ศาสนาเตา๋
ศำสนำเตำ๋
จัดทำโดย
นางสาว ณฐั กมล ศรีเทย่ี ง
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ๕่ี เลขท๑ี่ ๑
เสนอ
คณุ ครู กรวรรณ โกฏิมูล
รำยงำนนี้เป็นส่วนหนงึ่ ของรำยวชิ ำ
วชิ าสังคมศึกษา (ส32103)
โรงเรียนแมแ่ จ่ม
ภาคเรียนท่ี2 ปีการศกึ ษา 2562
ก
คานา
หนงั สือเร่ือง ‘ศาสนาเต๋า’ เล่มน้ี เป็นส่วนหน่ึงของวชิ าสังคมศึกษา รหสั วชิ า ส32103
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่5 มีจุดประสงคเ์ พอ่ื ศึกษาเก่ียวกบั ความรู้เร่ืองศาสนาเต๋า ซ่ึงหนงั สือเล่มน้ีมี
เน้ือหาเก่ียวขอ้ งกบั ความหมายประวตั ิของศาสนาต่างๆ มีความสาคญั ของศาสนา ประเภทของ
ศาสนา และอิทธิพลท่ีมีผลต่อการนบั ถือศาสนาต่างๆ ท่ีสะทอ้ นถึงค่านิยมความคิดเก่ียวกบั
ศาสนาต่างๆและความเชื่อต่างๆของศาสนา
การศึกษาคน้ ควา้ เรื่อง “ศาสนาเต๋า” เล่มน้ี ขา้ พเจา้ ไดว้ างแผนการดาเนินการศึกษาคน้ ควา้
เป็นระยะเวลา 1 สปั ดาห์ ศึกษาจากแหล่งความรู้ต่างๆ อาทิ หนงั สือเรียนพระพุทธศาสนา ม.๕
และแหล่งความรู้จากเวบ็ ไซตต์ ่างๆในอินเทอร์เน็ต
การจดั ทาหนงั สือเล่มน้ีสาเร็จตามวตั ถุประสงคไ์ ปดว้ ยดี ขา้ พเจา้ ขอขอบพระคุณ
คุณครู กรวรรณ โกฏิมูล ที่ท่านไดใ้ หค้ าแนะนาต่างๆเก่ียวกบั การเขียนหนงั สือจนทาใหห้ นงั สือ
เล่มน้ีสมบูรณ์ไดใ้ นแผนปฏิบตั ิศกึ ษาการทาหนงั สือ การเรียบเรียงเน้ือหาและการเขียน
บรรณานุกรมไดส้ าเร็จลุล่วงไปดว้ ยดี ขา้ พเจา้ หวงั เป็นอยา่ งยงิ่ วา่ เน้ือหาในหนงั สือเล่มน้ีท่ีได้
เรียบเรียงมาจะเป็นประโยชนต์ ่อผสู้ นใจเป็นอยา่ งดี หากมีส่ิงใดในหนงั สือเล่มน้ีตอ้ งปรับปรุง
ขา้ พเจา้ ขอนอ้ มรับในคาช้ีแนะและจะนาไปแกไ้ ขและพฒั นาใหถ้ ูกตอ้ งสมบูรณ์ต่อไป
นางสาวณฐั กมล ศรีเท่ียง
26 มกราคม 2563
สารบญั ข
เร่ือง หน้า
คานา ก
สารบญั ข
ประวตั ิศาสนาเต๋า 1
ความสาคญั ของศาสนาเต๋า 2
ประวตั ิศาสดา 3
คมั ภีร์ของศาสนาเต๋า 4
หลกั ธรรม 5
นิกาย 6
พิธีกรรม
สญั ลกั ษณ์ 7
ประเทศที่นบั ถือศาสนาเต๋า 7
บรรณานุกรม 8
9
1
ประวตั ศิ าสนาเตา๋
ความหมายของ
“ เตา๋ ”
เต๋า คือ “ธรรมชาติ หรือธรรมชาติผู้สร้างที่ยิ่งใหญ่” (Great Creating Nature) เชื่อในความมีอยู่
เป็นอยู่ของธรรมชาติ บูชาธรรมชาติ หรือเป็นศาสนาท่ีเน่ืองด้วยธรรมชาติ ศาสนาเต๋าน้ีเร่ิมต้นใน
ฐานะเป็นปรัชญาคือไม่มีพิธีกรรม ไม่มีข้อปฏิบัติอะไรมากไปกว่าข้อคิดและคาสอนท่ีปรากฏในคมั ภรี ์
เต๋าเต็กเก็ง
ประวตั คิ วามเปน็ มา
ศาสนาเต๋าเกิดข้ึนและพัฒนาในช่วงเวลาท่ีจีนตกอยู่ภาวะของการมีสงครามภายในประเทศ ซ่ึงเป็นสงครามท่ี
ยืดเย้ือยาวนาน ในศตวรรษท่ี 5 ประเทศจีนถูกแบ่งออกเป็นแคว้นใหญ่ๆหลายแคว้น สังคมจึงมีแต่ความสับสน
วุ่นวายแต่ก็นับว่าเป็นโชคดีที่เหตุการณ์เลวร้ายต่างๆเหล่านี้เป็นแรงผลักดันให้นักปราชญ์จีนเริ่มหันมาพัฒนา
แนวคดิ ทางด้านอภปิ รชั ญา
ศาสนาเตา๋ มอี ทิ ธิพลทาให้สังคมทีม่ ีความสับสนวุน่ วายคอ่ ยๆสงบ
ศาสนาเต๋า ทาให้การดาเนนิ ชีวิตของคนในสังคมมคี วามเรยี บง่าย ไม่ฟงุ้ เฟ้อ
ศาสนาเต๋า สอนให้คนทาประโยชน์แก่คนอ่นื โดยไมแ่ ฝงความเห็นแก่ตัวไว้
ศาสนาเต๋า มีอิทธิพลเปล่ียนแปลงแนวความคิดของคนอื่นซึ่งแต่เดิมนับถือภูตผีปีศาจให้เน้นเรื่องอภิปรัชญา
มากข้นึ และทาให้สงั คมของคนจีนเจริญกา้ วหนา้
2
ความสาคญั ของ
ศาสนาเตา๋
1. ศาสนาเต๋า มีอิทธิพลทาใหส้ ังคมทีม่ คี วามสับสนวนุ่ วายคอ่ ยๆสงบ
2. ศาสนาเต๋า ทาให้การดาเนินชีวิตของคนในสงคมมีความเรียบง่าย ไม่
ฟงุ้ เฟอ้
3. ศาสนาเต๋า สอนให้คนทาประโยชน์แก่คนอ่ืนโดยไม่แฝงความเห็นแก่ตัว
ไว้
4. ศาสนาเต๋า มีอิทธิพลเปลี่ยนแปลงแนวความคิดของคนอื่นซ่ึงเดิมนับถือ
ภูตผีปีศาจให้เน้นเรื่องอภิปรัชญามากข้ึน และทาให้สังคมของคนจีน
เจรญิ กา้ วหน้า
3
ประวตั ศิ าสดา
เล่าจื้อ รับการยกย่องให้เป็นศาสดาของศาสนาเต๋า เกิดประมาณปี 604 ก่อน ค.ศ.ในตระกูลแซ่ “ล้ี”
หมู่บ้านเค้กย้ินล้ี ตาบลไหล่ จังหวัดโฮนาน ในแผ่นดินกษัตริย์ราชวงศ์จิวหรือเจา เม่ือประมาณปี 604
ก่อน ค.ศ. สถานที่เกิดของเล่าจ้ือตามที่กล่าวมานี้ ตรงกับเมืองลูยี ( Luyi ) ในปัจจุบันอยู่ในตาบลโฮนาน
หา่ งจากเมอื งโปเลียนประมาณ 40 ลี้
คาว่า “เลา่ จอื้ ” แปลว่า ผู้เฒ่า นักประวตั ิศาสตร์แบ่งเรื่องราวของเลา่ จ้อื ไวเ้ ป็น 3 ระยะ
ดังน้ี
1.เล่าจื้อเคยเปน็ เจา้ หน้าท่ใี นราชสานกั สมยั ราชวงศจ์ ิว
2.ขงจื้อเคยมาเย่ยี มเล่าจื้อ
3.เล่าจ้ือเดินทางออกจากราชวงศ์จวิ
ในที่สุดเล่าจ้ือก็ได้เดินทางมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก บอกกล่าวคาสอนของตนเองให้คน
ยามฟังและให้จดจาไว้ เสร็จแล้วตัวเขาเองก็ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย คาสอนท่ียามเฝ้าประตูจดจาก
เลา่ จื้อไว้ คือ “คัมภีร์เต๋าเต็กเก็ง”
คัมภีร์เต๋าเต็กเก็งส่วนใหญ่เป็นเรื่องหลักเก่ียวกับสากลโลก ธรรมชาติ และชีวิต โดยแบ่ง
ออกเป็น 2 ภาคกลา่ วถงึ คณุ ธรรมตา่ งๆ รวมตัวอกั ษรประมาณ 5500 คา
อยา่ งไรก็ตาม จากการวจิ ยั ของนกั ศาสนายคุ ใหม่หลายท่านมคี วามเห็นวา่
ผลงานของเล่าจื้อ คือ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ท่ีคัดเลือกตัดทอนมาจากหนังสือหลายเล่ม ซึ่งส่วนหน่ึง
เป็นแนวความคิดที่มีอยู่ทั่วๆ ไปในปรัชญาของจีนสมัยนั้น และอีกส่วนมาจากสานักต่างๆก่อนมีคัมภีร์
เต๋าเต็กเก็งของเล่าจื้อ
4
คัมภรี ์ของศาสนาเตา๋
คัมภีรเ์ ตา้ เตก็ เก็ง อาจจะแยกคาได้ดังน้ี
เตา้ หรือ เตา๋ ไดแ้ ก่ ทาง
เตก็ ไดแ้ ก่ บญุ ความดี หรอื คุณธรรม
เกง็ ได้แก่ สตู ร หรือวรรณคดีชน้ั สูง
คัมภีร์ที่สาคัญท่ีสุดของศาสนาเต๋า คือคัมภีร์ เต้าเต็กเก็ง เป็นคัมภีร์ที่กล่าวถึงเร่ืองเต๋าในหลาย
ลักษณะ มีทั้งหมด 81 บท แปลว่า สัจธรรม คุณธรรมสูตร เพราะมีอยู่ 2 เรื่อง คือ สัจธรรมกับเร่ือง
คณุ ธรรม เลา่ จือ๊ ได้กลา่ วถงึ ประมุข เจ้านคร จรยิ ธรรมและการเก็บภาษี เปน็ ต้น อธบิ ายไดด้ ังนี้
1. เต๋า คือ หนทางคุณสมบัติ วิธีการ กฎ จารีต ธรรมชาติ ฯลฯ เป็นพ้ืนฐานของสรรพสิ่งในโลก เป็น
อมตภาวะ ไม่มเี บ้ืองต้น ทา่ มกลาง และท่ีสดุ ทุกสง่ิ เกิดข้ึนและดับไปในเต๋า
2. เต๋าที่นามาขานกันได้ไม่ใช่เต๋าท่ีแท้จริง นามท่ีบัญญัติได้ไม่ใช่นามที่แท้จริง อภาวะ คือ ความไม่มี
เป็นเบื้องตน้ แหง่ ฟา้ และดนิ
3. จากเต๋า หน่ึงก็เกิดข้ึน จากหน่ึงสองก็เกิดข้ึน จากสามสากลโลกถูกสร้างขึ้น เต๋าทาให้เกิดหนึ่ง หนึ่ง
ทาใหเ้ กิดสอง สองทาใหเ้ กดิ สาม สามทาใหเ้ กดิ สง่ิ ทงั้ ปวง
5
หลกั ธรรม
หลักธรรมของศาสนาเต๋าก็คือ การดารงชวี ิตให้กลมกลืนกับธรรมชาติ หรือการพยายามทาให้ถูกหลัก
ของเต๋า ได้แก่ การบาเพ็ญคุณงามความดี ไม่ฟุ้งเอเห่อเหิม อยากเป็นใหญ่เป็นโต ทาจิตใจให้สงบ
ถ่อมตัว พยายามอยู่ในที่ต่าเสมอ สรุปแล้วหลักคาสอนของศาสนาเต๋ามีทั้งฝ่ายโลกและฝ่ายธรรม แต่
เน้นหนักไปทางฝ่ายธรรม เป็นเร่ืองท่ีน่าเสียดายท่ีหลักธรรมคาสอนของศาสนาเต๋า มิได้รับการ
ส่งเสรมิ สนับสนนุ มากพอ แต่กลบั ไปส่งเสริมและเน้นหนักไปในเร่ืองเครื่องรางของขลงั เวทมนต์คาถา
และการแสวงหายาอายุวัฒนะ หรือ ยาอมฤต คอื กินแลว้ ทาใหค้ นไมต่ าย
6
นิกาย
ตั้งแต่ปลายทศวรรษที่ 11 แห่งคริสต์ศักราชเป็นต้นมามีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด ระหว่างศาสนาเต๋า
ฝ่ายใต้กับฝา่ ยเหนือ
กลุ่มของผู้อยู่ทางใต้ของแม่น้าแยงซี เป็นพวกนิกายเช้งอิ ซ่ึงมีความเชื่อในฤทธานุภาพแห่ง ท่าน
อาจารย์บนสวรรค์(เทียนจ๊ือ) เพราะฉะนั้นบางคร้ังนิกายนี้จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหน่ึงว่า " นิกายเทียนจ๊ือ "
ท่านอาจารยบ์ นสวรรค์ ได้แก่ จางเตา้ หลิง ซ่งึ ถือกันว่าเป็นบูรพาจารย์แหง่ ศาสนาเต๋า ดาบของท่านสามารถ
ฆา่ ภูตผิ ีปศี าจ ซ่ึงอยไู่ กลถงึ พันไมล์ นิกายนีเ้ ชือ่ เร่ืองคาถาอาคม เชน่ ใชค้ าถากนั ฝนตก กันฝนแลง้ ไลผ่ ี และ
เข้าทรง พวกท่ีนับถือนิกายนี้มีชีวิตความเป็นอยู่แบบชาวบ้านท่ัวไป และมีครอบครัวต่างจากนักบวชของ
นิกายฝา่ ยเหนอื
กลุ่มของผู้อยู่ทางเหนือ เป็นพวกนิกายชวนเชน คาสอนของนิกายนี้ คือ ควรดารงชีพให้กลมกลืนกับ
ธรรมชาติ รักสงบ เป็นอยู่อย่างง่ายๆ ซ่ึงจะเป็นเช่นนั้นได้ดีด้วยการครองชีพแบบนักบวช กลุ่มของนิกายน้ี
ส่วนใหญ่สละบ้านเรือนออกไปอยู่ในวัด รับประทานอาหารเจ อดอาหารในบางโอกาส และผู้ท่ีอยู่เป็น
นักบวชจะแตง่ งานไม่ได้ ดมื่ นา้ เมาไม่ได้
“ นอกจากสองนิกายใหญ่ๆนี้ ยงั มีนิกายย่อยๆอีกหลายนิกายซึง่ ไม่ค่อยมีความสาคัญนัก บางคร้ังนิกาย
ย่อยๆเหลา่ นเ้ี รียกวา่ นิกายลบั หรือ สมาคมลับ
7
พธิ ีกรรม
พิธีกรรมที่สาคัญ คือ การบูชาบรรพบุรุษ แต่ในปัจจุบันนี้ พิธีกรรมท่ีเก่ียวข้องกับชีวิตชาวจีน มัก
เกยี่ วกับเวทมนตรค์ าถา และการปลุกเสก
นักบวชศาสนาเต๋า ทาหน้าท่ีเป็นท่ีปรึกษา ให้ฤกษ์ยาม และวันมงคล ในการประกอบพิธีต่างๆ
นักบวชหาเล้ียงชีพอยู่กับเร่ืองวิญญาณ โดยสอนประชาชนให้รับการชาระบาป นอกน้ัน นักบวชก็
ขายเคร่อื งรางของขลงั ปอ้ งกันภตู ิผีปีศาจ
ดังน้ัน ศาสนาเต๋าท่ีเคยมีปรัชญาสูง แต่มาเปลี่ยนแปลงไปเกือบหมดสิ้น จึงได้กลายเป็นศาสนา
แห่งไสยศาสตร์
สญั ลกั ษณ์
สัญลักษณ์ของศาสนาเต๋าที่ใช้มีอยู่ 2 อย่าง คือ อันหมายถึงการเดินทางคร้ังสุดท้ายเม่ือเล่าจื๊อลาออกจาก
ราชการแลว้ ไปพรมแดนดา้ นตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองโฮนาน สญั ลักษณ์อีกอยา่ งหนึง่ คอื รูป หยนิ - หยาง
เช่นเดียวกับศาสนาขงจ๊ือ เป็นภาพวงกลมแบ่งเป็น 2 ส่วนเท่ากันด้วยเส้นเว้า อันหมายถึง ธรรมชาติย่อมมีส่ิงคู่
กัน เช่น มืดกับสว่าง หยิน แปลว่า ความมืด ความหนาวเย็น ความอ่อนแอและเพศหญิง ส่วนหยาง หมายถึง
ความสว่าง ความรอ้ น ความเขม้ แขง็ และเพศชาย
8
ประเทศทนี่ บั ถอื ศาสนา
เตา๋
ประเทศท่ียังมีการนับถือศาสนาเต๋านั้นคือประเทศจีนและประเทศไต้หวัน แม้ศาสนานี้จะไม่
แพร่หลายนอกประเทศจีนนัก แต่ก็พบว่ามีศาสนิกชนจานวนหน่ึงในฮ่องกง มาเก๊า และเอเชีย
ตะวนั ออกเฉียงใต้
9
บรรณานุกรม
ประวตั ิของศาสนาเต๋า เขา้ ถึงไดจ้ าก :
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%
B9%80%E0%B8%95%E0%B9%8B%E0%B8%B2
http://www.satit.up.ac.th/BBC07/AroundTheWorld/reli/81.htm
http://susu405603034.blogspot.com/