The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงงาน ไข่เค็ม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by BeeBee Pomkaew, 2022-09-05 05:59:58

โครงงาน ไข่เค็ม

โครงงาน ไข่เค็ม

1

รำยงำนโครงงำนโดยใชก้ ระบวนกำรสบื เสำะของเดก็ ปฐมวัย
ตำมโครงกำรบ้ำนนกั วทิ ยำศำสตร์น้อย ประเทศไทย

โครงงำน “ไขไ่ กจ่ อมแปลงร่ำง”

ผู้จดั ทำโครงงำน
นกั เรยี นช้ันอนบุ ำลปที ่ี 3 โรงเรยี นภูคำวทิ ยำคม

ครทู ่ีปรึกษำ
นำงสำวทวิ ำภรณ์ ผอมแกว้

โรงเรยี นภูคำวทิ ยำคม
สงั กัดสำนักงำนเขตพ้ืนที่กำรศกึ ษำประถมศึกษำน่ำน เขต 2

2

คำนำ

รายงานโครงงานโดยใช้กระบวนการการสืบเสาะของเด็กปฐมวัยตามโครงการบ้าน
นักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย เป็นกิจกรรมท่ีเดก็ สามารถทาการทดลองได้ดว้ ยตนเอง เดก็ สามารถ
เรียนรไู้ ดจ้ ากการสังเกตด้วยประสาทสัมผสั รู้จักใช้ คาถามตา่ งๆที่เดก็ สนใจและสงสยั ตลอดจนเป็นการ
แลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างเพ่ือนในห้องเรียน อีกทั้งเด็กจะได้เรียนรู้ เกี่ยวกับส่ิงแวดล้อมที่อยู่รอบตัว
และสิ่งสาคัญ สามารถนาความรู้จากประสบการณ์เดิมนาไปใชใ้ นชีวิตประจาวันได้อย่างมีความสุขและ
สนกุ สนานกบั การเรียนวิทยาศาสตร์

ผจู้ ดั ทาโครงงานหวังเปน็ อยา่ งยิ่งว่าโครงงานโดยใชก้ ระบวนการการสืบเสาะของเดก็ ปฐมวัยตาม
โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย คงเป็นประโยชน์ต่อผู้เก่ียวข้องหรือผู้จะนาไปเป็น
แนวทางเพ่ือไปปรับปรุงและพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ระดับช้ันอนุบาลให้เป็นไป
ตามวัตถุประสงคต์ ่อไป

นางสาวทวิ าภรณ์ ผอมแก้ว
ครูประจาชัน้ อนุบาล 3

สำรบญั 3

เรื่อง หน้ำ

คานา ก
สารบัญ ข
ชื่อโครงงาน 1
ทม่ี าของโครงงาน 1
คาถามที1่ ไขไ่ ก่นามาทาเป็นไข่เค็มไดอ้ ย่างไร ? 3
3
- ข้ันท่ี 1 ตั้งคาถามเกย่ี วกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ 3
- ขนั้ ท่ี 2 รวบรวมความคดิ และข้อสันนิษฐาน 4
- ข้นั ที่ 3 ทดสอบและปฏบิ ัติการสืบเสาะ 10
- ข้นั ที่ 4สงั เกตและบรรยาย 11
- ข้ันท่ี 5 บนั ทึกข้อมูล 12
- ข้ันที่ 6 สรุปและอภปิ รายผล 13
- ผลพัฒนาความสามารถของเด็กปฐมวัย
15
คาถามท่ี2 อะไรท่ที าให้ไข่ไก่กลายเปน็ ไข่เค็มได้อีกบ้าง? 15
- ข้นั ท่ี 1 ตั้งคาถามที่เกีย่ วกบั ปรากฏการณ์ธรรมชาติ 15
- ข้นั ที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน 18
- ข้นั ที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสบื เสาะ 21
- ข้ันที่ 4สงั เกตและบรรยาย 22
- ข้ันที่ 5 บันทึกขอ้ มูล 23
- ข้นั ที่ 6 สรุปและอภปิ รายผล 24
- ผลพัฒนาความสามารถของเด็กปฐมวยั
26
คาถามที่ 3 ไขไ่ กเ่ ค็มนามาทาบัวลอยไดอ้ ย่างไร ? 26
- ข้นั ที่ 1 ตั้งคาถามทเ่ี กี่ยวกบั ปรากฏการณธ์ รรมชาติ 26
- ขัน้ ที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน 28
- ข้นั ที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ

- ข้นั ท่ี 4สงั เกตและบรรยาย 4
- ข้ันท่ี 5 บันทึกขอ้ มูล
- ข้ันที่ 6 สรปุ และอภปิ รายผล 31
- ผลพฒั นาความสามารถของเด็กปฐมวัย 31
32
34

5

ช่อื โครงงำน ไข่ไก่จอมแปลงรา่ ง
ผู้ทำโครงงำน นกั เรยี นช้ันอนุบาลปที ่ี 3 โรงเรยี นภคู าวิทยาคม
ครทู ี่ปรึกษำ นางสาวทิวาภรณ์ ผอมแก้ว
ระยะเวลำในกำรจดั ทำ ระหวา่ งวนั ท่ี 1 กุมภาพันธ์ 2565 ถึง 18 มีนาคม 2565

ที่มำและควำมสำคัญ

ในขณะเด็กเดินสารวจธรรมชาติ เด็ก ๆ ได้สังเกตเห็นโรงเรือนเล้ียงไก่ไข่ของโรงเรียน และ
เปน็ เวลาท่พี ่กี าลังเกบ็ ไข่ไกพ่ อดี เด็กสว่ นใหญ่อยากเข้าไปดใู นโรงเรอื นเลี้ยงไก่ และไดช้ ว่ ยพ่ีๆเกบ็ ไขไ่ กอ่ กี ดว้ ย ทา
ให้เดก็ ๆ เกดิ ความสงสยั ไดส้ นทนาร่วมกนั ต่อไปอกี วา่ เคยนาไขม่ าทาอาหาร ทาไข่ต้ม ไขเ่ จียว เอามาผดั ขา้ วก็ได้
เอามาทาขนมก็ได้ เด็กยังบอกอีกว่า แม่เคยเก็บไข่ไว้แล้วพอเอามาทาอาหารแต่กลายเป็นไข่เน่า เหม็นมาก ๆ
นอกจากน้ันเด็ก ๆ ยังเกิดข้องสงสัยและเกิดเป็นคาถามที่อยากรู้ เช่น อยากเก็บไข่ไวก้ ินได้นาน ๆ จะต้องทายังไง
เป็นตน้ เมอ่ื คณุ ครูเหน็ ว่าเด็ก ๆ สว่ นใหญ่ใหค้ วามสนในเกีย่ วกับไข่ไก่จงึ ไดเ้ กิดคาถามในเร่ืองนขี้ ้ึน โดยครใู ชค้ าถาม
กระตนุ้ เดก็ ๆ ดังน้ี

ครู : เด็ก ๆ ค่ะเดก็ ๆ บังเอิญตอกไข่ออกมาแลว้ ไข่กลายเป็นไข่เนา่ เราทายังไงดีค่ะ

ฟิวใหญ่ : ตอ้ งเอาทิ้งอย่างเดยี วเลยครบั มันกนิ ไมไ่ ด้แล้วครับ

ครู : แลว้ เราจะทายงั ไงดคี ่ะไมใ่ หไ้ ขเ่ น่า

ดอย : เอามาแลว้ ก็ทากนิ ให้หมดเลยครบั

เปยี : ซื้อมาทีละนอ้ ย ๆ ก็ไดค้ ่ะ

ครู : แล้วถ้าเรามีไข่แบบเยอะมาก ๆ หลายฟอง อยากเก็บไว้กนิ นาน ๆ ไม่อยากไปซอ้ื บ่อยเราต้องทา
ยังไงดีคะ่

เติ้ล : ก็เลยี้ งไกไ่ ว้ท่ีบา้ นไว้กินไขค่ รบั

เนย : เอาไปทาไข่เค็มคะ่ ไข่เค็มไว้กินไดน้ าน

ครู : เด็กคดิ ว่าถ้าเราทาไขเ่ คม็ แลว้ ไข่ของเราจะเก็บไวก้ ินได้นานมยั๊ คะ่

อิ๋ว : ครคู ะ่ แล้วเราตอ้ งทาอยา่ งไรให้ไข่มนั เค็มค่ะ

มิว : ถา้ เอาไขไ่ กม่ าทาไขเ่ คม็ ได้มย๊ั คะ่ หนูเคยเห็นเขาเอาไข่เปด็ มาทาค่ะ

ก้อง : ครคู รบั เราจะใช้อะไรมาทาใหไ้ ข่มันเปน็ ไข่เคม็ ไดค้ รับ

ครู : เดก็ ๆคิดว่ามีอะไรบ้างคะ่ ทม่ี ีรสชาติเคม็

ครู : เดก็ ๆมีคาถามอะไรอกี บา้ งไหมค่ะท่ีอยากรู้เกย่ี วกบั ไข่เคม็ เดก็ ๆบอกวา่ ไม่มแี ลว้ ครับ / คะ่

6

ภาพโรงเรอื นเลี้ยงไก่ในโรงเรียน ภาพเด็กสงั เกตและเกง็ ไขไ่ ก่

จากน้ันครูจึงร่วมสนทนากับเด็ก ๆ อีกคร้ังหน่ึง และสรุปคาถามงท่ีเด็ก ๆ อยากรู้และสนใจจริง ๆ โดยใช้
กระดาษบรูฟ๊ ในการจดบนั ทกึ ซ่งึ ไดค้ าถามท่เี ดก็ ๆอยากรู้ 6 คาถาม ดงั นี้

คาถามที่ 1 ไขไ่ กเ่ อาไปทาอะไรได้บ้างครับ (ฟวิ ใหญ่)

คาถามท่ี 2 ไขไ่ ก่เค็มจะมรี สชาตอิ ย่างไร(เนย)

คาถามท่ี 3 เปลอื กไขไ่ กท่ าอะไรได้บา้ ง (เติล้ )

คาถามท่ี 4 ไข่ไก่นามาทาเป็นไขเ่ ค็มได้อยา่ งไร (อวิ๋ ,เกด,ฟิวนอ้ ย,เนยใหญ่,เปยี ,มิว)

คาถามที่ 5 ไข่ไก่เค็มนามาทาบัวลอยได้อยา่ งไร(ก้อง,เฟรน,เปีย)

คาถามที่ 6 อะไรทท่ี าใหไ้ ขไ่ ก่กลายเป็นไขเ่ คม็ ได้อกี บ้าง (อมู ,กงุ้ ,เชน,วชิ ญ์)

จากคาถามที่เด็กอยากรู้ทั้ง 6 คาถาม เด็กและครูสนทนาเพ่ือคัดเลือกเอาคาถามท่ีจะนามาทา
การสารวจตรวจสอบอีกครัง้ หน่ึง โดยการใช้เหตผุ ลประกอบ ซึ่งเด็ก ๆ มคี วามสนใจและตอ้ งการเลือก

คาถามที่ 4 ไขไ่ ก่นามาทาเปน็ ไข่เคม็ ได้อยา่ งไร

คาถามท่ี 6 อะไรทีท่ าให้ไขไ่ ก่กลายเป็นไข่เคม็ ไดอ้ กี บา้ ง

คาถามท่ี 5 ไขไ่ กเ่ คม็ นามาทาบัวลอยได้อย่างไร

ภาพเดก็ ๆชว่ ยกันต้ังคาถามท่อี ยากรู้

7

คำถำมท่ี 1 ไขไ่ ก่นำมำทำเป็นไขเ่ ค็มไดอ้ ย่ำงไร

ขั้นท่ี 1 ต้งั คำถำมเกี่ยวกบั ปรำกฏกำรณธ์ รรมชำติ

จากการที่เด็กๆสนทนาและให้ความสนใจเกีย่ วกับไข่ไก่นั้น ทาให้เด็กๆอยากทราบเกี่ยวกับการนาไข่ไก่ทา
เป็นไขเ่ ค็มไดอ้ ยา่ งไร ซงึ่ เด็กๆและครูรว่ มกนั สนทนาดังน้ี

ครู : เดก็ ๆค่ะ คณุ ครูขอถามอะไรหนหู นอ่ ยค่ะ เพราะอะไรเด็กๆถึงอยากรวู้ า่ ไข่ไก่นามาทาไข่
เคม็ ไดอ้ ยา่ งไร

อิ๋ว : หนจู าได้ตอนน้ันหนูเคยกินไขเ่ ค็มท่ีทาจากไข่เปด็ มนั อร่อยดคี ่ะแตห่ นไู ม่รวู้ า่ เขาทา
อยา่ งไร

เนย : ใชๆ่ คะ่ หนูก็อยากรูว้ า่ ถ้าเราจะเอาไข่ไกม่ าทาไข่เคม็ เราต้องทายงั ไงคะ่
ฟวิ ใหญ่ : ครคู รบั ผมอยากทากระดาษเอามาใชเ้ องครับ
จุดประสงค์ คอื ตอ้ งการศกึ ษาข้ันตอนการวธิ กี ารและลงมอื ทาไขเ่ คม็ จากไขไ่ ก่

ขั้นที่ 2 รวบรวมควำมคดิ และขอ้ สนั นิษฐำน

เด็กและครูสนทนาร่วมกนั โดยครูใช้คาถามกระตุ้นให้เด็กเล่าประสบการณเ์ ดิม เกยี่ วกับวิธีการและขน้ั ตอน
การทาไข่เค็ม ดังนี้

ครู : เด็กๆค่ะเราลองมาช่วยกันคดิ ดูสิค่ะวา่ เราจะทาอย่างไรให้ไข่ไก่กลายมาเปน็ ไขเ่ ค็มได้
อยา่ งไรคะ่

ปู : ครูค่ะหนเู คยเหน็ แม่ซือ้ ไขเ่ ค็มมาด้วยคะ่ แตเ่ ปลอื กไขเ่ ป็นสีขาว
ทาย : แม่หนบู อกว่าเขาใส่เกลอื ให้ไข่มันเค็มคะ่ ครู
ครู : เด็ก ๆ คนไหนทีจ่ ะเสนอวิธกี ารทาไขเ่ ค็มอกี ไหมค่ะ
ฟวิ สน์ อ้ ย: ครูๆครคู รับ ถ้าเราเอาไขไ่ ก่ไปแชใ่ นนา้ ปลามนั จะเคม็ มั๊ยครบั
เอนิ ร์ : ครูค่ะทบ่ี า้ นหนูเล้ียงเป็ดดว้ ยค่ะ แลว้ แม่กบั หนูกบั พเี่ คยเอาไขเ่ ป็ดมาทาไข่เค็มค่ะ เขาต้อง

ตม้
นาใส่เกลือค่ะ
ครู : เยยี่ มมากเลยคะ่ เดก็ ๆ เดก็ คนไหนอยากจะเสนอวิธกี ารทากระดาษจากต้นกล้วย
อีกไหมคะ่

ครูและเดก็ ร่วมกนั สนทนา

8

ขนั้ ที่ 3 ทดสอบและปฏิบตั กิ ำรสืบเสำะ

เด็กๆและครูรว่ มกนั สนทนาเก่ียวกับการสืบค้นข้อมูลวิธีการทาไข่ไก่เค็ม ว่าจะสามารถสืบค้นหาข้อมูลจาก
แหล่งใดได้บ้าง

ครู : เด็กๆคะ่ เด็กๆทุกคนอยากรูใ้ ช่ไหมคะ่ วา่ เราจะทาให้ไข่ไก่กลายเปน็ ไข่เคม็ ได้
อย่างไร แล้วเดก็ ๆจะหาวิธีการทาไข่ไก่เคม็ จากท่ไี หนค่ะ

เตล้ิ : ไปหาทหี่ อ้ งสมดุ ก็ได้ครบั ครู
ครู : แล้วถ้าเดก็ ๆดูภาพแตอ่ ่านหนังสอื ยงั ไม่ได้เด็กๆจะทาอย่างไรค่ะ
อูม : ตอ้ งถามคุณครคู รบั ให้ครูอา่ นใหผ้ มฟงั ครบั
วชิ ญ์ : เอากลับไปถามแมท่ ีบ่ า้ นกไ็ ดค้ รับ
หนนั : ผมว่าเราหาในอนิ เตอร์กไ็ ด้ครับเหมือนที่เวลาครเู ปิดหาเพลงให้เด็กๆเตน้ นะครบั ครู
ครู : ดีมากค่ะเดก็ ๆทชี่ ว่ ยกนั เสนอความคิด แลว้ เด็กๆคนอืน่ ละคะ จะสืบคนข้อมลู จาก

ทีไ่ หนได้อกี บ้างค่ะ หรือเหน็ ดว้ ยกบั วธิ ีทีเ่ พ่ือนๆพูดมาค่ะ
แพน : หาจากอนิ เตอร์เนต็ ค่ะครู
พร้มิ : อยากไปหาดหู นังสือท่หี ้องสมดุ คะ่
จากนน้ั เดก็ ๆและคุณครรู ่วมกนั สรุปเกยี่ วกับวธิ กี ารสบื ค้นขอ้ มลู วิธีการทาไขไ่ กเ่ คม็ ได้ดงั นี้

1. ไปหาดูหนังสอื ในหอ้ งสมุด
2. สอบถามผู้ปกครอง
3. ดจู ากในอนิ เตอรเ์ น็ต

ครูใหเ้ ดก็ ๆ ชว่ ยกนั ออกแบบวธิ ีการบันทึกผลและนาเสนอผลงานโดยถามเดก็ ๆ วา่ เมอ่ื เดก็ ได้ทา
การสอบถาม สบื ค้นข้อมลู วิธีการทาไข่ไกเ่ ค็มแลว้ “เด็ก ๆ จะมีวิธีการบนั ทึกผลอยา่ งไรบ้าง และจะเผยแพร่
ให้คนอื่นมีความรูด้ ว้ ยจะทาอย่างไรได้บา้ ง”

เปีย : วาดภาพลงในกระดาษ
แพน : แบบบันทกึ การทดลองเหมือนทค่ี ณุ ครูให้บันทึกหลงั ทดลองกิจกรรม

วทิ ยาศาสตร์นอ้ ยค่ะ
กอ้ ง : เอามาเล่าใหเ้ พ่ือนๆกับคุณครูฟังครบั
เชน : เอาผลงานไปตดิ ไวห้ ้องของเราครับ
ทาย : หนจู ะเลา่ ให้ครูฟังค่ะแลว้ ใหค้ ุณครเู ขียนท่ีหนเู ลา่ ลงในกระดาษคะ่
เด็กๆและคุณครูร่วมกันสรุปวิธีการที่การบันทึกผลการทดลอง โดยครูเขียนบันทึกลงบน
แผน่ กระดาษ ชาร์ท โดยได้ขอ้ สรุปดงั นี้
1.วาดภาพลงในกระดาษ
2.บนั ทกึ ลงในแบบบนั ทึกการทดลอง
3.เลา่ ให้เพือ่ นฟังหน้าชั้นเรียน
4.ติดโชวผ์ ลงานหนา้ หอ้ งเรยี น

9

ภาพแผ่นกระดาษบรฟู๊ วิธีสืบคน้ ข้อมูล วธิ บี ันทึกผลการสบื ค้นการทาไขเ่ คม็ และ
เผยแพร่ความรู้

- เด็กๆและครูไปหาคาตอบเกี่ยวกับวิธีการทากระดาษทห่ี ้องสมุด โดยหาหนงั สือที่ตอ้ งการ เมื่อได้
หนังสือก็นามาให้ครอู ่านให้ฟัง เด็กๆร่วมกันสรปุ ไดว้ ่า เดก็ ๆหาหนงั สือที่ต้องการ คือหนงั สือเก่ียวกับการทาไข่เค็ม
แต่ไม่เจอ เมื่อสอบถามเจ้าหน้าท่ีห้องสมุดช่วยสืบค้นให้ ก็เลยเจอ เด็กๆจึงนามาให้คุณครูอ่านให้ฟัง และได้
คาตอบ คอื การทาไขเ่ ค็ม ต้องนาไขไ่ ปเช็ดทาความสะอาด จะตอ้ งตม้ นา้ แล้วใส่เกลือ ต้มจนนาเดอื ดแล้วนามาพัก
ไว้ให้เย็น

ภาพเด็กสบื ค้นข้อมูลจากหอ้ งสมดุ

ภาพเดก็ ๆเล่าเกยี่ วกบั การสืบคน้ วธิ ีการทาไข่เค็มจากหอ้ งสมุด

10

- ครใู หเ้ ดก็ ๆ ไปถามพ่อแม่แลว้ นาคาตอบมาเล่าให้เพอ่ื นฟงั หน้าช้ันเรียน จากการไปถามพ่อแม่เด็ก ๆ
สรปุ ได้วา่ การทาไข่เคม็ นั้น จะตอ้ งนาไข่ไกท่ ีเ่ กบ็ มาทาความสะอาดก่อน แลว้ กป็ ลอ่ ยให้แห้ง จากน้ันตม้ นา้ ใส่
เกลอื แลว้ พกั ไว้ให้เย็น เอาไขใ่ สใ่ นกลอ่ งใส่มีฝาปดิ จากนน้ั เทน้าเกลอื ท่ีเยน็ แล้วลงไปใหท้ ่วมไข่ไก่

เด็ก ๆ นาความรูท้ ีไ่ ด้จากการสอบถามพ่อแมม่ าเล่าหน้าชน้ั
- เดก็ ๆหาความรู้จากอินเตอร์เนต็ ในห้องเรยี น โดยให้ครูช่วยพมิ พส์ บื ค้นสง่ิ ที่เด็กๆอยากรู้
วิธกี ารทาไข่เคม็ เดก็ ๆร่วมกนั สรุปได้วา่ วธิ กี ารทาไขเ่ คม็ จะต้องนาไขไ่ กท่ เ่ี กบ็ มาทาความสะอาดก่อน แลว้ ก็
ปลอ่ ยให้แห้ง จากนั้นตม้ น้าใส่เกลอื แล้วพกั ไวใ้ ห้เยน็ เอาไขใ่ สใ่ นกลอ่ งใสมีฝาปิด จากนน้ั เทนา้ เกลือทีเ่ ยน็ แล้วลง
ไปใหท้ ว่ มไข่ เอานา้ เกลอื ท่ีเหลือใสถ่ งุ พลาสตกิ มดั หนงั ยางแลว้ ปิดฝาใหแ้ นน่ แลว้ เกบ็ ไว้ 7 วนั นาออกมาทาไข่ดาว
เค็ม 15 วนั นามาต้มทาไข่เค็ม

เดก็ ๆสบื ค้นข้อมูลวธิ กี ารทาไข่เคม็ จากอนิ เตอร์เน็ต

11

เดก็ ๆทาไขไ่ กเ่ คม็ ตามข้นั ตอนและวธิ ีการทาทไ่ี ด้ศึกษามา ซึง่ เด็ก ๆ ชว่ ยกันสรปุ ขนั้ ตอนวธิ กี ารทาไดด้ งั น้ี
โดยครใู ช้คาถามดงั น้ี

ครู : เดก็ ๆ ค่ะ จากท่ีเด็ก ๆ ไปสืบค้นขอ้ มลู เก่ยี วกับการทาไข่เคม็ ทงั้ จากการถามพอ่ แม่ การ
สบื คน้ ในห้องสมุด การสืบค้นจากอนิ เตอร์เน็ต ไหนเด็กๆลองชว่ ยกนั สรปุ ขน้ั ตอนวธิ กี ารทาไขเ่ คม็ ดูสคิ ่ะวา่ มีขัน้ ตอน
อย่างไรบ้าง (โดยครูบันทึกคาพดู เดก็ ลงกระดาษปรู๊ฟ)

อิ๋ว : เราตอ้ งเก็บไข่มากอ่ นค่ะ แลว้ เอามาทาความสะอาดคะ่
ครู : เด๋ยี วเราจะต้องช่วยกันไข่และนามาคะ่
อิ๋ว : ค่ะครู หนูอยากไปเกบ็ ไขอ่ กี
แพน : เราต้องตม้ น้าใสเ่ กลือดว้ ย แลว้ วางไวใ้ หเ้ ย็นก่อนคะ่
ครู : นา้ เกลือเริม่ เยน็ แลว้ เราตอ้ งทาอย่างไรต่อคะ่
ฟิวใหญ่ : เราตอ้ งเอาไขใ่ ส่ในกระป๋อง ใส่ๆ แล้วเอานา้ เกลอื ใสล่ งไปคะ่
วชิ ญ์ : เราตอ้ งเอานา้ เกลอื ใส่ถุงแล้วมดั หนังยางใส่ในกระปอ๋ งแล้วปิดฝาก เขาบอกวา่ ไข่จะได้ไม่
ลอยขน้ึ มาครบั
เนยน้อย: เอาเก็บไว้ 7 – 15 วนั คะ่ คอ่ ยเอาออกมาตม้ กิน
ทาย : ครคู ะ่ ถ้าเราไมใ่ สเ่ กลอื ใส่อยา่ งอน่ื แทนมนั จะเคม็ ม๊ัยค่ะ
ครู : ถ้าไมใ้ ชเ้ กลือเด็ก ๆ คดิ ว่าจะใช้อะไรแทนดีค่ะ
ก้อง : เราลองใชน้ ้าปลาดมี ย๊ั ครบั น้าปลากเ็ ค็มเหมอื นกนั
เบล : ครูครบั ซอี ๊วิ ขาวมนั ก็มรี สเคม็ ๆเหมือนกนั นะครับครู
ครู : งั้น เดีย๋ วเรากจ็ ะลองใชเ้ กลอื มาดองไขเ่ คม็ กนั นะค่ะวา่ ไข่ไก่ของเราจะเป็นไขเ่ ค็มไดม้ ยั๊

เดก็ ๆสรุปเก่ยี วกับวิธีการและขนั้ ตอนในการทาไข่เคม็
จากการทเ่ี ด็ก ๆ และครูรว่ มกันสรปุ ขน้ั ตอนและวิธกี ารทาไข่เค็ม ทไ่ี ด้ไปสืบคน้ มา จึงได้มาเปน็ วิธกี ารและ
ขั้นตอนการทาไขเ่ คม็ และลองเอามาทาดงั ขน้ั ตอนต่อไปน้ี
1.นาไขไ่ กม่ าเช็ดทาความสะอาดแลว้ พกั ไวใ้ ห้แห้ง
2.ตม้ น้าใสเ่ กลือ,ใส่น้าปลา,ใสซ่ อี ิว๊ ขาว ตม้ ให้เดือดแลว้ พกั ไว้ใหเ้ ย็น
3.นาไข่ไก่ทที่ าความสะอาดไว้แล้วมาใสใ่ นกระปอ๋ งใส จนเกอื บเตม็
4.เทนา้ เกลือ,นา้ ปลา,นา้ ซอี ว๊ิ ขาว ลงไปในกระป๋องจนเกอื บเตม็ แลว้ ปดิ ฝาให้สนทิ

12

จากทเี่ ดก็ ๆ และครรู ่วมกันสนทนาเก่ยี วกับขั้นตอนการทาไขไ่ กเ่ คม็ ไปแล้วนัน้ จึงได้
สนทนาตอ่ เก่ยี วอุปกรณท์ ต่ี ้องใช้ในการทาไข่ไกเ่ ค็ม โดยครใู ช้คาถามดงั ตอ่ ไปนี้ ตามขัน้ ตอนวิธที าท่ีเดก็ ช่วยกันสรปุ
น้นั ครอู ยากทราบว่าเราจะตอ้ งใช้วัสดุ หรืออุปกรณอ์ ะไรบา้ งคะ่ ท่ีตอ้ งใช้ในการทาไข่ไกเ่ คม็ ของเราได้

เตล้ิ : ผ้าสาหรับเช็ดไข่ไก่ครับ
กงุ้ : กะละมะค่ะ
คูณ : กล่องใสพรอ้ มฝาไว้ใส่ไขค่ รบั
ฟวิ นอ้ ย : เกลอื น้าปลา
เปีย : กระทะไฟฟา้ ไว้ตม้ น้าครับ
เชน : ทัพพี ดว้ ยครับ
เฟรน : ไขไ่ กค่ รบั ครู
สรปุ เก่ยี วกบั อปุ กรณ์ท่ีใช้ในการทาไขไ่ ก่เค็มมีดงั นี้ คอื
1.ไข่ไก่ 2.กะละมงั 3. เกลือ 4.กระทะไฟฟา้ 5.ทับพี
6.นา้ เปล่า 7.ผ้าสาหรบั เช็ดไข่ไก่ 8.กล่องใสๆมีฝาปิด

ภาพวัสดุอุปกรณ์ในการทาไขไ่ ก่เคม็

1.ภาพเด็ก ๆ เกบ็ ไขไ่ กท่ เ่ี ล้าไกข่ องโรงเรยี น 2.เด็ก ๆ เช็ดทาความสะอาดไขไ่ ก่

13

3.ต้มนา้ ใสเ่ กลอื ตม้ ให้เดือดแลว้ พกั ไวใ้ หเ้ ยน็

4.นาไขไ่ ก่ทีท่ าความสะอาดไว้แลว้ มาใส่ในกลอ่ งใส จนเกอื บเตม็

5.เทน้าเกลอื ลงไปในกล่องจนเกือบเต็ม นาน้าเกลือที่เหลือใส่ถุง มัดปาถงุ ด้วยหนงั ยางแลว้ ใส่ลงในกลอ่ ง
ก่อนแล้วปดิ ฝาใหส้ นิท

14

6.เด็กๆสังเกตดูไข่ไก่เคม็ ที่ปิดฝากล่องเรียบร้อยแล้ว
ขั้นท่ี 4 สังเกตและบรรยำย

หลงั จากทเี่ ด็ก ๆ ได้ลงมือทดลองทาไขไ่ ก่เคม็ แลว้ นนั้ เด็ก ๆ ลองช่วยกนั สรุปหน่อยสิค่ะวา่ เมือ่ นาไข่ไกม่ า
ลองทาไขเ่ ค็มโดยแชไ่ วใ้ นน้าเกลอื ต้งั แต่ขน้ั ตอนการทาจนถงึ การนาใส่ในกลอ่ งใสนนั้ ผลทไี่ ด้มีอะไรบ้างคะ่

ครู : ลักษณะอย่างอืน่ ของไข่ไก่เมือ่ เรานามาใส่ในกลอ่ งใสเป็นอยา่ งไรบ้างค่ะ
จี : ครคู ะ่ ไขม่ นั จะลอยขน้ึ มาค่ะ แต่พอเราเอาฝามาปิดมันกจ็ ะอยตู่ ิดกบั ฝาเลยคะ่

แต่มันกย็ งั จมลงไปในน้าคะ่
อูม : ครูครบั นา้ เกลือทใ่ี สล่ งไปมนั ไม่มีกลิน่ ครบั
ครู : แลว้ เดก็ ๆคนอื่นๆละคะ
ฝน : การทาไข่เค็มมนั ทาไมย่ ากเลยคะ่ หนูจะเอาไปทากบั แมท่ บ่ี า้ นด้วยคะ่
เบล : ผมกอ็ ยากเอาไปทาท่ีบา้ นครบั เอาไขไ่ กม่ าทาความสะอาด แลว้ ตม้ น้าใส่เกลือ

พักใหเ้ ยน็ แลว้ ใส่ในกล่องพร้อมกับไข่ไก่
ยลู : ตอ้ งเก็บไว้หลายๆวันถงึ จะเอามากินได้

ภาพนาไข่ไก่เค็มที่ทาไวป้ ระมาณ15วันแล้วนามาต้มแล้วใหเ้ ด็ก ๆ ชิม

15

ภาพไข่ไก่เค็ม
ขนั้ ท่ี 5 บันทึกขอ้ มลู

จากการทาไขไ่ ก่เค็ม เด็ก ๆ และครรู ่วมกนั สรปุ ผลการทาไขเ่ คม็ จากน้นั เด็ก ๆ บันทึกผลการทดลองการ
ทาไข่ไก่เคม็ ลงในกระดาษ

เดก็ ๆ บนั ทึกการทาไขไ่ ก่เคม็ และนาเสนอผลการทาไข่ไก่เค็ม

16

ขั้นที่ 6 สรุปและอภปิ รำยผล
เดก็ ๆและครชู ่วยกันสรปุ เก่ยี วกบั คาถามทีว่ า่ ไขไ่ ก่นามาทาเปน็ ไข่เค็มไดอ้ ยา่ งไร โดยครใู ชค้ าถามต่อไปนี้

ในการชว่ ยกระตุ้นให้เดก็ ๆตอบคาถาม
ครู : เด็กๆค่ะจากการท่เี ราชว่ ยกันทาไข่ไกเ่ ค็ม เดก็ ๆพบวา่ ไขไ่ กส่ ามารถทาเปน็ ไข่เค็มไดไ้ หมค่ะ
แพน : ทาได้จริงๆค่ะ เอาไขท่ ี่ดองน้าเกลอื ไว้ออกมาเปน็ ไขเ่ คม็ เลยคะ่
ครู : แลว้ เดก็ ๆจาได้ไหมคะ่ ว่าเราทาอย่างไรบา้ งถงึ ไดอ้ อกมาเป็นไขไ่ กเ่ ค็มค่ะ
เชน : เราตอ้ งเอาไขไ่ ก่ไปเชด็ ทาความสะอาดก่อนครับ
ดอย : แล้วเราก็เอามาวางไวใ้ หไ้ ข่ไกแ่ หง้
เกด : แลว้ ก็ตม้ นา้ ใส่เกลือลงไป 4 ช้อน แลว้ ก็ตม้ จนนา้ เดือด
ครู : พอน้าเกลือเดอื ดแล้วเราทาอย่างไรต่อคะ่ เดก็ ๆ
อิ๋ว : ต้องรอใหน้ า้ เกลือเย็นลงกอ่ นค่ะครูถึงจะเอาไปใสใ่ นกล่องใสได้คะ่
ครู : พอนา้ เกลอื เราเรม่ิ เยน็ ตวั ลงแลว้ เราทาอยา่ งไรตอ่ คะ่
ฟิวน้อย : เอาไข่ไก่ท่ีเราเชด็ ทาความสะอาดไว้ ใส่ลงไปในกล่องใสครับ
แพม : น้าเกลอื เยน็ แลว้ เราก็เอาน้าเกลอื เทลงไปในกล่องเลยค่ะ แลว้ เอาน้าเกลอื ท่ีเหลือเทใสถ่ งุ

มดั ปากถงุ แล้วใสล่ งไปในกล่อง แล้วก็ปิดฝา

แพน : ต้องเขยี นวันท่ีเราทาดว้ ยคะ่ จะได้รวู้ ่าเราทาวนั ไหน และสามารถกนิ ได้วันไหนค่ะครู

สรปุ ได้วำ่ จากการไขไ่ กน่ ามาทาไขเ่ ค็มไดอ้ ยา่ งไรนน้ั เด็กๆไดท้ าการสอบถามขอ้ มลู จากผู้ปกครอง จาก
สืบค้นหอ้ งสมุด จากอนิ เตอร์เนต็ ทาใหไ้ ดว้ ิธีการและข้นั ตอนในการทาไขเ่ ค็ม และเมื่อลองลงมือปฏิบตั จิ รงิ ตาม
ขั้นตอนตอ่ ไปนี้

1. นาไขไ่ ก่ที่เกบ็ มา มาทาความสะอาดโดยใช้ผ้าชุบน้าเช็ดให้สะอาด แลว้ วางพักไวใ้ ห้แหง้
2. จากนน้ั นานา้ เปลา่ เทใส่ในหมอ้ หรือกระทะไฟฟา้ ใส่เกลอื ประมาณ 4-5ชอ้ น
3. รอจนนา้ เกลือเดอื ดแล้วปดิ เตา พักไวใ้ ห้น้าเกลือเย็น
4. นาไข่ไก่ที่เช็ดทาความสะอาดแล้วใส่ลงไปในกลอ่ งพลาสตกิ ใส
5. เทน้าเกลือท่ีเย็นแลว้ ลงไปในกล่องพลาสตกิ ใสทีม่ ีฝาปดิ
6. นาน้าเกลอื ท่เี หลอื เทใสถ่ ุงพลาสติกแลว้ มดั ปากถงุ ใส่ลงในกลอ่ งด้วยเชน่ กนั
7. จากนนั้ ปดิ ฝากล่อง และเขยี นวนั เดือน ปีที่ผลิตไว้บนฝากลอ่ งด้วย

พบวา่ ไขไ่ ก่สามารถนามาทาเปน็ ไขเ่ คม็ ได้ ตามขั้นตอนทไ่ี ดศ้ ึกษาและสืบค้น เมื่อทาไข่เค็มครบกาหนด 15 วัน
และนามาต้มจนสกุ เมื่อได้ลองชมิ รสชาติของไขไ่ กเ่ ค็ม มีรสเค็มเหมือนกบั ท่ีใช้ไขเ่ ป็ดทา แต่เนื้อของไข่ขาวอาจจะไม่
แน่น ไข่แดงกไ็ ม่คอ่ ยแข็ง แตก่ ส็ ามารถใชท้ าเป็นไขเ่ ค็มไดเ้ ช่นกัน

17

ผลกำรพฒั นำควำมสำมำรถของเด็กปฐมวัย
1. กำรส่งเสรมิ พฒั นำกำรควำมสำมำรถพื้นฐำน 4 ดำ้ น ตำมโครงกำรบ้ำนนักวทิ ยำศำสตรน์ อ้ ย

1. 1 ดำ้ นกำรเรยี นรู้
-เดก็ ร้จู ักการต้งั คาถามในสิ่งท่ีตนสงสยั
-เดก็ ได้ลงมอื ทาและทดลองดว้ ยตนเอง
-เดก็ สามารถอธิบายถงึ วิธกี ารเรียนรขู้ องตนเอง ว่าเรียนรู้อยา่ งไร และได้พบคาตอบท่ีอยากรู้
-เด็กได้เรยี นรเู้ ร่ืองการทากระดาษสาจากต้นกลว้ ย
-เด็กสามารถสรปุ และนาเสนอผลสรุปแก่คนอื่น ๆ ได้
- เด็กสามารถบันทึกผลจากการสังเกตได้

1.2. ด้ำนภำษำ
- เดก็ มีพฒั นาการด้านภาษาจากการสนทนาโตต้ อบแสดงความคดิ เหน็
- เดก็ พูดอธบิ ายถึงสงิ่ ที่พวกเขาสงั เกตเห็นจากการสารวจ
- เดก็ ได้พดู นาเสนอข้อมูลท่ไี ด้คน้ พบดว้ ยตนเอง
- เด็กอ่านคาตามครู และอา่ นคารว่ มกบั เพื่อน

1.3. ด้ำนสังคม
-เดก็ สามารถทางานรว่ มกับผู้อน่ื ได้
-เด็กสามารถแสดงความคิดเหน็ ของตนเอง และยอมรบั ฟงั ความคดิ เห็นของคนอื่น
- เดก็ เคารพกฎ กตกิ า ปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลงของหอ้ งเรยี น
- เด็กมีสว่ นรว่ มในการแกป้ ัญหากับเพื่อนๆ

1.4. ดำ้ นกำรเคลอื่ นไหวและทักษะกำรรบั รขู้ องประสำทสมั ผสั
-เด็กสามารถเคลอื่ นไหว หยิบ จบั ได้คลอ่ งแคลว่
-เด็กสามารถใช้ประสาทสมั ผัสในการสงั เกตด้วยตัวเองจนไดข้ อ้ มลู ที่ชัดเจน
-เด็กรบั รผู้ า่ นการใช้ประสาทรสมั ผสั ท้งั 5

2. กำรสง่ เสรมิ ทกั ษะกระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์
2.1 ทักษะกำรสังเกต
- การบอกส่ิงที่สังเกตด้วยประสาทสัมผัสต่างๆ เช่น สงั เกตลกั ษณะของไขไ่ ก่ ไข่เค็ม สังเกตขั้นตอน

วิธีการทาไขเ่ คม็
- สักเกตสี ลักษณะ ของไข่เคม็ การเปลย่ี นแปลงภายนอกของไข่ไก่ที่อย่ใู นนา้ เกลอื
2.2 ทกั ษะกำรวัดตวง

18

- เดก็ สามารถตวงปรมิ าณของเกลือ นา้ ในการผสม และนา้ การใส่ปรมิ าณน้าใหเ้ หมาะสมกับกล่อง
และจานวนไข่

2.3 ทกั ษะกำรจำแนกประเภท
- มที ักษะในการจาแนกส่ิงของ วถั ดุ ิบ อุปกรณ์ ตา่ งๆทีใ่ ช่ทาไขเ่ ค็ม

2.4 ทกั ษะกำรจัดกระทำและส่ือควำมหมำยขอ้ มลู
-เดก็ สามารถสรุปผลสง่ิ ท่สี งั เกตได้ ข้ันตอนและวัสดอุ ุปกรณใ์ นการทา เลา่ ให้ครูฟงั และนาเสนอข้อมูล
หน้าช้นั เรยี นให้ผ้อู ื่นเขา้ ใจได้

2.5 ทกั ษะกำรลงควำมคิดเห็นจำกขอ้ มลู
-เดก็ สามารถใหเ้ หตผุ ลเพ่ิมเติมโดยใช้ความคิดเห็นส่วนตวั และประสบการณเ์ ดิมแสดงความคดิ เหน็
ต่างๆ
- เด็กสามารถยกมือแสดงความคิดเหน็ ได้ดว้ ยตนเอง

2.6 ทกั ษะกำรพยำกรณ์หรอื กำรคำดคะเนคำตอบ
- เด็กสามารถคาดคะเนหรอื พยากรณค์ าตอบลว่ งหนา้ ได้

19

คำถำมที่ 2 อะไรทที่ ำใหไ้ ข่ไก่กลำยเปน็ ไขเ่ ค็มได้อกี บ้ำง

ขัน้ ที่ 1 ตั้งคำถำมเก่ยี วกับปรำกฏกำรณ์ธรรมชำติ

เด็ก ๆ และคณุ ครูสนทนากันเกย่ี วกับการทาไขเ่ ค็มทผ่ี ่านมาก่อนหนา้ น้ี ท่ีได้ลงมือชว่ ยกนั ทาวา่
เปน็ อยา่ งไรบ้าง

ครู : เด็กค่ะ เด็กๆลองบอกเก่ียวกบั ไขไ่ กเ่ คม็ ทเ่ี ราทาไปให้ครูฟงั หนอ่ ยสคิ ่ะ
ดอย : ไขไ่ กท่ เี่ ราเอามาทาไข่เคม็ มาดองในน้าเกลือ เมื่อครบ 15 วนั แล้วเอามาต้ม ลองชิมแลว้
รสชาติของไขม่ ีรสชาตเิ ค็มด้วยครบั
อิ๋ว : ครูค่ะ ไข่ไก่ดองไนน้าเกลือกลายเป็นไข่เค็มได้จรงิ ๆ ค่ะ
เนยใหญ่: ครูค่ะถ้าเราใช้อยา่ งอืน่ แทนเกลือไดม้ ั๊ยค่ะ
เค้ก : ถ้าเราใชอ้ ย่างอื่นมาทาไขเ่ คม็ ไข่จะเคม็ เป็นไข่เค็มได้มยั๊ คะ่ ครูขา

จุดประสงค์ คอื เพื่อศึกษาวิธกี ารทาและลงมือทาวา่ อะไรท่จี ะให้ไข่ไก่กลายเป็นไขเ่ คม็ ไดอ้ กี บ้าง

ขั้นที่ 2 รวบรวมควำมคิดและข้อสนั นิษฐำน
เด็กๆและครูรว่ มกันสนทนาเกี่ยวกบั คาถามที่ ว่า อะไรท่ีทาใหไ้ ขไ่ ก่กลายเป็นไข่เคม็ ไดอ้ กี บา้ ง โดยครใู ช้

คาถามดังต่อไปนี้
ครู : เด็กๆคะ่ เด็กๆคิดวา่ นอกจากเกลือแลว้ มอี ะไรอกี บ้างค่ะที่ มีรสชาติเค็ม
อิ๋ว : รสดีคะ่ มีรสเค็มอร่อยดว้ ยค่ะ เอาจม้ิ กับมะม่วงเปรี้ยว ค่ะ
ครู : เด็กๆคนอ่นื ๆละค่ะ คิดวา่ อะไรทม่ี รี สเคม็
ฟิวน้อย : นา้ ปลาครบั มีรสเคม็ ครับ
ทาย : ครูค่ะ ซีอว๊ิ ขาวก็มรี สเค็มนะคะ กินกบั ไขด่ าวอร่อยมากเลยคะ่
เจล : น้าปลาคะ่ คุณครู
ครู : เดก็ คนอื่นหละคะ่ ยงั มใี ครทีจ่ ะบอกครูอีกไหมค่ะ (ไม่มคี ่ะ/ไมม่ ีครบั )

20

จากการทเ่ี ด็กๆและครูสนทนากนั เดก็ ๆส่วนใหญ่คิดวา่ นอกจากเกลอื แลว้ นา่ จะใช้อะไรไดบ้ ้างท่สี ามารถทา
ใหไ้ ขไ่ ก่กลายเป็นไขเ่ ค็มได้

ภาพเดก็ ๆตอบคาถามครู

เดก็ และครรู ่วมสนทนากันตอ่ จากท่ีผ่านมา โดยครูเป็นผูก้ ระต้นุ เดก็ ไดใ้ ช้ความรูแ้ ละประสบการณ์เดิม ซึ่งใช้
คาถามดงั ต่อไปน้ี ถา้ เด็กๆเอาน้าปลา กบั ซอี ิ๊วขาว ใส่ในกล่องแทนนาเกลอื เดก็ ๆคิดว่าไขข่ องเราจะเปน็ อยา่ งไรบา้ ง
คะ่

เชน : นา่ จะทาให้ไขม่ ันเค็มได้เหมอื นกันนะครับ
อูม : ผมวา่ น้าปลาน่าจะทาให้ไข่ไกก่ ลายเป็นไข่ทาไดเ้ หมือนกนั ครับ
ครู : แลว้ เด็กๆคิดวา่ สีของเปลอื กจะเป็นอย่างไรบา้ งค่ะถา้ เราเอาไปดองในน้าปลา และซีอิว๊ ขาว
พรมิ้ พราว: เปลือกมันจะตอ้ งเป็นสีดาเหมอื นกับสีของนา้ ปลาและซีอิ๊วขาวแนๆ่ เลยคะ่
ครู : เดก็ ๆ คนอน่ื ๆ ละคะ่
ทาย : หนูว่ามันอาจะเปน็ สขี าวเหมอื นไขเ่ ปด็ ค่ะ
นวน : หนูว่ามันก็ยังคงเปน็ สไี ขไ่ กเ่ หมอื นกับไข่ทเี่ ราดองในน้าเกลอื ค่ะ
ครู : อนั น้ีครกู ไ็ มแ่ นใ่ จนะคะ่ เอาไว้เราจะมาทดลองกันเนาะ
ก้อง : ครคู รับ ผมจะใส่ซีอวิ๊ ขาวลงไปครับ ผมวา่ มันน่าจะเค็มและหอมด้วย
ครู : เดก็ ๆคนอ่นื ๆละค่ะมอี ีกไหมคะ่
จากการที่เด็กๆและครสู นทนากนั เก่ียวกับการทาให้ไขเ่ คม็ สามารถใช้อะไรทาให้ไข่ไกก่ ลายเปน็ ไข่เค็มไดบ้ ้าง
น้ัน เด็กๆบอกวา่ การใส่ น้าปลา ใส่ซีอ๊ิวขาว ลงไปดองแทนเกลอื นา่ จะทาใหไ้ ขไ่ กเ่ ค็มได้เหมอื นกนั

21

จากนั้นเดก็ ๆแตก่ ลุ่ม ได้ตกลงและเลอื กสว่ นผสมท่ีจะทาให้ไข่ไก่กลายเปน็ ไข่เคม็ และอกี หนึ่งกลุ่มจะใช้เกลือ
ในการทาไขเ่ ค็มเปรียบเทียบ ระหว่างไขท่ ี่ดองดว้ ยนา้ เกลอื ไข่ที่ดองดว้ ยน้าปลา และไขท่ ดี่ องด้วยน้าซอี ๊วิ ขาว วา่ จะ
สามารถทาให้ไขก่ ลายเป็นไขเ่ ค็มไดห้ รือไม่ เหมือนแตกต่างกันอยา่ งไรบา้ ง โดยแต่ละกลุ่มเลอื กสว่ นผสมดงั นี้

กลุ่มที่ 1 ใช้น้าปลา
กลมุ่ ท่ี 2 ใชซ้ อี ว๊ิ ขาว
กลุ่มที่ 3 ใช้เกลือ
- ครใู ช้คาถามให้เด็กๆไดค้ ิดและคาดคะเนอกี คร้ังกอ่ นการลงมือทาการทดลอง โดยครใู ชค้ าถาม
ดงั ตอ่ ไปนี้ ในการกระตุน้ เดก็ ถา้ เด็กๆใส่สว่ นผสมต่างๆตามท่ีแต่ละกลุม่ เลือกลงไปแล้วนั้น เม่ือครบกาหนด 9 วัน
ไข่ของเราจะมีลักษณะ กล่ิน สแี ละรสชาติอยา่ งกนั บา้ งค่ะ จากนัน้ เดก็ ๆ แต่ละกลมุ่ ตอบคาถาม
กลุ่มท่ี 1 ใช้ปลา

อิ๋ว : หนูวา่ ไข่ของกลุ่มหนตู ้องเปน็ ไขเ่ คม็ แน่นอนคะ่ คณุ ครู
มังกร: ครูครับ ผมว่าไขม่ นั นา่ จะมกี ลิ่นคลายๆกับกล่ินนา้ ปลาครบั
กลมุ่ ที่ 2 ใช้ซอี ิ๊วขาว
ก้อง : เปลือกไข่นา่ จะเปน็ สดี า
กลุ่มท่ี 3 ใช้เกลือ
ฟิวใหญ่ : ผมว่าถ้า ใช้เวลา 9 วนั ไขก่ น็ ่าจะเรมิ่ เคม็ แลว้ ครับ

ภาพการบันทกึ สว่ นผสมที่เด็กๆเลอื กลงในกระดาษปรู๊ฟ ภาพการบนั ทึกการคาดคะเนผลทีไ่ ดจ้ ากการใส่สว่ นผสมลงไป

ภาพเด็กๆ บนั ทกึ การคาดคะเนส่ิงทนี่ ่าจะเกิดขนึ้

22

ขนั้ ท่ี 3 ทดสอบและปฏิบตั กิ ำรสืบเสำะ

- เด็กๆและครูร่วมกนั ทาไข่เค็มตามขั้นตอนเดมิ ท่ีเคยทากอ่ นหนา้ นี้ โดยแต่ละกลุ่ม
ก็เพิ่มสว่ นผสมทกี่ ลุ่มของต้นเองเลือกไว้ลงไปดว้ ย โดยมีข้ันตอนดงั น้ี คือ

1. นาไข่ไกท่ ี่เก็บมา มาทาความสะอาดโดยใช้ผา้ ชุบนา้ เช็ดให้สะอาด แล้ววางพักไวใ้ ห้แหง้
2. จากนนั้ นานา้ เปลา่ เทใส่ในหมอ้ หรือกระทะไฟฟา้ ใส่ นา้ ปลา ซอี ๊วิ ขาว เกลือประมาณ 4-5ชอ้ น
3. รอจนน้าเกลือเดือดแล้วปิดเตา พักไว้ใหน้ า้ ปลา น้าซอี ๊ิวขาว น้าเกลอื เยน็
4. เทนา้ เกลอื ท่ีเยน็ แล้วลงไปในกลอ่ งพลาสติกใสทม่ี ีฝาปิด
5. นาไข่ไก่ที่เช็ดทาความสะอาดแล้วใส่ลงไปในกล่องพลาสติกใส
6. จากนั้นปดิ ฝากลอ่ ง และเขียนวนั เดอื น ปีท่ผี ลติ ไวบ้ นฝากลอ่ งดว้ ย

ภาพวสั ดอุ ปุ กรณใ์ นการทาไข่เคม็

ภาพเดก็ ๆใช้ผา้ เชด็ ทาความสะอาดไข่ไก่ กลุ่มที่ 1 ต้มน้าใสน่ า้ ปลา

23

กล่มุ ท่ี 2 ตม้ น้าใสซ่ ีอ๊วิ ขาว กลุ่มที่ 3 ต้มน้าใสเ่ กลือ

รอจนนา้ เกลือเดอื ดแลว้ ปิดเตา พักไวใ้ หน้ า้ ปลา นา้ ซอี ๊ิวขาว น้าเกลือเย็น
เทนา้ เกลือที่เย็นแลว้ ลงไปในกลอ่ งพลาสตกิ ใสที่มีฝาปดิ

นาไข่ไก่ทเ่ี ช็ดทาความสะอาดแล้วใส่ลงไปในกล่องพลาสตกิ ใส
จากนน้ั ปดิ ฝากล่อง และเขียนวัน เดอื น ปีท่ผี ลิตไว้บนฝากลอ่ งดว้ ย

24

- หลังจากท่เี ดก็ ๆไดท้ าการทดลองทาไข่ไก่เคม็ ดองในน้าเกลือ นา้ ปลา นา้ ซอี ๊วิ ขาว เดก็ ไดส้ งั เกต
ลองนามาต้มและชิม เมื่อครบ 3 วัน 5 วัน 7 วัน 9 วัน จากนั้นก็บันทึกผล และร่วมกันสนทนาพูดคยุ กนั
โดยครูจะใช้คาถามดงั ต่อไปน้ี จากการทเี่ ด็ก ๆ ได้สังเกตและลองชมิ ได้เคม็ ท่เี ราตม้ สกุ แล้วตั้ง 3 วนั 5 วัน 7วัน
และจนถึง 9 วนั ลักษณะ รสชาติ ของไข่เค็ม มีความเหมอื นและแตกตา่ งอยา่ งไรบ้าง

ครู : เด็กๆค่ะ ชว่ ง 3วนั แรกท่เี ราเอาไข่ไก่เค็มของเราออกมาต้มแลว้ ให้เดก็ ๆชมิ ลักษณะและ
รสชาติเปน็ อย่างไรบ้างค่ะ

บสั : มันยงั มีรสชาตเิ หมือนกบั ไข่ต้มอยคู่ รบั
เจล : มนั ไมเ่ ห็นจะเค็มเลยค่ะ
ครู : แล้วลักษณะของไขท่ ี่เราเอามาตม้ แลว้ เปน็ ยงั ไงบา้ งค่ะ
นน : ไข่เค็มท่เี อามาตม้ แล้วมนั กเ็ นอื้ แขง็ ๆเหมอื นกบั ไข่ตม้ เลยครบั
ครู : แลว้ พอเราทาไข่ไก่เคม็ ผ่านไปได้ 5วนั ละคะแล้วท่เี ราเอาไข่ไก่เค็มของเราออกมาตม้ แล้วให้

เด็กๆชมิ ลกั ษณะและรสชาติเปน็ อยา่ งไรบ้างค่ะ
นน : ของกลมุ่ ที่ 1 ใสน่ า้ ปลา เปลือกไข่เรม่ิ ลองออกแล้วครบั พอเอามาต้มแลว้ ชิม เนอ้ื มนั

เหลวๆ มนั มีรสชาติเค็ม
ฝน : กลุ่มที่ 2 ไขเ่ คม็ ดองซีอ๊วิ ขาว มันเรม่ิ มกี ล่นิ เนื้อไขข่ าวมัน เหลวๆคะ่ เปลือกมันเรมิ่

ลอกด้วยค่ะ
หลิว : กล่มุ ที 3 ของหนู ตอนเอาไขไ่ ปตม้ แล้วเอามาชิม มันมรี สชาตเิ คม็ ๆหน่อยๆค่ะ สีของ

เปลอื กไข่ยงั คงอยู่ ไม่หลดุ ไม่ลอกค่ะ
ครู : แล้วเม่ือเวลาผ่านไปถงึ วนั ที่ 7 ไข่เคม็ ทเี่ ด็กชว่ ยกันทามนั มสี รชาติ ลกั ษณะ สกี ล่ินเปน็

เรย์ : อยา่ งไรบา้ งคะ่
กลมุ่ ของหนู ทาไขเ่ ค็มใช้เกลือ พอเอามาตม้ แล้ว ปอกเปลอื ก มนั จะปอกยาก จะตอ้ งเอา
หนัน : มดี ผ่า แลว้ ใชช้ ้อนตกั ไข่ออกมาไดง้ า่ ยกวา่ คะ่
เจมส์ : แตผ่ มวา่ มันอรอ่ ยดีนะครบั เนอื้ มนั ไม่คอ่ ยแน่น แต่มนั เค็มนะ
กลุ่มผมใส่ไข่ลองไปในน้าปลา น้าทดี่ องมนั มีกล่ินเหม็นๆแล้วครับ เอามาตม้ แล้วลองชิม
คูณ : เนือ้ มันเคม็ ๆเหลวๆมกี ลน่ิ
คุณครู : ครคู รบั กลมุ่ ผมไขม่ นั เหม็นๆแลว้ กินแลว้ มันเคม็ นิดนงึ แตม่ นั ไม่อรอ่ ยเลย
เป็นยงั ไงบา้ งเด็ก ๆ เม่ือเดก็ ทาไขเ่ คม็ มจนถงึ วนั ที่ 9 แล้วเด็ก ๆ สังเกตเหน็ อะไรบา้ งคะ่
บสั : และรสชาติ ลกั ษระของไข่ไก่เค็มในตอนน้ีเปน็ อย่างไรบา้ งค่ะ
กลุ่มผมมนั มีฟองขาวๆลอยอยู่ด้านบน แลว้ มนั มกี ลน่ิ เหม็น ไม่ไดเ้ หมน็ เหมือนน้าปลา
เอนิ ร์ : เหมือนวา่ มันจะเน่าแลว้
ของกลมุ่ หนทู ่ที าไขเ่ คม็ ด้วยซีอว๊ิ ขาว มันมคี ราบสขี าวๆนา้ ตาลลอยดา้ นบน เปลอื กไขก่ ็
ลอกออกมาด้วย เหลือเป็นสีขาวเหมือนไข่เป็นเลยค่ะ พอเอาที่ต้มแล้วมาลองชิม มันไม่
อรอ่ ยเลยคะ่ มนั เละๆ เหลวๆ มีกลิน่ เหม็นด้วย

มัก : 25

ของผมมนั อรอ่ ยดีครบั เคม็ ๆ ไข่แดงมรี สเคม็ ๆมันๆดีครับ ตอนเปดิ ฝาออกเปลอื กไขย่ ังเปน็
สีเปลือกไข่ไกอ่ ยู่ครับ ไม่หลุดไมล่ อก

ข้นั ท่ี 4 สงั เกตและบรรยำย
เดก็ ๆทาอยา่ งไรบ้างในการนาสว่ นผสมท่แี ตล่ ะกลุ่มเลอื กใส่ลงไปในกล่องใส่ ผลท่ไี ด้เป็นอยา่ งไรบ้างคะ่

กลมุ่ ที่1 : ครคู ะ่ กลมุ่ หนใู ส่นา้ ปลาลงไปแลว้ ไขม่ ันเรม่ิ ลอยขนึ้ มา สขี องนา้ ปลาที่ใส่ลงไปมนั มสี ี
ออกนา้ ตาลคะ่
กลุ่มที่ 2
กลุ่มที่ 3 : น้าปลามันจะมีกล่ินคะ่
: กลมุ่ ผมใส่ซอี ว๊ิ ขาวลงไป แล้วเอาไขไ่ ก่ใส่ลงไปในกล่อง มันเหมือนไขพ่ ะโลเ้ ลยครับ
: มนั มกี ลน่ิ ของซอี วิ๊ ขาวลอยออกมาดว้ ยครับ
: หนูใส่เกลอื ลงไป สมี ันจะใสๆคะ่ ครู ไมต่ ้องเอานา้ เกลือใส่ถงุ ใสกลอ่ งอันน้มี จี มลงไป

เลยคะ่
: แตเ่ กลือมนั ไมม่ กี ลน่ิ อะไรเลยคะ่

เด็กๆรว่ มกันบรรยายและสนทนาเก่ยี วกบั การทาไข่เค็มของกลุ่มตนเอง

26

ขน้ั ที่ 5 บันทึกข้อมลู
จากการทดลองการทาไขเ่ ค็มโดยใช้ส่วนผสมตา่ งๆ คอื น้าปลา ซีอว๊ิ ขาว และเกลอื เพือ่ หาคาตอบว่าอะไร

ทาไข่เคม็ ไดบ้ า้ ง และไดม้ กี ารนาเสนอผลการลงมือปฏบิ ัติของแตล่ ะกลุ่ม และเดก็ ๆทกุ คนไดบ้ ันทึกผลการทดลอง
ลงไปในแบบบนั ทกึ การทดลอง

เด็ก ๆ นาเสนอผลงานของกลมุ่ ตนเองหนา้ ชั้นเรียนหลังจากสังเกต ชมิ รส จนครบ 9 วนั

เดก็ ๆ บันทกึ ผลการทดลองลงในแบบบันทึกผลการทดลอง

27

ขัน้ ที่ 6 สรปุ และอภิปรำยผล
จากทีเ่ ด็กๆนาเสนอผลงานและบนั ทกึ ผลการทดลองเสรจ็ แล้วนัน้ เดก็ ๆ และครรู ่วมกันสรปุ ผลการทดลอง

อกี ครงั้ หนงึ่ เดก็ ๆลองช่วยกนั สรปุ เก่ยี วกบั คาถาม ท่ีวา่ อะไรท่ที าใหไ้ ขไ่ ก่กลายเปน็ ไขเ่ คม็ ได้อกี บ้างคะ่
กล่มุ ท่ี 1: ใส่น้าปลาในการทาไขเ่ คม็ นา้ ท่ีใช้ดองไข่มีกลิน่ เหมน็ เริ่มมฟี องลอยอยู่บนนา้ ที่ดอง เปลือกของไข่

เรม่ิ หลุดลอกออกมา เปลอื กไข่กลายเป็นสขี าว เมื่อเอาไขไ่ ปต้ม สว่ นทเ่ี ป็นไขข่ าวเน้ือจะเหลวๆมีรสเค็ม ไข่แดงจะมี
เน้ือแนน่ จะมีรสชาติเคม็ นิดหนอ่ ย และมีกลิน่ ของน้าปลา

กลุ่มท่ี 2: ใช้ซีอ๊ิวขาวในการทาไขเ่ คม็ นา้ ที่ดองเริม่ มีกลนิ่ เหมน็ ไมเ่ หลือกลน่ิ ของซอี ๊วิ ขาว เปลือกไขล่ อก
ออกเป็นสขี าว สนี ้าตาลท่ีลอกหลดุ จะลอยอยู่ในนา้ เมือ่ เอาไปต้มแลว้ ลองชมิ ไข่ขาวจะมคี วามเคม็ แต่เนื้อไขจ่ ะ
เหลวๆนิ่มๆ ไข่แดงเน้อื จะแขม็ กวา่ มีรสชาติเคม็ เล็กนอ้ ย

กลุ่มท่ี 3: ใช้เกลือในการทาไขเ่ ค็ม นา้ ท่ดี องไข่ยงั มีความใสอยู่ เปลือกไขเ่ ป็นสีนา้ ตาลสีเปลอื กไข่ไก่ไม่หลดุ
ไมล่ อก เนอื้ ของไขข่ าวมรี สชาติเค็ม เนอื้ แนน่ ไข่แดงมรี สชาตเิ คม็ ๆมนั ๆ อร่อย มีสแี ดงเข้ม

สรปุ ได้ว่ำ จากคาถามทีว่ ่าอะไรท่ที าให้ไขไ่ กก่ ลายเปน็ ไขเ่ คม็ ไดอ้ กี บา้ งเม่อื เด็ก ๆ ไดท้ าการทดลองก็พบว่า
1. ใชน้ า้ ปลาในการทาไข่เค็ม ทาให้ไข่เค็มได้จริง แตเ่ น้ือไขไ่ มอ่ ร่อย มีกลิน่ เหมน็ ไมน่ ่ารับประทาน
2. ใช้ซอี ๊วิ ขาวในการทาไขเ่ คม็ สามารถทาให้ไขเ่ คม็ ไดจ้ ริง แตเ่ น้ือของไขไ่ ม่อร่อยเนอ้ื เหลว มกี ลน่ิ เหมน็
3. ใชเ้ กลือในการทาไข่เค็ม ไข่ท่ไี ด้มรี สชาตเิ ค็ม อร่อยกาลงั ดี ไมม่ ีกล่นิ เหม็น

นักเรยี นนาเสนอผลงานการทาไข่เคม็ ของแตล่ ะกลมุ่

28

ผลกำรพฒั นำควำมสำมำรถของเด็กปฐมวัย
1. กำรสง่ เสรมิ พัฒนำกำรควำมสำมำรถพ้นื ฐำน 4 ดำ้ น ตำมโครงกำรบำ้ นนกั วิทยำศำสตร์นอ้ ย

1. 1 ดำ้ นกำรเรียนรู้
-เด็กรจู้ กั การตงั้ คาถามในส่งิ ที่ตนสงสยั
-เด็กไดล้ งมอื ทาและทดลองดว้ ยตนเอง
-เด็กสามารถอธิบายถึงวิธีการเรยี นรขู้ องตนเอง วา่ เรยี นรู้อย่างไร และได้พบคาตอบทอ่ี ยากรู้
-เด็กได้เรียนรู้เร่อื งการทาไขเ่ คม็ โดยใช้น้าปลา ซอี ๊ิวขาว เกลอื
-เดก็ สามารถสรุปและนาเสนอผลสรุปแกค่ นอื่น ๆ ได้
- เด็กสามารถบันทึกผลจากการสงั เกตได้

1.2. ดำ้ นภำษำ
- เด็กมีพัฒนาการดา้ นภาษาจากการสนทนาโต้ตอบแสดงความคดิ เห็น
- เด็กพดู อธบิ ายถงึ ส่งิ ท่ีพวกเขาสังเกตเหน็ จากการสารวจ
- เด็กไดพ้ ดู นาเสนอขอ้ มูลท่ไี ด้ค้นพบดว้ ยตนเอง
- เด็กอ่านคาตามครู และอ่านคาร่วมกบั เพ่อื น
- เด็กบอกช่อื วัสดอุ ปุ กรณ์ที่ใช้ในการทดลอง

1.3. ดำ้ นสังคม
-เดก็ สามารถทางานร่วมกบั ผู้อืน่ ได้
-เดก็ สามารถแสดงความคิดเหน็ ของตนเอง และยอมรบั ฟงั ความคดิ เห็นของคนอ่นื
- เดก็ เคารพกฎ กติกา ปฏิบตั ติ ามข้อตกลงของหอ้ งเรียน
- เดก็ มีส่วนร่วมในการแกป้ ัญหากับเพอ่ื นๆ

1.4. ดำ้ นกำรเคลอ่ื นไหวและทกั ษะกำรรบั รขู้ องประสำทสมั ผัส
-เด็กสามารถเคล่อื นไหว หยิบ จับ ได้คล่องแคล่ว
-เด็กสามารถใช้ประสาทสัมผัสในการสงั เกตด้วยตัวเองจนไดข้ อ้ มูลทช่ี ดั เจน
-เด็กรบั รูผ้ า่ นการใช้ประสาทรสัมผสั ทัง้ 5

2. กำรส่งเสริมทกั ษะกระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์
2.1 ทักษะกำรสงั เกต
- เด็กๆบอกสง่ิ ที่สงั เกตด้วยประสาทสมั ผสั ต่างๆเชน่ สงั เกตลกั ษณะการเปล่ียนแปลงของไขไ่ กเ่ ป็นไข่

เค็ม
- เดก็ ๆสงั เกตลกั ษณะของสว่ นผสมท่ีใช้ในการทาไข่เค็ม
- เดก็ ๆสังเตกและบนั ทกึ การเปลี่ยนแปลงของการทดลอง

29

2.2 ทกั ษะกำรวดั ตวง
- เด็กๆสามารถตวงวดั ปรมิ าณของหยวกกลว้ ย น้า ในการผสม และนา้ การนามาปั่น เพือ่ ใหไ้ ด้หยวก
กลว้ ยทเี่ หมาะสม

2.3 ทักษะกำรจำแนกประเภท
- เดก็ ๆมีทักษะในการจาแนกวสั ดุอปุ กรณ์ท่ีจะนามาใช้
- เดก็ ๆจาแนกประเภทส่วนผสมต่างๆท่ีเอามาผสม

2.4 ทักษะกำรจัดกระทำและส่อื ควำมหมำยข้อมูล
-เดก็ ๆสามารถสรปุ ผลสิง่ ทสี่ งั เกตได้ ข้นั ตอนและวัสดอุ ุปกรณใ์ นการทา เลา่ ให้ครฟู ังและนาเสนอ
ข้อมลู หน้าชนั้ เรยี นให้ผอู้ ่ืนเข้าใจได้

2.5 ทักษะกำรลงควำมคิดเหน็ จำกขอ้ มลู
-เด็กๆสามารถใหเ้ หตผุ ลเพม่ิ เติมโดยใช้ความคิดเห็นส่วนตวั และประสบการณเ์ ดิมแสดงความคดิ เห็น
ตา่ งๆ
- เดก็ ๆสามารถยกมือแสดงความคดิ เห็นไดด้ ว้ ยตนเอง

2.6 ทักษะกำรพยำกรณห์ รอื กำรคำดคะเนคำตอบ
- เดก็ ๆสามารถคาดคะเนหรือพยากรณ์คาตอบลว่ งหน้าได้

30

คำถำมที่ 3 ไข่ไกเ่ ค็มนำมำทำบัวลอยได้อย่ำงไร

ขน้ั ที่ 1 ตง้ั คำถำมเกีย่ วกับปรำกฏกำรณ์ธรรมชำติ
ครแู ละเด็กร่วมกันสนทนาทบทวนความรเู้ ดมิ เกี่ยวกับไข่เค็มทไ่ี ดช้ ่วยกนั ทา โดยครูใช้คาถามดังตอ่ ไปน้ี
ครู : เดก็ ๆคะ่ ไข่ไกเ่ ค็มท่ีเราทามีลกั ษณะ รสชาติเปน็ อย่างไรบา้ งคะ่
เฟรน : มันมรี สชาติเค็มๆคะ่ ไขแ่ ดงมนั จะ แข็งๆ
มวิ : ไขแ่ ดงมีสแี ดงเขม้
อิ๋ว : ไขข่ าวมรี สชาติเคม็ ความไขแ่ ดง

จดุ ประสงค์ เพอื่ ศกึ ษาวา่ ไข่ไกเ่ คม็ สามารถเอาไปทาอะไรได้บา้ ง

ข้นั ท่ี 2 รวบรวมควำมคดิ และขอ้ สนั นฐิ ำน
จากการสนทนาเรื่องลกั ษณะ รสชาติของไขไ่ กเ่ คม็ เดก็ ๆส่วนใหญ่สามารถบอกเกย่ี วกบั ลักษณะของและ

รสชาติของไขไ่ กเ่ คม็ ได้ จากน้นั ครแู ละเดก็ ร่วมกนั สนทนาถงึ คาถามที่วา่ ไขไ่ กเ่ ค็มเอามาทาอะไรไดบ้ า้ ง โดยให้เด็กๆ
เลา่ เก่ยี วกับประสบการณเ์ ดมิ

ครู : เด็ๆเคยกนิ ไขเ่ คม็ ม๊ัยค่ะ แลว้ เมนไู ข่เคม็ ท่ีเดก็ ๆเคยกนิ มีอะไรบ้างคะ่
เบล : ตาผมเคยซื้อมา เอามาผา่ แลว้ กินกับข้าวครบั
หนู : หนูเคยกินตอนท่คี รเู อามาต้มแล้วเราชิมกันค่ะ
ครู : แลว้ เด็กคิดวา่ นอกจากเราต้มแลว้ เอามากิน เราสามารถเอาไข่เค็มของเราไปทาเมนอู ะไรได้
อกี บา้ งหรือเดก็ ๆ อยากจะเอาไปทาเป็นเมนูอะไรดีคะ่
นน : ครูครับผมเคยกินยาไขเ่ ค็มด้วยครบั แม่ผมทาให้กิน
แยม : เราเอาไข่เคม็ มาทาข้าวผดั ได้มั๊ยคะ่ หนวู ่ามันนา่ จะอรอ่ ย
นา่ น : ผมชอบกินข้าวผดั มากเลยครบั ครคู รบั
ครู : แล้วเดก็ ๆคนอ่นื ละคะ
มัก : มักอยากทาไขม่ ว้ นครับ มกั เคยเอาไขไ่ กม่ าทาใสแ่ ม็กกดี้ ้วยมนั อรอ่ ยครบั
หลิว : ครคู ะ่ เราเอาไขเ่ ค็มไปทาของหวานไดม้ ๊ยั คะ่ หนชู อบกินของหวานคะ่
ฝน : หนเู คยเหน็ เขาเอาไข่ไกไ่ ปทาของหวาน เป็นบัวลอยไขห่ วานด้วยค่ะครู
หนัน : งัน้ เราทาบวั เลยแต่เปน็ ไข่เค็มกน็ ่าจะได้นะครับผมวา่
ครู : เย่ยี มมากเลยค่ะเด็กๆ มเี ดก็ ๆคนไหนจะเสนอเมนอู ะไรอีกมั๊ยค่ะ

31

จากการพูดคยุ สนทนากันเกี่ยวกบั การไข่ไก่เค็มเอาไปทาอะไรไดบ้ ้าง ซึง่ เดก็ ๆ ไดเ้ สนอความคิดเหน็ ดังน้ี

1.ทาบวั ลอยไขเ่ ค็ม
จากการสนทนากนั จะเหน็ ได้วา่ ความสนใจและความคดิ เหน็ สว่ นใหญ่ให้ความสนใจกบั การ บัวลอยไขเ่ ค็ม
และพดู ถงึ วธิ แี ละขัน้ ตอนในการทาบัวลอยไขเ่ ค็ม ไวค้ ร่าวๆ เดก็ ๆ และครูจึงชว่ ยกันสรปุ ไดว้ า่ จากคาถามที่วา่ เดก็ ๆ
อยากจะทราบว่า “ไขไ่ ก่เค็มเอาไปทาอะไรไดบ้ ้าง” เมนูท่ีน่าจะใช้ไขไ่ ก่เค็มทาได้ คอื บัวลอยไข่เค็ม

จากนนั้ เด็กๆและครูสนทนาเก่ยี วกับวสั ดอุ ุปกรณ์ท่ใี ช้ในการทา บวั ลอยไข่เคม็ โดยครใู ช้คาถามกระในการ
กระตนุ้ ใหเ้ ด็กๆได้คิดและสนทนาดังน้ี

ครู : เดก็ ๆค่ะในการท่ีเราจะทาบวั ลอยไขเ่ ค็ม เดก็ ๆ คิดว่าเราตอ้ งใชอ้ ุปกรณอ์ ะไรบ้างค่ะถึงจะ
ทาบัวลอยไข่เคม็ ไดส้ าเร็จ

หนัน : กระทะไฟฟา้ ทัพพี กะละมงั
ฝน : ไข่เคม็ คะ่
เอนิ ร์ : น้ากะทคิ ะ่
นวน : ของหวานต้องใส่นา้ ตาลดว้ ยครบั
ครู : เด็ก ๆ คนอื่นๆละคะ เราต้องใชอ้ อปุ กรณว์ ัสดุอะไรอกี บ้างคะ่
เค้ก : แปง้ ครับ แต่ผมไมร่ วู้ า่ เขาใช้แปง้ อะไรครับ
เจมส์ : แมผ่ มเคยทาให้กิน ต้องใสเ่ กลือในนา้ กะทิดว้ ยครบั
บัส : เราใส่สผี สมอาหารให้มนั สวยดว้ ยไดม้ ๊ยั ครับครูครับ
ครู : ไดค้ ะ่
คณู : ตอ้ งใสใ่ บเตยให้หอมๆดว้ ยครบั
สรปุ จากการคาดคะเนเก่ยี วกบั วัสดุอุปกรณท์ ี่จะใช้ในการทาบวั ลอยไขเ่ คม็ ได้ดงั น้ี

1.กระทะไฟฟ้า
2.ทัพพี
3.กะละมัง
4.กะทิ
5.แป้ง
6.ใบเตย
7.ไขเ่ ค็ม

32

ขัน้ ท่ี 3 ทดสอบและปฏิบัตกิ ำรสบื เสำะ
จากคาถามที่ว่า ไขไ่ ก่เค็มทาบัวลอยได้อย่างไรในตอนต้นน้นั ทาใหท้ ราบว่าไข่เค็มก็สามารถนามาทาเปน็ ของ

หวานได้ จึงทาให้เด็กๆอยากทราบว่าบัวลอยไข่เค็มทาได้อย่างไร ครูจึงได้ใช้คาถามถามต่อว่าเด็ก ๆ สามารถศึกษา
วธิ ีการและขนั้ ตอน รวมถึงอุปกรณ์ในการทาบัวลอยไข่เคม็ ไดอ้ ย่างไร

กอ้ ง : ดูในคอมครบั
ฟิวน้อย : หาดูในยทู ูปครับว่าเขาทาอย่างไร
วิชญ์ : เปดิ ยทู ปู ดูครบั
ทาย : หาดูในคอมคะ่ เหมอื นทค่ี รูเปดิ หาตอนเราทาไข่เคม็ คะ่
จาการสนทนาของเดก็ ๆ กับครูเก่ียวกบั วิธกี ารสบื ค้นวธิ กี ารทาบัวลอยไข่เค็ม ไดข้ ้อสรุปดงั นี้ คอื สบื คน้ จาก
อินเตอร์เนต็ เปดิ ดใู นยทู ูปเพ่ือดูวธิ กี ารและข้ันตอนการทาบัวลอยไข่เค็ม

เด็กๆสบื วธิ กี ารทาพวกกญุ แจจากอินเตอรเ์ น็ต

เด็กๆและครูสนทนารว่ มกันเก่ียววธิ กี ารและขนั้ ตอน อปุ กรณใ์ นการทาบวั ลอยไข่เค็มจากอินเตอร์เนต็ โดย
ครูใชค้ าถามดังต่อไปน้ี

ครู : จากการท่เี ดก็ ๆดขู ัน้ ตอนการทาบัวลอยไขเ่ คม็ จากยูทูป เดก็ ได้ข้อสรุปอย่างไรบา้ ง
ค่ะ เกีย่ วกบั ขั้นตอนวธิ ีการทาบัวลอยไข่เค็ม

เอินร์ : ต้องเอาแป้งข้าวเหนียวผสมกันน้าเปล่า ถ้าอยากได้สีอะไรก็ผมสสีลง แต่ตอง
แบ่งแปง้ เปน็ กอ้ นๆ ก่อนคะ่ แล้วเอาไข่แดงเคม็ ผสมลงไปในแปง้ นวดๆให้เข้ากนั ค่ะ

ครู : ผสมแป้งเสรจ็ ทาอย่างไรตอ่ ค่ะ
บัส : เอามาปั้นเป็นก้อนเล็ก ๆ กลมๆครับ แล้วเอาไปต้มในน้าร้อนครับ แล้วตัก
ออกไปแชน่ า้ เย็น
เคก้ : เอาน้าเปลา่ เทใส่กระทะใส่ใบเตย ใสน่ ้าตาลตม้ ให้เดือด แลว้ เอาแปง้ ทีต่ ้มไว้ใส่ลง
ไปค่ะ
ครู : แล้วเราจะทาอยา่ งไรต่อค่ะ
มกั : ใสน่ า้ กะทลิ งไป เตมิ เกลือลงไปด้วยนิดนึงครบั

33

เปีย : พอมนั เดอื ดแล้วเรากป็ ดิ เตาไดเ้ ลยคะ่ แล้วกต็ ักใสถว้ ยกินไดเ้ ลยคะ่
ครู : เกง่ มากเลยค่ะ
จากการสืบค้นขน้ั ตอนวธิ ีการทาบัวลอยไขเ่ คม็ จากอินเตอร์เน็ต สามารถสรปุ ข้ันตอนวธิ กี ารทาบัวลอยไข่เค็ม
ไดด้ ังนี้
วสั ดอุ ุปกรณใ์ นการทาบวั ลอยไขเ่ คม็ ได้แก่
1.กระทะไฟฟา้
2.กะละมงั
3.ทพั พี
4.กระชอน
วตั ถดุ บิ ในการทาบัวลอยไข่เคม็ ได้แก่
1.แปง้ ขา้ วเหนยี ว
2.สผี สมอาหาร
3.ไข่เค็ม
4.ใบเตย
5.กะทิ
6.เกลือ
7.นา้ ตาลทราย
8.น้าเปลา่
ขั้นตอนวิธกี ารทาบัวลอยไขเ่ คม็

1. นาแปง้ ขา้ วเหนียวมาผสมน้าเปลา่ แลว้ นวดใหเ้ ขา้ กนั
2. แบง่ แป้งเปน็ กอ้ นเทา่ ๆ กนั นาไขแ่ ดงเค็มมาผสมกับแป้งท่แี บง่ ไวห้ นึ่งกอ้ น แปง้ ก้อนทีเ่ หลือ ใส่สผี สม

อาหารที่เตรียมไว้
3. จากนัน้ ปั้นแป้งเปน็ ก้อนกลมๆเล็กๆใส่ในกะละมงั ทโ่ี รยแปง้ ไว้
4. นานา้ เปล่าใส่ลงในกระทะไฟฟา้ นาแปง้ ท่ปี ั้นไว้ลงไปต้มจนสกุ แล้วตักออกไปแช่ในนา้ เย็น
5. นาน้าเปลา่ ลงไปต้มในกระทะไฟฟา้ ใส่ใบเตย ใส่นา้ ตาลทราย
6. เมือ่ น้าเดือด ใสน่ ้ากะทลิ งไป รอจนน้ากะทิเดือด อกี ครง้ั
7. ตกั ใส่ถว้ ย รอใหเ้ ยน็ แล้วลองชมิ

34

วัสดุอุปกรณแ์ ละขั้นตอนกำรทำบวั ลอยไข่เคม็

วัสดอุ ุปกรณ์ในการทาบัวลอยไข่เคม็ 1.นาแป้งข้าวเหนียวมาผสมน้าเปล่าแล้วนวดให้เข้า
กนั

2.แบง่ แป้งเป็นก้อนเทา่ ๆ กัน นาไข่แดงเคม็ มาผสม 3.จากนั้นปั้นแป้งเป็นก้อนกลมๆเล็ก ๆ ใส่ใน
กับแปง้ ทแ่ี บ่งไวห้ นึง่ ก้อน แปง้ ก้อนที่เหลือ ใส่สีผสม กะละมัง ท่โี รยแปง้ ไว้
อาหารท่เี ตรยี มไว้
กัน
กัน

4.นาน้าเปล่าใส่ลงในกระทะไฟฟ้า นาแป้งท่ีป้ันไว้ลง 5.นาน้าเปล่าลงไปต้มในกระทะไฟฟ้า ใส่ใบเตย
ไปตม้ จนสกุ แล้วตักออกไปแชใ่ นนา้ เย็นกนั ใสน่ า้ ตาลทราย ตักแปง้ ทแี่ ช่น้าเย็นลงไป

6.เมือ่ น้าเดือด ใส่นา้ กะทิลงไป รอจนนา้ กะทเิ ดือด อกี ครง้ั

35

7. ตักใส่ถ้วย รอใหเ้ ยน็ แล้วลองชิม
ขน้ั ที่ 4 สงั เกตและบรรยำย

ครูและเด็กๆสนทนาเก่ียวกบั การทาบวั ลอยไขเ่ คม็ ดังต่อไปน้ี
ครู : จากการทเ่ี ดก็ ๆได้ลงมอื ทาบวั ลอยไขเ่ คม็ เป็นอยา่ งไรกนั บ้างค่ะ
ยูล : ครคู รับ ได้ตักบัวลอยด้วยครบั
เอนิ ร์ : หนปู น้ั แป้งท่ใี ส่ไขเ่ คม็ ค่ะ
ผม : ไดเ้ อาไปเตยใส่ลงไปในน้าดว้ ย มันหอมมากเลยครบั
หลิว : ครขู าหนูปัน้ สชี มพู ป้นั เปน็ เมด็ กลมๆเล็กๆ
ครู : แลว้ ตอนท่ีเดก็ ๆทาบวั ลอยไข่เค็มเดก็ ๆชอบขั้นตอนไหนมากทสี่ ดุ คะ่
เกด : หนูชอบตอนปั้นแป้งค่ะ มนั สนุกดี ปนั้ เสร็จหนูก็ชว่ ยเพอ่ื นปน้ั ด้วยค่ะ
แพน : หนูก็ชอบปั้นแปง้ คะ่
เสาร์ : ผมชอบตอนกินบวั ลอยครับมนั อรอ่ ยดคี รับ
ขั้นท่ี 5 บนั ทึกข้อมลู
เดก็ แต่ละคนรว่ มกนั สรปุ และครูเป็นผู้บันทกึ ขอ้ มูลคาพูดของเด็กเกยี่ วกบั ขนั้ ตอนวธิ ีการทาบวั ลอยไข่เคม็ ลง
ในกระดาษบรู๊ฟ

ภาพบันทกึ ขนั้ ตอนการทาบัวลอยไขเ่ คม็ ลงบนกระดาษบรู๊ฟ

36

ภาพเด็ก ๆ บอกขนั้ ตอนวธิ ีการทาบัวลอยไขเ่ ค็ม

ขัน้ ท่ี 6 สรปุ และอภิปรำยผล

เด็กและครรู ว่ มกันทบทวนโดยการใหเ้ ด็กออกมาเลา่ หน้าชั้นเรียนวา่ ผลจากการลงมือทาบัวลอยไขเ่ คม็ เปน็
อย่างไรบา้ งโดยครูบันทกึ คาพดู เดก็ ลงไปในกระดาษบร๊ฟู

ครู : จาการท่ีเด็กทาบวั ลอยไข่เคม็ เด็กๆมีวธิ กี ารข้ันตอนการทาอย่างไรบ้างค่ะ
หลิว : หนูผสมแป้งกบั นา้ เปลา่
มังกร : ผมชว่ ยผสมแปง้ กบั ไข่เคม็ ดว้ ย
แยม : หนชู ว่ ยลา้ งใบเตยให้คะ่
ดังนัน้ เดก็ ๆ และครูจึงสรุปได้ว่า เด็กทุกคนสามารถทาบัวลอยไขเ่ คม็ ไดต้ ามข้นั ตอนวธิ กี ารทาบวั ลอยทไี่ ด้
ศกึ ษาจากอนิ เตอร์เนต็ โดยสามารถสรปุ ขัน้ ตอนวิธีการทาไดด้ งั ต่อไปน้ี
1. นาแปง้ ขา้ วเหนยี วมาผสมนา้ เปลา่ แล้วนวดใหเ้ ขา้ กัน
2. แบง่ แป้งเป็นกอ้ นเทา่ ๆ กนั นาไขแ่ ดงเค็มมาผสมกับแปง้ ทแ่ี บง่ ไว้หนึ่งก้อน แป้งก้อนทีเ่ หลอื ใสส่ ีผสม

อาหารที่เตรียมไว้
3. จากนนั้ ป้ันแปง้ เปน็ กอ้ นกลมๆเลก็ ๆใส่ในกะละมงั ท่โี รยแปง้ ไว้
4. นาน้าเปล่าใส่ลงในกระทะไฟฟ้า นาแปง้ ทปี่ นั้ ไว้ลงไปตม้ จนสุก แล้วตกั ออกไปแช่ในนา้ เย็น
5. นาน้าเปล่าลงไปต้มในกระทะไฟฟา้ ใสใ่ บเตย ใส่นา้ ตาลทราย ตักแปง้ ทแ่ี ช่น้าเยน็ ลงไป
6. เม่อื นา้ เดือด ใสน่ า้ กะทิลงไป รอจนน้ากะทเิ ดือด อกี ครั้ง
7. ตกั ใส่ถ้วย รอให้เยน็ แลว้ ลองชิม
สรปุ ไดว้ ่ำ จากคาถามทว่ี ่า “ไข่เค็มนามาทาบัวลอยไดอ้ ยา่ งไร” จากการสบื ค้นจากอนิ เตอรเ์ น็ต และได้ลงมอื ทา
บวั ลอยไข่เคม็ สรุปขน้ั ตอนวธิ ีการทาได้ดง้ั น้ี
1. นาแปง้ ขา้ วเหนียวมาผสมน้าเปล่าแล้วนวดใหเ้ ข้ากนั

37

2. แบง่ แปง้ เปน็ กอ้ นเทา่ ๆ กัน นาไขแ่ ดงเคม็ มาผสมกับแป้งทแ่ี บ่งไว้หน่งึ กอ้ น แป้งก้อนท่ีเหลอื ใส่สีผสม
อาหารทีเ่ ตรียมไว้

3. จากนนั้ ป้นั แปง้ เปน็ ก้อนกลมๆเลก็ ๆใสใ่ นกะละมงั ท่ีโรยแปง้ ไว้
4. นาน้าเปลา่ ใส่ลงในกระทะไฟฟา้ นาแป้งที่ปัน้ ไวล้ งไปตม้ จนสกุ แลว้ ตักออกไปแช่ในนา้ เย็น
5. นานา้ เปลา่ ลงไปต้มในกระทะไฟฟ้า ใสใ่ บเตย ใส่นา้ ตาลทรายตักแป้งท่ีแช่น้าเยน็ ลงไป
6. เมื่อนา้ เดอื ด ใสน่ ้ากะทิลงไป รอจนน้ากะทิเดอื ด อกี ครง้ั
7. ตกั ใสถ่ ว้ ย รอใหเ้ ยน็ แลว้ ลองชิม

ภาพเด็กนาเสนอผลงานการบนั ทกึ ผลการทาบวั ลอยไขเ่ ค็ม

38

ผลกำรพฒั นำควำมสำมำรถของเดก็ ปฐมวยั

1. ผลกำรพฒั นำควำมสำมำรถพ้นื ฐำน 4 ด้ำน
1.1 ดำ้ นกำรเรียนรู้
- เดก็ สามารถเล่า/บอก วธิ ีการหาคาตอบของตนเองได้
- เด็กได้ลงมอื ทาและทดลองด้วยตนเอง
- เดก็ สามารถอธิบายถึงวธิ ีการเรยี นรู้ของตนเองวา่ เรียนรู้อยา่ งไรและไดพ้ บคาตอบทอ่ี ยากรู้
- เด็กได้เรยี นรเู้ รื่องการทาบวั ลอยไข่เค็ม
- เด็กสามารถสรุปและนาเสนอผลงานแกค่ นเพ่อื นได้
1.2.ดำ้ นภำษำ
- เดก็ มีพัฒนาการดา้ นภาษาจากการสนทนา โต้ตอบแสดงความคดิ เห็น
- เด็กพูดอธบิ ายถงึ สิง่ ท่ีพวกเขาสังเกตเห็นจาการทดลอง
- เด็กได้พูดนาเสนอขอ้ มูลท่ไี ด้ค้นพบด้วยตนเอง
- เด็กได้เรยี นรู้เกีย่ วกับคาศัพทต์ า่ งๆ ทีเ่ กย่ี วข้องกบั อปุ กรณใ์ นการทาบัวลอยไขเ่ ค็ม
1.3.ด้ำนสังคม
-เดก็ สามารถทางานรว่ มกบั ผู้อ่ืนได้
- เดก็ ได้ทางานเป็นกลุ่ม
-เด็กสามารถแสดงความคดิ เหน็ ของตนเองและยอมรับฟงั ความคดิ เห็นของคนอนื่
-เด็กเคารพกฎ กตกิ า ปฏิบัติตามข้อตกลงของหอ้ งเรียน
1.4.ดำ้ นกำรเคลอื่ นไหวและทกั ษะกำรรบั รู้ของประสำทสัมผัส
-เดก็ สามารถเคล่ือนไหว หยิบ จับ การปั้น การนวนแป้ง และใชอ้ ปุ กรณ์การทดลองไดค้ ลอ่ งแคลว่
-เดก็ สามารถใช้ประสาทสมั ผสั ในการสงั เกตด้วยตวั เองจนได้ข้อมลู ท่ีชดั เจน

2. กำรสง่ เสริมทักษะกระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์
2.1 ทักษะกำรสังเกต
- การบอกลกั ษณะสิ่งท่ีสังเกตดว้ ยประสาทสัมผัสต่างๆเช่น เดก็ ได้สังเกตขนั้ ตอนการทาบัวลอยไข่

เคม็
- การบอเก่ยี วกับวสั ดุอุปกรณ์ในการทาบวั ลอยไขเ่ คม็

2.2ทักษะกำรจำแนกประเภท
- เปรียบเทียบสง่ิ ที่คาดคะเนกบั ผลที่ทดลอง

2.3 ทักษะกำรพยำกรณ์หรือกำรคำดคะเนคำตอบ

39

-เด็กสามารถคาดคะเนคาตอบที่คิดว่า“ไข่ไกเ่ ค็มนามาทาบัวลอยได้อยา่ งไร”
2.4 ทักษะกำรทดลอง

- เดก็ สามารถออกแบบ (ร่วมกนั กาหนดขน้ั ตอน)ไดว้ ่าจะทดลองอย่างไร
- เด็กสามารถปฏิบตั ิการทดลองตามขัน้ ตอนทกี่ าหนดได้
- เด็กสามารถบันทึกผลการทดลองได้
2.5 ทกั ษะกำรจัดกระทำ และส่อื ควำมหมำยข้อมูล
- เดก็ สามารถสรุปผลส่งิ ที่สงั เกตและทดลองได้โดยวาดรปู และนาเสนอผลงานหน้าชัน้
เรียนใหเ้ พือ่ นๆเขา้ ใจได้
2.6 ทักษะกำรลงควำมคิดเหน็ จำกขอ้ มูล
- เด็กสามารถแสดงความคดิ เห็นหรือใหเ้ หตุผลของตนเองเพิ่มเตมิ ได้

40


Click to View FlipBook Version