The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

หัวใจ

หัวใจ

คำนำ
หนงั สอื อเิ ล็กทรอนิกสเ์ ล่มนีจ้ ดั ทำขน้ึ เพอ่ื เปน็ สว่ นหนง่ึ ของวชิ ำ
คอมพวิ เตอร์ โดยผ้จู ดั ทำหวงั เปน็ อย่ำงยง่ิ วำ่ จะเปน็ ประโยชนแ์ ละไดใ้ ห้
ควำมรกู้ บั ผ้ทู ่ีสนใจในเรอ่ื งหวั ใจของมนษุ ย์ (Human heart)
โรคต่ำงๆทเ่ี กิดกับหวั ใจของเรำและรำยละเอยี ดอื่นๆทน่ี ำ่ สนใจ

ผ้จู ัดทำ

content

หวั ใจ 1-2
โครงสร้ำงหัวใจ 3-8
วิธีตรวจชีพจรและสัญญำณอบกอันตรำย 9-11
ปัจจัยเสี่ยงกอ่ ให้เกิดโคหวั ใจ 12-13
โรคหัวใจมีก่ ่ชี นิด 14-18
ควำมเขำ้ ใจผดิ เกยี่ วกบั โรคหวั ใจ 19-20
วิธีดแู ละสุขภำพหัวใจ 20-26

หัวใจ HEART

หัวใจ (Heart) เป็นอวยั วะทป่ี ระกอบข้นึ ดว้ ยกลา้ มเน้ือหัวใจ
(Cardiac muscle)
ท่ีอยู่นอกเหนืออานาจจิตใจ หรือถูกควบคุมดว้ ยระบบประสาทอตั โนมตั ิ
(Autonomic Nervous System : ANS)

ที่ต้งั : อยู่ในบริเวณทรวงอกระหวา่ งปอดท้งั สองขา้ ง คอ่ นไปทางดา้ นซ้าย ขอบขวาของหวั ใจอย่ดู า้ นหลงั ของ
กระดกู หนา้ อก (Sternum) และขอบซา้ ยสุดของหัวใจอยู่ตรงกบั แนวก่งึ กลางของกระดกู ไหปลาร้าขา้ งซา้ ยตดั กบั
แนวช่องซี่โครงช่องทห่ี ้า

ท่ีมา : https://sites.google.com/

1

ขนาด: หัวใจมขี นาดใหญ่กวา่ กาป้ันมือของเจา้ ของเลก็ นอ้ ยน้าหนกั ของหวั ใจปกตอิ ยใู่ นชว่ ง 200 ถงึ 425 กรัม
ข้ึนอยูก่ บั ขนาดร่างกายของเจา้ ของ มเี ยือ่ บเุ ป็นถงุ หุม้ รอบเรียกวา่ เยอ่ื หุม้ หวั ใจ หรือ ถงุ หุม้
หัวใจ (Pericardium) ซ่ึงเย่อื น้ีจะซอ้ นกนั 2 ช้นั ช้นั ในติดแน่นกบั กลา้ มเน้ือหวั ใจ

ท่มี า : https://allthingsheart.com/2015/09/10/heart-size/
https://www.livescience.com/34655-human-heart.html

หน้าที่สาคญั : การสูบฉีดโลหิตไปเล้ียงส่วนต่างๆ ของร่างกาย หัวใจทาให้โลหิตไหลเวยี น นาออกซิเจนใน
อากาศจากปอดไปเล้ยี งเซลลท์ กุ ชนิดทางหลอดเลอื ดอาร์เตอรี และนาคาร์บอนไดออกไซดจ์ ากเซลลข์ องร่างกาย
กลบั มาทางหลอดเลอื ดเวน เพื่อปล่อยออกไปกบั ลมหายใจออก ท้งั น้ีหัวใจจะทาหนา้ ทร่ี ่วมกบั ปอดเสมอ

2

โครงสร้างของหวั ใจ

มีเยื่อหุ้มภายนอกเรียกวา่ เยอ่ื หุ้มหัวใจ
(Pericardium) ผนงั ดา้ นนอกของหัวใจจะมี
หลอดเลอื ดโคโรนารี ท้งั หลอดเลือดอาร์เตอรี
และหลอดเลือดเวน

ท่ีมา : http://www.webmd.com/heart/picture-of-the-heart

ภายในหวั ใจมีลกั ษณะเป็นโพรงมี 4 ห้อง โดยแบ่งเป็น
- ห้องบน 2 หอ้ ง เรียกว่า เอเตรียม (Atrium)
- หอ้ งล่าง 2 หอ้ ง เรียกวา่ เวนตริเคิล(Ventricle)

ท่ีมา : http://www.fpnotebook.com/legacy/CV/Anatomy/CrdvsclrAntmy.htm

3

โครงสร้างผนงั ของหัวใจ โครงสร้างหลกั ของผนงั หวั ใจมี 3 ช้ันดงั นี้

1.1 ช้ันอพี คิ าร์เดียม (epicardium) เป็ นช้ันนอกสุด เป็ นช้ันของเยอื่ หุ้มหัวใจ (pericardium) ซ่ึงแยกเป็ น 2
ช้ัน ได้แก่ วสิ เซอรอล เพอริคาร์เดยี ม (visceral pericardium) เป็ นเยอ่ื ซีรัส (serous

membrane) อย่ชู ้นั ใน และพบั ซ้อนต่อเน่ืองออกมาทบี่ ริเวณส่วนฐานของหวั ใจเป็ นส่วนของช้นั พาไรทอล เพอริ
คาร์เดียม (parietal pericardium) อย่ชู ้ันนอก ช้นั นเี้ ป็ นเยอ่ื เส้นใย ระหว่าง 2 ช้นั นเ้ี ป็ น

ช่องว่างมขี องเหลวไส (serous fluid) ทาหน้าทป่ี ้องกันการกระทบกระเทอื น หรือเป็ นเบาะเพ่อื ลดแรงกระทบ
กระแทกในขณะที่หวั ใจทางาน

1.2 ช้ันไมโอคาร์เดียม (myocardium) เป็ นช้นั กลาง เป็ นช้ันกล้ามเนื้อหัวใจเป็ นส่วนใหญ่ แต่มเี นือ้ เย่ือ
บางส่วนเปล่ียนแปลงไปทาหน้าท่นี าคลื่นไฟฟ้าของหวั ใจซึ่งมี 2 กล่มุ กล่มุ แรกเป็ นเซลล์

พิเศษทาหน้าทีส่ ร้างคลนื่ ไฟฟ้า ได้แก่ ไซโนเอเทรียล โนด เป็ นเซลล์เริ่มต้นการทางาน บางทเี รียกว่า โนดอล
เซลล์ (nodal cells) เซลล์อกี กล่มุ หนงึ่ ได้แก่ เอตริโอเวนตรคิ วิ ลาร์ โนด (atrioventricular

node ; A-V node) เป็ นกล่มุ เซลล์ทท่ี าหน้าท่นี าคลน่ื ไฟฟ้าให้กระจายไปท่วั ท้งั หัวใจเรียกว่า ระบบเหนี่ยวนา
พิเศษ (special conducting system) ได้แก่ เอ-วี บนั เดิล (A-V bundle) และเส้นใย

เพอร์คนิ เจ (Perkinje fiber)

1.3 ช้ันในสุดเรียกว่า ช้ันเอนโดคาร์เดยี ม (endocardium) เป็ นช้นั เยอื่ บุภายในผนังของหวั ใจ ประกอบด้วยเซลล์
เอนโดทเี ลียมบไุ ปถึงลนิ้ หัวใจ และบไุ ปถึงผนงั ด้านในของหลอดเลือดรวมไปถงึ หลอดเลอื ดฝอยทเ่ี หลอื ช้ันน้ี
เพยี งช้นั เดยี ว ม้วนตวั ประกอบกนั เป็ นท่อ

ทม่ี า : ดัดแปลงจาก Martini (2006)

4

• ลนิ้ หัวใจและเส้นเลอื ด
ลนิ้ ไบคสั พดิ (Bicuspid) ก้นั หัวใจห้องบนซา้ ยและลา่ งซา้ ย
ลนิ้ ไตรคัสพิด (Tricuspid) ก้นั หอ้ งบนขวาและล่างขวา

หวั ใจทาหน้าทส่ี ูบฉีดเลอื ดโดยการบบี ตวั และคลายตัวของกล้ามเนื้อหวั ใจเป็ นจังหวะ ทาให้เลือดไหลไปตาม
หลอดเลือดต่างๆ หลอดเลอื ดอาร์เตอรีจะขยายตวั ตามจังหวะการบบี ตัวของหัวใจ เราสามารถจบั จงั หวะนีไ้ ด้ตรง
ตาแหน่งหลอดเลอื ดทอ่ี ย่ใู กล้กบั ผวิ หนงั เรียกว่า ชีพจร (Pulse)
สีแดง - ห้องของหวั ใจ
สีเขียว - เส้นเลอื ดทเ่ี ข้าและออกจากหวั ใจทม่ี ีออกซิเจนต่า
สีเหลอื ง - เส้นเลอื ดทเ่ี ข้าและออกจากหวั ใจที่มอี อกซิเจนสูง
สีน้าเงนิ - ลนิ้ ภายในหัวใจ
สีน้าตาล - ลนิ้ ทก่ี ้นั ในเส้นเลอื ด

https://sites.google.com/

5

ลักษณะห้องของหวั ใจหวั ใจ มี 4 ห้องคอื ห้องบน (atrium) ห้องบนผนงั ภายนอกมีลกั ษณะเป็ นเนือ้ เยอ่ื ท่ีมี
ลักษณะหย่นุ ตัวเรียกว่า ออริเคลิ (auricle) บางคร้ังผ้เู รียบเรียงบางคนจงึ เรียก
ห้องบนว่า ออริเคลิ ห้องบนแยกเป็ นบนซ้ายและบนขวากับห้องล่าง (ventricle) ทแ่ี ยกเป็ นซ้ายและขวา
เช่นเดยี วกนั โครงสร้างท้งั หมดถกู แยกโดยผนงั และลนิ้ ของหวั ใจ ได้แก่

2.1 ผนังเอตริโอเวนตริคิวลาร์ (atrioventricular septum) และลนิ้ เอ - วี (A - V valve ; cuspid valve ;
atrioventricular valve) เป็ นโครงสร้างท่ีแยกห้องบนกับห้องล่าง

2.2 ผนงั อนิ เตอร์เอเตรียล (interatrial septum) แยกห้องบนซ้ายกบั ห้องบนขวา และผนังอินเตอร์เวนตริควิ
ลาร์ (interventricular septum) แยกห้องล่างซ้ายกบั ห้องล่างขวา

ทมี่ า ; ดดั แปลงจาก Agur and Dalley (2005)
2.3 ลนิ้ คัสปิ ดหรือลนิ้ เอ-วี ก้นั ระหว่างห้องบนกบั ห้องล่างของหวั ใจ ได้แก่ ลนิ้ ไบคสั ปิ ด (bicuspid valve)
บางคร้ังเรียกว่า ลนิ้ ไมทรัล (mitral valve) ก้นั ห้องบนและห้องล่างทางซีกซ้าย และลนิ้ ไตรคสั ปิ ด
(tricuspid valve) ก้นั ห้องบนและห้องล่างซีกขวา (รูปท่ี B) ลิน้ ท้งั สองถกู ยึดโดยใยคอร์ดี เทนดนิ ี (chordae
tendineae) ซึง่ มีปลายอกี ด้านหนงึ่ ยดึ กบั กล้ามเนอื้ พาพลิ ลารี (papillary muscle)
(รูป D) คอร์ดี เทนดนิ ี ทาหน้าทย่ี ดึ ไม่ให้ลนิ้ ถกู ผลกั สู่ห้องบนเมื่อห้องล่างบบี ตัว

6

2.4 ลนิ้ เซมลิ นู าร์ (semilunar valve) ลิน้ ชนดิ นก้ี ้นั อย่ตู รงทางเปิ ดของหลอดเลอื ดทอ่ี ย่ทู หี่ ัวใจห้องล่าง ได้แก่
ลนิ้ พลั โมนารี (pulmonary valve) อย่ทู ่ที างเปิ ดของหลอดเลอื ดพลั โมนารี อาร์เทอรี
(pulmonary artery) ทาหน้าทป่ี ้องกนั ไม่ให้เลอื ดไหลย้อนกลบั เข้าห้องล่างขวา เมอ่ื ห้องล่างขวาคลายตวั และลนิ้
เอออร์ติก (aortic valve) อย่ทู ี่ห้องล่างซ้ายตรงทางเปิ ดของหลอดเลอื ดเอออร์ตา ทาหน้าท่ปี ้องกนั
เลือดในหลอดเลอื ดเอออร์ตาไม่ให้ไหลย้อนกลบั เข้าห้องล่างซ้ายเม่ือห้องล่างซ้ายคลายตัว (รูป C)

คณุ สมบตั ิทางไฟฟ้าและการเต้นของหัวใจ

หวั ใจทาหน้าทีส่ าคญั ในการสูบฉีดโลหิตไปยงั อวยั วะตา่ งๆ ทว่ั ร่างกายโดยการบีบตวั และคลายตวั อย่างเป็นจงั หวะดว้ ย
อตั ราเร็วท่ีเหมาะสมตามความตอ้ งการของร่างกายในขณะหน่ึงๆ หนา้ ที่น้ีจะสาเร็จได้ หัวใจตอ้ งอาศยั คุณสมบตั ทิ างไฟฟ้าท่ี
สาคญั ของเซลลห์ วั ใจ (electrical properties of cardiac cells) ในการใหก้ าเนิดสัญญาณไฟฟ้า (electrical impulse formation) การ
ส่งผ่านสัญญาณไฟฟ้า (electrical impulse conduction หรือ transmission) และ การตอบสนองต่อสญั ญาณไฟฟ้าของเซลล์
กลา้ มเน้ือหวั ใจโดยการหดตวั พรอ้ มๆ กนั หัวใจจะมสี ่วนทเ่ี ป็นฉนวนไฟฟ้าก้นั ระหว่างหวั ใจหอ้ งบนและห้องลา่ งเรา
เรียกว่า annulus fibrosus แต่หัวใจมีระบบการนาสญั ญาณไฟฟ้าเฉพาะทีเ่ ราเรียกวา่ cardiac conduction system ซ่ึงจะทาหน้าทนี่ า
สญั ญาณไฟฟ้าจากหวั ใจหอ้ งบนลงสู่หอ้ งลา่ ง

7

เมอื่ สัญญาณไฟฟ้ากระตนุ้ กลา้ มเน้ือหัวใจจะทาใหเ้ กดิ การหดตวั ของกลา้ มเน้ือหัวใจและตามดว้ ยการคลายตวั ของกลา้ มเน้ือ
หัวใจ เมือ่ สญั ญาณไฟฟ้าผ่านไปหวั ใจจึงมีการบบี ตวั จากหวั ใจหอ้ งบนลงสู่หัวใจห้องล่างแลว้ ตามดว้ ยการบบี ตวั ของหวั ใจหอ้ ง
ล่างส่งเลอื ดตอ่ ไปใหเ้ ส้นเลือดแดง พลั โมนารี่และ เสน้ เลอื ดแดงเอออร์ตาและดว้ ยระยะเวลาการบบี ตวั ทพี่ อเหมาะ ระหว่างหวั ใจ
ห้องบนและหอ้ งลา่ งจะทาใหเ้ ลือดไหลจาก หัวใจห้องบนลงสู่ห้องล่างไดอ้ ยา่ งเตม็ ทีจ่ ุดเริ่มของการ นาไฟฟ้าในหัวใจเริ่มทีห่ วั ใจ
ห้องบนขวาในบริเวณทเี่ ราเรียกวา่ SA node หรือ sinoatrial หรือ sinus node

จากน้นั สญั ญาณไฟฟ้าจะกระตุน้ ไปตามผนงั ของหวั ใจหอ้ งบนท้งั ขวาและซา้ ยและลงสู่บริเวณที่เราเรียกวา่ AV
node หรือ Atrioventricular node และทตี่ าแหน่งน้ีสัญญาณจะถูกหน่วงเวลาใหช้ า้ ลงชว่ั ครู่กอ่ นจะส่งสัญญาณไฟฟ้าต่อลงไป
ขา้ งลา่ งซ่ึงจะเป็นจงั หวะเดียวกบั ท่รี อใหห้ ัวใจหอ้ งบนบีบเลือดลงสู่หัวใจห้องลา่ งนนั่ เอง

จาก AV node สัญญาณไฟฟ้าจะเดนิ ทางต่อมายงั มดั เสน้ ใยประสาททเ่ี ราเรียกว่า Bundle of His และแยกออกเป็น 2 แขนง
ซ้ายขวา เรียกวา่ Bundle branch โดยแขนงดา้ นขวา (Right bundle brance) ทอดยาวมาตามดา้ นขวาของผนงั ก้นั หัวใจหอ้ ง
ลา่ ง ส่วนแขนงดา้ นซา้ ย (Left bundle branch) ซ่ึงใหญ่กว่าจะแทงทะลผุ ่านผนงั ก้นั หวั ใจไปทางซา้ ยและแยกออกเป็น 2 แขนงคอื
ดา้ นหน้าและดา้ นหลงั

จากน้นั จะผ่านเขา้ ไปยงั ร่างแหของเสน้ ใยประสาทที่เราเรียกวา่ Purkinje fibers ซ่ึงอย่ใู ตต้ ่อเยือ่ บุดา้ นในของหวั ใจ
(endocardium) และไปกระตุน้ กลา้ มเน้ือหวั ใจดา้ นลา่ งทาใหเ้ กดิ การบบี ตวั ในที่สุด

ท่ีมา : http://www.idoctorhouse.com/library/physiology-heart/
ท่ีมาhttp://th.wikipedia.org/wiki/

8

วิธีตรวจชีพจร และสัญญานบอกอันตราย
ชีพจร ชว่ ยบอกอตั ราการเตน้ ของหวั ใจ หากระดบั ชีพจรเตน้ อ่อนหรือแรงเกนิ ไป รวมถึงเตน้ ผดิ ปกติ อาจแสดง
ถงึ ความผดิ ปกตขิ องระบบหวั ใจและการไหลเวยี นของเลือดในร่างกาย ซ่ึงอาจเป็นสญั ญาณของการเจบ็ ป่ วย
ร้ายแรงได้ ดงั น้นั การสังเกตระดบั ชีพจรอาจชว่ ยใหท้ ราบถึงปัญหาสุขภาพ และสามารถรักษาป้องกนั ไดท้ นั
การณ์

• วธิ ีจบั ชีพจร
โดยทวั่ ไป สามารถตรวจชีพจรไดด้ ว้ ยตนเองโดยการจบั ตามบริเวณต่าง ๆ ทีม่ เี สน้ เลือดแดงอย่ใู กลก้ บั ผิวหนงั
เชน่ ขอ้ มอื และลาคอ ซ่ึงมีวธิ ีการตรวจจบั ชีพจร ดงั น้ี

1. ขอ้ มอื : ยน่ื มอื ขา้ งหน่ึงไปขา้ งหนา้ งอศอกเล็กนอ้ ย และหงายฝ่ามือข้ึน จากน้นั วางนิ้วช้ีและนิว้ กลางของ
มืออกี ขา้ งหน่ึงลงเพอื่ จบั ชีพจรทขี่ อ้ มอื บริเวณโคนนิว้ โป้ง กดน้ิวช้ีและน้ิวกลางลงบนผิวหนงั เล็กนอ้ ย
จนกว่าจะรู้สึกถึงการเตน้ ของชีพจร หรือขยบั ตาแหน่งนิ้วท้งั 2 เลก็ นอ้ ยจนกว่าจะจบั ชีพจรได้

ท่มี า : https://www.pobpad.com/

2. ลาคอ : วางนิ้วช้ีและนิ้วกลางลงบนลาคอบริเวณใตก้ รามใกลก้ บั หลอดลม ซ่ึงเป็นการจบั ชีพจรบริเวณ
เสน้ เลอื ดแดงแคโรติดท่ไี ปเล้ยี งสมอง แตจ่ ะสามารถวดั ชีพจรไดย้ ากกว่าท่ขี อ้ มือ โดยตอ้ งไม่จบั ชีพจรท่ี
คอพรอ้ มกนั ท้งั สองดา้ น เพราะอาจทาให้หมดสติหรือเกิดอนั ตรายได้ และเมือ่ รู้สึกถึงการเตน้ ของชีพจร
จงึ เริ่มนบั อตั ราการเตน้ ของชีพจรใน 1 นาที

ทม่ี า : http://thummech.com/index.php?Content=servic&group=19&id=561

9

• วดั ชีพจร นบั อยา่ งไร ?

เมอ่ื จบั ชีพจรไดแ้ ลว้ ใหเ้ ร่ิมนบั อตั ราการเตน้ ของชีพจรใน 1 นาที โดยอาจจบั เวลา 1 นาทีแลว้ นบั จานวนคร้งั ท่ีชีพ
จรเตน้ หรือจบั เวลา 30 วนิ าทแี ลว้ นบั จานวนคร้ังทีช่ ีพจรเตน้ นาไปคณู ดว้ ย 2 ส่วนการตรวจความผดิ ปกตขิ อง
จงั หวะการเตน้ ของหวั ใจ ควรจบั ชีพจรแลว้ เฝ้าสงั เกตจงั หวะชีพจรภายใน 20-30 วนิ าที ว่ามคี วามผิดปกติใด ๆ
หรือไม่ เช่น ชีพจรเตน้ อ่อน เตน้ แรง หรือเตน้ ขาดชว่ งไป เป็นตน้

อย่างไรก็ตาม มปี ัจจยั มากมายทอ่ี าจส่งผลต่ออตั ราการเตน้ ของหัวใจ ดงั น้นั ก่อนจบั ชพี จรควรพกั กจิ กรรมตา่ ง ๆ
เป็นเวลาอย่างนอ้ ย 5 นาที เพือ่ ให้สามารถวดั อตั ราการเตน้ ของหัวใจในขณะพกั ได้

• ชีพจรทปี่ กติ
โดยปกติ ผใู้ หญ่จะมชี ีพจรเตน้ 60-100 คร้งั /นาที แต่ผูท้ ีส่ี ุขภาพแข็งแรงหรือนกั กฬี ามกั มีชีพจรตา่ โดยอาจมี
อตั ราการเตน้ ของหัวใจขณะพกั อยทู่ เี่ พียง 40-60 คร้งั /นาที

• ชีพจรท่ีผดิ ปกติ

ในชีวติ ประจาวนั มปี ัจจยั มากมายท่ีอาจส่งผลต่อชีพจร เชน่

- การทากจิ กรรมต่าง ๆ
- ความแขง็ แรงของร่างกาย
- การอยูใ่ นท่วงท่าต่าง ๆ เชน่ นอน หรือยืน เป็นตน้
- ขนาดร่างกาย
- อารมณ์
- อณุ หภมู ิอากาศในขณะน้นั
- การใชย้ ารักษาบางชนิด

ดงั น้นั แมใ้ นบางคร้งั ชีพจรอาจเตน้ ผดิ ปกติหรือขาดหายไปบา้ งกอ็ าจเป็นเรื่องปกติ แต่หากชีพจรขาด เตน้ แรง
หรือเตน้ อ่อนผิดปกตเิ ป็นเวลานานอยา่ งต่อเน่ือง อาจแสดงถึงปัญหาสุขภาพทเ่ี กิดข้ึนได้ จึงควรเฝา้ สงั เกตความ
ผิดปกตทิ ่ีเกิดข้นึ และไปปรึกษาแพทยห์ ากพบปัญหาดงั ต่อไปน้ี

10

ชีพจรเตน้ สูงกวา่ 100 คร้งั /นาที หรือต่ากว่า 60 คร้งั /นาทอี ย่างตอ่ เน่ือง ท้งั ๆ ทไี่ ม่ไดเ้ ป็นนกั กฬี า โดยเฉพาะอย่าง
ย่ิงเม่อื มอี าการป่ วยอื่น ๆ เกิดข้นึ ร่วมดว้ ย เชน่ เวียนหวั หายใจไม่อม่ิ หนา้ มืดคลา้ ยจะเป็นลม เป็นตน้
ชีพจรเตน้ สูงกว่า 120 คร้งั /นาที หรือต่ากว่า 40 คร้งั /นาทีอยา่ งตอ่ เนื่อง แมจ้ ะเป็นชีพจรปกติทีเ่ คยเป็นมา
มีขอ้ สงสยั หรือกงั วลเกยี่ วกบั อตั ราการเตน้ ของชีพจรตนเอง
ปัญหาสุขภาพจากชีพจรเตน้ ผิดปกติ

ภาวะหัวใจเตน้ เร็ว ชีพจรเตน้ เร็วผดิ ปกติเกนิ 100 คร้ัง/นาที โดยอาจทาให้มอี าการใจส่นั หายใจหอบเหนื่อย ออ่ น
ลา้ เวียนศรี ษะ รูส้ ึกหววิ หรือเป็นลมหมดสตไิ ด้ หากมีอาการรา้ ยแรงอาจทาใหเ้ กดิ ล่มิ เลอื ดอุดตนั หัวใจวาย หรือ
หัวใจหยุดเตน้ และเสียชีวิตได้
ภาวะหวั ใจเตน้ ชา้ ชีพจรเตน้ ชา้ กวา่ ปกติ โดยมีอตั ราการเตน้ ของหวั ใจต่ากวา่ 60 คร้งั /นาที ซ่ึงอาจก่อให้เกิด
ปัญหาสุขภาพได้ โดยเฉพาะหากหวั ใจเตน้ ชา้ จนไม่สามารถสูบฉีดเลอื ดและนาออกซิเจนไปเล้ยี งอวยั วะส่วนตา่ ง
ๆ ตามร่างกายไดอ้ ยา่ งเพียงพอ ซ่ึงอาจทาให้มอี าการ เช่น รูส้ ึกเหน่ือย ออ่ นเพลีย เหนื่อยเร็วเมือ่ ออกกาลงั กาย
วิงเวียนศีรษะ สับสนมนึ งง ไม่มีสมาธิ หายใจไมส่ ุด ใจสั่น เป็นลม วบู หากมีอาการรา้ ยแรงอาจทาใหค้ วามดนั
โลหิตผดิ ปกติ เป็นลมบ่อย หวั ใจวาย หรือหัวใจหยุดเตน้ ได้
ภาวะหวั ใจเตน้ ผิดจงั หวะ มชี ีพจรเตน้ ในลกั ษณะผิดปกติ โดยอาจเกิดข้ึนร่วมกบั อตั ราการเตน้ ของชีพจรท่สี ูงกวา่
ปกติ ตา่ กวา่ ปกติ หรือแมแ้ ต่อตั ราปกตกิ ไ็ ด้ ซ่ึงอาจเป็นผลมาจากปัญหาสุขภาพ เชน่ ขาดสมดุลของแร่ธาตใุ น
เลือด กลา้ มเน้ือหัวใจเกิดการเปล่ยี นแปลง โรคหลอดเลือดหวั ใจ หรือเป็นการบาดเจบ็ จากภาวะกลา้ มเน้ือหัวใจ
ขาดเลอื ด เป็นตน้ โดยอาการท่เี กิดข้ึนอาจแตกต่างกนั ไปตามตาแหน่งของหัวใจท่ีเกดิ ความเสียหาย ซ่ึงมหี ลาย
ประเภทดว้ ยกนั เชน่ ภาวะหวั ใจหอ้ งบนเตน้ สนั่ พล้วิ (Atrial Fibrillation) ภาวะหวั ใจห้องล่างเตน้ แผ่วระรวั
(Ventricular Fibrillation) เป็นตน้

11

ปัจจยั เสี่ยงก่อให้เกดิ โรคหวั ใจ
ปัจจยั ทเ่ี พ่มิ ความเสี่ยงของโรคหลอดเลอื ดหัวใจรวมถงึ บางอย่างที่คุณไมส่ ามารถควบคมุ และหลายอย่างทคี่ ุณ
สามารถ. คุณไม่สามารถควบคุมอายขุ องคุณ, เพศ, แข่ง, ครอบครัวประวตั ทิ างการแพทยห์ รือหวั ใจเงื่อนไขทคี่ ุณ
อาจมกี ่อนหนา้ น้ี. แตค่ ณุ สามารถควบคุม, รกั ษาหรือป้องกนั ปัจจยั เสี่ยงดงั ต่อไปน้ี :

• น้าหนกั เกนิ
•ควนั บหุ รี่การสูบบหุ รี่และยาสูบ
•การใชม้ ากเกนิ ไปของเครื่องด่มื แอลกอฮอล์
•คอเลสเตอรอลในเลอื ดสูง
• ความดนั โลหิตสูง (ความดนั เลอื ดสูง)
• โรคเบาหวาน
•การใชเ้ กลือสูง

ควรตรวจสอบความดนั อย่างนอ้ ยทุกปี . หากแพทยว์ ินจิ ฉัยความดนั โลหิตสูง, อาหาร, การออกกาลงั กายและการ
ใชย้ าอาจจะกาหนดทจ่ี ะใหม้ นั ภายใตก้ ารควบคมุ .

- ขาดการออกกาลงั กาย
ปกติกจิ กรรมปานกลางถงึ แขง็ แรงเป็นวิธีท่ีดใี นการลดความเส่ียงของโรคหัวใจและโรคหัวใจ. มนั สามารถชว่ ย
ควบคุมคอเลสเตอรอลในเลือด, โรคเบาหวานและโรคอว้ น, และยงั สามารถชว่ ยลดความดนั โลหิตและลดความ
เส่ียงของโรคหลอดเลือดสมอง. ออกกาลงั กายอย่างงา่ ยเชน่ การเดนิ , การทาสวน, บา้ นและการเตน้ รวมเป็น 30
นาทที กุ วนั จะชว่ ยใหห้ ัวใจของคณุ . หากคณุ ไดร้ ับการใชง้ าน, เร่ิมกบั 10 นาทีและเพิ่มข้นึ คอ่ ยๆ 30 นาท.ี สมาคม
โรคหัวใจอเมริกนั แนะนา 30-60 นาทขี องการออกกาลงั กายแขง็ แรง, 3-4 คร้งั ในแต่ละสปั ดาหส์ ภาพหวั ใจและ
ปอด. เดนิ เร็ว, การเตน้ แอโรบกิ , วิ่งออกกาลงั กาย, วงิ่ , การโยกยา้ ย, ว่ายน้าและกีฬาเช่นเทนนิสซิงเก้ิล, แร็กเกต็ ,

12

ฟุตบอลและบาสเกตบอลเป็นกจิ กรรมทเี่ หมาะสม. ส่ิงที่สาคญั คอื การทาใหเ้ วลาสาหรบั โปรแกรมปกตขิ องการ
ออกกาลงั กาย. ตรวจสอบกบั แพทยข์ องคณุ ก่อนทคี่ ุณจะเริ่มโปรแกรมกจิ กรรมแข็งแรง, โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ ถา้ คุณ
อยใู่ นวยั กลางคนแกก่ ว่าหรือ, มโี รคหวั ใจหรือมปี ัญหาทางการแพทยอ์ ื่น, และไดร้ ับการใชง้ านเป็นเวลานาน.

- ภาวะน้าหนกั เกินและโรคอว้ น
ไขมนั ในร่างกายส่วนเกิน - โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ในพ้นื ทีเ่ อว - นาเสนอความเสี่ยงท่สี าคญั สาหรับความดนั โลหิต
สูง, ไขมนั ในเลอื ดสูง, ไตรกลีเซอไรด์สูง, โรคเบาหวาน, โรคหวั ใจและหลอดเลือด. น่ีคือความจริงแมว้ ่าจะไม่มี
ปัจจยั เสี่ยงอ่ืน ๆ ทม่ี อี ยู.่ คุณสามารถประเมนิ ไขมนั ในร่างกายของคุณโดยการวดั รอบเอวของคณุ และการใชด้ ชั นี
มวลกาย (คา่ ดชั นีมวลกาย). การวดั รอบเอวมีความเส่ียงสูงคอื 35 นิ้วหรือมากกวา่ สาหรบั ผูห้ ญงิ และ 40 นิ้วหรือ
มากกวา่ สาหรับผชู้ าย.

สูตร BMI เกย่ี วขอ้ งกบั น้าหนกั ตวั ของบคุ คลทจ่ี ะมีความสูงและมีความสมั พนั ธอ์ ย่างถูกตอ้ งกบั ไขมนั ในร่างกาย
ในคนส่วนใหญ่. ค่าดชั นีมวลกายนอ้ ยกว่าค่า 18.5 จะถอื ว่าหนกั . ค่าจาก 18.5 ไปยงั 24.9 มกี ารพจิ ารณาทดี่ ีตอ่
สุขภาพและก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพนอ้ ยท่สี ุด.
น้าหนกั ตวั มากเกนิ จะถกู กาหนดโดยค่าดชั นีมวลกาย 25.0 นอ้ ยกวา่ 30.0, และแสดงให้เหน็ ถงึ ความเสี่ยงใน
ระดบั ปานกลาง.
โรคอว้ นจะถกู กาหนดโดยค่าดชั นีมวลกาย 30.0 หรือมากกว่า, และ 40 หรือมากกวา่ กาหนดโรคอว้ นมาก. คนท่ีมี
คา่ ดชั นีมวลกาย 30 หรือมากกว่าท่ีมคี วามเส่ียงสูงของโรคหัวใจและหลอดเลือด.
การสูญเสียน้าหนกั ของ 10 ไปยงั 20 ปอนดส์ ามารถชว่ ยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด. ลดน้าหนกั ,
ผหู้ ญิงควรกิน 1,200 ไปยงั 1,500 แคลอรี่ต่อวนั , แต่ไมน่ อ้ ยกวา่ 1,200. ช่วงชวี ิตประจาวนั สาหรบั ผชู้ ายคือ 1,500
ไปยงั 1,800 แคลอรี่, แต่ไม่นอ้ ยกว่า 1,500. การสูญเสียหน่ึงหรือสองปอนดต์ อ่ สัปดาห์ถอื เป็นลดน้าหนกั เพอื่
สุขภาพ.

13

โรคหวั ใจมกี ช่ี นดิ ?
• โรคหวั ใจมหี ลายชนิด แบง่ เป็นชนิดใหญ่ ๆ ไดด้ งั น้ี
1. โรคหลอดเลอื ดหัวใจ
2. โรคกลา้ มเน้ือหวั ใจ กลา้ มเน้ือหัวใจพกิ ารหรือกลา้ มเน้ือหัวใจอกั เสบจากไวรัส
3. โรคล้ินหัวใจพกิ ารจากไขร้ ูห์มาตกิ

โดยจะเป็นโรคส่วนใหญ่ ดงั น้ี
1. โรคหลอดเลอื ดหวั ใจ
2. โรคกลา้ มเน้ือหัวใจ กลา้ มเน้ือหัวใจพกิ ารหรือกลา้ มเน้ือหวั ใจอกั เสบจากไวรสั
3. โรคล้ินหวั ใจพกิ ารจากไขร้ ูห์มาตกิ
4. โรคลนิ้ หัวใจอกั เสบจาการตดิ เช้ือ
5. โรคหัวใจพกิ ารแตก่ าเนิด
6. โรคหรือความพกิ ารอนื่ ๆ ทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกบั หัวใจ

1. โรคหลอดเลอื ดหัวใจ
กลา้ มเน้ือหวั ใจ ตอ้ งอาศยั อาหารและออกซิเจน จากหลอดเลอื ดแดงโคโรนารียท์ ่ีมาเล้ียงหวั ใจ ถา้ หลอดเลือด
หัวใจตีบหรือตนั กลา้ มเน้ือหัวใจก็จะขาดอาหารและออกซิเจน ทาให้การทางานหวั ใจเสียไป หัวใจไมส่ ามารถ
สูบฉีดโลหิตไปเล้ียงร่างกายไดต้ ามปกติ เกดิ อาการกลา้ มเน้ือหัวใจขาดเลอื ด
ในกรณีหลอดเลือดหวั ใจตีบ อาการกลา้ มเน้ือหัวใจขาดเลอื ดมกั เกดิ เวลาออกกาลงั กาย ซ่ึงหัวใจตอ้ งการอาหาร
และออกซิเจนมากกวา่ ปกติ เมื่อพกั อาการกห็ ายไปภายในเวลาเป็นนาทีหรือหลายนาที หากหลอดเลอื ดหัวใจตีบ
ตนั จนทาใหก้ ลา้ มเน้ือหัวใจตายไป หัวใจไมส่ ามารถสูบฉีดโลหิตไปเล้ยี งร่างกายไดต้ ามปกติ เหลือกลา้ มเน้ือ

14

หัวใจทางานนอ้ ยลง อาการรุนแรงกว่าหลอดเลือดหัวใจตีบ อาการนานเป็นชวั่ โมงหรือหลายชว่ั โมง ถา้ เป็นมากก็
จะเกดิ อาการหัวใจวายได้
ส่วนใหญ่ผปู้ ่ วยมาหาแพทยด์ ว้ ยอาการจกุ แน่นหนา้ อกเป็นอาการนา แตก่ ็ไม่นอ้ ยทผ่ี ปู้ ่ วยไม่เจบ็ หนา้ อกแต่มาหา
แพทยด์ ว้ ยอาการ แน่นยอดอกคลา้ ยทอ้ งอดื ทอ้ งเฟ้อ หรือโรคกระเพาะอาหาร บางรายมาดว้ ยอาการแทรกซ้อน
เชน่ อาการหอบเหน่ือยจากหัวใจวายเลอื ดคง่ั หรือหวั ใจเตน้ ผดิ จงั หวะ รวมท้งั อาจเสียชีวติ กอ่ นมาพบแพทย์

2.โรคกลา้ มเน้ือหัวใจพกิ าร หรือ กลา้ มเน้ือหวั ใจอกั เสบจากไวรสั
โรคของกลา้ มเน้ือหวั ใจอาจเป็นต้งั แตก่ าเนิดหรือเกดิ จากภายหลงั ก็ได้ ในพวกที่เป็นภายหลงั ชนดิ ทพี่ บมากทีส่ ุด
คือ กลา้ มเน้ือหวั ใจพกิ ารโดยไม่ทราบสาเหตุ โรคกลา้ มเน้ือหวั ใจพิการโดยไมท่ ราบสาเหตุยงั แบง่ เป็น 3 ชนิด คอื
-ชนิดกลา้ มเน้ือหวั ใจหนาผิดปกติ
-ชนิดกลา้ มเน้ือหัวใจพิการขยายตวั ไม่ดเี ท่าปกติจากโรคบางชนิดทีเ่ ขา้ ไปแทรกในกลา้ มเน้ือหัวใจ
-และชนิดกลา้ มเน้ือหวั ใจไม่หนาแต่หวั ใจขยายตวั โตข้นึ บบี ตวั ไดไ้ มด่ เี ท่าปกติ
โรคกลา้ มเน้ือหวั ใจพกิ ารที่พบบอ่ ยคอื โรคกลา้ มเน้ือหัวใจพิการโดยไมท่ ราบสาเหตุ ชนิดทีห่ ัวใจขยายตวั โตข้นึ
และบบี ตวั ไดไ้ ม่ดีเท่าปกติ (Dilated Cardiomyopathy) โรคน้ีผลจากความสามารถในการบีบตวั ของกลา้ มเน้ือ
หวั ใจลดลง ทาให้เลอื ดไปเล้ียงอวยั วะต่างๆ ไมพ่ อ ร่างกายปรบั ตวั โดยเพิม่ ขนาดของหัวใจเพอื่ เพิ่มปริมาณเลอื ด
ทีบ่ ีบออกจากหัวใจ ทาใหห้ วั ใจผปู้ ่ วยดว้ ยโรคน้ีมขี นาดหวั ใจทโี่ ตมาก เรียกทางแพทยว์ ่า “ Dilated
Cardiomyopathy” อาการที่สาคญั ทตี่ ามมาคอื เหนื่อยงา่ ย ถา้ เป็นมากมอี าการบวมและเหน่ือยหอบของโรคหวั ใจ
วายเลือดคง่ั โรคของกลา้ มเน้ือหัวใจชนิดน้ีไม่ทราบสาเหตทุ ีเ่ ป็น แต่บางคร้ังอาจพบตามหลงั กลา้ มเน้ือหวั ใจ
อกั เสบจากไวรัสหรือเกดิ ภายหลงั การ ไดร้ บั สารพษิ บางอยา่ ง เช่น โคบอลท์ ยารกั ษาโรคมะเร็ง
ไวรัสหลายชนิดทาให้เกิด โรคกลา้ มเน้ือหัวใจอกั เสบได้ แต่ผูป้ ่ วยทเ่ี ป็นโรคน้ี มกั มปี ระวตั ิอาการไข้ อาการ
ทางเดินหายใจส่วนบนอกั เสบ ตอ่ มาเริ่มมีอาการเหนื่อยงา่ ยจากกลา้ มเน้ือหวั ใจอกั เสบทาให้การบบี ตวั ไมด่ ี ส่วน
ใหญ่จะเป็นไมม่ าก อาจไม่ไดม้ าพบแพทย์ ส่วนนอ้ ยทีก่ ลา้ มเน้ือหัวใจอกั เสบมากจนทาให้เกิดอาการหัวใจวาย
เลือดคง่ั เหนื่อยมากจนตอ้ งพบแพทย์ จนถงึ ข้นั เสียชีวิตได้

15

3. โรคลิน้ หัวใจพกิ ารจากไขร้ ูหม์ าตกิ

ความพกิ ารของล้นิ หัวใจมี 2 แบบ คอื ลิน้ หัวใจตีบและลนิ้ หัวใจรวั่ ในบางรายพบท้งั ลิ้นหวั ใจตีบและล้ินหัวใจรว่ั
ร่วมกนั สาเหตสุ ่วนใหญ่ในบา้ นเราเกดิ จาก “ไขร้ ูห์มาติก” โรคไขร้ ูหม์ าติกน้ีจะเร่ิมเป็นในเดก็ ชว่ งวยั เขา้ เรียน
อายุระหวา่ ง 5-12 ปี ไขร้ ูห์มาติกเกดิ ตามหลงั การติดเช้ือแบคทีเรียทมี่ ีช่ือวา่ “ เสตปโตคอคคสั ” ในช่องปาก
ร่างกายเกดิ ปฏกิ ริ ิยาภูมิคมุ้ กนั ต่อเช้ือแบคทเี รีย แต่ปฏกิ ริ ิยาภมู ิคมุ้ กนั เป็นชนิดไวเกิน ทาใหเ้ กดิ ปฏกิ ริ ิยาตอ่ ตา้ น
เน้ือเยอ่ื ทป่ี กติดว้ ย เกดิ เป็นโรค “ไขร้ ูห์มาตกิ ” ผูป้ ่ วยมอี าการไข้ ปวดขอ้ ขอ้ บวม ผนื่ ทผี่ วิ หนงั และเกดิ หัวใจ
อกั เสบได้ ต่อมาเกดิ ลิน้ หวั ใจอกั เสบเร้ือรงั เกดิ ภาวะล้ินหัวใจพกิ าร (ตบี หรือรั่ว) อาการแสดงของลนิ้ หัวใจพกิ าร
จะเกดิ ไดต้ ้งั แตว่ ยั เด็กไปจนถงึ วยั ชรา อาการจะข้นึ กบั ความรุนแรงของการตีบหรือรวั่ ของลนิ้ หัวใจ ความผดิ ปกติ
เกดิ ไดท้ ี่ลน้ิ หัวใจทกุ ลน้ิ แต่พบมากทสี่ ุด คือ ล้นิ หัวใจไมตรัล รองลงมาคือ ลนิ้ หัวใจเอออร์ติก ภาวะลิน่ หวั ใจ
พกิ ารจาก ลน้ิ หวั ใจไมตรลั ตีบ มกั พบบอ่ ยในหญิงวยั เจริญพนั ธุ์ อาการคนเป็นโรคลิน้ หวั ใจไมตรัลตบี มกั เป็น
อาการของโรคหัวใจวายเลือดคงั่ จากการท่เี ลือดไหลผ่านจากหัวใจห้องบนลงสู่หัวใจหอ้ งลา่ งไม่ได้ ทาให้น้า
ท่วมปอด มีอาการเหนื่อย มึนงง บวม และมกี ารติดเช้ือทางเดินหายใจไดง้ า่ ย เป็นตน้

หลกั การรกั ษาทว่ั ไป ในโรคลน้ิ หวั ใจรว่ั แพทยจ์ ะใชย้ ากอ่ น เพือ่ ประคบั ประคองการทางานของหวั ใจ แต่เม่อื
การทางานของหวั ใจเส่ือมลงถงึ ระดบั ทผี่ ูป้ ่ วยเร่ิมมอี าการหวั ใจวาย เลอื ดคงั่ ตอ้ งทาการผ่าตดั เปล่ียนล้นิ หวั ใจหรือ
ซ่อมลิ้นหวั ใจ ถา้ เป็นลนิ้ หวั ใจตีบการใชย้ าไดผ้ ลนอ้ ยกวา่ ล้นิ หวั ใจรั่ว เม่ือลิ้นหัวใจตบี ถึงระดบั ทมี่ อี าการ ตอ้ งทา
การผา่ ตดั ขยายล้นิ หวั ใจหรือเปลยี่ นลิน้ หัวใจ

ท่นี ่าสนใจคือ ในปัจจบุ นั เราพบกลมุ่ โรคน้ีนอ้ ยลงมาก อาจจากการใชย้ าปฏิชีวนะอยา่ งกวา้ งขวาง

4.โรคลิ้นหวั ใจอกั เสบจากการติดเช้ือ

ส่วนใหญม่ กั มีความผิดปกตขิ องล้ินหัวใจอยกู่ อ่ น เช่น ลนิ้ หวั ใจพิการจากไขร้ ูหม์ าตกิ ลนิ้ หัวใจเหล่าน้ีผลจากการ
อกั เสบทาใหร้ ูปร่างล้ินหัวใจผิดปกตไิ ป เม่ือมเี ช้ือแบคทเี รียในกระแสเลือดจากสาเหตุใดก็ตาม เชน่ ริดสีดวง
อกั เสบ ทาฟัน (อุดฟัน ถอนฟัน) เช้ือแบคทีเรียสามารถเกาะตดิ กบั ล้นิ หวั ใจที่ผดิ ปกติไดง้ า่ ย และลกุ ลามทาลาย
ลิ้นหวั ใจ ทาใหเ้ กิดลิน้ หัวใจอกั เสบได้

ผูป้ ่ วยส่วนใหญม่ าพบแพทยด์ ว้ ยอาการ ไขห้ นาวสนั่ มอี าการของการตดิ เช้ือในกระแสเลือด หรืออาจมาดว้ ย
อาการอมั พาตของสมอง แขนขาขาดเลือด จากการท่ีเศษกอ้ นเช้ือโรคจากบริเวณล้นิ หัวใจท่อี กั เสบหลุดกระจาย

16

ไปตดิ ตาม อวยั วะต่าง ๆ หรือมาดว้ ยอาการของโรคหัวใจวาย เลอื ดคง่ั จากกลา้ มเน้ือหวั ใจหรือลิ้นหัวใจถูกทาลาย
ได้

ในปัจจบุ นั มผี ทู้ ใ่ี ชย้ าเสพตดิ ฉีดเขา้ มาทางหลอดเลือดมากข้นึ ผปู้ ่ วยกลุ่มน้ีพบลิ้นหวั ใจขา้ งขวาอกั เสบโดยไม่
จาเป็นตอ้ งมคี วามผดิ ปกตมิ า กอ่ น เนื่องจากเขม้ ฉีดยาท่ีไมส่ ะอาดทาให้มเี ช้ือโรคเขา้ สู่กระแสเลือดตลอดเวลา
เชิ้อโรคมโี อกาสที่จะเกาะลน้ิ หวั ใจงา่ ยข้ึน

การรกั ษาลนิ้ หวั ใจอกั เสบจากการตดิ เช้ือ คือ ผปู้ ่ วยตอ้ งไดร้ บั การรกั ษาตวั ในโรงพยาบาล ไดร้ ับยาปฏิชีวนะใน
ขนาดสูงทางหลอดเลอื ดดาในชว่ งแรกตอ่ มาอาจเปลีย่ นเป็นยารับ ประทาน เป็นเวลานาน 4-6 อาทติ ย์ ถา้ อาการ
ไม่ทเุ ลาหรือมีอาการแทรกซ้อนอน่ื ๆ อาจตอ้ งใชร้ กั ษาดว้ ยวธิ ีการผ่าตดั ร่วมดว้ ย

5.โรคหัวใจพกิ ารแตก่ าเนิด

สาเหตเุ กิดจาก ความผดิ ปกตทิ างพนั ธุกรรม หรือ ความผิดปกตขิ องการเจริญเตบิ โตต้งั แตท่ ารกอยู่ในครรภ์
มารดา การเติบโตของเน้ือเยอ่ื ท่ีจะพฒั นาเป็นหวั ใจผดิ ปกติ ทาให้รูปร่างหวั ใจไม่สมบรู ณ์ มีไดห้ ลายแบบ ต้งั แต่
ผนงั ก้นั หวั ใจรว่ั (อาจรว่ั ระหว่างหัวใจหอ้ งบนหรือรั่วระหวา่ งหัวใจหอ้ งล่าง) บางคนอาจไม่มีผนงั ก้นั หัวใจเลย
(มแี ตห่ ัวใจห้องบนหอ้ งเดียวหรือหัวใจห้องลา่ งห้องเดียวกไ็ ด)้ นอกจากน้ียงั มีล้ินหวั ใจตีบแตก่ าเนดิ หรือล้นิ
หัวใจรัว่ แตก่ าเนิดได้

ในบางรายมีลกั ษณะ “ความพกิ ารแบบซบั ซอ้ น” เช่น โรคทเ่ี รียกว่า “Tetralogy of Fallot” (ประกอบดว้ ยความ
ผิดปกติ คือ ผนงั ก้นั หัวใจรั่ว ลิ้นหวั ใจรัว่ ล้นิ หวั ใจตีบ ภาวะตวั เขียว หลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ตา้ คล่อมผนงั
หวั ใจ) ทาใหก้ ารรกั ษายุ่งยากข้ึน

อาการที่ผูป้ ่ วยมาพบแพทย์ แตกต่างไปตามชนิดของความพิการ มีต้งั แตต่ วั เลก็ ไมเ่ จริญเติบโต ทางเดนิ หายใจ
อกั เสบงา่ ย หรือมอี าการหอบเหนื่อย ไปจนถึงชนิดผวิ พรรณตวั เขยี วและชนิดผวิ พรรณตวั ไมเ่ ขยี ว

โรคหวั ใจพกิ ารแตก่ าเนิดที่พบบอ่ ยทส่ี ุด คอื ผนงั ก้นั หวั ใจหอ้ งลา่ งรว่ั (Ventricular Septal Defect)

โรคหัวใจพกิ ารแตก่ าเนิด ส่วนใหญร่ ักษาใหห้ ายไดด้ ว้ ยการผา่ ตดั

แต่ในปัจจบุ นั กลุม่ ทผ่ี นงั ก้นั หัวใจร่วั มวี ธิ ีการใชเ้ ครื่องมอื ท่ีเรียกว่า Closure device สอดเขา้ ทางขาคลา้ ยการสวน
หวั ใจ เขา้ ไปปิ ดบริเวณที่รว่ั ได้ ท้งั น้ีตอ้ งข้นึ กบั ขนาดและตาแหน่งที่ผดิ ปกตดิ ว้ ย

17

6. โรคหรือความพิการอน่ื ๆ ทเ่ี กีย่ วขอ้ งกบั หวั ใจ
-กลุ่มอาการหวั ใจวายเลือดคง่ั
-ภาวะหวั ใจเตน้ ผดิ จงั หวะ
-โรคความดนั โลหิตสูง
-โรคของต่อมไร้ท่อ เชน่ คอพอกเป็นพษิ เน้ืองอกของตอ่ มใตส้ มอง
-ภาวะขาดสารอาหารบางอย่าง เชน่ ขาดวติ ามนิ บี
-โรคของเยื่อหุ้มหัวใจ เช่น มนี ้าในเยอ่ื หุ้มหวั ใจ เยื่อหุ้มหวั ใจอกั เสบเร้ือรงั ทาให้เย่อื หุม้ หัวใจหนาตวั ผิดปกตบิ ีบ
รัดหัวใจ
-หลอดเลอื ดพิการ เชน่ หลอดเลอื ดแดงใหญเ่ อออร์ตา้ ตีบ หลอดเลือดแดงใหญเ่ ออร์ตา้ โป่ งพอง
โรคเหล่าน้ีทาให้เกดิ อาการผดิ ปกตทิ างหัวใจ อาจตรวจพบหวั ใจโต หรือ อาจเกิดอาการหวั ใจวายเลอื ดคง่ั และ/
หรือ อาการอืน่ ๆ ท่เี ป็นอาการเฉพาะโรค

18

• 5 เรื่องเกยี่ วกับโรคหวั ใจที่คณุ อาจเข้าใจผดิ

ความเข้าใจผดิ หลายประการเกยี่ วกบั โรคหัวใจ อาจทาให้คณุ เสี่ยงชีวติ โดยไม่รู้ตวั

ในรอบหลายทศวรรษทผี่ ่านมา วทิ ยาศาสตร์การแพทย์ทพ่ี ฒั นา ไปมากช่วยให้เรามคี วามรู้ความเข้าใจเกยี่ วกบั
โรคได้มากกว่าเดิม แต่ท้ังนใ้ี ช่ว่าทกุ คนจะมีโอกาสได้ตดิ ตามข่าวคราวความคืบหน้า อย่างสม่าเสมอ ความเข้าใจ
ผดิ ๆ เกยี่ วกบั โรค โดยเฉพาะอย่างยง่ิ โรค หัวใจบางประการอาจยงั คงได้รับการบอกเล่าสืบกนั มา รวบรวมความ
เข้าใจผดิ เกย่ี วกบั โรคหัวใจท่ไี ด้ยนิ บ่อย ๆ มาฝากคุณกัน

1 เป็ นโรคหวั ใจ ไม่ควรออกแรง

การได้รับการวนิ ิจฉัยว่า เป็ นโรคหัวใจอาจทาให้ใคร หลายคนเกดิ ความลงั เลทีจ่ ะใช้ชีวิต อย่างกระฉบั กระเฉง
ด้วยเกรงว่า กจิ กรรมต่าง ๆ น้ันอาจเป็ นอนั ตราย ต่อหัวใจ แต่ความจริงคือ การนั่ง ๆ นอน ๆ หลกี เลีย่ งกิจกรรม
ทาง ร่างกายกลับเป็ นอันตรายกบั หัวใจ มากกว่า เพราะการออกกาลงั กายอย่างเหมาะสมน้ันจะช่วยให้ผ้ปู ่ วยหรือ
แม้แต่ผ้ไู ม่ป่ วยควบคุมปัจจยั เสี่ยงท่ีมีผลกระทบต่อหวั ใจได้ อาทิ ภาวะความดนั โลหติ สูง โรคเบาหวาน ท้ังยงั
ช่วยให้กล้ามเนือ้ หัวใจแขง็ แรงขึ้นอกี ด้วย

2 ความดันโลหติ สูง เป็ นเร่ืองธรรมดา ของคนสูงวยั

จริงอย่ทู ่วี ่าความดันโลหติ มกั จะเพ่ิมสูงขึน้ เมื่อคนเราอายุ มากขึน้ แต่กใ็ ช่ว่าคุณควรจะน่ิงนอนใจ ท้งั นเ้ี พราะ
หลอดเลือด มกั สูญเสียความยดื หย่นุ ไปตามวัย และการทีผ่ นงั หลอดเลอื ดเริ่มแขง็ ขึน้ หมายความว่าหวั ใจต้องสูบ
ฉีดเลอื ดหนักขึน้ เพอื่ ส่งเลอื ดไปเลยี้ งอวยั วะต่าง ๆ ส่งผลให้กล้ามเนือ้ หวั ใจเส่ือมประสิทธภิ าพลง ขณะทผ่ี นงั
หลอดเลือดต้อง รับแรงกระทามากขนึ้ จากการที่หวั ใจสูบฉีดแรง ผนังหลอดเลือดจึงถกู ทาลายและมีไขมนั มา
เกาะได้ง่ายขึน้ ด้วยเหตนุ เ้ี อง ความดนั โลหติ สูงจึงเป็ น ปัจจัยเส่ียงที่สาคัญของภาวะกล้ามเนือ้ หวั ใจขาดเลือดและ
หลอดเลือดสมอง

3 เป็ นโรคหัวใจควรรับประทานไขมนั ให้น้อยท่ีสุด

การจากัดและเลอื กบริโภคไขมันบางชนิดเป็ นทางเลอื ก ทฉี่ ลาด โดยเฉพาะอย่างย่งิ ไขมันทรานส์ ไขมนั อ่มิ ตัว
และ ไขมันทีผ่ ่านกระบวนการเตมิ ไฮโดรเจน ซึ่งไม่เป็ นผลดีต่อหลอดเลือดหวั ใจ อย่างไรกต็ ามไม่ใช่ว่าไขมนั จะ
เป็ นผ้รู ้ายไปเสียท้งั หมด ควรเลอื กบริโภคไขมันไม่อิม่ ตวั เชิงเดยี่ วและไขมนั ไม่อิ่มตวั เชงิ ซ้อน ซ่ึงพบได้ในน้ามนั

19

และอาหาร จากพชื เช่น นา้ มันพชื ถ่ัว และเมลด็ พืช จัดเป็ นไขมนั ทด่ี ี รวมท้งั กรดไขมนั โอเมก้า 3 ทพ่ี บในปลา
ทะเลนา้ ลกึ ซ่ึงช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหวั ใจและหลอดเลอื ด

4 รับประทานยาลดไขมนั แล้ว ก็ไม่ต้อง กงั วลเรื่องคมุ อาหารอกี

แหล่งท่มี าของคอเลสเตอรอลน้นั มีอย่สู องทาง คือ สร้าง ขนึ้ เองภายในร่างกายโดยตบั และได้รับจากอาหารทเ่ี รา
รับประทานเข้าไป การรับประทานอาหารโดยไม่ระมัดระวงั เพราะชะล่าใจ ว่ายาจะช่วยได้ท้ังหมดน้นั เป็ นความ
เช่ือทผ่ี ดิ เพราะยากล่มุ Statin หรือ ทรี่ ู้จกั ในนามยาลดคอเลสเตอรอลน้นั ม่งุ จดั การกบั คอเลสเตอรอลท่ี ผลิตโดย
ตับ แต่ไม่ได้ครอบคลมุ ไปถึงคอเลสเตอรอลในส่วนท่รี ่างกาย ได้รับจากการบริโภคอาหาร แพทย์จงึ มกั จะแนะนา
ให้ผ้ปู ่ วยรับประทานยา ควบค่ไู ปกบั การควบคุมอาหารด้วยเสมอเพอ่ื ดูแลให้ระดบั คอเลสเตอรอล โดยรวมลดลง
ลดโอกาสในการเกดิ ไขมนั อดุ ตนั ในหลอดเลอื ด

5 เม่ือทาการสวนหวั ใจหรือทา บายพาสแล้ว ก็ไม่มีอะไรต้องกังวลอกี

หตั ถการอย่างเช่นการสวนหวั ใจ หรือการทาบายพาสหัวใจอาจช่วยให้ หัวใจของผ้ปู ่ วยทางานได้ดขี นึ้ ผ้ปู ่ วยจะ
หายเจบ็ หน้าอกและมคี ุณภาพชีวิตที่ดขี ึน้ แต่ภาวะ หลอดเลือดแดงแขง็ ตัวซ่ึงเป็ นสาเหตุสาคญั ของ โรคหวั ใจ
ยังคงอยู่ และมโี อกาสท่จี ะเกดิ ภาวะกล้ามเนอื้ หวั ใจขาดเลอื ดได้ทกุ เมื่อ รวมถงึ อาจ เกดิ การตบี ซ้าบริเวณเดิมหรือ
มรี อยตีบใหม่เกดิ ขึน้ ดงั น้นั ผ้ปู ่ วยยงั จาเป็ นต้องควบคมุ ปจั จัยเส่ียงของโรค หวั ใจอย่างเคร่งครดั เช่นเดมิ

วธิ ีการดแู ลสุขภาพหัวใจ

โรคหลอดเลอื ดหัวใจเป็นสาเหตสุ าคญั ของการเสียชีวติ ท้งั ในชายและหญิง ตามสถิติแลว้ ประชากรทกุ 10 คนจะ
มีผเู้ สียชีวติ ดว้ ยโรคหวั ใจถึง 4 คน โดยสาเหตขุ องโรคมกั มาจากภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือภาวะท่ีมีไขมนั
กอ่ ตวั อย่บู ริเวณผนงั หลอดเลอื ด จนส่งผลกระทบตอ่ การลาเลยี งเลอื ดไปยงั หวั ใจ

แมส้ ถติ ขิ องโรคหัวใจออกจะน่ากลวั อยู่บา้ ง แตโ่ ชคดีทโ่ี รคดงั กลา่ วน้ีป้องกนั ได้ คาแนะนา 8 ประการต่อไปน้ี
อาจชว่ ยคณุ ลดความเสี่ยงตอ่ โรคหลอดเลอื ดหวั ใจได้

-รู้จกั ตวั เอง -ควบคมุ ความดนั โลหิต

-ผ่อนคลายความเครียด -รบั ประทานอาหารทมี่ ีประโยชน์

20

-งดสูบบหุ ร่ี -อย่าอยู่เฉย

-ลดน้าหนกั ส่วนเกนิ -ตรวจสุขภาพเป็ นประจา

1) รู้จกั ตวั เอง

มีปัจจยั หลายประการที่เพิ่มความเส่ียงตอ่ โรคหลอดเลือดหัวใจโดยทีบ่ างปัจจยั เช่น มีบคุ คลในครอบครวั เป็น
โรคหวั ใจ เป็นเร่ืองท่คี ณุ ไมอ่ าจเปลย่ี นแปลงอะไรไดแ้ ต่ปัจจยั อื่น ๆ ซ่ึงส่วนมากไดแ้ ก่พฤตกิ รรมส่วนตวั และการ
ดาเนินชีวติ น้นั เป็นเรื่องทคี่ วบคุมได้ เช่น หากคณุ สูบบุหรี่ หรือมคี วามดนั โลหิตและคอเลสเตอรอลสูง ความ
เส่ียงตอ่ โรคหวั ใจของคณุ จะเพมิ่ ข้นึ เป็น 2 เทา่ ดงั น้นั แมก้ ารทราบว่าตวั เองเสี่ยงต่อโรคหัวใจ จะทาให้คณุ กงั วล
แตก่ ท็ าให้คุณปรับเปลี่ยนพฤตกิ รรมจนกลายเป็นผมู้ ีสุขภาพดี ปลอดจากโรคหวั ใจไดเ้ ช่นกนั

2) ผ่อนคลายความเครียด

คงไม่อาจปฏิเสธไดว้ ่าความเครียดเป็นส่วนหน่ึงของชีวิต แตห่ ากเครียดมากเกินไปก็ส่งผลรา้ ยต่อสุขภาพกาย
อารมณ์ และสุขภาพจติ

แมค้ วามเกีย่ วพนั ระหวา่ งความเครียดกบั โรคหัวใจจะยงั ไมช่ ดั เจน แตค่ วามเครียดมผี ลทาใหค้ วามดนั โลหิต
เพิ่มข้ึน ระดบั ฮอร์โมนความเครียด อาทิ คอร์ติซอล และอะดรีนาลนี เพ่ิมสูงจนเป็นอนั ตราย ท้งั ยงั ส่งผลให้เกดิ
แนวโนม้ ทจี่ ะมพี ฤตกิ รรมทาลายสุขภาพ เชน่ รบั ประทานอาหารมากข้นึ สูบบหุ รี่มากข้ึน และออกกาลงั กาย
นอ้ ยลง การออกกาลงั กายอยา่ งสมา่ เสมอ และรับประทานอาหารท่ีเป็นประโยชน์เป็นวิธีหน่ึงที่ชว่ ยให้ร่างกาย
และจติ ใจรับมือกบั ความเครียดไดด้ ขี ้นึ ขณะทกี่ ารทาสมาธิ นวดผ่อนคลาย เล่นโยคะกเ็ ป็นวิธีผอ่ นคลายทไี่ ดร้ ับ
ความนิยมเชน่ กนั

3) งดสูบบหุ รี่

ไม่มปี ัจจยั เสี่ยงต่อโรคหวั ใจประการใดจะรา้ ยแรงเท่ากบั การสูบบุหร่ีอกี แลว้ การเลกิ บหุ รี่ไดจ้ งึ เป็นประโยชน์
มหาศาลต่อสุขภาพหัวใจ บุหรี่ประกอบไปดว้ ยสารเคมหี ลายชนิดที่เป็นอนั ตรายต่อหวั ใจและระบบไหลเวียน
โลหิต สารเหล่าน้ีจะเพม่ิ ความดนั ใหส้ ูงข้ึน และลดปริมาณออกซิเจนในกระแสเลือดลง ดงั น้นั ไมว่ ่าจะสูบมาก
หรือสูบนอ้ ยก็เป็นอนั ตรายต่อร่างกายเชน่ เดยี วกนั แมแ้ ตผ่ ทู้ สี่ ูบเป็นบางคร้งั ก็ยงั มคี วามเส่ียงตอ่ โรคหวั ใจสูงกวา่

21

ผทู้ ีไ่ ม่สูบเลย การเลิกสูบบุหรี่ไมใ่ ช่เรื่องงา่ ย แต่กม็ หี ลายหนทางทชี่ ่วยให้เลิกได้ โดยควรปรึกษาแพทยเ์ พ่อื รบั
คาแนะนาทเี่ หมาะสมเฉพาะรายบคุ คล

4) ลดน้าหนกั ส่วนเกนิ
ความอว้ น และน้าหนกั ส่วนเกินไมส่ ่งผลดแี ตป่ ระการใด โดยเฉพาะกบั สุขภาพหัวใจ น้าหนกั เกนิ น้นั เป็นสาเหตุ
สาคญั ของโรคหลอดเลอื ดหัวใจตบี ผทู้ ีม่ ีรอบเอวหนามคี วามเส่ียงตอ่ ความดนั โลหิตสูง ไขมนั ในเลอื ดสูง และ
โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ซ่ึงท้งั สามโรคน้ีเป็นสาเหตสุ าคญั ทนี่ าไปสู่โรคหัวใจท้งั ส้ิน

5) ควบคมุ ความดนั โลหิต
ผทู้ ่ีมปี ัญหาเรื่องความดนั โลหิตสูง มีความเสี่ยงต่อโรคหวั ใจสูงโดยอตั โนมตั ิ เนื่องจากความดนั โลหิตสูงเป็น
"ส่วนผสม" พ้นื ฐานของโรคหวั ใจ ในระยะยาวความดนั โลหิตสูงจะทาให้เกิดการอกั เสบ ทาลายผนงั หลอดเลอื ด
จนเกดิ เป็นผลกระทบท่ีร้ายแรงตามมา
มีปัจจยั หลายประการทีท่ าใหเ้ กิดภาวะความดนั โลหิตสูง ท้งั พนั ธุกรรม ความอว้ น การรบั ประทานอาหาร โดย
ไม่คานึงถึงสุขภาพ และการขาดการออกกาลงั กาย ดงั น้นั การปรับเปลย่ี นวถิ ชี ีวติ จงึ เป็นวธิ ีทไี่ ดผ้ ลดใี นระยะยาว
ในรายทม่ี ีความดนั สูงมาก ๆ เวชภณั ฑ์ หลายชนิดก็ใชไ้ ดผ้ ลดี
ผทู้ ไี่ ม่อว้ นและดูเหมือนจะมสี ุขภาพดี กอ็ าจมีปัญหาเร่ืองความดนั โลหิตได้ หลีกเลีย่ งของทานเล่นท่มี ไี ขมนั สูง
หรืออาหาร ทอดน้ามนั ท่วม แลว้ หันมารบั ประทานผกั ผลไมม้ ากข้นึ จะชว่ ยให้คุณควบคมุ ความดนั โลหิตใหอ้ ยู่
ในระดบั ปกตไิ ด้

6) รบั ประทานอาหารทม่ี ปี ระโยชน์
ชีวติ ท่เี ร่งรีบทาใหห้ ลายคนไมม่ เี วลาไตร่ตรองเรื่องการรบั ประทานอาหารเทา่ ไรนกั ท้งั ฟาสตฟ์ ้ดู อาหารขยะ
และการรบั ประทานมากเกนิ พอดี ลว้ นเป็นอนั ตรายตอ่ สุขภาพและเพ่ิมความเส่ียงตอ่ โรคหวั ใจได้

22

ผเู้ ช่ียวชาญเหน็ ตรงกนั วา่ การรับประทานอาหารทีเ่ ป็นประโยชน์ตอ่ หัวใจ หมายถงึ การลดอาหารทอี่ ุดมไปดว้ ย
ไขมนั และไขมนั แปลงสภาพ รับประทานผกั และผลไมป้ ระมาณ 5 ถึง 10 ส่วนต่อวนั เนน้ ธญั พืชไม่ขดั สี และ
บริโภคโปรตีนไขมนั ต่า อาทิ เน้ือไม่ตดิ มนั และเน้ือปลา โดยเฉพาะปลาท่อี ุดมดว้ ยไขมนั อยา่ งปลาแซลมอนทมี่ ี
กรดไขมนั โอเมกา้ 3 อยูม่ ากซ่ึงอาจชว่ ยป้องกนั โรคหัวใจได้ หลีกเลยี่ งการใชน้ ้ามนั ปาลม์ และน้ามนั มะพรา้ วใน
การประกอบอาหาร
นอกจากน้ี การรับประทานในปริมาณทพี่ อเหมาะกเ็ ป็นเร่ืองสาคญั โดยเฉลย่ี ผูใ้ หญ่ควรรบั ประทานประมาณ
2,000 แคลอร่ี โดยใหม้ สี ัดส่วนของไขมนั ไม่เกินรอ้ ยละ 30 ดงั น้นั อยา่ ลมื อ่านฉลากทกุ คร้งั เมอ่ื ซ้ือหาอาหารมา
รับประทาน ตวั อยา่ งอาหารท่ีควรรบั ประทาน เช่น “ปลาทะเล” ลดการอกั เสบหลอดเลือดแดง
จาพวก ปลาแซลมอน ปลาทู ปลาซาร์ดนี อยา่ งนอ้ ย 2 คร้ัง/สัปดาห์ เพราะเป็นปลาท่ีมไี ขมนั โอเมกา้ 3 ชว่ ยลด
การอกั เสบของหลอดเลือดแดง ซ่ึงเป็นอาการเร่ิมตน้ สู่การเป็นโรคหวั ใจ และนอกจากน้ีควรหลีกเลย่ี งไขมนั
อิม่ ตวั เช่น น้ามนั ปาลม์ น้ามนั จากสตั ว์ หรือน้ามนั จากการทอดอาหารซ้า

“น้ามนั จากถว่ั เปลอื กแข็ง” ลดความเส่ียงความดนั โลหิตสูง
น้ามนั จากถว่ั เปลอื กแข็งและเมลด็ พชื ที่มีกรดแอลฟา-ลิโนเลนิกสูง เช่น น้ามนั คาโนลา วอลนตั น้ามนั ถวั่ เหลือง
ช่วยลดความเสี่ยงของความดนั โลหิตสูงได้ แตก่ ็ไม่ควรกนิ มากจนเกนิ ไปเพราะน้ามนั เหล่าน้ีให้พลงั งานสูงอาจ
ทาให้อว้ นไดเ้ หมือนกนั

“อะโวคาโด” เพ่ิมโพแทสเซียม
อะโวคาโดเป็นผลไมท้ ี่อดุ มไปดว้ ยโพแทสเซียมซ่ึงเป็นสารอาหารทีจ่ าเป็นต่อสุขภาพหัวใจ ซ่ึงอะโวคาโด 1 ลูก
ประกอบไปดว้ ยโพแทสเซียม 975 มลิ ลกิ รัม หรือประมาณ 28% ของปริมาณโพแทสเซียมทรี่ ่างกายตอ้ งการใน

23

หน่ึงวนั หากเราไดร้ บั โพแทสเซียมในปริมาณทเ่ี พียงพอกจ็ ะชว่ ยลดความดนั โลหิตซ่ึงเป็นสาเหตสุ าคญั ของ
โรคหวั ใจได้

“ผกั ใบเขียว” ชว่ ยปกป้องหลอดเลอื ดแดง

การกนิ ผกั ใบเขียวจะทาให้ร่างกายไดร้ บั ปริมาณสารตา้ นอนุมูลอสิ ระ ช่วยลดความเส่ียงต่อการเกดิ โรคหลอด
เลอื ดหัวใจตีบ เพราะผกั ใบเขียวอุดมไปดว้ ยวิตามนิ แร่ธาตุ และสารตา้ นอนุมลู อสิ ระ รวมไปถึงวิตามินเค ทีม่ ี
ส่วนชว่ ยปกป้องหลอดเลอื ดแดงไดน้ นั่ เอง

“เบอร์รี่” ป้องกนั หลอดเลอื ดอุดตนั

ผลไมจ้ าพวกเบอร์รี่อุดมไปดว้ ยสารตา้ นอนุมลู อิสระ ท้งั วติ ามนิ ซี กรดโฟลกิ โพแทสเซียม ใยอาหาร และแอน
โทไซยานิน ทมี่ ีส่วนชว่ ยป้องกนั ความเครียด ลดการเกดิ ปฏกิ ริ ิยาออกซิเดชน่ั ระหว่างอนุมูลอิสระกบั ไขมนั
(LDL) ชว่ ยป้องกนั การสะสมของไขมนั บริเวณผนงั หลอดเลือดซ่ึงเป็นสาเหตขุ องการเกิดโรคหลอดเลอื ดหวั ใจ
อดุ ตนั นอกจากน้ียงั ชว่ ยลดการอกั เสบของผนงั หลอดเลือด และยบั ยง้ั การแข็งตวั ของเลือดไดอ้ กี ดว้ ย

“ไฟเบอร์” ลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือด

24

ไฟเบอร์ทไี่ ดจ้ ากธญั พืชทไ่ี มข่ ดั สี เชน่ ขา้ วกลอ้ ง ขา้ วโอต๊ ขา้ วสาลี ธญั พชื ตา่ งๆ จะชว่ ยลดปริมาณคอเลสเตอรอล
ในเลือด ช่วยให้หวั ใจแข็งแรง และป้องกนั ความเสี่ยงตอ่ การเกดิ โรคหวั ใจและโรคหลอดเลือดในอนาคตได้

“อลั มอนด”์ ชว่ ยลดระดบั คอเลสเตอรอล
ในอลั มอนดม์ ีส่วนประกอบสาคญั อย่างกรดไขมนั ที่มคี วามจาเป็นตอ่ ร่างกาย ท้งั กรดไขมนั ไมอ่ ิม่ ตวั เชิงเดย่ี วและ
เชิงซ้อน ซ่ึงจะช่วยเพิ่มระดบั HDL หรือไขมนั ดี และลดระดบั LDL ไขมนั เหลวในร่างกายลง ช่วยลดระดบั
คอเลสเตอรอล และจาเป็นต่อกระบวนการทางานของร่างกาย

7) อย่าอยู่เฉย
การอย่เู ฉย ๆ อาจทาให้เสียชีวติ ได้ การออกกาลงั กาย (อยา่ งนอ้ ยวนั ละ 30 นาที สปั ดาห์ละ 4 ถึง 5 คร้งั ) ชว่ ยลด
ความเส่ียงตอ่ โรคหวั ใจไดอ้ ย่างน่าอศั จรรย์ ท้งั ยงั ลดความเส่ียงตอ่ โรคอ่นื ๆ ไดห้ ลายประการ รวมท้งั โรครา้ ยแรง
อยา่ งเช่น โรคมะเร็ง
การออกกาลงั กายช่วยกระตุน้ การไหลเวียนโลหิต ทาให้หวั ใจแขง็ แรง ทางานอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ ช่วยลด
น้าหนกั ส่วนเกิน ผ่อนคลายความเครียด ทาใหอ้ ารมณด์ ี และกระดกู แขง็ แรงอกี ดว้ ย
แมใ้ นสปั ดาหห์ น่ึง ๆ คณุ อาจไมม่ ีเวลาออกกาลงั กายไดม้ ากขนาด 4 หรือ 5 คร้งั การออกกาลงั กายแมเ้ พยี ง 1 ถึง
2 คร้ัง ก็ยงั เป็นประโยชน์อย่ดู ี เม่ือเทียบกบั ผทู้ ไี่ มไ่ ดอ้ อกกาลงั กายเลย

25

คาเตอื น: ควรปรึกษาแพทยเ์ พอื่ รบั คาแนะนาเรื่องการออกกาลงั กายทีเ่ หมาะสมกบั สุขภาพของคณุ

8) ตรวจสุขภาพเป็นประจา
ขอ้ สุดทา้ ยน้ีอาศยั ความพยายามเพียงเล็กนอ้ ย แต่ส่ิงที่ไดก้ ลบั มาน้นั เป็นประโยชน์มาก การตรวจสุขภาพชว่ ยให้
พบปัญหาทีอ่ าจกลายเป็นอนั ตรายไดต้ ้งั แต่ในระยะแรกเริ่ม ซ่ึงการรักษาจะไดผ้ ลดี และมีประสิทธิภาพมากท่ีสุด
ท้งั ความดนั โลหิต และคอเลสเตอรอลเป็นปัจจยั เสี่ยงที่สาคญั ของโรคหวั ใจ ดงั น้นั จึงจาเป็นตอ้ งมกี ารตรวจวดั
ความดนั และระดบั ไขมนั ในเลอื ดเป็นระยะ ๆ เพื่อลดความเส่ียงในการเป็นโรคหวั ใจ
โดยทว่ั ไป ควรตรวจสุขภาพหวั ใจทกุ ๆ 2 ปี แตส่ าหรับผทู้ ี่มคี วามเสี่ยงสูงควรเพม่ิ ความถ่ีในการตรวจมากข้นึ
บางกรณีแพทยอ์ าจแนะนาใหเ้ ขา้ รบั การตรวจหวั ใจข้นั สูง เชน่ ทดสอบสมรรถภาพหัวใจบนสายพานว่งิ แต่ท้งั น้ี
ยอ่ มข้นึ อยูก่ บั อายแุ ละสุขภาพของผเู้ ขา้ รับการตรวจดว้ ย

26

ภำคผนวก

- หวั ใจ : https://sites.google.com/a/hatyaiwit.ac.th/circulatory-system/the-circulatory-system-and-
its-components/hawci-heart

- โครงสรำ้ งผนังหัวใจ หอ้ งหวั และล้ินหวั ใจ : http://fat.surin.rmuti.ac.th/

- ชพี จร :
https://www.pobpad.com/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5
%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%8A%E0
%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%88%E0%B8%A3-
%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0
%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%99

- ปัจจยั เสีย่ งกอ่ ใหเ้ กิดโรคหัวใจ : https://www.capitalcardiology.com/patient-
education/cardiac-risk-factors/?lang=th

- โรคทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั หวั ใจ : https://vibhavadi.com/health683

- วิธกี ำรดแู ลสุขภำพหัวใจ : https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/january-
2009/eight-steps-healthier-heart

- ควำมเชอ่ื ผดิ ๆเกย่ี วกบั โรคหวั ใจ : https://www.bumrungrad.com/

Chanyanat yodsaksri 4/1


Click to View FlipBook Version