เรื่อง ขุนนางและชาวต่างชาติที่มีบทบาทในการ
สร้างสรรค์ชาติไทย
จัดทำโดย
1.นายธนชาติ โมราชาติ เลขที่ 10
2.นายธีรพัฒน์ แก้วทา เลขที่ 15
3.นายศรัณยพงษ์ ศรีธัญรัตน์ เลขที่ 16
4.นางสาวนันทิชา ภิญโญภาค เลขที่ 21
5.นางสาวภาวินี จง
ึจีน เลขที่ 22
6.นางสาวพรนภัส พิชัย เลขที่ 32
7.นางสาววรัทยา อินจำปา เลขที่ 33
8.นางสาวแทนรัก แมคไบร์ค เลขที่ 35
9.นางสาวกัญจน์ณัฏฐ์ สินศิริ เลขที่ 37
10.นางสาวกมลลักษณ์ เรืองวุฒิโรจน์ เลขที่ 38
11.นางสาวกุลภรณ์ จันทศรี เลขที่ 41
เสนอ
คุณครูกนกพร สุขสาย
หนังสือ E-Book เล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา ส31111
ประวัติศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ประวัติศาสตร์
โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช จังหวัดอุบลราชธานี
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
หน้า ก
คำนำ
E-Book ฉบับน้ีเป็นส่วนหน่ึงของรายวิชาประวัติศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่
4/10 โดยมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาความรู้ที่ได้จาก เรื่อง ขุนนางและชาวต่าง
ชาติที่มีบทบาทในการสร้างสรรคช์าติไทย
ทั้งน้ีในรายงานน้ีมีเน้ือหาประกอบด้วยความรู้เกี่ยวกับประวัติของขุนนางและ
ชาวต่างชาติที่มีบทบาทในการสร้างสรรค์ชาติไทยให้เจริญรุ่งเรืองที่สำคัญ
9 ท่าน
คณะผู้จัดทำได้เลือกหัวข้อน้ีในการทำรายงาน เนื่องมาจากเป็นเรื่องที่น่าสนใจ
คณะผู้จัดทำต้องขอขอบคุณ คุณครูกนกพร สุขสาย ผู้ให้ความรู้และแนวทางการ
ศึกษา หวังว่ารายงานฉบับน้ีจะให้ความรู้และเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุก ๆ ท่าน
หากมีข้อเสนอแนะ หรือข้อผิดพลาดประกึ
ารใด ผู้จัดทำขอน้อมรับด้วยความ
ขอบพระคุณยิ่ง
คณะผู้จัดทำ
หน้า ข
เรื่อง สารบัญ หน้า
คำนำ
ก
ข
สารบัญ 1
2
ออกญาโกษาธิบดี 3
6
หม่อมราโชทัย 7
8
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ 10
12
ลาลูแบร์ 13
14
บาทหลวงปาลเลอกัวซ์
หมอบรัดเลย์ ึ
พระยารัษฏานุประดิษฐ์มหิศรภักดี
พระยากัลยาณไมตรี
ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี
บรรณานุกรม
หน้า 1
ขุนนางและชาวต่างชาติที่มีบทบาทในการ
สร้างสรรค์ชาติไทย
ออกญา 1. ออกญาโกษาธิบดี ( ปาน )
(มีอายุระหว่าง พ.ศ. ไม่ปรากฏ – 2243)
โกษาธิบดี
ประวัติ
ออกญาโกษาธิบดี (ปาน) เดิมชื่อปาน เมื่อ
อายุ 20 ปี ได้รับเข้าร่วมราชการกับพี่ชายหลัง
จากนั้น 15 ปี ต่อมาได้รับแต่งตั้งให้เป็น
ออกพระวิสุทธสุนทร (ปาน) และได้เป็นหัวหน้าคณะทูตเดินทางไปเจริญ
สัมพันธไมตรีกับฝรั่งเศส ึ
ผลงานสำคัญ
ด้านการต่างประเทศ
ออกพระวิสุทธสุนทร (ปาน) ได้นำคณะทูตของไทยเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14
เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2229 การเดินทางไปสัมพันธไมตรีกับฝรั่งเศสช่วยสร้าง
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับฝรั่งเศสให้แน่นแฟ้นยิ่งข้ึนและเป็นผลดีต่อการป้องกัน
การคุกคามของฮอลันดาสมัยสมเด็จพระเพทราชา ออกพระวิสุทธสุนทร (ปาน) ได้
รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นเจ้าพระยาคลัง มีหน้าที่ควบคุมราชการเกี่ยวกับด้าน
การต่างประเทศ
หน้า 2
หม่อม 2. หม่อมราโชทัย หรือหม่อมราชวงศ์
กระต่ายอิศรางกูร
ราโชทัย (มีอายุระหว่าง พ.ศ. 2363-2434)
ประวัติ
หม่อมราโชทัย หรือหม่อมราชวงศ์กระต่าย
เป็นโอรสกรมหมื่นเทวานุรักษ์(หม่อมเจ้าชะ-
อุ่ม)ขณะยังทรงผนวชและได้เรียนภาษา
อังกฤษจนสามารถพูดและเขียนภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดีจนได้ดำรงตำแหน่ง
ล่ามหลวงประจำคณะทูตไทยไปเจริญสัมพันธไมตรีกับอังกฤษเป็นครั้งแรก
ผลงานสําคัญ
ด้านการต่างประเทศ
หม่อมราโชทัยได้ดำรงตำแหน่งล่ามหลึ
วงประจำคณะทูตไทยไปเจริญ
สัมพันธไมตรีกับอังกฤษ ในสมัยรัชกาลที่ 4 ก่อให้เกิดผลดีต่อการต่างประเทศ
และด้วยความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษของหม่อมราโชทัย
ด้านการศาล
ภายหลังจากที่หม่อมราโชทัยได้ไปราชการต่างประเทศในตำแหน่งล่ามประจํา
คณะทูตไทย แต่งตั้งให้หม่อมราโชทัยได้ดำรงตำแหน่งอธิบดีผู้พิพากษาศาลต่าง
ประเทศ อันเกี่ยวข้องกับคดีความของชาวต่างประเทศเป็นคนแรกใน พ.ศ. 2401
ด้านวรรณกรรม
หลังจากหม่อมราโชทัยได้เดินทางกลับจากอังกฤษแล้วและได้แต่งบทกวีนิพนธ์
เรื่อง "นิราศลอนดอน"ซึ่งมีเนื้อความเดียวกับจดหมายเหตุเพราะมีลักษณะเป็นงาน
ส่วนตัวจึงเขียนได้ อย่างอิสระนิราศลอนดอนตีพิมพ์ใน พ.ศ. 2402 และ ใน
พ.ศ. 2404 หมอบรัดเลย์ได้ซื้อกรรมสิทธิ์หนังสือนิราศ
หน้า 3
บุนช่นวางค 3.สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรี-
สุริยวงศ์
(มีอายุระหว่าง พ.ศ 2351 - 2425)
ประวัติ
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์
(ช่วง บุนนาค ) เกิดในสกุลบุนนาค เมื่อ
พ.ศ. 2351ในสมัยรัชกาลที่ 1 เป็นบุตร
ของสมเด็จพระยาบารมย์มหาประยูรวงศ์และท่านผู้หญิงจันทร์ ได้รับราชการแผ่น
ดินตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 2 เป็นต้นมาจนถึงรัชกาลที่ 5 และมีความก้าวหน้าใน
ราชการเรื่อยมาจนสุดท้ายได้รับเลื่อนขั้นเป็นสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์
ผลงานสําคัญ ึ
ด้านการเมืองการปกครอง
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ได้เข้ารับราชการแผ่นดินตั้งแต่ในสมัย
รัชกาลที่ 2 เป็นต้นมาจนถึงรัชกาลที่ 5 ได้มีบทบาทสําคัญทางการเมืองการ
ปกครองเช่น ในขณะที่เป็นพระยาศรีสุริยวงศ์ในปลายรัชกาลที่ 3 ได้มีความเห็น
ร่วมกับเจ้าพระยาคลัง และ เสนาบดีกรมมหาดไทยพระยาราชสุภาวดี และ ขุนนาง
คนอื่นว่าสมเด็จเจ้าฟ้ามงกุฎสมควรเป็นพระเจ้าแผ่นดินสืบต่อจากรัชกาลที่ 3 ยิ่ง
กว่าเจ้านายพระองค์อื่นๆในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก่อน
พระองค์จะเสด็จสวรรคต ได้ทรงมอบหน้าที่รักษาแผ่นดินให้แก่เจ้าพระยาศรีสุริย-
วงศ์และเมื่อรัชกาลที่ 4 เสด็จสวรรคต เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ได้เชิญเจ้านายชั้น
ผู้ใหญ่ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ และ พระราชาคณะผู้ใหญ่มาประชุมอัญเชิญเจ้าฟ้า
จุฬาลงกรณ์กรมขุนพินิจประชานารถ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จ
หน้า 4
พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชสมบัติขณะที่มีพระชนมายุเพียง 14
พรรษาเศษ โดยที่ประชุมเห็นสมควรแต่งตั้งให้เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์เป็นผู้สำเร็จ
ราชการแผ่นดินไปจนกว่าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จะทรงมี
พระชนมายุ ครบ 20 พรรษาซึ่งเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้
สำเร็จราชการแผ่นดินด้วยความจงรักภักดี ภายหลังที่พ้นจากตำแหน่งผู้สำเร็จ
ราชการแผ่นดินไปแล้วก็ทรงโปรดเกล้าเลื่อนให้เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ขึ้นเป็น
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์
ด้านกฎหมาย
ในช่วงสมัยที่เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน
ได้มีผลงานสำคัญในการตรากฎหมายลดอัตราดอกเบี้ยพ.ศ. 2411 จากเดิมซึ่ง
คิดเป็นร้อยละ 30-40 หรือร้อยละ 50 ถึง 60 ต่อปีลดลงเหลือไม่เกินร้อยละ 15
ต่อปีซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญที่ช่วยสกัดกั้นึ
มี 5 คนต้องกลายเป็นทาสและมีการ
ออกกฎหมายพยาน พ.ศ 2413 เพื่อป้องกันมิให้ทวงคดี
ด้านการต่างประเทศ
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์มีส่วนร่วมในการเจรจาทำสัญญาการค้า
และไมตรีกับประเทศมหาอำนาจตะวันตกเป็นผลสำเร็จแม้จะต้องโอนอ่อนผ่อน
ตามไปบ้างในยุคล่าอาณานิคมแต่ไทยก็สามารถรักษาเอกราชไว้ได้และในปีต่อ
มาทูตอเมริกาและฝรั่งเศสก็ได้เข้ามาทำหนังสือสัญญาการค้าโดย
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์มีส่วนร่วมในการทำสัญญาด้วยโดยมิให้
คนไทยเสียเปรียบแก่ต่างชาติ
ด้านการพัฒนาประเทศ
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ได้ทำนุบำรุงประเทศชาติให้มีความเจริญ
รุ่งเรือง หลายด้านเช่นเป็นผู้อำนวยการสร้างวังที่เมืองเพชรบูรณ์ ได้สั่งให้รื้อบ้าน
หน้า 5
ที่รกรุงรังติดกำแพงพระบรมมหาราชวังทั้งด้านในและด้านริมน้ำออกจนหมด
ขยายถนนรอบกำแพงเมืองสร้างตึกแถวและตลาดท่าเตียนขยายถนนบำรุงเมือง
เฟื่องนคร สั่งให้ขุดคลองนครเมืองเขตต์และอำนวยการขุดคลองเปรมประชากร
ด้านขนบธรรมเนียม
ประเพณีสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์เป็นผู้ริเริ่มประเพณีการทำบุญ
วันเกิดเป็นครั้งแรก ซึ่งต่อมาประเพณีนี้ได้แพร่หลายไปในหมู่พระบรมวงศานุวงศ์
และขุนนางและสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
ึ
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ และคณะขุนนางฝ่ายไทยที่ร่วม
ลงนามในสนธิสัญญากับท่านกราฟ ออยเลนบูร์ก ทูตประเทศปรัสเซีย
เมื่อปี พ.ศ.2505
หน้า 6
4. ลาลูแบร์
(มีอายุระหว่าง พ.ศ 2351 - 2425)
ลาลูแบร์ ประวัติ
ลาลูแบร์เป็นชาวฝรั่งเศสที่ได้รับการ
แต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าคณะราชทูตฝรั่งเศส
ร่วมกับ คลอดเซเบเรต์ ดู บูลาย เดินทาง
มายังกรุงศรีอยุธยาเมื่อพ.ศ. 2230 เพื่อ
เจรจาเรื่องศาสนาและ การค้าในอาณาจักรอยุธยา
ผลงานสําคัญ
ด้านการค้า
เจรจากับอยุธยาเพื่อการค้าของฝรั่งเศส
ึ ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามสัญญาการค้าที่เมือง
ลพบุรี เมื่อวันที่ 11 ธันวาคมพ.ศ. 2230 ผู้แทนฝ่ายไทยที่ลงนามคือออกญาพระ
เสด็จผู้รักษาตำแหน่ง เจ้าพระยาพระคลัง และพระศรีพิพัฒน์รัตนราช ผู้แทนฝรั่งเศส
คือลาลูแบร์และเซเบเรต์ ลาลูแบร์ นอกจากจะเป็นหัวหน้าคณะจากฝรั่งเศสยังได้
รับคำสั่งให้สังเกตเรื่องต่างๆเกี่ยวกับอยุธยาบันทึก ข้อสังเกตทั้งหลายเพื่อกลับไป
รายงานราชสำนักของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ซึ่งมีคุณค่าต่อการศึกษาประวัติศาสตร์
ไทยสมัยอยุธยายังมาก และมีการแปลออกมาเป็นภาษาไทยที่มีชื่อเรียกว่า จดหมา
ยลาลูแบร์
ภาพวาดชาวสยามและสภาพบ้านเมืองในจดหมายเหตุ
ลาลูแบร์ (ฉบับแปลภาษาอังกฤษ)
หน้า 7
ปาลเลอ
5.บาทหลวงปาลเลอกัวซ์
กัวซ์ (มีอายุระหว่าง พ.ศ. 2348 - 2405)
ประวัติ
บาทหลวงปาลเลอกัวซ์ มีนามเต็มว่า
“ฌง บัปติสต์ ปาลเลอกัวซ์(Jean
Beptiste Pallegoix) เป็นชาวฝรั่งเศส
ได้บวชเป็นบาทหลวง และได้รับ
ศาสนศักดิ์เป็นมุขนายกมิซซังแห่งมัลโลส์ ขณะมีอายุได้เพียง 38 ปี แบ่งเขตการ
ปกครองคณะมิซซังในประเทศไทยด้วยกันกับมงเซาญอร์ กูรเวชี และได้ถึงแก่
มรณภาพใน พ.ศ. 2405
ผลงานสำคัญ
ึ
ด้านวรรณกรรม
บาทหลวงปาลเลอกัวซ์เป็นผู้สนใจเรียนรู้ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย จึงได้เขียน
หนังสือว่าด้วยเมืองไทยออกเป็นภาษาต่างประเทศหลายเล่ม หนังสือมีชื่อว่า
“Description du Royaume Thai on Siam ซึ่งในภาษาไทยมีชื่อว่า “เล่าเรื่อง
กรุงสยาม”) และงานเรียบเรียงสำคัญอีกชิ้นหนึ่ง คือ “สัพะ พะจะนะ พาสาไท" เป็น
พจนานุกรม 4 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาฝรั่งเศส ภาษาอังกฤษ และภาษา
ละติน
ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
เมื่อ พ.ศ. 2395 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชหัตถเลขา
ฝากบาทหลวงปาลเลอกัวซ์ไปถวายพระสันตะปาปาปิโอที่ 9 และเมื่อบาทหลวง
ปาลเลอกัวซ์กลับคืนสู่ประเทศไทยก็ได้นำสาส์นของพระสันตะปาปามาทูลเกล้า
ถวายด้วย
หน้า 8
บรหัดมเอลย์ 6.หมอบรัดเลย์ (ดร.แตน บีช บรัดเลย์)
(มีอายุระหว่าง พ.ศ.2397-2416)
ประวัติ
หมอบรัดเลย์ หรือ ดร.แดน บีช บรัด
เลย์ (Dr.Dan Beach Bradley) ที่เข้า
มาเผยแผ่คริสต์ศาสนาในประเทศไทย
เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งตรงกับรัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นหัวหน้าคณะมิชชันนารีรุ่นที่ ๓ จาก
สหรัฐอเมริกา
ผลงานสําคัญ
ด้านการพิมพ์
ึ
หมอบรัดเลย์ ได้จัดตั้งโรงพิมพ์หนังสือไทย เป็นคนแรก รวมทั้งติดสร้าง
เครื่องพิมพ์ด้วยไม้ ใน พ.ศ. ๒๓๕๒ ต่อมารัชกาลที่ 3 ได้โปรดเกล้าฯ ให้จ้างโรง
พิมพ์ของหมอบรัดเลย์ พิมพ์หมายประกาศห้ามสูบฝิ่นจำนวน 9,000 ฉบับ ซึ่งนับ
เป็นหนังสือราชการขึ้นแรกที่ใช้วิธีการพิมพ์ ต่อมาหมอบรัดเลย์ ได้หล่อพิมพ์อักษร
ไทยขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2384 นอกจากนี้ยังได้ออกหนังสือพิมพ์รายเดือนชื่อ “บางกอก
รีคอร์เดอร์" (Bangkok Recorder) โดยตัวท่านเองเป็นบรรณาธิการ นับเป็น
หนังสือพิมพ์ฉบับแรกของไทย
ด้านการแพทย์
หมอบรัดเลย์เป็นผู้นำวิชาการแพทย์แผนใหม่มาเผยแพร่ในประเทศไทยเป็นคน
แรก โดยได้เริ่มผ่าตัดครั้งแรกในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังได้นำวิธีรักษาโรคแผน
ใหม่ด้วยการ ฉีดวัคซีนป้องกันไข้ทรพิษมาใช้ในเมืองไทย รวมถึงเผยแพร่ความรู้
ด้านวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์เบื้องต้นอีกด้วย
หน้า 9
ด้านขนบธรรมเนียมประเพณี
หมอบรัดเลย์เป็นผู้เผยแพร่ประวัติศาสตร์ไทย ตำนานไทย ขนบบรรรมเนียม
ไทย ความรู้ในภาษาไทย รวมถึงศาสนา และประเพณีไทยให้ชาวต่างประเทศได้
รู้จักอย่างทั่วถึง ขณะเดียวกันก็เป็นผู้นำขนบธรรมเนียมประเพณีแบบตะวันตกมา
เผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักในหมู่เจ้านายและขุนนางไทย ทำให้เกิดความเข้าใจใน
ขนบธรรมเนียมประเพณีของกันและกัน อันมีส่วนช่วยให้การติดต่อระหว่างกัน
สะดวกยิ่งขึ้น
ึ
หนังสือพิมพ์บางกอก รีคอร์เดอร์
ฉีดวัคซีนไข้ทรพิษ
(Bangkok Recorder)
หน้า 10
7.พระยารัษฏานุประดิษฐ์มหิศรภักดี
(คอซิมบี้ ณ ระนอง)
คอซิมบี้ (มีอายุระหว่าง พ.ศ. 2400-2456)
ณ ระยอง
ประวัติ
พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี เป็น
บุตรของพระยารัตนเศรษฐี เกิดเมื่อ พ.ศ.
2400 เมื่ออายุ 25 ปี ได้เฝ้าถวายตัวเป็น
มหาดเล็กใน รัชกาลที่ 5 พ.ศ. 2433 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ดำรงตำแหน่งผู้ว่า
ราชการเมืองตรัง และได้เป็นที่พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี ภายหลังได้รับ
การแต่งตั้งให้เป็นสมุหเทศาภิบาล
ผลงานสําคัญ
ึ
ด้านการคมนาคม
พระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ ให้ความสําคัญกับการคมนาคมมาก เพราะการ
คมนาคมที่ขยายตัวออกไปย่อมเป็นประโยชน์ต่อการปกครอง การค้าขาย การ
ปราบปรามโจร ฯลฯ ดังนี้ จึงปรากฎผลงานทางด้านคมนาคมในหลายจังหวัด เช่น
นครศรีธรรมราช พัทลุง กระบี่ เป็นต้น
ด้านการเกษตรกรรม
เป็นบุคคลแรกที่เชิญชวนให้เจ้านาย และข้าราชการมาทําสวนยางให้เป็น
ตัวอย่างและชักชวนให้ประชาชนเห็นประโยชน์ในการทำสวนยางพระยารัษฎานุ -
ประดิษฐ์ฯ ได้ติดต่อบริษัทเหมืองแร่ในต่างประเทศให้เข้ามาเปิดการทําเหมืองแร่ใน
มณฑลภูเก็ต โดยให้ทำผลประโยชน์แก่ทางราชการ แทนการเรียกร้องค่า
ธรรมเนียม
หน้า 11
ด้านการศึกษา
พระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ ได้คัดเลือกบุตรหลานของข้าราชการในจังหวัดภูเก็ต
ส่งไปเรียนภาษาอังกฤษที่เกาะปีนัง
ึ
ต้นยางพาราต้นแรกที่ปลูกในประเทศไทย
ที่อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง
หน้า 12
8.พระยากัลยาณไมตรี
(ดร.ฟรานซิส บี. แซร์)
ฟรานซิส (มีอายุระหว่าง พ.ศ. 2428 - 2515)
บี. แซร์
ประวัติ
พระยากัลยาณไมตรี หรือ ดร. ฟรานซิส
บี. แซร์ (Dr.Francis B. Sayre) ชาว
อเมริกัน ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ
พระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้ทำคุณประโยชน์ให้กับไทยเป็นอย่างมาก จนได้รับ
พระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “พระยากัลยาณไมตรี” และเป็นศาสตราจารย์ทาง
ด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษากระทรวงการต่าง
ประเทศของไทย เมื่อ พ.ศ. 2466
ึ
ผลงานสําคัญ
ด้านการต่างประเทศ
ได้ดำเนินการแก้ไขข้อผูกพันที่ได้มีต่อประเทศต่างๆตามสนธิสัญญาที่ทำไว้ในสมัย
รัชกาลที่เรื่อง 5 ที่คนในบังคับต่างชาติไม่ต้องขึ้นศาลไทยและไทยจะเก็บภาษีขา
เข้าจากต่าง ประเทศได้ไม่เกินร้อยละสรัฐอเมริกาเป็นประเทศแรกที่ยินยอมยกเลิก
ข้อกําหนดอัตราภาษี และสิทธิสภาพนอกอาณาเขตภายหลังที่ไทยได้ประกาศและ
บังคับใช้ประมวลกฎหมายตามมาตรฐานตะวันตกแล้ว 5 ปี
ด้านการเมืองการปกครอง
ได้เสนอข้อแก้ไขเกี่ยวกับปัญหาการคลัง อำนาจของอภิรัฐมนตรีสภา การมีสภา
นิติบัญญัติ การร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่มี 12 มาตรา สําหรับการบริหารประเทศ
แด่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นต้น
หน้า 13
9. ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี
(มีอายุระหว่าง พ.ศ. 2435-2505)
พีศริละปม์ิด ประวัติ
ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี มีนามเดิม
ว่า คอร์ราโด เฟโรจี เกิดเมื่อ พ.ศ. 2435
เป็นชาวนครฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี
ท่านมีความสนใจด้านศิลปะและมีความ
สามารถด้านประติมากรรม ทำให้ได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์
ผลงานสําคัญ
ด้านศิลปกรรม
พ.ศ. 2469 ได้ดำรงตำแหน่งเป็นช่างปั้นหล่อแผนกศิลปากรสถานแห่ง
ราชบัณฑิตยสถาน แล้วย้ายมาเป็นช่างปั้
ึนสังกัดอยู่ในกองประณีตศิลปกรรม พ.ศ.
2477 ท่านได้เป็นผู้วางหลักสูตรการศึกษาด้านศิลปะของไทยในระยะแรกใช้ชื่อ
โรงเรียนประณีตศิลปกรรมต่อมาพ.ศ.2486 ได้ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากร
ตอนปลายสงครามโลกครั้งที่2 ศาสตราจารย์ได้โอนสัญชาติอิตาลีมาเป็น
สัญชาติไทยและได้ใช้ชีวิตเป็นอาจารย์สอนลูกศิษย์ที่ มหาวิทยาลัยศิลปากรจน
วาระสุดท้าย
หน้า 14
บรรณานุกรม
ณรงค์ พ่วงพิศและคณะ. ประวัติศาสตร์ไทย. พิมพ์ครั้งที่ 18.กรุงเทพฯ:
อักษรเจริญทัศน์ จำกัด, 2553
ึ
ขุนนางและชาวต่างชาติมีบทบาทในการ
สร้างสรรค์และพัฒนาชาติไทยให้เจริญรุ่งเรือง
ที่สำคัญ ทั้ง 9 ท่าน