The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Deep Blue and Golden Illustrative Astronaut Fairytale Book Cover.pdf

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

เล่ม

Deep Blue and Golden Illustrative Astronaut Fairytale Book Cover.pdf

E - BOOK Deep Blue and Golden Illustrative Astronaut Fairytale Book Cover หน้าน้ 1 จาก 7


ดวงอาทิตย์ ดาวเคราะห์ และดาวเคราะห์แคระ (ระยะห่างไม่เท่าอัตราส่วนจริง) อายุ 4.568 พันล้านปี ที่ตั้ง เมฆระหว่างดาวท้องถิ่น ฟองท้องถิ่น แขนนายพราน–หงส์ ทางช้างเผือก มวลของระบบ 1.0014 มวลดวงอาทิตย์ดาวฤกษ์ที่ใกล้ที่สุด พร็อกซิมาคนครึ่งม้า (4.2441 ปีแสง)แอลฟาคนครึ่งม้า (4.37 ปีแสง)ระบบดาวเคราะห์ใกล้สุดที่ทราบ ระบบพร็อกซิมาคนครึ่งม้า (4.2441 ปีแสง) -1- ระบบดาวเคราะห์ กึ่งแกนเอกของดาวเคราะห์นอกสุดที่ทราบ (ดาวเนปจูน) 30.11 หน่วยดาราศาสตร์ (4.5 พันล้าน กม.;2.8 พันล้าน ไมล์)ระยะห่างจากแถบไคเปอร์หน้าผา ~50 หน่วยดาราศาสตร์จำ นวนดาวฤกษ์ 1 ดวง (ดวงอาทิตย์)จำ นวนดาวเคราะห์ที่ทราบ 8 ดวง ประกาศโดยสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล:ดาวพุธดาวศุกร์ โลก ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส ดาวเนปจูน จำ นวนดาวเคราะห์แคระที่ทราบ 9 ดวง โดยฉันทามติทั่วไป: ซีรีส ออร์กัส พลูโต เฮาเมอา ควาอัวร์ มาคีมาคี กงกง เอริส เซดนาจำ นวนบริวารที่รู้จักกัน 657 ดวง (ดาวเคราะห์ 206 ดวงดาวเคราะห์น้อย 451 ดวง)จำ นวนดาวเคราะห์น้อยที่ทราบ 1,199,224 ดวงจำ นวนดาวหางที่ทราบ 4,402 ดวงจำ นวนวัตถุกลมที่ระบุได้ 19 Deep Blue and Golden Illustrative Astronaut Fairytale Book Cover หน้าน้ 2 จาก 7


-2- วงโคจรเกี่ยวกับศูนย์กลางดาราจักร ความเอียงของระนาบแปรผันไม่ได้ถึงระนาบดาราจักร 60.19° (สุริยวิถี)ระยะทางถึงศูนย์กลางดาราจักร 27,000 ± 1,000 ปีแสงความเร็วโคจร 220 กม./วินาที; 136 ไมล์/วินาที ระยะเวลาการโคจร 225–250 ล้านปี คุณสมบัติระดับที่เกี่ยวข้อง ชนิดสเปกตรัม ดาวแคระเหลือง แถวน้ำ แข็ง ≈5 หน่วยดาราศาสตร์[3] DISTANCE TO HELIOPAUSE ≈120 หน่วยดาราศาสตร์ รัศมีทรงกลมเนินเขา ≈1–3 ปีแสง Deep Blue and Golden Illustrative Astronaut Fairytale Book Cover หน้าน้ 3 จาก 7


-3- ระบบสุริยะ ระบบสุริยะ (SOLAR SYSTEM ) คือ ระบบดาว ซึ่งประกอบด้วย ดวงอาทิตย์ และวัตถุอื่น ๆ ที่โคจรรอบดวงอาทิตย์เนื่องจาก แรงโน้มถ่วง ได้แก่ ดาวเคราะห์ 8 ดวงกับ ดวงจันทร์บริวาร ที่ค้นพบแล้ว 279 ดวง ดาวเคราะห์แคระ 5 ดวงกับดวงจันทร์บริวารที่ค้นพบแล้ว 4 ดวง กับ วัตถุขนาดเล็กอื่น ๆ อีกนับล้านชิ้น ซึ่งรวมถึง ดาวเคราะห์น้อย วัตถุใน แถบไคเปอร์ ดาวหาง สะเก็ดดาว และ ฝุ่นระหว่างดาวเคราะห์ โดยทั่วไปแล้วจะแบ่งย่านต่าง ๆ ของระบบสุริยะ นับจากดวงอาทิตย์ออกมาดังนี้คือ ดาวเคราะห์ชั้นในจำ นวน 4 ดวง แถบดาวเคราะห์น้อยดาวเคราะห์ขนาดใหญ่รอบนอกจำ นวน 4 ดวง และแถบไคเปอร์ ซึ่งประกอบด้วยวัตถุที่เย็นจัดเป็นน้ำ แข็ง พ้นจากแถบไคเปอร์ออกไปเป็นเขต แถบจานกระจาย ขอบเขตเฮลิโอพอส (เขตแดนตามทฤษฎีที่ซึ่ง ลมสุริยะ สิ้นกำ ลังลงเนื่องจาก มวลสารระหว่างดวงดาว) และพ้นไปจากนั้นคือย่านของเมฆออร์ต กระแสพลาสมาที่ไหลออกจากดวงอาทิตย์ (หรือลมสุริยะ) จะแผ่ตัวไปทั่วระบบสุริยะ สร้างโพรงขนาดใหญ่ขึ้นในสสารระหว่างดาวเรียกกันว่า เฮลิโอสเฟียร์ ซึ่งขยายออกไปจากใจกลางของแถบจานกระจาย ดาวเคราะห์ชั้นเอกทั้ง 8 ดวงในระบบสุริยะ เรียงลำ ดับจากใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดออกไป มีดังนี้คือ ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลกดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน นับถึงกลางปี ค.ศ.2008 วัตถุขนาดย่อมกว่า ดาวเคราะห์ จำ นวน 5 ดวง ได้รับการจัดระดับให้เป็น ดาวเคราะห์แคระ ได้แก่ ซีรีส ในแถบดาวเคราะห์น้อย กับวัตถุอีก 4 ดวงที่โคจรรอบดวงอาทิตย์อยู่ในย่านพ้นดาวเนปจูน คือ ดาวพลูโต (ซึ่งเดิมเคยถูกจัดระดับไว้เป็นดาวเคราะห์) เฮาเมอา มาคีมาคี และ เอริส มีดาวเคราะห์ 6 ดวงและดาวเคราะห์แคระ 3 ดวงที่มีดาวบริวารโคจรอยู่รอบ ๆ เราเรียกดาวบริวารเหล่านี้ว่า " ดวงจันทร์ "ตามอย่าง ดวงจันทร์ ของโลก นอกจากนี้ดาวเคราะห์ชั้นนอกยังมีวงแหวนดาวเคราะห์อยู่รอบตัวอันประกอบด้วยเศษฝุ่นและอนุภาคขนาดเล็ก สำ หรับคำ ว่า ระบบดาวเคราะห์ ใช้เมื่อกล่าวถึงระบบดาวโดยทั่วไปที่มีวัตถุต่าง ๆ โคจรรอบ ดาวฤกษ์ คำ ว่า "ระบบสุริยะ" ควรใช้เฉพาะกับ ระบบดาวเคราะห์ที่มีโลกเป็นสมาชิก และไม่ควรเรียกว่า "ระบบสุริยจักรวาล" อย่างที่เรียกกันติดปาก เนื่องจากไม่เกี่ยวข้องกับคำ ว่า "จักรวาล" ตามนัยที่ใช้ในปัจจุบัน Deep Blue and Golden Illustrative Astronaut Fairytale Book Cover หน้าน้ 4 จาก 7


-4- การสำ รวจยุคแรก การสำ รวจระบบสุริยะในยุคแรกดำ เนินไปได้โดยอาศัย กล้องโทรทรรศน์ เพื่อช่วยนักดาราศาสตร์จัด ทำ แผนภาพท้องฟ้าแสดงตำ แหน่งของวัตถุที่จางเกินกว่าจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า กาลิเลโอ กาลิเลอี คือผู้แรกที่ค้นพบรายละเอียดทางกายภาพของวัตถุในระบบสุริยะ เขาค้นพบว่าผิวดวงจันทร์ นั้นขรุขระ ส่วนดวงอาทิตย์ก็มี จุดด่างดำ และ ดาวพฤหัสบดี มี ดาวบริวาร สี่ดวงโคจรไป รอบ ๆ คริสตียาน เฮยเคินส์ เจริญรอยตามกาลิเลโอโดยค้นพบ ดาวไททัน ดวงจันทร์ของดาวเสาร์ รวมถึง วงแหวนของดาวเสาร์ ด้วย ในเวลาต่อมา จิโอวันนี โดเมนิโก กัสสินี ค้นพบดวงจันทร์ของดาว เสาร์เพิ่มอีก 4 ดวง ช่องว่างในวงแหวนของดาวเสาร์ รวมถึง จุดแดงใหญ่ บนดาวพฤหัสบดี กล้องโทรทรรศน์จำ ลองจากชุดที่ไอแซก นิวตันใช้ ปี ค.ศ. 1705 เอ็ดมันด์ ฮัลเลย์ ค้นพบว่า ดาวหาง หลายดวงในบันทึกประวัติศาสตร์ที่จริงเป็นดวงเดิมกลับมาปรากฏซ้ำ ถือเป็นการพบหลักฐาน ชิ้นแรกสำ หรับการโคจรรอบดวงอาทิตย์ของวัตถุอื่นนอกเหนือจาก ดาวเคราะห์ ในช่วงระยะเวลาเดียวกันนี้จึงเริ่มมีการใช้คำ ว่า "ระบบสุริยะ"ขึ้นเป็นครั้งแรก ค.ศ. 1781 วิลเลียม เฮอร์เชล ค้นพบดาวเคราะห์ดวงใหม่คือ ดาวยูเรนัส โดยที่ในตอนแรกเขาคิดว่าเป็นดาวหาง ต่อมาในปี ค.ศ. 1801 จูเซปเป ปีอัซซีค้นพบวัตถุโคจรอยู่ระหว่างดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดี ในตอนแรกเขาคิดว่าเป็นดาวเคราะห์ แต่ต่อมาจึงมีการค้นพบวัตถุขนาดเล็กนับเป็นพันดวง ในย่านอวกาศนั้น ซึ่งในเวลาต่อมาจึงเรียกวัตถุเหล่านั้นว่า ดาวเคราะห์น้อย ไม่อาจระบุได้แน่ชัดว่า ระบบสุริยะถูก "ค้นพบ" เมื่อใดกันแน่ แต่การสังเกตการณ์ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 สามรายการสามารถบรรยายลักษณะและตำ แหน่งของระบบสุริยะใน เอกภพ ได้อย่างไม่มีข้อสงสัย รายการแรกเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1838 เมื่อฟรีดดริค เบสเซล สามารถวัด พารัลแลกซ์ ของดาวได้ เขาพบว่าตำ แหน่งปรากฏของดาวเปลี่ยนแปลงไปตามการเคลื่อนที่ของโลกที่โคจรไปรอบดวงอาทิตย์ นี่ไม่เพียงเป็นข้อพิสูจน์ทางตรงต่อ แนวคิดดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางจักรวาล แต่ยังได้เปิดเผยให้ทราบถึงระยะทางมหาศาลระหว่างระบบสุริยะของเรากับดวงดาวอื่นเป็นครั้งแรก ต่อมา ในปี ค.ศ. 1859 โรเบิร์ต บุนเซน และ กุสตาฟ เคอร์ชอฟฟ์ ได้ใช้ สเปกโตรสโคป ที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่ตรวจวัด ค่าสเปกตรัม จากดวงอาทิตย์ และพบว่ามันประกอบด้วย ธาตุ ชนิดเดียวกันกับที่มีอยู่บนโลก นับเป็นครั้งแรกที่พบข้อมูลทางกายภาพที่เกี่ยวโยงกันระหว่างโลกกับ สวรรค์ หลังจากนั้น บาทหลวงแองเจโล เซคคี เปรียบเทียบรายละเอียดสเปกตรัมของดวงอาทิตย์กับ ดาวฤกษ์ ดวงอื่น และพบว่ามันเหมือนกันทุกประการ ข้อเท็จจริงที่พบว่าดวงอาทิตย์ก็เป็นดาวฤกษ์ดวงหนึ่งนำ ไปสู่ข้อสมมุติฐานว่าดาวฤกษ์ดวงอื่นก็อาจมี ระบบดาวเคราะห์ ของมันเองเช่นกัน แม้ว่ากว่าจะค้นพบหลักฐาน สำ หรับข้อสมมุติฐานนี้จะต้องใช้เวลาต่อมาอีกกว่า 140 ปี ค.ศ. 1992 มีการค้นพบหลักฐานแรกที่ส่อถึงระบบดาวเคราะห์แห่งอื่นนอกเหนือจากระบบของเรา โคจรอยู่รอบดาว พัลซาร์ พีเอสอาร์ บี1257+12 สามปีต่อมาจึงพบ ดาวเคราะห์นอกระบบ ดวงแรกคือ 51 เพกาซี บี โคจรรอบดาวฤกษ์ลักษณะคล้ายดวงอาทิตย์ ตราบจนถึงปี ค.ศ. 2008 มีการค้นพบ ระบบดาวเคราะห์ อื่นแล้วกว่า 221 ระบบ ประวัติการค้นพบและการสำ รวจ นับเป็นเวลาหลายพันปีในอดีตกาลที่มนุษยชาติไม่เคยรับรู้มาก่อนว่ามีสิ่งที่เรียกว่า "ระบบสุริยะ" แต่เดิมมนุษย์นั้นเชื่อว่า โลกเป็นศูนย์กลางจักรวาล ที่อยู่นิ่ง มีดวงดาวต่าง ๆ โคจรไปรอบ ๆ โลก ผ่านไปบนท้องฟ้า แม้ว่านักดาราศาสตร์และนักคณิตศาสตร์ชาวอินเดีย อารยภัฏ และนักปรัชญาชาวกรีก แอริสตาร์คัส เคยมีแนวคิดเกี่ยวกับการที่ ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางจักรวาล และจัดลำ ดับ จักรวาลเสียใหม่ แต่ผู้ที่สามารถคิดค้นแบบจำ ลองทางคณิตศาสตร์เพื่อพิสูจน์แนวคิดนี้ได้สำ เร็จเป็นคนแรกคือ นิโคเลาส์ โคเปอร์นิคัส ในคริสต์ศตวรรษที่ 17 มีผู้สืบทอดแนวทางการศึกษาของเขาต่อมา คือ กาลิเลโอ กาลิเลอี , โยฮันเนิส เค็พเพลอร์ และ ไอแซค นิวตันพวกเขาพยายามทำ ความเข้าใจระบบทาง ฟิสิกส์ และเสาะหาหลักฐานการพิสูจน์ยืนยันว่า โลก เคลื่อนไปรอบ ๆ ดวงอาทิตย์ และดาว เคราะห์ทั้งหลายต่างก็ดำ เนินไปภายใต้กฎทางฟิสิกส์แบบเดียวกันนี้ ในยุคหลังต่อมาจึงเริ่มมีการสืบสวนค้นหาปรากฏการณ์ทางภูมิ ธรณีต่าง ๆ เช่น เทือกเขา แอ่งหิน ปรากฏการณ์สภาพอากาศที่แปรเปลี่ยนตามฤดูกาล การศึกษาเกี่ยวกับเมฆ พายุทราย และยอดเขาน้ำ แข็งบนดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ Deep Blue and Golden Illustrative Astronaut Fairytale Book Cover หน้าน้ 5 จาก 7


-4- Deep Blue and Golden Illustrative Astronaut Fairytale Book Cover หน้าน้ 6 จาก 7


-4- Deep Blue and Golden Illustrative Astronaut Fairytale Book Cover หน้าน้ 7 จาก 7


Click to View FlipBook Version