The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

วิชาเค้กและการแต่งหน้าเค้ก

หน่วยที่ 1

หน่วยที่ 1

ความรู้เบือ้ งต้นในการทาเค้กและการแต่งหน้าเค้ก

ความรู้เบ้อื งตน้ ในการทาเคก้ และการแต่งหนา้ เคก้

1. ความหมายและความสาคญั ของเคก้
2. ความเป็นมาของเคก้
3. ความหมายและความสาคญั ในการแต่งหนา้ เคก้
4. ความรู้เบ้อื งตน้ ในการแต่งหนา้ เคก้
5. ขอ้ ควรปฏิบตั ิในการทาเคก้ และการแต่งหนา้ เคก้
6. มาตราการชงั่ ตวง วดั
7. คาศพั ทเ์ ทคนิคในการทาเคก้ และการแต่งหนา้ เคก้

2

ความรู้เบ้อื งตน้ ในการทาเคก้ และการแตง่ หนา้ เคก้

หน่วยท่ี 1

เรื่อง ความรู้เบอื้ งต้นในการทาเค้กและการแต่งหน้าเค้ก

สาระสาคญั

สมยั หลงั สงครามโลกคร้งั ท2่ี เคก้ เป็นผลิตภณั ฑเ์ บเกอรี่ที่ไดร้ บั ความนิยมในประเทศไทยเพราะ
ประเทศไทยมีการตดิ ตอ่ ทาธุรกิจกบั ตา่ งประเทศ อีกท้งั มีนกั ท่องเที่ยวเขา้ มาในประเทศไทยทาให้
ผลิตภณั ฑเ์ บเกอร่ีเป็นท่ีรูจ้ กั และนิยมนาเคก้ มาใชใ้ นงานเล้ียงสงั สรรค์ งานมงคล งานวนั เกิด ฯลฯ

การแต่งหนา้ เคก้ ( Cake Decoration) เพอ่ื ความสวยงามและดึงดูดความสนใจใหก้ บั ผบู้ ริโภค
การแตง่ หนา้ เคก้ จึงไดร้ บั ความนิยม ในปัจจุบนั มีการแตง่ หนา้ เคก้ หลากหลายรูปแบบมากข้นึ
การทาเคก้ และการแตง่ หนา้ เคก้ ( Cake and Cake Decoration) ผผู้ ลิตจะตอ้ งมีความรู้ ความชานาญ
เรื่องของการชง่ั ตวง วดั ส่วนผสมใหถ้ ูกตอ้ งเพอื่ ใหไ้ ดเ้ คก้ ท่ีมีสดั ส่วน และส่วนผสมทีถ่ ูกตอ้ งซ่ึงจะ
ส่งผลใหไ้ ดเ้ คก้ ทม่ี ีคุณภาพ การแตง่ หนา้ เคก้ ใหส้ วยงามเป็ นท้งั ศาสตร์และศลิ ป์ ท่ีจะตอ้ งใชค้ วามชานาญ
ความคดิ ริเริ่มสรา้ งสรรคม์ าตกแตง่ ลวดลายบนหนา้ เคก้ ใหเ้ ป็ นท่ดี ึงดูดความสนใจของผบู้ ริโภคมากข้นึ

จุดประสงค์การเรียนรู้

1. บอกความหมาย ความสาคญั และความเป็นมาของเคก้ ได้
2. บอกความความหมาย ความสาคญั และความรูเ้ บ้ืองตน้ ในการแตง่ หนา้ เคก้ ได้
3. บอกขอ้ ควรปฏิบตั ใิ นการทาเคก้ และการแต่งหนา้ เคก้ ได้
4. สาธิตและปฏิบตั ิการชง่ั ตวง วดั ส่วนผสมในการทาเคก้ และการแตง่ หนา้ เคก้ ได้
5. อธิบายคาศพั ทเ์ ทคนิคในการทาเคก้ และการแต่งหนา้ เคก้ ได้
6. ปฏิบตั ิงานดว้ ยความเป็นระเบยี บ เรียบร้อย รอบคอบและมีความรับผดิ ชอบ

3

ความรู้เบ้อื งตน้ ในการทาเคก้ และการแต่งหน้าเคก้

ความรู้เบือ้ งต้นในการทาเค้กและการแต่งหน้าเค้ก

1. ความหมายและความสาคญั ของเค้ก

เคก้ (Cake) หมายถึง ผลิตภณั ฑข์ นมอบท่ีทาจากแป้ งสาลี น้าตาล เกลือ ผงฟู ไขมนั นม ไข่
และกลิ่นรส ส่วนผสมเหล่าน้ีเม่ือรวมกนั จะใหผ้ ลิตภณั ฑเ์ คก้ ท่ีมีเน้ือละเอียดและเบา ส่วนผสมจะตอ้ ง
นามาทาใหม้ ีความสมดุลต่างกนั ไปตามชนิดของเค(ก้จติ ธนา แจม่ เมฆ และอรอนงค์ นยั วกิ ุล2,541 : 134)
เคก้ (Cake) หมายถึง ผลิตภณั ฑท์ ม่ี ีลกั ษณะเน้ือละเอียด เบา ส่วนผสมเคก้ แบ่งออกเป็ น 2 กลุ่ม
คือ กลุ่มทท่ี าใหเ้ กิดโครงสร้างของเคก้ ไดแ้ ก่ แป้ งสาลี ไข่ และนม กลุ่มทท่ี าใหเ้ กิดความนุ่มและเบา
ไดแ้ ก่ น้าตาล ไขมนั และสารทท่ี าใหฟ้ ู เช่น ผงฟู ผงโซดา เป็ นตน้ (แม่บ2า้ 5น5,4 : 68 )
เคก้ (Cake) หมายถึง ผลิตภณั ฑข์ นมอบท่ีมีส่วนผสมหลกั ประกอบดว้ ย แป้ งสาลี น้าตาลไขมนั
และไข่ ความสมั พนั ธโ์ ดยทว่ั ไปของส่วนผสมจะแตกตา่ งกนั ไปตามแต่ชนิดของเคก้ คุณภาพของเคก้
ข้นึ อยกู่ บั คุณภาพของวตั ถุดิบ อตั ราส่วนผสมทเ่ี หมาะสม รวมท้งั วธิ ีการท่ีใชใ้ นการผสม อุณหภูมิ
ของแป้ ง ระยะเวลาและอุณหภูมิทีใ่ ชอ้ บ (บุษกร ศรีนวกุล, 2552 : 80)
สรุปไดว้ า่ เคก้ ( Cake) หมายถึง ผลิตภณั ฑข์ นมอบที่ ไดจ้ ากการรวมตวั ของแป้ งสาลี ไขมนั
น้าตาล เกลือ ผงฟู นม ไข่ และกล่ินรส ในอตั ราส่วนท่ีมีความเหมาะสม มีสูตรที่สมดุลไปตาม
ชนิดของเคก้ นาไปอบใหส้ ุกจะไดเ้ คก้ ที่มีเน้ือละเอียดนุ่มเบา คุณภาพของเคก้ ทไ่ี ดข้ ้นึ อยกู่ บั คุณภาพ
ของวตั ถุดิบ รวมท้งั วธิ ีการทใ่ี ชใ้ นการผสม อุณหภูมิของแป้ ง ระยะเวลาและอุณหภมู ิที่ใชอ้ บถูกตอ้ ง
เคก้ มีรูปร่างที่หลากหลาย เช่น เคก้ ทรงกลม เคก้ ส่ีเหล่ียม เคก้ รูปหวั ใจ เป็นตน้

ภาพที่ 1.1 เคก้ รูปร่างต่าง ๆ
ทีม่ า : เบญจพร ช่วยเกิด . 2555

4

ความรู้เบ้ืองตน้ ในการทาเคก้ และการแตง่ หน้าเคก้

ความสาคญั ของเคก้ ปัจจบุ นั ผลิตภณั ฑเ์ คก้ มีบทบาทในชีวติ ประจาวนั ของคนไทย เพราะ
ผบู้ ริโภคส่วนใหญน่ ิยมรับประทานเคก้ มากข้นึ เช่น รับประทานเป็ นอาหารวา่ งคู่กบั กาแฟ น้าชา
นอกจากน้นั ยงั นิยมนาเคก้ มาจดั เล้ียงในงานมงคลสมรส งานวนั เกิด และงานจดั เล้ียงสงั สรรค์
เทศกาลปี ใหม่ วนั คริสตม์ าส เนื่องจากเคก้ สามารถตกแตง่ ใหม้ ีความสวยงามในรูปแบบต่าง ๆ อีกท้งั
ยงั เขียนขอ้ ความเป็นการส่ือความหมาย ทาใหเ้ กิดความประทบั ใจท้งั ผใู้ หแ้ ละผรู้ ับ

ภาพที่ 1.2 เคก้ งานเล้ียงในโอกาสต่าง ๆ
ท่ีมา : เบญจพร ช่วยเกิด . 2555

2. ความเป็ นมาของเค้ก

เคก้ (Cake) มีรากศพั ทม์ าจากภาษาของชาวไวกิ้งO( ld Norse Word) มาจากคาวา่ “kaka” ประวตั ิเริ่ม
จาก ปี ค.ศ.1843 นกั เคมีชาวองั กฤษชื่อ อลั เฟรดเบริ ์ด (Alferd Bird 1811-1878) ไดค้ น้ พบผงฟู (Baking
Powder) ข้ึนทาใหส้ ามารถทาขนมปังชนิดท่ีไม่มียสี ตไ์ ดเ้ ป็นคร้งั แรก เนื่องจากภรรยาของเขาเป็ นโรค
ภมู ิแพเ้ ก่ียวกบั ไข่และยสี ต์

ในราวศตวรรษท1่ี 3 มีการคน้ พบหลกั ฐานการอบขนมเคก้ ข้นั สูง ทเ่ี ก่าแก่ทสี่ ุดจากชาวอียปิ ตโ์ บราณ
โดยมกั จะเป็นรสชาติของเคก้ ผลไมแ้ ละGinger Bread รูปแบบเคก้ ทรงกลมทีม่ ีในทุกวนั น้ี เริ่มต้งั แตก่ ลาง
ศตวรรษท1่ี 7 ในยโุ รปซ่ึงเป็ นช่วงที่มีการพฒั นาการของเตาอบ แบบพมิ พข์ นม และน้าตาลทราย รสชาติ
ของเคก้ ทน่ี ิยม คือรสผลไม้

ความเป็นมาของเคก้ ในประเทศไทย เม่ือปี พ.ศ.2480 เคก้ ยงั ไม่เป็นท่ีรูจ้ กั มากนกั มีเพยี งบางกลุ่มที่
ไดร้ บั อารยธรรมตะวนั ตก หรือใกลช้ ิดกบั ชาวต่างประเทศท่ีเขา้ มาทาธุรกิจ ร้านเบเกอร่ีในกรุงเทพฯ มี
จานวนไม่มาก รา้ นทรี่ ูจ้ กั ในยา่ นถนนเจริญกรุง คือ รา้ นมอนโลเฮียงเบเกอรี่ ตอ่ มาปี พ.ศ. 2490 หลงั
สงครามโลกคร้ังท่ี 2 ส้ินสุดลง ประเทศไทยมีการติดต่อคา้ ขายทาธุรกิจกบั ตา่ งประเทศ อีกท้งั การ
ทอ่ งเที่ยวขยายตวั มากข้ึน ทาใหธ้ ุรกิจโรงแรมขยายตวั จงึ ตอ้ งผลิตอาหารประเภทขนมอบชนิดต่าง ๆ เช่น
ขนมเคก้ ขนมปัง เพสตร้ี เพอ่ื บริการลูกคา้ และนกั ทอ่ งเที่ยวชาวตา่ งประเทศท่ไี ม่คุน้ เคยอาหารไทย

5

ความรู้เบ้อื งตน้ ในการทาเคก้ และการแตง่ หน้าเคก้

นอกจากน้นั โรงแรมยงั บริการรับจดั เล้ียงใหแ้ ก่หน่วยงานตา่ ง ๆ ท้งั ของรัฐและเอกชนเม่ือมีการจดั ประชุม
สมั มนา งานพธิ ีมงคลสมรส งานวนั เกิดและการจดั เล้ียงสงั สรรค์ ดว้ ยหเ ตุน้ีจงึ ทาใหธ้ ุรกิจเบเกอรี่หรือ
ผลิตภณั ฑข์ นมอบขยายตวั และเป็นทร่ี ูจ้ กั ไดร้ บั ความนิยมอยา่ งแพร่หลายมากข้นึ
ขนมอบเริ่มจดั เป็ นธุรกิจเม่ือสมยั สงครามเวยี ดนาม ประมาณ 30 ปี ทผ่ี า่ นมา ประเทศไทยเป็ นที่
พานกั ของทหารอเมริกนั จึงเป็นช่วงที่กิจการขนมอบเริ่มขยายตวั มากข้นึ มีผคู้ ดิ ก่อต้งั โรงโม่แป้ งสาลี
ข้ึนในประเทศไทยเป็ นแห่งแรก คอื บริษทั ยไู นเตด็ ฟลาวมิลล์ ต่อมามีโรงโม่แป้ งสาลีเพมิ่ ข้นึ อ2ีก3 แห่ง
เช่น บริษทั สยามฟลาวมิลล์ บริษทั แหลมทองสหการ เป็ นตน้ ซ่ึงแตล่ ะแห่งกผ็ ลิตแป้ งสาลีต่ายงห่ี อ้ กนั
ออกมาเพอ่ื จาหน่าย พรอ้ มกบั มีการสาธิตการทาผลิตภณั ฑ์ จดั การฝึกอบรมแนะนาลูกคา้ ผใู้ ชแ้ ป้ งสาลี
และผปู้ ระกอบกิจการขนมอบ เม่ือสงครามเวยี ดนามส้ินสุดลง ธุรกิจขนมอบก็ดาเนินต่อไปและ
ขยายตวั จึงทาใหค้ นไทยเร่ิมบริโภคผลิตภณั ฑข์ นมอบมากข้นึ ไดแ้ ก่ ขนมปัง ขนมเคก้ คุกก้ี พาย
พฟั เป็ นตน้ จนทาใหน้ กั ธุรกิจหลายรายมองเห็นลู่ทางการลงทนุ ทาธุรกิจดงั กล่าว เนื่องจากเห็นวา่
ผลิตภณั ฑข์ นมอบมีบทบาทสาคญั ต่อชีวติ ประจาวนั ของคนไทย นอกจากน้นั ยงั มี หน่วยงานราชการ
เช่น วทิ ยาลยั สารพดั ช่าง วทิ ยาลยั การอาชีพ วทิ ยาลยั อาชีวศกึ ษา มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ และ
โรงเรียนของเอกชนทเ่ี ปิ ดสอนดา้ นขนมอบ ไดเ้ ผยแพร่ความรู้เกี่ยวกบั ขนมอบ พร้อมท้งั มีตาราการฝึกปฏิบตั ิ
ซ่ึงไดร้ ับความสนใจจากประชาชนเขา้ รับการฝึกอบรม เพอื่ นาไปทาบริโภคเองในครอบครัว และเพอื่
ประกอบอาชีพ
ทีม่ าของเคก้ ในวนั เกิด จากการสารวจขอ้ มูลทางประวตั ศิ าสตร์ มีผเู้ ช่ียวชาญดา้ นประวตั ศิ าสตร์
อาหารเช่ือวา่ เคก้ ในวนั เกิดมีจุดเริ่มตน้ มาต้งั แต่สมยั โบราณ เน่ืองจากคนสมยั ก่อนจะทา ขนมเคก้ และ
ขนมปังเพอื่ ใชบ้ ชู าในงานพธิ ีกรรมทางศาสนา งานแต่งงาน งานศพ และงานวนั เกิด ในสมยั กรีกมี
ร่องรอยทางประวตั ิศาสตร์เก่ียวกบั ตานานขนมเคก้ ในวนั เกิดระบุไวว้ า่ เป็ นขนมหวานสาหรับบชู าเทพี
จนั ทรา โดยชาวเมืองกรีกนิยมทาเคก้ น้าผ้งึ หรือขนมปังหวานรูปวงกลม เพอ่ื นาไปบชู าเทพจนั ทราท่ี
วหิ ารอาร์เทอมิส นกั ทฤษฎีบางคนเช่ือวา่ จดุ เร่ิมตน้ ของขนมเคก้ ในวนั เกิด มีคร้งั แรกในประเทศ
เยอรมนีช่วงยคุ กลาง (Middle Ages) ซ่ึงเป็ นยคุ แห่งความรุ่งเรืองของศาสนาคริสต์ โดยชาวคริสตจ์ ะทา
ขนมปังหวานเป็นรูปพระเยซูทรงอยใู่ นผา้ ห่อตวั ขณะประสูติ เพอ่ื ใชเ้ ป็ นสญั ลกั ษณ์ท่ีระลึกในวนั คลา้ ย
วนั ประสูตขิ องพระองค์ ต่อมาชาวเมืองเบียร์ไดน้ าแนวความคดิ ใหม่ ๆ ทาขนมเคก้ เพอื่ ฉลองวนั เกิด
ใหแ้ กเ่ ดก็ ๆ จากน้นั มาธรรมเนียมดงั กล่าวก็ไดป้ ฏิบตั ิสืบทอดตอ่ กนั มาจนถึงปัจจุบนั

6

ความรู้เบ้ืองตน้ ในการทาเคก้ และการแต่งหนา้ เคก้

3. ความหมายและความสาคญั ในการแต่งหน้าเค้ก

การแต่งหนา้ เคก้ (Cake Decoration) หมายถึง การเคลือบหนา้ เคก้ ดว้ ยหนา้ ชนิดต่าง ๆ เช่น การ
แตง่ หนา้ เคก้ ดว้ ยบตั เตอร์ครีม การแต่งหนา้ เคก้ ดว้ ยแยม เป็ นตน้ เพอื่ ช่วยรกั ษาคุณภาพของเคก้ ใหม้ ี
ความชุ่มช้ืนและใหเ้ คก้ มีความสวยงาม จะตอ้ งใชค้ วามรู้ดา้ นศลิ ปะ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ทกั ษะ
ประสบการณแ์ ละความชานาญ
ความสาคญั ในการแตง่ หนา้ เคก้ เพอื่ ใหเ้ กิดความสวยงามและช่วยเพม่ิ คุณค่าใหก้ บั เคก้ การตกแต่ง
ลวดลายตา่ ง ๆ ลงบนหนา้ เคก้ เป็นการส่ือความหมายจากผใู้ หถ้ ึงผรู้ บั เคก้ เช่น การแตง่ เคก้ ลาย
พวงมาลยั สาหรับผใู้ หญ่ การแตง่ เคก้ ลายการ์ตนู สาหรับเด็ก เป็ นตน้ การแต่งหนา้ เคก้ ควรไดร้ บั การ
ฝึกฝนจนเกิดความชานาญ ซ่ึงตอ้ใชงอ้ งคค์ วามรดู้ า้ นศลิ ปะ ระยะเวลาในการฝึก ความอดทน และส่ิงสาคญั
คอื ตอ้ งมีใจรกั ในส่ิงทที่ า

4. ความรู้เบือ้ งต้นในการแต่งหน้าเค้ก

การแตง่ หนา้ เคก้ (Cake Decoration) เป็ นงานศิลปะแขนงหน่ึงที่ตอ้ งใชค้ วามคิดริเริ่มสรา้ งสรรค์
ความพยายาม และความชานาญ ดงั น้นั ผทู้ ฝี่ ึกปฏบิ ตั ิควรมีความรูเ้ บ้ืองตน้ ในการแตง่ หนา้ เคก้ ดงั น้ี

4.1 การใช้สีในการแต่งหน้าเค้ก การแตง่ หนา้ เคก้ ใหส้ วยงามและดูมีชีวติ ชีวา จะตอ้ ง
เลือกใชส้ ีใหถ้ ูกตอ้ งเหมาะสม สวยงาม เพราะการใชส้ ีเป็นศลิ ปะอยา่ งหน่ึงท่ที าใหเ้ กิดความรู้สึกต่าง ๆ

ภาพที่ 1.3 วงจรสี
ท่ีมา : www.prc.ac.th/newart/webart/colour09.html

7

ความรู้เบ้อื งตน้ ในการทาเคก้ และการแตง่ หนา้ เคก้

4.1.1 แม่สี มี 3 สี คอื สีแดง สีน้าเงิน สีเหลือง การผสมแม่สีท้งั 3 สีใน
ปริมาณทเ่ี ท่า ๆ กนั จะทาใหไ้ ดส้ ีดงั น้ี คือ

สีแดง ผสม สีน้าเงนิ เป็ นสีม่วง
สีแดง ผสม สีเหลือง เป็นสีสม้
สีน้าเงนิ ผสม สีเหลือง เป็นสีเขียว

สีม่วง สีสม้ และสีเขียว เป็นสีทเ่ี กิดจากการผสมของแม่สีเป็นหลกั ถา้ ตอ้ งการสีท่ีแปลก
ออกไปจะตอ้ งเพมิ่ หรือลดปริมาณแม่สีลงใหไ้ ดส้ ีตามตอ้ งการดงั น้ี คือ

สีแดง ผสม สีม่วง เป็นสีม่วงแดง
(ผสมสีแดงกบั สีน้าเงนิ โดยใชส้ ีแดงมากกวา่ สีน้าเงนิ )
สีม่วง ผสม สีน้าเงิน เป็ นสีม่วงน้าเงนิ
(ผสมสีแดงกบั สีน้าเงิน โดยใชส้ ีน้าเงินมากกวา่ สีแดง)
สีสม้ ผสม สีแดง เป็นสีสม้ แดง
(ผสมสีเหลืองกบั สีแดง โดยใชส้ ีแดงมากกวา่ สีเหลือง)
สีสม้ ผสม สีเหลือง เป็นสีสม้ เหลือง
(ผสมสีเหลืองกบั สีแดง โดยใชส้ ีเหลืองมากกวา่ สีแดง)
สีเขียว ผสม สีเหลือง เป็นสีเขยี วเหลือง
(ผสมสีน้าเงินกบั สีเหลือง โดยใชส้ ีเหลืองมากกวา่ สีน้าเงิน)
สีเขยี ว ผสม สีน้าเงิน เป็นสีเขียวน้าเงิน
(ผสมสีน้าเงนิ กบั สีเหลือง โดยใชส้ ีน้าเงินมากกวา่ สีเหลือง)
การผสมแม่สี 3 สี ในปริมาณเท่า ๆ กนั จะไดเ้ ป็นสีกลาง คอื สีเทา ถา้ ผสมใหเ้ ขม้ ข้ึนจะไดเ้ ป็ นสีดา

4.1.2 การใชส้ ีตรงขา้ ม สีตรงขา้ มคอื สีท่อี ยตู่ รงขา้ มกนั ในวงสี คอื
สีแดง จะตรงขา้ มกบั สีเขียว
สีเหลือง จะตรงขา้ มกบั สีม่วง
สีน้าเงนิ จะตรงขา้ มกบั สีสม้

สีตรงขา้ มใหค้ วามรูส้ ึกตืน่ เตน้ และทา้ ทาย เพราะสีจะตดั กนั รุนแรง การใชส้ ีตรงกนั ขา้ มใน
การตกแต่งเคก้ จะช่วยดึงดูดความสนใจไดม้ ากข้ึน

4.1.3 การใชส้ ีใกลเ้ คยี งและสีเดียว การแตง่ หนา้ เคก้ ใหไ้ ดเ้ ร็วโดยไม่เกิดความ
ผดิ พลาดในการใชส้ ี มกั เลือกใชส้ ีทีอ่ ยใู่ กลก้ นั ในวงสี เช่น สีสม้ กบั สีแดง สีเขยี วกบั สีเหลือง สีน้าเงิน
กบั สีม่วง เป็นตน้ เรียกวา่ สีใกลเ้ คียง การแตง่ เคก้ โดยใชส้ ีใกลเ้ คยี งจะทาใหไ้ ดเ้ คก้ ท่ีมีสีสนั กลมกลืน
การใชส้ ีทงี่ า่ ยท่สี ุดสาหรับแตง่ เคก้ คือใชส้ ีเดียว อาจเป็ นสีขาวลว้ น หรือจะใชส้ ีอ่อนแก่ในเคก้ กอ้ น
เดียวกนั จะทาใหเ้ ห็นลวดลายของเคก้ ชดั เจน

8

ความรู้เบ้ืองตน้ ในการทาเคก้ และการแตง่ หนา้ เคก้

4.1.4 สีทไ่ี ม่เหมาะสมในการแตง่ หนา้ เคก้ การใชส้ ีในการแต่งหนา้ เคก้ ตอ้ งให้
น่ารับประทาน สีม่วงเขม้ สีน้าเงนิ เขม้ เป็ นสีท่คี วรหลีกเล่ียง ดงั น้นั ในการแตง่ หนา้ เคก้ ควรใชส้ ีอ่อน
เช่น สีฟ้ าแทนสีน้าเงนิ สีชมพแู ทนสีแดง สีที่ควรหลีกเลี่ยงคอื สีดา สีเทา แมเ้ ป็ นลายเสน้ ก็ไม่ควรใช้

4.2 หลกั ในการแต่งหน้าเค้ก การแตง่ หนา้ เคก้ มีหลกั สาคญั 3 ประการ ดงั น้ี
4.2.1 ความขน้ เหนียวของไอซ่ิง หากไอซ่ิงมีความเหนียวเนียนเป็นเน้ือเดียวกนั

พอดีจะแต่งหนา้ เคก้ ไดส้ วย ไอซ่ิงที่มีความขน้ มากเหมาะสาหรับทาดอกไมเ้ พราะกลีบดอกไมจ้ ะไม่ลม้
หากเติมน้าหรือของเหลวลงไป 2-3 หยด จะทาใหไ้ อซ่ิงเหลวปานกลางเหมาะสาหรบั ทาลายขอบเคก้
ความคมชดั ของไอซิ่งจะปรากฏเห็นไดช้ ดั สาหรบั ไอซิ่งทีเ่ หลวลงไปกวา่ น้ี เหมาะสาหรบั บบี สาย
หอ้ ยระยา้ หรือเขยี นตวั หนงั สือ

4.2.2 ลกั ษณะในการจบั ถุงบีบมี 3 ตาแหน่งคือ ต้งั 45 องศา ต้งั 90 องศา
และขนานกบั พน้ื ผวิ สาหรบั การจบั ถุงบบี ต้งั 45 องศา ใชใ้ นการบบี ลวดลาย เช่น การบีบขอบเคก้
การเขียนตวั หนงั สือ การจบั ถุงบบี ต้งั 90 องศา ถุงบบี และหวั บีบจะตอ้ งต้งั ฉากกบั พ้นื ผวิ เช่น การบบี
ดอกไมบ้ างชนิด สาหรบั ตาแหน่งสุดทา้ ยคือ การถือถุงบีบขนานกบั พน้ื ผวิ นิยมใชใ้ นการบบี สายหอ้ ย
ระยา้ ต่างๆ

4.2.3 การควบคุมแรงบบี การบบี บางคร้งั ตอ้ งการแรงบีบมาก บางคร้ังตอ้ งการ
แรงบบี นอ้ ย สาหรับการเขยี นตวั หนงั สือตอ้ งออกแรงบีบท่สี ม่าเสมอ การควบคุมแรงบีบเป็นสิ่งท่ีจะตอ้ ง
ฝึกใหเ้ กิดความชานาญ

การทาความเขา้ ใจหลกั พ้นื ฐานการแตง่ หนา้ เคก้ ท3้งั ประการน้ี จะทาใหแ้ ต่งหนา้ เคก้ ไดส้ วยงาม
สาหรับผทู้ ่ถี นดั ซา้ ยจะถือถุงบีบดว้ ยมือซา้ ย มือขวาเป็นมือที่ช่วยประคองถุงบบี และแต่งหนา้ เคก้ จาก
ขวาไปซา้ ย สาหรับผทู้ ถี่ นดั ขวาจะถือถุงบีบดว้ ยมือขวา มือซา้ ยเป็ นมือทชี่ ่วยประคอง จะแตง่ หนา้ เคก้
จากซา้ ยไปขวา

9

ความรู้เบ้อื งตน้ ในการทาเคก้ และการแต่งหน้าเคก้

5. ข้อควรปฏบิ ตั ใิ นการทาเค้กและการแต่งหน้าเค้ก

การทาเคก้ และการแต่งหนา้ เคก้ เพอ่ื ใหไ้ ดเ้ คก้ ท่มี ีคุณภาพและมีความสม่าเสมอ ท้งั กระบวนการผลิต
ตลอดจนการแตง่ หนา้ เคก้ ใหส้ วยงามเป็นท่ีดึงดูดความสนใจของลูกคา้ จนทาใหเ้ กิดการตดั สินใจซ้ือน้นั
ผปู้ ฏิบตั ิงานควรคานึงถึงขอ้ ปฏบิ ตั ิ ดงั ต่อไปน้ี

5.1 ก่อนลงมือทาควรศกึ ษาทาความเขา้ ใจสูตร ส่วนผสม วธิ ีการทาใหล้ ะเอียดถูกตอ้ งทกุ ข้นั ตอน
5.2 เลือกใชอ้ ุปกรณ์ เคร่ืองชง่ั ตวงทม่ี ีมาตรฐาน
5.3 การตวงส่วนผสมทีเ่ ป็นของเหลวควรใชถ้ ว้ ยตวงสาหรับตวงของเหลว ซ่ึงมีขดี บอกปริมาตร
จะเป็ นชนิดแกว้ หรือพลาสติกกไ็ ด้
5.4 ควรมีความรูเ้ ก่ียวกบั คุณสมบตั ิของวตั ถุดิบ การเพมิ่ หรือลดส่วนผสม และจดั วางส่วนผสม
ตามลาดบั เพอ่ื ความสะดวกในการใช้
5.5 การทาเคก้ ตอ้ งใชแ้ ป้ งสาลีชนิดทส่ี าหรับทาเคก้ จะไดเ้ คก้ ทมี่ ีเน้ือละเอียด เบา นุ่ม ตอ้ งร่อน
แป้ งเคก้ ทุกคร้งั ก่อนเพอ่ื กาจดั สิ่งสกปรกในแป้ ง และเพอื่ ใหอ้ ากาศแทรกเขา้ ไประหวา่ งแป้ งทาใหฟ้ เู บา
5.6 การผสมเคก้ ไม่ควรผสมนานเกินไป เพราะจะทาใหแ้ ป้ งเกิดกลูเตน เคก้ ทไี่ ดจ้ ะมีเน้ือสมั ผสั
เหนียว
5.7 เป็ นผมู้ ีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ รู้จกั นาความรู้ดา้ นศลิ ปะมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการแต่งหนา้ เคก้
5.8 เป็ นผมู้ ีความอดทน อดกล้นั หมนั่ เพยี รพยายามฝึกฝนจนเกิดความชานาญในการปฏิบตั ิ
5.9 เป็ นผรู้ กั ษาความสะอาดของอุปกรณ์ เคร่ืองมือทใ่ี ชอ้ ยเู่ สมอ
5.10 รูจ้ กั ปรบั ปรุง พฒั นาความรูแ้ ละทกั ษะในการทาเคก้ และแตง่ หนา้ เคก้ อยเู่ สมอ

10

ความรู้เบ้ืองตน้ ในการทาเคก้ และการแต่งหน้าเคก้

6. มาตราการชั่ง ตวง วดั

มาตราการชงั่ ตวง วดั เป็นสิ่งสาคญั และจาเป็ นต่อการ ทาผลิตภณั ฑ์เคก้ เพราะจะมีผลต่อ
ผลิตภณั ฑท์ ้งั ดา้ นรสชาติ กลิ่น และรูปลกั ษณ์ของขนม ไม่ควรใชว้ ธิ ี กะประมาณ โดยเฉพาะผทู้ ีฝ่ ึก
ทาขนมเคก้ ใหม่ ๆ หรือบางคร้งั หน่วยของส่วนผสมในสูตรเป็นหน่วยตวง แต่ผผู้ ลิตขนมในขณะน้นั
ไม่มีถว้ ยตวง หากมีมาตราส่วนการแปลงอตั ราส่วน ของหน่วยตวงใหเ้ ป็ นมาตราส่วนที่เป็ น หน่วยชง่ั
กจ็ ะสามารถทาขนมเคก้ ไดโ้ ดยไม่มีปัญหา

6.1 มาตราการชั่ง ตวง ทคี่ วรทราบมี ดงั น้ี

3 ชอ้ นชา เทา่ กบั 1 ชอ้ นโตะ๊

16 ชอ้ นโตะ๊ เท่ากบั 1 ถว้ ยตวง

2 ชอ้ นโตะ๊ เท่ากบั 1 ออนซ์

1 ถว้ ยตวง เทา่ กบั 8 ออนซ์

1 กิโลกรัม เท่ากบั 1,000 กรมั

1 กิโลกรมั เทา่ กบั 2.2 ปอนด์

1 ถว้ ยตวง เทา่ กบั 250 มิลลิลิตร

4 ถว้ ยตวง เท่ากบั 1 ลิตร

1 ปอนด์ เท่ากบั 16 ออนซ์

1 ปอนด์ เท่ากบั 454 กรมั

1 ออนซ์ เท่ากบั 28.3 กรัม

6.2 คาย่อทใี่ ช้ในการช่ัง ตวง เป็ นคายอ่ ทมี่ กั พบบอ่ ย ๆ ในการชง่ั ตวง มีดงั น้ี

ถ. หมายถึง ถว้ ยตวง

ช.ต. หมายถึง ชอ้ นโตะ๊

ก. หมายถึง กรัม

ช.ช. หมายถึง ชอ้ นชา

ก.ก. หมายถึง กิโลกรัม

11

ความรู้เบ้อื งตน้ ในการทาเคก้ และการแตง่ หน้าเคก้

6.3 มาตราส่วนเปรียบเทยี บนา้ หนักและการตวง

ตารางที่ 1.1 มาตราส่วนเปรียบเทียบนา้ หนักและการตวง

รายการ ปริมาณการตวง น้าหนัก (กรัม)

แป้ ง 1 ถว้ ยตวง 120
แป้ งขนมปัง 1 ถว้ ยตวง 100
แป้ งอเนกประสงค์ 1 ถว้ ยตวง 90
แป้ งเคก้ 1 ถว้ ยตวง 100
แป้ งขา้ วโพด
1 ถว้ ยตวง 200
น้าตาล 1 ถว้ ยตวง 200
น้าตาลทราย 1 ถว้ ยตวง 100
น้าตาลทรายแดง 1 ถว้ ยตวง 300
น้าตาลไอซิ่ง
น้าผ้งึ 1 ถว้ ยตวง 227
1 ถว้ ยตวง 200
ไขมัน 1 ถว้ ยตวง 160
เนยสด 1 ถว้ ยตวง 200
มาร์การีน
เนยขาว 1 ถว้ ยตวง 240
น้ามนั พชื 1 ถว้ ยตวง 240
1 ถว้ ยตวง 120
นม
นมขน้ จดื 1 ฟอง 50
นมสด 1 ฟอง 17
นมผงขาดมนั เนย 1 ฟอง 33

ไข่ 1 ชอ้ นโตะ๊ 10
ไขไ่ ก่ขนาดกลาง 1 ชอ้ นโตะ๊ 10
ไขแ่ ดง
ไข่ขาว

สารขึน้ ฟูและสารเสริมคุณภาพอ่นื ๆ
ผงฟู
ยสี ตแ์ หง้

12

ความรู้เบ้อื งตน้ ในการทาเคก้ และการแต่งหนา้ เคก้

รายการ ปริมาณการตวง น้าหนัก (กรัม)
1 ชอ้ นโตะ๊ 8
ครีมออฟทาร์ทาร์ 1 ชอ้ นโตะ๊ 10
โซดาไบคาร์บอเนต 1 ชอ้ นโตะ๊ 12
อีซี 25 เค 1 ชอ้ นโตะ๊ 14
เอส พี 1 ชอ้ นโตะ๊ 8
สารเสริมคุณภาพ
1 ชอ้ นโตะ๊ 10
สารปรุงแต่งกลิ่น รส 1 ชอ้ นโตะ๊ 15
กล่ินชนิดต่าง ๆ 1 ชอ้ นโตะ๊ 5
น้าใบเตยค้นั ขน้ ๆ 1 ชอ้ นโตะ๊ 15
กาแฟผงสาเร็จรูป 1 ชอ้ นโตะ๊ 3
เกลือป่ น 1 ถว้ ยตวง 110
ผงโกโก้ 1 ถว้ ยตวง 140
ชอ็ กโกแลตสาเร็จ
ช็อกโกแลตชิป 1 ถว้ ยตวง 116
1 ถว้ ยตวง 135
ผลไม้ 1 ถว้ ยตวง 145
ลูกเกดดา 1 ถว้ ยตวง 105
ลูกเกดขาว 1 ถว้ ยตวง 250
เชอร์ร่ีแช่อิ่มสบั 1 ถว้ ยตวง 300
มะเขอื เขยี ว แดง แช่อิ่ม 1 ถว้ ยตวง 180
มาร์มาเลด
แยม 1 ถว้ ยตวง 110
กลว้ ยหอมบดละเอียด 1 ถว้ ยตวง 130
1 ถว้ ยตวง 190
ถั่ว 1 ถว้ ยตวง 116
เมลด็ มะม่วงหิมพานตส์ บั ละเอียด 1 ถว้ ยตวง 90
อลั มอนดห์ น่ั 1 ถว้ ยตวง 140
ถว่ั เขียว
ถวั่ ลิสงซีกคว่ั 1 ถว้ ยตวง 240
ถว่ั ลิสงบด
งาดา งาขาว

นา้

13

ความรู้เบ้ืองตน้ ในการทาเคก้ และการแตง่ หน้าเคก้

6.4 การเปรียบเทียบอุณหภูมิของเตาอบในระบบองศาเซลเซียสและองศาฟาเรนไฮต์

๐C หมายถึง องศาเซลเซียส
๐F หมายถึง องศาฟาเรนไฮต์
100 องศาเซลเซียส เท่ากบั 212 องศาฟาเรนไฮต์
110 องศาเซลเซียส เท่ากบั 230 องศาฟาเรนไฮต์
120 องศาเซลเซียส เทา่ กบั 248 องศาฟาเรนไฮต์
130 องศาเซลเซียส เทา่ กบั 266 องศาฟาเรนไฮต์
140 องศาเซลเซียส เทา่ กบั 284 องศาฟาเรนไฮต์
150 องศาเซลเซียส เทา่ กบั 300 องศาฟาเรนไฮต์
160 องศาเซลเซียส เท่ากบั 325 องศาฟาเรนไฮต์
170 องศาเซลเซียส เทา่ กบั 340 องศาฟาเรนไฮต์
180 องศาเซลเซียส เท่ากบั 350 องศาฟาเรนไฮต์
190 องศาเซลเซียส เทา่ กบั 375 องศาฟาเรนไฮต์
200 องศาเซลเซียส เทา่ กบั 400 องศาฟาเรนไฮต์

ภท7. คาศัพท์เทคนคิ ในการทาเค้กและการแต่งหน้าเค้ก

การทาเคก้ และการแตง่ หนา้ เคก้ มีวธิ ีทาและข้นั ตอนทหี่ ลากหลาย ข้นึ อยกู่ บั ชนิดและ
ประเภทของเคก้ แตล่ ะชนิด คาศพั ทเ์ ทคนิคเฉพาะทีใ่ ชอ้ ธิบายจะช่วยใหก้ ารทาเคก้ และการแต่งหนา้ เคก้
เขา้ ใจไดง้ ่ายข้นึ คาศพั ทเ์ ทคนิคทคี่ วรรู้มี ดงั น้ี

7.1 คาศัพท์เทคนิคในการทาเค้ก ได้แก่
7.1.1 กวน (Stir) หมายถึง การทาส่วนผสมของของเหลว ใหร้ วมตวั จนเป็ นเน้ือเดียวกนั

การทาเคก้ ทีใ่ ชว้ ธิ ีการกวนไดแ้ ก่ การกวนส่วนผสมแป้ งใหเ้ ขา้ กบั ของเหลวทใ่ี ชท้ าเป็ นไFสill้i(ng) การกวน
ทุกชนิดเร่ิมตน้ จากของเหลว ถา้ เป็นแป้ งควรกวนตลอดเวลาอยา่ งสม่าเสมอเพอื่ ป้ องกนั การตดิ กระแทละะ
การไหม้ การกวนควรกวนไปในทิศทางเดียวกนั จะช่วยใหส้ ่วนผสมเนียนและไม่คืนตวั

7.1.2 กรอง (Strain) หมายถึง การแยกอาหารเหลวหรือท่ีเป็ นผงละเอียดใหแ้ บ่งออกเป็ น
ส่วนหยาบและละเอียด โดยเทอาหารลงบนผา้ ขาวบางหรือกระชอนใหส้ ่วนท่อี าหารละเอียดผา่ นลงไป
เช่น การกรองแยม

7.1.3 กลูเตน (Gluten) หมายถึง โปรตนี กลูเตนินและไกลอะดินในแป้ งสาลี ทาใหแ้ ป้ ง
เหนียว

14

ความรู้เบ้ืองตน้ ในการทาเคก้ และการแตง่ หนา้ เคก้

7.1.4 คนตะล่อมF(oldin) คอื การคนส่วนผสมท่ีมีความนุ่มละเอียด เช่น คนตะล่อมไข่ขาว
ทต่ี จี นขน้ ขาวกบั ส่วนผสมอื่น ๆ โดยใชจ้ งั หวะการหมุนมือเป็ นวงกลมอยา่ งเบามือกดลงในส่วนผสแมละ
ชอ้ นส่วนผสมจากกน้ อ่างผสมข้ึนมา แลว้ พลิกขอ้ มือกลบั เพอื่ ใหถ้ ึงผวิ บนของส่วนผสม

7.1.5 แซะ หมายถึง การทาใหว้ ตั ถุที่ตดิ อยกู่ บั ภาชนะ หลุดออกจากภาชนะ โเคดรย่ือใชงม้ ือ
ทม่ี ีลกั ษณะเรียบแบนค่อย ๆ สอดใตว้ ตั ถุใหห้ ลุดจากภาชนะน้นั ๆ โดยแซะรอบ ๆ ขนม เช่น การเคแก้ซะ
ที่อบสุกออกจากพมิ พ์

7.1.6 ตี (Beat) หมายถึง การทาใหว้ ตั ถุแตกหรือแยกออกจนข้ึนฟู โดยใชเ้ ครื่องมือ
อยา่ งใดอยา่ งหน่ึงตไี ปทางเดียวกนั มีจงั หวะและความเร็วสม่าเสมอจนข้นึ ฟู เช่น การตีเนย การตไี ข่

7.1.7 ตีไข่ขาวต้งั ยอดแขง็ หมายถึง การตไี ข่ขาวโดยใชเ้ ครื่องตไี ฟฟ้ า ใชห้ วั ตรี ูปทตระงกรอ้
ดว้ ยความเร็วสูงและสม่าเสมอจนไขข่ าวข้นึ ฟู สงั เกตจากการยกหวั ตีข้นึ ปลายยอดแหลมของไข่ขาวจะอยตู่ วั
ไม่ลม้

7.1.8 ตไี ข่ขาวต้งั ยอดอ่อนหมายถึง การตีไข่ขาวโดยเใคชร้ื่องตไี ฟฟ้ า ใชห้ วั ตีรูปทรงตะกร้อ
โดยใชค้ วามเร็วสูงและสม่าเสมอจนไขข่ าวข้ึนฟู สงั เกตจากการยกหวั ตีข้นึ ปลายยอดแหลมของไข่ขาวจะ
โนม้ ลงเลก็ นอ้ ย

7.1.9 ผสม (Mix) หมายถึง การทาใหอ้ าหารหลายชนิดหลายรสผสมใหเ้ ขา้ กนั โดย
ใชม้ ือ หรือชอ้ นผสมใหอ้ าหารน้นั กลบั ตวั จนไดร้ สชาติเสมอกนั

7.1.10 นวด (Knead) หมายถึง การนาส่วนผสมต้งั แตส่ องชนิดข้ึนไป ใหร้ วมตวั เป็ น
เน้ือเดียวกนั และนุ่ม โดยใชฝ้ ่ามือเคลา้ กดลงไปบนส่วนผสม แลว้ ใชป้ ลายน้ิวตะล่อมกลบั เขา้ หาตวั
และกดลงไปบนส่วนผสมหลาย ๆ คร้งั จนรวมเป็นเน้ือเดียวกนั

7.1.11 ร่อน (Sift) หมายถึง การทาใหว้ ตั ถุทเี่ กาะกนั เป็นกอ้ นแยกออกจากกนั โนดายวตั ถุ
ใส่ในอุปกรณ์ทใี่ ชร้ ่อน เช่น ตะแกรง แล่ง แลว้ ใชม้ ือท้งั สองจบั ขอบภาชนะขยบั ไปมา ใหว้ ตั ถุส่วน
ทล่ี ะเอียดออกมาตามตอ้ งการ เช่น การร่อนแป้ ง

7.1.12 อบ (Bake) หมายถึง การทาใหข้ นมสุกโดยใชค้ วามรอ้ นทีอ่ ยภู่ ายในเตาอบ มี
การต้งั อุณหภูมิหรือระดบั แก๊สใหม้ ีอุณหภมู ิทีเ่ หมาะสมกบั การอบอาหารหรือขนมชนิดน้นั ๆ เช่น การอบเคก้

7.2 คาศัพท์เทคนิคในการแต่งหน้าเค้กได้แก่
7.2.1 การคน (Stir) หมายถึง การทาส่วนผสมใหเ้ ขา้ กนั จนทว่ั โดยใชป้ ลายเครื่องมือ

คนจนถึงกน้ ภาชนะและวนไปทวั่ ใหว้ ตั ถุกลบั ตวั และผสมเขา้ กนั ดี เช่น การคนบตั เตอร์ครีม
7.2.2 ปาด หมายถึง การใชอ้ ุปกรณ์ท่ีมีลกั ษณะเรียบเกลี่ยบตั เตอร์ครีมใหท้ ว่ั เคก้ และ

ปาดใหเ้ รียบ

15

ความรู้เบ้อื งตน้ ในการทาเคก้ และการแต่งหนา้ เคก้

7.2.3 ต๋นุ (Simmer) หมายถึง การทาอาหารชนิดใดชนิดหน่ึงใหส้ ุกหรือละลาย โดยนา
อาหารใส่ในภาชนะต้งั ไฟหรือเหนือภาชนะอีกใบหน่ึงซ่ึงมีน้าเดือดและมีฝาปิ ด เช่น การตุ๋นช็อกโกแลต

7.2.4 ไล่ฟองอากาศ หมายถึง การใชอ้ ุปกรณ์คนส่วนผสมของบตั เตอร์ครีมที่ตีข้ึนฟู
แลว้ ใหม้ ีลกั ษณะเนียนอีกคร้ังก่อนนาไปตกแต่งบนเคก้

7.2.5 เหลือบสี หมายถึง การใส่บตั เตอร์ครีมท่มี ีสี 2 สี ลงในกรวยบบี โดยใส่สีคนละ
ดา้ นของกรวยบีบ เพอื่ ความสวยงามจะนิยมใชบ้ ตั เตอร์ครีมสีเขม้ เหลือบกบั บตั เตอร์ครีมสีอ่อน เช่น บตั เตอร์
ครีมสีชมพเู หลือบบตั เตอร์ครีมสีขาว หมายถึง บตั เตอร์ครีมสีขาวจะอยใู่ นกรวยอยา่ งละคร่ึงกบั บตั เตอร์
ครีมสีชมพู

7.2.6 หวลี าย หมายถึงการประดิษฐล์ วดลายบนหนา้ เคก้ โดยใชอ้ ุปกรณ์ ไดแ้ ก่ แผน่ หวลี าย
ไพต่ ดั ลายฟันปลา เพอ่ื ความสวยงามและปกปิ ดบริเวณท่ีปาดบตั เตอร์ครีมไม่เรียบ

16

ความรู้เบ้ืองตน้ ในการทาเคก้ และการแตง่ หนา้ เคก้

8. สรุป

เคก้ มีประวตั ิความเป็นมาคูก่ บั คนไทยมาเป็นเวลานาน เห็นไดจ้ าก การนาเคก้ ไปบูชาเทพเจา้

และการนาเคก้ ใชใ้ นการประกอบพธิ ีต่าง ๆ เช่น พธิ ีกรรมทางศาสนา งานมงคลสมรส งานวนั เกิด และ

ไดร้ ับความนิยมเร่ือยมาจนถึงปัจจบุ นั ซ่ึงเป็ นอีกหน่ึงธุรกิจท่มี ีการเจริญเติบโตและพฒั นามาตลอด เห็น

ไดจ้ ากรสชาติ รูปร่างลกั ษณะของเคก้ รูปแบบการแต่งหนา้ เคก้ ไดร้ ับการพฒั นาตามความตอ้ งการของ

ผบู้ ริโภคและเทคโนโลยที ท่ี นั สมยั

การทาเคก้ และการแตง่ หนา้ เคก้ ใหไ้ ดค้ ุณภาพดี และดึงดูดความสนใจของผบู้ ริโภคน้นั จะตอ้ งมี

ความคิดริเร่ิมสรา้ งสรรค์ ความประณีต อดทน ความสะอาด รอบคอบ รู้จกั การใชส้ ี มีความรูเ้ บ้อื งตน้

ในการแตง่ หนา้ เคก้ และใหค้ วามสาคญั เกี่ยวกบั การชงั่ ตวง วดั มีความรู้เกี่ยวกบั คาศพั ทเ์ ทคนิคเฉพาะที่

ใชใ้ นงาน จะทาใหไ้ ดเ้ คก้ ที่มีคุณภาพ และการตกแต่งเคก้ ท่ีสวยงาม

17

ความรู้เบ้ืองตน้ ในการทาเคก้ และการแต่งหนา้ เคก้

แบบฝึ กหัด หน่วยที่ 1

ช่ือ ความรู้เบือ้ งต้นในการทาเค้กและการแต่งหน้าเค้ก
ตอนที่ 1

จงตอบคาถามต่อไปนี้
1. จงบอกความหมายของ เคก้ ( Cake)
2. จงบอกความเป็นมาของเคก้ ในประเทศไทย
3. การแต่งหนา้ เคก้ มีความหมาย และความสาคญั อยา่ งไร

4. การผสมสีจากแม่สี จะไดส้ ีใดบา้ ง
5. หลกั สาคญั ในการแต่งหนา้ เคก้ มีอะไรบา้ ง

6. จงบอกขอ้ ควรปฏิบตั ิในการทาเคก้ และการแตง่ หนา้ เคก้ มา 3 ขอ้
7. ไขแ่ ดง 1 ฟอง มีน้าหนกั กี่กรมั
8. ๐C และ ๐F หมายถึงอะไร
9. อบ ( Bake) หมายถึงอะไร

10. ร่อน (Sift) หมายถึงอะไร

18

ความรู้เบ้ืองตน้ ในการทาเคก้ และการแต่งหนา้ เคก้

แบบฝึ กหัด หน่วยที่ 1

ช่ือ ความรู้เบอื้ งต้นในการทาเค้กและการแต่งหน้าเค้ก
ตอนท่ี 2

จงใส่เครื่องหมาย  หน้าข้อความท่เี ห็นว่าถูกต้อง และเคร่ืองหมาย  หน้าข้อความท่เี ห็นว่าผดิ

1. เคก้ เป็นผลิตภณั ฑท์ ่ไี ดจ้ ากส่วนผสมของแป้ งสาลี ไขมนั น้าตาล เกลือ ผงฟู ไขไ่ ก่
2. เคก้ มีรากศพั ทม์ าจากภาษาของชาวไวกิ้ง มาจากคาวา่ kaka
3. อลั เฟรดเบริ ์ด นกั เคมีชาวองั กฤษไดค้ น้ พบผงฟู ในปี ค.ศ. 2000 ทาใหผ้ ลิตขนมปังที่ไม่

มียสี ตไ์ ด้
4. ร้านเอส แอนด์ พี เป็นร้านเบเกอร่ียา่ นถนนเจริญกรุงในยคุ แรก
5. การทาเคก้ และการแตง่ หนา้ เคก้ ตอ้ งมีความรู้ ทกั ษะ และความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
6. การผสมแม่สีในปริมาณเทา่ ๆ กนั จะไดเ้ ป็ นสีกลางคอื สีเทา และสีดา
7. สีที่เหมาะสมในการแตง่ หนา้ เคก้ คือ สีม่วงเขม้ สีน้าเงินเขม้ สีเทา
8. การออกแรงบบี มากหรือนอ้ ย ข้ึนอยกู่ บั ชนิดของสีเขม้ หรือสีอ่อน
9. การทาเคก้ ตอ้ งใชแ้ ป้ งสาลีชนิดที่สาหรบั ทาเคก้ เทา่ น้นั จะไดเ้ คก้ ท่มี ีเน้ือเบา นุ่ม
10. แซะ หมายถึงการทาใหว้ ตั ถุติดอยกู่ บั ภาชนะหลุดออกโดยใชเ้ ครื่องมือมีลกั ษณะเรียบ

แบน สอดใตว้ ตั ถุใหห้ ลุดจากภาชนะน้นั ๆ


Click to View FlipBook Version