The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชีวะบทที่12PDเสจแน้ว

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by plengmeedee52, 2020-10-25 10:07:23

ชีวะบทที่12PDเสจแน้ว

ชีวะบทที่12PDเสจแน้ว

CHAPTER 12 E-BOOK การควบคุมการเจริญเตบิ โตและการตอบสนองของพืช E-BOOK

นางสาว วนชั พร สวสั ดี
ชน้ั ม.5/6 เลขท่ี 16

1. ออกซนิ (AUXIN) (ออก-ซนิ )

หรือ กรดอนิ โดลแอซตี กิ (indoleacetic
acid) เรยี กย่อวา่ IAA เปน็ ฮอรโ์ มนทีพ่ ชื สร้าง
จากกลมุ่ เซลล์เนอ้ื เยอ่ื เจริญบรเิ วณยอดอ่อน
และรากออ่ นแล้วแพร่ไปยงั เซลลอ์ ่นื

2.ไซโทไคนนิ (CYTOKININ) (ไซ-โท-ไค-นนิ )

เป็นกลุ่มของสารควบคมุ การเจรญิ เตบิ โตทีม่ ีบทบาทสาคญั
ในการควบคุม การแบง่ เซลล์ การขยายตัวและการ
เปลยี่ นแปลงของเซลลพ์ ชื มผี ลต่อการขม่ ของตายอด การ
เจริญของตาขา้ ง และการชราของใบการออกฤทธิ์ของสารกล่มุ
นี้คน้ พบในน้ามะพร้าวเมื่อ พ.ศ. 2483 โดย Folke Skoog

3. กรดแอบไซซกิ (ABSCISIC ACID;ABA) (แอบ-
ไซ-ซกิ -เอ-ซกิ )

เปน็ ฮอร์โมนที่ออกฤทธยิ์ บั ยัง้ การเจริญเติบโตของพืช ทา
ให้พืชทนตอ่ สภาวะเครยี ดต่างๆได้ดี มบี ทบาทในการเจรญิ
พฒั นาของเอม็ บรโิ อ การพักตวั ของเมล็ดและของตาพืช พบ
ในพืชท่มี รี ะบบทอ่ ลาเลียงทั่วไป มอสส์ สาหร่าย แต่ไมพ่ บ
ในลิเวอร์เวริ ต์

4. การเบนตามแสง (PHOTOTROPISM) (โฟ-
โต-โทร-พล-ิ ซมึ )

เปน็ การเบนของพชื โดยมีแสงซ่งึ เป็นสงิ่ เรา้ ภายนอก มกั
พบไดก้ บั พืชท่ีปลูกในร่ม ซึ่งสามารถจาแนกไดส้ องประเภท
คือ
การเบนเขา้ หาแสง (Positive phototropism) - ปลายยอด
ของพืชจะพยายามเบนเข้าหาแสง
การเบนออกจากแสง (Negative phototropism) - รากของ
พชื จะพยายามงอกไปยงั ทศิ ทางท่ไี ม่มีแสง

5. การตอบสนองตอ่ สารเคมี
(CHEMOTROPISM) (เชอ-โม-โทร-พล-ิ ซมึ )

เปน็ การตอบสนองของพชื โดยการเจริญเข้าหาหรอื หนีจาก
สารเคมบี างอยา่ งทเ่ี ป็นสิ่งเร้าเชน่ การงอกของหลอดละออง
เรณไู ปยังรังไขข่ องพืชโดยมสี ารเคมบี างอยา่ งเปน็ สงิ่ เรา้

6. การตอบสนองตอ่ นา้ (HYDROTROPISM)
(ไฮ-โดร-โทร-พล-ิ ซมึ )

เนอื่ งจากน้าเป็นปัจจยั สาคญั ในการเจริญเติบโตของพืช
ดังนนั้ รากของพืชจงึ มีการเจริญเติบโตตลอดเวลา เพ่ือ
ลาเลียงน้าเข้าสู่ลาต้น ตวั อยา่ งเชน่ พชื ที่อยู่ในทะเลทราย
มอี ากาศรอ้ นและแห้ง พชื จะเปลีย่ นใบใหเ้ ป็นหนามเพ่อื
ปอ้ งกนั การคายนา้ เช่น ตน้ กระบองเพชร

7. การตอบสนองตอ่ การสมั ผสั
(THIGMOTROPISM) (ทรกิ -มอ-โทร-พล-ิ ซมึ )

พืชบางชนดิ ตอบสนองตอ่ การสัมผัส เชน่ เมือ่ ใช้มอื แตะที่
ตน้ ไมยราบเบา ๆ ใบของตน้ ไมยราบจะหบุ อย่างรวดเรว็
หรอื ตน้ กาบหอยแครง ซึ่งเป็นพชื กินแมลง เมอื่ แมลงบนิ มา
เกาะทใ่ี บของมนั ใบจะหุบทันทแี ละแมลงจะถกู ยอ่ ยเปน็
อาหาร โดยน้ายอ่ ยทพ่ี ชื ปลอ่ ยออกมาทนั ที

8. พลั ไวนสั (PULVINUS) (พลั -ไว-นสั )

กลุ่มเซลลท์ ี่มขี นาดใหญผ่ นังเซลล์บาง มีความไวสงู ต่อสง่ิ
เรา้ ที่มากระตุ้น อยบู่ รเิ วณโคนก้านใบของพชื บางชนิด เช่น
ตน้ ไมยราบ

9. นเู ทชนั (NUTATION) (น-ู เท-ชนั )

การเคลอื่ นไหวของพืชทปี่ ลายยอดโบกไปมาขณะ
เจรญิ เติบโตเนื่องจากส่งิ เรา้ ภายในของพชื เอง

10. แอนทฟิ รซี โปรตนี (ANTIFREEZE
PROTEIN) (แอน-ท-ิ ฟรชี -โปร-ทนี )

โปรตีนตา้ นการเยือกแข็ง

11. กาบหอยแครง (DIONAEA MUSCIPULA)
(ด-ิ โอ-น-ี เอ-มสั -คปิ -พ-ู ลา)

เปน็ พืชกินสตั ว์ทีด่ ักจบั และย่อยกนิ เหยอ่ื ที่จบั ได้ซงึ่ ส่วนมาก
เปน็ แมลงและแมง กาบหอยแครงมีโครงสร้างกบั ดกั คลา้ ย
คลา้ ยบานพบั แบ่งออกเป็น 2 กลบี อยู่ท่ีปลายใบของแต่ละ
ใบ และมขี นกระตนุ้ บางๆบนพ้ืนผวิ ด้านในกบั ดกั เมือ่ แมลง
มาสัมผสั ขนกระตุน้ สองครง้ั กบั ดักจะงับเขา้ หากนั

12. แรงดนั เตง่ (TURGOR PRESSURE) (เทอ-
เกอ-เพรส-เชอ)

คอื แรงดนั ทเ่ี กิดขนึ้ ภายในเซลล์ เกดิ ขึน้ เนอ่ื งมาจากน้า
ออสโมซสิ เขา้ ไปภายในเซลล์แล้วดันใหเ้ ซลลแ์ ตง่ หรือบวม
ขึ้นมา เม่ือน้าเขา้ ไปภายในเซลลม์ ากเกนิ ไปในกรณีทีเ่ ป็น
เซลล์สตั วอ์ าจเกดิ การแตกได้ แต่หากเป็นเซลลพ์ ืชมกั จะไม่มี
การแตกของเซลล์เน่อื งจากมผี นงั เซลลค์ งรปู รา่ งไว้

13. การเบนเนอื่ งจากแรงโนมถว่ ง (GRAVITROPISM)
(กรา-ว-ิ โทร-พล-ิ ซมึ )

เปน็ การตอบสนองของพชื ต่อความโน้มถ่วง มีสาเหตุมาจาก
การเจริญเติบโต แบ่งเป็น 2 แบบ ไดแ้ ก่
การเคลอ่ื นไหวเข้าหาแรงโนม้ ถ่วงของโลก (positive
gravitropism) รากของพชื จะเจรญิ ไปในทิศเดยี วกบั แรงโน้ม
ถว่ งของโลก เมื่อพืชมีลาตน้ และรากทอดนอนไปตามพ้ืน
ออกซินจะลาเลยี งไปทางด้านลา่ งมากกวา่ ทางดา้ นบนในราก
การเคลอื่ นไหวหนแี รงโนม้ ถว่ งของโลก (negative
gravitropism) ลาต้นของพชื จะเจริญไปในทิศตรงขา้ มกับ
แรงโนม้ ถ่วงของโลกเสมอ เมื่อใหล้ าตน้ พชื ทอดนอนไปตาม
พื้นจะเห็นปลายยอดชสู งู ข้นึ

14. จบิ เบอเรลลนิ (GIBBERELLIN) (จบิ -
เบอ-เรล-ลนิ )

เป็นฮอรโ์ มนพืชทมี่ ีโครงสร้างโมเลกลุ ขนาดใหญ่
ควบคุมการเจริญเตบิ โตและมอี ิทธพิ ลต่อกระบวนการทาง
พฒั นาการรวมทัง้ การยดื ของข้อ การงอก การพกั ตวั การ
ออกดอก การแสดงเพศ การชกั นาการสร้างเอนไซม์
รวมทงั้ การชราของดอกและผล

15. เอทลิ นี (ETHYLENE) (เอ-ท-ิ ลนี )

เปน็ ฮอรโ์ มนพืชทมี่ สี ภาพเปน็ ก๊าซที่อุณหภมู ิห้อง บทบาททสี่ าคัญของเอทลิ ีนคอื
ควบคุมกระบวนการเตบิ โตที่เกีย่ วขอ้ งกบั ความชรา การหลดุ ร่วงของใบ ดอก ผล และ
ควบคุมการเจริญของพชื เมอ่ื อยใู่ นสภาวะท่ีไม่เหมาะสม เอทลิ ีนมีผลต่อต้นกล้าของถั่ว 3
ลักษณะ ไดแ้ ก่ ยับยง้ั ความสงู ของลาตน้ ลาต้นหนาขนึ้ เพม่ิ การเตบิ โตในแนวราบ

THANK CUTE


Click to View FlipBook Version