รายงานผลการปฏบิ ัตงิ านทเี่ ปน็ เลศิ (Best Practice)
ชือ่ ผลงาน เทคนคิ การสรา้ งแรงจงู ใจสาหรบั ผเู้ รยี น
ผเู้ สนอผลงาน นางธเนตรศรี บญุ หมน่ื
ตาแหนง่ ครู กศน.ตาบล
สถานศกึ ษา ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภอสารภี
ความสอดคลอ้ งกบั นโยบายจดุ เนน้
3.1 ดา้ นการจดั การเรยี นรู้คณุ ภาพ
3.1.2 ขับเคลอื่ นการจัดการเรยี นรทู้ สี่ นองตอบยทุ ธศาสตรช์ าติ และนโยบายของ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศกึ ษาธิการ และรฐั มนตรชี ่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
3.2 ดา้ นการสรา้ งสมรรถนะและทกั ษะคณุ ภาพ
3.2.1 สง่ เสริมการจดั การศกึ ษาตลอดชวี ติ ที่เน้นการพฒั นาทักษะท่จี าเปน็ สาหรับ
แตล่ ะช่วงวยั และการจัดการศกึ ษาและการเรยี นรทู้ ่เี หมาะสมกับแตล่ ะกลมุ่ เปา้ หมายและบริบทพน้ื ท่ี
ความเป็นมาและความสาคัญ
ด้วยสานักงาน กศน. เป็นหน่วยงานท่ีมีภารกิจในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษา
ตามอัธยาศัย ตระหนักถึงความสาคัญของการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต ได้มุ่งม่ันขับเคล่ือนภารกิจหลักตาม
แผนพัฒนาประเทศ และนโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ที่คานึงถึงหลักการบรหิ ารจัดการ
ท้ังในเรื่องหลักธรรมาภิบาล หลักการกระจายอานาจ การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศและการ
สื่อสาร การมุ่งเน้น ผลสัมฤทธิ์ การปฏิบัติการด้านข้อมูลข่าวสาร และการสร้างบรรยากาศในการทางานและ
การเรียนรู้ ตลอดจนการใช้ทรัพยากรด้านการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ อันจะนาไปสู่การสร้างโอกาสและ
ลดความเหล่ือมล้าทางการศึกษา การยกระดับคุณภาพและเพ่ิมประสิทธิภาพการให้บริการสาหรับทุก
กล่มุ เป้าหมาย และสรา้ งความพึงพอใจใหก้ ับผู้รับบริการ
สภาพปญั หา
เน่ืองด้วยจากสภาพปัญหาของสถานการณ์ของเชื้อไวรัส หรือ โควิด-19 ทาให้ในภาคเรียนที่
ผ่าน ๆ มา ต้องจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในรูปแบบ Online ซึ่งปัญหาหลักที่พบในการเรียนรูปแบบ
Online คือ นักศึกษาเข้าห้องเรียน แต่การเรียนรู้ไม่บรรลุผลเท่าท่ีควร ความเข้าใจในเน้ือหาความต่อเนื่อง จึง
ทาให้เรียนไม่เข้าใจ และเมื่อเปิดเรียนแบบปกติ On site นักศึกษาท่ีไม่เข้าใจเนื้อหาจากการเรียนOnline เมื่อ
ไม่เข้าใจทาให้ตามเนื้อหาไม่ทัน ส่งผลให้ความสนใจในการเรียนลดลง การมาเรียนเมื่อเปิด Onsite ก็ลดลง
ความกระตอื รือลน้ ท่จี ะมาพบกล่มุ น้อยลง สง่ ผลให้ผลสมั ฤทธป์ิ ลายภาคเรียนก็ลดต่าลงดว้ ยเช่นกนั
กศน.ตาบลขัวมุง จึงเห็นถึงปัญหาดังกล่าวและได้ค้นคว้าหาเทคนิควิธีการจัดการเรียนการ
สอนที่จะทาให้นักศึกษามีความสนใจเรียนมากขึ้น กระตือรือล้นมากข้ึน จึงได้นากระบวนการจัดการเรียนการ
สอนที่มีรปู แบบหลากหลายมากย่ิงขึ้น เช่น เทคนิคการสร้างแกนนา, เทคนิคการเรียนจากการวางแผนร่วมกัน
เทคนิคการเรียนรจู้ ากหัวข้อท่ีสนใจ เทคนคิ การทากิจกรรมที่จดั ทาร่วมกับหนว่ ยงานต่าง ๆ ในพ้ืนท่ี และนามา
ถอดองค์ความรู้ กระตุ้นความคิด เทคนิคการอยู่ร่วมแบบครอบครัว แบบพ่ี แบบน้อง ช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน
ทาให้นกั ศึกษาเกิดความกระตอื รือลน้ และสนใจในกจิ กรรมการเรียนการสอนมากยิ่งขน้ึ
วัตถปุ ระสงค์
1. เพอ่ื กระตนุ้ การพบกลุ่มและร่วมกจิ กรรมของนักศึกษาเพิม่ มากข้นึ
2. เพ่ือเพิม่ ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนแก่นกั ศึกษา กศน.ตาบลขวั มุง
3. เพอ่ื ให้มนี ักศึกษาแกนนาในการนาทากิจกรรมและร่วมกระบวนการเรียนรู้ในทุก ๆ กจิ กรรม
เปา้ หมาย
เชิงปรมิ าณ
นักศึกษา กศน.ตาบลขวั มงุ
เชงิ คณุ ภาพ
นกั ศกึ ษามีความกระตือรือล้นในการมาพบกลุ่มและรว่ มกิจกรรมมากขน้ึ มีการทางานและรายงาน
อยา่ งสม่าเสมอครบถว้ นโดยมีนักศกึ ษาแกนนาเป็นผู้คอยติดตามและกระตนุ้ นักศึกษา
ผงั การดาเนนิ งาน
ข้นั ตอนและกระบวนการดาเนนิ กจิ กรรรม
ขนั้ ที่ 1 ศึกษาสภาพปญั หา
ศึกษาสภาพปญั หาการพบกลุ่มของนกั ศึกษาจากภาคเรยี นทผี่ า่ นมา 2/2564 นักศกึ ษาขาดเรยี น ขาด
ความกระตือรือลน้ ทางานไมค่ รบตามช้ินงานทไ่ี ด้รบั มอบหมาย จากสาเหตุการเรียนออนไลน์ทาให้เรียนตาม
เพ่ือนไม่ทัน เกิดความท้อและทาให้ไม่สนใจการเรยี นและท่ีสาคญั ส่งิ ท่สี ะทอ้ นจากนักศึกษาโดยตรงคือการ
เรียนระบบหอ้ งเรียนการนัง่ เรียนเนอ้ื หาทัง้ วัน เปน็ สงิ่ ที่นกั ศึกษาไม่ต้องการมากท่ีสดุ ด้วยนักศึกษา กศน.ตาบล
ขัวมุง ในภาคเรยี นที่ 1/2565 จานวน 48 คน มีนักศึกษาจานวน 36 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 75 เป็นนกั ศึกษาท่ี
อายุไม่เกิน 25 ปี จึงสะท้อนปัญหาข้อนี้ออกมามากทส่ี ุด
ข้ันท่ี 2 วเิ คราะหห์ าแนวทางแก้ไข
เมื่อทราบถงึ สภาพปัญหากน็ ามาวิเคราะหห์ าแนวทางทีจ่ ะแกไ้ ข โดยนาปัญหาที่พบมาพูดคยุ กบั
นักศึกษาในวันเปดิ เรียนสปั ดาหแ์ รก เพ่ือที่จะได้กาหนดวิธีการ กระบวนการเรียนรรู้ ่วมกัน โดยการนาเทคนคิ
และกระบวนการตา่ ง ๆ มาพิจารณาถงึ ความเปน็ ไปไดใ้ นการนามาจดั กระบวนการร่วมกันกบั ผูเ้ รยี น
ขนั้ ที่ 3 ดาเนนิ การตามแนวทางแกไ้ ข
เมื่อได้แนวทางในการจดั กระบวนการเรียนการสอนรว่ มกนั แล้ว กจ็ ะเริ่มนาเทคนิคตา่ ง ๆ เข้า
มาใช้เพ่ือกระตนุ้ ใหผ้ ู้เรยี นเกิดความรู้สึกสนใจ สนุกสนาน และไมเ่ บ่ือ โดยเทคนิคทีน่ ามาใช้ไดแ้ ก่
1. เทคนคิ การสรา้ งแกนนาและการมีสว่ นร่วม หลงั จากเปิดภาคเรียนในสปั ดาห์แรกไปแล้ว
สปั ดาหต์ ่อมา จะมีการคดั เลือกตัวแทนของนกั ศึกษาในรูปแบบขององค์กรนักศึกษา โดยมปี ระธาน รอง
ประธาน เลขานุการ เหรญั ญิก และ กรรมการ มกี ารชีแ้ จงบทบาทหน้าท่ีของแตล่ ะตาแหนง่ และแสดงให้เปน็
ถึงความสาคัญของตาแหน่งต่าง ๆ โดยผู้ที่ได้รบั ตาแหนง่ ต่าง ๆ จะมีความรู้สกึ มีคณุ คา่ ได้รับการยอมรบั และ
เตม็ ใจในการปฏบิ ัติหน้าท่ี ไม่วา่ จะเปน็ การเป็นตัวแทนครใู นการเกบ็ เงินคา่ เสอื้ กิจกรรม การตามเพอื่ นมาเรยี น
การเป็นตวั แทนครใู นการแจ้งข่าวสารตา่ ง ๆ แกเ่ พื่อน ๆ เป็นตน้
2. เทคนคิ การอยู่รว่ ม โดยอาศยั ระบบพ่นี ้อง เครือญาติ ครอบครัว มปี ัญหาคอยชว่ ยเหลอื ซ่งึ กนั
และกัน ยกตวั อยา่ งเชน่ เมอื่ ถึงเวลาเรียน ใครยงั ไมม่ าเรยี นกจ็ ะช่วยกนั ตาม ใครมปี ัญหาไมม่ ีรถมาเรยี นไม่ได้ ก็
จะเปลี่ยนกนั ไปรับ คอยเตือนในกลมุ่ เมื่อถงึ เวลากิจกรรมต่าง ๆ เปน็ ตน้
3. เทคนคิ การจดั กิจกรรมท่ีหลากหลาย เช่น กิจกรรมเรียนและเล่น คือการนาเนื้อหาทจี่ ะตอ้ ง
สอนให้นกั ศึกษาออกมาเปน็ รูปแบบการวิเคราะหเ์ นือ้ หา โดยใหน้ ักศกึ ษาเป็นผวู้ เิ คราะห์และนาเสนอ
แลกเปล่ยี นกับเพื่อน ๆ หรือกจิ กรรมนอกห้องเรียนซงึ่ รว่ มกบั ภาคเี ครอื ข่ายในการจัดกิจกรรม ไมว่ ่าจะเปน็
เทศบาล องค์กรในท้องถ่นิ ต่าง ๆ และพฒั นาชุมชน เช่น กจิ กรรมจติ อาสาพัฒนาชมุ ชน กิจกรรมทาบญุ เนื่องใน
โอกาสตา่ ง ๆ กิจกรรมปลกู ข้าว เพาะเหด็ เปน็ ต้น ซง่ึ ในทุก ๆ กจิ กรรม เมือ่ ดาเนนิ กิจกรรมเสรจ็ ส้นิ จะให้
นักศกึ ษาวเิ คราะหว์ า่ ได้อะไรจากกิจกรรมนัน่ ๆ บ้าง ไม่ว่าจะเปน็ ในรปู แบบของการสรุปรว่ มกนั โดยการตอบ
ข้อซักถาม หรือถอดองค์ความรู้ท่ีได้รับอย่างง่าย
ขน้ั ท่ี 4 สรุปและประเมินผล
ในทุก ๆ กิจกรรม ครูจะดาเนินการสรปุ โดยการสังเกตุจากการเข้าร่วมกิจกรรม จากใบงานท่ีทาส่ง ว่า
นักศึกษามีความสนใจมากน้อยเพียงใด ซึ่งผลสรุปที่ชัดเจนมากที่สุดจากการสังเกตุคือ นักศึกษาจากต้นเทอม
เข้าร่วมกิจกรรมบ้างประปราย แต่เม่ือใช้เทคนิคต่าง ๆ เข้ามาจัดกระบวนการ นักศึกษามาเรียนและมาร่วม
กิจกรรมต่าง ๆ มากขึ้น มีจติ อาสามากขึ้น ส่วนในด้านผลสมั ฤทธ์ิยังไม่ชัดเจนต้องรอผลสรุปจากผลสอบปลาย
ภาคเรียนท่ี 1/2565 อีกคร้ังหนึ่ง แต่ในการดาเนินงานตามเทคนิคต่าง ๆ ที่ผ่านมา ก็ยังพบปัญหาบ้างใน
บางส่วน เช่น นักศึกษาที่ทางานในลักษณะการเข้ากะ มาพบกลุ่มและร่วมกิจกรรมได้ไม่สม่าเสมอ จานวน 11
คน คิดเป็นร้อยละ 22.92 จะต้องดาเนินการพัฒนาปรับปรุงหาเทคนิคท่ีสามารถทาให้นักศึกษากลุ่มน้ีเกิด
กระบวนการเรียนร้ไู ดม้ ากขึน้
ขั้นที่ 5 พัฒนาปรบั ปรงุ
หลังจากสรุปและประเมินผลการจัดกิจกรรมแล้ว ทาให้ทราบถึงปัญหาท่ีจะต้องดาเนินการแก้ไข
สาหรับนักศึกษากลุ่มที่ยังไม่สามารถมาพบกลุ่มและจัดกิจกรรรมได้อย่างสม่าเสมอ โดยดาเนินการประชุม
ร่วมกบั นักศึกษากลมุ่ ดังกล่าว เพ่อื หาแนวทางปรบั ปรงุ แก้ไขต่อไป
ผลการดาเนนิ การ
เชงิ ปรมิ าณ นักศกึ ษาร้อยละ 80 ขึ้นไป เข้าร่วมกจิ กรรมการเรยี นรทู้ ง้ั ในและนอกสถานศกึ ษา
และเกดิ นักศึกษาแกนนาในการดแู ลและชว่ ยเหลือเพ่ือนนกั ศกึ ษาดว้ ยกัน
เชงิ คณุ ภาพ นักศึกษา กศน.ตาบลขัวมงุ มีความกระตอื รือล้นและสนใจเขา้ รว่ มกจิ กรรมทั้งในและ
นอกสถานศึกษามากขึ้น เกิดการเรียนรูใ้ นรปู แบบต่าง ๆ และสามารถนาไปปรบั ใชใ้ นชวี ิตประจาวนั ได้
เม่อื ดาเนินการตามขัน้ ตอนต่าง ๆ ดว้ ยเทคนคิ วธิ กี ารท่หี ลากหลาย เพื่อไม่ให้ผ้เู รยี นมี
ความรู้สกึ เบอ่ื ดงั นี้ ในการเริ่มพบกลุ่มครั้งแรกจะมกี ารนารายวิชาทล่ี งเรยี นในภาคเรยี นนีม้ าคุยกนั วา่ มวี ิชา
อะไรบ้าง เราจะเรียนยังไง ลงมติรว่ มกัน และให้โจทยเ์ กย่ี วกบั การหากลุ่มทาโครงงานเพ่อื นาเสนอโครงรา่ งใน
สปั ดาห์ถัดไป มกี ารตงั้ คณะกรรมการ กศน.ตาบล จากความสมคั รใจ และให้บทบาทหน้าทขี่ องแต่ละตาแหนง่
ในการปฏบิ ัตงิ านโดยการอาศัยความสมคั รใจ เปน็ การกระตุน้ ในการสรา้ งจติ อาสาให้แก่นักศึกษา มกี ารดูแล
กศน.ตาบลรว่ มกัน หาต้นไม้มาปลกู ปรบั ปรุงและดูแลสถานท่ีอยา่ งต่อเนื่องผา่ นแกนนา มกี ารติดตามเพ่ือนใน
กล่มุ มารว่ มเรยี นอย่างสม่าเสมอ และติดตอ่ ภาคีเครือขา่ ยในการจัดกจิ กรรมรว่ มกัน ซึง่ ในทกุ กิจกรรมท่นี า
นกั ศกึ ษาไปทา จะมีการกลับมาถอดองค์ความรู้อย่างง่าย เพอื่ ใหท้ ราบว่า กจิ กรรมที่ได้ทาไปนน้ั สามารถให้
อะไรแกน่ ักศึกษาได้บ้าง เป็นการฝกึ ซ้า ๆ ใหน้ ักศึกษาได้เกิดกระบวนการคิด วิเคราะห์อยา่ งต่อเน่ือง
สิง่ ทไี่ ด้และเห็นได้ชัดเจนคือ นกั ศกึ ษา กศน.ตาบลขัวมงุ ในภาคเรยี นน้ี มคี วามสามัคคี และ
ความพร้อมทจี่ ะร่วมกิจกรรมมากข้นึ ดแู ลซึ่งกันและกนั ไม่วา่ จะเปน็ ในเร่อื งการเรยี น หรอื เร่อื งการดาเนนิ
ชวี ิตประจาวนั เมอ่ื ขอความร่วมมอื ในการทากจิ กรรมหรืออะไรก็ตาม จะปฏิบัตใิ หอ้ ย่างเต็มที่ และท่ีสาคัญ รู้จัก
เหตุผล รูจ้ กั การควบคุมตนเองควบคุมอารมณ์ รจู้ ักกฎเกณฑใ์ นการอยู่ร่วมกันมากขึน้
สรุปผลสถิติการมาเรยี นมารว่ มกจิ กรรมของนกั ศกึ ษาภาคเรียน 1/2565
จานวนนกั ศกึ ษามาพบกลมุ่ ตงั้ แต่ พฤษภาคม - สงิ หาคม
Axis Title 45
40
35 พฤษภาคม มิถนุ ายน กรกฎาคม สงิ หาคม
30 18 18 22 23
25 11 13 15 16
20 29 31 37 39
15
10
5
0
ม.ต้น
ม.ปลาย
รวม
บทเรยี นทไี่ ดร้ บั
ด้วยนกั ศกึ ษา กศน.ตาบลขัวมงุ ในภาคเรียนที่ 1/2565 น้ัน ส่วนใหญ่จะเป็นนกั ศึกษาทีอ่ ยู่
ในช่วงอายไุ มเ่ กนิ 25 ปี รอ้ ยละ75 ซง่ึ เปน็ วัยท่ีต้องการได้รับความรัก ความสนใจ ถ้าครูผูส้ อนเขา้ ใจในตัว
นักศกึ ษา ๆ ก็จะมีความรสู้ ึกวา่ มีคุณค่า และพรอ้ มทจ่ี ะเปดิ รบั สง่ิ ทีจ่ ะเขา้ มาเติมเตม็ ให้แก่ตวั เอง
ปจั จยั ความสาเรจ็
แกนนา นักศึกษา กศน.ตาบลขัวมุง ที่เป็นตัวแทนของครูได้ในแทบจะทุกเร่ือง ช่วยดูแลน้อง ๆ และ
รายงานเร่ืองราวต่าง ๆ ให้ครูได้รับทราบ อีกทั้งยังมีการพูดคุยกันอยู่เสมอ ๆ เป็นการสะท้อนประเด็นปัญหา
และร่วมกนั หาทางแก้ไขปัญหา มภี าคีเครือข่ายคอยสนับสนุนในการทากจิ กรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปน็ เทศบาล วัด
กลมุ่ องค์กรในพื้นท่ี พฒั นาชุมชน เปน็ ต้น
การเผยแพร่/การได้รบั การยอมรบั
การเผยแพร่
เผยแพรผ่ ่านช่องทางการส่ือสารออนไลน์แอพพลเิ คช่นั line Facebook Fanpageเพื่อเป็น
ตัวอยา่ งสาหรับผู้ท่ีสนใจ
รปู กจิ กรรมการเรยี นการสอน การทากจิ กรรมกบั ภาคเี ครอื ขา่ ย และการถอดองคค์ วามรู้
เทคนคิ การจดั กระบวนการเรยี นการสอนในหอ้ งเรยี น
เทคนิคการสรา้ งแกนนา
กจิ กรรมนอกหอ้ งเรยี น
ตวั อยา่ งผลงานการถอดองค์ความรจู้ ากกจิ กรรมตา่ ง ๆ
9y