SEA TURTLE T O R Y
สารบัญ
เกริ ่ น ทะเลไทยเป็นพื้นที่ที่มีสารอาหารมากมาย มีสภาพที่อุดมสมบูรณ์สวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยวและสัตว์ที่หลากหลายมาอาศัย แต่จาก การใช้พื้นที่ที่ไม่คำ นึงถึงผลกระทบของมนุษย์เช่นการทิ้งขยะลงแม่น้ำลำคลอง การทิ้งสมอตามแนวหญ้าทะเลและปะการัง การทำ ประมงผิดกฎหมาย ลากอวนผ่านแนวปะการัง ทำ ให้เกิดความเสียหายต่อพืชและสัตว์ในพื้นที่ ซึ่งรวมถึงเต่าทะเลที่นับวันจะยิ่งน้อย ลง เต่าทะเลในพื้นที่น่านน้ำ ไทยมีด้วยกันถึง 5 ชนิด แบ่งเป็น พบฝั่งอันดามัน และ พบทั้งสองฝั่ง โดยฝั่งอันดามันจะพบเต่ามะเฟือง เต่า หญ้า ส่วนเต่ากระ เต่าตนุ พบทั้งสองฝั่ง ชนิดสุดท้ายที่ไม่พบแหล่งวางไข่แต่พบการเกยตื้นทั้งสองฝั่งคือเต่าหัวค้อน ความต่างของเต่าบกกับเต่าทะเล : เต่าทะเลต่างจากเต่าบกเต่าบึงตรงที่ เต่าทะเลจะมีขาคล้ายใบพายเพื่อช่วยในการว่ายน้ำ และมีหัวขนาดใหญ่ ทำ ให้ไม่สามารถเก็บ หัวและขาเข้าในกระดองได้เหมือนกับเต่าบก
ลูกเต่าแรกเกิดตัวน้อยกำ ลังก้าวลงสู่ทะเล ท่ามกลางแสงวันใหม่ Picture from : JULIE SD
เต่าหัวค้อน พบการอาศัย การเกยตื้นทั้งสองฝั่ง แต่ไม่พบการวางไข่แล้ว เต่าสายพันธ์ุนี้ ปัจจุบันถูกพบเพียงการเกยตื้น ไม่ได้พบการมาวางไข่ที่หาดในประเทศไทยแล้ว แต้ยัง นับเป็นเต่าทะเลในทะเลไทย และมีสถานภาพเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตาม พรบ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2535 IUCN ได้จัดเต่าสายพันธ์นี้ไว้ในกลุ่ม Endangered (EN) พฤติกรรมการใช้ชีวิต : อาศัยหากินในบริเวณที่มีกระแสน้ำอุ่น คือตามชายฝั่งที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 20 ํC และ จะกลับถิ่นฐานในช่วงฤดูผสมพันธุ์เท่านั้น อาหาร : หอย ปู หมึก ลักษณะ : ลำคอหนาสั้น เกล็ดบนหัวส่วนหน้า 2 คู่ กระดองเรียวเล็กลงในตอนท้าย มีเกล็ดแถวข้าง 5 เกล็ดโดยเกล็ดคู่แรกอยู่ติดกับเกล็ดขอบคอ ต ปากจะงอย ตัวเต็มวัยเพศเมียมีขนาดยาว 95 cm หนัก 120kg LOGGERHEAD TURTLE Picture from : Ricado Braham
Picture from : Abner abiu Castillo diaz
LEATHERBACK TURTLE เต่ามะเฟือง เต่าน้ำลึก ที่ไม่มีกระดอง?!? เต่าทะเลสายพันธุ์นี้มีขนาดใหญ่ที่สุด และไม่มีกระดอง แต่เป็นแผ่นกระดูกชิ้นเล็ก ๆ เรียงต่อกัน หุ้มด้วยแผ่นหนังสีดำลายจุดขาวที่เป็นเหมือนกระดองของพวกมันแทน ส่วนใหญ่พวกมันใ่ช้ชีวิตล่อง ลอยอยู่ในทะเลเปิด ที่ห่างไกลจากฝั่งมาก โดยเคลื่อนที่ไปกับกระแสน้ำ ยังเป็นเต่าที่พบเจอได้ค่อน ข้างยากได้ยากเนื่องจากพวกมันมักจะอาศัยอยู่ในระดับน้ำ ที่ค่อนข้างลึก และพวกมันยังดำลึกไปได้ถึง 1,280 เมตร พบ การวางไข่ในฝั่งอันดามัน (SH) (NT) เต่ากระดองหนังตัวยักษ์นี้ปัจจุบันใกล้สูญพันธุ์มากแล้ว จัดเป็น สัตว์ป่าสงวนตามพรบ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 และ IUCN ได้จัดไว้ในกลุ่ม Vulnerabl มีการวางไข่บนชายฝั่งฝั่งอันดามัน โดยไข่ใช้เวลาในการฟักนานถึง 60-70 วัน และลูกเต่าจะรอจนไข่ ใบอื่นฟักแล้วค่อยวิ่งลงทะเลพร้อมกัน เพื่อเพิ่มโอกาสการรอดชีวิต ด้วยความเป็นเต่าน้ำลึกทำ ให้เต่า มะเฟืองลงไปอาศัยอยู่ในทะเลลึกแทบตลอดเวลา จะเข้ามาใกล้ฝั่งอีกครั้งเพื่อผสมพันธุ์เท่านั้น (ทำ ให้ เก็บมาเลี้ยงอนุบาลเป็นระยะเวลานานไม่ได้) Picture from : www.thairath.co.th
พฤติกรรมการใช้ชีวิต : มีการวางไข่บนชายฝั่งฝั่งอันดามัน โดยไข่ใช้เวลาในการฟักนานถึง 60-70 วัน และลูกเต่าจะรอจนไข่ใบอื่นฟักแล้วค่อยวิ่งลงทะเลพร้อมกัน เพื่อเพิ่มโอกาสการรอดชีวิต ด้วยความ เป็นเต่าน้ำลึกทำ ให้เต่ามะเฟืองลงไปอาศัยอยู่ในทะเลลึกแทบตลอดเวลา จะเข้ามาใกล้ฝั่งอีกครั้งเพื่อ ผสมพันธุ์เท่านั้น (ทำ ให้เก็บมาเลี้ยงอนุบาลเป็นระยะเวลานานไม่ได้) ลักษณะ : กระดองเป็นหนังที่มีสันแข็ง 7 สัน เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและลู่น้ำ คล้ายผลมะเฟือง เป็น เต่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก หนักได้ถึง 900kg ครีบคู่หน้าไม่มีเล็บตั้งแต่ออกจากไข่ picture from : www.aimmportugal.org !!! เต่าที่อยู่ในไข่ จะตัดสินเพศโดยอุณหภูมิ หากไข่อยู่ในอุณภูมิสูง จะเป็นตัวเมีย หากอยู่ในอุณหภูมิ ต่ำ จะเป็นตัวผู้ ตามปกติแล้วในธรรมชาติจะคละกันไป แต่ปัจจุบันอุณหภูมิโลกแปรปรวน สิ่งที่ตาม มาคือ จำ นวนเต่าเพศผู้ลดลงทั่วโลก เมื่อถึงเวลาผสมพันธุ์เต่าตัวผู้จะต้องผสมพันธุ์กับเต่าตัวเมียหลาย ตัว ดังนั้นเมื่อเต่าตัวผู้มีจำ นวนน้อย จึงทำ ให้ไข่น้ำ เชื้อไม่พอ อัตราการฟักจึงต่ำลงไปด้วย อาหาร : แมงกะพรุน แพลงก์ตอน สาหร่ายทะเลน้ำลึก
เต่าหญ้า เต่าทะเลที่มีขนาดเล็กที่สุดในกลุ่มเต่าทะเลที่พบในไทย พบในฝั่งอันดามัน ทุกคนทราบกันไหมว่าเต่าหญ้านี้มีอีกชื่อคือเต่าสังกะสี และเต่าชนิดนี้เป็นอีกหนึ่งสัตว์ป่าคุ้มครอง ตาม พรบ. สงวนและคุ่มครองสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2535. IUCN ได้จัดไว้ในกลุ่ม Critical Endangered ซึ่งนับว่าใกล้สูญพันธุ์ที่สุดแล้ว พฤติกรรมการใช้ชีวิต : พบการวางไข่ในช่วงเดือนตุลาคม - มีนาคม บริเวณชายฝั่งฝั่งอันดามัน เต่า หญ้าจะวางไข่ทุก 1-3 ปี และอาศัยอยู่ในแถบชายฝั่งน้ำตื้นที่มีอุณหภูมิราว 20 ํC ในเขตซีกโลกเหนือ ซึ่งรวมถึงทะเลฝั่งอันดามันของไทยด้วย อาหาร : สัตว์น้ำขนาดเล็กกว่า ทั้งกุ้ง หอย ปู และ ปลา เนื่องจากจะงอยปากแข็งแรงมาก ลักษณะ : สีเทาอมเขียว ปากมน มีเกล็ดบนหัวตอนหน้าสองคู่ เกล็ดบนกระดองหลังแถวข้าง 6-8 แผ่น แต่ละแผ่นรูปร่างคล้าย 4 เหลี่ยมผืนผ้า เมื่อโตเต็มวัยจะมีความยาว 75-80 cm หนัก 50 kg ทำ ให้มันเป็นเต่าทะเลที่เล็กที่สุด OLIVE RIDLRY TURTLE Picture from : Keith Champaco
Picture from : Keith Champaco
เต่ากระ เต่าที่พบได้ทั้งสองฝั่ง มีลายบนกระดองที่สวยงาม เต่ากระ พฤติกรรมการใช้ชีวิต : พบการวางไข่ฝั่งทะเลอ่าวไทย ในทุก 2 - 3 ปี อาศัยในเขตร้อน ตามแนวหญ้า ทะเลและแนวปะการังน้ำตื้น มีการสะสมสารพิษจากอาหารที่กินไว้ ทำ ให้มนุษย์ที่ทานมีอันตรายถึง ตาย นับเป็นการป้องกันตัวจากผู้ล่าตามธรรมชาติ อาหาร : ฟองน้ำ ทะเลและสัตว์เล็ก ๆ ในแนวปะการัง ลักษณะ : มีจะงอยปากแหลมงุ้ม มีเกล็ดบนกระดองที่ซ้อนกันอย่างชัดเจน ขอบกระดองเป็นใบเลื่อย สันแหลมคมความยาวกระดอง 3 แถวช่วงวัยรุ่น เมื่อโตเต็มวัยก็จะมีความยาวได้ถึง 95cm หนัก 60kg และลายกระดองไม่ชัดเท่าไรนัก Hawksbill Turtle
เต่าตนุ เต่าตนุ (Green sea Turtle) (H) เต่ากระดองสีน้ำตาลแดงงดงามราวแสงอาทิตย์ที่แพร่หลายและพบ ได้ทั่วไทย ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน (SH) (NT) เต่าตนุตัวนี้แม้จะยังคงพบในหลายพื้นที่แต่ก็ลดลง จนเป็นทั้งสัตว์ป่าคุ้มครอง ตาม พรบ. สงวนและคุ่มครองสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2535. IUCN ได้จัดไว้ ในกลุ่ม Endangered ซึ่งใกล้สูญพันธุ์ยิ่งกว่าเต่ามะเฟืองที่พบเพียงฝั่งอันดามันเสียอีก พฤติกรรมการใช้ชีวิต : วางไข่ทุก 2 ปี ในฝั่งอ่าวไทย พบตลอดทั้งปีแต่พบมากในเดือนมิถุนายน - สิงหาคม อาศัยในเขตร้อนและกึ่งร้อนใกล้ชายฝั่งและเกาะ ตามแนวหญ้าทะเล อาหาร : กินพืชจำ พวกหญ้าทะเล สาหร่ายทะเลเป็นหลัก แต่วัยเด็กกินสัตว์น้ำขนาดเล็กร่วมด้วยเพื่อ การเจริญเติบโต ลักษณะ : จะงอยปากทู่ มีรอยหยักเล็กตรงริมฝีปากทั้บนและล่าง เกล็ดบนหัวส่วนหน้ามีเพียง 1 คู่ เกล็ดขอบข้าง 4 เกล็ด แถวกลาง 5 เกล็ด โดยเกล็ดขอบข้างไม่ติดเกล็บขอบคอ และไม่ซ้อนกัน หาก โตเต็มวัยยาวได้ถึง 120 cm หนัก 150 kg GREEN TURTLE Picture from : nii--hayLBYs-Kk-unsplash
Picture from : Jesse Schoff
- เต่าทะเลแต่ละชนิดก็มีสภาพพื้นที่ที่ต้องการแตกต่างกัน แต่จุดร่วมอย่างหนึ่งคือเต่าทะเลจำ เป็นต้องวางไข่บนพื้นที่ชายหาด ซึ่งแม่เต่าจะเลือกกลับไปที่ ๆ แม่เต่าเกิดมา และเนื่องจากเต่าทะเลจะไม่เฝ้าไข่ทำ ให้เต่าทะเลอ่อนไหวกับอันตรายมากจึงต้องการหาดทรายที่สงบรวมถึงต้องมีปัจจัยทางอุณหภูมิที่ไม่สูงไม่ต่ำ เกินไปเพื่อให้จำ นวนลูก เต่าเพศผู้และเพศเมียสมดุลย์กัน (ระหว่าง 26-32 ํC) นอกจากนี้ลูกเต่าจะตามแสงไปเพื่อลงทะเลถ้าหากหาดมีแสงสว่างมากเกินในตอนเช้าอาจทำ ให้ลูกเต่าหลงทางและ คลานขึ้นบกมากขึ้นทำ ให้ตายง่ายขึ้นด้วย สำ หรับสภาพแวดล้อมในทะเล ความลึกและอุณหภูมิของน้ำจะแตกต่างไปตามชนิด ตามอาหารที่เต่ากิน โดยมากจะอาศัยอยู่บริเวณชายหาดที่อุดมด้วยอาหาร ตามแนวปะการังและหญ้าทะเล ยกเว้นเต่ามะเฟืองที่เป็นเต่าทะเลน้ำลึก Picture from : Satyawan Narinedhat
- เต่าเป็นผู้บริโภค คอยดูแลควบคุมสัตว์ทะเลขนาดเล็ก ช่วยเล็มหญ้าทะเลทำ ให้หญ้าทะเลกระจายพันธุ์เติบโตได้ดี ไม่บังหน้าดินมากเกินไป ไม่เกิดตะกอนลอยฟุ้ง และลูก เต่าเองก็เป็นอาหารให้กับสัตว์นักล่าเช่นนก ปู เพราะฉะนั้นเมื่อเต่าทะเลมาวางไข่น้อยลง มีจำ นวนเต่าน้อยลง ก็ส่งผลกับระบบนิเวศชายหาดอย่างมาก Picture from : Olga ga Picture from : Giachen’s World
พื้นที่ ที่ พบ เต่า ทะเล
เต่าตนุ เต่าหัวค้อน เต่ากระ
เนื่องจากเต่าทะเลไทยเป็นสัตว์ในความคุ้มครองทำ ให้มีการอนุรักษ์อย่างจริงจัง ทั้งกั้นหาดสงวนหาดให้เต่าได้ขึ้นมาวางไข่ รักษาและอนุบาล เพื่อลดการตายตั้งแต่วัยเด็ก หนึ่งในนั้นคือที่ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลกองทัพเรือ การอนุรักษ์เริ่มจากสำ รวจขุดนำ ไข่เต่าตามหาดช่วงหลังฤดูผสมพันธุ์มาฟักที่ศูนย์ เลี้ยงดูแลลูกเต่าจนอายุได้ราว 3-4 เดือนแล้วทะยอยปล่อย คืนสู่ธรรมชาติในวัยที่ต่างกัน บางตัวก็ได้อยู่ในศูนย์สั้นยาวต่างกันไปบ้างก็นานถึง 6 ปี โดยให้อาหารเป็นผักสลับกับปลาอย่างละวัน วันละ สองมื้อ เปลี่ยนน้ำ ในบ่อซึ่งเป็นน้ำจากทะเลแถบนั้นทุกวัน และยังได้ให้การรักษาสัตว์ทะเลหายากที่บาดเจ็บด้วย ทุกคนรู้ไหมว่าพวกเราเองก็สามารถมีส่วนช่วยในการอนุรักษ์เต่าทะเลได้ด้วยการระวังตัวเองเวลาท่องเที่ยว ไม่ไปรบกวนทำลายแนวปะการัง แนวหญ้าทะเล ทิ้งขยะลงในถังขยะให้ถูกประเภทอย่างระมัดระวัง ช่วยกันประชาสัมพันธ์ตักเตือนคนรอบข้าง และถ้าหากเจอซากสัตว์ทะเล หายาก หรือสัตว์ทะเลหายากเกยตื้นทั้งมีชีวิตให้โทรศัพท์แจ้งกรมทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง ในส่วนของเต่าทะเล ระหว่างที่รอการช่วย เหลือสามารถนำ ผ้าสะอาดนุ่ม ๆ ห่อตัวเต่าไว้และรอจนเจ้าหน้าที่มาช่วย ข้อควรระวังก็คือเต่าจะตกใจกัดได้นะ เต่าทะเลทั้งหลายในไทยล้วนมีสถานะใกล้สูญพันธุ์ เป็นสัตว์สงวนหรือสัตว์ ในความคุ้มครองตามกฎหมายไทย และอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ตามระดับ ของ IUNC ทุกสายพันธุ์ ในฝั่งอ่าวไทยที่เราได้ไปศึกษากันได้มีการอนุบาล อนุรักษ์อย่างละเอียด เพื่อลดการตายด้วยสาเหตุตามธรรมชาติจากสัตว์ผู้ล่าในช่วงแรกเกิด มี กฎหมายอนุรักษ์ที่ชัดเจนเนื่องจากเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองและสัตว์สงวน แต่เต่า ทะเลทั้งหลายก็ยังไม่รอดพ้นจากการตายจากน้ำ มือของมนุษย์ในทางอ้อมดังที่ จะเห็นได้จากข่าวทั้งหลายต่อไปนี้
ขยะที่ที่พบแถบทะเลทั้งบนน้ำแล้วที่หาด(ประเภทขยะที่พบแล้วก็อะไรที่กระทบกับสัตว์มาก ๆ : จากการลงพื้นที่สำ รวจพบว่าขยะส่วนใหญ่ที่ยังคงอยู่บนบริเวณหาดด้านบน มักเป็นวัสดุย่อยสลายยากทั้งพลาสติและเศษเชือกจากเครื่องมือประมง และจาก ข่าวต่าง ๆ ทำ ให้เห็นว่าความไม่ย่อยสลายของมันนี่แหละที่ทำ ให้อยู่ในทะเลเป็นเวลานานและกลมกลืนขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งกลมกลืนสัตว์ก็ยิ่งแยกขยะเหล่านั้นไม่ออกและกลืนมันลงไปแทนอาหารบ้าง บังเอิญพลาดไปติดบ้างหรือบางครั้งก็เป็นอวนที่ยังใช้อยู่ก็มีแต่ส่วนมากมักเป็น ซากอวน ซากพลาสติก ถ้าให้เป็นการตายในเวลาสั้นก็มักจะเป็นการโดนอวนเชือกพันจนหายใจไม่ได้โดยเฉพาะพวกที่จำ เป็นต้องหายใจเหนือน้ำ ส่วนระยะยาวจะเป็นเศษ พลาสติกชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่ถูกกลืนลงไปสะสมทำ ให้อาหารไม่พอ อาหารไม่ย่อย กระทั่งทำ ให้ระบบย่อยอาหารฉีกขาดเป็นแผลภายในได้เลยทีเดียว ปัญหาในทะเลแบบภาพรวมที่ส่งผลกระทบกับสัตว์ทะเล : ข่าว เรื่องราวของเจ้าขยะทะเล: เรื่องราวของขยะทุกชิ้นเริ่มจากการเป็นผลิตภัณฑ์ที่เคยมีคุณค่า ถูกใช้จนถึงเวลาก็กลายเป็นขยะและถูกทิ้งไปทั้งในที่ที่ควรและไม่ควร ส่งต่อให้กับระบบการกำจัดต่าง ๆ ที่ มีอยู่ซึ่งถูกต้องและไม่ส่งผลกระทบบ้าง ไม่ถูกต้องบ้าง นำ ไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์บ้างต่างกันไป แต่การจะเกิดปัญหาอย่างเจ้าขยะทะเลได้ย่อมมาจากการทิ้งไม่เป็นที่ และกำจัดไม่ถูกวิธี หลังจากเจ้าขยะที่แสนอาภัพเดินทางไปเรื่อย ๆ ตามถนน ลำ น้ำ เจ้าขยะก็มาสุ่ทะเลกว้างเวิ้งว้างเคว้งคว้างลอยล่องไปทั่วจนถูกเรียกว่าขยะทะเล และแม้จะออกมาไกล สายตาจากชาวเมืองก็ยังคงเป็นปัญหากับสิ่งอื่นต่อไปอย่างเช่นทำ ร้ายสัตว์ทะเล สะสม เสื่อมสภาพเป็นเม็ดเล็กและแฝงมากับอาหาร จนวนกลับมาถึงมนุษย์อีกครั้ง