หนังสือนิทานอิเล็กทรอนิกส์ E - book
อัศวิน(กแรม่ะกดดาษ) วิเศษ
เล่ม 4
ศราพร กันทะนัน
คำนำ
การสอนอ่านและเขียนสะกดคำในระดับชั้นประถมปีที่ 2 เป็นการ
สอนพื้นฐานเพื่อให้นักเรียนได้มีความรู้ในการอ่านและเขียนสะกดคำ
เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอื่น ๆ การสอนอ่านและเขียนสะกดคำที่ผ่านมา
ประสบปัญหาต่าง ๆ มากมาย นักเรียนส่วนใหญ่ยังขาดทักษะในการอ่าน
และสะกดคำ ดังนั้น จึงได้จัดทำหนังสือนิทานขึ้น เป็นหนังสือนิทาน
อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเป็นสื่อที่ใช้ในการสอนทักษะการอ่านและเขียนสะกด
คำไม่ตรงตามมาตราตัวสะกดเนื่องจากหนังสือนิทานเป็นสื่อที่ใกล้ตัว
เด็กในวัยนี้
หนังสือนิทานเล่มที่ 4 เรื่อง “อัศวินกระดาษวิเศษ” เป็นหนังสือ
นิทานที่นำเค้าโครงเรื่องมาจาก นิทานอีสป ซึ่งผู้แต่งได้นำคำศัพท์ที่มี
ตัวสะกดไม่ตรงตามมาตราตัวสะกด ในมาตราแม่กด จาก บัญชีคำศัพท์
พื้นฐาน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ของสำนักวิชาการและ มาตรฐาน
การศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 20 คำ
มาแต่งเป็นนิทาน สำหรับใช้ประกอบ กิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อส่ง
เสริมทักษะการอ่านและเขียนสะกดคำศัพท์ที่มีตัวสะกดไม่ตรงตาม
มาตราตัวสะกด
คำศัพท์ที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตราตัวสะกด แม่กด ที่ปรากฏใน
นิทานเรื่อง นี้ ได้แก่ เกียจคร้าน อนุญาต สำเร็จ มนุษย์ อำนาจ สามารถ
อากาศ สังเกต อุบัติเหตุ รถยนต์ ประมาท วิเศษ สมบัติ กระดาษ ปรากฏ
เหตุผล ประกาศ ประเทศ พัฒนา และธนบัตร
ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หนังสือนิทานอิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้ จะ
เพิ่มทักษะอ่านและเขียนสะกดคำที่ไม่ตรงตามมาตราตัวสะกด จะเป็น
ประโยชน์ต่อนักเรียน ครู และผู้ที่สนใจ
ศราพร กันทะนัน
2
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเจ้าหญิงผู้น่าสงสาร
พระองค์หนึ่งทรงถูกยักษ์ใจร้ายและมีนิสัย
เกียจคร้านจับตัวไปจากพระราชวังพระราชาผู้เป็น
พระบิดาจึงส่งกองทหารให้ติดตามไปช่วยเจ้าหญิง
แต่ด้วยร่างกายที่ใหญ่โต มโหฬารของยักษ์
ประกอบกับความดุร้ายและวิชาอาคมอันแก่กล้า
ปรากฏว่ากองทหารจึงแตกกระเจิงไม่สามารถ ไป
ช่วยเจ้าหญิงให้กลับมายังพระราชวังได้ สำเร็จด้วย
เหตุนี้ พระราชาจึงจำเป็นต้องออกไปติด
ประกาศตามที่ต่าง ๆ เพื่อขอให้คนดีมีฝีมือจากทั่ว
ทุกสารทิศอาสามาช่วยเจ้าหญิง
3
โชคดีที่ในขณะนั้น มีชายหนุ่มพเนจรคนหนึ่งเดินทาง
ผ่านมาในเมืองและสังเกตเห็นประกาศของพระราชา
จึงอาสาไปช่วยเจ้าหญิงโดย3 มิได้หวังรางวัลแต่อย่างใด
ชายหนุ่มคิดเพียงว่าเขาอยากช่วยเจ้าหญิงผู้น่าสงสาร
ให้ปลอดภัย จากยักษ์ใหญ่ใจร้ายก็เท่านั้น ชายหนุ่ม
พเนจรเป็นคนที่มีจิตใจดี ทั้งยังมีสติปัญญาอันเฉลียว
ฉลาดและมีของวิเศษเป็นกระดาษขนาดต่าง ๆ ที่
สามารถนำมาพับเป็นสิ่งมหัศจรรย์อะไรก็ได้ตามแต่
ใจปรารถนา
4
เมื่อพระราชาทรงอนุญาตให้ชายหนุ่มไปช่วยเจ้าหญิงได้ ชาย
หนุ่มพเนจรจึงหยิบกระดาษวิเศษสีเหลืองแผ่นใหญ่ออกมา แล้ว
คิดหาทางพับกระดาษเป็นอะไรสักอย่าง เพื่อใช้มันช่วยเจ้าหญิง
ที่ถูกยักษ์จับไป ขังเอาไว้ในถ้ำเวทมนตร์ซึ่งอยู่บนภูเขาที่อยู่ไกล
โพ้นชายหนุ่มใช้เวลาคิดอยู่สักพัก จากนั้น เขาก็ตัดสินใจพับ
กระดาษวิเศษให้กลายเป็นเครื่องบินขนาดใหญ่ซึ่งไวกว่ารถยนต์
เป็นแน่แท้ เมื่อพับเสร็จชายหนุ่มรีบกระโดดขึ้นไปนั่งบนเครื่อง
บินอย่างไม่ประมาท แล้วใช้อำนาจสั่งให้เครื่องบินมุ่งหน้าตรงไป
ยังภูเขาซึ่งเป็นที่อยู่ของยักษ์ทันที ยิ่งใกล้ภูเขาเวทมนตร์มาก
เท่าใด อากาศไม่ดีเลยมันเต็มไปด้วยหมอกควันปกคลุมจนชาย
หนุ่ม มองเห็นเส้นทางได้ยากมากขึ้น และก่อนที่จะมีอุบัติเหตุเกิด
ขึ้น ชายหนุ่มจึงตัดสินใจบังคับให้เครื่องบินค่อยๆ ร่อนลงสู่พื้น
ดินอย่างนุ่มนวลหลังจากนั้นก็หยิบกระดาษวิเศษอีกแผ่นออกมา
แล้วลงมือพับกระดาษวิเศษให้กลายเป็นกบภูเขา เพื่อใช้มันไต่เขา
สำหรับการเดินทางภาคพื้นดิน
5
เมื่อกบที่พับขึ้นจากกระดาษวิเศษเริ่มมีชีวิต
ชายหนุ่มก็รีบกระโดดขึ้นขี่หลังของเจ้ากบแล้วกบ
ภูเขาก็พานายของมันไต่ขึ้นสู่ยอดเขาเวทมนตร์ที่
สูงลิบลิ่ว เมื่อกบภูเขาพาชายหนุ่มมาถึงปากถ้ำ
ของยักษ์ สิ่งที่ชายหนุ่มเห็นก็คือหมาเวทมนตร์
ตัวใหญ่ ที่นอนเฝ้าสมบัติอยู่ปากถ้ำด้วยแววตา
ถมึงทึง
6
ในขณะเดียวกัน เขาก็เห็นเจ้าหญิงผู้น่าสงสาร
ถูกยักษ์ใจร้ายขังเอาไว้ในกรงโดยห้อยลงมาจาก
เพดานผนังถ้ำชายหนุ่มเชื่อว่าเขาคงไม่มีเวลาพับ
กระดาษวิเศษให้กลายเป็นอาวุธต่อสู้กับเจ้ายักษ์
เป็นแน่ และเจ้ายักษ์ก็ทำท่าเหมือนพร้อมจะ
จัดการกับเขาได้ทุกขณะ
7
สิ่งเดียวที่ชายหนุ่มพอจะทำได้ก็คือ การหาวิธีเอาชนะยักษ์ด้วยสติ
ปัญญาที่เขามีอยู่ ชายหนุ่มผู้กล้าหาญพยายามตั้งสติแล้วคิดหาทาง
จัดการกับเจ้ายักษ์ด้วยวิธีที่ยักษ์คาดไม่ถึง เขาพยายามประมวลความ
คิดอย่างรวดเร็วที่สุด และในชั่วเสี้ยววินาทีหนึ่ง…ความคิดอันแสน
วิเศษก็สว่างวาบขึ้นในใจของเขา ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ชายหนุ่มเคย
ได้ยินมาว่า ในโลกใบนี้ไม่มีใครสามารถพับกระดาษทีละครึ่งแผ่นไป
เรื่อย ๆ ได้เกิน 9 ทบ เพราะการพับกระดาษทีละครึ่งแผ่น ในแต่ละ
ทบนั้น จะทำให้กระดาษหนาขึ้นและแข็งแรงขึ้นจนเปรียบได้กับ
เหล็กเพชรเลยทีเดียว ด้วยเหตุผลนี้ ชายหนุ่มจึงตัดสินใจออกอุบาย
ชมยักษ์ว่า เจ้ายักษ์ช่างแข็งแรงและเก่งกาจกว่ามนุษย์ในประเทศ
ของข้า อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ชายหนุ่มพยายาม ป้อยอ ยักษ์ต่าง ๆ
นานา จนกระทั่งยักษ์เริ่ม ตายใจ ชายหนุ่มก็แกล้งทำสีหน้าผิดหวัง
แล้วบอกเจ้ายักษ์ไปว่า “แต่น่าเสียดายเหลือเกินที่มีสิ่งหนึ่งแข็งแกร่ง
กว่ากำลังของท่าน มันเป็นสิ่งที่ท่านไม่สามารถใช้พละกำลังเอาชนะ
มันได้ ซึ่งมันก็คือการเอาชนะกระดาษธรรมดาๆหนึ่งแผ่น
ด้วยการ พับมันทีละครึ่ง ๆ ให้ได้เกินเก้าทบ” 8
เมื่อเจ้ายักษ์ได้ฟังถ้อยคำของชายหนุ่ม มันก็รู้สึกแปลก
ใจและโมโหมากจึงคิดว่าแค่การพับกระดาษทีละครึ่งแผ่น
ไปเรื่อย ๆ มันจะยากตรงไหน กระดาษธรรมดา ๆ จะแข็ง
แรงไปกว่ากำลังของข้าได้อย่างไรเมื่อชายหนุ่มเห็นเจ้า
ยักษ์หลงกลเช่นนั้นจึงแกล้งทำหน้าซื่อ ๆ แล้วท้าทายเจ้า
ยักษ์ ไปว่า “เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ถ้าท่านพับกระดาษทีละ
ครึ่งไปเรื่องจนได้เกิน 9 ทบ ถือว่าเจ้ามี การพัฒนาที่ดีขึ้น
ข้าพเจ้าจะยอมให้ท่านจับกินโดยไม่ขัดขืน แต่หากท่าน
ทำไม่ได้ ข้าอยากขอให้ท่านยักษ์ผู้ยอดเยี่ยม ยิ่งใหญ่และ
เกรียงไกรกว่าใคร ช่วยปล่อยตัวเจ้าหญิงให้เป็นอิสระ
จะได้ไหม” 9
เมื่อยักษ์ใจร้ายได้ฟัง มันก็หัวเราะลั่น เพราะไม่มีทางที่ยักษ์อย่าง
มันจะพับกระดาษไม่ได้ มันจึงสัญญาว่าหากมันพับกระดาษไม่ได้
มันก็จะยอมปล่อยตัวเจ้าหญิงไป แต่หากมันพับกระดาษได้ มันจะ
จับชายหนุ่มกินทันทีชายหนุ่มรีบตกลง ตามเงื่อนไข แล้วปล่อยให้
ยักษ์เลือกกระดาษที่จะใช้พับได้ตามใจชอบ เมื่อยักษ์ลงมือพับ
กระดาษมันลองพับ พับ แล้วก็พับ แต่ไม่ว่ามันจะลองพับกระดาษที
ละครึ่ง ทีละครึ่งอย่างไร หรือเปลี่ยนกระดาษจากแผ่นเล็กกระจิ๋ว
หลิวเหมือนธนบัตรไปเป็นกระดาษแผ่นใหญ่ขนาดไหน มันก็ไม่
สามารถพับกระดาษได้เกินเก้าทบเลยแม้สักครั้งในที่สุดยักษ์ใจร้าย
ก็ยอมรับว่ามันพับกระดาษทีละครึ่งแผ่นให้เกินเก้าทบไม่ได้จริง ๆ
เจ้ายักษ์จึงยอมปล่อยตัวเจ้าหญิงตามสัญญา ทั้งยังชื่นชมชาย
หนุ่มว่าเป็นคนกล้าหาญแถมยังมีสติปัญญาที่เฉลียวฉลาดในที่สุด
ทั้งคู่ก็ตัดสินใจแต่งงานกันและได้อยู่ครองรักกันท่ามกลางความ
ยินดีของพระราชาและชาวเมืองทุกๆ คน
10