The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

019_kwanchanok,+{$userGroup},+การพัฒนาแบบฝึกทักษะการระบายสีไม้ด้วยเทค (1)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by lek_teem_17, 2022-03-01 03:06:39

019_kwanchanok,+{$userGroup},+การพัฒนาแบบฝึกทักษะการระบายสีไม้ด้วยเทค (1)

019_kwanchanok,+{$userGroup},+การพัฒนาแบบฝึกทักษะการระบายสีไม้ด้วยเทค (1)

การพฒั นาแบบฝก ทกั ษะการระบายสไี มดวยเทคนคิ 5’S
สาํ หรบั นกั เรียนชน้ั ประถมศกึ ษาตอนตนโรงเรยี นชมุ ทางตลิ่งชัน

ขวญั ชนก โพธศิ์ ร0ี*
Kwanchanok Phosri

ปฤณตั นัจนฤตย **
Palunut Natchanalit
บทคัดยอ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงคเพ่ือ1)เพ่ือศึกษาความตองการจําเปนของการพัฒนาแบบฝกทักษะ สําหรับ
นักเรยี นโรงเรียนชมุ ทางตลิ่งชัน2)เพอื่ สรางและหาประสทิ ธิภาพแบบฝกทักษะการระบายสีไมดวยเทคนิค 5’s สาํ หรับ
นักเรียนโรงเรียนชุมทางตลิ่งชัน3) เพื่อนําแบบฝกทักษะ ไปทดลองใช 4) เพื่อประเมินผลการใชแบบฝกทักษะ
ผลการวิจัยพบวา
1. การศึกษาความตองการจําเปนพบวานักเรียนและครูผสู อนสว นใหญเห็นวาสีไมมีความสําคัญตอการจดั การ
เรียนการสอนเนอื่ งจากเปนพ้ืนฐานสาํ หรับการเรยี นศิลปะและรายวิชาอ่นื ๆ
2. พัฒนารางแบบฝกทักษะจํานวน 5 เลมยอ ย ประกอบดวย 1)Smoothing ระบายเรยี บ 2) Scaling ระบาย
ไลส ี 3) Setting ระบายผสานสี 4) Shaping ระบายสรางรปู ทรง 5) Scene making ระบายใหเกดิ การศกึ ษานํารอ ง
พบวา ไดคาประสิทธภิ าพ E1/E2 = 80.6/81
3. นําแบบฝกทักษะไปใชกับนักเรียน 30 คนบทบาทครูไดนําแบบฝกทักษะแจกนักเรียน อธิบายเนื้อวิธีการ
ระบาย ใหด ูตวั อยางการระบาย สาธติ ขน้ั ตอนการระบาย ตรวจประเมนิ ผล บทบาทนกั เรยี นฟง ซกั ถาม
4. ผลการประเมนิ พบวา ประเมินผลการใชแบบฝก ทกั ษะการระบายสไี ม หลังใชแบบฝกทกั ษะการระบายสไี ม
กับนักเรียนกลุมเปาหมาย นักเรียนมีผลคะแนนความสามารถปฏิบัติการระบายสีไมระหวางเรียนสูงกวารอยละ 60
พบวา นักเรียนมีทักษะการระบายสีระหวางเรียนไดสูงกวาเกณฑ ( X =77.333, SD =11.427) ซ่ึงมีผลแตกตางกัน
อยา งมนี ัยสําคญั ทางสถติ ิ ระดับ .05
คาํ สาํ คญั แบบฝกทักษะ การระบายสไี ม เทคนคิ การระบายสีไม5 's
Abstract
The research process included: 1) studying fundamental data and needs assessment, 2) to
develop and estimate the efficiency of the 5’S Technique Color Pencils Drawing Skill Exercise 3)
implementing Skill Exercise and 4) evaluating Skill Exercise. The research results were as follows:
1. From students and teachers opinion, it was found out that were needs in Color Pencils
Drawing Skill exercise focusing on Color Pencils Drawing significant for teaching and learning were
fundamental in Art subject and other subjects.
2. Skill exercise focused on 5 Sub-Exercise(1 Smoothing (2Scaling (3Setting (4 Shaping 5)
Scene making The efficiency of skill exercise was at 80.6/81.0 which met the criteria set at 80/80.
3. The Skill exercise implementation with 30 Grade 1’s students were using steps: 1)
sending exercise 2) Instructing 3) Previewing 4) Demonstrating 5) Practicing and 5) evaluating.

* นักศกึ ษาหลกั สูตรศกึ ษาศาสตรบณั ฑิต หลักสูตรศกึ ษาศาสตรบัณฑติ สาขาศลิ ปศึกษา มหาวทิ ยาลยั สวนดุสิต
**ผชู วยศาสตราจารย ดร. หลกั สตู รศกึ ษาศาสตรบัณฑติ สาขาศลิ ปศึกษา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

4. The results of Skill exercise evaluation were: 1) the color pencils drawing skill after
learning was higher at the statistical difference of .01 level and 2) learners opinion were to enhance
Color Pencils Drawing skills at a high level .
Key words: Skill Exercise, Color Pencils Drawing, 5’s Color Pencils Drawing Technique

บทนํา
พระราชบญั ญัติการศกึ ษาแหง ชาติไดกําหนดแนวทางการจัดการศกึ ษา ในขอ(๓) ความรูเ กีย่ วกับศาสนา ศิลปะ
วัฒนธรรม การกีฬา ภูมิปญญาไทย และการประยุกตใชภูมิปญญา ซึ่ง แสดงใหเห็นวาศิลปะก็เปนสวนหน่ึงท่ีมี
ความสําคัญตอ การจดั การศึกษาและถายทอดสเู ยาวชนรนุ หลังการถา ยทอดศลิ ปะท่ีดีน้นั ควรจะคํานึงถงึ การพัฒนาการ
ทางดานศิลปะของเด็ก ตามแนวคดิ ของวิคเตอรโลเวนเฟลด (Victor Lowenfeld)นักวิชาการทางดา นศิลปศึกษาได
คนควางานทางดานศิลปะของเด็ก และการคิดสรา งสรรคจากงานทางศิลปะ โดยใหเด็ก อายุตั้งแต 2 ขวบคร่ึงข้ึนไป
ใหเด็กวาดภาพดวยสีเทียนจะสีอะไรก็ได พบวาเด็กมีพัฒนาการในการวาดขีดเข่ียเปน 4 ข้ันดวยกัน การวาดและ
ระบายสีเปนส่ิงท่แี สดงถึงพัฒนาการ และในทางกลับกันการพัฒนาเด็กดวยศิลปะก็ตองอาศัยพัฒนาการเปนหลักใน
การพัฒนา ความสามารถในการวาดภาพระบายสีจะชวยใหเด็กสามารถถายทอดความคิดและเปนพ้ืนฐานดานมิติ
สัมพันธในการเรียนรู
จากท่ีกลาวมาจะเห็นไดวาการจัดการศึกษาที่ดีน้ันศิลปะเปนสวนหนึ่งท่ีชวยแสดงใหเห็นพัฒนาการของ
เยาวชนไทย กิจกรรมทางศิลปะท่ีสําคัญของเด็กในระดับประถมศึกษาคือกิจกรรมการระบายสีและสีท่ีนิยมใชอยาง
หนึ่งคอื สไี ม การระบายสไี มในเดก็ น้ัน มีขนาดทเี่ หมาะสมกบั พฒั นาการและชวยเสรมิ สรางไปสู การ สรางสรรคศลิ ปะ
ในเทคนิคอื่นๆ สีเทียนการวาดเสน เปน ตน ซ่งึ สว นใหญก ารระบายสีไมจะมีหลักการเพ่ือนําไปใชในการระบายใหเ ห็น
มิติและการระบายใหเห็นทัศนียภาพหลักการอยางหน่ึงท่ีสําคัญจากการศึกษาพบวา เทคนิคการระบายสีไม ควรจะ
ประกอบไปดวยขน้ั ตอนการระบายสีดว ยเทคนิคดังนี้ Smoothing การระบายเรียบ โดยการระบายใหเปนเสนไวกอน
ระบายสีโดยใหเหลือพื้นที่ในกระดาษจะชวยใหภาพมีมิติ และระบายซํา้ ทับไปเรอ่ื ยๆ Scaling การระบายไลสีเดียว
แบงระยะ ระบาย โดยการระบายสีใหท ั่ว โดยใชน้ําหนักมือใหเ บาทส่ี ุด และระบายสีซํ้าชองที่ 12และ 3 อกี คร้งั โดย
ออกแรงกสีขึ้นเล็กนอย ระบายสีซํ้าชองท่ี 1 และ2 อีกครั้งโดยออกแรงกดสีข้ึนอีก ระบายสีชองสุดทายซํ้า ใหเขม
มากกวาชองท่ี 2 Setting ระบายผสานสี ระบาย เลือกสีท่ีจะผสมกัน เชนจะผสมใหเปนสีเขียว โดยเริ่มจากการ
ระบายสีนา้ํ เงินใหทั่วเบาๆ จากนั้นใหผ สมสเี หลอื งทับลงไปจะเกิดสเี ขียว Shaping คือ การระบายสรา งรูปทรงโดยการ
ระบายสีพื้นใหทั่ว หามุมแสงจากนั้น ระบายสีท่ีเขมลงไปบริเวณรอบๆของแสง ระบายทีที่เขมขึ้นซํ้าโดยการไลสี
Scene making การระบายใหเกิดระยะโดยใหระบายสีเขมในระยะหนา และระบายสีท่ีออนลงในระยะถัดไป และ
ระบายสีท่ีออนท่ีสุดในระยะหลังสุด (Koonsombat, 2016, Muthita, 2016, และ Auychai, 2016) ซงึ่ เทคนิคตางๆ
เหลานี้สามารถนําไปสรางแบบฝกทักษะท่ีจะสงเสริมพัฒนาการในวัยเด็กและชวยสรางสรรคการจัดการศึกษาของ
ศิลปะใหเด็กและเยาวชนเปนคนท่ีสามารถสรางสรรคและถายทอดสิ่งตางๆท่ีสรางสรรครวมถึงการสื่อสาร เพ่ือการ
ปฏบิ ตั งิ านและการฝกทักษะในยามวาง อันเปนการสงเสริมใหเ ยาวชนเกิดจติ ใจทล่ี ะเอียดออ น รักความสวยงาม
บริบทโรงเรยี นชุมทางตล่ิงชัน สังกดั สํานกั งานเขตตล่งิ ชัน กรงุ เทพมหานคร เปน โรงเรยี นท่ี มีการสงเสริมการ
จดั การศึกษาศิลปะ โดยเฉพาะอยางย่ิงในระดับประถมศึกษาตอนตน เพอ่ื เปนการพัฒนาความสามารถนารถวาดภาพ
ระบายสี ผูวิจัยจึงเห็น ควรนําวิธีการนําเทคนิคการระบายสีไมดวยเทคนิค Smoothing (การระบายเรียบ) Scaling
(การระบายไลสเี ดียวแบง ระยะ) Setting (ระบายผสานส)ี Shaping (การระบายสรา งรปู ทรง) Scene making (การ
ระบายใหเกิดระยะ) มาพัฒนาเปนแบบฝกทักษะเพ่ือสงเสริมความสามารถในการระบายสีไมที่เปนพ้ืนฐานสําคัญใน
การพัฒนาตามหลักพัฒนาการทางศิลปะ จากที่กลาวมาแสดงใหเห็นวาการทําวิจยั แบบฝกทักษะการระบายสีไมจะ

ชวยใหเด็กมีทักษะในการระบายสีไมมากยิ่งข้ัน เพิ่มศักยภาพการแขงขันกิจกรรมทางศิลปะของโรงเรียน และชวย
สงเสริมศกั ยภาพการจดั การการเรียนการสอนศลิ ปะทตี่ อบสนองนโยบายของประเทศตอ ไป

วัตถปุ ระสงค
1.เพ่ือศึกษาความตองการจําเปนของการพัฒนาแบบฝก ทกั ษะการระบายสไี มดวยเทคนิค 5’s สําหรบั

นกั เรยี นโรงเรยี นชมุ ทางตลิ่งชัน
2.เพื่อสรา งและหาประสิทธภิ าพแบบฝก ทักษะการระบายสีไมด ว ยเทคนิค 5’s สําหรับนักเรียนโรงเรียนชมุ

ทางตลงิ่ ชนั
3.เพ่ือนําชุดแบบฝกทักษะการระบายสไี มด ว ยเทคนิค 5’s ไปทดลองใช
4.เพือ่ ประเมนิ ผลการใชแบบฝกทักษะการระบายสีไมดว ยเทคนคิ 5’s

กรอบแนวคดิ ตวั แปรตาม
ตวั แปรตน -ทักษะการระบายสไี มของนักเรียนช้ัน
ประถมศกึ ษาตอนตนโรงเรียนชมุ ทางตล่งิ
แบบฝก ทกั ษะการระบายสไี มด วยเทคนคิ 5’s ชนั
โดยประกอบดว ยข้ันตอน -ความคดิ เห็นนักเรยี นตอ แบบฝกทกั ษะ
Smoothing การระบายเรยี บ การระบายสไี มดว ยเทคนิค5’s
Scaling การระบายไลส เี ดยี วแบง ระยะ
Setting ระบายผสานสี
Shaping การระบายสรา งรูปทรง
Scene making การระบายใหเ กิดระยะ

ระเบียบวธิ วี ิจัย
การวิจยั ครง้ั นเ้ี ปนการวจิ ัยแบบวิจยั และพัฒนา )Research and Development) มี 4ขน้ั ตอน
1 .ขั้นการวิจัย 1 (Research1:R1) ศึกษาขอมูลพ้ืนฐานที่ใชสําหรับการออกแบบกิจกรรมการเรียนรูและ
ประเมินความตอ งการจาํ เปน โดยสัมภาษณน ักเรียนและครใู นกลมุ สาระศลิ ปะ
2. ข้ันตอนการพัฒนา1 (Devalop1:D1) สรางและหาประสิทธิภาพพัฒนากิจกรรมการเรียนรูและหา
ประสทิ ธิภาพของกจิ กรรมการเรียนรูโ ดยการทาํ วิจยั ทดลองกับกลุมท่ีมีคุณสมบตั ิใกลเ คียง
3. ขน้ั ตอนการวจิ ยั 2 (Research2:R2) การนํากิจกรรมการเรยี นรไู ปใชขั้นตอนนี้เปน การวจิ ัยเชิงทดลองกับ
นกั เรียนจาํ นวน 30 คน
4. ขั้นการพฒั นา2 (Devalop2:D2) การประเมินผลการใชก ิจกรรมการเรยี นรทู ักษะการระบายสีไมเ รอ่ื ง
ระบายสีไมดวยเทคนิค 5’s โดยใชแบบประเมินทักษะการระบายสีไม

กลุมเปา หมาย
กลุมเปาหมายหลักของการวิจัยครั้งนี้คือนักเรียนช้ันประถมศึกษาตอนตน โรงเรียนชุมทางตล่ิง

ชันจํานวน 30 คน ภาคการเรียนที่ 2 ปก ารศกึ ษา 2563

เครอ่ื งมอื ในการวจิ ยั และการตรวจสอบคุณภาพเครอ่ื งมอื
1 .เคร่ืองมือทีใ่ ชใ นการวจิ ยั เครอ่ื งมือตัวแปรตน ไดแก แบบฝกทกั ษะการระบายสีไมด ว ยเทคนิค 5’s
2. เครื่องมือที่ใชใ นการวิจยั เคร่อื งมือที่ใชก ับวัดตัวแปรตาม ไดแก แบบประเมินทักษะการระบายสไี ม

พรอมเกณฑรูบคิ ส

3. เครื่องมือทีใ่ ชในการวจิ ยั เครอื่ งมอื ทใ่ี นการประเมนิ ความตอ งการจําเปน ไดแก
3.1 แบบสัมภาษณครูในกลมุ สาระศิลปะเร่ืองความตองการจําเปนในการวาดภาพระบายสี

ไมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาที่ซึ่งเปนการสัมภาษณแบบก่ึงมีโครงสรางเปนแบบสัมภาษณสวนขอมลู ทั่วไป
ของผใู หส ัมภาษณแ ละประเด็นคาํ ถามความสาํ คญั

3.2 แบบสัมภาษณนักเรียนช้ันประถมศึกษาตอนตน เร่ืองความตองการจําเปนในการวาด
ภาพระบายสไี ม ซง่ึ เปน การสัมภาษณแบบกง่ึ มีโครงสรางเปนแบบสัมภาษณส ว นขอมูลทั่วไปของผใู หส ัมภาษณ
และประเดน็ คาํ ถามความสําคญั

4. การทดสอบหรือตรวจสอบคุณภาพของเครอ่ื งมอื ดว ยวิธีการดังน้ี
4.1 แบบฝกทักษะการระบายสีไมดวยเทคนิค 5’s ผูวิจัยศึกษาขอมูลรางแบบฝกทักษะ

การระบายสไี มเสนอผูเชี่ยวชาญตรงสอบความเท่ียงตรงโดยใชค าเฉล่ีย ( ) สวนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน (S.D. )โดย
ไดคา เฉลี่ยท้ังของแบบฝกมีความเท่ียงตรง( =4.979,SD=0.036) กับกลุมเปาหมาย (นักเรียนช้นั ประถมศึกษา
ช้นั ปท่ี 1) จํานวน 30 คนเมื่อปรบั เคร่อื งมอื จนมีประสิทธิภาพจงึ นําไปใชจ รงิ

4.2 แบบประเมินทกั ษะการระบายสีไม และแบบสัมภาษณผูว ิจัยศึกษาขอ มูล รา งเคร่อื งมือ
เสนอผูเชี่ยวชาญตรงสอบความตรง โดยใชคาเฉลยี่ ( X ) สว นเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D) โดยไดคาเฉลีย่ ท้ังของ
แบบประเมินมีความเท่ียงตรง ( X =4.889, SD=0.192) กับกลุมเปาหมาย นักเรียนช้ันประถมศึกษา)ช้ันปท่ี
1 จํานวน (30 คนเม่ือปรับเครือ่ งมอื จนมปี ระสทิ ธิภาพจึงนาํ ไปใชจริง

4.3 แบบสัมภาษณสําหรับการประเมินความตองการจําเปนสําหรับผูสอน โดยการราง
เคร่ืองมือ เสนอผูเช่ียวชาญตรงสอบความตรงในเน้ือหา โดยใชคาเฉล่ีย ( X ) สวนเบียงเบนมาตรฐาน (S.D)
โดยไดคาเฉล่ียท้ังของแบบประเมินมีความเที่ยงตรง ( X =5, SD=0) กับครูศิลปะจํานวน 8 คนเม่ือปรับ
เคร่ืองมอื จนมีประสิทธิภาพ จงึ นาํ ไปใชไ ดจ ริง

4.4 แบบสัมภาษณสําหรับการประเมินความตองการจําเปนสําหรับนักเรียนโดยการราง
เคร่ืองมือ เสนอผูเชี่ยวชาญตรงสอบความตรงในเน้ือหา โดยใชคาเฉล่ีย ( X ) สวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D)
โดยไดค าเฉลี่ยทง้ั ของแบบประเมนิ มีความเทยี่ งตรง ( X =4.958, SD=0.072) กบั กลมุ เปาหมายจํานวน 30 คน
เมื่อปรับเครอ่ื งมอื จนมปี ระสทิ ธภิ าพ จงึ นาํ ไปใชไดจ รงิ
การเก็บรวบรวมขอ มูล

การเก็บรวบรวมขอ มูลในการวจิ ยั น้แี บบวิธีเก็บรวบรวมขอ มลู ดงั น้ี
.1ประเมินความตองการจําเปนกับครูกลุมสาระศิลปะและนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนตน โดยการ
สัมภาษณความคิดเห็นของครูกลุมสาระศิลปะนักเรียนช้ันประถมศึกษาตอนตน โรงเรียนชุมทางตล่ิงชัน ผูวิจัยนํา
เคร่อื งมอื ที่สรางไปสัมภาษณดว ยตนเอง
2. การหาประสิทธิภาพแบบฝกทักษะการระบายสีไมกับนักเรียนช้ันประถมศึกษาตอนตน โรงเรียนชุมทาง
ตล่ิงชนั จํานวน 30 คนโดยผวู จิ ยั
3. การนําแบบฝกทักษะการระบายสีไมไปใชกับนักเรียนช้ันประถมศึกษาตอนตน โรงเรียนชุมทางตลิ่งชัน
จํานวน คนโดยผูว ิจยั 30
4. การประเมินผลแบบฝกทักษะการระบายสีไมด วยเทคนิค5’s ผูว ิจัยทําการประเมนิ ผล
การวเิ คราะหข อ มลู

การวิเคราะหข อมูลใชส ถิติวิเคราะหขอมูลแบงตามขอมลู โดยใชส ถิติดงั น้ี

1. สถิตทิ ี่ใชวเิ คราะหเ ครื่องมือทใ่ี ชในการวจิ ัยเคร่ืองมือท่ีในการประเมินความตอ งการจําเปนจากการ
วเิ คราะหแ บบสัมภาษณความถี่ (Frequency) และรอ ยละ (Percentage) และการวิเคราะหเนื้อหา (Content
Analysis)

2. สถิติท่ีใชวิเคราะหเครื่องมือท่ีใชในการวิจัยเคร่ืองมือวัดตัวแปรตามซ่ึงวิเคราะหจากแบบประเมิน
ทักษะการระบายสีไมและแบบสัมภาษณความคิดเห็นตอแบบฝกทักษะการระบายสีไมดวยเทคนิค 5’s ไดแก
คาเฉลี่ย ( � ) สว นเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)

3. สถติ ิท่ีใชว ิเคราะหประสิทธิภาพของฝกทักษะการะบายสไี มคือคาประสิทธิภาพ E1 / E2 โดยต้ังคา
เปาหมาย E1 / E2 = 80/80 โดยท่ี E1 หมายถึงคารอยละของคะแนนเฉลี่ยที่เกิดจากการทําแบบฝกทักษะ
ระหวา งเรยี นจากการเรียนรูของผูเรียน (ประสทิ ธิภาพของกระบวนการเรียนรู) และ E2 หมายถึงคา รอยละของ
คะแนนเฉล่ยี ท่ีเกิดจากการทาํ แบบทดสอบหลังการเรยี นของผูเรียน (ประสทิ ธภิ าพของผลลัพธการเรยี นรู)

ผลการวจิ ยั
1.ผลการวจิ ัย 1 (Research1:R1) ผลการสัมภาษณผทู ่ีเกีย่ วของ และอาจารยผสู อน เรื่อง ความตอ งการใน
การพฒั นาการระบายสไี ม พบวา สีไมเปน ทักษะพน้ื ฐานเริ่มตนของงานศลิ ปะ รอ ยละ 71.43 ความสาํ คญั ความสาํ คญั
สีไมตอ งานศลิ ปะ ครผู ูสอนสวนใหญ เห็นวา ความสําคญั สีไมต องานศิลปะ โดยมีรายละเอยี ด ดังนี้ เปน การเรียนการ
ระบายสีข้ันพ้ืนฐาน รอยละ 57.14 เปนสีที่ใชงายตอการใชงาน รอยละ 28.57 เปนสีใชไดกับเด็กทุกวัย รอยละ
14.29 ประเด็นความสําคัญขัน้ ตอนในการสอนระบายสีไมครูผสู อนสว นใหญ สอนการระบายสีไลน้ําหนกั ออนแก และ
ผสมสี รอ ยละ 42.86 การรจู ักสีไมและประโยชนการใชส ไี ม รอ ยละ 42.86
ผลการสมั ภาษณน กั เรียน เร่ือง ความตองการในการพัฒนาการระบายสไี มนักเรียน ประเดน็ ความสาํ คัญของ
ความตองการในการพัฒนาการระบายสีไม พบวา นักเรียนทุกคนท่ีใหสัมภาษณความตองการในการพัฒนาสีไม
นกั เรียนชอบการระบายสไี มรอยละ 80 นักเรียนมีวิธีการระบายสีไมอยางไร ระบายโดยการกดสีใหเขม รอยละ 60
ระบายโดยการวาดเสนรอบๆกอน รอยละ 33 ระบายไลนํ้าหนัก รอยละ 7 นักเรียนอยากจะพัฒนาฝมือการ
ระบายสีไม นกั เรียนผูใหขอมูลสวนใหญต องการพฒั นาความสามารถในการระบายสีไมเ พ่ือฝกทักษะดานสีไม ไปใชใ น
การวาดภาพระบายสี
จากการสัมภาษณ นกั เรียนและครศู ิลปะ เพ่ือการศกึ ษาขอมูลพื้นฐานและประเมินความตองการจําเปนและ
การศึกษาขอมูลเอกสารท่เี ก่ียวขอ ง พบวาข้ันตอนการพัฒนาการระบายสีไมที่ดีควรประกอบไปดวยการระบายเรียบ
(Smoothing) การระบายไลสีเดียวแบงระยะ(Scaling) ระบายผสานสี(Setting) การระบายสรางรูปทรง(Shaping)
การระบายใหเกดิ ระยะ(Scene making) แลว นํามาพฒั นาแบบฝกทักษะการระบายสีไม
2. ผลการวิจัยขน้ั การพัฒนา 1 (Develop1:D1) การสรา งและหาประสิทธภิ าพแบบฝกทักษะการระบายสไี ม
ประกอบไปดวย คํานาํ สารบัญ คําชีแ้ จง
เลมยอยที่ 1 เรอ่ื ง การระบายเรียบ (Smoothing) ประกอบไปดวยเนอื้ หาวิธีการระบายสีเรียบ เทคนิควิธีการ
ระบาย ข้ันตอนการระบายสเี รียบ ตวั อยา งการระบายเรยี บ และแบบฝกปฏิบตั กิ ารระบายสเี รียบ
เลมยอยที่ 2 เร่ือง การระบายไลสี (Scaling) ประกอบไปดวยเนื้อหาวิธีการระบายไลสี เทคนิควิธีการระบาย
ขัน้ ตอนการระบายไลสี ตวั อยา งการระบายไลส ี และแบบฝกปฏิบตั ิการระบายไลส ี
เลม ยอ ยท่ี 3 เรอ่ื ง ระบายผสานส(ี Setting) ประกอบไปดว ยเน้อื หาวิธกี ารระบายผสานสี เทคนิควิธีการระบาย
ข้นั ตอนการระบายผสานสี ตัวอยางการระบายผสานสี และแบบฝกปฏิบตั ิการระบายผสานสี
เลมยอยท่ี 4 เร่ืองการระบายสรางรูปทรง(Shaping) ประกอบไปดวยเนื้อหาวิธีการระบายสรางรูปทรง
เทคนิควิธกี ารระบาย ขั้นตอนการระบายสรางรูปทรง ตัวอยา งการระบายสรางรปู ทรง และแบบฝกปฏิบัติการระบาย
สรางรปู ทรง

เลมยอยที่ 5 เร่ืองการระบายใหเกิดระยะ(Scene making) ประกอบไปดวยเนื้อหาวิธีการระบายเกิดระยะ
เทคนิควิธีการระบาย ขั้นตอนการระบายเกิดระยะ ตัวอยางการระบายเกิดระยะ และแบบฝกปฏิบัติการระบายเกิด
ระยะ

หลังจากนั้นผูวิจัยไดนํารางแบบฝกทักษะไปใหผูทรงคุณวุติจํานวน 3 คน ตรวจประเมินแลวนํามาแกไข
ปรับปรุงไดและนําไปหาประสทิ ธิภาพโดยทาํ การศึกษานํารองกับนักเรียนจํานวน 20 คนเปนเด็กกลุมขางเคียง แบบ
ฝกทักษะโดยการทําวิจัยทดลอง E1/E2 = 80.6/81 ซึ่งแสดงใหเห็นวาเคร่ืองมือที่ใช มีประสิทธิภาพ จึงปรับปรุง ใน
รายละเอียดปลกี ยอ ยเชนการแกคําผดิ รูปแบบใหส วยงามและนาํ ไปใชทดลองจริง

3. ผลการวิจัยขั้นการวิจัย 2 (Research2:R2) การนําชุดฝกทักษะไปใช ขั้นตอนนี้เปนการวิจัยเชิงทดลอง
(Experimental Research) โดยมีแบบแผนการวิจัย แบบแผนการวิจัยสําหรับนําแบบฝก ทักษะการระบายสีไมไปใช
เปนแผนแบบ The One-Shot Case Study พบวา การนําแบบฝกทักษะการระบายสีไมไปใชข้ันตอนดังน้ี
1) ประเมินผลกอนเรียน 2) ปฏิบตั งิ านในแบบฝกทักษะ Smoothing Scaling Setting shaping และScene making
3) ประเมนิ หลังเรยี น

ตารางท่ี 1 การนําแบบฝกทักษะการระบายสไี มไปใช
แบบฝก ที่ ผลการนาํ ไปใช ตัวอยา ง
1. บทบาทครู ไดนาํ แบบฝก ทกั ษะการ
Smoothing ระบายเรยี บแจกนกั เรยี น คนละ 1 เลม
การระบาย -อธบิ ายเน้อื วิธีการระบายเรยี บโดยการ
เรียบ ระบายใหเปน เสนไวก อน ระบายสีโดยให
เหลอื พื้นที่ในกระดาษจะชวยใหภ าพมมี ิติ
และระบายซํา้ ทับไปเรื่อยๆ
-ใหดตู ัวอยา งการระบาย
-สาธิตข้ันตอนการระบาย
-ตรวจประเมินผล
บทบาทนกั เรียน ฟง ซกั ถาม นกั เรยี นลง
มือปฏบิ ตั ิ

ตารางที่ 1 การนาํ แบบฝก ทกั ษะการระบายสีไมไปใช (ตอ )
แบบฝกที่ ผลการนาํ ไปใช ตัวอยา ง
2. Scaling บทบาทครู ไดน าํ แบบฝก ทักษะการ
การระบายไล ระบายไลส เี ดียวแจกนกั เรียน คนละ 1
สีเดียว เลม
-อธิบายเนือ้ วธิ ีการระบาย โดยการ
ระบายสใี หท ว่ั โดยใชนาํ้ หนกั มือใหเบา
ท่ีสุด และระบายสีซํา้ ชอ งที่ 12และ 3
อีกครงั้ โดยออกแรงกสีขึ้นเลก็ นอย
ระบายสีซํ้าชองท่ี 1 2 อีกครัง้ โดยออก
แรงกดสีขึ้นอีก ระบายสชี องสุดทา ยซ้ํา
ใหเขม มากกวาชอ งท่ี 2
-ใหด ตู วั อยางการระบาย
-สาธติ ขั้นตอนการระบาย
-ตรวจประเมินผล
บทบาทนกั เรยี น ฟง ซกั ถาม นักเรยี นลง
มอื ปฏบิ ัติ

3.Setting บทบาทครู ครไู ดนําแบบฝกทักษะการ
ระบายผสาน ระบายผสานสี แจกนกั เรยี น คนละ 1
สี เลม
-อธบิ ายเนือ้ วธิ กี ารระบาย เลือกสีทจี่ ะ
ผสมกนั เชนจะผสมใหเ ปน สีเขียว โดย
เรมิ่ จากการระบายสนี ํ้าเงนิ ใหท ั่วเบาๆ
จากนัน้ ใหผสมสเี หลืองทับลงไปจะเกิดสี
เขยี ว
-ใหดตู วั อยางการระบาย
-สาธติ ขน้ั ตอนการระบาย
-ตรวจประเมินผล
บทบาทนกั เรียน ฟง ซักถาม นักเรียนลง
มอื ปฏิบัติ

ตารางที่ 1 การนําแบบฝก ทกั ษะการระบายสไี มไปใช (ตอ )
แบบฝก ท่ี ผลการนาํ ไปใช ตวั อยาง
4. Shaping บทบาทครู ครไู ดน าํ แบบฝก ทกั ษะการ
การระบาย ระบายการระบายสรางรปู ทรงแจก
สรา งรูปทรง นักเรียน คนละ 1 เลม
-อธบิ ายเนื้อวิธีการระบาย ระบายสีพ้นื
ใหท วั่ หามุมแสงจากนน้ั ระบายสที เ่ี ขม
ลงไปบรเิ วณรอบๆของแสง ระบายทที ี่
เขม ขึ้นซํ้าโดยการไลส ี
-ใหดตู ัวอยางการระบาย
-สาธติ ข้ันตอนการระบาย
-ตรวจประเมนิ ผล
บทบาทนกั เรียน ฟง ซักถาม นกั เรยี นลง
มือปฏิบตั ิ

5. Scene บทบาทครู ครไู ดน าํ แบบฝก ทักษะการ
making การ ระบายการระบายใหเกดิ ระยะแจก
ระบายใหเ กดิ นักเรยี น คนละ 1 เลม
ระยะ อธบิ ายเนือ้ วธิ ีการระบาย ใหร ะบายสี
เขม ในระยะหนา และระบายสีทีอ่ อนลง
ในระยะถดั ไป และระบายสีที่ออนที่สดุ
ในระยะหลังสุด
ใหด ูตัวอยางการระบาย
สาธติ ข้นั ตอนการระบาย
ตรวจประเมนิ ผล
บทบาทนกั เรียน ฟง ซักถาม นกั เรยี นลง
มอื ปฏบิ ตั ิ

จากตารางท่ี 1 สรุปไดวา แตละขั้นมีภาพรวมหลักคือ บทบาทครูไดนําแบบฝกทักษะการระบายสีแจก
นักเรียน อธิบายเน้ือวิธีการระบาย ใหดูตัวอยางการระบาย สาธิตข้ันตอนการระบาย ตรวจประเมินผล บทบาท
นกั เรียนฟง ซกั ถาม นักเรยี นลงมอื ปฏิบัติ โดยมีผลการประเมินผลการใชแ บบฝก ทักษะดังข้นั ตอนตอ ไป

4. ผลการวจิ ัยขนั้ การพัฒนา 2 (Develop2:D2)
เปรียบเทียบผลคะแนนระหวางเรยี นกบั เกณฑรอ ยละ 60
จํานวน คาเฉลี่ย สวนเบย่ี งเบน t-test
ผลการประเมนิ (N) (X ) มาตรฐาน 8.308 sig
11.427 .000
ผลการประเมินดว ย 30 77.333
แบบฝก ทกั ษะ
มีนยั สําคัญทางสถิตท่ี .05

จากตารางท่ี 2 พบวา ทักษะการระบายสีไมระหวางเรียนกับเกณฑรอ ยละ 60 พบวา นักเรยี นมีทักษะการ
ระบายสีระหวางเรียนไดสูงกวาเกณฑ ( � =77.333, SD =11.427) ซึ่งมีผลแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่
ระดับ .05

ผลการสมั ภาษณนกั เรียนความคิดเห็น ตอแบบฝก ทกั ษะการระบายสไี ม
ประเด็นความสําคัญผลการสัมภาษณนักเรียนความคิดเห็น ตอแบบฝกทักษะการระบายสีไม พบวา

นักเรียนทุกคนที่ใหสัมภาษณมีความคิดเห็น ตอแบบฝกทักษะการระบายสีไม แบบฝกทักษะชวยพัฒนาทักษะการ
ระบายสไี มในระดบั ใด มาก (รอยละ 50 ) ปานกลาง (รอ ยละ 33.33) นอย (รอยละ 16.66) นักเรียนชอบทาํ แบบฝก
ทักษะเลมใดมากที่สุด ในระดับใด แบบฝกทักษะเลมยอยที่ 1 รอยละ (16.67) แบบฝกทักษะเลมยอยท่ี 2 รอยละ
(13.33) แบบฝก ทักษะเลม ท่ี 3 รอยละ (16.67 ) แบบฝกทักษะเลม ยอยที่ 4 รอยละ 6.67 แบบฝกทกั ษะเลมยอยที่
5 รอ ยละ (46.67) ภาพตวั อยาง ท่ีใหในแตล ะเลมมีความชดั เจนสามารถใชเ ปนแบบอยางในการปฏิบัตงิ านระบายสี
ภาพตัวอยางมีความชัดเจนมาก (รอยละ 60 ) ภาพตัวอยางมีความชัดเจนปานกลาง (รอยละ 26.67) ภาพตัวอยา งมี
ความชัดเจนนอ ย (รอยละ 13.33) คําอธิบายตางๆในเลมฝก มีความชัดเจนอานเขาใจงาย หรือไมในระดับใด มี
ความชัดเจนอานเขาใจงาย (รอยละ 56.67) มีความชัดเจนอานเขาใจงาย (รอยละ 33.33) มีความชัดเจนอานเขาใจ
งาย (รอยละ 10) ปริมาณงานระบายสีของแบบฝกทักษะ ปริมาณงานระบายสีของแบบฝกทักษะเหมาะสมมาก
(รอ ยละ 50 ) ปริมาณงานระบายสีของแบบฝกทักษะเหมาะสมปานกลาง รอยละ (43.33) ปริมาณงานระบายสีของ
แบบฝก ทักษะเหมาะสมนอย (รอ ยละ 6.67)

อภิปรายผล สรปุ ผล และขอ เสนอแนะ
1.จากการศึกษาขอ มลู พื้นฐานที่ใชสําหรบั การออกแบบชุดฝกทักษะการระบายสไี ม และประเมินความ
ตองการจําเปน พบวา ทง้ั ครูผูสอนและนักเรียนเหน็ ความสําคัญของการระบายสีไม อยางย่ิง โดยครผู ูสอนเห็นวาการ
ระบายสีไมคือการเรียนรูการระบายสขี ้ันพ้ืนฐานท่ีนักเรียนควรเรียนรู ซ่ึงสอดคลองกับข้ันพัฒนาการศิลปะเด็กในขัน
ใกลความเหมือน (The Crisis of Realism) อายุ 9-12 ปโดยท่ัวไปเด็กในชวงวัยน้ี ความสนใจในการรวมกลุมกับ
เพื่อนๆ เด็กเร่ิมทําสง่ิ ตาง ๆโดยใสใจหรือใหความสนใจกับผูอืน่ มากข้นึ เชนพฤติกรรมทําตามเพ่ือนหรอื พดู ตามเพื่อน
ในดานการสรางผลงานศิลปะเริ่มใหความสําคัญกับรายละเอียดในผลงานศิลปะของตนเองเริ่มวาดภาพอยาง
ระมัดระวัง มีการไตรตรองกอนลากเสน ดังนั้นเสนไมเฉียบขาดเช่ือม่ันเหมือนเคย (Craig Roland, 2010) ครูผูสอน
ตอ งการพฒั นา ใหมีทักษะ ในการวาดภาพจึงจําเปนตอ ง ฝก การระบายสใี หม ีความเฉียบคม และความสม่ําเสมอ
2. จากผลการวิจัยในการพัฒนา แบบฝกทักษะการระบายสีไมดวยเทคนิค 5’s มีคาประสิทธิภาพ
ระหวางการใชและหลังการใช อยูที่ E1/E2 = 80.6/81 ซึ่งเปนคาประสิทธิภาพท่ีแสดงใหเห็นวาทั้งกระบวนการ ได
พัฒนาทักษะของเด็กขน้ึ มา และสามารถ นําไปใช ไดอ ยางดซี ่งึ สอดคลองกับ แนวคิดของนกั วิชาการตางๆที่ไดน ําเสนอ
มาขางตน วิธีการนําเทคนิคการระบายสีไมดว ยเทคนิค Smoothing (การระบายเรียบ) Scaling (การระบายไลสีเดียว
แบงระยะ) Setting (ระบายผสานส)ี Shaping (การระบายสรางรูปทรง) Scene making (การระบายใหเกิดระยะ)

เปน การระบายสี ท่ีชวยสรางสรรคใ หเ กิดผลงาน ไดอยา งสวยงาม และเหมาะสมอยางยิ่งทจี่ ะนาํ ไปใชใ นการสรา งแบบ
ฝกทกั ษะ

3. จากผลการทดลองการปฏิบัติแบบฝกทักษะจําเปนอยางยิ่งท่ีจะตอ งมีครู ผูสอน เปนผูอํานวยความ
สะดวก เนื่องจากวา กลุม ตัวอยางทใ่ี ช เปน กลุม นักเรยี นชนั้ ประถมศึกษาตอนตน ซึ่งมีความ สามารถในการอานภาษา
ในระดบั หนง่ึ เทาน้นั จาํ เปนอยา งย่ิงท่ผี ูสอนครูหรือผูใ ชแ บบฝกทักษะตอ งมคี วามรู ท่จี ะอธบิ าย เนื้อหาตางๆ ใหเ ด็ก ได
ฝกฝน ตามลําดับข้ันตอน สอดคลองกับงานวิจัยของ Muthita. (2016). ท่ีวา การทําแบบฝกงานตองคํานึงถึง
พัฒนาการทางดา นศลิ ปะของเดก็ ใหเ หมาะสมกบั ชวงชน้ั นอกจากนี้ แบบฝกทักษะทีใ่ ชย งั มกี ารเนน งานจัดรูปเลม และ
กราฟก ที่สวยงามเพื่อดึงดูด เด็ก นักเรียน ใหเกิดความสนใจอยากปฏิบัติ จึงเห็นไดวาแบบฝก ที่ดีนั้น ควรจะมีสีสัน
สวยงามและเหมาะสมตามชวงวัยและครูผูปกครองควร ใหการ ดูแลและอํานวยความสะดวกตางๆเพื่อใหเด็กเกิด
ทกั ษะในการปฏบิ ตั ิงานไดดีตามวัตถปุ ระสงคของแบบฝก นั้นๆ

4. จากผลการประเมนิ ทักษะการระบายสีของผเู รียน พบวา ผูเรยี นมคี วามสามารถทางดานทักษะการระบายสี
เพ่ิมมากขิ้น เพราะเปนแบบฝกทักษะที่นักเรียนไดปฏิบัติและมีการบรรยายใหความรูแกนักเรยี นเพิ่ม นําความรูภาค
ทฤษฏีสูก ารปฏิบตั จิ รงิ นกั เรยี นมีความสนใจในการใชแ บบฝกทักษะมีการศึกษาเน้ือหาและและจากการสังเกตระหวาง
การใชแ บบประเมินทกั ษะนักเรียนมกี ารแลกเปลี่ยนเรียนรวมกันแสดงความคิดเหน็ และนาํ ทาเปนแนวทางในการวาด
ภาพระบายลีในการทําแบบประเมินสุดทาย จากการฝกปฏิบัติโดยศึกษารูปภาพตัวอยางจากแบบฝกทักษะมีการ
ดดั แปลงรูปภาพและ นําประสบการณ ที่ไดเรียนรูจากเพอื่ นมาผสมผสานในงานของตนเองใหสมบูรณย่ิงข้ึนซึ่งแคป
เปอรและแคปเฟอร (Kaper andKapfer,1972: 3) ไดกลาววาชุดกิจกรรมเปนรูปแบบของการส่ือสาร ระหวางครูกับ
นักเรียน ซึ่งประกอบดวยคําแนะนาํ ที่ใหน ักเรยี นไดทํากิจกรรมการเรียน ใหเกิดพฤติกรรมที่เปนผลของการเรยี นรูการ
รวบรวมเนอ้ื หาท่ี นํามาสรางชดุ กจิ กรรม ท่ีนําองคความรูจากหลกั สูตรใหน ักเรยี นไดเรียนรแู ละเน้ือหาจะตองตรง และ
ชัดเจนท่จี ะส่อื ความหมายใหผูเรียนไดเกิดพฤติกรรมตามเปาหมายของการ ซึ่งสอดคลองกบั งานวิจยั ของ Konteera,
H. (2009:90). ที่ได ทําการศึกษา เรื่อง การสรางแบบฝกเพ่ือพัฒนาการรับรูทางศิลปะ สําหรับนักเรียนช้ัน
ประถมศกึ ษาปที่ 4 พบวา ความสามารถทางการวาดภาพระบายสีกอนและหลังการทดลองของนกั เรียนกลุม ตัวอยาง
ไดรับการฝก โดยใชแบบฝก พฒั นาการรับรทู างศลิ ปะสงู กวา กอ นการทดลองเชน กนั
สรปุ ผลการวจิ ัย

จากการวิจยั เพ่ือพฒั นาแบบฝกทกั ษะ การระบายสีไมดวนเทคนคิ จํานวน 5 เลม ยอย พบวา
1. การศกึ ษาความตองการจําเปนพบวา นกั เรยี นและครผู ูส อนสวนใหญเ หน็ วา สไี มม ีความสาํ คัญตอการจัดการ
เรียนการสอนเนื่องจากเปนพ้ืนฐานสําหรับการเรียนศิลปะและรายวิชาอื่นๆ ท่ีเปนกิจกรรมในการชวยพัฒนา
พัฒนาการทางศิลปะไดอ ยางดี
2. พัฒนารางแบบฝกทักษะจํานวน 5 เลมยอย ประกอบดวย 1)Smoothing ระบายเรียบ 2) Scaling
ระบายไลสี 3) Setting ระบายผสานสี 4) Shaping ระบายสรางรูปทรง 5) Scene making ระบายใหเกดิ ท่ีมีเนื้อหา
คําอธิบายและรูปแบบกราฟก สสี วยงาม การศกึ ษานาํ รอ งพบวา ไดคาประสทิ ธิภาพ E1/E2 = 80.6/81
3. นาํ แบบฝกทักษะไปใชกบั นักเรียน 30 คนบทบาทครูไดนําแบบฝกทักษะแจกนกั เรียน อธิบายเน้ือวิธีการ
ระบาย ใหดูตัวอยางการระบาย สาธติ ขนั้ ตอนการระบาย ตรวจประเมินผล บทบาทนักเรียนฟง ซักถาม
4. ผลการประเมินพบวา ประเมินผลการใชแบบฝกทักษะการระบายสีไม หลังใชแ บบฝกทกั ษะการระบายสี
ไมก ับนักเรยี นกลุมเปาหมาย นักเรียนมผี ลคะแนนความสามารถปฏิบัติการระบายสีไมระหวางเรียนสูงกวารอยละ 60
พบวา นักเรียนมีทักษะการระบายสีระหวางเรียนไดสูงกวาเกณฑ ( X =77.333, SD =11.427) ซ่ึงมีผลแตกตางกัน
อยางมนี ัยสาํ คญั ทางสถิติ ระดบั .05

ขอเสนอแนะในการนาํ ผลการวิจัยไปใช
ผลการสัมภาษณความคิดเห็นของนักเรียนตอแบบฝกพบวานักเรียนชอบเลมยอยที่ 5 เน่ืองจากเปนเลมที่

ระบายสีภาพรวมมีระยะมิติครบท้ัง 5 เลม จึงควรพฒั นากิจกรรมการเรยี นรหู รอื แบบฝก ทักษะเพ่ิมมากขึน้ ในรูปแบบ
การระบายในภาพทวิ ทัศนที่มีระยะแบบตา งๆ

เอกสารอา งอิง
Auychai ,C. (2016). Pencil Color Painting Teaching 6-8. [Online] Retrieved January 15, 2021. From

https://youtu.be/BHU7OK6wutE (in Thai)
Craig Roland. (2010.(Young in Art a developmental look at child art.[Online] Accessed 10

Octerber 2012)Available fromhttp://www.artjunction.org
Kaper, P. & Mirian, K. (1972). Instructional to Leaning Package in American Education. New

Jersey: Education Technology Publication, Enlewood Cliffs
Konteera, H. (2009). Dribbling Practice Exercise to improve the Perception in Art for

Students in Grade 4, Klong Bangwak ( Mont Jarassingh) School, Nonkham District
Office Bangkok. Master Thesis in Elementary Education Graduate School Srinakarinwirot
University. (in Thai)
Koonsombat , N. (2016). Pencil Color Painting Techniques. [Online] Retrieved January 15, 2021.
from http:// youtu.be/pSmpP_JynbE (in Thai)
Muthita, A. (2016). Development of Colour Theory and Painting Practice Workbooks in the Art
Subject Area for Grade 4 students at Klongsamrong School. Master Thesis in Curriculum
and Instruction Graduate School, Dhonburi Rajabhat University. (in Thai)


Click to View FlipBook Version