2. ความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เหล่าน้ันว่ามาจากส่ิงเหนือธรรมชาติท้ังส้ิน หรือถูกส่ิงที่อยู่
ธรรมชาตลิ งโทษ และผทู้ ถ่ี ูกลงโทษอยา่ งไม่รูส้ าเหตกุ ็มี ซ่งึ ปจั จุบนั
คนล้านนามีความเชื่อว่าส่ิงท่ีเราเห็นเป็นศาสนสถาน นีย้ ังมคี วามเช่อื เช่นนี้อยูแ่ ละผทู้ ี่ฝา่ ฝืนกจ็ ะได้รับผลเช่นกัน
หรือวัตถุบางอย่างสามารถมีพลังที่จะเป็นท่ีพึ่งเราได้ หากเรา
ไม่ได้ลบหลู่หรือดูหม่ิน พร้อมกันนั้นได้ทำ�การกราบไหว้สักการบูชา
เป็นประจำ�ด้วยความศรัทธาทำ�ให้เรามีกำ�ลังใจมีความเช่ือมั่น 4. เชื่อในเรื่องวิญญาณเรื่องผี
และแสวงหาไว้ในความครอบครองถือว่าเป็นส่ิงศักดิ์สิทธิ์สามารถ
คมุ้ ครองตัวเราได้พอท่ีจะจำ�แนกไดด้ งั นี้ คนล้านนามีความเชื่อว่าคนเราเม่ือตายจากโลกนี้ไปแล้ว
1. ศาสนสถาน เช่น โบสถ์วิหารพระเจดีย์ เชื่อว่า วิญญาณจะออกจากร่าง เพ่ือท่ีจะไปจุติในภพภูมิอ่ืนตามกำ�ลัง
เป็นสถานท่ีศักด์ิสิทธิ์โดยมีความเชื่อว่าวิญญาณของผีตายโหง บุญกำ�ลังบาป ที่คนน้ันได้กระทำ�ไว้ไม่ช้าก็เร็วและมีความเชื่อว่า
ท้ังหลายไม่สามารถเข้าไปสถานที่แห่งน้ันได้ บางแห่งจะมี บางวิญญาณที่ยังไม่ได้ไปจุติวิญญาณยังคงล่องลอยอยู่ญาติที่อยู่
การลงอักขระคาถาอาคมฝังไว้ตรงนั้น โดยเขียนป้ายห้ามสตรี ในโลกมนุษย์ก็จะทำ�บุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ บางวิญญาณอาจมา
เข้าไปสถานทแ่ี ห่งนัน้ ดว้ ยเกรงว่าจะท�ำ ให้อาคมเสือ่ ม ปรากฏร่างให้เห็นมีเสียงเดินเขย่าต้นไม้บางวิญญาณก็จะส่งกล่ิน
2. หอเจ้าท่ี ศาลเจ้าเทวสถาน ศาลพระพรหม เหม็นสาบ กลนิ่ ธปู โชยมาเราก็มคี วามเชอ่ื ผีหลอกนั่นเอง
ศาลพระภูมิ ศาลเจ้าพ่อ เจ้าแม่ หอสถิตย์ของบรรพบุรุษ สำ�หรับเรื่องผีอีกประเภทหนึ่ง ท่ีคนล้านนามีความเช่ือว่า
ตลอดจนเทวสถานอื่นๆ ถือเป็นสถานท่ีศักดิ์สิทธ์ิจะไม่ให้ จะมาสถิตอยู่ประจำ�บ้านเรือนคอยดูแลคนในครอบครัวนั้นๆ
ใครไปลบหลู่ เพราะกลัวว่าจะถูกเจ้าที่ท่ีสิงสถิตอยู่ ลงโทษทุกคน ท่ีเราเรียกว่า “ผีหอ ผีเฮือน ผีปู่ย่า” ส่วนผีนอกนั้นก็จะ
ทผี่ า่ นสถานทเ่ี หล่านั้นต้องให้ความเคารพยำ�เกรง มีการฟ้อนรำ�ถวายเรียกว่า “ผีมด ผีเม็ง ผีเจ้านาย” และถือเป็น
3. พระเคร่ืองหรือที่เรียกว่าวัตถุมงคล เหรียญ ประเพณีเลี้ยงประจำ�ของชาวตำ�บลสุเทพ และตำ�บลแม่เห๊ียะ
พระเกจิอาจารย์ รูปเหมือน หรือเหรียญของผู้มีบุญบารมี อำ�เภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ คือประเพณี “เล้ียงดง” คือเล้ียงผี
พระพทุ ธรปู ตลอดจนถงึ เทวรปู ต่างๆ บางแห่งกย็ ึดเอาต้นไม้ “ปู่แสะ ย่าแสะ” น่ันเอง และมีผีอีกประเภทหนึ่งที่ถูกกำ�หนด
เช่น ไม้ตะเคียนท่ีมีอายุนานก็ยังยึดถือเป็นส่ิงศักด์ิสิทธิ์ โดยมี อยู่ในส่วนของผีคือ ผีกระสือ ผีกระหัง ผีโพง ผีก๊ะ ผีบ้าต๋าวอด
ความเช่ือว่าสามารถปกป้องคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย เป็นต้น คนล้านนายังมีความเชื่อว่ายังคงมีอยู่ และแต่ละท้องถ่ิน
ดลบนั ดาลให้ไดต้ ามคามประสงค์ ก็นบั ถอื ผแี ตกต่างกนั ไป
4. เครื่องรางของขลังอื่นๆ เช่น ปลัดขิก เหล็กไหล
ผ้ายันต์ ศวิ ลงึ ลกู ประค�ำ ลูกกรอก เปน็ ตน้ โดยเช่อื ว่ามคี ณุ วเิ ศษ 5. ความเชื่อในด้านไสยศาสตร์
ที่สามารถทำ�ให้แคล้วคลาดปลอดภัยมีเมตตามหานิยมตามความเช่ือ
ของแต่ละคน ซงึ่ คนที่มีความเชอื่ ถือศรทั ธาก็จะแสวงหามาไวต้ ดิ ตวั คนล้านนามีความเช่ือว่าไสยศาสตร์เป็นวิชาที่ลึกลับ
เก่ียวกับอิทธิปาฏิหาริย์ด้วยพลังของเวทมนต์คาถา และพลัง
อำ�นาจจิต ซ่ึงบุคคลท่ีมีวิชาด้านไสยศาสตร์ก็จะส่งพลังไปด้วย
3. เชื่อในสิ่งที่ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ การบริกรรมคาถา หรือวิธีการอ่ืนทั้งในด้านดีและในด้านที่ทำ�ลาย
ทางด้านดีนั้นก็จะมีวิชาเกี่ยวกับการทำ�เสน่ห์ด้วยการเสกใส่เทียน
คนล้านนาในอดีตได้มีการกำ�หนดข้อห้ามต่างๆ เอาไว้ ข้ีผ้ึง ทำ�นำ้�มนต์บ้าง เพื่อให้เกิดเมตตามหานิยมให้มีคนหลงรัก
เพ่ือให้คนรุ่นหลังได้ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาซ่ึงข้อห้ามเหล่าน้ัน อีกด้านหนึ่งนั้น คือ สามารถใช้วิชานี้เพื่อไปทำ�ลายข่ม หรือ
เป็นเสมือนกฎท่ีสำ�คัญ หากใครฝ่าผืนก็จะมีผลต่อการดำ�รงอยู่ กำ�จัดศัตรูที่เรียกว่า “การตู้ การทำ�คุณไส” การเสกวัวธนู
อาจพบกับความหายนะในชีวิตของคนนั้น หรือครอบครัวน้ันได้ ฝังธนู การทำ�พิธีให้คนแยกจากกันท่ีเรียกว่า “การผ่าจ้าน”
สิ่งที่ทำ�ให้เป็นเช่นนั้นมาจากสิ่งท่ีเราเรียกว่าส่ิงที่อยู่เหนือ การสะกดวิญาณร้าย การสะเดาะกุญแจ การเสกคาถาขับไล่ผี
ธรรมชาติ ซ่ึงมองไม่เห็น และจะไม่แสดงออกในทันทีทันใด การสะกดจิตฯ ส่วนมากจะบริกรรมคาถาเพ่ือให้เกิดความขลัง
ค่อยๆ แสดงออกจนกว่าผู้ท่ีกระทำ�จะได้ทำ�พิธีแก้ไข เช่น ฟันไม่เข้า ยิงไม่ออก เป็นต้น เป็นเร่ืองของไสยศาสตร์ท้ังส้ิน
ห้ามถมบ่อน้ำ� ห้ามปลูกบ้านค่อมตอไม้ใหญ่ ห้ามถมคลอง ทกุ วนั น้ยี ังมคี นนิยมไปสกั ยันต์เพอื่ ความขลงั อยู่
ธรรมชาติ เป็นต้น หากใครฝ่าฝืนก็จะพบกับหายนะภายหลัง
แบบค่อยๆ มีอันเป็นไปทางล้านนาเรียกว่า “ตกขึด” ทางภาคอีสาน 6. เชื่อในเรื่องโหราศาสตร์
เรียกว่า “ขาลำ�” หรือบางท่านได้ไปบนต่อส่ิงศักด์ิสิทธิ์เอาไว้
เม่ือประสพความสำ�เร็จตามที่ได้บนไว้ และไม่ได้ไปทำ�ตาม คนล้านนาจะมีความเชื้อในการหาฤกษ์หายามในการ
สัจจสัญญา คือ “แก้บน” หรือไม่เวลาที่เข้าไปในป่าเอาหม้อดิน ดำ�เนินชีวิต ท้ังน้ีในการประกอบกิจการต่างๆ เช่น การปลูกบ้าน
สรวมหัว เอามีดไปสลักรูปลามกติดต้นไม้ เป็นต้น ก็จะประสบ นับต้ังแต่การขุดหลุมลงเสาเอก เสาโท การทำ�บุญขึ้นบ้านใหม่
กับส่ิงที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นโดยไม่มีที่มาท่ีไป เราก็เรียกเหตุการณ์ การเปดิ ร้าน การเปดิ โครงการ การซื้อรถใหม่ การแตง่ งาน เป็นต้น
51
เพ่ือความเป็น ศิริมงคล กิจการราบร่ืนเจริญรุ่งเรือง ไม่มีอุปสรรค ปฏิบัติสืบต่อกันมา เรียกได้ว่าต้ังแต่เกิดจนถึงตาย แม้ตายไปแล้ว
ที่สำ�คัญเพื่อความมั่นใจก็ได้ไปหาพระสงฆ์หรือโหราจารย์ดูฤกษ์ ก็ยังมีพิธีกรรมอื่นๆ อีกท้ังที่บ้านท่ีวัดท่ีสุสาน เป็นต้น
ดูยามที่ดีท่ีสุด ดังน้ันจึงมีสูตรวันดีวันเสีย ในแต่ละเดือนไว้ ซึ่งพิธีกรรมเหล่านี้มีมากไม่สามารถระบุได้ว่ามีพิธีอะไรบ้าง
คือ เกี๋ยง ห้า เก้า เสียติ๊ดกับจันทร์ ยี่ หก สิบ เสียอังคาร โดยเฉพาะในแต่ละท้องถิ่นของกลุ่มชาติพันธ์ุ และชนเผ่าต่างๆ
สาม เจ็ด สิบ เอ็ด เสียเสาร์กับผัด ส่ี แปด สิบสอง เสียศุกร์ ยังคงได้ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาจนเป็นวัฒนธรรมและประเพณี
กับป๊ดุ นอกจากนนั้ แมว้ นั ทจี่ ะเผาศพก็งดเผาในวันเกา้ ก๋อง เปน็ ตน้ ส�ำ คญั ท้งั พธิ มี งคลใน 12 เดอื นและอวมงคลมาจนถงึ ปจั จุบนั น้ี
ชีวิตประจำ�วันในสังคมของคนล้านนายังพึ่งหมอดู
เพื่อขอให้ทำ�นายอนาคตของตัวเองว่า มีเคราะห์ มีโชค 8. ความเชื่อในคุณวิเศษในตัวบุคคลและสมมติเทพ
มีอุปสรรค มีความสำ�เร็จหรือไม่ประการใด แต่ที่ถามหมอดูมาก ในสังคมของล้านนานั้นยังคงให้ความเช่ือถือศรัทธา
ก็คือ เรื่องคู่ครองถึงแม้แต่งงานแล้วก็ยังจะให้ทำ�นายตรวจ
ดวงชะตาว่าจะอยู่กันยืดยาวไหมหรือเมื่อไหร่ชีวิตจะดีขึ้นบ้าง ในตัวบุคคลท่ีเป็นผู้นำ�ทางจิตวิญญาณ เช่น พระมหาเถระ
จึงมีสำ�นักโหรต่างๆเกิดขึ้นมาก แม้กระท้ังข้างถนนก็มีวิธีการ พระเกจิอาจารย์ที่เรียกว่า หลวงปู่ หลวงตา ครูบา ท้ังหลาย
จะมีทั้งดูลายมือ ไพ่ยิปซี ดูโหงเฮ้ง ดูฮวงจุ้ย บางสำ�นักก็ใช้วิธี ทปี่ ฏบิ ตั ิดีปฏิบตั ชิ อบ ถือว่าท่านมคี ุณอนั วเิ ศษปฏิบตั เิ จริญภาวนา
น่ังทางในยึดเอาหลวงปู่ หรือองค์วิเศษมาเป็นหลักในสำ�นัก มีญาณอันแก่กล้า มีหูทิพย์ ตาทิพย์ เหาะเหินเดินอากาศได้
ของตนเพื่อเพิม่ ความน่าเชอื่ ถือด้วย เศกอาคมมนต์ขลังต่าง มีคนศรัทธามาก วิถีวัฒนธรรมของ
คนล้านนาอีกเรื่องคือมีความเช่ือในบุคคลท่ีเชื่อว่าเป็นสมมติเทพ
7. เชื่อในเรื่องการประกอบพิธีกรรมต่างๆ คือนับตั้งแต่องค์พระมหากษัตริย์ลงมาจนถึงเจ้าผู้ครองนครเช่ือว่า
ท่านเป็นผู้ที่เทพยดาบนสวรรค์ส่งลงมากำ�เนิดในโลกมนุษย์ หรือ
คนล้านนาจะมีวิถีชีวิตที่เช่ือมโยงกับวิถีพุทธวิถีพราหมณ์ มาสร้างบารมีช่วยเหลือประชาชนโดยมีลำ�ดับช้ันลดหล่ันกัน
และผีอย่างแนบแนน่ ดงั น้นั เม่ือประสบความส�ำ เร็จ ความสมหวัง ลงมาสืบมาถึงลูกหลาน เช่น หม่อมเจ้า หม่อมราชวงศ์
หรือพบปัญหาอุปสรรค หายจากโรคาพยาธิ หรือไม่เพื่อความ หม่อมหลวง และท่านที่นามสกุล ณ เชียงใหม่ ณ ลำ�พูน
เปน็ สิรมิ งคลแกต่ นเอง และครอบครัวตลอดจนธรุ กจิ การงานจนถึง ณ ลำ�ปาง ณ น่าน หรือสืบเชื้อสายมาจากเช้ือเจ้าเจ็ดตนยังได้รับ
ครบวันเกิด ครบรอบวันตาย เป็นต้น ก็จะประกอบพิธีกรรมต่างๆ การยกสถานะยกย่องในวงสังคมอยู่
ท้งั น้ีเพอ่ื ความสขุ ความมน่ั ใจ ซ่ึงพธี ีกรรมตา่ งๆ นน้ั จะมกี ารยึดถือ
52
“ศรทั ธา”
ซ่ึงแปลว่า
“ความเชอ่ื ”
ดังน้ันความเชื่อของคนล้านนาน้ันจึงมีรากฐานอันเกิดจาก ละเมิดกับสิทธิของบุคคลอ่ืนก็ถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคลซึ่งเป็น
การจินตนาการของคนเราก็ดี เกิดจากการได้สัมผัสกับธรรมชาติ ความงดงามทางวัฒนธรรมในสังคมจนมีคำ�กล่าวที่ถือได้ว่าเป็น
ส่ิงแวดล้อมก็ดี เมื่อได้ยอมรับเอาเข้ามาและเจริญงอกงามข้ึน คาถาบทสำ�คัญท่ีทำ�ให้คนในสังคมไม่กล้าท่ีจะคัดค้านหรือต่อต้าน
จากนั้นก็มีวิวัฒนาการนำ�ไปสู่การถือปฏิบัติรับเอาส่ิงใดส่ิงหนึ่งมา คนที่ถือปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามความเช่ือและจริตของตนก็คือ
เป็นสรณะที่พ่ึงของตนเองโดยสมมติเอาว่าส่ิงน้ันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ “ถา้ ไม่เชอ่ื อยา่ ลบหล”ู่
ดังนั้นไม่ว่าท้ังเทพฤทธิ์ เทพเจ้าท้ังหลายก็กลับกลายมาเป็น ดังนั้นคนล้านนาจะมีความเช่ือตามที่ตน ได้รับการปลูกฝัง
ศาสดาของศาสนา ต่างๆ ข้ึนมีการยอมรับนับถือเอาหลักการต่างๆ หรือได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ หลายเรื่องผู้ปฏิบัติ
มาถือปฏิบัติตามคำ�ส่ังสอนนั้นๆ จากในครอบครัวของกลุ่มชน จะไม่สนใจถามถึงที่มาและเหตุผลแต่ก็ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมา
ของตนเองก็ดีหรือเกิดขึ้นจากคำ�สอนของศาสดาในศาสนาใด และทางสังคมก็ให้การยอมรับ และร่วมปฏิบัติตามท้ังยังร่วมกัน
ศาสนาหน่ึงก็ดี เพื่อเป็นเคร่ืองกราบไหว้เคารพสักการะบูชา จรรโลงไว้พร้อมกับกำ�หนดตารางการปฏิบัติไว้ยึดถือเป็นจารีต
จนถือเป็นขนบธรรมเนียม ประเพณีสืบต่อกันมาจากคนรุ่นสู่รุ่น ฮี ต ฮ อ ย เ พ่ื อ จ ะ ส่ ง ม อ บ พิ ธี ก ร ร ม ค ว า ม เ ช่ื อ นี้ ใ ห้ เ ป็ น ม ร ด ก
สืบลกู สบื หลานไมม่ ีสิ้นสุด ทางวัฒนธรรมใหค้ นรุน่ ต่อไปไดส้ ืบสาน
ในความเชื่อของคนล้านนานั้นแยกไว้ท้ังในส่วนดีหาก ทุกเรื่องจะนำ�เอาหลักทางวิทยาศาสตร์มาทดสอบพิสูจน์
ประพฤติปฏิบัติก็จะเกิดความเป็นมงคลเกิดความสุขแก่ตนเอง ไม่ได้เป็นความเช่ือของกลุ่มชนและส่วนบุคคลตามจริตของ
และผ้เู ก่ยี วข้อง ส�ำ หรบั การประพฤติผดิ ข้อหา้ มหรอื ท�ำ ในสิง่ ช่ัวรา้ ย แต่ละท่านและทำ�ให้บุคคลนั้นมีความสุขถ้าหากได้ร่วมยึดถือปฏิบัติ
ห้ามนำ�มาปฏิบัติเพราะกลัวว่าจะเกิดความทุกข์ เกิดอาถรรพ์ หรือท่ีกล่าวว่า “ได้พบ ได้ทำ� ได้ปฏิบัติ ได้สัมผัส ได้ใกล้ชิด
จะมีอันตราย สำ�หรับคนที่จะมีชีวิตก้าวหน้าก็ต้องมีความเชื่อ และได้รับในสิ่งท่ีชอบ” ตามที่ตนเองมีความเช่ือก็จะเกิดความ
หรือทเี่ รยี กวา่ “มศี รัทธา” เช่ือมน่ั ก่อนถอื เป็นด่านแรกแห่งการยอมรับ ภาคภูมิใจ มีความสุขแม้จะแลกด้วยเงินเป็นจำ�นวนมากก็ตาม
จากนั้นจึงมคี วามมุ่งมั่นประพฤตปิ ฏิบัตติ ามทีต่ นเองเชอ่ื ถอื ศรัทธา ถือเป็นความประทับใจ เพราะว่า ได้ตามท่ีตัวเองปรารถนา ตาม
จงึ ยึดเป็นพลงั นำ�ไปสคู่ วามส�ำ เรจ็ ตามความประสงค์ ความเชื่อถือศรัทธาที่ฝังรากหย่ังลึกอยู่ในจิตตามจริตของตนเอง
ในสังคมของคนล้านนา จึงมีความเช่ือท่ีหลากหลาย ท่ีสั่งสมบ่มเพาะมาเอาไว้เป็นสรณะหรือท่ีพ่ึงเป็นท่ียึดเหนี่ยวทางใจ
ตามจริตของตนเองของแต่ละคน การถือปฏิบัติตามความเช่ือ ดังนั้นวัดในล้านนาไทยจะเขียนรายนามผู้ท่ีเสียสละทรัพย์ร่วมบริจาค
นั้นหากไม่ทำ�ความเดือดร้อนความเสียหายไม่กระทบ ไม่ไป จะขึ้นต้นคำ�ว่า “ศรทั ธา” ซงึ่ แปลว่า “ความเช่อื ” ทุกรายไป
บรรณานุกรม :
ประเพณี 12 เดือนล้านนาไทย. ศ.เกียรติตุณ มณี พะยอมยงค์. ส.ทรัพย์การพิมพ์. พ.ศ. 2529
ฮีตคนเมืองฉบับสัปปะเร่ืองเมืองล้านนา. ทองทวี ยศพิมสาร. ห้างหุ้นส่วนณัฐพลการพิมพ์. พ.ศ. 2553
พิธีกรรมความเช่ือกับวิถีชีวิตของคนล้านนา. วัลลภ นามวงศ์พรหม. บูณย์ศิริการพิมพ์. พ.ศ. 2554
53
ล้านนาคดี
ชยุตภัฎ ค�ำมูล
คนล้านนามีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับการประกอบพิธีกรรมมาช้านาน ดังจะเห็นได้จากในแต่ละปี ทุกๆ เดือนจะมี
การประกอบพิธีกรรมดังปรากฏในหนังสือประเพณี 12 เดือนของมณี พยอมยงค์ (2529) และช่วงเดือนหน่ึงที่มี
การประกอบพธิ กี รรมกนั อย่างแพร่หลายและมลี ักษณะเฉพาะของล้านนา คอื พธิ ีกรรมการเลี้ยงผชี ่วงเดือน 9
เดือน 9 เป็นเดือนทางจนั ทรคตแิ บบล้านนา ทีจ่ ะนับเร็วกว่า จะมีการแบ่งการนับวันเป็นสองครึ่ง คร่ึงละประมาณ 15 วัน
เดือนทางจันทรคติของภาคกลางไปสองเดือน ซึ่งในระบบปฏิทิน โดยคร่งึ แรกภาคกลางจะเรยี กว่า “ขา้ งข้นึ ” สว่ นล้านนาจะเรียกวา่
ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศไทยปัจจุบัน มีระบบความเชื่อ “เดอื นออก” คร่ึงหลังภาคกลางจะเรียกวา่ “ข้างแรม” ส่วนล้านนา
เร่ืองการนับวันอยู่สองระบบ ระบบแรก คือ การนับแบบสุริยคติ จะเรียกว่า “เดือนแรม” โดยคร่ึงแรกของแต่ละเดือนทั้งภาคกลาง
ท่ีมีการแบ่งวันเวลาในรอบปีตามการโคจรรอบดวงอาทิตย์ และล้านนาจะมีอยู่ 15 วันโดยภาคกลางเรียกวันขึ้น 15 ค่ำ�
ของโลก ซงึ่ การนบั ตามสุรยิ คตแิ บบแรก จะแบ่งหนึง่ ปีเป็น 12 เดอื น ว่าวันเดือนเพ็ญ ส่วนล้านนาเรียกว่าวันเดือนเป็ง หลังจาก
เดือนแรกคือเดือนมกราคมเรื่อยไปจนถึงเดือนธันวาคม โดยวันแรก วันท่ี 15 เป็นต้นไปก็จะเริ่มนับ 1 อีกครั้งเรื่อยไปจนถึงประมาณ
ของแต่ละเดือนจะตรงกับวันท่ี 1 ส่วนวันสุดท้ายของเดือน 14 หรือ 15 ซ่ึงถือว่าเป็นวันสุดท้ายของเดือน โดยลักษณะนาม
จะตรงกับวันท่ี 30 บ้าง 31 บ้าง หรือบางเดือนอาจจะตรงกับ หลังตัวเลขการนับวันจะใชค้ �ำ วา่ “ค�ำ่ ” เช่น ขึ้น 3 ค�ำ่ แรม 6 ค่ำ�
วนั ที่ 28 หรอื วันท่ี 29 การนับตามสุริยคติอีกแบบหนึ่ง แบง่ หนึ่งปี เปน็ ต้น ส�ำ หรับช่วงเดือน 9 เหนอื ของลา้ นนานน้ั สว่ นใหญ่จะตรงกับ
เป็น 12 รอบ เช่นเดียวกันแต่ไม่นับเป็นเดือน หากจะนับเป็น ประมาณเดือนมถิ นุ ายนของทุกปี
ราศี มีท้ังหมด 12 ราศี เริ่มต้ังแต่ราศีแรกคือราศีเมษ เรื่อยไป สำ�หรับพิธีกรรมการเลี้ยงผีที่คนล้านนายึดถือปฏิบัติ
จนถึงราศีสุดท้าย คือ ราศีมีน โดยวันแรกของราศีจะอยู่ประมาณ ในช่วงเดือน 9 น้ัน จะมีท้ังการเลี้ยงผีท่ีเป็นผีระดับส่วนบุคคล
กลางเดอื นราววันที่ 15 ของทุกเดือน ระดับครอบครัว ระดับหมู่บ้านและระดับเมือง นับตั้งแต่การเลี้ยง
ส่วนการนับวันอีกระบบหนึ่งท่ีปรากฏในปฏิทินไทย ผีปู่ย่า การเล้ียงผีหมู่บ้าน การเลี้ยงผีเมือง การเล้ียงผีฝาย หรือ
คือ การนับแบบจันทรคติ โดยจะนับจากการโคจรของดวงจันทร์ แม้แต่กระทั่งการเล้ียงผีเจ้านาย เป็นต้น โดยแต่ละประเภทจะมี
แบ่ง 1 ปี เป็น 12 เดือนเช่นเดียวกับสุริยคติ แต่รายละเอียด ความเช่อื และลกั ษณะการประกอบพธิ ีกรรมดงั นี้
ในการนับอื่นๆจะไม่ตรงกับเดือนทางสุริยคติ กล่าวคือ เดือนแรก ผีปู่ย่า เป็นผีที่คนล้านนาเชื่อว่าเป็นผีของบรรพบุรุษ
หากเป็นแบบสุริยคติจะเป็นเดือนมกราคม แต่เดือนแบบจันทรคติ ที่นับถือสืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น โดยผู้ท่ีรับหน้าท่ีดูแลปรนนิบัติ
ไม่ว่าจะเป็นการนับแบบล้านนาหรือแบบภาคกลางก็จะไม่ตรงกับ ผีปู่ย่าจะเป็นผู้หญิง เรียกว่า “เก๊าผี” และหากเก๊าผีสิ้นอายุขัย
เดือนมกราคม โดยภาคกลางจะนับเดือนที่หนึ่งว่าเดือนอ้าย ก็จะมีลูกสาวของเก๊าผีหน้าท่ีดูแลผีปู่ย่าต่อจากมารดา ซ่ึงการ
(ประมาณเดือนธันวาคม) เดือนที่สองเรียกว่าเดือนยี่ ตั้งแต่เดือน สืบทอดผู้ดูแลผีปู่ย่านี้จะสืบทอดผ่านทางลูกที่เป็นผู้หญิงเท่านั้น
ท่ีสามเร่ือยไปจนถึงเดือนสุดท้ายก็คือเดือนท่ี 12 จะนับตาม การจัดหิ้งบูชาผีปู่ย่า นิยมทำ�เป็นห้ิงไม้ติดตั้งไว้กับเสามงคล หรือ
ลำ�ดับการนับเลขปกติ ส่วนล้านนาจะเรียกเดือนหนึ่งว่า เดือนเก๋ียง เสานาง ในห้องนอนของเก๊าผีให้สูงเหนือศีรษะโดยในห้ิงจะมี
เรียกเดือนท่ีสองว่าเดือนย่ี และต้ังแต่เดือนที่ 3 เป็นต้นไปจนถึง กรวยดอกไม้ธูปเทียน ท่ีลูกหลานนำ�มาถวายพร้อมข้าวปลา
เดือนท่ี 12 ก็จะนับตามลำ�ดับเลขปกติ ซ่ึงเดือนทางจันทรคติ อาหารตามช่วงเทศกาล โดยคนล้านนานิยมนำ�มาถวายช่วงวัน
แบบล้านนาจะนับเร็วกว่าของภาคกลางสองเดือน ยกตัวอย่าง เข้าพรรษา ออกพรรษา ตานเข้าใหม่เดือนส่ีเป็ง และสงกรานต์
เช่น ช่วงวันลอยกระทง ทางภาคกลางจะตรงกับวันเพ็ญเดือน 12 ซึง่ มักจะถวายล่วงหนา้ กอ่ นวันจรงิ 1 วนั (คนล้านนา เรยี ก “วนั ดา”)
ส่วนล้านนาจะตรงกับวันเพ็ญเดือนยี่ (เดือน 2) ส่วนรายละเอียด สว่ นการถวายครั้งใหญจ่ ะกระทำ�ปลี ะหนึง่ ครง้ั ในเดอื น 9 เหนอื
การนับวันทั้งภาคกลางและล้านนาจะนับตรงกัน โดยหน่ึงเดือน
55
การประกอบพิธีกรรมเล้ียงผีปู่ย่าในช่วงเดือน 9 น้ี
นิยมประกอบพิธีในวันพฤหัสบดี ส่วนใหญ่จะใช้ไก่ต้มมาเป็น
เครื่องบวงสรวง บางแห่งอาจใช้หัวหมู ร่วมกับอาหารคาวหวาน
อ่ืนๆ โดยก่อนประกอบพิธี เก๊าผี จะแจ้งวันนัดหมายให้ลูกหลาน
ท่ีนับถือผีปู่ย่าร่วมกันทราบ เมื่อถึงวันประกอบพิธี ลูกหลาน
จะนำ�เคร่ืองบวงสรวงมารวมกนั ท่บี ้านของเกา๊ ผี เมอื่ ถึงเวลา เกา๊ ผี
ก็จะเริ่มประกอบพิธีด้วยการบอกกล่าวและเชิญดวงวิญญาณ
ของผีปู่ย่า มารับเอาเครื่องบวงสรวง ซึ่งบางแห่งอาจมีการเข้าทรง
เพื่อพูดคุยกับลูกหลานด้วย ขณะท่ีถวายเคร่ืองบวงสรวง
จะมีการจดุ เทียน 1 เล่มใหเ้ ป็นสัญลกั ษณ์วา่ หากเทยี นไหม้จนหมด
ก็แสดงว่าผีรับเคร่ืองสังเวยจนอ่ิมหนำ�สำ�ราญแล้ว หลังจากน้ัน
ลูกหลานก็จะนำ�ของบวงสรวงเหล่านนั้ กลับไปบา้ นของแต่ละคน
อนึ่ง การประกอบพิธีกรรมเล้ียงผีปู่ย่าอาจมีการจัดข้ึน
เฉพาะกจิ ในกรณีท่ีลกู หลานแต่งงาน หรือผิดผี (การล่วงประเวณี
ก่อนแต่งงาน) โดยเครื่องสังเวย จะเป็นไปตามที่ผีปู่ย่าแต่ละท่ี
ก�ำ หนดไว้ เช่น ไก่ หวั หมู ปลาแห้ง เป็นตน้
การเลี้ยงผีอีกประเภทหน่ึงคือการเล้ียงผีประจำ�หมู่บ้าน
หลายแห่งเรยี ก พอ่ บา้ น หรือ เส้อื บา้ น ซง่ึ แต่ละหมู่บา้ นในล้านนา
จะมีศาลพ่อบ้าน หรือ หอพ่อบ้าน อย่างน้อยหมู่บ้านหนึ่งแห่ง
(บางหมู่บ้านอาจจะมีมากกว่าหนึ่งแห่ง) โดยการประกอบพิธี
จะคล้ายกับการเล้ียงผีปู่ย่า โดยมี “ตั้งข้าว” รับหน้าที่เป็น
ผู้ดูแลปรนนิบัติศาลพ่อบ้าน ซึ่งตำ�แหน่งตั้งข่าวนี้จะสืบทอดกัน
มาจากบรรพบุรุษรุ่นสู่รุ่นภายในสายตระกูลซ่ึงอาจจะเป็นผู้ชาย
หรือผู้หญิงก็ได้ โดยก่อนประกอบพิธี ต้ังข้าว จะแจ้งวันประกอบพิธี
ให้ชาวบ้านหรือลูกบ้านทราบ แต่บางหมู่บ้าน อาจไม่ต้องแจ้ง
เพราะมักจะถูกกำ�หนดให้เป็นวันเวลาที่แน่นอนประจำ�ทุกปี
อยแู่ ลว้ เช่น ทุกวนั ข้ึน 6 คำ�่ แรม 13 ค่ำ�เปน็ ต้น
เม่ือถึงวันพิธีชาวบ้านจะนำ�เครื่องบวงสรวงอันได้แก่
ไก่ต้ม ไข่ต้ม หรืออาหารคาหวานอื่นๆ มารวมกันบริเวณ
ศาลพ่อบ้าน เมื่อชาวบ้านมาพร้อมกัน ก็จะเริ่มประกอบพิธี
โดยการร่วมกันประเคนของถวายแด่ดวงวิญญาณพ่อบ้าน จากน้ัน
ตั้งข้าวจะอัญเชิญดวงวิญญาณพ่อบ้านมารับเอาเคร่ืองสังเวย
พร้อมกับจุดเทียน 1 เล่ม เช่นเดียวกับการเลี้ยงผีปู่ย่า
เม่ือเทียนหมด ก็เป็นอันว่าพ่อบ้านได้บริโภคจนอ่ิมหนำ�
สำ�ราญแล้ว ลูกบ้านก็จะนำ�ข้าวปลาอาหารที่นำ�มาถวาย
กลบั ไปบา้ นของแต่ละคน บางแห่งอาจมีการประทับทรง เพ่ือพูดคุย
กับลูกบ้าน บางแห่งอาจมีการเชิญร่างทรงจากท่ีต่างๆ มาร่วม
ประกอบพิธีกรรม และบางแห่งมีการจัดแสดงซอพื้นเมือง
ถวายแดพ่ ่อบ้าน เปน็ ตน้
อีกหนึ่งพิธีกรรมการเลี้ยงผีช่วงเดือน 9 ที่ปัจจุบันสามารถ
พบเห็นได้ทุกปี คือ การเลี้ยงผีเมืองหรืออารักษ์เมือง ซึ่งคำ�ว่า
เมืองในอดีตมิได้หมายถึงจังหวัดแต่เพียงอย่างเดียว แต่อาจจะ
หมายถึงหัวเมืองต่างๆท่ีกระจัดกระจายอยู่รอบนอก ยกตัวอย่าง
56
57
เช่นเมืองเชียงใหม่ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนา ก็จะมี ให้แก่ดวงวิญญาณของปู่แสะและย่าแสะ ซึ่งขณะประกอบพิธีจะมี
เมืองอ่ืนๆ เป็นเมืองบริวาร ไม่ว่าจะเป็น เมืองฝางเมืองเชียงดาว การอัญเชิญดวงวิญญาณของปู่แสะย่าแสะมาประทับทรง
เมืองแกน ฯลฯ โดยแต่ละเมืองก็มักจะมีสิ่งศักด์ิสิทธ์ิประจำ�เมือง เพ่อื กินเนอื้ ควายและเลือดควายสดๆ นอกจากน้ี ยงั มกี ารอญั เชญิ
ทเ่ี รียกวา่ เสอื้ เมอื งบา้ ง อารกั ษ์เมอื งบ้าง เจา้ เชนเมืองบ้าง เป็นตน้ พระบฏซึ่งเป็นภาพวาดของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเข้ามา
อย่างกรณีของเมืองเชียงใหม่ในปัจจุบัน ก็จะยังคงเห็นพิธีกรรม ร่วมประกอบพิธีกรรมด้วย โดยชาวเชียงใหม่เช่ือว่าหากปีไหน
การเล้ียงผีเมืองอยู่บางแห่ง เช่น การเล้ียงผีปู่แสะย่าแสะท่ีดอย ไม่ประกอบพิธีเล้ียงผีปู่แสะย่าแสะก็จะทำ�ให้ปีนั้นบ้านเมือง
คำ� ท่ีในการประกอบพิธีกรรมจะใช้ควายหนุ่มคือควายรุ่นท่ียังไม่ เดอื ดร้อน ดว้ ยภัยธรรมชาตติ ่างๆ นาๆ ขา้ วยากหมากแพงรวมถึง
ผ่านการนำ�ไปใช้ไถนา มีเขางอกยาวเสมอหูมาเป็นเครื่องสังเวย ชาวเมอื งอยู่อยา่ งไม่สงบสุขดว้ ย
นอกจากน้ีในอีกหลายชุมชนของล้านนา ยังพบ
การเล้ียงผีอีกประเภทหน่ึง ก็คือผีฝาย ซึ่งฝาย หรือ
เมืองฝาย เป็นระบบการจัดการน้ำ�สำ�หรับการใช้ทำ�นา
ของคนล้านนา โดยจะมีการก้ันนำ้�คล้ายๆ เข่ือน และ
มีการจัดสรรปันส่วนกันอย่างเสมอภาค มี “แก่ฝ่าย”
ทำ�หน้าที่เป็นผู้นำ�ในการบริหารจัดการซึ่งแก่ฝายนี้
จะเป็นตำ�แหน่งท่ีได้รับการคัดเลือกจากคนในชุมชนลักษณะคล้ายๆ
กับแก่บ้านหรือผู้ใหญ่บ้าน เพราะฉะน้ันในอดีตแต่ละชุมชนจะมีผู้นำ�สำ�คัญๆ
อย่างน้อยสองคน คนแรกก็คือแก่บ้านหรือผู้ใหญ่บ้านทำ�หน้าท่ีดูแลความเป็นอยู่
ความสุขสงบของลูกบ้าน อีกคนหนึ่งก็คือแก่ฝ่ายทำ�หน้าที่ดูแลเรื่องการจัดสรรน้ำ�
สำ�หรบั ใชท้ �ำ ไรท่ ำ�นา
เมื่อช่วงเวลาเดือน 9 มาถึงแก่ฝายก็จะหารือกับชาวนาที่ใช้น้ำ�ร่วมกัน
เพื่อหาวันประกอบพิธีเล้ียงผีฝายซ่ึงจะตรงกับวันไหนก็ได้โดยก่อนประกอบพิธี
ชาวนาผู้ใช้น้ำ�ร่วมฝายเดียวกัน จะช่วยกัน “ลองเหมือง” หรือ ขุดลอกคลอง
ส่งน้ำ� (คนล้านนาเรียกว่า “เหมือง”) ให้อยู่ในสภาพท่ีพร้อมใช้งานได้ และ
เม่ือถึงวันเล้ียงผีฝายชาวนาก็จะนำ�ไก่ซ่ึงส่วนใหญ่จะเป็นไก่ที่ยังมีชีวิตอยู่
มารวมกันที่ฝายแล้วก็ช่วยกันจัดการต้มให้สุกแล้วนำ�ไก่ต้มไปบวงสรวงผีฝาย
โดยแก่ฝายจะทำ�หน้าที่เป็นผู้นำ�ในการบวงสรวงด้วยการกล่าวอัญเชิญ
ให้ผีฝายมารับเอาเครื่องบวงสรวง และขอพรให้ผีฝายปกป้องดูแล
ให้มีนำ้�ใช้อย่างอุดมสมบูรณ์โดยขณะประกอบพิธีก็จะมีการจุดเทียน
หนึ่งเล่มเช่นเดียวกับการประกอบพิธีกรรมเล้ียงผีอ่ืนๆ และเมื่อเทียนดับ
ก็ถือว่าเป็นอันเสร็จสิ้นพิธี ชาวนาจะแยกย้ายกันนำ�ไก่ต้มกลับไป
บ้านเรือนของตน
อีกพิธีกรรมหนึ่งที่มักพบเห็นการประกอบพิธีกรรมกัน
อย่างแพร่หลายช่วงเดือน 9 เหนือก็คือพิธีกรรมการเลี้ยงผีเจ้านาย
หรือการฟ้อนผีเจ้านาย ซ่ึงผีเจ้านาย เป็นดวงวิญญาณที่มา
ประทับทรงมนุษย์ คนล้านนา เรียกว่า “ม้าขี่” (ภาคกลาง
เรียก ร่างทรง) โดยอาจจะเป็นดวงวิญญาณของผีบรรพบุรุษ
ผีประจำ�หมู่บ้านหรือพ่อบ้าน ดวงวิญญาณของขุนนาง
ดวงวิญญาณของบูรพกษัตริย์ หรือแม้แต่กระทั่งดวงวิญญาณ
ของผู้มีวิชาอาคม นักบุญนักบวชทั้งหลายก็เป็นไปได้ โดยใน
ล้านนาน้ันจะมีความเช่ือว่าดวงวิญญาณเหล่าน้ันจะลงมา
ประทับทรงเพ่ือช่วยเหลือมวลมนุษย์ ปัดเป่าเคราะห์กรรม
โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ หรือช่วยเหลือตามที่มนุษย์แต่ละคน
58
พธิ ีกรรมเล้ียงผีก็จะยังคงอยู่ และจะเป็นพธิ ีกรรมทคี่ งอย่อู ยา่ งสง่างาม
ในฐานะของพธิ กี รรมท่ชี ว่ ยให้คนในสังคมไม่กล้าที่จะทำ�ความผิด
และอยรู่ ่วมกันอย่างสันติสขุ
จะร้องขอ ซึ่งโดยธรรมเนียมปฏิบัติ ในแต่ละรอบปี ผีเจ้านาย ประกอบพิธี การทำ�ขัน หรือพานที่ใช้ประกอบพิธี ตลอดจน
จะตอ้ งมีการยกขนั ครู (พานคร)ู เพือ่ บูชาและบวงสรวงครูบาอาจารย์ ลำ�ดับข้ันตอนในการประกอบพิธีก็จะต้องเป็นไปตามท่ีกำ�หนด
ผู้ประสิทธ์ิวิชาเวทย์มนต์คาถาต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะนิยมทำ�ช่วง โดยในการประกอบพิธีกรรมจะมีการอัญเชิญดวงวิญญาณ
เดือน 9 เหนือเช่นกันแต่ก็พบว่ามีผีเจ้านายหลายแห่งประกอบ ของบรรพบุรุษมาประทับทรงม้าข่ีหรือร่างทรงซึ่งจะต้องเป็น
พิธกี รรมนี้ในช่วงเดือนอ่ืนๆเช่นเดอื น 4 เดอื น 6 เดอื น 8 เป็นต้น ลูกหลานในตระกูลเท่านั้น จากน้ันก็จะมีการพูดคุย และฟ้อนรำ�
รูปแบบของการประกอบพิธีกรรม ม้าขี่หรือร่างทรงจะแจ้ง ตามล�ำ ดบั เร่อื ยไปจนสิ้นสดุ พิธีกรรมในช่วงเย็น
วันประกอบพธิ ีกรรมให้ ลูกศษิ ย์ลกู หาและรา่ งทรงท่ีอ่นื ๆ ได้ทราบ จากการประกอบพิธีกรรมเลี่้ยงผีช่วงเดือน 9 ของ
ล่วงหน้า ซ่ึงบางแห่งอาจมีการออกการ์ดเชิญอย่างเป็นทางการ ชาวล้านนาที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น จะพบว่าแม้ในสังคม
วันเตรียมงาน เจ้าภาพและลูกศิษย์ลูกหา จะช่วยกันจัดทำ�ขันครู ยุคปัจจุบัน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะเจริญก้าวไกลไปมาก
หรือพานครทู ี่มักประกอบไปดว้ ยสวยดอก (กรวยดอกไม)้ สวยพลู เพียงใดก็ตาม แต่พิธีกรรมเหล่านี้ยังมีการยึดถือปฏิบัติกัน
(กรวยพลู) หมาก ผ้าขาว ผ้าแดง และอ่ืนๆ ตามแต่ครูแต่ละที่จะ อย่างแพร่หลาย ซ่ึงหากเราคิดแต่เพียงจะพิสูจน์ว่าพิธีกรรม
กำ�หนด พอถึงวันงานก็จะมีการอัญเชิญขันครูขึ้นวางไว้บนห้ิงบูชา ความเชื่อ หรือผีท่ีปรากฏอยู่ในพิธีกรรมเหล่าน้ันมีจริงหรือไม่
พร้อมกับนำ�เคร่ืองสังเวยต่างๆ มาบวงสรวง บางแห่งอาจมีเพียง ก็อาจจะมองไม่เห็นประโยชน์ที่จะได้รับมากนัก แต่หากจะมอง
ผลไม้ แต่บางแหง่ อาจจะมขี า้ วปลาอาหารคาวหวานอืน่ ๆ เพม่ิ เติม ว่าบทบาทและความสำ�คัญของผี มีความสำ�คัญต่อคนล้านนา
เข้ามา เช่น ไก่ต้ม หัวหมู เป็นต้น หลังจากถวายเสร็จอาจมีการ มากน้อยเพียงใด ก็คงจะเห็นประโยชน์มากมายมหาศาล อย่างน้อย
ฟ้อนรำ�บวงสรวงเพอื่ เป็นการบชู าครูตลอดทง้ั วัน โดยจะมลี กู ศิษย์ ความเชื่อเร่ืองผีก็มีอำ�นาจบางอย่างที่กฎหมายมีไม่ได้เพราะ
ลูกหาทยอยกันมาร่วมงาน เพื่อเป็นการแสดงถึงความกตัญญู กฎหมายเอาผิดได้เฉพาะความผิดที่มีพยานหลักฐานปรากฏ
รคู้ ณุ ท่เี คยไดร้ บั การช่วยเหลือจากผีเจา้ นายนนั่ เอง เห็นได้ด้วยตา แต่อำ�นาจของผีสามารถเอาผิดกับผู้กระทำ�ผิด
นอกจากน้ีอาจจะพบว่าในบางท้องถ่ินก็อาจเล้ียงผี ได้ทุกคน ทุกที่ ทุกเวลา เอาผิดได้แม้กระท่ังความผิดที่ไม่มีใคร
ที่ดูเหมือนว่าจะคล้ายคลึงกับผีเจ้านายเพราะมีการฟ้อนรำ�เหมือนกัน รู้ใครเห็น ดังน้ันคนล้านนาจึงยังมีการบูชาเลี้ยงดูผีเพ่ือเป็น
แต่แท้ที่จริงแล้ว เป็นการเล้ียงผีคนละประเภท ซ่ึงการเลี้ยงผี การขอบคุณท่ีผีช่วยคุ้มครองคนดี ลงโทษคนผิด และทำ�ให้คน
ประเภทนี้ เรียกว่า “การเล้ียงผีมดผีเม็ง” หรือ การฟ้อนผีมดผีเม็ง เกรงและกลัวที่จะทำ�ผิด ท้ังความผิดท่ีจะนำ�ความเส่ือมเสียมาสู่
ซึ่งเป็นผีประจำ�ตระกูลหรือผีบรรพบุรุษคล้ายกับผีปู่ย่า ดังนั้น ตนเอง ครอบครัว สังคม จนกระท่ังถึงประเทศชาติ และตราบใด
การประกอบพิธีกรรมก็จะเป็นงานภายในสายตระกูลหรือเฉพาะ ท่ีคนล้านนา ยังคงเห็นความสำ�คัญของความเชื่อเรื่องผี พิธีกรรม
ครอบครัวเท่านั้น โดยข้ันตอนการประกอบพิธีกรรมนั้นจะมีการ เลี้ยงผีก็จะยังคงอยู่ และจะเป็นพิธีกรรมที่คงอยู่อย่างสง่างาม
กำ�หนดไว้อย่างเป็นแบบแผนชัดเจน นับตั้งแต่รูปแบบของปรัมพิธี ในฐานะของพิธีกรรมที่ช่วยให้คนในสังคมไม่กล้าท่ีจะทำ�ความผิด
หรือที่คนล้านนาเรียกว่าผาม อาหาร และขนมที่จะนำ�มา และอย่รู ว่ มกนั อยา่ งสนั ตสิ ุขสืบไป
บรรณานุกรม :
มณี พยอมยงค์. 2529. ประเพณีสิบสองเดือนล้านนาไทย. เชียงใหม่ : โครงการศูนย์ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย. 2542. สารานุกรมวัฒนธรรมไทยภาคเหนือ. กรุงเทพฯ : มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์.
ขอขอบคุณภาพจาก :
ภาพเล้ียงผีดงเย็น https://phulangka.blogspot.com
ภาพเล้ียงปู่แซะย่าแซะ https://liangpusaeyasae.wordpress.com
ภาพพิธีเล้ียงดงผีปู่แสะย่าแสะ ยักพิทักษ์ดอยสุเทพ http://cm365days.com
ภาพการฟ้อนผีมด http://www.chiangmaiworldheritage.net
ภาพพิธีเล้ียงผีปู่แสะย่าแสะ http://mummedee2.blogspot.com
59
ล้านนาคดี
จีรสิทธ์ิ สงค์ประเสริฐ
บญุ คือ เคร่ืองชำ�ระจติ (ใจ) ใหส้ ะอาด นำ�มาซึง่ การบูชา
และนา่ ชื่นชม ตรงข้ามกับ บาปซึ่งเป็นสง่ิ หรือสภาวะท่ที �ำ ใหจ้ ติ ตกต่ํา
การเกดิ บาปขน้ึ มาความคดิ ไมด่ ี ท่ไี ด้แก่ ราคะ โลภะ โทสะ โมหะ
และอาการจติ หดหู่ เปน็ ตน้ กบ็ ังเกดิ ขณะทก่ี ศุ ล
คอื สิง่ ดงี าม เปน็ ไปดว้ ยความฉลาด
กุศล เหนอื กวา่ บุญ 4 ประการ ไดแ้ ก่ คำ�ชี้แจงจากผู้เขียนปกตินิยมเขียนส้ันๆ เกี่ยวกับ “ธรรม”
เพราะต้องการให้อ่านในเวลาสั้นๆ แต่บางท่านท่ีได้อ่านแล้ว
1. อาโรคยะ ไม่มีโรคทางใจ และชว่ ยเกอ้ื กูลต่อสุขภาพกาย เสนอมาทางผู้เขียนว่า หากเขียนโดยขยายความแม้จะยาวหน่อย
2. อนวัชชะ ไม่มีเสียหาย ปราศจากโทษและมลทินท้ังปวง กน็ า่ จะเปน็ ประโยชนย์ ่ิงขนึ้ กว่า
จนเกิดความปลอดโปรง่ สะอาดบริสุทธ์ิ ผู้เขียนขอหยิบยกเอา “วิกฤตการณ์หมูป่าประสบภัย
3. โกศลสมภูติ เกิดแสงสว่างทางปัญญา ได้แก่ ความรู้ ตดิ ถำ้�” ซ่ึงเป็นตวั อยา่ งส�ำ คญั ท่ีพิเศษ ท�ำ ให้ “โลกธาตหุ วนั่ ไหว”
ความเขา้ ใจ รูด้ ีชั่ว เกิดความสว่าง ไมม่ ดื บอด ทั้งน้ีด้วยอำ�นาจบุญกุศลและบุพกรรมในอดีต ทำ�ให้คนทั้งโลก
4. สุขวิบาก ไดร้ บั ผลคือความสขุ ท�ำ แลว้ เกิดใจสดช่นื เบกิ บาน เกิดเมตตาจติ อยากใหห้ มูปา่ ทัง้ 13 คนพ้นทุกข์
ไม่รอ้ นรน หรอื อดึ อัดขัดข้อง ในฐานะพุทธสาวก เห็นว่า เหตุการณ์หมูป่าติดถ้ำ� อาจจะ
ต้องหยิบฉวยมาอธิบายบุญกุศลยาวมากหน่อย ด้วยเหตุผู้เขียน
บุคคลที่มีส่งิ ดี 5 ประการ อนั ไดแ้ ก่ มปี ัญญาเพียงน้อยนดิ แตท่ ่านผ้อู ่านที่สนใจติดตาม อาจจะน�ำ ไป
ประกอบพิจารณาให้เกิดแสงทางปัญญาสว่างไสวมากยิ่งข้ึนก็ได้
1. คิดดี สัมมาทิฏฐิ ไม่มุ่งร้ายเบียดเบียนใคร คิดสร้างสรรค์ ด้วยเหตุการณ์ “โลกธาตุหว่ันไหว” ในช่วงชีวิตเรา-ท่าน ไม่ใช่เห็น
ใหเ้ กิดประโยชน์ ไดง้ า่ ยๆ
2. พูดดี สัมมาวาจา พูดความจริงไม่โป้ปด มีเหตุผล
พูดไพเราะ ไม่หยาบคาย ไม่ส่อเสียด สร้างความแตกแยก ไม่พูด กฏแหง่ ธรรมชาติ
โปรยประโยชน์ หวงั เอาแตไ่ ด้
3. ทำ�ดี ท�ำ แตก่ ุศลกรรม ไมท่ �ำ รา้ ยเบียดเบียนใคร ดำ�รงตน ธรรมชาติ มีอำ�นาจมหาศาล มีกฎบังคับของตนเอง
มน่ั ในคลองธรรม มุ่งท�ำ -สรา้ งแต่ประโยชน์ตนประโยชน์ท่าน เป็นกฎแห่งธรรมดา ท่ีเรียกว่า กฎ 5 ได้แก่ (1) อุตุนิยามเป็นกฎ
4. คบคนดี คนที่เป็นสัตบุรุษ ไม่ใช่คนพาล ฉ้อฉลที่เห็นผิด ว่าด้วยปรากฏการณ์ธรรมชาติ อุณหภูมิ น้ำ� อากาศ ฤดูกาล
เป็นชอบ ดังเช่นผู้หมกมุ่นในอบายมุข-สุรา-นารี-พาชี-กีฬาบัตร (2) พีชนิยาม กฎว่าด้วย การสืบเผ่าพันธุ์ พันธุกรรม กรรมพันธ์ุ
หรอื พวกประพฤติทจุ ริต ประพฤตมิ ิชอบ เป็นต้น (3) จติ นิยาม ว่าด้วยการทำ�งานทางจิต ระบบจติ ใจ (4) กรรมนิยาม
5. อยู่ในสิ่งแวดล้อมดี อยู่ในวงคนดีมีศีลธรรมจิตใจสะอาด เป็นกฎว่าด้วยกระบวนการให้ผลการกระทำ�หรือพฤติกรรมมนุษย์
อยู่ในเขตแว่นแคว้นประเทศที่สงบสุข ร่มเย็น ปราศจากสงคราม และ (5) ธรรมนิยม ว่าด้วยความสัมพันธ์และอาการที่เป็นเหตุ
หรือการแก่งแย่งชิงดีไม่ริษยา หรือในสภาวการณ์ท่ีมีแต่ขยะโสโครก เป็นผลแก่กนั แหง่ ส่ิงทั้งหลาย อาทิ ปฏิจสมุปบาท
อนั นับเป็นแหล่งบาปอกุศลท้งั ปวงที่ล้วนแตไ่ มท่ ำ�ใหจ้ ิตใจเบกิ บาน การที่นักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 คน
บุคคลท่านใดที่มีสิ่งดี 5 ประการ ที่ยกมานี้ก็นับเป็นบุญ เข้าไปเท่ยี วในถ�้ำ หลวง ขุนนำ้�นางนอน ตำ�บลโปง่ ผา อ�ำ เภอแมส่ าย
กุศลย่ิง จัดอยู่ในผู้มีกุศลธรรมงดงาม ข้อควรพิจารณาปฏิบัติตน จังหวัดเชียงราย เม่ือวันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน 2561 ซ่ึงอยู่ในช่วง
ใหอ้ ยรู่ ว่ มกนั อย่างสันตสิ ขุ คอื ฤดูฝน พวกเขาติดคา้ ง ณ เนินนมสาว ในถ�้ำ นับ 10 วัน จงึ ได้ถกู
ค้นพบจากทีมค้นหา ในวันอังคารท่ี 3 กรกฎาคม ซ่ึงระหว่างนั้น
อนั ใด เดอื ดรอ้ นเขา สบายเรา อยา่ ทำ� อนั ใดเดอื ดรอ้ นเรา ต้องอดอาหาร พวกเขามีเพียงแต่นำ้�กินจากหินย้อยประทังชีพ
สบายเขา อย่าทำ� อันใดเดือดร้อนเรา เดือดร้อนเขา ก็อย่าทำ� และเคลื่อนไหวหาทางออกเท่าที่จำ�เป็น ใช้สติ สมาธิ ควบคุมจิต
อนั ใดไมเ่ ดอื ดรอ้ นเขา ไมเ่ ดอื ดรอ้ นเรา จงคดิ -จงพดู -จงทำ�เถดิ อารมณ์ตน
แต่อย่าพยายามทำ�ให้คนอ่นื ทำ�ให้ได้เหมือนใจเรา เพราะเราเอง
กท็ ำ�ใหเ้ หมอื นใจคนอน่ื ทต่ี อ้ งการไปหมดไมไ่ ด้
ภาพ 13 หมูป่า
ที่มา : https://workpointnews.com, 2561 : ระบบออนไลน์
61
ภาพท่ี 1 ป้ายวนอุทยานถ้�ำหลวง-ขุนน้�ำนางนอน ที่มา : https://travel.mthai.com, 2561 : ระบบออนไลน์
ศูนย์อำ�นวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายถ้ำ�หลวง (ศอร.ถำ้�หลวง) คือ ถ้ำ�พระวังแดงจังหวัดพิษณุโลก 13.6 กม. ลำ�ดับ 10 คือ
ประกอบด้วย นักดำ�น้ำ�หน่วยซีล กองทัพเรือและนักดำ�นำ้� ถำ้�ผาผง้ึ จ.น่าน ยาว 4.75 กม.)
ในระดับโลกจากนานาชาติ พร้อมกับผู้ช่วยเหลือจากรัฐ ถำ้ �หลวง เป็นถำ้�หินปูน ชนิด high energy flood cave
และเอกชน นับเป็นหมื่นคนในภารกิจช่วยชีวิต เช่นการสูบน้ำ� (active cave หรือ ถำ้�เป็นที่มีนำ้�หลากท่วมเร็ว ภายในถำ้�
ในถำ้�และเหนือถ้ำ� ระบบเติมอากาศ การใช้แสงสว่าง การ มีหินงอกหินย้อยตลอดความยาว เป็นถ้ำ�มืดมิดใต้ถ้ำ�มีลำ�ธารน้ำ�ไหล
สนับสนุนเสบียงอาหารและบริการแก่เจ้าหน้าท่ีที่ทำ�งานในสนาม โพรงอากาศลดลงเม่ือน้ำ�ท่วมหลากสูงในถ้ำ� บางจุดของถ้ำ�
เป็นต้น ได้ทำ�การช่วยชีวิตหมูป่าออกมาได้ทุกคนโดยปลอดภัย แคบมากคดเค้ียว มีหินแหลมคม มโี คลนเลนบางตอน
ในวันท่ี 8-9-10 กรกฎาคม โดยได้นำ�ออกมาแต่ละวัน 4-5 คน ส่วนแคบของถ้ำ� เกิดจากน้ำ�พัดพาทรายมากลบช่องแคบ
โดยลำ�ดับ มีสื่อมวลชนไทยและและต่างประเทศนับพันคน ที่มีหินขนาดใหญ่ขนาบอยู่ ส่วนที่เป็นโถงใหญ่และมีมวลน้ำ�
มาทำ�ข่าว การกู้ชีพเป็นไปด้วยความยากลำ�บาก เพราะในถำ้� มาขังมาก เรียกว่า พัทยา มีหาดทรายที่เรียกพัทยาบีช บางตอน
มีน้ำ�มากมหาศาล (กว่า 3.2 ล้านคิวบิกเมตร) ถ้ำ�มืด หนาวเย็น มีโถงขนาดไม่กว้างนักหลายโถง ทางเดินส้ันๆ บางตอนเดินได้
อากาศน้อย ถำ้�แคบ หินในถำ้�แหลมคม การลอดตัวตรงทาง แต่การไปมาภายในถ้ำ�ต้องใช้วิธีดำ�น้ำ�ในถำ้� และต้องใช้อุปกรณ์
แคบทำ�ได้ยาก ต้องวางเบสไลน์ วางจุดขวดเติมอากาศต้องวาง ด�ำ นำ�้ ที่มปี ระสิทธภิ าพชว่ ยในการหายใจนานกว่าการดำ�น�ำ้ ทัว่ ไป
เป็นระยะๆ เพราะการดำ�น้ำ� จากปากถำ้�ไปยังจุดเนินนมสาว ในถำ้�อากาศหนาวเย็น อากาศใช้หายใจมี O2 ระดับ
ราว 3.85 กิโลเมตร มืดสนิท ดำ�น้ำ�ไปกลับใช้เวลา 9-11 ช่ัวโมง 15-25% (ปกตริ า่ งกายตอ้ งการ O2 ระดับ 21%)
ประกอบกับต้องทำ�งานแข่งเวลาในขณะที่การพร่องน้ำ�สูบ เขานางนอน เป็นเขาเหนือถ้ำ� มีสภาพต้นไม้เขียวขจี เป็น
ออกจากถ้ำ�ไม่ทันการณ์ กับการท่ีนำ้�ไหลลงมาท่วมในถำ้�ซ่ึง ป่าเบญจพรรณ มีสภาพรับน้ำ�และมีโพรง-ซอกหิน เป็นทางนำ้�
หลากลงมาจากผิวด้านเหนือถำ้� นอกจากน้ียังต้องเจาะบาดาล ไหลลงถำ้�มากมายหลายจุด กระจายทั่วบริเวณ จุดใหญ่เรียก
เหนือถำ้�ในดินที่อ่ิมน้ำ�พร้อมกับการต้องเบ่ียงทางน้ำ�ไปลง Sink hole ในฤดูฝน พ้ืนดินบนภูเขาดูดซับน้ำ�ฝนจนอ่ิมน้ำ�
ในไร่นาใกล้เคียง ขณะท่ีอุปกรณ์ดำ�น้ำ�ทันสมัยมีเฉพาะนักดำ�นำ้� พร้อมที่หยดลงสู่หินย้อยจากเพดานถำ้� จึงเป็นหินย้อย ส่วนที่
ถ้ำ�ระดับโลก (เป็นเครื่องที่แปลง CO2 จากการหายใจได้แปลง ลงพ้ืนถ้ำ�ก็เป็นหินงอก บริเวณท่ีหมูป่าติดในถำ้�มีหินย้อยเป็นนมสาว
เป็น O2) ทางหน่วยซีลไทยไม่มี อุปกรณ์ดำ�นำ้�ธรรมดาใช้ได้เพียง เรียกเนินนมสาว
2-3 ช่วั โมง จงึ ด�ำ น้ำ�ในเวลาจ�ำ กดั มาก ต้องอาศัยขวดเตมิ อากาศ การพร่องน้ำ�จากถำ้� ก็ต้องใช้สูบนำ้�ออกจากลำ�ธารในถำ้�
เจาะบาดาล เบี่ยงทางน้ำ�ที่เป็นจุดรับนำ้� ทำ�ทางระบายบนผิวดิน
สภาพกายภาพ ภูมิประเทศ และสิง่ แวดลอ้ มตามธรรมชาติ เหนือถ้ำ� ต้องแขง่ กบั การตกของฝนที่ชกุ หนัก (โดยเฉพาะชว่ งเวลา
หมูป่าติดถำ้�) และในตอนกู้ชีพนำ�หมูป่าออกจากถ้ำ� ซึ่งพร่องนำ้�
ถำ้ �หลวง มีความยาวจากฝ่ังไทยจรดฝั่งพม่า ราว 10.3 กม. ได้บางส่วน เพราะน้ำ�หลากไหลลงถ้�ำ มาจากหลายทิศทาง
นับเป็นถำ้�ท่ีมีความยาวลำ�ดับที่ 4 ของประเทศไทย (ลำ�ดับ 1
62
ภาพที่ 2 ปฏิบัติช่วยชีวิตในถ�้ำ ที่มา : https://themomentum.co, 2561 : ระบบออนไลน์
เหตุใดคนทั่วโลกเกิดเมตตาจติ อยากช่วยชีวติ หมูปา่ ชาวไทยหลากหลายอาชีพ รีบรุดมาต้ังโรงทานเป็นเสบียง
ระบบส่ือสารดาวเทียมที่รวดเร็ว ไร้พรมแดน ข่าวหมูป่าที่เป็น ให้คนทำ�งานและส่ือต่างๆ วินมอเตอร์ไซค์ปากทาง ช่างตัดผม
นักกีฬาฟุตบอล อายุน้อย (11-17 ปี) กับโค้ช (25 ปี) ติดค้าง นวดฝ่าเท้า ร้านซักผ้า (พอ วัชรดล) ช่วยซักรีดชุดที่หน่วยซีล
ในถ้ำ�ในช่วงเวลาเดียวกับการแข่งขันฟุตบอลโลก จุดชนวน ท่ีทำ�งานในถ้ำ� คนไทยขนข้าวต้มมัด สเต็ก ฮอทด็อก ไข่ดาว
ให้โลกเห็นว่า เด็กเล็กซุกซนตามประสา เป็นนักกีฬามีวินัยนับว่า กาแฟสด ไว้บริการฟรี ชาวนาแม้ข้าวในนาตนจะเสียหายก็ยอม
น่ารัก น่าชัง (ปิยะรูปัง-สาตะรูปัง) ผู้เคยสำ�รวจถำ้�หลวง ประมุขประเทศใหญ่ๆ และประมุขศาสนาต่างๆ แสดงความหว่ งใย
Mr.Vern Unsworth (ชาวอังกฤษ, เขยเชียงราย) รีบรุดไปดู รวมถึงการขนเครื่องสูบน้ำ�พญานาค และเครื่องเจาะน้ำ�บาดาล
และ Mr.Martin Ellis (ชาวเดนมาร์ก เขยหล่มสัก เคยทำ�แผนผัง ท้ังขนาดใหญ่และเล็ก ต่างก็นำ�มาใช้โดยสมัครใจไม่คำ�นึงถึง
ถำ้�หลวงมาแสดงตัวกับ ศอร.ถำ้�หลวง คนแรกบอกไม่มีเวลาแล้ว ค่าใชจ้ ่ายใดๆ ขอให้หมปู ่าปลอดภัย
ให้ติดต่อ Mr.Rick Stanton (นักดำ�นำ้�ถ้ำ�ระดับโลกชาวอังกฤษ, กระแสข่าว ทำ�ให้โลกรับรู้ ติดตาม ผูกพัน เป็นทุกข์แทน
ปั จ จุ บั น เ ป็ น พ นั ก ง า น ดั บ เ พ ลิ ง C o v e n t r y ) กั บ คู่ หู คื อ เกิดจิตเมตตา ห่วงใย อยากช่วยให้พ้นทุกข์ในถ้ำ�มืดเด็กๆ
Mr.John Volanthen (ผู้มปี ระสบการณ์ช่วยเหลอื กภู้ ยั ในถ�ำ้ ฝรั่งเศส คงหิวมาก โลกถูกจิตนำ�ไป กรรมปรากฏในถำ้� บุญกุศลเกิดในถ้ำ�
และนอร์เวย์) ทั้งสองมีอุปกรณ์ดำ�นำ้�ที่มีประสิทธิภาพสูงติดต่อ และบนถ�ำ้ จากมนุษยธรรมทช่ี ่วยกนั ตามหา โลกธาตุหวั่นไหว ไมใ่ ช่
พวกเขาท่ี Derbyshire Cave Rescue Organization UK Embassy ญาติก็เหมือนญาติ ไม่ใช่พ่ีน้องก็เหมือนพี่น้อง คนท่ัวโลกค้นหา
ASA) เปิดเผยภายหลังว่า Stantion มีเพ่ือนสาวเป็นพยาบาล เรอ่ื งถำ้�หลวงในกูเก้ิลเพือ่ ตามหมูป่าติดถ�ำ้ ถึง 369 ลา้ นครง้ั
ในออสเตรเลีย และชาวเชียงรายกเ็ ดินทางมาชว่ ยในภารกจิ นด้ี ว้ ย คนทั้งโลก มาช่วยชีวิตหมูป่า นี่เป็นบุญกุศลหรือสุขวิบาก
เมื่อทั้งสองมาถึงถำ้�หลวง ก็แจ้งกับ ศ.อร.ว่า งานน้ี คือ ผลบุญจากชาติภพเดิม ใช่หรือไม่? และการท่ีพวกเขา ถูกนำ้�
เป็นภาระหนักหน่วงให้ขอตัว Dr.Richard Harris วิสัญญีแพทย์ ท่วมในถ้ำ�กักตัว อดอาหารอยู่ในถำ้�มืดมิด หนาวเย็น พบความ
ชาวออสเตรเลีย ประจำ� Medstar บริการกู้ชีพทางอากาศ south ล�ำ บากกินนอน ขบั ถ่าย เปน็ กรรมวบิ าก ใช่หรอื ไม่?
Australia มาช่วยเพราะเขามีประสบการณ์เคยช่วยผู้ประสบภัย น่ีคือ กรรมนิยาม ใช่ไหม กฎแห่งกรรมมีจรงิ แนแ่ ท้
ในถำ้�ที่มีน้ำ�เย็นจัดมาแล้ว ฝร่ังทุกคนเห็นการทำ�งานทีมไทย ส่วนการที่หมูป่าราว 4 คน มีปญั หาด้านสถานะทางสญั ชาต
แข็งขันทุ่มสุดตัว เอาจริงจังทั้งยังมีพระมหากรุณาเป็นล้นพ้น หรือเผ่าพันธ์ุ รอการพิสูจน์ ตกอยู่ใน พีชนิยาม คือ กฎทาง
ที่พระเจ้าอยู่หัวโปรดพระราชทานอุปกรณ์ และเคร่ืองมือ พันธุกรรมเช้ือชาติเผ่าพันธุ์ แม้ขณะนี้ หมูป่าเป็นที่รู้จักกันท่ัวโลก
ท่ีหน่วยซีล ต้องการกับโปรดให้จัดตั้งโรงครัว ทั้งนี้เจ้าฟ้าหญิง แล้วก็ตามที ยงั คงมอี ปุ สรรคให้ตอ้ งด�ำ เนินการในการขอสัญชาติ
จุฬาภรณ์โปรดพระราชทานเงินหลายแสนช่วยเหลือ อีกท้ัง เจตนาทีห่ ยบิ ยกมากล่าว เพอื่ ทา่ นท้ังหลาย จะไดเ้ ข้าถึงกฎ
พระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์โปรดประทานกำ�ลังใจ 5 แห่งธรรมชาติว่ามีอำ�นาจย่ิง เป็นด่ังที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัม
และความชว่ ยเหลืออนื่ ๆ พทุ ธเจ้าไดโ้ ปรดเทศนาไว้นานกวา่ 2,600 ปแี ล้ว
63
ภาพท่ี 3 โค้ชเอกนอน
ท่ีมา : https://www.thairath.co.th/content/1340297,
2561 : ระบบออนไลน์
โคช้ เอกผู้นำ�ทมี หมูป่าในภาควิกฤติ 10 วันตดิ ถำ�้ ทำ�ให้คนค่อนโลก หันมาสนใจเรื่องสมาธิ เพราะเป็นส่ิงเดียว
นายเอกพล (เอก) จนั ทะวงษ์ โค้ชท่ีมอี ายุ 25 ปี อายสุ งู สุด ที่ก่อความสงบสุขในท่ามกลางวิกฤติ โค้ชเอกเป็นประทีป
ในกลุ่มหมู่ป่าซ่ึงเป็นเด็กส่วนใหญ่มีอายุเพียง 11-17 ปี (จำ�นวน แห่งความหวังพรุ่งน้ีคนค่อนโลกจะรู้จกั สมาธิ
12 คน) ท่ีถูกนำ้�ในถำ้�กักติดถำ้� 17 วัน กว่าที่ทีมค้นหามาพบนั้น เขาจะรู้จักบุญที่เกิดจากสมาธิ เมื่อเกิดความสุขใจสุขกาย
ทีมหมปู ่าถกู กักขงั แลว้ นาน 10 วนั ดงั กล่าว คนค่อนโลกจะมีเมตตาธรรม ไมท่ �ำ ร้าย ไมเ่ บยี ดเบยี นกัน
วันที่ 23 มิถุนายน 2561 เม่ือทีมหมูป่าติดน้ำ�ท่วมในถ้ำ� ปัญหาใหญ่ของการติดถำ้� คือ อารมณ์และความรู้สึก
เขาให้เด็กทั้งหมดท้ิงกระเป๋าสัมภาระ แล้วว่ิงหนีนำ้� พบโพรงถำ้� นึกคิดการสงบสติอารมณ์ในที่แคบๆ มืดมิด แม้แต่จะมีอาหาร
ให้เด็กๆ ช่วยกันขุดโคลนดิน โดยใช้เศษแผ่นหิน ขุดยกหินออก ก็ยังเป็นเร่ืองท่ีทำ�ได้ยาก สมาธิลดการตื่นกลัวและการหวาดวิตก
เปิดทางให้กว้างแล้วลอดเข้าไปถึงสามแยกน้ำ�ไหล เม่ือน้ำ�หลาก ที่ครอบงำ�อารมณ์ เราได้พบมหาสมบัติท่ีเปล่งประกายงดงาม
มากเข้าจึงต้องพาตัวหนีเข้าไปเรื่อยๆ แม้จะช่วยกันก่อกำ�แพง คือ สมาธิ จากถ้ำ�ลึกลับท่ีมีทั้งความหว่ันไหว ความหมดหวัง
ดินกั้นแต่ไม่อาจสู้แรงน้ำ�ได้ พวกเขาต้องเดินลุยนำ้�ไปจนถึง และเกดิ ความสมหวังขึน้ ใหม่
เนินนมสาว ปรบั สภาพเนินใหเ้ ป็นพื้นราบ ให้พอพกั อาศยั ชวั่ คราว หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี สอนไว้ว่าการแก้กรรมเวรให้ถูกจุด
ในถำ้�หนาวมาก โค้ชเอกให้เด็กๆ ช่วยกันขุดอุโมงค์ลึก 5 เมตร คือ การต้องทำ�สมาธิ เพราะเป็นการฝึกหัดจิตโดยตรง หากสติ
ไวพ้ กั นอนร่วมกนั อาศัยไออุ่นไมใ่ หห้ นาว เดก็ คนเลก็ สุด 11 ขวบ คมุ จติ ทีเ่ ปน็ ผกู้ ่อกรรมเวร ให้ต้งั จิตในความสงบ มีสติตนื่ ร้ไู ม่ส่งส่าย
(ไตต้ัน) เขากอดทกุ คนื เพอ่ื ปลอบใจ ไม่ใหก้ ลัวความมืด ตลอดเวลา ไปแสวงหากรรมเวร กรรมเวรของจติ ก็จะสนิ้ สุดเพยี งนี้
กินนำ้�ย้อยจากหินย้อยพอประทังชีวิตไม่ให้หิว ให้เด็กอยู่นิ่ง ประวัติเดิมโค้ชเอก กำ�พร้าบิดา มารดา เคยบวชเรียน
น่ังสมาธิ เซฟพลังงานตัวเองให้ทุกคนมีสติ เอาความสงบสยบ ที่ลำ�พูน 7 ปี นำ�เร่ืองสติ-สมาธิ-ปัญญา ระหว่างที่ได้บวชเรียน
ความตื่นตกใจจากความหวาดกลัวท้ังให้คลายจากความมืดและ มาใช้ในยามวิกฤติได้อย่างน่าสรรเสริญ โรงเรียนในออสเตรเลีย
การอดอาหาร ได้บรรจุการสอนสติ สมาธิน้ีแล้วหลายแห่ง วุฒิสภาไร อันเสนอ
ส่ือชาวเยอรมัน (Rita Laut) กล่าวว่าเด็กหมูป่าแข็งแกร่ง เรื่องสมาธิในพุทธศาสนาเป็นเรื่องท่ีชาวอเมริกันต้องฝึกหัดเรียนรู้
ทำ�ได้ในสิ่งเหลือเช่ือ โดยมีโค้ชเอกเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจ ท้งั ประเทศ
64
ภาพที่ 4 ภาพแผนผังจากซีล ท่ีมา : https://เร่ืองจริงผ่านเลนส์.com, 2561 : ระบบออนไลน์
การดำ�เนนิ การ “คน้ หา-กู้ชีพ และสง่ กลับ” หมปู ่า ทุกข์นี้ คนท้ังโลก เข้าใจชดั เจน ทีม ศอร. ไดค้ น้ หา สมทุ ัย
ภารกิจหนักภายใต้การบริหารจัดการของ ศอร. นำ�โดย อันเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์ คือ ระดับนำ้�ท่วมในถ้ำ�ท่ีข้ึนสูงมาก
ท่านณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.เชียงราย (ขณะน้ัน)ในฐานะ (กัก 13 หมูป่าไม่สามารถออกได้) นิโรธ ความดับทุกข์ คือ
ผอ.ศอร., พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผอ.รบพิเศษทางเรือ, การเอาชวี ิตทัง้ 13 คนออกมาโดยด�ำ น้ำ�ไปช่วย มรรค วธิ ีดับทกุ ข์
นอ.อนันต์ สุราวรรณ์ (หน.หน่วยซีล) ทีมนักดำ�น้ำ�ในถำ้�หน่วยซีล โดยใช้ยอดนกั ดำ�น�้ำ ใชเ้ ครือ่ งมือ อุปกรณ์จ�ำ เป็น ไปพาตวั ออกมา
และผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ 15 ประเทศ ระดับ The World ทมี ชว่ ยเหลือดำ�เนินการดว้ ยสัมมาทฏิ ฐิ เป็นความเหน็ ชอบรว่ มกัน
Best Divers, ทหารเรือหน่วยซีล 158 ชีวิต, ทหารบก, ตำ�รวจ, ทั้งหลักวิชาการ เทคโนโลยีการใช้อุปกรณ์เคร่ืองมือ วิธีและ
นักวิชาการ วิศวกรรม, ธรณีวิทยา ฟิสิกส์ และอีกมากมายท่ีมี แนวทางปฏิบัติอื่นๆ ที่จำ�เป็น อาทิ การตัดทางนำ้�ทุกทางที่จะ
จิตใจเสียสละนา่ ยกย่อง นบั ว่าเปน็ ทีมระดับโลก ทส่ี ามารถเปลยี่ น ลงสู่ถำ้� เช่น การค้นหาจุด sink hole การสูบ การเบี่ยงทางนำ้�
Mission Impossible มาเป็น Mission Possible อย่างที่ไม่เคย เจาะบาดาล การลำ�เลียงเคร่ืองมือหนักบนเขาสูง มีการวางแผน
ปรากฏที่ใดในโลก พวกเขาสามารถค้นหากู้ชีพ 13 หมู่ป่า จากถ้ำ� ต่อไปในการนำ�ตัวเด็กส่งแพทย์ท่ีโรงพยาบาลโดยเฮลิคอปเตอร์
มดื มิด หนาวเหน็บ อากาศหายใจท่นี อ้ ย น้ำ�ท่วมมากในถ�้ำ ตอ้ งใช้ รถลำ�เลียง โดยระบบการจราจรมิให้ติดขัดในนาทีฉุกเฉินช่วยชีวิต
วธิ กี ารด�ำ น้ำ�ทแ่ี สนล�ำ บากช่วยออกจากถ�ำ้ เปน็ ต้น ยงิ่ ไปกวา่ นั้น การจัดระบบการให้ข่าวแก่กองทพั สอื่ มวลชน
ด้วยพระบารมีปกเกล้า พระเจ้าอยู่หัวโปรดพระราชทาน นบั พันคนจากทกุ สารทิศของโลก นับว่ามีประสทิ ธิภาพสูง
ชว่ ยทกุ อย่างทจี่ �ำ เปน็ ท้ังอปุ กรณด์ �ำ น้ำ� อาหารระหวา่ งการท�ำ งาน แนวปฏิบัติของ ศอร. ภายใต้การดำ�เนินการท่ีมีแผน
ระดมสรรพก�ำ ลังเครอ่ื งมอื สบู น�ำ้ การคน้ หาตาน�้ำ บนถำ้�แบบปูพรม ดี-ยืดหยุ่น-มีประสิทธิภาพ คนท้ังโลกยกย่องว่าเป็นการบริหาร
ของทหารตำ�รวจนับพันนาย ทุกความพยายามไม่อาจนำ�มาซึ่ง จัดการท่ีดีเย่ียมซึ่งฝร่ังในชาติท่ีพัฒนาเจริญแล้ว ให้ดูไทย
ความสำ�เร็จ แต่ทุกความสำ�เร็จล้วนบังเกิดจากความพยายาม เป็นตัวอย่าง มีเฟสบุ๊คจาก Darren Marshall (ออสเตรเลีย) และ
ปฏิบัติการนี้ทำ�ให้เราสูญเสียจ่าแซม (น.ต.สมาน กุนัน) นักดำ�น้ำ� BBC News (UK) เผยแพร่ นำ้�ใจ-ความเสียสละ-สามัคคีในการ
หน่วยซีลในภารกิจหนักหน่วง วิกฤตการณ์นี้ ร้อยรัก หลอมรวม ช่วยเหลือน้ี Breanne Smutnik ประทับใจคนไทยกับความห่วงใย
ความรักความปรารถนาดีของคนท่ัวโลกโดยไม่เลือกชาติ ศาสนา ของเขาท่ีมีต่อเด็ก เขาช่ืนชมในการช่วยชีวิตและทำ�ทุกอย่าง
ผิวพรรณ เพศ วัย การกู้ภัยระดับโลกนี้ น้ำ�ใจโลกไหลรวม ให้เด็กกลับสูบ่ ้าน
อยา่ งท่วมทน้
65
โลกปิตยิ ินดีเม่อื ชว่ ยทมี หมปู า่ รอดชีวิตได้ ชาวออสเตรเลีย พูดที่ออสเตรเลีย) ว่า เขาไม่ใช่ Hero แต่เขา
มหาทาน ที่เกิดขึ้นในดวงจิตของทุกคนในโลก ระหว่าง ได้รับความช่วยเหลือภารกิจน้ีอย่างดีจากหน่วยซีลทหารเรือ
การดำ�เนินการช่วยชีวิต มหาเศรษฐี อาทิ Elon Musk (บริษัท ไทย ภารกิจจึงสำ�เร็จ อย่างไรก็ตาม คนไทยทุกคนต่างขอบคุณ
เทสลา) นำ�แคปซลู ดำ�น้ำ�มาชว่ ยในสายตาฝรั่งแมค้ นไทยจ�ำ นวนมาก และช่ืนชมวีรกรรมของเขา วีรบุรุษตัวจริงท่ีไม่ได้พูดเลย คือ
จะยากจนเพียงใด ต่างขนเครื่องมืออุปกรณ์ เช่น เครื่องสูบนำ้� น.ต.สมาน กุนัน (ชาวร้อยเอ็ด) ผู้เสียชีวิตในถ้ำ� ขณะที่คนทั้งโลก
เครอ่ื งเจาะบาดาล เป็นตน้ มาชว่ ยยามวกิ ฤติ พูดถึงเขา และศิลปินแห่งชาติอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์
ผู้ที่ยังไม่มีโอกาสมาช่วย เขาตั้งใจรอรับทีมค้นหากู้ชีพ จะทำ�อนสุ าวรีย์หนา้ ถ้�ำ หลวงให้
เม่ือปฏิบัติภารกิจเสร็จงดงาม ด้วยจิตใจอยากตอบแทนขอบคุณ ลูกหมูป่า 12 คนจะบวชให้จ่าแซม อีกคนนับถือศาสนา
วรี บุรุษ คริสต์ ก็จะทำ�พิธีทางศาสนาระลึกถึงคุณความดี ซึ่งกำ�หนด
ชาวอุตรดิตถ์ นำ�ทุเรียนหลง-ลับแล พร้อมข้าวปลา พธิ บี วชในวันศุกร์ 27 ก.ค. 61
อาหารเช้าเม่ือทีมสูบน้ำ�พญานาคแวะพัก ขากลับบ้านคน ค�ำ กลา่ วของท่านผู้ว่าพะเยา ณรงคศ์ ักดิฯ์ ทีว่ ่า “เจอคนหาย
จงั หวัดนครปฐมต้อนรับการกลบั มาด้วยความขอบคณุ อย่าลืมคนหา” โลกยังคงคิดคำ�นึงถึงเขาตลอดไป เมืองไทย
พ.ท.น.พ.ภาคย์ โลหารชุณ (ผบ.พัน เสนารักษ์ 3 มีวีรบุรุษไม่น้อยทั้งคนไทย-เทศ จิตนิยามหรือกฎของจิต
ค่ายสุรธรรมโคราช) ผู้ใช้ชีวิตอยู่กับหมูป่าตลอดเวลาได้รับการ กำ�กับโลก, ทฤษฎี เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยอรรถประโยชน์
ยกย่องสรรเสริญเป็นแพทย์ต้นแบบแห่งการทำ�คุณความดี (Utilization) ไม่มีผลใดๆ วันนี้โลกเข้าสมู่ ิติแห่งกุศลธรรม เป็นมิติ
จากแพทยสภา แห่งความนุ่มนวล อ่อนโยน เป็นมติ ิทีว่ ่า Today The World Won
นักปีนผาอ่าวไร่เลย์ จัวหวัดกระบี่ และทีมเก็บรังนก เพราะภารกิจท่ีย่งิ ใหญ่ ส�ำ เรจ็ ลงไดด้ ว้ ย พลังจากทกุ คนทกุ ชนชาติ
นางแอ่น เกาะลิบง จังหวัดตรัง เป็นที่ยอมรับคุณความดีครั้งนี้ Mr.Burton Blume นักการตลาดชาวอเมริกันว่า Rebranding
เปน็ กุศลทานยิง่ ใหญ่ Thailand in the Dark Cave นเ้ี หน็ จากจติ ใจไทย ขยายการทอ่ งเทย่ี ว
วีรบุรุษมักจะทำ�แล้วไม่พูด วีรบุรุษน้ันหากจำ�เป็นเขาจะ ที่ว่า Amazing Thailand เพราะจิตเมตตาคนไทยน้ัน ดีกว่า
พูดอย่างอ่อนน้อม ยกย่องให้เกียรติผู้อ่ืน ดังเช่น Stanton และ การโฆษณานับหมื่นๆ ล้านบาท ความช่วยเหลือหล่ังไหล
Volan Then (พูดทอี่ งั กฤษ) กับ Dr.Richard Harris (วสิ ญั ญแี พทย์ ทัว่ สารทิศของโลกมาสไู่ ทย
ภาพที่ 5 จ�ำลองการน�ำตัว 13 หมูป่าออกจากถ้�ำ
ท่ีมา : https://South China Morning Post, 2561 : ระบบออนไลน์
66
ภาพท่ี 6 การบวชของ 13 หมูป่า ภาพท่ี 7 จ่าแซม
ที่มา : http://www.siamsport.co.th/football/otherleague/view/81958, ท่ีมา : https://www.posttoday.com/social/general/557353,
2561 : ระบบออนไลน์
2561 : ระบบออนไลน์
มีคำ�กล่าวของชาวอังกฤษวีรบุรุษนักดำ�นำ้�ถ้ำ�กล่าวว่า นจี่ ะเป็นดว้ ยวิบากกรรม
ประเทศไทย คือ The Magic land of Excellence (ดินแดน อานภุ าพแห่งธรรมชาติ
แห่งความมหัศจรรย์ล้ำ�ลึก) ประธานฟีฟ่า (จานน่ี อินฟาติโน่) หรือเพราะส่ือสร้างเหตุการณ์
ผจู้ ดั การสโมสรคารล์ ้ี เคานต์ ้ี (แฟรงค์ แลมพาร์ต) เดวดิ เบคแฮม หรอื จะเป็นเพราะเหตกุ ารณ์สรา้ งสอื่
(นักฟุตบอลแมนเชสเตอร์) ประธานสโมสรเบนพีกาโปรตุเกส
(หลุยส์ ฟิลเิ ป้ เวียร่า) สโมสรบุนเดสสิก้า เยอรมัน (บาเยริ น์ มิวนคิ )
และ น.ส.จิณณณ์ ิตา บุดดี (มิสไทยแลนด์เวลิ ด์ 2016) แสดงความ
ปิติยนิ ดี การชว่ ยเหลอื ชวี ติ หมปู ่าไดส้ �ำ เร็จ โดย รวมพวกเขาพากัน
กล่าวว่าเป็นดินแดนที่มีนำ้�ใจอันวิเศษ มาร์ค ซัคเกอร์เบอร์ก
(เจ้าพ่อเฟสบุ๊ค) ทีมลิเวอร์พูล แมนยู และอีลอน มัสถ์ ว่า
เม่ือช่วยชวี ติ 13 หมูป่าไดส้ �ำ เรจ็ คนทว่ั โลกมีความสขุ มาก
67
ล้านนาคดี
นิคม พรหมมาเทพย์
เมืองล้านนาน้ันมีพิธีกรรมมากมายเกี่ยว
กับการเกษตรกรรม ท่ีสำ�คัญมีพิธีกรรมการเทศนา
ธรรมช่ือว่า “ธรรมป๋าจ้อน” เพ่ือขอฝนจากฟากฟ้า
ให้ตกต้องตามฤดูกาล ได้นำ้ �มาทำ�นา ทำ�การเกษตร
ให้มีข้าว มีพืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ชีวิตอยู่
กันอยา่ งมีความสขุ ดีแท้
เป็นท่ีทราบกันดีว่าในวิถีชีวิตผู้คนล้านนาหรือเรียกว่า ด้วยความเช่ือในบารมีของปลาช่อนตามตำ�นานที่เล่า
คนเมืองนั้นมีชีวิตผูกพันกับวิถีการทำ�เกษตร พร้อมๆ กับผู้คน สืบมาน้ัน ผู้คนชาวบ้านจึงคิดริเริ่มโดยการนำ� “ไม้น้ำ�นอง”
ล้านนาต่างมีความเชื่อในพระพุทธศาสนา จึงได้นำ�เร่ืองราว (ต้นไม้ท่ีตายลอยมาเวลาน้ำ�ท่วมน้ำ�นอง) มาตัดแต่งแกะสลัก
ในพระพุทธศาสนามาใช้ในชีวิตประจำ�วันโดยการนำ�นิทานธรรมะ เปน็ ตวั พญาปลาชอ่ นไว้รว่ มในพิธีแฮกนา บชู าพระแมโ่ พสพ หรอื
เรือ่ งป๋าจ้อนมาพอสรปุ ความไดด้ ังนี้ บางโอกาสที่ฟ้าฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ฝนแล้งไม่มีนำ้�ทำ�นา
คร้ังเม่ือพระพุทธเจ้าทรงเสวยพระชาติเป็นพญาปลาช่อน ชาวบ้านจะนิมนต์พระสงฆ์มาเทศนาธรรมเก่ียวกับพระยาปลาช่อน
(ปลาช่อน ป๋าจ้อน =คนเมืองเรียกว่าป๋าหลิม) ครองบริวาร ช่ือคมั ภีร์วา่ “ธรรมพญาปลาชอ่ น” หรือธรรม “มัจฉาปลาช่อน”
อยู่ในสระน้ำ�ใหญ่แห่งหนึ่ง ต่อมาบ้านเมืองเกิดความแห้งแล้ง เพื่อให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาลชาวบ้านจะได้เริ่มการปลูกข้าว
ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาลยาวนาน น้ำ�ในสระตา่ งๆ กำ�ลงั จะแห้งขอด ทำ�นาท�ำ การเกษตรท�ำ ให้ชีวติ มกี ินมีใชม้ คี วามสขุ
ทำ�ให้สัตว์ทั้งหลายในสระเกิดความเดือดร้อนจะไปสู่ความตาย ในบางท้องที่หรือถ่ินอื่นๆ อาจไม่มีไม้น้ำ�นอง ผู้คนอาจจะ
ฝ่ายพญาปลาชอ่ นเห็นดังนัน้ จึงต้ังสัจจะอธษิ ฐานว่า ตัดเอาไม้นมนาง ไม้ค้อ หรืออาจใช้เส้นตอกจากไม้ไผ่มาสาน
เปน็ ตวั ปลาช่อนแทนก็ไดแ้ ลว้ แต่ท้องถิ่น
แมต้ นจะเกดิ มาในฐานะ พิธีกรรมเก่ียวกับธรรมป๋าจ้อน (ปลาช่อน) จึงมีนัย
ท่บี รโิ ภคสัตวด์ ว้ ยกันกจ็ ริงอยู่ ความสำ�คัญและความหมายหลายระดับทั้งการฟังธรรมป๋าจ้อน
แตต่ นก็มเิ คยเบยี ดเบียนสัตว์ใด กับการตั้งธรรมป๋าจ้อน
ด้วยสัจจะดงั กลา่ วขอใหฝ้ นตกลงมา การฟังธรรมป๋าจ้อน เป็นพิธีกรรมเล็กๆท่ีไม่ต้องจัดเตรียม
เพือ่ ทำ�การสงเคราะห์แกส่ ัตว์ท้ังหลาย เคร่ืองพิธีมากมาย ผู้คนจัดทำ�ข้ึนเพ่ือเป็นสิริมงคลกับชาวบ้าน
ชุมชนหนึ่งๆ หรือการนิมนต์พระสงฆ์มาเทศน์ธรรมป๋าจ้อนในพิธี
ท่ีกำ�ลงั เดือดรอ้ นดว้ ยเถิด แฮกนา พิธีเลี้ยงขุนน้ำ� หรือในยามที่ผู้คนเพียงต้องการฟังธรรมน้ี
เป็นโอกาสพเิ ศษตา่ งๆ
ด้วยอำ�นาจแห่งคำ�อธิษฐาน พระอินทร์ได้บัญชาให้เทพ การตั้งธรรมป๋าจ้อน เป็นพิธียิ่งใหญ่จะทำ�เม่ือบ้านเมือง
บุตรนามว่า “วลาหก” ลงมาขับเพลง “เมฆคีตะ” โดยการผิน เดือดร้อน ฝนแล้ง ถึงฤดูทำ�นาแล้วไม่มีฝนตก ผืนดิน และทุ่งนา
หน้าไปทางทิศตะวันตก เมื่อนั้นก็บังเกิดทำ�ให้เหล่าเมฆทั้งปวง ตากแดดแผ่นดินแตกระแหง เกิดภัยพิบัติทำ�ให้ชาวบ้านชาวเมือง
แตกเป็นเส่ียง เกิดฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ฝนตกลงมาจนทำ�ให้น้ำ�ท่วมเจิ่ง ขาดนำ้�ดื่มน้ำ�ใช้ในชีวิตประจำ�วัน คราวนี้เองชาวบ้านต้องจัดพิธีใหญ่
นองไปท้ังเมืองด้วยเดชอำ�นาจคำ�อธิษฐานแห่งพญาปลาช่อนดัง เรียกว่า “ตั้งธรรมป๋าจ้อน” โดยผู้เฒ่าผู้แก่จะทำ�การเลือกสถานท่ี
กลา่ วนั้นเอง เหมาะสม ระดมกำ�ลังชาวบ้านทุกครัวเรือนต้ังปะรำ�พิธีย่ิงใหญ่
ประดับประดาด้วยช่อตุงไชย ตั้งแท่นสถิตย์พระพุทธรูป ตั้งแท่น
ท้าวทั้งส่ี หอพระอุปคุต จัดล้อมร้ัวพิธีด้วยราชวัตรพร้อมด้วย
เคร่ืองบูชาครู เครื่องบูชาเทวดาท้ังหลาย หลังจากนั้นจึงนิมนต์
พระสงฆ์มาสวดพระพุทธมนต์เสร็จแล้วจึงมีการเทศนาธรรมป๋าจ้อน
ตามลำ�ดับ ผู้คนชาวบ้านทั้งบ้านทั้งเมืองก็จะต้ังใจมาร่วมพิธีสำ�คัญน้ี
โดยพรอ้ มเพรยี งกันมขิ าด
69
70
สรุปสาระแห่งการฟังธรรมป๋าจ้อน (ปลาช่อน)
หรือพิธีกรรมต้ังธรรมป๋าจ้อน เป็นการเรียกขวัญกำ�ลัง
ใจของผู้คน ชาวบ้านให้ต่อสู้กับภัยพิบัติทางธรรมชาติ
ในการทำ�นาทำ�ไร่ทำ�การเกษตร การหาวิธีการผนึกกำ�ลังใจ
ของชาวบ้านทำ�ให้มีการยึดเหน่ียวจิตใจชาวบ้านประชาชน
ท้ังหลายไม่ให้ย่อท้อยอมแพ้ต่ออุปสรรคหรือส่ิงที่เกิดข้ึน
ในชีวิตประจำ�วัน ผู้คนที่มาร่วมพิธีกรรมมีกำ�ลังใจ และ
ความเข้มแข็งดีแล้วย่อมร่วมกันคิดหาทางออกในการแก้ไข
ปญั หาของทกุ คน และชุมชนส่วนรวม
นับเป็นกุศโลบาย
ด้านกระบวนการ
มีส่วนร่วมการรวมพลงั ใจ
ใหผ้ ูค้ นสูก้ ับปญั หา
โดยใช้พธิ ีกรรม
ทางศาสนาได้ดีแท้
71
ของก๋ินบ้านเฮา
กัณณิกา ข้ามส่ี
น้�ำเงี้ยว เป็นอาหารเหนือที่นิยมรับประทานกันในภาคเหนือตอนบน เพราะท�ำได้ไม่ยาก ส�ำหรับ
น้�ำเง้ียวสูตรจังหวัดเชียงราย นั้นอาจจะมีความแตกต่างจากน้�ำเงี้ยวท่ีมาจากแหล่งอื่น เพราะมีรสชาติน้�ำซุป
ท่ีเขม้ ข้นดดุ นั มาก เอกลักษณ์อกี อยา่ งคือ ไม่ไดจ้ �ำกัดเฉพาะแตเ่ ส้นขนมจีนเท่านัน้ จะใช้เส้นก๋วยเต๋ยี ว และ
ใส่ดอกเงี้ยว เพ่ิมรสชาติอีกอย่าง ส่วนสูตรของเชียงใหม่ไม่ใส่ดอกเง้ียว น้�ำเงี้ยวสามารถท�ำได้ท้ังเนื้อหมู
และเนื้อวัว ส�ำหรบั เนอ้ื วัวแลว้ จะมีรสชาติที่เขม้ ขน้ อกี อย่าง แตต่ ้นทุนของวตั ถุดบิ อาจสูงกวา่ หมู
ส่วนผสม
1. กระดูกออ่ น 1 กโิ ลกรัม สว่ นผสมน้�ำพรกิ นำ้� เง้ยี ว
2. หมสู ับ 4 ขีด
3. เลือดไก่ หรือเลือดหมู 3 ก้อน
4. เลือดหมูสด (เลือดน�้ำ) 1 ถว้ ยตวง 1. พรกิ แห้ง (แช่น้ำ� ) 25 เมด็
2. หอมแดง 10 หัว
5. มะเขือเทศ (พันธเ์ ลก็ ) 4 ขีด 3. กระเทียม 6 หัว
6. ดอกงวิ้ แห้ง 1 ก�ำมอื
7. กระเทียม 3 ขดี 4. ตะไครห้ น่ั ฝอย 2 ตน้
5. ขา่ แกห่ ัน่ เป็นแวน่ 6 แวน่
8. เกลอื ½ ช้อนโต๊ะ 6. รากผักชีห้ัน (โขลก) 4 ตน้
9. นำ้� ปลา 1 ช้อน
10. น�้ำมันพืช 1 ถว้ ย 7. รากผกั ชี ( มัดใสน่ ำ�้ ชปุ ) 10 ต้น
8. เกลอื ½ ช้อน
11. ขนมจนี 1 กโิ ลกรมั 9. น�้ำปลา 2 ชอ้ น
เครอ่ื งเคียง
1. กระเทยี ม 1 ถ้วย
2. ผกั ช ี 6 ตน้
3. ตน้ หอม 4 ต้น
4. ถัว่ งอก ½ กิโลกรมั วธิ ีท�ำ
5. กะหล่ำ� ปลหี ่นั ฝอย 2 ขีด
6. ผักกาดดองหั่น 3 ขีด 1. โขลกเคร่ืองแกง กระเทียม เกลือ ตะไคร้ ข่า
7. พรกิ ชีฟ้ า้ แหง้ ทอด ½ ขีด พริกแห้ง หอมแดง รากผักชีและถ่ัวเน่าแผ่น
8. มะนาว 2 ลกู โขลกใหล้ ะเอยี ด
9. แคบหมู 2 ขีด 2. น�ำหม้อต้ังไฟปานกลางใส่น�้ำมันพืช น�ำน�้ำพริก
น�้ำเง้ียวลงไปผัด ให้กลิ่นหอม
3. ใส่กระดกู หมูผัดให้เข้ากนั พอสกุ เติมน้ำ� ลงไป
4. พอน�้ำเดือดใส่รากผักชี รากผักชี (มัดใส่น้�ำชุป)
เพอื่ ให้รสชาตกิ ลมกลอ่ ม มีกลิ่นหอมของรากผักชี
5. ดอกง้ิว แช่น้ำ� ใหน้ ุ่ม พักใหส้ ะเดด็ น�ำ้ จึงเอาใสล่ งไป
6. น�้ำกระดูกหมูสุข เติมเลือดก้อน ที่ห่ันเป็นลูกเต๋า
ลงไป
7. ใสม่ ะเขือเทศ (พันธเ์ุ ลก็ )
8. น้ำ� ซปุ เดือดได้ท่ีเอาเลือดน้�ำใสล่ งไปจนน�ำ้ ซปุ เขา้ กัน
9. ชมิ ดูปรงุ รสด้วยเกลอื นำ�้ ปลา
10. พอน้�ำกระดูกหมูร่อน พอสุก ทิ้งไว้สักพักปิดไฟ
แล้วจัดเสิรฟ์
73
อู้จ๋าปะสาคนเมือง
สมพร แรกช�ำนาญ
นับแต่ล้านนาถูกปกครองโดยพม่ายาวนานมาถึง 216 ปี เชียงใหม่มีการเปล่ียนเจ้าผู้ครองนคร
เรื่อยมาจนถึงเจ้าแก้วนวรัฐ ผู้ครองนครองค์ท่ี 9 ซ่ึงเป็นเจ้าผู้ครองนครองค์สุดท้าย ในปี พ.ศ. 2482 คณะรัฐมนตรี
สมัยจอมพลแปลก พิบูลสงคราม มีมติให้ยุติการแต่งต้ังเจ้าประเทศราช ความมั่นคงของแผ่นดินรวมถึงจิตใจ
ความรูส้ กึ แนวคดิ ตา่ งๆ ท่ีซับซอ้ นไปกับวิกฤตสิ ังคมและเศรษฐกิจ บ้านเมืองทุกหนแห่งถกู รวมเข้าเปน็ สงั คมโลก การรบั มือ
รับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแนวทางฟ้ืนฟูอนุรักษ์หรือการปรับตัวเข้ากับสังคมยุคใหม่เหล่านี้ หรือแม้แต่การต้องฝ่าฟัน
กบั การผสมกลมกลนื ของวฒั นธรรมทตี่ อบสนองความสนใจของคนยุคใหม่ หลายเรอ่ื งเหล่านล้ี ว้ นเปน็ สิง่ ท้าทาย
“ดวงเดือน” พระจันทรเ์ ตม็ ดวงงามสดใส สวา่ งไสว
บทสนทนากับเจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่ เก่ียวกับวิถีชีวิต ด่ังเดิมไว้ให้เป็นมรดกแก่พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมการเกษตรไทย
ผ่านกาลเวลาผู้คนในคุ้มหลวงน้ันมีขึ้นหลายครั้งนับแต่ผู้เขียน มหาวทิ ยาลยั แม่โจ้ อีกด้วย
ได้มีโอกาสรับใช้ติดตามดูแลท่านไปปฏิบัติภารกิจในสังคม ความทรงจำ�ของเจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่ ในวัย 89 ปี
เมืองเชียงใหม่ต้ังแต่ พ.ศ.2548 เป็นต้นมา สำ�หรับมหาวิทยาลัย ท่ีย้อนผ่านไปสู่กาลเวลา ณ คุ้มหลวงที่ท่านถือกำ�เนิดน้ัน
แ ม่ โ จ้ ท่ า น ม า ร่ ว ม กิ จ ก ร ร ม ห ล า ย อ ย่ า ง ส มำ่ � เ ส ม อ ทั้ ง ใ น พิ ธี ถ่ายทอดออกมาอย่างมีความสุขมากมายผ่านสายตาอันอ่อนโยน
พระราชทานปริญญาบัตรประจำ�ปี เป็นประธานคณะกรรมการ ของผู้หญิงท่ีได้ชื่อว่า “เอ้ืองงามสามปอยแห่งเมืองเชียงใหม่”
การคัดเลือกนักศึกษารางวัลพระราชทาน กิจกรรมปล่อย บทสนทนาน้ันมีความหลากหลายมากมาย ผู้เขียนจึงขอเรียงร้อย
กล้วยไม้ไทยสู่ป่าธรรมชาติ เป็นประธานเปิดงานศิลปวัฒนธรรม ห้วงแห่งความรู้สึก การระลึกไปยังความหลังในอดีตรวมถึง
การแสดงของนักศึกษาและชุมชนต่างๆ และท่านยังสละเวลา การทำ�งานหนักเพื่อสังคมของเจ้านายฝ่ายเหนือที่ผู้คนเคารพ
มาให้แนวคิดข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ด้านวัฒนธรรม ยกย่องเรยี นรู้ และยดึ เป็นแบบอยา่ ง
ส่ิงแวดล้อมในฐานะกรรมการกิตติมศักดิ์มูลนิธิกล้วยไม้ไทย
เมื่อปี พ.ศ 2554 มหาวิทยาลัยแม่โจไ้ ด้มอบปรญิ ญาวทิ ยาศาสตร์ ท่ีมาของชื่อ “ดวงเดือน”
ดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักด์ิด้านการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ในฐานะ “ข้าเจ้าเกิดในวันเดือนเพ็ญ 15 ค่ำ�ตรงกับวันวิสาขบูชา
ท่ีอุทิศตนบำ�เพ็ญสาธารณะประโยชน์ต่อสังคม ท่านได้เข้ารับ มีพระจันทร์เต็มดวงงามสดใส สว่างไสว เจ้าพ่อท่านเลยต้ังชื่อว่า
พระราชทานปริญญาบัตรจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้า ดวงเดือน เรื่องช่ือของพี่น้องเข้าเจ้าสี่คนน่ีเจ้าพ่อจะต้ังช่ือสอดคล้อง
จุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ณ ศูนย์กีฬากาญจนาภิเษก กับวันสำ�คัญ ประเพณีและความเชื่อ ง่ายๆ สั้นๆ จำ�ได้ง่ายเรียก
รัชกาลที่ 9 มหาวทิ ยาลยั แมโ่ จ้ สะดวกไม่ค่อยหรูหราเป็นย่ีเกเหมือนบ้านอ่ืน ไม่เหมือนคนทุกวันนี้
ในเช้าวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 ผู้เขียนจึงได้เข้าพบและ เจ้ายายว่าคนรุ่นใหม่ชอบอะไรที่แปลกๆ หรูหราเกินไปในการตั้งชื่อ
สนทนาหลากหลายเรื่องราวของ ดร.เจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่ ลูกหลานยาวๆ มแี ตส่ ระพยัญชนะอา่ นยากจ�ำ ยากเรยี กยากอกี เรอื่ ง
ณ บ้านพักอำ�เภอเมืองเชียงใหม่ ซึ่งต่อไปนี้จะแทนตัวท่านว่า การตั้งช่ือน้ีเจ้ายายคิดว่าน่าจะเป็นการทำ�ให้เด็กมีปัญหาในการจำ�
“เจ้ายาย” ดังท่ที ุกคนต่างเรียกท่านเชน่ น ี้ การเขยี นการอา่ นมากกว่านะ”
ดร.เจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่ ถือกำ�เนิดในคุ้มหลวง
เจ้าราชบุตร เม่ือวันท่ี 22 พฤษภาคม 2472 ปีมะเส็ง ตรงกับ ชีวติ วยั เดก็ ของเจา้ ยายในค้มุ หลวง
วันวิสาขบูชา หรือวันเพ็ญเดือนหก เป็นบุตรคนที่สามของ “วัยเด็กก็เหมือนทั่วไป มีพ่ีเล้ียงดูแลอย่างใกล้ชิด เช้ามา
เจ้าราชภาคินัย (เจ้าเมืองช่ืน ณ เชียงใหม่) กับหม่อมจันทร์เทพ ก็เรียกให้ตื่นมาอาบนำ้�แต่งตัวกินข้าว พาไปกราบเจ้าพ่อเจ้าแม่
ณ เชียงใหม่ มีพ่ีน้องคือ เจ้าอาทิตย์ เจ้านิภาพันธุ์ และ ช่วยสอนช่วยอบรมกริยามารยาทต่างๆ อย่างเข้มงวดทั้งการบ้าน
เจ้าประเวศ ณ เชียงใหม่ สมรสกับคณุ พิรุณ อินทราวธุ มบี ุตร 4 คน การเรือน การอาหารและการปรุงยาสมุนไพร เจ้ายายยังฟ้อนเก่ง
คือ คณุ ภาคินี อทั ธพินิจ คุณภาคนิ ัย ณ เชยี งใหม่ คณุ เดอื นเพญ็ ด้วยนะ เวลาพักผ่อนก็จะได้ชมการแสดงดนตรีพ้ืนเมืองสะล้อซอ
ภวคั รานนท์ และ คุณพ-วงเดอื น ยนตรรักษ์ ซึงต่างๆ ถ้าเป็นผู้หญิงคือฟ้อนรำ� ถ้าเป็นผู้ชายก็จะมีฟ้อนดาบ
เวลาเกือบสองช่ัวโมงที่ได้สนทนานั้น ผู้เขียนรู้สึกเสมือน หมดั มวยตามแบบทหารขา้ หลวงในคุ้ม ไปโรงเรยี นจะนั่งสามล้อถบี
หลุดไปสู่วันเวลาเก่าๆ ได้เห็นภาพวิถีชีวิตของเจ้านายในคุ้มหลวง ไปรับส่ง กลับเข้าคุ้มมาวิ่งเล่นพักผ่อน อาบน้ำ�กินข้าวทำ�การบ้าน
ท่ีโลดแล่นอยู่ในอดีต และได้เข้าใจถึงวัฒนธรรมประเพณีท่ีงดงาม แล้วก็ถูกส่งตัวเข้านอนไม่ได้ไปยุ่งกับผู้ใหญ่ ชีวิตเหล่าน้ีเราเป็นเด็ก
ควรค่าแก่การจดจำ�มากทเี ดียว และโอกาสนี้ท่านยังได้มอบชดุ ผ้าไหม ถูกสอนให้เชื่อฟังผู้ใหญ่รู้อยู่รู้ในหน้าที่มีระเบียบวินัยอยู่ในที่
ท่ีสวยงามที่ท่านเคยสวมใส่ เป็นผ้าไหมทอลายจากช่างฝีมือ ของตัวเอง ต้องเคารพกฎระเบียบมาก เวลาทำ�ความผิดต้อง
ถูกลงโทษทุกคน ทุกคนจึงเกรงกลัวการทำ�โทษ ถามว่าเจ้าพ่อ
75
ท่านดุไหม ดุนะเพราะท่านต้องรักษากฎระเบียบ ดูแลควบคุม
ความสงบเรียบร้อยในฐานะเจ้านาย แต่ละวันท่านจะมีกิจ
ของท่านไปงานการต่างๆ ข้างนอกมากมาย เม่ือท่านไปพบ
ไปเห็นอะไรใหม่ๆ ตอนเย็นท่านจะเรียกพวกเราเด็กๆ มาล้อมวง
ฟังท่านเล่าเร่ืองสนุกๆ มีการอบรมสั่งสอนให้เราได้คิดได้ใคร่ครวญ
เรากโ็ ดนดุบ้างแต่ทา่ นมีเหตุผลนะ”
การแตง่ กายของคนในคุ้มหลวง เจ้ายายอนุรักษ์การแต่งกายด้วยผ้าไทยผ้าไหมงามๆ สวนทาง
“ในคมุ้ หลวงนี่ถอื เปน็ ศนู ย์รวมศิลปวฒั นธรรมนะ ทกุ อย่าง กับคนทั่วไปที่ต้องใช้เสื้อผ้าต่างประเทศจากช่างเส้ือหรือย่ีห้อ
ต้องท่ีหน่ึงของฝีมือและความงาม ตั้งแต่การสร้างบ้านสร้างเรือน ทมี่ ชี ่ือเสียง
ท้ังหลาย คุ้มหลวงน่ีมีสล่าหรือช่างประจำ�เลยนะทั้งออกแบบ “เป็นเรอื่ งส�ำ คญั ทข่ี ้าเจา้ ต้องรักษาไว้เปน็ มรดกคนล้านนา
ตกแต่ง แกะสลัก ฉลุลายต่างๆ เหล่านี้คือสุดยอดฝีมือท่ีคัดมา
อย่างดีแลว้ เพราะเราเป็นคนในคุ้มหลวงจะคิดจะทำ�อะไรต้องให้ดี
ให้งามใหเ้ ป็นตัวอยา่ ง เราตอ้ งให้เกียรตงิ านกับเจ้าของงาน
ส่วนการแต่งกายน้ันเราเป็นชาวคุ้มชาววังเป็นเจ้านาย และสังคม เม่ือเขาให้เกียรติเราๆ ต้องทำ�ให้ดีนะ สังคมเขา
ต้องใส่ดีๆ มีความพิเศษกว่าชาวบ้านทั่วไป ใส่แล้วคนทั่วไป อยากเห็นเจ้านายที่สวยงามท้ังเสื้อผ้า เคร่ืองประดับ
ต้องรู้ว่าเป็นเจ้านาย ผ้าลูกไม้ผ้าแพรดีๆ น่ีต้องส่ังมาจาก รวมถึงหน้าตาที่สวยงามย้ิมแย้มแจ่มใส ย่ิงเมืองเชียงใหม่
ต่างประเทศ โดยเฉพาะผ้าไหมต้องเสริมด้ินทองด้ินเงินที่ส่ัง เป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
มาจากต่างประเทศเช่นกัน ทอแล้วทำ�ให้งามระยิบระยับ ย่ิงผ้าซิ่น มาเต็มบ้านเต็มเมืองแล้ว เราต้องทำ�ให้เขาเห็นความงาม
และผ้าสะไบน้ันต้องพิเศษมีลายยกดอกเฉพาะไม่เหมือนใคร ความสบายตาสบายใจสำ�คญั คือเขาประทบั ใจ
เคร่ืองประดับก็ต้องเครื่องทองเคร่ืองเพชรพลอยเป็นหลัก จะเป็น
ตงั้ แต่เข็มกลดั ปนิ่ ปักผม ตุ้มหู สร้อยคอ สังวาล ก�ำ ไล แหวน เจ้ายายจึงอนุรักษ์การใช้ผ้าเมืองหรือผ้าฝ้ายธรรมชาติให้ผู้คน
“นุ่งผา้ เมอื ง” หรือผา้ ฝ้ายทอมือมาจนทุกวันนี้ ทกุ คร้ังทไ่ี ปงานพธิ ี
ส่วนเคร่ืองประดับที่เป็นเงินน้ันเจ้านายไม่ค่อยนิยมถือว่า งานสังคมไปประชุมหรือออกนอกบ้านเจ้ายายจะแต่งชุด
เป็นรองๆ ลงมาหรือคนท่ัวไปประดับมากกว่า เส้ือผ้า ผ้าไทยเสมอ เจ้ายายน่ีเป็นผู้ริเร่ิมส่งเสริมการใส่ผ้าเมืองน้ี
เคร่ืองประดับนี้คนทั่วไปหรือชาวบ้านไม่มีสิทธ์ิได้ใช้นะ มานานทม่ี อ่ นดวงเดอื น อำ�เภอจอมทอง สรา้ งโรงทอผา้ ฝ้ายทอมอื
เพราะถือว่ามาเทียบเจ้าเทียบนาย ไม่ดีไม่งามเรียกว่า โดยสตรีแม่บ้านสร้างชื่อเสียงแก่เชียงใหม่ ในช่ือฝ้ายดวงเดือน
เหาจะข้ึนหัว มาสมัยนี้ใครมีเงินมีทองมีฐานะรำ่ �รวย สตรีแม่บ้านมีงานทำ�มีรายได้ ผ้าฝ้ายนี่ใส่สบายเหมาะกับอากาศ
ก็สามารถหาใส่กันไดท้ ่ัวไป บ้านเราซ่ึงมีอากาศร้อนหรือถ้าอากาศเย็นๆ ก็ใช้ได้ดี ยิ่งตอนนี้
มีการส่งเสริมความเป็นไทย การอนุรักษ์ผ้าไทยของรัฐบาล
ในคุ้มมีช่างทอผ้าประจำ�หลักๆ แล้วจะทอให้เจ้าแม่ ผ้าฝ้ายผ้าไทยได้รับการยกระดับมีการออกแบบใหม่ๆ ทันสมัย
เป็นคนแรกก่อน มีผืนเดียวลายเดียวยิ่งเวลาออกงานพิธีแล้วนี่ ใส่ได้ทุกวัยมีการประดิษฐ์เอาวัตถุธรรมชาติมาเติมแต่งสวยงาม
เร่ืองใหญ่เลยต้องจัดเตรียมให้แต่ละคนเป็นชุดๆ ส่วนการดูแล น่าใช้น่าใส่มากขึ้น โน่นไปถึงเวทีโลกคนรู้จักงานฝีมือไปท่ัว
รักษาจะยากสักหน่อยเพราะก่อนน้ันผงซักฟอกนำ้�ยาซักแห้ง เจ้ายายว่าเป็นเร่ืองที่ดีมากชาวบ้านในชนบทจะได้มีอาชีพมีรายได้
หรือนำ้�ยาปรับผ้านุ่มไม่มี เราก็ใช้วัสดุธรรมชาติอบนำ้�ปรุงนำ้�หอม มงี านท�ำ บา้ นเมอื งก็จะเจริญ”
เวลาใส่แล้วก็จัดใส่ตู้เก็บไว้ดูแลกันไป คือต้องถนุถนอมอย่างดี
ต้องหวงแหนมากที่สุด มาถึงสมัยนี้ผ้าเก่าโบราณจึงเหลืออยู่
น้อยมาก ถึงมีก็ไม่สมบูรณ์นัก จะหยิบจับทีต้องระมัดระวังเพราะ
เสียหายง่าย อีกอย่างท่ีเจ้ายายเห็นคือลูกหลานไม่สนใจไม่ให้
ความสำ�คัญ ไปสนใจสวมใส่เส้ือผ้าทันสมัยพวกใยสังเคราะห์
ของเก่าจงึ ถูกทิ้งขวา้ งไปน่าเสยี ดาย”
76
แรงบันดาลใจกับบทบาทผู้หญิงแนวหน้าในยุคที่สังคม เจ้ายายริเร่ิมจัดงานไม้ดอกไม้ประดับหรือตอนนี้เรียกงานบุปผาชาติ
ยงั ไมค่ ่อยยอมรบั จากกรอบประเพณีระเบยี บทีเ่ ขม้ งวด กับการ ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและเกษตรจังหวัดเชียงใหม่
ทำ�งานสงั คมจนมีชอ่ื เสียงมากมายเช่นน้ี เอาดอกไม้ท่ีชาวบ้านเกษตรกรปลูกในแต่ละอำ�เภอมาแสดงมาโชว์
“เจ้ายายคิดวา่ คือความมัน่ ใจนะ การทเ่ี ตบิ โตมาอย่างอบอ่นุ จนมีชื่อเสียง ชาวบ้านเกษตรกรมีรายได้มีกำ�ลังใจได้แสดงฝีมือ
ของครอบครวั ท�ำ ใหเ้ รามน่ั คงในจิตใจ ผลิตผลตนเองให้คนรู้จัก ต่อมามีการประกวดนางงามบุปผาชาติข้ึน
โดยนำ�ลูกหลานชาวบ้านแต่ละอำ�เภอมาประกวด นับว่าเป็นเวทีแรก
การถูกอบรมส่ังสอนอย่างมีเหตุมีผลทำ�ให้รักชาติ ท่ีนางงามจะก้าวไปสู่การประกวดนางสาวไทย นี่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่
รักแผ่นดิน เจ้ายายจึงตั้งมั่นที่จะเรียนหนังสือเพ่ิมพูน เจ้ายายไดท้ ำ�ใหท้ ุกคนเหน็ ความงามของผู้หญิงเชียงใหม ่
ความรู้ความสามารถ เจ้ายายชอบอ่านหนังสือมากนะ งานอ่ืนๆ ท่ีจำ�ได้ก็เป็นผู้หญิงคนแรกในประเทศท่ีได้รับ
ทุกวันนี้ก็ยังอ่าน คืออยากให้สังคมยอมรับความสามารถ การเลอื กให้เปน็ สมาชกิ สภานิตบิ ัญญัติแห่งชาติ เปน็ 1 ใน 15 คน
ของผู้หญิง ผู้หญิงเรามีความรู้มีความสามารถดีๆ เป็นผู้หญิงคนแรกของภาคเหนือที่สอบเป็นผู้พิพากษาสมทบ
เราเป็นตวั แทนของเชยี งใหมก่ ็อยากใหม้ ีชอื่ เสียงเป็นทย่ี อมรบั ศาลคดีเด็กและเยาวชน เจ้ายายสอบได้ที่ 1 หนังสือพิมพ์ “เสียง
เชียงใหม”่ นเี่ จ้ายายเป็นเจา้ ของเปน็ บรรณาธกิ ารเองนะ สนใจดา้ น
การเมืองด้วยตอนนั้นแต่งงานออกเรือนไปกับคุณพิรุณ อินทราวุธ
ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจังหวัดเชียงใหม่ ท่ีเจ้ายาย
77
ทำ�หนังสือพิมพ์เพราะต้องการบอกกล่าวข่าวสารให้ชาวบ้านรู้ เชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวมากันเยอะไม่รู้ว่า
โลกภายนอก กับแม่โจ้นี่เจ้ายายไปช่วยมูลนิธิกล้วยไม้ไทยที่เขา ชาติประเทศใดบ้าง จะมาอนุรักษ์อย่างเดียวคงไม่ไหวก็ต้องปรับ
ทำ�งานอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้ไทยตามพระราชดำ�ริของสมเด็จ กันไป อันไหนเรารับได้ก็ว่ากันไป แต่ถ้าอันไหนมันเกินไปเจ้ายาย
พระนางเจ้าฯสิริกิติต์ นี่เป็นเรื่องที่ดีท่ีชอบตรงกับที่คนเรียก ก็ตักเตือนนะ ลูกหลานเขาก็รับได้แต่ต่อไปไม่รู้นะ นักธุรกิจเขา
เจา้ ยายว่า “เอ้อื งสามปอย” คือดอกเออ้ื งประจ�ำ ท้องถิน่ เหนือเรา ก็อีกอย่างเศรษฐกิจมันข้ึนกับการท่องเท่ียว ก่อนน้ีอาจมีห้าม
เขาช่วยกันทำ�งานลำ�บากมากนะต้องไปบนดอยเอามาเพาะเล้ียง มีปรามมีว่ากล่าวกันมากหน่อยแต่ตอนนี้ไม่ไหวแล้วอายุมากข้ึน
นานกว่าจะเอาไปปล่อยคืนในป่า อีกเร่ืองที่หลายคนคงไม่ทราบ ปูนนี้คงไม่ไหว อยู่ท่ีพวกเราท่ีจะช่วยกันเป็นหูเป็นตาคอยดูเอา
ว่าเจ้ายายจัดรายการวิทยุด้วยนะ ได้เหรียญรางวัลนักจัดรายการ ว่าควรไม่ควร เด๋ียวน้ีผู้รู้นักวิชาการเก่งๆ มีเยอะก็ต้องมาช่วยกัน
วิทยุเสียงจากอเมริกา VOICE OF AMERICA (V.O.A) เร่ืองนี้ คิดกันทำ�ว่าจะให้เมืองเชียงใหม่เราเป็นอย่างไร จะเป็นแค่ชื่อ
เป็นพื้นฐานด้านภาษาของเจ้ายายตั้งแต่เล็กๆ อีกหลายตำ�แหน่ง เมืองแห่งวัฒนธรรมท่ีดีงามอย่างนี้ไปยาวแค่ไหนฝากพวกเรา
ที่มาขอเจ้ายายทำ�มากๆ จำ�ไม่ได้เยอะ ประธานสภาวัฒนธรรม ผู้ใหญใ่ นบ้านเมืองลกู หลานชว่ ยกันดูชว่ ยกนั รกั ษา”
จังหวดั เชียงใหม่นีก่ เ็ ป็นมานานตอนนี้พักแลว้ ไมไ่ หวแล้วให้คนอืน่ ทำ�”
ความหว่ งใยตอ่ บ้านเมอื งและวฒั นธรรมประเพณลี ้านนา
เมืองเชียงใหม่เป็นอันดับหน่ึงของประเทศไทย “อย่างท่ีเจ้ายายบอกนะ คือเป็นเรื่องของทุกคนมา
ที่นักท่องเท่ียวท่ัวโลกจะต้องมาสัมผัสตลอดปี กิจกรรม ช่วยกันคิดช่วยกันทำ� สำ�นึกของคนเราด้วยแผ่นดินนี้เราได้
การแสดงต่างๆ จัดขึ้นมากมาย เจ้ายายรู้สึกอย่างไรในฐานะ อยู่อาศัยมีความสุขสบาย ประวัติศาสตร์บรรพบุรุษเราเอาเลือด
ต้องไปเป็นประธานเปิดงานไปเป็นกรรมการต่างๆ แล้วเห็น เอาเน้อื สูร้ บมาล�ำ บากยากเข็ญ ขออย่าไดท้ ะเลาะเบาะแว้งเอาแต่
พธิ ีสมยั ใหม่ ยังมอี ปุ กรณท์ นั สมยั มเี ครือ่ งตกแต่ง การแต่งกาย ขัดขืนกัน ส่ิงไหนท่ีจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมต้องช่วยกัน
และการแสดงแปลกๆ อย่าได้ละเลย ลูกหลานคนรุ่นใหม่วันน้ีได้พบกับความเปล่ียนแปลง
“เป็นเร่ืองของยุคสมัยนะ ก็งามอยู่ถึงจะผสมปนๆ กันไป มากอย่าหลงเป็นทาสส่ือต่างๆ เราตามไม่ทัน เร่ิมจากบ้าน
ถึงจะดแู ล้วไมใ่ ช่วฒั นธรรมประเพณีล้านนาเราจรงิ ๆ นะ คือพ่อแม่ผู้ปกครองนะ ต้องช่วยกันอบรมส่ังสอนให้แนวคิด
ให้แนวทางแก่ลูกหลาน รับได้แต่อย่ารับหมดนำ�มาพินิจพิเคราะห์
บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปไม่เหมือนก่อนท่ียังไม่เจริญรุ่งเรือง ว่าสมควรหรือมันเหมาะสมกับบ้านเมืองเราแค่ไหน ถึงจะดี
เราจะมาดื้อดึงอยู่กับความเก่าความหลังเจ้ายายว่ายาก จะงามแต่เกินเลยจากขอบเขตเกนิ ไปหรอื ไม่ ตอ้ งคิด ทำ�แตเ่ อางาม
คนจะว่าเราแก่ครำ่ �ครึเราต้องปรับตัวเองปรับความคิด เอาสนกุ สนานบนั เทงิ เอาเงนิ เอากำ�ไรอยา่ งนั้นก็ไม่ถูก น่นั เจ้ายาย
ให้ไปตามเขา ว่าจะเสื่อมเร็วไป ลำ�บากคนที่เขาอนุรักษ์วัฒนธรรมจะทำ�งาน
เหน่ือยขึน้ ขอให้รกั บ้านเมอื งช่วยกนั ดูแลดๆี ”
ดร.เจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่ นอกจากรูปโฉมท่ีงดงามแล้ว ท่านยังเพียบพร้อมด้วยกริยา มารยาท
ท่ีเปี่ยมด้วยความเมตตา เป็นสตรีแนวหน้าที่ทันสมัยอยู่เสมอ ทั้งในหน้าท่ีบทบาทความเป็นผู้นำ�ด้านสังคม
และวัฒนธรรมที่โดดเด่นมีเอกลักษณ์เป็นท่ีประจักษ์ เสียสละทำ�งานเพื่อบ้านเกิดเมืองนอนอย่างสมำ่ �เสมอ
ทั้งยังมีความห่วงใยตลอดมา เป็นเจ้านายฝ่ายเหนือท่ีมีพร้อมด้วยศักดิ์ศรีและความดีงามควรค่าแห่งการยกย่อง
ให้เป็นแบบอยา่ ง และทา่ นคอื ความภาคภูมใิ จของชาวเชียงใหม่ และเปน็ เออื้ งงามตลอดกาล
78
เอ้นิ ป่าวข่าวศูนย์ศิลป์
18 กนั ยายน 2559
นายธนานนท์ ทั่วประโคน ศิษย์เก่าแม่โจ้รุ่น 38 มอบหัวเข็มขัดส่วนตัว
สถาบันเทคโนโลยีการเกษตร ไว้เพื่อจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรม
การเกษตรไทย โดยมีนายอนุสรณ์ วิจารณ์ปรีชา หัวหน้างานพิพิธภัณฑ์ฯ
รับมอบ
17 ตุลาคม 2560 1 ตุลาคม 2560
ชาวแมโ่ จป้ ระดิษฐด์ อกไมจ้ ันทรถ์ วายความอาลยั อาจารยร์ ชฏ เช้อื วโิ รจน์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จ�ำเนียร ยศราช อธิการบดี น�ำคณะผู้บริหาร
รองอธิการบดี น�ำผู้บริหารและบุคลากร เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยแม่โจ้ คณาจารย์ ศิษย์เกา่ บคุ ลากรและนักศึกษารวมถึงประชาชนรอบมหาวิทยาลยั แม่โจ้
น�ำดอกไมจ้ ันทนท์ ผ่ี บู้ ริหาร คณาจารย์ บคุ ลากร และนกั ศกึ ษามหาวิทยาลัยแมโ่ จ้ ร่วมกันประดิษฐ์ดอกดารารัตน์และดอกไม้จันทน์จ�ำนวน 9,999 ดอก
ร่วมกันประดษิ ฐ์ทัง้ หมดจำ� นวน 9,399 ดอก สง่ มอบให้นายปวณิ ช�ำนิประศาสตร์ ณ อาคารแผ่พืชน์ เพอื่ รวบรวมไปร่วมถวายกับจังหวดั เชียงใหมใ่ นพระราชพธิ ี
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ณ ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อน�ำไป ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปรมินทรมหาภูมิพล
ร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร อดุลยเดช รชั กาลที่ 9
มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลท่ี 9 ซ่ึงจะจัดพร้อมกัน
ทั่วประเทศในวันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม 2560 ณ พระเมรุมาศจ�ำลอง
ศนู ย์ประชมุ และแสดงสนิ ค้านานาชาตเิ ฉลิมพระเกยี รติ 7 รอบ พระชนมพรรษา
อำ� เภอเมอื ง จังหวดั เชียงใหม่
26 ตุลาคม 2560
ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ น�ำนักศึกษาเข้าร่วมแสดง
ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร
มหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระเมรุมาศจ�ำลอง ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้า
นานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบอ�ำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ แสดงชื่อชุด
“ธ สถิตย์ในดวงใจไทยนิรันดร์” ประกอบด้วยการอ่ือกะโลง การขับซอ
การบรรเลงปี่พาทย์ล้านนาประกอบการฟ้อนร�ำ ควบคุมการแสดงโดย
นายวุฒิภัทร เกตุพัฒนพล นางสาววีนาภัทร พงษ์ภา และผู้ช่วยศาสตรจารย์
ชยุตภัฏ คำ� มลู เรียบเรียงบทออ่ื กะโลงและบทซอ
79
2 พฤศจิกายน 2560 17-20 พฤศจิกายน 2560
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ร่วมกับสมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ จัดโครงการสืบสาน ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ น�ำนักศึกษาเข้าร่วมงาน
ประเพณีวัฒนธรรมโดยการจัดกฐินสามัคคีประจ�ำปี 2560 น�ำไปทอดถวาย สานสมั พันธม์ ิตรภาพไทย-ลาว คร้งั ท่ี 14 ณ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั เชียงใหม่
ณ วัดสิริบุญญาราม ต�ำบลหนองหาร อ�ำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ซ่ึงเป็นกิจกรรมของเครือข่ายความร่วมมือ การเปิดโลกทัศน์และการแลกเปล่ียน
โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จ�ำเนียร ยศราช อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เรยี นรู้ศิลปวัฒนธรรม ภมู ิปญั ญาทอ้ งถนิ่ โดยมกี ารประชุมแลกเปลีย่ นเรียนรู้
พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ ศิษย์เก่าแม่โจ้ บุคลากรและนักศึกษา ของผู้บริหารและบุคลากร กิจกรรมปลูกต้นไม้ประจ�ำสถาบันท้ัง 13 สถาบัน
ได้น�ำจตุปัจจัยพร้อมเครื่องอัฐบริขารถวายแก่พระสงฆ์เพ่ือน�ำไปสมทบทุน กจิ กรรมฐานเรยี นร้สู �ำหรับนกั ศกึ ษา และงานแสดงวัฒนธรรม ณ อทุ ยานหลวง
ในการสร้างเสนาสนะ วตั ถุสถานของวดั สริ บิ ุญญาราม ราชพฤษ์ อ�ำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ช่วงค่�ำมีการแสดงแลกเปล่ียน
ศิลปวัฒนธรรม ณ ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ และพิธีมอบธงสัญลักษณ์
สานสัมพันธ์มิตรภาพไทย-ลาว โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่มอบให้แก่
เจ้าภาพครั้งต่อไป คือ มหาวิทยาลัยพะเยา ซึ่งจะเป็นเจ้าภาพครั้งต่อไป
ในครัง้ ที่ 15
22 พฤศจิกายน 2560 1 ธนั วาคม 2560
ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม ได้น�ำนักศึกษาเข้าซ่อมแซมและปรับปรุงภูมิทัศน์ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับชมรมพุทธศาสตร์
ฝายมีชีวิตในล�ำห้วยโจ้ภายในมหาวิทยาลัยแม่โจ้ทั้ง 2 ตัว ซึ่งได้ผุพังไป จดั พิธที �ำบญุ ตกั บาตรพระสงฆ์ 99 รปู ถวายเปน็ พระราชกุศลร�ำลกึ แดใ่ นหลวง
ในช่วงฤดูฝนท่ีผ่านมาและยังได้ก�ำจัดเศษไม้ใบไม้และขยะท่ีติดตัวฝาย รัชกาลที่ 9 และเน่ืองในวันพ่อแห่งชาติ โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ นักศึกษา
ให้มีความสวยงาม เป็นแหล่งเรียนรู้และสร้างความชุ่มช้ืนแก่บริเวณสวนป่า และบคุ ลากรรว่ ม ณ ศูนย์กฬี ากาญจนาภเิ ษก รชั กาลที่ 9 มหาวิทยาลยั แมโ่ จ้
ภายในมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งที่ 2 ของประเทศไทย
ทีส่ รา้ งภายในมหาวิทยาลยั ได้ข้ึนทะเบียนเครือขา่ ยฝายมีชีวิตแหง่ ประเทศไทย
ได้ลำ� ดบั ท่ี 499 และ 500 ใชช้ อ่ื ว่า ห้วยโจ้1 และหว้ ยโจ้ 2
80
20 ธนั วาคม 2560
องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระนคร น�ำนักศึกษา
และอาจารย์ท่ีปรึกษา จ�ำนวน 35 คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรม
การเกษตรไทย โดยมนี างสมพร แรกช�ำนาญ ผ้อู ำ� นวยการศูนย์ศลิ ปวฒั นธรรม
และนายอนุสรณ์ วิจารณป์ รชี า บรรยายและต้อนรบั
20 - 23 มกราคม 2561
ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยนางสมพร แรกช�ำนาญ
ผู้อ�ำนวยการศูนย์ศิลปวัฒนธรรม พร้อมด้วยบุคลากรงานอนุรักษ์สืบสาน
ศิลปวัฒนธรรม ได้น�ำนักศึกษาเข้าร่วมงานดนตรีไทยอุดมศึกษา ครั้งที่ 43
“สดุดีอัครศิลปิน นวมินทร์มหาราชา” ณ มหาวิทยาลัยพะเยา จังหวัดพะเยา
จัดโดยส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศกึ ษา ร่วมกบั กรมสง่ เสริมวฒั นธรรม
กระทรวงวัฒนธรรม และสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศจ�ำนวน 76 สถาบัน ร่วม
งานในคร้ังนี้ โดยได้รับเกียรติจากนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงวัฒนธรรมมาเป็นประธานเปิดงาน และการส่งมอบเจ้าภาพจัดงาน
ดนตรีไทยอุดมศกึ ษา ในครัง้ ที่ 44 ณ มหาวิทยาลยั ศิลปากร กรงุ เทพมหานคร
23 มกราคม 2561
นายอนุสรณ์ วิจารณ์ปรีชา หัวหน้างานพิพิธภัณฑ์ฯ บรรยายต้อนรับ
คณะผู้บริหารของคณะเกษตร ก�ำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑว์ ัฒนธรรมการเกษตรไทย
24 และ 31 มกราคม 2561
งานดนตรีและนันทนาการ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยแม่โจ้
จัดโครงการถนนสายวฒั นธรรม ครง้ั ท่ี 1 ประจ�ำปี 2561 ณ ถนนหน้าโรงอาหาร
เทิดกสิกร โดยมีอาจารย์ชัช พชรธรรมกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้
เป็นประธานเปิดพิธี ภายในงานมีกาดนัดของนักศึกษาน�ำสินค้ามาจัดจ�ำหน่าย
มีฐานเรียนรู้ เช่น ฐานการประดิษฐ์ของเล่นพ้ืนบ้าน ฐานศิลปะการตัดกระดาษ
ฐานประดิษฐ์ใบตอง และฐานการท�ำอาหารพ้ืนเมือง และการประกวดแข่งขัน
ดนตรีโฟค์ซอง และกิจกรรมร�ำวงย้อนยุคให้นักศึกษาได้ร่วมสนุกสนาน
ในบรรยากาศพ้ืนเมอื ง
81
25 มกราคม 2561 6-9 กุมภาพันธ์ 2561
รองอธิการบดี อาจารย์ชัช พชรธรรมกุล น�ำนักศึกษาและบุคลากร
งานอนุรักษ์สืบสานศิลปวัฒนธรรม ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ น�ำชุดการแสดง “นพพิรุณปารมี
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดโครงการสร้างสรรค์ศิลปวัฒนธรรม การประดิษฐ์ท่าฟ้อนร�ำ รุ่งเรืองการเกษตรศรีแผ่นดิน เรืองสุขยลยิน ศิลป์อินทนิลแม่โจ้” ไปเผยแพร่
โดยมีครูอริน พูลเกษม ผู้เช่ียวชาญด้านนาฏศิลป์พื้นบ้าน ออกแบบท่าร�ำใหม่ ในงานศิลปวัฒนธรรมอุดมศึกษา ครั้งท่ี 18 “นาฏยปรีดิยานนท์ ก่ึงศตวรรษ
ในเพลง “สืบสายเครือใย มหาวิทยาลัยแม่โจ้” ส�ำหรับเพลง “สืบสายเครือใย สนามจันทร์ศิลปากร” ณ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ
มหาวิทยาลัยแม่โจ้” ได้เรียบเรียงค�ำร้องและท�ำนองขึ้นมาใหม่จากครูธีรวัฒน์ หม่ืนทา พระชนมพรรษา มหาวทิ ยาลัยศิลปากร พระราชวงั สนามจันทร์ จงั หวัดนครปฐม
แต่งข้ึนจากเอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ท่ีมีความรักความสามัคคีกัน และ โดยมีสถาบันอุดมศึกษาเข้าร่วมกว่า 80 สถาบัน และมีการแสดงงานเลี้ยง
มีความกลมเกลียวเป็นน�้ำหนึ่งอันเดียวกันของลูกแม่โจ้ ความเป็นมหาวิทยาลัย ส่งมอบตราสัญลักษณ์การจัดงานศิลปวัฒนธรรมอุดมศึกษา ครั้งที่ 19
ที่มีการเกษตรทโ่ี ดดเดน่ และอยู่ในชน้ั น�ำของประเทศไทย แกม่ หาวิทยาลยั ราชภฏั บรุ ีรัมย์ เป็นเจา้ ภาพในการจดั งานคร้งั ต่อไป
10 กมุ ภาพนั ธ์ 2561
ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุชาติ โชคคณาพิทักษ์ ศิษย์เก่าแม่โจ้รุ่น 47
และ นางสาวพชั รี เกิดแสง ศษิ ยเ์ ก่าแม่โจ้รนุ่ 53 มอบเสอื้ รุน่ และเสอ้ื คณุ นายไว้
เพ่ือจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมการเกษตรไทย โดยมี
นายอนุสรณ์ วิจารณป์ รชี า หวั หน้างานพพิ ิธภณั ฑฯ์ รับมอบ
8 กุมภาพนั ธ์ 2561
นายพานิช ลิมปะพันธ์ ศิษย์เก่าแม่โจ้รุ่น 47 มอบเชือกลากราชรถ
พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 และสิ่งของล�้ำค่า
จ�ำนวน 29 รายการ ไว้เพ่ือจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมการเกษตรไทย
โดยมีนายอนุสรณ์ วจิ ารณป์ รชี า หัวหน้างานพิพธิ ภณั ฑฯ์ รับมอบ
12 กุมภาพนั ธ์ 2561 19-23 มนี าคม 2561
นางสมพร แรกชำ� นาญ ผอู้ ำ� นวยการศนู ยศ์ ิลปวฒั นธรรม มอบเงนิ รางวลั งานดนตรแี ละนันทนาการ ศนู ย์ศิลปวฒั นธรรม จดั โครงการแลกเปลยี่ น
แก่นักศึกษาผู้ชนะการประกวดโลโก้สัญลักษณ์ “ครัวอ่ิมอุ่น พ่ีเพ่ือน้องแม่โจ้” เรียนรู้พัฒนาศักยภาพนักศึกษาด้านดนตรีและนันทนาการ เข้าศึกษาดูงาน
เพื่อน�ำไปใช้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ในโครงการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านดนตรี 3 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยนเรศวร
ผู้ปกครองและนักศึกษาที่ขาดแคลนและประสบปัญหาได้มารับประทานข้าว มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ การแลกเปลี่ยนการแสดงโชว์
ทอ่ี าคารครวั ฯ หลงั โรงอาหารเทดิ กสกิ รมหาวทิ ยาลยั แม่โจ้ ของวงดนตรีแม่โจ้แบนด์และการแสดงชุด “นพพิรุณปารมี รุ่งเรืองการเกษตร
ศรีแผ่นดิน เรืองสุขยลยิน ศิลป์อินทนิลแม่โจ้” ซึ่งผสมผสานดนตรีพ้ืนเมือง
ล้านนาเข้าบรรเลงกับเครื่องดนตรีสากลรวมถึงการฟ้อนเข้ากับดนตรีแบบใหม่
โครงการน้ีนักศึกษาจะได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะทางด้านดนตรีท้ังเป็นการ
สร้างเครือข่ายความร่วมมอื ระหวา่ งสถาบนั อดุ มศกึ ษาอีกด้วย
82
30 มนี าคม 2561 19 เมษายน 2561
นางสมพร แรกช�ำนาญ ผ้อู �ำนวยการศนู ยศ์ ลิ ปวฒั นธรรม นำ� คณะกรรมการ นางสมพร แรกช�ำนาญ ผู้อ�ำนวยการศูนย์ศิลปวัฒนธรรม และ
บูรณการด้านท�ำนุบ�ำรุงศิลปะวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ทบทวนและติดตาม นายสกุ จิ ติดชยั ผ้อู �ำนวยการกองกจิ การนักศึกษา ไดน้ ำ� บุคลากรกลุม่ งานพัฒนา
แผนท�ำนุบ�ำรุงศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัย ตามตัวชี้วัด ณ ห้องประชุม นักศึกษาจัดกิจกรรม Big Cleaning Day ของกลุ่มงานพัฒนานักศึกษา
องค์การนักศึกษา อาคารอ�ำนวย ยศสุข โดยมีอาจารย์ชัช พชรธรรมกุล อาคารอำ� นวย ยศสุข โดยมอี าจารย์ชัช พชรธรรมกุล เปน็ ประธานเปดิ กิจกรรม
รองอธิการบดีมอบนโยบายและยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัย ในการน้ีตัวแทนคณะ ซึ่งมบี คุ ลากรภายในอาคารอำ� นวย ยศสุขทุกสว่ นงาน ได้พฒั นาทำ� ความสะอาด
และตัวแทนจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ และมหาวิทยาลัย และปรับปรุงภูมทิ ัศนบ์ ริเวณรอบอาคาร และปลูกตน้ จันทรเ์ ปน็ ทีร่ ะลกึ พร้อมกับ
แม่โจ้-ชุมพร ได้รายงานความก้าวหน้าและกิจกรรมทางด้านศิลปวัฒนธรรม พัฒนาห้องท�ำงานให้มีสภาพแวดล้อมให้เอ้ือต่อการท�ำงานตามนโยบาย
ทบ่ี ูรณาการเข้ากบั การเรยี นการสอน ส�ำนักงานสีเขียว Green office
20 เมษายน 2561
ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม จัดกิจกรรม ด�ำหัวผู้อาวุโสและอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ประจ�ำปี 2561 ณ อาคารแผ่พืชน์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยช่วงเช้า
มีกิจกรรมสักการะพระบรมสารีริกธาตุ พระประธานประจ�ำมหาวิทยาลัย และพระศิลานาคน้อย โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จ�ำเนียร ยศราช อธิการบดี
น�ำคณะผู้บริหารและศิษย์เก่า สักการะ ถวายน�ำชา มาลัย สวดมนต์ไหว้พระ จากน้ันอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้พร้อมด้วย ดร.อ�ำนวย ยศสุข นายกสภา
มหาวิทยาลัย และคณะผู้บริหาร ตัวแทนสมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ ได้สักการะศาลเจ้าแม่โจ้และศาลเจ้าพ่อโจ้ เพ่ือขอขมาและสักการะเป็นสิริมงคลเนื่องในโอกาส
วันข้ึนปีใหม่สงกรานต์ตามประเพณีของล้านนา ในภาคบ่ายได้มีพิธีด�ำหัวโดยทุกคณะและส�ำนักภายในมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้พร้อมใจกันตกแต่งเครื่องสักการะ
ด�ำหวั จดั ขบวนแห่อยา่ งสวยงามพร้อมมกี จิ กรรมประกวดสม้ ตำ� ลลี าอย่างสนุกสนาน
83
15 พฤษภาคม 2561 18 พฤษภาคม 2561
นายอนสุ รณ์ วิจาณปรีชา หัวหน้างานพิพธิ ภณั ฑ์วฒั นธรรมการเกษตรไทย งานอนุรักษ์สืบสานศิลปวัฒนธรรม ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม จัดโครงการ
บรรยายและน�ำคณาจารย์จากประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา บริการวิชาการศิลปวัฒนธรรมนานาชาติ เพื่อให้มีคณาจารย์และนักศึกษา
ในโครงการ Thinking Classroom Foundation ของคณะศิลปศาสตร์ โครงการแลกเปล่ียนศิลปวัฒนธรรมต่างชาติเข้าร่วมโครงการ การบรรยายพิเศษ
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ�ำนวน 20 คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์การเกษตร เรอ่ื ง “ประเพณีสบิ สองเดือน” บรรยายโดยอาจารยส์ นน่ั ธรรมธิ วทิ ยากรดีเด่น
และวฒั นธรรมไทย ของศูนยศ์ ิลปวฒั นธรรมไทย มหาวทิ ยาลยั แม่โจ้ เพอื่ เรียนรู้ ด้านศิลปวัฒนธรรม จากส�ำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เกี่ยวกับประวัติความเป็นมา ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยแม่โจ้และแม่โจ้กับราชวงศ์ ณ ห้อง 128 อาคารช่วงเกษตรศิลปการ กิจกรรมแลกเปล่ียนเรียนรู้ในฐาน
ชมส่วนจดั แสดงตา่ งๆ ของอาคารพิพธิ ภัณฑ์การเกษตรและวฒั นธรรมไทย การเรยี นรู้ท�ำอาหารพน้ื เมือง ฐานฟอ้ นรำ� ไทย ฐานดนตรีพน้ื เมอื ง ฐานการท�ำ
โคมลอย และฐานตุงใส้ เพ่ือให้นักศึกษาต่างชาติได้มีความรู้ความเข้าใจ
ประเพณวี ัฒนธรรมทอ้ งถิ่นและสามารถฝึกปฏบิ ัติและน�ำไปใช้ประโยชน์ได้
25 พฤษภาคม 2561
นางสมพร แรกช�ำนาญ ผู้อำ� นวยการศูนยศ์ ิลปวฒั นธรรม พร้อมด้วย
หัวหน้างานสืบสานศิลปวัฒนธรรมและเจ้าหน้าที่ ได้เข้าร่วมประชุม
เตรียมความพร้อม ในการจะจัดงานประชุมสัมนาวิชาการเครือข่าย
ศิลปวัฒนธรรมสานสัมพันธ์วัฒนธรรมล้านนาศึกษา ณ ห้องประชุม ช้ัน 1
ส�ำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม เพื่อแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหว่างเครือข่าย
ศิลปวัฒนธรรมและล้านนาคดีศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ โดยมี
หน่วยงานความร่วมมือด้านศิลปวัฒนธรรมจัดงาน 4 มหาวิทยาลัย ได้แก่
ส�ำนักสง่ เสริมศลิ ปวฒั นธรรม มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ ส�ำนักศลิ ปะและวัฒนธรรม
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และ
ศูนย์วัฒนธรรมศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เพ่ือร่วมกัน
น�ำเสนอผลงานพรอ้ มแลกเปล่ียนแนวความคิดวิธีการดำ� เนนิ งานด้านวชิ าการ
บริการวิชาการ
28 พฤษภาคม 2561
งานบริหารและธุรการ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม จัดโครงการแลกเปล่ียน
เรยี นรู้ “การบรกิ ารด้วยหวั ใจ” โดยเชญิ วทิ ยากรพิเศษ คุณระยา้ เหลอื หลาย
มาบรรยายให้บุคลากรจ�ำนวน 19 คน ได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อคิดค�ำถาม
แล้วน�ำมาจัดท�ำเป็นความรู้ส�ำหรับน�ำไปจัดท�ำแผนปฏิบัติงานการให้บริการ
อยา่ งมคี ุณภาพ
84
7 มถิ ุนายน 2561 7 มถิ นุ ายน 2561
ท า ย า ท ข อ ง คุ ณ พ ร ะ ช ่ ว ง เ ก ษ ต ร ศิ ล ป ะ ก า ร น� ำ โ ด ย ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม จัดพิธีท�ำบุญวันคล้ายวันสถาปนาโรงเรียน
แพทย์หญิงปานทิพย์ วิริยะพานิช และ ศาสตราจารย์ ดร.สิรินทร์ พิบูลนิยม ฝึกหัดครูประถมกสิกรรม ภาคเหนือ ประจ�ำปี 2561 เร่ิมจากพิธีบวงสรวง
เข้าเย่ียมชมพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมการเกษตรไทย และเคร่ืองใช้ส่วนตัว พระพริ ุณทรงนาค ณ หน้าอาคารช่วงเกษตรศิลปการ โดยมี ดร.อำ� นวย ยศสุข
คุณพระชว่ งเกษตรศลิ ปการภายในหอ้ งทีจ่ ัดแสดง พร้อมมอบสตริงไทด์ทีร่ ะลึก นายกสภามหาวิทยาลัย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตรจารย์
งาน 100 ปี คณุ พระชว่ งเกษตรศิลปการ ให้ไวแ้ สดง โดยมี ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.จำ� เนยี ร ยศราช อธกิ ารบดมี หาวิทยาลยั แม่โจ้ และคณะผ้บู ริหาร บคุ ลากร
ดร.กชพร ศิริโภคากจิ รองอธกิ ารบดี และ นางสมพร แรกชำ� นาญ ผอู้ ำ� นวยการ และศิษย์เก่า พิธีวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์คุณพระช่วงเกษตรศิลปการ
ศนู ย์ศิลปวฒั นธรรม รับมอบ บิดาแห่งการเกษตรแม่โจ้ โดยมีแพทย์หญิงปานทิพย์ วิริยะพานิช พร้อมทายาท
ของคุณพระช่วงเกษตรศิลปาการ รวมวางพวงมาลาพร้อมท้ังให้โอวาท
แก่นักศึกษาใหม่และศิษย์เก่า จากน้ันได้มีพิธีท�ำบุญทางศาสนา ณ อาคาร
ส�ำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้เริ่มก่อตั้งเม่ือปี พ.ศ. 2477
จากโรงเรียนฝึกหัดรปู ระถมกสกิ รรม จนกระทงั่ เมือ่ ปี พ.ศ. 2518 ไดส้ ถาปนา
เป็นสถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ เม่ือปี พ.ศ. 2539 จึงได้สถาปนาเป็น
มหาวทิ ยาลยั แมโ่ จ้
20 มิถนุ ายน 2561
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประสิทธิ์ โนรี นายกสมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้
มอบภาพพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั ฯ รัชกาลท่ี 9 ในกรอบ จ�ำนวน 2 ภาพ
ให้ไว้แสดง ณ พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมการเกษตรไทย โดยมีนายอนุสรณ์
วิจารณป์ รชี า หัวหน้างานรับมอบ
21 มิถนุ ายน 2561 25 มิถุนายน 2561
นักศึกษาโครงการ Educational Cooperation Program (ECP) นายประวิทย์ ตณั ฑท์ วี ศิษยเ์ ก่าแม่โจ้รนุ่ 30 ประธานชมรมแมโ่ จล้ �ำพนู
คณะพฒั นาการทอ่ งเทีย่ ว จำ� นวน 55 คน เข้าเยย่ี มชมพิพธิ ภัณฑว์ ฒั นธรรม น�ำแหวนรุ่นส่วนตัวเม่ือปี พ.ศ. 2508 มอบไว้เพ่ือจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์
การเกษตรไทย โดยมนี ายอนุสรณ์ วจิ ารณป์ รชี า บรรยายและตอ้ นรบั วัฒนธรรมการเกษตรไทย โดยมีนายอนุสรณ์ วิจารณ์ปรีชา หัวหน้างาน
พิพิธภณั ฑ์วัฒนธรรมการเกษตรไทย รับมอบ
85
5 กรกฎาคม 2561
แพทย์หญงิ ปานทิพย์ วิริยะพานชิ ทายาทคณุ พระชว่ งเกษตรศลิ ปะการ
นำ� Prof.Dr.Chip S.Appel จาก NRES Department, California Polytech
State University พรอ้ มคณะ เข้าเยี่ยมชมพพิ ธิ ภัณฑว์ ฒั นธรรมการเกษตรไทย
ชมเครอ่ื งใช้ส่วนตัวคุณพระช่วงเกษตรศิลปการภายในห้องทจ่ี ัดแสดง
23 มิถุนายน 2561 8 กรกฎาคม 2561
ช่วยแม่เลี้ยงน้องอ่ิมท้องม้ือแรก ปีที่ 4 ดร.อ�ำนวย ยศสุข นายกสภา
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มาให้ขวัญก�ำลังใจในการที่ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมร่วมกับ งานดนตรีและนันทนาการ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม ได้จัดพิธีไหว้ครูศิลป
ศิษย์เก่าแม่โจ้ทั่วประเทศ จัดกิจกรรมเล้ียงข้าวเช้านักศึกษาใหม่ประจ�ำปี 2561 ทางดนตรี ประจ�ำปี 2561 ณ ลานอนันต์ ปัญญาวีร์ อาคารอ�ำนวย ยศสุข
ณ อาคารแผพ่ ชื น์ มหาวทิ ยาลัยแม่โจ้ เพือ่ เป็นเสรมิ สรา้ งความรักความสามคั คี มีนางสมพร แรกช�ำนาญ ผู้อ�ำนวยการศูนย์ศิลปวัฒนธรรม กล่าวรายงาน
ระหว่างศิษยเ์ กา่ แมโ่ จ้กับศิษย์ปัจจบุ นั และการสร้างขวัญกำ� ลงั ใจในการเล่าเรียน มีอาจารย์ชัช พชรธรรมกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นประธาน
กล่าวเปิดงานและให้โอวาท พิธีไหว้ครูศิลปทางดนตรีจัดขึ้นเพื่อเป็นการ
29 มิถนุ ายน 2561 แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อครูบาอาจารย์ การเสริมสร้างความสามัคคี
นายวินัย สุขส�ำราญ ศิษย์เก่าแม่โจ้รุ่น 34 มอบเสื้อโครงการเกษตรกร ระหว่างนักดนตรีอีกท้ังยังเช่ือมความสัมพันธ์อันดีระหว่างศิษย์เก่าและ
ในอนาคต แห่งประเทศไทย (Futur Fammers of Thailand) ซ่ึงเป็นเสื้อ ศิษย์ปัจจุบันได้มาพบปะสังสรรค์กันแลกเปล่ียนความรู้กันเพื่อท่ีจะพัฒนา
สำ� หรับสมาชกิ ของนักศึกษาแมโ่ จ้รุ่นแรกๆ มอบไว้เพอ่ื จัดแสดง ณ พิพธิ ภณั ฑ์ ความรู้ความสามารถพัฒนาฝีมือตนเองใหด้ ขี ้นึ ต่อไป
วัฒนธรรมการเกษตรไทย โดยมีนายอนุสรณ์ วิจารณ์ปรีชา หัวหน้างาน
พพิ ธิ ภัณฑ์วัฒนธรรมการเกษตรไทย รับมอบ
86
11 กรกฏาคม 2561
ศูนยศ์ ิลปวัฒนธรรม จดั พธิ ถี วายเทยี นพรรษา ประจำ� ปี 2561 ณ วดั แมโ่ จ้ อำ� เภอสันทราย จังหวัดเชยี งใหม่ โดยมผี ูช้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.จำ� เนยี ร ยศราช
อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นประธานฝ่ายฆราวาสพร้อมด้วยผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร ศิษย์เก่าแม่โจ้ และนักศึกษา น�ำขบวนแห่เทียนพรรษาจากอาคาร
พุทธมงิ่ มงคลไปยังวัดแมโ่ จ้ พธิ ีถวายเทยี นพรรษา มหาวทิ ยาลัยแม่โจจ้ ัดข้นึ ทุกปีเพ่ือเป็นการสบื สานประเพณีอันดีงามของพุทธศาสนิกชน
18 กรกฎาคม 2561
งานอนรุ กั ษส์ บื สานศลิ ปวัฒนธรรม ศนู ยศ์ ลิ ปวฒั นธรรม มหาวิทยาลัย
แม่โจ้ จัดพิธีไหว้ครูดนตรีไทยและนาฏศิลป์ ประจ�ำปี 2561 ณ อาคารแผ่พืชย์
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยมี อาจารยช์ ัช พชรธรรมกุล รองอธกิ ารบดี เปน็ ประธาน
ในพิธี พร้อมด้วยบุคลากร นักศึกษา และศิษย์เก่าแม่โจ้ ร่วมพิธี โดยได้
นิมนต์พระสงฆ์สวดเจริญพุทธมนต์ ท�ำพิธีบวงสรวงแบบพ้ืนเมืองล้านนา
ถวายเคร่ืองเซ่นไหว้พร้อมร�ำถวายและเจิมหน้าผากบรรดาลูกศิษย์เป็นล�ำดับ
พธิ ีไหวค้ รูดนตรีไทยและนาฏศลิ ป์จัดข้นึ ทุกปีเพ่ือแสดงถึงความกตัญญูกตเวที
แก่ครูบาอาจารย์
23 กรกฎาคม 2561 24 กรกฎาคม 2561
เจ้าหน้าที่จากประเทศภูฏาน จ�ำนวน 3 คน เข้าเย่ียมชมพิพิธภัณฑ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยแม่โจ้
วฒั นธรรมการเกษตรไทย โดยมีนายอนสุ รณ์ วิจารณป์ รีชา บรรยายและต้อนรบั ได้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ
บดิทรเทพยวรางกูร โดยมีกิจกรรมคือพิธีท�ำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 67 รูป
ณ ศูนย์กีฬากาญจนาภิเษก รัชกาลท่ี 9 กิจกรรมบ�ำเพ็ญประโยชน์ซ่อมฝาย
มชี วี ิตเฉลมิ พระเกยี รติ ตัวที่ 499 และ 500 พิธีเปดิ ครัวอิม่ อุ่น พีเ่ พื่อน้องแมโ่ จ้
ณ สวนป่าบุญศรี วังซ้าย โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา
รองอธิการบดี เป็นประธานในพิธี เวลา 18.30 น. พิธีจุดเทียนถวายพระพร
ชัยมงคล ณ ศูนย์กีฬากาญจนาภเิ ษก รชั กาลท่ี 9 มหาวิทยาลัยแมโ่ จ้
87
26 กรกฎาคม 2561 8 สงิ หาคม 2561
ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม จัดพิธีเฉลิมพระเกียรติวันเฉลิมพระชนมพรรษา
ศนู ยศ์ ลิ ปวัฒนธรรมจดั พธิ ีไหว้ครู ประจำ� ปี 2561 ณ ศูนยก์ ีฬากาญจนาภเิ ษก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทร
รัชกาลที่ 9 โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา รองอธิการบดี มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาส
เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์จากทุกคณะ ในการน้ี วนั เฉลมิ พระชมพรรษา 86 พรรษา 12 สิงหาคม 2561 ณ ศนู ย์กฬี ากาญจนาภิเษก
ประธานในพิธีได้วางพานพุ่มแด่อ�ำมาตย์โทพระช่วงเกษตรศิลปการ และ รัชกาลท่ี 9 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา
ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้คนแรก รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ถวายเครื่องสักการะ กล่าวส�ำนึก
และจากพิธีมอบโล่อาจารย์ตัวอย่างและพนักงานดีเด่นของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงพลังความจงรักภักดี ร่วมกันจุดเทียนถวาย
และพิธีมอบประกาศนียบัตรให้กับนักศึกษาโครการปลูกผักแลกค่าเทอม และ พระพรชัยมงคล และรอ้ งเพลงสรรเสริญพระบารมี ผู้เขา้ ร่วมงานคอื คณะผบู้ ริหาร
พิธีมอบหนังสือบันทึกอดีตแม่โจ้แด่มหาวิทยาลัย โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ บุคลากร คณาจารย์ และนักศึกษา คณะผู้บริหารและบุคลากรจากส�ำนักงาน
ดร.ธนติ มะลสิ วุ รรณ แม่โจ้รุ่น 20 และชมรมศษิ ยเ์ ก่าแม่โจ้ รุ่น 49 เทศบาลเมืองแม่โจ้ และประชาชนอ�ำเภอสันทราย ในพิธีมีการแสดงธรรม
เทศนาเร่ือง “พระคุณแม่” โดยพระใบฎีกาสมศักดิ์ ปิยวณฺโณ พระนักเทศน์
ช่ือดังภาคเหนือ และพิธีมอบโล่รางวัลแม่ดีเด่นจากเทศบาลเมืองแม่โจ้
ประจ�ำปี 2561 จำ� นวน 19 ทา่ น
15 สิงหาคม 2561
งานพิพิธภัณฑ์การเกษตรและวัฒนธรรมไทย ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม
จดั โครงการฝึกอบรบมคั คุเทศนอ์ าสาท�ำหน้าทพ่ี าเย่ียมชมและบรรยายให้ข้อมลู
ของศูนย์เรียนรู้วฒั นธรรมอตั ลักษณว์ ถิ ีเกษตร วิถีแมโ่ จ้ โดยฝึกภาษาต่างประเทศ
ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ณ อาคารพิพิธภัณฑ์การเกษตร
และวฒั นธรรมไทย โดยบูรณาการร่วมกบั คณะศิลปศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยแมโ่ จ้
เพ่ือพฒั นาศักยภาพนกั ศึกษาให้บริการขอ้ มลู เข้าส่รู ะดบั สากล
7 สิงหาคม 2561
นางสมพร แรกช�ำนาญ ผู้อ�ำนวยการศูนย์ศิลปวัฒนธรรม ปฏิบัติ
ราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ น�ำหัวหนา้ งานเข้าร่วมพิธีวางพวงมาลา
พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธ์ิ เนื่องในวันระพี ประจ�ำปี 61
ณ ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งในงานมีการแสดงนิทรรศการความรู้
ทางกฎหมาย และจ�ำหนา่ ยสินค้าราคาประหยัดและสนิ คา้ จากกรมราชทัณฑ์
88
19 สิงหาคม 2561
งานอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรม จัดโครงการอนุรักษ์หัตถกรรมลา้ นนา
สบื สานภูมิปัญญาท้องถิ่น ใหน้ กั ศกึ ษาได้ฝึกทกั ษะการประดษิ ฐ์ตุง สวยดอก ฯลฯ
สามารถน�ำไปใช้ในพิธีการพิธีกรรมในชีวิตประจ�ำวันได้และเป็นการเสริมรายได้แก่
ครอบครวั ณ อุทยานเกษตรกรรมล้านนา มหาวทิ ยาลัยแม่โจ้ ทั้งนีใ้ นงานยังมี
พธิ กี รรมลา้ นนาคือการปลกู ข้าว ทำ� ขวัญควาย เทศธรรมปลาช่อน ดว้ ย
22 สิงหาคม 2561
ศนู ย์ศิลปวฒั นธรรม จดั โครงการสืบสานวฒั นธรรม “วฒั นธรรม ประเพณี วิถชี วี ิต ปี 61” ณ พพิ ธิ ภัณฑว์ ัฒนธรรมการเกษตรไทย โดยมี ดร.กอบลาภ อารีศรีสม
ผู้ช่วยอธิการบดีเป็นประธาน ในงานมีกิจกรรมการประกวดเล่าเรื่องแม่โจ้ นิทรรศการเปิดบ้านอาจ๋านบุญศรีและสาธิตประกอบอาหาร การสาธิตและฝึกทักษะ
ของภูมิปัญญาล้านนาในอ�ำเภอสันทรายการประดิษฐ์ใบเตย การถักเชือก การประดิษฐ์ดอกไม้จากไม้ไผ่ ฯลฯ ได้รับความสนใจจากนักเรียนและนักศึกษากว่า 500 คน
เขา้ ร่วมและฝึกอบรมเพอ่ื น�ำไปใชป้ ระโยชน์
23 สิงหาคม 2561
ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม จัดโครงการเสวนาวิชาการประกอบการสาธิต
ชือ่ “วฒั นธรรมประเพณีวิถีล้านนาอยู่ได้อยา่ งไรในยุค 4.0” ณ อาคารพพิ ธิ ภณั ฑ์
วฒั นธรรมการเกษตรไทย โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา รองอธกิ ารบดี
เป็นประธานเปิดงานและแสดงความยินดีเชิดชูเกียรติแด่พ่อครูบุญศรี รัตนัง
ศิลปินล้านนาที่ได้รับรางวัลศิลปินแห่งชาติ ประจ�ำปี 2560 สาขาศิลปะการแสดง
(ดนตรีพน้ื บา้ นล้านนา) ในการน้ีนางสมพร แรกช�ำนาญ ผู้อ�ำนวยการศูนยศ์ ิลป
วัฒนธรรม กล่าวรายงานและมอบประกาศเกียรติบัตรแก่ปราชญ์ชาวบ้านจ�ำนวน
22 ท่าน ซ่ึงมีความรู้ความสามารถในด้านการอนุรักษ์สืบทอดศิลปะวัฒนธรรม
ของล้านนา ไม่ว่าจะเป็นทางด้านหัตถกรรม ประติมากรรม วรรณกรรม นาฏกรรม
การเสวนาเชิงวิชาการในหัวข้อ “วัฒนธรรมประเพณีวิถีล้านนาอยู่ได้อย่างไร
ในยคุ 4.0” ของปราชญช์ าวบา้ นและพระสงฆท์ ่ีมคี วามรจู้ �ำนวน 12 ทา่ น การสาธิต
การท�ำบอกไฟดอก การขับซอพ้ืนเมือง และการท�ำลูกประคบสมุนไพร เพื่อเก็บ
และรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นของปราชญ์ท้องถ่ินในเขตอ�ำเภอสันทราย เป็นฐานข้อมูล
ของศนู ยศ์ ิลปวฒั นธรรมน�ำไปเผยแพร่ใหเ้ ป็นประโยชนต์ ่อไป
89
30 สงิ หาคม 2561 4 ตุลาคม 2561
ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม จัดโครงการทบทวนและจัดท�ำแผนด้านท�ำนุบ�ำรุง อาจารยพ์ ัชรนิ ทร์ สุกัณศิล ทายาทศาสตราจารย์ ดร.วภิ าต บญุ ศรี วงั ซา้ ย
ศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ประจ�ำปี 2561 ณ ห้องประชุม แอท นาธา และกรรมการมูลนิธิ ศ.ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย เข้าเย่ียมชมพิพิธภัณฑ์
เชียงใหม่ชิค จังเกิล รีสอร์ท ต�ำบลแม่แรม อ�ำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ วัฒนธรรมการเกษตรไทย เพื่อตรวจการสร้างโรงจอดรถยนต์ที่จะน�ำรถเก่า
โดยมีอาจารย์ชัช พชรธรรมกุล รองอธิการบดี เป็นประธานเปิดโครงการ ที่ซ่อมแซมมาจัดแสดง เย่ียมชมการจัดนิทรรศการของใช้ส่วนตัว และจะได้น�ำ
และให้นโยบายด้านยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัย แก่นักวิชาการศึกษา ของอื่นๆ มามอบให้มหาวิทยาลัยแม่โจ้ในช่วงเดือนธันวาคม 2561 ในการน้ี
จากคณะ สภานักศึกษา องค์การนักศึกษา สโมสรนักศึกษาทุกคณะ จ�ำนวน ได้บันทึกเทปสัมภาษณ์เกี่ยวกับท่ีมา และความประทับใจบ้านพักหลังน้ีในอดีต
55 คน ร่วมกนั แลกเปลี่ยนเรยี นรทู้ บทวนกลยทุ ธ์ และตัวช้ีวัดของแผนทำ� นุบ�ำรงุ โดยมีนางสมพร แรกช�ำนาญ ผู้อ�ำนวยการศูนย์ศิลปวัฒนธรรม และ
ศิลปวัฒนธรรม การระดมความคิดจากผลการปฏิบัติงานมาปรับปรุง นายอนสุ รณ์ วจิ ารณป์ รชี า หวั หนา้ งานพิพธิ ภณั ฑ์ฯ ใหก้ ารต้อนรับ
การทำ� งานใหม้ ีประสทิ ธภิ าพ
26 กรกฎาคม 2561
ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม จัดประกวดการแสดงของนักศึกษา “ลูกทุ่งแม่โจ้
น่ีโก้จริงๆ” ณ ศูนย์ประชุมเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยมี
อาจารย์ชัช พชรธรรมกุล รองอธิการบดี เป็นประธานเปิดพิธี หลังจาก
นางสมพร แรกช�ำนาญ ผู้อ�ำนวยการศูนย์ศิลปวัฒนธรรมกล่าวรายงาน
แล้ว มีการแสดงโชว์ของวงดนตรีลูกทุ่งแม่โจ้แบนด์ ตามด้วยการประกวด
ของนักศึกษาจำ� นวน 9 ทมี ทีมทช่ี นะเลศิ ในคร้งั นี้คอื ทีมคณะศิลปะศาสตร์
7-9 กันยายน 2561
ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ สร้างสรรค์
สร้างผู้น�ำ เสริมทักษะและการแสดงออกทางวัฒนธรรมแก่ผู้น�ำนักศึกษา
13 สโมสร จ�ำนวนกว่า 110 คน ณ ริมดอยรีสอร์ท อ�ำเภอเชียงดาว
จงั หวัดเชยี งใหม่ โดยมี ดร.กอบลาภ อารศี รสี ม เป็นประธานเปิดพธิ ี พร้อมทมี งาน
ของวิทยากรชนั้ น�ำทเ่ี ชยี่ วชาญดา้ นเพลง การแสดง และการออกแบบตา่ งๆ
90
ปฏิมากรรม “ต�่ำเราต้องค้�ำให้สูงจรุงศรี”
สนบั สนุนโดย ชมรมศิษย์เก่าแม่โจ้รุ่น 51 และ หอระฆัง สนับสนุนโดย ชมรมศิษย์เก่าแม่โจ้รุ่น 55