"สืบ"
นาคะเสถียร
จัดทำโดย
นางสาวธนิดา ปั้ นงาม
คำนำ
หนังสือเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาการใช้เทคโนโลยี
อย่างสร้างสรรค์ (ว33284) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/4 โดยมี
จุดประสงค์เพื่อศึกษาเรื่องประวัติบุคคลสำคัญของจังหวัด
อุทัยธานี นายสืบ นาคะเสถียร นักอนุรักษ์และนักวิชาการ
ด้านทรัพยากรธรรมชาติชาวไทย ซึ่งผู้จัดทำจะนำสิ่งที่
ได้ศึกษาค้นคว้า นำมาสร้างเป็นชิ้นงานเก็บไว้เป็นประโยชน์
ต่อการเรียนการสอนของตนเองและครูต่อไป
ผู้จัดทำได้เลือกหัวข้อ"ประวัติบุคคลสำคัญของจังหวัด
อุทัยธานี" ในการทำรายงาน เนื่องมาจากเป็นเรื่องที่
น่าสนใจ รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญในการศึกษา
ประวัติของบุคคลสำคัญ ทั้งนี้ผู้จัดทำต้องขอขอบคุณ
อาจารย์ฉัตรชัย นาคทอง ผู้ให้ความรู้ และแนวทาง
การศึกษา และหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะให้ความรู้ และ
เป็นประโยชน์แก่ผู้อ่าน ทุก ๆ ท่าน หากมีข้อเสนอแนะ
ประการใด ผู้จัดทำขอรับไว้ด้วยความขอบพระคุณยิ่ง
ผู้จัดทำ
นางสาวธนิดา ปั้ นงาม
สสาารรบบััญญ
เรื่อง หน้า
รู้จักกับ สืบ นาคะเสถียร 1
สืบ นาคะเสถียร ในวัยเด็ก 2
4
การเริ่มต้นทำงานของ สืบ นาคะเสถียร 6
สืบ นาคะเสถียร กับบทบาทการเป็นนักอนุรักษ์ 8
9
ชีวิตหลังความตาย
คำสั่งสุดท้าย จดหมาย วันที่ 1 กันยายน 2533
สืบ 1
นาคะเสถียร
WWHHOO ก่อนรุ่งสางของวันที่ 1 กันยายน 2533 ที่บ้านพัก
ของ สืบ นาคะเสถียร ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
IISS ?
ห้วยขาแข้ง เสียงปืนนัดหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางป่าใหญ่
HHIIMM ทว่าเสียงปืนนัดนั้นมิได้เงียบหายไปเหมือนเสียงปืนนัด
อื่ นๆหากแต่ยังดังก้องสะท้อนต่อมาอีกนับหลายสิบปี…
มันไม่เพียงส่งผลให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมป่าไม้
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรีบเร่งมาประชุมที่
ห้วยขาแข้ง เพื่อหารือถึงมาตรการในการดูแลรักษาป่า
ไม่เพียงทำให้คนทั่วประเทศได้รับรู้ว่ากำลังกำลังเกิด
อะไรขึ้นกับสัตว์ป่า และผืนป่าอนุรักษ์ แต่ยังทำให้
ห้วยขาแข้งกลายเป็นผืนป่าที่คนทั้งประเทศรัก และ
หวงแหน และยังส่งผลให้การอนุรักษ์สัตว์ป่า และผืนป่า
เป็นประเด็นที่สาธารณชนให้ค่าและความสำคัญ
“สืบ นาคะเสถียร” รอคืนวันเหล่านี้มานับตั้งแต่วันแรก
ที่เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
ห้วยขาแข้ง และอาจจะรู้ดีว่ามันคงไม่มีวันเกิดขึ้นได้
เลย หากไม่มีเสียงปืนในราวป่านัดนั้น
"สืบ 2นาคะเสถียร "
2492 สืบ นาคะเสถียร เกิดเมื่อ ในวัยเด็ก
วันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม ที่ตำบลท่างา
อำเภอเมืองจังหวัดปราจีนบุรี เป็น
ลูกของนายสลับ นาคะเสถียร อดีต
ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีน และนาง
บุญเยี่ยม นาคะเสถียร มีพี่น้อง
ทั้งหมดสามคน
2502 สืบ นาคะเสถียร มีนิสัยทำอะไร
มักจะทำให้ได้ดีตั้งแต่เด็ก และเมื่อจบ
ประถม 4 สืบ นาคะเสถียร ได้ย้ายไปเรียน
โรงเรียนเซ็นต์หลุยส์ จังหวัดฉะเชิงเทรา
เป็นนักเป่าทรัมเป็ตมือหนึ่ง และนักวาด
ภาพฝีมือดีของโรงเรียน
3
" สืบนาคะเสถียร "
2510-2514 สืบ นาคะเสถียร อยากเรียน
สถาปัตยกรรมเพราะชอบด้านศิลปะ แต่มาสอบติด
คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์รุ่นที่
35
2516-2517 เมื่อสำเร็จการศึกษา สืบ นาคะเสถียร
ได้เข้าทำงานที่ส่วนสาธารณะการเคหะแห่งชาติ และไป
ศึกษาต่อระดับปริญญาโท สาขาวนวัฒน์วิทยา คณะ
วนศาสตร์
4 การเริ่มต้นทำงานของ
สืบ นาคะเสถียร
2518 สืบ นาคะเสถียร สอบเข้ากรมป่ า
ไม้ได้ แต่เลือกที่จะมาทำงานที่กองอนุรักษ์
สัตว์ป่ าโดยไปประจำที่เขตรักษาพันธุ์
สัตว์ป่ า เขาเขียว-เขาชมพู่จังหวัดชลบุรี
2522 สืบ นาคะเสถียร ได้รับทุนจาก
British Council ไปเรียนปริญญาโทที่
มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ
ในสาขาอนุรักษ์วิทยา
2524 สืบ นาคะเสถียร ดำรงตำแหน่งหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่ าบางพระ และเริ่มงาน
วิจัยชิ้นแรก คือการศึกษาการทำรังวางไข่ของนกบางชนิด ที่อ่างเก็บน้ำบางพระ
จังหวัดชลบุรี
5สืบ นาคะเสถียร
2528 สืบ นาคะเสถียร เดินทางไปทำวิจัยเรื่องกวางผา กับดร.แซนโดร โรวาลี
ที่ดอยม่อนจองในบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ าอมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ และเกิด
เหตุการณ์ไฟไหม้ป่ า จนเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ าเสียชีวิต สร้างความสะเทือนใจให้แก่ สืบ
นาคะเสถียร เป็ นอย่างมาก
2529 สืบ นาคะเสถียร รับเป็ นหัวหน้าโครงการอพยพสัตว์ป่ าในเขื่อนเชี่ยวหลาน
จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีสัตว์นับพันตัวได้รับความช่วยเหลือ แต่ สืบ นาคะเสถียร รู้ดีว่า
มีสัตว์อีกนับจำนวนมหาศาลที่ตายจากการสร้างเขื่อน และในระหว่างนั้น สืบ
นาคะเสถียร ได้ค้นพบรังนกกระสาคอขาวปากแดงครั้งแรกในประเทศไทย
6นาคะเสถียร
สืบ กับบทบาทการเป็ นนักอนุรักษ์
2530 สืบ นาคะเสถียร ได้เปลี่ยนบทบาท
จากนักวิชาการไปสู่นักอนุรักษ์ โดยเข้าร่วม
ต่อสู้คัดค้านการสร้างเขื่อนน้ำโจน จังหวัด
กาญจนบุรี สืบ นาคะเสถียร ชี้ให้เห็นถึง
บทเรียนจากการที่มีสัตว์จำนวนมาก ล้มตาย
หลังจากการสร้างเขื่อนเชี่ยวหลาน สืบ
นาคะเสถียร เริ่มต้นอภิปรายทุกครั้งว่า
“ผมขอพูดในนามของสัตว์ป่ า”
2531 สืบ นาคะเสถียร และเพื่อนอนุรักษ์ออกโรงคัดค้านการที่บริษัทไม้อัดไทย
จะขอสัมปทานทำไม้ ที่ป่ าห้วยขาแข้ง สืบ นาคะเสถียร ได้อภิปรายว่า “คนที่อยาก
อนุญาตให้ทำไม้ก็เป็ นกรมป่ าไม้ คนที่จะรักษาก็เป็ นกรมป่ าไม้เหมือนกัน”
2532 สืบ นาคะเสถียร ได้รับทุน เรียนต่อปริญญาเอกที่ประเทศ
อังกฤษ แต่ตัดสินใจเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ า 7
ห้วยขาแข้ง สืบ นาคะเสถียร พบปัญหาต่างๆ มากมายในห้วยขาแข้ง
อาทิ ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่ า การล่าสัตว์ของบุคคลที่มีอิทธิพล
เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ าถูกยิงเสียชีวิต ปัญหาความยากจนของชาวบ้าน
รอบป่ า และที่สำคัญคือปัญหาเหล่านี้ไม่เคยได้รับความสนใจจากผู้ใหญ่
เลย
สืบ นาคะเสถียร จึงทุ่มเทเขียนรายงานนำเสนอยูเนสโก เพื่อ
พิจารณาให้ป่ าทุ่งใหญ่นเรศวรและห้วยขาแข้งเป็ นมรดกโลก อันเป็ นสิ่ง
ค้ำประกันให้พื้นที่แห่งนี้ได้รับการคุ้มครองเต็มที่
สืบ
นา
คะ
เสถียร
ชีวิตหลังความตาย
นา
8 คะ
สืบ เสถียร
1 กันยายน 2533 สืบ
นาคะเสถียร สะสางงาน และ
เขียนพิ นัยกรรมไว้เรียบร้อย
ก่อนกระทำอัตวิบาตรกรรม
เพื่ อเรียกร้องให้สังคมและ
ราชการหันมาสนใจปัญหา
การทำลาย
ทรัพยากรธรรมชาติ อย่าง
จริงจัง
18 กันยายน 2533 ผู้ใหญ่
และพ้องเพื่อนนักอนุรักษ์ ได้
ร่วมกันก่อตั้งมูลนิธิสืบนาคะ
เสถียร เพื่ อสืบทอด
เจตนารมณ์ของ สืบ นาคะ
เสถียร
26 เมษาย
น 2536 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินมา
ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ าห้วยขาแข้ง เพื่อทรงเปิ ดอนุสรณ์สถานสืบนาคะเสถียร
จด นาคะเสถียร
9 สืบหมาย
คำสั่งสุดท้าย จดหมาย วันที่ 1 กันยายน 2533
เช้าวันที่ 1 กันยายน 2533 สืบ นาคะเสถียร ได้ชำระสะสางภาระหน้าที่
รับผิดชอบและทรัพย์สินส่วนตัวที่คั่งค้างมอบหมายเครื่องใช้และอุปกรณ์
ต่าง ๆ ให้กับคนสนิทใกล้ชิดเป็ นผู้ดูแล และเป็ นธุระส่งคืนเจ้าของบนกระดาษ
บันทึกข้อความของหน่วยงาน
กระดาษแผ่นหนึ่ง สืบ นาคะเสถียร ได้เขียนข้อความเอาไว้ว่า “ผมมีเจตนาที่
จะฆ่าตัวเอง โดยไม่มีผู้ใดเกี่ยวข้องในกรณีนี้ทั้งสิ้น”
ลงชื่อ สืบ นาคะเสถียร 31 ส.ค. 33
บรรณานุกรม
มูลนิธิสืบนาคะเสถียร. 2560. ลำดับชีวิต ประวัติ สืบ นาคะเสถียร [ระบบออนไลน์].
. แหล่งที่มา https://www.seub.or.th/seub/biography//. (12 กุมภาพันธ์
2565)
มูลนิธิสืบนาคะเสถียร. 2560. “สืบ นาคะเสถียร” คำสั่งสุดท้าย จดหมาย วันที่ 1
กันยายน 2533 [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา https://www.seub.or.th/
biography/last -letter-1-september- 1990/. (12 กุมภาพันธ์ 2565)
“ผมขอพูดในนามของสั ตว์ป่าทุกตัว
เพราะพวกเขาพูดเพื่อตัวเองไม่ได้”
จัดทำโดย : นางสาวธนิดา ปั้ นงาม ชั้นม.6/4 เลขที่ 7