กลอนดอกสรอ้ ย คือ บทร้อยกรองชนิดหนึง่ ท่ปี รากฏในวรรณคดีไทยมาชา้ นาน มีลกั ษณะการ
แต่งเหมือนกับกลอนสุภาพและกลอนสกั วาทกุ ประการ แต่งขน้ึ เพ่ือใช้ในการขับร้อง วรรณคดีท่ีแตง่ ด้วย
กลอนดอกสรอ้ ย ได้แก่ กลอนดอกสรอ้ ยราพึงในป่าช้า
ลักษณะของกลอนดอกสรอ้ ย
๑. มีการสมั ผัสบังคับเหมือนกลอนสภุ าพทกุ ประการ
๒. บทหนึง่ มี ๔ คากลอน หรอื ๘ วรรค
- วรรคท่ี ๑ เรยี กว่า วรรคสดับ - วรรคท่ี ๒ เรยี กวา่ วรรครับ
- วรรคที่ ๓ เรยี กวา่ วรรครอง - วรรคท่ี ๔ เรยี กว่า วรรคส่ง
๓. แต่ละวรรคใชค้ า ๖ - ๘ คา แตว่ รรคแรกจะมี ๔ คา
๔. คาท่ี ๒ ของวรรคแรกใช้คาว่า “เอ๋ย” สว่ นคาสดุ ทา้ ยของบทคือวรรคที่ ๘ ใช้คาว่า “เอย”
ผังฉันทลกั ษณก์ ลอนดอกสรอ้ ย
การสัมผสั บังคับ
๑. คาสดุ ทา้ ยของวรรคท่ี ๑ สัมผสั กับคาท่ี ๓ หรอื ๕ ของวรรคที่ ๒
๒. คาสุดทา้ ยของวรรคที่ ๒ สัมผสั กับคาสุดท้ายของวรรคท่ี ๓
๓. คาสุดทา้ ยของวรรคที่ ๓ สมั ผสั กับคาท่ี ๓ หรอื ๕ ของวรรคที่ ๔
๔. สัมผสั ระหว่างบทคอื คาสดุ ท้ายของวรรคที่ ๔ สัมผสั กบั คาสุดทา้ ยของวรรคที่ ๖
เสยี งวรรณยุกต์ทา้ ยคาแต่ละวรรค
๑. คาสดุ ท้ายวรรคที่ ๑ ใชไ้ ด้ทง้ั ๕ เสยี งแต่ไมน่ ยิ มเสียงสามญั
๒. คาสุดทา้ ยวรรคที่ ๒ นิยมใช้เสยี งจตั วา
๓. คาสดุ ท้ายวรรคที่ ๓ และวรรคที่ ๔ นิยมใชเ้ สยี งสามัญ
ตัวอยา่ ง กลอนดอกสร้อย
“ความเอย๋ ความรกั เริ่มสมัครชน้ั ตน้ ณ หนไหน
เริม่ เพาะเหมาะกลางหวา่ งหวั ใจ หรือเรมิ่ ในสมองตรองจงดี
แรกจะเกิดเปน็ ไฉนใครรูบ้ ้าง อยา่ อาพรางตอบสานวนให้ควรที่
ใครถนอมกล่อมเกล้ียงเลี้ยงรตี ผใู้ ดมีคาตอบขอบใจเอย”
(จากพระราชนพิ นธ์แปลในรัชกาลท่ี 6 เรือ่ ง “เวนสิ วาณชิ ”)