สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี
คณะผู้จัดทำ
นางสาวธนิ สรา ไชยสาลี 6216209001163
นางสาวเปรมกมล ศักดา 6216209001177
นางสาวศิริโฉม แต้มเติม 6216209001181
นายศิ วกร อัครกานต์ 6216209001187
นางสาวอัญชลิตา เพียรจัด 6216209001191
“ในการปฏิบัติงานนั้น ย่อมมีปัญหาต่างๆ
เกิดขึ้นได้เสมอ เมื่อปัญหาเกิดขึ้นต้องแก้ไข
อย่าทิ้งไว้พอกพูนลุกลามจนแก้ยาก
ขอให้ทุกคนระลึกว่าปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ไขได้
ถ้าแก้คนเดียวไม่ได้ก็ช่วยกันคิดช่วยกันแก้หลายๆคนหลายๆ
ทาง ด้วยความร่วมมือปรองดองกัน”
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร
ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 13 กรกฎาคม 2533
คำนำผู้เขียน
หนั งสื อเล่มนี้ เป็นส่ วนหนึ่ งของรายวิชาการเตรียมฝึกประสบการณ์ วิชาชีพ
รัฐประศาสนศาสตร์ทำการศึ กษาเรื่องหนั งสื อราชการโดยมีวัตถุประสงค์การ
ศึ กษาเพื่อศึ กษาเรื่องการเขียนหนั งสื อราชการภายใน ภายนอก หนั งสื อประทับ
ตรา หนั งสื อสั่ งการและหนั งสื อประชาสั มพันธ์
คณะผู้จัดทำขอขอบพระคุณอาจารย์อยับ ซาดัคคาน ผู้ให้ความรู้และให้แนวทาง
ในการศึ กษาคณะผู้จัดทำหวังว่ารายงานฉบับนี้ จะให้ความรู้และเป็นประโยชน์ แก่
ผู้อ่านทุกๆท่าน
คณะผู้จัดทำ
สารบัญ
01 บทที่ 1 ความหมายและลักษณะของหนังสือราชการวิวัฒนาการของกฎหมายไทย
02 ความหมายและลักษณะของหนั งสือราชการ
03 บทที่ 2 การเขียนหนังสือภายใน
04 หนั งสือภายใน
05 บทที่ 3 การเขียนหนังสือภายนอก
06 ความหมายของหนั งสือภายนอก
11 บทที่ 4 หนังสือประทับตรา
12 ความหมายของหนั งสือประทับตรา
15 การเขียนหนั งสือประทับตรา
18 บทที่ 5 หนังสือสั่งการ
19 หนั งสือสั่งการ
22 บทที่ 6 หนังสือประชาสัมพันธ์ 16
23 ความหมายและประเภทของหนั งสือประชาสัมพันธ์
23 รายละเอียดของหนั งสือประชาสัมพันธ์ประเภทประกาศ
24 รายละเอียดของหนั งสือประชาสัมพันธ์ประเภทแถลงการณ์
24 รายละเอียดของหนั งสือประชาสัมพันธ์ประเภทข่าว
28 บรรณานุกรม
1
บ ท ที่ 1
ค ว า ม ห ม า ย แ ล ะ ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง
หนั งสื อราชการ
2
ความหมายและลักษณะของหนั งสื อราชการ
ระเบียบสำนั กนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 ได้ให้ความหมาย
หนั งสือราชการ คือเอกสารที่เป็นหลักฐานในราชการ ได้แก่
1. หนั งสือที่มีไปมาระหว่างส่วนราชการ
2.หนั งสือที่ส่วนราชการมีไปถึงหน่ วยงานอื่นใดซึ่งมิใช่ส่วนราชการหรือที่มีไปถึง
หน่ วยงานภายนอก
3.หนั งสือที่หน่ วยงานอื่นใดซึ่งมิใช่ส่วนราชการหรือที่บุคคลภายนอกมีมาถึงส่วน
ราชการ
4.เอกสารที่ราชการจัดทำขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานในราชการ
5.เอกสารที่ทางราชการจัดทำขึ้นตามกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับ
ชนิ ดของหนั งสือตามระเบียบสำนั กนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526
แบ่งชนิ ดของหนั งสือราชการ ดังนี้
1 หนังสือภายนอก
2 หนังสือภายใน
3 หนังสือประทับตรา
4 หนังสือสั่งการ
5 หนังสือประชาสัมพันธ์
6 หนั งสือที่เจ้าหน้ าที่ทำขึ้น หรือรับไว้เป็นหลักฐานราชการ
สำนั กงานสาขาวิทยบริการฯ ต่างประเทศ โดยส่วนมากจะทำเพียงหนั งสือภายนอกและหนั งสือภายใน
จึงขอเน้ นรายละเอียดของสองแบบนี้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนในการนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง
3
บ ท ที่ 2
การเขียนหนั งสื อภายใน
4
หนั งสื อภายใน
หนั งสือติดต่อราชการที่เป็นแบบพิธีน้ อยกว่าหนั งสือ ภายนอก เป็นหนั งสือติดต่อ
ภายในกระทรวง ทบวง กรมหรือจังหวัดเดียวกัน ใช้กระดาษบันทึก ข้อความ
(การใช้หนั งสือภายใน ส่วนราชการมักนิ ยมใช้เฉพาะเรื่องที่ติดต่อภายในกรม
เดียวกันเป็นส่วนใหญ่ หากมีหนั งสือไปต่างกรมแม้อยู่ในกระทรวงเดียวกันมัก
นิ ยมใช้หนั งสือราชการ ภายนอก)
ตัวอย่างการเขียนหนั งสื อภายใน
5
บ ท ที่ 3
การเขียนหนั งสื อภายนอก
6
ความหมายของหนั งสื อภายนอก
หนั งสือภายนอก คือ หนั งสือติดต่อราชการที่เป็นแบบพิธี โดยใช้กระดาษตรา
ครุฑสูง 3 เซนติเมตร หมึกสีดำ หรือครุฑพิมพ์จากคอมพิวเตอร์อยู่กึ่งกลางหน้ า
กระดาษ ติดต่อระหว่างส่วนราชการ หรือ ส่วน ราชการมีถึงหน่ วยงานอื่นใดซึ่ง
ไม่ใช่ส่วนราชการ หรือที่มีถึงบุคคลภายนอก เช่น กระทรวงพาณิชย์มีหนั งสือ ถึง
กระทรวงอุตสาหกรรม กรมการค้าต่างประเทศมีหนั งสือถึงบริษัท กกจำกัด หรือ
ถึง นายกร เก่งทุกทาง เป็นต้น
7
หนังสือภายนอกประกอบด้วยส่วนสำคัญ 4 ส่วน ดังนี้
1.1 ส่วนหัวหนังสือ ประกอบด้วย
1.1.1 ลำดับชั้นความลับ (ถ้ามี) ลำดับชั้นความลับมี 3 ลำดับ ได้แก่ ลับ ลับมาก
และ ลับที่สุด
1.1.2 ลำดับชั้นความเร่งด่วน (ถ้ามี) ลำดับชั้นความเร่งด่วนมี 3 ลำดับ ได้แก่
ด่วน ด่วนมาก และด่วนที่สุด
1.1.3 ที่ ให้ใส่ รหัสด้วยพยัญชนะ (ตัวย่อส่ วนราชการ) เลขประจำของเจ้าของ
เรื่อง / เลข ทะเบียนหนั งสื อส่ งออกเรียงตามลำดับจนสิ้ นปีปฏิทินแล้วเริ่มนั บ
ใหม่ในปีต่อไป เช่น ที่ พณ 0201/0056
1.1.4 ส่ วนราชการเจ้าของหนั งสื อ ให้ใส่ ชื่อส่ วนราชการ สถานที่ราชการ หรือ
สำนั กงาน คณะกรรมการ ที่เป็นเจ้าของหนั งสื อนั้ น พร้อมที่อยู่ของส่ วน
ราชการไว้ด้านขวามือของหนั งสื อ เช่น
กระทรวงพาณิ ชย์
44/100 ถนนนนทบุรี 1
อ.เมือง จ.นนทบุรี11000
การพิมพ์ตามข้อ 1.1.3 และข้อ 1.1.4 ต้องอยู่ระดับที่เล็บครุฑ
1.1.5 วันที่ ให้ใส่ ตัวเลขของวันที่ ชื่อเต็มของเดือน และตัวเลขของปี
พุทธศักราช ที่ออก หนั งสื อ เช่น 16 เมษายน 2556 โดยตัวเลขวันที่จะต้องอยู่
ระยะตรงหางครุ ฑ
1.1.6 เรื่อง ให้ใส่ เรื่องย่อที่เป็นใจความสั้ นที่สุดของหนั งสื อฉบับนั้ น ในกรณี
ที่เป็น หนั งสื อ ต่อเนื่ องโดยปกติให้ใส่ เรื่องของหนั งสื อฉบับเดิม
1.1.7 คำขึ้นต้น ให้ใช้คำขึ้นต้นตามฐานะของผู้รับหนั งสื อ (รายละเอียดกำหนด
ไว้ ท้าย ภาคผนวก 2 ของระเบียบงานสารบรรณ) ตามด้วยชื่อตำแหน่ งของผู้
ลงนามในหนั งสื อที่มีมาถึง หรือชื่อ บุคคล โดยตรง กรณี ที่มีถึงตัวบุคคลไม่
เกี่ยวกับตำแหน่ งหน้ าที่
1.1.8 อ้างถึง (ถ้ามี) ให้อ้างถึงหนั งสื อที่เคยมีติดต่อกันเฉพาะหนั งสื อที่ส่ วน
ราชการ ผู้รับ หนั งสื อได้รับมาก่อน โดยให้ลงชื่อส่ วนราชการเจ้าของหนั งสื อ
เลขที่หนั งสื อ วันที่ เดือน ปี ของหนั งสื อ นั้ น ถ้าหนั งสื อที่อ้างถึงมีทั้งชั้นความ
ลับและชั้นความเร็วในฉบับเดียวกัน ให้ระบุชั้นความลับก่อนชั้น ความเร็ว เช่น
อ้างถึง หนั งสื อกระทรวงพาณิ ชย์ ลับมาก ด่วนที่สุด ที่ พณ 0201/4575 ลงวัน
ที่ 27 มกราคม 2556 เป็นต้น “การที่ต้องอ้างถึง เพื่อแสดงหลักฐานให้เจ้า
หน้ าที่ของส่ วนราชการผู้รับหนั งสื อ สามารถค้นเรื่องเดิม เพื่อประกอบการ
พิจารณาได้ง่าย ถ้าไม่มีการอ้างถึงไม่ต้องพิมพ์ไว้”
1.1.9 สิ่ งที่ส่ งมาด้วย (ถ้ามี) ให้ระบุสิ่ งของ หรือเอกสาร ที่ส่ งไปพร้อมกับ
หนั งสื อนั้ นโดยระบุ จำนวนเอกสารที่ส่ งไปด้วย เช่น สิ่ งที่ส่ งมาด้วย แบบสรุป
ประวัติการเสนอเรื่องการแต่งตั้งต่อคณะรัฐมนตรี จำนวน 5 หน้ า เป็นต้น ใน
กรณี ที่ไม่สามารถส่ งไปในซองเดียวกันได้ให้แจ้งว่าส่ งไปโดยทางใด
8
1.2 ส่วนของข้อความที่เป็นเหตุ
เป็นข้อความที่ผู้มีหนั งสือแจ้งความจำเป็นที่ต้องมีหนั งสือไปยัง ผู้รับหนั งสือซึ่ง
อาจมีย่อหน้ าเดียวหรือหลายย่อหน้ าก็ได้ กรณีมีหลายย่อหน้ า ๆ แรกให้สื่อภาพ
รวม และย่อหน้ า ต่อไปเป็นการขยายความ โดยหนึ่ งย่อหน้ าให้มีหนึ่ งประเด็น
1.2.1 ถ้าติดต่อกันเกี่ยวกับเรื่องนั้ นเป็นครั้งแรก ขึ้นต้นว่า “ด้วย” หรือ “เนื่ องจาก”
1.2.2 ถ้าเป็นหนั งสือตอบ หรือมีการอ้างถึงเรื่องเดิมที่เคยติดต่อกันมาก่อน ขึ้นต้น
โดย ใช้คำว่า “ตาม” “ตามที่” หรือ “อนุสนธิ” แล้วสรุปใจความสั้นๆ ที่คลุมเนื้ อหา
สำคัญของหนั งสือฉบับที่อ้างถึง ลงท้าย ด้วยคำว่า “นั้ น” แล้วขึ้นย่อหน้ าใหม่เขียน
ข้อความที่สืบเนื่ อง หรือผลต่อเนื่ องกับหนั งสือที่อ้างถึงนั้ น ว่า ดำเนิ นการอะไรไป
บ้างแล้ว เพื่อเชื่อมโยงวัตถุประสงค์ในย่อหน้ าต่อไป
1.3 ส่วนของข้อความที่เป็นจุดประสงค์
แสดงความมุ่งหมายที่มีหนั งสือไปว่า ประสงค์จะให้ผู้รับ หนั งสือทำอะไร อย่างไร เช่น
- เพื่อทราบ
- เพื่อให้นำเสนอต่อไป
- เพื่อพิจารณา
- เพื่อสั่งการ
- เพื่อยึดถือเป็นหลักปฏิบัติ
- เพื่ออนุมัติ
การเขียนควรขึ้นย่อหน้ าใหม่จาก “เหตุที่มีหนั งสือไป” และกรณีมีหลายเรื่องให้เขียน
เป็นข้อๆ วัตถุประสงค์ของ เรื่องอาจเป็นลักษณะคำขอ คำสั่ง คำอนุมัติ หรือข้อตกลง
ก็ได้ โดยย่อหน้ าใหม่ขึ้นต้นด้วยคำว่า “จึง” แล้วต่อด้วยความมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์
ของเรื่อง เช่น จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
9
1.4 ส่วนท้ายหนังสือ มีรายการต่างๆ ได้แก่
1.4.1 คำลงท้าย ให้ใช้คำลงท้ายตามฐานะของผู้รับหนั งสือตามระเบียบงาน
สารบรรณ เช่น บุคคลธรรมดา ใช้คำว่า ขอแสดงความนั บถือ เป็นต้น
1.4.2 ลงชื่อ ให้ลงลายมือชื่อเจ้าของหนั งสือ และพิมพ์ชื่อเต็มของเจ้าของลายมือชื่อ
ไว้ใต้ ลายมือชื่อ
1.4.3 ตำแหน่ ง ให้ใส่ตำแหน่ งของเจ้าของหนั งสือ
1.4.4 ส่วนราชการเจ้าของเรื่อง ให้ใส่ชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องหรือหน่ วยงานที่
ออก หนั งสือ
1.4.5 โทรศัพท์ ให้ใส่หมายเลขโทรศัพท์ของส่วนราชการเจ้าของเรื่อง หรือหน่ วย
งาน ที่ออก หนั งสือ และหมายเลขภายใน (กรณีที่เป็นสายต่อ) ไว้ด้วย
1.4.6 โทรสาร ให้ใส่หมายเลขโทรสารส่วนราชการเจ้าของเรื่อง หรือหน่ วยงานที่
ออก หนั งสือ
1.4.7 สำเนาส่ง (ถ้ามี) ในกรณีที่จัดส่งสำเนาให้ส่วนราชการหรือบุคคลอื่นทราบ
และประสงค์ให้ผู้รับทราบว่าได้มีสำเนาให้ผู้ใดแล้ว ให้พิมพ์ชื่อเต็มหรือชื่อย่อของ
ส่วนราชการหรือชื่อบุคคลที่ส่ง สำเนาไปให้ ถ้ามีรายชื่อส่งมาก ให้พิมพ์ว่า ส่งไป
ตามรายชื่อที่แนบและแนบรายชื่อไปด้วย hadnangkaew (2562)
10
ตัวอย่างหนั งสื อภายนอก
11
บ ท ที่ 4
หนั งสื อประทับตรา
12
ความหมายของหนั งสื อประทับตรา
หนั งสื อที่ใช้กระดาษตราครุฑจัดทำ โดยประทับตราแทนการลงชื่อ
ของหัวหน้ าส่ วนราชการระดับกรมขึ้นไป โดยให้หัวหน้ าส่ วนราชการ
ระดับกอง หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้ าส่ วนราชการระดับ
กรมขึ้นไป เป็นผู้รับผิดชอบลงชื่อย่อกำกับตราหนั งสื อประทับตรา
ให้ใช้ได้ทั้งระหว่างส่ วนราชการกับส่ วนราชการ และระหว่างส่ วน
ราชการกับบุคคลภายนอก เฉพาะกรณีที่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ได้แก่
1.การขอรายละเอียดเพิ่มเติม
2.การส่งสำเนาหนั งสือ สิ่งของ เอกสาร หรือบรรณสาร
3.การตอบรับทราบที่ไม่เกี่ยวกับราชการสำคัญ หรือการเงิน
4.การแจ้งผลงานที่ได้ดำเนิ นการไปแล้วให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทราบ
5.การเตือนเรื่องที่ค้าง
6.เรื่องซึ่งหัวหน้ าส่วนราชการระดับกรมขึ้นไปกำหนดโดยทำเป็นคำสั่ง
ให้ใช้หนั งสือประทับตรา
13
โครงสร้าง ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 ส่วน
1.หัวหนั งสื อ
1.1 ลำดับชั้นความลับ (ถ้ามี) ลำดับชั้นความลับมี 3 ลำดับ ได้แก่ ลับ ลับมาก
และลับที่สุด
1.2 ลำดับชั้นความเร่งด่วน (ถ้ามี) ลำดับชั้นความเร่งด่วนมี 3 ลำดับ ได้แก่
ด่วน ด่วนมาก และด่วนที่สุด
1.3 ที่ ให้ใส่รหัสด้วยพยัญชนะ (ตัวย่อส่วนราชการ) เลขประจำของเจ้าของ
เรื่อง และ เลขทะเบียนหนั งสือส่งเรียงตามลำดับจนสิ้นปีปฏิทินแล้วเริ่มนั บ
ใหม่ในปีต่อไป เช่น ที่ กค 0613/1156
1.4 คำขึ้นต้นใช้คาว่า “ถึง” ให้ระบุชื่อส่วนราชการหรือบุคคลที่จะมีหนั งสือไป
ถึง เช่น ถึง สำนั กงาน ปลัดกระทรวงการคลัง
2.เหตุและจุดประสงค์ที่มีหนั งสื อไป
ส่วนของข้อความที่เป็นเหตุหรือจุดประสงค์ที่มีหนั งสือไป การเขียนเหตุหรือ
จุดประสงค์ที่มีหนั งสือไปอาจเขียนแยกกันคนละย่อหน้ า หรือเขียนรวมไว้ใน
ย่อหน้ าเดียวกัน โดยไม่ต้องขึ้นย่อหน้ าใหม่ก็ได้ เพราะส่วนมากจะมีข้อความ
สั้นๆ หรือบางครั้งมีแต่จุดประสงค์ที่มีหนั งสือไปโดยไม่ต้องอ้างเหตุที่ต้องมี
หนั งสือไป
14
3.ท้ายหนั งสื อ
ส่วนท้ายหนั งสือ ประกอบด้วย ชื่อส่วนราชการที่ส่งหนั งสือออก ชื่อย่อ
ของผู้ได้รับมอบหมายจากหัวหน้ าส่วนราชการกำกับตรานั้ นแทน วัน
เดือนปีที่ออกหนั งสือ ใช้ตราส่วนราชการประทับ การระบุชื่อส่วน
ราชการเจ้าของเรื่องและหมายเลขโทรศัพท์ในส่วนท้ายหนั งสือ เช่นเดียว
กับหนั งสือภายนอก /หนั งสือ....หนั งสือประทับตราใช้ กระดาษครุฑ ซึ่ง
อาจเป็นกระดาษตราครุฑนูน หรือครุฑปั้ ม หรือครุฑพิมพ์จาก
คอมพิวเตอร์ ขนาดครุฑสูง 3 เซนติเมตร และครุฑควรอยู่กึ่งกลางหน้ า
กระดาษ ตราส่วนราชการประทับใช้หมึกสีแดง
15
การเขียนหนั งสื อประทับตรา
1. ที่ ให้ลงรหัสตัวพยัญชนะและเลขประจำของเจ้าของเรื่อง ตามที่กำหนดไว้
2. ถึง ให้ลงชื่อส่วนราชการ หน่ วยงาน หรือบุคคลที่หนั งสือนั้ นมีถึง เช่น
ถึง กรมพัฒนาที่ดิน, นายขจร เพียรทำ
3. ข้อความ ให้ลงสาระสำคัญของเรื่องให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย
4. ชื่อส่วนราชการที่ส่งหนั งสือออก ให้ลงชื่อส่วนราชการที่ส่งหนั งสือออก
5. ตราชื่อส่วนราชการ ให้ประทับตราชื่อส่วนราชการด้วยหมึกแดง และให้
ผู้รับผิดชอบลงลายมือชื่อย่อกำกับตรา
6. วัน เดือน ปี ให้ลงตัวเลขของวันที่ ชื่อเต็มของเดือนและตัวเลขของปี
พุทธศักราช ที่ออกหนั งสือ
7. ส่วนราชการเจ้าของเรื่อง ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่อง หรือหน่ วย
งานที่ออกหนั งสือ
8. โทร. หรือที่ตั้ง ให้ลงหมายเลขโทรศัพท์ของส่วนราชการเจ้าของเรื่อง
และหมายเลขภายในตู้สาขา (ถ้ามี) ด้วยในกรณีที่ไม่มีโทรศัพท์ ให้ลงชื่อที่ตั้ง
ของส่วนราชการเจ้าของเรื่องโดยให้ลงตำบลที่อยู่ตามความจำเป็น และแขวง
ไปรษณีย์ (ถ้ามี)
9. ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิ กส์ (ถ้ามี) ให้ระบุไปรษณีย์อิเล็กทรอนิ กส์ที่ใช้ใน
การรับส่งข้อมูลข่าวสารอิเล็กทรอนิ กส์
16
ตัวอย่างหนั งสื อประทับตรา
17
18
บ ท ที่ 5
หนั งสื อสั่ งการ
19
หนังสือสั่งการ มี 3 ชนิด ได้แก่ คำสั่ง ระเบียบ และข้อบังคับ
1.คำสั่ง คือ บรรดาข้อความที่ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้ปฏิบัติโดยชอบด้วยกฎหมาย
1.1 คำสั่ง ให้ลงชื่อส่วนราชการหรือตำแหน่ งของผู้มีอำนาจที่ออกคำสั่ง
1.2 ที่ ให้ลงเลขที่ที่ออกคำสั่งโดยเริ่มฉบับแรกจากเลข 1 เรียงเป็นลำดับไปจนสิ้น
ปีปฏิทินทับเลขปีพุทธศักราชที่ออกคำสั่ง เช่น 3/2556
1.3 เรื่อง ให้ลงชื่อเรื่องที่ออกคำสั่ง
1.4 ข้อความ ให้อ้างเหตุที่ออกคำสั่ง และอ้างถึงอำนาจที่ให้ออกคำสั่ง (ถ้ามี) ไว้
ด้วยแล้วจึงลงข้อความที่สั่ งและวันใช้บังคับ
1.5 สั่ง ณ วันที่ ให้ลงตัวเลขของวันที่ ขื่อเต็มของเดือน และตัวเลขของปี
พุทธศั กราชที่ออกคำสั่ ง
ตัวอย่าง สั่ง ณ วันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2556
1.6 ลงชื่อ ให้ลงลายมือชื่อผู้ออกคำสั่งและพิมพ์ชื่อเต็มของเจ้าของลายมือชื่อไว้ใต้
ลายมือชื่อ
1.7 ตำแหน่ ง ให้ลงตำแหน่ งของผู้ออกคำสั่ง
2.ระเบียบ คือ บรรดาข้อความที่ผู้มีอำนาจหน้ าที่ได้วางไว้ โดยจะอาศัยอำนาจของ
กฎหมายหรือไม่ก็ได้เพื่อถือเป็นหลักปฏิบัติงานเป็นการประจำ
2.1 ระเบียบ ให้ลงชื่อส่วนราชการที่ออกระเบียบ
2.2 ว่าด้วย ให้ลงชื่อของระเบียบ
2.3 ฉบับที่ ถ้าเป็นระเบียบที่กล่าวถึงเป็นครั้งแรกในเรื่องนั้ นไม่ต้องลงว่าเป็นฉบับที่
เท่าใดแต่ถ้าเป็นระเบียบเรื่องเดียวกันที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมให้ลงเป็น ฉบับที่ 2 และที่
ถัด ๆ ไปตามลำดับ
2.4 พ.ศ. ให้ลงตัวเลขของปีพุทธศักราชที่ออกระเบียบ
2.5 ข้อความ ให้อ้างเหตุผลโดยย่อเพื่อแสดงถึงความมุ่งหมายที่ต้องออกระเบียบ และ
อ้างถึงกฎหมายที่ให้อำนาจออกระเบียบ (ถ้ามี)
2.6 ข้อ ให้เรียงข้อความที่จะใช้เป็นระเบียบเป็นข้อ ๆโดยให้ข้อ 1 เป็นชื่อระเบียบ ข้อ 2
เป็นวันใช้บังคับกำหนดว่าให้ใช้บังคับตั้งแต่เมื่อใดและข้อสุดท้ายเป็นข้อผู้รักษาการ
ระเบียบใดถ้ามีมากข้อหรือหลายเรื่องจะแบ่งเป็นหมวดก็ได้โดยให้ย้ายข้อผู้รักษาการ
ไปเป็นข้อสุดท้ายก่อนที่จะขึ้นหมวด 1
2.7 ประกาศ ณ วันที่ ให้ลงตัวเลขของวันที่ ชื่อเต็มของเดือน และตัวเลขของปี
พุทธศั กราชที่ออกระเบียบ
2.8 ลงชื่อ ให้ลงลายมือชื่อผู้ออกระเบียบ และพิมพ์ชื่อเต็มของเจ้าของลายมือชื่อไว้ใต้
ลายมือชื่อ
2.9 ตำแหน่ ง ให้ลงตำแหน่ งของผู้ออกระเบียบ
20
3.ข้อบังคับ คือบรรดาข้อความที่ผู้มีอำนาจหน้ าที่กำหนดให้ใช้โดยอาศัยอำนาจของ
กฎหมายที่บัญญัติให้กระทำได้ ใช้กระดาษตราครุฑ และให้จัดทำตามแบบที่ 6 ท้าย
ระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้
3.1 ข้อบังคับ ให้ลงชื่อส่วนราชการที่ออกข้อบังคับ
3.2 ว่าด้วย ให้ลงชื่อของข้อบังคับ
3.3 ฉบับที่ ถ้าเป็นข้อบังคับที่กล่าวถึงเป็นครั้งแรกในเรื่องนั้ น ไม่ต้องลงว่าเป็น
ฉบับที่เท่าใด แต่ถ้าเป็นข้อบังคับเรื่องเดียวกันที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมให้ลงเป็นฉบับ
ที่ 2 และที่ถัด ๆ ไปตามลำดับ
3.4 พ.ศ. ให้ลงตัวเลขของปีพุทธศักราชที่ออกข้อบังคับ
3.5 ข้อความ ให้อ้างเหตุผลโดยย่อเพื่อแสดงถึงความมุ่งหมายที่ต้องออกข้อบังคับ
และอ้างถึงกฎหมายที่ให้อำนาจออกข้อบังคับ
3.6 ข้อ ให้เรียงข้อความที่จะใช้บังคับเป็นข้อ ๆ โดยให้ ข้อ 1 เป็นชื่อข้อบังคับ ข้อ 2
เป็นวันใช้บังคับกำหนดว่าให้ใช้บังคับตั้งแต่เมื่อใด และข้อสุดท้ายเป็นข้อผู้รักษาการ
ข้อบังคับใดถ้ามีมากข้อหรือหลายเรื่องจะแบ่งเป็นหมวดก็ได้ โดยให้ย้ายข้อผู้รักษา
การไปเป็นข้อสุดท้ายก่อนที่จะขึ้นหมวด 1
3.7 ประกาศ ณ วันที่ ให้ลงตัวเลขของวันที่ ชื่อเต็มของเดือน และตัวเลขของปี
พุทธศักราช ที่ออกข้อบังคับ
3.8 ลงชื่อ ให้ลงลายมือชื่อผู้ออกข้อบังคับ และพิมพ์ชื่อเต็มของเจ้าของลายมือชื่อไว้
ใต้ลายมือชื่อ
3.9 ตำแหน่ ง ให้ลงตำแหน่ งของผู้ออกข้อบังคับ
21
22
บ ท ที่ 6
หนั งสื อประชาสั มพันธ์
23
ความหมายและประเภทของหนั งสื อประชาสั มพันธ์
หนั งสือประชาสัมพันธ์เป็นหนั งสือที่หน่ วยงานราชการใช้เพื่อชี้แจง แถลง หรือเผยแพร่
ให้ทราบแก่บุคคลภายนอก โดยมี 3 ประเภท ดังนี้
1.ประกาศ คือ บรรดาข้อความที่ทางราชการประกาศหรือชี้แจงให้ทราบ
หรือแนะแนวทางปฏิบัติ
2.แถลงการณ์ คือ บรรดาข้อความที่ทางราชการแถลงเพื่อทำความเข้าใจ
ในกิจการของทางราชการ หรือเหตุการณ์หรือกรณีใด ๆ ให้ทราบชัดเจน
โดยทั่วกัน
รายละเอียดของหนังสือประชาสัมพันธ์ประเภทประกาศ มีดังนี้
1.ประกาศ ให้ลงชื่อส่วนราชการที่ออกประกาศ
2.เรื่อง ให้ลงชื่อเรื่องที่ประกาศ
3.ข้อความ ให้อ้างเหตุผลที่ต้องออกประกาศและข้อความที่ประกาศ
4.ประกาศ ณ วันที่ให้ลงตัวเลขของวันที่ชื่อเต็มของเดือนและตัวเลขของปี
พุทธศั กราชที่ออกประกาศ
5.ลงชื่อ ให้ลงลายมือชื่อออกประกาศ และพิมพ์ชื่อเต็มของเจ้าของลายมือชื่อไว้ใต้
ลายมือชื่อ
6.ตำแหน่ ง ให้ลงตำแหน่ งของผู้ออกประกาศในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ทำเป็น
แจ้งความ ให้เปลี่ยน คำว่าประกาศเป็นแจ้งความ
24
รายละเอียดของหนังสือประชาสัมพันธ์ประเภทแถลงการณ์ มีดังนี้
1.แถลงการณ์ ให้ลงชื่อส่ วนราชการที่ออกแถลงการณ์
2.เรื่อง ให้ลงชื่อเรื่องที่ออกแถลงการณ์
3.ฉบับที่ใช้ในกรณีที่จะต้องออกแถลงการณ์หลายฉบับในเรื่องเดียวที่ต่อเนื่ องกัน
ให้ลงฉบับที่เรียงตามลำดับไว้ด้วย
4.ข้อความ ให้อ้างเหตุผลที่ต้องออกแถลงการณ์และข้อความที่แถลงการณ์
5.ส่ วนราชการที่ออกแถลงการณ์ ให้ลงชื่อส่ วนราชการที่ออกแถลงการณ์
6.วัน เดือน ปีให้ลงตัวเลขของวันที่ ชื่อเต็มของเดือน และตัวเลขของปีพุทธศักราชที่
ออกแถลงการณ์
รายละเอียดของหนังสือประชาสัมพันธ์ประเภทข่าว มีดังนี้
1.ข่าว ให้ลงชื่อส่วนราชการที่ออกข่าว
2.เรื่อง ให้ลงชื่อเรื่องที่ออกข่าว
3.ฉบับที่ใช้ในกรณีที่จะต้องออกข่าวหลายฉบับในเรื่องเดียวที่ต่อเนื่ องกัน ให้ลงฉบับ
ที่เรียงตามลำดับไว้ด้วย
4.ข้อความ ให้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องของข่าว
5.ส่วนราชการที่ออกข่าว ให้ลงชื่อส่วนราชการที่ออกข่าว
6.วัน เดือน ปีให้ลงตัวเลขของวันที่ ชื่อเต็มของเดือน และตัวเลขของปีพุทธศักราชที่
ออกข่าว
25
ตัวอย่างหนั งสื อประชาสั มพันธ์ประเภทประกาศ
26
ตัวอย่างหนั งสื อประชาสั มพันธ์ประเภทแถลงการณ์
27
ตัวอย่างหนั งสื อประชาสั มพันธ์ประเภทข่าว
28
บรรณานุกรม
ความหมายและลักษณะของหนั งสือราชการ. (2562.) [ออนไลน์ ]. เข้าถึงได้
จาก:http://www.oasc.ru.ac.th (วันที่ค้นข้อมูล : 12 กุมภาพันธ์ 2565)
การเขียนหนั งสือภายใน. (2562.) [ออนไลน์ ]. เข้าถึงได้จาก:
https://trainflix.com (วันที่ค้นข้อมูล :
12 กุมภาพันธ์ 2565)
การเขียนหนั งสือภายนอก.(2562.) [ออนไลน์ ]. เข้าถึงได้
จาก:http://www.hadnangkaew.go.th
(วันที่ค้นข้อมูล : 15 กุมภาพันธ์ 2565)
หนั งสือประทับตรา.(2559) [ออนไลน์ ]. เข้าถึงได้
จาก:https://sites.google.com (วันที่ค้นข้อมูล :
15 กุมภาพันธ์ 2565)
แนวปฏิบัติที่ดีในการเขียนหนั งสือราชการ. (2560). [ออนไลน์ ]. เข้าถึงได้
จาก:http://www.oasc.ru.ac.th (วันที่ค้นข้อมูล : 16 กุมภาพันธ์ 2565)
งานสารบรรณและวิธีการเขียนตามโครงสร้างหนั งสือราชการ. (2562).
[ออนไลน์ ]. เข้าถึง
ได้จาก https://www.zoothailand.org (วันที่ค้นข้อมูล : 16 กุมภาพันธ์
2565)
ระเบียบสำนั กนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ. (2562). [ออนไลน์ ]. เข้า
ถึงได้จาก
http://www.personnel.psu.ac.th (วันที่ค้นข้อมูล : 16 กุมภาพันธ์ 2565)
หนั งสือประชาสัมพันธ์. (2561). [ออนไลน์ ]. เข้าถึงได้จาก งานสารบรรณ:
https://sites.google.com (วันที่ค้นข้อมูล : 17 กุมภาพันธ์ 2565)
หนั งสือสั่งการ. (2562). [ออนไลน์ ]. เข้าถึงได้จาก
https://sites.google.com/site/thanaphanmakmanee/sara-ka-rngan-
khxmphiwtexr (วันที่ค้นข้อมูล : 16 กุมภาพันธ์ 2565)