หน่วยที่ 5 ปัญหาทางการเกษตรและแนวทางแกไ้ ข
นางสาวสุมิตรา สาเภาพล
52
บทที่ 5
ปัญหาทางการเกษตรและแนวทางแกไ้ ข
วัตถุประสงค์
ดา้ นความรู้ 1. นกั ศึกษามีความรู้เกย่ี วกับปัญหาทางการเกษตร
2. นกั ศึกษาแสดงความรใู้ นเรือ่ ง แนวทางแกไ้ ข
ดา้ นทกั ษะ 1. นกั ศึกษาอธิบายเกย่ี วกับปัญหาทางการเกษตรได้
2. นกั ศึกษาสามารถจดั การแกป้ ัญหาได้
ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม
1. สามารถทางานร่วมกนั เป็นหม่คู ณะได้
2. มีความรบั ผิดชอบ ตรงตอ่ เวลา
3. มีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ กลา้ แสดงออก
4. มสี ัมมาคารวะและสุภาพเรยี บร้อย
เนื้อหาสาระ
วกิ ฤติเกษตรกร
ในปจั จุบนั การเกษตรยงั มคี วามสาคัญอยา่ งยิง่ ต่อระบบเศรษฐกจิ ของประเทศ แมส้ ดั ส่วนรายไดภ้ าคเกษตรต่อรายได้
ประชาชาติจะอยใู่ นระดับไม่สูงนัก อีกทัง้ ภาคเกษตรก็ไมไ่ ด้ตกตา่ ถดถอยมากมายอะไรนัก รายได้กย็ ังข้ึนๆ ลงๆ เปน็ ธรรมดาผัน
ผวนไปตามกระแสเศรษฐกิจโลก แต่เปน็ เพราะภาคเศรษฐกิจด้านอ่ืนๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการส่งออก การบริการและการ
ทอ่ งเท่ยี วเตบิ โตเรว็ กว่ามาก เมอื่ มองตัวเลขในเชงิ เปรยี บเทียบทาให้ภาคเกษตรไม่ค่อยมีความสาคญั ในเชงิ เศรษฐกจิ และจานวน
เกษตรกรกม็ แี นวโน้มลดลงเช่นเดยี วกบั ประเทศท่ีพฒั นาแล้วคอื จากกวา่ 70 เปอรเ์ ซน็ ต์ ในชว่ งเร่ิมแผนพัฒนาประเทศ มาเปน็
50 เปอร์เซ็นต์ ในชว่ งแผนฯ 5 และเหลืออย่รู าว 30 เปอรเ์ ซ็นต์ ในปัจจุบนั หากแนวโนม้ การพัฒนาการเกษตรเป็นไปแบบที่
เป็นอยใู่ นปัจจบุ ันนี้ และไม่มกี ารแกไ้ ขปัญหาเกษตรกรอยา่ งจรงิ จัง เชื่อวา่ อกี ไมเ่ กนิ 30 ปี จานวนเกษตรกรไทยจะเหลือต่ากว่า
10 เปอร์เซ็นต์ เช่นเดยี วกับประเทศในยุโรป ญ่ปี ุนและอเมรกิ า เพราะเกษตรกรอสิ ระรายเลก็ รายน้อยจะค่อยๆ เลกิ ไปหรอื
เปลย่ี นไปเปน็ แรงงานรับจ้างในโรงงาน ภาคกลางภาคตะวันออกอาจจะหมดไปก่อนเพื่อนเพราะท่ดี นิ ส่วนใหญ่หลุดมือจาก
เกษตรกรไปแลว้ ภาคอสี านแมเ้ กษตรกรจะมีสดั สว่ นการถือครองที่ดนิ อยู่สูงกว่าท่ีอ่ืนแต่แรงกระต้นุ การลงทนุ ระยะยาวด้วยการ
ปลกู ยางพารา ไมโ้ ตเรว็ และพืชพลงั งานอาจกระตุ้นให้เกิดการลงทนุ ในโครงการขนาดใหญ่ ซงึ่ จะทาให้เกษตรกรรายย่อยซ่ึงมีทนุ
นอ้ ยอยู่ไม่ได้ตอ้ งขายทด่ี ินหรือขายกจิ การให้ผูป้ ระกอบการรายใหญ่แล้วผนั ตัวเองเปน็ แรงงานเกษตรรับจ้างในท่ีดิน ท่ีเคยเป็น
ของตนเอง
สว่ นภาคเหนือและภาคใต้พน้ื ที่เกษตรทม่ี ีศกั ยภาพสูงในการผลิตก็เปลี่ยนมือเป็นสวนพืชเศรษฐกจิ ของผ้ปู ระกอบการ
รายใหญ่ท้งั ต่างชาติและในประเทศไทยและกลุ่มรีสอร์ทไปเป็นจานวนมากแลว้ ที่ยงั เหลอื อยู่บา้ งคงเป็นกลุม่ เกษตรกรพันธะ
สญั ญา แต่กค็ งอยู่ไดอ้ ีกไมน่ านเพราะต้องแบกรับความเส่ียงในระบบการผลติ ท่สี งู ข้ึน กลมุ่ เกษตรกรที่อิงกับรายได้ขา้ งนอกด้วย
ค่าตอบแทนการประชมุ ค่าวทิ ยากรอบรม หรือทาโครงการขอรบั การสนบั สนุนจากภาครัฐทานองน้กี ็พอจะเอาตัวรอดไปไดแ้ ต่ก็
จะถูกจดั การจนออ่ นแอและพึ่งตนเองได้ยาก ทจ่ี ะเหลือเปน็ เกษตรกรรายย่อยท่ีมอี ิสระในการดาเนินชวี ิตจริงๆ ส้กู บั โลกาภวิ ฒั น์
53
ได้น่าจะเป็นกลุ่มที่มีวถิ ชี ีวิตอิงความเช่ือในธรรมชาติและหลักศาสนา ซงึ่ สมาชกิ ส่วนใหญ่มีอายคุ ่อนข้างมากแต่กม็ ีกจิ กรรมสบื
ทอดความเชือ่ และ อุดมการณ์ใหก้ บั ทายาทรุน่ ใหม่
ปัจจบุ ันและแนวโนม้ อนาคตของเกษตรกรที่ค่อนข้างมดื มนเพราะมีข้อมลู เชิงประจักษท์ ีส่ าคญั 5 ประการคือเรื่องทด่ี ินทา
กนิ การเขา้ ถึงทรัพยากร หนส้ี ิน การตลาดและสุขภาวะทีท่ าใหเ้ กษตรกรอยู่ไมร่ อด
ประการท่ี 1 เรื่องที่ดินทากนิ มี 2 ประเดน็ ย่อย ประเด็นแรกคือเกษตรกรจานวนมากไม่มที ีด่ ินทากินเปน็ ของตนเอง ตอ้ ง
เช่าทด่ี ินทากิน ประเด็นทสี่ องเกษตรกรทีย่ งั มีทด่ี ินจานวนมากแต่ละปีตอ้ งสญู เสยี ทดี่ นิ ทากนิ ให้กับสถาบันการเงิน ข้อมลู อย่างไม่
เป็นทางการจากกรณีการฟอู งยดึ ทดี่ ินซึง่ เปน็ ทรัพยป์ ระกันของ สมาชกิ กองทนุ ฟนื้ ฟแู ละพัฒนาเกษตรกรรมและเกษตรกรทั่วไป
ทดี่ นิ เหลา่ นกี้ ลายเป็นเอนพีเอหรอื สินทรพั ยท์ ี่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ในการ ผลิต ธนาคารกย็ งั ฟูองเกษตรกรทห่ี นีเ้ สีย และก็มักลง
เอยด้วยการยดึ ทด่ี ินซงึ่ เปน็ ทรพั ยป์ ระกันอยู่ทกุ วันนี้ จานวนเกษตรกรท่สี ูญเสียท่ีทากนิ และตอ้ งหาเช่าทดี่ ินทาการเกษตรจงึ
เพ่มิ ข้ึน ปลี ะไมน่ อ้ ยกวา่ สหี่ ้าหมนื่ รายถ้าคดิ เฉลยี่ ทีด่ ินเกษตรกรรายละ 20 ไร่ ก็จะประมาณ 1 ล้านไรต่ อ่ ปี ยังไมร่ วมท่ีดินที่
เกษตรกรรายย่อยที่ทานาก้งุ เล้ียงปลา ปลกู ไม้โตเรว็ ทต่ี อ้ งขายท่ดี นิ และกิจการให้บริษัทเอกชนการเกษตรขนาดใหญ่และผัน
ตวั เองเป็น แรงงานในฟาร์ม
ประการท่ี 2 การเขา้ ไม่ถงึ ทรัพยากรการผลติ โดยเฉพาะน้า ทะเล ปุา และทรพั ยากรพันธกุ รรมทง้ั หลายที่อย่ใู นปุา ซง่ึ
เปน็ ฐานชวี ติ ของเกษตรกรและชาวประมงขนาดเลก็ ทาใหเ้ กษตรกรรายย่อยขาดศักยภาพในการเพม่ิ ผลผลติ เกษตรกรชายเขต
ปาุ ถูกตัดขาดจากทรัพยากรในปาุ ชาวประมงพื้นบา้ นถกู เรืออวนรุนอวนลากทาลายแหล่งหากนิ พันธกุ รรมพืน้ เมืองทาง
การเกษตรถกู ทาลายลงด้วยความเขา้ ใจผดิ ของนักวิชาการว่า เปน็ ของด้อยค่าจนเกษตรกรไมส่ ามารถใช้พนั ธุ์พืชพันธส์ุ ัตวพ์ ้ืนเมือง
ไดอ้ ีก แหลง่ นา้ ธรรมชาติเพ่ือการเกษตรถกู จัดการด้วยเข่ือนและอ่างเกบ็ นา้ ขนาดใหญ่ และควบคุมโดยรัฐทาให้เกษตรกรเข้าไม่
ถงึ แหล่งน้าเพื่อการเกษตร ที่ดนิ รอบแหล่งน้าสาธารณะหลายแห่งถกู บริษัทการเกษตรขนาดใหญ่กว้านซื้อแล้ว ยึดแหล่งน้า
สาธารณะเป็นของส่วนตวั
ประการที่ 3 เรอื่ งหนสี้ นิ มี 2 ประเด็น ประเดน็ แรกหน้ีสถาบนั การเงนิ ในระบบและประเด็นทีส่ องหน้ีนอกระบบ ซงึ่ หนี้ท้ัง
สองระบบเชื่อมโยงกนั อยา่ งใกล้ชิด เรม่ิ จากหน้สี ินเกษตรกรในระบบเพิม่ ข้นึ รวดเร็วมาก เพ่ิมในอัตราที่สงู กว่าหน้ีสินครัวเรอื น
ทวั่ ไปดว้ ยวธิ ีการหมุนหนี้ การกู้หนคี้ รงั้ แรกเป็นจานวนไม่มากแต่รายไดจ้ ากการเกษตรก็ไม่พอใช้หนจ้ี ึง ตอ้ งกหู้ น้ีครั้งที่สองเพื่อ
เอามาใชห้ นแ้ี ละดอกเบี้ยหนี้กู้คร้ังแรกและ เหลือส่วนหนึง่ ไวใ้ ชส้ อย กู้คร้ังทส่ี ามกเ็ พ่อื ใช้หน้เี งินตน้ และดอกเบี้ยจากการกคู้ ร้ังท่ี
สองและ เหลือส่วนหนึ่งไว้ใช้สอย เมื่อกู้จนยอดหนี้สนิ ชนเพดานทรัพยป์ ระกนั ไมส่ ามารถหมุนเงนิ กใู้ นระบบต่อไป ได้ กต็ ้องด้ินรน
กู้เงนิ กลุ่มเงินกองทุนในหม่บู า้ นมาหมุนตอ่ สดุ ท้ายก็ต้องไปก้เู งนิ นอกระบบดอกเบี้ยสงู 5-20 เปอรเ์ ซ็นต์ ต่อเดือนมาผ่อนใชห้ น้ี
ในระบบ ยอดหนเี้ กษตรกรจงึ สงู ข้ึน 2-3 เท่าตวั ในช่วงสี่หา้ ปีทผ่ี า่ นมาแต่ก็ไม่มนี ักวจิ ยั สถาบนั ไหนทส่ี นใจศึกษาตวั เลขเงินกู้นอก
ระบบเหลา่ นี้ อย่างไรกด็ ีแมย้ ังไม่มรี ายงานหนี้สนิ ของเกษตรกรรวมท้ังประเทศ แตเ่ มื่อลองคานวณจากการซื้อหนี้ของกองทนุ
ฟน้ื ฟูและพฒั นาเกษตรกรเม่ือต้นปี 2550 พบว่าเกษตรกรเป็นหนีโ้ ดยประมาณ 172,375 บาท/ราย เกษตรกรสมาชกิ กองทุน
ฟนื้ ฟจู านวน 6.3 ล้านคน ถา้ รวมเกษตรกรท่ียงั ไม่ไดจ้ ดทะเบียนเป็นสมาชิกกองทนุ ฟื้นฟูฯอีกจานวนหน่ึง รวมกันอาจจะถงึ 10
ลา้ นคน คิดอยา่ งหยาบๆ ก็จะเป็นหนี้รวมกนั ไม่น่าจะน้อยกวา่ 1 ล้านล้านบาท ซ่งึ น่าจะถึงครึง่ หน่งึ ของหนส้ี าธารณะซง่ึ มี
ประมาณ 2.5 ล้านล้านบาท หรือ หนึง่ ในสข่ี อง GDP (ตวั เลขของสานักงานบริหารหนีส้ าธารณะ ปี 2549)
ประการทส่ี เี่ รื่องตลาด ตลาดเป็นของพ่อคา้ แตก่ ารลงทนุ และความเส่ยี งเป็นของเกษตรกร เกษตรกรจงึ ไม่มสี ่วนในการ
ตดั สนิ ใจกาหนดราคาตลาด ราคาผลผลติ การเกษตรจึงไมเ่ ป็นธรรม ไม่แน่นอน ขนึ้ ๆ ลงๆตามอานาจซอ้ื ของพ่อค้าขณะท่รี าคา
ปจั จัยการผลิตเพ่ิมสูงข้ึนโดยท่ีไม่เคยลดลง ตัวอย่างเช่นราคาข้าวเปลอื ก คอ่ นขา้ งคงทใ่ี นช่วง 4 ปที ่ผี า่ นมา (2546-2549) แต่
54
ราคาปยุ๋ ข้นึ มาเทา่ ตวั ราคาผลไมก้ ็เชน่ กนั ปีนี้ผลไม้ดกแต่ราคาตกตา่ ขายไม่คุ้มทนุ เกษตรกรทีเ่ ลีย้ งปลาในกระชังใชเ้ วลาเล้ียง
ปลานานกว่าหกเดือน ขายปลาหนึง่ กโิ ลกรมั ขาดทุนสห่ี า้ บาท พอ่ คา้ รบั ซ้ือปลาไปขายต่อคร่งึ วนั ได้กาไรกิโลละไมต่ ่ากว่า 10 บาท
ปัญหาเหล่าน้ีสะท้อนให้เหน็ ว่าราคาผลผลติ เกษตรจะถูกกดลงต่าสุดเป็นช่วงเวลา หนงึ่ อาจเปน็ 2-5 ปี พอเกษตรกรสว่ นใหญ่
เตรยี มจะเลกิ การผลติ พ่อค้าก็จะดมั๊ ราคาขึน้ มากระตุ้นให้เกษตรกรตาโตอยากได้เงนิ หนั กลบั มากูเ้ งินลงทุนทาการผลิตต่อไปอกี
การเคลือ่ นไหวของราคาตลาดในปจั จุบนั จงึ เปน็ แบบเลยี้ งเกษตรกรไม่ใหโ้ ต เกษตรกรอ่อนแอก็ลม้ ไปก่อน เกษตรกรที่เข้มแข็ง
กว่าก็จะค่อยๆล้ม เกษตรกรที่อยรู่ อดได้ก็ต้องปรับตวั หนั มาเป็นพ่อคา้ คนกลางบ้าง เปน็ ตัวแทนจาหนา่ ยอาหารยาและปุ๋ยบา้ ง ดงั
ตัวอย่างเกษตรกรเลีย้ งกุ้ง เล้ียงปลากระชัง เปน็ ตน้ บ้างกอ็ าศยั เงินทล่ี ูกหลานที่ทางานในเมอื งสง่ ใหเ้ ป็นรายเดือน
ประการที่หา้ เรื่องสขุ ภาวะ เคยนาเกษตรกรสมาชกิ เครอื ขา่ ยอาชพี เกษตรกรแมน่ ้าปราจีนบรุ ีมาตรวจวัดสารเคมี ในเลอื ด
พบวา่ เกษตรกร 70 เปอร์เซน็ ต์ มสี ารเคมีในเลือดในระดบั เสยี่ งและเป็นอันตรายตอ่ สุขภาพ การพดู คุยกับเครือขา่ ยเกษตรกรอื่น
ทัว่ ประเทศกม็ สี ถานการณ์เช่นเดียวกัน ทกุ ฤดูการผลิตไมว่ า่ จะเป็นขา้ ว พชื ไร่ พชื สวน หากได้ออกไปในไร่นากจ็ ะได้กลิน่ สารเคมี
กาจัดหญ้ากาจดั แมลงทั่วทกุ หนแห่ง เกิดผลกระทบทั้งเกษตรกรเองและผู้บรโิ ภค เกษตรกรเองหนกั กวา่ เพื่อนเปน็ ผูไ้ ดร้ ับ
ผลกระทบโดยตรงในฐานะเป็นผู้ใชย้ าและ เป็นผ้บู ริโภคผลผลติ ด้วย
ปรากฏการณ์ปัญหาเกษตรกร
สภาพปัญหาหลกั ของเกษตรกรเชื่อมโยงกนั เปน็ วงจรและเกดิ ขึ้นซา้ ซากตลอดเวลาที่ เกษตรกรทาการผลติ ย่ิงผลติ มากก็
ยง่ิ ขาดทนุ มาก ยงิ่ ขยันมากยงิ่ ขาดทนุ มาก ทาใหเ้ กษตรกรปัจจบุ นั อยูไ่ ด้ลาบาก ลูกหลานเกษตรกรเห็นสภาพทุกข์ของพ่อแมจ่ ึงไม่
ตอ้ งการสบื ทอดวิถกี ารเกษตรอีก ต่อไป เกษตรกรรายยอ่ ยในวนั น้ีท่ีอายยุ งั น้อยเฉลี่ยราวส่ีสบิ ปี ถงึ แมจ้ ะยังไม่สูญเสียทดี่ ิน ทา
การผลติ ไดต้ ามปรกติแตเ่ ช่อื ว่าต้องยุตบิ ทบาทตวั เองในอกี ไม่เกิน 30 ปีข้างหน้าเม่ือถึงวยั ชราไมม่ ศี ักยภาพในการทาการผลติ ได้
อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ อีกต่อไปและไม่มผี สู้ ืบทอด ส่วนผทู้ ต่ี อ้ งขาดทุนซ้าซาก เปน็ หนสี้ ิน และสุดท้ายต้องสูญเสียทด่ี นิ ท่ีใช้เป็น
ทรัพย์ประกนั ก็อาจจะตอ้ งเลกิ อาชพี การ เกษตรเร็วย่งิ ขึน้ ผ้ทู สี่ ุขภาพไม่ดจี ากการใชส้ ารเคมมี ากก็อาจต้องเลิกหรือขายทเ่ี พราะ
สขุ ภาพ ไม่แข็งแรงพอท่จี ะทาการผลิตได้ โดยสรปุ สภาพปัญหาทีด่ นิ ฐานทรพั ยากร หนี้สนิ ตลาด และสุขภาพ ทาใหเ้ กษตรกร
อ่อนแอท้ังทางเศรษฐกิจและสังคม สขุ ภาพกายและจิตใจก็อ่อนแอ จนต้องเลิกอาชีพน้ไี ปหรอื เหลอื น้อยเหมือนเกษตรกรในยุโรป
ทุกวันน้ี
หากวเิ คราะห์เหตุปจั จัยรากเหง้าที่ทาใหเ้ กิดปัญหากับเกษตรกรและการเกษตรของ ประเทศใหร้ อบด้านกจ็ ะตอ้ งวิเคราะห์
ทง้ั สองด้าน คือด้านในหรือปจั จัยท่ีเกิดจากภายในตวั เกษตรกรเอง และปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอก สาหรบั เหตปุ จั จยั ภายใน
ตวั เกษตรกรเองคือความโลภหวังรวย และปจั จยั ภายนอกคือสภาพแวดลอ้ มในระบบโลกาภวิ ฒั น์ได้แกเ่ งนิ ขา่ วสารเทคโนโลยี
และอานาจทางการเมืองการทหาร ทท่ี ัง้ กระต้นุ จงู ใจและบีบบงั คบั ให้เกษตรกรปรบั เปลยี่ นความคดิ และพฤติกรรมไป มุ่งหาเงิน
ลงทนุ และบริโภคอยา่ งฟุมเฟือยเกนิ ความจาเป็น
มองเหตุปัจจัยจากภายใน แก้ที่เกษตรกร
อกุศลมูลอันเป็นรากเหงา้ ของกเิ ลสได้แก่ความโลภโกรธหลงทาใหเ้ กิดอกุศลธรรม ระดบั ปรากฏการณ์ 3 ประการ ที่ทาให้
เห็นส่ิงผิดเปน็ ถกู คือ ตณั หาทาใหเ้ กิดทาให้อยาก อยากรวย อยากได้โน่นอยากไดน้ ่ี มานะคือความทะนงตนวา่ สงิ่ โนน่ สิง่ นเ่ี ป็น
ของตน มุง่ ครอบครองแข่งขนั เอาชนะทุกรปู แบบถือตนว่าแนก่ ว่าใครจึงไม่ฝึกตนไมเ่ รยี น รทู้ างเลอื กใหมๆ่ และทิฐิซงึ่ เป็น
มจิ ฉาทฐิ ิคือเหน็ ชว่ั เป็นดีเหน็ สารเคมเี ปน็ ยาวเิ ศษ อกศุ ลธรรมท้ังปวงทาใหค้ วามคิดและพฤติกรรมเกษตรกรเปล่ียนไปจากเดมิ ที่
เคยหา อย่หู ากนิ อย่รู ว่ มกับธรรมชาตแิ บบพอมีพอใช้ มาเป็นซื้อกินจึงตอ้ งหาเงินใหเ้ ท่าหรือรวยยง่ิ กว่าคนอ่ืนทาให้ไม่รู้จักพอ ใจ
ใหญใ่ จโต เบียดบงั ทาลายขายธรรมชาติ เมอ่ื มปี ัจจยั ภายนอกมากระต้นุ ล่อหลอกให้เชือ่ ให้ทาก็จะตามตามกระแสเงิน เริ่มด้วย
55
การลงทุนซ้ือเทคโนโลยแี ละปัจจยั การผลิตทกุ อย่าง คนเรม่ิ ทาก่อนก็มักจะได้กาไรดีมีเงนิ หมุนผา่ นมอื เยอะแต่ได้ไม่กี่คนและหา
เงินไดไ้ มน่ าน ตวั อย่างเชน่ มะมว่ งหิมพานต์ กุ้งกุลาดา และการปลูกพชื เศรษฐกิจเชงิ เด่ยี วชนดิ ตา่ งๆ หาเงนิ ได้ง่ายกใ็ ช้ง่ายและ
บริโภคฟุมเฟือย เงนิ ท่ีได้ก็ไม่เหลอื เก็บ คนทาทีห่ ลงั ก็มักขาดทุนเพราะต้นทนุ เริ่มสงู ขึ้นแต่ราคาสินค้าต่าลงเพราะการ แข่งขนั
สงู ขึ้น
การแก้ปัญหาภายในตอ้ งเร่มิ ต้นดว้ ยการปรับความคิดและพฤติกรรมของเกษตรกร ให้คิดวิเคราะหเ์ ป็นบนฐานข้อมูล
และความเปน็ จรงิ เกษตรกรต้องยอมรบั ก่อนว่าการวิ่งตามโลกอย่างไม่ลืมหูลมื ตาหวงั รวยต้องเผชญิ กบั ระบบปลาใหญ่กนิ ปลา
เล็ก คนอ่อนแอเป็นเหยอ่ื คนแข็งแรงกว่าสุดท้ายก็ต้องประสบกับวบิ ตั ิในทส่ี ดุ การคดิ เป็นทาเป็น พึง่ ตนเองได้ ค่อยๆ ทาคอ่ ยๆ
ขยาย และบริโภคในส่งิ ทจ่ี าเป็นจะช่วยให้เกษตรกรอยูร่ อดระยะยาวในสถานการณโ์ ลกาภิวัตน์ได้
มองจากเหตปุ ัจจัยภายนอก แกท้ ่ตี วั ปัญหา
เมื่อรัฐมุ่งพฒั นาไปตามแนวทางกระแสหลกั ของโลกาภวิ ัฒน์ การศึกษากต็ อ้ งออกนอกระบบใหแ้ ขง่ ขันเชงิ การค้ากับโลก
ตะวันตกได้ การใช้พลงั งานก็ต้องเปล่ียนจากแรงงานสตั วแ์ ละพลังงานลมตดิ รหสั วิดน้ามาเป็น เคร่ืองจักรกลใชน้ ้ามันยนต์ การ
เดินทางตดิ ต่อกับภายนอกกต็ ้องซ้ือรถเป็นยานพาหนะสว่ นตวั มาใชส้ อยส่วนตวั แทนการเดนิ ทางในระบบขนส่งมวลชน ตลอดจน
ปจั จยั การผลติ ท่ีเปน็ สารเคมีนาเขา้ ทัง้ ปุ๋ยและยาทาใหต้ น้ ทนุ ชีวติ และ ตน้ ทนุ การผลิตสงู ขึ้น ชีวิตทแี่ พงขึ้นทุกๆ ดา้ นบีบค้ันให้
เกษตรกรตอ้ งหาเงนิ มาใช้จ่ายค่าการศึกษา เล่าเรยี นบุตรหลาน ค่าพลังงานทาการเกษตร ค่าปจั จัยการผลติ และเมือ่ เหน่อื ยล้าก็
ตอ้ งจา่ ยเปน็ ค่าอบายมขุ ค่าเหลา้ คา่ บุหรีค่ า่ บนั เทิงของ ฟมุ เฟือยเพ่ือคดิ จะกลบเกลื่อนความทกุ ขช์ ่ัวขณะเพียงเท่านัน้ หมดฤทธิ์
เหล้ายาก็กลับมาทุกข์ มีมากที่ยิง่ ทุกข์หนักไปกว่าเดิม
แม้จะรูว้ ่าปัญหาหลักทั้งห้าประการคอื ทีด่ ิน การเขา้ ถึงทรัพยากร หน้ีสิน ตลาดและราคาผลผลติ และสขุ ภาพเป็นปญั หา
ปลายเหตุ แต่ด้วยวกิ ฤตขิ องปัญหาทาใหต้ ้องมีการแก้ไขเรง่ ด่วนด้วยเช่นกัน อยา่ งไรกด็ ีหากแก้ทีละปัญหา กไ็ ม่ร้จู บ เพราะ
เกษตรกรแต่ละคนมปี ัญหาไม่เหมือนกัน การแก้ปัญหาด้านใดดา้ นหนึ่ง ไม่ไดช้ ่วยใหป้ ัญหาดา้ นอนื่ ๆ ได้รับการแก้ไขไปด้วย
เกษตรกรหลายรายทสี่ ูญเสยี ท่ีดินและได้รับความช่วยเหลอื ให้มที ี่ดินทากินไดอ้ ีกครั้ง ก็ต้องสูญเสียท่ดี นิ ซา้ สองจากหน้ีสินอกี เชน่
เคย หน่วยงานทใ่ี หค้ วามสาคัญกบั หนี้สนิ พยายามใชม้ าตรการตา่ งๆมาช่วยเหลือ ท้งั พักชาระหน้ี ตัดลดยอดหนล้ี งครึ่ง บา้ งก็
สนบั สนุนให้เกิดการออม แต่ก็ช่วยได้ระดบั หนึง่ ไม่สามารถแก้ปัญหาท่ีเกดิ เช่อื มโยงกนั เป็นวงจรทุกฤดูกาลผลิตได้
ความพยายามในเชงิ หลกั การทีม่ สี ว่ นใกล้เคียงกบั ความเป็นจริงคือวธิ ีการของกอง ทนุ ฟน้ื ฟแู ละพฒั นาเกษตรกร ในการซ้ือ
หน้ี การฟื้นฟูและพฒั นาเกษตรกร แต่ในทางปฏิบตั กิ ไ็ ม่สามารถทาให้เป็นจริงได้เพราะฝาุ ยเจา้ หนา้ ทไี่ ม่ค่อยให้ ความร่วมมอื
และอีกประการหนึ่งจานวนหนก้ี ็มีมากจนเกนิ กาลงั ที่รฐั บาลจะหาเงนิ มาซ้ือหนี้ ได้ เหตุผลเบื้องหลงั ทีส่ าคัญท่ีฝาุ ยเจา้ หน้ีไม่ยอม
เพราะเขายังเชื่อว่ามี เกษตรกรจานวนไม่นอ้ ยที่เป็นลกู หนท้ี ี่ดีและยงั เชอื่ มนั่ กับระบบการใหก้ ูย้ มื ของธนาคารเหลา่ น้ีได้ และก็
หาทางจัดการหน้ดี ีๆดว้ ยตวั เองดังเชน่ กรณี ธ.ก.ส. ทกี่ าลงั ปรบั โครงสร้างหนเ้ี กษตรกรอยใู่ นปจั จบุ นั สาหรบั ในดา้ นรฐั บาลเชอ่ื วา่
คงไมส่ ามารถหาหลักประกันไดว้ า่ เกษตรกรจะไม่ก่อหน้ีอีก ตราบใดทปี่ ัญหาการตลาดและความเส่ยี งในการผลติ ของเกษตรกรยัง
ไมไ่ ดร้ บั หลกั ประกัน แต่ทาไมเกษตรกรจึงไปฝากความหวังในการแก้ไขปญั หาไว้กับรฐั บาลเกินไป ไปทุ่มความหวังท้ังหมดไวก้ ับ
การทจ่ี ะใหร้ ฐั นาเงินมาซ้ือหน้ีซ่งึ ดนู โยบาย พรรคการเมืองต่างๆแลว้ ยังไมเ่ ห็นว่าจะเปน็ จริงได้ ทางออกของเกษตรกรจากวงจร
แหง่ ความล้มเหลวซา้ ซาก
ขอ้ เสนอที่จะนาไปสกู่ ารพัฒนานโยบายสาธารณะเพ่อื แก้ไขปัญหาเกษตรกร ดังน้ี
ในเชงิ หลกั การ
56
1) ต้องมีความเช่ือมนั่ ในคณุ ค่าของการเกษตรและเกษตรกรว่าเป็นฐานรากสาคญั ของประเทศ หากไร้การเกษตรประเทศ
ไทยจะกลายเปน็ ประเทศทอี่ ่อนแอและพึง่ ตนเองไม่ได้แม้แต่ดา้ นอาหารและยา
2) ปัญหาการเกษตรทุกปัญหาแก้ไขได้ดว้ ยวิถีทางทสี่ ร้างสรรค์และเปน็ ระบบ แมบ้ างประเดน็ จะต้องใช้เวลายาวนานกต็ าม
3) เกษตรกรต้องแกป้ ัญหาของเกษตรกรเอง ไม่มใี ครแก้ไขปัญหาเกษตรกรได้นอกจากตวั เกษตรกรเอง ยง่ิ มีคนนอกเขา้ มา
แกก้ ย็ ่ิงทาให้ปญั หายุ่งยากซับซ้อนขึ้นไปอีก
4) รัฐต้องสนับสนนุ เกษตรกรให้แกป้ ัญหาตนเอง รฐั ตอ้ งมบี ทบาทเปน็ พีเ่ ลยี้ ง ประคบั ประคองให้กลุ่มองคก์ รเกษตรกรลุกข้ึน
ได้ เดินได้ วิง่ ได้ โดยไมต่ ้องไปอมุ้ ไปสงเคราะหแ์ กป้ ัญหาเฉพาะหนา้
5) ภาคธรุ กจิ เอกชน ตอ้ งไมเ่ อารัดเอาเปรียบเกษตรกร ตอ้ งรว่ มรบั ความเส่ียงกบั เกษตรกร โดยเฉพาะในกรณีหนี้ เจา้ หนี้ตอ้ ง
ใหค้ วามรว่ มมือในการแก้ปญั หา
ในเชิงโครงสร้างทางสถาบัน
มีขอ้ เสนอ 3 ประการเพ่ือนาไปสู่การปรบั โครงสร้างอานาจและการพฒั นาสถาบนั เกษตรกรใหม้ ีความ เข้มแขง็ และมี
ความสามารถในการจัดการปัญหาของตนเอง ไดแ้ ก่
1) สถาบันเกษตรกรหรือสภาเกษตรกร การพฒั นายกระดับการทางานของเกษตรกร ควรจะตอ้ งยกระดับการทางานใน
ระดับกล่มุ และองค์กรเครือขา่ ยตา่ งๆให้เป็นสถาบนั ในรูปแบบสภาเกษตรกร ใหม้ ีอานาจหนา้ ทใ่ี นการกาหนดนโยบายและแนว
ทางการจัดการปัญหาของเกษตรกรดว้ ยตน เอง โดยเปิดโอกาสใหท้ กุ กล่มุ เข้าร่วมแสดงความคดิ เห็น จงึ จะทาให้เสยี งของ
เกษตรกรมพี ลังและข้อเสนอของเกษตรกรไดร้ บั การพจิ ารณาจาก ฝุายรัฐบาลอยา่ งจรงิ จัง
2) สถาบนั การเงนิ เกษตรกรหรอื ธนาคารเกษตรกร การแก้ปัญหาหนส้ี ินและการฟน้ื ฟูพฒั นาระบบการผลติ ของเกษตรกรใน
ปัจจบุ นั ทาได้ ยาก ไม่มพี ลงั เพราะต่างคนต่างทา โดยเฉพาะ ธกส. ซงึ่ เปน็ เจา้ หนร้ี ายใหญ่ของเกษตรกรกาลังปรับโครงสรา้ งหนี้
เกษตรกรราว 1 แสนรายในวงเงนิ ประมาณ 4 หม่นื ล้านบาท สว่ นสถาบนั การเงินของเกษตรกรเองเชน่ สหกรณ์ออมทรัพย์และ
กลุ่มออมทรัพยต์ า่ งๆ มเี งนิ รวมกันไมน่ ้อยกวา่ 4 แสนลา้ นบาท (ข้อมลู กรมส่งเสรมิ สหกรณ์, 2550) และก็พยายามยกระดบั การ
บรหิ ารจดั การสหกรณ์และกลุ่มออมทรัพย์ใหเ้ ข้มแข็ง ไม่รวมรวมทง้ั ธนาคารพาณิชย์อืน่ ๆ ซึง่ ก็มแี นวทางการแกไ้ ขปญั หาหน้ขี อง
ตนเอง แต่โดยภาพรวมเงนิ ท่มี ีอยใู่ นสถาบันการเงินตา่ งๆ โดยเฉพาะสหกรณ์และกลุ่มออม ทรพั ย์ยงั ไมส่ ามารถนาเงินมาซื้อหนี้
หรอื ฟน้ื ฟูเกษตรกรได้จรงิ เพราะเหตุผล 2 ประการ ประการแรกปัญหาความสามารถในการชาระหนีข้ องเกษตรกรตา่ และ
ประการทสี่ องความสามารถในการบรหิ ารจัดการการเงนิ ของสถาบนั การเงินเกษตรกรมีต่า ขอ้ เสนอในเชงิ สถาบนั จงึ ตอ้ งรวม
พลังการบริหารจัดการการเงินเข้าด้วยกนั ใช้กองทนุ หรือกลุ่มออมทรัพย์ในระดบั หมูบ่ า้ นเป็นหน่วยจดั การการเงนิ ย่อย และรวม
หน่วยยอ่ ยเหล่านีท้ ั่วประเทศเขา้ ด้วยกนั ก็จะช่วยหมนุ เงินลงไปซื้อหน้แี ละฟ้ืนฟูเกษตรกรได้มากกว่าท่แี ยกกนั ทาอยู่ใน ปัจจุบัน
อนึ่งหากรวมตัวเปน็ สถาบนั การเงินของเกษตรกรได้ และมีการพัฒนาระบบการออมท่ดี ี เชน่ ออมวันละ 1-2 บาท เกษตรกรกจ็ ะมี
เงนิ ออมไหลเขา้ สถาบนั เกษตรกรเองวนั ละไม่น้อยกวา่ 10 ลา้ นบาทหรือปีละกวา่ 3,000 ลา้ นบาท ถา้ ทาได้เงินจานวนนีก้ ม็ าก
พอที่จะซ้ือหนีแ้ ละฟนื้ ฟเู กษตรกรได้ปลี ะไมต่ ่า กว่า 2 หม่ืนคนแล้ว
3) สถาบันวจิ ยั พฒั นาของเกษตรกร เมอื่ เกษตรกรเชอ่ื ฟังคนอื่นเข้ามาแนะนาโดยละท้ิงความรภู้ ูมปิ ัญญาของตนเอง เมื่อเกดิ
ปัญหาเกษตรกรก็ไม่สามารถจัดการปัญหาไดเ้ องต้องพึ่งความรู้ภาย นอกอยตู่ ลอดเวลาการเกษตรจงึ ไมย่ ั่งยนื การศึกษาความรู้
และภมู ิปญั ญาพื้นบา้ นของเกษตรกรโดยสถาบนั วชิ าการหลายแห่งชี้ ใหเ้ หน็ วา่ การเกษตรกรรมจะยงั่ ยืนตอ้ งอาศยั ความรภู้ ูมิ
ปัญญาพนื้ บา้ นเปน็ ฐาน และพฒั นาความรูใ้ หมๆ่ ขึน้ มาต่อยอด จึงเสนอให้ยกระดบั งานวิจัยไทบ้ า้ นของเกษตรกรข้ึนเป็น
สถาบันวิจัยพัฒนาของ เกษตรกร เพอ่ื ทางานศึกษาวิจยั สนองตอบปญั หาความต้องการของเกษตรกรโดยตรง
57
ในเชิงกระบวนการ
กระบวนการแกป้ ัญหา ตอ้ งขบั เคลื่อนอย่างต่อเนื่อง เร่ิมด้วยการ
1) รวมคน รวมองค์กร เขา้ ดว้ ยกัน ทาความเขา้ ใจปญั หาเกษตรกรทงั้ ระบบอย่างจริงจัง ในรูปแบบสภาเกษตรกร ช่อื สภา
เกษตรกรแห่งชาติอาจดูเปน็ การรวมศูนยแ์ ต่ไมต่ อ้ งไปสนใจรปู แบบ ส่วนท่ีนา่ สนใจคอื โอกาสทเ่ี กษตรกรทุกกลุ่มจะรวมตัวกัน
และรว่ มกันทางานอย่างมหี ลักมเี กณฑ์ และผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายไปสรู่ ัฐบาลไดจ้ ริง
2) ยกระดับการบรหิ ารจัดการองค์กรทางการเงนิ โดยรวมเงินออม เงนิ กลุ่มออมทรัพย์ สหกรณก์ ารเกษตร และองค์กร
การเงินของเกษตรกรทกุ รปู แบบ ไมไ่ ด้เอาเงินมากองรวมกันแล้วรวมศูนย์การบรหิ าร แต่เป็นการสร้างระบบการจดั การร่วมเพ่อื
แก้ปญั หาท่ีใหญก่ วา่ ปัญหาระดับกล่มุ ระดบั ชุมชนระดับเครือขา่ ยให้ได้
3) วางระบบบริหารจัดการเงิน ในระยะยาวอาจจะต้องจัดตง้ั สถาบนั การเงินของเกษตรกรขึน้ มาเอง ในรูปแบบธนาคาร
เกษตรกรหรือธนาคารเพ่อื ชุมชน หามอื อาชพี มาบรหิ ารเพ่ือประโยชนข์ องเกษตรกร
4) เอาเงนิ ท่ีเกษตรกรออมมาทาประโยชน์ให้เกษตรกร ทาอยา่ งน้อย 2 อยา่ ง อยา่ งแรกซอื้ หนี้เกษตรกรและผอ่ นสง่
ดอกเบ้ยี ต่าระยะยาว อยา่ งที่สองใหร้ ฐั บาลก้ดู อกเบ้ยี สงู เพื่อนาเงนิ มาทา 3 อย่างคือ 1) ซอื้ ทด่ี นิ มากระจายการถือครองท่ดี ินให้
เกษตรกรเป็นหลักประกนั ว่าเกษตรกรทุก คนต้องมีทีด่ นิ ทากนิ ขัน้ พ้ืนฐานอยา่ งน้อย 3-5 ไรท่ ุกคน 2) เอาเงนิ มาซ้ือหนเ้ี กษตรกร
ออกมาจากธนาคาร โอนหนม้ี ายงั ธนาคารเกษตรกร 3) เอาส่วนต่างของดอกเบยี้ เงนิ กยู้ ืมสว่ นหน่งึ มาทาระบบสวัสดิการเกษตรกร
ใหเ้ กษตรกร รฐั และธนาคารเกษตรกรออกคนละส่วน เพื่อเปน็ หลกั ประกนั ใหก้ ับเกษตรกรยามสิน้ ไร้เรี่ยวแรงทาการเกษตร
เกษตรกรที่ถูกยกย่องเป็นกระดูกสันหลังของชาติได้ผลิตอาหารเล้ียงสงั คมมายาวนาน จนกระดกู ผุกรอ่ นอ่อนลา้ ไรเ้ ร่ียวแรง
ทีจ่ ะลกุ ขนึ้ มาต่อสกู้ บั ปญั หาท่ีซับซอ้ นได้ด้วยตัวเองตามลาพัง หากไม่ได้รับความชว่ ยเหลืออยา่ งจริงจังจากรฐั บาลในระยะแรก
กระบวนการคุม้ ครองฟ้นื ฟูพัฒนาเกษตรกร ก็คงเกดิ ขนึ้ ได้ยาก
รัฐบาลชุดตอ่ ไปจงึ ต้องผลกั ดนั กฎหมายสภาเกษตรกร ผลกั ดันกฎหมายเกยี่ วกบั การเงนิ การปรับปรุงกฎหมายดา้ นสหกรณ์
และกฎหมายเก่ยี วกับการเงินนาไปสูก่ ารจัดต้ังธนาคารเกษตรกรหรอื ธนาคารเพ่ือ เกษตรกรและชมุ ชน และพัฒนาระบบ
สวสั ดกิ ารเกษตรกร รวมทง้ั การปรับปรุงกฎหมายใหเ้ กษตรกรเขา้ ถงึ ทรัพยากรที่ดินและนา้ ให้เกษตรกรมีที่ดนิ ทากิน มนี ้าใช้ทา
การเกษตรและเขา้ ถงึ ทรัพยากรในปาุ ชมุ ชน เพยี งเท่านเ้ี กษตรกรและภาคเกษตรกจ็ ะอยู่ได้ มีความสามารถในการปรับปรุงระบบ
การผลติ มคี วามสามารถในการจดั การหน้ีสนิ เพื่อการผลิต และมีความสามารถในการจัดสวัสดิการเกษตรกร และอยรู่ อดเทา่ ทนั
กบั การเปลีย่ นแปลงของโลกไดเ้ อง
ยกตัวอยา่ งเกษตรกรทปี่ ระสบปญั หา ในเขตจังหวดั นครศรีธรรมราช
ปญั หาผลผลิตทางการเกษตรราคาตกตา่ เน่ืองจากพื้นที่ก่ิงอาเภอช้างกลางเปน็ พื้นท่เี กษตรกรรม อาชีพของราษฎรสว่ นใหญท่ า
สวนยางพาราสวนผลไม้ ปัจจบุ นั ผลผลติ ทางการเกษตรราคาตกตา่ มาก กิ่งอาเภอร่วมกบั เจา้ หน้าท่ผี ู้เก่ียวข้อง ดาเนินการแนะนา
และสง่ เสริมให้เกษตรกรผลติ ปุ๋ยหมกั แทนปุ๋ยเคมี เพือ่ ลดต้นทนุ ในการผลติ รวมถงึ การจัดหาตลาดและพอ่ ค้ารายใหญ่มาซ้ือถึง
สวนของเกษตรกร รวมทงั้ การจัดต้ังกลุ่มเกษตรกรเพ่ือต่อรองราคาสนิ คา้ ทางการเกษตรกับพ่อคา้ ด้วย
ปัญหาการขาดแคลนนา้ อปุ โภคบรโิ ภค เป็นปัญหาใหญ่ของกง่ิ อาเภอชา้ งกลาง จะมีราษฎรจานวนหลายหมู่บ้านท่ีขาดแคลนนา้
อุปโภคบริโภคในช่วงฤดแู ลง้ ซึ่งเป็นหน้าทีข่ องกิ่งอาเภอตอ้ งจัดหานา้ ไปแจกจ่ายใหแ้ ก่ราษฎรในหมู่บา้ นที่ขาดแคลนน้า
การแพร่ระบาดของยาเสพติด ปจั จุบนั ยาเสพติดประเภทยาบ้า เฮโรฮนี สาระเหย ได้แพรร่ ะบาดเข้าสู่ตาบลหม่บู ้าน ทาให้
เยาวชนบางส่วนได้หลงผดิ ตดิ ยาเสพติดประเภทเหลา่ น้อี ยูใ่ นอตั ราค่อนข้างนา่ เป็นหว่ ง นอกจากน้ียงั มใี บกระท่อม ซึ่งเป็นทน่ี ิยม
58
บริโภคของบคุ คลวัยทางาน ทางก่งิ อาเภอร่วมกับสถานตี ารวจภธู รกง่ิ อาเภอช้างกลาง ได้ดาเนนิ การประชาสัมพนั ธ์แนะนาให้รู้ถึง
โทษของยาเสพตดิ ประเภทนี้ พร้อมทงั้ ได้จัดชดุ ออกติดตามจบั กมุ ทัง้ ผ้ขู ายและผเู้ สพอย่างจรงิ จงั และต่อเนื่อง
เสน้ ทางการคมนาคม สภาพพนื้ ท่ขี องกิง่ อาเภอช้างกลาง เปน็ พนื้ ที่ราบเชงิ เขา ในฤดฝู น นา้ จะเสาะผวิ จราจร และในบางพื้นที่
จะถกู น้าทว่ มขงั ทาใหผ้ ิวจราจรชารุดเสียหาย และมฝี นุ ละอองในช่วงฤดแู ล้ง ซงึ่ ในเร่ืองน้ีทางกิ่งอาเภอจะไดป้ ระสานกับองค์กร
ปกครองสว่ นท้องถนิ่ และหนว่ ยงานท่เี ก่ียวข้องพจิ าณาดาเนนิ การแก้ไขต่อไป
ทดี่ ินทากิน เอกสารสิทธิ์ของราษฎรตาบลสวนขันทบั กับที่ราชพัสดุ
ปัญหาส่งิ แวดล้อมและทรพั ยากรธรรมชาติ ไดแ้ ก่การบกุ ทาลายปาุ การล่าสัตว์ปาุ ไมม่ ีท่ีท้ิงขยะและไมม่ สี ถานท่ีกาจดั ขยะ
ตัวอยา่ งกลุ่มเกษตรกรที่แก้ไขปัญหาการเกษตรของทอ้ งถ่ิน จนได้รบั รางวัลชนะเลศิ ระดับเขต ปี 2553 ศูนยบ์ ริการและ
ถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตรประจาตาบลทา่ ไม้
กรมส่งเสริมการเกษตร ได้จัดตงั้ ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจาตาบล เพ่ือเป็นศูนย์กลางการแกไ้ ขปัญหา
ดา้ นการเกษตรของท้องถนิ่ โดยคนทอ้ งถิ่น เพอื่ ให้สอดคลอ้ งกับความต้องการและศนู ย์บรกิ ารและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร
ประจาตาบลท่าไม้ ท่าไม้ อาเภอพรานกระต่าย กาแพงเพชร ไดร้ บั รางวลั ชนะเลศิ ศูนย์บรกิ ารและถ่ายทอด
เทคโนโลยีการเกษตรประจาตาบลดีเด่นระดับเขตของภาคเหนอื ประจาปี 2553
ประวัตคิ วามเปน็ มาและขอ้ มูลทั่วไปของตาบลท่าไม้
ตาบลทา่ ไม้ อ.พรานกระต่าย จ.กาแพงเพชร เดมิ ชอ่ื วา่ บา้ นสับฟาก เนื่องจากผทู้ บ่ี ุกเบกิ มาตัง้ ถ่นิ ฐานรุ่นแรก ได้ใช้ไม้ไผ่มาสับ
ฟากสรา้ งเปน็ ท่ีพักอาศยั และยดึ อาชีพการตัดไมข้ าย แลว้ นามารวมกองกันในคลองธรรมชาติคือคลองแมร่ ะกา ต่อมาจึงมกี าร
เรยี กช่ือใหมว่ า่ บ้านทา่ ไม้ จนถงึ ปจั จบุ ัน ผูค้ นสว่ นใหญเ่ ปน็ คนทอ้ งถน่ิ ใช้ภาษาพูดของอาเภอพรานกระตา่ ยสาเนยี งคล้ายภาษา
พ้ืนเมืองของคนจังหวดั สุโขทยั บางสว่ นอพยพเข้ามาอาศัยและประกอบอาชีพจะเป็นคนจังหวัดใกลเ้ คยี ง
เชน่ สุโขทัย พจิ ติ ร พษิ ณโุ ลก แตแ่ รกมักตั้งบ้านเรอื นตามรมิ แมน่ ้าลาคลอง ตอ่ มาขยายชมุ ชนออกไปตามพื้นทถี่ ือครองและ
ตามเส้นทางคมนาคม แบง่ การปกครองเปน็ 14 หมบู่ ้าน ประชากร 8,292 คนและคิดเปน็ 2,037 ครัวเรือน อาณาเขต
ทิศเหนอื ติดกับ อ.บ้านด่านลานหอย จ.สโุ ขทยั ทศิ ใต้ติดกับ อ.เมือง จ.กาแพงเพชร ทศิ ตะวนั ออกติดกบั ต.พรานกระต่าย,ต.
ถ้ากระตา่ ยทอง,ต.ห้วยยั้ง อ.พรานกระต่ายและทศิ ตะวนั ตกติดต่อกบั ต.วงั ควง อ.พรานกระต่าย
การแก้ไขปญั หาด้านการเกษตรของท้องถน่ิ โดยคนทอ้ งถ่นิ
ลกั ษณะภูมิประเทศของตาบลท่าไม้จะประกอบด้วยทล่ี าดเชิงเขาลาดเทจากทิศเหนือลงทิศใต้ ซง่ึ เปน็ ปาุ ไมเ้ บญจพรรณ
และทด่ี อน สว่ นใหญ่อยใู่ นเขตปุาสงวนแห่งชาติปาุ เขาเขียวเขาสว่างและคลองห้วยทราย ตาบลท่าไม้มีพนื้ ที่ทา
การเกษตร 21,020 ไร่ ซึ่งมปี ระชากรเกษตร 5,155 คนและคดิ เปน็ 1,218 ครัวเรือนคณุ ประสทิ ธ์ิ อทุ ธา นักวชิ าการ
ส่งเสริมการเกษตรชานาญการ สานกั งานเกษตรอาเภอพรานกระตา่ ย เจ้าหน้าที่เกษตรตาบลดีเด่นของจังหวดั กาแพงเพชรและ
59
ทาหนา้ ทีเ่ ลขานุการศนู ยบ์ ริการและถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตรประจาตาบลทา่ ไม้บอกกลา่ ววา่ การประกอบอาชีพของคนใน
ชมุ ชนดงั้ เดิมทนี่ ค่ี ือการรบั จ้างตดั ไมแ้ ละแปรรปู ไม้ นอกจากนั้นได้ทาการเกษตรเพอ่ื ยังชพี ใหเ้ พียงพอสาหรับการบรโิ ภคใน
ครอบครัว โดยการทานาและเลยี้ งสตั ว์ ตอ่ มาเกษตรกรก็เริ่มทาการปลูกพืชไร่และปลกู ไมผ้ ล แตด่ ้วยฐานะที่ยากจนและขาด
ความเขา้ ใจในการใช้เทคโนโลยีในการผลิตให้เหมาะสมกับศักยภาพของตนเองและพืน้ ท่ี ทาใหป้ ระสบปญั หาด้านการเพ่มิ
ผลผลิตและคณุ ภาพ รวมถงึ ปญั หาราคาผลผลติ ตกตา่ ดังนั้นคุณชวน แพงมี นายก อบต.และประธานศนู ยบ์ ริการและ
ถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจาตาบลทา่ ไม้พรอ้ มคณะกรรมการบรหิ ารศูนย์ฯ ซึ่งประกอบด้วยผูแ้ ทนองค์การบรหิ ารส่วน
ตาบล กานัน ชุมชนและผแู้ ทนสถาบันเกษตรกรหรือกลมุ่ อาชีพการเกษตร จึงได้ร่วมกับเกษตรกรในท้องถ่ินจดั เวทชี าวบา้ น
เพ่ือแก้ไขปัญหาและวางแผนส่งเสรมิ การเกษตรตามศกั ยภาพของชุมชนโดยจัดทาแผนปฏบิ ัตกิ ารประจาปี แผนพัฒนา
การเกษตรระดับตาบลระยะส้นั และระยะยาว ซ่งึ ประกอบดว้ ยแผนการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรทางด้านพชื สตั วแ์ ละ
ประมง รวมถงึ แผนการลงทุนหรอื แผนธรุ กิจ แผนการอนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม เพอื่ รองรบั การแก้ไขปัญหา
แบบมีส่วนร่วมให้สอดคล้องตรงกบั ความต้องการของเกษตรกร โดยดาเนินการจดั ตัง้ จุดถา่ ยทอดความรู้ให้แกเ่ กษตรกรในด้าน
การเพาะเหด็ เพอื่ การค้า ศูนย์สง่ เสรมิ และผลติ พนั ธ์ุขา้ วชมุ ชน การผลติ มนั สาปะหลังครบวงจร การปลูกพืชสวน ศนู ยเ์ รยี นรู้
เกษตรผสมผสานและการแปรรปู ผลผลิตทางการเกษตร จนสามารถทาใหเ้ กษตรกร กล่มุ เกษตรกรกลุม่ แมบ่ า้ นเกษตรกรและ
กลมุ่ ยวุ เกษตรกร มีรายได้อยู่ดกี ินดมี ีกองทุนหมุนเวยี นสนับสนุนให้แกส่ มาชิก สรา้ งความยง่ั ยนื ในการประกอบอาชีพ
เกษตรกรรมได้ เชน่ - กองทุนพัฒนาการเกษตร จานวน 50,000 บาท - กองทุนผลติ พันธ์ขุ า้ ว จานวน 150,000 บาท
-กองทุนผลติ มันสาปะหลังครบวงจร 1,500,000 บาท - กองทนุ สารองพนั ธุ์ข้าว จานวน 120,000 บาทและกองทนุ พฒั นาถว่ั
เขียว จานวน 125,000 บาท เปน็ ตน้
ผลงานดเี ดน่ การแกไ้ ขปญั หาการตลาดมนั สาปะหลัง
อาชีพการเกษตรของเกษตรกรตาบลท่าไม้คอื การปลกู มนั สาปะหลงั มีพนื้ ท่ี 15,000 ไร่ เกษตรกร 650 ราย นบั เปน็
เกษตรกรสว่ นใหญ่ คือ รอ้ ยละ 53.36 ไดร้ ับความเดือดร้อนจากปญั หา ผลผลิตตอ่ ไรต่ ่า คือ 1,500 – 2,500 กโิ ลกรัมต่อ
ไร่ ราคาผลผลิตไมแ่ นน่ อน 700 – 900 บาทต่อตนั ดนิ ขาดความอุดมสมบรู ณผ์ ลผลติ ลดลง การขนส่งผลผลิตไปจาหนา่ ยเสีย
ค่าใช้จ่ายสงู ถงึ ตันละ 100 – 150 บาท ด้วยเหตนุ ที้ างศูนย์บรกิ ารและถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตรประจาตาบลท่าไม้ จงึ ได้
จัดเวทีชาวบา้ นรว่ มกันแก้ไขปัญหาและได้ข้อสรปุ วา่ สมควรจะมีการสง่ เสริมการผลิตมันสาปะหลังแบบครบวงจรคือการรวมกัน
ผลติ และจาหนา่ ยโดยการประสานงานและขอรบั การสนบั สนุนจากทัง้ ภาครัฐและเอกชน
กระบวนการแกไ้ ขปัญหา
คณะกรรมการบริหารศูนย์บริการและถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตรประจาตาบล จัดประชุมประชาคมหมูบ่ ้าน
ตาบล หาปญั หาความต้องการของเกษตรกร เพ่ือรับทราบข้อมลู /คาแนะนา/วิธีการแก้ปัญหาและตอบสนองความต้องการของ
เกษตรกร เพอื่ ให้เกษตรกรมีอาชพี มั่นคง มีรายไดเ้ พยี งพอต่อการยงั ชีพ ด้วยการสง่ เสรมิ การปลูกไม้ผลไมย้ ืนตน้ การเพ่ิมผลผลิต
การปรับปรงุ บารงุ ดนิ การรวมกลุม่ เครือขา่ ยวสิ าหกิจชุมชนและการผลิตแบบครบวงจร ดาเนนิ โครงการสง่ เสริมเพ่มิ ผลผลิตมัน
สาปะหลงั และโครงการผลิตปุย๋ ชีวภาพและปยุ๋ อนิ ทรยี อ์ ัดเมด็ ตามยุทธศาสตร์จังหวดั กาแพงเพชรและดาเนินการถา่ ยทอดความรู้
ตามกระบวนการโรงเรยี นเกษตรกรในพระราชดาริ จากวทิ ยากรผ้มู คี วามรูว้ ิชาการและเทคนคิ เพ่ือพัฒนาการผลิตจนสามารถ
เพิ่มผลผลติ ตอ่ ไรไ่ ด้ 4,000 – 5,000 กโิ ลกรัมและถา่ ยทอดความรทู้ ีไ่ ด้รบั แก่เกษตรกรและเครอื ขา่ ย โดยการรว่ มประชุมกลมุ่
60
ย่อยตา่ งๆ เปน็ ประจา การประชุมระดบั หม่บู ้านและตาบล การจัดทาเอกสารเผยแพร่แกผ่ สู้ นใจ พรอ้ มทัง้ ให้บริการวิชาการ
คาแนะนาในการจัดทาแผนงาน/โครงการ การใหบ้ ริการด้านการตลาด การใหบ้ ริการปจั จัยการผลติ เชน่ พันธุ์ ปุ๋ย
อินทรีย์ เปน็ ตน้ รวมท้ังการสรา้ งเครอื ข่าย/กลุ่ม โดยการรว่ มกับกลุ่มผลติ ปุย๋ อินทรีย์ กลุ่มปลูกยางพารา กลมุ่ ปลกู ไม้
ผล กล่มุ ปลกู ไม้ไผ่ กลุม่ ปลกู ถวั่ เขยี ว กลุ่มทานาข้าว กลุ่มอนรุ กั ษป์ าุ ชุมชนและกลุ่มปลูกมันสาปะหลัง แนะนาใหม้ ีการจด
ทะเบียนเปน็ วสิ าหกจิ ชมุ ชน ดาเนนิ การประสานกนั เป็นเครอื ขา่ ยการผลิตและจาหน่าย
วางแผนงานการดาเนินงาน
ทางศูนย์ฯ ได้พัฒนารวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนปลูกมนั สาปะหลัง เพื่อรวบรวมผลผลิตการเกษตรโดยการประสานกับแหลง่
เงินทนุ คือ ธนาคารเพ่ือการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสาขาพรานกระต่าย สานักงานสหกรณจ์ ังหวดั สานักงานพาณชิ ย์
จังหวดั และภาคเอกชน จัดตั้งลานรวบรวมผลผลิตการเกษตรภายในหมบู่ ้าน/ตาบล รบั สมัครสมาชกิ เขา้ ร่วมโครงการเพ่ิมขน้ึ
และเพิ่มประสทิ ธิภาพการบริหารจดั การกลมุ่ ให้ดีขนึ้ ดงั น้ี 1. ส่งเสริมการผลติ มนั สาปะหลังทดี่ แี ละ 2. สง่ เสรมิ การผลติ และใชป้ ุ๋ย
อินทรียช์ ีวภาพ ปลี ะ 50 ตนั 3. จดั ต้งั ลานรวบรวมผลผลติ ทางการเกษตร 1 ล้าน มลู ค่า 1,500,000 บาท เหมาะสม ปีละ
15,000 ไร่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกมันสาปะหลังไดจ้ ดั ต้ังเมื่อ 18 กรกฎาคม 2548 มสี มาชิกเริม่ แรก 40 คน ปจั จุบันมี
สมาชกิ 105 คน โดยมนี ายจา แสนพล เป็นประธาน มเี งินกองทุน 1,500,000 บาท
ผลสาเร็จและผลประโยชนท์ ่ีเกิดขน้ึ กบั งานส่งเสริมการเกษตร
1. ส่งเสรมิ การผลติ มนั สาปะหลงั ทีด่ แี ละเหมาะสม สมาชิก 105 ราย พ้นื ท่ี 5,560 ไร่ ผลผลิตปลี ะ 22,240 ตนั
สมาชิกมรี ายได้ 2,224,000 บาทต่อปี
2. ส่งเสริมการผลิตและใช้ปยุ๋ อินทรียช์ วี ภาพ ปลี ะ 50 ตนั มูลค่า 300,000 บาท
3.จดั ต้ังกองทนุ ส่งเสรมิ การผลติ 1 กองทนุ เงินทนุ 1,500,000 บาท
คณะกรรมการศนู ยฯ์ มีความมุ่งม่ันทจี่ ะสร้างให้ชุมชนได้เกิดความเข้มแข็ง มกี ารพัฒนาทีย่ งั่ ยืน โดยการมสี ่วนร่วมในการรว่ ม
คิด ร่วมวางแผน ร่วมตดั สินใจและรว่ มรับผลประโยชน์ โดยใช้ศนู ยบ์ รกิ ารและถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตรประจาตาบลเปน็
กลไกหลกั ในการขบั เคลื่อนให้เกิดพลงั ในการพฒั นาการเกษตรใหเ้ ปน็ ไปตามทศิ ทางที่ชมุ ชนมสี ว่ นรว่ มกาหนดทศิ ทาง ดังคาขวัญ
ที่ว่า “ติดอาวุธทางปัญญา เพื่อพัฒนาชุมชนเกษตร”
61
http://www.ndoae.doae.go.th/article2010/2010009.html