The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Praxwz, 2023-02-12 23:33:43

รายงานภาษาไทย-เรื่อง-นิทานพื้นบ้าน cdh 1223

รายงาน เรื่อง นิทานพื้นบ้าน จัดทำโดย เด็กชาย ศักดิ์ดิชัย ลัทธศักดิ์ศิริ เลขที่ ๖ เด็กชาย ธนโชค น้อยประเสริฐ เลขที่ ๑๕ เด็กหญิง ประไพรพร พวงไสว เลขที่ ๒๕ เด็กหญิง ภัทรวดี เจริญวงค์ษา เลขที่ ๒๗ เด็กหญิง ธีรนุช พิณตะคุ เลขที่ ๒๘ เด็กหญิง ยุราวัลย์ คูประเสริฐ เลขที่ ๓๑ ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๑/๑ เสนอ ครูเกษศิรินทร์ ประพันธ์เจริญ รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาภาษาไทย รหัสรายวิชา ท ๒๑๑๐๒ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ โรงเรียนอนุบาลวัดโชติทายการามสงเคราะห์ อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี


รายงาน เรื่อง นิทานพื้นบ้าน จัดทำโดย เด็กชาย ศักดิ์ดิชัย ลัทธศักดิ์ศิริ เลขที่ ๖ เด็กชาย ธนโชค น้อยประเสริฐ เลขที่ ๑๕ เด็กหญิง ประไพรพร พวงไสว เลขที่ ๒๕ เด็กหญิง ภัทรวดี เจริญวงค์ษา เลขที่ ๒๘ เด็กหญิง ธีรนุช พิณตะคุ เลขที่ ๒๘ เด็กหญิง ยุราวัลย์ คูประเสริฐ เลขที่ ๓๑ ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๑/๑ เสนอ ครูเกษศิรินทร์ ประพันธ์เจริญ รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาภาษาไทย รหัสรายวิชา ท ๒๑๑๐๒ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ โรงเรียนอนุบาลวัดโชติทายการามสงเคราะห์ อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี


คำนำ รายงาน เรื่อง นิทานพื้นบ้าน เป็นส่วนหนึ่งของวิชาภาษาไทย รหัสรายวิชา ท ๒๑๑๐๒ มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาเกี่ยวกับนิทานพื้นบ้านของไทย รายงานฉบับนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับนิทานพื้นบ้าน การศึกษาค้นคว้าเรื่อง นิทานพื้นบ้าน เล่มนี้ คณะผู้จัดทำได้วางแผน ได้ดำเนินการศึกษา โดยศึกษาจาก แหล่งเรียนรู้ อาทิ เช่น อินเทอร์เน็ต และแหล่งเรียนรู้จากเว็บไซต์ การจัดทำรายงานฉบับนี้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ไปได้ด้วยดี คณะผู้จัดทำขอขอบพระคุณ คุณครู เกษศิรินทร์ ประพันธ์เจริญ ที่ท่านให้คำแนะนำในการเขียนรายงานและคำปรึกษาจนรายงานฉบับนี้สมบูรณ์ในด้าน การดำเนินแผนปฏิบัติ การดำเนินการทำงาน คณะผู้จัดทำหวังว่ารายงานฉบับนี้ ที่ได้เรียบเรียงมาคงเป็น ประโยชน์แก่ผู้สนใจเป็นอย่างดี หากมีสิ่งใดในรายงานฉบับนี้จะต้องปรับปรุง คณะผู้จัดทำขอน้อมรับในข้อชี้แนะ และจะนำไปแก้ไขพัฒนาให้ถูกต้องสมบูรณ์ต่อไป คณะผู้จัดทำ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๖ ก


สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข-ค ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับนิทานพื้นบ้าน ๑ - ความหมายของนิทานพื้นบ้าน ๑ - ลักษณะของนิทานพื้นบ้าน ๑ - ประเภทของนิทานพื้นบ้าน ๒ - คุณค่าของนิทานพื้นบ้าน ๓ ตัวอย่างนิทานพื้นบ้าน ๔ - แก้วหน้าม้า ๔ - ปลาบู่ทอง ๔ - จันทโครพ ๔ - พระนามจามเทวี ๔ - พญาคันคาก ๕ - ลิลิตรพระลอ ๕ - พิกุลทอง ๕ - โสนน้อยเรือนงาม ๕ - สังข์ทอง ๕ ข


สารบัญ เรื่อง หน้า - แตงอ่อน ๕ - ไชยเชษฐ์ ๖ - ขุนช้างขุนแผน ๖ - นางสิบสอง ๖ - ไกรทอง ๗ - เศรษฐีกับยาจก ๘ บทสรุป ๙ บรรณานุกรม ๑๐ ค


ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับนิทานพื้นบ้าน ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับนิทานพื้นบ้าน คณะผู้จัดทำได้ศึกษาจากแหล่งความรู้หลากหลาย โดยสรุปไว้ ๔ ประเด็น คือ ความหมายของนิทานพื้นบ้าน ลักษณะของนิทานพื้นบ้าน ประเภทของนิทานพื้นบ้าน และคุณค่าของ นิทานพื้นบ้าน ดังนี้ ๑. ความหมายของนิทานพื้นบ้าน สําหรับความหมายของนิทานพื้นบ้าน มีนักวิชาการหรือนักปราชญ์ได้ให้ความหมายไว้หลายท่านจึงหยิบ ข้อมูลบางท่านมาดังนี้ - คนที่ ๑ ปรีชา อุยตระกูล (๒๕๒๐: ๑๘) ได้กล่าวว่า นิทานพื้นบ้าน หมายถึงเรื่องที่เป็นมุขปาฐะและเรื่อง ที่บันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านต่าง ๆ สะท้อนความเป็นอยู่ในสังคมแต่ละยุคได้ดี พอสมควร - คนที่ ๒ จํานง ทองประเสริฐ (๒๕๒๒: ๑๑๐-๑๑๑) ได้กล่าวว่า นิทานพื้นบ้าน หมายถึงเรื่องราวที่บุคคล ในท้องถิ่นต่าง ๆ แต่งขึ้นและเล่าต่อกันมาเป็นเวลาช้านานมีความมุ่งหมายเพียงเป็นเครื่องบันเทิงใจและสังสอน บุคคลให้กระทําความดี เช่นความกตัญญูกตเวทีซื่อสัตย์สุจริตและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่บางเรื่องแต่งขึ้นเพื่ออธิบายคํา พังเพยเก่าของไทย เช่น นอนสูงให้นอนควํ่า นอนตํ่าให้นอนหงาย หรือเนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง เอากระดูกมา แขวนคอ ๒. ลักษณะนิทานพื้นบ้าน นิทานพื้นบ้านมีลักษณะเฉพาะที่เห็นเด่นชัด คือ เป็นเรื่องเล่าที่มีการดำเนินเรื่อง อย่างง่ายๆ อาทิ เช่น โครงเรื่องไม่ซับซ้อน มีวิธีการที่เล่าก็เป็นไปอย่างง่ายๆตรงไปตรงมา มักจะเริ่มเรื่องโดยการกล่าวถึงตัวละครสำคัญ ของเรื่อง ซึ่งอาจจะเป็นรุ่นพ่อ-แม่ของพระเอกหรือนางเอก แล้วดำเนินเรื่องไปตามเวลาปฏิทิน ส่วนมากตัวละคร เอกพบอุปสรรคปัญหา แล้วก็ฟันฝ่าอุปสรรคหรือแก้ปัญหาลุล่วงไปจนจบเรื่อง ซึ่งมักจะจบแบบมีความสุข หรือ สุขนาฏกรรม ถ้าเป็นนิทานคติ ก็มักจะจบลงว่า “นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…..” ถ้าเป็นนิทานชาดกก็จะบอกว่าตัว ละครสำคัญของเรื่องในชาติต่อไป ไปเกิดเป็นใครบ้าง ถ้าเป็นนิทานปริศนาก็จะจบลงด้วยประโยค คำถาม ลักษณะ ของนิทานพื้นบ้าน กุหลาบ มัลลิกะมาส (๒๕๑๘, หน้า ๙๙-๑๐๐) ได้สรุปไว้ดังนี้ ๑. เป็นเรื่องเล่าด้วยถ้อยคำธรรมดา เป็นภาษาร้อยแก้วไม่ใช่ร้อยกรอง ๒.เล่ากันด้วยปากสืบทอดกันมาเป็นเวลาช้านาน และเมื่อการเขียนเจริญขึ้น ก็อาจมีการเขียนขึ้นตามเค้า เดิมที่เคยเล่าด้วยปาก ๓.ไม่ปรากฏว่าผู้เล่าดั้งเดิมเป็นใคร อ้างแต่ว่าเป็นของเก่าฟังมาจากผู้เล่า ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญยิ่งในอดีตอีก ต่อหนึ่ง ผิดกับนิยายสมัยใหม่ที่ทราบตัวผู้แต่ง แม้นิทานที่ปรากฏชื่อ ผู้แต่งเช่น นิทานของกริมม์ ก็อ้างว่าเล่าตาม เค้านิทานที่มีมาแต่เดิมไม่ใช่ตนแต่งขึ้นเอง ๑


๓. ประเภทของนิทานพื้นบ้าน การแบ่งประเภทนิทานพื้นบ้านมีวิธีการแบ่งและใช้คำแตกต่างกันไปบ้าง ในที่นี้จะได้จัดจำแนกประเภท นิทานตามรูปแบบของนิทานออกเป็น ๑๔ ประเภท ดังนี้ ๑. นิทานปรัมปราหรือนิทานทรงเครื่อง ลักษณะที่เห็นเด่นชัด คือเป็นเรื่องค่อนข้างยาว มีเหตุการณ์ที่เป็น จุดขัดแย้งประกอบอยู่หลายเหตุการณ์ หรือหลายอนุภาค เนื้อเรื่องจะประกอบด้วยอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ต่าง ๆ ซึ่ง พ้นวิสัยมนุษย์ สถานที่เกิดเหตุ ไม่แน่ชัดว่ามีอยู่ที่ใด ตัวเอกของเรื่องเป็นผู้มีคุณสมบัติพิเศษ เช่น มีบุญบารมี มีของ วิเศษที่สามารถต่อสู้อุปสรรคขวากหนามทำให้ศัตรูพ่ายแพ้ไปในที่สุด และจบลงด้วยความสุข เช่น เรื่อง โสนน้อย เรือนงาม ปลาบู่ทอง นางสิบสอง สังข์ทอง เป็นต้น เนื้อหาของนิทานประเภทนี้สนุกสนานตื่นเต้น การดำเนินเรื่อง อยู่ในโลกของจินตนาการ มีความมหัศจรรย์จากอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ของตัวละครที่เป็นอมนุษย์ เช่น ยักษ์ เทวดา หรือพญานาค เข้ามาเกี่ยวข้องในบางแห่งจึงเรียกนิทานประเภทนี้ว่า “นิทานมหัศจรรย์” และ ด้วยเนื้อเรื่อง สนุกสนานดังกล่าว ปัจจุบันจึงมีผู้นำมาดัดแปลงสำหรับใช้แสดงลิเก ละคร ภาพยนตร์ และการแสดงอื่น ๆ ๒ .นิทานท้องถิ่นหรือนิทานประจำท้องถิ่น นิทานประเภทนี้ผู้เล่าจะเล่าด้วยความเชื่อว่า เหตุการณ์หรือ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริงและมักมีหลักฐาน อ้างอิงประกอบเรื่อง มีตัวบุคคลจริง ๆมีสถานที่จริง ๆ กำหนดไว้แน่นอนกว่าในนิทานปรัมปรา เช่น พระร่วง เจ้าแม่สร้อยดอกหมาก ท้าวแสนปม เมืองลับแล พระยากง พระยาพาน เป็นต้น ๓. นิทานประเภทอธิบายหรือนิทานอธิบายเหตุ เป็นเรื่องที่ตอบคำถามว่าทำไม เพื่ออธิบายความเป็นมา ของบุคคล สัตว์ ปรากฏการณ์ต่าง ๆของธรรมชาติอธิบายชื่อสถานที่ต่าง ๆสาเหตุของความเชื่อบางประการ รวมทั้ง เรื่องเกี่ยวกับสมบัติที่ฝังไว้ นิทานประเภทนี้ของไทยได้แก่ เหตุใดกาจึงมีสีดำ ทำไมมดตะนอยจึงเอวคอด ทำไมจึง ห้ามนำน้ำส้มสายชูเข้าเมืองลพบุรี ปู่โสมเฝ้าทรัพย์ นิทานที่พบมากคือ เรื่องเกี่ยวกับสถานที่ เช่น เกาะหนู เกาะ แมว ในจังหวัดสงขลา ถ้ำผานางคอย จังหวัดแพร่ เขาตาม่องล่าย เป็นต้น ๔ นิทานชีวิต เป็นเรื่องค่อนข้างยาว ประกอบด้วยหลายอนุภาค หลายตอน เนื้อหาของนิทานคล้ายชีวิต จริงมากขึ้น ตัวละครในนิทานประเภทนี้จะมีลักษณะเป็นคนธรรมดาสามัญมากกว่า ท้าวพระยามหากษัตริย์ มี บทบาท การใช้ชีวิตเหมือนมนุษย์ปุถุชนทั่วไป แก่นของเรื่องเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรัก ความโกรธ ความหลง ความ กลัว การผจญภัย สะเทือนอารมณ์มากกว่านิทานปรัมปรา ตัวเอกของเรื่องต้องใช้ภูมิปัญญา และความสามารถใน การแก้ไขปัญหาต่าง ๆซึ่งเป็นอุปสรรคของชีวิต แสดงความกล้าหาญ อดทน อดกลั้น เอาชนะอุปสรรค ศัตรู จน บรรลุจุดหมายไว้ ฉากและบรรยากาศของนิทานชนิดนี้มีลักษณะสมจริงมากขึ้น นิทานชีวิตของไทยที่รู้จักกันทั่วไปก็ คือ เรื่องขุนช้างขุนแผน พระลอ ไกรทอง ของตะวันตก ได้แก่ นิทานชุดเดคาเมรอน ของตะวันออก ได้แก่ นิทาน อาหรับราตรี ๒


๕. นิทานเรื่องผีเป็นนิทานที่มีตัวละครเป็นผี วิญญาณ มีเหตุการณ์เกี่ยวกับผี ผีหลอก ผีสิง เนื้อเรื่อง ตื่นเต้นเขย่าขวัญ ทั้งผู้เล่าและผู้ฟังค่อนข้างเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง นิทานเรื่องผีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อของคน ไทยในเรื่องวิญญาณ และภูตผีต่าง ๆ อย่างชัดเจน ผีหรือวิญญาณในนิทานจะมาปรากฏร่างหรือการกระทำก็ เพื่อให้ความ ช่วยเหลือ เพื่อแก้แค้นและเพื่อแสดงอิทธิฤทธิ์ ๖. นิทานวีรบุรุษ เป็นนิทานที่กล่าวถึงคุณธรรม ความสามารถ ฉลาดเฉลียว ความกล้าหาญของบุคคล ส่วนมากเป็นวีรบุรุษของชาติหรือบ้านเมือง นิทานประเภทนี้คล้ายคลึงกับนิทานปรัมปรา คือ ตัวเอกเป็นวีรบุรุษ เหมือนกัน แต่มีข้อแตกต่างกันคือ นิทานวีรบุรุษมักกำหนดสถานที่ และเวลาในเรื่องแน่ชัดขึ้น แก่นเรื่องของนิทาน วีรบุรุษเป็นเรื่อง วีรกรรมของตัวเอกซึ่งเกิดจากการต่อสู้เพื่อคนส่วนใหญ่ การผจญภัยต่าง ๆที่เก่งกล้าเกินกว่า คน ทั่วไป นิทานวีรบุรุษของภาคตะวันตก เช่น โรบินฮู้ด เฮอร์คิวลิส ของไทย เช่น ไกรทอง เจ้าสายน้ำผึ้ง พระร่วงวาจา สิทธิ์ เป็นต้น ชื่อบุคคล ชื่อบ้านเมือง เหตุการณ์หรือเค้าเรื่องมีส่วนที่เป็นความจริงอยู่ด้วย แต่เล่าตกแต่งเพิ่มเติม เสริมขึ้นจนเป็นรูปนิทานไป ๗. นิทานคติสอนใจหรือนิทานประเภทคำสอน (fable) เป็นเรื่องสั้นๆไม่ สมจริง มีเนื้อหาในเชิงสอนใจ ให้ แนวทางในการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องทำนองคลองธรรม บางเรื่องสอนโดยวิธีบอกตรง ๆ บางเรื่องให้เป็นแนว เปรียบเทียบเป็นอุทาหรณ์ ในบางแห่งจึงเรียกนิทานประเภทนี้ว่า นิทานอุทาหรณ์บ้าง หรือนิทานสุภาษิตบ้าง ตัว ละครในเรื่องอาจจะเป็นคน สัตว์ หรือเทพยดา เป็นตัวดำเนินเรื่อง สมมติว่าเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในอดีต เช่น เรื่อง หนู กัดเหล็ก นิทานอีสป นิทานจากปัญจตันตระ เป็นต้น ๘. นิทานศาสนา (religious tale) เป็นนิทานเกี่ยวกับศาสนา พระเจ้า นักบวชต่าง ๆ มีประวัติอภินิหาร หรืออิทธิฤทธิ์ เรื่องลักษณะนี้ของชาวตะวันตกมีมาก เช่น เรื่องพระเยซู และนักบุญต่าง ๆ ของไทยก็มีบ้างที่ เกี่ยวกับอภินิหารของนักบวชที่เจริญภาวนามีฌาณแก่กล้า มีอิทธิฤทธิ์พิเศษ เช่น เรื่องหลวงพ่อทวด สมเด็จเจ้า แตงโม เป็นต้น ๔. คุณค่าของนิทานพื้นบ้าน นิทานพื้นบ้านเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของคนไทยสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนมี คุณค่าต่อคนในสังคม ด้านต่าง ๆ ดังนี้ ๑. คุณค่าด้านอารมณ์ การเล่านิทานมีจุดมุ่งหมายสำคัญให้ความเพลิดเพลินแก่ผู้ฟัง นำผู้ฟังไปยังโลก แห่งความมหัศจรรย์ ดินแดนที่วิเศษ ดินแดนที่แปลก ๆ ไม่มีในชีวิตจริง เต็มไปด้วยอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ และสัตว์ประหลาด ตัวละครในนิทานมีทั้งมนุษย์ อมนุษย์ ล้วนแล้วแต่เป็นภาพจำลองของมนุษย์ทั้งสิ้น มีทั้งดี และเลว กล้าหาญและขี้ขลาด เสียสละและเห็นแก่ตัว การฟังนิทานทำให้ได้เรียนรู้มนุษย์หลายบุคลิก ผู้ฟังได้ ๓


เพลิดเพลินสนุกสนาน ไปกับเรื่องราวต่าง ๆ หลายหลากรส ซึ่งทำให้ผู้ฟังมีความสุขและมีความหวังในการ ดำรงชีวิต ตัวอย่างนิทานพื้นบ้าน ๑. แก้วหน้าม้า เป็นเรื่องราวของอดีตนางฟ้าตนหนึ่ง ชื่อ นางแก้วมณี ที่ถูกสวรรค์สาปมาให้เป็นหญิงสาวชาวบ้านที่มี ใบหน้าเป็นม้า แก้วหน้าม้ามีพลังวิเศษและมีเหล่าฤาษีที่คอยช่วยเธอ อยู่มาวันหนึ่งแก้วหน้าม้าก็ได้พบกับเจ้าชาย โดยที่เจ้าชายสัญญากับเธอว่าจะพาเธอไปเป็นพระมเหสีแต่ก็ถูกเสด็จพ่อและเสด็จแม่ของเจ้าชายกลั่นแกล้ง ตลอดเวลา พยายามจะขับไล่เธอออกจากวัง แต่แก้วหน้าม้าใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองอย่างมาก จนสุดท้ายก็สำเร็จใน ที่สุด ๒. ปลาบู่ทอง เศรษฐีทารก (ทาระกะ) มีภรรยา 2 คน คนแรกให้กำเนิดลูกสาว ชื่อ เอื้อย ส่วนภรรยาคนที่ 2 ให้กำเนิด ลูกสาว 2 คน ชื่อ อ้ายและอี่ แต่เศรษฐีทารกนี้ได้ฆ่าแม่ของเอื้อยแล้วโยนลงคล เหตุเพราะแม่ของเอื้อยบอกให้ ปล่อยปลาบู่ที่จับมาได้เพียงตัวกำลังตั้งท้องไป แต่ฝ่ายสามีไม่ยอมและโมโหมาก ส่วนเอื้อยเด็กสาวยอดกตัญญูเมื่อรู้ ว่าแม่มาเกิดเป็นปลาบู่ก็นำอาหารมาให้กิน หรือเกิดเป็นต้นมะนาวก็เอามารดดูแลอย่างดี ๓. จันทโครพ เจ้าชายแห่งเมืองพาราณสีได้ไปฝึกวิชากับฤาษีจนสำเร็จ ฤาษีมอบผอบให้จันทโครพก่อนจะเดินทางกลับ บ้าน พร้อมกำชับอย่างหนักแน่นว่าห้ามเปิดจนกว่าจะถึงบ้าน แต่ด้วยความสงสัยอยากรู้อยากเห็น จึงเปิดผอบออก ดูระหว่างการเดินทาง นางโมราโผล่ออกมา สตรีที่สวยงดงาม แต่เป็นเหตุให้จันทโครพต้องพบกับเรื่องวุ่นวายต่าง ๆ ๔. พระนางจามเทวี นิทานพื้นบ้านที่มีต้นกำเนิดมาจากทางภาคเหนือของเรา พระนางจามเทวีเป็นอิสตรีที่มีความเก่งและความ ฉลาด เมื่อภายหลังที่พระสวามีเสด็จสวรรคต พระนางจึงถูกกบฎจับตัวไปให้ครองเมืองอื่นและปกครองเมืองนั้นได้ อย่างสงบสุข ๔


๕. พญาคันคาก (คางคก) นิทานพื้นบ้านที่เป็นเรื่องเล่าของพระมเหสีองค์หนึ่งที่ให้กำเนิดลูกชายออกมาเป็นคางคก ผิวหนัง ตะปุ่มตะป่ำดูน่ารังเกียจ และระหว่างการให้กำเนิดนั้นก็ได้เกิดลมพัดมาอย่างแรง พร้อมทั้งมีฟ้าผ่าลงมาไม่ขาดสาย พระราชาจึงตามโหรมาทำนาย โหรจึงกราบทูลพระราชาว่า แม้ร่างกายจะดูเป็นที่น่ารังเกียจก็อย่าเพิ่งตัดสินหรือไป ดูถูกเขา แต่ขอให้เลี้ยงดูเขาให้ดี เขาจะนำพาความเจริญรุ่งเรืองมาให้แก่บ้านเมืองได้ ๖. ลิลิตรพระลอ เรื่องเล่าจากทางภาคเหนือของไทยเราอีกเรื่องหนึ่ง ที่เชื่อกันว่าเป็นเรื่องจริง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ ความรักของเจ้าชาย แต่เป็นรักที่ไม่สมหวัง ๗. พิกุลทอง เรื่องเล่าของสาวภาคกลางที่มีชื่อว่า พิกุล แม่ของเธอเสียชีวิตไปตั้งแต่ตอนที่เธอยังเล็กมาก พิกุลต้องอยู่กับ แม่เลี้ยง ทำงานบ้านทุกอย่าง อยู่มาวันหนึ่งเธอพบกับหญิงชราที่แต่งตัวซอมซ่อมาขอน้ำดื่ม แต่เธอก็ไม่ได้รังเกียจ เธอจึงได้พรวิเศษจากหญิงชรานั้น เมื่อใดก็ตามที่เธอรู้สึกสงสารใครและพูดออกมาจะมี “ดอกพิกุลทอง” ร่วง ออกมาจากปาก ๘. โสนน้อยเรือนงาม เจ้าหญิงที่จำต้องออกเดินทางไปนอกเมือง เนื่องจากมีโหรทำนายว่าดวงของเธอจะไม่ดี เธอต้องอาศัยอยู่ ในป่า กระอินทรรู้สึกสงสารเธอ จึงได้มอบของวิเศษให้ เธอจึงนำของวิเศษนี้ไปช่วยชุบชีวิตหญิงคนหนึ่งที่ถูกงูกัด ตาย แต่หญิงคนนั้นไม่ได้มีความสำนึกในบุญคุณเอาเสีย แต่กลับคิดจะทรยศ หวังจะช่วงชิงทุกอย่างไปจากเธอ ๙. สังข์ทอง ตัวละครคือ สังข์ทอง หรือเงาะป่าที่หลายคนคุ้นเคยกันดี สังค์ทองได้เล่าเรื่องที่เจ้าชายต้องการหาคู่แต่ อยากลองใจหญิงสาวที่จะมาเป็นคู่ครองก่อน จึงตัดสินใจแปลงกายเป็นเงาะป่าที่ตัวดำ รูปร่างอัปลักษณ์ แต่สุดท้าย แล้ว เจ้าเงาะป่าหรือสังค์ทองก็ได้ค้นหญิงสาวรายหนึ่ง นามว่า “รจณา” ๑๐. แตงอ่อน หญิงสาวผู้โชคร้ายที่ได้ให้กำเนิดลูก แต่ต้องถูกสับเปลี่ยนกับจระเข้ ส่งผลให้เธอต้องถูกขับไล่ออกจากเมือง เธอต้องพบกับเหตุการณ์ที่เลวร้ายต่าง ๆ มากมาย ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า แต่ท้ายที่สุดแล้วเธอก็ได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากับ ครอบครัวที่อบอุ่นและมีความสุขอีกครั้ง ๕


๑๑. พระไชยเชษฐ์ มีพระธิดาองค์หนึ่งมีนามว่า นางจำปาทอง เนื่องจากเวลาที่นางร้องไห้ น้ำตาก็จะไหลออกมาเป็นดอก จำปา วันหนึ่งนางเก็บไข่จระเข้มาเลี้ยง เมื่อเลี้ยงได้เติบใหญ่ จระเข้ก็เที่ยวไปไล่กัดชาวบ้าน จนทำให้ท้าวอภัยนุโรธ โกรธมาก จึงขับไล่นางออกไปจากเมือง เมื่อเดินทางมาเรื่อย ๆ นกเจอยักษ์ตนหนึ่ง จึงตกใจวิ่งหนีไปจนไปเจอกับฤาษีตนหนึ่ง จึงได้ขอกราบเป็น ผู้รับใช้ฤาษี ต่อมาท้าวสิงหล ซึ่งเป็นยักษ์ที่ครองเมืองสิงหล ไม่มีทั้งพระโอรสและพระธิดา เห็นนางจำปาทองก็ถูกใจจึง ขอไปเลี้ยงเป็นพระธิดา และเปลี่ยนชื่อเป็น นางสุวิญชา ขณะที่พระไชยเชษฐ์มีสนมอยู่แล้ว 7 คน แต่เมื่อเจอกับ นางสุวิญชาก็ถูกใจจึงขอไปเป็นสนมอีก 1 คน และนางสุวิญชาตั้งครรภ์ แต่ด้วยสนมทั้ง 7 คนเกิดความอิจฉานางสุ วิญชา เนื่องจากพระไชยเชษฐ์รักนางมากกว่า ทั้ง 7 คนจึงออกอุบายว่า นางสุวิญชาคลอดลูกออกมาเป็นท่อนไม้ พระไชยเชษฐ์จึงไล่นางสุวิญชาออกจากเมือง ต่อมาพระไชยเชษฐ์เพิ่งรู้ความจริงว่าเรื่องราวที่สนมทั้ง 7 คนกล่าวมานั้นไม่เป็นความจริง พระไชยเชษฐ์จึง ออกตามหานางอีกครั้ง ๑๒. ขุนช้างขุนแผน ขุนช้างขุนแผนเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวเนื่องกัน 3 ครอบครัวด้วยกัน ได้แก่ ครอบครัวที่ ๑ ครอบครัวของขุนไกรพลพ่าย รับราชการทหาร มีภรรยาชื่อ นางทองประศรี มีลูกชายชื่อ พลายแก้ว ครอบครัวที่ ๒ ครอบครัวของขุนศรีวิชัย เป็นเศรษฐีใหม่แห่งเมืองสุพรรณบุรี รับราชการเป็นนายกองกรมช้างนอก ภรรยาชื่อ นาง เทพทอง มีลูกชายชื่อ ขุนช้าง ซึ่งหัวล้านมาตั้งแต่กำเนิด ครอบครัวที่ ๓ ครอบครัวสุดท้ายเป็นครอบครัวของนายพันศร โยธา มีอาชีพเป็นพ่อค้า มีภรรยาชื่อ นางศรีประจัน มีลูกสาว หน้าตางดงาม ชื่อ พิมพิลาไลย ๖


๑๓. นางสิบสอง คู่สามีภรรยาคู่หนึ่งเป็นเศรษฐีแต่ไม่มีลูก จึงได้ไปไหว้ขอลูกกับเทวดา จากนั้นภรรยาของเขาก็ได้คลอดลูก ออกมา ๑๒ คน ต่อมาครอบครัวของเขาเริ่มยากจนลงเรื่อย ๆ จนพ่อตัดสินใจนำลูกไปปล่อยไว้ในป่า ต่อมาได้เจอ กับนางยักษ์สารตรา ซึ่งนางได้นำ ๑๒ คนไปเลี้ยงเป็นลูก ต่อมาทั้ง ๑๒ คนเพิ่งมารู้ว่าผู้หญิงที่เป็นแม่เลี้ยงคนนี้คือ ยักษ์ ทั้งหมดจึงพากันหนีออกมาจนมาเจอกับ ท้าวยาสิทธิ์ เจ้าเมืองขีดขิน ทั้งหมดจึงได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นมเหสี เมื่อนางยักษ์ทราบเรื่องจึงตามมาแก้แค้นด้วยการ แปลงกายเป็นสาวสวย จนท้าวยาสิทธิ์หลงรักจึงได้แต่งตั้งให้นางเป็นมเหสีอีกคน นางยักษ์นำนาง ๑๒ คนนี้ไปไว้ในถ้ำแล้วควักลูกตาออก เว้นไว้แต่นางเภา น้องคนสุดท้องที่ควักตาออกไป เพียงข้างเดียว ขณะนั้นนางทั้ง ๑๒ คนกำลังตั้งท้องอยู่ หลังจากที่คลอดลูกทุกคนกินลูกตัวเอง เพราะความหิวโหย แต่…นางเภา น้องคนสุดท้องไม่กิน เลี้ยงลูกชายคนเดียวนี้มาจนโตนามว่า พระรถเสน เมื่อนางยักษ์รู้ข่าวจึงต้องการ จะฆ่าพระรถเสน จึงออกอุบายให้พระรถเสนนำสารไปส่งให้นางเมรี และบอกกับนางเมรีว่า “เมื่อพระรถเสน เดินทางถึงที่นั่นแล้วให้ฆ่าทิ้งเสีย” แต่เมื่อพระรถเสนเดินทางไปถึงนางเมรีก็ตกหลุมรัก และแต่งงานอยู่กินกันมา ต่อมาไม่นานม้าของพระรถ เสนเตือนให้รีบนำดวงตาไปคืนกับนาง ๑๒ พระรถเสนจึงได้รีบกลับไปที่ถ้ำ เมื่อนางเมรีรู้ข่าวก็ออกตามหา เมื่อเจอ พระรถเสน นางก็ร่ำไห้เสียใจจนสิ้นใจตาย ๑๔. ไกรทอง เรื่องราวของพญาชาลวัน จระเข้ที่มีฤทธิ์มีอาคมมาก อาศัยอยู่ในถ้ำใต้บาดาล มีภรรยาสองคน ชื่อ นางวิ มาลา และนางเลื่อมลายวรรณ อยู่มาวันหนึ่งพญาชาลวันอยากกินเนื้อมนุษย์ จึงว่ายน้ำขึ้นไปก็ไปเจอกับนางตะเภา แก้วและนางตะเภาทองที่กำลังเล่นน้ำกันอยู่ แต่พญาชาลวันตกหลุมรักนางตะเภาทองจึงได้ไปคาบกลับมาที่ถ้ำ ส่งผลให้ภรรยาทั้งสองคนไม่พอใจ ฝ่ายพ่อซึ่งเป็นเศรษฐีของเมือง เข้าใจว่านางตะเภาทองเสียชีวิตแล้ว จึงออกป่าวประกาศว่าใครที่สามารถ ปราบชาลวันได้จะตบรางวัลให้อย่างงาม ไกรทองขณะนั้นก็เป็นพ่อค้าชาวนนท์ที่ล่องเรือมายังเมืองพิจิตร ทราบข่าวก็อาสาจะปราบเอง สุดท้ายก็ทำ ได้สำเร็จ และช่วยนางตะเภาทองมาได้อย่างปลอดภัย ฝ่ายพ่อจึงยกลูกสาวให้ไกรทอง พร้อมของกำนัลมากมาย แต่ ไกรทองก็อดคิดถึงนางวิมาลาได้ สุดท้ายจึงได้นางมาเป็นภรรยาอีกคน ๗


๑๕.นิทานเรื่องเศรษฐีกับยาจก มีชายสองคนที่มีฐานะต่างกัน ทั้งสองได้เป็นเพื่อนกัน ชายคนแรกมีฐานะร่ำรวย แต่อาศัยอยู่ตามลำพัง ไม่ มีญาติพี่น้อง ส่วนชายคนที่สองมีครอบครัวที่อยู่อย่างมีความสุขแต่มีฐานะยากจน ชายคนแรกได้บอกว่า ถึงแม้จะ อยู่คนเดียว แต่ก็ไม่คิดอิจฉา ด้วยความที่มีทรัพย์สินเงินทองให้ใช้มากมาย ส่วนชายคนที่สองก็บอกว่า ไม่เคยคิด อิจฉาเช่นกัน เพราะมีครอบครัวที่ดี มีลูกคอยดูแล ชายทั้งสองต่างก็พยายามพูดให้อิจฉาในชีวิตในแบบของตนโดย ไม่มีใครยอมใคร ในที่สุดชายคนที่สองจึงออกความเห็นให้ต่างฝ่ายต่างมากินข้าวที่บ้านของแต่ละคน เมื่อชายคนที่ สองได้ไปกินข้าวที่บ้านชายคนแรกก็พบว่าบ้านของชายคนแรกมีของใช้ของกินมากมาย แต่กลับต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้น ที่จะต้องทำอะไรคนเดียว และเมื่อชายคนแรกไปกินข้าวที่บ้านของชายคนที่สองก็พบว่า เขาไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะมีลูก ๆ คอยช่วยเหลืองานบ้านต่าง ๆ และกินข้าวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ๘


บทสรุป จากที่กล่าวมาแล้วข้างต้นจะเห็นว่านิทานพื้นบ้านมีลักษณะเฉพาะที่ผู้ที่สนใจควรเรียนรู้ เพื่อให้เกิดความ เข้าใจลักษณะของนิทานพื้นบ้านอย่างถ่องแท้ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาทักษะการอ่านให้มีประสิทธิภาพ มากขึ้น อีกทั้งควรตระหนักถึงความสำคัญนิทานพื้นบ้านในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมและเป็นเครื่องมือในการอ่าน อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งการมีความรู้ความเข้าใจลักษณะละความสำคัญ ของนิทานพื้นบ้านของการอ่านนิทาน พื้นบ้านเป็นพื้นฐานในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณในชีวิตประจำวัน ๙


บรรณานุกรม ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับนิทานพื้นบ้าน (ออนไลน์) : เข้าถึงได้จาก http://fulltext.rmu.ac.th/fulltext/2559/121295/chapter2.pdf (วันที่ค้นข้อมูล ๓๐ มกราคม ๒๕๖๖) ความหมายของนิทานพื้นบ้าน (ออนไลน์) : เข้าถึงได้จาก https://www.baanjomyut.com/library_2/folk_tales/02.html (วันที่ค้นข้อมูล ๓๐ มกราคม ๒๕๖๖) คุณค่าของนิทานพื้นบ้าน (ออนไลน์) : เข้าถึงได้จาก https://www.kroobannok.com/6516 (วันที่ค้นข้อมูล ๓๐ มกราคม ๒๕๖๖) ตัวอย่างนิทานพื้นบ้าน (ออนไลน์) : เข้าถึงได้จาก https://momandbaby.net/lifestyle/10-story-book-thai/ (วันที่ค้นข้อมูล ๓๐ มกราคม ๒๕๖๖) ๑๐


Click to View FlipBook Version