The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือพนักงานออนไลน์ โรงพยาบาลราชสีมาฮอล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-03-17 08:47:04

คู่มือพนักงานออนไลน์ โรงพยาบาลราชสีมาฮอล

คู่มือพนักงานออนไลน์ โรงพยาบาลราชสีมาฮอล

คู่มือพนักงาน

โรงพยาบาลราชสีมา ฮอลพิทอล
https://www.ratchasima-hospital.com/th/home

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

คำนำ



คู่มือนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับภาวะปัจจุบันและเพื่อให้พนักงานทุกคน
ได้อ่าน และทำความเข้าใจถึงกฎระเบียบ และข้อปฏิบัติต่างๆ ขณะปฏิบัติงานอยู่
ในโรงพยาบาล คู่มือนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับพนักงานทุกคน เพื่อที่พนักงานจะได้
ปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้องไม่สับสน
กฎระเบียบและข้อปฏิบัติที่มีอยู่ในคู่มือเดิมได้นำมาประมวลไว้เป็นส่วนใหญ่
ในเล่มนี้นอกจากนั้นได้ปรับปรุงบางข้อ เพื่อการเสริมสร้างความมีวินัยของ
พนักงานทุกฝ่าย จะได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข อันจะนำไปสู่ความเจริญและ
ความก้าวหน้ามั่นคงของพนักงาน และโรงพยาบาลต่อไป
คู่มือพนักงานฉบับนี้ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
เป็นต้นไป

โรงพยาบาลราชสีมา ฮอลพิทอล
1 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

หมวดที่1
บททั่วไป
1.1 คำจำกัดความ
1. "โรงพยาบาล" หมายถึง โรงพยาบาลราชสีมา ฮอสพิทอลและให้หมายรวมถึง
คณะและ / หรือกลุ่มบุคคลที่โรงพยาบาลหมายให้กระทำแทนตั้งอยู่ ณ เลขที่ 398
ถนนสุรนารี ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา 30000
โทรศัพท์ (044) 263777
2. "ผู้บังคับบัญชา" หมายถึง พนักงานที่ได้รับการแต่งตั้งจากโรงพยาบาลให้
ดำรงตำแหน่งหัวหน้างานในส่วนใคส่วนหนึ่ง ทั้งในดีานการปฏิบัติงานการบังคับบัญชา
พนักงาน และการควบคุมการคำเนินงานให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของโรงพยาบาล
และระเบียบปฏิบัติ ซึ่งผู้บังคับบัญชา ระดับสูงขึ้นไปกำหนด
3."พนักงาน" หมายถึง ลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน ที่โรงพยาบาลตกลง
รับเข้าทำงาน โดยกำหนดค่าจ้างเป็นเงินเดือนประจำรายเดือนและรายวันผ่านการทดลอง
ปฏิบัติงานเป็นเวลา 120 วัน โดยแสดงว่าให้เห็นว่าเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเหมาะ
กับตำแหน่งหน้ที่ความรับผิดชอบมีผลงานความประพฤติ และสุภาพนอบน้อม
ทุกประการ เป็นที่พอใจของโรงพยาบาลและ ได้รับการบรรจุแล้ว ทั้งนี้ไม่รวมถึงลูกจ้างที่มี
กำหนด ระยะเวลาและ ได้รับการบรรจุแล้ว ทั้งนี้ไม่รวมถึงลูกจ้างที่มีกำหนด ระยะเวลาการ
จ้างไว้ แน่นอนและเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

4. "ผู้ประกอบวิชาชีพ" หมายถึง บุคคลที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรทางด้าน
การรักษาพยาบาล หลักสูตรทางด้านการส่งเสริม หรือสนับสนุนในการรักษาพยาบาล
โดยหลักสูตรมีระยะเวลาในการศึกษาไม่ต่ำกว่า 4 ปี ขึ้นไปมีใบประกอบวิชาชีพโรคศิลปะ
ได้แก่ แพทย์ พยาบาล เภสัชกรนักกายภาพบำบัด นักเทคนิคการแพทย์
1.2 สิทธิหน้าที่และความรับผิดชอบของโรงพยาบาล

เพื่อให้บรรลุเป้าหมาขตามวัตถุประสงค์ ของโรงพยาบาลอย่างมีประสิทธิภาพและ
ประสิทธิผล โรงพยาบาลจึงกำหนดขอบข่ายของสิทธิหน้าที่ และความรับผิดชอบของ
โรงพยาบาลไว้ดังนี้

1.โรงพยาบาลทรงไว้ซึ่งอำนาจ และสิทธิในการดำเนินการ ซึ่งรวมทั้งการจัดการ
การปฏิบัติ และการริเริ่มหรือเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินงาน ซึ่งไม่ได้จำกัดแต่เพียงสิทธิ
ต่างๆ

2. สั่งการมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ หรือกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบใน
แต่ละวัน

3. จ้าง เลื่อนตำแหน่ง โยกย้าย มอบหมาย และพนักงานอยู่ในตำแหน่ง หรือพัก
งาน ลดตำแหน่งโดยไม่ลดค่าจ้าง เลิกจ้างหรือดำเนินมาตรการทางวินัย

4. สร้างงานใหม่, ยุบงาน หรือเลิกจ้างอันเนื่องจากไม่มีงาน หรือเหตุผลอันสม
ควรอื่นๆ

5. กำหนดวิธีการทำงาน วัตถุอุปกรณ์ในการทำงาน และจำนวนพนักงานตาม
ความเหมาะสม

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

8. กรณีที่ข้อความส่วนหนึ่งส่วนใดของระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานนี้
ขัดหรือแย้งต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงาน หรือกฎหมายอื่นใดที่มีอยู่แล้วหรือจะ
บัญญัติขึ้นภายหลังระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าข้อความส่วนนั้นได้ถูกแก้ไขให้เป็นไปตาม
กฎหมายคังกล่าวโดยไม่ส่งผลกระทบถึงความสมบูรณ์ของข้อความอื่นแต่อย่างใดและให้
ถือว่าการแก้ไขมีผลบังคับนับแต่วันที่ระเบียบนี้ที่มีผลบังคับใช้หรือวันที่กฎหมายนั้น ๆ มี
ผลบังคับ

9. โรงพยาบาลสงวนสิทธินี้จะแก้ไขเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติมหรือยกเลิกข้อความ
ใดๆ ตามที่ระบุไว้ในระเบียบข้อบังคับนี้ โดยต้องเป็นไปตามกฎหมายในเวลานั้นๆ ทั้งนี้
เพื่อประโยชน์แก่ทุกฝ่าย

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

หมวดที่ 2
หลักเกณฑ์การว่าจ้าง
2.1 ข้อกำหนดเกี่ยวกับการจ้างงาน
1. การว่าจ้างบุคคลเข้าทำงาน จะต้องเป็นไปตามความจำเป็น และความ
เหมาะสมของงาน ตลอดจนเป็นไปตามอัตราที่ได้กำหนดไว้เท่านั้นการเพิ่มการลดหรือ
การทดแทนอัตรากำลังคนจะต้องได้รับการอนุมัติจากโรงพยาบาลหรือผู้กระทำการแทน
2. บุคคลที่จะเข้าทำงาน จะต้องมีคุณวุฒิและความสามารถตรงตามคุณสมบัติที่
กำหนดไว้สำหรับตำแหน่งานนั้นๆ
2.2 คุณสมบัติของพนักงาน
1. มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ในวันรับเข้าทำงาน ถ้าเป็นชายต้องผ่านหรือ
พ้นการเกณฑ์ทหารแล้ว หากการจ้างงานนอกเหนือจากการเกณฑ์ดังกล่าวอยู่ในดุลพินิจ
ของโรงพยาบาล
2.เป็นผู้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่ทุพพลภาพ หรือโรคติดต่อร้ายแรง
และเป็นผู้มีสติสัมปชัญญะเป็นปกติ
3. เป็นผู้ไม่เคยต้องโทษจำคุก เว้นแต่เป็นความผิดลทุโทษหรือความผิดอัน
เนื่องมาจากความประมาท ไม่เป็นผู้หลบคดีอาญา หรือเป็นผู้ต้องโทษหลบหนีจากที่คุม
ขัง และไม่เป็นผู้มีประวัติเลวร้ายเคยถูกไล่ออกหรือออกจากสถาบันใดๆ

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

2.3 การทดลองงาน
1.ผู้สมัครที่ผ่านการกัดเลือก จะต้องได้รับการตรวงสุขภาพจากแพทย์ของ

โรงพยาบาลก่อนได้รับอนุมัติให้เข้าทคลองปฏิบัติงาน
2.ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเข้างานจะต้องเป็นพนักงานทคลองงานโดยปฏิบัติตาม

เงื่อนไขการทำงาน มีกำหนดระยะเวลาติดต่อกันไม่เกิน 120 วัน
3.ในระยะทดลองงาน พนักงานทดลองงานจะได้รับค่าจ้าง ตามอัตราค่าจ้าง

ที่ตกลงกันโดยได้รับสวัสดิการตามสิทธิ์ที่ติดตัวเดิม หรือได้รับสวัสดิการ
ประกันสังคมในเดือนถัดไป

4.ในกรณีที่พนักงานผู้นั้นมีผลการปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามมาตรฐาน หรือมี
ความประพฤติหรือมีเหตุอื่นใดไม่เหมาะสม โรงพยาบาลมีสิทธิที่ยกเลิกสัญญาการจ้าง
งานในเวลาใดก็ได้ ในระยะเวลาทดลองงาน โดยต้องบอกก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 1 งวด
ค่าจ้าง ในระยะเวลาการทำงานติดต่อกันไม่เกิน 120 วัน

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

2.4 การบรรจุพนักงาน
1. ถ้าหากผู้บังคับบัญชาพิจารณาประเมินผลว่าพนักงานผู้นั้นมีผลการ

ปฏิบัติงานเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดหรือมีความเหมาะสมทั้งด้านความรู้
ความสามารถ ความประพฤติหรืออื่น ๆ โรงพยาบาลจะพิจารณาบรรจุเป็นพนักงาน
โดยจะแจ้งยืนยืนการบรรจุจะให้พนักงานทราบเป็นลายลักษณ์อักษร

2. การนับอายุงานของพนักงานจะเริ่มนับตั้งแต่วันแรกที่พนักงานเริ่มปฏิบัติงาน
2.5 การแต่งกาย

1. เครื่องแบบพนักงานโรงพยาบาลกำหนดให้แต่งเครื่องแบบตามสถานะ
บุคคล ทคลองงาน 3 วัน ให้ใส่ชุดกระโปรง/กางเกง สีดำ เสื้อเชิ้ต แขนสั้นสีขาว
ฝ่ายการพยาบาลให้ใส่ชุดปฏิบัติงานที่ทำงานเดิม

2. พนักงานที่เรียกตัวปฏิบัติงานจริง(ทคลองงาน120 วัน)ต้องใส่ชุดพนักงาน
ตามที่โรงพยาบาลกำหนด มิเช่นนั้นถือว่า ยังไม่พร้อมเริ่มปฏิบัติงานจริง
พนักงานฝ่ายการพยาบาลต้องใส่ชุดฟอร์มที่ทางโรงพยาบาลกำหนดเท่านั้น

3. พนักงานหญิง / พยาบาล/ ผู้ช่วยพยาบาล จะต้องรวบผมหรือสวมเน็ทให้
เรียบร้อย พร้อมทั้งติดบัตรพนักงานก่อนที่จะสแกนนิ้วมือเข้าทำงานทุกวัน

4.รองเท้าพนักงาน หญิง ให้ใส่รองเท้ากัทชูหุ้มส้น สีดำ, สีน้ำตาลเข้มห้ามมี
ลวคลาย รองเท้าพยาบาลผู้ช่วยพยาบาลให้ใส่รองเท้ากัทชูสีขาวหุ้มสั้น
สูงไม่เกิน 2 นิ้ว รองเท้าพนักงานชาย สวมกัทชูหนังสีดำ หรือผ้าใบสีดำ
ล้วน สวมถุงเท้า สีเข้ม ไม่อนุญาตให้มีลวดลาย พนักงานที่แต่งกายไม่
เป็นไปตามที่กำหนดไว้ จะถูกพิจารณาโทยทางวินัย การพิจารณาความผิด
และ โทษเป็นการตักเตือนด้วยวาจา และหรือ ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

5. บัตรพนักงานต้องติดบัตรแสดงสถานะของตนระหว่างขึ้นปฏิบัติงาน
เช่น บัตรทดลองงาน บัตรพนักงานPart time

5.1. พนักงานที่ผ่านการทดลองงานแล้วโรงพยาบาลจะคำเนินการเปลี่ยน
บัตรพนักงานทดลองงาน ให้เป็นบัตรพนักงานประจำในลำคับต่อไป

5.2. หากบัตรประจำ ตัวพนักงานสูญหาย หรือชำรุคให้ติดต่อทำบัตรใหม่ที่
ห้องแผนกพัฒนาทรัพยากรบุคคลทันที ต้องชำระค่าทำบัตรหาย 200 บาท
ชำรุด 50 บาท
2.6 การเปลี่ยนแปลงและโยกย้ายตำแหน่งหน้าที่การงาน

1. โรงพยาบาลสงวนไว้ซึ่งสิทธิในการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหน้าที่การงานของ
พนักงานได้ตลอดระยะเวลาของการจ้างงาน ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ต่อการ
บริหารและการคำเนินงานการบริการของโรงพยาบาลให้มีประสิทธิภาพ
ยิ่งขึ้น

2.เพื่อความเหมาะสมหรือความต้องการภายในหน่วยงานโรงพยาบาล
พนักงานอาจได้รับการพิจารณาให้โยกย้ายหน้าที่การงาน ไม่ว่าจะเป็นการ
โยกย้ายในหน่วยงานเดียวกัน หรือโยกย้ายไปหน่วยงานอื่น
2.7 การบันทึกเวลาปฏิบัติงาน

พนักงานทุกคนต้องบันทึกเวลามาปฏิบัติงานและเวลาเลิกงานด้วยการสแกน
ลายนิ้วมือที่เครื่องบันทึกเวลาหรือตามแบบวิธีการที่โรงพยาบาลกำหนด

1. กรณีไม่สามารถบันทึกเวลาได้ เนื่องจากเครื่องบันทึกเวลาชำรุดด้วยสาเหตุ
หนึ่งสาเหตุใดให้เซ็นต์ชื่อในใบลงเวลาที่แผนกพัฒนาทรัพยากรบุคคลจัดให้

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

2. กรณีที่ไม่สามารถบันทึกเวลาได้ เนื่องจากด้วยสาเหตุหนึ่งสาเหตุใดแจ้งให้ผู้
บังคับบัญชาทราบ และลงชื่อรับรองเวลาเข้าหรือออกของการกฏิบัติงาน และให้นำ
เอกสารรับรองพร้อมทั้งบัตรประจำตัวพนักแจ้งที่แผนกพัฒนาทรัพยากรบุคคลโดย
ด่วน

3. กรณีไม่ได้บันทึกเวลา พนักงานผู้นั้นจะต้องมีพยานยืนยันในการเข้า
หรือออกการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งให้ผู้บังคับบัญชาลงชื่อรับรองและนำเอกสารรับรอง
ส่งที่แผนกพัฒนาทรัพยากรบุคคลทันที มิเช่นนั้นถือว่าเป็นการละทิ้งหน้าที่
2.8 การขาดงานและการมาปฏิบัติงานสาย

พนักงานทุกคนมีหน้าที่ที่จะต้องมาปฏิบัติงานให้ตรงวันเวลาที่กำหนด หากไม่
มาหรือมาหลังเวลาที่กำหนดโดยไม่มีเหตุผลอันควรจะถือว่าเป็นการขาดงานหรือการ
มาปฏิบัติงานสาย ซึ่งอาจถูกลงโทษทางวินัยได้

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

หมวดที่ 3
วันทำงาน เวลาทำงานปกติและเวลาพัก
ด้วยสภาพงานในโรงพยาบาล มีลักษณะงานแตกต่างกัน วันทำงาน เวลาทำงานปกติ
และเวลาพัก จึงกำหนดไว้ตามความเหมาะสม ดังนี้
3.1 งานสำนักงาน
- วันทำงาน วันจันทร์ถึงวันเสาร์ 08.00ถึง 17.00 น
- เวลาพัก 1 ชั่วโมง ระหว่างเวลา 11.00 น. ถึง 13.00 น.
- รวมเวลาปฏิบัติงาน ไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
3.2 งานด้านบริการ
1.หมายถึงงานบริการด้านการรักษาพยาบาลงานสนับสนุน งานบริการทั่วไปซึ่งเป็นงาน
ที่ต้องปฏิบัติอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง วันทำงานจึงต้องทำเป็น 2 ผลัด หรือ 3 ผลัด โดย
กำหนดระยะเวลาผลัคละ 8-12 ชั่วโมง ซึ่งโรงพยาบาลจะมอบหมายให้หัวหน้าแผนกแต่ละ
แผนกจัดทำตารางประจำเดือนแต่ละเดือน
2.วันทำงาน ผู้บังคับบัญชาจะเป็นผู้จัดตารางงาน เวรการทำงาน โดยให้พนักงาน
ทำงานหมุนเวียนกันไป ตามความเหมาะสมของงานบริการแต่ละแผนกโดยแจ้งให้ทราบล่วง
หน้าในตารางเวรแต่ละเดือน
3.เวลาพัก ให้หมุนเวียนกันพักในแต่ละผลัดทั้งนี้เป็นเวลาพัก 1 ชั่วโมง
โดยแยกจากชั่วโมงทำงาน
4.รวมเวลาปฏิบัติงานไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

3.3 การแลกเวร
1.การแลกเปลี่ยนเวรในระหว่างพนักงานจะต้องยื่น"ใบแลกเวลาปฏิบัติงาน"

ต่อผู้บังคับบัญชา โดยปฏิบัติตามข้อตกลงของแต่ละฝ่ายหรือแผนก
2. ใบแลกเวลาปฏิบัติงาน พนักงานจะต้องรับผิดชอบในการนำส่งแผนพัฒนา

ทรัพยากรบุคคล ตรวจสอบเปลี่ยนตารางเวรภายใน 3 วัน นับแต่วันที่แลก หากเกิน
กำหนดจะไม่มีสิทธินำใบแลกเวรส่งย้อนหลัง และให้ถือว่าวันแลกเวลาปฏิบัติงานนั้น
เป็น "วันขาดงาน" มีผลทางวินัยตามระเบียบของโรงพยาบาล

3. การแลกเวรของพนักงานแต่ละคนจะแลกได้ไม่เกิน 3 ครั้งต่อคนต่อเดือน
3.4 การจ่ายเงินเดือน
พนักงานประจำ จะได้รับเงินเดือน / ค่าจ้างทุกสิ้นเดือน โดยรับผ่านธนาคารหรือตกลง
กันเป็นอย่างอื่น และเพื่อประโยชน์ของพนักงานประโยชน์ของพนักงานเองให้พนักงาน
ตรวจสอบความถูกต้องเงินเดือน ถ้ามีข้อผิดพลาด หรือข้อสงสัย ให้แจ้งแผนกพัฒน
ทรัพยากรบุคคลดำเนินการแก้ไข

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

หมวดที่ 4
วันหยุดวันลา และหลักเกณฑ์ การหยุดการลา
4.1 วันหยุดประจำสัปดาห์
1.โรงพยาบาลกำหนดให้มีวันหยุดประจำสัปดาห์ 1 วัน คือ วันอาทิตย์
(เฉพาะพนักงานที่ทำงานในสำนักงาน)
2. สำหรับพนักงานที่ทำงานเป็นกะ หรือต้องทำงานติดต่อกันโดยจะหยุด มิได้
โรงพยาบาลอาจจะกำหนดวันหยุดให้เป็นวันอื่น โดยจัดให้หมุนเวียนกันหยุดจะแจ้งให้
ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน ในกรณีจำเป็นโรงพยาบาลอาจให้พนักงานทำงานในวัน
หยุดของพนักงานก็ได้ และ ให้หยุดในวันอื่นทดแทนหรือจ่ายค่าทำงานในวันหยุดให้
สิทธิดังกล่าว ให้อยู่ในดุลพินิจเป็นสิทธิโดยเด็ดขาดของโรงพยาบาล
3. แพทย์ / พยาบาล กำหนควันหยุดประจำสัปคาห์ละ 2 วัน ตามลักษณะ
งานโดยจัดหมุนเวียนกันหยุด

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

4.2 วันหยุดตามประเพณี
1 . โรงพยาบาลกำหนดให้มีวันหยุดงานตามประเพณีนิยมในรอบปีปฏิทินปีละ

13 วัน รวมทั้งวันแรงงานแห่งชาติ โดยได้รับค่าจ้างเท่ากับวันทำงานปกติโรงพยาบาละ
ติดประกาศให้พนักงานทราบล่วงหน้า (ในเดือนธันวาคม ของทุกปี) เนื่องจากโรง
พยาบาลดำเนินกิจการทางด้านบริการ จะหยุดเสียมิได้อันจะทำให้เกิดความเสียหายต่อ
กิจการ
ดังนั้น โรงพยาบาลจึงจำเป็นต้องให้ พนักงานมาทำงานในวันหยุดตามประเพณีนิยม โดย
โรงพยาบาลจะจ่ายค่าทำงานให้กับพนักงานแทนการหยุด หรือ ให้หยุดในวันอื่นแทน
4.3 วันหยุดพักผ่อนประจำปี

1. พนักงานประจำที่ได้ทำงานติดต่อกันมาแล้วอย่างน้อย 1 ปี พนักงานมีสิทธิหยุด
พักผ่อนประจำปีได้ปละ 6 วันทำงาน

2. พนักงานที่ทำงานครบ 10 ปี มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ปละ 10 วัน
ทำงาน โดยทางโรงพยาบาลเป็นผู้กำหนด
4.4 การทำงานล่วงเวลา

การทำงานล่วงเวลาเป็นความรับผิดชอบของหัวหน้างาน พิจารณาตามความ
เหมาะสม จากการขาคบุคลากรปฏิบัติงานในหน่วยงานนั้น หรือหัวหน้างานกำหนดว่า
ต้องมาปฏิบัติงานเสร็จภายใน เวลาที่กำหนด หรือหัวหน้างานกำหนดว่ามีงานเร่งด่วน
โดยให้หัวหน้างานเซ็นต์ในใบทำงานล่วงเวลา และมีการขออนุมัติก่อนทุกครั้ง

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

4.5ลักษณะงานที่ไม่มีค่าลวงเวลา
1. งานระดับผู้บังคับบัญชา ที่มีอำนาจในการให้คุณให้โทษ
2. งานยามรักษาการณ์
3.นอกสถาน โดยสภาพของงานไม่สามารถกำหนดเวลาที่แน่นอน

4.6 การลา
การลาทุกชนิดให้ขออนุมัติและอยู่ในดุลพินิจของหัวหน้างาน โดยไม่มีผลกระทบ

ต่อการปฏิบัติงานในหน่วยงานนั้นๆ การลาทุกประเภทอนุมัติการลาได้ที่แผนกพัฒนา
ทรัพยากรบุคคลและดำเนินขั้นตอนการลาให้เรียบร้อยก่อนจึงหยุดงานได้

1. การลาทุกประเภทที่ไม่สามารถชื่นใบลาอนุมัติการลาได้ก่อน ให้ยื่นเรื่องร้อน
หลังในวันแรกที่เข้ามาปฏิบัติงาน และจะต้องเขียนชี้แจงเหตุผล มิฉะนั้นจะมีผลต่อการ
ประเมินการปฏิบัติงาน

2.หากไม่สามารถมาปฏิบัติงานได้หลังระยะการลาตามวันที่แจ้งไว้นั้น เนื่องจาก
มีความจำเป็นที่เหมาะสมให้แจ้งหัวหน้างานรับทราบ และดำเนินขั้นตอนการลาเพิ่ม
เติม
มิฉะนั้นให้ถือว่าวันที่ไม่ได้มาปฏิบัติงานนั้นเป็นวันขาดงาน

3.การหยุดหรือ OFF, ลาพักร้อน, ลาป่วย, ไม่อนุญาตให้ใช้ครึ่งวันเว้น ลากิจ
ฉุกเฉินเท่านั้น ที่สามารถใช้สิทธิลาครึ่งวันได้

4. กรณีมีการลาผิดไปจากระเบียบการลานี้ ให้ยื่นเรื่องพร้อมชี้แจงเหตุผล ผ่าน
ความเห็นหัวหน้างานตามลำดับ เพื่อพิจารณาอนุมัติโดยผู้บริหาร

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

4.7 ประเภทการลา
1.การลาป่วย ในรอบปีปฏิทินหนึ่ง พนักงานมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง โดย

ได้รับค่าจ้าง เท่ากับอัตราจ้างในวันทำงาน ไม่เกินปีละ 30 วัน
- พนักงานที่ลาป่วยตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ต้องมีใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง

หรือสถานพยาบาลของทางราชการแนบมากับใบลาป่วย ด้วยพนักงานต้องยื่นใบลาป่วย
ต่อผู้บังคับบัญชา และผู้บังคับบัญชาเซ็นต์อนุมัติการลาป่วย แล้วนำใบลานั้นส่งแผนก
พัฒนาทรัพยากรบุคคล

- พนักงานที่อ้างสิทธิลาป่วยโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรบ่อยครั้งพิจารณาลงโทษทาง
วินัยตามความเหมาะสม เป็นกรณีไป การลาป่วยที่เป็นเท็จเป็นความผิดทางวินัยที่ร้ายแรง
ฐานกระทำทุจริต

2. การลากิจ ลาได้ไม่เกินปีละ 6 วัน พนักงานมีสิทธิลากิจได้หลังจากที่ผ่าน
ทดลองงานแล้วโดยนับตั้งแต่วันที่ผ่านทคลองงาน จนถึงสิ้นปี (ควรใช้สิทธิการแลกเวร
ก่อน)จะใช้ได้ในกรณี อนุญาติสายตรงและติดต่อราชการ ธนาคาร

3. การลาพักผ่อน พนักงานที่ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำ ทำงานครบปีมีสิทธิ
ลาพักผ่อน ได้ 6 วัน/ปี พนักงานที่มีอายุงานครบ 10 ปี มีสิทธิลาพักผ่อนได้ 10 วัน/ปี
โดยนับปีต่อปีโรงพยาบาลขอสงวนสิทธิในการกำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปี ให้กับ
พนักงานบางคน บางแผนกหรือทั้งหมดตามความจำเป็นในการคำเนินงานบริการ การหยุด
พักผ่อนประจำปีจะเลื่อนหรือสะสมใบลาในปีถัดไปไม่ได้การใช้สิทธิลาพักผ่อนในแต่ละครั้ง
ต้องไม่ต่ำกว่า 1 วัน

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

4.7 ประเภทการลา
1.การลาป่วย ในรอบปีปฏิทินหนึ่ง พนักงานมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง โดย

ได้รับค่าจ้าง เท่ากับอัตราจ้างในวันทำงาน ไม่เกินปีละ 30 วัน
- พนักงานที่ลาป่วยตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ต้องมีใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบัน.

ชั้นหนึ่ง หรือสถานพยาบาลของทางราชการแนบมากับใบลาป่วย ด้วยพนักงานต้องยื่นใบลา
ป่วยต่อผู้บังคับบัญชา และผู้บังกับบัญชาเซ็นต์อนุมัติการลาป่วย แล้วนำใบลานั้นส่งแผนก
พัฒนาทรัพยากรบุคคล

- พนักงานที่อ้างสิทธิลาป่วยโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรบ่อยครั้ง
พิจารณาลงโทษทางวินัยตามความเหมาะสม เป็นกรณีไป การลาป่วยที่เป็น
เท็จเป็นความผิดทางวินัยที่ร้ายแรงฐานกระทำทุจริต

2. การลากิจ ลาได้ไม่เกินปีละ 6 วัน พนักงานมีสิทธิลากิจได้หลังจากที่ผ่าน
ทคลองงานแล้วโดยนับตั้งแต่วันที่ผ่านทคลองงาน จนถึงสิ้นปี (ควรใช้สิทธิการแลกเวรก่อน)

3. การลาพักผ่อน พนักงานที่ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำ ทำงานครบปีมีสิทธิ
ลาพักผ่อน ได้ 6 วัน/ปี พนักงานที่มีอายุงานครบ 10 ปี มีสิทธิลาพักผ่อนได้ 10 วัน/ปี
โดยนับปีต่อปี

• โรงพยาบาลขอสงวนสิทธิในการกำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปี ให้กับ
พนักงานบางคน บางแผนกหรือทั้งหมดตามความจำเป็นในการคำเนินงานบริการ การหยุด
พักผ่อนประจำปีจะเลื่อนหรือสะสมใบลาในปีถัดไปไม่ได้การใช้สิทธิลาพักผ่อนในแต่ละครั้ง
ต้องไม่ต่ำกว่า 1 วัน

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

•ขอสงวนสิทธิในการลาหยุดพักผ่อนประจำปี ในเดือน ธันวาคม มกราคมของทุกปี การ
ลาหยุดพักผ่อนและหยุดประจำสัปดาห์ติดต่อกันได้ครั้งละ ไม่เกิน 3 วันทำการ หาก
ขอหยุดเกินกว่านันต้องทำหนังสือขออนุมัติจากผู้บังคับบัญชาเป็นลายลักษณ์อักษร

4.กรณีลาฉุกเฉิน พนักงานสามารถลาได้โดยใช้สิทธิในการลากิจ หรือลาพักผ่อน
เช่น พ่อ แม่ บุตร สามี ภรรยา พี่ น้อง (ร่วมบิดามารดา) ที่เจ็บป่วยอุบัติเหตุ เสียชีวิต โดยมี
เอกสารแนบเป็นหลักฐาน

5.กรีณลาย่อย นอกเหนือจากเวลาพัก โรงพยาบาลอนุญาตให้พนักงานออกนอกสถาน
ที่ได้ ไม่เกิน 1 ชั่วโมง และต้องเป็นกิจธุระจำเป็น เท่านั้นโดยทำเป็นลยาลักษณ์อักษรจาก
หัวหน้างาน และส่งเอกสารที่แผนกบริการด่านหน้า โช้สิทธินี้ต้องไม่กระทบกับการทำงาน
ถ้าจำเป็นต้องไปเกิน 1 ชั่วโมง ควรใช้สิทธิ ลาพักผ่อน ลากิจ หรือแลกเวรแทน

6.คลอด พนักงานหญิงทีมีอายุงานครบ 1ปี มีสิทธิลาคลอดก่อนบุตร ได้ไม่เกิน 90 วัน
โยมีสิทธิ ได้รับค่าจ้าง เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลาจริง แต่ไม่เกิน 45 วัน
และลูกจ้างหญิงมีครรภ์ควรแจ้งผู้บังคับบัญชาทราบถึงการตั้งครรภ์

- และถ้าพนักงานหญิงผู้นั้นไม่สามารถกลับมาทำงานได้เนื่องจากคลอดก็ให้ใช้สิทธิ
ในการลาโดยไม่ได้รับค่าจ้างอีก 30 วัน โดยจะต้องมีใบรับรองแพทย์ ประกอบการลาด้วยอนึ่ง
พนักงานที่ลาคลอดในปีใดโรงพยาบาลขอสงวนสิทธิลาพักผ่อนประจำปี ในปีนั้นลง

- การลาเนื่องจากพบแพทย์ การแท้งบุตร การลาคลอดอื่นใดที่เกิดในระยะการตั้ง
ครรภ์น้อยกว่า 28 สัปดาห์ ให้ใช้สิทธิลาป่วย ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบการลาป่วย

- การนับวันลาคลอดให้นับรวมวันหยุดต่างๆ ที่มีระหว่างวันลาด้วยกรณีพนักงานมี
ใบรับรองแพทย์ระว่าไม่สามารถทำงานทำหน้าที่เดิมได้ โรงพยาบาลจะพิจารณาสับเปลี่ยนใน
หน้าที่เป็นการชั่วคราวก่อนหรือหลังคลอด

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

7. การลาอุปสมทบ พนักงานชายที่มีอายุการทำงานกับโรงพยาบาลไม่น้อยกว่า
3 ปี มีสิทธิขอลาอุปสมบทได้ไม่เกิน 7 วัน โดยได้รับค่าจ้าง จะต้องไม่เคยอุปสมบทในพระพุทธ
ศาสนามาก่อน ยื่นใบลาต่อผู้บังคับบัญชาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน วันลาดังกล่าวให้นับรวม
วันหยุดที่มีระหว่างวันลาด้วยเมื่อลาสิกขาบทแล้ว พนักงานต้องนำหลักฐานการอุปสมบทและ
การลาสิกขาบทแสดงต่อโรงพยาบาลภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันเริ่มกลับเข้ามาทำงานพนักงานที่
ขอลาอุปสมบท อนึ่งพนักงานที่ลาอุปสมบทในปีใดโรงพยาบาลให้สิทธิ
พักผ่อนประจำปี ลดลงครึ่งหนึ่งของสิทธิตน

8. ลาเพื่อการทำหมันพนักงานมีสิทธิลา เนื่องจากการทำหมันตามแพทย์แผนปัจจุบันชั้น
หนึ่งกำหนดและออกใบรับรอง

9. การลาเพื่อการฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้ความสามารถของพนักงานต้องยื่นใบลาต่อ
ผู้บังคับบัญชาของตนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ให้พนักงานแจ้งถึงเหตุผลที่ลาโดยชัดแจ้ง
พร้อมทั้งแสดงหลักฐานที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) หรือการลานั้นต้องเกี่ยวข้องเหมาะสมกับงาน
ผู้บังคับบัญชาอาจไม่อนุญาตให้พนักงานลาถ้าได้เกิดความเสียหายหรือผลกระทบต่อ
โรงพยาบาล

• การยื่นใบอนุมัติการลา
การลาต่างๆ ต้องชื่นใบอนุมัติการลาให้เรียบร้อย จึงจะหยุดงานได้หยุกงานได้ยกเว้นการลาป่วย
หรือฉุกเฉินที่มีเหตุจำเป็น ไม่สามารถขึ้นเรื่องก่อนได้ให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้างาน

- ลากิจ /ยื่นใบลาอย่างน้อยล่วงหน้า 3 วัน ก่อนวันหยุด
- การแลกเวร, เปลี่ยนเวร / ยื่นใบแลกเวรอย่างน้อย 1 วัน ก่อนวันหยุด
- ลาพักผ่อนประจำปี / ยื่นใบลาอย่างน้อยล่วงหน้า 1 เดือน

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

•การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการลางาน
พนักงานมีความประสงค์จะขอลางานให้ไปขอใบลาได้ที่แผนกพัฒนาทรัพยากรบุคคล

แผนกพัฒนาทรัพยากรบุคคลจะบันทึกสถิติการลาในใบลานำใบลาไปยื่นขออนุมัติการลา
ต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดุบชั้นนำใบลาที่ผู้บังคับบัญชาอนุมัติแล้ว ไปส่งให้แผนก
พัฒนทรัพยากรบุคคลด้วยตนเอง เพื่อที่แผนกพัฒนาทรัพยากรบุคคลจะได้บันทึกการลางานนั้น



หมวดที่ 5
หลักเกณฑ์ในการทำงานถ่วงเวลาและทำงานในวันหยุด
โรงพยาบาลมีนโยบายให้พนักงานทุกคนมีความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานให้เสร็จสิ้นตามที่ได้รับ
มอบหมายภายในวันและเวลาทำงานปกติ แต่หากมีความจำเป็นที่งานมีลักษณะหรือสภาพต้องทำ
ติดต่อกัน ถ้าหยุดจะเสียหายแก่งานหรือเป็นงานฉุกเฉินจะหยุดเสียมิได้ ผู้บังคับบัญชาอาจให้
พนักงานทำงานนอกหรือเกินเวลาทำงานปกติหรือในวันหยุด เท่าที่จำเป็น ทั้งนี้จะจ่าย
ค่าล่วงเวลาหรือค่าทำงานในวันหยุดแล้วแต่กรณี แต่ในสัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกิน 36 ชั่วโมง
มีรายละเอียด ดังนี้
1. การทำงานล่วงเวลา หมายถึง การทำงานนอกหรือเกินเวลาทำงานปกติหรือเกินชั่วโมง
ทำงานในแต่ละวัน ในวันทำงานปกติหรือวันหยุดตามที่ผู้บังคับบัญชาร้องขอให้ทำโดยได้รับความ
ยินยอมจากพนักงาน
2. การทำงานในวันหยุด หมายถึง การทำงานในวันที่กำหนดให้พนักงานหยุดประจำสัปดาห์
หยุดตามประเพณี หรือหยุดพักผ่อนประจำปีตามที่ผู้บังคับบัญชาร้องขอให้ทำ

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

3. การทำงานบางเวลา (Part Time) หมายถึง การทำงานที่พนักงานสมัครใจทำงานใน
วันหยุด เพื่อเพิ่มพูนรายได้ของตน พนักงานจะได้รับค่าทำงานในวันที่มาทำงานนั้นตามอัตราที่
โรงพยาบาลกำหนด

4. การทำงานล่วงเวลา ในวันทำงานหรือการทำงานในวันหยุคจะต้องได้รับความยินยอม
จากพนักงานก่อนเป็นคราวๆไป

5. ถ้างานมีลักษณะที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ถ้าหยุดจะเสียหายแก่งานหรือเป็นงานฉุกเฉิน
โดยจะหยุดเสียมิได้ ผู้บังคับบัญชาอาจให้พนักงานทำงานเกินกว่าเวลาทำงานปกติได้เท่าที่
จำเป็น

6. พนักงานที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลา ได้แก่ พนักงานระดับหัวหน้าขึ้นไป ซึ่งมีอำนาจ
ที่ทำการแทนโรงพยาบาล ในเรื่องการจ้าง การให้บำเหน็จ การลดค่าจ้าง และการเลิกจ้าง

7. การทำงานล่วงเวลาต่อจากเวลาทำงานปกติ ต้องให้พนักงานได้พักก่อนเริ่มทำงานล่วง
เวลาไม่น้อยกว่า 30 นาที

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

หมวดที่ 6
ค่าจ้าง วันและสถานที่การจ่ายค่าจ้าง
6.1 การจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าทำงานในวันหยุด
1. โรงพยาบาลจะจ่ายเงินค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุดและเงินอื่น ๆ
ที่มีสิทธิตามระเบียบของโรงพยาบาลให้แก่พนักงาน ซึ่งได้ทำการตกลงกันแล้วโดยการโอน
เงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือธนาคารอื่น ๆ ในอนาคต โดยพนักงาน
สามารถเบิกได้ในวันสิ้นเดือนในกรณีที่จ่ายค่าจ้างตรงกับวันหยุด โรงพยาบาลจะเลื่อนการ
จ่ายค่าจ้างขึ้นมาในวันสุดท้ายของวันทำการก่อนถึงวันหยุด
2. สำหรับเงินรายได้ต่าง ๆ ของพนักงานจะต้องเสียภาษีตามกฎหมายโดย
โรงพยาบาลจะหักภาษี ณ ที่ง่าย ส่งกรมสรรพากรทุกครั้งที่จ่ายให้แก่พนักงาน
3. โรงพยาบาลจะหักเบี้ยประกันสังคมส่วนที่พนักงานต้องรับผิดชอบตามอัตราที่
สำนักงานประกันสังคมกำหนด และนำส่งสำนักงานประกันสังคมทุกครั้งที่จ่ายค่าจ้างให้แก่
พนักงาน
4. การหักเงินที่กฎหมายขอนุญาตให้หักได้หรือการหักเงินอื่นที่พนักงาน
ต้องการให้หักจากค่าจ้าง เพื่อความสะควกแก่พนักงานให้ทำหนังสือและลงลายมือชื่อให้
ความยินยอมไว้ชัดเจน

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

6.2 หลักเกณฑ์ในการขึ้นค่าจ้างพนักงาน
โรงพยาบาลมีนโยบายที่จะขึ้นค่าจ้างให้พนักงานทุกปีตามผลของการประกอบการ

ซึ่งจะพิจารณาจากสถานการณ์ สภาพเศรษฐกิจและความสามารถของโรงพยาบาล อย่างไร
ก็ตามโรงพยาบาลของสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาขึ้นค่าจ้างไว้ และหากจะดำเนินการ
ในข้อ 6.2 จะใช้เกณฑ์ต่อไปนี้

1.ผู้รับผิดชอบจะประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานและแผนกหรือหน่วยงานอย่าง
น้อยปีละ 2 ครั้ง คือการปฏิบัติงานระหว่างเดือนพฤษภาคม - เดือนธันวาคม และ
เดือนมิถุนายน -เดือนพฤศจิกายน โดยจะพิจารณาขึ้นค่าจ้างในเดือนมกราคมของทุกปี
ทั้งนี้ขึ้นกับสภาพเศรษฐกิจและผลกำไรในการประกอบการของปีนั้น ๆ

2. การพิจารณาขึ้นค่าจ้างประจำปี จะพิจารณาจากคะแนนรวมซึ่งได้มา
จากการประเมินผลการปฏิบัติงาน สถิติเวลาการปฏิบัติงานของพนักงาน ซึ่งจะใช้ข้อมูลการ
ประเมินของปีที่ผ่านมา รวมระยะเวลา12 เดือน

3.พนักงานที่เวลาปฏิบัติงานไม่ครบ 1 ปี ในวันที่ขึ้นค่าจ้างไม่มีสิทธิได้รับการพิจารณาขึ้น
ค่าจ้างประจำปีนั้น

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

หมวดที่ 7
สวัสดิการ
7.1 สวัสดิการด้านการรักษาพยาบาล ประกอบด้วย
1. สวัสดิการตามพระราชบัญญัติประกันสังคมโรงพยาบาลจัดให้พนักงานทุกคนประกันตน หรือ
สมทบเงินร่วมกับพนักงาน นำส่งสำนักงานประกันสังคมตามเกณฑ์ของกฎหมายเป็นประจำเดือน
พนักงานจะได้รับบัตรประกันสังคมและสามารถใช้สิทธิของตนได้จากโรงพยาบาลที่พนักงานเลือกเอง
ตามสิทธิที่จะได้รับจากประกันสังคม
2. สวัสดิการตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน
โรงพยาบาลได้จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนเงินทดแทนฯ เป็นประจำปีกรณีพนักงานที่ประสบอันตรายได้
รับบาดเจ็บทุพพลภาพหรือเสียชีวิตอันเนื่องมาจากการทำงานให้กับโรงพยาบาล พนักงานสามารถใช้
สิทธิเบิกเงินทดแทนตามกฎหมาย จากกองทุนเงินทดแทนกระทรวงแรงงานได้ โดยโรงพยาบาลจะ
เป็นผู้ยื่นเรื่องเสนอกองทุนเงินทดแทนให้

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

3. สวัสดิการการรักษาพยาบาลจะไม่ครอบคลุมโรคต่างๆ ดังต่อไปนี้
- โรคหรือความเจ็บป่วยที่ผู้ใช้สิทธิเป็นผู้แสวงหรือใฝ่หาเข้ามาใส่ตัว เช่น กามโรค
โรคเอคส์,โรคพิษสุราเรื้อรัง,โรคอันเกิดจากการใช้ยาหรือสารเสพติดให้โทษ การเสริมสวยหรือ
การผ่าตัดเพื่อความสวยงาม หรือศัลยกรรมตกแต่ง การเจ็บป่วยเนื่องจากการทะเลาะวิวาท
การทำผิดกฎหมาย การทำร้ายตนเองหรือโดยคู่สมรส เป็นต้น
- การขับขี่รถโดยไม่มีใบอนุญาต หรือขับขี่รถที่ไม่มีประกันภัยตามกฎหมาย
- การตั้งครรภ์และการคลอดบุตรที่ไม่ถูกต้องตามศีลธรรมอันดีงาม หรือกฎหมาย การตรวจ
รักษาภาวะการมีบุตรยาก การผสมเทียมหรือการทำแท้ง เว้นแต่การทำแท้งเพื่อการรักษาอัน
เนื่องจากมีอันตราย ต่อชีวิตมารดา
-การรับวัคซีนป้องกันโรค การตรวจร่างกาย ยกเว้น กรณีที่โรงพยาบาลกำหนด
- การตรวจรักษาเกี่ยวกับฟันยกเว้น การถอนฟัน อุดฟัน รักษารากฟัน และการขูดหินปูน
7.2 สวัสดิการที่โรงพยาบาลจัดให้

1.สวัสดิการว่าด้วยเงินประกันชีวิตโรงพยาบาลจัดให้พนักงานที่ทำงานครบ 1 ปีได้รับ
สวัสดิการประกันชีวิตกรณีอุบัติเหตุ ทั้งการชดเชยการสูญเสีย และการเบิกค่ารักษาพยาบาล
ด้านอุบัติเหตุ กรณีผู้ป่วยนอก โดยโรงพยาบาลจ่ายค่าเบี้ยกรมธรรม์ และมีบางเงื่อนไขที่
พนักงานร่วมจ่าย(ตามความสมัครใจ)พร้อมให้พนักงานเป็นผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุ
นั้นๆ เพื่อความคุ้มครอง 24 ชั่วโมงตลอดระยะเวลา 1 ปีต่อสัญญาปีต่อปี

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

2. สวัสดิการการรักษาพยาบาล
2.1 กรณีผู้ป่วยใน

ค่าห้องพัก พนักงานเข้าพักห้องรวมให้สิทธิพักฟรี ห้องพิเศษ(ห้องผู้ป่วยวิกฤติ ราคาลดพิเศษ)
ทั้งนี้ไม่รวมชุดของใช้ผู้ป่วยแรกรับค่าอาหารผู้ป่วย (พนักงาน) ที่โรงพยาบาลจัดให้ ไม่เสียค่าใช้
ง่าย

2.2 กรณีผู้ป่วยนอก ค่าบริการ ค่ายาหรือเวชภัณฑ์ ค่าตรวจแพทย์ และอื่นๆ มีส่วนลดให้
พนักงานทั้งผู้ป่วยนอก และผู้ป่วยใน ตามเงื่อนไขอายุงาน
3. สวัสดิการชุดพนักงาน

พนักงานผ่านทดลองงาน โรงพยาบาลจัดสวัสดิการชุดทำงานให้1 ชุด และเมื่อครบ
อายุงาน 1 ปีโรงพยาบาลจัดสวัสดิการชุดทำงานให้เพิ่มอีก 1 ชุด กรณีพนักงานประจำ ให้ปีละ 1
ชุดการจัดสรรขึ้นอยู่กับความเหมาะสม และรับผิดชอบโดยแผนกพัฒนาทรัพยากรบุคคล
4. สวัสดิการวันเกิด

โรงพยาบาลจัดของที่ระลึก การ์ด หรือกิจกรรม ให้พนักงาน ทุกคนตามความเหมาะสม
5. สวัสดิการตรวจสุขภาพพนักงาน

โรงพยาบาลจัดให้มีการตรวจสุขภาพใน 2 ประเภท โดยการคัดตามอายุของพนักงาน เช่น
อายุ มากกว่า35 ปี และต่ำกว่า 35 ปี ตามความเหมาะสม ครอบกลุม การเฝ้าระวังโรคและการ
ให้คำปรึกษาในกลุ่มพนักงาน ลักษณะงาน และความเสี่ยงต่อโรค โดยความร่วมมือจากสห
วิชาชีพ

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

6. สวัสดิการการเยี่ยมพนักงาน
1 ชุด ตามความเหมาะสมโดยกำหนดพนักงานมีสิทธิรับการเยี่ยม 2 ครั้ง /คน/ปี ยกเว้น

รพ.ต่างอำเภอ
7. การส่งเคราะห์พิเศษเพื่อร่วมการ ณาปนกิจศพ

โรงพยาบาลมอบเงินสำหรับการช่วยในงาน ณาปนกิจ ศพ และมอบพวงรีดให้แก่ พนักงาน
ที่เสียชีวิต หรือ พ่อ แม่ สามี ภรรยา บุตร(สายตรง) ตามความเหมาะสม

หมวดที่8
วินัยและโทษทางวินัย
เพื่อความสงบเรียบร้อยในการทำงาน พนักงานทุกคนจึงต้องประพฤติแถะปฏิบัติตนให้
อยู่ภายใต้หลักแห่งคุณธรรมและจริยธรรม ไม่ประพฤติตน อันก่อให้เกิดความเสียหาย การทำลาย
เกียรติของตนเองและของบริษัท โดยต้องเคารพเชื่อฟังผู้ปังกับบัญชา ศึกษาแถะทำความเข้าใจใน
กฎข้อบังคับตลอดจนระเบียบต่างๆ ของบริษัท และปฏิบัติตามการคำเนินการทางวินัยมี
วัตถุประสงค์ เพื่อแก้ไขและปรับปรุงความประพฤติ ของพนักงาน ควบคุมดูแลให้ปฏิบัติภายใต้
ระเบียบวินัยที่บริษัทฯ กำหนดเมื่อพนักงานกระทำความผิดวินัยเรื่องเดียวหรือหลายเรื่อง การ
ลงโทษจะพิจารณาบทลงโทษหนักที่สุดเป็นเกณฑ์บริษัทจะถือว่าการกระทำดังกล่าวต่อไปนี้
เป็นการกระทำผิดทางวินัย
1. ฝ่าฝืนระเบียบเคี่ยวกับเวลาทำงาน, ละทิ้งหน้าที่, ขาดงาน
1.1 เจตนาไม่บันทึกเวลา เข้า และ/หรือ ออก , ไม่ถงชื่อในสมุดลงเวลาที่จัดไว้ให้
ยกเว้นดำรงตำแหน่งหรือหน้าที่บริษัทฯ กำหนดให้ยกเว้นได้
1.2 บันทึกเวลาเข้าทำงานแล้วไม่เข้าทำงาน
1.3 ลงเวลาทำงานไว้ล่วงหน้า ก่อนวันทำงาน

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

1.4 จ้าง หรือวาน และรับจ้างหรือรับวาน ให้มีการลงเวลาทำงานแทนกัน
1.5 มาทำงานสาย หรือ กลับก่อน เกินกว่าที่บริษัทฯ พิจารณาอนุญาต โดยไม่มีเหตุผลอันควร
1.6 ทำงานล่าช้า หรือ เจตนาปฏิบัติงานให้ล่าช้า ผิดวิสัยสามัญชน
1.7 ละทิ้งหน้าที่ออกจากหน่วยงานหรือสถานที่ปฏิบัติงานโดยพลการ ในระหว่างเวลาทำงาน โดย
ไม่แจ้งหรือได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชา
1.8 ละเลขหรือหลีกเลี่ยงการทำงาน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
1.9 เดินเตร็ดเตร่ในเวลาทำงาน หรือร่วมในการทำกิจกรรมอื่นๆ ที่มิใช่เป็นงานในหน้าที่ได้รับมอบ
หมายโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้บังกับบัญชา
1.10 ทยุดพักกลางวันก่อนเวลา หรือเลิกงานก่เนเวลาที่กำหนด โดยมิได้รับอนุญาตจากผู้บังคับ
บัญชา หรือไม่มีเหตุผลอันควร
1.11 ใช้เวลาทำงานปกติไปรับจ้างทำงานอื่น หรือทำงานให้นายางอื่นหรือทำงานหน้าที่อื่นอันมิใช่
งานในกิจการของบริษัท
1.12 รับคำสั่งและยินยอมทำงานถ่วงหน้าแล้วไม่ทำ หรือทำไม่ตลอดโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
1. 13 ขัดขืนคำสั่งให้ทำงานถ่วงเวลา หรือทำงานวันหยุด ถ่วงเวลาในวันหยุด โดยชอบ โดยที่ไม่มี
เหตุผลอันควร หรือไม่ให้ความร่วมมือในการทำงานถ่วงเวลาโดยไม่มีเหตุผลอันควร
1.14 เริ่มลงมือปฏิบัติงานถ่าช้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร
1.15 ปัวชตั้งแต่ : วันทำงานติดต่อกันขึ้นไปโดยไม่มีใบรับรองแพทข์ และไม่สามารถชี้แจงเหตุแห่ง
การลานั้นได้

1.16 ขาดงาน หรือหยุดงาน โคยไม่ใด้รับอนุญาตถ่วงหน้าจากผู้บังดับบัญชา เว้นแต่กรณีการถา
ป่วยหรือเหตุสุดวิสัย

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

1.1 7 ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามระเบียบเกี่ยวกับการทำงานและการลาที่บริษัทฯ
กำหนด

1.18 ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามระเบียบเกี่ยวกับการทำงานและการปฏิบัติงาน
ภายนอก, การลืมบันทึกเวลาที่บริษัทฯกำหนด

1.19 แจ้งการลาอันเป็นเท็จ
2. บกพร่องต่อหน้าที่

2.1 ไม่ปฏิบัติหรือฝ่าฝืน วิธีหรือขั้นตอนการปฏิบัติงาน ของบริษัทฯ
2.2 ไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืน คำสั่ง ระเบียบ ประกาศ หรือข้อบังคับ ในการ
ทำงานของบริษัทฯ
2.3 ไม่ให้ความร่วมมือในการทำงาน หรือกิจกรรมส่วนรวมอันเป็นคำสั่ง
แผนงาน หรือ นโยบายของบริษัทฯ
2.4 ไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืน หรือละมิดระเบียบบริษัทและวิธีปฏิบัติของ
บริษัทที่เกี่ยวกับบ้านพักอาศัยของบริษัทที่ให้พนักงานพักอาศัย
2.5 กระทำการใดๆ นอกเหนือจากหน้าที่ ที่บริษัทฯ กำหนดหรือมอบหมาย
ให้ จนเกิดผลกระทบหรือความเสียหายแก่บริษัทฯ
2.6 ขัดคำสั่งหรือไม่สนใจที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา หรือผู้ที่ได้
รับมอบหมายจากบริษัทฯ ที่สั่งโดยชอบและเป็นธรรม

2.7 เพิกเฉยหรือไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ หรือคำสั่งอันชอบธรรม ของผู้บังคับ
บัญชา จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ตนเอง, ผู้อื่น, หรือต่อทรัพย์สินของ
บริษัทฯ

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

2.8 ปฏิบัติงานโดยประมาทเลินเล่อ ขาคความระมัคระวัง จนเป็นเหตุให้บริษัทฯ,
ลูกค้า หรือผู้มีส่วนได้เสียได้รับผลกระทบ ,ความเสียหาย, ความไม่ปลอดภัย

2.9 ทำความเสียหายต่อทรัพข์สิน หรือทำให้บริษัทเสื่อมเสียชื่อเสียง
2.10 ทำทรัพย์สินของบริษัทเสียหายแล้วละเลย หรือปกปิดไม่แจ้งให้บริษัท
ทราบถึงความสูญเสียของทรัพย์สินนั้น
2.1 1 ไม่รีบรายงานต่อผู้บังคับบัญชา หรือผู้รับผิดชอบตามลำดับขั้นให้ทราบ
ทันทีเมื่อมีเหตุขัดข้องหรือเกิดความเสียหายขึ้นในระหว่างปฏิบัติงาน
2.12 ไม่รักษายานพาหนะ เครื่องมือ เครื่องใช้ อะไหล่ หรือทรัพย์สินอื่นๆให้คงอยู่
ในสภาพพร้อมที่จะใช้งานได้และนำสิ่งของเครื่องใช้เหล่านี้ไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว
หรือผู้อื่นก่อนได้รับอนุญาตจากบริษัทฯ
2.13 ใช้วัสดุสิ้นเปลืองเกินความจำเป็น หรือทำให้เครื่องมือเครื่องใช้ชำรุดเสีย
หายโดยเจตนาหรือโดยขาดความระมัดระวังเท่าที่สามัญชนพึงมี
2.14 ใช้โทรศัพท์/โทรสาร ซึ่งเป็นทรัพย์สินของบริษัทฯ เป็นการส่วนตัว
2.15 จัดประชุม ปิดประกาศ หรือแจกจ่ายเอกสารสิ่งพิมพ์ในบริเวณบริษัทโดย
ไม่ได้รับอนุญาต
2.16 แสวงหา หรือของรับเงิน ของกำนัล สิ่งของ การรับรอง และการบริการ ไม่
ว่าในรูปแบบใดๆจากบุคคลใด เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ใดๆ ตลอดถึงการเสนอให้เป็นเงิน
หรือสิ่งของหรือผลประโยชน์อื่นใด

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

2.17 ทำการเรี่ยไรใดๆ ในสถานที่ของบริษัทฯ หรือบริเวณโรงงานโดยไม่ได้รับ
อนุญาต

2.18 ไม่ช่วยกันรักษาความสะอาด เรียบร้อยบริเวณสถานที่ทำงาน
2.19 ใช้หรือให้ใช้เครื่องมือ หรือเครื่องจักร หรือวัสดุอุปกรณ์ของบริษัทซ่อมแซม
หรือประกอบทรัพย์สินส่วนตัวหรือของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชา
2.20 อ่านหนังสือ เล่นอินเตอร์เน็ท ขายสินค้า จับกลุ่มสนทนา หรือกิจกรรม
อื่นใด ที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานในหน้าที่ในเวลาทำงาน
2.21 ซื้อ ขาย เล่นแชร์ หวย หรืออกเงินกู้ไม่ว่าด้วยเจตนาใดๆ ในบริเวณบริษัทฯ
2.22 นำอาหาร ขนม หรือเครื่องดื่ม เข้าไปรับประทานในสถานที่ปฏิบัติงานใน
ระหว่างปฏิบัติงาน
2.23 หขอกล้อหรือเล่นส่งเสียงดังก่อความรำกาญให้แก่ผู้อื่นในเวลาทำงาน
2.24 นอนหรือหลับในเวลาทำงาน
2.25 แต่งกายผิดระเบียบที่บริษัทฯ กำหนด, ไม่ติดบัตรประจำตัวพนักงาน,
ไม่ติดเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ ตามระเบียบของพื้นที่ปฏิบัติงานที่ได้กำหนดไว้
2.26 ในฐานะผู้บังคับบัญชา ไม่เอาใจใส่ในการสอดส่องดูแลให้ผู้ใด้บังคับบัญชา
ปฏิบัติตามระเบียบวินัย และข้อบังคับของบริษัท
3.ประพฤติปฏิบัติตน แสดงพฤดิกรรมอันไม่เหมาะสม
3.1 แสดงออก หรือ ยุยง, ยุแหย่ หรือใส่ความ หรือกระทำการให้แตกแยกความ
สามัคคี หรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในหมู่พนักงาน หรือส่งผลกระทบต่อความสงบ
เรียบร้อยของบริษัทฯ

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

3.2 แสดงอาการ อาฆาต มาดร้าย , แสดงกิริยา วาจา ก้าวร้าว หยาบกาย ดูหมิ่น ท้าทาย
ยั่วยุ แก่ผู้อื่นในบริเวณบริษัทฯ, สถานที่ที่บริษัทฯ จัดให้ทำกิจกรรมร่วมกัน, รถรับส่ง

3.3 แสดงกิริยาวาจาก้าวร้าว หรือกระด้างกระเดื่อง ดูหมื่น เหยียดหยาม ขาดความ
เคารพต่อผู้บังคับบัญชา

3.4 แสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ หรือไม่เหมาะสมต่อลูกค้าของบริษัท
3.5 มีหนี้สินมาก หรือ ล้นพ้นตัว อันมีผลต่อชื่อเสียงของตนเอง หรือมีผลกระทบต่อ
บริษัท
3.6ประพฤติตนผิดศีลธรรมอย่างร้างแรง, หรือประพฤติชั่ว เช่น ถ่วงละเมิดทางเพศด้วย
การกระทำ, วาจา, สายตา หรือด้วยสื่ออื่นใด, ประพฤติผิดเรื่องชู้สาว หรือ ประพฤติผิดต่อ
สามีหรือภรรยาผู้อื่น ทั้งในและนอกสถานที่ทำงาน
3.7 กระทำ หรือมีส่วนร่วมกระทำการอันเป็นเหตุให้เสื่อมเสียชื่อเสียง หรือความสงบสุข
ของบริษัท หรือของผู้ปฏิบัติงานโดยส่วนรวม
3.8 กระทำตนเป็นบุคคลอันตราย อันอาจส่งผลต่อสวัสดิภาพของพนักงาน และทรัพย์สิน
ของบริษัทฯ
3.9 ประพฤติดนในทางที่เสื่อมเสียชื่อเสียงของตนเอง หมู่คนะ และบริษัทฯ ตลอดทั้ง
สร้างความซื้อฉาวหรือมีความสัมพันธ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและลธรรมอันดีในบริษัทฯ
3.10 แต่งกายไม่ตุภาพ เช่น เสื้อแขนกุด, เสื้อเอวลอย, กระโปรงสั่นจนเกินไป, ส่วน
เสื้อผ้ารีทรูหรือตาข่าย (โดยไม่ใส่เสื้อทับใน) หรือบางจนเกินไป, กางเกงขาด, กางเกงขาชั้น
จนถึงขา 4 ส่วน, เสื้อเปีดไหล่.เสื้อเปิดหน้าหรือหลัง จนดูไม่สุภาพ

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

4. ก่อการทะเลาะวิวาท หรือทำร้ายร่างกาย
4.1 ก่อการทะเลาะวิวาทหรือยุยงให้มีการทะเถาะวิวาท
4.2 ทำร้ายหรือพยามยามทำร้ายร่างกาขหรือข่มขู่ผู้ร่วมงานหรือผู้บังคับบัญชา
4.3 ทำร้ายหรือพยามยามทำร้ายร่างกาข หรือข่มขู่หรือใช้วาจากล่าวคำอามาตบุคคลใดที่

เกี่ยวข้องกับงานของบริษัทหรือบุคคลใดที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นเพื่อประโยชน์ในการทำงานของ
บริษัท

4.4 ทะเลาะวิวท, ทำร้าขร่างกาขผู้อื่น, เป็นผู้สั่งการหรือมีส่วนร่วมในการทำร้ายร่างกายผู้
อื่น ในบริเวณบริษัทฯ,สถานที่ที่บริษัทฯ จัดให้ทำกิจกรรมร่วมกัน, รถรับส่ง ทั้งในและนอกเวลา
ทำงาน
5. ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับความปลอดภัย

5.1 ไม่ปฏิบัติตามหรือฝ้าฝืน หรือละเมิดระเบียบข้อบังคับว่าด้วยความปลอดภัยในการ
ทำงาน

5.2 ไม่ปฏิบัติหรือฝ้าฝืน หรือละเมิดระเบียบและมาตรการรักษาความปลอดภัยสถาน
ที่,ทรัพย์สินหรือการป้องกันอุบัติเหตุ

5.3 ไม่เอาใจใส่ และปฏิบัติตามกฎข้อบังกับเรื่องความปลอดภัย ตลอดจนการสวมใส่
อุปกรณ์ความปลอดภัยที่บริษัทฯ จัดไว้ให้

5.4 สูบบุหรี่ในเวลาปฏิบัติงาน, ในสถานที่ปฏิบัติงาน, สถานที่ห้ามสูบ หรือ สูบบุหรี่ใน
บริเวณโรงงาน

5.5 กระทำการใดๆ อันอาจก่อให้เกิดเพลิงไหม้ทรัพย์สินของบริษัทฯ
5.6 ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเถินเล่อ จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ตนเอง, ผู้
อื่นหรือต่อทรัพย์สินของบริษัทฯ
6. เสพสุรายาเสพติดสิ่งมึนเมา
6.1 ดื่มธุรา หรือเสพสุรา หรือสิ่งมึนมาในระหว่างปฏิบัติงาน หรือในบริเวณสถานที่ของ
บริษัท
6.2 เข้ามาในสถานที่ทำงานหรือในสถานที่ซึ่งใด้รับมอบหมายให้ไปทำงานในลักษณะมี
อาการมึนเมา หรือมีสติไม่ปกติทั้งในและนอกเวลาทำงาน
63 กระทำการจำหน่าย จ่าย แจก รับ สิ่งมึนเมา หรือมีไว้ซึ่งสิ่งเสพติดผิดกฎหมาย

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

7. เปิดเผยข้อมูลอันเป็นความลับ
7.1 เปิดเผยความลับส่วนตัวของเพื่อนร่วมงาน หรือสู้บังคับบัญชาเพื่อการทำลายชื่อเสียง

หรือทำให้เกิดความอับอาย หรือสร้างความเสียหายแก่สถานภาพตำแหน่งหน้าที่ หรือเพื่อให้
บุคคลอื่นเข้าใจผิด หรือสำคัญผิด

7.2 เปิดเผยวิธีการประกอบ หรือการผลิตหรือสูตรหรือความคิดหรือราคางานหรือความรู้
หรือเทคนิคหรือบันทึกข้อมูลหรือข่าวสารอันเป็นความลับของบริษัท

7.3 นำความลับของบริษัทฯ ไปเปีดเผยหรือแสดงต่อบุคคลภายนอกโดยไม่ได้รับอนุญาต
7.4 เปิดเผยหรือมีส่วนร่วมในการเปีดเผขค่าช้าง อัตราการเพิ่มค่จ้างของตนเองหรือของผู้อื่น
โคยเจตนาสร้างความวุ่นวายขึ้นในองค์กร
8. เล่นการพนัน
8.1 ดูและร่วมเล่นการพนันในบริเวณสถานที่ของบริษัท หรือสถานที่เกี่ยวของกับบริษัท
8.2 เป็นเจ้ามือการพนัน หรือจัดให้มีการเล่นการพนันในบริเวณสถานที่ของบริษัท หรือใน
บริเวณที่เกี่ยวข้องกับบริษัท
9. ทุจริต, หรือ กระทำการอันผิดกฎหมายแพ่ง, อาญา , พรบ.คอมพิวเตอร์
9.1 แก้ไขหรือปลอมแปลง หรือทำลายเอกสารหลักฐานของบริษัท
9.2 แก้ไขหรือปลอมแปลง หรือทำลายอกสารหลักฐานของบริษัท จนเป็นเหตุให้เกิดความ
เสียหายแก่บริษัทอย่างร้ายแรง
9.3แก้ไขหรือปลอมแปลง หรือทำลายเอกสารหลักฐานการสมัครงาน
โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือโดยไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง
9.4 ทำลาย ปลด เปลี่ยนแปลง เขียน หรือ ต่อเติม ประกาศของบริษัทฯ หรือ เขียน หรือ ปิด
ประกาศข้อความใดๆโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือโดยไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง
9.5 รายงานหรือแจ้งความเท็จต่อบริษัทฯ หรือผู้บังคับบัญชา หรือปลอมแปลงเอกสารใดๆ
หรือมีส่วนช่วยเหลือหรือสนับสนุนให้บุคคลอื่นกระทำความผิดดังกล่าว

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

9.6 ปกปิดความผิดของผู้ใด้บังคับบัญชา เพื่อมิให้รับโทษหรือชี้แนะ หรือสั่งการอันมิชอบด้วย
กฎหมายแก่ผู้บังคับบัญชา

9.7 บิดเบือน หรือให้ข้อความหรือข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง หรือเชื่อได้ว่าไม่เป็นความจริงต่อ
เพื่อนร่วมงาน หรือผู้บังคับบัญชา เป็นผลให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท

9.8 ปฏิเสธที่จะตอบคำถามหรือตอบคำถามอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงต่อบริษัท หรือผู้ที่
บริษัทมอบหมายในระหว่างการสอบสวนหาข้อเท็จจริง

9.9 ไม่ให้ความร่วมมือในการสืบสวน สอบสวน ของผู้บังคับบัญชาหรือกรรมการ หรือ ให้การ
เท็จ

9. 10 ยักยอก เบียดบังทรัพย์สินของบริษัท เอาไปเป็นของตนเองหรือผู้อื่น
9. 1 1 ลักขโมยทรัพย์สินของบริษัท หรือของผู้อื่นภายในสถานที่ทำงาน หรือสถานที่ที่เกี่ยวข้อง
กับบริษัทหรือสถานที่ที่บริษัทรับผิดชอบ
9.12 ครอบครองทรัพย์สินของบริษัท โดยเจตนาจะเอาไปเป็นของตนเอง หรือให้ผู้อื่น
9.13 ครอบครองทรัพย์สินของเพื่อนร่วมงานโคยเจตนาจะเอาไปเป็นของตนเอง หรือให้ผู้อื่น
9.14 ถักขโมย หยิบฉวย หรือเคลื่อนยทรัพย์สิน หรือผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ หรือของหนักงาน
อื่น โดยไม่ให้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากพนักงานผู้นั้น / หรือผู้บังคับบัญชา
9.15 นำหรือพกพาอาวุธวัตถุระเบิดเข้ามาในสถานที่ทำงาน, บ้านพัก, หรือสถานที่ที่เกี่ยวข้อง
กับบริษัท หรือสถานที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท
9.16 นำยาเสพติดให้โทษ ซึ่งผิดกฎหมายเข้าไปใมบริเวณที่ทำงาน, บ้านพัก, หรือสถานที่ของ
บริษัท หรือสถานที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท
9.17 ให้หรือขอมรับเงินหรือของขวัญใด1 หรือบริการเพื่อเป็นการตอบแทนในฮันที่ให้ได้มาซึ่ง
หน้ที่ การงานตำแหน่ง สถานที่ทำงานหรือการว่รจ้าง หรือ บำเหน็จ ความดีความชอบในงานหรือ
สิทธิในการทำงาน สัญญา การประมูล การเช่า การจัดซื้อและส่งสินค้า ตลอดจนอภิสิทธิอื่นๆ ทั้งแก่
ตนเองและของผู้อื่น
9.18 เข้าร่วมนัดหยุดงานโดยผิดกฎหมาย

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

9.19 ละเมิดกฎหมายลิขสิทธิซอฟต์แวร์โดยการลักลอบหรือทำซ้ำหรือคัดแปลงบนเครื่อง
คอมพิวเตอร์ของบริษัท

9.20 การเข้าไปดู หรือเข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์ ทำสำเนา ถ่ายโอน โยกช้าย เปลี่ยนแปลง
แก้ไข คัดแปลง ปรับปรุง ข้อมูล ข่าวสาร สาระเนเทศ เอกสารหรือแฟ้มข้อมูลใดๆ ไม่ว่าจะอยู่ในรูป
แผ่นกระดาษหรือในรูปอิเล็กทรอนิคส์ที่ป็นทรัพย์สินของบริษัทฯ หรือของลูกค้าหรือของบุคคลอื่นที่
อยู่ภายให้การควบคุมดูแลหรือการครอบครองของบริษัทฯ โคนมิได้รับความยิมยอมจากบริษัทฯ

9.21 การละเมิดการเข้าไปดู ลักลอบเข้าไปทำสำเนา เปลี่ยนถ่ายโยกย้าย ส่งผ่าน เก็บไว้
พยายามเข้าไปเกี่ยวข้องเปลี่ยนแปลงใช้ ใช้เป็นเครื่องมือ ทำให้ใช้การไม่ให้ หรือทำให้เสียไป เพื่อจุด
มุ่งหมายใดที่ไม่ได้รับมอบอำนาจให้กระทำการ กับเครื่องใช้อุปกรณ์และทรัพย์สินของบริษัท' ไม่ว่า
จะเป็นคอมพิวตอร์ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โทรสาร ระบบสื่อตารทางโทรศัพท์ เครื่องถ่ายเอกสาร
เครือข่ายโปรแกรม ข้อมูล ระบบการเก็บข้อมูลฮาร์คแวร์ ซอฟแวร์ ส่วนชุดคำสั่งถาวร (เฟิร์มแวร์)
อุปกรณ์หรือ เครื่องมือเชื่อมต่ออุปกรณ์รอบข้าง และอุปกรณ์เสริม การละเมิดกฎข้อนี้อาจมีผลทำให้
บริษัทดำเนินการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาจดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
10. ปฏิบัติตนเป็นปฏิปักษ์ต่อบริษัท

10.1 สนทนาให้ร้ายเป็นผลให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจหรือเสื่อมเสียชื่อเสียงหรือภาพพจน์
ของบริษัท

10.2 ดำเนินกิจการแข่งขันกับบริษัท
10.3 เข้าไปมีส่วนร่วมในการคำเนินงานไม่ว่าจะเป็นไปโดยทางตรง หรือทางอ้อมกับกิจกรรมอื่น
ใดที่มีลักษณะเป็นการแข่งขัน โดยทางตรงหรือทางอ้อมบริษัทฯ
10.4 แจกหรือปิดประกาศเอกสารใดๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานในสถานประกอบการของ
บริษัทฯ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากบริษัทฯ โดยยื่นเอกสารที่ประสงค์จะแจกหรือปิดประกาศให้ตรวจดู
และได้รับอนุญาตเสียก่อน
10.5 จัดประชุมหรือนัดชุมนุมในบริเวณบริษัทฯ โดยไม่ให้รับอนุญาต
10.6 ไม่ให้ยามรักษาการณ์ตรวจค้น หรือไม่ให้ความร่วมมือในการตรวจค้นก่อนเข้าหรือออกจาก
บริเวณโรงงานหรือสถานที่ที่บริษัทฯกำหนด

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

11. กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 119
1 1.1 ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่บริษัท
11.2 จงใจทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย
11.3 ประมาท เลินเล่อ เป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
11.4 ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน หรือระเบียบหรือคำสั่งของบริษัทอันชอบด้วยกฎ

หมาขและเป็นธรรม และบริษัทได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้วเว้นแต่กรณีที่ร้ายแรงบริษัทไม่จำเป็น
ต้องตักเตือน

11.5 ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกันไม่ว่าจะมีวันหยุดหรือไม่ก็ตามโดยไม่มีเหตุ
อันสมควร

11.6 ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้
กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
12. การจ้างญาติหรือผู้มีความเกี่ยวดอง

12.1 บริษัทฯไม่มีนโยบายจ้างญาติหรือบุคคลที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวดอง รวมทั้งผู้ที่มีความ
สัมพันธ์ฉันท์ สามี ภรรยา กับพนักงาน ยกเว้นจะได้รับการพิจารณาว่าเป็นประโยชน์กับการ
ดำเนินงานของบริษัทฯ และต้องได้การอนุมัติโดยผู้บริหารระดับสูงเท่านั้น

12.2 คู่สมรสหรือผู้มีความสัมพันธ์ ฉันท์ตามีกรรยาจะไม่ได้รับอนุญาคให้ทำงานในบริษัทฯ
หากไม่ใด้รับการอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากฝ่ายบริหาร

วินัยที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเพียงแนวทางสังเขป เพื่อให้พนักงานได้ยึดถือและปฏิบัติดาม
เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในบริษัทฯ โดยที่บริษัทไม่สามารถกำหนดวินัยครอบคลุม
การปฏิบัติงานของพนักงานได้ทุกเรื่อง บริษัทฯมีสิทธิที่จะพิจารณาใช้มาตรการทางวินัยสำหรับ
ผู้กระทำผิดวินัย นอกจากที่กำหนดไว้ตามความเหมาะสมเป็นรายา ไปได้

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

การลงโทษทางวินัย
หากพนักงานกระทำผิดวินัยจะต้องถูกลงโทษตามความหนักเบาหรือชนิดของการกระทำผิด

โดยพิจารณาจากเจตนา สภาพแวดล้อม ผลจากการกระทำผิด หรือโอกาสที่จะเกิดผลดังกล่าว
การให้ความร่วมมือในการทำงาน และคุณงามความดีในอดีต ตลอดจนประโยชน์ที่บริษัทจะได้รับ
ในอนาคตเป็นรายๆไป โดยพนักงานอาจได้รับโทษประการใดประการหนึ่ง หรือมากกว่า 2
ประการ ขึ้นอยู่กับฐานความผิด โดยไม่ต้องเวียงลำดับ ดังต่อไปนี้

1. ตักเตือนด้วยวาจา
2. ตักเตือนเป็นหนังสือ
3. พักงานโดยงดจ่ายค่าจ้างไม่เกิน 7 วัน
4. งดขึ้นเงินเดือน
5. เลิกจ้าง/ปลดออก
-ให้ผู้บังคับบัญชาระดับผู้จัดการแผนกหรือผู้มีตำเหน่งเทียบเท่าขึ้นไป ให้มีอำนาจสั่งลงโทษตาม
ข้อ 12 ได้
-ให้ผู้บังคับบัญชาในระดับผู้จัดการฝ่ายหรือผู้มีตำแหน่งเทียบเท่าขึ้นไป มีอำนาจสั่งลงโทณได้
ตามข้อ 1-3 ได้
- ให้กรรมการผู้จัดการ หรือผู้ที่ให้รับมอบหมายจากกรรมการผู้จัดการ เป็นผู้มีอำนาจใช้ดุลยพินิจ
ในการสั่งลงโทษพนักงานคนใด ในระดับโทณอย่างไรที่เห็นสมควรก็ได้ ตามข้อ 1-5 .รวมทั้ง การ
สั่งให้ชดใช้ความเสียหายทางแพ่ง

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

หมวดที่ 9
การพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานและการจ่ายค่าชดเชย
9.1 การพ้นสภาพจากการเป็นพนักงาน
แบ่งออกได้เป็น 7 ประเภท ดังนี้
1.ลาออก
พนักงานที่ประสงค์จะลาออก จะต้องนใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อผู้บังกับบัญชา
โดยตรง เป็นการถ่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันในระหว่างรออนุมัติการลาออกพนักงานจะต้องมา
ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติและบันทึกรายละเอียดของงานที่ได้กระทำค้างอยู่แล้วส่งมอบงานให้
โรงพยาบาลให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่ลาออกโรงพยาบาลมีสิทธิที่จะปฏิเสธการขอลาพักผ่อนประจำปี
และการลากิจในช่วงก่อนการลาออกได้
2. เกษียณอายุ
- พนักงานครบเกษียณอายุเมื่ออายุครบ 60 ปี บริบูรณ์พนักงานที่มีอายุครบเกษียณในปีใด ให้
ปฏิบัติงานต่อถึงวันที่ 31 ธันวาคม ของปีนั้น
- พนักงานที่ครบเกษีขณอายุแล้ว หากโรงพยาบาลจะให้ปฏิบัติงานต่อไป โดยให้ทำสัญญาจ้างโดย
จ่ายค่าตอบแทนเป็นรายวันหรือตามที่ตกลงกัน

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

3. เลิกจ้างในเวลาทดลองปฏิบัติงานนักงานที่อยู่ในระยะทดลองงาน โรงพยาบาลมีสิทธิบอก
เลิกจ้างเมื่อครบกำหนดตามสัญญาจ้างที่มีกำหนคระยะเวลา
4.ทุพพลภาพ

โดยคำวินิจฉัยของแพทยาเห็นว่า พนักงานผู้ใดทุพพลภาพถาวรโดยเชิงและไม่อาจกลับเข้า
ทำงานในตำแหน่งเดิม หรือเทียบเท่าก่อนทุพพภาพ พนักงานผู้นั้นจะต้องพันสภาพจากการเป็น
พนักงานโดยโรงพยาบาลจะจ่ายค่าชดเชยให้ตามที่กฎหมายกำหนด
5. ถึงแก่กรรม

เมื่อพนักงานถึงแก่กรรมโรงพยาบาลจะจ่ายเงินผลประ โยชน์ต่างๆให้แก่ผู้มีสิทธิตาม
กฎหมาย
6. เลิกจ้างเนื่องจากกระทำผิดวินัยหรือข้อบังคับในการทำงานโรงพยาบาลมีสิทธิบอกเลิกจ้าง
พนักงานโดยไม่จ่ายค่าชดเชย เนื่องจากกระทำผิดกรณี ต่อไปนี้
6.1 ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาต่อโรงพยาบาลหรือผู้แทนโรงพยาบาล
6.2 จงใจทำให้โรงพยาบาลได้รับความเสียหาย
63 ฝ่าฝืนข้อบังคับ หรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน หรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายและเป็น
ธรรมซึ่งได้เคยถูกตักเตือนเป็นหนังสือแล้วเว้นแต่กรณีที่ร้ายแรงที่โรงพยาบาลไม่ต้องตักเต้อน
64 ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกันไม่ว่าจะมีวันหยุดหรือไม่ก็ตาม โดยไม่มีเหตุผลอัน
สมควร
6.5 ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้โรงพยาบาลได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

6.6ได้รับโทษจำคุก ตามคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่
กระทำโคยประมาท หรือ ความผิดลกุโทษ
7. เลิกจ้างกรณีพิเศษ

7.1 พนักงานหย่อนสมรรถภาพในการทำงาน ผลการปฏิบัติงานไม่ได้เกณฑ์มาตรฐานของ
โรงพยาบาล

7.2 พนักงานที่มีความพฤติกกรมไม่น่าไว้วางใจหรือขาดคุณสมบัติการเป็นพนักงานที่ดีของ
โรงพยาบาล
7.3 พนักงานที่มีประวัติการลาป่วยเกิน 30 วันทำงานในรอบปี ยกเว้นการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้น
เนื่องจากการทำงานหรือการเจ็บป่วยที่มีเหตุอันสมควร และได้รับการอนุมัติเป็นกรณีพิเศษจาก
โรงพยาบาล
7.4 โรงพยาบาลมีความจำเป็นต้องยุบหน่วยงานหรือตำแหน่งงานนั้นและไม่สามารถโอน
พนักงานไปทำงานในหน้าที่อื่นที่เหมาะสมได้

โรงพยาบาล
ร า ช สี ม า ฮ อ ส พิ ท อ ล

9.2 ค่าชดเชย
1. การเลิกจ้างที่ไม่ได้รับค่าชดเชย ได้แก่กรณีดังต่อไปนี้

- พนักงานที่ถูกเลิกจ้างในระยะทดลองงานไม่ถึง 120 วันพนักงานที่ถูกเลิกจ้างเพราะ
กระทำผิดวินัย ตามความในข้อ 9.1.การเลิกจ้างที่ได้รับค่าชดเชย ได้แก่ การเกษียณอายุ
ทุพพและการเลิกจ้างกรณีพิเศษ โดยมีอัตราค่าชดเชย ดังนี้ทำงานติดต่อกันครบ 120 วัน
แต่ไม่ครบ 1 ปี จ่ายไม่น้อยกว่าอัตราสุดท้าย 30 วัน
-ทำงานติดต่อกันครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตรา สุดท้าย 90 วัน
- ทำงานติดต่อครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 180 วัน
- ทำงานติดต่อครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 240 วัน
-งานติดต่อครบ 10 ปีขึ้นไปจ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย300วัน


Click to View FlipBook Version