The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by programmer, 2022-10-19 23:47:25

พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม

พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม

พระราชบัญญตั ิ
วา ดวยขอสัญญาทไ่ี มเปน ธรรม

พ.ศ. ๒๕๔๐

พระราชบัญญตั ิ วาดว ยขอ สญั ญาทีไ่ มเ ปนธรรม พ.ศ. ๒๕๔๐
ภมู พิ ลอดุลยเดช ป.ร.

ใหไว ณ วนั ท่ี ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๐
เปน ปที่ ๕๒ ในรัชกาลปจ จบุ นั

พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช มพี ระบรมราชโองการ โปรดเกลา ฯ ใหป ระกาศวา
โดยที่เปน การสมควรใหมีกฎหมายวา ดว ยขอสญั ญาทไี่ มเปน ธรรม จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา ฯ
ใหต ราพระราชบัญญัติ ข้ึนไวโดย คำแนะนำและยินยอมของรฐั สภา ดงั ตอไปน้ี

มาตรา ๑ พระราชบญั ญตั นิ เ้ี รยี กวา "พระราชบญั ญตั วิ า ดว ยขอ สญั ญา ทไ่ี มเ ปน ธรรม พ.ศ. 2540"
มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั นิ ใ้ี หใ ชบ งั คบั เมอ่ื พน กำหนดหนง่ึ รอ ยแปดสบิ วนั นบั แตว นั ประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษาเปนตน ไป
มาตรา ๓ ในพระราชบญั ญัตนิ ้ี
"ขอ สญั ญา" หมายความวา ขอ ตกลง ความตกลง และความยินยอม รวมทั้งประกาศ และคำ
แจง ความเพอื่ ยกเวนหรือจำกัดความรับผิดดว ย
"ผบู รโิ ภค" หมายความวา ผเู ขา ทำสญั ญาในฐานะผซู อ้ื ผเู ชา ผเู ชา ซอ้ื ผกู ู ผเู อาประกนั ภยั หรอื
ผเู ขา ทำสญั ญาอน่ื ใดเพอ่ื ใหไ ดม า ซง่ึ ทรพั ยส นิ บรกิ าร หรอื ประโยชนอ น่ื ใดโดยมคี า ตอบแทน ทง้ั น้ี การเขา ทำ
สญั ญานน้ั ตอ งเปน ไปโดยมใิ ชเ พอื่ การคา ทรัพยสิน บรกิ าร หรอื ประโยชนอน่ื ใดนั้น และใหห มายความรวม
ถึงผเู ขาทำสญั ญาในฐานะผูค้ำประกันของบุคคลดงั กลา วซ่งึ มิไดกระทำเพ่อื การคาดว ย
"ผปู ระกอบธรุ กจิ การคา หรอื วชิ าชพี " หมายความวา ผเู ขา ทำสญั ญาใน ฐานะผขู าย ผใู หเ ชา
ผใู หเ ชา ซอ้ื ผใู หก ู ผรู บั ประกนั ภยั หรอื ผเู ขา ทำสญั ญาอน่ื ใด เพอ่ื จดั ใหซ ง่ึ ทรพั ยส นิ บรกิ าร หรอื ประโยชนอ น่ื ใด ทง้ั น้ี
การเขา ทำสญั ญานน้ั ตอ ง เปน ไปเพอ่ื การคา ทรพั ยส นิ บรกิ าร หรอื ประโยชนอ น่ื ใดนน้ั เปน ทางคา ปกตขิ องตน
"สญั ญาสำเรจ็ รปู " หมายความวา สญั ญาทท่ี ำเปน ลายลกั ษณอ กั ษรโดย มกี ารกำหนดขอ สญั ญา
ที่เปนสาระสำคัญไวลวงหนาไมวาจะทำในรูปแบบใด ซึ่งคูสัญญา ฝายหนึ่งฝายใดนำมาใชในการประกอบ
กิจการของตน
มาตรา ๔ ขอ ตกลงในสญั ญาระหวา งผบู รโิ ภคกบั ผปู ระกอบธรุ กจิ การคา หรอื วชิ าชพี หรอื ใน
สัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำใหผูประกอบ ธุรกิจการคา หรือวิชาชีพ หรือผูกำหนดสัญญา
สำเรจ็ รูปหรือผูซื้อฝากไดเปรียบ คูสัญญาอีกฝายหนึ่งเกินสมควร เปนขอสัญญาที่ไมเปนธรรม และใหมีผล
บังคับไดเพยี งเทาทีเ่ ปน ธรรมและ พอสมควรแกกรณีเทา นน้ั

ในกรณที มี่ ขี อ สงสัย ใหต ีความสำเร็จรปู ไปในทางทเี่ ปน คณุ แกฝ า ย ซงึ่ มไิ ดเ ปน ผูกำหนดสัญญาสำเร็จรูปนนั้
ขอ ตกลงทม่ี ลี กั ษณะหรอื มผี ลใหค สู ญั ญาอกี ฝา ยหนง่ึ ปฏบิ ตั หิ รอื รบั ภาระ เกนิ กวา ทว่ี ญิ ชู นจะพงึ คาดหมาย
ไดตามปกติ เปน ขอตกลงที่อาจถือไดว า ทำใหไ ด เปรยี บคสู ัญญาอกี ฝา ยหนึง่ เชน

(๑) ขอตกลงยกเวนหรอื จำกดั ความรบั ผิดที่เกิดจากการผดิ สัญญา
(๒) ขอตกลงใหตอ งรบั ผดิ หรือรับภาระมากกวา ทกี่ ฎหมายกำหนด
(๓) ขอ ตกลงให ส ญั ญาสน้ิ สดุ ลงโดยไมม เี หตผุ ลอนั สมควร หรอื ให สทิ ธบิ อกเลกิ สญั ญาไดโ ดย
อีกฝายหน่ึง มิไดผิดสัญญาในขอ สาระสำคญั
(๔) ขอ ตกลงใหสทิ ธิท่ีจะไมปฏิบัตติ ามสญั ญาขอหนึง่ ขอใด หรอื ปฏบิ ัติ ตามสญั ญาในระยะ
เวลาท่ีลาชา ไดโ ดยไมมเี หตผุ ลอนั สมควร
(๕) ขอตกลงใหสิทธิคูสัญญาฝายหนึ่งเรียกรองหรือกำหนดใหอีก ฝายหนึ่งตองรับภาระ
เพิ่มขึ้นมากกวาภาระที่เปนอยูในเวลาทำสัญญา
(๖) ขอตกลงในสัญญาขายฝากที่ผูซื้อฝากกำหนดราคาสินไถสูงกวา ราคาขายบวกอัตรา
ดอกเบี้ยเกินกวารอ ยละสิบหาตอป
(๗) ขอ ตกลงในสญั ญาเชา ซื้อท่กี ำหนดราคาคา เชาซื้อ หรือกำหนด ใหผ ูเ ชาซ้อื ตองรบั ภาระ
สงู เกินกวาทีค่ วร
(๘) ขอ ตกลงในสญั ญาบตั รเครดติ ทก่ี ำหนดใหผ บู รโิ ภคตอ งชำระ ดอกเบย้ี เบย้ี ปรบั คา ใชจ า ย
หรอื ประโยชนอ ่ืนใดสูงเกินกวาทีค่ วรในกรณที ผ่ี ิดนัด หรือที่เกี่ยวเนื่องกบั การผดิ นัดชำระหนี้
(๙) ขอตกลงที่กำหนดวิธีคิดดอกเบี้ยทบตนที่ทำใหผูบริโภคตองรับ ภาระสูงเกินกวาที่ควร
ในการพจิ ารณาขอ ตกลงที่ทำใหไดเ ปรยี บคสู ัญญาอีกฝายหนงึ่ ตาม วรรคสาม จะเปนการไดเปรียบเกนิ
สมควรหรือไม ใหน ำมาตรา ๑๐ มาใช โดยอนุโลม
มาตรา ๕ ขอ ตกลงจำกดั สทิ ธหิ รอื เสรภี าพในการประกอบอาชพี การงาน หรอื การทำนติ กิ รรม
ทเ่ี กย่ี วกบั การประกอบธรุ กจิ การคา หรอื วชิ าชพี ซง่ึ ไมเ ปน โมฆะ แตเ ปน ขอ ตกลงทท่ี ำใหผ ถู กู จำกดั สทิ ธหิ รอื
เสรีภาพตองรับภาระ มากกวาที่จะพึงคาดหมายไดตามปกติ ใหมีผลบังคับไดเพียงเทาที่เปนธรรมและพอ
สมควรแกก รณีเทา น้ัน

ในการวนิ จิ ฉยั วา ขอ ตกลงตามวรรคหนง่ึ ทำใหผ ถู กู จำกดั สทิ ธหิ รอื เสรภี าพตอ งรบั ภาระมากกวา
ทจ่ี ะพงึ คาดหมายไดห รอื ไม ใหพ เิ คราะหถ งึ ขอบเขตในดา นพน้ื ทแ่ี ละระยะเวลาของการจำกดั สทิ ธหิ รอื เสรภี าพ
รวมทง้ั ความสามารถและโอกาสในการประกอบอาชพี การงานหรอื การทำนติ กิ รรม ในรปู แบบอน่ื หรอื กบั บคุ คลอน่ื
ของผูถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพ ประกอบกับ ทางไดเสียทุกอยางอันชอบดวยกฎหมายของคูสัญญาดวย

มาตรา ๖ สัญญาระหวางผูบริโภคกับผูประกอบธุรกิจการคาหรือ วิชาชีพที่มีการชำระหนี้ดวย
การสงมอบทรัพยสินใหแกผูบริโภค จะ มีขอตกลง ยกเวนหรือจำกัดความรับผิดของผูประกอบธุรกิจการคา
หรือวชิ าชีพเพอื่ ความ ชำรดุ บกพรอ งหรอื เพ่ือการรอนสทิ ธิไมได เวนแตผบู ริโภคไดร ถู ึงความชำรุด บกพรอง
หรอื เหตแุ หง การรอนสิทธิอยูแลวในขณะทำสัญญา ในกรณีนี้ใหขอตกลง ยกเวนหรือจำกัดความรับผิดนั้นมี
ผลบังคับไดเพียงเทา ทเ่ี ปน ธรรมและพอสมควร แกกรณเี ทา น้ัน

มาตรา ๗ ในสญั ญาท่มี กี ารใหส ่ิงใดเปน มัดจำ หากมกี รณีทจ่ี ะตอ ง รบิ มดั จำถา มดั จำนัน้ สูงเกิน
สวน ศาลจะลดลงใหริบไดเ พียงเทา ความเสยี หาย ทแี่ ทจรงิ ก็ได

มาตรา ๘ ขอตกลง ประกาศ หรือคำแจงความที่ไดทำไวลวงหนา เพื่อยกเวนหรือจำกัด
ความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายตอชีวิต รางกาย หรืออนามัยของผูอื่น อันเกิดจาก
การกระทำโดยจงใจหรือประมาท เลินเลอของผูตกลง ผูประกาศ ผูแจงความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผูตกลง
ผูประกาศหรือผูแจงความตองรับผิดดวย จะนำมาอางเปนขอยกเวนหรือจำกัดความรับผิดไมได ขอตกลง
ประกาศหรอื คำแจงความทีไ่ ดทำไวล ว งหนาเพือ่ ยกเวนหรือ จำกดั ความรับผิดในกรณีอ่ืนนอกจากทกี่ ลาวใน
วรรคหน่งึ ซึ่งไมเปน โมฆะ ใหม ผี ล บงั คบั ไดเ พียงเทาที่เปนธรรมและพอสมควรแกก รณเี ทาน้ัน

มาตรา ๙ ความตกลงหรอื ความยินยอมของผูเสยี หายสำหรบั การ กระทำทต่ี อ งหามชัดแจงโดย
กฎหมายหรอื ขดั ตอ ความสงบเรยี บรอ ยหรอื ศลี ธรรม อนั ดขี องประชาชน จะนำมาอา งเปน เหตยุ กเวน หรอื จำกดั
ความรบั ผดิ เพ่อื ละเมดิ มิได

มาตรา ๑๐ ในการวนิ จิ ฉัยวา ขอสัญญาจะมีผลบงั คบั เพยี งใดจงึ จะ เปนธรรมและพอสมควรแก
กรณี ใหพ เิ คราะหถ งึ พฤติการณท ้ังปวง รวมท้งั

(๑) ความสุจริต อำนาจตอรอง ฐานะทางเศรษฐกิจ ความรู ความเขาใจ ความสันทัดจัดเจน
ความคาดหมายแนวทางที่เคยปฏิบัติ ทางเลือก อยางอื่น และทางไดเสียทุกอยางของคูสัญญาตามสภาพที่
เปนจริง

(๒) ปกติประเพณขี องสญั ญาชนดิ นน้ั
(๓) เวลาและสถานทใ่ี นการทำสญั ญาหรอื ในการปฏิบัติตามสญั ญา
(๔) การรับภาระทหี่ นกั กวามากของคสู ญั ญาฝา ยหนง่ึ เมื่อเปรยี บเทียบ กับคสู ญั ญาอีกฝา ยหนึ่ง
มาตรา ๑๑ ขอสัญญาใดที่มิใหนำบทบัญญัติแหงพระราชบัญญัต ินี้ไปใช บังคับไมวาทั้งหมด
หรือบางสวนขอสัญญานั้นเปน โมฆะ
มาตรา ๑๒ พระราชบญั ญตั นิ ไ้ี มใ ชบ งั คบั แกน ติ กิ รรมหรอื สญั ญาทท่ี ำขน้ึ กอ นวนั ทพ่ี ระราชบญั ญตั ิ
นี้ใชบังคับ
มาตรา ๑๓ ในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อคูความรองขอ หรือ
ศาลเหน็ สมควรศาลอาจขอใหผ ทู รงคณุ วฒุ หิ รอื ผเู ชย่ี วชาญ มาใหค วามเหน็ เพอ่ื ประกอบการพจิ ารณาพพิ ากษาได
มาตรา ๑๔ ใหผูทรงคุณวุฒิหรือผูเชี่ยวชาญที่ศาลขอใหมาใหความเห็น ไดรับคาปวยการ
คา พาหนะเดินทางและคา เชาทพ่ี กั ตามระเบียบท่ีกระทรวงยุติธรรม กำหนดโดยไดร ับความเห็นชอบจาก
กระทรวงการคลัง
มาตรา ๑๕ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้ และใหมี
อำนาจออกระเบยี บเพ่ือปฏิบัติการตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี
ผูรบั สนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ชวลติ ยงใจยทุ ธ
หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใชพ ระราชบัญญตั ิฉบับน้ี คอื เน่ืองจาก หลกั กฎหมายเกย่ี วกับนติ ิกรรม
หรอื สญั ญาทใ่ี ชบ งั คบั อยมู พี น้ื ฐานมาจากเสรภี าพ ของบคุ คล ตามหลกั ของความศกั ดส์ิ ทิ ธข์ิ องการแสดงเจตนา
รัฐจะไมเขาแทรกแซง แมวาคูสัญญาฝายหนึ่งไดเปรียบคูสัญญาอีกฝายหนึ่ง เวนแตจะเปนการตองหาม
ชัดแจงโดยกฎหมายหรือขัดตอความสงบเรียบรอยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน แตในปจจุบัน
สภาพสังคมเปลี่ยนแปลงไป ทำใหผูซึ่งมีอำนาจตอรองทางเศรษฐกิจ เหนือกวาถือโอกาสอาศัยหลัก
ดังกลาวเอาเปรียบคูสัญญาอีกฝายหนึ่ง ซึ่งมีอำนาจ ตอรองทางเศรษฐกิจดอยกวาอยางมากซึ่งทำให
เกิดความไมเปนธรรมและไมสงบสุขในสังคม สมควรที่รัฐจะกำหนดกรอบของการใชหลักความศักดิ์สิทธิ์
ของการ แสดงเจตนาและเสรีภาพของบุคคล เพื่อแกไขความไมเปนธรรมและความไมสงบสุข ในสังคม
ดังกลาว โดยกำหนดแนวทางใหแกศาลเพื่อใชในการพิจารณาวาขอสัญญา หรือขอตกลงใดที่ไมเปนธรรม
และใหอำนาจแกศาลที่จะสั่งใหขอสัญญาหรือขอตกลง ที่ไมเปนธรรมนั้นมีผลใชบังคับเทาที่เปนธรรมและ
พอสมควรแกก รณี จงึ จำเปน ตอ ง ตราพระราชบญั ญัติน้ขี ้ึน


Click to View FlipBook Version