แผนการจดั การเรยี นรู้
วิชาชีววิทยา ว31241
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เรอ่ื ง การศึกษาชีววิทยา
ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ที่ 4 โรงเรยี นอดุ รพิชยั รกั ษพ์ ิทยา
การฝึ กปฏิบตั ิการสอนในสถานศึกษา 1
รหสั วิชา ED18501
(INTERNSHIP IN SCHOOL 1)
คณะครศุ าสตร์
มหาวิทยาลยั ราชภฏั อดุ รธานี
ภาคเรยี นท่ี 1 ปี การศึกษา 2565
แผนการจดั การเรียนรู้
วชิ าชวี วิทยา ว31241
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 1 เร่ือง การศกึ ษาชีววทิ ยา
ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 4 โรงเรียนอดุ รพิชยั รักษพ์ ทิ ยา
นางสาวศศิกาญจน์ พลดี
รหัสประจำตัวนกั ศึกษา 61100147119
นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณว์ ิชาชพี สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ (เน้นชวี วิทยา)
การฝึกปฏิบัตกิ ารสอนในสถานศกึ ษา 1
รหสั วิชา ED18501 (INTERNSHIP IN SCHOOL 1)
คณะครศุ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏอดุ รธานี
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
ก
คำนำ
กระทรวงศึกษาธิการได้จัดทำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
และฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560 เพื่อมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ คุณธรรม ทักษะพื้นฐานที่จำเป็นใน
การศึกษาต่อ และประกอบอาชีพได้ โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มศักยภาพ
ดังนั้นสถานศึกษาต้องจัดการศึกษาที่เน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระตุ้นให้
ผู้เรียนได้ใช้กระบวนการคิด โดยผู้สอนจะต้องเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้จัดบรรยากาศเชิงบวก สร้างแรงจูงใจให้
ผู้เรียนต้องการเรียนรู้ ฝึกให้ผู้เรียนคิดวิเคราะห์ ลงมือปฏิบัติและสรุปเป็นความรู้ฝังแน่น
ซึ่งเป็นองค์ความรู้ท่ี เกิดจากประสบการณ์ของตนเอง แล้วนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
ข้าพเจ้าจึงมีความตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 จึงได้จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ ซึ่งหวังเป็น
อย่างยิ่งว่าแผนการจัดการเรียนรู้นี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้เรียนที่ศึกษาเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ และ
อำนวยความสะดวกแก่ผู้สอนในการจัดการเรียนรู้และประเมินผลตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขนั้ พ้ืนฐาน
พทุ ธศักราช 2551
ศศกิ าญจน์ พลดี
นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณว์ ิชาชีพครู
สารบญั ข
เร่อื ง
หน้า
คำนำ
สารบญั ก
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม ข
มาตรฐานและตวั ชวี้ ดั รายวิชาเพม่ิ เติม 1
แผนประเมินผลการเรยี นร้รู ายวชิ า 2
กำหนดการสอน 6
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 การศึกษาชีววทิ ยา 9
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 11
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 2 20
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3 29
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 4 36
1
คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเตมิ
ว31241 ชวี วิทยา 1 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หน่วยกติ
………………………………………………………………………………………………………….………………………………………
ศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต ลักษณะเฉพาะของสิ่งมีชีวิต แขนงวิชาที่เกี่ยวข้องกับชีววิทยา
และการใชค้ วามรู้ทางชีววิทยาทเ่ี ป็นประโยชน์ต่อมนษุ ย์และสิง่ แวดล้อม ชีววทิ ยากับการดารงชีวิตของสงิ่ มีชีวิต
ความตระหนักในเรื่องของชีวจริยธรรม การศึกษาชีววิทยาโดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์รวมทั้งการศึกษา
วิธีการทำงานของนกั วิทยาศาสตร์และการนําความรู้เกี่ยวกับชีววทิ ยามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำาวัน การทำ
กิจกรรมสะเต็มศึกษาโดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตจริง ศึกษาเคมีที่เป็น
พื้นฐานของสิ่งมีชีวิต โครงสร้างและหน้าที่ของสารต่าง ๆ ที่เป็นองค์ประกอบในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต และ
ปฏิกิริยาเคมีในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ศึกษาส่วนประกอบของกล้องจุลทรรศน์ใช้แสง หลักการทำงาน วิธีการใช้
รวมทั้งการดูแลและเก็บรักษา ศึกษาโครงสร้างและหน้าที่ของส่วนที่ห่อหุ้มเซลล์ไซโทพลาซึมและนิวเคลียส
การลําเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์การหายใจระดับเซลล์ซึ่งเป็นกระบวนการที่เซลล์สร้างพลังงานจากการ
สลายสารอาหาร สำหรบั นาํ ไปใช้ในกจิ กรรมต่าง ๆ ของเซลล์และการแบ่งเซลล์
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์การสืบเสาะหาความรู้การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์
เปรยี บเทียบ อธิบาย อภปิ ราย และสรุป เพือ่ ให้เกิดความร้คู วามเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ มที ักษะ
ปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์รวมทั้งทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้าน
การคดิ และการแก้ปัญหา ดา้ นการสื่อสารสามารถส่ือสารสิ่งที่เรยี นร้แู ละนาํ ความรู้ไปใชใ้ นชีวติ ของตนเอง มีจิต
วทิ ยาศาสตรจ์ ริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมทเี่ หมาะสม
ผลการเรยี นรู้
สาระชีววิทยา 1. เข้าใจธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต การศึกษาชีววิทยาและวิธีการทางวิทยาศาสตร์สารท่ี
เป็นองค์ประกอบของสิ่งมีชีวิต ปฏิกิริยาเคมีในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต กล้องจุลทรรศน์โครงสร้างและหน้าที่ของ
เซลล์การลําเลียงสารเข้าและออกจากเซลลก์ ารแบง่ เซลล์และการหายใจระดบั เซลล์
ผลการเรียนรู้ ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 4/1-17
2
มาตรฐานและตัวชวี้ ดั รายวิชาเพ่มิ เตมิ
รายวชิ าเพม่ิ เตมิ ชีววทิ ยา 1 ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 4
รหสั วชิ า ว 31241 เวลาเรียน 60 ช่วั โมง/ภาคเรยี น
ภาคเรียนท่ี 1 จำนวน 1.5 หน่วยกติ
มาตรฐาน ตัวช้ีวัด
สาระชีววทิ ยา อธิบาย และสรปุ สมบัตทิ ี่สำคัญของส่ิงมีชีวติ และความสัมพันธ์ของการจัดระบบในส่ิงมีชีวิตท่ีทำให้
ม.4/1 สงิ่ มีชวี ติ ดำรงชวี ติ อยูไ่ ด้
สาระชวี วทิ ยา อภิปราย และบอกความสำคัญของการระบุปัญหา ความสัมพันธ์ระหว่างปัญหา สมมติฐาน และ
ม.4/2 วิธกี าร ตรวจสอบสมมตฐิ าน รวมทงั้ ออกแบบการทดลองเพือ่ ตรวจสอบสมมติฐาน
สาระชีววิทยา สืบค้นข้อมูล อธิบายเกี่ยวกับสมบัติของน้ำ และบอกความสำคัญของน้ำที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและ
ม.4/3 ยกตัวอย่างธาตุ ชนิดตา่ งๆ ทีม่ ีความสำคัญต่อร่างกายสงิ่ มชี ีวิต
สาระชวี วทิ ยา สืบค้นขอ้ มลู อธบิ ายโครงสรา้ งของคารโ์ บไฮเดรต ระบุ กลมุ่ ของคาร์โบไฮเดรต รวมท้ังความสำคัญ
ม.4/4 ของคาร์โบไฮเดรตทีม่ ีตอ่ ส่ิงมชี วี ิต
สาระชีววทิ ยา สบื ค้นขอ้ มูล อธิบายโครงสรา้ งของโปรตีน และ ความสำคัญของโปรตนี ที่มีต่อสิง่ มชี ีวิต
ม.4/5
สาระชีววทิ ยา สืบค้นขอ้ มลู อธบิ ายโครงสร้างของลพิ ดิ และความสำคญั ของลิพดิ ที่มีตอ่ สิง่ มีชวี ติ
ม.4/6
สาระชวี วิทยา อธิบายโครงสร้างของกรดนิวคลิอิก และระบุชนิดของกรดนิวคลิอิก และความสำคัญของกรด
ม.4/7 นิวคลิอิกท่ีมีต่อสง่ิ มชี ีวิต
สาระชีววิทยา สบื คน้ ขอ้ มูล และอธิบายปฏิกริ ิยาเคมี ท่เี กดิ ขึน้ ในส่งิ มชี ีวติ
ม.4/8
สาระชีววิทยา อธิบายการทำงานของเอนไซม์ในการเร่งปฏิกิริยาเคมีในสิ่งมีชีวิตและระบุปัจจัยที่มีผลต่อการ
ม.4/9 ทำงานของเอนไซม์
สาระชีววิทยา บอกวิธีการ และเตรียมตัวอย่างสิ่งมีชีวิต เพื่อศึกษาภายใต้กล้องจุลทรรศน์ใช้แสง วัดขนาด
ม.4/10 โดยประมาณ และวาดภาพที่ปรากฏภายใต้กล้อง บอกวิธีการใช้และการดูแล รักษากล้อง
จลุ ทรรศน์ใช้แสงทถี่ กู ต้อง
สาระชีววิทยา อธิบายโครงสรา้ งและหนา้ ที่ของส่วนทีห่ อ่ ห้มุ เซลลข์ อง เซลลพ์ ืชและเซลล์สัตว
ม.4/11
สาระชีววิทยา สืบค้นข้อมลู อธบิ ายและระบชุ นดิ และหน้าทีข่ องออร์แกเนล
ม.4/12
สาระชวี วิทยา อธิบายโครงสรา้ งและหนา้ ทีข่ องนิวเคลียส
ม.4/13
3
สาระชีววิทยา อธิบาย และเปรยี บเทยี บการแพร่ออสโมซสิ การแพร่ แบบฟาซลิ เิ ทตและแอกทีฟทรานสปอร์ต
ม.4/14
สาระชวี วทิ ยา สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเขียนแผนภาพการลําเลียง สารโมเลกุลใหญ่ออกจากเซลล์ด้วย
ม.4/15 กระบวนการเอกโซไซโทซิสและการลําเลียงสารโมเลกุลใหญ่เข้าสู่เซลล์ด้วยกระบวนการเอนโดไซ
โทซิส
สาระชีววทิ ยา สังเกตการแบง่ นวิ เคลียสแบบไมโทซสิ และแบบไมโอซิส จากตัวอยา่ งภายใตก้ ล้องจุลทรรศน์พร้อม
ม.4/16 ทัง้ อธบิ ายและเปรยี บเทียบการแบง่ นิวเคลยี สแบบไมโทซิสและแบบไมโอซสิ
สาระชีววทิ ยา อธิบายเปรียบเทียบ และสรุปขั้นตอนการหายใจระดับ เซลล์ในภาวะที่มีออกซิเจนเพียงพอและ
ม.4/17 ภาวะทม่ี ีออกซิเจนไม่เพยี งพอ
4
หน่วยการเรยี นรู้กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวชิ าเพม่ิ เตมิ ชวี วทิ ยา 1
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 4 เวลา 60 ชว่ั โมง
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ ตวั ช้วี ดั เวลา/ช่วั โมง
1 สาระชีววทิ ยา ข้อ 1 15
ม. 4/1 อธิบาย และสรุปสมบัติที่สำคัญของสิ่งมีชีวิตและ 18
การศกึ ษาชีววิทยา ความสัมพันธ์ของการจัดระบบในสิ่งมีชีวิตที่ทำให้สิ่งมีชีวิต
ดำรงชีวติ อยูไ่ ด้ 30
2 ม. 4/2 อภิปราย และบอกความสำคัญของการระบุปัญหา
เคมที เ่ี ป็นพนื้ ฐาน ความสมั พันธร์ ะหวา่ งปัญหา สมมติฐาน และ วธิ กี าร ตรวจสอบ
สมมติฐาน รวมทั้ง ออกแบบการทดลองเพื่อ ตรวจสอบ
ของส่งิ มชี วี ติ สมมติฐาน
สาระชีววทิ ยา ข้อ 1
3 ม. 4/3 สืบค้นข้อมูล อธิบายเกี่ยวกับสมบัติของน้ำ และบอก
เซลล์และการทำ ความสำคัญของน้ำที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและยกตัวอย่างธาตุ ชนิด
งานของเซลล์ ต่างๆ ทีม่ คี วามสำคัญต่อรา่ งกายส่งิ มชี วี ติ
ม. 4/4 สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสร้างของคาร์โบไฮเดรต ระบุ
กลุ่มของคาร์โบไฮเดรต รวมทั้งความสำคัญของคารโ์ บไฮเดรตท่ี
มตี ่อสง่ิ มีชีวิต
ม. 4/5 สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสร้างของโปรตีน และ
ความสำคัญของโปรตนี ทม่ี ีตอ่ สงิ่ มีชีวิต
ม. 4/6 สืบคน้ ข้อมลู อธิบายโครงสร้างของลิพิดและความสำคญั
ของลพิ ดิ ทีม่ ตี ่อสง่ิ มีชวี ติ
ม. 4/7 อธิบายโครงสร้างของกรดนิวคลิอิก และระบุชนิดของ
กรดนิวคลอิ ิก และความสำคัญของกรดนวิ คลิอกิ ท่ีมตี อ่ สิ่งมชี ีวิต
ม. 4/8 สืบค้นข้อมูล และอธิบายปฏิกิริยาเคมี ที่เกิดขึ้นใน
สงิ่ มีชวี ิต
ม. 4/9 อธิบายการทำงานของเอนไซม์ในการเรง่ ปฏกิ ิริยาเคมีใน
สิง่ มชี วี ติ และระบุปจั จยั ที่มผี ลต่อการทำงานของเอนไซม
สาระชีววทิ ยา ขอ้ 1
ม. 4/10 บอกวธิ ีการ และเตรยี มตวั อยา่ งสิ่งมีชีวติ เพ่ือศึกษา
ภายใต้กลอ้ งจุลทรรศนใ์ ชแ้ สง วัดขนาดโดยประมาณ และวาด
5
ภาพท่ปี รากฏภายใตก้ ลอ้ ง บอกวธิ กี ารใช้และการดแู ล รกั ษา
กล้องจุลทรรศนใ์ ชแ้ สงทถี่ กู ต้อง
ม. 4/11 อธบิ ายโครงสรา้ งและหน้าทขี่ องสว่ นทห่ี ่อหุ้มเซลล์ของ
เซลลพ์ ืชและเซลล์สัตว
ม. 4/12 สบื คน้ ข้อมลู อธบิ ายและระบุชนิดและหนา้ ทีข่ องออร์
แกเนล
ม. 4/13 อธิบายโครงสรา้ งและหน้าท่ีของนิวเคลยี ส
ม. 4/14 อธิบาย และเปรยี บเทยี บการแพร่ออสโมซสิ การแพร่
แบบฟาซิลเิ ทตและแอกทฟี ทรานสปอรต์
ม. 4/15 สบื ค้นข้อมลู อธิบาย และเขียนแผนภาพการลําเลยี ง
สารโมเลกุลใหญ่ออกจากเซลล์ดว้ ยกระบวนการเอกโซไซโทซสิ
และการลําเลยี งสารโมเลกุลใหญ่เข้าสู่เซลล์ด้วยกระบวนการ
เอนโดไซโทซสิ
ม. 4/16 สงั เกตการแบ่งนวิ เคลียสแบบไมโทซิสและแบบไมโอ
ซสิ จากตวั อยา่ งภายใตก้ ล้องจุลทรรศนพ์ รอ้ มท้งั อธบิ ายและ
เปรียบเทยี บการแบ่งนวิ เคลยี สแบบไมโทซิสและแบบไมโอซิส
ม. 4/17 อธบิ ายเปรียบเทยี บ และสรุปขั้นตอนการหายใจระดบั
เซลลใ์ นภาวะทมี่ อี อกซเิ จนเพียงพอและภาวะท่ีมอี อกซเิ จนไม่
เพียงพอ
รวม 60 ชั่วโมง/ภาคเรยี น
6
แผนประเมนิ ผลการเรยี นรู้รายวิชา
รายวิชาเพิม่ เตมิ ชีววทิ ยา 1 รหัสวชิ า ว31241 กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หน่วยกิต ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
คะแนนระหวา่ งภาค ปลายภาค
ท่ี ผลการเรียนรู้ K P A กลางภาค คะแนน ขอ้ รวม
คะแนน ขอ้
1 อธบิ ายและสรปุ สมบตั ิท่ีสำคัญของสิ่งมีชวี ติ
และความสมั พนั ธ์ของการจดั ระบบในสิง่ มีชีวติ 2 1 1 2.5 7 - - 6.5
ทท่ี ำชวี ติ ที่ทำใหส้ ่ิงมีชีวติ ดำรงชวี ติ อยูไ่ ด้
2 อภปิ รายและบอกความสำคัญของการระบุ
ปัญหา ความสัมพนั ธ์ระหว่างปญั หา สมมติฐาน 3 1 1 2.5 7 - - 7.5
และวิธกี ารตรวจสอบสมมตฐิ าน รวมทงั้
ออกแบบการทำลองเพ่อื ตรวจสอบสมมติฐาน
3 สืบค้นขอ้ มูล อธบิ ายเก่ยี วกบั สมบตั ิของนำ้ และ
บอกความสำคัญของนำ้ ทมี่ ีตอ่ ส่งิ มชี ีวติ และ 2 1 0 2.5 7 - - 5.5
ยกตัวอยา่ งธาตชุ นดิ ตา่ ง ๆ ทมี่ ีความสำคัญตอ่
รา่ งกายส่งิ มีชวี ติ
4 สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสรา้ งของ
คารโ์ บไฮเดรต ระบกุ ลุ่มของคาร์โบไฮเดรต 11 1 2 6 - -5
รวมทั้งความสำคัญของคาร์โบไฮเดรตทีม่ ีตอ่
ส่งิ มีชวี ติ
5 สบื ค้นขอ้ มลู อธิบายโครงสรา้ งของโปรตนี และ 1 1 1 2 6 - -5
ความสำคัญของโปรตนี ทมี่ ตี ่อสิ่งมชี วี ิต
6 สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสร้างของลิพิด และ
ความสำคัญของลิพิดทีม่ ีต่อสิง่ มีชวี ิต
11 0 2 6 - - 4
7 อธบิ ายโครงสรา้ งของกรดนวิ คลอิ กิ และระบุ
ชนิดของกรดนวิ คลอิ ิกและความสำคัญของกรด 2 1 1 2 6 - - 6
นวิ คลอิ ิกทีม่ ตี ่อสิ่งมชี ีวติ
7
8 สืบค้นข้อมูลและอธิบายปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้น 1 1 0 26 - -4
ในสิ่งมีชีวิต 2.5 7 - - 6.5
20 60
9 อธิบายการทำงานของเอนไซม์ในการเร่ง - 50
20 3 99
ปฏิกิริยาเคมีในสิ่งมีชีวิตและระบุปัจจัยที่มีผล 2 1 1
-- 2 66
ต่อการทำงานของเอนไซม์
--
รวมรายจดุ กอ่ นสอบกลางภาค 15 9 6
30
10 บอกวธิ ีการและเตรียมตวั อย่างสงิ่ มีชีวติ เพือ่
ศึกษาภายใตก้ ล้องจลุ ทรรศน์ใชแ้ สง วดั ขนาด
โดยประมาณและวาดภาพท่ปี รากฏภายใต้ 3 2 1
กลอ้ ง บอกวธิ กี ารใช้ และการดแู ลรักษากล้อง
จุลทรรศนใ์ ช้แสงทีถ่ กู ตอ้ ง
11 อธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของส่วนที่ห่อหุ้ม
เซลล์ของเซลล์พชื และเซลล์สัตว์ 12 1
12 สืบค้นข้อมูล อธิบาย และระบุชนิดและหน้าท่ี 1 1 0 - - 3 95
ของออรแ์ กเนลล์
13 อธบิ ายโครงสรา้ งและหน้าทข่ี องนวิ เคลยี ส 1 1 0 - - 1.5 4 3.5
14 อธบิ ายและเปรียบเทยี บการแพร่ ออสโมซสิ
การแพร่แบบฟาซิลิเทต และแอกทฟี ทรานส 2 2 1 - - 2.5 7 7.5
ปอรต์
15 สืบคน้ ขอ้ มูล อธบิ าย และเขยี นแผนภาพการ
ลำเลยี งสารโมเลกลุ ใหญอ่ อกจากเซลล์ด้วย
กระบวนการเอกโซไซโทซสิ และการลำเลยี ง 2 1 0 - - 2 6 5
สารโมเลกลุ ใหญเ่ ข้าสู่เซลล์ดว้ ยกระบวนการ
เอนโดไซโทซสิ
16 อธิบายเปรียบเทยี บและสรปุ ขั้นตอนการ
หายใจระดับเซลล์ในภาวะท่ีมีออกซิเจน 21 0 - - 3 9 6
เพยี งพอและภาวะทม่ี ีออกซเิ จนไม่เพยี งพอ
17 สังเกตการแบ่งนวิ เคลียร์แบบไมโทซิสและแบบ 3 1 1 - - 3 98
ไมโอซิสจากตัวอย่างภายใต้กล้องจุลทรรศน์
8
พร้อมทั้งอธิบายและเปรียบเทียบการแบ่ง
นิวเคลยี สแบบไมโทซสิ และแบบไมโอซสิ
รวมรายจดุ หลังสอบกลางภาคและสอบปลายภาค 15 11 4 -- 20 60 50
30 - 20
รวม 60 20 20 100
20
รวมทง้ั สิ้น 80
9
กำหนดการสอน
รายวชิ าเพ่ิมเตมิ ชวี วิทยา 1 รหสั วชิ า ว31241 กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หน่วยกติ ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
วัน/เดือน/ปี ชือ่ หนว่ ยการเรยี นรู้/หนว่ ยยอ่ ย จำนวนคาบ แผนท่ใี ช้
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 1 การศกึ ษาชวี วทิ ยา
1.1 ธรรมชาติของส่ิงมชี วี ติ 6 1-2
1.1.1 สิ่งมีชีวติ คอื อะไร
1.1.2 ชีววิทยาคืออะไร
1.1.3 ชวี วทิ ยากับการดำรงชวี ติ
1.1.4 ชวี จริยธรรม
1.2 การศกึ ษาชวี วิทยาและวธิ ีการทางวทิ ยาศาสตร์ 6 3-4
1.2.1 การศึกษาชีววทิ ยา
1.2.2 วธิ กี ารทางวิทยาศาสตร์
1.3 กจิ กรรมสะเต็มศกึ ษาและกระบวนการออกแบบเชงิ 35
วศิ วกรรม
1.3.1 สะเต็มศกึ ษาคอื อะไร
1.3.2 กระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 เคมีเป็นส่ิงพ้ืนฐานของสงิ่ มชี วี ติ
2.1 อะตอม ธาตุและสารประกอบ 36
2.1.1 อะตอม
2.1.2 ธาตแุ ละสารประกอบ
2.2 นำ้ 6
2.3 สารประกอบคาร์บอนในสิ่งมชี ีวิต 9 7-9
2.3.1 คาร์โบไฮเดรต
2.3.2 โปรตนี
2.3.3 ลิพดิ
2.3.4 กรดนิวคลอิ กิ
2.4 ปฏิกิรยิ าเคมีในเซลล์สิ่งมีชวี ติ 6 10-11
2.4.1 พลังงานกับการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมี
2.4.2 เอนไซม์
2.4.3 เมแทบอลซิ มึ
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 3 เซลล์และการทำงานของเซลล์ 10
3.1 กล้องจุลทรรศน์
3.2 โครงสรา้ งและหนา้ ทข่ี องเซลล์ 6 12-13
3 14
3.2.1 สว่ นท่ีหอ่ หุ้มเซลล์
3.2.2 ไซโทพลาซมึ 6 15-16
3.2.3 นวิ เคลยี ส 6 17-18
3.3 การลำเลียงสารเข้าและออกเซลล์ 6 19-20
3.4 การหายใจระดบั เซลล์
3.5 การแบ่งเซลล์ รวม 60 คาบ
3.5.1 โครโมโซม
3.5.2 วฏั จกั รเซลล์และการแบง่ เซลล์แบบไมโทซิส
3.5.3 การแบง่ เซลลแ์ บบไมโอซสิ
รวม…วัน
11
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 1
กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี รายวิชาเพ่มิ เตมิ ชีววทิ ยา 1
ภาคเรียนท่ี 1/2565 ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 4
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 : การศกึ ษาชวี วิทยา จำนวน 3 ชั่วโมง
เร่ือง ธรรมชาตขิ องสงิ่ มชี วี ติ ครผู ู้สอน ศศิกาญจน์ พลดี
1.สาระสำคัญ
สาระชีววิทยา ข้อ ๑
เข้าใจธรรมชาติของส่ิงมีชีวิต การศึกษาชีววิทยาและวิธีการทางวิทยาศาสตร์ สารที่เป็นองค์ประกอบของ
สิ่งมีชีวิต ปฏิกิริยาเคมีในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตกล้องจุลทรรศน์ โครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์ การลําเลียงสารเข้า
และออกจากเซลล์การแบ่งเซลล์ และการหายใจระดับเซลล์
2.ผลการเรยี นรู้
อธิบาย และสรปุ สมบัติทส่ี ำคญั ของส่ิงมีชวี ติ และความสัมพนั ธข์ องการจัดระบบในสงิ่ มชี วี ติ ทท่ี ำให้
ส่ิงมีชีวิตดำรงชวี ติ อยไู่ ด้
3.จุดประสงค์
1) วิเคราะห์ และอธิบายลักษณะเฉพาะทสี่ ำคัญของส่งิ มชี ีวติ (K)
2) อธิบายความสัมพันธข์ องการจดั ระบบในสงิ่ มชี ีวติ ทีท่ ำใหส้ ิง่ มชี ีวติ ดำรงชวี ติ อย่ไู ด้ (K)
3) ออกแบบ ทดลอง และวิเคราะห์ขอ้ มูลเกย่ี วกบั การตอบสนองตอ่ สิง่ เรา้ ของสิง่ มชี วี ิต (P)
4) มีความใฝเ่ รียนรู้ (A)
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น/ทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21 และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น ทกั ษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. ความสามารถในการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ
2. ความสามารถในการคดิ 2. การสื่อสาร
- ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ 3. การทำงานรว่ มกัน
- ทักษะการคดิ สรา้ งสรรค์ 4. การสรา้ งสรรค์
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา 5. ความเขา้ ใจและใช้เป็นในดา้ นเทคโนโลยสี ารสนเทศ
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต และการสอ่ื สาร
- กระบวนการทำงานกลมุ่ 6. ความยดื หยุ่นและการปรบั ตวั
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี 7. การมผี ลงานและความรับผิดชอบ
12
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวินยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มงุ่ มั่นในการทำงาน
4. มีจิตสาธารณะ
5. สาระการเรียนรู้
การอธิบาย และอภิปรายผลการศึกษาค้นคว้าของนักวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการเกิดสิ่งมีชีวิตบนโลกและ
คุณสมบัติของสิ่งมีชีวิต โดยใช้พื้นฐานของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งสามารถทำการสำรวจตรวจสอบได้อย่าง
ครอบคลุมและน่าเชื่อถือ เมื่อนักวิทยาศาสตร์ได้ทาการศึกษาค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับการเกิดสิ่งมีชีวิตจนได้
ข้อเท็จจริงแล้ว ทำให้นักวิทยาศาสตร์คิดและตั้งคำถามต่อไปว่า “สิ่งมีชีวิตท่ีพบบนโลกน้ีมีมากมายหลายชนิด แต่
ละชนิดมีคุณสมบัติเหมือนกันหรือไม่” ซึ่งจากการศึกษาพบว่า สิ่งมีชีวิตมีคุณสมบัติที่คล้ายกันหลายประการ
ได้แก่ มีการสืบพันธุ์เพื่อขยายพันธุ์หรือดำรงพันธ์ุไว้ มีการเจริญเติบโต มีอายุขัยและขนาดจำกัด ต้องการอาหาร
และพลังงาน การตอบสนองต่อสิ่งเร้า มีการปรับตัวให้มีชีวิตอยู่รอดในแหล่งที่อยู่อาศัยหรือสภาพแวดล้อมนั้น
หรือท่ีเรียกว่า มีการรักษาดุลยภาพของร่างกาย มีลักษณะจำเพาะและมีการจัดระบบ
6. ภาระงาน/ชิน้ งาน
- บันทึกผลการศึกษากจิ กรรมการงอกใหม่
- บนั ทกึ ผลการทดลองเรอื่ งการตอบสนองตอ่ ส่ิงเรา้ ของไส้เดอื นดิน
7. กระบวนการจดั การเรียนรู้
1) ข้ันสรา้ งความสนใจ (Engagement Phase)
1.1 ครใู ช้คำถามกระต้นุ ความสนใจ โดยให้นักเรียนดูจากภาพนำในหนังสอื เรยี น
เช่น ถามวา่ สงิ่ ที่นกั เรียนเห็นเป็นส่ิงมชี ีวิตหรือไม่ ทราบไดอ้ ยา่ งไร ใหน้ กั เรียนตอบคำถามพรอ้ มให้
เหตุผลประกอบ (แนวคำตอบ : เปน็ สงิ่ มชี ีวติ เน่ืองจากมีการสบื พนั ธ์ุ มกี ารตอบสนอง ฯลฯ )
1.2 ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายวา่ ส่ิงมชี วี ิต ตา่ งกบั สงิ่ ไมม่ ชี ีวติ อยา่ งไร
1.3 ใหน้ กั เรียนร่วมกันตงั้ ประเดน็ เพือ่ ศกึ ษาลกั ษณะของส่ิงมีชวี ติ
- สิ่งมชี วี ติ มลี กั ษณะอยา่ งไร
- พลังงานสำหรบั การดำรงชวี ิตไดม้ าจากไหน
- ส่งิ มชี วี ติ มกี ารตอบสนองต่อสิ่งวแดล้อมหรือไม่
2) ขนั้ สำรวจและคน้ หา (Exploration Phase)
2.1 ครแู บง่ นักเรียนเปน็ กลมุ่ ละ 4-5 คน
13
2.2 นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกันสบื คน้ ศกึ ษาและอภปิ รายเกยี่ วกับลกั ษณะของสงิ่ มชี ีวติ โดยใชภ้ าพของจรงิ หรือ
ประสบการณเ์ ดิมของนักเรียน
ก.ไลเคน ข.ปะการงั
2.3 ครใู ห้นกั เรียนทำกจิ กรรมในหนงั สอื เรยี นรายวิชาเพม่ิ เติม ชีววทิ ยา เล่ม 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4
- กิจกรรม 1.1 กจิ กรรมงอกใหม่ ( เพื่อให้นกั เรยี นสามารถสรปุ ไดว้ ่า การงอกใหมเ่ ปน็ การสบื พันธขุ์ องสง่ิ มีชวี ิต )
จากนนั้ ถามคำถามจากการทำกจิ กรรม
- การเปล่ียนแปลงของส่ิงมีชีวิต ในภาพ ก. ข. และ ค. มีลักษณะท่ีเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
(ลักษณะที่เหมอื นกันคอื ดาวทะเล (ภาพ ก. และ ข.) และจ้งิ จก (ภาพ ค.) สามารถงอกสว่ นของร่างกายทีข่ าดไปให้
ครบสมบูรณ์ได้สิ่งท่ีแตกต่างกันคือ ดาวทะเล ภาพก. ที่ตัดคร่ึงลำ ตัวสามารถงอกเป็นตัวใหม่ได้2 ตัว เน่ืองจากมี
การตัดผ่านระบบประสาทที่ควบคุมการเจริญเติบโต ซ่ึงพบได้ในดาวทะเลบางชนิด เช่น สกุล Linckia ส่วนดาว
ทะเล ภาพ ข. ท่ีตัดเฉพาะส่วนแฉก (arm) จะงอกเฉพาะส่วนแฉกนั้นข้ึนมาใหม่ และจ้ิงจกที่ถูกตัดหางจะงอก
เฉพาะส่วนหางที่ขาดหายไป ทัง้ ภาพ ข. และ ค. ไมม่ กี ารเพิ่มจำนวนของสิง่ มชี ีวติ )
- การงอกใหม่ของสตั ว์ภาพใดถอื ว่าเป็นการสบื พันธ์ุ เพราะเหตใุ ด (การงอกใหมข่ องดาวทะเล ภาพ ก.
เปน็ การสบื พันธ์เุ พราะมจี ำ นวนเพมิ่ ขึ้นและมลี กั ษณะเหมอื นตวั เดิม)
- กจิ กรรม 1.2 การตอบสนองต่อส่งิ เรา้ ของไส้เดือนดิน ( เพือ่ ใหน้ กั เรียนสามารถออกแบบ และดำเนินการ
ทดลอง เพื่อศกึ ษาการตอบสนองต่อส่งิ เร้าของส่ิงมีชีวติ )
3) ขนั้ อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation Phase)
3.1 นักเรียนแต่ละกลุม่ นำเสนอผลการสบื คน้ และศึกษาเกี่ยวกบั ลกั ษณะของสิ่งมชี วี ิต
3.2 นักเรียนแตล่ ะกลุ่มได้ผลการสบื ค้นและผลการศกึ ษาเหมอื นหรอื ตา่ งกนั อยา่ งไร เพราะเหตใุ ด
3.3 ครตู ัง้ คำถามเพ่อื นำสกู่ ารลงขอ้ สรุป ดงั น้ี
14
- การเปลยี่ นแปลงของดาวทะเลและหางจง้ิ จก เหมอื นหรือแตกต่างกนั อย่างไร
( ลักษณะทเ่ี หมือนกันคือสามารถงอกสว่ นของร่างกายขนึ้ มาใหม่ได้ ลกั ษณะทต่ี ่างกันคือ ดาวทะเลสามารถงอกเป็น
ตัวใหมไ่ ด้ 2 ตัว สว่ นจงิ้ จกงอกเฉพาะสว่ นหางท่ีขาดหายไป ไมม่ กี ารเพิ่มจำนวนจิ้งจก )
- การงอกใหมข่ องสัตว์ชนิดใดจดั เปน็ การสืบพันธ์ุ ( การงอกใหมข่ องดาวทะเล )
- สงิ่ แวดลอ้ มภายนอก และสง่ิ แวดล้อมภายในทเ่ี ปน็ ส่งิ เรา้ ของสิง่ มีชวี ติ มอี ะไรบา้ ง
( สิ่งเร้าท่เี ปน็ สิ่งแวดลอ้ มภายนอก เช่น แสง เสยี ง อุณหภมู ิ กระแสลม ความชน้ื แรงโน้มถว่ ง
สิ่งเรา้ ท่เี ปน็ สิง่ แวดล้อมภายใน เชน่ ความเครียด ความหวิ ระดบั ฮอรโ์ มน ระดับน้ำตาลในเลอื ด )
- นักเรียนคิดว่า การพัฒนาของระบบประสาทของสงิ่ มีชีวิตแตล่ ะชนิดมคี วามสัมพันธก์ บั การตอบสนองต่อ
ส่งิ เรา้ ของส่งิ มีชวี ติ นั้นๆ อย่างไร
( มคี วามสัมพนั ธ์กัน ถา้ ระบบประสาทพัฒนาต่ำ การตอบสนองตอ่ สิ่งเร้าจะมรี ูปแบบง่ายๆ แต่ถา้ มีการเจริญของ
ระบบประสาท การตอบสนองต่อส่ิงเร้าจะมรี ูปแบบท่ซี ับซอ้ น )
4) ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration Phase)
4.1 ครใู ชค้ ำถามขยายความรูน้ ักเรียนว่า “ไวรสั เปน็ สงิ่ มชี ีวติ หรอื ไม่” นักเรยี นตอบตามความเขา้ ใจ
(ไม่ใชส่ ิ่งมีชีวิต เพราะ ไวรสั ไม่มกี ารจดั ระบบของรา่ งกาย ไมม่ กี ารรักษาดลุ ยภาพ )
4.2 ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ วา่ “ไวรัสไม่ใชส่ ิง่ มชี วี ติ แตจ่ ดั เปน็ อนุภาคท่มี ชี วี ิต (Living particle หรอื Virion) เท่านน้ั
เนอ่ื งจากหากพจิ ารณาตามลกั ษณะเฉพาะของสง่ิ มีชวี ิตแลว้ พบว่า
1. ไวรัสไม่มีส่วนท่ีเป็นเยื่อหุ้มเซลล์ของตัวเอง เน่ืองจากไม่ได้ประกอบด้วยเซลล์ซึ่งเซลล์ต้องมีเยื่อหุ้มเซลล์เพ่ือ
แยกองค์ประกอบอื่นๆ ในเซลล์ออกจากส่ิงแวดล้อมและรักษาสภาพในเซลล์ให้สมดุล เม่ือไวรัสไม่ได้ประกอบด้วย
เซลล์ไวรสั กไ็ มส่ ามารถตอบสนองต่อสง่ิ เรา้ ไมม่ ีการสรา้ งและสลายพลงั งานเพือ่ ดำรงชีวิต”
2. ไวรัสไม่สามารถเพ่ิมจำนวนได้ด้วยตัวเอง แต่สามารถแพร่พันธ์ุเพ่ิมจำนวนได้เมื่ออยู่ในเซลล์เจ้าบ้านที่มีชีวิต
(living host)
3. ไวรัสไมม่ ีเมแทบอลิซึมเมอื่ อยู่นอกเซลล์เจ้าบา้ น (host cell)
5) ข้ันประเมินผล (Evaluation Phase)
5.1 ประเมินจากการทำกจิ กรรม การตอบคำถาม
5.2 ทกั ษะการนำเสนอผลงาน (การสอื่ สารสิง่ ทเี่ รยี นร)ู้
5.3 การทำงานรว่ มกับผ้อู นื่
8.ส่อื การสอน
1. หนงั สือเรียนรายวชิ าเพม่ิ เตมิ ชวี วทิ ยา เลม่ 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4
2. วัสด-ุ อุปกรณ์ ทดลองเรื่องการศกึ ษาการตอบสนองของไส้เดือนดิน
3. ภาพส่ิงมีชวี ติ ไลเคน ปะการัง
15
9.การวดั และประเมิน วธิ ีการวดั ผล เครอ่ื งมือวดั ผล เกณฑ์การ
สง่ิ ท่ตี อ้ งการวดั ประเมนิ ผล
- แบบประเมนิ ชนิ้ งาน นกั เรียนมีผลการ
1) วิเคราะห์ และอธิบาย - ชิ้นงาน - แบบประเมินนำเสนอผลงาน ประเมินอยู่ใน
ลักษณะเฉพาะท่สี ำคญั ของ - นำเสนองาน ระดับ ดี ขึน้ ไป
สิ่งมชี ีวติ (K)
2) อธิบายความสัมพันธข์ อง - แบบประเมินชิ้นงาน นักเรยี นมีผลการ
การจดั ระบบในส่งิ มชี ีวติ ที่ - แบบสังเกตพฤติกรรม ประเมนิ อยู่ใน
ทำให้สง่ิ มชี วี ติ ดำรงชวี ติ อยู่ ระดบั ดี ขึ้นไป
ได้ (K)
นกั เรียนมีผลการ
3) ออกแบบ ทดลอง และ - ชิ้นงาน ประเมนิ อยใู่ น
วเิ คราะห์ขอ้ มลู เกยี่ วกบั การ ระดับ ดี ขึ้นไป
ตอบสนองตอ่ สิ่งเรา้ ของ
ส่ิงมชี ีวติ (P)
4) มีความใฝ่เรียนรู้ (A) - สงั เกตพฤติกรรมการ
ปฏิบัติงานของนกั เรยี น
10. เครอ่ื งมอื ประเมิน
แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
เนอ้ื หาไมถ่ ูกต้องเปน็ ส่วนใหญ่ 1
เน้อื หาถูกตอ้ งแต่ใหส้ าระสำคญั นอ้ ยมาก และไมร่ ะบุแหลง่ ทม่ี าของ 2
ความรู้
เนอ้ื หาถูกตอ้ ง มีสาระสำคัญ แต่ยังไมค่ รบถว้ น มกี ารระบแุ หล่งทมี่ าของ 3
ความรู้ 4
เนือ้ หาถกู ตอ้ ง มสี าระสำคญั ครบถว้ น และระบทุ ่มี าของความรู้
16
ประเดน็ ท่ปี ระเมิน แบบประเมนิ ช้นิ งาน
ระดับคะแนน
3
54 เนื้อหาสาระของผลงาน
ถกู ตอ้ งเป็นบางประเด็น
ผลงานมคี วาม เน้ือหาสาระของผลงาน เนอ้ื หาสาระของผลงาน ผลงานมีความน่าสนใจ แตย่ ัง
ถูกตอ้ งสมบูรณ์ ถูกตอ้ งครบถ้วน ถกู ต้องเป็นส่วนใหญ่ ไมม่ แี นวคดิ แปลกใหม่
ผลงานมคี วามคดิ ผลงานมแี นวคดิ แปลกใหม่
สร้างสรรค์ ผลงานแสดงออกถึง แตย่ ังไม่เปน็ ระบบ สง่ ผลงานช้ากว่าเวลา
ความคดิ สรา้ งสรรค์ ท่ีกำหนด 3-5 วนั
ผลงานเสรจ็ ตาม แปลกใหม่ และเป็น สง่ ผลงานช้ากว่าเวลา
เวลาทก่ี ำหนด ระบบ ท่ีกำหนด 1-2 วนั
สง่ ผลงานตามเวลา
ทก่ี ำหนด
แบบประเมนิ สงั เกตพฤตกิ รรม ระดับคะแนน
รายการประเมนิ 321
1.มวี นิ ยั มคี วามรับผิดชอบ 1.1 ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ
ข้อบังคบั ของ
ครอบครัว มีความตรงตอ่ เวลาในการปฏิบัติ
กจิ กรรมตา่ ง ๆ
2. มคี วามใฝเ่ รียนรู้ 2.1 ร้จู กั ใช้เวลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์ และ
นาํ ไปปฏิบตั ิได้
2.2 ตงั้ ใจเรยี นในห้องเรียน
3. มุง่ มน่ั ในการทำงาน 3.1 มีความต้ังใจและความพยายามในงานที่
ไดร้ บั มอบหมาย
3.2 มีความอดทน มุง่ มัน่ ไม่ท้อแท้ตอ่
อปุ สรรคให้งานสำเรจ็
17
เกณฑ์การให้คะแนน
พฤติกรรมทป่ี ฏิบตั ิชัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
พฤติกรรมที่ปฏิบตั ิชดั เจนและบ่อยครัง้ ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ตั ิบางคร้ัง ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
14-15 ดมี าก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ต่ำกว่า 8 ปรับปรงุ
(3 ) u ▇
(6 ) 5
(6 A )
1
8. 6 15
10. 1
1
11.
15
12.
13. 15
14. 16
15.
16.
17.
18.
19.
20.
21.
22.
23.
24.
25.
26.
27.
28.
20
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 2
กลุม่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี รายวชิ าเพมิ่ เติมชีววทิ ยา 1
ภาคเรียนที่ 1/2565 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 : การศึกษาชวี วิทยา จำนวน 3 ชวั่ โมง
เร่ือง ธรรมชาตขิ องสิ่งมชี วี ิต (2) ครผู ู้สอน ศศิกาญจน์ พลดี
1.สาระสำคัญ
สาระชีววิทยา ข้อ ๑
เข้าใจธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต การศึกษาชีววิทยาและวิธีการทางวิทยาศาสตร์ สารที่เป็นองค์ประกอบของ
สิ่งมีชีวิต ปฏิกิริยาเคมีในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตกล้องจุลทรรศน์ โครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์ การลําเลียงสารเข้า
และออกจากเซลล์การแบ่งเซลล์ และการหายใจระดับเซลล์
2.ผลการเรียนรู้
อธิบาย และสรุปสมบตั ทิ ส่ี ำคัญของส่ิงมีชีวติ และความสมั พนั ธ์ของการจดั ระบบในสง่ิ มชี ีวิตท่ที ำใหส้ งิ่ มีชีวิต
ดำรงชวี ิตอยู่ได้
3.จุดประสงค์
1) อภปิ รายและสรุปขอบข่ายของศาสตร์ตา่ งๆ ดา้ นชวี วทิ ยา (K)
2) อภปิ รายและยกตวั อยา่ งประโยชน์ของการศกึ ษาชวี วทิ ยาตอ่ คุณภาพชวี ิตของมนุษย์และสงิ่ แวดล้อมทั้ง
ในประเทศ รวมถงึ ในภูมิภาคอาเซียน (K)
3) อภิปรายและยกตัวอยา่ งเกยี่ วกบั ชีวจรยิ ธรรม (K)
4) จำแนกแขนงต่างๆ ของวิชาชวี วิทยาได้ (P)
5) มีความใฝเ่ รียนรู้ (A)
4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน/ทักษะแหง่ ศตวรรษที่ 21 และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น ทกั ษะแหง่ ศตวรรษที่ 21
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. ความสามารถในการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ
2. ความสามารถในการคดิ 2. การส่อื สาร
- ทักษะการคดิ วิเคราะห์ 3. การทำงานรว่ มกนั
- ทกั ษะการคดิ สรา้ งสรรค์ 4. การสรา้ งสรรค์
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 5. ความเข้าใจและใชเ้ ปน็ ในด้านเทคโนโลยสี ารสนเทศ
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต และการสือ่ สาร
21
- กระบวนการทำงานกลมุ่ 6. ความยืดหยนุ่ และการปรบั ตัว
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี 7. การมผี ลงานและความรับผิดชอบ
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวนิ ยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. ม่งุ มั่นในการทำงาน
4. มีจติ สาธารณะ
5. สาระการเรียนรู้
ชีววิทยา หมายถึง การศึกษาแนวความคิดของคนเก่ียวกับสิ่งมีชีวิตอย่างมีเหตุผล หรือการศึกษาสิ่งมีชีวิต
ด้วยวิทยาศาสตร์ ซึ่งยังมีแขนงวิชาอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับชีววิทยา เช่น สัตววิทยา พฤกษศาสตร์ จุลชีววิทยา
สรีรวิทยา มีนวิทยา กีฏวิทยา เป็นต้น การนำชีววิทยามาใช้ในการดำรงชีวิตในด้านต่างๆ เช่น ด้านการเกษตร
การแพทย์ อุตสาหกรรม สาธารณสุข และวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม เป็นต้น การศึกษาวิจัยทางด้านชีววิทยา เป็น
การศึกษาเกี่ยวกับส่ิงมีชีวิตท้ังทางตรงและทางอ้อม มีการค้นคว้า วิจัย ทดลองอยู่ตลอดเวลา จึงอาจส่งผลต่อการ
ดำรงชีวิตตามธรรมชาติขิงสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆ ดังนั้น นักชีววิทยาทุกคนจึงจำเป็นต้องมีจริยธรรมในการใช้
สัตว์ทดลองอย่างเหมาะสม ไม่ทำการทดลองท่ีเป็นการทรมานสัตว์ รู้จักเลือกใช้สัตว์ทดลองเท่าท่ีจำเป็น ไม่ขัดต่อ
กฎหมาย ตั้งอยู่บนพื้นฐานของจริยธรรม คุณธรรม มนุษยธรรม และหลักวิชาการที่เหมาะสม
6. ภาระงาน/ชนิ้ งาน
- บันทกึ ประสบการณ์ กรณีศึกษาท่ีเกีย่ วกบั ชวี จรยิ ธรรม
- ใบงาน เรอื่ ง ธรรมชาตขิ องสิ่งมีชวี ติ
7. กระบวนการจัดการเรยี นรู้
1) ขน้ั สรา้ งความสนใจ (Engagement Phase)
1.1 ตั้งประเด็นคำถามโดยใช้ข่าวจากอินเตอร์เน็ตที่นำเสนอเกี่ยวกับ GMOs พันธุวิศวกรรม การปรับปรุงพันธ์ุ
พชื พันธ์ุสตั ว์ งานวจิ ยั ทางเทคโนโลยชี วี ภาพใหม่ๆ ฯลฯ เพื่อใหน้ ักเรียนรว่ มแสดงความคิดเห็นและอภปิ ราย
(แนวคำตอบ: การโคลนลิงฝาแฝดได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก การโคลนลิงฝาแฝดได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของ
โลกโดยนักวจิ ยั ชาวจนี ลงิ แสม (Long-tailed macaque) คนู่ เ้ี กดิ จากการโคลนดว้ ยเทคนคิ คลา้ ยกบั แกะดอลล่ี คือ
วิธี somatic cell nuclear transfer โดยนำดีเอ็นเอจากเซลล์ไฟโบรบลาสท์จากตัวออ่ นมาใส่ในเซลล์ไข่ แต่มีการ
พัฒนาดดั แปลงหลายขัน้ ตอนเพ่ือใชใ้ นการโคลนสิ่งมชี วี ติ พวกไพรเมต ซง่ึ หลังจากได้ตัวอ่อน 109 ตัว นกั วิจยั กลุ่มน้ี
22
ได้ใส่ตัวอ่อนบางส่วนในลิงเพศเมีย 21 ตัว แต่ได้ลูกลิงทีม่ ีชีวิตเกดิ ขึ้นเพียง 2 ตัว พวกเขาใหช้ ื่อว่า Zhong Zhong
และ Hua Hua ซงึ่ ขณะน้ีมอี ายุไดป้ ระมาณ 8 สัปดาห์ และ 6 สปั ดาห์ ตามลำดับ)
2) ขน้ั สำรวจและคน้ หา (Exploration Phase)
2.1 ครูอธิบายเกี่ยวกับหัวขอ้ “ชีววิทยาคอื อะไร”
ชีววิทยา (Biology) ชีววิทยา ตรงกับภาษาอังกฤษว่า “Biology” ซึ่งรากศัพท์มาจากภาษากรีก คือ Bios
(ไบออส) หมายถึงสิ่งมีชีวิต (Life) และ Logos(โลกอส) หมายถึงการมีเหตุผล (reasoning) หรือความคิดดังนั้น
วิชาชีววิทยาจึงหมายถึงการศึกษาทางธรรมชาติ และกระบวนการต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิตอย่างมีเหตุผลทำให้มี
ความรู้ความเข้าใจในส่ิงมีชีวิตชนิดต่าง ๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งของ สิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเราและตัวของมนุษย์ที่ร่ วม
ระบบนิเวศเดียวกัน การศึกษาเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต เราจะต้องเข้าใจคุณสมบัติ หรือธรรมชาติของส่ิงมีชีวิต
สาขาวิชาชีววิทยา
1. Anatomy กายวิภาคศาสตร์ (ศกึ ษาเก่ียวกบั โครงสรา้ งส่วนต่างๆของสิ่งมีชวี ติ )
2. Bacteriology แบคทเี รยี วิทยา (ศกึ ษาเกย่ี วกับแบคทีเรยี )
3. Biochemistry ชีวเคมี (ศึกษาเกยี่ วกับโครงสร้างและกระบวนการเปล่ียนแปลของสารชีวโมเลกุลใน
สิ่งมีชีวติ )
4. Botany พฤกษศาสตร์ (ศึกษาเกี่ยวกบั พืช)
5. Cytology เซลลว์ ทิ ยา (ศกึ ษาเกยี่ วกบั เซลล)์
6. Ecology นเิ วศวทิ ยา (ศกึ ษาเก่ียวกับความสมั พันธร์ ะหวา่ งสง่ิ มชี วี ิตด้วยกนั และสง่ิ มชี วี ติ กบั สง่ิ แวดลอ้ ม)
7. Entomology กีฏวทิ ยา (ศึกษาเกย่ี วกับแมลง)
8. Embryology คพั ภะวิทยา (ศึกษาเกยี่ วกับตวั ออ่ นของส่ิงมีชวี ติ )
9. Ethology พฤตกิ รรมศาสตร์ (ศกึ ษาเก่ียวกับพฤตกิ รรมของสัตว)์
10. Evolution วิวัฒนาการ (ศึกษาเก่ียวกบั การเจริญเปล่ียนแปลของส่งิ มชี วี ติ จากอดตี จนถงึ ปัจจบุ นั )
11. Genetics พันธุศาสตร์ (ศึกษาเก่ียวกบั การถ่ายถอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรมของสงิ่ มชี ีวติ )
12. Helminthology หนอนพยาธวิ ทิ ยา (ศึกษาเกี่ยวกับหนอนพยาธิชนดิ ตา่ งๆ)
13. Icthyology มีนวทิ ยา (ศกึ ษาเกยี่ วกับปลา)
14. Microbiology จลุ ชวี วิทยา (ศึกษาเกยี่ วกบั จุลนิ ทรีย์)
2.2 จัดกลุ่มนักเรียน 3 – 4 คน ร่วมกันสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ที่เป็นความก้าวหน้าทางด้านชีววิทยา
ตามที่กลุ่มสนใจ ซึ่งอาจจะนำมาจากข่าวสารในอินเตอร์เน็ต เว็บไซต์ต่างๆ เพื่อนำเสนอในห้องเรียนให้นกั เรียนทำ
กจิ กรรม กรณีศึกษาทเ่ี กี่ยวกับชวี จรยิ ธรรมโดยให้นกั เรยี นสุ่มจบั กรณีศกึ ษา ดังน้ี
1. การซื้อขายอวัยวะของมนุษย์ การขโมยอวัยวะของมนุษย์เพื่อประโยชน์ด้านการแพทย์ในการรักษา
คนไข้ผดิ หลกั ชวี จริยธรรมหรือไม่อยา่ งไร และวเิ คราะหถ์ ึงสาเหตแุ ละผลกระทบทีเ่ กดิ ขึน้ โดยใช้เหตผุ ลประกอบ
23
2. การอุม้ บุญในกรณขี องผทู้ ี่ตอ้ งการมบี ตุ รแต่ไมส่ ามารถมีบุตรไดด้ ้วยตนเอง ผดิ หลักชีวจริยธรรมหรอื ไม่
อย่างไร และวิเคราะห์ถงึ สาเหตุและผลกระทบทเี่ กดิ ข้นึ โดยให้เหตุผลประกอบ
3. กรณีของผู้ที่เปน็ โรคเอดส์ หรอื ตดิ เช้ือ HIV ที่มพี ฤติกรรมในการกอ่ เหตุดว้ ยความต้งั ใจในการแพรเ่ ช้ือ
HIV ไปสผู่ ูอ้ ืน่ โดยการใช้เข็มฉดี ยาทีต่ ดิ เช้ือไปจิ้มแทงผู้อ่นื ผดิ หลักชีวจรยิ ธรรมหรอื ไม่อย่างไร และวเิ คราะห์ถึง
สาเหตุและผลกระทบท่เี กิดขึน้ โดยใช้เหตผุ ลประกอบ
3) ขัน้ อธบิ ายและลงขอ้ สรปุ (Explanation Phase)
3.1 แต่ละกลุ่มนำผลงานทีไ่ ด้จากการสบื ค้นนำเสนอในช้นั เรียน ทกุ คนมสี ว่ นร่วมแสดงความคดิ เห็นและ
อภิปราย เพอ่ื ให้ได้องคค์ วามรู้ และมีความเข้าใจเกย่ี วกบั หลักชวี จริยธรรม
4) ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration Phase)
4.1 ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลงานใหม่ๆ ของนักวิทยาศาสตร์เรื่อง “นักวิทย์สร้างตัวอ่อนครึ่งคนครึ่งลิง
หวงั แกป้ ัญหาขาดแคลนอวยั วะปลูกถา่ ย” เพอ่ื ให้นักเรยี นไดเ้ พ่ิมพนู ความรเู้ กี่ยวกบั ผลงานการดำเนินงานใหมๆ่ ของ
นักวิทยาศาสตร์ ซึ่งได้นำแนวทางของวิธีการทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการสำรวจตรวจสอบ การศึกษาค้นคว้าวิจัย
เพื่อให้เกิดผลงานทางด้านชีววิทยาศาสตร์ เป็นการนำไปใช้ประโยชน์หลายๆ ด้าน และนำไปสู่คุณลักษณะของ
นกั วทิ ยาศาสตร์ ซ่งึ ปลุกสำจติ นกึ ใหก้ บั นกั เรยี น ไดเ้ ห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์ ใหน้ กั เรยี นมีความเป็นผู้นาทาง
วทิ ยาศาสตรห์ รือความเป็นวิทยาศาสตร์
5) ขัน้ ประเมนิ ผล (Evaluation Phase)
5.1 องค์ความรู้ที่นกั เรยี นไปสบื คน้ ข้อมูล (รายงานท่ีได้จากการสืบค้นข้อมลู )
5.2 ทักษะการนำเสนอผลงาน (การสอ่ื สารสง่ิ ทเ่ี รยี นรู้)
5.3 ทักษะการคดิ ตา่ งๆ ทีส่ งั เกตจากการอภปิ ราย การแสดงความคดิ เห็นของนักเรียน
5.4 ใบงาน เรือ่ ง ธรรมชาตขิ องสิ่งมชี ีวิต
5.5 การทำงานรว่ มกบั ผอู้ น่ื
8.ส่อื การสอน
1. หนังสอื เรยี นรายวชิ าเพิม่ เตมิ ชวี วิทยา เล่ม 1 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4
2. ข่าวจากอินเทอร์เน็ต เรื่อง การโคลนลิงฝาแฝดไดส้ ำเรจ็ เปน็ ครงั้ แรกของโลก
24
9.การวดั และประเมิน
สิง่ ที่ตอ้ งการวดั วิธกี ารวดั ผล เครอื่ งมือวดั ผล เกณฑ์การประเมนิ ผล
1) อภปิ รายและสรุป - ชิ้นงาน - แบบประเมินชิ้นงาน นกั เรยี นมผี ลการ
ขอบขา่ ยของศาสตรต์ ่างๆ - นำเสนองาน - แบบประเมนิ นำเสนอผลงาน ประเมินอยู่ในระดับ ดี
ดา้ นชีววิทยา (K) ขึน้ ไป
2) อภปิ รายและยกตวั อยา่ ง - ชน้ิ งาน
ประโยชน์ของการศกึ ษา - แบบประเมินชน้ิ งาน นกั เรียนมีผลการ
ชีววิทยาตอ่ คณุ ภาพชีวติ - แบบสังเกตพฤติกรรม ประเมินอยู่ในระดบั ดี
ของมนษุ ย์และส่งิ แวดลอ้ ม ขึ้นไป
ทั้งในประเทศ รวมถึงใน นกั เรียนมีผลการ
ภมู ิภาคอาเซียน (K) ประเมินอยูใ่ นระดบั ดี
3) อภิปรายและยกตัวอยา่ ง ขึ้นไป
เกย่ี วกับชวี จรยิ ธรรม (K)
4) จำแนกแขนงตา่ งๆ ของ
วชิ าชวี วิทยาได้ (P)
5) มคี วามใฝเ่ รยี นรู้ (A) - สังเกตพฤติกรรมการ
ปฏบิ ตั ิงานของนกั เรียน
25
10. เคร่ืองมือประเมิน
แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน
รายการประเมิน ระดบั คะแนน
เน้ือหาไม่ถูกตอ้ งเปน็ ส่วนใหญ่ 1
เนอื้ หาถูกต้องแต่ให้สาระสำคญั น้อยมาก และไมร่ ะบแุ หล่งท่ีมาของ 2
ความรู้
เนอื้ หาถกู ตอ้ ง มสี าระสำคัญ แต่ยังไม่ครบถ้วน มกี ารระบแุ หลง่ ทีม่ า 3
ของความรู้ 4
เนื้อหาถกู ตอ้ ง มสี าระสำคญั ครบถว้ น และระบทุ ่มี าของความรู้
ประเด็นทีป่ ระเมิน แบบประเมนิ ชิน้ งาน
ระดบั คะแนน
3
54 เนื้อหาสาระของผลงาน
ถกู ตอ้ งเป็นบางประเด็น
ผลงานมีความ เน้อื หาสาระของผลงาน เน้ือหาสาระของผลงาน ผลงานมีความนา่ สนใจ แต่
ถูกตอ้ งสมบูรณ์ ถกู ตอ้ งครบถว้ น ถกู ตอ้ งเปน็ ส่วนใหญ่ ยงั ไมม่ แี นวคดิ แปลกใหม่
ผลงานมคี วามคดิ ผลงานมแี นวคิดแปลกใหม่
สรา้ งสรรค์ ผลงานแสดงออกถึง แตย่ ังไม่เป็นระบบ สง่ ผลงานชา้ กวา่ เวลา
ความคดิ สรา้ งสรรค์ ท่กี ำหนด 3-5 วนั
ผลงานเสร็จตาม แปลกใหม่ และเป็น สง่ ผลงานชา้ กวา่ เวลา
เวลาท่ีกำหนด ระบบ ทีก่ ำหนด 1-2 วัน
ส่งผลงานตามเวลา
ทก่ี ำหนด
26
แบบประเมินสังเกตพฤตกิ รรม ระดบั คะแนน
รายการประเมิน 321
1.มีวินัย มคี วาม 1.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ
รบั ผิดชอบ ขอ้ บงั คบั ของ
ครอบครัว มีความตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั ิ
2. มีความใฝ่เรยี นรู้ กิจกรรมตา่ ง ๆ
2.1 รจู้ กั ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และ
3. มงุ่ ม่ันในการทำงาน นําไปปฏบิ ัตไิ ด้
2.2 ตง้ั ใจเรียนในห้องเรียน
3.1 มคี วามตัง้ ใจและความพยายามในงานท่ี
ได้รับมอบหมาย
3.2 มคี วามอดทน มุง่ มัน่ ไม่ท้อแท้ต่อ
อุปสรรคใหง้ านสำเรจ็
เกณฑก์ ารให้คะแนน
พฤตกิ รรมท่ีปฏบิ ัติชดั เจนและสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
พฤตกิ รรมที่ปฏิบัตชิ ัดเจนและบอ่ ยครั้ง ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ตั บิ างครั้ง ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-15 ดีมาก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ต่ำกวา่ 8 ปรับปรุง
(3 ) u ▇
(6 ) 5
(6 A )
1
8. 6 15
10. 1
1
11.
15
12.
13. 15
14. 16
15.
16.
17.
18.
19.
20.
21.
22.
23.
24.
25.
26.
27.
28.
29
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 3 รายวิชาเพิ่มเตมิ ชวี วิทยา 1
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 4
ภาคเรียนที่ 1/2565 จำนวน 3 ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 : การศึกษาชีววทิ ยา ครูผสู้ อน ศศิกาญจน์ พลดี
เร่ือง การศึกษาชีววิทยาและวิธีการทางวทิ ยาศาสตร์
1.สาระสำคญั
สาระชีววิทยา ข้อ ๑
เข้าใจธรรมชาติของส่ิงมีชีวิต การศึกษาชีววิทยาและวิธีการทางวิทยาศาสตร์ สารท่ีเป็นองค์ประกอบ
ของสิ่งมีชีวิต ปฏิกิริยาเคมีในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตกล้องจุลทรรศน์ โครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์ การลําเลียง
สารเข้าและออกจากเซลล์การแบ่งเซลล์ และการหายใจระดับเซลล์
2.ผลการเรยี นรู้
อภปิ รายและบอกความสำคญั ของการระบุปญั หา ความสมั พันธ์ระหวา่ งปญั หา สมมตฐิ าน และวธิ กี าร
ตรวจสอบสมมติฐาน รวมทัง้ ออกแบบการทดลองเพือ่ ตรวจสอบสมมติฐาน
3.จุดประสงค์
3.1 ด้านความร(ู้ K)
1) อภิปราย และระบุความสำคัญของการตั้งปัญหา ความสัมพันธ์ระหว่างปัญหา สมมติฐาน และ
วธิ กี ารตรวจสอบสมมติฐาน
3.2 ดา้ นทักษะ/ กระบวนการ (P)
2) สงั เกตและบันทกึ เกย่ี วกบั ลกั ษณะของส่งิ มชี ีวิต
3) ต้งั คำถามเก่ียวกับสิ่งท่นี ักเรยี นสงั เกตได้
3.3 คณุ ลกั ษณะ (A)
4) มีความใฝ่เรียนรู้
4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น/ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น ทกั ษะแห่งศตวรรษท่ี 21
1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. ความสามารถในการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ
2. ความสามารถในการคดิ 2. การสื่อสาร
- ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ 3. การทำงานร่วมกนั
- ทกั ษะการคดิ สรา้ งสรรค์ 4. การสรา้ งสรรค์
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา 5. ความเข้าใจและใชเ้ ป็นในดา้ นเทคโนโลยี
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ สารสนเทศและการสอื่ สาร
30
- กระบวนการทำงานกลมุ่ 6. ความยดื หยนุ่ และการปรับตัว
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี 7. การมผี ลงานและความรบั ผิดชอบ
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มวี ินยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
4. มจี ติ สาธารณะ
5. สาระการเรยี นรู้
การอธิบาย การอภปิ ราย การวิเคราะห์เกีย่ วกบั วิธีการทางวทิ ยาศาสตร์ที่นำไปสู่การสำรวจตรวจสอบ
การแก้ปัญหา และนำไปส่อู งคค์ วามรูใ้ หม่ทางชีววิทยา
6. ภาระงาน/ชิน้ งาน
- บันทึกผลในแบบบนั ทึกกิจกรรม เร่อื ง การสงั เกตและการต้งั คำถาม
7. กระบวนการจัดการเรียนรู้
1) ขน้ั สร้างความสนใจ (Engagement Phase)
1.1 ครนู ำเขา้ สู่บทเรยี นโดยใชค้ ำถามนำเขา้ สกู่ ารอภิปราย ดังนี้
- นักชีววทิ ยามวี ิธกี ารศึกษาวิทยาศาสตรอ์ ยา่ งไร
(แนวคำตอบ : 1. การสงั เกต 2. ระบุปัญหา 3. ตงั้ สมมตฐิ าน 4. ทดลอง หรือเกบ็ รวบรวมข้อมลู
5.สรุปผล)
- ลักษณะในการทำงาน และลักษณะสำคัญของนกั วิทยาศาสตร์มอี ะไรบา้ ง
(แนวคำตอบ: เป็นคนช่างสังเกต เป็นคนช่างคิดช่างสงสัย เป็นคนมีเหตุมีผล เป็นคนมีความพยายาม
และอดทน เปน็ คนมีความคิดรเิ ริม่ เป็นคนทำงานอย่างมีระบบ)
1.2 ครทู บทวนเกีย่ วกบั ชีววทิ ยากบั การดำรงชวี ิตของมนุษย์
2) ขัน้ สำรวจและค้นหา (Exploration Phase)
2.1 ครแู บ่งกลมุ่ นกั เรียนและให้แตล่ ะกล่มุ เลอื กสงั เกตสิง่ มีชีวิตจากรูปท่ีกำหนด ก. ข. และ ค. แล้วให้
นักเรียนทำตามขั้นตอนในกิจกรรม ดังนี้
31
- สังเกตลักษณะของสิ่งมีชวี ติ ท่ีศึกษาใหไ้ ด้มากทส่ี ุด แลว้ บันทึกสิ่งท่ีสงั เกตได้
- เขียนคำถามอยา่ งน้อย 2-3 คำถามเกย่ี วกับส่งิ ทส่ี ังเกตได้
3) ขนั้ อธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation Phase)
3.1 ครใู ห้นักเรยี นกล่มุ ท่ีเลือกศึกษารูปเหมอื นกันมารวมกล่มุ กัน เพือ่ แลกเปล่ยี นขอ้ มูลและเปรียบเทียบ
ข้อมูลและคำถามทไี่ ดจ้ ากการสงั เกตของนักเรยี นคนอ่ืน แลว้ ตอบคำถามในหนงั สือซ่ึงมแี นวคำตอบ ดังนี้
- ข้อมูลที่นักเรียนบันทึกได้จากการสังเกต เมื่อเปรียบเทียบกับเพื่อนคนอื่น มีข้อมูลละเอียดครบถ้วน
หรือไม่ อยา่ งไร ( นักเรียนบางคนบันทึกได้ละเอียดครบถว้ น บางคนอาจบนั ทกึ ไมค่ รบ )
- คำถามที่นักเรียนตั้งเมื่อเปรียบเทียบกับเพื่อนแล้วเป็นอย่างไร ( บางคำถามอาจนำไปสู่คำตอบท่ี
น่าสนใจ หรือบางคำถามอาจไมน่ า่ สนใจ )
3.2 ครูชมเชยนักเรียน และเน้นให้นักเรียนตระหนักว่าการสังเกตเป็นทักษะที่สำคัญนำไปสู่การค้นพบ
ปัญหาและการรวบรวมขอ้ มลู และการต้ังปญั หายอ่ มสำคญั กว่าการแก้ปญั หา
3.3 ครูและนักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายในประเด็นคำถามจากกจิ กรรมดังน้ี
- จากสถานการณท์ เ่ี ป็นปัญหา คำถามทอ่ี าจเป็นไปได้มีอะไรบา้ ง (รบั ฟงั คำถามทีแ่ ตกตา่ งของนักเรียน)
4) ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration Phase)
4.1 ครูเสรมิ ความรู้ โดยยกตวั อย่างการค้นพบยาเพนิซลิ ิน ซึ่งได้มาจากการเป็นคนช่างสงั เกต ชา่ งคดิ
วิเคราะห์ ของ อเล็กซานเดอร์ เฟลมงิ นำมาซง่ึ คณุ ประโยชน์อยา่ งมากมายมหาศาล
5) ขั้นประเมินผล (Evaluation Phase)
5.1 ประเมินจากการตงั้ คำถามท่ไี ดจ้ ากการสงั เกต
8.สอ่ื การสอน
1. หนังสอื เรียนรายวชิ าเพ่มิ เติม ชวี วิทยา เลม่ 1 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4
2. ภาพสิ่งมีชวี ติ
9.การวดั และประเมิน วิธีการวดั ผล เครอ่ื งมือวดั ผล 32
ส่ิงทตี่ ้องการวดั - แบบประเมินชิน้ งาน
เกณฑก์ าร
1) อภิปราย และระบุ - ช้นิ งาน ประเมนิ ผล
ความสำคญั ของการตงั้ นกั เรียนมผี ลการ
ปัญหา ความสมั พันธ์ ประเมินอย่ใู น
ระหว่างปญั หา สมมตฐิ าน ระดับ ดี ขึ้นไป
และวธิ กี ารตรวจสอบ
สมมตฐิ าน (K)
2) สงั เกตและบันทึก - ชน้ิ งาน - แบบประเมินชิ้นงาน นกั เรียนมผี ลการ
เกีย่ วกับลักษณะของ - แบบสังเกตพฤตกิ รรม ประเมนิ อยู่ใน
สงิ่ มชี วี ิต - สงั เกตพฤตกิ รรมการ ระดับ ดี ขน้ึ ไป
3) ตั้งคำถามเกย่ี วกบั สง่ิ ที่ ปฏบิ ัตงิ านของนักเรยี น
นกั เรียนสังเกตได้ (P) นกั เรยี นมีผลการ
4) มีความใฝเ่ รียนรู้ (A) ประเมินอยใู่ น
ระดบั ดี ขน้ึ ไป
10. เครื่องมอื ประเมนิ แบบประเมนิ ชนิ้ งาน
ประเดน็ ทป่ี ระเมิน ระดับคะแนน
54 3
ผลงานมีความ เนอ้ื หาสาระของผลงาน เนือ้ หาสาระของผลงาน เน้อื หาสาระของผลงาน
ถกู ต้องสมบูรณ์ ถกู ต้องครบถว้ น ถกู ต้องเปน็ สว่ นใหญ่ ถูกต้องเปน็ บางประเด็น
ผลงานมีความคดิ ผลงานแสดงออกถงึ ผลงานมีแนวคิดแปลกใหม่ ผลงานมีความน่าสนใจ แต่
สร้างสรรค์ ความคดิ สร้างสรรค์
แปลกใหม่ และเป็น แต่ยังไมเ่ ปน็ ระบบ ยังไม่มแี นวคิดแปลกใหม่
ระบบ
ผลงานเสร็จตาม สง่ ผลงานตามเวลา สง่ ผลงานช้ากว่าเวลา 33
เวลาท่ีกำหนด ท่กี ำหนด ทกี่ ำหนด 1-2 วัน
ส่งผลงานชา้ กว่าเวลา
ทก่ี ำหนด 3-5 วนั
แบบประเมินสังเกตพฤติกรรม ระดับคะแนน
รายการประเมนิ 321
1.มวี ินยั มคี วาม 1.1 ปฏิบัตติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
รบั ผิดชอบ ระเบยี บ ข้อบงั คับของ
14-15 ดีมาก
ครอบครัว มีความตรงตอ่ เวลาในการ 11-13 ดี
8-10 พอใช้
ปฏิบัติกิจกรรมตา่ ง ๆ ตำ่ กวา่ 8 ปรับปรุง
2. มีความใฝเ่ รียนรู้ 2.1 รู้จกั ใชเ้ วลาว่างให้เป็นประโยชน์ และ
นําไปปฏิบัตไิ ด้
2.2 ต้ังใจเรียนในหอ้ งเรียน
3. มุ่งมัน่ ในการทำงาน 3.1 มีความตั้งใจและความพยายามในงาน
ท่ีไดร้ บั มอบหมาย
3.2 มคี วามอดทน มงุ่ มั่น ไมท่ ้อแท้ตอ่
อุปสรรคใหง้ านสำเรจ็
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
พฤตกิ รรมท่ปี ฏบิ ตั ิชัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
พฤตกิ รรมท่ีปฏิบตั ิชดั เจนและบอ่ ยครัง้ ให้ 2 คะแนน
พฤตกิ รรมที่ปฏิบตั บิ างครง้ั ให้ 1 คะแนน
(3 ) u ▇
(6 ) 5
(6 A )
1
8. 6 15
10. 1
1
11.
15
12.
13. 15
14. 16
15.
16.
17.
18.
19.
20.
21.
22.
23.
24.
25.
26.
27.
28.
36
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 4 รายวชิ าเพม่ิ เตมิ ชีววทิ ยา 1
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 4
ภาคเรยี นท่ี 1/2565 จำนวน 3 ช่วั โมง
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 : การศกึ ษาชวี วทิ ยา ครผู สู้ อน ศศกิ าญจน์ พลดี
เร่อื ง การศกึ ษาชวี วิทยาและวิธกี ารทางวิทยาศาสตร์ (2)
1.สาระสำคญั
สาระชีววิทยา ข้อ ๑
เข้าใจธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต การศึกษาชีววิทยาและวิธีการทางวิทยาศาสตร์ สารที่เป็นองค์ประกอบ
ของสิ่งมีชีวิต ปฏิกิริยาเคมีในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตกล้องจุลทรรศน์ โครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์ การลําเลียง
สารเข้าและออกจากเซลล์การแบ่งเซลล์ และการหายใจระดับเซลล์
2.ผลการเรียนรู้
อภปิ รายและบอกความสำคญั ของการระบปุ ัญหา ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งปัญหา สมมตฐิ าน และวิธกี าร
ตรวจสอบสมมติฐาน รวมทัง้ ออกแบบการทดลองเพอ่ื ตรวจสอบสมมติฐาน
3.จุดประสงค์
3.1 ดา้ นความรู้ (K)
1) อภปิ ราย และระบุความสำคัญของการตัง้ ปญั หา ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งปญั หา สมมติฐาน และวธิ ีการ
ตรวจสอบสมมติฐาน
3.2 ด้านทกั ษะ/ กระบวนการ (P)
2) ออกแบบการทดลอง และทดลองเพ่อื ตรวจสอบสมมตฐิ านตามวิธกี ารทางวทิ ยาศาสตร์ จากตวั อยา่ ง
การศกึ ษา
3) เปรยี บเทียบข้อมลู และคำถามของนักเรยี นกบั เพอ่ื น
4) ตง้ั คำถามจากสถานการณท์ ก่ี าหนดได้
5) ตัง้ สมมตุ ฐิ านจากจากปัญหาทก่ี ำหนดขนึ้
6) ตง้ั สมมุตฐิ านในรูป “ถา้ ....... ดังนนั้ ......”
7) ตรวจสอบสมมติฐานและรายงานผล
3.3 คณุ ลักษณะ (A)
8) มีความใฝ่เรียนรู้
37
4. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน/ทกั ษะแหง่ ศตวรรษที่ 21 และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น ทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21
1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. ความสามารถในการคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณ
2. ความสามารถในการคดิ 2. การสอ่ื สาร
- ทักษะการคดิ วเิ คราะห์ 3. การทำงานร่วมกัน
- ทักษะการคดิ สรา้ งสรรค์ 4. การสรา้ งสรรค์
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา 5. ความเข้าใจและใชเ้ ปน็ ในด้านเทคโนโลยี
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ สารสนเทศและการสอ่ื สาร
- กระบวนการทำงานกลมุ่ 6. ความยืดหยุ่นและการปรบั ตวั
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 7. การมีผลงานและความรับผิดชอบ
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. มวี ินยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. ม่งุ ม่ันในการทำงาน
4. มจี ิตสาธารณะ
5. สาระการเรยี นรู้
การอธิบาย การอภิปราย การวิเคราะห์เกี่ยวกบั วิธีการทางวทิ ยาศาสตร์ทีน่ ำไปสู่การสำรวจตรวจสอบ
การแกป้ ญั หา และนำไปสอู่ งค์ความรู้ใหมท่ างชวี วิทยา
6. ภาระงาน/ชิ้นงาน
- ออกแบบการทดลอง
- บันทึกผลในแบบบันทึกกจิ กรรม เรอื่ งการต้ังคำถามจากสถานการณท์ ี่เป็นปญั หา
- บนั ทกึ ผลในแบบบนั ทึกกจิ กรรม เรอื่ งการตั้งสมมตฐิ าน
- บนั ทกึ ผลในแบบบนั ทึกกิจกรรม เรือ่ งการต้งั วธิ กี ารทางวทิ ยาศาสตร์ และการรายงานผลการทดลอง
7. กระบวนการจดั การเรียนรู้
1) ข้นั สร้างความสนใจ (Engagement Phase)
1.1 ครูฝึกใหน้ กั เรียนตง้ั คำถามจากสถานการณท์ ่ีเปน็ ปัญหา โดยกำหนดสถานการณ์ท่เี ป็นการทดลอง
“ให้นักเรียนวิเคราะห์เปรียบเทียบปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในน้ำสับปะรดและน้ำเชื่อม โดยใบหนึ่งเกิด
ฟองอากาศมากกว่าอีกใบหนึ่งและมีกลิ่นแอลกอฮอล์มากกว่าด้วย เนื่องจากในน้ำสับปะรดมียีสต์ช่วยสลาย
น้ำตาลในน้าสับปะรดทำใหเ้ กิดแกส๊ CO2 และแอลกอฮอล์”
1.2 จากสถานการณท์ ่ีเปน็ ปญั หานี้นักเรยี นคิดว่าคำถามทีอ่ าจเปน็ ไปได้มอี ะไรบ้าง
(แนวคำตอบ - อุณหภมู ิของสถานทีเ่ กบ็ มผี ลตอ่ การสลายน้ำตาลของยีสต์หรือไม่
38
- ความเข้มข้นของน้ำตาลในน้ำสบั ปะรดมผี ลต่อการสลายน้ำตาลของยีสต์หรือไม่
- ปรมิ าณนำ้ สับปะรดมผี ลตอ่ การสลายน้ำตาลของยีสตห์ รือไม่
- ปริมาณของอากาศในขวดมผี ลตอ่ การสลายน้ำตาลของยสี ตห์ รือไม่
- ปริมาณยีสตใ์ นนำ้ สบั ปะรดมีผลต่อการสลายน้ำตาลของยีสตห์ รือไม่ )
2) ขนั้ สำรวจและค้นหา (Exploration Phase)
2.1 ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมการตั้งสมมติฐานโดยใช้ตัวอย่างจากปัญหาที่นักเรียนตั้งขึ้นจากกิจกรรม
กอ่ นหนา้
2.2 ครูให้นักเรียนสบื ค้น และอภิปรายขอ้ มลู เก่ยี วกับการตรวจสอบสมมติฐาน
3) ขั้นอธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation Phase)
3.1 ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั อภิปรายเกี่ยวกบั ผลการทำกิจกรรมจากคำถาม ดังนี้
- สมมตฐิ านมีความสำคัญในการแก้ไขปญั หาทางวทิ ยาศาสตร์ ได้อย่างไร
(แนวคำตอบ : สำคัญ กลา่ วคอื เป็นคำตอบทนี่ ่าจะเปน็ คำตอบของปญั หาทส่ี งสัย คำตอบทีแ่ ท้จริงอาจไม่ตรงกับ
สมมติฐาน ทงั้ นต้ี ้องผ่านกระบวนการตรวจสอบอยา่ งรอบคอบ)
- จากการทดลองนีต้ ัวแปรต้น ตัวแปรตาม ตวั แปรควบคมุ คืออะไร
(แนวคำตอบ : ตวั แปรตน้ คอื ความเข้มขน้ ของสารละลายน้ำตาลท่ีแตกต่างกัน
ตวั แปรตาม คือปรมิ าณของแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์ทีเ่ กิดขึ้น
ตวั แปรควบคุม คือ ปรมิ าณของยีสต์ ปริมาณนา้ สับปะรด ขนาดของขวดรูปชมพู่ อณุ หภูมิ)
- จากการทดลองในกจิ กรรมที่ 1.6 นักเรียนจะอธิบายผลการทดลองอย่างไร
(แนวคำตอบ : เม่อื มปี รมิ าณน้ำตาลในน้ำสบั ปะรดมากขึน้ ปรมิ าณแกส๊ CO2 จะเพิม่ มากขนึ้ )
- นกั เรียนคดิ วา่ ผลการทดลองเชอ่ื ไดห้ รอื ไม่ อยา่ งไร
(แนวคำตอบ : น่าจะน่าเชอื่ ถอื เพราะทำการทดลองอย่างนอ้ ย 3 คร้งั )
- ทำไมจึงทำการทดลอง 3 คร้ัง
( แนวคำตอบ : เพื่อให้ได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ทำการทดลองซ้ำ แล้วหาค่าเฉลี่ย ผลการทดลองแต่ละคร้ังมีค่าไม่
เท่ากนั เน่อื งจากความคลาดเคล่อื นของการวดั )
3.2 ถามคำถามจากกจิ กรรม 1.7
- จากกิจกรรมนักเรียนบอกได้หรอื ไม่ว่าสว่ นใดเป็นความรู้และส่วนใดเปน็ กระบวนการ
( แนวคำตอบ : สว่ นท่ีเป็นความรูพ้ บวา่ การสลายน้ำตาลของยีสต์จะได้แอลกอฮอล์ สว่ นท่ีเปน็ กระบวนการคือ
การตั้งสมติฐาน การตรวจสอบสมมติฐาน ทดลอง เก็บข้อมลู และวเิ คราะหข์ ้อมูล และการสรปุ ผลการทดลอง )
- สมมตฐิ านตา่ งจากทฤษฎอี ยา่ งไร
( แนวคำตอบ : สมมติฐานเป็นคาตอบที่คาดคะเนไว้ยังไม่ผ่านการตรวจสอบ ส่วนทฤษฎีคือสมมติฐานที่ผ่าน
การตรวจสอบแลว้ หลายครัง้ วา่ เป็นความจริง สามารถไปประยุกต์ใชไ้ ด้อย่างกวา้ งขวาง )
4) ขนั้ ขยายความรู้ (Elaboration Phase)
4.1 ครูเพ่ิมเติมวา่ การตรวจสอบสมมติฐานอาจทำโดยผ้ตู รวจสอบคนเดยี วหรอื หลายคนกไ็ ด้
39
4.2 ครชู ใี้ หน้ กั เรยี นเห็นถงึ ประโยชน์ ของวิธกี ารทางวิทยาศาสตร์ ทมี่ ปี ระโยชนต์ อ่ ตวั นกั เรียนและ
ประเทศชาติ มวลมนุษยชาติ
5) ข้ันประเมินผล (Evaluation Phase)
5.1 ประเมนิ จากการตอบคำถาม
5.2 ประเมินจากการตง้ั คำถามจากสถานการณ์ทเ่ี ป็นปญั หา
8.ส่ือการสอน
1. หนังสอื เรียนรายวชิ าเพม่ิ เตมิ ชวี วิทยา เลม่ 1 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4
9.การวดั และประเมิน
สิ่งทตี่ อ้ งการวัด วิธกี ารวดั ผล เคร่ืองมอื วัดผล เกณฑก์ าร
- แบบประเมินชน้ิ งาน ประเมินผล
1 ) อ ภ ิ ป ร า ย แ ล ะ ร ะบุ - ชิน้ งาน นักเรียนมผี ลการ
ค ว า ม ส ำ ค ั ญ ข อ ง ก า ร ต้ั ง ประเมินอยู่ใน
ป ั ญ ห า ค ว า ม ส ั ม พ ั น ธ์ ระดบั ดี ขึ้นไป
ระหว่างปัญหา สมมติฐาน
และวิธีการตรวจสอบ
สมมติฐาน (K)
2) ออกแบบการทดลอง - ชิ้นงาน - แบบประเมินชนิ้ งาน นักเรยี นมีผลการ
และทดลองเพ่อื ตรวจสอบ - การตอบคำถาม ประเมินอยู่ใน
สมมตฐิ านตามวธิ กี ารทาง ระดบั ดี ขนึ้ ไป
วิทยาศาสตร์ จากตวั อยา่ ง
การศกึ ษา
3) เปรยี บเทยี บขอ้ มูลและ
คำถามของนกั เรยี นกบั
เพอื่ น
4) ตัง้ คำถามจาก
สถานการณ์ทกี่ าหนดได้
5) ต้งั สมมตุ ิฐานจากจาก
ปัญหาท่ีกำหนดขนึ้
6) ต้ังสมมุตฐิ านในรูป “ถ้า
....... ดังนั้น......”
40
7) ตรวจสอบสมมติฐาน - แบบสังเกตพฤตกิ รรม นกั เรยี นมีผลการ
และรายงานผล ประเมินอย่ใู น
(P) ระดบั ดี ขนึ้ ไป
8) มีความใฝเ่ รยี นรู้ (A) - สงั เกตพฤตกิ รรมการ
ปฏิบัติงานของนักเรียน
10. เคร่อื งมือประเมนิ แบบประเมินชิน้ งาน
ประเด็นทป่ี ระเมิน ระดับคะแนน
54 3
ผลงานมีความ เนือ้ หาสาระของผลงาน เน้ือหาสาระของผลงาน เน้ือหาสาระของผลงาน
ถูกต้องสมบูรณ์ ถกู ตอ้ งครบถว้ น ถูกตอ้ งเป็นส่วนใหญ่ ถกู ต้องเป็นบางประเดน็
ผลงานมีความคดิ
สร้างสรรค์ ผลงานแสดงออกถงึ ผลงานมีแนวคดิ แปลกใหม่ ผลงานมคี วามน่าสนใจ แต่
ความคดิ สร้างสรรค์
ผลงานเสรจ็ ตาม แปลกใหม่ และเป็น แต่ยังไมเ่ ปน็ ระบบ ยงั ไม่มีแนวคิดแปลกใหม่
เวลาทก่ี ำหนด ระบบ
ส่งผลงานชา้ กวา่ เวลา สง่ ผลงานชา้ กวา่ เวลา
ส่งผลงานตามเวลา ที่กำหนด 1-2 วนั ทกี่ ำหนด 3-5 วนั
ทกี่ ำหนด
แบบประเมนิ สังเกตพฤตกิ รรม ระดับคะแนน
รายการประเมนิ 321
1.มวี นิ ยั มีความ 1.1 ปฏิบตั ิตามข้อตกลง กฎเกณฑ์
รับผดิ ชอบ ระเบียบ ข้อบังคับของ
ครอบครัว มีความตรงตอ่ เวลาในการ
2. มีความใฝเ่ รียนรู้ ปฏบิ ตั ิกิจกรรมต่าง ๆ
2.1 รู้จกั ใช้เวลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์ และ
นาํ ไปปฏบิ ตั ิได้