสาวเกตุมณี มนปราณีต ม.4 12 60
3 นางสาวฐติ ิมา คงทน ม.4 3 59
4 นางสาวเบญญา ฉตั รมงคล ม.4 1 56
5 นางสาวดารนิ ทร์ อ่นุ จางวาง ม.4 1 55
6 นางสาวปพิชญา ปิมปาตนั ม.4 4 50
7 นางสาววราภรณ์ ขว่ งทพิ ย์ ม.4 3 43
8 นางสาวนฏกร จนั ทสม ม.4 2 42
9 นายอิษวตั บุตรโคษา
10 นางสาวเพชรนภา ปานแก้ว ชนั้ หอ้ ง จำนวนกจิ กรรม

Top 10 ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 5 ม.5 12 136

ลำดับ ชอื่ - นามสกุล ม.5 1 121
1 นายภทั รพล แสงวงศ์
2 นางสาวพิชญาอร ศรีเก้อื กลิ่น ม.5 12 92
3 นายยุทธพงศ์ ฟองออ่ น
4 นางสาววริศรา วรชยั ม.5 12 81
5 นางสาวอรปรยี า ไชยหงษ์
6 นางสาวพรรณราย ลภิ า ม.5 1 79
7 นายจลุ จักร สมนึก
8 นางสาวอศิ ริยา แดงลีทา่ ม.5 1 71
9 นางสาวอาทติ ิยา นาวารี
10 นางสาวชลลดา ผอ่ งสนาม ม.5 10 70

ม.5 4 56

ม.5 4 51

ม.5 3 50

25

Top 10 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 ช้ัน ห้อง จำนวนกจิ กรรม

ลำดับ ช่อื - นามสกลุ ม.6 12 50
1 นางสาวทอฝัน เฮืองฮุง
2 นางสาวธนรรชพร คำทะเนตร ม.6 12 50
3 นางสาวบุญสติ า ประแดงปุย
4 นางสาวอมลวรรณ ดวงแสง ม.6 9 41
5 นายกฤชณภทั ร นารถชมสา
6 นางสาววรี ดา อมรภคนนั ท์ ม.6 10 40
7 นายปิยพงศ์ เปรมปรี
8 นางสาวกานตพ์ ชิ า เอี่ยมเอก ม.6 4 40
9 นางสาวดสุ ติ า คำศรพี ล
10 นางสาวพนิตพชิ า ขวาธจิ ักร ม.6 12 40

ม.6 9 39

ม.6 3 38

ม.6 3 37

ม.6 12 37

1. 3 คา่ สูงสดุ คา่ ต่ำสดุ คา่ เฉลยี่ ในการเข้ารว่ มกจิ กรรมของนักเรยี น

รายการ จำนวนเกียรตบิ ัตรท่ไี ดร้ บั (ใบ)

ค่าสงู สุดในการสะสมเกียรตบิ ตั รออนไลน์ 162

คา่ ต่ำสดุ ในการสะสมเกียรตบิ ัตรออนไลน์ 0

คา่ เฉลยี่ ในการสะสมเกียรตบิ ตั รออนไลน์ 11.74

ตอนที่ 2 ข้อมลู ทวั่ ไปของผ้ตู อบแบบสอบถามมลี ักษณะเป็นแบบตรวจสอบรายการ
(Check List)

ข้อมลู ทั่วไปเกี่ยวกับสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถามซึ่งเป็นนกั เรียนโรงเรยี นธาตนุ ารายณ์
ปีการศกึ ษา 2563 จำนวน 2,240 คน ทีไ่ ด้ตอบแบบสอบถาม ผ่านระบบ Google Form จากนกั เรยี น
ท้งั หมด 3122 คน ซง่ึ กลมุ่ ตัวอย่างน้ีสามารถเปน็ ตัวแทนของประชากรท่ีดไี ด้ จากวธิ ีการเลือกกลมุ่ ตวั อยา่ งของ
ทาโรย่ ามาเน่

รายการ จำนวน 26
เพศชาย 716
เพศหญิง 1,524 รอ้ ยละ
รวม 2,240 60.42
79.09
71.75

ตอนท่ี 2 ความพึงพอใจเกีย่ วกับการใชเ้ ว็บไซต์กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี นออนไลน์ มีลักษณะเป็น
แบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณคา่ (Rating Scale) แบ่งออกเป็น 5 ระดบั ตามแนวความคดิ ของ
ลเิ คอร์ท (Likert’s Scale)

รายการ สว่ น
ค่าเฉล่ยี เบี่ยงเบน
ด้านการออกแบบและการจัดรปู แบบเว็บไซต์
1 ความเหมาะสมของเมนกู ารใชง้ าน การแปลผล
2 ความรวดเรว็ ในการตอบสนองของระบบ (x)̄ มาตรฐาน
3 ความเหมาะสมของข้นั ตอนการบนั ทึกผลขอ้ มูล
(S.D)
การจดั การรักษาความปลอดภัย และกำหนดสทิ ธใิ์ นการเขา้ ถงึ
4 4.20 0.87 มาก
4.03 0.79 มาก
ขอ้ มลู ของผใู้ ช้งาน 4.21 0.94 มาก
การเชื่อมต่อของระบบฐานข้อมูลฯ มปี ระสิทธิภาพตอ่ การใชง้ าน
5 (การใชง้ านระบบหลุดบอ่ ยหรือไม่ การบันทกึ ข้อมลู การอัปโหลด 4.43 0.78 มาก
ภาพ การส่งขอ้ มูล)
6 ความง่ายของการใช้งานของระบบ 4.30 0.84 มาก
7 ภาษาทใี่ ชใ้ นระบบฐานข้อมลู ฯเปน็ ทางการ ตรงประเดน็ และสื่อ
4.26 0.97 มาก
4.23 0.86 มาก

27

ส่วน

รายการ ค่าเฉล่ีย เบีย่ งเบน
การแปลผล

(x̄) มาตรฐาน

(S.D)

ความหมายชดั เจน

8 เว็บไซตท์ ำให้เกดิ ความสะดวกในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ 4.37 0.87 มาก

ภาพรวม ดา้ นการออกแบบและการจดั รูปแบบเว็บไซต์ 4.25 0.87 มาก

ดา้ นรปู แบบวธิ กี ารจัดการเรียนรใู้ นกจิ กรรมชมุ นมุ

9 กจิ กรรมชมุ นมุ ออนไลน์มีความเหมาะสมกบั สถานการณ์ปจั จุบัน 4.48 0.97 มาก

กิจกรรมชมุ นมุ ออนไลนท์ ำใหเ้ กิดการตระหนักไดว้ ่า ความรู้อยู่ 4.36 0.81 มาก
10

รอบตวั คุณ

11 การเลือกเรยี นคอรส์ ตามความสนใจมีความเหมาะสม 4.43 0.88 มาก

12 เกณฑก์ ารผา่ นกิจกรรมชมุ นุมมีความเหมาะสม 4.40 0.76 มาก

13 กจิ กรรมการเรียนรู้สามารถเรยี นรู้ได้ทกุ ที่ 4.23 0.84 มาก

14 กจิ กรรมการเรยี นร้สู ่งเสริมให้นักเรยี นเลอื กเรยี นได้ตามความความ 0.94 มาก
4.31

สนใจ

15 เมอ่ื เปรยี บเทียบการจดั การเรยี นรแู้ บบเดมิ กบั แบบปัจจุบัน 4.20 0.87 มาก
นักเรียนมคี วามพงึ พอใจแบบปัจจบุ นั มากกวา่

16 เม่ือเปรียบเทยี บการบนั ทึกผ่านสมุดกับการบนั ทกึ ข้อมลู ผ่าน

เวบ็ ไซต์ นักเรียนมคี วามพงึ พอใจการบันทกึ ข้อมูลผ่านเวบ็ ไซต์ 4.21 0.72 มาก

มากกวา่

ภาพรวม ด้านรปู แบบวธิ กี ารจดั การเรยี นรใู้ นกจิ กรรมชมุ นมุ 4.33 0.85 มาก

28

จากตารางความพึงพอใจเกี่ยวกับการใช้เวบ็ ไซตก์ จิ กรรมพัฒนาผู้เรียนออนไลน์
พบวา่ กลุม่ เปา้ หมายนักเรยี นโรงเรียนธาตุนารายณ์ ปีการศกึ ษา 2563 จำนวน 2,240 คน ทไ่ี ดต้ อบ
แบบสอบถาม ผ่านระบบ Google Form จากนักเรียนทง้ั หมด 3,122 คน ซ่ึงกลมุ่ ตัวอย่างนีส้ ามารถเป็น
ตัวแทนของประชากรทด่ี ไี ด้ จากวธิ ีการเลือกกลมุ่ ตัวอย่างของทาโรย่ ามาเน่ ไดต้ อบแบบสอบถามทงั้ หมดคิด
เป็นรอ้ ยละ 71.75

ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจเก่ียวกบั การใชเ้ วบ็ ไซตก์ จิ กรรมพฒั นาผู้เรียนออนไลน์
ในการวิเคราะหข์ ้อมลู แบบสอบถามของนกั เรียนโดยใช้คา่ เฉลีย่ และสว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน และการแปลผล
ผลปรากฏ ดังตารางดา้ นบน ซง่ึ มีภาพรวมอยใู่ นระดบั มากทั้งสองดา้ น คอื ด้านการออกแบบและการ
จดั รปู แบบเวบ็ ไซต์ และดา้ นรปู แบบวิธกี ารจดั การเรียนรู้ในกิจกรรมชุมนมุ

29

บทที่ 5
สรปุ และอภิปรายผลการวิจัย

การวจิ ยั เรื่องกิจกรรมชุมนมุ ออนไลนใ์ นรูปแบบการจดั การเรยี นรแู้ บบผสมผสาน (Hybrid Learning)
ผ่านเวบ็ ไซต์ www.activity.tnw.in.th สรุปผลตามลำดับ ดังนี้

1. สรปุ ผล
2. อภิปรายผล
3. ขอ้ เสนอแนะ

สรุปผล
ผลการวจิ ัยเร่อื งกิจกรรมชุมนมุ ออนไลน์ในรปู แบบการจดั การเรียนรแู้ บบผสมผสาน (Hybrid

Learning)ผา่ นเวบ็ ไซต์ www.activity.tnw.in.th สรปุ ผล ดงั นี้
1. การสะสมเกียรติบตั รของนักเรยี น สูงสุด 162 ใบ ตำ่ สดุ 0 ใบ และคา่ เฉลี่ยในการสะสม

เกียรตบิ ัตรของนกั เรยี นโรงเรยี นธาตุนารายณว์ ทิ ยา จำนวน 11.74 ใบ
2. ด้านการออกแบบและการจดั รูปแบบเวบ็ ไซต์โดยภาพรวมอยใู่ นระดบั มาก

(ค่าเฉล่ีย = 4.25)
3. ดา้ นรปู แบบวธิ กี ารจดั การเรียนรใู้ นกิจกรรมชมุ นมุ โดยภาพรวมอยูใ่ นระดับมาก (คา่ เฉลี่ย

= 4.33)

อภิปรายผล
ในการวจิ ัยเร่อื งเรื่องกจิ กรรมชุมนุมออนไลน์ในรูปแบบการจดั การเรยี นรู้แบบผสมผสาน (Hybrid

Learning) ผ่านเว็บไซต์ www.activity.tnw.in.th ผลการวิเคราะหข์ ้อมลู ผวู้ ิจยั ขอนำเสนอการอภปิ รายผลใน
ประเดน็ สำคญั ดังน้ี

30

1. ด้านการออกแบบและการจดั รปู แบบเว็บไซต์ภาพรวมการแปลผลอยู่ในระดับมาก ท้งั น้ี
อาจเป็นเพราะวา่ เว็บไซตม์ ีระบบนำทางทเ่ี ข้าใจงา่ ย มคี ำอธบิ ายชดั เจน รปู แบบของระบบนำทางทใ่ี ช้มีความ
คงที่ไมท่ ำใหเ้ กิดความสบั สน สัญลกั ษณท์ ใ่ี ช้ เขา้ ใจง่าย และอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมพรอ้ มต่อการใชง้ าน ซ่ึง
เมอื่ พจิ ารณาแบบสอบถามด้านระบบนำทางรายข้อ พบว่า อยใู่ นระดับมากทกุ ขอ้ สอดคลอ้ งกบั ธวชั ชยั ศรสี ุ
เทพ (2544) ที่กลา่ ววา่ การเขา้ ถงึ ขอ้ มูลอย่างสะดวกเปน็ หัวใจสำคัญของระบบนำทาง การมีเน้อื หาในเว็บไซต์
ทดี่ ีจะเป็นสิ่งดึงดูดใจให้ผเู้ ขา้ มาเยีย่ มชมเข้ามาอย่างสมำ่ เสมอ
แต่เนอื้ หานน้ั แทบไม่มีประโยชน์เลยถ้าผู้ใช้คน้ หาสิ่งทตี่ อ้ งการไมพ่ บ ระบบนำทางจงึ เป็นองคป์ ระกอบทมี่ ี
ความสำคัญมากของเว็บไซต์ ตอ้ งออกแบบให้ผ้ใู ชเ้ ขา้ ใจได้งา่ ยและใช้ได้สะดวก โดยใชก้ ราฟิกท่สี อ่ื
ความหมายรว่ มกบั คำอธบิ ายที่ชัดเจน รวมทง้ั มรี ปู แบบและลำดับของรายการทีส่ มำ่ เสมอ ในทำนองเดียวกัน
ดวงพร เกี๋ยงคำ (2551) กลา่ วว่า ลกั ษณะของระบบนำทางทีด่ ี ตอ้ งเขา้ ใจงา่ ย มีขอ้ ความกำกบั ชดั เจน มคี วาม
สม่ำเสมอและเป็นระบบ

2. ด้านรปู แบบวธิ ีการจดั การเรียนรใู้ นกจิ กรรมชุมนมุ ภาพรวมการแปลผลอยู่ในระดับมาก
ทัง้ นีอ้ าจเปน็ เพราะว่า ผวู้ ิจัยมีการกำหนดเปา้ หมายของรูปแบบวิธกี ารจัดการเรียนรใู้ นกจิ กรรมชุมนมุ ท่ีจะได้
ประโยชนจ์ ากการสบื ค้นข้อมูล โดยกล่มุ นักเรียน สามารถนำขอ้ มูลไปใชไ้ ดจ้ รงิ ในดา้ นการศึกษา เนือ่ งจากมกี าร
รวบรวมข้อมลู ท่เี ปน็ ประโยชน์และมคี วามถูกตอ้ งน่าเชอื่ ถือ การเรียบเรยี งและจดั ระเบยี บข้อมลู ทง่ี ่ายต่อการ
สบื คน้ ข้อมลู แตล่ ะสว่ นมีความเกี่ยวขอ้ งสัมพันธก์ ัน และทำให้ตระหนกั ถึงแนวโนม้ การศกึ ษาในอนาคตอนั ทำ
ใหเ้ กดิ การเรียนรู้ท่เี ท่าทนั สถานการณโ์ ลกและสอดคล้องกบั การศกึ ษาทเี่ น้นทักษะในศตวรรษท่ี 21

ข้อเสนอแนะ
ขอ้ เสนอแนะเพ่อื การวจิ ยั ในครง้ั ต่อไป ดงั น้ี
2.1 ควรมกี ารปรับปรุงในส่วนของระบบท่ีทำใหส้ ามารถเขา้ ระบบได้ ในเม่ือลมื

รหัสผา่ นในการเข้าสู่ระบบ เว็บไซตก์ ิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียนออนไลน์ www.activity.tnw.in.th

31
ภาคผนวก

32

แบบสอบถามความพึงพอใจการใช้เวบ็ ไซตก์ จิ กรรมพฒั นาผเู้ รียนออนไลน์
โรงเรียนธาตุนารายณว์ ทิ ยา อ.เมือง จ.สกลนคร

ตอนที่ 1ขอ้ มลู ท่วั ไป
1.1. ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่....../........
1.2 เพศ ชาย หญงิ
1.3 สถานะ นักเรียน ครู

ตอนท่ี 2 ข้อมลู ความพึงพอใจเกี่ยวกับการใช้เว็บไซต์กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียนออนไลน์

มาก มาก ปาน น้อย นอ้ ย

ขอ้ รายการ ทส่ี ดุ กลาง ท่ีสุด

54321

ด้านการออกแบบและการจดั รปู แบบเว็บไซต์

1 ความเหมาะสมของเมนกู ารใช้งาน

2 ความรวดเรว็ ในการตอบสนองของระบบ

3 ความเหมาะสมของขนั้ ตอนการบันทึกผลขอ้ มูล

การจดั การรกั ษาความปลอดภยั และกำหนดสิทธ์ิ
4

ในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใชง้ าน

การเช่อื มต่อของระบบฐานขอ้ มลู ฯ มีประสทิ ธิภาพ

5 ตอ่ การใช้งาน (การใชง้ านระบบหลดุ บ่อยหรือไม่

การบนั ทึกขอ้ มูล การอปั โหลดภาพ การสง่ ขอ้ มูล)

6 ความง่ายของการใชง้ านของระบบ

ภาษาทใ่ี ชใ้ นระบบฐานขอ้ มลู ฯเปน็ ทางการ ตรง
7

ประเด็น และส่อื ความหมายชัดเจน

33

มาก มาก ปาน นอ้ ย นอ้ ย

ข้อ รายการ ทส่ี ดุ กลาง ท่สี ดุ

54321

เวบ็ ไซต์ทำใหเ้ กิดความสะดวกในการจดั กิจกรรม
8

การเรียนรู้

ด้านรปู แบบวธิ กี ารจดั การเรยี นรู้ในกิจกรรมชมุ นมุ

กจิ กรรมชุมนมุ ออนไลนม์ ีความเหมาะสมกบั
9

สถานการณป์ จั จบุ นั

กจิ กรรมชมุ นุมออนไลนท์ ำให้เกดิ การตระหนักไดว้ า่
10

ความรอู้ ยูร่ อบตัวคณุ

การเลอื กเรยี นคอรส์ ตามความสนใจมคี วาม
11

เหมาะสม

12 เกณฑ์การผา่ นกจิ กรรมชมุ นมุ มีความเหมาะสม

13 กิจกรรมการเรียนรู้สามารถเรยี นรูไ้ ดท้ ุกท่ี

14 กิจกรรมการเรียนรสู้ ง่ เสรมิ ใหน้ กั เรยี นเลือกเรยี นได้

ตามความความสนใจ

15 เม่ือเปรียบเทียบการจดั การเรยี นรแู้ บบเดิมกบั แบบ

ปจั จุบนั นักเรียนมีความพึงพอใจแบบปัจจบุ นั

มากกวา่

16 เมอ่ื เปรียบเทยี บการบันทึกผ่านสมุดกบั การบนั ทกึ

ขอ้ มูลผ่านเวบ็ ไซต์ นักเรียนมคี วามพงึ พอใจการ

บนั ทึกข้อมูลผา่ นเว็บไซต์มากกวา่

34

หนา้ เวบ็ ไซตก์ ิจกรรมพฒั นาผ้เู รียนออนไลน์
www.activity.tnw.in.th


Click to View FlipBook Version