The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โนราห์บทครูสอน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by อนุธิดา' าฯ., 2022-12-08 03:09:36

โนราห์บทครูสอน

โนราห์บทครูสอน

1



เอกสารประกอบการเรียน
โนราหบ์ ทครสู อน

โดย
นางสาวอนธุ ิดา พลายชมุ
รหัสนกั ศึกษา 6411120006

สาขาวิชานาฏศิลป์ คณะครศุ าสตร์
มหาวิทยาลัยราชภฏั นครศรธี รรมราช ปกี ารศกึ ษา 2565



คำนำ

เอกสารประกอบการเรยี นรำโนราบทครูสอน ฉบบั นี้จดั ทำข้ึนโดยมวี ัตถปุ ระสงค์เพื่อใชเ้ ปน็ ส่ือการ
เรียนการสอนการแสดงพ้นื บา้ นโนรา ของนกั เรยี น ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 ตลอดทั้งผู้สนใจใฝ่เรยี นรู้ท่ี
ตอ้ งการพัฒนาทกั ษะการแสดงโนรา

สาระสำคัญของเอกสารประกอบด้วยความหมาย ประวัตโิ นรา องค์ประกอบการแสดง โนราบท
ครูสอน บทร้องบทครูสอน วิธีการรอ้ งบทครูสอน ท่ารำบทครสู อน

ขอขอบคุณผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ธีรวฒั น์ ชา่ งสาน อาจารย์ประจำวชิ าการแสดงโนรา ท่ีชแ้ี นะ
การพัฒนาเอกสารจนสมบรู ณเ์ ปน็ ส่อื ท่ดี ีมปี ระโยชน์ ขอบคุณศิลปินโนรากลอยใจดาวรุ่ง ทีเ่ สียสละเวลามา
เป็นวทิ ยากรแนะนำการแสดงโนราท่ถี ูกตอ้ งตามแบบฉบับ ขอบคณุ เพื่อน ๆ พๆี่ สาขาวชิ านาฏศิลปท์ ุกคน
ท่เี ป็นกำลังใจในการพัฒนาสร้างผลสมั ฤทธ์ทิ ่ดี ีของงานเอกสารครัง้ นี้ จงึ ขอขอบคณุ มา ณ โอกาสน้ี

ผ้จู ัดทำ
นางสาวอนุธดิ า พลายชุม

24ตลุ าคม65



สารบญั

เรือ่ ง หนา้

คำนำ............................................................................................................................................................2
สารบญั ....................................................................................................................................................... 3
สารบัญภาพ.................................................................................................................................................4
คำชแ้ี จงการใช้เอกสาร.................................................................................................................................4
สาระสำคัญ..................................................................................................................................................6
วัตถปุ ระสงค์เชิงพฤตกิ รรม..........................................................................................................................7
แบบทดสอบก่อนเรยี น.................................................................................................................................8
กระดาษคำตอบ...........................................................................................................................................9
หวั ข้อเนื้อหาประจำบท...............................................................................................................................10
คำถามทบทวน..........................................................................................................................................40

แบบทดสอบหลงั เรยี น...............................................................................................................................42
กระดาษคำตอบ.........................................................................................................................................43
บรรณานุกรม.............................................................................................................................................45
ภาคผนวก..................................................................................................................................................46



สารบญั ภาพ

ภาพที่ หน้า

ภาพที่ 1 เทรดิ ..............……………………………………………………………………………………………………….....…16
ภาพท่ี 2 บ่า………………………………………………………………………………………………………………….…...……17
ภาพท่ี 3 ปง้ิ คอ…………………………………………………………………………………………………….……….…………17
ภาพท่ี 4 รอบอก…………………………………………………………………………………………………….…………………18
ภาพท่ี 5 ปกี นกแอน………………………………………………………………………..………………………………….……18
ภาพท่ี 6 สร้อยคอ……………………………………………………………………..…………..………………………….……..19
ภาพที่ 7 หางหงส…์ ……………………………………………..…………………………….……………………………..………19
ภาพท่ี 8 ผา้ นุ่ง…………………………………………………………………………………………………………….……………20
ภาพท่ี 9หนา้ เพลา……………………………………………………………………………………………………..………………20
ภาพที่ 10 ผ้าหอ้ ย………………………………………………………….…………….…………………………………………….20
ภาพท่ึ 11 กำไลแขน……………………………………………………….………………………………………………………….20
ภาพที่ 12 เลบ็ ...........................................................................................................................................21
ภาพท่ี 13 ทา่ รำนาฏศัพย.์ ........................................................................................................................22
ภาพท่ิ 14 ทา่ รำ........................................................................................................................................23

คำช้แี จงการใช้เอกสารประกอบการเรยี น

เรอ่ื ง โนราบทครสู อน สำหรับนกั เรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่4

1. เอกสารเรอ่ื งโนราบทครสู อน เปน็ เอกสารทีม่ คี วามสมบูรณ์ในเลม่ นักเรียนต้องทำความเข้าใจกับคำ
ชแี้ จง ตรวจสอบวตั ถุประสงค์ ตรวจสอบสาระสำคัญ ทำแบบฝึกหัดก่อนเรียน แล้วจึงศึกษาสาระในเล่ม
ทั้งหมด อ่านสรุป และทำคำถามทบทวนท่ีมีในเล่มทุกคร้ัง ทำแบบทดสอบหลังเรียนอย่างมีสมาธิและ
เขา้ ใจ

2. นกั เรยี นตอ้ งอา่ นหนังสอื ทุกหน้าเพอ่ื ทำความเขา้ ใจ หากมีข้อสงสัยใหถ้ ามครู
3. นักเรียนปฏิบัติตามกิจกรรมอยา่ งเครง่ ครัด โดยเฉพาะอย่างย่ิงแบบทดสอบกอ่ นเรียน/หลังเรียน
นกั เรียนจะต้องมีความซ่ือสตั ยโ์ ดยจะต้องทำด้วยตนเองอย่างเครง่ ครัด
4.เม่ือนกั เรียนเรยี นและทำกิจกรรมในเล่มเสร็จ จะต้องเก็บเอกสารประกอบการเรยี นสง่ ครูเพ่อื จะได้
บันทกึ คะแนน
5. หากนักเรียนอ่านคำถามในกิจกรรมไม่เขา้ ใจจะต้องตรวจสอบกบั คณุ ครูเทา่ นั้น โดยไมถ่ ามเพือ่ น

1

มาตรฐานการเรยี นรู้

ศ 3.2 เข้าใจความสมั พันธ์ระหว่างนาฏศิลปป์ ระวตั ศิ าสตรแ์ ละวฒั นธรรม เหน็ คุณค่าของนาฏศิลป์
ทเี่ ป็นมรดกทางวัฒนธรรมภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถ่ิน ภมู ปิ ัญญาไทยและสากล
ตวั ช้วี ดั

ม.4/3 บรรยายววิ ฒั นาการของนาฏศิลป์และการละครไทย ตง้ั แต่อดีตจนถงึ ปจั จบุ นั

สาระการเรยี นรู้

สาระสำคญั ของเอกสารประกอบการเรยี น เร่ือง โนรา มดี งั นี้
1. ความหมายโนรา
2.ประวตั หิ รือตำนานโนรา
3.องคป์ ระกอบของโนรา
3.1. ผู้แสดง
3.2. ดนตรีและเพลง
3.3. เครอื่ งแตง่ กาย
4.ทา่ รำ
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1. นักเรียนเข้าใจสามารถอธิบายการรอ้ งเพลงโนราหบ์ ทครูสอนไดถ้ ูกต้อง
2. นกั เรยี นเขา้ ใจองค์ประกอบและประวัติของการแสดงโนราหบ์ ทครสู อนได้ถกู ตอ้ ง
3. นักเรยี นมที กั ษะการรอ้ งกลอนประกอบการรำโนราบทครูสอน

ได้ถกู ตอ้ งตามทำนอง และจังหวะ
4. นกั เรยี นมีทกั ษะการปฏิบตั ิทา่ รำบทครูสอนถกู ตอ้ งสวยงาม

วธิ สี อนและกิจกรรมการเรียนการสอน
1. วิธีสอน
วิธีสอนมีการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนโดยใชว้ ิธีการสอนท่ีหลากหลายมกี ารจดั การเรยี น

การสอนแบบอธิบาย อภิปรายและการฝึกปฏิบัติ การทำงานกลุ่ม ทำแบบทดสอบก่อนเรียน / หลังเรียน
และการทำแบบฝึกหัดท้ายบท

2. กจิ กรรมการเรียนการสอน
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนประจำบทนี้ผสู้ อนต้องใชป้ ระกอบแผนการจัดการเรียนรู้ที่

1-2 จากคูม่ ือการใชน้ วัตกรรมเอกสารประกอบการเรียนรำโนราบทครูสอน

2

สอ่ื การเรยี นการสอน
1. ค่มู ือการใช้เอกสารประกอบการ
2. เอกสารประกอบการเรียน

การวดั ผลและประเมินผล
กระบวนการวดั ผลประเมนิ ผล
1. วธิ กี าร
1.1 สังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
1.2 สงั เกตพฤติกรรมรายกลมุ่
1.3 ตรวจแบบฝกึ หดั
1.4 ทดสอบกอ่ นเรียน / หลงั เรียน
2. เครอ่ื งมือ
2.1 แบบประเมินพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2.2 แบบประเมินพฤตกิ รรมรายกล่มุ
2.3 แบบเฉลยแบบฝกึ หัดทา้ ยบทที่ 1
2.4 แบบทดสอบกอ่ นเรียน / หลงั เรยี น
2.5 แบบเฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น / หลงั เรยี น
3. เกณฑ์การวัดผลประเมินผล
3.1 ทำแบบทดสอบผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80
3.2 ทำแบบฝกึ หัดผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 80

3

แบบทดสอบก่อนเรียน

กลุ่มสาระการเรียนรู้ศลิ ปะ สาระนาฏศิลป์ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี4

เรอ่ื ง โนราห์ รหัสวชิ า ศ31204 เวลา 10 นาที คะแนน 100 คะแนน

**********************************************************************

คำชแ้ี จง : ให้นักเรียนเลอื กคำตอบทถี่ กู ท่สี ุดแลว้ ทำเคร่ืองหมาย (×) ลงในกระดาษคำตอ

1. การแสดงโนราเปน็ ศิลปะการละเล่นของคนในภาคใด

ก. ภาคเหนอื

ข. ภาคกลาง

ค. ภาคอสี าน

ง. ภาคใต้

2. นางศรีมาลามีธดิ าชอื่ ว่าอะไร
ก.นางนวลทองสำลี
ข.นางนวลทองสาลี
ค.นางทองสำสี
ง.นางทองนวลสำลี

3.นางทองสำลที รงครรภ์ เพราะเสวยอะไร
ก.เกสรดอกบวั
ข.เกสรดอกมะลิ
ค.เกสรดอกเข็ม
ง.ดอกกหุ ลาบ

4.นางนวลทองสำลีสบุ ินว่ามเี ทพธิดามารา่ ยรำใหด้ ู ท่ารำมีทง้ั หมดกท่ี ่า
ก.8 ท่า
ข.10 ท่า
ค.12 ทา่
ง.14 ท่า

4

5.พระยาสายฟ้าฟาดทรงจง่ึ รบั สั่งใหน้ างนวลทองสำลไี ปไหน
ก.ไปอยใู่ นป่า
ข.ไปอยูเ่ มืองอน่ื
ค.ไปลอยแพ
ง.ไปขังในถำ้

6.แพของนางทองสำลไี ปตดิ เกาะอะไร
ก.เกาะกะชงั
ข.เกาะราชา
ค.เกาะสมิ ิลนั
ง.เกาะตาชยั

7.ดนตรีประโคมทน่ี างนวลทองสำลไี ดเ้ หน็ มอี ะไรบา้ ง
ก.กลอง ทบั ฉ่ิง ป่ี ขลุ่ย
ข.กลอง ระนาด ฉิง่ ปี่ ตะโพน
ค.กลอง ทบั ฉิง่ ปี่ ตะโพน
ง.กลอง ทบั โหมง่ ฉ่งิ ปี่ และแตระ

8. การแสดงมโนราหเ์ ป็นเร่อื งราวบนเวทใี นแตล่ ะครัง้ ประกอบดว้ ย อะไรบา้ ง
ก.ตวั นายโรง ตัวตลก นางรำ
ข.ตัวนายโรง ตวั ตลก นางรำ ตัวเอก
ค.ตัวนายโรง ตวั ตลก
ง.ตวั นายโรง นางรำ

5

9. ตัวตลกของมโนราหค์ อื ตัวอะไร
ก.ตวั นายโรง ตวั ตลก นางรำ
ข.ตัวนายโรง ตวั ตลก นางรำ ตัวเอก
ค.นายพราน
ง.ตัวนายโรง นางรำ

10. ตัวเลือกใดไม่ใช่องคป์ ระกอบของการแสดงโนรา
ก. เครอ่ื งเสยี ง
ข. เคร่ืองแตง่ กาย
ค. ผู้แสดง
ง. ท่ารำ

6

กระดาษคำตอบ

โรงเรยี น......................................................................ปีการศกึ ษา...........................
ช่ือ..........................................................................ช้ัน...................เลขท่ี................
กลุ่มสาระการเรียนร.ู้ ....................วันท.ี่ .............เดอื น...................พ.ศ..................

ข้อ ก ข ค ง ขอ้ ก ข ค ง
16
27
38
49
5 10

ประเมินผล
เตม็

ได้

7

รำโนราบทครสู อน

เป็นท่ารำฝึกหัดเบอื้ งตน้ ของการรำโนรา ในทา่ นง่ั รำ สาระของท่ารำอธิบายรปู แบบการสอนของ
คุณครูทีม่ ุ่งส่ังสอนให้ลกู ศษิ ย์ รจู้ ักลักษณะการแต่งกาย เนอ้ื หาของบทรอ้ งจะกลา่ วถึงครูสอนใหร้ ้จู กั เครอ่ื ง
แต่งกายโนรา เช่น การใส่เทริด การนงุ่ ผ้า การสวมกำไล นอกจากนี้ยงั ให้รายละเอียดเก่ยี วกบั การยกั เยือ้ ง
ท่ารำ ท้ังแขน ขา ข้อมืออยา่ งสวยงาม บทร้องจะประกอบด้วยการร้องของตน้ เสียง และมีการร้องรับของ
ลกู คู่พร้อมกับการตีทบั และกลองอยา่ งเรา้ ใจ

ประวตั ชิ ุดการแสดง
ตำนานท่เี ล่าโดยขุนอปุ ถัมภน์ รากร (โนราพุ่มเทวา) อำเภอควนขนุน จงั หวดั พทั ลุงความวา่ พระ

ยาสายฟ้าฟาดเป็นกษัตริย์ครองเมืองๆ หนึ่ง มีชายาช่ือนางศรีมาลา มีธิดาชื่อนางนวลทองสำลี วันหนึ่ง
นางนวลทองสำลีสุบนิ ว่ามีเทพธิดามาร่ายรำให้ดู ท่ารำมี 12 ท่า มีดนตรปี ระโคม ไดแ้ ก่ กลอง ทับ โหม่ง
ฉ่งิ ป่ี และแตระ นางใหท้ ำเคร่ืองดนตรีและหดั รำตามท่ีสุบินเป็นที่ครึกคร้นื ในปราสาท

อยมู่ าวันหนง่ึ นางอยากเสวยเกสรบัวในสนะหน้าวงั ครัน้ นางกำนลั เก็บถวายใหเ้ สวย นางกท็ รง
ครรภ์ แตย่ ังคงเล่นรำอยู่ตามปกติ วนั หน่ึงพระยาสายฟ้าฟาดเสดจ็ มาทอดพระเนตรการรำของธดิ า เหน็
นางทรงครรภ์ทรงซักไซเ้ อาความจริง ไดค้ วามเหตเุ พราะเสวยเกสรบัว พระยาสายฟ้าฟาดทรงไม่เชื่อ และ
ทรงเห็นวา่ นางทรงทำใหอ้ ปั ยศ จึงรบั สั่งให้เอานางลอยแพ พรอ้ มดว้ ยสนมกำนลั 30 คน แพไปติดเกาะ
กะชัง นางจึงเอาเกาะนัน้ เปน็ ทีอ่ าศยั ต่อมาได้ประสูติโอรส ทรงสอนใหโ้ อรสรำโนราได้ชำนาญ แล้วเลา่
เรือ่ งแต่หนหลงั ให้ทราบ

ตอ่ มากุมารนอ้ ยซงึ่ เป็นโอรสของนางนวลทองสำลีไดโ้ ดยสารเรือพอ่ คา้ ไปเที่ยวรำโนราไปยงั เมอื ง
พระอยั กา เรือ่ งเลา่ ลือไปถงึ พระยาสายฟ้าฟาด ๆ ทรงปลอมพระองค์ไปดูโนรา เหน็ กุมารนอ้ ยมหี นา้ ตา
คล้ายพระธิดา จึงทรงสอบถามจนไดค้ วามจริงว่าเปน็ พระราชนดั ดา จึงรับส่งั ใหเ้ ข้าวัง และใหอ้ ำมาตยไ์ ป
รับนางนวลทองสำลีจากเกาะกะชงั แตน่ างไมย่ อมกลบั พระยาสายฟา้ ฟาดจงึ กำชบั ใหจ้ บั มัดขนึ้ เรือพามา
ครน้ั เรอื มาถงึ ปากนำ้ จะเขา้ เมอื งก็มจี ระเขล้ อยขวางทางไว้ ลูกเรือจึงตอ้ งปราบจระเข้ ครัง้ นางเข้าเมือง
แลว้ พระยาสายฟ้าฟาดไดท้ รงจัดพธิ ีรบั ขวัญขึน้ และใหม้ กี ารรำโนราในงานนโี้ ดยประทานเครอ่ื งตน้ อันมี
เทริด กำไลแขน ป้ันเหนง่ สงั วาลพาดเฉียง 2 ข้าง ปีกนกแอน่ หางหงส์ สนบั เพลา ฯลฯ ซ่งึ เป็นเครื่องทรง
ของกษตั ริย์ใหเ้ ปน็ เครือ่ งแตง่ ตวั โนรา และพระราชทานบรรดาศกั ด์ิใหแ้ ก่กมุ ารนอ้ ยราชนัดดาเปน็ ขนุ ศรี
ศรทั ธา

8

องค์ประกอบชุดการแสดง
องค์ประกอบ หมายถึง ส่งิ ต่าง ๆ ท่ีใช้ประกอบเป็นสิ่งใหญ่ หรือ ส่วนของส่ิงต่าง ๆ ที่เปน็ เคร่อื ง

ประกอบทำให้เกิดเป็นรูปข้ึนใหม่โดยเฉพาะ (ราชบณั ฑติ ยสภา, 2554). การแสดงโนรามสี งิ่ ต่าง ๆ ทีเ่ ข้ามา
ประกอบในการแสดงอย่างวิจิตรสวยงาม คือ ผู้แสดง เคร่ืองแต่งกาย ดนตรีและเพลง ท่ารำ และ
สถานท่แี สดง ดังน้ี

ผแู้ สดง
ผ้แู สดง หมายถงึ คนทร่ี ับผิดชอบในการแสดงโนราทั้งการร้อง การ รำ

การแสดงเป็นเรอ่ื งราวบนเวทีในแต่ละครัง้ ประกอบด้วย ตวั นายโรง ตัว นางรำ และตวั ตลก ดงั น้ี
1. ตวั นายโรง หมายถึง ตัวพระเอก เจา้ ของคณะ หวั หนา้ คณะ
ผแู้ สดงท่ีเปน็ ผู้นำของคณะโนรา ในอดตี ใชผ้ ู้ชายแสดงล้วน จึงต้องมรี ูปรา่ งที่ เปน็ ผ้นู ำ
มคี วามรอบร้จู ัดเจนในกระบวนการแสดงโนราอย่างชดั เจน
2. ตัวนางรำ หมายถึง ตัวนางโนราทีเ่ ปน็ ตัวประกอบในการรำ โนราแต่ละคร้ัง
ในอดตี ตวั นางรำมักเป็นตวั หวั จุกโนรา คือเดก็ ฝกึ หดั รำโนรา ที่มีความสนใจ มีความสามารถในการรำ
มักเปน็ ตวั ประกอบในการรำหมู่ ของการรำบทครสู อน บทสอนรำ บทปฐม และอน่ื
ระยะตอ่ มาหัวจกุ โนรา เริ่มหมดไปจากสังคม ปจั จุบันเรม่ิ มโี นราหญิงเกิดขน้ึ
3. ตัวตลก หมายถึง ผแู้ สดงทีท่ ำใหผ้ ้ชู มขบขนั , โดยปริยาย หมายถึงผทู้ ี่คนอ่นื หัวเราะเยาะ
การแสดงโนราจะมตี ัวตลกท่ีใช้แสดงหลักคู่ กับการแสดงโนราคอื ตัวพราน
เป็นตวั แสดงที่สำคญั มหี ลายบทบาท ท้งั เป็น ตัวตลกของคณะโนรา
และเป็นตัวบอกเร่ืองสำหรบั ทำการแสดงในแตล่ ะคร้งั
อยา่ งไรกต็ ามตวั ตลกในบทบาทการแสดงของโนรามีตัวพราน 2 ลักษณะ คือ พรานผู้ชาย
สวมหน้ากากสแี ดง และพรานผู้หญงิ หรอื พรานเมีย สวม หน้ากากสีขาวหรอื สเี นอ้ื

ดนตรีและเพลง
เคร่อื งดนตรี หมายถงึ เคร่ืองประโคมเสยี งดนตรขี องคณะโนราสำหรบั ประกอบการรำ

การรอ้ งเพ่อื เพ่ิมสีสัน ทัง้ ทำนองและจังหวะ เคร่ืองดนตรีโนรา
สว่ นใหญเ่ ป็นเครอ่ื งตใี หจ้ ังหวะเทยี บไดก้ ับเคร่ือง เบญจดุริยางค์ มี 6 อย่าง (tungsong. 2565). มดี งั น้ี
1. ทับ(โทน) หมายถึง เปน็ เครอื่ งตีทสี่ ำคญั ทสี่ ดุ เพราะทำหน้าทค่ี ุม
จงั หวะและเปน็ ตัวนำในการเปลยี่ นจังหวะทำนอง ทบั โนรา เปน็ ทับคูเ่ สยี ง
ต่างกนั เล็กนอ้ ยนิยมใชด้ นตรเี พยี งคนเดียว
2. กลอง หมายถึง เป็นกลองทดั ขนาดเล็ก (โตกว่ากลองของหนงั ตะลงุ เล็กน้อย) 1 ใบ
ทำหน้าทเี่ สรมิ เน้นจงั หวะและลอ้ เลียนเสียงทับ

9

3. ปี่ หมายถึง เป็นเคร่ืองเปา่ เพยี งชน้ิ เดียวของวง นยิ มใชป้ ่ใี นหรอื บางคณะอาจใชป้ ี่นอกใช้
เพลงประกอบการแสดง
เพยี ง 1 เลา
4. โหม่ง หมายถงึ ฆอ้ งคู่ เสยี งตา่ งกนั ทีเ่ สยี งแหลมเรียกวา่ เสียง โหมง้ ทีเ่ สยี งท้มุ เรียกว่า
เสยี งหมุ่ง
5. ฉิ่ง หมายถึง เป็นเครือ่ งตีเสริมแต่งและเนน้ จังหวะ
6. แตระ หรือแกระ หมายถึง กรบั มีทงั้ กรบั อันเดียวทใ่ี ชต้ ีกระทบ กบั รางโมงหรอื กรบั คูแ่ ละ
มที ี่รอ้ ยเป็นพวงอย่างกรับพวงหรือใชไ้ ม้เรียวไม้
หรือลวดเหลก็ หลายๆอนั มัดเขา้ ด้วยกันตใี หป้ ลายกระทบกันกเ็ รียกว่าแตระ
มีลีลาการขบั รอ้ งและรับบทกลอนอย่างหนงึ่ เรียกว่า เพลงหนา้ แตระ(ใชแ้ ต่
เฉพาะแตระไมใ่ ช้ดนตรีชิ้นอ่ืนประกอบ)....

เพลง
บทรอ้ งครสู อน เป็นการร้องลักษณะการร้องบทผนั หนา้ เพราะลูกคู่สามารถร้องสอดรบั กลางบทเพ่ือเพิ่ม
สีสันใหไ้ พเราะชวนฟงั
ซึง่ ต้องประกอบด้วย ตน้ เสียง และลูกคู่ร้องรับ กอ่ นฝกึ การร้องควรเข้าใจเนอ้ื หาของเพลงรอ้ ง ดงั น้ี

บทรอ้ ง

ครเู อยครสู อน เสดอื้ งกรตอ่ ง่า

ครูสอนเขียนหนงั สอื หารอื ครสู อนรำมโนราห์

ครสู อนใหผ้ กู ผ้า สอนข้าทรงกำไล

ครูสอนครอบเทรดิ นอ้ ย รำจับสรอ้ ยพวงมาลัย

ครูสอนให้ทรงกำไล สอดใส่แขนซา้ ยแขนขวา

รำทา่ เสดือ้ งเยอ้ื งข้างซา้ ย ตคี า่ ไดห้ ้าปะพารา

รำท่าเสดอื้ งเยื้องข้างขวา ตีคา่ ไดห้ ้าตำลงึ ทอง

รำทา่ ตนี ถีบพะนกั สองมือชกั เอาแสงทอง

หาไหนให้ได้เสมอื นนอ้ ง ทำนองพระเทวดา

10

วิธกี ารร้อง
ในบทรำหมู่นี้ ตอ้ งใช้ผูร้ ้อง 2 ฝา่ ย คือ ตน้ เสียง หมายถงึ ผ้รู ้องนำขนึ้ เสยี งรอ้ ง ตามบทท่ีกำหนด และ

ลูกคู่ หมายถงึ ผู้ร้องรบั ภายหลงั จากทีผ่ ้รู อ้ งนำรอ้ งจบ ตามทำทองที่กำหนด ดังนี้
ร้องนำ ครูเจา้ เอยครูสอน สอนแลว้ แม่นาครสู อน เสดอ้ื งกรมาต่อง่าลูกคู่ ครเู อยครูสอน เสด้ืองกรตอ่ ง่า
นนั่ แหละเดอ้ื งกรตอ่ ง่าละนอ้ ง เด้ืองกรต่องา่ หนวิ า่ ครูเอยครูสอนเสดือ้ งกรต่อง่ารอ้ งนำ ลู ก ไห ว้ครูส อ น
เขียนหนังสือ
ลกู คู่ ครสู อนเขียนหนงั สือ
รอ้ งนำ เขียนจริงแมน่ ะ เขยี นหนงั สอื หารอื ครสู อนรำโนรา
ลกู คู่ ครูสอนเขียนหนังสือ หารือครูสอนเขยี นหนังสอื
รอ้ งนำ ครูสอนให้ผกู ผา้ นี่แหละครูสอนใหผ้ ูกผ้า สอนขา้ ให้

ทรงกำไล
ลูกคู่ ออครสู อนผูกผ้า สอนข้าให้ทรงกำไหร นน่ั แหละสอน

ทรงกำไหรละนอ้ ง สอนทรง กำไหร ว่าครูสอนให้ผูกผา้
สอนขา้ ให้ทรง กำไหร
รอ้ งนำ ครสู อนครอบเทรดิ นอ้ ย สอนแลว้ แมห่ น้าครอบเทริดนอ้ ย รำจบั สรอ้ ยพวงมาลัย
ลูกคู่ แล้ววา่ สอนครอบเทรดิ น้อย รำจับสร้อยพวงมาลยั แลว้ วา่ เห้อจับสร้อยพวงมาลยั ละนอ้ ง
จบั สร้อย พวงมาลยั ว่าครสู อนครอบเทริดน้อย รำจับสร้อยพวงมาลยั
รอ้ งนำ ครูสอนให้ทรงกำไล สอนแล้วแม่หน้าทรงกำไล สอดใสแ่ ขนซา้ ยยา้ ยแขนขวา
ลกู คู่ แล้วว่าสอนให้ทรงกำไล สอดใสซ่ ้ายย้ายใส่ขวา นอ้ งเหอ้ ใสซ่ ้ายยา้ ยใสข่ วาละน้อง
ใส่ซา้ ยยา้ ยใสข่ วา ว่าสอนทรงนิวา่ กำไล สอดใส่ซา้ ยย้ายใส่ขวา
ร้องนำ รำท่าเสดอื้ งเยื้องขา้ งซ้าย เยอ้ื งแล้วแมห่ น้าเยื้องข้างซ้าย ตีคา่ ไดห้ า้ ปะพารา
ลกู คู่ ออว่าเสดื้องเยอ้ื งข้างซ้าย ตคี ่าได้หา้ ปะพารา นอ้ งเห้อได้ ห้าปะพาราละนอ้ ง

ได้หา้ ปะพาราวา่ เส ด้อื งเยือ้ งขา้ งซ้าย ตี ค่าไดห้ ้าปะพารา
รอ้ งนำ รำท่าเสดอ้ื งเย้ืองข้างขวา เยื้องแลว้ แม่หนา้ เยื้องข้างขวา ตี ค่าได้หา้ ตำลึงทอง
ลูกคู่ ออวา่ เสดอื้ งเยอ้ื งขา้ งขวา ตีค่าได้หา้ ตำลึงทอง น้องเห้อได้ ห้าตำลึงละน้อง ไดห้ ้าตำลึงทอง

วา่ เสดือ้ งเยอื้ งขา้ งขวา ตคี า่ ไดห้ า้ ตำลงึ ทอง
ร้องนำ ท่านตี้ นี ถบี นะพะนัก ถบี แลว้ แมห่ นา้ ถบี พะนัก สองมือชกั เอาแสงทอง
ลกู คู่ แล้วว่าตีนถบี พะนัก สองมอื ชักชกั เอาแสงทอง วา่ นอ้ งเหอ้ มือชักเอาแสงทองละน้อง

มอื ชักละเอาแสงทอง วา่ ตนี ถีบ นพี้ ะนัก สองมือชักชกั เอาแสงทอง สองมอื ชกั ชกั เอาแสง ทอง
ร้องนำ หาไหนให้ได้เสมือนน้อง หาไหนใหไ้ ด้เสมือนนอ้ ง ทำนอง พระเทวดา
ลูกคู่ ออว่าหาไหนให้เหมือนน้อง รำทำนองพระเทวดา นอ้ งเห้อพระเทวดาละน้อง พระเทวดา

วา่ หาไหนไดเ้ หมอื นน้องทำนองพระเทวดา

11

เคร่ืองแต่งกาย
ราชบณั ฑิตยสภา, (2545) “เคร่ือง” คือสิ่งสำหรบั ประกอบกันหรือเป็นพวกเดยี วกัน “แต่ง” คือ

จดั ใหง้ าม “กาย” คอื ตัว ดังนัน้ “เครื่องแตง่ กาย” จึงหมายถงึ สิ่งสำหรับประกันจัดให้งามเกยี่ วกับตัวของ
นักแสดงโนรา เช่ือกันว่าเคร่ืองแต่งกายโนรา เป็นส่ิงของที่ขุนศรีศรัทธาได้รับพระราชทาน เป็นเครื่องต้น
อันมี เทริด กำไลแขน ปั้นเหนง่ สงั วาลพาดเฉียง 2 ข้าง ปีกนกแอ่น หางหงสส์ นับเพลา ธรี วัฒน์ ช่างสาน.
(2560). สรุปเครอื่ งแตง่ กายโนราต้งั แตส่ มัย รชั กาลท่ี 5 ถึงปัจจุบันมี 3 แบบ คอื แบบเครอื่ งต้น แบบทรง
บวั และแบบเครอื่ งลกู ปดั 5 ชิ้นหรือเครอ่ื งเต็ม

1.เทริด เป็นเครื่องประดบั ศรี ษะของตวั นาย โรงหรอื โนราใหญห่ รือตวั ยนื เคร่ือง(โบราณไม่นยิ มในางรำใช้)
ทำเป็น รปู มงกฎุ อย่างเต้ีย มกี รอบหน้า มี ด้ายมงคลประกอบ

ภาพท่ี 1 เทรดิ
ทีม่ า: อนุธิดา พลายชุม ,ภาพถ่าย 9 กันยายน 2565

2. เครอ่ื งลกู ปัด หมายถงึ ชุดเสอ้ื ผา้ เครอ่ื งแต่งกายของตัวโนราโดยการนำเมด็ ลูกปัดกระดกู ต่าง ๆ
ในยคุ กอ่ นนิยมใช้สีเม็ดลูกปดั อย่างน้อย 5 สี ท่ีตดั กนั มาร้อยกับเชือกตามลกั ษณะของภมู ิปญั ญาของคน
ภาคใต้ ใหเ้ กิดเปน็ ลวดลายตา่ ง ๆ ทั้งลายฟนั ปลาลายขา้ วหลามตัด ลายพมิ พพ์ อง อยา่ งวิจิตรสวยงาม

นำมาห่อหมุ้ ร่างกายนักแสดงโนราแทนเสื้อประกอบ ด้วยชน้ิ ส่วนสำคญั 5 ชิ้นคือ

12

2.1 บา่ สำหรบั สวมทับบนบา่ ซ้าย และขวา รวม 2 ชิ้น

ภาพที่ 2 บ่า
ทม่ี า: อนุธิดา พลายชุม ,ภาพถา่ ย 9 กันยายน 2565

2.2 ปง้ิ คอ 2. สำหรบั สวมห้อยคอด้านหน้าและดา้ นหลงั คลา้ ยกรองละครไทยรวม 2 ชนิ้

ภาพท่ี 3 ปง้ิ คอ
ท่ีมา: อนธุ ดิ า พลายชุม ,ภาพถ่าย 9 กันยายน 2565
2.3 พานอกหรอื รอบอก เป็นเทคนคิ การร้อยลูกปดั เปน็ รปู สเ่ี หลีย่ มผนื ผ้า ใช้พันรอบตวั นักแสดงเพ่อื
ปกปิดหน้าอก เครือ่ งแต่งกายชนิ้ นบี้ างถ่นิ เรยี กว่า พานโคร บางถิ่นเรียกว่ารอบอก

ภาพท่ี 4 รอบอก
ที่มา: อนธุ ดิ า พลายชุม ,ภาพถ่าย 9 กันยายน 2565

13

3. ปีกนกแอน่ หรอื ปกี เหนง่ หมายถงึ เครอื่ งประดับทำดว้ ยแผน่ เงนิ เป็นรูปคลา้ ยนกนางแอ่นกำลงั กางปกี
ใชส้ ำหรบั โนราใหญห่ รอื ตัวยนื เครื่อง สวมตดิ กบั สงั วาลอยทู่ ร่ี ะดบั เหนอื สะเอว ด้านซา้ ยและขวา
คล้ายตาบทศิ ของละคร

ภาพที่ 5 ปีกนกแอน
ที่มา: อนุธิดา พลายชุม ,ภาพถ่าย 9 กันยายน 2565
4. ซับทรวงหรอื ทบั ทรวงหรือตาบ หมายถึง สรอ้ ยคอสำหรบั สวมหอ้ ยไวต้ รงทรวงอกส่วนทเี่ ปน็ สร้อยคอ
จะรอ้ ยด้วยเมด็ ลกู ปดั เปน็ เส้นลงมาผูกตดิ ไว้กับแผ่นเงินเปน็ รปู คล้ายขนมเปียกปูนดนุ ลาย และอาจฝังเพชร
พลอยเปน็ ดอกดวงหรอื อาจ รอ้ ยด้วยลูกปัด นิยมใช้เฉพาะตวั โนราใหญห่ รือตัวยืนเคร่ือง ปจั จุบนั ตัวนางรำ
กใ็ ส่ได้และบางครง้ั อาจรอ้ ยเป็นเม็ดลกู ปัดอยา่ งเดยี วไม่มแี ผน่ เงินกไ็ ด้

ภาพท่ี 6 สรอ้ ยคอ
ทม่ี า: อนธุ ิดา พลายชุม ,ภาพถ่าย 9 กันยายน 2565

14

5. ปกี หรอื หางหงส์ หมายถงึ เครอื่ งแตง่ ร่างกายส่วนหลังระดบั สะเอวของนักแสดงนิยมทำด้วยเขาควาย
หรือโลหะ ปัจจุบันสามารถทำด้วยแผ่นพวี ีซกี ็มี นำมาเกลาใหเ้ ป็นรปู คล้ายปกี นก 2 ชน้ิ นำมาประกบกัน
ผูกปลายให้แน่นส่วน โคนจะแยกออกจากกนั ดึงไวด้ ้วยผา้ ท่เี ยบ็ เปน็ เส้นปล่อยชายทั้ง 2 ขา้ งให้ยาวไว้
สำหรบั ผกู มัดกบั สะเอว ปลายปกี เชิดงอนขึน้ และผกู รวมกนั ไวท้ ำพูจ่ ากไหมพรมตดิ ไว้เหนือปลายปีก ใช้
ลกู ปดั รอ้ ยหอ้ ยเป็นดอกดวงรายตลอดทง้ั ขา้ งซา้ ย และขวาใหด้ คู ลา้ ยขนของนก ใช้สำหรบั สวมคาดทบั

ผา้ นุง่ ตรงระดับสะเอว ปลอ่ ยปลายปีกยน่ื ไป ดา้ นหลงั คลา้ ยหางกนิ รี

ภาพที่ 7 หางหงส์
ท่ีมา: อนธุ ิดา พลายชุม ,ภาพถา่ ย 9 กันยายน 2565
6. ผา้ นุ่ง หมายถงึ ผ้ายาวสเี่ หล่ียมผืนผ้าอาจเปน็ ผา้ ลายไทยหรอื ผ้าพื้นก็ได้นำมานงุ่ ทบั สนับเพลาให้ชาย
รัง้ ไปเหนบ็ ไว้ข้างหลงั ปลอ่ ยปลายชายให้หอ้ ยลงเชน่ เดียวกบั หางกระเบน เรยี กปลายชายที่พบั แล้ว ห้อย
ลงน้วี ่า “หางหงส”์ การนงุ่ ผา้ ยาวเป็นหางหงสข์ องโนรานี้ถอื เปน็ ภูมปิ ญั ญาตามอตั ลกั ษณข์ องทางภาคใต้
เท่านน้ั มขี ัน้ ตอนการนงุ่ ทแ่ี ยบยล ไมง่ า่ ยสำหรบั ผทู้ ีไ่ มม่ ปี ระสบการณ์อยา่ งไรก็ตามปจั จุบันผา้ ยาวท่ใี ชน้ ่งุ น้ี

นำมาเยบ็ เปน็ ผ้าสำเรจ็ รปู ใหง้ า่ ยต่อ
การแตง่ กาย

ภาพที่ 8 ผา้ นงุ่
ทีม่ า: อนธุ ิดา พลายชุม ,ภาพถา่ ย 9 กันยายน 2565

15

7. หน้าเพลา หรอื เหนบ็ เพลา หนือหนบั เพลา หมายถงึ กางเกงยาวครงึ่ น่องสำหรับสวมใสข่ องนกั แสดง
โนราทัง้ ตวั พระและตวั นางรำนิยมทำจากผ้ายืดเพื่อความยดื หยนุ่ ของการเคลือ่ นไหวร่างกายสว่ นขาของ
นกั แสดงปลายขาจะตกแตง่ ด้วยผา้ ลาย เปน็ แถบสเี พอื่ ความสวยงาม สนบั ในอดีตสามารถทำได้ 2 แบบคือ
แบบท่ีนงุ่ สวมเป็นกางเกง และแบบทที่ ำเฉพาะขาทง้ั สองขา้ ง โคนขาผูกเชอื กใหแ้ นน่ แต่ปจั จบุ ันนี้คงเหลอื

แบบเดียวคอื ท่ีนงุ่ เป็นกางเกง

ภาพที่ 9 หน้าเพลา
ทีม่ า: อนธุ ิดา พลายชุม ,ภาพถ่าย 9 กันยายน 2565
8. ผ้าห้อย หมายถงึ ผ้าสตี ่างๆที่คาดให้ชายผา้ หอ้ ยลงมาดา้ นล่างความยาพอคลมุ เข่านักแสดง โดยปกตจิ ะ
ใช้ผ้าสแี ผ่นบาง ๆอาจเป็นผ้าชีฟอง หรอื ผา้ โทนสีตา่ งๆ อดั จบี หรือพลีส หรอื จะเปน็ ผ้าโปรง่ ผ้าบางสีสดกไ็ ด้
ห้อยเคยี งไว้ระหว่างหน้าผา้ ทงั้ ด้านซา้ ยและดา้ นขวา

ภาพท่ี 10 ผา้ หอ้ ย
ทม่ี า: อนุธดิ า พลายชุม ,ภาพถ่าย 9 กันยายน 2565

16

9. หนา้ ผา้ หมายถึง ผา้ เนือ้ หนาปกลวดลายดว้ ยเลอื่ มและลกู ปดั ตามทนี่ ยิ มจะเป็นผ้าสผี นกั เชน่ สดี ำ สีน้ำ
เงนิ หน้าผา้ มี 3 ชนิ้ ห้อยไวค้ รงกลางลำตวั 1 ชิ้น และข้างขาด้านซา้ ยและขวาอกี ขา้ งละชน้ิ

ภาพที่ 11 หน้าผา้
ที่มา: อนุธิดา พลายชุม ,ภาพถา่ ย 9 กันยายน 2565
10. กำไลตน้ แขน หมายถงึ กำไลทใ่ี ชห้ นีบไวท้ ่ีต้นแขนของผแู้ สดงทง้ั 2 ข้าง
เพอ่ื ขบรดั กล้ามเน้อื ใหด้ ู ทะมดั ทะแมงและเพ่ิมความสง่างาม ของกลา้ มเนอื้ แขนขณะทร่ี ่ายรำมากขึ้น
อยา่ งไรก็ตามเขา้ ใจว่าตน้ แขนนา่ จะเปรยี บได้กบั พาหรุ ดั ของเคร่ืองแตง่ กายละครไทยนน่ั เอง

ภาพท่ี 11 กำไลแขน
ท่ีมา: อนธุ ิดา พลายชุม ,ภาพถ่าย 9 กันยายน 2565
11. กำไล หรอื ไหมล หมายถงึ กำไลของโนรามกั ทำดว้ ยทองเหลือง ทำเป็นวงแหวนใช้สวมมือท้งั
2 ข้าง ๆ ละหลายๆ วง เช่น แขนแต่ละ ข้างอาจสวม 5-10 วงซ้อนกัน เพอื่ เวลาปรบั เปล่ียนท่าจะไดม้ เี สียง

ดงั เป็นจงั หวะเรา้ ใจย่ิงขึ้น

17

ภาพท่ี 11 กำไล
ทมี่ า: อนธุ ดิ า พลายชุม ,ภาพถา่ ย 9 กันยายน 2565
12. เล็บ หมายถงึ เครือ่ งสวมนว้ิ มอื ใหโ้ ค้งงามคลา้ ย เลบ็ กนิ นรหรอื กินรี ทำด้วยทองเหลืองหรอื เงนิ อาจ
ตอ่ ปลายด้วยหวายทม่ี ี ลกู ปดั รอ้ ยสอดสไี ว้พองาม นยิ มสวม มอื ละ 4 นิ้ว (ยกเวน้ หัวแม่มือ)

ภาพท่ี 12 เล็บ
ทม่ี า: อนธุ ิดา พลายชุม ,ภาพถา่ ย 9 กันยายน 2565

18

นาฏยศพั ทส์ าํ คัญ กอ่ นฝึกรําโนราบทครสู อน ผเู้ รียนจะตอ้ งฝึกเพื่อความเข้าใจของการปฏบิ ตั ทิ ่าราํ มี
ดังตอ่ ไปน้ี
1. กรีดนว้ิ หมายถึง กิริยาของนว้ิ มือท่ีกรดี ออกทลี ะนวิ้ ก่อนตงั้ วง ซ่ึงสามารถปฎิบตั ิได้ท้ังมือซ้ายและมอื
ขวา

วธิ ปี ฏิบตั ิคือ กาํ น้ิวมอื ทง้ั หา้ น้ิวเข้าฝา่ มือ จากน้ัน คอ่ ยดีดน้ิวช้ี ต่อดว้ ยน้ิวกลาง น้ิวนาง และ
นิ้วกอ้ ย ออกทลี ะนว้ิ ขณะทดี่ ดี นิว้ ออกนว้ิ หัวแม่มอื ตง้ั ค่อย ๆ เลอื่ นรูดนิ้วไปตามโคนน้ิวทีด่ ีดนวิ้ ออกด้วย
ดังภาพ

ภาพท่ี 1 กรดี นว้ิ
ท่ีมา:อนธุ ิดา พลายชุม,ภาพถา่ ย 9 กันยายน 2565
2. ตัง้ วงหน้า หมายถึง กิริยาของลําแขนทตี่ ง้ั เป็นเหลี่ยมใหข้ อ้ มอื อยูร่ ะดบั ใบหนา้ สามารถปฏิบตั ิไดท้ ง้ั
ทางซา้ ยและทางขวา
วิธีปฏิบัตคิ อื ยกขอ้ ศอกไปด้านหน้า ข้อแขนสว่ นบนยกให้โคง้ ไปด้านหนา้ เลก็ นอ้ ย
น้ิวมอื ทง้ั ส่กี รีดตงึ หักหัวแม่โปง้ เข้าหาฝ่ามอื ดังภาพ

ภาพที่2 ตั้งวงหน้า
ทีม่ า:อนุธิดา พลายชุม,ภาพถ่าย 9 กันยายน 2565

19

3. เคลา้ มือ หมายถึง กริ ิยาของการปฏิบัตทิ า่ รําของมือ ทั้งปฏบิ ตั ิไม่เหมือนกัน คือ หากมือขวาจบี ปรก
ข้างมือซา้ ยตงั้ วงบน

วธิ ปี ฏบิ ตั คิ อื มอื ทัง้ สองตงั้ วงบน (วงเขาควาย) จากน้ันม้วนมอื ขวาเป็นจบี ปรกขา้ ง มอื ซา้ ยตง้ั วง
บนจากน้ันคอ่ ยม้วนมือซ้ายเป็นจีบปรกข้าง มอื ขวาคลายจีบออกเป็นต้งั วงบน ปฏิบตั ิสลับไปมา เรยี กวา่
การเคลา้ มอื ดงั ภาพ

ภาพที่3 เคลา้ มือ
ทีม่ า:อนธุ ิดา พลายชุม,ภาพถ่าย 9 กันยายน 2565
4. กระทบกน้ หมายถึง กริ ยิ าของการเกรง็ หนา้ ขา พร้อมขมบิ ก้น จะทาํ ให้มีแรงส่งลําตวั ขนึ้ ด้านบนแลว้
ค่อยปล่อยทิง้ นำ้ หนกั ลงกบั พนื้
วิธปี ฏิบตั ิโดยการนง่ั ขัดสมาธิ แล้วเกรง็ หนา้ ขา พรอ้ มกับขมบิ กน้ กระแทกตวั ข้นึ ดา้ นบน แลว้ ค่อย
ผอ่ นหน้าขาทงิ้ นำ้ หนกั ลงพน้ื เหมอื นเดมิ การกระทบกน้ ตอ้ งปฏบิ ตั ิการเกรง็ หน้าขาพร้อมกับจังหวะเพลง
ดังภาพ

ภาพท่ี4 กระทบกน้
ท่ีมา:อนธุ ิดา พลายชมุ ,ภาพถ่าย 9 กันยายน 2565
5. เลื่อนเท้า หมายถงึ กริ ิยาของการขยบั เทา้ เคล่อื นที่โดยไมย่ กจากพ้ืน สามารปฏิบัติได้ท้ังข้างซา้ ยและ
ข้างขวา หรือปฏิบัตพิ ร้อมกนั ทัง้ สองขา้ งกไ็ ด้

20

วิธีปฏิบัติโดยการวางเท้าราบกบั พื้น จากนน้ั บิดส้นเทา้ สลบั กับบดิ ปลายเท้า ในกรณที ผี่ ู้แสดง
น่ังคุกเขา่ ๆดา้ นทว่ี างกบั พื้นจะตอ้ งหมุนหัวเขา่ ตามเท้าไปดว้ ย ดงั ภาพ

ภาพท่ี5 เลอ่ื นเทา้
ทม่ี า:อนุธิดา พลายชมุ ,ภาพถา่ ย 9 กันยายน 2565
6. ย้อนตัว หมายถึง กิริยาของการถ่ายนำ้ หนักตัวจากซา้ ยไปขวา หรอื จากขวาไปซ้ายก็ได้ เชน่ ในท่าตนี
ถบี พนัก
วิธีปฏบิ ตั เิ มอื่ นกั แสดงตั้งทา่ มือขวาตั้งวงบน มอื ซา้ ยจบี หงายวางเขา่ ซ้าย การยอ้ นตวั ตอ้ งคนื
น้ำหนักจากซา้ ยแล้วกลับทางขวาปฏิบตั ิทา่ รําเหมือนเดมิ เหมอื นตอนปฏบิ ตั ทิ า่ ครั้งแรก ดังภาพ

ภาพท6่ี ยอ้ นตัว
ทมี่ า:อนธุ ิดา พลายชมุ ,ภาพถ่าย 9 กันยายน 2565

21

7. สาวจีบ หมายถึง กิริยาของมือจีบแลว้ ค่อยปลอ่ ยเปน็ วง เช่น ท่าสองมือชกั เอาแสงทอง
วธิ ีปฏบิ ัติมอื ซ้ายจบี หงายวางเข่าซา้ ย สว่ นมอื ขวาจีบหงายรวมมือกับมือซ้าย แล้วดึงมือจบี ปลอ่ ย

เปน็ ตั้งวงบน ดงั ภาพ

ภาพท่ี7 สาวจีบ
ทม่ี า:อนุธิดา พลายชุม,ภาพถา่ ย 9 กันยายน 2565

ท่าราํ บทครสู อน
ทา่ รําบทครสู อน จะใหร้ ายละเอียดของเนอื้ รอ้ ง และอธิบายทา่ รำตามเนอ้ื รอ้ งท่นี ำเสนอ พร้อม

ภาพประกอบ ดงั นี้
1. เน้อื รอ้ ง ครูเอย ครูสอน เสดอื้ งกร ต่องา่

อธบิ ายทา่ ราํ
“ครูเอย ครสู อน” น่ังขดั สมาท เข่าขวาทับเข่าซา้ ย มอื ท้งั สองพนมมือระดบั อก หน้าตรง
“สอนแล้วแม่นาครสู อน” นงั่ ลักษณะเดมิ ยกมือจรดหนา้ ผาก กม้ หนา้ เลก็ นอ้ ย หน้าตรง

ครเู อยครสู อน สอนแม่นาครสู อน

ภาพท่ี8 ครเู อยครสู อน สอนแม่นาครสู อน
ทีม่ า:อนธุ ิดา พลายชุม,ภาพถา่ ย 9 กันยายน 2565

22

“ เสดอื้ งกร ” น่ังลกั ษณะเดมิ ยกมอื ซ้ายกรีดนว้ิ ตั้งวงหน้า มอื ขวาจีบหงายต่อศอก เอียงขวา
“ ตอ่ งา่ ” ดงึ มอื ขวา กรดี นิ้วตั้งวงหนา้ ขอ้ มอื ทัง้ สองเข้าหาลําตวั ปลายนวิ้ แยกออก หนา้ ตรง

เสดอ้ื งกร ต่อง่า
ภาพที่9 เสดือ้ งกร ต่อง่า
หมายเหตุ ชว่ งร้องรับปฏิบัติท่าตอ่ ง่า กระทบก้นตรงจงั หวะใหญจ่ นร้องรบั หมด***

2. เนื้อรอ้ ง ครูสอนเขยี นหนังสอื หารอื ครูสอนรําโนรา
อธิบายท่ารํา
“ครูสอน” น่ังลกั ษณะเดิม พนมมือระดบั อก หนา้ ตรง
“เขยี นหนงั สือ” น่งั ลกั ษณะเดมิ มอื ซ้ายแบหงายงอแขนระดบั อก มอื ขวาจบี ควำ่ วนมือ (ลกั ษณะเขียน
หนงั สือ) จงั หวะสุดทา้ ยตวดั จีบออก

ครสู อน เขยี นหนงั สอื
ภาพท่1ี 0 ครสู อน เขยี นหนงั สือ

ท่ีมา:อนุธิดา พลายชมุ ,ภาพถ่าย 9 กันยายน 2565

23

“หารอื ครสู อน” นัง่ ลกั ษณะเดิม มอื ท้งั สองจบี ปรกหนา้
“รําโนรา” ดึงมือจีบท้งั สองลงมาระดบั สะเอว แล้วม้วนจบี ปล่อยเป็นวงบัวบาน (วงเขาควาย) หน้าตรง

หารือครูสอน รำโนรา
ภาพที่11 หารอื ครูสอน รำโนรา
ทม่ี า:อนุธิดา พลายชุม,ภาพถ่าย 9 กันยายน 2565
หมายเหตุ ชว่ งรอ้ งรบั ปฏิบัตทิ า่ รําโนรา แต่ใชว้ ธิ ีเคล้ามือจีบแลว้ ปลอ่ ยเป็นตง้ั วงตามจังหวะเพลง
โดยเริม่ ที่มอื ขวาก่อนจนรอ้ งรบั หมด***
3. เนอ้ื รอ้ ง ครสู อนใหผ้ กู ผา้ สอนขา้ ใหท้ รงกาํ ไล
อธบิ ายทา่ ราํ
“ครูสอน” นั่งลกั ษณะเดมิ พนมมอื ระดับอก หนา้ ตรง
“ใหผ้ กู ผ้า” ลดมอื ท้ังสองลงจีบหงายไขว้มือระดบั สะเอว โดยมือซ้ายทบั มือขวา
หน้าตรง

ครูสอน ใหผ้ กู ผ้า
ภาพที่12 ครสู อน ให้ผูกผ้า

ทม่ี า:อนุธิดา พลายชมุ ,ภาพถ่าย 9 กันยายน 2565

24

“สอนข้า” นัง่ ลกั ษณะเดมิ พนมมอื ระดบั อก หนา้ ตรง
“ให้ทรงกําไล” นงั่ ลักษณะเดิม มอื ซา้ ยกาํ มอื งอแขนระดับอก มือขวาชนี้ ว้ิ ระดบั ขอ้ มือซ้าย เอยี ง
ขวา

สอนขา้ ให้ทรงกำไล
ภาพที่13 สอนขา้ ให้ทรงกำไล

ท่มี า:อนธุ ิดา พลายชมุ ,ภาพถา่ ย 9 กันยายน 2565

หมายเหตุชว่ งรอ้ งรบั ปฏิบตั ทิ า่ ทรงกําไล ใช้วิธกี ระทบกน้ พรอ้ มกับเคาะนว้ิ ชต้ี ามจังหวะเพลงจน
ร้องรบั หมด

4. เน้อื รอ้ ง ครูสอนใหค้ รอบเทริดน้อย ราํ จบั สรอ้ ยพวงมาลัย
อธิบายท่ารํา “ครูสอน” นง่ั ลกั ษณะเดมิ พนมมือระดบั อก หนา้ ตรง

“ให้ครอบเทรดิ น้อย” มอื ขวากาํ ยอดเทรดิ มือซา้ ยแบมือแตะข้างแก้ม เอียงขวา

สอนแลว้ แม่นา ครอบเทริดนอ้ ย

ภาพท่ี14 ครูสอน ใหค้ รอบเทริดน้อย

ท่มี า:อนธุ ิดา พลายชุม,ภาพถ่าย 9 กันยายน 2565

25

“สอนแลว้ แมน่ า” น่ังลกั ษณะเดิมพนมมือระดับอก หนา้ ตรง
“ครอบเทริดนอ้ ย” มอื ทงั้ สองแบมอื แยกจากกนั ยกไวร้ ะดับศีรษะ หนา้ ตรง

สอนแล้วแมน่ า ครอบเทรดิ นอ้ ย

ภาพท1่ี 5 สอนแลว้ แม่นา ครอบเทริดนอ้ ย

ที่มา:อนธุ ิดา พลายชมุ ,ภาพถ่าย 9 กันยายน 2565

“รําจบั สร้อย” นั่งลกั ษณะเดมิ มือทง้ั สองจบี ควำ่ ไขว้มือระดบั ใบหน้า หนา้ ตรง
“พวงมาลยั ” ดึงมอื จีบทัง้ สองลงมาระดบั สะเอว แลว้ ตัง้ เข่าขวา(ลงฉากน้อย) มอื ทัง้ สองจบี ควำ่
ไขวม้ ือระดบั อก หนา้ ตรง

รำจับสรอ้ ย พวงมาลยั

ภาพท1่ี 6 ราํ จบั สรอ้ ย พวงมาลัย

ที่มา:อนุธิดา พลายชุม,ภาพถ่าย 9 กันยายน 2565

หมายเหตุ ชว่ งรอ้ งรบั ปฏิบตั ทิ า่ จับสรอ้ ยพวงมาลัย ใชว้ ธิ หี มุนตัวไปทางซ้ายโดยการเลื่อนเท้าไป
เรือ่ ย ๆ 1รอบ จนจบจังหวะเพลงหน้าตรง

26

5. เน้ือร้อง ครูสอนให้ทรงกาํ ไล สอดใส่แขนซา้ ยยา้ ยแขนขวา
อธบิ ายท่าราํ
“ครสู อน” ลดตัวลงน่งั ขดั สมาทลักษณะเดิม พนมมือระดับอก หน้าตรง
“ใหท้ รงกําไล” มอื ซ้ายกรีดนว้ิ ต้ังวงหน้า มือขวาแบมือแตะระดับข้อมอื ซา้ ย เอียงขวา

ครูสอน ใหท้ รงกำไล
ภาพที่17 ครูสอน ใหท้ รงกำไล

ท่ีมา:อนธุ ิดา พลายชุม,ภาพถ่าย 9 กันยายน 2565
“นแ่ี หละสอนทรงกําไล” ปฏิบตั ซิ ำ้ ท่ารําเดมิ อกี ครงั้
“สอดใสแ่ ขนซ้าย” นั่งลักษณะเดมิ มอื ซา้ ยต้ังวงหนา้ มอื ขวาจีบคว่ำวนรอบขอ้ มือซา้ ย เหวยี่ งตวั
ไปตามจบี เล็กน้อย แล้วคืนตวั หน้าตรง
“ยา้ ยแขนขวา” มือขวาตง้ั วงหน้า มือซ้ายจบี คว่ำวนรอบข้อมือขวา เหว่ยี งตัวไปตามจบี เลก็ น้อย
แล้วคนื ตัวหนา้ ตรง

สอนใส่แขนซ้าย ยา้ ยแขนขวา

ภาพที่18 สอดใสแ่ ขนซ้าย ย้ายแขนขวา

ท่มี า:อนุธิดา พลายชมุ ,ภาพถ่าย 9 กันยายน 2565

27

หมายเหตุ ชว่ งร้องรับปฏิบตั ทิ า่ สอดใส่แขนซ้ายยา้ ยแขนขวา จนจบจังหวะเพลงหน้าตรง
6. เนือ้ ร้อง ราํ ท่าเสดื้องเยอื้ งขา้ งซา้ ย ตคี า่ ได้ห้าพระพารา
อธบิ ายท่าราํ
“ราํ ท่าเสด้ือง” น่ังคุกเขา่ แยกเขา่ ออก พนมมือระดบั หนา้ อก หน้าตรง
“เยื้องข้างซ้าย” นง่ั คกุ เข่าขวา ลาดเขา่ ซา้ ยไปดา้ นข้าง มือขวาม้วนมือจีบปลอ่ ยเปน็ วงบน มอื ซา้ ย
จีบหงายแขนตึงวางบนเข่าซา้ ย เอยี งขวา

ภาพท่ี19 ราํ ท่าเสดอ้ื ง เย้ืองข้างซา้ ย
ท่มี า:อนธุ ิดา พลายชมุ ,ภาพถ่าย 9 กันยายน 2565
“ทา่ นเ่ี สดอ้ื งเยอ้ื งขา้ งซ้าย” น่ังลักษณะเดมิ ย้อนมือจบี ซ้าย แลว้ แลว้ วางมือจบี บนเขา่ ซ้ายลกั ษณะ
เดมิ
เอียงขวา

ภาพที่ 20 ท่าน่เี สด้อื งเยื้องขา้ งซา้ ย
ที่มา:อนธุ ิดา พลายชมุ ,ภาพถา่ ย 9 กันยายน 2565

28

“ตคี ่า” นัง่ ลักษณะเดมิ มือซ้ายกํามือหงายท้องแขน มอื ขวาช้ที มี่ อื กํา

ภาพที่21 ตีค่าไดห้ า้
ท่มี า:อนธุ ิดา พลายชมุ ,ภาพถา่ ย 9 กันยายน 2565
“ได้หา้ พระพารา” มอื ทง้ั สองจีบรวมมอื ระดบั อก จากนน้ั มว้ นมือออกปลอ่ ยเปน็ วงกลาง (ปลาย
นิว้ เขา้ หา
กัน) ตัง้ เข่าซา้ ย (ลงฉากน้อย) หนา้ ตรง

ภาพที่ 22 ประพารา
ท่ีมา:อนธุ ิดา พลายชุม,ภาพถ่าย 9 กันยายน 2565
หมายเหตุ ช่วงร้องรบั ปฏิบัตทิ ่าพระพารา ใชว้ ิธีหมนุ ตวั ไปทางขวาโดยการเลื่อนเท้าไปเร่อื ย ๆ 1
รอบ จนจบจังหวะเพลงหนา้ ตรง

29

7. เน้ือรอ้ ง ราํ ทา่ เสดื้องเยื้องขา้ งขวา ตคี า่ ไดห้ า้ ตาํ ลึงทอง
“ทา่ นเี่ สดือ้ งเยื้องขา้ งขวา” น่งั ลกั ษณะเดมิ ยอ้ นมอื จบี ขวา แล้ววางมือจบี บนเข่าขวาลักษณะเดมิ
เอียงซา้ ย

ภาพที่ 23 ทา่ น่ีเสดื้องเยื้องขา้ งขวา
ทมี่ า:อนุธิดา พลายชุม,ภาพถา่ ย 9 กันยายน 2565
“ตคี า่ ” นัง่ ลักษณะเดมิ มือขวากํามือหงายทอ้ งแขน มอื ซ้ายช้ที ม่ี ือกํา
“ไดห้ า้ ตําลึงทอง” ตั้งเข่าขวา (ลงฉากน้อย) มือขวากาํ มือ (หงายข้อมือ) ชยี้ อดเทรดิ มอื ซา้ ยจีบสง่
หลงั เอยี งขวา

30

ภาพท่ี24 ตีค่าได้ห้า ตำลงึ ทอง
ทม่ี า:อนุธิดา พลายชมุ ,ภาพถ่าย 9 กันยายน 2565
หมายเหตุ ช่วงร้องรับปฏิบัติทา่ ตาํ ลงึ ทอง ใช้วิธีหมุนตวั ไปทางซ้ายโดยการเล่อื นเท้าไปเร่อื ย ๆ 1
รอบ จนจบจังหวะเพลงหน้าตรง
8. เนอื้ รอ้ ง ท่านีต้ นี ถบี พะนกั สองมอื ชกั เอาแสงทอง
อธบิ ายท่ารํา
“ท่าน่ตี นี ถบี พะนกั ” น่ังคุกเข่าขวา ลาดเข่าซ้ายไปด้านหนา้ มือขวามว้ นมือจบี ปล่อยเป็นวงบน
มอื ซ้ายจบี หงายแขนตึงวางบนเขา่ ซา้ ย เอยี งขวา
“ถีบแล้วแมน่ า่ ถีบพะนัก” นงั่ ลักษณะเดมิ ยอ้ นมือจีบซ้าย แลว้ วางมอื จบี บนเขา่ ซ้ายลกั ษณะเดิม
เอียงขวา

ภาพที่25 ทา่ น้ตี ีนถีบ พะนกั
ทม่ี า:อนธุ ิดา พลายชุม,ภาพถ่าย 9 กันยายน 2565

31

ภาพท่ี 26 ถีบแลว้ แมน่ า่ ถีบพะนกั
ทีม่ า:อนธุ ิดา พลายชุม,ภาพถา่ ย 9 กันยายน 2565
“สองมือชัก” มอื ซา้ ยปฏิบัตลิ ักษณะเดมิ มือขวาดึงมอื จบี หงาย(ปลายจีบตรงกบั มอื ซ้าย)“เอาแสง
ทอง” มือขวาดงึ มอื ปล่อยเป็นตง้ั วงบน เอยี งขวา

ภาพท่ี27 สองมอื ชัก เอาแสงทอง
ที่มา:อนธุ ิดา พลายชมุ ,ภาพถ่าย 9 กันยายน 2565
หมายเหตุ ช่วงรอ้ งรบั ปฏิบัตทิ า่ สองมือชกั เอาแสงทองไปเรื่อย ๆ จนจบจงั หวะเพลง
9. เน้ือรอ้ ง หาไหนใหไ้ ดเ้ สมือนน้อง ทํานองพระเทวดา
อธิบายทา่ รํา
“หาไหนให้ได้” นง่ั คุกเข่า มอื ซา้ ยแบมือแตะอก มือขวากํานว้ิ ชเ้ี คาะนว้ิ ตามจงั หวะ เพลง เอียง
ซ้าย
“เสมือนนอ้ ง” นงั่ ลักษณะ มือซ้ายแตะอกเหมอื นเดิม สว่ นมอื ขวาม้วนมอื จีบแลว้ ปลอ่ ยเป็น
ลักษณะวงกลาง เอียงขวา

32

“เหมือนแลว้ แมน่ าเสมือนน้อง” ปฏบิ ัตสิ ลบั ข้างกบั ท่าเสมือนนอ้ ง

ภาพที่28 หาไหนไม่ได้ เสมือนนอ้ ง
ท่มี า:อนุธิดา พลายชมุ ,ภาพถา่ ย 9 กันยายน 2565

ภาพท่ี29 เหมือนแลว้ แมน่ าเสมอื นนอ้ ง
ทม่ี า:อนุธิดา พลายชุม,ภาพถ่าย 9 กันยายน 2565
“ ราํ ทํานอง” น่งั คกุ เข่า มือทงั้ สองรวมจบี ไวร้ ะดับใบหน้า
“พระเทวดา” กระโดดตวั ขาท้ังสองลงฉากใหญ่ มอื ทัง้ สองตัง้ วงเขาควาย หนา้ ตรง

33

ภาพที่ 30 รำทำนองพระเทวดา
ที่มา:อนุธิดา พลายชมุ ,ภาพถ่าย 9 กันยายน 2565
หมายเหตุ ช่วงร้องรับปฏิบตั ทิ า่ ราํ พระเทวดา จนหมดจงั หวะ ท้ายการรอ้ งรับ เล่ือนเทา้ ทงั้ สองยืน
ตรง

34

สรุป
โนรามหรสพพื้นบ้านภาคใต้ ในเขตจังหวดั รอบลมุ่ ทะเลสาบ ปัจจบุ ันมกี ารแพรก่ ระจาย

ทางวฒั นธรรมไปส่จู งั หวัดอื่นดว้ ย การแสดงประเภทนีจ้ ะใชก้ ารร้องกลอน การรำ การเลน่ เปน็ เรอื่ งท่ี
เกดิ ขน้ึ ในพทั ลงุ โดยพระยาสายฟา้ ฟาดมธี ิดาชือ่ นวลทองสำลี ชอบการรำโนราและสบุ ินวา่ เทวดาประทาน
เครื่องดนตรีใหร้ ำเล่นในวังอย่างสนุก อยูม่ าวนั หนง่ึ ไดเ้ สวยเกสรดอกบัวเกดิ ทรงครรภท์ ำให้พระบิดาโกรธ
เนรเทศใหล้ อยแพไป ติดที่เกาะกะชังคลอดบุตรชายชือ่ เด็กชายนอ้ ย ตอนหลังเด็กชายนอ้ ยมาสบื หาตาจน
ได้พบกันและทรงพระราชทานเคร่ืองแตง่ กายและแตง่ ตงั้ ใหเ้ ปน็ ขุนศรีศรทั ธาแต่นั้นมา การแสดงชนดิ นีม้ ี
องคป์ ระกอบของการแสดงทั้งผ้แู สดง มี 3 ประเภทคอื นายโรง นางรำและตัวตลก เครอ่ื งแต่งกาย มเี ทริด
กำไลแขน ป้นั เหนง่ สงั วาลพาดเฉยี ง 2 ข้าง ปีกนกแอ่น หางหงส์ หน้าผา้ ผ้าห้อย กำไลต้นแขน กำไลมอื
สนบั เพลา และเลบ็ เครือ่ งดนตรี มีทับ(โทน) กลอง ปี่ โหมง่ ฉง่ิ และแตระ บทร้องครูสอน เป็นเพลง
เริม่ ตน้ ของการฝึกร้องฝึกรำโนรา ในเพลงครู โดยท่วั ไปบทร้องนจ้ี ะใช้ฝกึ การรำโนราในท่านงั่ โดยมสี าระ
ของบทร้องอธบิ ายถงึ พระคณุ ของครทู ่ีสอนทั้งการยกมอื ไหว้ การแต่งกาย การเขยี นหนังสือ ซง่ึ ถอื เป็น
บญุ คุณชนั้ สูงของลูกศษิ ยท์ ่ีได้มโี อกาสมาเล่าเรยี น เขียนอ่านกับคณุ ครู และท่ารำบทครสู อน มที ่ารำ
ทง้ั หมด 18 ท่า ดังที่ได้นำเสนอแล้วข้างตน้

35

คำถามทบทวน
แบบฝึกหัดท่ี 1 เรื่อง รำโนราบทครูสอน
****************************************************************
คำชแ้ี จง : ใหน้ กั เรยี นตอบคำถามและอธบิ ายตามสิ่งกำหนดให้ตอ่ ไปนี้ (10 คะแนน)
1.เนื้อหาของบทร้องครสู อนจะกล่าวถึงเร่ืองอะไร
.....................................................................................................................................
.....................................................................................................................................
.....................................................................................................................................

2.อธบิ ายลกั ษณะการรอ้ งบทครูสอน
........................................................................................................................................
.......................................................................................................................................
.......................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………

36

แบบฝึกหัดท่ี 2 เรอื่ ง เพลงประกอบการแสดง

****************************************************************

คำชี้แจง : ใหน้ กั เรยี นเตมิ คำร้องเพลง ครสู อนใหถ้ ูกตอ้ ง ตามสิ่งกำหนดใหต้ อ่ ไปนี้ (10 คะแนน)

บทรอ้ ง

ครูเอยครสู อน ………………………………

ครูสอนเขียนหนังสือ ....................รำมโนราห์

ครูสอนให้ผูกผ้า สอนข้าทรงกำไล

ครูสอน.......................... รำจบั สร้อย……………..

ครสู อนให้ทรงกำไล สอดใสแ่ ขนซา้ ยแขนขวา

รำทา่ เสด้อื งเยือ้ ง........... ตีค่าได.้ ........................

รำท่าเสดอื้ งเยื้อง.......... ตคี ่าได.้ ......................

รำทา่ ตีนถีบพะนกั ………….เอาแสงทอง

หาไหนให้ได้เสมอื นนอ้ ง ทำนองพระเทวดา

37

แบบฝึกหัดที่ 3 เรื่อง องค์ประกอบของการแสดง
***************************************************************
คำช้ีแจง : ให้นกั เรยี นตอบคำถามและอธบิ ายตามส่ิงกำหนดใหต้ อ่ ไปน้ี (10 คะแนน)
1.จงอธิบายความหมายของ องคป์ ระกอบ
.......................................................................................................................
.......................................................................................................................
.......................................................................................................................

2.ผู้แสดงมีทั้งหมดก่ีตวั และตัวอะไร
…………………………………………………………………………………………………………
.......................................................................................................................
.......................................................................................................................

3.เครื่องดนตรีทใ่ี ช้มีอะไรบา้ ง
......................................................................................................................
.......................................................................................................................
.......................................................................................................................

4. เคร่ืองดนตรี หมายถึง
...................................................................................................................
.......................................................................................................................
.......................................................................................................................

38

แบบฝึกหัดที่ 4 เรอื่ ง ทา่ รำ
****************************************************************
คำชแี้ จง : ให้นกั เรยี นตอบคำถามและอธบิ ายตามสง่ิ กำหนดให้ต่อไปน้ี (10 คะแนน)

1.จากรปู นค้ี อื ทา่ รำมีเน้ือรอ้ งวา่ อะไรพรอ้ มกบั อธิบายทา่ รำให้ถูกตอ้ ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
.……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………….
2.จากรูปนค้ี อื ทา่ อะไร พรอ้ มอธิบายท่ารำให้ถกู ต้อง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
.……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………….

39

แบบทดสอบหลงั เรยี น

กล่มุ สาระการเรียนรูศ้ ลิ ปะ สาระนาฏศิลป์ ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ...เร่ือง ......... รหัสวชิ า

ศ31204 เวลา ....... นาที คะแนน ......... คะแนน

********************************************************************

คำชีแ้ จง : ใหน้ กั เรียนเลือกคำตอบทถี่ ูกทส่ี ุดแล้วทำเคร่ืองหมาย (×) ลงในกระดาษคำตอบ

1. การแสดงมโนราหเ์ ป็นเรือ่ งราวบนเวทีในแต่ละครงั้ ประกอบด้วย อะไรบา้ ง
ก.ตัวนายโรง ตัวตลก นางรำ
ข.ตวั นายโรง ตวั ตลก นางรำ ตวั เอก
ค.ตัวนายโรง ตวั ตลก
ง.ตัวนายโรง นางรำ
2. ตวั เลอื กใดไม่ใช่องคป์ ระกอบของการแสดงโนรา
ก. เคร่ืองเสียง
ข. เครื่องแต่งกาย
ค. ผแู้ สดง
ง. ท่ารำ

3.พระยาสายฟา้ ฟาดทรงจงึ่ รับสั่งใหน้ างนวลทองสำลีไปไหน
ก.ไปอยู่ในป่า
ข.ไปอยเู่ มอื งอืน่
ค.ไปลอยแพ
ง.ไปขังในถ้ำ

4.แพของนางทองสำลีไปตดิ เกาะอะไร
ก.เกาะกะชงั
ข.เกาะราชา
ค.เกาะสมิ ิลนั
ง.เกาะตาชยั

40

5. การแสดงโนราเปน็ ศลิ ปะการละเล่นของคนในภาคใด
ก. ภาคเหนือ
ข. ภาคกลาง
ค. ภาคอสี าน
ง. ภาคใต้

6. นางศรมี าลามธี ดิ าช่อื วา่ อะไร
ก.นางนวลทองสำลี
ข.นางนวลทองสาลี
ค.นางทองสำสี
ง.นางทองนวลสำลี

7.นางทองสำลที รงครรภ์ เพราะเสวยอะไร
ก.เกสรดอกบัว
ข.เกสรดอกมะลิ
ค.เกสรดอกเขม็
ง.ดอกกหุ ลาบ

8.นางนวลทองสำลสี บุ ินวา่ มเี ทพธิดามาร่ายรำให้ดู ทา่ รำมที ัง้ หมดก่ีทา่
ก.8 ทา่
ข.10 ทา่
ค.12 ทา่
ง.14 ท่า

41

9.ดนตรีประโคมทนี่ างนวลทองสำลีไดเ้ หน็ มีอะไรบา้ ง
ก.กลอง ทับ ฉงิ่ ปี่ ขลยุ่
ข.กลอง ระนาด ฉงิ่ ป่ี ตะโพน
ค.กลอง ทบั ฉ่ิง ป่ี ตะโพน
ง.กลอง ทบั โหมง่ ฉิ่ง ป่ี และแตระ

10. การแสดงมโนราห์เป็นเรือ่ งราวบนเวทใี นแต่ละครั้ง ประกอบดว้ ย อะไรบา้ ง
ก.ตวั นายโรง ตัวตลก นางรำ
ข.ตัวนายโรง ตัวตลก นางรำ ตัวเอก
ค.ตวั นายโรง ตัวตลก
ง.ตวั นายโรง นางรำ

42

บรรณานกุ รม

43

บรรณานุกรม

ศาสตร์แหง่ ครหู มอโนรา. (2556). บทกลอนและบทร้องของพธิ ีกรรมโนรา. สบื คน้ เม่ือ 2565 ตุลาคม :
10 จาก http://krunora.blogspot.com/2013/06/blog-post_7.html

ธรี วัฒน์ ช่างสาน. (2543). รายงานการวจิ ัยเครอื่ งลูกปดั โนราในจงั หวัดนครศรีธรรมราช.
นครศรธี รรมราช : สถาบนั ราชภฏั นครศรธี รรมราช.
_______. (2560). การพฒั นาเคร่ืองแตง่ กายโนราภมู ปิ ญั ญาชาวบา้ นในจังหวดั
นครศรีธรรมราช. สบื คน้ เมอ่ื 2565, ตลุ าคม : 22

จาก file:///C:/Users/lenovo/Downloads/128541A1-337152-1-10-20180614.pdf
ราชบณั ฑิตยสภา. (2554). โนรา. สืบค้นเม่อื 2565, สิงหาคม : 22.

จากhttps://dictionary.apps.royin.go.th/Xekkalakpaktai. (2562). ตำนานโนรา.
สบื ค้นเม่อื 2565, : 22

จาก https://sites.google.com/site/xekkalakpaktai/nora/nora-1
tungsong.com. (2562). เครอ่ื งแตง่ กายโนรา. สบื ค้นเมื่อ 2565, กันยายน 7

จาก https://www.tungsong.com/NakhonSri/Cultures&
ราชบัณฑิตยสถาน. (2554). พจนานกุ รมแปล ไทย-ไทย. สบื ค้นเมือ่ 2565, กนั ยายน : 7

1

ภาคผนวค


Click to View FlipBook Version