รายงานพจิ ารณาวรรณกรรม
เร่ือง ซอยเดียวกัน
จัดทำโดย
นางสาว ณฐั ติกา จนั ทร์มติ ร
ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 6 ห้อง 4 เลขท8ี่
เสนอ
นางสาว ปาริชาต นวลวจิ ติ ร
รายงานเลม่ น้เี ปน็ สว่ นหนง่ึ ของรายวิชาภาษาไทยเพิ่มเตมิ
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564
โรงเรียนกาญจนาภเิ ษกวิทยาลัย กระบี่
รายงานพจิ ารณาวรรณกรรม
เร่ือง ซอยเดยี วกัน
จัดทำโดย
นางสาว ณัฐตกิ า จนั ทรม์ ิตร
ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 6 หอ้ ง 4 เลขท8ี่
เสนอ
นางสาว ปารชิ าต นวลวจิ ิตร
รายงานเลม่ น้เี ปน็ สว่ นหน่ึงของรายวิชาภาษาไทยเพิ่มเตมิ
ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลยั กระบี่
ก
คำนำ
รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาภาษาไทยเพิ่มเติม ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยมี
วตั ถปุ ระสงค์เพ่ือใช้ในการศกึ ษาหาความร้ทู ่ีได้จากหนังสือทอ่ี ่านคอื เรอ่ื ง ครอบครัวของฉนั ทง้ั นใ้ี นรายงานฉบับนี้
ประกอบไปดว้ ยเน้อื หา แนวคดิ รวมถงึ การสะทอ้ นให้เหนถงึ ชวี ิตทผ่ี แู้ ต่งไดเ้ ขยี นขึ้นมาในหนงั สอื
ผู้จัดทำได้เลือกหัวข้อในการทำรายงานเนื่องมาจากเป็นเรื่องที่เขียนถึงชีวิตความเป็นจ ริง การใช้ชีวิตใน
สังคมและการเปลยี่ นแปลงของยคุ สมัย ทำให้เราได้เรยี นรู้และคดิ ตามไปกบั หนังสือเลม่ น้ี
ทางผ้จู ดั ทำกต็ ้องขอขอบคุณ คุณครู ปาริชาต นวลวจิ ิตร ท่ีให้ความร้แู ละแนวทางการศกึ ษา ผูจ้ ดั ทำหวังว่า
รายงานฉบบั นี้จะเปน็ ประโยชน์และเป็นความรู้ให้กับผ้ทู ี่มาศกึ ษา
ผู้จัดทำ
นางสาว ณฐั ตกิ า จันทร์มิตร
สารบัญ
เรอ่ื ง ข
คำนำ
สารบญั หนา้
ประวตั ผิ แู้ ต่ง ก
ผลงาน ข
เพลงใบไม้
วเิ คราะห์เนื้อเรือ่ ง 1-2
เมอื งหลวง 3
วเิ คราะหเ์ น้อื เรื่อง 4
ที่น่มี หาวทิ ยาลัย
วเิ คราะหเ์ นื้อเร่ือง 4-6
บา้ นเราอยู่ในซอยเดียวกนั 7
วเิ คราะห์เนื้อเรอื่ ง
กา 7-9
วิเคราะห์เนือ้ เรอื่ ง 10
บรรณานุกรม 10-12
13
13-15
16
16-18
19
1
บทนยิ ามเรือ่ งสนั้ เรอื่ ง ซอยเดียวกัน
ประวตั ิผู้แตง่
วาณิช จรุงกิจอนนั ต์ เกิดเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2491 ที่อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบรุ ี เป็นบุตรคนท่ี 3 ใน
จำนวนพ่ีน้องทงั้ หมด 5 คน บิดาทำงานโรงสขี ้าว มารดาทำขนมขาย
พ.ศ. 2515 เมื่อศึกษาจบปริญญาตรี ไปสมัครงานทำงานหนังสือที่ "สตรีสาร" อาจารย์นิลวรรณ ปิ่นทอง รับไว้ให้
ช่วยงานตอนเย็นๆ กลางวันไปทำงานทีฝ่ ่ายศิลปท์ ีห่ นังสือพิมพ์ "ประชาธปิ ไตย" รายวนั
พ.ศ. 2516 ทำงานฝ่ายศิลป์ หน่วยออกแบบธนาคารกสิกรไทย จนกระทั้งเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
เมอ่ื ตน้ ปี 2518
พ.ศ. 2521 กลับจากสหรฐั อเมรกิ า ไปทำงานนอกเวลาทนี่ ติ ยสาร "สรีสาร" เหมอื นเดมิ พร้อมกับทำงานที่บริษัทพรีเมียร์
พบั ลบิ ลชิ ชง่ิ ทำงานวารสารบ้านของการเคหะแหง่ ชาติและทำงานอืน่ อกี หลายแหง่ รวมทั้งเป็นนักเขยี นอิสระไปด้วยจนในที่สุด
เขา้ ไปทำงานประจำแผนกละคร บรษิ ทั แกรมม่ีเอนเทอร์เทนเมนท์ จำกัด และเป็นนักเขยี นประจำให้แกบ่ ริษทั มตชิ น จำกดั
ส่วนที่เกี่ยวกับงานประพันธ์ วาณิช จรุงกิจอนันต์ หัดแต่งกลอนตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมศึกษา มีผลงานกลอนตีพิมพ์ครั้งแรกใน
นติ ยสาร "แมบ่ ้านการเรยี น" ปี 2507 และสนใจการเขยี นกลอนเร่อื ยมา
2
เร่ิมมชี ่อื เสียงมากขน้ึ ช่วงท่ีเรยี นมหาวทิ ยาลัย เคยเปน็ นักกลอนทมี ศิลปากรชนะเลิศแขง่ ขันโต้กลอนสดระดับอดุ มศึกษา ปี 2515
และมเี รือ่ งสัน้ 3-5 เรอ่ื ง ไดพ้ ิมพใ์ นหนงั สอื วรรณศิลป์ หนงั สอื รบั นอ้ งของมหาวิทยาลัยศลิ ปกร และหนังสอื รับน้องของโรงเรียน
ช่างศิลป์ ส่วนผลงานเร่ืองสนั้ เรือ่ งแรกท่ไี ด้ลงพมิ พ์ในนิตยสารทั่วไปชอ่ื "ในคืนแห่งความเซ็ง" ในนติ ยสาร "ลลนา" รายปักษ์ เม่ือ
พ.ศ. 2515 และเรม่ิ เขียนคอลมั นป์ ระจำเกย่ี วกับเพลงลกู ทุ่งหนังสือพิมพ์ "ประชาชาติรายวนั "
เมื่อ พ.ศ. 2517 แต่ที่สร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รูจ้ ักอย่างกวา้ งขวางคอื งานเขียนชุด "จดหมายถึงเพื่อน" ซึ่งเขียนเลา่ เรื่อง
ระหว่างไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา โดยเสนอในรูปแบบจดหมายที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน แล้วส่งจากสหรัฐอเมริกามาลงใน
นิตยสาร "ลลนา" ตั้งแตป่ ี 2518 รวมจดหมายท้ังหมดได้ 20 ฉบับ เม่ือกลบั จากสหรฐั อเมรกิ าจึงยึดการประพันธ์เปน็ อาชีพจริงจัง
ขึ้น มีผลงานหลายรูปแบบทั่งเรื่องสั้น นวนิยาย ร้อยกลอง บทความ สารคดี บทละครโทรทัศน์ บทภาพยนตร์ และงานเขียน
เบด็ เตลด็ ที่โดดเดน่ ในการใช้สำนวนกวนอารมณ์ขนั อีกมากซึ่งนอกจากจะปรากฎอยู่ในนิตยสารและหนังสือพิมพ์หลายฉบับแล้ว
ยังมีผลงานรวมพมิ พเ์ ปน็ เล่มเผยแพร่อยเู่ สมอหลายเรื่องไดร้ บั รางวลั จากองค์กรตา่ งๆ
นอกจากน้ียงั มบี ทกวีทไี่ ด้รบั การยกย่องจากกลุ่ม "วรรณกรรมพนิ ิจ" หลายชนิ้ เร่อื ง "มชิ แิ กนเทสต์" ได้รับคัดเลือกแปล
เป็นภาษาอังกฤษโดยเบน แอนเดอร์สัน และนวนิยายหลายเรื่อง เช่น แม่เบี้ย ตุ๊กตา และ เคหาสน์ดาว มีผู้นำไปสร้างเป็น
ภาพยนตร์และละครโทรทัศนเ์ ป็นทีร่ ูจ้ ักกันอย่างกว้างขวาง วณิช จรุงกิจอนันต์ สมรสกับ ทอรุ้ง จรุงกิจอนันต์ อาจารย์ประจำ
สถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีบุตรหญงิ และชายรวม 3 คน คือ เพกา กงพัด และ สงฟาง โดย วาณิช จรุงกิจอนันต์
ยึดการประพนั ธเ์ ปน็ อาชพี ตลอดมา และมีผลงานเผยแพรอ่ ยู่เสมอ
เสียชวี ิตเม่อื วันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 สิรอิ ายุ 61 ปี ณ โรงพยาบาลบา้ นแพ้ว สาขาพรอ้ มมติ ร กรุงเทพมหานคร
นามปากกา สรุ ิยฉาย
3
ผลงาน
• เรอื่ ง "เด็กชายกมลเท่ียวบ้านทุง่ " ไดร้ บั รางวลั ดีเด่นประเภทหนังสอื สำหรับเด็กในงานสปั ดาหห์ นังสอื แห่งชาติ ปี 2521
• เรอื่ ง "เมนูผ้กู ลา้ หาญ" ไดร้ ับรางวัลชมเชยประเภทหนังสือสำหรับเด็กในงานสัปดาหห์ นงั สือแห่งชาติ ปี 2523
• เร่อื ง "ลกู เสือหาเหยื่อใหแ้ ม่" ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ การประกวดหนงั สอื การ์ตนู สำหรับเดก็ ของธนาคารกสิกรไทย
จำกัด ปี 2524
• เรื่อง "เลาะยโุ รป ได้รบั รางวัลชมเชยประเภทสารคดีในงานสปั ดาหห์ นังสือแหง่ ชาติ ปี 2525
• เรือ่ ง "ซอยเดียวกัน" ไดร้ บั รางวลั ซไี รต์ หรือรางวัลวรรณากรรมสรางสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน ประเภทรวมเรื่องสน้ั ปี
2527
• เรอื่ ง "แม่เบยี้ " ไดร้ บั รางวลั ชมเชย ประเภทนวนิยายในงานสัปดาห์หนงั สอื แห่งชาติ ปี 2530
4
เพลงใบไม้
เพลงใบไม้ เป็นเรื่องราวของสองยายหลาน เกี่ยวกับยายผู้เป็นแม่เพลงพื้นบ้านเมืองสุพรรณบุรี ที่มีความเป็นห่วงของ
อนาคตของเพลงพื้นบ้านคอื เพลงลำตัด จงึ อยากจะถ่ายทอดให้ส้มเช้าหลานสาวของยาย แต่กไ็ มม่ ที ่าทที สี่ ้มเช้าจะมาสนใจกับสิ่ง
ทีย่ ายจะถ่ายทอดให้สม้ เช้าไม่ชอบเพลงพนื้ บ้าน วันนงึ ส้มเช้าเดินทท่ี ่าน้ำเห็นยายล้างที่กรวดนำ้ อยู่ส้มเช้าถามยายวา่ “ทำไมถงึ ไม่
ไปล้างท่บี นบา้ น” สม้ เชา้ กลัววา่ ยายจะตกนำ้ ตายเอาเสีย ยายเลยตอบกลบั ไปว่า “จะไปกลวั ทำไม แม่นำ้ สายนย้ี ายสนิท ยายเกิด
จากแมน่ ้ำสายนี้ ” ยายได้ออกงานแสดงมากมายจนได้รางวลั อยูม่ าวันนงึ ยายไดม้ สี ามีและมลี กู ดว้ ยกันหนึง่ คน คอื แม่ของส้มเช้า
เม่อื ยายอย่กู ินกับสามไี ดไ้ ม่กีป่ นี กั กเ็ ลิกรากันไปเพราะสามยี ายให้ยายเลกิ เล่นเพลงแล้วมาอยกู่ ับสามี ยายไม่ยอมเลยยอมทิ้งสามี
เพื่อมาเลน่ เพลงต่อ ส่วนแมข่ องส้มเชา้ ไดไ้ ปอยู่กบั สามีของเขาต่อมาสามีก็เสียชีวิต แม่สม้ เชา้ ก็มาอย่กู ับยาย เมื่ออยู่ได้ไม่นานแม่
ส้มเช้าก็ตายตามสามีของเธอไป เหลือส้มเช้าไว้ให้กับยาย ส้มเช้ามักจะติดตามยายมาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่ด้วยความที่เป็นห่วง
ส้มเช้าติดตามยายไปตลอดทุกงานทีม่ ีการแสดง ยายพยายามฝึกให้ส้มเช้าต่อเพลงที่ยายข้ึนแต่ส้มเชา้ ไม่เคยสนใจแม้แต่สักครง้ั
ยายชอบรอ้ ยพวงมาลยั แตส่ ม้ เชา้ กลบั บอกกับยายวา่ “พวงมาลัยร่งุ รง่ิ ” ทเ่ี รียกมาลยั ร่งุ ร่งิ เพราะส้มเช้ามัน
บอกว่ามาลัยอะไรไม่สวยเอาเสียเลย บ่ายของวันนงึ ยายกำลงั กินหมากแต่ยายรสู้ ึกวา่ มนั ไมอ่ ร่อยเลย เลยคายหมากคำ
นัน้ ออกมาและกนิ คำใหม่ไปอีกแต่กไ็ มอ่ ร่อยเหมือนเดิม ยายรสู้ ึกว่าตนเองไม่สบาย เลยไปพักผ่อนและคิดในใจว่าตนไม่น่าจะไป
แสดงเพลงรอดอกี แลว้ เมื่อถงึ งานแสดงยายรูส้ ึกไมโ่ อเคมากๆแต่ก็มีสม้ เชา้ คอยติดตามไปดว้ ย เม่อื ถงึ ควิ ของยายท่ีต้องแสดงผู้ชม
ก็หวั เราะเยอะเย้ยยายว่ายายไปเดนิ ชนนักแสดงคนอื่น เพราะคดิ ว่ายายแกแ่ ลว้ แตอ่ นั ทจ่ี รงิ แล้วยายมองไม่เห็นแล้วต่างหาก ตา
พรา่ มัวมาสกั พักแล้ว ยายขน้ึ เพลงไม่ได้ แต่มีเสยี งขน้ึ เพลงมา เสยี งนนั้ เปน็ เสยี งท่ไี พเราะมาก แม่ขวัญจิตเลยตะโกนบอกยายว่าน่ี
ไง เสียงเพราะของอีส้มเชา้ มนั อนาคตของศลิ ปะพื้นบ้านว่าจะขาดผสู้ บื สานตอ่ ไป
วิเคราะหเ์ น้ือเรอื่ ง
1.รูปแบบ
เรอ่ื งซอยเดยี วกัน ตอนเพลงใบไม้
ประเภท เรือ่ งสนั้
2.โครงเร่อื ง
คำประพนั ธ์ในเรอ่ื งน้เี ร่มิ ต้นด้วยการใช้บรรยายโวหารเล่าเรื่องราวชีวิตความเป็นไปในแตล่ ะวนั และเร่อื งราวในอดีตของ
ตวั ละคร ด้วยคำทเี่ ปน็ กันเอง ตรงตัวและเข้าใจงา่ ย มีการใช้คำตามบทบาทของตวั ละคร เช่น ยายมักใช้คำพูดแบบคนแก่ กระได
แทนบันได หลานสาวใช้คำวา่ ฮติ แทนเป็นที่นยิ ม เปน็ ตน้ และจดุ เด่นของการเขียนคือ การนำเนือ้ เพลงพนื้ บ้าน ทเี่ ป็นกลอนเปล่า
มาสอด แทรกเล่าเร่ืองราวเป็นระยะ ๆ การถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมบางครั้งก็ได้จากการค่อย ๆ สั่งสมและซึมซาบไปทีละ
เลก็ ละน้อย ดังน้ันการค่อยปลกู ฝังใหเ้ หน็ คณุ คา่ และเรยี นรวู้ ฒั นธรรมโดยตรงจงึ เป็นส่ิงทน่ี ่าจะนำมาใช้กนั
3.ตัวละคร
ตัวละครท่ีเด่นชัดมี 2 ตัว คือ ยายที่เป็นตัวหลักในการแสดงในการดำเนินเรื่องและสม้ เช้าทีต่ ้องถ่ายทอดเพลงของยาย
ตวั ของยายน้ันเป็นคนรักในการแสดงเพลงอยากจะถ่ายทอดเพลงให้กับหลานสาวแต่หลานสาวน้นั ไม่มีทา่ ทีที่จะชอบเพลงท่ียาย
สอนเลย แค่หลานสาวก็เปน็ หว่ งเป็นใยยายจึงติดตามยายไปทกุ ๆงานที่มกี ารแสดง แตส่ ุดท้ายสม้ เชา้ กส็ านตอ่ ท่ียายพยายามสอน
การแสดงเพลง
-
5
- สม้ เชา้ เปน็ คนทดี่ อ้ื ดนั ไม่รบั เพลงที่ยายจะสารตอ่ แต่เมอื่ ยายแก่ชราขน้ึ ทุกวนั รา่ งกายยายก็ไม่ไหว สม้ เชา้ ก็กลับมาร้อง
เพลงลำตดั ทีย่ ายอยากจะมอบให้
- ยาย เป็นคนท่ขี ยันทำงานหาเงนิ เพื่อสม้ เชา้ ได้มกี ินมีใช้ และสานตอ่ เพลงให้หลาน
4.บทสนทนา
บทสนทนาในเรอ่ื งส่อื ถึงอารมณ์ดูถกู ว่ายายทำพวงมาลัยไม่สวย
“ยายเดนิ ขน้ึ จากทา่ น้ำไม่ลมื ที่ตักน้ำมาด้วยข้นั บาทรุดนำมะลิที่หัวกระได ยายไดด้ อกของมันไปรอ้ ยมาลยั รุ่งริ่ง “ มาลัยรุ่งริ่งเป็น
คำประชดประชนั คอสี ้มเช้ามันว่าม้าลายที่ยา้ ยรอ้ ยนั้นไมเ่ ปน็ มาลยั ดูรุ่งรงิ่ เหมือนอะไรอย่กู ไ็ มร่ ู้
“กก็ ูไมใ่ ช่ชวงั กูมันชาวบา้ น” ยายบอกอสี ้มเชา้ ไปยงั น้นั และร้อยพวงมาลยั ต่อ
บทสนทนานีท้ ำให้เหน็ วา่ ยาย นอ้ ยเน้ือตำ่ ใจที่ ส้มเชา้ ดูถกู มาลัยของยาย
5.ฉากและบรรยากาศ
ฉากในเร่ืองทเ่ี หน็ ไดช้ ัดคอื บ้านของยายทเี่ มืองสพุ รรณ ผูเ้ ขยี นเขียนใหน้ ึกภาพของยายในสมัยสาวๆว่ายายกำเนดิ ที่นี่
สนิทกบั แม่นำ้ สายน้ี ปัจจุบันคือบ้านของยายกย็ งั อยู่ทขี่ ้างแมน่ ้ำเชน่ เดมิ บ้านจะเป็นบา้ นไม้ทีต่ ิดกับลำคลองมธี รรมชาติที่ร่มร่ืน
และจะเปน็ เวทีท่ยี ายจะต้องแสดง
6.ลีลาการใชภ้ าษา
พดู ด้วยถอ้ ยคำทง่ี า่ ยและทำให้คิดยอ้ นตามเรอ่ื งท่เี คยผา่ นมาและการใชถ้ ้อยคำพรรณนาของตัวยาย
เปน็ การพรรณาให้เหน็ ภาพ และการที่ผเู้ ขียนใชส้ ัญลักษณใ์ บไม้
แทนยาย เพราะภาพของใบไมน้ ้นั เป็นภาพทีม่ คี วามออ่ นชอ้ ยงดงาม พล้วิ ไหวเหมือนกับศลิ ปะและศิลปนิ
ซึ่งใบไม้ท่ีเคยสวยสดงดงามอยบู่ นต้นไม้น้ันก็จะต้องรว่ งโรยไปตามกาลเวลา เชน่ เดยี วกับยายท่ีเคย
ผลิบานจากวยั เดก็ สวู่ ัยสาว วัยชรา และกต็ ้องรว่ งโรยไปในท่ีสุด แตก่ ็ไม่ไดห้ มายความว่าจะทำใหต้ ันไม้
ตน้ นนั้ จะตาย แต่หากยงั สามารกแตกกง่ิ ก้านออกมาได้และเจริญงอกงามตอ่ ไป ซ่ึงเปรียบได้กบั การท่ี
ยายไม่ต้องห่วงสม้ เชา้ แลว้ เพราะส้มเชา้ ร้องเพลงได้ จงึ ทำใหพ้ อ่ เพลงแมเ่ พลงและคนรุ่นเก่าสบายใจ
เพราะศลิ ปะพ้ืนบ้านจะไมส่ ญู หายไปไหน ทัง้ น้เี ปน็ เพราะศิลปนิ เพลงพื้นบ้านและคนรนุ่ ใหมม่ จี ิตสำนึก
ท่ีจะอนรุ ักษ์ศลิ ปะเพลงพ้ืนบ้านสืบตอ่ ไป
7.คณุ ค่าวรรณกรรม
- ด้านเน้ือหา
สะท้อนมมุ มองการเขยี นทดี่ เู รยี บงา่ ย เขียนเพ่ือให้เรายอ้ นกลับไปคิดระหว่าง ยายกบั หลานและจะมีเน้อื เพลงท่ี
ยายจะแรงมาให้เหน็ ไดช้ ดั
6
- ดา้ นวรรณศิลป์
การใชถ้ อ้ ยคําสํานวนในเรือ่ งนเ้ี นน้ ไปทีก่ ารเล่นกับอารมณ์ความรู้สกึ ของผู้อา่ นให้รับรรู้ ว่ มไปกบั ตวั ละครหลักทีม่ ี
ความรู้สกึ เข้าใจถึงอารมณ์ของยายและส้มเช้าคำประพนั ธใ์ นเร่ืองน้ีเร่ิมตน้ ดว้ ยการใชบ้ รรยายโวหารเลา่ เรื่องราวชวี ิต
ความเป็นไปในแตล่ ะวนั และเรอ่ื งราวในอดีตของตวั ละคร ดว้ ยคาท่ีเป็นกนั เอง ตรงตวั และเขา้ ใจงา่ ย มีการใชค้ าตาม
บทบาทของตวั ละคร เชน่ ยายมกั ใชค้ าพดู แบบคนแก่ กระไดแทนบนั ได หลานสาวใชค้ าว่าฮิตแทนเป็นทนี่ ิยม
- ดา้ นสงั คม
เร่ืองนีส้ ามารถกระตุน้ ให้ผู้อ่านนกึ ยอ้ นกลับไปพิจารณาบทบาทหนา้ ที่ของความเป็นยายหลานว่าความหว่ งใย
ของยายมากนอ้ ยเพยี งใดหาเงนิ จากการแสดงเพลงและทำสวนเพ่ือนหาเล้ียงสม้ เชา้ แตก่ ็ส่ือให้เหน็ ถงึ ความห่วงใยที่ส้มเช้าเปน็ ห่วง
ยายมากๆเหมือนกนั เพราะสม้ เชา้ จะติดตามยายไปทุกๆเวท
- กลวิธกี ารต้งั ชื่อเรื่อง
ใบไมก้ เ็ ปรยี บเสมือนกบั ยาย ยายหมีอายุท่เี ยอะ และตอ้ งการคนทสี่ บื ทอดการแสดง และใบไมน้ ้นั ก็จะรว่ งลง ซง่ึ ตน้ ไม้กจ็ ะผลติ
ใบไมใ้ บไม้ เมื่อใบไมเ้ ก่าผลิลงก็ต้องการ ใบไมใ้ บไม้ ใบไม้ ก็เหมือนกบั ยายและส้มเช้า ท่ี ยายรออย่างมคี วามหวังวา่ สักวันส้มเช้า
จะตอ้ งมา แสดง เพลงลำตดั ที่อยากจะให้สม้ เช้าสืบทอดตอ่ ไป
- กลวธิ ีการนำเสนอ
เล่าผา่ นตัวละคร ยายและสม้ เช้า นำเสนอโดย ผา่ นทาง การเลา่ เรอ่ื ง และ ผ่านทางบทสนทนา เชน่ “ก็กไู มใ่ ช่ชาววัง กมู ันคน
ธรรมดา” คือ ตอนท่ียายน่งั พวงมาลัยแล้วส้มเชา้ มนั ก็วา่ พวงมาลัยใหญ่ไมส่ วยเป็นมาลัยรุ่งเร่ง
- การเริ่มเร่ือง
ผ้เู ขียนเปิดโดยการใหเ้ ห็นถึงความหว่ งใยทสี่ ้มเช้าเปน็ ห่วงยาย เพราะยายอย่ขู า้ งแม่น้ำส้มเชา้ กลวั ว่ายายจะตกน้ำตาย แตย่ ายก็วา่
แกสนทิ กบั แมน่ ้ำสายนีไ้ มต่ ายง่ายๆหรอก
- การดำเนนิ เร่ือง
เปน็ การเล่าถึงยายท่ีตอ้ งการให้สม้ เชา้ รับการแสดงท่ียายถ่ายทอด ส้มเฉาเดอรด์ ลั และไม่เอา ไม่พยายามท่ีจะรับการแสดงท่ยี ้าย
มอบให้ และเลา่ ถงึ ความเปน็ มาของยายเมอ่ื ก่อนว่า ยายแสดงละครยังอยา่ งไร ทีไ่ หนมีลูกกค่ี น ต้องพบเจอกบั อะไรในตอนนนั่
- การปิดเร่ือง
เป็นการเลา่ เรือ่ งโดยสดุ ท้ายสม้ เช้ากส็ านต่อเพลงทย่ี ายตอ้ งการท่ีจะมอบให้ เพราะลกึ ๆแลว้ สม้ เชา้ ก็เป็นห่วงยายมากๆ
สรปุ จบของเร่ืองนี้
เรือ่ ง เพลงใบไม้
ความดคี วามเดน่ ผูแ้ ตง่ เขยี นเรอื่ งนใ้ี หค้ นอา่ นไดเ้ ห็นถึงความเป็นห่วงตอ่ ยายทมี่ ตี ่อหลาน และหลานมคี วามห่วงใยตอ่ ยายเช่นกัน
ยายทำงานห้าลย้ี งสม้ เชา้ ดว้ ยการเลน่ เพลงลำตัดและอยากจะสืบทอดตอ่ ให้ส้มเช้าแต่ตอนแรกๆสม้ เชา้ ไม่อยากทีจ่ ะรับการแสดง
นี้ แต่เมื่อถงึ เวลาทย่ี ายแกช่ ราส้มเช้าก็รับการแสดงละครลำตดั
7
เมอื งหลวง
มีผู้ชายคนนึงเป็นคนธรรมดาอยู่ในชนบทแต่ตอนนี้ต้องมาทำงานในเมืองหลวงใหญ่ เขาทำงานบริษัทได้เงินไม่มากมายแต่ก็
สามารถหาเลี้ยงตัวเองได้ วันนึงหลังจากเขาเลิกงานเขาก็จะกลับไปที่พักก่อนฝนจะตกแต่ก็ไม่ทันไรฝนก็ตกลงมา และรอรถ
โดยสารนานพอสมควรเพราะทุกคนต่างรอควิ ทจี่ ะขนึ้ รถสว่ นบนรถที่จอดก็จะมแี ค1่ -2คนลงมา แต่กไ็ ม่เพียงพอ ท่ีจะน่ัง เม่ือเขา
ไดข้ ึ้นรถไปแลว้ ภายในรถมีอากาศร้อน อบอา้ ว เพราะว่าข้างในรถไม่ไดป้ นื หน้าตา่ งเอาไว้สักบ้าน และบรรยากาศภายนอกก็ฝน
ตกลงมา ระหว่างทางทเี่ ขากำลงั กลับท่พี ักเขาได้ นึกถึงครอบครัวทีจ่ ากมา เค้าไดใ้ จคดิ วา่ ทำไมจึงตอ้ งมาทำงานในเมืองแบบน้ีท่ีมี
ผู้คนมากมาย และเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เขาอยากกลับบ้านไปเลี้ยง ปลา ทำสวนทำไร่ แต่เขาก็คิดอีกทีหนึ่งว่า มันก็ไม่
สามารถท่จี ะใหเ้ ค้า หาเงินเลยี้ งชีพตนเอง ตอ่ มาไดม้ ผี ชู้ ายอีกหนึง่ คนขน้ึ รถเมล์คนั นน้ั เขากท็ ำงาน บริษทั เหมือนกบั เขา และ
เขาก็คิดว่าถ้ามีใครสักคนบนรถนี่ร้องเพลงบรรยากาศก็คงจะสนุกกว่านี้ ให้เหมือนกับรถเมล์ทัศนศึกษา ที่มีคนร้องเพลงมี
เสียงเพลงและน่าต่นื เต้น อยมู่ าสักพกั ผู้ชายที่เพง่ิ ขึ้นรถเมล์เขากไ็ ด้รอ้ งเพลงขน้ึ มา ด้วยเสียงท่ไี พเราะเสนาะหแู ละน่าฟงั ในตอนที่
คณะโรงเพลงผู้ชายที่เพิ่งขึ้นรถ น้ำตา ข้างในของเขาก็เริ่มซึมมารีเรื่อยเหมือนว่าคิดถึงบ้านเกิด และ สุดท้าย ผู้ชายที่เพิ่งข้ึน
รถเมล์ก็หลงที รอรถฯลฯ และเขาก็ได้ลงตามผู้ชายคนนั้นไปด้วยและไปถามว่า ชื่ออะไร เหมือนเค้าอยากจะรู้จักและทำความ
รจู้ ักใหม้ ากข้นึ แตม่ ันเต็มไปด้วยผคู้ นมากมาย สกั พกั ผชู้ ายคนน้นั กเ็ ดนิ จากไป แต่เขาก็ ภมู ิใจมากๆที่ มคี น ที่คิดเหมือนเขา
วิเคราะห์เน้ือเร่อื ง
1.รูปแบบ
วรรณกรรมร้อยแกว้ เรอื่ ง เมอื งหลวง
ประเภท เร่อื งสน้ั
2.โครงเรือ่ ง
- การเรมิ่ เรื่องหรือการเปดิ เรือ่ ง
ผู้เขียนมีการเปิดเรื่องโดยการที่ มีความวุ่นวาย ของการทำงานในเมืองหลวง และพูดถึงความออ่ นเพลีย ร่างกายของ
ผู้ชายพนักงานบรษิ ทั คนนั้น และ ความวุ่นวายของ รถในเมอื ง
- การดำเนินเร่อื ง
ผู้เขยี นใชก้ ลวิธีการแต่งที่ให้ เหน็ ถงึ ความวุ่นวายของการทำงานในเมืองและ โยนคดิ ถึงท่ีบา้ น คดิ ถงึ พ่อคิดถงึ คน
ทเ่ี คา้ รกั แสดงให้เห็น ถึงความคดิ ของผู้ชายคนหนึง่ ที่ต้องเผชญิ กับเหตุการณ์ เดิมในกรุงเทพฯที่มรี ถติดมีความเห็นแก่ตัวเราก็มี
เพอ่ื นมนุษยท์ ที่ ำตวั ต่างออกไป และสถานการณ์ของ เร่อื งเริม่ ตน้ ภายในรถเมลค์ นั หนง่ึ ชว่ งเวลาที่เขาเลกิ งาน มีผคู้ นตา่ งก็ยืนแย่ง
กันไปเพื่อท่จี ะให้ไดห้ นังท่ีบนรถเมล์ แล้วก็อยากไดร้ ับความสะดวก สภาพบนรถเมล์ก็อดึ อัด
- การจบเรื่องหรอื การปดิ เรื่อง
ผู้เขียนทิ้งท้ายด้วยการท่ี ทิ้งท้ายที มีผู้ชาย ที่มีลักษณะคล้ายกับ ชายคนนั้น ซึ่ง เขาได้ร้องเพลง เนื้อเพลง
ประมาณวา่ คิดถึงบ้าน และชีวิตของเขาสองคนก็คล้ายๆกนั หลังจากน้ันทผ่ี ู้ชายอีกท่รี อ้ งเพลง ลงุ จากรถเมล์ ชายทำงานบริษัท
คนน้ันก็ลงไปแลว้ ก็ถามวา่ “ เดย๋ี วก่อนขอโทษเถิดทำจริงๆบ้ารึเปล่า” เขาถามไปอยา่ งลุกลน และผู้ชายอกี คนกต็ อบว่า “เปล่า
หนุม่ นักรอ้ งสายหน้าแต่อยากบา้ เหมือนกัน” แตน่ ท่ี ่ีพวกเขาพูดมันหมายถึงเพลงที่ เขา้ ได้รองไปเมอื่ อยู่บนรถ แต่สุดท้าย พวก
เขาก็เดนิ หายไปในกลมุ่ คนท่เี บยี ดเสยี ดกันหรอรถเมล์แถวนัน้
8
3.ตัวละคร
- การสร้างตัวละคร ผู้เขยี นสร้างตัวละครให้คล้ายกับชีวิตจรงิ ท่ีพบเจอ ในปจั จุบัน ทม่ี ีแต่คนทำงานบรษิ ัทใช้ชีวิตอยู่ใน
กรงุ เทพฯ
- การนำเสนอตัวละคร ผเู้ ขียนมีการ สร้างตวั ละคร ท่ใี ห้เห็นได้ชัด เหมือนกับคนในปัจจบุ ันน้ี ทต่ี อ้ งเผชิญกับเหตุการณ์
เดมิ ในกรงุ เทพ
- ลกั ษณะนิสัยและบุคลกิ ของตัวละคร ผเู้ ขยี นสร้างตวั ละครแบบ ใหเ้ ห็นถงึ วิถีชวี ิตของผู้ชายคนหนงึ่ ท่ตี ้องทำงาน ใน
เมืองหลวง ที่ต้องจากบ้านมา ต้องเจอกับอะไรมากมาย เจอกับคนที่เห็นแก่ตัว ดูถูก การ และความอึดอัด ที่มีแต่รถติดใน
กรุงเทพฯ มีความรำคาญกับเมอื งหลวงแตส่ ดุ ท้ายกท็ นทำงานอยทู่ ี่เมอื งหลวงเช่นเดิม
- ตัวละครเอกในเร่ือง
ชายทำงานบรษิ ัท เป็นตวั ละครเอกท่ีคอยดำเนนิ เร่อื งในทุกฉาก
ชายเสียงเพราะ เปน็ ตัวละคร เสรมิ เพ่อื ทจ่ี ะใหเ้ ห็นว่า ชายทำงานบริษัท ก็เป็นเหมอื นกับใช้เสียงเพราะเหมือนกนั
4.บทสนทนา
ในเร่อื งถา้ ผมเป็นพ่อผ้เู ขยี นเขยี นให้วเิ คราะห์ วา่ สุดทา้ ย บทจะดำเนินเร่ืองอยา่ งไรต่อไป เช่น
“เด๋ยี วก่อน ขอโทษเธอทำจรงิ ๆบา้ รึเปล่า”
“ เปลา่ “ หน่มุ นักร้องสา่ ยหนา้ “แตอ่ ยากบ้าเหมอื นกนั ”
5.ฉากและบรรยากาศ
ในเรือ่ งฉากอยใู่ นสถานทคี่ อื ใน เมืองหลวง กรุงเทพฯ โดยบรรยากาศรอบตัวทีเ่ กดิ ขนึ้ อย่างชัดเจนสามารถเหน็ ภาพได้
และบรรยายความรสู้ กึ ของตนเองควบคู่กันไป
คุณค่าวรรณกรรม
-เน้อื หา การใชเ้ นอื้ หาท่เี หมือนกบั ชีวิตจริงแต่มีการเลา่ เร่ืองใหผ้ ้อู า่ นได้คิดตามกับเหตกุ ารณ์ ความวุ่นวาย และ
เหตกุ ารณ์เดิม ในที่ทำงาน
- ด้านวรรณศิลป์ การใช้ถอ้ ยคำที่เน้นไปในเรือ่ งการใช้อารมณ์ความรู้สกึ ให้รบั รรู้ ่วมกบั ตัวละครให้ไดเ้ หน็ ความคิดถึง
บ้านเกดิ คิดถงึ การใช้ชีวิตแบบชนบทและคิดถึงคนท่เี คา้ รัก
-ดา้ นสังคม เรอ่ื งสั้นถ้าฉันเปน็ ชายพนักงานบริษัทคนนัน้ จะถา่ ยทอดผ่านความคิด สามารถกระตุ้นให้ผอู้ า่ นนกึ
ยอ้ นกลับไป ยงั บ้านเกิด
6. กลวิธกี ารนำเสนอ
ผู้แต่งเขียนเรื่องโดยผ่านตัวละครหลกั คอื ผชู้ ายทำงานบรษิ ัทคนนงึ ทีม่ าทำงานในเมอื งหลวง ทีม่ แี ต่ความแออดั และคิดถงึ บ้าน
เกดิ แต่สุดท้าย เขากม็ ุง่ หน้าทำงานในเมอื งหลวงตอ่ ไป
9
7. ลลี าการใชภ้ าษา
เป็นการเลา่ เรอื่ งเร่อื งท่มี ีบทเพลงแทรกเสริมเข้ามาเพอ่ื ใหเ้ ข้าถึงอารมณข์ องตัวละครนั้นเช่น
“ขอโทษเถิด ถามจรงิ บา้ หรอื เปลา่ ” เขาตอบผมกลบั มาว่า “เปลา่ .....แตอ่ ยากจะบา้ เหมือนกนั ”
8.สำนวนภาษา
-การใช้ถ้อยคำ ในเร่อื ง เมอื งหลวงใชถ้ อ้ ยคำทด่ี เู หมอื นกับคำพดู ทว่ั ไปแตใ่ น
คำพูดมันแฝงให้เราคดิ ตามและเขียนให้เหมือนกับชวี ิตจรงิ ท่ตี อ้ งพบเจอ
-ภาษาท่ใี ชก้ ส็ ่ือความไดต้ รงตวั จดุ เด่นของเรอ่ื งนีค้ ือการนาเอาเพลงลกู ท่งุ ทเ่ี ป็นทนี่ ยิ มและสอดคลอ้ ง
9. สรปุ จบของเรื่อง
เป็นการเลา่ เรอ่ื งผชู้ ายคนหนึ่งทเ่ี ขา้ มาทางานเมืองหลวง ของคนต่างจงั หวดั ทต่ี อ้ งมาใชช้ ีวิตในกรุงเทพฯ ถา่ ยทอดเรอื่ งราว
ผ่านความคดิ ของชายคนหนึ่ง เรอ่ื งเร่ิมตน้ ภายในรถเมลค์ นั หนงึ่ ชว่ งเวลาหลงั เลกิ งาน ที่ผคู้ นตา่ งยอื้ แยง่ กนั เพื่อใหไ้ ดน้ ่งั ไดร้ บั
ความสะดวก สภาพอนั น่าอดึ อดั บนรถเมลย์ ามที่การจราจรตดิ ขดั โดยในเรอ่ื งมผี ทู้ าลายความตงึ เครยี ดนน้ั โดยการรอ้ งเพลง
ขนึ้ มา บางคนก็มองวา่ บา้ บางคนกช็ ่ืนชม สว่ นตวั ละครที่ดาเนินเรื่องนน้ั กจ็ ินตนาการชีวติ ของตนเองตามเนอื้ เพลงทรี่ อ้ งขนึ้
จดุ เด่นเรือ่ งนคี้ อื การนาเอาเพลงลกู ทงุ่ ท่เี ป็นท่นี ิยมและสอดคลอ้ งกบั เร่ืองมาเป็นสว่ นหนง่ึ ของการนาไปส่กู ารจินตนาการ
ความคิดของตวั ละคร สะทอ้ นภาพความจริงของสงั คมเมอื งหลวงท่เี ราทกุ คนลว้ นเจอกนั อยเู่ ป็นประจา คอื ความเหน็ แก่ตวั
ชงิ ดีชงิ เด่น การดถู กู เพือ่ นมนษุ ยด์ ว้ ยกนั ซึ่งเรารูว้ ่ามนั ไม่ดแี ต่สิง่ เหล่านกี้ ็มอี ย่ใู นทกุ คนไมม่ ากก็นอ้ ย
10
ทีน่ ่มี หาวทิ ยาลัย
เป็นเรื่องเก่ยี วกบั ผชู้ ายคนซง่ึ เป็นอาจารยใ์ นมหาวิทยาลยั แหง่ หนง่ึ ท่ีมคี วามคิดเห็นตอ่ วงการขา้ ราชการในระบบ
มหาวิทยาลยั ว่า ทนี่ ่ีคือมหาวิทยาลยั เป็นแหล่งวชิ าการ เป็นแหล่งผลติ บณั ฑติ ปัญญาชนมนั สมองของประเทศชาติ
แต่เขากบั รูส้ กึ สงสารนกั ศึกษาทกุ คนทนี่ ี่ เขารูส้ ึกเหนือ่ ยหนา่ ยกบั สภาพแวดลอ้ ม สภาพความโง่เขลา เห็นแกต่ วั
สภาพของความเกยี จครา้ นสนั หลงั ยาวของคนรอบขา้ ง ความซอ่ื เซ่อของผบู้ งั คบั บญั ชา เขาเคยคดิ วา่ มหาลยั ทีน่ ่ีมี
แตอ่ าจารยท์ ่ีมแี ต่คณุ ธรรมสงู ๆแต่ความเป็นจริงแลว้ มนั ไม่ใชเ่ ลย เขารูส้ ึกหดหู่ และรบั ไม่ไดก้ บั ระบบและอาจารย์
มหาวทิ ยาลยั ประเทศไมไ่ ดส้ อนใหค้ นคิด มหาวทิ ยาลยั เป็นทีส่ อนนกั คดิ เป็นท่ีสรา้ งนกั คิด แตค่ นท่สี รา้ งนกั คิดไม่
เคยมคี วามคิดหรอื มคี วามคดิ ก็ไมม่ สี ทิ ธิจ์ ะคิด แต่เขากลบั เขามองว่าสงั คมท่ีดีกวา่ ควรจะเริ่มตน้ ทอี่ าจารย์
ผทู้ รงคณุ วฒุ ิ ไมใ่ ชเ่ ริ่มทีน่ กั ศึกษา ปล่อยใหน้ กั ศึกษาตอ่ สกู้ นั ไปตามบญุ ตามกรรม โดยที่อาจารยเ์ ป็นแค่ผู้
สงั เกตการณ์ เขาไมเ่ หน็ ดว้ ยเลยวา่ ท่อี ยา่ งนจี้ ะสรา้ งความเป็นคนทีเ่ ป็นคนใหก้ บั เขาได้ เขามองว่ากลบั ไปทาไรท่ า
นายงั โชคดีกวา่ อกี หลายคนไม่ตอ้ งมาทนกบั การโกงกินอะไรไม่รู้
และทงิ้ ทา้ ยดว้ ยวา่ รบั ราชการไปก็ไม่มวี นั เจรญิ เขยี นใบลาออกแลว้ กนั
วเิ คราะหเ์ นือ้ เรื่อง
1.รูปแบบ
วรรณกรรมรอ้ ยแกว้ เร่ือง ทน่ี ี่มหาวทิ ยาลยั
ประเภท เรอ่ื งสนั้
2.โครงเรอ่ื ง
-การเร่ิมเรื่องหรอื การเปิ ดเร่ือง ผเู้ ขียนเปิดเรือ่ งโดยเขียนถึงความอดอยาก และความอดทนของมนษุ ยเ์ งินเดือน
จากรฐั บาล
- การดาเนนิ เร่ือง ผเู้ ขยี นดาเนนิ เร่อื งโดยมีผชู้ ายคนหน่งึ ซงึ่ เขาเป็นอาจารยข์ องมหาลยั วิทยาลยั แหง่ หนงึ่ ทมี่ ีความ
เบ่อื หนา่ ยต่อระบบภายในมหาลยั ท่ีมีแต่คนคดโกง และความซื่อบอ่ื ของอาจารยใ์ นมหาลยั
-การจบเร่อื งหรือการปิ ดเร่ือง ผเู้ ขยี นจบเรือ่ งโดยการใหเ้ หน็ ถงึ ความเบอ่ื หนา่ ยที่ผชู้ ายคนหนงึ่ มีต่อมหาวิทยาลยั
แห่งนมี้ ากๆ เลยเขยี นใบลาออก
3.แนวคดิ
ทาใหค้ นรุน่ ใหม่ ไมค่ ดิ อย่ใู นกรอบ เพราะการใชช้ ีวิตไมไ่ ดข้ นึ้ อยกู่ บั การรบั ขา้ ราชการ เรายงั สามารถ ออกไปทาอาชีพอยา่ ง
อื่นอกี มากมาย ถา้ เราไม่ไดช้ อบกบั อาชีพที่เรา ทาอยู่ ซึ่งเราสามารถ ทาอกี รายอยา่ งไดม้ ากมายไมจ่ าเป็นตอ้ งมคี วามอดทน
11
ตอ่ อาชพี ทตี่ นเองทาอยู่ และเราควรมคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรมมีความซือ่ สตั ยใ์ นการทาอาชพี ตา่ งๆไมค่ ดโกงผอู้ ื่น และเป็นผทู้ ่ีมี
เมตตากรุณามีความเอ็นดตู ่อเพอ่ื นมนษุ ย์
4.ตัวละคร
-การสรา้ งตัวละคร ผเู้ ขียนสรา้ งตวั ละครไดส้ มจรงิ โดยทกุ บทบาทมีความสอดคลอ้ งกบั เนอื้ เรอ่ื ง
-การนาเสนอตวั ละคร นาเสนอใหถ้ ึงความอดทนท่ที ตี ่อมหาลยั และความราคาญเป็นอยา่ งมาก
- ลักษณะนสิ ัยของตัวละคร
ตวั ละครที่สาคญั มี 1 ตวั ละคร คือ ตวั ละครหลกั ท่ีทาใหเ้ รอื่ งสนั้ เร่อื งนดี้ าเนินไปไดน้ นั้ กค็ ือ
ชายผคู้ นหน่ึงที่มีลักษณะนิสยั มคี วามเบอ่ื หนา่ ยกบั สภาพสงั คมในมหาวทิ ยาลยั แห่งนึ้ เขาเป็นคนชอบความยุตธิ รรม ความ
ซื่อตรง ซื่อสตั ย์ และเป็นคนดเู อน็ ดพู วกนกั ศึกษาในมหาวทิ ยาลยั เพราะความซือ่ เซอ่ ของผบู้ งั คบั บญั ชา แต่เขาก็มคี วามคิดที่
ดอื้ ดนั ตอ่ การเมอื งการศึกษาท่นี ี่อยา่ งน่าเบอื่ ไมเ่ ปลย่ี นแปลง
5.บทสนทนา
ในเรอ่ื ง “ทมี่ ่ีมหาวทิ ยาลัย” ไม่มีบทสนทนาต่อกัน แตเ่ ป็นการพดู ที่เป็นความเบ่อื หน่ายของผชู้ ายคนหน่งึ ทมี่ ตี อ่ มหาวิทยาลัยแห่ง
นี้
6.ฉากและบรรยากาศ
ในฉากผู้เขียนบรรยายในมหาวทิ ยาลยั วา่ มคี วามเปน็ อยู่อยา่ งไร ลักษณะแต่ละคนเปน็ อยา่ งไร
7.กลวิธใี นการเขียน
- กลวิธีการเล่าเรื่อง เล่นเรื่องโดยผ่านตวั ละครหลักคือผู้ชายคนหน่ึงที่มีความขดั แย้งกับอาจารย์และผู้บงั คับบัญชาใน
มหาวิทยาลยั
-กลวธิ ีการต้งั ชือ่ เรือ่ ง มกี ารต้งั ชอื่ เร่อื งทบี่ อกว่าที่นีค่ ือมหาวิทยาเล่าถงึ ระบบภายในนัน้ ไมด่ กี วา่ ทค่ี ิด
- กลวิธีสร้างความขัดแย้ง สร้างความขดั แย้งคือการที่คนในมหาวิทยาลยั คอื อาจารยแ์ ละผู้บังคบั บัญชามีความโง่เขลา
และความคดโกง โกหก และความรำคาญความอดทนทผ่ี ชู้ ายคนนั่นมคี วามเบอ่ื หนา่ ย
8.สำนวนภาษา
-การใช้ถ้อยคำ ในเร่ือง ทนี่ ี่มหาวทิ ยาลัย ใช้ถอ้ ยคำที่ดเู หมอื นกบั คำพูดท่ัวไปแต่ใน
คำพูดมันแฝงให้เราคิดตามและเขียนให้เหมือนกับชวี ิตจริงทตี่ อ้ งพบเจอ
9.กลวธิ ีการนำเสนอ
เปน็ การเขยี นเรอ่ื งโดยท่เี ราทกุ คนพบเจอกนั มากในปจั จบุ นั นเี้ ลยเขียนเผอื่ ไม่อยากให้เราอยูใ่ ต้คำบงั คบั ของคนอนื่ ทีม่ แี ตค่ วาม
ฉ้อโกง
12
10.สรุปจบของเรื่อง
ทำให้คนรุน่ ใหม่ ไม่คดิ อยใู่ นกรอบ เพราะการใช้ชีวิตไมไ่ ด้ข้นึ อยกู่ ับการรับขา้ ราชการ เรายังสามารถ ออกไปทำอาชีพอยา่ งอื่น
อีกมากมาย ถ้าเราไมไ่ ดช้ อบกบั อาชพี ที่เรา ทำอยู่ ซึ่งเราสามารถ ทำอีกรายอย่างไดม้ ากมายไมจ่ ำเป็นตอ้ งมคี วามอดทน ต่อ
อาชพี ทต่ี นเองทำอยู่ และเราควรมคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรมมคี วามซอ่ื สัตย์ในการทำอาชีพต่างๆไมค่ ดโกงผูอ้ ืน่ และเป็นผู้ที่มีเมตตา
กรุณามคี วามเอ็นดตู ่อเพอ่ื นมนษุ ย์
13
บ้านเราอยใู่ นนี้ซอยเดียวกนั
เปน็ เร่อื งราวทเ่ี กดิ ขนึ้ ในซอยแหง่ หนง่ึ ทเี่ หมือนกับซอยอนื่ ๆ คือมีจก๊ิ โก๋เจ๊ยี วจ๊าวประจำซอย มพี วกเกเรสัพเพเหระท่ีเอา
แต่นั่งรา้ นกาแฟ ไม่แค่นั้นซอยนีย้ ังมีท้ังผู้ค้า ผู้เสพครบครัน อีกทั้งยังมีสารพดั ผูช้ ำนาญวชิ าชีพโจร ซอยนี้จะนา่ กลัวและเปลีย่ ว
มากในตอนกลางคืน เขากับพีช่ ายมาเช่าบ้านในซอยนีอ้ ยู่กัน เขาเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีสุดท้าย เขามานั่งรอรถเมล์ที่ปากซอย
เป็นประจำ จนวันหน่ึงเขาได้พบกับเธอ ทั้งที่สองปีก่อนหนา้ นี้ไม่เคยเจอ เขานั่งมองเธอจนรถเมล์ของมหาวิทยาลยั แหง่ หนึ่งรบั
เธอไป หลังจากนั้นเขาก็คอยติดตามเธอตลอด คอยสังเกตว่าเธอจะออกจากบา้ นกี่โมง กลับกี่โมง เธอชอบถือผ้าเช็ดหน้าสีขาว
เปน็ ประจำทกุ วนั จนวันหนึ่งเขารวบรวมความกล้าทกั เธอว่า “วนั นีล้ มแรงนะครับ”วันนัน้ ทง้ั วนั เขาไมเ่ ป็นอนั เรยี น เพราะก่อนที่
ผู้หญิงคนนั้นจะขึ้นรถไปเธอหันมายิ้มใหก้ ับเขา วนั นน้ั เขารีบกลับบ้านมารอเธอที่ป้ายรถเมล์ แตก่ ็ไม่พบเธอ เลยคิดไปว่า เธอคง
กลบั ดึก ตอนเชา้ ระหว่างทเี่ ดินไปรอรถเขาเจอผ้าเช็ดหน้าสีขาว เขาจำไดแ้ มน่ ยำว่าเป็นของเธอแน่นอน แตเ่ มอื่ เชา้ อีกวนั เขาได้ยนิ
ชาวบา้ นพูดกนั เขาคดิ ว่าคงเปน็ วัยร่นุ ตีกันตายอกี ตามเคย แต่เมื่อเขาเดนิ ผ่านมีเสยี งคุยกนั ว่าเป็นผู้หญิง ทำให้เขาต้องแทรกวง
ลอ้ มนัน้ เข้าไปเพอ่ื ขอดศู พ และเขาก็ไดร้ ้จู กั เธอสกั ที แต่เปน็ การร้จู ักจากหนา้ หนังสอื พมิ พ์รายวนั ทกุ ฉบบั
1.รูปแบบ
วรรณกรรมรอ้ ยแกว้ เร่อื ง บา้ นเราอย่ใู นนีซ้ อยเดียวกนั
ประเภท เรื่องสน้ั
2.โครงเรื่อง
-การเริม่ เรอื่ งหรอื การเปดิ เรื่อง เรม่ิ ต้นดว้ ยคำบรรยาย บ้านผมอยูใ่ นซอย เหมือนสอกี ห้าหม่ืนหกพนั ซอยในกรุงเทพฯ
ธนบุรี ทีโ่ จ้เจยแ์ หละคับแคบ ผมไมร่ ้จู ะคนในซอยนีก้ คี่ นนักเพราะไมม่ เี วลามาม่ัวสุมหรอื ทำความรจู้ ักกับใครๆ
- การดำเนนิ เรอ่ื ง เปน็ เร่ืองสัน้ ท่ี ความรอคอยเขาน่งั มองเธอจนรถเมล์ของมหาวิทยาลัยแหง่ หนึ่งรับเธอไป หลังจากน้ัน
เขาก็คอยติดตามเธอตลอด คอยสังเกตว่าเธอจะออกจากบา้ นก่โี มง กลับกโ่ี มง เธอชอบถอื ผ้าเช็ดหนา้ สีขาวเป็นประจำทกุ วัน จน
วนั หน่งึ เขารวบรวมความกล้าทักเธอวา่ “วันนลี้ มแรงนะครบั ”วนั น้นั ท้งั วันเขาไม่เป็นอนั เรียน เพราะกอ่ นทผี่ หู้ ญิงคนนั้นจะข้ึนรถ
ไปเธอหนั มายิม้ ใหก้ ับเขา วันนัน้ เขารีบกลับบา้ นมารอเธอที่ป้ายรถเมล์
-การจบเรื่องหรือการปิดเรื่อง ในตอนจบของเรื่อง “ บ้านเราอยู่ในนี้ซอยเดียวกัน” แสดงให้เห็นถึงความรอคอยที่
ผูช้ ายคนหนึ่ง ซง่ึ จับตามองผู้หญิงคนหน่ึงมา สกั พักหนึ่งแลว้ เขาเก็บผ้าเช็ดหน้าเอาไว้ คิดว่าจะได้คนื เธอและหาเรื่องคุย แต่ก็ไม่
พบเธออกี จนเยน็ วันนนั้ เขากลบั มาจากมหาวิทยาลัย เห็นรถตำรวจขบั เขา้ ไปในซอยกับรถร่วมกตัญญู เขาคิดว่าคงเป็นวัยรุ่นตีกัน
ตายอีกตามเคย แต่เมื่อเขาเดินผ่านมเี สยี งคุยกันว่าเป็นผหู้ ญิง ทำให้เขาต้องแทรกวงล้อมน้นั เข้าไปเพือ่ ขอดูศพ และเขาก็ได้รู้จัก
เธอสักที แตเ่ ป็นการรจู้ ักจากหน้าหนังสอื พิมพ์รายวันทุกฉบบั
3.แนวคิด
เรอ่ื ง บ้านเราอยใู่ นน้ีซอยเดียวกัน มุง่ เสนอแก่นเรอ่ื งหลกั คอื โอกาสและการไขวค่ ว้าโอกาส ซง่ึ เหน็ ได้ว่าก่อนท่ีผู้หญิงคน
นัน้ จะเสียชีวิต เขามีโอกาสมากมายที่จะเขา้ ไปทกั ทายทำความรู้จกั แตเ่ ขากลับปล่อยใหโ้ อกาสนั้นลอยผ่านหน้าไป การนำเสนอ
เรื่องราวเช่นนี้ตรงกับเจตนารมณ์ที่ผู้เขียนต้องการนำเสนอแก่นเร่ือง และการที่เค้ารักและเฝ้ามองหญิงสาวคนนั้นไม่เคย
เปลี่ยนแปลงเม่อื รขู้ ่าวเขาก็ใจหาย แตค่ วามรักท่มี ีให้ต่อหญิงสาวไม่เคยจางหายไป
14
4.ตวั ละคร
- การสร้างตัวละคร ผู้เขียนสรา้ งตัวละครมลี ักษณะนิสยั เป็นธรรมชาติ โดยตัวละครทกุ ตัวมีบทบาทสอดคล้องสัมพนั ธ์
ของเรือ่ ง
- ลักษณะนิสยั ของตัวละคร
ตวั ละครทส่ี ำคัญมสี อง ตวั ละครคือตัวละครหลกั ทด่ี ำเนนิ เรอ่ื ง ไมไ่ ด้นัน่ ก็คอื ผู้ชายคนหน่ึง และหญงิ สาวนักศกึ ษา
1 คือผู้ชาย ลักษณะของเขาเป็นคนท่ีไม่ค่อยกล้าพูด จึงเป็น สาเหตุที่ทำให้เขาไม่กล้าเข้าไปท่ีจะทำความรูจ้ ักกับผูห้ ญิงคนน้นั
แสดงว่าเขาไม่ไดม้ ีความกลา้ หาญ
เป็นความรักท่ฝี ่ายชายแอบรกั อยเู่ พียงข้างเดียว แลว้ ในตอนสดุ ท้ายความรกั
กไ็ ม่สมหวงั เพราะฝา่ ยหญิงน้นั เสียชวี ติ เป็นการพลกิ ความคิดของผู้อา่ นทำใหเ้ รื่องสน้ั เร่ืองน้ี
มคี วามสนุกในการอ่านเพิ่มขึ้น และการทีเ่ คา้ รกั และเฝ้ามองหญงิ สาวคนนน้ั ไม่เคยเปล่ยี นแปลงเม่อื รู้ข่าวเขาก็ใจหาย แต่ความรัก
ท่มี ีให้ตอ่ หญงิ สาวไม่เคยจางหายไป
2 หญิงสาวนักศึกษาตัวละครนี้ถูกสร้างขึ้นมาไม่มีแม้แต่บทละครพูด ตัวละครนี้ จึงรู้จัก ผ่านทางผู้ชายเล่าเรื่องเท่านั้นซึ่งจาก
บทบญั ญตั ใิ ห้ผชู้ ายก็เล่าเรือ่ งเท่านนั้ ทำให้ บชภมองเหน็ ตัวละครผหู้ ญิงสาวนักศกึ ษาว่าเปน็ คนทีม่ ีบุคลกิ เป็นคนทเี่ รียบร้อยและ
เตง็ กาย สภุ าพ ท้งั กิรยิ าและวาจา
5.บทสนทนา
" เธอมาแล้ว เดินมาแลว้ กำลังจะลงสะพานไม้มาแลว้ มือขวาถอื หนังสอื แนบอกพร้อมด้วยกระเปา๋ สี
ดำใบเล็กๆ ผา้ เชด็ หนา้ สขี าวอยใู่ นมือซ้าย เธอลงสะพานไมม้ าแลว้ ...เดนิ ตรงมาทผี่ มแลว้ ...เธอเดนิ ผา่ น
ไปแลว้ ปากผมไมไ่ ดข้ ยับเลย" (บา้ นเราอยใู่ นซอยเดียวกนั ๒๐๐๘-๒๐๑)
6.ฉากและบรรยากาศ
" ซอย" เปน็ ฉากทเ่ี หน็ เด่นชัดทสี่ ุดของเรอื่ งส้นั เรื่องนี้ ซึ่งผู้เขียนไดบ้ รรยายลกั ษณะของซอยใน
กรุงเทพธนบุรีกว่าห้าหม่ืนหกพนั ซอยไดอ้ ย่างชัดเจน และตรงกบั ความเป็นจริง คอื เป็นซอยเปลยี ว มี
พวกจกิ๊ โก๋ ประจำซอย ทำให้เมื่อเราอ่านเรื่องสน้ั เรอื่ งนี้ แลว้ จะมคี วามเชอื่ เปน็ เร่อื งจริง ไมไ่ ดเ้ ปน็ ฉากที่
ไกลตวั ดังปรากฏในตัวอย่างต่อไปน้ี
บ้านผมอยู่ในซอยเหมือนอีกหา้ หมืน่ หกพันซอย ในกรงุ เทพธนบุรที ่จี อแจและคบั แคบ( หน้า ๑๙๑)
7.กลวิธใี นการเขยี น
- กลวิธีการเล่าเรื่อง ผู้เขียนเล่าเรื่องโดยให้เหน็ ว่าผูช้ ายมลี ักษณะนิสัยเป็นคนทีไ่ ม่กล้าแสดงออก และ ชื่นชมการเลา่
เร่อื งผหู้ ญิงผ่านทางผ้ชู ายคนนนั้ ว่าผหู้ ญิงมลี ักษณะนสิ ยั ทเ่ี รยี บรอ้ ย บคุ ลกิ ภาพดี การแต่งกายก็เรียบร้อยเชน่ กัน
-กลวิธกี ารตง้ั ชอ่ื เร่ือง ทำให้เราคิดว่าช่ือเร่อื งตอ้ งเกีย่ วกับการท่เี ราอยูใ่ นซอยเดยี วกนั ทำใหเ้ กิดความรูส้ ึกต่างๆมากมาย
15
คณุ ค่าทางสังคม สะทอ้ นภาพสังคมท่ีแตกต่างกนั อยา่ งหลากหลาย ไว้ในเรอ่ื งส้ันเรอื่ งต่าง ๆ ท้งั ด้าน
การเมืองการปกครอง วิถชี ีวิต การคมนาคมและความเชื่อ
8.สำนวนภาษา
-การใชถ้ อ้ ยคำ ในเรื่อง บา้ นเราอยู่ในนี้ซอยเดยี วกันใช้ถ้อยคำทดี่ เู หมอื นกับคำพูดท่วั ไปแต่ใน
คำพดู มนั แฝงใหเ้ ราคดิ ตามและเขยี นให้เหมอื นกับชีวิตจรงิ ท่ตี อ้ งพบเจอ ซงึ่ เป็นการเล่าเร่อื งท่ีสอ่ื วา่ เขาสนใจหญิงสาวคนนน้ั
จริงๆ
9. กลวธิ กี ารนำเสนอ
เปน็ การนำเสนอโดยผ่านการเล่าเร่ือง "บา้ นเราอยูใ่ นนีซ้ อยเดยี วกนั " นำเสนอเรื่องราวของความรักในแง่มมุ หนง่ึ ไดอ้ ย่างน่าสนใจ
เปน็ ความรักท่ฝี ่ายชายแอบรักอยู่เพยี งขา้ งเดยี ว แล้วในตอนสดุ ท้ายความรกั ก็ไมส่ มหวังเพราะฝ่ายหญิงนนั้ เสียชวี ิต เปน็ การพลิก
ความคิดของผู้อ่านทำให้เร่อื งสั้นเรือ่ งน้ี
มีความสนกุ ในการอ่านเพิ่มขึ้น
10. สรปุ จบของเร่ือง
บ้านเราอยใู่ นน้ซี อยเดยี วกนั เปน็ ชื่อเร่ืองทเี่ ต็มไปดว้ ย
ความสุข คอื ผู้แตง่ ใช้คำวา่ "บา้ นเรา" น่ันหมายถงึ สายสัมพันธอ์ นั ดตี อ่ กัน ชอ่ื เร่อื งนน้ี า่ จะเปน็
การตง้ั หรือคำพูด ดวามคิด ของตัวละดรฝ่ายชายเพราะทกุ ครั้งเขาจะอารมณ์ดแี ละมคี วามสุข
ทุกคร้งั ทเ่ี ขาเดนิ เขา้ ออกในซอยนต้ี ามหลงั เธอ สิ่งท่เี ขาร้สู กึ วา่ ซอยน้มี ดี ีอยู่สงิ่ เดียว คอื มเี ธอ
"บ้านเราอยใู่ นน้ซี อยเดยี วกนั " นำเสนอเรื่องราวของความรักในแง่มมุ หน่งึ ไดอ้ ย่าง
นา่ สนใจ เป็นความรักทีฝ่ ่ายชายแอบรกั อยูเ่ พียงข้างเดยี ว แลว้ ในตอนสุดทา้ ยความรัก
กไ็ ม่สมหวังเพราะฝา่ ยหญงิ นน้ั เสยี ชวี ิต เปน็ การพลกิ ความคิดของผ้อู า่ นทำให้เรือ่ งสั้นเรอ่ื งน้ี
มีความสนกุ ในการอ่านเพิ่มข้ึน
16
กา
กล่าวถึงตวั ละครเอกซง่ึ เป็นผเู้ ลา่ เรือ่ ง ใช้สรรพนามแทนตัวเองว่า “ผม” เขา เล่าวา่ มกี าตวั หนึ่ง คอยมาเกาะที่สายไฟฟา้
ตรงกบั หนา้ ตา่ งหอ้ งนอนของเขา และเคยโผ จะเข้ามาทางหน้าต่างเพื่อโจมตีเขาดว้ ย แต่ โชคดีท่ีเขารีบปิดหนา้ ต่างมุง้ ลวดทนั
ตอ่ มา เพื่อนสนิทของเขาเกิดเสยี ชีวิตจากการ กระโดดตึกตายติดๆกันท้งั สองคน โดยที่ บรเิ วณใบหน้าของเพื่อนทตี่ ายท้งั สองคน
น้นั มี รอ่ งรอยของบาดแผลที่ใบหนา้ จากการถูกกาตี ในระยะเวลานั้นเขามักไดก้ ลิน่ เหมอื นขนนก ถกู เผา เขาเรมิ่ ไม่เช่อื ว่าเพือ่ น
ทั้งสองจะ กระโดดตึกตาย และเริม่ รชู้ ะตากรรมของ ตนเองดี เขาจงึ ตดั สนิ ใจที่จะเผชิญหน้ากบั กา
ในช่วงนั้นเขาระลึกได้ว่า ในสมัย เดก็ ๆ เขาและเพื่อนสนทิ ทง้ั สองคนที่ตายไป เคยจบั กาตัวหนง่ึ มาทรมาน โดยเขาเปน็ ผวู้ าง บว่ ง
ดัก ส่วนเพ่อื นๆ เป็นคนจบั กาด้วยการดงึ ปกี กาให้กางออกและจุดไมข้ ีดเผากา เขาเปน็ คนบอกใหเ้ พ่ือนๆ ปลอ่ ยกาไป แตถ่ งึ
กระนน้ั กาก็ตายเพราะถูกทรมาน
เม่ือเขาระลึกนึกถงึ พฤตกิ รรมของ ตนเองได้ เขาตดั สินใจที่จะยอมตายเพ่ือชดใช้หนีก้ รรมและขออโหสิกรรมกับกา เขา พยายาม
ปอ้ งกนั ตนเองดว้ ยการลา่ มโซ่ขา ตนเองไว้กบั เตียงเพ่อื ไมใ่ ห้ตกลงไปจากบา้ น แต่แล้วในท่ีสดุ เขาก็ไขกุญแจโซ่ออก เดนิ ออกไปที่
ระเบยี งบา้ น และกล่าวขออภยั กาตวั น้ัน
เขามาร้สู กึ ตวั อกี ทีตอนใกลร้ งุ่ และ พบวา่ ตนเองนอนอยู่ท่ีสนามหญา้ หนา้ บา้ น บาดเจ็บท่ขี อ้ เท้าและขัดยอกตามรา่ งกาย เขา ได้
กลน่ิ ขนนกไหม้ เขามองเห็นกาตวั นนั้ เกาะ อยบู่ นสายไฟฟา้ กามองมาทเี่ ขาโดยไมไ่ ดบ้ นิ เข้ามาทาร้าย เขามองสบตากับกาจนร่าง
ของ กาค่อยๆ เลือนหายไปกับแสงอาทิตย์ในยามค่ำ
วิเคราะหเ์ นอื้ เรือ่ ง
1.รปู แบบ
วรรณกรรมร้อยแกว้ เรื่อง กา
ประเภท เรอ่ื งสน้ั
2.โครงเร่อื ง
-การเริ่มเรื่องหรือการเปิดเร่ือง เริ่มต้นด้วยคำบรรยายว่า ผมไม่ได้ประหลาดใจอะไรนกั เม่ือเห็นการ์ตนู น้ันครั้งแรก
ในตอนเช้า ทำไมมีก้าถึงมาก็อยู่ที่สายไฟใกล้บ้านใกล้ระเบียงห้องนอนของเขา สิ่งแรกที่เขาทำหรือก็คือ มองผ่านประตูมุง่ ลวด
ออกไปข้างนอก เมื่อเห็นกาตอนนน้ั คล้ายๆวา่ จะสบสายตากับเขานิด หน่ึงก่อนท่มี ันจะผบู้ นิ ขน้ึ หายไป
- การดำเนินเร่ือง เพื่อนสนทิ ของเขา รายเสียชีวิต คลงั สองคน มรี ่องรอยบาดแผลทพ่ี นิ าศจากการถูกการ์ดตี เขาเร่มิ ไม่
แนใ่ จวา่ ทงั้ สองคนจะกระโดดตึกตายกัน ไว้และเรมิ่ รชู้ ะตากรรมของตนเองดีที่ต้อง ตัดสนิ ใจเผชิญกับกา เพราะในสมยั เด็กๆ เขา
และเพื่อนสนิทของเขาทัง้ สองคนทต่ี ายไปแล้ว เคยจบั กามาทรมาน สว่ นเพื่อนเป็นคนจับกา ด้วยการดึง ฎกี าให้กางออก แต่เขาก็
เป็นคนบอกให้เพื่อนๆปลอ่ ยกาไป แตก่ ากต็ ายยงั ทรมาน
-การจบเร่ืองหรือการปิดเรือ่ ง เขาสบสายตากนั น่งิ และนาน เขาคดิ ว่ามนั จะโผล่บนิ ขึน้ ไปแต่มันกไ็ ม่ หงส์ก็นิ่งมองเขา
อยูแ่ ล้วกเ็ หมือนภาพฝนั ประหลาดร่างฯคงกาปีศาจเร่ิมเลือนเล่ือนไปจนกระทง่ั เขาสามารถมองเห็นทะลรุ ่างของมันไปเห็นกิ่งสน
ไดร้ า่ งของเจา้ กาปลัดเร้ือนหายไปกบั แสงอาทติ ยท์ เ่ี รืองรงุ่ ขน้ึ ยามเชา้
17
3.แนวคดิ
เลวคิดของเรือ่ งน้ีมคี วามเช่ือ เช่น แนวคิดเรื่องกฎแห่งกรรม ดังคำพูดของเขาท่ีว่า โธ่เอ๊ยเกือบสามสิบปที ีแ่ ล้ว เขาลืมไปแลว้
เขาลืมไปหมดแล้วเรายังไม่ส้ินเวรสิ้นกรรมกนั อกี หรอื นี่
แนวคิดเร่อื งการชดใช้กรรมผูเ้ ขียนแสดงแนวคิดการชดใช้กรรมคือให้ฝ่ายถูกกระทำไดก้ ลับมาแกแ้ ค้นดงั คำพูดของผมซ่ึงเป็นตัว
ละครเอก สอนใหเ้ ราไดม้ ีคุณธรรมจรยิ ธรรมในการใช้ชีวติ ปฏบิ ตั ิตนอย่างไรให้ถูก ไม่เบียดเบียนสัตว์ และมนุษยด์ ว้ ยกัน
4.ตวั ละคร
การดำเนินเรื่อง ให้ตัวละครเอกเป็นผู้ดำเนินเรื่องและกาเป็นตัวละครปฏิปักษ์ ที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับตัวละครเอก ผู้เขียนให้กา
เป็นตัวละครปฏบิ ตั ิ ได้เหมาะสม เป็นคนท่ชี อบเพ้อรำพงึ และ พดู อย่เู ร่อื ยๆเสมอวา่ ทำไมไม่สิ้นเวรสิน้ กรรม
ดังเชน่ ตัวละครเอกเม่อื สมัยยังเปน็ เด็กนกั เรยี น มนี ิสัยชอบรังแกสัตว์ ทรมานสัตว์ แลว้ กป็ รับเปลีย่ นเป็นสงสารคิดที่จะปล่อยสัตว์
นนั้ ไป ครน้ั เมอื่ อยู่ในวัยผใู้ หญ่กไ็ ด้คิด ยอมรบั ในการกระทำของตนเอง ส่วนตัวละครปฏปิ กั ษ์ คือ "กา" แม้ตายไปแล้วก็ยังมีความ
อาฆาตพยาบาทมกี ากลับมาแกแ้ ค้นแต่สดุ ท้ายก็ให้อภัย ยอมรับการอโหสิกรรมซ่งึ พฤติกรรมของตวั ละครท้ังสองท่ีเปล่ียนไปน้ีมี
ปรากฏในชวี ิตจรงิ ของมนษุ ย์
- ลักษณะนสิ ยั ของตัวละคร
ตวั ละครเอก คอื มีลักษณะนิสยั เปล่ียนแปลงไป ตามสถานการณ์ในเร่ือง มคี วามเป็นพลวัต ดงั เช่นตัวละครเอกเมื่อสมัยยัง เป็น
เดก็ นกั เรยี น มีนสิ ัยชอบรังแกสัตว์ ทรมาน
5.บทสนทนา
ส่วน ใหญ่เป็นการรำพึงกับตนเอง อาจเป็นเพราะ ตัวละครปฏิปักษ์เป็น “กา” ดังตัวอย่าง “ไปก็ ไป แกไปไหนฉันไปด้วย ขอ
เพียงแกใหอ้ ภยั ฉัน ในเหตกุ ารณว์ ยั เดก็ นน้ั เถิด ขอให้สนิ้ เวรสิน้ กรรมกนั ท่คี วามตายของฉันนี่แล้วกัน”
6.ฉากและบรรยากาศ
ผูเ้ ขียน เขียนให้เหน็ และย้อนไปถึงในอดีต ทต่ี วั ละครเอกไดท้ ำอะไรกับกาไว้ กระทำอะไร ไว้อยา่ งไร แสดงให้เหน็ ถงึ บรรยากาศ
การจองเวรจองกรรมเเละอดตี เม่อื สามสิบปที แี่ ล้ว
7.กลวิธีในการเขยี น
- กลวธิ กี ารเล่าเรอ่ื ง สามารถใหเ้ ราเห็นได้ชัดวา่ ในอดีตเค้าได้ไปทำอะไรมาอยา่ งไรกบั ใครที่ไหนอย่างไร
-กลวธิ ีการต้ังชือ่ เรอ่ื ง เหมอื นวา่ ผู้เขียนกำลงั ซื้อถงึ ทีต่ วั ละครเอกและเพื่อน ได้กระทำอะไรไว้กับกาและ กาก็กลับมา
แกแ้ คน้ และสอน ว่าใหม้ คี ุณธรรมจริยธรรมในการใชช้ ีวติ
8.สำนวนภาษา
-การใช้ถอ้ ยคำ ในเรื่อง กาใชถ้ ้อยคำทดี่ ูเหมือนกับคำพดู ทั่วไปแต่ใน
คำพดู มนั แฝงให้เราคิดตามและเขยี นให้เหมอื นกับชีวิตจริงทีต่ อ้ งพบเจอ
18
9.กลวิธีการนำเสนอ
เป็นการนำเสนอท่ีใหข้ อ้ คิดหรือคตเิ ตือนใจเรือ่ งการทำบาป เช่น ๑) แนวคดิ เรอื่ งกฎแห่งกรรม ดงั คำพดู ของ "ผม"ซง่ึ เป็นตัวละคร
เอก "โธ่เอ๋ย...เกือบสามสิบปีแลว้ ผมลืมไปหมดแล้ว เรายังไมส่ ิน้ เวรสิน้ กรรมกนั อีกหรือน"ี่
๒) แนวคิดเร่ืองการชดใชก้ รรมผู้เขียนแสดงแนวคิดว่า การชดใช้กรรมคือการให้ฝ่ายที่ถกู กระทำได้กลับมาแกแ้ คน้ ดังคำพดู ของ
"ผม"ซึง่ เปน็ ตัวละครเอก "เชิญเลยเชญิ เถดิ ไอเ้ พอ่ื นยาก ถ้าแกคิดวา่ ฆ่าฉนั ได้อกี คนแลว้ เป็นอันสิ้นสดุ เชญิ เลย ฉนั ยอมตาย และ
จะตายอย่างยินดีเพือ่ ไถบ่ าป มีวธิ ีฆ่า
ฉันอย่างไรก็เชิญ" ๓) แสดงความเชือ่ เรอื่ ง “อโหสิกรรม " ตามความเชือ่ ของคนท่ัวไปวา่
หมายถึง การยกโทษใหห้ รอื การเลกิ แลว้ ต่อกัน
9.สรุปจบของเร่ือง
แม้วรรณกรรมเรอ่ื ง "กา" อาจมเี รอื่ งของ ผี ปีศาจและความเร้นลบั แฝงอยู่ แต่
กเ็ ปน็ เพียงกลวธิ ีของผูเ้ ขียนทจ่ี ะทำให้ผอู้ ่านอยากติดตาม แตส่ ิง่ ทน่ี ่าช่ืนชมสำหรับวรรณกรรมเรื่องน้ีนอกจากจะมคี วามดเี ดน่ ใน
ด้านความบนั เทิง, การเขียนองค์ประกอบของเรอื่ งทชี่ ่วยทำใหผ้ อู้ ่านคล่ีคลายใจในตอนจบของเรอ่ื ง, มีคุณค่าในเชงิ ศีลธรรม, เปน็
ประวัตทิ างวรรณกรรมทบ่ี นั ทึกไว้ว่ามงี านเขยี นช้นิ นี้
เกดิ ขึ้นในโลกหนงั สือ และเปน็ งานเขยี นท่ีใหแ้ ง่คิดในเชิงศลี ธรรมแลว้ ยังเป็นงานเขียนท่มี คี วามร่วมสมยั ใหข้ ้อคิดเตอื นใจ ใหล้ ะ
การกระทำช่ัว มีความรกั ความเมตตาต่อสรรพสตั ว์ร่วมโลก ซง่ึ อยา่ งน้อยทส่ี ดุ อาจทำให้คดีการกระทำทารุณกรรมสัตว์ คดกี าร
ลักลอบฆา่ สตั ว์ปา่ อาจลดน้อยลง
19
บรรณานกุ รม
๑ หนงั สอื
๑.๑ วาณิช จรุงกจิ อนนั ต.์ ซอยเดียวกัน. รางวลั ซีไรตว์ รรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม แหง่ อาเซียน ประจำปี 2527
๒ เว็บไซต์
๒.๑ เรอ่ื งย่อ ซอยเดยี วกัน ตอน เมืองหลวง
https://eclassnet.kku.ac.th/etraining/file/1226398762-
S.E.A.write%20%20%AB%CD%C2%E0%B4%D5%C2%C7%A1%D1%B9.doc
๒.๒ ประวัติผ้เู ขียน
https://th.m.wikipedia.org/wiki/วาณชิ _จรุงกิจอนันต์