คำนำ รายงานการจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ในระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2-3 ได้จัดทำโครงงานเรื่องกระถาง ต้นไม้รักษ์โลก จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาเรื่องราวและสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา ที่เด็กสนใจและได้ทดลองการปฏิบัติ กิจกรรมโดยใช้กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่ส่งเสริมการพัฒนาการให้เด็กสามารถเรียนรู้ได้จากการ สังเกตด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 เด็กรู้จักคิดแก้ปัญหาจากสิ่งที่เรียนรู้ได้ตามวัยของเด็ก โดยใช้กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์และสามารถนำประสบการณ์ที่ได้จากการเรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ในเหตุการณ์ใหม่ๆ ใน ชีวิตประจำวันได้ การจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ในครั้งนี้ คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดทำเอกสารฉบับนี้มี ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจในการจัดประสบการณ์การทดลองวิทยาศาสตร์การศึกษาก่อนวัยเรียนเป็น อย่างดี คณะผู้จัดทำ โรงเรียนบ้านโนนบุรุษ
สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ สารบัญ ชื่อโครงงาน................................................................................................................ 1 ผู้จัดทำ....................................................................................................................... 1 ครูที่ปรึกษา................................................................................................................ 1 ระยะเวลาในการจัดทำ............................................................................................... 1 ที่มาของโครงงาน....................................................................................................... 1 คำถามที่เด็กสงสัยอยากรู้........................................................................................... 1 วัตุประสงค์................................................................................................................. 2 Learning Spiral........................................................................................................ 3 คำถามที่ 1 กระถางต้นไม้มีลักษณะอย่างไร............................................................... 4 คำถามที่ ๒ กระถางทำอย่างไร และกระถางแบบใดแข็งแรงที่สุด.............................. 9 ผลการพัฒนาความสามารถของเด็กปฐมวัย............................................................... 18 ภาคผนวก
1 ชื่อโครงงาน กระถางต้นไม้รักษ์โลก ผู้จัดทำโครงงาน นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2-3 โรงเรียนบ้านโนนบุรุษ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5 ครูที่ปรึกษา นางสาวเสาวนีย์ ธนะสาร และ นางสาวจตุรพร เสนานนท์ ระยะเวลาในการจัดทำ วันที่ 5 - 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 ที่มาของโครงงาน เนื่องจากนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2-3 ทำการทดลองกิจกรรมในโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ผ่านมาหลายกิจกรรม จึงเกิดการเรียนรู้และมีทักษะด้านการสังเกต การวัด การจำแนกประเภท การคำนวณ การพยากรณ์หรือการคาดคะเนหาคำตอบ การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปส สเปสกับเวลา การจัดทำ และสื่อความหมายข้อมูล และการลงความเห็นจากข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้เด็กเกิดความสงสัยในเรื่องต่างๆ เพิ่มขึ้น จากการจัดกิจกรรมทำให้เด็กๆ ร่วมกันตั้งชื่อหัวข้อโครงงาน ซึ่งสรุปได้ว่า เสียงส่วนมากให้ความสนใจ ในชื่อหัวข้อการทดลองทำ “กระถางต้นไม้” เนื่องจากในบริเวณโรงเรียนมีต้นสักเป็นจำนวนมากทำให้เกิด ปัญหาใบไม้หล่นจากต้นในปริมาณที่มาก เดิมทีทางโรงเรียนจะมีกิจกรรม “ 5 ส” ในช่วงเช้าของทุกวัน โดย แบ่งเขตรับผิดชอบให้เด็กๆ ทุกคนช่วยกันทำความสะอาดโรงเรียน รวมถึงการเก็บใบไม้ที่ร่วงหล่นจากต้นไม้ เหล่านี้ นำไปทำปุ๋ยหมักชีวภาพเพื่อใช้ประโยชน์ในโรงเรียน แต่เนื่องด้วยการทำปุ๋ยหมักชีวภาพในหนึ่งครั้งนั้น ใช้ระยะเวลาในการหมักนานกว่า 6 เดือน จึงทำให้ปัญหาใบไม้ที่ร่วงหล่นลงพื้นนั้น ไม่ได้รับการแก้ไขในระยะ ยาว จึงจุดประกายความคิดให้กับเด็กๆ ว่า เราสามารถนำใบไม้แห้งมาทำกระถางต้นไม้ได้หรือไม่ เด็กๆ ได้ กลับไปถามผู้ปกครองว่า “กระถางต้นไม้ทำมาจากอะไร” ซึ่งได้คำตอบมาว่า “ทำมาจากดินเหนียวและตาก แดดจึงแข็ง” จึงนำมาเล่าให้เพื่อนและครูฟังและสงสัยอีกว่า “ถ้าทำกระถางต้นไม้จากใบไม้แห้งจะทำอย่างไร” ครูจึงชักชวนเด็กๆ มาช่วยกันระดมความคิดที่จะทำกระถางต้นไม้เด็กๆ ต่างตั้งคำถามในสิ่งที่สงสัยว่า ถ้านำ ใบไม้แห้งมาผสมกับกาวลาเท็กซ์ที่ใช้ในงานติดปะกระดาษแล้วตากแดด จะสามารถเป็นกระถางใช้ปลูกต้นไม้ได้ หรือไม่ จากคำถามและความสงสัยของเด็กๆ จึงนำไปสู่กิจกรรมการเรียนรู้ที่เด็กๆ จะได้รับประสบการณ์ตรง จากผู้ปกครองและจากการทำการทดลอง นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้เด็กๆ รู้จักการสังเกต การวัด การจำแนก ประเภท การคำนวณ การพยากรณ์หรือการคาดคะเนหาคำตอบ การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปส สเปสกับเวลา การจัดทำและสื่อความหมายข้อมูล การลงความเห็นจากข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้น และสามารถนำ ทักษะต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการทดลองไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ สรุปคำถามที่เด็กสงสัยอยากรู้เกี่ยวกับเรื่อง “กระถางต้นไม้” ได้แก่ 1. กระถางต้นไม้มีลักษณะอย่างไร 2. กระถางต้นไม้ทำอย่างไร และกระถางแบบใดแข็งแรงที่สุด
2 วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้เด็กได้เกิดทักษะต่างๆ ทางวิทยาศาสตร์ 2. เพื่อให้เด็กสามารถทำกระถางต้นไม้จากใบไม้แห้ง 3. เพื่อให้เด็กสามารถใช้ประสาทสัมผัสในการเปรียบเทียบความแข็งแรงของกระถางต้นไม้ที่สร้างขึ้น 4. เพื่อให้เด็กนำเสนอผลการทดลอง 5. เพื่อให้เด็กกล้าแสดงออกและกล้าแสดงความคิดเห็น 6. เพื่อให้เด็กสามารถทำงานร่วมกันได้และเรียนรู้อย่างมีความสุข
3 ความรู้พื้นฐาน ความรู้เดิม ประสบการณ์ใหม่ ประสบการณ์ใหม่ สรุปผลการทดลอง คำถามที่ ๑ กระถางต้นไม้ มีลักษณะอย่างไร ค ำถำมที่ ๒ กระถำงต้นไม้ท ำอย่ำงไร และกระถำงแบบใดแข็งแรงที่สุด กระถางต้นไม้ท าจาก พลาสติกหรือดินเหนียว กระถางมีลักษณะปากกว้าง รูปทรงกลม กระบอก สี่เหลี่ยม หัวใจ ฯลฯ ใช้สำหรับปลูก ต้นไม้ทำมาจากดินเผา พลาสติก เซรามิก ปูนเปลือย กระถางท าจากใบไม้แห้งผสมกาวแล้วตากแดด ใบที่๑ ใบไม้แห้ง+กาวลาเท็กซ์ ใบที่๒ ใบไม้แห้ง+กาวน้ำ ใบที่๓ ใบไม้แห้ง+กาวแป้งเปียก เมื่อตากแดด ๒ วันเท่ากันกระถางใบที่๑ แห้งและ แข็งแรงกว่าใบที่๒ และ๓ ใบไม้แห้งสามารถนำมาทำกระถางปลูกต้นไม้ได้โดย การผสมกับกาวแล้วตากแดด กาวแต่ละชนิดใช้เวลาใน การตากแดดไม่เท่ากัน เราสามารถใช้ดอกไม้สีสดๆมา ผสมเพื่อตกแต่งกระถางให้สวยงามขึ้นได้ กระถางปลูกต้นไม้ทำมาจากดินเหนียวและ พลาสติก แต่ในปัจจุบันคนนิยมใช้กระถาง พลาสติกปลูกต้นไม้เพราะราคาถูก Learning Spiral
4 คำถามที่ 1 กระถางต้นไม้มีลักษณะอย่างไร ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฎการณ์ธรรมชาติ จากการจัดประสบการณ์ และการสนทนาเกี่ยวกับเรื่องกระถางต้นไม้วิธีการทำกระถางต้นไม้ คุณสมบัติของกระถางต้นไม้ทำให้เด็กๆ สงสัยและอยากรู้คำตอบหลายข้อ ซึ่งสรุปคำถามที่เด็กๆ อยากรู้เรื่อง การทำกระถางต้นไม้ดังนี้ 1. กระถางต้นไม้มีลักษณะอย่างไร 2. กระถางต้นไม้ทำอย่างไร และกระถางแบบใดแข็งแรงที่สุด - เด็กและครูร่วมกันสนทนาว่ากระถางต้นไม้มีลักษณะอย่างไร จากความรู้เดิมที่เด็กๆ มี แล้วครูบันทึก คำตอบของเด็กลงบนกระดาษชาร์ต ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน เด็กและครูออกเดินสำรวจรอบๆ บริเวณโรงเรียน และสนทนาร่วมกันเกี่ยวกับรูปร่างลักษณะกระถาง ต้นไม้ที่พบเห็นอยู่รอบๆ บริเวณโรงเรียน สวนหย่อม โดยครูใช้คำถามกระตุ้นให้เด็กแสดงความคิดเห็นและครู จดบันทึกไว้ นำไปสรุปลงบนกระดาษชาร์ต ครูต่าย : กระถางต้นไม้ที่เราพบเห็นในโรงเรียนมีลักษณะอย่างไรบ้างคะ น้องเกรซ: กลมๆ มนๆ ค่ะ น้องน้ำนิ่ง: หน้าห้องผอ.เป็นสี่เหลี่ยมค่ะ น้องมิกกี้: หน้าหอประชุมเป็นพลาสติกสีดำครับ ครูต่าย : กระถางต้นไม้ของเด็กๆ ทำมาจากอะไรคะ น้องหมวย: ดินเผาค่ะ น้องเกรซ: ของหนูทำจากพลาสติกคะแม่ไปซื้อมาจากร้านทุกอย่าง 20 บาท
5 1. เด็กและครูออกเดินสำรวจรอบๆ บริเวณโรงเรียน 2. สนทนาร่วมกันเกี่ยวกับรูปร่างลักษณะกระถางต้นไม้ที่พบ และบันทึกผลลงในชาร์ต ขั้นที่ 3 ทดลองและปฏิบัติการสืบเสาะ ครูสนทนาร่วมกันกับเด็กๆ เราจะทำอย่างไรถึงได้คำตอบที่เด็กสงสัย เด็กตอบว่าไปถามพ่อแม่ที่บ้าน บางคนบอกไปถามครูตุ่นที่ห้องคอมพิวเตอร์ วันนี้ครูจึงพาเด็กๆ ไปห้องคอมพิวเตอร์เพื่อให้คุณครูพิชัยภรณ์ช่วยเด็กในการค้นคว้าหาข้อมูลลักษณะ ของกระถางต้นไม้ และวิธีทำกระถางต้นไม้จากใบไม้แห้งที่เด็กๆ ต้องการ ซึ่งจะสังเกตได้ว่าเด็กๆ ได้ภาพ อุปกรณ์ในการทำกระถาง และวิธีทำกระถางง่ายๆ จากคุณครูพิชัยภรณ์ 1. เด็กๆ ค้นคว้าข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต
6 2. กระถางลักษณะต่างๆ ที่เด็กค้นคว้าหาข้อมูลได้ ทรงกลม สี่เหลี่ยม หัวใจ การ์ตูน
7 ขั้นที่ 4 สังเกตและบรรยาย 1. เด็กและครูร่วมกันทบทวนรูปร่างลักษณะกระถางต้นไม้ที่ค้นพบ 2. ตัวแทนออกมานำเสนอลักษณะของกระถางที่ได้ไปสืบค้นมาและร่วมกันสรุปรุปร่างกระถางที่จะ ทดลองทำ ขั้นที่ 5 บันทึกข้อมูล เด็กๆได้บันทึกผลการสืบเสาะ “กระถางต้นไม้มีลักษณะอย่างไร” และออกแบบกระถางต้นไม้ที่จะ ช่วยกันทำการทดลอง
8 ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล จากการสรุปผล เด็กๆสามารถบอกได้ว่า กระถางมีลักษณะปากกว้าง รูปทรงกลม กระบอก สี่เหลี่ยม หัวใจ ฯลฯ ใช้สำหรับปลูกต้นไม้ทำมาจากดินเผา พลาสติก เซรามิก ปูนเปลือยและเด็กๆตกลงกันว่าจะ ทดลองทำกระถางรูปทรงกลม
9 คำถามที่ 2 กระถางต้นไม้ทำอย่างไร และกระถางแบบใดแข็งแรงที่สุด ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ จากการทดลองสืบเสาะในหัวข้อคำถามที่ 1 ที่ผ่านมาทำให้เด็กๆ สงสัยและเกิดความอยากรู้ต่อไปว่า “กระถางต้นไม้ทำอย่างไร และกระถางแบบใดแข็งแรงที่สุด” เด็กๆ และครูร่วมกันสนทนาว่ากระถางต้นไม้ทำ อย่างไร ครูต่าย : เด็กๆ คิดกระถางต้นไม้ทำอย่างไรคะ น้องน้ำนิ่ง: จากที่พวกหนูได้ไปค้นคว้าจากอินเทอร์เน็ตทำจากดินค่ะ น้องปัง : ครูตุ่นบอกว่าเอาดินเหนียวมาปั้นแล้วไปตากแดดครับ น้องเกรซ: แม่หนูซื้อมาจากร้าน 20 บาทมันทำจากพลาสติกค่ะ ครูต่าย : ถ้าเราไม่ใช้ดินเหนียว หรือพลาสติกทำกระถางเราสามารถใช้อะไรที่เป็นวัสดุ ธรรมชาติที่มีอยู่ในโรงเรียนมาทำได้อีกบ้าง น้องสกาย: วันนั้นครูตุ่นบอกกระดาษก็เอามาทำได้ค่ะ น้องฮาวาย: กาบมะพร้าวครับ ครูต่าย : ที่โรงเรียนเรามีอะไรเยอะคะ น้องอิน : ใบไม้หล่นเต็มที่ป่าสักค่ะครูต่าย น้องปิงปอง: ใบไม้แห้งก็เอามาทำได้ค่ะ เพราะครูตุ่นเคยเปิดในอินเทอร์เน็ตให้ดู น้องกัปตัน: ทำกระถางจากใบไม้ครับครูต่ายเพราะว่าพวกพี่ๆ จะได้ไม่ต้องเอาไปเผา ครูต่าย : เด็กๆ คิดว่ายังไงคะ ใครเห็นด้วยว่าจะทำกระถางต้นไม้จากใบไม้แห้ง เด็กๆ ทุกคนยกมือเห็นด้วยกับข้อเสนอของน้องกัปตัน ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน เด็กๆ และครูร่วมกันสนทนา โดยครูใช้คำถามกระตุ้นเพื่อให้ทราบถึงประสบการณ์เดิมของ เด็กๆ เกี่ยวกับการทดลองทำกระถางโดยใช้ใบไม้แห้งผสมกับกาวลาเท็กซ์ทำกระถางต้นไม้ซึ่งเด็กๆ ทราบว่า สามารถทำเป็นกระถางปลูกต้นไม้ได้
10 จึงได้สนทนาในหัวข้อของการใช้ใบไม้แห้งผสมกับ กาวลาเท็กซ์ กาวน้ำ กาวแป้งเปียก กระถางชนิดใด แข็งแรงที่สุด โดยครูใช้คำถามกระตุ้นให้เด็กๆ แสดงความคิดเห็นและครูจดบันทึกไว้ นำไปสรุปลงบนกระดาษ ชาร์ต ครูต่าย : เด็กๆ คิดว่าเราจะสามารถทำกระถางต้นไม้โดยใช้ใบไม้ผสมกับอะไรได้อีก บ้างนอกจากกาวลาเท็กซ์ น้องน้ำนิ่ง: กาวน้ำค่ะ เพราะบ้างครั้งคุณครูเคยให้พวกหนูทำงานศิลปะจากกาวน้ำ น้องฮาวาย: ผมเห็นด้วยกับน้ำนิ่งครับ เพราะมันติดกระดาษได้เหมือนกัน ครูต่าย : เด็กๆ คิดว่าเอาอะไรมาผสมกับใบไม้ได้อีกคะ น้องหมวย: กาวกาวแป้งเปียกค่ะ น้องเกรซ: ใช่ๆ หนูเคยเห็นคุณตาเอามาติดกระดาษทำว่าว ครูต่าย : คราวนี้เด็กๆ จะทำกระถางต้นไม้จากอะไรคะ น้องมิกกี้: ผมจะเอาใบไม้แห้งมาทำเหมือนเดิมครับและเอาไปตากแดดด้วย น้องอิน : แต่ครั้งนี้เราลองทำ 3 แบบนะ โดยผสมกับกาวลาเท็กซ์ กาวน้ำ และกาวแป้งเปียก น้องเกรซ: ต้องตากแดด 2 วันเท่ากันนะคะ ครูต่าย : เด็กๆ ช่วยกันคิดสิคะว่า ทำอย่างไรให้ใบไม้เป็นกระถางต้นไม้ได้ น้องอิน : ทำเหมือนกาวลาเท็กซ์ค่ะ น้องชมพู: เราก็ทำ 3 กระถาง โดยแต่ละกระถางผสมใบไม้แห้งกับกาวลาเท็กซ์ กาวน้ำ และ กาวแป้งเปียก แล้วก็ตากแดด 2 วันเท่ากันค่ะ น้องปิงปอง: ทำเหมือนเดิม ครูต่าย : เด็กๆ คิดว่ากระถางต้นไม้จากใบไม้แห้งที่ผสมกับกาวลาเท็กซ์ กาวน้ำ และ กาวแป้งเปียก กระถางชนิดใดจะแข็งแรงที่สุด น้องน้ำนิ่ง: กาวลาเท็กซ์ค่ะ น้องหมวย: กาวแป้งเปียกค่ะ น้องมิกกี้: ผมว่ากาวน้ำครับ ครูต่าย : เอาล่ะ เรามาทดลองเกี่ยวกับเรื่องนี้ในวันพรุ่งนี้ส่วนวันนี้ครูจะพาเด็กๆ ไปเก็บใบสัก แห้ง มา 3 ตะกร้า เพื่อเตรียมไว้ทำการทดลองกันนะคะ เด็กกับครูช่วยกันเก็บใบสักแห้งรอบๆ บริเวณโรงเรียน
11 ขั้นที่ 3 ทดลองและปฏิบัติการสืบเสาะ 1. ครูนำเด็กๆ ไปห้องคอมพิวเตอร์เพื่อหาข้อมูลกาวอะไรบ้างที่สามารถนำมาผสมทำกระถางต้นไม้ได้ เด็กๆ ได้คำตอบจากการสืบค้นข้อมูลและคำอธิบายจากคุณครูพิชัยภรณ์ คือ สามารถนำกาวลาเท็กซ์ กาวน้ำ กาวแป้งเปียก มาผสมกับใบไม้แห้งทำกระถางได้เหมือนกันแต่ไม่รู้ว่ากระถางแบบไหนจะแข็งแรงกว่ากัน 2. ดังนั้นครูและเด็กจึงตกลงร่วมกันว่าจะทดลองทำกระถางจากใบไม้แห้ง ครูต่าย : เด็กๆ คิดว่าเราจะใช้อุปกรณ์ใดบ้างในการทดลองคะ น้องน้ำนิ่ง: ใบไม้เหมือนเดิมค่ะ น้องปัง : คราวนี้ผสมใบไม้แห้งกับกาวลาเท็กซ์ กาวน้ำ กาวแป้งเปียกด้วยครับ น้องเกรซ: กะละมัง 3 กะละมังเอาไว้ผสมกระถาง 3 แบบค่ะ ครูต่าย : เราจะส่วนผสมเท่าไหร่ดีคะ น้องสกาย: กะละมังที่ 1 ใส่ใบไม้แห้ง + กาวลาเท็กซ์ น้องฮาวาย: กะละมังที่ 2 ใบไม้แห้ง + กาวน้ำ ครูต่าย : แล้วกะละมังที่ 3 ล่ะคะ น้องอิน : ใบไม้แห้ง + กาวแป้งเปียกค่ะ
12 ครูต่าย : เด็กๆ จะทำอย่างไรให้กระถางใบไม้แห้งคะ น้องเกรซ: เอาไปตากแดด 2 วันเท่ากับที่เราเคยทำค่ะคุณครู น้องชมพู: เอาไปโดนแสงแดดจากพระอาทิตย์ร้อนๆ 2 วันค่ะ เมื่อเด็กๆ และครูได้สนทนาถึงวิธีการทดลองแล้ว คุณครูจึงนำเด็กๆ ลงมือทำการทดลอง ขั้นที่ 4 สังเกตและบรรยาย ครูทบทวนขั้นตอนการทดลองอีกครั้งก่อนเด็กๆ จะเริ่มการทดลองตามขั้นตอน โดยครูคอยดูแลให้คำแนะนำ อย่างใกล้ชิด 1. แบ่งกลุ่มเด็กเป็น 3 กลุ่ม 2. ครูแจกอุปกรณ์การทดลองให้แต่ละกลุ่มดังนี้ กลุ่มที่ 1 ใบไม้แห้ง กะละมัง เหยือกตวง กระถางแม่พิมพ์ 2 ใบ กาวลาเท็กซ์ กลุ่มที่ 2 ใบไม้แห้ง กะละมัง เหยือกตวง กระถางแม่พิมพ์ 2 ใบ กาวน้ำ กลุ่มที่ 3 ใบไม้แห้ง กะละมัง เหยือกตวง กระถางแม่พิมพ์ 2 ใบ กาวแป้งเปียก
13 3. เด็กแต่ละกลุ่มช่วยกันขยำใบไม้ กลุ่มที่ 1 กลุ่มที่ 2 กลุ่มที่ 3 4. เด็กแต่ละกลุ่มช่วยกันตวงส่วนผสม คือ ใบไม้ และกาวแต่ละชนิดตามอัตราส่วนที่เท่ากัน คือ ใบไม้ 4 เหยือก กาว 1 เหยือก และคลุกผสมให้เข้ากัน กลุ่มที่ 1
14 กลุ่มที่ 2 กลุ่มที่ 3 5. นำส่วนผสมที่ได้อัดใส่แม่พิมพ์กระถางแล้วนำไปตากแดด 2 วัน
15 6. กระถางทั้ง 3 แบบที่ตากแดดครบ 2 วันแล้วเมื่อแกะออกจากแม่พิมพ์ กลุ่มที่ 1 กลุ่มที่ 2 กลุ่มที่ 3 เมื่อเด็กๆ ทำการทดลองเสร็จ ครูตั้งคำถามกับเด็กๆ ว่า “ใบไม้แห้งผสมกับ กาวลาเท็กซ์ กาวน้ำ กาว แป้งเปียก กระถางชนิดใดแข็งแรงที่สุด” ครูต่าย : เด็กๆ ลองสังเกตกระถางต้นไม้ใบที่ 1 ที่ผสมกับกาวลาเท็กซ์ว่าเป็นยังไงคะ น้องชมพู: มันก็เป็นรูปกระถางค่ะ แกะออกแล้วเป็นทรงแข็งแรงไม่แตก น้องมิกกี้: กระถางใบที่ 2 ของผม(ผสมกับกาวน้ำ) นิ่มครับแกะออกจากพิมพ์มันร่วงออกนิดนึง ยังเปียกๆ อยู่ครับ ครูต่าย : ทำไมถึงไม่ประสบผลสำเร็จคะ น้องเกรซ: ของหนูกระถางใบที่ 3 (ผสมกับกาวแป้งเปียก) ร่วงออกบู้บี้ไปหมด น้องปัง : มันไม่แข็งครับ มันนิ่มใบไม้ก็เปียกๆ ครูต่าย : ทำไมกระถางใบที่ 3 ถึงไม่เป็นกระถางต้นไม้ล่ะคะ น้องเกรซ: นิ่มค่ะ พอโดนน้ำก็เปียก น้องสกาย: ผมคิดว่ามันต้องใช้เวลาตากแดดอีกครับ ครูต่าย : สองวันนี้เราได้ทำการทดลองเรียบร้อยแล้ว และทำให้เด็กๆ ทราบว่า กระถางต้นไม้ ทำจากใบไม้แห้งผสมกับกาวลาเท็กซ์แข็งแรงที่สุด
16 ขั้นที่ 5 บันทึกข้อมูล เด็กๆ ได้บันทึกผลการสืบเสาะ “ใบไม้แห้งผสมกับ กาวลาเท็กซ์ กาวน้ำ กาวแป้งเปียก กระถางแบบใด แข็งแรงที่สุด” ด้วยการจดบันทึกลงในแบบบันทึกโครงงานกระถางต้นไม้ 1. เด็กวาดภาพบันทึกวัสดุและวิธีทำกระถาง 2. เด็กบันทึกผลการทดลองเปรียบเทียบความแข็งแรงของกระถางทั้ง 3 แบบ
17 ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล 1. สรุปผลการทดลอง เด็กๆ สามารถบอกได้ว่า แสงแดดสามารถทำให้ใบไม้ที่ผสมกับกาวแห้งได้แต่ กาวแต่ละชนิดใช้เวลาในการตากแดดไม่เท่ากัน และในระยะเวลาตากแดดเท่ากันกระถางใบที่ 1 ที่ผสมกับกาว ลาเท็กซ์แห้งและแข็งแรงที่สุด สามารถทำให้ได้กระถางต้นไม้แข็งแรงจนนำไปปลูกต้นไม้ได้ ครูต่าย : ผลการทดลองเกิดอะไรขึ้นกับใบไม้ที่ผสมกับกาวทั้ง 3 ชนิดคะ น้องมิกกี้: ใช้กาวน้ำแล้วมันร่วงนิดนึง แต่ก็เป็นรูปกระถางครับ น้องฮาวาย: ตอนตากแดดกระถางใบที่ 1 ที่ผสมกับกาวลาเท็กซ์แห้งเร็วกว่ากระถางใบที่ 2 และ 3 ครับ น้องชมพู: กระถางใบที่ 3 ที่ผสมกาวแป้งเปียกเหมือนมันยังไม่แห้งดีค่ะแกะออกมาจากพิมพ์ แล้วร่วงของหนูได้เหมือนน้องมิกกี้ค่ะ น้องเกรซ: ใช่ค่ะแกะออกมาจากพิมพ์แล้วร่วงไม่เป็นรูปทรงกระถางเลยค่ะ น้องปัง : กระถางใบที่ 3 คงปลูกต้นไม้ไม่ได้แน่นอน ครูต่าย : ทำไมปลูกต้นไม้ไม่ได้ล่ะคะ น้องปัง : ก็พอผมเอาน้ำราด กระถางต้นไม้ที่ทำด้วยกาวแป้งเปียก มันแตกออกครับ ไม่เป็นรุปทรงเลย ครูต่าย : จากการทดลองเด็กๆ คิดว่ากระถางใบไหนแข็งแรงที่สุดคะ 2. เด็กๆ ทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า กระถางใบที่ 1 แสดงให้เห็นว่าการใช้กาวลาเท็กซ์ผสมกับ ใบไม้แห้งในการทำกระถางต้นไม้แข็งแรงที่สุด
18 3. เด็กๆ นำกระถางที่ทดลองทำเองไปปลูกต้นไม้ ผลการพัฒนาความสามารถของเด็กปฐมวัย 1. ผลการพัฒนาความสามารถพื้นฐาน 4 ด้าน ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย 1.1 ด้านการเรียนรู้ - เด็กตระหนักรู้เกี่ยวกับการเรียนรู้ของตนเองผ่านกระบวนการต่าง ๆ - เด็กสามารถบอกเล่าวิธีการหาคำตอบของตนเองได้ - เด็กได้เรียนรู้สืบเสาะการทำกระถางต้นไม้ - เด็กได้เรียนรู้การเปลี่ยนแปลงของวัตถุเมื่อได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์ - เด็กได้เรียนรู้วิธีทำกระถางต้นไม้ - เด็กเปรียบเทียบความแข็งแรงของกระถางทั้ง 3 แบบ 1.2 ด้านภาษา - เด็กมีพัฒนาการด้านภาษาจนสามารถสนทนาโต้ตอบและแสดงความคิดเห็นได้หลากหลาย - เด็กมีทักษะการพูด การสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การบรรยายผลการทดลอง การ เล่าสิ่งที่ตนเองสังเกตเห็นได้จากการทดลอง การสอบถามครูและผู้ปกครองในสิ่งที่เด็กๆ สงสัยและอยากรู้ - เด็กได้เรียนรู้จักคำใหม่ๆ ที่ไม่รู้จัก เช่น กาวลาเท็กซ์การตวง อัตราส่วน 1.3 ด้านสังคม - เด็กสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ - เด็กแสดงความคิดเห็นของตนเองและยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
19 - เด็กเคารพข้อตกลงในการปฏิบัติกิจกรรม การปฏิบัติงานกับเพื่อนได้ - เด็กยอมรับฟังความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ 1.4 ด้านการเคลื่อนไหว - เด็กเคลื่อนไหวหยิบ จับ วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการทำกิจกรรม 2. ผลการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 2.1 ทักษะการสังเกต - เด็กๆ สามารถบอกลักษณะของสิ่งที่เด็กๆ เห็นได้ และทดลองด้วยการสัมผัสต่าง ๆ เช่น การหยิบ การจับ การสัมผัส การสังเกตการเปลี่ยนแปลงของสิ่งที่เกิดขึ้น 2.2 ทักษะการวัด - เด็กสามารถตวงวัสดุ ส่วนประกอบที่ใช้ในการทดลอง - เด็กสามารถวัดผลการทดลองได้ด้วยการจำกัดเวลา 2.3 ทักษะการจำแนกประเภท - เด็กสามารถจำแนกประเภท โดยการใช้ตัวแปร 3 ชนิด ได้แก่ กาวลาเท็กซ์กาวน้ำ และ กาวแป้งเปียกในการทดลอง - เด็กสามารถเปรียบเทียบสมมติฐานกับผลการศึกษาได้ 2.4 ทักษะการคำนวณ - เด็กสามารถตวงกาวลาเท็กซ์กาวน้ำ และกาวแป้งเปียกได้ 2.5 ทักษะการพยากรณ์หรือการคาดคะเนคำตอบ - เด็กสามารถคาดคะเนคำตอบจากการตั้งสมมติฐานได้ 2.7 ทักษะการจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล - เด็กสามารถสรุปกิจกรรมที่ทำได้ด้วยการวาดภาพ และนำเสนอหน้าชั้นเรียน 2.8 ทักษะการลงความคิดเห็นจากข้อมูล - เด็กสามารถให้ความเห็นในกระบวนการทดลองได้ด้วยประสบการณ์เดิมหรือความเห็น ส่วนตัวของเด็กๆ ได้
20 ภำคผนวก
21
22
23
24
25