The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

L12-ฝึกการใช้เครื่องมือในชุมชน-เครื่องมือ-7-ชิ้น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by bennywomen, 2023-02-27 23:48:49

L12-ฝึกการใช้เครื่องมือในชุมชน-เครื่องมือ-7-ชิ้น

L12-ฝึกการใช้เครื่องมือในชุมชน-เครื่องมือ-7-ชิ้น

เครื่องมือ 7 ช ิ ้ น กระบวนวิชา พ.วช.401(322401) : สุขภาพชุมชนและ สร้างเสริมสุขภาพ อ.ดร.รุ่งนภา มาละเสาร์


ประกอบด้วย 1. แผนที่เดินดิน 2. ผังเครือญาติ 3. โครงสร้างองค์กรชุมชน 4. ระบบสุขภาพชุมชน 5. ปฏิทินชุมชน 6. ประวัติศาสตร์ชุมชน 7. ประวัติชีวิต


เครื่องมือที่ 1 แผนที่เดินดิน (Geo-Social Mapping) • เสมือนบันไดขั้นแรกที่ส าคัญที่สุด น าไปสู่ความเข้าใจชุมชน • ด้วยวิธีการง่ายๆ ใช้เวลาไม่นานนัก • ได้ข้อมูลมาก เร็ว น่าเชื่อถือ • เห็นภาพรวมความเป็นชุมชน • ส ารวจทั่วทั้งชุมชน • อาศัยการสังเกตด้วยตาของตัวเอง • เห็นพื้นที่ทางกายภาพ และเข้าใจพื้นที่ทางสังคม


ข ้ น ั ตอนการทา แผนท ี ่ เด ิ นด ิ น น าแผนที่ชุมชน (แผนที่ตั้งโต๊ะ) ที่มีอยู่แล้วมาประกอบ ลงข้อมูลพื้นฐานในแผนที่ ลงพื้นที่เดินส ารวจ พูดคุย สัมภาษณ์และสังเกต เขียนอธิบายเพิ่มเติมรายละเอียดทางกายภาพของบ้านเรือน


แผนท ี ่ ช ุ มชน หร ื อแผนท ี ่ ต ้ ง ัโตะ ๊ • ไม่จ าเป็นต้องส ารวจด้วยตัวเอง • สะดวก ประหยัดเวลา • สิ่งที่ปรากฏอาจผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง


ข้อแนะน าในการท าแผนที่เดินดิน • ไม่นั่งรถท าแผนที่ ควรเดินเท้าส ารวจด้วยตัวเอง • หากเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ ระยะห่างมากๆ อาจใช้จักรยาน หรือ จักรยานยนต์ • น าแผนที่เก่ามาตรวจสอบ เผื่อมีการเปลี่ยนแปลง • เมื่อมีทีมหลายคน รวมกลุ่มกันเดินเพื่อให้ได้แผนที่เดียว • การมีผู้น าพาไป ท าให้ได้ข้อมูลที่รวดเร็ว แต่อาจมีอคติได้ • เขียนข้อสังเกต เช่น • ความสัมพันธ์ทางสังคม • หน้าที่ทางสังคม • ความทรงจ าที่เรามีเกี่ยวกับพื้นที่ทางกายภาพ เช่น โยงบ้านที่เป็นสมาชิกกลุ่ม ญาติพี่น้องกัน เป็นต้น


• สังเกต + พูดคุยแลกเปลี่ยนกันในทีมระหว่างเดินส ารวจ เช่น ...ดังรูป


พ ้ ื นท ี ่ ทางกายภาพ


กิ จ ก ร ร ม ท า ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ใ น ชุ ม ช น


แผนที่เดินดิน • มีความทรงจ า • มีความสัมพันธ์ทางสังคม • มีหน้าที่ทางสังคม


แผนที่เดินดิน • มีความทรงจ า • มีความสัมพันธ์ทางสังคม • มีหน้าที่ทางสังคมของสิ่งที่อยู่ในแผนที่ เนื่องจากส ารวจสุขภาพชุมชน • ส ารวจโรคต่างๆ (อยากให้เพิ่มเติมในแผนที่)


ประโยชน์ของแผนที่เดินดิน • ท าให้เห็นภาพรวมของชุมชนได้อย่างครบถ้วนที่สุด • ได้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่จ านวนมากในระยะเวลาที่สั้นที่สุด • ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือมากที่สุด เพราะได้มาจากการสังเกตด้วยตัวเอง • ท าให้เห็นกลุ่มเป้าหมายที่จะท างานต่อได้อย่างครอบคลุมทั่วถึง • ช่วยในการเริ่มต้นความสัมพันธ์และสร้างความคุ้นเคยกับสมาชิกในชุมชนได้เป็นอย่างดี


เครื่องมือที่ 2 ผังเครือญาติ (Genogram) • ความสัมพันธ์ที่ถือได้ว่าเป็นพื้นฐานที่สุดของชีวิตในชุมชน คือ ความสัมพันธ์แบบเครือญาติ • แผนผังที่เขียนขึ้นเพื่อแสดงระบบความสัมพันธ์ในเชิงเครือญาติ • บอกถึงความสัมพันธ์ที่เป็นรากฐานที่สุดของชีวิตครอบครัวและจะมีความเกี่ยวข้องกันไปตลอดชีวิต • เป็นเครื่องมือง่ายๆที่ท าให้เรารู้จักคนในชุมชนได้ดี • การใช้สัญลักษณ์ เพื่อให้เข้าใจตรงกัน • ตัวบุคคล • เส้นแสดงความสัมพันธ์ทางสายเลือด (consanguinity) • ความสัมพันธ์จากการแต่งงาน (affinity)


สัญลักษณ์มาตรฐาน (สามารถปรับสัญลักษณ์ได้*) = ผู้หญิง = ผู้ชาย = การตาย = คนป่ วย = ข้ามเพศ = ผู้ให้ข้อมูล = การแต่งงาน = การหย่าร้าง = ขัดแย้ง หรือมีปัญหากัน = กระท ารุนแรง = หม้าย = ไม่ระบุเพศ


สัญลักษณ์มาตรฐาน (สามารถปรับสัญลักษณ์ได้*) = การมีภรรยา สองคน (ตัวเลขแทนล าดับภรรยา) 1 2 = การมีบุตร (ตัวเลขแทนล าดับบุตร) 1 2 3 4 5 6 7 แฝด แฝดเหมือน ลูกเลี้ยง เส้นประ แสดงสมาชิกที่อาศัยในบ้านหลังเดียวกัน


การท าผังเครือญาติ ควรเก็บและสอบถามจากผู้ให้ข้อมูลหลัก หรือ Key informant ความสัมพันธ์ในผังเครือญาติ ต้องสอบถามเกี่ยวกับลูกหลานและการ แต่งงานระหว่างตระกูลด้วย ควรสอบถามเชื่อมโยงออกไปให้มากที่สุด การอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวของรักร่วมเพศ อาจต้องใช้การเขียน ค าอธิบายเพิ่มเติม


การเปรียบเทียบผังเครือญาติ


หมายเหตุ: สัญลักษณ์อาจมีความแตกต่างกันไปในแต่ละต ารา ฉะนั้นทุกครั้งที่เขียนแผนผังใดๆ ก็ตาม ต้องมีค าอธิบายสัญลักษณ์ไว้ด้วย เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน


ประโยชน์ของผังเครือญาติ • ช่วยให้เข้าใจโครงสร้างความสัมพันธ์เชิงเครือญาติ เชื่อมโยงกันแบบที่เข้าใจง่าย • ท าให้ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์เครือญาติสามารถถ่ายทอดและเรียนรู้กันได้ผ่านรูปแบบ สัญลักษณ์ง่ายๆ • ใช้วิเคราะห์ความสัมพันธ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเกี่ยวกับพฤติกรรมสุขภาพ และโรคทางพันธุกรรม • ช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีและความสนิทสนมระหว่างผู้ท ากับชาวบ้านได้อย่างรวดเร็ว


เครื่องมือที่ 3 โครงสร ้ างองค ์ กรช ุ มชน (Community organization) • คือความสัมพันธ์ของบุคคลในชุมชนทั้งที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อการปฏิบัติงาน • ทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ • ประกอบด้วยความสัมพันธ์หลายแบบ ได้แก่ • ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ • ความสัมพันธ์ทางสังคม • ความสัมพันธ์ทางการเมือง


ข ้ น ั ตอนการทา โครงสร ้ างองคก ์ รช ุ มชน รวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์หรือสังเกตปฏิสัมพันธ์ทางสังคมต่างๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ, ความสัมพันธ์ทางสังคม, ความสัมพันธ์ทางการเมือง ท าแผนผัง → ผู้น า บุคคลที่มีความสัมพันธ์กับผู้น า อาศัยสัญลักษณ์ • บุคคลนั้นเป็นสมาชิกในกลุ่ม ล้อมรอบเป็นกลุ่มเดียวกัน • บุคคลนั้นสัมพันธ์ระห่างกลุ่ม ใช้เส้นเชื่อมโยง


ความสม ั พน ั ธ ์ ทางเศรษฐก ิ จ • อาชีพ: อะไรบ้าง สัดส่วนอาชีพ อาชีพหลัก • ปัจจัยการผลิต อ านาจการตัดสินใจ • ฐานะทางเศรษฐกิจภายในชุมชน แตกต่างกันไหม? • การใช้ชีวิต การหารายได้ และแบ่งระดับรายได้ • จ านวนครอบครัว: ฐานะ รายได้ประจ า เช่าที่ท ากิน รับจ้าง ภาระหนี้สิน • กองทุนหมุนเวียน • แหล่งเงินกู้


ความสัมพันธ์ทางสังคม • กลุ่มทางสังคมนั้นจัดตั้งโดยรัฐหรือชุมชนเอง กลุ่มอาชีพ กลุ่มอิทธิพล • การศึกษา: ระบบ ระดับ • องค์การศาสนา ความเชื่อ ความอาวุโส • บทบาทของ หญิง ชาย ข้ามเพศ • ต้นทุนทางสังคม เช่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น ผู้น าไมเป็นทางการ ระบบความสัมพันธ์ ค่านิยม • ความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างทางสังคม เช่น • สามี-ภรรยา • ผู้ปกครอง-ลูก • ผู้น า-ลูกบ้าน


ความสัมพันธ์ทางการเมือง • โครงสร้างการปกครองท้องถิ่น เช่น ผู้น า กรรมการ องค์กรต่างๆ • ลักษณะทั่วไปของการเมืองท้องถิ่น เช่น มีกลุ่มที่ได้ประโยขน์ และความขัดแย้ง • ความสัมพันธ์ของนักการเมืองท้องถิ่น กับ นักการเมืองระดับชาติ • รูปแบบการมีส่วนร่วมในชุมชน เช่น การเกิดมติ การแสดงความคิดเห็น การตัดสินใจในกิจการของชุมชน • เวทีสาธารณะในชุมชน เช่น วงเหล้าทุกเย็นพูดคุยเรื่องการเมือง


สัญลักษณ์ที่ใช้ในผังโครงสร้างองค์กรชุมชน = ผู้หญิง = ผู้ชาย = ความสัมพันธ์ที่ดี = ความสัมพันธ์ที่ไม่ดี = ความสัมพันธ์ในกลุ่มเดียวกัน = ความสัมพันธ์แบบเครือญาติตามลูกศร ในที่นี้คือ นางสาว ก. เป็นพี่สาวของ นาย ข. ก ข พี่ เพิ่มจ านวนเส้นได้เพื่อพื่อเน้นความใกล้ชิด หรือรุนแรง ตามลักษณะความสัมพันธ์


= ผู้หญิง = ผู้ชาย = ความสัมพันธ์ใน กลุ่มเดียวกัน หมายเหตุ: สัญลักษณ์อาจมีความแตกต่างกันไปในแต่ละต ารา ฉะนั้นทุกครั้งที่เขียนแผนผังใดๆ ก็ตาม ต้องมีค าอธิบายสัญลักษณ์ไว้ด้วย เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน


ประเด็นส าคัญ • เห็นความสัมพันธ์ เห็นโครงสร้าง • รายชื่อองค์การอาจเป็นภาพลวงตา • บทบาทหน้าที่และอ านาจเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง • โครงสร้างองค์กรชุมชน คือ ศักยภาพของชุมชน


ประโยชน์ของโครงสร้างองค์กรชุมชน • ชัดเจนถึงมิติความสัมพันธ์ในชุมชน ช่วยให้จัดความสัมพันธ์ของเรากับชุมชนได้เหมาะสม • กลุ่มไหนมีบทบาทต่อการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม • กลุ่มไหนเป็นมิตร กลุ่มไหนขัดแย้ง • เห็นศักยภาพที่มีอยู่ผ่านเครือข่ายความสัมพันธ์ซึ่งจัดว่าเป็น ‘ทุนทางสังคม’ ที่จะขับเคลื่อนไปได้


เครื่องมือที่ 4ระบบส ุ ขภาพช ุ มชน • สุขภาพ เชื่อมโยงกาย ใจ สังคมและสิ่งแวดล้อม จิตวิญญาณ • สุขภาพเป็นผลกระทบจากสังคม และ ส่งผลกระทบต่อความอยู่ดี • สะท้อนมิติชุมชนด้านอื่นๆ ระบบวิธีคิด โลกทัศน์ หรือจักรวาลวิทยาของท้องถิ่น • เมื่อเผชิญวิกฤติด้านสุขภาพ มักท าให้มนุษย์ต้องอาศัยค าอธิบายหรือค าตอบที่มีรากฐานจากวิธีคิด และโลกทัศน์ในวัฒนธรรมท้องถิ่น


โลกส ุ ขภาพของชาวบา ้ นอยา ่ งง ่ ายแบ ่ งเป็ น 3 ระบบ (Popular section)


Mind map (optional)


เพื่อแสวงหาแนวทางการส่งเสริมปัจจัยบวกและลดปัจจัยเสี่ยง ซึ่งเป็นการเสริมระบบสุขภาพให้เข้มแข็งมากขึ้น


ประโยชน์ของระบบสุขภาพชุมชน • ได้เห็นระบบการแพทย์ที่หลากหลายในชุมชน • เห็นคุณค่าของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นตน • สามารถเลือกระบบการแพทย์ในชุมชนนั้นๆ มาประยุกต์ใช้กับงานด้านสาธารณสุขได้


เครื่องมือที่ 5 ปฏ ิ ทน ิ ช ุ มชน • คือตารางกิจกรรมที่เกิดขึ้นในชุมชนในแต่ละช่วงเวลา • รวบรวมเหตุการณ์และปรากฏการณ์ในชีวิตประจ าวันของชุมชนในรอบปี รอบเดือน หรือช่วงระยะเวลาหนึ่ง • ถือเป็นรากฐานการท างานเชิงรุก • เป็นเหมือนเครื่องมือในการเรียนรู้มิติเวลา (Time)


ระบาดวิทยาเชิงพรรณนา (Descriptive epidemiology) Place • แผนที่เดินดิน Person • ผังเครือญาติ • โครงสร้างองค์กรชุมชน Time • ปฏิทินชุมชน


ปฏิทินชุมชน มี 2 ลักษณะ 1. ปฏิทินทางเศรษฐกิจ


• 2. ปฏิทินทางวัฒนธรรม/สังคม


ประโยชน์ของปฏิทินชุมชน • เข้าใจแบบแผนกิจกรรม เหตุการณ์ ของชุมชนที่เกิดขึ้น และสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างเหมาะสม • เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมหรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชน • สามารถวางแผนการท างานกับชุมชนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะเชิงรุก


เครื่องมือที่ 6 ประวต ั ศ ิ าสตร ์ ช ุ มชน • เรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ผ่านมาของชุมชนในช่วงเวลาหนึ่ง • บอกเล่าจากมุมมองของชุมชนเอง • ผสมผสานข้อเท็จจริง จินตนาการ และความทรงจ าของท้องถิ่น • ถูกสืบทอดผ่านเรื่องเล่า ต านาน สถานที่บันทึก ขนบ แบบแผนการปฏิบัติต่างๆของชุมชน • ส าคัญต่ออัตลักษณ์ ความนึกคิด ทัศนะ ท่าทีของชุมชน


ขอ ้สง ั เกตเก ี ่ ยวกบ ั การศ ึ กษาประวต ัิ ศาสตร ์ ช ุ มชน • มักไม่มีการจดบันทึกเป็นเอกสารหรือหาเอกสารโดยตรงได้ยาก • มักเป็นความทรงจ า เรื่องเล่า หรือ อาจถูกบันทึกไว้ในชื่อเรียก เช่น สถานที่ ข้าวของ บุคคล ค าสอน ผญา เพลง พิธีกรรม แบบแผน พฤติกรรม • จินตนาการและการตีความพอๆกับข้อเท็จจริง หลักฐาน และเหตุผล อาจแตกต่างกับประวัติศาสตร์ทางการ • ไม่ว่าจะมีประวัติศาสตร์ยาวนานหรือสั้นๆ ก็มีประโยชน์


วิธีศึกษา เข้าใจประวัติศาสตร์ชาติ ล าดับเหตุการณ์ส าคัญๆ สอบถามหรือสัมภาษณ์ผู้รู้ในท้องถิ่น ซึ่งเป็น Key informant แบ่งค าถามเป็นหมวดหมู่ เขียนเป็นบทความ หรือ timeline ด้วยสัญลักษณ์


สัญลักษณ์ที่ใช้ในประวัติศาสตร์ชุมชน = เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวและไม่มีความต่อเนื่อง = ระยะเวลาที่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นและสิ้นสุดไปแล้ว = ระยะเวลาที่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นและยังด าเนินต่อไป = เหตุการณ์ส าคัญภายนอกที่ส่งผลต่อเหตุการณ์ในชุมชน


ประโยชน์จากการศึกษาประวัติศาสตร์ชุมชน • เหมือนกับการได้เข้าใจคนคนหนึ่งว่าเขามีความเป็นมาอย่างไร • ลดอคติหรือภาพลักษณ์แบบเหมารวม เช่นเข้าใจสาเหตุที่ชุมชนไม่เข้าร่วมกิจกรรม • ท าให้เราสามารถเลือกวิธีการท างานกับชุมชนให้สอดคล้องกับประสบการณ์ ความคาดหวัง และศักยภาพ ของชุมชนได้ดีขึ้น


เครื่องมือที่ 7 ประวัติชีวิต • เป็นเรื่องราวของบุคคลที่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาเป็น เป็นเรื่องราว • บอกแง่มุมต่างๆ ของชีวิต ที่ถ่ายทอดผ่านเรื่องเล่า สะท้อนคุณสมบัติ บุคลิกภาพ นิสัยและความ นึกคิด ท าให้เราเข้าใจตัวตนและชีวิตของคนนั้นๆ • น ามาเขียนเป็นเรื่องราว หรือ • น ามาเรียงร้อยเป็นล าดับตาม Timeline จะช่วยให้เห็นเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น ปล. ประวัติชีวิต และผังเครือญาติ→ ผู้ให้ข้อมูลเป็นบุคคลคนเดียวกันได้


หลักส าคัญ • เรียนรู้มิติความเป็นมนุษย์ในงานชุมชน • มุ่งเข้าใจและซึมซับเรื่องราว ประสบการณ์ชีวิตของคนในชุมชน • เน้นเรื่องราว (story) มากกว่าข้อเท็จจริง (fact) • เขียนเรื่องเล่า หรือ timeline


วิธีศึกษา สร้างความคุ้นเคยและไว้วางใจ เวลาจ ากัดไม่สามารถศึกษาทุกชีวิต เลือกคนส าคัญ ถามหาเรื่องราวไม่ใช่ข้อเท็จจริง -> ค าถามปลายเปิด จดบันทึก หากบันทึกเสียงหรือภาพต้องขออนุญาตก่อน


Click to View FlipBook Version