The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติบุคคลสำคัญต่อประวัติศาสตร์คอมพิวเตอร์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kruarunsn, 2021-04-21 08:51:10

ประวัติบุคคลสำคัญต่อประวัติศาสตร์คอมพิวเตอร์

ประวัติบุคคลสำคัญต่อประวัติศาสตร์คอมพิวเตอร์

ประวัตบิ คุ คลสำคญั ตอ่ ประวตั ิศาสตร์คอมพวิ เตอร์

ประวตั ิบคุ คลสำคัญตอ่ ประวตั ศิ าสตร์
คอมพวิ เตอร์

ชาลส์ แบบเบจ (Charles Babbage)
ผู้ทไ่ี ดร้ บั ขนานนามวา่ เปน็ บิดาแหง่ คอมพิวเตอร์ ในปี 1822 (พ.ศ.
2365) งานวิจัยที่ทำให้เขาโด่งดังมากคือ เครื่องผลต่าง (Difference
Engine) ซง่ึ ได้รบั ทุนสนบั สนุนจากรัฐบาล โดยเครือ่ งน้ีสามารถคำนวณค่า
ของฟังก์ชันทางตรีโกณมิติได้ ซึ่งอาศัยหลักการต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์
แต่โครงการกต็ ้องยุตลิ งเม่ือเขาได้ค้นพบความไม่นา่ เชื่อถือบางประการใน
การคำนวณ หลังจากนั้นแบบเบจหันไปคิดเครื่องใหม่ที่ชื่อว่า เครื่อง
วิเคราะห์ (Analytical Engine) โดยเครื่องนี้ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 4
สว่ น คอื

1. ส่วนเกบ็ ข้อมลู เป็นส่วนที่ใช้ในการเกบ็ ข้อมลู นำเข้าและผลลัพธ์ท่ีได้
จากการคำนวณ

2. ส่วนประมวลผล เป็นสว่ นทใี่ ชใ้ นการประมวลผลทางคณติ ศาสตร์

3. สว่ นควบคมุ เป็นสว่ นที่ใชใ้ นการเคล่ือนย้ายข้อมูลระหวา่ งส่วนเก็บ
ขอ้ มูลและสว่ นประมวลผล

4. ส่วนรับข้อมูลเข้าและแสดงผลลัพธ์ เป็นส่วนที่ใช้รับข้อมูลจาก
ภายนอกเครื่องเขา้ สู่ส่วนเกบ็ ขอ้ มลู และแสดงผลลพั ธ์ทไี่ ด้จากการคำนวณ

แนวคดิ ดังกล่าวเป็นเพียงทฤษฎีเทา่ น้ัน เพราะเขาไมส่ ามารถสร้างออกมา
ในชว่ งทเ่ี ขามีชีวิตอยู่

บุคคลท่ีนำแนวคดิ ของแบบเบจมาสรา้ งเครื่องวิเคราะห์ (Analytical
Engine) ก็คือ เฮนรี่ ลูกชายของแบบเบจ ในปี 1910 (พ.ศ. 2453) และ
ด้วยเครื่อง Analytical Engine มีฟังก์ชั่นหน้าที่หลายอย่างเช่นเดียวกับ
คอมพิวเตอร์ในยุคปัจจุบัน ทำให้ ชาลส์ แบบเบจ (Charles Babbage)
ถูกขนานนามให้เป็นบดิ าแห่งคอมพิวเตอร์

*****************************************************************

เอดา ไบรอน เลิฟเลซ (Lady Ada Byron Lovelace)

โปรแกรมเมอร์คนแรกของโลก เมอื่ ค.ศ.1832 เอดาอายุ 17 ปี ก็มี
ผู้แนะนำใหเ้ อดารู้จัก Mrs. Somerville แห่งเคมบริดจ์ ผู้หญิงเก่งแห่งยคุ
ที่เคยแปลงานของ Laplace มาเป็นภาษาอังกฤษ เอดาจึงเข้ามาคลุกคลี
กับเพื่อนกลมุ่ น้ี จนไดร้ ูจ้ ักกบั ชาลส์ แบบเบจ ในงานสงั สรรคแ์ ห่งหนึ่ง ใน
ที่สุด ในงานวันนั้น ตอนที่แบบเบจกล่าว “จะเป็นอย่างไร ถ้าหากเครื่อง
คำนวณไม่เพียงสามารถหยั่งรู้ได้ หากแต่สามารถตอบสนองต่อการหยั่งรู้
นัน้ ได้ดว้ ย”

ไม่มีใครสนใจแนวคิดนี้ของแบบเบจเลย ยกเว้นเอดา ซึ่งเธอรู้สึก
สนใจในงานนี้เป็นอย่างมาก จนอาสาที่จะช่วยพัฒนา โดยสิ่งที่เธอทำคือ
การสร้างภาษาสำหรับเครอื่ งวเิ คราะห์ (analytical engine) ของแบบเบจ

ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ทั้งเอดาและแบบเบจ ยังเป็นเพื่อนกันทางจดหมาย
และแลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องเครื่องวิเคราะห์อย่างสม่ำเสมอ โดย

จดหมายของทั้งสองถูกเก็บไว้อย่างดีในยุคนี้ เพราะมีข้อมูลน่าสนใจ
มากมาย เช่น เอดาบอกว่า เธอเชื่อว่าต่อไปเครื่องมืออันนี้ จะมี
ความสามารถท่ีจะแต่งเพลงที่ซับซ้อน สร้างภาพกราฟกิ นำมาใช้เพือ่ การ
คำนวณขั้นสูง และพัฒนาวงการวิทยาศาสตร์ได้ ในจดหมายฉบับหนึ่ง เอ
ดาแนะนำแบบเบจว่า ให้ลองเขียนแผนการทำงานของเครื่องมืออันนี้ ให้
สามารถคำนวณ Bernoulli numbers ขน้ึ มา

ต่อมา แผนการทำงานที่แบบเบจเขียนขึ้นมาชิ้นนั้น ก็ถูกยกย่องว่า
เปน็ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ตัวแรกของโลก เธอจงึ ไดร้ บั การยกย่องว่าเป็น
โปรแกรมเมอร์คนแรกของโลก อีกร้อยกว่าปีต่อมา ในปี พ.ศ. 2522
(ค.ศ. 1979) กระทรวงกลาโหมสหรฐั ฯ สร้าง ภาษาคอมพิวเตอรม์ าตรฐาน
ISO ขึ้นมาตัวแรก พร้อมตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ เลดี้ เอดา ว่า ภาษา
"ADA"

*****************************************************************

ดร.เฮอร์มาน ฮอลเลอรธิ (Dr.Herman Hollerith)

นักสถิติชาวอเมริกัน เป็นผู้คิดประดิษฐ์บัตรเจาะรูสำหรับเก็บ
ข้อมูล ใน ค.ศ.1884 โดยได้แนวคิดจากบัตรควบคุมการทอผ้าของ
Jacquard และวิธีการหนีบตั๋วรถไฟของเจ้าหน้าที่รถไฟ นำมาดัดแปลง
และประดิษฐ์เป็นบัตรเก็บข้อมูลขึ้น และทำการสรา้ งเคร่ืองคำนวณไฟฟา้
ที่สามารถอ่านบัตรที่เจาะได้ ทำให้สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและ
ประหยดั ค่าใช้จา่ ยได้มาก

เมือ่ ปี ค.ศ. 1880 สำนกั งานสำรวจสำมะโนประชากรสหรฐั อเมรกิ าร
ได้ทำการสำรวจสำมะโนประชากรโดยใช้แรงงานคนในการประมวลผล
ต้องใช้เวลาถึง 7 ปีครึ่งยังไม่แล้วเสร็จ ข้อมูลที่ได้ไม่แน่นอนและไม่ค่อย
ถูกต้อง ต่อมา ค.ศ. 1890 สำนักงานฯ จึงได้ว่าจ้าง ฮอลเลอริธ มาทำการ
ประมวลผลการสำรวจ ปรากฏว่าเมื่อใช้เครื่องทำตารางข้อมูล

(Tabulating machine) และหีบเรียงบัตร (Sorting) ของฮอลเลอริธแลว้
ใช้เวลาในการประมวลผลลดลงถึง 3 ปี

ค.ศ. 1896 : ฮอลเลอริธ ได้ตั้งบริษัทผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์การ
ประมวลผลด้วยบัตรเจาะรู และต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัทไอบีเอ็ม
(International Business Machines Corporation) ในปี ค.ศ. 1924

*****************************************************************

Alan Turing - แอลัน แมธสิ นั ทวั รงิ

(23 มิถุนายน พ.ศ. 2455 (ค.ศ. 1912) - 7 มิถุนายน พ.ศ. 2497
(ค.ศ. 1954)) เป็นนักคณิตศาสตร์, นักตรรกศาสตร์, นักรหัสวิทยา และ
วรี บุรษุ สงคราม ชาวองั กฤษ และเป็นทย่ี อมรบั ว่าเป็นบิดาของวิทยาการ
คอมพิวเตอร์ เขาได้สร้างรูปแบบที่เป็นทางการทางคณิตศาสตร์ของการ
ระบุอลั กอริทมึ และการคำนวณ โดยใชเ้ คร่อื งจกั รทัวรงิ

ซึ่งตามข้อปัญหาเชิร์ช-ทัวริงได้กล่าวว่าเป็นรูปแบบของเครื่องจักร
คำนวณเชงิ กลท่ีครอบคลมุ ทกุ ๆ รูปแบบท่เี ป็นไปไดใ้ นทางปฏิบตั ิ
****************************************************************

Konrad Zuse - คอนรัด ซูส

(ค.ศ.1941) เป็นครั้งแรกที่เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่สามารถ
ตั้งโปรแกรมได้อย่างอิสระ ผู้พัฒนาคือ Konrad Zuse และชื่อ
คอมพิวเตอร์คือ Z1 Compute Z3 ของประเทศเยอรมนี ออกแบบใน
ค.ศ. 1941 โดย Konrad Zuse เป็นคอมพิวเตอร์ไฟฟ้า-จักรกล
อเนกประสงค์เครื่องแรก มันเป็นคอมพิวเตอรด์ ิจิทัล ใช้เลขคณิตฐานสอง
เป็นทัวริงบริบูรณ์ และโปรแกรมได้เต็มที่ โดยใช้เทปเจาะรู แต่ใช้รีเลย์ใน
การทำงานท้ังหมด ดงั น้ันจึงไม่ใช่คอมพวิ เตอร์อเิ ลก็ ทรอนิกส์
****************************************************************

Prof. Howard H.Aiken - โฮเวิร์ด เอช ไอเคน

(ค.ศ.1937) โฮเวิร์ด เอช ไอเคน (Professor Howard H. Aiken)
ศาสตราจารย์ทางคณิตศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard)
เปน็ ผู้ออกแบบและสรา้ งเครือ่ งคำนวณตามหลกั การของแบบเบจได้สำเร็จ
โดยนำเอาแนวคิดของ Jacquard และHollerith มาใช้ในการสร้างและ
ได้รับการสนับสนุนจากวิศวกรของบริษัทไอบีเอ็ม สร้างสำเร็จในปี ค.ศ.
1943 ในชื่อวา่ Automatic Sequence Controlled Calculator (ASCC)
หรือเรียกกันโดยทั่วไปว่า MARK I Computer นับเป็นเครื่องคำนวณ
เครื่องแรกของโลกที่ทำงานโดยอัตโนมัติทั้งเครื่อง จัดเป็น Digital
Computer และเป็นเครื่องที่ทำงานแบบ Electromechanical คือเป็น
แบบ ก่ึงไฟฟ้ากงึ่ จักรกล

****************************************************************

Dr.Jobn Vincent Atansoff , Clifford Berry

(พ.ศ.2480-2481) ดร.จอห์น วินเซนต์ อตานาซอฟ ( Dr.Jobn
Vincent Atansoff) และ คลิฟฟอร์ด แบรี่ ( Clifford Berry) ได้ประดิษฐ์
เครื่อง ABC ( Atanasoff-Berry) ขึ้น โดยได้นำหลอดสูญญากาศมาใช้
งาน ABC ถอื เปน็ เคร่ืองคำนวณเครือ่ งแรกทีเ่ ปน็ เครอื่ งอเิ ล็กทรอนกิ ส์
****************************************************************

John W. Mauchly & Persper Eckert

(พ.ศ. 2486) ซึ่งเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 John W. Mauchly
และPersper Eckert จากหมาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย ในการสร้าง
คอมพิวเตอร์ จากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขึ้นมา โดยนำหลอดสูญยากาศ
(Vacuum Tube) จำนวน 18,000 หลอด มาใช้ในการสร้าง ซึ่งมีข้อดีคือ
ทำให้เคร่อื งมีความเร็ว และมคี วามถกู ตอ้ งแมน่ ยำในการคำนวณมากข้ึน
****************************************************************

Dr.John von Neumann - จอหน์ วอน นอยแมน

(พ.ศ. 2492- พ.ศ. 2494) Dr.John Von Neumann ได้พบวิธีการ
เก็บโปรแกรมไว้ ในหน่วยความจำของเครื่องเช่นเดียวกับการเก็บข้อมูล
และต่อวงจรไฟฟ้า สำหรับการคำนวณ และการปฏิบัติการพื้นฐาน ไว้ให้
เรียบร้อยภายในเครื่อง แล้วเรียกวงจรเหล่านี้ด้วยรหัสตัวเลขที่กำหนดไว้
เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นตามแนวความคิดนี้ได้แก่ EVAC
(Electronic Ddiscreate Variable Automatic Computer)

ซึ่งสร้างเสร็จใน พ.ศ. 2492 และนำมาใช้งานจริงในปี พ.ศ. 2494
และในเวลาใกล้เคียงกัน ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดส์ ประเทศอังกฤษ ได้มี
การสร้างคอมพิวเตอร์มีลักษณะคล้ายกับเครื่อง EVAC และให้ชื่อว่า
EDSAC (Electronic Delay Strorage Automatic Caculator)

*****************************************************************

Dr.Ted Hoff - ดร. เทด็ ฮอฟฟ์

(ค.ศ. 1971) Ted Hoff แห่งบรษิ ัทอนิ เทล (Intel Corporation) ได้
พฒั นาชพิ ที่มีขนาดเลก็ มาก จงึ ได้ช่อื วา่ ไมโครโพรเซสเซอร์ ช่อื รนุ่ คอื Intel
4004 เปน็ หนว่ ยประมวลผลขนาดเล็กท่ีสามารถโปรแกรมได้ คอมพิวเตอร์
ทใ่ี ช้ชพิ ขนาดเล็กนี้จงึ ถกู รยี กวา่ ไมโครคอมพิวเตอร์ดว้ ย
***************************************************************

บรรณานุกรม

https://computerevolution9.blogspot.com/2015/03/blog-post_10.html

http://patiphut.blogspot.com/2010/01/blog-post_29.html


Click to View FlipBook Version