The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สีม่วง สีขาว ทางการ ปกรายงาน วัฒนธรรมไทย กระดาษ A4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jirawatkamonrat8, 2023-09-25 22:46:02

สีม่วง สีขาว ทางการ ปกรายงาน วัฒนธรรมไทย กระดาษ A4

สีม่วง สีขาว ทางการ ปกรายงาน วัฒนธรรมไทย กระดาษ A4

ภูมิปัญญาในท้องถิ่น (ทอผ้า) รายงาน ผู้จัดทำ ด.ช พงศธร เมฆเเสงสี ชั้นม.3 เลขที่1 ด.ช จิรวัฒน์ กมลรัตน์ ชั้นม.3 เลขที่6 ด.ช ณัฐชนน เเก้วเปี้ย ชั้นม.3 เลขที่9 ด.ญ ชนิภรณ์ อ่อนพรม ชั้นม.3 เลขที่12 ด.ญ สุจินดา เเย้มเเสง ชั้นม.3 เลขที่15 ด.ญ บุญยานุช เเสงอินทร์ ชั้นม.3 เลขที่16 เสนอ ครูรูรูรูทิทิทิพทิวรรณ ร่ร่มร่ร่ขาว รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียรีน วิชาออกเเบบเเละเทคโนโลยี ภาคเรียรีนที่1 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียรีนบ้านท่าสะเเก


คำ นำ รายงานเล่มนี้จัดทำ ขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชวิาออกเเบบเเละเทคโนโลยีชั้นชั้ ม.3เพื่อให้ได้ศึกษาหาความรู้ใรู้นเรื่อรื่งการทอผ้าและได้ศึกษาอย่างเข้าใจเพื่อเป็น ประโยชน์กับการเรียนผู้จัดทำ ขอขอบคุณกลุ่มทอผ้าบ้านนาเมือมืงที่ให้ความรู้เรู้กี่ยว กับการทอผ้าหวังวัว่าว่รายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านหรือรืนักเรียนนักศึกษา ที่กำ ลังหาข้อมูลเรื่อรื่งนี้อยู่ หากมีข้มี ข้อแนะนำ หรือรืข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำ ขอ น้อมรับรั ไว้แว้ละขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย


คำ นำ สารบัญ เรื่อ รื่ ง หน้า อุปกรณ์การผลิต วิธีการทำ ลวดลาย ขั้น ขั้ ตอนการทอผ้า ภาคผนวก สารบัญ ประวัติความเป็นมาของการทอผ้า ก ข 1 2 3-4 5-6 7


การทอผ้าผ้นับนัเป็นป็หัตหัถกรรมอย่าย่งหนึ่งนึ่ที่ทำ สืบสืต่อกันมาเป็นป็ เวลานาน ตั้งตั้แต่ก่อนสมัยมัสุโสุขทัย เป็นราชธานี สันสันิษนิฐานจาก ประวัติวั ติศาสตร์ไร์ทยได้กด้ล่าวไว้ จากหลักฐานการแต่งกายของพระ มหากษัตริย์ริ ย์เจ้าจ้นาย ข้าข้ราชการ คหบดี ในสมัยมันั้นนั้และ ได้กด้ล่าวไว้ เกี่ยวกับเรื่อรื่งการส่งส่ส่วส่ย มักมักล่าวว่าว่ "ส่งส่ผ้าผ้ทอเป็นป็มัดมัน้ำ ผึ้งผึ้ ไม้ หอม" และอื่น ๆ ประวัติ วัติ ความเป็นมาของการทอผ้า


เฝือ ทำ หน้าน้ที่ ขึ้นขึ้ด้าด้ยยืนยืเพื่อพื่เรียรีงเส้นส้ด้าด้ย ให้ไห้ด้ขด้นาดหน้าน้ผ้าผ้ที่ ต้องการ ฟันฟัหวี (ฟืมฟื ) ทำ หน้าน้ที่ ร้อร้ยเส้นส้ด้าด้ยให้เห้รียรีงกัน กังหันหัทำ หน้าที่ หมุนด้าด้ยยืนยืเพื่อพื่ ให้สห้ะดวกในการทอ ไม้ก้ม้ ก้ามปู ทำ หน้าน้ที่ บังบัคับความกว้าว้ง ของการเก็บตะกอ ไม้ทม้ะนัดนัและไม้แม้ซ่ ทำ หน้าน้ที่ รองรับรัเส้นส้ด้าด้ยย้าย้ยจาก การเก็บตะกอ กรง ทำ หน้าน้ที่ สำ หรับรัมัดมัหมี่ อุปกรณ์การผลิต


1. จก คือ การควักวัขุด คุ้ยคุ้หรือรืการเก็บเส้นส้ยืนยืผ้าผ้ตามลวดลายที่เรา กำ หนด โดยใช้อุช้อุปกรณ์ที่ณ์ ที่ มีคมีวามแหลมพอสมควร เช่นช่ ไม้ ขนเม่นม่หรือรืนิ้ว มือมืช่วช่ยจกยกเส้นส้ยืนยืขึ้นขึ้แล้วค่อยสอดเส้นส้พุ่งพุ่พิเพิศษสีต่สี ต่างๆ เข้าข้ เพื่อพื่สร้าร้งลวดลายเป็นป็ช่วช่งๆ ไม่ติม่ ติดต่อกันตลอดหน้าน้กว้าว้งของผ้าผ้ และสามารถสลับสีไสีด้ตด้ามความต้องการเฉพาะลวดลายที่เราต้องการให้ เป็นป็สีนั้สีนนั้ๆ นี่คื นี่ คือข้อข้แตกต่างจากการขิดขิที่ใช้เช้ส้นส้พุ่งพุ่พิเพิศษตลอดหน้าน้กว้าว้ง ของผืนผืผ้าผ้ โดยสามารถสังสัเกตผ้าผ้ที่สร้าร้งลวดลายจากการจก คือ ลวดลายที่เรามองเห็นห็ด้าด้นหน้าน้จะเรียรีบ ส่วส่นด้าด้นหลังจะเห็นห็การผูกผู เก็บปมที่เกิดจากรอยต่อของเส้นส้ด้าด้ยนั่นนั่เอง วิธี วิธี การทำ ลวดลาย สำ หรับรัผ้าผ้ไทยมีรูมีปรูแบบการสร้าร้งลวดลายที่สำ คัญอยู่ 2 ลักษณะ คือ การสร้าร้งลวดลายด้วด้ยการเขียขีนพิมพิพ์แพ์ละการทอ แต่ในวัฒวันธรรม ของคนไทย คนไทยนิยนิมการสร้าร้งลวดลายด้วด้ยการทอผ่าผ่นเทคนิคนิวิธีวิ ธี ต่างๆ ดังดันี้


3.ขิดขิเป็นป็ภาษาอีสาน หมายถึง "สะกิด” หรือรืงัดช้อช้นขึ้นขึ้ ในการทอขิดขิจะใช้วิช้ธีวิ ธี การเก็บตะกอแล้วพุ่งพุ่เส้นส้พิเพิศษเช่นช่เดียดีวกับยก โดยใช้อุช้อุปกรณ์ที่ณ์ ที่ เรียรีกว่าว่ ไม้ เก็บขิดขิ ในการเขี่ย ขี่ หรือรืสะกิดเส้นส้ยืนยื ให้ยห้กขึ้นขึ้แล้วพุ่งพุ่กระสวยพิเพิศษและเส้นส้ พุ่งพุ่เข้าข้ไปรวดเดียดีว ด้วด้ยกรรมวิธีวิที่ธี ที่ ต้องใช้ไช้ม้เม้ก็บนี่เ นี่ อง จึงจึมักมัเรียรีกว่าว่การทอ ขิดขิว่าว่ " เก็บขิดขิ ” มากกว่าว่ผลที่ได้คืด้ คือลวดลายที่ยกตัวนูนนูขึ้นขึ้มาในแต่ละแถว แต่ละลายอย่าย่งสวยงาม ส่วส่นใหญ่มัญ่กมัเป็นป็ลวดลายซ้ำ ๆ ยาวตลอดหน้าน้ผ้าผ้ ส่วส่นสีสัสีนสัของลวดลายที่เกิดขึ้นขึ้เป็นสีขสีองด้าด้ยพุ่งพุ่พิเพิศษ 2.ยก คือ การใช้ "ตะกอ” เป็นป็ตัวควบคุมคุเส้นส้ยืนยืแล้วใช้เช้ส้นส้พุ่งพุ่พิเพิศษเข้าข้ไป สาน ทอ ขัดขั ให้เห้กิดเป็นป็ลวดลาย หากขัดขัขึ้นขึ้เรียรีก "เส้นส้ยก” หากขัดขัลง เรียรีก "เส้นส้ข่มข่ ” เมื่อมื่ทอพุ่งพุ่กระสวยไปมาครบคู่ไคู่ปกับตะกอจะเกิดเป็นป็ลวดลายนูนนู ขึ้นขึ้จากผืนผืผ้าผ้ถ้าทอยกด้วด้ยเส้นส้ทองจะเรียรีก "ยกทอง” ถ้าทอยกด้วด้ยเส้นส้ เงินจะเรียรีกว่าว่ "ยกเงิน” ถ้าใช้ไช้หมเรียรีกว่าว่ "ยกไหม” 4.เกาะ คล้ายกับวิธีวิสธีร้าร้งลวดลายแบบ "จก” แต่แตกต่างกันตรงที่การเกาะจะ ต้องนำ เส้นส้พุ่งพุ่พิเพิศษ 2 เส้นส้มาเกี่ยวหรือรืคล้องกัน ขณะที่การจกจะพุ่งพุ่อย่าย่ง เดียดีวไม่มีม่กมีารคล้องเกี่ยวแต่อย่าย่งใด


2.เอาหลอดไหมเข้าข้ร่อร่งกระสวย ร้อร้ยไหมจากหลอดผ่าผ่นรูเรูล็ก ๆ ข้าข้งกระสวย หากเส้นส้ ไหมหมดจากหลอดแรก ต้องเอาหลอดที่ 2,3ตามลำ ดับดัหลอดที่ร้อร้ยไว้ บรรจุเข้าข้กระสวยและทอตามลำ ดับดั ขั้นตอนการทอผ้า หลักการในการทอผ้าผ้คือ การเอาเส้นส้ ไหมมากกว่าว่ 2 เส้นส้ขึ้นขึ้ ไปมาขัดขัสลับ กัน ซึ่งซึ่มีวิมีธีวิกธีารทอเป็นป็ขั้นขั้ๆ ดังดันี้ 1.เมื่อมื่เตรียรีมไหมเส้นส้พุ่งพุ่และไส้หูส้กหูเรียรีบร้อร้ยแล้ว นำ เอาเส้นส้หูกหูอันใหม่สืม่บสืต่อกับ ไส้หูส้กหูที่ค้างอยู่ใยู่นเขาหูกหูและร่อร่งฟันฟั ฟืมฟืเดิมดิกางกี่หรือรืหูกหูให้เห้รียรีบร้อร้ย


3.คล้องเชือชืกจากเขาหูกหูอันหนึ่งนึ่เข้าข้กับไม้คัม้ คันเหยียยีบข้าข้งใดข้าข้งหนึ่งนึ่และ คล้องเชือชืกเขาหูกหูที่เหลืออีกอันเข้าข้กับไม้คัม้ คันเหยียยีบอีกอัน เมื่อมื่เหยียยีบไม้ คันเหยียยีบข้าข้งหนึ่งนึ่ ไส้หูส้กหูกางออกเป็นป็ช่อช่งเนื่อนื่งจากการดึงดึของเขาหูกหู พุ่งพุ่กระสวยผ่าผ่นช่อช่งว่าว่งนั้นนั้แล้วดึงดึฟืมฟืกระทบเส้นส้ ฝ้ายที่ออกมาจาก กระสวยเข้าข้ไปเก็บไว้ เหยียยีบไม้คัม้ คันเหยียยีบอีกอัน พุ่งพุ่กระสวยผ่าผ่นช่อช่ง ว่าว่ง กลับมาทางเดิมดิดึงดึฟืมฟืกระทบเส้นส้ ฝ้ายเข้าข้เก็บ เหยียยีบไม้คัม้ คันเหยียยีบ อีกอัน พุ่งพุ่กระสวย ดึงดึฟืมฟืกระทบ เหยียยีบไม้คัม้ คันเหยียยีบ ทำ สลับกันไป เรื่อรื่ย ๆ จนได้ผืด้นผืผ้าผ้เกิดขึ้นขึ้ยากมากแล้ว จึงจึพันพัผืนผืผ้าผ้ไว้ด้ว้วด้ยไม้คำม้ คำพันพั


ภ าคผนว ก


Click to View FlipBook Version