การตรวจอากาศ
weather
inspection
By Group 5
สมาชิก
นายณัฐวุฒิ สมใจนึ ก นายพีรพัฒน์ นุ่ นเรือง นางสาวจุฑามาศ เจียรมาศ
ม.503 เลขที่ 2 ม.503 เลขที่ 12 ม.503 เลขที่ 14
นางสาวรักษิตา สังสัพพันธุ์ นางสาวสิราวรรณ ชัยชนะ นางสาวทิพานั น ชาญณรงค์
ม.503 เลขที่ 20 ม.503 เลขที่ 22 ม.503 เลขที่ 24
นางสาวหนึ่ งฤทัย แปวประเสริฐ
ม.503 เลขที่ 30
การพยากรณ์อากาศ (weather forecast)
การพยากรณ์อากาศ (WEATHER FORECAST)
การพยากรณ์อากาศ (weather forecast) หมายถึง การคาดหมายสภาวะของลมฟ้า
อากาศ รวมทั้งปรากฏการณ์ธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ข้อมูลที่นํ าเสนอในการ
พยากรณ์อากาศจะแสดงการคาดการณ์ สภาวะอากาศที่ใกล้ตัวมนุษย์ รวมถึงภัย
ธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้น โดยรูปแบบการพยากรณ์อากาศจะแตกต่างกันไปตามช่วงเวลา
ของการคาดการณ์ หรือตามรูปแบบการใช้ประโยชน์ ซึ่งผลจากพยากรณ์อากาศจะนํ า
มาใช้ประโยชน์ ต่อการดําเนิ นชีวิตประจําวันหรือการประกอบอาชีพทั้งทางตรงและทาง
อ้อม รวมถึงกิจกรรมอีกหลาย ๆ อย่าง ที่จะดําเนิ นการ จําเป็นต้องมีความรู้ด้านสภาพ
ภูมิอากาศ เพื่อให้มีการเตรียมพร้อมที่จะป้องกันบรรเทา หรือแก้ไขภัย ที่อาจเกิดขึ้น
จากปรากฏการณ์ทางลมฟ้าอากาศ หน่ วยงานของประเทศไทยที่ทําหน้ าที่รับผิดชอบใน
การตรวจ สภาพอากาศและปรากฏการณ์ธรรมชาติเพื่อการพยากรณ์อากาศและเตือน
ภัยที่เกิดจากธรรมชาติ คือ กรมอุตุนิ ยมวิทยา
การตรวจอากาศ
การตรวจอากาศกปารพะจยําาวักนรณคื์ออากกาารศบัน(WทึEกATค่HาEสRภาFวOะRอEากCAาศSใTน) แต่ละช่วงเวลา
เป็นขั้นตอนหนึ่ งในวิธีการทางวิทยาศาสตร์ การบันทึกค่าสภาวะอากาศจําเป็นต้อง
ใช้เครื่องมือตรวจวัดในแต่ละสถานที่โดยการตั้งสถานี ตรวจวัดอากาศหรือสถานี
อุตุนิ ยมวิทยาจังหวัด นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มสถานี อากาศเกษตรรวมถึงสถานี ตรวจ
อากาศของหน่ วยงานอื่น ๆ แต่ละสถานี ตรวจวัดจะมีเครื่องมือหรือเทคโนโลยี การ
ตรวจวัดที่แตกต่างกัน ตามวัตถุประสงค์ในการตั้งสถานี และงบประมาณที่ได้รับ
องค์การอุตุนิ ยมวิทยาโลก (WORLD METEOROLOGICAL ORGANIZATION :
WMO) ได้กําหนดให้มีการตรวจ อากาศในช่วงเวลาเดียวกันทั่วโลก หรือตามเวลา
มาตรฐานกรีนิ ช (GREENWICH MEAN TIME : GMT) หรือเวลาสากล เชิงพิกัด
(COORDINATED UNIVERSAL TIME : UTC) โดยกําหนดให้ตรวจอากาศทุก
6 ชั่วโมง ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ช่วยให้แม่นยำมากยิ่งขึ้น คือ การตรวจอากาศ
ด้วยเรดาร์และดาวเทียมอุตุนิ ยมวิทยา ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
แนวคิดสํ าคัญ
การตรวจอากาศ คือ การบันทึกค่าสภาวะ
อากาศ ในแต่ละช่วงเวลา โดยใช้เครื่องมือ
ตรวจวัดอากาศของสถานี ตรวจวัดอากาศ
ของแต่ละพื้นที่ จําแนกเป็น 2 ประเภท
ได้แก่ การตรวจอากาศผิวพื้นและการ
ตรวจ อากาศชั้นบน
การพยากการรณ์ตอารกวาจศอ(WากEAาTศHผEิRวพFืO้นRECAST)
1.ความหมาย
สถานี ตรวจอากาศผิวพื้นแต่ละสถานี จะมีสนามหรือพื้นที่สำหรับติดตั้งเครื่องมือ
ต่างๆเพื่อตรวจวัดสารประกอบอุตุนิ ยมวิทยาบริเวณใกล้พื้นโลกตามเวลาที่กำหนด
ไว้ในแต่ละวัน ซึ่งจะมีเวลาหลักของการตรวจวัด คือ เวลา 00:00Z (07:00 นาฬิกา)
และเวลา 12:00Z (19:00 นาฬิกา) โดยในระหว่างเวลาหลักเหล่านี้ อาจมีการตรวจ
วัดเพิ่มเติมได้ตามที่กำหนดไว้ เพื่อความเหมาะสม
การตรวจอากาศผิวพื้นอาจแบ่งได้เป็น การตรวจวัดผิวพื้นโดยสถานี ทั่วไปซึ่ง
เป็นการตรวจวัดสภาพอากาศบนบก และการตรวจอากาศผิวพื้นทะเลโดยเรือและ
ทุ่นลอย ซึ่งต้องปรับใช้งานเครื่องมือตรวจวัดตามเหมาะสม
2.เครื่องมือที่ใช้
เครื่องมือตรวจวัดสารประกอบทางอุตุนิ ยมวิทยา เช่น ความกดอากาศ ลม
อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ เมฆ หยาดน้ำฟ้า รังสีดวงอาทิตย์ การระเหยน้ำ ทัศนวิสัย
โดยทั่วไปจึงดำเนิ นการเป็นสนามอุตุนิ ยมวิทยา ซึ่งมีความกว้าง 6 เมตร ยาว 9
เมตร เพื่อติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดดังกล่าว ซึ่งอาจกำหนดผังการวางเครื่องมือที่
แตกต่างกันบ้างในแต่ละหน่ วยงาน
เครื่องมือที่ใช้ตรวจวัดสารประกอบทางอุตุนิ ยมวิทยามีความหลากหลายและมีราย
ละเอียดแตกต่างกันขึ้นอยู่กับเทคโนโลยี ตัวอย่างเครื่องมือที่ใช้ตรวจวัด
สารประกอบบางประเภทจะแสดง ดังต่อไปนี้
การพยากรณ์อากาศ (WEATHER FORECAST)
เครื่องมือที่ใช้ตรวจวัดสารประกอบบางประเภท
1 เทอร์มอมิเตอร์ (THERMOMETER) ตรวจวัดอุณหภูมิสำหรับพื้นดิน
อากาศ และน้ำทะเล
2 บารอมิเตอร์ (BAROMETER) ตรวจวัดความกดอากาศ
3 ไฮโกรมิเตอร์(HYGROMETER) ตรวจวัดความชื้นในอากาศ
4 มาตรความเร็วลม(ANEMOMETER) ตรวจวัดความเร็วลม
5 ถังน้ำฝน(RAIN GAUGE) ตรวจวัดปริมาณน้ำฝน
6 ถาดวัดน้ำระเหย(EVAPORATION PAN) ตรวจวัดการระเหยน้ำ
7 เครื่องวัดการแผ่รังสี(RADIATION INSTRUMENTS)
ตรวจวัดการแผ่รังสี ดวงอาทิตย์
8 ทรานสมิสโซมิเตอร์(TRANSMISSOMETER) ตรวจวัดทัศนวิสัย
9 โพรเจกเตอร์ฐานเมฆ(CEILOMETER) ตรวจวัดความสูงฐานเมฆ
การตรวจอากาศบางลักษณะอาจจำเป็นต้องใช้การตรวจวัดจากเจ้าหน้ าที่
เพื่อตัดสินใจในการจำแนกชนิ ด เช่น ชนิ ดเมฆ ลักษณะอากาศ ลักษณะคลื่นทะเล
ส่ วนสูงฐานเมฆและทัศนวิศสั ยอาจใช้เครื่องมือในการตรวจวัดแต่ถ้าไม่มีเครื่องมือ
สามารถใช้การประเมินด้วยสายตาก็ได้เช่นกัน
การตรวจวัดอากาศดังกล่าวเป็นการตรวจวัดพื้นฐานที่สามารถพบได้ในสถานี
อุตุนิ ยมวิทยามาตรฐานทั่วไปแต่ถ้าต้องการใช้ข้อมูลเพื่อทำวิจัยหรือศึกษาบางอย่าง
เพิ่มเติมอาจติดตั้งเครื่องมือเพิ่มเติมจากนี้ ได้ เช่น เครื่องวัดขนาดหยดน้ำฝน
เครื่องวัดความชื้นดิน
เนื่ องจากการพัฒนาทางเทคโนโลยีจึงเกิดการพัฒนาเครื่องมือตรวจวัดทาง
อุตุนิ ยมวิทยาที่ใช้วกงาจรรพอิยเลา็กกรทณร์ออนาิกกาส์ศระ(WบบEAดิTจิHทัEลRร่FวOมกRัEบCตัAวSปTร)ะมวลผล จึงทำให้
เครื่องมือต่างๆถูกลดขนาดลงมาและเครื่องมือยังมีการติดตั้งระบบส่ งสั ญญาณ
ผ่านระบบคลื่นวิทยุ ระบบเครือข่ายโทรศัพท์มือถือรวมถึงระบบดาวเทียมเรียกว่า
สถานี ตรวจอากาศแบบอัตโนมัติ(AUTOMATIC WEATHER STATION) ดังรูป
ใช้ในการตรวจวัดสภาพอากาศในบริเวณที่ต้องการ เช่น พื้นที่เกษตรกรรม
พื้นที่ท่องเที่ยว พื้นที่ทำงานวิจัย เนื่ องจากมีความสะดวกในการติดตั้งใช้
พื้นที่น้ อย และดูแลรักษาง่าย
สำหรับประเทศไทย กรมอุตุนิ ยมวิทยาและหน่ วยงานต่างๆได้มีการติดตั้งเครื่อง
มือตรวจวัดนี้ เพื่อให้มีเครือข่ายในการตรวจวัดอากาศมากขึ้น หรือใช้สำหรับ
ทำงานวิจัยและศึกษาเฉพาะพื้นที่
3.เรือตรวจอากาศ(weather ship) เป็นการติดตั้งเครื่องมือตรวจอากาศบนเรือ
เพื่อใช้ตรวจวัดสภาพอากาศในทะเล ข้อมูลจากการตรวจวัดสภาพอากาศ
สามารถนำไปใช้ในการสนั บสนุนการเดินเรือหรือวิจัยเรื่องลมและคลื่นในทะเล
ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังสามารถส่งผลตรวจวัดอากาศผ่านระบบสื่อสาร
มายังเครือข่ายอุตุนิ ยมวิทยา(สถานี ภาคพื้นดินหรือศูนย์อุตุนิ ยมวิทยา) เพื่อนำ
ข้อมูลมาประมวลผลการพยากรณ์ อากาศได้ต่อไป
4. ทุ่นลอยตรวจอากาศในทะเล (Weather Buoy) เป็นเครื่องมือที่รวบรวมข้อมูล
การพยากรณ์อากาศ (WEATHER FORECAST)
สภาพอากาศ และ มหาสมุทร ภายในมหาสมุทรของโลกรวมทั้งช่วยในการตอบ
สนองฉุกเฉินต่อ การรั่วไหลของสารเคมี , การดำเนิ นการทางกฎหมาย และ การ
ออกแบบทางวิศวกรรม จอดทุ่นมีการเชื่อมต่อกับด้านล่างทะเลโดยใช้โซ่ , ไนลอน
หรือลอยตัวโพรพิลีน ด้วยการลดลงของสภาพอากาศเรือพวกมันมีบทบาทหลักมาก
ขึ้นในการวัดสภาพในทะเลเปิดทุ่นลมที่จอดอยู่มีเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 1.5–12
เมตร (5–40 ฟุต) ในขณะที่ทุ่นลอยน้ำมีขนาดเล็กกว่าโดยมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 30–
40 เซนติเมตร (12–16 นิ้ ว) ทุ่นลอยเป็นรูปแบบที่โดดเด่นของทุ่นอากาศในจำนวน
ที่แท้จริงโดยมี 1250 ที่ตั้งอยู่ทั่วโลก ข้อมูลจากทุ่นมีข้อผิดพลาดน้ อยกว่าจากเรือรบ
มีความแตกต่างในค่าของการวัด อุณหภูมิผิวน้ำทะเล ระหว่างทั้งสองแพลตฟอร์ม
เช่นกันซึ่งเกี่ยวข้องกับความลึกของการวัดและความร้อนของน้ำจากเรือ
การตรวจอากาศชั้นบน
การพยากรณ์อากาศ (WEATHER FORECAST)
ความหมาย
การตรวจสภาพอากาศตั้งแต่ระดับผิวพื้นขึ้นไป สูงชั้นบรรยากาศเบื้องบนที่ระดับ
ความสูงที่บอลลูนแตก หรือไม่สามารถรับสัญญาณได้ประมาณ 30 กิโลเมตร
จากพื้นดิน เพื่อหาสารประกอบอุตุนิ ยมวิทยาในระดับความสูงต่างๆ การตรวจ
อากาศชั้นบนจะใช้เครื่องมือ คือ เครื่องวิทยุหยั่งอากาศ เครื่องเรวินด์ และไพลอต
บอลลูน มีสถานที่ตรวจวัดที่เรียกว่า สถานี ตรวจอากาศชั้นบน (Upper-airstation)
เครื่องมือที่ใช้ในการตรวจอากาศชั้นบน
1.เครื่องวิทยุหยั่งอากาศ (Radiosonde)
เป็นเครื่องส่งวิทยุที่ประกอบไปด้วยเครื่องมือวัดอุณหภูมิ, ความกดอากาศ และ
ความชื้นสัมพัทธ์ เป็นเครื่องมือตรวจอากาศชั้นบนระบบอัตโนมัติ สามารถตรวจวัด
ข้อมูลสารประกอบอุตุนิ ยมวิทยาได้ตั้งแต่ระดับผิวพื้นไปจนถึงชั้นบรรยากาศสูงๆ
( อาจตรวจได้สูงถึง 25 กิโลเมตร) โดยใช้ระบบจานสัญญาณอากาศ รับสัญญาณ
จากเครื่องวิทยุหยั่งอากาศที่ผูกติดไปกับบอลลูน และส่งข้อมูลลงมายัง
คอมพิวเตอร์หรือภาครับทางภาคพื้นดิน เพื่อประมวลผลการตรวจอากาศในขณะ
ทำการตรวจนั้ น
เครื่องมือที่ใช้ในการตรวจอากาศชั้นบน
การพยากรณ์อากาศ (WEATHER FORECAST)
2.กล้องวัดมุมหรือกล้องทีโอโดไลต์ (THEODOLITE)
คือ เครื่องสำรวจที่ใช้ในการวัดมุมทั้งแนวราบและแนวดิ่ง โดย
อ่านจานองศา หรือ อาจเรียกกล้องไลน์ เพราะใช้ในการส่องแนว
ตรงในทางลึกและแนวตรงทางตั้ง และยังเป็นกล้องที่มีลักษณะ
คล้ายกับกล้องที่ใช้ในการสำรวจแผนที่ กล้องวัดมุมใช้ส่องติดตาม
การลอยของบอลลูนตรวจอากาศ (PILOT BALLOON) โดยวัดมุม
ตามแนวนอนและแนวตั้งของลูกโป่งที่กำลังลอย เมื่อตรวจตำแหน่ ง
และความสูงของบอลลูนเป็นระยะ จึงมีการคำนวณหาตำแหน่ ง
ความเร็ว และทิศทางของลม
แบ่งเป็น 2 ชนิ ด
1. กล้องวัดมุมแบบแมคคานิ กส์ (MECHANICAL THEODOLITE)
เป็นกล้องวัดมุมแบบไม่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าหรือจากแบตเตอรี่ ใช้
งานด้วยการอ่านจากการหมุนจานองศา
2. กล้องวัดมุมแบบดิจิทัล (DIGITAL THEODOLITE) เป็น
กล้องวัดมุมแบบใช้พลังงานไฟฟ้าหรือจากแบตเตอรี่
ส่ วนประกอบภายนอก
1. มือจับ 9. ปุ่มควบคุมการทำงาน
2. น็ อตล็อกมือจับ 10. ตัวปรับสายใยเลนส์
3. ศูนย์เล็ง ตา
4. ปุ่มปรับเเนวดิ่ง 11. ฐานกล้อง
5. จอเเสดงผล 12. ปุ่มควงสามเส้า
6. กรอบจอ 13. ตัวหมุนปรับโฟกัส
7. เลนส์ส่องวัตถุ 14. เเบตเตอรี่
8. หลอดระดับฟองยาว 15. ตัวหมุนปรับยึด
เเนวนอน
16. ลูกบิดปลดล็อคฐาน
กล้อง
3.บอลลูนตรวจอากาศ (WEATHER BALLOON)
การพยากรณ์อากาศ (WEATHER FORECAST)
เป็นเครื่องมือที่ใช้ตรวจวัดความเร็วและทิศทางลมในในระดับ
ความสูง โดยทั่วไปมักใช้คู่กับกล้องทีโอโดไลต์ โดยแบ่งเป็น 3 ชนิ ด
1. บอลลูนสีขาว (WHITE BALLOON) จะใช้ในโอกาสที่ ท้องฟ้าโปร่งแจ่มใส
(CLEAR SKY)หรือมีหมอกและฟ้าหลัวบางๆ เพราะบอลลูนสีขาวเมื่อลอยขึ้นไปจะ
สะท้อนแสงอาทิตย์ทำให้เห็น ชัดเจน
2. บอลลูนสีแดง (RED BALLOON) จะใช้ในโอกาสที่ ท้องฟ้ามีเมฆบางส่วน
โดยมากเหมาะสมกับอากาศประเทศไทยซึ่งไม่ เปลี่ยนแปลงโดยฉับพลัน
3.บอลลูนสีดำ (BLACK BALLOON) จะใช้ในโอกาสที่ ท้องฟ้ามีเมฆมากหรือ
เมฆหนาปกคลุมบริเวณที่ทำการตรวจและมี ฟ้าหลัวทำให้ทัศนวิสัยเลว
การตรวจอากาศด้วยดาวเทียม
การพยากรณ์อากาศ (WEATHER FORECAST)
ความหมายของดาวเทียมอุตุนิ ยมวิทยา
ดาวเทียมอุตุนิ ยมวิทยาเป็นการตรวจวัดสภาพอากาศระยะไกลจากอวกาศลงมายัง
พื้นโลก ซึ่งดาวเทียมในกิจการตรวจวัดข้อมูลอุตุนิ ยมวิทยาสามารถวัดวัดข้อมูล
อากาศที่มนุษย์ไม่สามาถเข้าถึงได้ ดาวเทียมอุตุนิ ยมวิทยาแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ
ดาวเทียมวงโคจรค้างฟ้าและดาวเทียมใกล้วงโคจรใกล้ขั้วโลก ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
ดาวเทียมวงโคจรค้างฟ้า
(geostationary meteorological satellite)
เป็นดาวเทียมที่มีวงโคจรอยู่ในตำแหน่ งเส้นศูนย์สูตรของโลก (ดาวเทียมแต่ละดวง
จะอยู่คนละตำแหน่ งลองจิจูด เช่น 145 องศาตะวันออก) มีความสูงจากพื้นโลก
ประมาณ 35,880 กิโลเมตร มีการโคจรในทิศทางเดียวกับการหมุนของโลก ทำให้
ตำแหน่ งของดาวเทียมสัมพัทธ์กับตำแหน่ งบนพื้นโลกในบริเวณเดิมเสมอ ดั้งนั้ น
ภาพที่ได้จากดาวเทียมประเภทนี้ จึงเป็นภาพที่ต่อเนื่ องในบริเวณพื้นที่เดียวกัน ภาพ
ดาวเทียมประเภทนี้ จะมีประโยชน์ มากที่สุด บริเวณพื้นที่ในละติจูดที่ 70 องศาเหนื อ
ถึง 70 องศาใต้ ทำให้นั กอุตุนิ ยมวิทยาสามารถติดตามการเคลื่อนตัวของเมฆพายุ
หมุนเขตร้อนได้ ตัวอย่างดาวเทียมอุตุนิ ยมวิทยาประเภทนี้ เช่น ดาวเทียมจีโออีเอส
(geostationary operational environmental satellite) ของประเทศสหรัฐอเมริกา
โครงการเครือข่ายดาวเทียมอุตุนิ ยมวิทยา
การดพายวาเกทรีณย์มอาวกงาศโค(WจEรAใTHกEลR้ขัF้วOโRลECกAST)
(near polar orbiting meteorological satellite)
เป็นดาวเทียมที่โคจรผ่านใกล้ขั้วโลกเหนื อและใต้ มีความสูงจากพื้นประมาณ 850
กิโลเมตร โดยจะโคจรรอบโลกประมาณ 102 นาที ต่อ 1 รอบ ในหนึ่ งวันจะโคจร
รอบโลกประมาณ 14 รอบ และจะเคลื่อนที่ผ่านเส้นศูนย์สูตรในเวลาเดิม (ตามเวลา
ท้องถิ่น) ผ่านแนวเดิม 2 ครั้ง โดยจะเคลื่อนที่จากขั้วโลกเหนื อไปยังขั้วโลกใต้
1 ครั้ง และโคจรเคลื่อนที่จากขั้วโลกใต้ไปยังขั้วโลกเหนื ออีก 1 ครั้ง การถ่ายภาพ
ของดาวเทียมชนิ ดนี้ จะถ่ายภาพและส่งสัญญาณข้อมูลสู่ภาคพื้นดินในเวลาจริง
(real time) เช่น ดาวเทียมโนอา (national oceanic and atmospheric
administration) ของประเทศสหรัฐอเมริกา
ภาพดาวเทียม noaa-15
ประโยชน์ ของดาวเทียมอุตุนิ ยมวิทยา
การพยากรณ์อากาศ (WEATHER FORECAST)
ดาวเทียมอุตุนิ ยมวิทยามีประโยชน์ ด้านต่างๆ ดังนี้
1.ใช้ตรวจสอบประกอบทางอุตุนิ ยมวิทยาในระยะไกล (meteorology information
remote sensing) เช่น การตรวจเมฆ ทิศทางการเคลื่อนที่ของเมฆ ตรวจอุณหภูมิ
ยอดเมฆ อุณหภูมิพื้นโลก อุณหภูมิผิวน้ำทะเล และความชื้นของบรรยากาศโลก
ตามระดับความสูงต่างๆ ตรวจโอโซนและรังสีจากดวงอาทิตย์
หิมะและน้ำแข็งที่ปกคลุมโลก
2.ติดตามการเคลื่อนตัวของมวลอากาศ พายุหมุนเขตร้อน รวมถึงสภาพอากาศ
ที่น่ าสนใจ
3.รวบรวมข้อมูล พร้อมรับ-ส่งข้อมูลทางด้านอุตุนิ ยมวิทยาที่ตรวจได้จากสถานี
เคลื่อนที่หรือสถานี ตรวจอัตโนมัติ ทั้งภาคพื้นดินและในน้ำ เช่น ทุ่นลอย เรือ รวม
ทั้งเครื่องบิน
4.ใช้ประโยชน์ เพื่อการกระจายข่าวสารหรือข้อมูลทางด้านอุตุนิ ยมวิทยาไปยัง
ประเทศสมาชิกหรือผู้ใช้ข้อมูลโดยตรง
5.สามารถนำข้อมูลที่ตรวจวัดได้มาประมวลผลเป็นปริมาณฝน หรือประมาณสภาพ
อากาศปัจจุบัน พร้อมทั้งพยากรณ์อากาศในด้านการเคลื่อนที่ และแนวโน้ มการ
เปลี่ยนแปลงของอากาศ
การตรวจอากาศด้วยเรดาร์
การพยากรณ์อากาศ (WEATHER FORECAST)
เรดาร์ (radio detection and ranging : RADAR) หมายถึง การตรวจระยะไกลด้วย
คลื่นวิทยุ การใช้คลื่นวิทยุในการค้นหาตําแหน่ ง ทิศทาง และระยะทางของวัตถุที่
ต้องการ ซึ่งจะเป็นวัตถุใด ๆ ขึ้นกับวัตถุประสงค์ ในการใช้ เทคโนโลยีเรดาร์ที่ใช้ใน
อุตุนิ ยมวิทยาส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์เรดาร์ที่เหลือจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มใช้
งาน ในช่วง พ.ศ. 2493-2503 ส่วนใหญ่ถูกติดตั้งบริเวณสนามบินหรือบริเวณที่เกิด
พายุบ่อยครั้ง นั กอุตุนิ ยมวิทยา จัดเรดาร์ตรวจอากาศ (weather radar หรือ
weather surveillance radar : WSR) เป็นเครื่องมือตรวจวัดพิเศษที่เป็น ส่วน
ประกอบเพิ่มเติมจากข้อมูลอุตุนิ ยมวิทยาอื่น ๆ เพื่อช่วยในการพยากรณ์อากาศ
เนื่ องจากเป็นเครื่องมือที่สามารถ มองเห็นสภาพอากาศในระยะทาง 200 กิโลเมตร
ปัจจุบันเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กและมีสมรรถนะสูง จึงสามารถ ประมวลผล
ข้อมูลฝนจากเรดาร์ในช่วงเวลาใกล้เคียงความจริงออกมา และมีการพัฒนาต่อไป
เพื่อใช้ข้อมูลจากเรดาร์ ร่วมกับข้อมูลจากดาวเทียมและข้อมูลอุตุนิ ยมวิทยาอื่น ๆ
นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาเทคนิ คต่าง ๆ เพื่อใช้ในการพยากรณ์ ปริมาณน้ํ าฝนทั้ง
ระยะสั้นจนถึงภายในระยะเวลาหลายชั่วโมงล่วงหน้ า
ส่ วนประกอบของเรดาร์ตรวจอากาศ
1. เครื่องส่ง (tranกsาmรiพttยeาrก)รณท์ำอหานก้ าทศี่ผ(WลิตEAเเTลHะสE่RงคFลOื่นRเEเCม่AเหSลT็)กไฟฟ้า
(electromagnetic waves) ออกไปปตรวจจับ ค้นหาเป้า โดยผ่านทางจาน
สายอากาศ
2.เครื่องรับ (receiver) ทำหน้ าที่รับสัญญาณเเม่เหล็กไฟฟ้าที่สะท้อนกลับมา
3.จานสายอากาศ (antenna) ทำหน้ าที่ควบคุมการส่งเเละรับสัญญาณคลื่นเเม่
เหล็กไฟฟ้าทั้งในเเนวนอนเเละเเนวตั้ง
4.หน่ วยประมวลผล (processor) ทำหน้ าที่ประมวลผลข้อมูลที่ด้รับจากคลื่นที่
สะท้อนวัตถุกลับมา ปัจจุบันใช้คอมพิวเตอร์ในการประมวลผลเละควบคุมการ
ทำงานทั้งหมดของเครื่องเรดาร์รวมทั้งระบบการจัดเก็บข้อมูล
5.จอเเสดงภาพ (monitor) ทำหน้ าที่เเสดงผลของข้อมูลที่ประมวลเเล้วจากหน่ วย
ประมวล
การส่ งสั ญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าของเรดาร์ตรวจอากาศจะใช้ช่วงความยาวคลื่น
แม่เหล็กไฟฟ้าในช่วงที่ สามารถสะท้อนเม็ดน้ํ าในเมฆฝนได้ดี และจะแปลงสัญญาณ
เป็นความเข้ม (INTENSITY) โดยถ้ามีเม็ดน้ํ าขนาดใหญ่และ มีจํานวนมาก ความเข้ม
ของการสะท้อนหรือกําลังของคลื่นเฉลี่ยที่สะท้อนกลับจะมีมากเช่นกัน ทั้งนี้ ขึ้นกับ
ปัจจัย สภาพแวดล้อมและการทํางานของเครื่องเรดาร์ด้วย สําหรับ เรดาร์ตรวจ
อากาศในปัจจุบัน เรียกว่า ดอปเพลอร์เรดาร์ (DOPPLER RADAR) มีหลักการคือ
เมื่อวัตถุเคลื่อนที่ เข้าหาเครื่องเรดาร์ สัญญาณที่สะท้อนกลับจะมีความถี่เพิ่มขึ้นจาก
ความถี่ของสัญญาณที่ส่งออกไป ทําให้สามารถระบ ทิศทางการเคลื่อนที่ของกลุ่ม
เมฆหรือพายุหมุนได้
การพยากรณ์อากาศ (WEATHER FORECAST)
ประโยชน์ ของเรดาร์ตรวจอากาศ
เรดาร์ตรวจอากาศเป็นเครื่องมือตรวจอากาศพิเศษที่มีราคาสูง เป็นเครื่องมือตรวจ
วัดเพื่อให้ได้ข้อมูล เสริมการวิเคราะห์และพยากรณ์อากาศหรือติดตามปรากฏการณ์
ใด ๆ เนื่ องจากเรดาร์สามารถตรวจวัดและแสดงผล ที่กําลังเกิดขึ้นในรัศมีหลาย
ร้อยกิโลเมตรจากสถานี สามารถสรุปประโยชน์ ของเรดาร์ตรวจอากาศได้ ดังนี้
1. เรดาร์ตรวจอากาศสามารถติดตามทิศทางการเคลื่อนตัว ความแรงของกลุ่มฝน
หรือการเคลื่อนตัวของ พายุหมุนเขตร้อนเมื่อเข้ามาในรัศมีหวังผลของเรดาร์ตรวจ
อากาศ (รัศมี 200-300 กิโลเมตร) และสามารถแจ้งเตือน ให้หน่ วยงานที่เกี่ยวข้อง
และประชาสั มพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบ
2. เรดาร์สามารถตรวจหาตําแหน่ งและความแรงของกลุ่มฝน ตรวจวัดหิมะหรือ
ลูกเห็บที่ปกคลุมพื้นที่ใด ๆ อันนํ าไปสู่การพยากรณ์ปริมาณน้ํ าฝนและเหตุการณ์น้ํ า
ท่วมฉับพลัน หรือเตือนภัยจากลูกเห็บได้
3. เรดาร์สามารถทําการพยากรณ์อากาศระยะปัจจุบัน (NOWCAST) และระยะสั้น
มาก (ระยะเวลา 1-3 ชั่วโมง) ได้ชัดเจนและค่อนข้างแม่นยํา
4. ข้อมูลจากเรดาร์สามารถนํ ามาวิเคราะห์กระแสลมชั้นบนในระดับต่าง ๆ และลม
ชั้นบนบริเวณเมฆก่อตัว ทางแนวตั้ง ซึ่งเป็นประโยชน์ มากในด้านการบิน โดย
สามารถแจ้งเตือนสภาพอากาศเลวร้ายที่ปกคลุมอยู่ในบริเวณสนามบิน แก่เจ้า
หน้ าที่ที่เกี่ยวข้องได้
5. ข้อมูลที่ตรวจวัดได้ ถ้าเก็บรวบรวมอย่างต่อเนื่ องในรูปดิจิทัลไฟล์ หรือรูปภาพ
แบบต่าง ๆ จะสามารถ นํ ามาศึกษาพฤติกรรมการเกิดเมฆ ฝน หรือการเคลื่อนตัว
ของกลุ่มเมฆ เพื่อประโยชน์ ในการวิจัยและค้นคว้าพัฒนา องค์ความรู้ด้านสภาพ
อากาศต่อไป
การพยากรณ์อากาศ (WEATHER FORECAST)
อ้างอิง
การพยากรณ์อากาศ.PDF/สืบค้นเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2565
HTTPS://STAR591.WORDPRESS.COM/สืบค้นเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2565
HTTP://WWW2.AEROMET.TMD.GO.TH/สืบค้นเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2565
HTTPS://WWW.TRUEPLOOKPANYA.COM/สืบค้นเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2565
THANK
YOU