ชุดการจัดการเรียนรู้3R8C เรื่อง โครงงานสะเต็มศึกษาไดจ ้ ดัทา ข้ึนเพื่อใชเ ้ป็ น สื่อการเรียนการสอนในระดบัช้นั ป.6 กล่มุสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ซ่ึงมีเน้ือหา สอดคลอ ้ งกบัสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ตามที่หลกัสูตรการศึกษาข้นัพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 ปรับปรุงพุทธศักราช 2560 กา หนดไว ้โดยได้เสนอภาพประกอบที่ สวยงาม เหมาะสมกบัวยัของนกัเรียน ชุดการจัดการเรียนรู้3R8C เล่ม 3 เรื่อง โครงงานสะเต็มศึกษา ที่ผู้จัดท าได้สร้าง ข้ึนเพ่อมุ่งหวงัจะแกป้ัญหานกัเรียนใหม ้ีความรู้ ความเขา ้ใจในเน้ือหาเพิ่มข้ึน ซ่ึงเป็ นประโยชนต ์ ่อการพฒันาทกัษะกระบวนการทางวทิยาศาสตร ์ เนื่องจาก ในห้องเรียนมีนักเรียข้นัที่มีความแตกต่างกนั ในหลาย ๆ ดา ้ น ชุดการจัดการเรียนรู้เล่มน้ี ไดจ ้ ดัเน้ือหาจากง่ายไปหายากใหน ้ กัเรียนได้ศึกษาเน้ือหาแต่ละตอน พร ้ อมท้งัให ้ นักเรียนได้ตรวจสอบความถูกต้อง จึงเป็ นการเสริมแรงให้นักเรียนรู้ผลทันที ขา ้ พเจา ้ หวงัเป็ นอยา่งยงิ่วา่ ชุดการจัดการเรียนรู้เล่มน้ีคงจะเป็ นประโยชนต ์ ่อครู และนักเรียนในการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ที่จะนาทางให้นักเรียนไดม ้ีความรู้ เขา ้ใจเน้ือหา และสามารถนาไปปฏิบัติได้ ศิริพร พันธ์ใย ค าน า
หน้า ค ำชี้แจง 1 ค ำแนะน ำกำรใช้ชุดกำรจัดกำรเรียนรู้ 2 แบบทดสอบก่อนเรียน 3 กระดำษค ำตอบก่อนเรียน 5 สำระส ำคัญ จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 6 ใบควำมรู้ที่ 1 7 ใบควำมรู้ที่ 2 8 ใบควำมรู้ที่ 3 9 ใบควำมรู้ที่ 4 10 ใบควำมรู้ที่ 5 13 กิจกรรมที่ 1 14 กิจกรรมที่ 2 15 กิจกรรมที่ 3 16 กิจกรรมที่ 4 17 กิจกรรมที่ 5 18 แบบทดสอบหลังเรียน 19 กระดำษค ำตอบหลังเรียน 21 บรรณำนุกรม 22 ภำคผนวก 22 เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน 2 3 เฉลยกิจกรรมที่ 1 2 4 เฉลยกิจกรรมที่ 2 25 เฉลยกิจกรรมที่ 3 2 6 เฉลยกิจกรรมที่ 4 27 เฉลยกิจกรรมที่ 5 28 เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน 29 บรรณำนุกรม 30 สารบัญ
ชุดกำรจัดกำรเรียนรู้3R8C เรื่อง โครงงานสะเต็มศึกษา เป็นสื่อกำรสอน กลุ่ม สำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ ชั้นประถมศึกษำปีที่ 6 จ ำนวน 4 ชั่วโมง ประกอบด้วย สำระส ำคัญ คือ โครงงำนสะเต็มศึกษำ ให้ศึกษำสิ่งต่อไปนี้ 1. ชุดกิจกรรมโครงงำนสะเต็มศึกษำ ใช้เวลำในกำรท ำกิจกรรม 4 ชั่วโมง 2. ตัวแทนกลุ่มรับเอกสำรในกำรเรียนกำรท ำกิจกรรม 3. ส ำรวจเอกสำรที่ได้รับ ประกอบด้วย 3.1 ค ำชี้แจง 3.2 จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 3.3 เวลำที่ใช้ 3.4 แบบทดสอบก่อนเรียน 3.5 ใบควำมรู้ 3.6 กิจกรรมตรวจสอบควำมเข้ำใจ 3.7 กิจกรรมสะเต็ม 3.8 แบบทดสอบหลังเรียน 3.9 แนวค ำตอบ 4. ตัวแทนกลุ่มแจกเอกสำรที่ได้รับแก่สมำชิก 5. ทุกคนในกลุ่มอ่ำนเอกสำรให้เข้ำใจ 6. ด ำเนินกำรตำมที่ระบุไว้ในเอกสำรตำมล ำดับ ในขณะที่นักเรียนด ำเนินตำม กิจกรรม หำกพบปัญหำ ให้ปรึกษำกันในกลุ่ม เพื่อ แก้ปัญหำ หำกแก้ปัญหำไม่ได้ให้ แจ้งครู เพื่อรับค ำแนะนำ 8. เนื้อหำและกิจกรรมในแต่ละตอนจะจัดให้สอดคล้องกับจุดประสงค์ กำรเรียนรู้ที่ระบุไว้ 9. เฉลยแต่ละกิจกรรมจะอยู่หน้ำถัดไปของทุกกิจกรรม ชุดกำรจัดกำรเรียนรู้ 3R8C เรื่อง โครงงานสะเต็มศึกษา ชั้นประถมศึกษำปีที่ 6 จะช่วยอ ำนวยควำมสะดวกในกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนกำรสอนของครู และช่วยให้นักเรียน ได้เรียนรู้เนื้อหำง่ำยขึ้น ศิริพร พันธ์ใย ค าชี้แจง 1
ค าแนะน าการใช ้ ชุดการจัดการเร ี ยนร ู้ การศึกษาชุดการจัดการเรียนรู้3R8C เรื่อง โครงงานสะเต็มศึกษา มีข้นัตอน ดงัน้ี 1. ทา แบบทดสอบก่อนเรียน และตรวจคา ตอบจากเฉลย แลว ้ บนัท ึ ก คะแนนข้นัที่ได้ไว้ 2. ศึกษาสาระส าคัญและจุดประสงค์การเรียนรู้ 3. ศ ึ กษาเน้ื อหาแต่ละตอนใหเ ้ ขา ้ใจ 4. ทา กิจกรรมตามคา สงั่ และตรวจสอบความถูกต้อง 5. ศึกษาสรุปบทเรียนให้เข้าใจ 6. ท าแบบฝึ กหัดทบทวน ตรวจค าตอบจากเฉลย แล้วบันทึกคะแนน ที่ได้ไว้ 7. ท าแบบทดสอบหลังเรียนและตรวจสอบจากเฉลย แล้วบันทึกคะแนน ที่ได้ไว้ อ่านค าแนะน าแล้ว เข้าใจไหมคะ 2
1. โครงงำนสะเต็มศึกษำหมำยถึงข้อใด 1) เป็นกิจกรรมที่ไม่ใช้วิธีกำรทำงวิทยำศำสตร์ 2) เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวกับวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี 3) เป็นกิจกรรมที่ไม่ใช้ทักษะกระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์ 4) นักเรียนเป็นผู้ริเริ่มและเลือกเรื่องที่จะศึกษำค้นคว้ำเอง ก. 1), 2) ข. 2), 3) ค. 2), 4) ง. 1), 4) 2. โครงงำนสะเต็มศึกษำแบ่งตำมลักษณะของกิจกรรมมีกี่ประเภท ก. 3 ประเภท ข. 4 ประเภท ค. 5 ประเภท ง. 6 ประเภท 3. โครงงำนสะเต็มศึกษำเรื่อง “ปลำในอ่ำงเก็บน้ ำบ้ำนตรอก โครงกำรพัฒนำพื้นที่อ ำเภอ ปรำงค์กู่อันเนื่องมำจำกพระรำชด ำริ” ควรจะเป็นโครงงำนประเภทใด ก. โครงงำนประเภททฤษฎี ข. โครงงำนประเภททดลอง ค. โครงงำนประเภทสิ่งประดิษฐ์ ง. โครงงำนประเภทส ำรวจ 4. ข้อใดไม่จัดเป็นโครงงำนสะเต็มศึกษำ ก. กำรท ำกำรทดลองเรื่องกำรสกัดสำรก ำจัดศัตรูพืชจำกสะเดำซึ่งซ้ ำกับกำรทดลอง ของนักวิทยำศำสตร์ ข. กำรประกอบอำหำรแปลกๆ ตำมสูตรอำหำรที่คิดขึ้น ค. กำรส ำรวจปริมำณกำรใช้น้ ำประปำในเขตต ำบลโคกสะอำด โดยแยกตำมอำชีพ ของประชำชน ง. กำรท ำยำหม่องจำกสูตรที่คิดขึ้นเอง 3 แบบทดสอบก่อนเรียน ให้นักเรียนกาเครื่องหมายกากบาท (x) ลงในช่องตัวอักษร ก ข คและ ง ให้เห ็ นวา่ถูกที่สุดลงในกระดาษคา ตอบ (ข้อละ 1 คะแนน เวลา 10 นาที) ค าชี้แจง
5. โครงงำนสะเต็มศึกษำในข้อใดต่อไปนี้ ไม่จัด เป็นโครงงำนประเภททดลอง ก. พิสูจน์ว่ำไข่และเหรียญเงินถอนพิษไข้ได้จริงหรือไม่ ข. กำรท ำกระดำษจำกสับปะรด และฟำงข้ำวแล้วทดสอบคุณสมบัติของกระดำษที่ใช้ ค. กำรเพิ่มผลผลิตเห็ดนำงฟ้ำด้วยกำรใช้ไฟฟ้ำกระตุ้น ง. เลี้ยงผึ้งเพื่อศึกษำวงจรชีวิต 6. ข้ำวเหนียวเห็นเชื้อรำขึ้นในกระเบื้องห้องน้ ำ จึงคิดหำวิธีกำรก ำจัดเชื้อรำโดยท ำโครงงำน วิทยำศำสตร์ขึ้น โครงงำขั้นที่ข้ำวเหนียวท ำขึ้นควรเป็นโครงงำนประเภทใด ก. โครงงำนประเภทส ำรวจ ข. โครงงำนประเภททดลอง ค. โครงงำนประเภททฤษฎี ง. โครงงำนตำมสำระกำรเรียนรู้ 7. ขั้นตอนสุดท้ำยของกำรท ำโครงงำนคือข้อใด ก. กำรลงมือท ำโครงงำน ข. กำรเขียนรำยงำนโครงงำน ค. กำรแสดงผลงำน ง. กำรท ำเค้ำโครงโครงงำน 8. โครงงำนประเภทส ำรวจรวบรวมข้อมูล บำงครั้งจะมีกำรศึกษำวิเครำะห์หรือทดลอง ใน ห้องปฏิบัติกำร แต่จุดส ำคัญคือข้อใด ก. มีกำรตั้งสมมติฐำน ข. มีกำรก ำหนดและควบคุมตัวแปร ค. มีกำรจัดซื้อชุดทดลองและควบคุมเพื่อเปรียบเทียบ ง. ไม่มีกำรจัดชุดทดลองและควบคุมเพื่อเปรียบเทียบ 9. สะเต็มศึกษำเป็นกำรบูรณำกำรกำรเรียนรู้วิชำใดบ้ำง ก. วิทยำศำสตร์ คณิตศำสตร์ ภำษำอังกฤษ ข. วิทยำศำสตร์ คณิตศำสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศำสตร์ ค. วิทยำศำสตร์ คณิตศำสตร์ และวิศวกรรมศำสตร์ ง. วิศวกรรมศำสตร์ และวิทยำศำสตร์ 10. ข้อใดเป็นควำมส ำคัญของโครงงำนสะเต็มศึกษำถูกต้องทั้งหมด 1) เป็นกำรศึกษำหำควำมรู้ด้วยตนเองที่หลำกหลำย 2) ภูมิปัญญำท้องถิ่นหรือชุมชนไม่มีส่วนร่วมในกำรท ำโครงงำน 3) เปิดโอกำสให้นักเรียนได้พัฒนำและแสดงควำมสำมำรถตำมศักยภำพของตนเอง 4) เป็นกำรฝึกให้ผู้เรียนมีควำมช ำนำญในกำรน ำวิธีกำรทำงวิทยำศำสตร์ไปศึกษำหำ ควำมรู้ใหม่ๆ ก. 1) กับ 2) ข. 2) กับ (3) ค. 3) กับ 4) ง. 2) กับ 4 4
ชื่อ.....................................................เลขที่...................ช้นั............................. กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร ์ โรงเรียน.............................................. อ าเภอ..............................................จังหวัด..................................................... ช้นที่ ั ...........................เดือน...................................พ.ศ. .................................... ข้อ ก ข ค ง 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. กระดาษค าตอบ คิดดี ๆ ก่อนกากบาท นะคะ 5
จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. เพื่อพัฒนำให้ผู้เรียนเกิดทักษะที่จ ำเป็นในศตวรรษ ที่ 21 2, เพื่อให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียนตำมเป้ำหมำย คุณภำพกำรศึกษำที่โรงเรียนก ำหนด 3. ส่งเสริมนักเรียนสำมำรถน ำควำมรู้ที่ได้ไปใช้ใน ชีวิตประจ ำวัน 3. 6 สาระส าคัญ โครงงานวิทยาศาสตร์คือ กำรศึกษำเพื่อค้นพบควำมรู้ใหม่ สิ่งประดิษฐ์ใหม่ และวิธีกำร ใหม่ด้วยตัวนักเรียนเอง โดยใช้ วิธีกำรทำงวิทยำศำสตร์และทักษะกระบวนกำรทำง วิทยำศำสตร์ สะเต็มศึกษำ คือกำรเรียนรู้เนื้อหำและทักษะด้ำนวิชำ วิทยำศำสตร์(Science) คณิตศำสตร์ (Mathematics) วิศวกรรมศำสตร์ (Engineering) และเทคโนโลยี(Technology
โครงงานวิทยาศาสตร์คือ กำรศึกษำเพื่อค้นพบควำมรู้ใหม่ สิ่งประดิษฐ์ใหม่ และวิธีกำร ใหม่ด้วยตัวนักเรียนเอง โดยใช้วิธีกำรทำง วิทยำศำสตร์และทักษะกระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์ซึ่งจะมีครูหรือ ผู้เชี่ยวชำญให้ค ำปรึกษำควำมรู้ใหม่ สิ่งประดิษฐ์ใหม่ และวิธีกำรใหม่ นั้นทั้ง ครูและนักเรียนไม่เคยรู้หรือมีประสบกำรณ์มำก่อน [ที่มา : สมำคมวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยีศึกษำไทย (มปป : 25) ] 7 โครงงำนวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยีหมำยถึง กำรท ำกิจกรรมทำง วิทยำศำสตร์ชนิดหนึ่ง ที่ผู้ท ำโครงงำนจะต้องน ำเอำวิธีกำรทำง วิทยำศำสตร์ (secientific method) และ กระบวนกำรทำง วิทยำศำสตร์ (science process) มำใช้เพื่อศึกษำหำทำงแก้ปัญหำ เรื่อง ใหม่ๆ หรือประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ๆ โดยผู้ท ำโครงงำน เป็นผู้คิด เรื่องหรือเลือกเรื่องที่ต้องกำร ศึกษำ มีกำรวำงแผนด ำเนินกำร (ลงมือ ปฏิบัติ) บันทึกผล วิเครำะห์ข้อมูล สรุปผล และเสนอผลงำน ด้วย ตนเอง ตั้งแต่ต้นจนส ำเร็จทุกขั้นตอน [ที่มา :จักรพันธุ์ ปัญจะสุวรรณ (2545 : 20) โครงงำนวิทยำศำสตร์ถือเป็นงำนวิจัยเล็ก ๆ ในระดับนักเรียน เพรำะเป็น กำรศึกษำ เรื่องรำวทำงวิทยำศำสตร์ ที่นักเรียนสนใจ โดย ใช้วิธีกำรทำงวิทยำศำสตร์เป็น แนวทำงในก ำรศึกษำและแก้ปัญหำ มี กำรวำงแผนที่จะศึกษำ ภำยในขอบเขตของระดับ ควำมรู้ ระยะเวลำ และอุปกรณ์ที่มีอยู่ และลงมือศึกษำส ำรวจ ทดลอง เพื่อรวบรวมข้อมูล แล้วน ำมำประมวลผลจนได้ข้อสรุปออกมำเป็นผลงำนที่มีควำมสมบูรณ์ ในตัวเอง โครงงำน วิทยำศำสตร์จึงเป็นกิจกรรมวิทยำศำสตร์ที่ช่วยให้ นักเรียนได้เรียนรู้ ฝึกฝนกำรใช้ทักษะ กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์ ในกำรแก้ปัญหำ รวมทั้งกำรพัฒนำเจตคติทำงวิทยำศำสตร์ [ที่มา : กระทรวงศึกษำธิกำร (2554 : 1)
8 ควำมส ำคัญของโครงงำนวิทยำศำสตร์กำรศึกษำค้นคว้ำด้วยโครงงำน วิทยำศำสตร์ช่วยให้นักเรียนเกิด กำรเรียนรู้ มีประสบกำรณ์จำกกำรปฏิบัติจริง ฝึก แก้ปัญหำด้วย กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์ซึ่งจะติดตัวผู้เรียนไปตลอด เมื่อมีข้อ สงสัย หรือปัญหำเกิดขึ้น จะแก้ปัญหำโดยใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์ซึ่งเป็นที่ ยอมรับกันทั่วไปว่ำเป็นสิ่งที่ส ำคัญกว่ำควำมรู้ที่ขำดกำรปฏิบัติ ทั้งนี้กระบวนกำร ดังกล่ำว จะท ำให้ผู้เรียนเกิดควำม เชื่อมั่นในตนเอง และกล้ำแสดงออก กล้ำแสดง ควำมคิด ควำมสำมำรถพิเศษของตนออกมำ โครงงำนวิทยำศำสตร์ยังมีควำมส ำคัญ อีก ดังนี้ 1. ช่วยพัฒนำสมองซีกขวำและสมองซีกซ้ำยเน้นจดจ่อ วิเครำะห์ แยกแยะ ส่วน สมองซีกขวำเน้นองค์รวม สังเครำะห์ สุนทรียภำพ ควำมคิดสร้ำงสรรค์ กำร พัฒนำพหุปัญญำเป็นกำรพัฒนำสมองทั้งสองซีก คือสมองซีกซ้ำยได้รับกำรพัฒนำ ด้ำนคณิตศำสตร์วิทยำศำสตร์ ภำษำ เป็นต้น สมองซีกขวำได้รับกำรพัฒนำวิเครำะห์ จดจ ำเกี่ยวกับควำมคิด สังเครำะห์ ควำมคิดริเริ่มสร้ำงสรรค์ สุนทรียภำพซึ่งเกี่ยวข้อง กับวิชำด้ำนภำษำ ศิลปะ ดนตรีนำฏศิลป์ เป็นต้น กำรท ำโครงงำนเป็นกำรพัฒนำพหุ ปัญญำ ซึ่งเป็นกำรพัฒนำทั้งสมองทั้ง สองซีก คือสมองซีกซ้ ำย และซีกขวำนั่นเอง 2. พัฒนำผู้เรียนเชิงรุก เน้นผู้เรียนตำมควำมสนใจ ตำมควำมถนัด ต ำม ศักยภำพแห่งตน ท ำให้ผู้เรียนเรียนรู้อย่ำงกระตือรือร้น และได้ฝึกทักษะกระบวนกำร ทำงวิทยำศำสตร์ 3. พัฒนำสมรรถนะทำงกำรคิด ให้เป็นผู้มีวิถีกำรเรียนรู้เป็นนักวิจัย เป็นผู้ เรียนรู้ตลอด ชีวิต 4. พัฒนำหลักฐำนที่แสดงควำมเข้ำใจอย่ำงคงทน กำรท ำโครงงำนเป็นกำร สร้ำงให้ได้งำน และชิ้นงำนหรือผลผลิต อันเป็นหลักฐำนที่แสดงควำมเข้ำใจอย่ำง คงทน เป็นควำมเข้ำใจ อย่ำงลึกซึ้งที่สำมำรถน ำควำมรู้ไปใช้ไปประยุกต์ใช้ได้ สรุป แล้วเป็นกำรเรียนรู้อย่ำงมีควำมหมำย (meaningful learning) 5. สร้ำงควำมส ำนึกและควำมรับผิดชอบในกำรศึกษำหำควำมรู้ต่ำงๆ ด้วย ตนเอง
6. เป็นก ำรเปิดโอก ำสให้นักเรียนได้พัฒนำและแสดงควำมสำมำรถ ตำมศักยภำพของ ตนเอง 7. เปิดโอก ำสให้นักเรียนได้ศึกษำค้นคว้ำและได้เรียนรู้ในเรื่องที่ ตนเองสนใจได้อย่ ำงลึกซึ้ง มำกกว่ำหลักสูตรปกติ 8. สร้ำงเจตคติที่ดีต่อวิช ำวิทยำศำสตร์ท ำให้นักเรียนอย ำกเรียน วิทยำศำสตร์มำกขึ้น 9. สร้ำงควำมสัมพันธ์ที่ดีระหว่ำงครูกับนักเรียนและชุมชน 10. เป็นก ำรเปิดโอก ำสให้ภูมิปัญญำท้องถิ่นได้เข้ำมำมีส่วนช่วยใน กำรจัดกำรเรียนกำรสอน 9
ใบความรู้ที่ 3 ประเภทของโครงงานสะเต็มศึกษา แบ่งตามลักษณะของกิจกรรม 1. โครงงำนสะเต็มศึกษำประเภทกำรทดลอง 2. โครงงำนสะเต็มศึกษำประเภทกำรส ำรวจ 3. โครงงำนสะเต็มศึกษำประเภทสิ่งประดิษฐ์ 4. โครงงำนสะเต็มศึกษำประเภททฤษฎี แบ่งตามแหล่งที่มา 1. โครงงำนตำมสำระกำรเรียนรู้ 2. โครงงำนตำมลักษณะกิจกรรม 3. โครงงำนตำมระเบียบแบบแผน แบ่งประเภทโครงงำนสะเต็มศึกษำตำมลักษณะของกิจกรรม มี 4 ประเภท ดังนี้ 1. โครงงำนสะเต็มศึกษำประเภทกำรส ำรวจ เป็นกิจกรรมกำรส ำรวจและ รวบรวมข้อมูล แล้ว น ำข้อมูลเหล่ ำนั้นมำจ ำแนกเป็นหมวดหมู่ แล้วน ำเสนอในรูปแบบต่ำง ๆ เพื่อให้เห็นลักษณะและ ควำมสัมพันธ์ ในเรื่องที่ต้องกำรศึกษำได้ชัดเจน เช่น กำรส ำรวจ กำรปลูกหอมและกระเทียมในจังหวัด ศรีสะเกษ 2. โครงงำนสะเต็มศึกษำประเภทกำรทดลอง เป็นกิจกรรมที่ออกแบบกำรทดลอง เพื่อศึกษำผล ของตัวแปรหนึ่งที่มีผลต่อตัวแปรอีกตัวหนึ่งโดยควบคุมตัวแปรอื่น ๆ ที่อำจมีผล ต่อตัวแปรที่ต้องศึกษำได้ เช่น กำรเปรียบเทียบค่ ำ pH ในผลไม้รสเปรี้ยว 3. โครงงำนสะเต็มศึกษำประเภทสิ่งประดิษฐ์หรือกำรพัฒนำ เป็นกิจกรรมที่ให้นักเรียน ประดิษฐ์ คิดค้นหรือดัดแปลงเครื่องมือเครื่องใช้ อุปกรณ์ต่ำง ๆ หรือสร้ำง แบบจ ำลองเพื่ออธิบำย แนวควำมคิดในกำรแก้ปัญหำโดยใช้วิธีกำรทำงวิทยำศำสตร์เช่น เครื่องช่วยปอกกระเทียม เครื่องซอย หอมแดงเพื่อท ำหอมเจียว เครื่องสั่งงำนอเนกประสงค์ 4. โครงงำนสะเต็มศึกษำประเภททฤษฎีหรือกำรอธิบำย เป็นกิจกรรมที่ให้นักเรียน เสนอแนวคิด ใหม่ๆ ในกำรสรุปประเด็น หรือเรื่องร ำวเพื่อใช้อธิบำยสถำนกำรณ์อย่ำงมีเหตุผล มีหลักกำรทำง วิทยำศำสตร์มีข้อมูลหรือทฤษฎีอื่นสนับสนุนอ้ำงอิง เช่น กำร อธิบำยอวกำศแนวใหม่ ทฤษฎีของจ ำนวน เฉพำะ ก ำเนิดของทวีปและมหำสมุทร ซึ่งเป็นกำรสร้ำงแบบจ ำลองทำงทฤษฎีอธิบำยกำรเกิดของทวีป และมหำสมุทรโดย อำศัยหลักฐำนทำงประวัติศำสตร์และทฤษฎีทำงวิทยำศำสตร์มำอ้ำงอิง มักเป็น โครงงำนทำง คณิตศำสตร์ หรือวิทยำศำสตร์บริสุทธิ์ 10
ใบความรู้ที่ 4 ขั้นตอนการท าโครงงานสะเต็มศึกษา ขั้นที่ 1 กำรคิดและเลือกชื่อเรื่องหรือปัญหำที่จะศึกษำ เป็นขั้นที่ส ำคัญที่สุดและยำกที่สุดของ กำรท ำโครงงำนสะเต็มศึกษำ นักเรียนต้องเป็น ฝ่ำยคิดและเลือกด้วยตนเอง ซึ่งมำจำกปัญหำ ค ำถำม จำกกำรอ่ำนค้นคว้ำหนังสือ เอกสำ ร กำรไปเยี่ยมชมสถำนที่ต่ำงๆ กำรฟังและชมร ำยกำรทำงวิทยุ โทรทัศน์ งำนอดิเรกของ นักเรียน ขั้นที่ 2 กำรวำงแผนในกำรท ำโครงงำน ได้แก่ กำรวำงแผนวิธีด ำเนินงำนในกำรศึกษำค้นคว้ำ ทั้งหมด เช่น วัสดุ อุปกรณ์ที่จ ำเป็นต้องใช้ในกำรทดลอง ก ำหนดขอบเขตของปัญหำ ตั้งวัตถุประสงค์ ศึกษำเอกสำร ตั้งสมมติฐำน ออกแบบกำรทดลอง และกำรก ำหนดตัวแปร สมมติฐำน หมำยถึง กำรคิด หำค ำตอบล่วงหน้ำก่อนจะท ำกำรทดลอง โดยอำศัย หลักกำรสังเกต ควำมรู้ประสบกำรณ์เดิมเป็น พื้นฐำน ซึ่งอำจเป็นสิ่งที่ถูกหรือผิดก็ได้ตัวแปรต้น หมำยถึง สิ่งที่เป็นเหตุที่ท ำให้เกิดผลต่ำงๆ หรือสิ่งที่ เร ำต้องกำรทดลอง ดูว่ำ เป็นส ำเหตุจริงหรือไม่ตัวแปรตำม หมำยถึง สิ่งที่เป็นผลเนื่องมำจำกตัวแปรต้น เมื่อตัวแปรต้นเปลี่ยนไป ตัวแปรตำมจะเปลี่ยนไปด้วย ตัวแปรควบคุม หมำยถึง สิ่งอื่นๆ นอกเหนือจำก ตัวแปรต้นที่มีผลต่อกำรทดลองด้วยซึ่ง ต้องควบคุมให้เหมือนกัน มิฉะนั้นอำจท ำให้เกิดผลกำรทดลอง คลำดเคลื่อน การเขียนเค้าโครงโครงงานสะเต็มศึกษา เค้ำโครงโครงงำนสะเต็มศึกษำเป็นหัวใจของโครงงำนสะเต็มศึกษำ เพรำะต้อง น ำเสนอครูที่ ปรึกษำเพื่อให้ควำมเห็นเพิ่มเติม และยังแสดงถึงควำมเป็นไปได้ของโครงงำน วิทยำศำสตร์ที่นักเรียน ต้องกำรลงมือศึกษำ เค้ำโครงโครงงำนสะเต็มศึกษำประกอบด้วย 1. ชื่อโครงงำน 2. ชื่อผู้ท ำโครงงำน 3. ชื่อครูที่ปรึกษำโครงงำน 4. ที่มำและควำมส ำคัญของโครงงำน 5. วัตถุประสงค์ 6. สมมติฐำนและกำรก ำหนดตัวแปร (ถ้ำมี) 7. วิธีด ำเนินงำน 7.1 วัสดุอุปกรณ์ 7.2 แนวกำรศึกษำค้นคว้ำและทดลอง 8. แผนกำรปฏิบัติงำน (ก ำหนดเวลำและกิจกรรมแต่ละขั้นตอน) 9. งบประมำณที่ใช้ในกำรท ำโครงงำน 10. ประโยชน์ที่คำดว่ำจะได้รับ 11. เอกสำรอ้ำงอิง 11
ใบความรู้ที่ 4 (ต่อ) ขั้นตอนการท าโครงงานสะเต็มศึกษา ขั้นที่ 3 กำรลงมือท ำโครงงำน ได้แก่กำรลงมือปฏิบัติตำมแผนงำขั้นที่ได้วำงไว้ล่วงหน้ำแล้วในข ขั้นที่ 2 หรือเมื่อเค้ำ โครงได้รับควำมเห็นชอบจำกอำจำรย์ที่ปรึกษำแล้วนั่นเอง ประกอบด้วยกำรสร้ำง/ จัดหำ เครื่องมือ กำรเก็บรวบรวมข้อมูล กำรสร้ำงหรือกำรประดิษฐ์ กำรปฏิบัติกำรทดลอง ซึ่ง สุด แล้วแต่จะเป็นโครงงำนประเภทใด และค้นคว้ำจำกเอกสำรต่ำง ๆ แล้วด ำเนินกำร วิเครำะห์ข้อมูล แปร ควำมหมำยข้อมูล และสรุปผลกำรศึกษำค้นคว้ำ ขั้นที่ 4 กำรเขียนรำยงำน เป็นกำรเสนอผลกำรศึกษำค้นคว้ำเป็นล ำยลักษณ์อักษรหรือเป็น เอกสำร เพื่อ อธิบำยให้ผู้อื่นทรำยรำยละเอียดทั้งหมดของกำรท ำโครงงำน ซึ่งประกอบด้วย ปัญหำที่จะ ท ำกำรศึกษำ วัตถุประสงค์ของกำรศึกษำ วิธีด ำเนินกำรศึกษำค้นคว้ำ อุปกรณ์หรือ เครื่องมือที่ใช้ ข้อมูล ต่ำง ๆที่รวบรวมได้ ผลที่ได้จำกกำรศึกษำค้นคว้ำ ตลอดจนประโยชนืและข้อเสนอแนะต่ำง ๆ ที่ได้จำก กำรท ำโครงงำนนั้น ซึ่งร ำยละเอียดจะได้ศึกษำต่อไป ขั้นที่ 5 กำรน ำเสนอผลงำน เป็นกำรเสนอผลง ำขั้นที่นักเรียนได้ศึกษำค้นคว้ำส ำเร็จลงแล้วให้ ผู้อื่นได้รับรู้และเข้ำใจ ซึ่งอำจกระท ำได้หล ำยรูปแบบ เช่น กำรน ำเสนอในงำนจัดนิทรรศกำรสำธิต ประกอบกำร ร ำยงำนปกเปล่ำ ฯลฯ ร ำยละเอียดจะได้ศึกษำต่อไป 12
ใบความรู้ที่ 5 ความรู้เกี่ยวกับสะเต็มศึกษา ที่มา : สถำบันส่งเสริมกำรสอนวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษำธิกำร. คู่มือกิจกรรมสะเต็ม ระดับชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 1-3. 2558. 13 สะเต็มศึกษำ (Science Tecknology Engineering and Mathematics Education) เป็นแนวทำงกำรจัดกำรศึกษำที่ บูรณำกำรวิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศำสตร์และ คณิตศำสตร์ ที่มุ่งแก้ไขปัญหำที่พบเห็นในชีวิตจริง เพื่อสร้ำงเสริม ประสบกำรณ์ ทักษะ ชีวิต ควำมคิดสร้ำงสรรค์ และเป็นกำรเตรียม ควำมพร้อมให้กับนักเรียนในก ำรปฏิบัติง ำนที่ต้องใช้องค์ควำมรู้ และทักษะกระบวนกำรด้ำน วิทยำศำสตร์ คณิตศำสตร์ รวมทั้ง น ำไปสู่กำร สร้ำงนวัตกรรมในอนำคต กำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษำเป็นกำรเรียนรู้ผ่ำน กิจกรรมหรือโครงงำน ที่บูรณำกำรกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ คณิตศำสตร์ เทคโนโลยี ผนวกกับแนวคิดกำรออกแบบ เชิง วิศวกรรม โดยนักเรียนจะได้ท ำกิจกรรมเพื่อพัฒนำควำมรู้ควำม เข้ำใจและฝึกทักษะด้ำน วิทยำศำสตร์ คณิตศำสตร์ เทคโนโลยี และน ำควำมรู้มำออกแบบชิ้นงำนหรือวิธีกำรเพื่อ ตอบสนองควำม ต้องกำรหรือแก้ปัญหำที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจ ำวัน เพื่อให้ได้ เทคโนโลยีซึ่ง เป็นผลผลิตจ ำกกระบวนกำรออกแบบเชิงวิศวกรรม สะเต็มศึกษำ คือกำรเรียนรู้เนื้อหำและทักษะด้ำนวิชำวิทยำศำสตร์ (Science) คณิตศำสตร์ (Mathematics) วิศวกรรมศำสตร์ (Engineering) และเทคโนโลยี(Technology) ซึ่งล้วนแต่เป็นวิชำ ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้มีควำมรู้ควำมสำมำรถที่จะด ำรงชีวิต ได้ อย่ ำงมีคุณภำพในโลกศตวรรษที่ 21 ที่มีกำรเปลี่ยนแปลงอย่ำง รวดเร็ว มีควำมเป็น โลกำภิวัฒน์ ตั้งอยู่บนพื้นฐำนของควำมรู้ และ เต็มไปด้วยเทคโนโลยี อีกทั้งวิชำทั้ง 4 (รักษพล ธนำนุวงศ์. 2556 : ก)
ค ำชี้แจง นักเรียนศึกษำจำกใบควำมรู้แล้วช่วยกันสรุปเนื้อหำ 1. ควำมหมำยของโครงงำนสะเต็มศึกษำ โครงงำนสะเต็มศึกษำ หมำยถึง ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... 2. นักเรียนศึกษำจำกใบควำมรู้แล้วช่วยกันบอกขั้นตอนกำร ท ำโครงงำนสะเต็มศึกษำ สั้นๆ พอเข้ำใจ ................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................. ความเข้าใจโครงงาน 14
ค ำชี้แจง นักเรียนศึกษำจำกใบควำมรู้แล้วช่วยกันพิจำรณำต่อไปนี้ว่ำเป็นโครงงำนสะ เต็มศึกษำ ประเภทใด โดยเลือกอักษร ก ข ค หรือ ง เติมลงหน้ำข้อที่คิดว่ำถูก ก. โครงงำนประเภทส ำรวจ ข. โครงงำนประเภททดลอง ค. โครงงำนประเภทสิ่งประดิษฐ์ ง. โครงงำนประเภททฤษฎี. ......................1. กำรส ำรวจปรำสำทหินในเขตอ ำเภอปรำงค์กู่ . ..................... 2. ชนิดของปลำในอ่ำงเก็บน้ ำบ้ำนตรอก .....................3. กล่องกระดำษช ำระจำกใบตำล ..................... 4. กฎของนิวตัน .....................5. ทฤษฎีของจ ำนวน ..................... 6. ตะกร้ำจำกกล่องนม ..................... 7. จ ำนวนต้นต ำลในอ ำเภอปรำงค์กู่ ..................... 8. ปลำร้ำกลิ่นผลไม้ ..................... 9. กระเบื้องซีเมนต์เสริมชำนอ้อยและโฟม .................... 10. กำรศึกษำประสิทธิภำพถ่ำนอัดจำกใบไม้ กิจกรรมที่2 ประเภทโครงงานวิทยาศาสตร์ 15
กิจกรรมที่ 3 ค าชี้แจง ให้เติมข้อควำมที่ก ำหนดให้ เชื่อมควำมสัมพันธ์ให้ถูกต้อง กำรลงมือศึกษำทดลอง กำรเขียนเค้ำโครงโครงงำน วิทยำศำสตร์ กำรตั้งสมมติฐำนและก ำหนดตัวแปร กำรเขียนรำยงำนและน ำเสนอผลงำน กำรคิดหัวข้อโครงงำนสะเต็มศึกษำ 1. กำรสกัดน้ ำมันหอมระเหยจำกสมุนไพร ..................................................................................................................... 2. สกัดน้ ำมันหอมระเหย ..................................................................................................................... 3. จัดแสดงนิทรรศกำร เขียนขั้นตอนกำรทดลอง ..................................................................................................................... 4. เขียนเค้ำโครงเสนอครูที่ปรึกษำ ..................................................................................................................... 5. ตัวแปรต้นคือ สมุนไพร ..................................................................................................................... ขั้นตอนการท าโครงงานวิทยาศาสตร์ 16
ค าชี้แจง นักเรียนศึกษำใบควำมรู้แล้วช่วยกันสรุปควำมส ำคัญและคุณค่ ำของก ำหนดโครงงำน วิทยำศำสตร์ ควำมส ำคัญของโครงงำนสะเต็มศึกษำ คือ ............................................................................................................................. .................... ............................................................................................................................. .................... ........................................................................................................... ...................................... ............................................................................................................................. .................... ................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................... ................................................................................................................................................. ควำมหมำยของสะเต็มศึกษำ ............................................................................................................................. .................... ................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................... ................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................... ........................................................................................................................................... ...... ............................................................................................................................ ..................... ความส าคัญและคุณค่าของการท าโครงงานวิทยาศาสตร์ 17
ค าชี้แจง นักเรียนแบ่งกลุ่ม 3-4 คน ศึกษำใบควำมรู้แล้วช่วยกันศึกษำจำกอินเตอร์เน็ตค้นคว้ำโครรงงำน วิทยำศำสตร์ที่นักเรียนสนใจ 1 เรื่อง กิจกรรมที่ 5 จัดท าโครงงานสะเต็มศึกษา เข้าใจมั้ยคะ 18
1. โครงงำนสะเต็มศึกษำหมำยถึงข้อใด 1) เป็นกิจกรรมที่ไม่ใช้วิธีกำรทำงวิทยำศำสตร์ 2) เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวกับวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี 3) เป็นกิจกรรมที่ไม่ใช้ทักษะกระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์ 4) นักเรียนเป็นผู้ริเริ่มและเลือกเรื่องที่จะศึกษำค้นคว้ำเอง ก. 1), 2) ข. 2), 3) ค. 2), 4) ง. 4), 1) 2. โครงงำนสะเต็มศึกษำแบ่งตำมลักษณะของกิจกรรมมีกี่ประเภท ก. 3 ประเภท ข. 4 ประเภท ค. 5 ประเภท ง. 6 ประเภท 3. โครงงำนสะเต็มศึกษำเรื่อง “ปลำในอ่ำงเก็บน้ ำบ้ำนตรอก โครงกำรพัฒนำพื้นที่อ ำเภอ ปรำงค์กู่อันเนื่องมำจำกพระร ำชด ำริ” ควรจะเป็นโครงงำนประเภทใด ก. โครงงำนประเภททฤษฎี ข. โครงงำนประเภททดลอง ค. โครงงำนประเภทสิ่งประดิษฐ์ ง. โครงงำนประเภทส ำรวจ 4. ข้อใดไม่จัดเป็นโครงงำนสะเต็มศึกษำ ก. กำรท ำกำรทดลองเรื่องกำรสกัดสำรก ำจัดศัตรูพืชจำกสะเดำซึ่งซ้ ำกับกำรทดลอง ของนักวิทยำศำสตร์ ข. กำรประกอบอำหำรแปลกๆ ตำมสูตรอำหำรที่คิดขึ้น ค. กำรส ำรวจปริมำณกำรใช้น้ ำประปำในเขตต ำบลโคกสะอำด โดยแยกตำมอำชีพ ของประชำชน ง. กำรท ำยำหม่องจำกสูตรที่คิดขึ้นเอง 5. โครงงำนสะเต็มศึกษำในข้อใดต่อไปนี้ ไม่จัด เป็นโครงงำนประเภททดลอง ก. พิสูจน์ว่ำไข่และเหรียญเงินถอนพิษไข้ได้จริงหรือไม่ ข. กำรท ำกระด ำษจำกสับปะรด และฟ้ำงข้ำวแล้วทดสอบคุณสมบัติของกระดำษที่ใช้ ค. กำรเพิ่มผลผลิตเห็ดนำงฟ้ำด้วยกำรใช้ไฟฟ้ำกระตุ้น ง. เลี้ยงผึ้งเพื่อศึกษำวงจรชีวิต นักเรียนกาเครื่องหมายกากบาท (x) ลงในช่องตวัอกัษรก ข คและ ง เห ็ นวา่ถูกที่สุดลงในกระดาษคา ตอบ (ข้อละ 1 คะแนน เวลา 10 นาที) ค าชี้แจง แบบทดสอบหลังเรียน 19
6. ข้ำวเหนียวเห็นเชื้อรำขึ้นในกระเบื้องห้องน้ ำ จึงคิดหำวิธีกำรก ำจัดเชื้อรำโดยท ำโครงงำน วิทยำศำสตร์ขึ้น โครงงำขั้นที่ข้ำวเหนียวท ำขึ้นควรเป็นโครงงำนประเภทใด ก. โครงงำนประเภทส ำรวจ ข. โครงงำนประเภททดลอง ค. โครงงำนประเภททฤษฎี ง. โครงงำนตำมสำระกำรเรียนรู้ 7. ขั้นตอนสุดท้ำยของกำรท ำโครงงำนคือข้อใด ก. กำรลงมือท ำโครงงำน ข. กำรเขียนรำยงำนโครงงำน ค. กำรแสดงผลงำน ง. กำรท ำเค้ำโครงโครงงำน 8. โครงงำนประเภทส ำรวจรวบรวมข้อมูล บำงครั้งจะมีกำรศึกษำวิเครำะห์หรือทดลอง ใน ห้องปฏิบัติกำร แต่จุดส ำคัญคือข้อใด ก. มีกำรตั้งสมมติฐำน ข. มีกำรก ำหนดและควบคุมตัวแปร ค. มีกำรจัดซื้อชุดทดลองและควบคุมเพื่อเปรียบเทียบ ง. ไม่มีกำรจัดชุดทดลองและควบคุมเพื่อเปรียบเทียบ 9. สะเต็มศึกษำเป็นกำรบูรณำกำรกำรเรียนรู้วิชำใดบ้ำง ก. วิทยำศำสตร์ คณิตศำสตร์ ภำษำอังกฤษ ข. วิทยำศำสตร์ คณิตศำสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศำสตร์ ค. วิทยำศำสตร์ คณิตศำสตร์ และวิศวกรรมศำสตร์ ง. วิศวกรรมศำสตร์ และวิทยำศำสตร์ 10. ข้อใดเป็นควำมส ำคัญของโครงงำนสะเต็มศึกษำถูกต้องทั้งหมด 1) เป็นกำรศึกษำหำควำมรู้ด้วยตนเองที่หลำกหลำย 2) ภูมิปัญญำท้องถิ่นหรือชุมชนไม่มีส่วนร่วมในกำรท ำโครงงำน 3) เปิดโอกำสให้นักเรียนได้พัฒนำและแสดงควำมสำมำรถตำมศักยภำพของตนเอง 4) เป็นกำรฝึกให้ผู้เรียนมีควำมช ำนำญในกำรนำวิธีกำรทำงวิทยำศำสตร์ไปศึกษำหำ ควำมรู้ใหม่ๆ ก. 1) กับ 2) ข. 2) กับ (3) ค. 3) กับ 4) ง. 2) กับ 4 20
ช ื่อ.....................................................เลขที่...................ช้นั............................. กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียน.............................................. อ าเภอ..............................................จังหวัด..................................................... วันที่...........................เดือน...................................พ.ศ. .................................... ข้อ ก ข ค ง 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. กระดาษค าตอบ แล้วพบกันใหม่ นะครับ สวัสดีครับ 22 21
ภาคผนวก 22
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน 23 1. ค 2. ข 3. ง 4. ข 5. ก 6. ข 7. ค 8. ง 9. ข 10. ค
กิจกรรมที่ 1 1. นักเรียนศึกษำจำกใบควำมรู้แล้วช่วยกันสรุปควำมหมำยของโครงงำนสะเต็มศึกษำ โครงงำนสะเต็มศึกษำ หมำยถึง งำนวิจัยชิ้นเล็กๆ ของนักเรียนซึ่งเป็นกิจกรรมที่ใช้วิธีกำรทำง วิทยำศำสตร์ใน กำรศึกษำค้นคว้ำ เพื่อตอบปัญหำที่สงสัย โดยที่นักเรียนเป็นผู้ริเริ่มและเลือก เรื่องที่จะ ศึกษำค้นคว้ำ ด้วยตนเองตำม ควำมสนใจและระดับควำมรู้ควำมสำมำรถในค้นคว้ำ เก็บรวบรวมข้อมูล ด ำเนินกำรปฏิบัติทดลองหรือประดิษฐ์คิดค้น รวมทั้งกำรแปรสรุปผล และกำรน ำเสนอผล กำรศึกษำค้นคว้ำด้วยตนเอง โดยมีครูหรือผู้ทรงคุณวุฒิเป็นผู้ให้ ค ำปรึกษำ หรือ โครงงำนสะเต็มศึกษำคือ กำรศึกษำเพื่อค้นพบควำมรู้ใหม่ สิ่งประดิษฐ์ใหม่ และ วิธีกำรใหม่ด้วยตัวนักเรียนเอง โดยใช้วิธีกำรทำงวิทยำศำสตร์และทักษะกระบวนกำร ทำง วิทยำศำสตร์ ซึ่งจะมีครูหรือผู้เชี่ยวชำญให้ค ำปรึกษำ ควำมรู้ใหม่ สิ่งประดิษฐ์ใหม่ และ วิธีกำรใหม่นั้นทั้งครูและนักเรียนไม่เคยรู้หรือมีประสบกำรณ์มำก่อน 2. นักเรียนศึกษำจำกใบควำมรู้แล้วช่วยกันบอกขั้นตอนกำร ท ำโครงงำนสะเต็มศึกษำ สั้นๆ พอเข้ำใจ ขั้นที่ 1 กำรคิดและเลือกชื่อเรื่องหรือปัญหำที่จะศึกษำ ขั้นที่ 2 กำรวำงแผนในกำรท ำโครงงำน ขั้นที่ 3 กำรลงมือท ำโครงงำน ขั้นที่ 4 กำรเขียนรำยงำน ขั้นที่ 5 กำรแสดงผลงำน 24
กิจกรรมที่ 2 ..........ก...........1. กำรส ำรวจปรำสำทหินในเขตอ ำเภอปรำงค์กู่ ..........ก...........2. ชนิดของปลำในอ่ำงเก็บน้ ำบ้ำนตรอก ..........ค...........3. กล่องกระดำษช ำระจำกใบตำล ..........ง...........4. กฎของนิวตัน ..........ง...........5. ทฤษฎีของจ ำนวน ..........ค...........6. ตะกร้ำจ ำกกล่องนม ..........ก...........7. จ ำนวนต้นตำลในอ ำเภอปรงค์กู่ ..........ข...........8. ปลำร้ำกลิ่นผลไม้ ..........ค...........9. กระเบื้องซีเมนต์เสริมช ำนอ้อยและโฟม ..........ข..........10. กำรศึกษำประสิทธิภำพถ่ำนอัดจำกใบไม้ 25
กิจกรรมที่3 1. กำรสกัดน้ ำมันหอมระเหยจำกสมุนไพร ( กำรคิดหัวข้อโครงงำนสะเต็มศึกษำ) 2. สกัดน้ ำมันหอมระเหย (กำรลงมือศึกษำทดลอง) 3. จัดแสดงนิทรรศกำรเขียนขั้นตอนกำรทดลอง (กำรเขียนรำยงำนและนำเสนอ ผลงำน) 4. เขียนเค้ำโครงเสนอครูที่ปรึกษำ(กำรเขียนเค้ำโครงโครงงำนสะเต็มศึกษำ) 5. ตัวแปรต้นคือ สมุนไพร (กำรตั้งสมมติฐำนและก ำหนดตัวแปร) 26
กิจกรรมที่4 ค าชี้แจง นักเรียนศึกษำใบควำมรู้แล้วช่วยกันสรุปควำมส ำคัญของโครงงำนสะเต็มศึกษำ ควำม ส ำคัญของโครงง ำนวิทยำศำสตร์คือ 1. สร้ำงควำมส ำนึกและควำมรับผิดชอบในกำรศึกษำหำควำมรู้ต่ำงๆ ด้วยตนเอง 2. เป็นกำรเปิดโอก ำสให้นักเรียนได้พัฒนำและแสดงควำม สำมำรถตำมศักยภำพของ ตนเอง 3. เปิดโอก ำสให้นักเรียนได้ศึกษำค้นคว้ำและได้เรียนรู้ในเรื่องที่ตนเองสนใจได้อย่ ำง ลึกซึ้งมำกกว่ำหลักสูตรปกติ 4. ช่วยให้นักเรียนได้แสดงควำมคิด ควำมสำมำรถพิเศษของตนออกมำ 5. สร้ำงเจตคติที่ดีต่อวิช ำวิทยำศำสตร์ท ำให้นักเรียนอยำกเรียนวิทยำศำสตร์มำกขึ้น 6. สร้ำงควำมสัมพันธ์ที่ดีระหว่ำงครูกับนักเรียนและชุมชน 7. เป็นกำรเปิดโอก ำสให้ภูมิปัญญำท้องถิ่นได้เข้ำมำมีส่วนช่วยในกำรจัดกำรเรียน กำรสอน หรือ กำรศึกษำค้นคว้ำด้วยโครงง ำนวิทยำศำสตร์ช่วยให้นักเรียนเกิด กำรเรียนรู้ มี ประสบกำรณ์จ ำกกำรปฏิบัติจริง ฝึกแก้ปัญหำด้วยกระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์ซึ่งจะติดตัว ผู้เรียนไปตลอด เมื่อมีข้อสงสัย หรือปัญหำเกิดขึ้น จะแก้ปัญหำ โดยใช้กระบวนกำร ทำง วิทยำศำสตร์ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่ำ เป็นสิ่งที่ส ำคัญกว่ำควำมรู้ที่ข ำดกำรปฏิบัติทั้งนี้ กระบวนกำรดังกล่ำว จะท ำให้ผู้เรียนเกิดควำมเชื่อมั่นในตนเอง และกล้ ำแสดงออก กล้ ำ แสดงควำมคิด ควำมสำมำรถพิเศษของตนออกมำ 27
กิจกรรมที่ 5 ดุลยพินิจของครูผู้สอน \ 28
เฉลยทดสอบหลังเรียน 1. ค 2. ข 3. ง 4. ข 5. ก 6. ข 7. ค 8. ง 9. ข 10.ค 29
บรรณานุกรม สถาบนัส่งเสริมการสอนวทิยาศาสตร ์ และเทคโนโลยีกระทรวงศึกษาธิการ. คู่มือการ จัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิยาศาสตร ์. กรุงเทพฯ : องค์การค้าของ สกสค, 2545. สถาบนัส่งเสริมการสอนวทิยาศาสตร ์ และเทคโนโลยีกระทรวงศึกษาธิการ. หนังสือเรียน สาระการเรียนรู้พ ื น้ฐาน วทิยาศาสตร ์. กรุงเทพฯ : องค์การค้าของ สกสค, 2551. สถำบันส่งเสริมกำรสอนวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษำธิกำร. คู่มือ กิจกรรมสะเต็ม ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3. 2558. www: Google.com โครงงานวิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษา. 30