รายงาน
เรื่อง การปลกู ถา่ ยอวยั วะ
()حكم نقل وزرع الأعضاء
จัดทาโดย
1.นาย อบั ดลุ ฮากิม ดือราโอะ สาขาอิสลามศกึ ษา ชนั้ ปีท่3ี รหสั นกั ศกึ ษา 6260903006
2.นาย แวสลุ ยั มาน แวมดู อ สาขาอิสลามศกึ ษา ชนั้ ปีท่3ี รหสั นกั ศกึ ษา 6260903017
3.นาย อริ ฟาน ซีโปสาแม สาขาอสิ ลามศกึ ษา ชนั้ ปีท่3ี รหสั นกั ศกึ ษา 6260903031
เสนอตอ่
รองศาสตราจารยเ์ จะ๊ เหลา๊ ะ แขกพงศ์
รายงานฉบบั นเี้ ป็นสว่ นหนึ่งของรายวชิ า อสิ ลามกบั ประเด็นรว่ มสมยั
รหสั วชิ า 09-034-223 (01) ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564นกั ศกึ ษาชนั้ ปีท่ี 3
สถาบนั อิสลามและอาหรบั ศกึ ษา มหาวทิ ยาลยั นราธิวาสราชนครนิ ทร์
جامعة الأميرة ناراديواس,أكاديمية الدراسات الإسلامية والعربية
3
3. ขอ้ ชีข้ าดตามศาสนบญั ญัตวิ ่าดว้ ยการใชป้ ระโยชนจ์ ากอวยั วะของผเู้ สยี ชวี ิตสาหรบั บุคคลท่ียงั มีชวี ิตอยู่
4. ขอ้ ชีข้ าดตามศาสนบญั ญัติว่าดว้ ยการใชป้ ระโยชนจ์ ากอวยั วะของบุคคลผนู้ นั้ สาหรบั บคุ คลผนู้ นั้ เอง
ในแต่ละประเด็นมรี ำยละเอยี ดดงั ต่อไปนี้
1. ข้อชีข้ ำดตำมศำสนบญั ญตั วิ ่ำด้วยกำรซื้อขำยอวยั วะของร่ำงกำยมนุษย์
ปวงปราชญน์ ิติศาสตร์อิสลามเห็นพอ้ งตรงกนั วา่ การซ้ือขายอวยั วะ อนั เป็นส่วนของร่างกายมนุษยถ์ ือเป็น
โมฆะและไมอ่ นุญาตใหบ้ ุคคลขายอวยั วะหน่ึงอวยั วะใดจากร่างกายของบคุ คลผนู้ ้นั ไมว่ า่ อวยั วะน้นั จะเป็น
อวยั วะภายนอกหรืออวยั วะภายในกต็ าม และไมว่ า่ อวยั วะน้นั จะเป็นอวยั วะ คู่ เช่น ไต หรือลกู อณั ฑะ หรือปอด
เป็นตน้ หรืออวยั วะเด่ียว เช่น หัวใจ หรือมา้ ม หรือตบั เป็นตน้
ท้งั น้ี โดยใหเ้ หตุผลวา่ ร่างกายของมนุษยแ์ ละส่วนประกอบที่เป็นอวยั วะของร่างกายมนุษย์ มิไดม้ ีไวเ้ พ่ือการ
ซ้ือขายมิใช่สินคา้ ท่ีใชไ้ ดใ้ นการนามาแลกเปล่ียนในเชิงการคา้ แต่ร่างกายและอวยั วะของมนุษยเ์ ป็นสิ่งที่พระองค์
อลั ลอฮ์ ทรงสร้างและทรงยกเกียรติใหม้ ีศกั ด์ิและสิทธิ อนั สูงส่งเกินกวา่ ท่ีจะนามาซ้ือขาย การซ้ือขายร่างกายและ
อวยั วะของมนุษยจ์ ึงเป็นส่ิงตอ้ งหา้ มอยา่ งเด็ดขาด เพราะเป็นการละเมิดต่อเกียรติดงั กล่าว และร่างกายของมนุษย์
มิใช่กรรมสิทธ์ิของมนุษย์ ตามขอ้ เทจ็ จริง หากแต่เป็นกรรมสิทธ์ิของพระองคอ์ ลั ลอฮ์ พระผทู้ รงสร้าง และมนุษย์
เป็น เพียงผรู้ ับผิดชอบในการดูแลรักษาร่างกายของตน ตลอดจนเป็นผทู้ ี่ถูกใชใ้ หด้ าเนินการตามขอบเขต แห่ง
ความรับผิดชอบน้นั ดว้ ยส่ิงที่เหมาะสมมิใช่ดว้ ยส่ิงที่ทาใหเ้ กิดความเสียหาย หากมนุษยก์ า้ วลว่ งขอบเขตและ
ดาเนินการกบั ร่างกายของตน ดว้ ยสิ่งท่ีคา้ นกบั ความเหมาะสมน้นั ก็ยอ่ มถือวา่ มนุษยผ์ นู้ ้นั ไดท้ จุ ริตต่อความ
รับผดิ ชอบที่พระองคอ์ ลั ลอฮ์ ทรงมอบหมายเอาไวแ้ ลว้
ดงั น้นั การขายอวยั วะของมนุษยจ์ ึงเขา้ ขา่ ยการดาเนินการในกรรมสิทธ์ิซ่ึงเป็นของพระองค์ อลั ลอฮ์ โดยมิได้
รับอนุญาต และไมม่ ีประโยชน์ท่ีมีน้าหนกั เพียงพอ จึงเขา้ ข่ายการขายสิ่งที่มนุษยไ์ มม่ ีกรรมสิทธ์ิในสิ่งน้นั ที่
สาคญั หากอนุญาตใหข้ ายอวยั วะของมนุษยไ์ ด้ ยอ่ มเป็นการเปิ ดช่องทางท่ีจะนาไปสู่ความเสียหายและอนั ตราย
อนั ใหญ่หลวง กลา่ วคอื เป็นช่องทางสาหรับคนยากจน ในการขายอวยั วะของตนเพ่ือแลกกบั เงินตราและบางที
อาจจะเลยเถิดจากการขายอวยั วะดว้ ย ความสมคั รใจไปสู่การลกั พาตวั ผบู้ ริสุทธ์ิ โดยเฉพาะเด็กๆเพอื่ การคา้ มนุษย์
4
และการตดั อวยั วะของพวกเขา หรือแมก้ ระทง่ั การฆา่ เพื่อเอาประโยชน์จากอวยั วะของพวกเขาในการขายอวยั วะ
น้นั ดงั น้นั การขายอวยั วะของมนุษยจ์ ึงเป็นส่ิงตอ้ งหา้ ม ท้งั น้ีเพื่อปิ ดช่องทางที่จะนาไปสู่ความเสีย หายดงั กลา่ ว
2. ข้อชี้ขำดตำมศำสนบญั ญตั ิว่ำด้วยกำรบริจำคอวยั วะของร่ำงกำยมนุษย์ทย่ี ังมีชีวิตอยู่ ให้แก่มนุษย์
ผ้อู ื่น
เม่ือปรากฏตามคาวินิจฉยั ในประเดน็ ที่1วา่ การขายอวยั วะของมนุษยเ์ ป็นโมฆะ และเป็นสิ่งตอ้ งหา้ มตามบญั ญตั ิ
ของศาสนา ยอ่ มมีคาถามตามมาวา่ กรณีของการบริจาคอวยั วะของบคุ คลท่ียงั มีชีวิตอยใู่ หแ้ ก่บุคคลอ่ืน ซ่ึงมีความ
ตอ้ งการอวยั วะน้นั เป็นส่ิงตอ้ งหา้ มเหมือนกบั กรณีการขายอวยั วะหรือไม่? ประเดน็ น้ีนกั วชิ าการมีความเห็นแบง่
ออกเป็น 2 ฝ่ายดงั น้ี
1) ไมอ่ นุญาตใหต้ ดั อวยั วะหน่ึงอวยั วะใดจากมนุษยท์ ี่ยงั มีชีวิตอยู่ ซ่ึงไดร้ ับการคมุ้ ครองจาก การละเมิดในชีวิต
ของมนุษยผ์ นู้ ้นั โดยมีคา่ ตอบแทนหรือไมม่ ีคา่ ตอบแทนกต็ าม เพอ่ื ทาการปลกู ถ่ายในร่างกายของมนุษยอ์ ีกคน
หน่ึงตามกระบวนการรักษา ถึงแมว้ า่ จะมีความจาเป็นในข้นั อุกฤษฏ์ กต็ าม (ส่วนหน่ึงจากนกั วชิ าการฝ่ายน้ีไดแ้ ก่
ศาสตราจารย์ ดร.หะซนั อะลี อชั -ชาซุลลีย์ ในหนงั สือ ของท่านท่ีช่ือวา่ “หุกมุ นกั ลิ อะอฎ์ ออ์ อลั -อินซาน ฟิ ลฟิ ก
ฮลั อิสลามีย”์ หนา้ 109 เป็นตน้ ไป, ศาสตราจารย์ดร.อบั ดุสสลาม อบั ดุรเราะฮีม อซั -ซุกกะรีย์ในหนงั สือช่ือ “นกั
ลุ วา่ ซิรออะฮ์ อลั - อะอฎ์ ออ์ อลั -อาดะมียะฮ์ มิน มนั ซูร อิสลามีย”์ หนา้ 104, ชยั ค์ มุฮมั มดั มตุ ะวลั ลีย์ อชั -ชะอร์ อ
วีย์ ในหนงั สือ “มินลั อะลิฟ อิลลั ยาอ”์ รวบรวมโดย ฏอริก หะบีบ หนา้ 82-83, ดร.อบั ดุรเราะห์มาน อลั -อดั วีย์
ในวารสารมิมบรั ฺ อลั -อิสลาม บทความเรื่อง “ญุนูน อิล-อิลม์ ฟี ซิรออะฮ์ อลั -อะอฎ์ ออ์ และ ศ.ดร.อบั ดุลฟัตตาห์
มะห์มูด อิดรีส) เป็นตน้
นกั วิชาการฝายน้ีอาศยั หลกั ฐานจากอลั -กรุ อานท่ีวา่
َو ََل تَ ْقتُلُوا أَنفُ َس ُك ْم إِ َّن َّل َّلاَ َكا َن بِ ُك ْم َر ِحي ًما
ความวา่ “และพวกทา่ นอยา่ ไดป้ ลิดชีพของพวกทา่ นเอง แทจ้ ริงพระองคอ์ ลั ลอฮท์ รงมี พระกรุณาต่อพวกทา่ น
เสมอ” (อนั -นิซาอ์ : 29)
8
ฝ่ ำยทีส่ อง มีทศั นะวา่ ไม่อนุญาตใหผ้ า่ ตดั เปล่ียนถ่ายอวยั วะใดๆ จากศพของผเู้ สียชีวิต เพื่อนามาปลูก
ถ่ายใหแ้ ก่ผอู้ ่ืนที่ยงั มีชีวิตอยู่ เนื่องจากสิ่งดงั กลา่ วเป็นการละเมิดต่อศกั ด์ิและสิทธิของผเู้ สียชีวติ และผเู้ สียชีวิต
ก็ไมม่ ีกรรมสิทธ์ิในอวยั วะของร่างกายตน จึงไม่มีสิทธิในการส่งั เสียหรือทาพินยั กรรมเพ่อื บริจาคอวยั วะของ
ตนแก่ผหู้ น่ึงผใู้ ดก่อนการเสียชีวิตของตนและญาติใกลช้ ิดของผเู้ สียชีวติ ก็ไมม่ ีสิทธิเช่นกนั อยา่ งไรกต็ าม
ความเห็นตา่ งของนกั วิชาการในประเด็นการเปลี่ยนถ่ายอวยั วะจากศพเพ่ือนาไปปลกู ถา่ ยใหแ้ ก่ผปู้ ่ วยท่ีมี
ความจาเป็นในข้นั อกุ ฤษฏม์ ิไดม้ ีความเขม้ ขน้ เทา่ กบั ประเด็นของการเปลี่ยนถ่ายอวยั วะจากผบู้ ริจาคที่ยงั มี
ชีวติ เพื่อนาไปปลกู ถ่ายใหแ้ ก่ผปู้ ่ วยท่ีมีความจาเป็นในข้นั อกุ ฤษฏ์ เป็นผลทาใหก้ ลุ่มนกั วิชาการท่ีไมเ่ ห็นดว้ ย
กบั ประเด็นหลงั มีความเห็นวา่ อนุญาตใหเ้ ปล่ียนถ่ายอวยั วะจากศพ เพ่อื นาไปปลูกถ่ายใหแ้ ก่ผปู้ ่ วยที่มีความ
จาเป็นในข้นั อกุ ฤษฏไ์ ดแ้ ต่ตอ้ งเป็นไปตามเงื่อนไข6ประการที่กล่าวมาแลว้ ส่วนหน่ึงจากนกั วชิ ากาเหลา่ น้นั
ไดแ้ ก่ ศ.ดร.ฮะซนั อซั -ซาซุลีย,์ ดร.อบั ดุรเราะฮีม อซั -ซุกกะรีย์ และดร.อบั ดุลฟัตตาห์ อิดรีส เป็นตน้
พจิ ำรณำแล้ว จงึ มีคำวนิ ิจฉัยว่ำ ตามหลกั ศาสนบญั ญตั ิในภาวะปกติ ถือวา่ การใชป้ ระโยชน์ จากอวยั วะ
ของร่างกายมนุษย์ ไม่วา่ มนุษยผ์ นู้ ้นั ยงั มีชีวติ อยหู่ รือเสียชีวติ แลว้ กต็ ามเป็นส่ิงตอ้ งหา้ ม ท้งั น้ีเพอื่ เป็นการ
ปกป้องศกั ด์ิและสิทธ์ิแห่งความเป็นมนุษย์ และรักษาเกียรติของผเู้ สียชีวิต เพ่ือมิใหม้ ีการกระทาใดๆที่นาไปสู่
การประทุษร้ายต่อศพ ยกเวน้ ในกรณีที่มีความจาเป็นในข้นั อกุ ฤษฏ์ หรือมีความตอ้ งการอยา่ งยง่ิ ยวดก็
อนุญาตใหก้ ระทาส่ิงดงั กลา่ วน้นั ได้ ตามเงื่อนไขท่ีถกู กาหนดไว้ โดยเคร่งครัด
4. ข้อชีข้ ำดตำมศำสนบญั ญตั ิว่ำด้วยกำรใช้ประโยชน์จำกอวยั วะของบุคคลผ้นู ้นั เพ่ือผู้น้นั เอง
ประเด็นนี้ วินจิ ฉัยว่ำ เมื่อปรากฏวา่ การเปล่ียนถ่ายอวยั วะน้นั เป็นส่ิงจาเป็นในข้นั อกุ ฤษฏ์ ตาม
คาช้ีขาดของแพทยผ์ ชู้ านาญการ เช่น การเปลี่ยนถา่ ยเสน้ เลือดปกติในร่างกายเพื่อรักษา หลอดเลือด
หวั ใจตีบ เป็นตน้ การกระทาดงั กล่าวยอ่ มเป็นท่ีอนุญาต ท้งั น้ีเน่ืองจากการมีชีวิตรอด ของผปู้ ่ วยข้นึ อยู่
กบั วิธีการรักษาดงั กลา่ วในทางการแพทยแ์ ละเป็นที่อนุญาตเช่นกนั ในกรณี เมื่อปรากฏวา่ การเปล่ียน
ถ่ายอวยั วะในร่างกายของผปู้ ่ วยเป็นความจาเป็นไม่ถึงข้นั อุกฤษฏ์ เช่นการ เปลี่ยนถ่ายผวิ หนงั ท่ีดีและ
เหมาะสมจากท่ีหน่ึงของร่างกายไปยงั อีกท่ีหน่ึงของร่างกายในภาวะท่ี ผปู้ ่ วยประสบเหตุไฟไหมเ้ ป็น
ตน้ โดยคาวินิจฉยั น้ีถือตามทศั นะของนกั นิติศาสตร์อิสลามรุ่นก่อนท่ีมี ทศั นะวา่ อนุญาตใหต้ ดั อวยั วะ
9
หรือชิ้นส่วนของร่างกาย เพื่อรักษาชีวิตบคุ คลน้นั ได้ และเป็นการขจดั อนั ตรายที่จะเกิดข้ึน เมื่อ
ค่อนขา้ งมนั่ ใจไดว้ า่ หากไม่ตดั อวยั วะหรือชิ้นส่วนของร่างกายผนู้ ้นั แลว้ จะเกิดอาการลุกลามหรือ
ภาวะแทรกซอ้ น จนเป็นเหตใุ หผ้ นู้ ้นั เสียชีวิต ดงั น้นั การเปลี่ยนถ่ายอวยั วะ เพื่อรักษาผปู้ ่ วยใหร้ อด
ชีวิตซ่ึงอวยั วะน้นั เป็นของผปู้ ่ วยเองจึงเป็นส่ิงท่ีสมควรกระทายงิ่ กวา่
10
บทสรุป
การปลูกถา่ ยอวยั วะ หรอื การบรจิ าคอวยั วะ สามารถกระทาไดห้ รือไม่
ในศาสนาอสิ ลาม
สรุปทศั นะนกั วชิ าการส่วนใหญ่: การบรจิ าครา่ งกายหรืออวยั วะภายในรา่ งกานนั้ ท่านเชค อะ
หมดั คตุ ตี้ นกั วชิ าการอสิ ลามแหง่ แคนาดา ไดฟ้ ัตวา (วินิจฉยั ชขี้ าด) ไวว้ ่า "การบรจิ าคอวยั วะเพ่อื
ผลทางการแพทย์ ของมสุ ลมิ คนหนง่ึ นนั้ สามารถกระทาได้ โดยตอ้ งไมข่ ดั ตอ่ หลกั เกณฑท์ ่ีวางไว"้
และวนั ท่ี 6 เดอื นซุลเกาะหด์ ะห์ ฮิจเราะหศ์ กั ราชท่ี 1402 (ประมาณ พ.ศ.2524) สภาสงู สดุ ของ
นกั วชิ าการศาสนาอิสลาม แหง่ รยิ าด ไดฟ้ ัตวา (มติเอกฉนั ท)์ วา่ อนญุ าตใหม้ กี ารเปลีย่ นถ่าย
อวยั วะได้ (ตามหลกั เกณฑท์ ่กี ลา่ วมาขา้ งตน้ )...และ 3 ปีตอ่ มา ฝ่ายวิชาการ OIC ไดฟ้ ัตวา
เชน่ กนั ว่า อนญุ าตใหเ้ ปลี่ยนถา่ ยอวยั วะ และบรจิ าครา่ งกายเพ่อื การแพทยไ์ ด้ (ตามหลกั เกณฑท์ ่ี
กลา่ วมา) โดยตอ้ งนารา่ งกายของมสุ ลมิ นนั้ ไปทาพิธีทางศาสนาใหเ้ รยี บรอ้ ย เม่อื สนิ้ สดุ การบรจิ าค
...หลักฐาน การอนุญาต ...นกั วิชาการมสุ ลมิ ใชห้ ลกั ฐานจากกรุ อาน โองการท่ีวา่
َو ََل تُ ْلقُوا بِأَ ْي ِدي ُك ْم إِلَى التَّ ْهلُ َك ِة َوأَ ْح ِسنُوا ِإ َّن َّل َّلاَ يُ ِح ُّب ا ْل ُم ْح ِس ِني َن
ความว่า"...แตถ่ า้ ผใู้ ดตกอย่ใู นภาวะจาเป็นอย่างย่งิ โดยไมม่ เี จตนาฝ่าฝืน หรอื ละเมิด
น่นั กไ็ ม่เป็นบาปสาหรบั เขา..." (กรุ อาน 2:173)