The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือนักศึกษาปีการศึกษา 66 22.12.66

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by spr simtec, 2023-12-21 21:34:56

คู่มือรายวิชา ER ปีการศึกษา 66

คู่มือนักศึกษาปีการศึกษา 66 22.12.66

ประจำ ปีก ปี ารศึก ศึ ษา 2566 เวชศาสตร์ฉุ ร์ ก ฉุ เฉิน ฉิ และ นิติ นิ เ ติ วชศาสตร์ 2 คู่มืคู่ อ มื นัก นั ศึก ศึ ษาแพทย์ ชั้น ชั้ ปีที่ ปีที่6


1 วิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉินและนิติเวชศาสตร์ 2 หมวดที่ 1 ข้อมูลทั่วไป 1. ชื่อสถาบันอุดมศึกษา โครงการร่วมผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข สถาบันสมทบของมหาวิทยาลัยมหิดล 2. รหัสและชื่อรายวิชา นวอน 611 เวชศาสตร์ฉุกเฉิน นวอน 612 นิติเวชศาสตร์ 2 3. จำนวนหน่วยกิต บรรยาย – ปฏิบัติ วิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน 3 หน่วยกิต (1 – 4 – 4) วิชานิติเวช 2 1 หน่วยกิต (0 – 2 – 1) 4. ภาคการศึกษา / ชั้นปีที่เรียน ภาคการเรียนที่ 2 นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 6 5. อาจารย์ผู้รับผิดชอบและอาจารย์ผู้สอน 1. พญ.นภาจรีทะนะแสง 2. พญ.กนกวรรณ กองจำปา 3. พญ.นัทธมน ทองวิชิต 4. พญ.กรรรณิการ์ทสะสังคินทร์ 5. นพ.วิพุธ เล้าสุขศรี 6. พญ.สลิล เพิ่มกสิกรรม 7. พญ.ชุติกาญจน์ทองสุจริตกุล 8. นพ.มีเกียรติภาวศุทธิกุล 9. พญ.พิมพ์ชนก ปิ่นทอง 10. พญ.วันวิสา บัวบาน 11. พญ.คุณัญญา คล้ายคลึง 12. นพ.พิชญ์ แสงประทีปทอง 13. พญ.น้ำฝน ทองศรี 14. นพ.สันสกฤต วิภาศรีนิทิต 15. นพ.ณัฐพงษ์ตุลาพันธุ์ 16. พญ.วิรัชญา ลิ้มกิตติศุภสิน 17. นพ.อนัตต์ปรีชา


2 6. รายวิชาที่ต้องศึกษามาก่อน (Pre-requisite) วิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน นวกม 511 – 513 นวสต 511 – 514 นวรส 511 – 512 นวจษ 511 นวศศ 511 – 512 นวอย 511 – 512 นวสน 511 นวอธ 511 วิชานิติเวช 2 นวอน 411 7. รายวิชาที่ต้องเรียนพร้อมกัน นวอน 612 นิติเวชศาสตร์ 2 8. สถานที่เรียน 1. ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ สำหรับปฏิบัติงาน 2. ห้องเรียนอาคารศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก สำหรับการบรรยาย, อภิปรายกลุ่ม และการเรียนการสอน แบบ simulation 9. วันที่จัดทำหรือปรับปรุง ธันวาคม 2566


3 หมวดที่ 2 จุดมุ่งหมายและวัตถุประสงค์ 1. จุดมุ่งหมายของรายวิชา วิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน 1. อธิบายกลไกการเกิดโรค พยาธิสรีรวิทยา และการวินิจฉัยแยกโรคเบื้องต้นในกลุ่มโรค/ภาวะ/กลุ่มอาการ ฉุกเฉินต่างๆ อย่างถูกต้อง 2. ซักประวัติและตรวจร่างกายผู้ป่วยภาวะฉุกเฉิน เลือกส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการและรังสีวิทยาที่จำเป็น การวินิจฉัยแยกโรค ให้การปฏิบัติและรักษาเบื้องต้น ปฏิบัติการช่วยชีวิตแก่ผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน หรือเจ็บป่วยกะทันหันและโรคทั่วไปที่มารับบริการที่ห้องฉุกเฉินได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนส่งผู้ป่วยรับการ ปรึกษาจากแพทย์เฉพาะทางได้อย่างถูกต้อง 3. ทำหัตถการที่จำเป็นในผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉินได้อย่างถูกต้อง 4. เขียนประวัติแบบใช้ปัญหาเป็นหลัก (POMR) นักศึกษาแพทย์ต้องเข้าใจและเห็นความสำคัญของการเขียน ประวัติแบบ POMR โดยจะต้องบันทึกประวัติของผู้ป่วยทุกรายที่อยู่ในความรับผิดชอบตามแบบ POMR โดย บันทึกประวัติและข้อมูลผู้ป่วยอย่างครบถ้วน และเป็นขั้นตอนพร้อมทั้งนำเสนอได้ 5. เขียนใบสั่งยา, ใบสั่งการรักษา, ใบรับรองแพทย์ประเภทต่างๆ รวมถึงหนังสือรับรองการตายได้ถูกต้อง 6. ตัดสินใจการส่งต่อและส่งกลับผู้ป่วยจากห้องฉุกเฉินได้อย่างเหมาะสม 7. มีความรู้ทั่วไปในการจำแนกผู้ป่วยและให้การรักษาพยาบาลเบื้องต้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุหมู่ ณ จุดเกิดเหตุ และความรู้พื้นฐานในระบบการดูแลรักษาผู้ป่วยในภาวะอุบัติเหตุหมู่ 8. ให้บริการดูแลสุขภาพทั้งแบบองค์รวมและแบบต่อเนื่องโดยคำนึงถึงผู้ป่วยเป็นหลัก 9. ให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวและการป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่างๆ แก่ผู้ป่วยและญาติได้อย่างถูกต้อง 10. เข้าใจกลไกการบาดเจ็บ และสามารถตรวจสถานที่เกิดเหตุได้ถูกต้อง 11. เข้าใจหลักการ เหตุผล ขั้นตอนการขนส่งเคลื่อนย้าย การดูแลผู้ป่วยเบื้องต้น และระบบการบริการฉุกเฉิน ของหน่วย EMS 12. มีเจตคติค่านิยม คุณธรรม จรรยาบรรณ และมรรยาทแห่งวิชาชีพที่ดีคือ - แสวงหาความรู้เพิ่มเติมด้วยตนเองอยู่เสมอ และสามารถศึกษาต่อเนื่องได้อีกทั้งรู้ข้อจำกัดทางวิชาการ ของตนเอง เมื่อไม่รู้ต้องไต่ถามหรือปรึกษาผู้อื่น - มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้ป่วยและครอบครัว ปฏิบัติงานเป็นทีมร่วมกับบุคลากรอื่นๆ ได้อย่างเหมาะสม - ปฏิบัติตนในฐานะแพทย์ที่ดีถูกต้องตามมรรยาทแห่งวิชาชีพ


4 วิชานิติเวช 2 1. วินิจฉัยภาวะผู้ป่วยคดีได้ถูกต้องและรวดเร็ว 2. สามารถชันสูตรบาดแผลและแยกประเภทบาดแผลได้ถูกต้อง 3. ตระหนักถึงผลกระทบทางด้านจิตใจการเก็บสิ่งส่งตรวจเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้ป่วยข่มขืนกระทำชำเราและความผิด ทางเพศ 4. บอกหลักการและแนวทางพิสูจน์บุคคลทั้งที่มีชีวิตและในศพได้ 5. สามารถชันสูตรพลิกศพ ณ ที่เกิดเหตุได้อย่างละเอียด และส่งตรวจวัตถุพยานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการพิจารณา ส่งศพเพื่อการผ่าชันสูตรได้อย่างเหมาะสม 6. บันทึกหรือรายงานการชันสูตรพลิกศพตามแบบฟอร์มของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ละเอียด ถูกต้องและทัน การณ์ 7. ตระหนักถึงความสำคัญในการเป็นพยานศาลและสามารถเป็นพยานศาลได้ 8. มีความรู้เรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์กฎหมายเกี่ยวกับการชันสูตรศพ 9. มีเจตคติที่ดี สามารติดต่อสื่อสารสร้างมนุษยสัมพันธ์อันดีทั้งวาจาและลายลักษณ์อักษรกับคนไข้ ญาติคนไข้ ญาติผู้ตาย พนักงานสอบสวนและบุคลากรทางกระบวนการยุติธรรม ผู้ร่วมงานและบุคลากรสาธารณสุข อื่น ๆ 10. ปฏิบัติต่อศพ โดยตระหนักถึงศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และวัฒนธรรมประเพณี ศาสนาที่เกี่ยวข้อง 2. วัตถุประสงค์ในการพัฒนา / ปรับปรุงรายวิชา กลุ่มงานเวชศาสตร์ฉุกเฉินและนิติเวชได้พัฒนารายวิชานี้ขึ้นมาโดยเพิ่มเติมเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเรียน การสอนมากขึ้นเนื่องจากปัจจุบันได้มีการพัฒนาความรู้ การวิจัย มาตรฐานการดูแลรักษาผู้ป่วยที่ทันสมัย ครอบคลุมเนื้อหาที่เป็นมาตรฐานสากลมากขึ้น ประกอบกับมีวิทยาการในการเรียนรู้ การสื่อสารที่ทันสมัยมากขึ้น เพื่อให้นักศึกษาแพทย์ทุกคนเมื่อเรียนจบวิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉินและนิติเวชแล้วจะได้ความรู้ ความเข้าใจในภาวะ เจ็บป่วยฉุกเฉิน สามารถปฏิบัติการช่วยชีวิต การดูแลรักษาเบื้องต้นแบบรีบด่วน และการส่งต่อผู้ป่วยได้รู้ระบบ การบริการเวชศาสตร์ฉุกเฉิน กฎหมายเกี่ยวข้องกับการแพทย์หลักการและวิธีพิสูจน์ข้อเท็จจริงทางการแพทย์ การชันสูตรพลิกศพและการเป็นพยานทางศาลได้ตลอดจนมีเจตคติคุณธรรม จรรยาบรรณ และมรรยาทแห่ง วิชาชีพที่ดี


5 หมวดที่ 3 ลักษณะและการดำเนินการ 1. คำอธิบายรายวิชา วิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน (นวอน 611) ความรู้ความสามารถในอาการวิทยา พยาธิกำเนิด พยาธิสรีรวิทยา การวินิจฉัยแยกโรค การสืบค้นทาง ห้องปฏิบัติการ การปฏิบัติการช่วยชีวิต การดูแลรักษาเบื้องต้นแบบรีบด่วน และการส่งต่อผู้ป่วยในภาวะฉุกเฉิน และอุบัติเหตุ ระบบการบริการเวชศาสตร์ฉุกเฉิน การบันทึกและนำเสนอรายงานคนไข้และเอกสารสำคัญ การติดต่อสื่อสารกับผู้ป่วยและญาติในภาวะวิกฤติ มีเจตคติคุณธรรม จรรยาบรรณ และมรรยาทแห่งวิชาชีพที่ดี วิชานิติเวช 2 (นวอน 612) กฎหมายเกี่ยวข้องกับการแพทย์และการประกอบวิชาชีพของแพทย์ หลักการและวิธีพิสูจน์ข้อเท็จจริง ทางการแพทย์ทักษะในการชันสูตรบาดแผล ชันสูตรพลิกศพ การบันทึกรายงานตามความเป็นจริงและข้อกฎหมาย การปฏิบัติของแพทย์ในกระบวนการยุติธรรม 2. จำนวนชั่วโมงที่ใช้ต่อภาคการศึกษา วิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉินและนิติเวช 2 (นวอน 611 - 612) การเรียนในรูปแบบ บรรยาย, topic/case conference 16 ชั่วโมง การเรียนในรูปแบบปฏิบัติ simulation, workshop 13 ชั่วโมง การเข้าร่วม MM conference(ร่วมกับนิติเวช) และinteresting case conference ร่วมกับแพทย์เพิ่มพูนทักษะ 3 ชั่วโมง ปฏิบัติงานที่ห้องฉุกเฉิน (ในเวลาราชการ) 79 - 93 ชั่วโมง ปฏิบัติงานที่ห้องฉุกเฉินนอกเวลาราชการ 16 - 24 ชั่วโมง/สัปดาห์ 3. จำนวนชั่วโมงต่อสัปดาห์ที่อาจารย์ให้คำปรึกษาและแนะนำทางวิชาการแก่นักศึกษาแพทย์เป็นรายบุคคล ในช่วงระหว่างการปฏิบัติงานในปลายสัปดาห์ที่ 2 จะมีการพบอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นรายบุคคลเพื่อทำ formative assessment รวมถึงให้ข้อมูลย้อนกลับแก่นักศึกษาแพทย์(feedback) เพื่อวัตถุประสงค์ในการพัฒนา ต่อไป จำนวน 1 – 2 ชั่วโมง


6 หมวดที่ 4 การพัฒนาผลการเรียนรู้ของนักศึกษา *อ้างอิงตาม เกณฑ์มาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมของแพทยสภา พ.ศ. 2555 1. ด้านคุณธรรม จริยธรรม 1.1 มีคุณธรรม และจริยธรรมที่เหมาะสมต่อวิชาชีพแพทย์ซื่อสัตย์สุจริตต่อตนเองและวิชาชีพ รับผิดชอบต่อผู้ป่วย และงานที่ได้รับมอบหมาย ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งมั่นพัฒนาตนเอง อย่างต่อเนื่อง คำนึงถึงประโยชน์และความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นสำคัญ เคารพในสิทธิของผู้ป่วย แสดงเจตคติที่ ดีต่อการให้บริการสุขภาพแบบองค์รวมแก่ประชาชนทุกระดับ 1.2 วิธีการสอน : การแสดงเป็นตัวอย่าง, authentic clinical practice 1.3 วิธีการประเมินผล : การประเมิน workplace-based assessment ขณะนักศึกษาแพทย์ปฏิบัติงาน ดูแลผู้ป่วยในห้องฉุกเฉินในรูปแบบทั้ง formative assessment ซึ่งให้ข้อมูลย้อนกลับแก่นักศึกษาแพทย์เพื่อ ปรับปรุง และ summative assessment, การประเมิน Multisource feedback (MSF), ความรับผิดชอบในงาน ที่ได้รับมอบหมายผ่านการทำ topic conference และการส่งงานที่ได้รับมอบหมายอื่นๆ ตามกำหนดเวลา 2. ด้านความรู้ทางเวชศาสตร์ฉุกเฉินและนิติเวช 2.1 ความรู้ที่ต้องได้รับ : มีความรู้ความเข้าใจในวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐาน ความรู้ความสามารถทาง วิชาชีพและทักษะ ทางคลินิก สามารถ ค้นคว้าความรู้เพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลต่างๆ เพื่อนำไปประยุกต์ในการตรวจ วินิจฉัยและบำบัดรักษาผู้ป่วย ตลอดจนวางแผน การสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันการเจ็บป่วยได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม 2.2 วิธีการสอน : การบรรยาย (Lecture), group discussion, conferences ต่างๆ, Bedside teaching, การเรียนชันสูตรพลิกศพ, การเรียนรู้ด้วยตัวเอง หรือ Self-Directed Learning (SDL) 2.3 วิธีการประเมินผล : การสอบลงกองโดยข้อสอบ MCQ 3. ด้านทักษะทางปัญญา 3.1 ทักษะทางปัญญาที่ต้องพัฒนา: คิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ ด้านทักษะการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม การตัดสินใจในภาวะเร่งด่วน การประยุกต์ความรู้ทางวิชาการนำมาสู่การปฏิบัติในภาวะที่มีข้อจำกัดในการ ปฏิบัติงาน และ แก้ไขปัญหาได้อย่างวิจารณญาณ 3.2 วิธีการสอน : Group discussion ได้แก่ Interesting case conference, MM conference/Interdepartment conference(ER-Forensic), Topic conference, English conference, Bedsideteachingและ การเรียนรู้จากผู้ป่วยที่ห้องฉุกเฉินโดยฝึกปฏิบัติกับผู้ป่วยจริงที่ห้องฉุกเฉินร่วมกับเจ้าหน้าที่หลากหลายระดับ, การเรียนในรูปแบบของ Flipped classroom, Workshop และ Simulation: E-FAST Ultrasound ACLS ATLS Resuscitation course 3.3 วิธีการประเมิน : MCQ CRQ MEQ, การเขียนรายงานเคสผู้ป่วย, รายงานการชันสูตร, การประเมิน long case, การประเมิน workplace-based assessment ขณะนักศึกษาแพทย์ปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยในห้อง ฉุกเฉินในรูปแบบทั้ง formative assessment ซึ่งให้ข้อมูลย้อนกลับแก่นักศึกษาแพทย์เพื่อปรับปรุง และ summative assessment, แบบประเมินรายงาน, logbook, การประเมินหัตถการ DOPS, แบบประเมิน topic discussion


7 4. ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ 4.1 ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ : ด้านการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม ความรับผิดชอบต่อตนเอง การมีปฏิสัมพันธ์ต่อผู้ป่วยและญาติสามารถจัดการกับสถานการณ์ที่ตัดสินใจได้ยาก อย่างเหมาะสม การเขียนเวชระเบียนได้ครบถ้วน 4.2 วิธีการสอน : การแสดงเป็นตัวอย่าง, authentic clinical practice, การเรียนในรูปแบบ simulation: ACLS ATLS resuscitation course 4.3 วิธีการประเมิน : การประเมิน workplace-based assessment ขณะนักศึกษาแพทย์ปฏิบัติงานดูแล ผู้ป่วยในห้องฉุกเฉินในรูปแบบทั้ง formative assessment ซึ่งให้ข้อมูลย้อนกลับแก่นักศึกษาแพทย์เพื่อปรับปรุง และ summative assessment, การประเมิน Multisource feedback (MSF), การสอบ long case 5. ทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 5.1 ทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ : มีความสามารถค้นหา ข้อมูลโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ (EBM) และสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้ในการดูแลผู้ป่วยได้ 5.2 วิธีการสอน : ผ่านการได้รับมอบหมายงาน Topic conference, การเขียนรายงาน, ให้นักศึกษา แพทย์หาความรู้จาก E-learning 5.3 วิธีการประเมิน : รายงาน Review literature แบบประเมิน topic discussion แบบประเมินรายงาน การประเมิน workplace-based assessment 6. ทักษะพิสัย 6.1 ทักษะในการซักประวัติและตรวจร่างกายผู้ป่วยได้อย่างครอบคลุมและเหมาะสม, สามารถตรวจ วินิจฉัย ตัดสินใจเลือกวิธีการรักษาผู้ป่วยอย่างถูกต้องเหมาะสมและทันท่วงที, ทักษะการทำหัตถการที่จำเป็นใน ภาวะฉุกเฉิน, ความสามารถตรวจโดยเครื่องมือพื้นฐาน และการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่จำเป็นได้ โดยคำนึงถึง ความคุ้มค่าและเหมาะสม 6.2 วิธีการสอน : Group discussion, Bedside teaching และการเรียนรู้จากผู้ป่วยที่ห้องฉุกเฉินโดยฝึก ปฏิบัติกับผู้ป่วยจริงที่ห้องฉุกเฉินร่วมกับเจ้าหน้าที่หลากหลายระดับ และ, การเรียนในรูปแบบของ Flipped classroom, Workshop และ Simulation: E-FAST Ultrasound ACLS ATLS Resuscitation course 6.3 วิธีการประเมิน : การประเมิน workplace-based assessment ขณะนักศึกษาแพทย์ปฏิบัติงานดูแล ผู้ป่วยในห้องฉุกเฉินในรูปแบบทั้ง formative assessment ซึ่งให้ข้อมูลย้อนกลับแก่นักศึกษาแพทย์เพื่อปรับปรุง แ ล ะ summative assessment, ก า ร ป ร ะ เ ม ิ น Multisource feedback (MSF), ก า ร ส อ บ long case, แบบประเมิน DOPS


8 หมวดที่ 5 แผนการสอนและการประเมินผล 1. แผนการสอน การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ จัดให้นักศึกษาแพทย์ปฏิบัติงาน ณ ห้องฉุกเฉินและจุดเกิดเหตุ เป็นเวลา 4 สัปดาห์สำหรับนักศึกษา แพทย์ชั้นปีที่ 6 ภายใต้การดูแลของอาจารย์แพทย์/แพทย์เพิ่มพูนทักษะ ประกอบด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ดังนี้ 1. การเรียนในชั้นเรียน จุดมุ่งหมายเพื่อให้นักศึกษาแพทย์ได้แนวคิดและเนื้อหาที่สำคัญเกี่ยวกับโรค / ภาวะ / กลุ่มอาการฉุกเฉิน ต่างๆ ที่กำหนดในวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมเป็นการบรรยายหรืออภิปราย case discussion ร่วมกับคณาจารย์ จากภาควิชาต่างๆ ดังรายละเอียดในตาราง 1 ตารางที่ 1 รูปแบบ วิชาเรียน ชั่วโมง อาจารย์ผู้รับผิดชอบ ปฺฏบิัติ Hand on ultrasound 3 นพ.มีเกยีรติและ พญ พิมพ์ชนก ทฤษฎีและ Group discussion Initial management for trauma patients 3 พญ.นภาจรี ปฺฏบิัติ, Flipped classroom และ Simulation ATLS simulation 4 นพ.สนัสกฤต ทฤษฎีและ Group discussion Environmental injury 3 พญ.กนกวรรณ ปฺฏบิัติ Resuscitation course 3 พญ.คุณัญญา ทฤษฎีและ Table top MCI (mass casualty incident) and EMS (emergency medical services) 3 พญ.สลลิ ทฤษฎีและ Group discussion Toxicology 3 พญ.วันวิสา ปฺฏบิัติและ Simulation ACLS 3 คณาจารย์ER ทฤษฎีและ Group discussion MM and interesting case 3 พญ.นทัธมน, นพ.พิชญ์, พญ.น ้าฝน , นพ.สนัสกฤต ทฤษฎีและ Group discussion Case report and literature review 2 นพ.วิพุธ ทฤษฎีและ Group discussion English conference 2 พญ.กรรณิการ์ ทฤษฎี Poisonous Plants and Animals 1 พญ.วันวิสา ทฤษฎี Dog bite 1 พญ.กรรณิการ์ ทฤษฎี Safety in ED 1 พญ.คุณัญญา ทฤษฎี Snake bite 1 พญ.วันวิสา การเรียนในชั้นเรียน


9 2. การสาธิตและฝึกปฏิบัติหัตถการต่างๆ จุดมุ่งหมายเพื่อให้นักศึกษาแพทย์ได้ฝึกปฏิบัติเพื่อให้มีความเข้าใจและสามารถนำไปใช้ในสถานการณ์จริง ได้*ดังรายละเอียดในตาราง 1 - ACLS (Advanced cardiac life support) โดยทีมจัดการอบรม CPR ของกลุ่มงานอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน ในช่วงต้นปีการศึกษา - Resuscitation course : มีการฝึกหัตถการต่างๆ ที่จำเป็น เช่น การใส่ท่อช่วยหายใจ เป็นต้น - Simulation for ATLS รวมถึงมีการประเมินผลหลังเรียน - Workshop hand-on Ultrasound : E-FAST และ IVC รวมถึงมีการประเมินผลหลังเรียน - นักศึกษาแพทย์ฝึกปฏิบัติหัตถการที่ห้องฉุกเฉิน โดยมุ่งเน้น ความรู้ความเข้าใจในข้อบ่งชี้ ทักษะวิธีการ ปฏิบัติ ข้อห้ามและภาวะแทรกซ้อนจากการทำหัตถการต่างๆ ในผู้ป่วยอุบัติและฉุกเฉิน ตลอดจนปรึกษาแพทย์ เฉพาะทางหากเป็นกรณีที่มีภาวะวิกฤต ภายใต้การดูแลของอาจารย์แพทย์/แพทย์เพิ่มพูนทักษะ โดยนักศึกษาแพทย์ต้องบันทึกการเรียนรู้ลงในสมุดการทำหัตถการ (logbook) ตามจำนวนผู้ป่วยที่ กำหนด อาจารย์จะเป็นผู้ติดตามประเมินผลการฝึกปฏิบัติที่สัปดาห์ที่ 2 และให้นักศึกษาแพทย์ส่งสมุดบันทึก หัตถการที่ธุรการหน่วยเวชศาสตร์ฉุกเฉิน (*ให้ส่งภายในวันศุกร์ถัดไปหลังลงกอง) **** กรณีส่งช้ากว่ากำหนด และส่งหลังวันศุกร์ถัดไปนับจากลงกอง จะถูกหักคะแนน 50% ของ คะแนนทั้งหมด **** กรณีส่งช้ากว่ากำหนด แต่ส่งหลังวันศุกร์ถัดไปนับจากลงกอง 2 สัปดาห์เป็นต้นไป จะไม่ถูก นำไปคิดคะแนน (= 0 คะแนน) ให้นักศึกษาแพทย์เขียนรายงานชันสูตรบาดแผลผู้ป่วย จำนวน 5 ราย โดยหัวข้อการเขียนประกอบด้วย ประวัติ(History) ตรวจร่างกาย (Physical exam) การวินิจฉัยเบื้องต้น (Diagnosis) การสืบค้นทางห้องปฏิบัติการ ที่จำเป็นและการแปลผล (Investigation and Interpretation) การรักษาเบื้องต้นและการอภิปรายโดยสังเขป (Management and Discussion) ซึ่งนักศึกษาแพทย์ต้องส่งรายงานที่ธุรการหน่วยเวชศาสตร์ฉุกเฉิน ภายใน 48 ชั่วโมง (เวลา 16.00 น. ของวันถัดไป) และส่งให้ครบ 5 รายภายในสัปดาห์ที่ 3 3. การอภิปรายกลุ่ม นักศึกษาแพทย์จะได้รับมอบหมายให้ทำ Case Conference, Topic Conference แล้วนำมาอภิปราย ร่วมกันกับอาจารย์แพทย์/แพทย์เพิ่มพูนทักษะ เพื่อให้นักศึกษาแพทย์ได้พัฒนาความสามารถค้นหาข้อมูลโดยใช้ หลักฐานเชิงประจักษ์ (EBM) และสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้ในการดูแลผู้ป่วยได้ นักศึกษาแพทย์จะมีโอกาสได้เข้าร่วมการอภิปรายร่วมกับแพทย์เพิ่มพูนทักษะและอาจารย์แพทย์ ในหัวข้อ MM conference และ Interesting case ซึ่งนำเสนอโดยแพทย์เพิ่มพูนทักษะ


10 4. การฝึกปฏิบัติงานที่ห้องฉุกเฉินในเวลาราชการ กำหนดให้นักศึกษาแพทย์ตรวจรักษาผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉินที่มารับบริการที่ห้องฉุกเฉินด้วยตนเอง ภายใต้การดูแลของอาจารย์แพทย์/แพทย์เพิ่มพูนทักษะ โดยนักศึกษาแพทย์ต้องซักประวัติตรวจร่างกาย สรุป ปัญหา ให้การรักษาและบันทึกลงในเวชระเบียนผู้ป่วยนอก (OPD card) รวมทั้งบันทึกความก้าวหน้าของผู้ป่วยที่ รับผิดชอบ ตลอดจนส่งปรึกษาแพทย์เฉพาะทางหากเป็นกรณีที่มีภาวะวิกฤต หรือสมควรรับไว้รักษาในโรงพยาบาล ภายใต้การดูแลของอาจารย์แพทย์/แพทย์เพิ่มพูนทักษะ/แพทย์พี่เลี้ยง เวลา 08.00-16.00 น. โดยนักศึกษาแพทย์ แต่ละคนจะต้องตรวจรักษาผู้ป่วยด้วยตนเองอย่างน้อย 10 รายต่อสัปดาห์ โดยในระหว่างปฏิบัติงานในห้องฉุกเฉิน นักศึกษาแพทย์ต้องทำรายงานรวมทั้งสิ้น 3 ฉบับ ได้แก่ 1. เขียนบันทึกการเรียนรู้(Case report) ที่ได้เรียนรู้และอภิปรายเพิ่มเติมสิ่งที่ได้เรียนรู้หลังจากค้นคว้า ด้วยตนเอง จำนวน 2 กรณีศึกษา โดยมีเคส trauma และ non-trauma อย่างละ 1 ฉบับ 2. ทำรายงาน literature review/case report 1 ฉบับ โดยอิงกับข้อสงสัยขณะปฏิบัติงานจริง จำนวน 1 ฉบับ 3. รายงานทุกฉบับต้องส่งภายในวันศุกร์ถัดไปนับจากลงกอง**** ที่ธุรการหน่วยงานเวชศาสตร์ฉุกเฉิน **** กรณีส่งช้ากว่ากำหนด และส่งหลังวันศุกร์ถัดไปนับจากลงกอง รายงานฉบับนั้นจะถูกหัก คะแนน 50% ของคะแนนทั้งหมด **** กรณีส่งช้ากว่ากำหนด แต่ส่งหลังวันศุกร์ถัดไปนับจากลงกอง 2 สัปดาห์เป็นต้นไป รายงาน ฉบับนั้นจะไม่ถูกนำไปคิดคะแนน (= 0 คะแนน) 5. การดูงานนอกสถานที่ อาจมีการจัดให้ออกไปดูงานการขนส่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินของหน่วย EMS โรงพยาบาลสวรรค์ประชา รักษ์ (พิจารณาตามความเหมาะสม) เพื่อศึกษาถึงหลักการ เหตุผล ขั้นตอนการเคลื่อนย้าย การดูแลรักษาเบื้องต้น ผู้ป่วยอุบัติเหตุ-ฉุกเฉินในสถานการณ์จริง ในช่วงเวลาดังกล่าว หากมีกรณีชันสูตรพลิกศพนอกสถานที่ ให้นักศึกษาแพทย์ออกชันสูตรพร้อมแพทย์เวรชันสูตร โดย นักศึกษาแพทย์ต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ และนักศึกษาแพทย์ต้องส่งรายงานการชันสูตรพลิกศพ จำนวน 1 ฉบับ จัดให้ออกไปดูงานการเป็นพยานที่ศาล เพื่อศึกษาถึงวิธีการ ลักษณะการปฏิบัติงานของแพทย์เมื่อต้องเป็น พยานแสดงข้อเท็จจริงทางการแพทย์ 6. การฝึกปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ มอบหมายให้นักศึกษาแพทย์อยู่เวรฝึกปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ ตั้งแต่เวลา 16.00 – 24.00 น. ภายใต้ การดูแลของอาจารย์แพทย์/แพทย์พี่เลี้ยง อย่างน้อยคนละ 8 ครั้ง


11 กฎ ระเบียบ และข้อปฏิบัติขณะขึ้นปฏิบัติงานที่ห้องฉุกเฉิน การปฏิบัติงานในเวลาราชการ ข้อปฏิบัติอย่างเคร่งครัด 1. ในเวลาปฏิบัติงานต้องรับผิดชอบต่อเวลาปฏิบัติงาน ผู้ร่วมงาน และเจ้าหน้าที่อย่างเหมาะสม ดูแลผู้ป่วย ห้ามละทิ้งผู้ป่วย 2. ทำงานภายใต้การดูแลของแพทย์พี่เลี้ยงหรืออาจารย์แพทย์ 3. การทำหัตถการพื้นฐานภายใต้การดูแลของแพทย์พี่เลี้ยงหรืออาจารย์แพทย์ 4. ห้ามสั่งการรักษาเองโดยไม่ผ่านการตรวจสอบของแพทย์พี่เลี้ยงหรืออาจารย์แพทย์ 5. มาร่วมรับส่งเวรพร้อมกับอาจารย์แพทย์และแพทย์เพิ่มพูนทักษะ 6. ก่อนลงเวรให้อาจารย์แพทย์ประเมิน workplace-based assessment ทุกครั้ง 7. แต่งกายสุภาพ อนุโลมให้ใส่กางเกงขึ้นปฏิบัติงานได้แทนกระโปรง แต่ต้องเป็นสีสุภาพ เช่น สีดำ, รองเท้าหุ้ม ส้นสีสุภาพ 8. ใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment) ตามกำหนดอย่างเคร่งครัด การปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ Ward Work เวลา 8.00 – 16.00 น. ในวันหยุดราชการ หรือ วันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือ เวลา 16.00 – 24.00 น. ของทุกวัน - กรณีการลา/แลกเวร ต้องแจ้งอาจารย์แพทย์ผู้ดูแลตารางเวร (พญ.พิมพ์ชนก) ล่วงหน้าอย่างน้อย 48 ชั่วโมง ทุกครั้ง รวมถึงต้องได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ผู้ดูแลก่อนเสมอ - นักศึกษาแพทย์ทุกคน รับมอบให้ดูแลผู้ป่วย ณ ห้องฉุกเฉินที่น่าสนใจ อย่างน้อยคนละ 5 – 10 ราย และให้ ดูแลผู้ป่วยทั้ง Trauma และ non-trauma - ข้อปฏิบัติเช่นเดียวกับการปฏิบัติในเวลาราชการ - กรณีต้องการลาเรียน/เวรกะทันหัน เนื่องจากการเจ็บป่วย ให้แจ้งอาจารย์แพทย์ผู้ดูแลตารางเวร รวมถึง อาจารย์แพทย์ประจำเวรนั้นๆ เสมอ และจำเป็นต้องมาอยู่เวรชดเชยในระยะเวลาที่ลาเวร **กรณีมาปฏิบัติงานสาย หากมาสายมากกว่า 15 นาที ครั้งที่ 1 จะทำการว่ากล่าวตักเตือน ครั้งที่ 2 จะต้องมาปฏิบัติงานชดเชยอีก 1 เวร กรณีมาสายรวมแล้วมากกว่า 5 ครั้ง ทางคณะกรรมการจะพิจารณาถึงสิทธิในการรับการประเมินอีกครั้งหนึ่ง โดยพิจารณาผ่านคณะกรรมการรายวิชา


12 กฎ และ ระเบียบขณะขึ้นปฏิบัติงานที่ห้องฉุกเฉิน 1. นักศึกษาแพทย์ต้องอยู่เวรนอกเวลาราชการเพิ่ม - จำนวน 1 สัปดาห์กรณีที่นักศึกษาแพทย์ปฏิบัติดังนี้นับตั้งแต่ 1 ข้อขึ้นไป 1.1 ไม่ส่งรายงาน 1.2 ไม่ส่ง logbook 1.3 สอบซ่อมไม่ผ่าน - จำนวน ตามจำนวนครั้งที่นักศึกษาแพทย์ขาดเรียน/ขาดเวรนอกเวลาราชการ โดยเหตุผลนั้นประเมินโดย คณะกรรมการกลุ่มงานเวชศาสตร์ฉุกเฉินแล้วว่าเป็นเหตุไม่เหมาะสมแก่การขาดเรียน/ขาดเวร 2. นักศึกษาแพทย์จะถูกประเมินการปฏิบัติงาน “ไม่ผ่าน” ในกรณีละทิ้งเวรห้องฉุกเฉินด้วยเหตุผลที่ไม่สมควร หรือ ไม่มีเหตุผล 3. นักศึกษาแพทย์จะไม่มีสิทธิสอบลงกอง หากนักศึกษาแพทย์ปฏิบัติกรณีต่อไปนี้ตั้งแต่1 ข้อขึ้นไป 3.1 ชั่วโมงเรียนไม่ถึง 80% ของชั่วโมงที่เรียนทั้งหมด 3.2 ขาดเรียนโดยเหตุไม่เหมาะสมแก่การขาดเรียน ซึ่งพิจารณาโดยคณะกรรมการของกลุ่มงานเวชศาสตร์ ฉุกเฉิน 4. ไม่ออกเกรด ในกรณีดังนี้ 4.1 ได้รับการประเมินการปฏิบัติงานว่า “ไม่ผ่าน” 4.2 สอบซ่อม “ไม่ผ่าน” 4.3 ไม่มาสอบตามวันและเวลาที่กำหนด โดยเป็นเหตุผลที่ไม่สมควร หรือไม่มีเหตุผล 4.4 ไม่ส่งรายงาน และ/หรือ logbook


13 2. การประเมินผลการเรียนรู้(Assessment) วิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน Formative assessment *การประเมินส่วนนี้มีไว้เพื่อการพัฒนาตนเองของนักศึกษาแพทย์เท่านั้น จะไม่ได้ถูกนำไปคิดคะแนนตัด เกรดใดๆ โดยใช้แบบประเมินการปฏิบัติงานของนิสิตเมื่อนักศึกษาแพทย์ปฏิบัติงาน (workplace-based assessment) (WPBA) โดยอาจารย์แพทย์ และแบบประเมิน 360 องศาจากพยาบาล ขณะนักศึกษาแพทย์ ปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยในห้องฉุกเฉิน โดยจะให้ข้อมูลย้อนกลับ (feedback) แก่นักศึกษาแพทย์เพื่อปรับปรุง ซึ่งรวมอยู่ในช่วงพบอาจารย์ที่ ปรึกษาในปลายสัปดาห์ที่ 2 ของการปฏิบัติงาน Summative assessment การแบ่งน้ำหนักเปอร์เซ็นต์ของการประเมินผล ดังนี้ 1. ภาคทฤษฎี (60 %) - MCQ 26 % - MEQ 22 % - CRQ 12 % *การสอบภาคทฤษฎีจะมีการจัดสอบปีละ 6 ครั้ง จะดำเนินการจัดสอบกลุ่มละ 1 ครั้ง 2. ภาคปฏิบัติ (40 %) - แบบประเมิน Case conference และ Topic conference 15 % - แบบประเมินการปฏิบัติงานในและนอกเวลา (WPBA) โดยอาจารย์แพทย์ และพยาบาล 10 % - Log book 5 % - Long case 5 % - แบบประเมินการทำหัตถการ DOPS ประกอบด้วย ACLS, ATLS, US (EFAST+IVC), ETT S/U - รายงานการปฏิบัติงานที่ห้องฉุกเฉิน (จำนวน 3 ฉบับ) 5 % (แบ่งเป็น Non-Trauma 1 ฉบับ Trauma 1 ฉบับ Review literature/Case report 1 ฉบับ)


14 ตารางแสดง รายละเอียดการวัดผลประเมินผลรายวิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน


15 วิชานิติเวช 2 1. ภาคทฤษฎี (55 %) - MCQ, MEQ, OSCE 55 % 2. ภาคปฏิบัติ (45 %) - Presentation 25 % - รายงานการชันสูตรศพ (จำนวน 1 ฉบับ) 10 % - รายงานการชันสูตรบาดแผล (จำนวน 5 ฉบับ) 10 % การตัดสินผลสอบ • ใช้วิธีทั้งอิงเกณฑ์และอิงกลุ่ม • นำเกรดที่ได้จากภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติมาตัดรวมกันโดยใช้สัดส่วนน้ำหนัก 60 : 40 ในรายวิชา เวชศาสตร์ฉุกเฉิน และ 55 : 45 ในรายวิชานิติเวชศาสตร์ 2 ได้เป็นเกรดสุทธิของนักศึกษาแพทย์ • นักศึกษาแพทย์ที่สอบไม่ผ่านภาคทฤษฎีจะมีโอกาสสอบซ่อม 1 ครั้ง ถ้าสอบไม่ผ่านอีกจะได้เกรดวิชาเป็น D หรือ F และลงเรียนใหม่ทั้งหมด • นักศึกษาแพทย์ที่ปฏิบัติงานไม่ผ่านเกณฑ์จะต้องปฏิบัติงานเพิ่มเติมอีก 3 สัปดาห์และประเมินผลใหม่ ถ้าไม่ผ่านเกณฑ์อีกได้เกรดวิชาเป็น D หรือ F และลงเรียนใหม่ทั้งหมด ระบบการให้คะแนนนักศึกษาแพทย์ของวิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉินและนิติเวชศาสตร์ 2 A หมายถึง ดีมาก B หมายถึง ดีพอใช้ C หมายถึง ปานกลาง D หมายถึง ต้องปรับปรุง F หมายถึง ไม่ผ่าน **หากตรวจพบว่ามีการทุจริตในกรณีใดๆ เช่น การลอกรายงาน ขโมยรายงาน คัดลอกรายงาน ตกแต่งข้อมูล ผู้ป่วย ทุจริตในการสอบ ฯลฯ ทางภาควิชาจะทำการปรับตกทันที


16 แนวทางการยื่นอุทธรณ์การประเมิน/ผลการสอบ


17 หมวดที่ 6 ทรัพยากรประกอบการเรียนการสอน เอกสารอ้างอิงรวมถึงเอกสารประกอบการเรียนที่เกี่ยวข้องต่างๆ จะถูกเก็บในรูปแบบ file electronic และถูกนำไปเผยแพร่ไว้ใน google classroom เพื่อความสะดวกในการเข้าถึงสำหรับนักศึกษาแพทย์ เอกสารประกอบการเรียนอื่น - Tintinalli JE, et.al. Emergency Medicine : A Comprehensive Study Companion Handbook Guide, 8th edition, 2011 - American Heart Association. “Guidelines CPR 2015 : Advanced Cardiopulmonary Life Support” - American College of Surgeons Committee on Trauma : Advanced Trauma Life Support.10th edition,2018 - Kent R. Olson, MD, FACEP, FACMT, FAACT. Olson. 7th edition,2017 - Robert S. Hoffman .Goldfrank’s : Toxicology emergency. 10th edition,2015 - บุษณี วิบุลผลประเสริฐ. รังสีวิทยาในเวชศาสตร์ฉุกเฉิน. พิมพ์ครั้งที่ 1 กรุงเทพฯ : ภาควิชารังสีวิทยาคณะ แพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล, 2552 - สุดา สีบุญเรือง. “เวชปฏิบัติในการดูแลรักษาผู้ป่วยที่ถูกสัตว์กัดและการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า”คลินิกป้องกันโรค พิษสุนัขบ้า สถานเสาวภา สภากาชาดไทย; พิมพ์ครั้งที่ 2, 2561 - สำนักนโยบายและยุทธศาตร์ กระทรวงสาธารณสุข.” คู่มือสาเหตุการตายและการรับรองสาเหตุการตาย” สิงหาคม 2554


18 ข้อมูลเพิ่มเติม อ้างอิงจาก ประกาศแพทยสภา ที่ 12 /2555 เรื่อง เกณฑ์ความรู้ความสามารถในการประเมินเพื่อรับ ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2555 (Medical Competency Assessment Criteria for National License 2012 ) 1. โรค/ภาวะ/กลุ่มอาการฉุกเฉินที่ต้องรู้ โรค/กลุ่มอาการ/ภาวะฉุกเฉินที่ต้องรู้กลไกการเกิดโรค สามารถให้การวินิจฉัยเบื้องต้นและให้การบำบัด โรคฯ การรักษาผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงทีตามความเหมาะสมของสถานการณ์ รู้ข้อจำกัดของตนเองและปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้มีประสบการณ์มากกว่าได้อย่างเหมาะสม - Cardiac arrest - Pulmonary edema - Malignant hypertension - Shock; hypovolemic, anaphylactic, septic, cardiogenic - Ruptured and threatening rupture dissecting aneurysm - Acute coronary syndrome - Cardiac tamponade - Anoxic spell - Respiratory failure - Respiratory obstruction, suffocation - Acute exacerbation of asthma - Pneumothorax - Superior vena cava obstruction - Hyperglycemic crisis - Hypoglycemia - Disseminated intravascular clotting - Acute hemolytic crisis - Incompatible blood transfusion - Acute psychosis, delirium, aggression (violence) - Hyperventilation syndrome - Severe depression - Suicide attempt - Panic attack - Reaction to severe stress - Acute corneal abrasion and ulcer - Acute glaucoma


19 - Anuria/oliguria - Acute urinary retention - Hyperkalemia - Obstructed labor - Threatened uterine rupture - Severe pre-eclampsia, eclampsia - Prolapsed umbilical cord - Rape - Coma - Syncope - Convulsion - Acute increased intracranial pressure - Asphyxia of the newborn - Fetal distress - Acute abdomen - Serious bleeding; massive bleeding; gastrointestinal, intracranial bleeding, hyphema, antepartum and postpartum hemorrhage - Acute poisoning; drugs, food, chemicals, substances - Bites & stings - Injury / accident; head & neck injury, fracture, dislocation, body and limb injuries, compartment syndrome, falls, serious injury, electrical injury, burns, inhalation injuries, near-drowning & submersion


20 2. โรคตามระบบที่ต้องรู้ โรค/กลุ่มอาการ/ภาวะที่ต้องรู้กลไกการเกิดโรค สามารถให้การวินิจฉัย การวินิจฉัยแยกโรค การรักษา ผู้ป่วยได้ด้วยตนเอง การป้องกันโรค ในกรณีที่โรครุนแรง หรือซับซ้อนเกินความสามารถ ให้พิจารณาแก้ไขปัญหา เฉพาะหน้าและส่งผู้ป่วยต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญได้ Infectious and parasitic diseases tetanus septicemia rabies dengue hemorrhagic fever herpes simplex infection viral exanthemata anthrax gas gangrene meningitis varicella, zoster meningococcemia, streptococcus suis septicemia Endocrine, nutritional, and metabolic disease Thyroid crisis or storm Disorder of fluid, electrolytes, and acid-base balance DM and complication Mental & behavioral disorders suicide alcohol withdrawal and intoxication Disorders of the nervous system encephalitis & myelitis acute flaccid paralysis epilepsy cerebrovascular diseases hemiplegia, paraplegia, tetraplegia Disorders of the eye, ear, mastoid process and adnexa acute glaucoma Epistaxis vertigo airway obstruction Disorders of the circulatory system acute rheumatic fever hypertension heart failure Ischemic heart diseases Common cardiac arrhythmias pulmonary embolism infective endocarditis pericarditis, myocarditis aortic aneurysm and dissection peripheral arterial occlusive disease Disorders of the respiratory system acute asthmatic attack pneumothorax avian flu, SARS deep neck infection Respiratory failure acute respiratory distress syndrome


21 COPD acute exacerbation Disorders of the digestive system acute pancreatitis gastrointestinal hemorrhage acute appendicitis intestinal obstruction peritonitis Disorders of skin & subcutaneous tissue erythema multiforme erythema nodosum, Steven-Johnson’s syndrome toxic epidermal necrolysis staphylococcal scalded skin syndrome Disorders of the musculoskeletal system and connective tissue pyomyositis infective arthritis necrotizing fasciitis vasculitis syndrome Disorders of the genitor-urinary system acute glomerulonephritis Acute renal failure Pregnancy, childbirth, and the puerperium abortion ectopic pregnancy septic abortion premature rupture of membranes antepartum hemorrhage hypertensive disorder in pregnancy postpartum hemorrhage Certain conditions originating in the perinatal period birth asphyxia transitory metabolic disordersrespiratory distress in newborn Injury, poisoning and consequences of external causes Wound compartment syndrome animal bites and stings abdominal injury genitourinary tract injury chest injury foreign body through orifices muscle, tendon injuries burns head injury near-drowning fracture dislocations spinal cord and peripheral nerve injury corrosions, heat stroke, electrical injury poisoning + intoxication by drugs, substances, toxins


22 maltreatment syndrome (e.g. child abuse, sexual abuse, battered child) eye injury and foreign body on external eye toxic effects of contact with venomous animals External causes of morbidity & mortality nosocomial conditions transport accidents falls exposure to forces of nature intention self-harm exposure to biological hazard exposure to smoke, fire and flames, electrocution **หัตถการที่ต้องเรียนรู้ (ให้อ้างอิงตาม logbook)


Click to View FlipBook Version