Infographics
พระอภัยมณี
พระอภัยมณี ยอดมณีแห่งวรรณคดีไทย
ก ล่ า ว คำ ก ล อ น . . . . ก่ อ น บ ท เ รี ย น . . . .
พระอภัยมณี วรรณคดี “ภู่” เสกสรร
คำงามความตามกัน นิทานนั้นน่าอภิรมย์
เชิญพินิจพิศคุณค่า เรียงร้อยมาให้เสพสม
คุณค่าน่านิยม เชิดชูสมแบบเรียนไทย
- ก ลุ่ ม ที่ 4 พ ร ะ อ ภั ย ม ณี -
"A BOOK IS A DEVICE TO IGNITE THE IMAGINATION."
ALAN BENNETT, THE UNCOMMON READER
" ห นั ง สื อ เ ป็ น เ ส มื อ น เ ค รื่ อ ง จุ ด ป ร ะ ก า ย จิ น ต น า ก า ร "
อ ลั น เ บ น เ น ต ต์ ( A L A N B E N N E T T ) นั ก เ ขี ย น แ ล ะ นั ก แ ส ด ง
จ า ก ห นั ง สื อ T H E U N C O M M O N R E A D E R
คำนำ
จากดวงใจคณะผู้จัดทำ
อินโฟกราฟิก(Infographics) หรืออินฟอร์เมชันกราฟิก(Information graphics)เล่มนี้
เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษารายวิชา 21543402 วรรณกรรมคัดสรรในหนังสือเรียน
จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอผลการศึกษาวิเคราะห์คุณค่าและความสำคัญของวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณี
ในฐานะวรรณกรรมที่ได้รับการคัดสรรให้อยู่ในหนังสือเรียนภาษาไทย
ขอขอบพระคุณอาจารย์พฤฒิชา นาคะผิว ที่ได้ให้คำปรึกษาและชี้แนะ ตลอดจนให้กำลังใจ
ในการทำงานตั้งแต่กระบวนแรก คือ ขั้นตอนของการศึกษาค้นคว้าเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง,
การศึกษาวิเคราะห์และเรียบเรียงคุณค่าด้านต่าง ๆ, มาจนถึงขั้นตอนการจัดทำรูปเล่มอินโฟกราฟิก
จนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีในวันนี้ คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าอินโฟกราฟิกเล่มนี้
จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ต้องการศึกษาค้นคว้าต่อไป หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้
คณะผู้จัดทำ
สารบัญ
เรื่อง
คำ นำ
ส า ร บั ญ
เ นื้ อ ห า
ก า ร ศึ ก ษ า วิ เ ค ร า ะ ห์ ภู มิ ห ลั ง ที่ ม า
ก า ร ศึ ก ษ า วิ เ ค ร า ะ ห์ คุ ณ ค่ า ด้ า น เ นื้ อ ห า
ก า ร ศึ ก ษ า วิ เ ค ร า ะ ห์ คุ ณ ค่ า ด้ า น ว ร ร ณ ศิ ล ป์
ก า ร ศึ ก ษ า วิ เ ค ร า ะ ห์ คุ ณ ค่ า ด้ า น อื่ น ๆ
ภาคผนวก
ร า ย ชื่ อ ห นั ง สื อ ที่ ข อ แ น ะ นำ ใ ห้ อ่ า น
ภมู หิ ลงั ของพระอภัยมณี
ภมู หิ ลังของพระอภยั มณ(ี ตอ)
คุณค่าด้านเนื้ อหา
วรรณคดีเรื่องพระอภัยมณี
คณะผู้จัดทำได้ทำการวิเคราะห์เรื่อง โดยแบ่งหัวข้อศึกษาออกเป็น 4 ประเด็น ได้แก่
1. โครงเรื่อง
2. ฉากและบรรยากาศ
3. ตัวละคร
4. แนวคิด
1. คุณค่าด้านโครงเรื่อง
เพราะฉแาบก่งแตลาะมบเรรื่รอยงยา่กอาจศาสก่วนนาใมหาญนุ่เกปร็นมทวะรเรลณคตัดวีไลทะยคอรอมีกหเลป็านกหพลบาวย่าชมาีโตคิพรังนเธรุื์่แอลงแะมลีเะอเนกื้อลัหกษาทณี่์แเปป็ลนกขใอหงมต่แนหเอวงกแนวนิทานไทย
การดำเนินเรื่องสร้างความสนใจอยู่ตลอดเวลา ค่อย ๆ คลี่คลายเรื่องไปตามลำดับอย่างมีประสิทธิภาพ
จนเรื่องจบลงในที่สุด แม้ว่าเนื้อเรื่องพระอภัยมณีจะมีความยาวมากซึ่งประกอบด้วยโครงเรื่องย่อย ๆ
แต่เรื่องย่อยเหล่านี้ก็มีความหมายต่อโครงเรื่องใหญ่และมีความสัมพันธ์กันเป็นอย่างดี เหตุการณ์ต่าง หลายเรื่อง
เกี่ยวเนื่องกันประดุจลูกโซ่จากเรื่องเล็กไปสู่เรื่องใหญ่อย่างมีเอกภาพ ๆ ในเรื่อง
2. คุณค่าด้านฉาก โตดัวยเคอคัดกณเฝะล่ืาผอูย้3วกิชจเัา.อยยาไแดคต้ัลทุวะำลณตกะัวาคเรรอควทิีก่เ่เคฝปา่็รานาดยตะั้หหว์าญลติัะงวนคลสระรตเคุอปัรกรใวขานยอวลลงรเระระืณเ่ออีคคงยดดีคเืรเรอืป่็อนงรพารยะขอ้อภัไยด้มณี
และบรรยากาศ
ดังนี้
ในเรื่องนี้สุนทรภู่ได้สร้างฉากและสถานที่ขึ้นจากจินตนาการ
โดยอาศัยฉากทะเลเป็นฉากสำคัญ เหตุการณ์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในท้องทะเล
เวลารบกันก็รบกันทางกองทัพเรือ ซึ่งมีลักษณะที่แตกต่างไปจากเรื่องอื่น ๆ
ที่มักจะใช้ฉากอยู่บนแผ่นดิน 3ทตถี่่.ืตอ1อรสเู้ปงพแ็ตนลราละะัมนอกกแอภาษับรกยณผบเมะหจแณทนญีลี่ื้แใอวภนปัไยมปพลิตจกรแิาขะแตก่ออตมกภีงกัลาตัยตัก่รวมาทษลีงณ่รณไีะูปปไคะมจร่รท่ไีาา่เดเอง้กปเห็กพปน็นฝนร้ศ่ิาะากลตเยษอปัาชิตกนงารดใรยินัยงก์ตวทากีา่รมเามรปแร็ณแนลดบคนะนับมดกตีีเนฉรริรีืบพ่บสอััทยบรงี่ะเอรใืัจ่หอก้นาภกมัชู่าๆย้ รมณี
ค่อนข้างมาก
ตัวอย่างบทประพันธ์
ภาพความงดงามของท้องทะเล ตอนที่ศรีสุวรรณแล่นเรือตามหาพระอภัย
"พระเล็งแลตามกระแสชลาสินธุ์ สิขรินเกาะแก่งทุกแห่งหน
ละลิบลิ่วทิวเมฆเป็นหมอกมน เห็นแต่ชลกับมัจฉาดาราพราย"
(สุนทรภู่, พระอภัยมณีตอนที่ ๓ ศรีสุวรรณเข้าเมืองรมจักร)
4. คุณค่าด้านแนวคิด 3ขขแใข.อนอ2ลองขงะงไคณตกทหัววละยญ้าลาิเมดงมหะมีีไีเยคลาทภทัว่ญรกยาากฝษัพ่เทันาทเ่ณีลวปยกัย็็ไกะนหยปมแัษผงญทกูตี้ิณัม่ปนตี์งก้ตโกอัตดว่:มคงาีดลรแลงบเัะอจสกดทค่งาดษนบรปกงใณบานรตคัทาะะกววงฉเขลาาทตลมอัระศวาเคงรปัทดีเก็ร่บมนสัฝีุ่ญหยนผเาูช้ลืทนชทย่ััอ้กำาหงรฟกทแภัญูั5่งิาหพสงรลรอแใข้รันามนลบองวสะงขเรึเ้แพะดนคร็ทลดรณม้าะอะเรากอดอนีพต่รอยภลารัักวกยมมศษมลึดััก้ณกณงีเษะดิณมะ
มคมีีขวจ้ิอานมคติเดนปค็านตกินสัแากอรนคลนิว้ดใำคจิยยดุุแคคสทใำหมรคีมักต่ญัอขวมยอลูี่อตงะผคยลูู้่ปรมอจรดาาะกเกพรืม่ัอหนางลยธ์าเหมกืล่อหาเลยปาปรียรยชะบนกเชาทีรายตบิมีกเแันบืส้อวดหรงราใหณส้เนคหุ็กดนีสใถนนึงยาุวคินสัสยมทััยศเนด์ีแยลวกะัน
ตัวอย่างบทประพันธ์
“จึงบัญชาว่าเจ้าสินสมุทร ไปช่วยฉุดศิลาใหญ่ขึ้นให้เขา
ขอสมาตาปู่อย่าดูเบา ช่วยอุ้มเอาแกออกไปให้สบาย”
เหลืจอากักนบเปท็นปสริ่ะงพดัีนดธั์งข้เาช่งนต้กนาแร(สทสีุ่ดนเงงืทอใหรก้ภเูส่ห,็านมพวพ่ร่าะออลเูดภก็ักยช่ตมว้อยณีงเตมหีอคลืนวอทาพี่มร๙เะคอาพภรัรยพะกผอัู้บใภหัสยิญนม่สณกมีุหาทรนรีพึน่งเาปพง็นผาีชตเ่้สวืน้อย) ต่อผู้ที่เป็นสามี 5 ของพระอภัยมณี ได้แก่
ดังจะเห็นได้จากบทบาทของเมียทั้ง
นางสุวรรณมาลี นางละเวงวัณฬา นางวาลี นางผีเสื้อสมุทร
และนางเงือก
รู้หรือไม่?
นางเงือกมีอีกชิ่อหนึ่งว่าพระนางจันทวดีพันปีหลวง
- กลุ่มที่ 4 พระอภัยมณี -
คุณค่า
ด้านวรรณศิลป์
การปรุงแต่งเสียง
สัมผัสเสียงพยัญชนะ
คำที่คล้องจองกันด้วยเสียงพยัญชนะต้น
นางกราบกรานท่านสิทธาว่าสาธุ ให้อายุยืนยงอสงไขย
สืบตระกูลพูนสวัสดิ์กำจัดภัย แล้วอุ้มให้กินนมนั่งชมเชย
โอ้เกิดมาอาภัพอัปภาคย์ จะจำจากมารดานิจจาเอ๋ย
อย่าเศร้าสร้อยน้อยใจอาลัยเลย บุญแม่เคยครองเลี้ยงเจ้าเพียงนั้น (หอพระสมุดวชิรญาณ, ๒๕๐๗ : ตอนที่ ๒๔)
จากคำประพันธ์ข้างต้น มีการเล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะ คือ กราบ-กราน, ยุ-ยืน-ยง, สืบ-สะ(สวัสดิ์), นม-นั่ง โอ้-อาภัพ-
อัปภาคย์, จะ-จำ-จาก-จา(นิจจา)
สัมผัสเสียงสระ
คำที่มีเสียงคล้องจองกันด้วยเสียงสระและเสียงพยัญชนะท้ายพยางค์
จะกล่าวถึงเงือกน้อยกลอยสวาท ซึ่งรองบาทพระอภัยเมื่อไกลสถาน
อยู่วนวังหลังเกาะแก้วพิสดาร ประมาณกาลสิบเดือนไม่เคลื่อนคลา
ให้เจ็บครรภ์ปั่นป่วนจะจวนคลอด ระทวยทอดลงกับแท่นที่แผ่นผา
จะแลเหลียวเปลี่ยวใจนัยนา ไม่เห็นหน้าผู้ใดที่ไหนเลย (หนังสือวรรณคดีลำนำชั้น ป.๔, ๒๕๕๑ : หน้า ๕)
จากคำประพันธ์ข้างต้น นอกจากสัมผัสตามฉันทลักษณ์แล้วยังมีสัมผัสเสียงสระภายในวรรคที่ทำให้คำประพันธ์มีความไพเราะ
มากยิ่งขึ้น เช่น น้อย-กลอย, ภัย-ไกล, วัง-หลัง, เดือน-เคลื่อน, ครรภ์-ปั่น, ป่วน-จวน, แท่น-แผ่น เป็นต้น
การเล่นเสียงวรรณยุกต์
การใช้เสียงวรรณยุกต์ที่แตกต่างกัน ในคำที่มีพยัญชนะต้น สระ ตัวสะกดเหมือนกัน โดยไล่เรียงไปตามระดับเสียงวรรณยุกต์
ฝ่ายเงือกน้ำสำหรับทะเลลึก ไม่วายนึกถึงองค์พระทรงโฉม
พอแจ่มแจ้งแสงทองผ่องโพยม ปลอบประโลมลูกเมียเข้าเคลียคลอ (หอพระสมุดวชิรญาณ, ๒๕๐๗ : ตอนที่ ๒๔)
การใช้เสียงวรรณยุกต์ที่แตกต่างกัน ในคำที่มีพยัญชนะต้น สระ ตัวสะกดเหมือนกัน โดยไล่เรียงไปตามระดับเสียง
วรรณยุกต์ เช่น แจ่ม-แจ้ง เป็นต้น
การปรุงแต่งคำ
การสรรคำ การเลือกใช้คำให้สื่อความคิดความเข้าใจ ความรู้สึกหรืออารมณ์ได้ อย่างงดงาม
เอาโคมส่องมองเขม้นเห็นนางเงือก สลบเสือกอยู่ที่ทรายชายกระแส
เป่ามหาอาคมให้ลมแปร ที่ท้อแท้ค่อยประทังกำลังนาง
(หนังสือวรรณคดีวิจักษ์ชั้นป.๔, ๒๕๕๑, น.๗)
มีการเลือกใช้คือ คำว่า สลบ "เสือก" คือปกติมันจะเป็นอาการของคนที่กระเสือกกระสนทุรนทุราย คือขนาดนางสลบไป ยัง
เห็นความทุรนทุรายของนางที่เกิดจากความเสียใจ ขนาดตื่นขึ้นมาแล้วก็ยังไม่หาย
คำพ้องความหมาย (คำไวพจน์) คำที่มีรูปคำและออกเสียงต่างกัน แต่มีความหมายเหมือนกัน
อยู่วันหนึ่งถึงเวลาสิทธาเฒ่า สำรวจเข้านั่งฌานกุมารหนี
ลงเล่นน้ำปล้ำปลาในวารี แล้วขึ้นขี่ขับขวางไปกลางชล
(หนังสือวรรณคดีวิจักษ์ชั้นป.๔, ๒๕๕๑, น.๑๑)
จากบทประพันธ์มีการเล่นคำพ้องความ คือคำว่า น้ำ วารี และชล เป็นตอนที่สุดสาครหนีไปเล่นในทะเล
การเล่นคำ
กลการประพันธ์ในการแต่งบทร้อยกรองด้วยการซ้ำคำหรือซ้ำอักษรให้เกิดเสียงเสนาะ หรือให้มีความหมายที่ลึกซึ้งกินใจยิ่งขึ้น
พระทรงศิลป์ยินสุดสาครบอก นึกไม่ออกอะไรกัดหรือมัจฉา
จึงเล็งญาณฌานทิพย์ด้วยฤทธา ก็รู้ว่าม้ามังกรสมจรกัน
(หนังสือวรรณคดีวิจักษ์ชั้นป.๔, ๒๕๕๑, น.๑๒)
จากบทประพันธ์มีการเล่นคำเชิงถาม คือคำว่า ไม่ออกอะไรกัดหรือมัจฉา เป็นตอนที่พระโยคีรำพึงกับตัวเองถึงม้า
หน้าตาคล้ายมังกร ที่สุดสาครได้พบ
การซ้ำคำ
เป็นกลวิธีที่ใช้คำคำเดียวกันซ้ำในคำประพันธ์ อาจจะวางไว้ติดกันแบบคำซ้ำ หรือวางไว้แยกจากกันแต่เป็นระเบียบเรียบร้อย
โดยความหมายของคำที่ซ้ำนั้นจะต้องไม่เปลี่ยนแปลง จะมีความหมายเหมือนกันทุกคำ
ดูลิ่วลิ่วปลิวต่ายไปตามคลื่น เหมือนเดินพื้นแผ่นตลิ่งวิ่งหยอยหยอย
ยิ่งลมกล้าม้าโลดกระโดดลอย พระหน่อน้อยนั่งชมยมนา
ดูกว้างขวางว้างโว้งละโล่งลิ่ว เห็นริ้วริ้วเรี่ยรายทั้งซ้ายขวา
ล้วนละเมาะเกาะใหญ่แต่ไกลตา อุปมาเหมือนหนึ่งแหนแลลิบลิบ
(หนังสือวรรณคดีลำนำชั้นป.๔, ๒๕๕๑, น.๒๑)
จากบทประพันธ์มีการซ้ำคำ คือคำว่า ลิ่วลิ่ว หยอยหยอย ริ้วริ้ว และลิบลิบ เป็นตอนที่สุดสาครขี่ม้านิลมังกรเพื่อจะ
ออกไปตามหาพระบิดา สื่อให้เห็นภาพการเคลื่อนไหวที่ชัดเจน
ภาพพจน์ การปรุงแต่งความ
อุปมา (Simile) คือ การเปรียบเทียบว่าสิ่งหนึ่งเหมือนกับสิ่งหนึ่งโดยใช้คำเชื่อมที่มีความหมายเช่นเดียวกับ
คำว่า " เหมือน " เช่น ดุจ ดั่ง เปรียบ ประดุจ เฉก ฯลฯ
สงสารนางครางครวญให้ป่วนปวด ยิ่งเร้ารวดร้อนใจดังไฟจุด
สะอื้นอ้อนอ่อนระทวยแทบม้วยมุด หากบุญบุตรบันดาลช่วยมารดา (หนังสือวรรณคดีลำนำชั้น ป.๔, ๒๕๕๑ : หน้า ๖)
จากบทประพันธ์ข้างต้นมีการเปรียบเทียบแบบอุปมาถึงความเจ็บปวดในการคลอดสุดสาครของนางเงือกว่าดังเอาไฟมา
จุดรนกาย
อุปลักษณ์ ( Metaphor ) ก็คล้ายกับอุปมาคือเป็นการเปรียบเทียบเหมือนกัน แต่เป็นการเปรียบเทียบสิ่งหนึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่ง
การเปรียบเทียบสิ่งหนึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่ง แม้นแม่เจ้าเขารู้ว่าแรงนัก กลัวจะลักลอบพาบิดาหนี
จะโกรธเกรี้ยวเคี้ยวเล่นเป็นธุลี พอที่ชีวันจะบรรลัย ฯ
(หอพระสมุดวชิรญาณ, ๒๕๐๗ : ตอนที่ ๙)
จากบทประพันธ์ข้างต้น มีการเปรียบเทียบแบบอุปลักษณ์ คือหากนางผีเสื้อสมุทรรู้ว่า สินสมุทรมีกำลังเหมือนยักษ์ เกรงว่านางจะโกรธ
เคี้ยวกินให้เหลวแหลกเป็นฝุ่น
อธิพจน์( Hyperbole) เป็นโวหารที่กล่าวเกินจริง เพื่อเน้นให้เห็นอารมณ์ ความรู้สึกในบทนั้นอย่างชัดเจนเข้มข้น
เห็นโยคีขี่เมฆมาเสกเวท จึงอาเพศพวกผีหนีคาถา
ขึ้นหยุดยั้งนั่งบนใบเสมา ไหว้เจ้าตาทูลถามดูตามแคลง (หอพระสมุดวชิรญาณ, ๒๕๐๗ : ตอนที่ ๒๔)
จากบทประพันธ์ มีการใช้โวหารที่กล่าวเกินจริง คือ ตอนที่สุดสาครสู้กับภูตผีปีศาจ พระฤาษีขี่เมฆมาช่วยสุดสาคร
อติพจน์ ( Hyperbole ) หรือ อธิพจน์ คือโวหารที่กล่าวเกินความจริง เพื่อสร้างและเน้นความรู้สึกและอารมณ์ ทำให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึก
ที่ลึกซึ้ง ภาพพจน์ชนิดนี้นิยมใช้กันมากแม้ในภาษาพูด เพราะเป็นการกล่าวที่ทำให้เห็นภาพได้ง่ายและแสดงความรู้สึกของกวีได้อย่าง
ชัดเจน สงสารนางครางครวญให้ป่วนปวด ยิ่งเร้ารวดร้อนใจดังไฟจุด
สะอื้นอ้อนอ่อนระทวยแทบม้วยมุด หากบุญบุตรบันดาลช่วยมารดา (หนังสือวรรณคดีลำนำชั้นป.๔, ๒๕๕๔, น.๖)
จากบทประพันธ์ข้างต้นเป็นตอนที่นางเงือกกำลังปวดท้องจวนจะคลอดบุตร มีการใช้คำว่า “ยิ่งเร้ารวดร้อนใจดังไฟจุด” บอกกล่าว
ความรู้สึกที่ปวดท้องมาก ปวดดังมีไฟมาจุดสุมที่เรือนกาย ทั้งที่จริงไม่ได้มีไฟมาสุม
อวพจน์ เป็นภาพพจน์ที่มีลักษณะตรงกันข้ามกับอติพจน์ คือ การกล่าวลดน้ำหนักให้น้อยลงเพื่อลดความหมายลง บางครั้งใช้ในเชิง
ประชันหรือยั่วล้อเพื่อความขบขัน จึงหนีมาอาศัยกูให้อยู่ มิใช่กูรู้เห็นเท่าเส้นผม
มาตีชาว่ากูผิดในกิจกรม จะให้สมน้ำหน้าสาแก่ใจ (สุนทรภู่, พระอภัยมณีตอนที่ ๙)
จากบทประพันธ์ข้างต้นเป็ตอนที่พระฤๅษีกล่าวกับนางยักษ์ ว่านางยักษ์นั้นชั่วร้ายนานัปการ พระอภัยมณีทนอยู่ด้วยไม่ได้จึงหนีมา
ตัวพระฤๅษีบำเพ็ญศีลอยู่มาหลายพันปีมีความรู้มาก “ไม่ได้มีความรู้น้อยนิดเท่าเส้นผม” นางยักษ์จะมากล่าวว่าร้ายพระฤๅษีมิได้
ปฏิพากย์ ( Paradox ) หรือ ปรพากย์ คือการใช้ถ้อยคำที่มีความหมายตรงกันข้ามหรือขัดแย้งกันมากล่าว อย่างกลมกลืนกันเพื่อเพิ่ม
ความหมายให้มีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น
ฝ่ายเงือกน้ำนอนกลิ้งนิ่งสดับ กิตติศัพท์สองแจ้งแถลงไข
รู้ภาษามนุษย์แน่ในใจ จะกราบไหว้วอนว่าให้ปรานี (สุนทรภู่, พระอภัยมณีตอนที่ ๙)
มีการใช้ปฏิพากย์ตรงคำว่า “ฝ่ายเงือกน้ำนอนกลิ้งนิ่งสดับ” คือเป็นการแสดงกริยาท่าง ๒ ท่าทางในเวลาเดียวกัน คือการ
ที่นอนกลิ้ง (ไม่อยู่นิ่ง) ที่หาดและได้นิ่งฟังที่พระอภัยกับสินสมุทรพูดคุยกัน
ปฏิวาทะ (oxymoron) คือ การใช้คำที่มีความหมายตรงกันข้ามกันหรือขัดแย้งกันมารวมไว้ด้วยกันเพื่อให้มีความหมายใหม่หรือให้ความ
รู้สึกขัดแย้งกันหรือเพิ่มน้ำหนักให้แก่ความหมายของคำแรก
ครั้นพลบค่ำทำรักนางยักษ์ร้าย ประคองกายกอดแอบแนบถนอม
ชื่นแต่หน้าอารมณ์นั้นกรมกรอม แต่คิดอ่านหว่านล้อมจะล่อลวง (สุนทรภู่, พระอภัยมณีตอนที่ ๙)น้อย
จากบทประพันธ์ข้างต้นเป็นตอนที่ นางผีเสื้อสมุทรฝันร้าย จึงได้ทำท่าทีเป็นปลอบนาง กอดหอมและหาทางแก้ไขจากการฝันร้ายแต่
ในใจคือตรงข้ามกับการกระทำที่ทำอยู่ ณ ตอนนั้น พอได้ช่องทางพระอภัยมณีก็ใช้เล่ห์เหลี่ยมทำให้นางไปจำศีล อดข้าว อดน้ำ ๓ วัน เพื่อ
ที่ตนกับลูกจะได้หนีไป
สัญลักษณ์ ( symbol ) เป็นการเรียกชื่อสิ่ง ๆ หนึ่งโดยใช้คำอื่นมาแทน ไม่เรียกโดยตรง ส่วนใหญ่คำที่นำมาแทนจะเป็นคำที่เกิดจากการ
เปรียบเทียบและตีความ ซึ่งใช้กันมานานจนเป็นที่เข้าใจและรู้จักกันโดยทั่วไป ทั้งนี้อาจเป็นเพราะผู้ประพันธ์ต้องการเปรียบเทียบเพื่อสร้าง
ภาพพจน์หรือมิฉะนั้นก็อาจจะอยู่ในภาวะที่กล่าวโดยตรงไม่ได้ เพราะไม่สมควรจึงต้องใช้สัญลักษณ์แทน
ฝ่ายโยคีมีพรตปรากฏกล้า นั่งรักษาทางธรรมกรรมฐาน
แสนสว่างทางกสิณอภิญญาณ พระอาจารย์แจ้งจบทั้งภพไตร (ห้องสมุดดิจิทัลวชิรญาณ, ๒๕๒๙, ตอนที่ ๒๔)
จากบทประพันธ์ข้างต้นซึ่งเป็นบทที่กล่าวถึงพระโยคีที่อยู่เกาะแก้วพิสดาร มีการใช้สัญลักษณ์ คือ คำว่า “สว่างทางกสิณอภิญญาณ” แทน
ผู้ที่มีญาณวิเศษและมีคุณธรรม
สัทพจน์ ( Onematoboeia ) หมายถึง ภาพพจน์ที่เลียนเสียงธรรมชาติ เช่น เสียงดนตรี เสียงสัตว์ เสียงคลื่น เสียงลม เสียงฝนตก เสียง
น้ำไหล ฯลฯ การใช้ภาพพจน์ประเภทนี้จะทำให้เหมือนได้ยินเสียงนั้นจริง ๆ
จึงวางองค์ลงบนเปลแล้วเห่ช้า ทำขนมแชงม้าเวลาดึก
โอละเห่โอละโห่โอระหึก อึกทึกทั้งศาลาจนราตรี (ห้องสมุดดิจิทัลวชิรญาณ, ๒๕๒๙, ตอนที่ ๒๔)
จากบทประพันธ์ มีการเลียนเสียงการเห่กล่อมสุดสาครของพระโยคี คือคำว่า โอละเห่โอละโห่โอระหึก
บรรยายโวหาร
โวหาร พรรณนาโวหาร
จะกล่าวถึงเงือกน้อยกลอยสวาท ซึ่งรองบาทพระอภัยเมื่อไกลสถาน นางครวญคร่ำร่ำไรไห้ละห้อย น้ำตาย้อยพรั่งพรายทั้งซ้ายขวา
อยู่วนวังหลังเกาะแก้วพิสดาร ประมาณกาลสิบเดือนไม่เคลื่อนคลา ให้กลุ้มกลัดอัดอั้นหวั่นวิญญาณ์ ด้วยเป็นปลาแปลกนางอย่างมนุษย์
ให้เจ็บครรภ์ปั่นป่วนจวนจะคลอด ระทวยทอดลงกับแท่นที่แผ่นผา
จะแลเหลียวเปลี่ยวใจนัยนา ไม่เห็นหน้าผู้ใดที่ไหนเลย (ห้องสมุดวชิรญาณ (พระอภัยมณี). ๒๕๔๔: ตอนที่ ๒๔)
(ห้องสมุดวชิรญาณ (พระอภัยมณี). ๒๕๔๔: ตอนที่ ๒๔) จากบทประพันธ์ข้างต้น เป็นการพรรณนาถึงความเจ็บปวด
ของนางเงือกที่กำลังจะ คลอดลูก เจ็บปวดทุรนทุรายอย่างไม่เคยเจ็บ
จากบทประพันธ์ข้างต้น เป็นการบรรยายถึงนางเงือกที่อาศัยอยู่ มาก่อน อ่านแล้วทำให้รู้สึกเศร้าและสงสารนางเงือกเป็นอย่างมาก
บนเกาะแก้วพิสดาร ที่ตั้งครรภ์ท้องปั่นป่วนใกล้คลอด ช่างเปล่าเปลี่ยว
แม้มองไปไหนก็ไม่ไม่ผู้ใครเลย เทศนาโวหาร
แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด
สาธกโวหาร ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน
ไปชาติหน้ามาเกิดกับอกแม่ ลงอย่าห่างแหเสน่หาจนอาสัญ
ในชาตินี้วิบากจะจากกัน เพราะต่างพันธุ์ผิดเพศสังเวชใจ (หนังสือวรรณคดีลำนำ ชั้นป.๔ , ๒๕๕๑ : หน้า ๓๖)
(ห้องสมุดวชิรญาณ (พระอภัยมณี). ๒๕๔๔: ตอนที่ ๒๔) จากบทประพันธ์ข้างต้น เป็นตอนที่พระฤาษีสอนสุดสาครหลัง
จากโดนชีเปลือย ผลักตกเหว ขโมยม้านิลมังกร และไม้เทาวิเศษไป
จากบทประพันธ์ข้างต้น เป็นตอนที่นางเงือกได้สั่งเสีย ว่าอย่าไว้ใจใครง่ายๆ จิตใจของคนนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้
สุดสาครว่าชาติหน้าให้เกิดมาเป็นแม่ลูกกันอีก และไม่ต้องห่าง ตลอดเวลา วันนี้คิดดี ปฏิบัติดี พรุ่งนี้อาจกลายเป็นตรงกันข้าม ดัง
กันเหมือนชาตินี้ที่แตกต่างกันที่เผ่าพันธุ์ นั้นไม่ควรประมาท
จงหัดใหไ้ พรพ่ ลรู้กลรบ
ทห่ี ลกี หลบล้อมพร้อมกนั หมด
เดินกระบวนสว่ นเดยี วไม่เลยี้ วลด
ชือ่ วา่ ทศโยธาแสนยากร
(สนุ ทรภู่,พระอภยั มณตี อนท่ี 50)
จงรางวลั ชัน้ แตไ่ พรใหไ้ ด้ถว้ น
พอสมควรยศศักดิอ์ คั รฐาน
ทวิ ายวางกลางณรงคใ์ ห้วงศ์วาน
รับประทานถ้วนทว่ั ทุกตัวคน
สุนทรภู่,พระอภยั มณตี อนที่ 30
รายชื่อหนังสือที่ขอ
แนะนำให้อ่าน
บทความเรื่อง
"เมืองเทศและชาวเมืองเทศในโลกของสุนทรภู่"
กุสุมา รักษมณี
งานวิจัยเรื่อง
"การวิเคราะห์พุทธวจนะในวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณี"
ปราณีต ม่วงนาค
บทความเรื่อง
"พระอภัยมณี : มณีแห่งวรรณคดีไทย"
ชลดา เรืองรักษ์ลิขิต
หนังสือชุดวรรณคดีอมตะของไทยสำนวนร้อยแก้ว
"พระอภัยมณี"
เปรมเสรี
สมาชิกในกลุ่ม
"ขอบคุณสำหรับความร่วมไม้ร่วมมือ กำลังใจ
และมิตรภาพอันดีที่พวกเรามีให้กันเสมอ
ตลอดหนึ่งเทอมที่ผ่านมาจนผลงานชิ้ นนี้ สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี"
นางสาวธัญสุดา อุปพงค์ (อั้ม) นางสาวนิ ศมา ฤทธิธรรม (น้ำฝน) นางสาวสุดารัตน์ มีมา (ฟาง)
รหัสนั กศึกษา 62115245103 รหัสนั กศึกษา 62115245131 รหัสนั กศึกษา 62115245201
นางสาวมรรชมณ หลาบเหมทุม (แบม) นางสาวสิรินยา เข็มรัตน์ (ขิม) นายธีรภัทร ไพใหล (ล็อกเก็ต)
รหัสนั กศึกษา 62115245205 รหัสนั กศึกษา 62115245206 นั กศึกษา 62115245210
นางสาวสุพัฒน์ ศร คำคนซื่อ (ใบเฟิร์น) นางสาวสาวิตรี บุญอุ่น (น้ำเพชร) นางสาวทรรศนี ย์ แสนสุวรรณ (สปาย)
รหัสนั กศึกษา 62115245219 รหัสนั กศึกษา 62115245220 รหัสนั กศึกษา 62115245221
นายปัณณวัตร ทานาลาด (แป๋ม) นายดนุพล สุนา (แทน) นางสาวแฟน สงคราม (แฟน)
รหัสนั กศึกษา 62115245225 รหัสนั กศึกษา 62115245229 รหัสนั กศึกษา 62115245231
พระอภัยมณีนี่ไซร้ ดีงาม
คุณค่าระบือนาม ทั่วหล้า
สมเป็นดั่งมณีงาม ปดับแก่ หนังสือ
ทั่วทุกประเทศถ้า อ่านได้จกกดี
- กลุ่มที่ 4 พระอภัยมณี -