The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เรื่องการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ โดยใช้การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับโปรแกรมจําลองสถานการณเสมือนจริง Scimath apps ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ประจำปีการศึกษา 2566 โรงเรียนวรนารีเฉลืม จังหวัดสงขลา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Suchat Boonsanong, 2023-09-05 08:27:26

เรื่องการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ โดยใช้การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับโปรแกรมจําลองสถานการณเสมือนจริง Scimath apps ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ประจำปีการศึกษา 2566 โรงเรียนวรนารี

เรื่องการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ โดยใช้การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับโปรแกรมจําลองสถานการณเสมือนจริง Scimath apps ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ประจำปีการศึกษา 2566 โรงเรียนวรนารีเฉลืม จังหวัดสงขลา

Keywords: วิจัย,บทความ,วิทยาศาสตร์,โปรแกรม

เรื่องการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และ ดวงอาทิตย์ โดยใช้การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับโปรแกรมจําลอง สถานการณเสมือนจริง Scimath apps ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ประจำปีการศึกษา 2566 โรงเรียนวรนารีเฉลืม จังหวัดสงขลา สุชาติ บุญสนอง บทคัดย่อ บทความวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง ปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ ก่อนและหลังเรียน โดยใช้การสอนแบบสืบ เสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับโปรแกรมจําลองสถานการณเสมือนจริง Scimath apps และเพื่อศึกษา ความพึงพอใจตอการใช้โปรแกรมจําลองสถานการณเสมือนจริง Scimath apps ในการจัดการเรียน การสอนเรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวรนารีเฉลิม จังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/12 ประจำปีการศึกษา 2566 โรงเรียนวรนารีเฉลิมจังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา จำนวน 28 คน ได้มาจากวิธีเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ครั้งนี้ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ใช้ ร่วมกับโปรแกรมจําลองสถานการณเสมือนจริง Scimath apps เรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวง จันทร์และดวงอาทิตย์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 4 แผน 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และ ดวงอาทิตย์ การวิเคราะห์ข้อมูล ทำได้โดยการวิเคราะห์หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (̅) และส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน (S.D) ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่อง ปฏิสัมพันธ์ ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวรนารีเฉลิม จังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา หลังเรียนด้วยการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับโปรแกรมจําลองสถานการณ์เสมือนจริง Scimath apps สูงกว่าก่อนเรียน โดยก่อนเรียนมี คะแนนเฉลี่ย (̅) เท่ากับ 6.43 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 2.22 และหลังเรียนมี คะแนนเฉลี่ย (̅) เท่ากับ 20.00 คะแนนและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 4.06 คะแนนที่ เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 45.24 2. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/12 ประจำปีการศึกษา 2566 โรงเรียนวรนารี เฉลิม จังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้การสอนแบบสืบเสาะหา ความรู้ (5E) ร่วมกับโปรแกรมจําลองสถานการณ์เสมือนจริง Scimath apps อยู่ในระดับมากที่สุด คำสำคัญ: การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้,ความพึงพอใจ,นักเรียน,โปรแกรมจําลองสถานการณเสมือน จริง


ที่มาและความสำคัญ ในโลกยุคปัจจุบันได้ชื่อว่าเป็นโลกยุคของข้อมูลข่าวสารเนื่องมาจากการติดต่อเรื่องราว ข่าวสารต่าง ๆ เป็นไปอย่างรวดเร็ว มีความเจริญก้าวทางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีซึ่งส่งผลให้ เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายๆด้าน โดยเฉพาะด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีการเปลี่ยนแปลง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ จากที่ครูเป็นศูนย์กลางมาสู่นักเรียนเป็นศูนย์กลาง ผู้เรียนไม่ จำเป็นต้องได้รับความรู้จากครูในห้องเรียนเท่านั้น ผู้เรียนสามารถเรียนรู้จากแหล่งความรู้ที่อยู่ รอบตัว โดยเฉพาะแหล่งเรียนรู้จากสื่อ เทคโนโลยีสมัยใหม่ ดังนั้นการใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้เป็น สิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ในสังคมยุคดิจิทัล ครูจึงจะต้องพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ให้กับ นักเรียน ดั่งที่ศาสตราจารย์นายแพทย์วิจารณ์ พานิช กล่าวไว้ว่า “ ครูต้องเปลี่ยนเป้าหมายการ เรียนรู้ของศิษย์จากเน้นเรียนวิชาเพื่อให้ได้ความรู้ให้เลยไปสู่การพัฒนาทักษะที่สำคัญต่อชีวิตในยุค ใหม่ ” สอดคล้องกับสุเมธ หงค์นาคกล่าวว่า ในยุค Education 4.0 ที่การเรียนการสอนมุ่งสอนให้ ผู้เรียน สามารถนำองค์ความรู้ที่มีอยู่มาบูรณาการเชิงสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนานวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อ ตอบสนองความต้องการของสังคม ดังนั้นการศึกษายุคใหม่ต้องเน้นแสวงหาการเรียนรู้ได้เองอย่างท้า ทาย สร้างสรรค์ความรู้ใหม่ ต่อยอดความรู้เดิม คิดและประยุกต์ใช้ความรู้ให้เกิดประโยชน์ได้ เหมาะ กับตนเอง สังคม ตามสถานการณ์การจัดการศึกษา 4.0 จึงต้องนำเอาหลักการเกี่ยวกับยุคสมัยใหม่ที่ ตรงความสนใจของชนพื้นเมืองดิจิทัล ที่มีชีวิตในโลกไซเบอร์ ซึ่งประกอบด้วยการจัดการศึกษาที่ ก่อให้เกิดการทำงานร่วมกันบนไซเบอร์ ที่มีอุปกรณ์สมัยใหม่ช่วย เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ตฯลฯ (สุเมธ หงค์นาค, 2560) ดังนั้นครูต้องปรับการเรียนการสอนจากระบบการท่องจำเป็นการสอนให้ นักเรียนได้หัดคิด หัดทำสิ่งใหม่ๆ ได้จากการใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆ เพื่อสามารถ ตอบสนองความต้องการของสังคม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เป็นหลักสูตรการศึกษาที่มีการ กำหนดวิสัยทัศน์ จุดหมาย สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์มาตรฐานการ เรียนรู้และตัวชี้วัดที่ชัดเจนนอกจากนั้นได้กำหนดโครงสร้างเวลาเรียนขั้นต่ำของแต่ละกลุ่มสาระการ เรียนรู้ในแต่ละชั้นปีไว้ในหลักสูตรแกนกลาง เพื่อใช้เป็นกรอบ แนวทางในการจัดทำหลักสูตร การ เรียนการสอนในแต่ละระดับ ของแต่ละสถานศึกษาโดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นกำลัง ของชาติ ให้เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกใน ความเป็นพลเมืองไทย และเป็นพลโลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐาน รวมทั้ง เจตคติ ที่จำเป็นต่อ การศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ บนพื้นฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถเรียนรู้ และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ วิทยาศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งในสังคมโลกปัจจุบันและอนาคต เพราะวิทยาศาสตร์ เกี่ยวข้องกับทุกคนทั้งในชีวิตประจำวันและการงานอาชีพต่างๆ ตลอดจนเทคโนโลยี เครื่องมือ เครื่องใช้และผลผลิตต่างๆ ที่มนุษย์ได้ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตและการทำงานเหล่านี้ล้วน


เป็นผลของความรู้วิทยาศาสตร์ ผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์และศาสตร์อื่นๆ วิทยาศาสตร์ช่วย ให้มนุษย์ได้พัฒนาวิธีคิด ทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ วิจารณ์ มีทักษะ สำคัญในการค้นคว้าหาความรู้ มีความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจ โดยใช้ข้อมูล ที่หลากหลายและมีประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้ วิทยาศาสตร์เป็นวัฒนธรรมของโลก สมัยใหม่ ซึ่งเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ (knowledge-based society) ดังนั้นทุกคนจึงจำเป็นต้อง ได้รับการพัฒนาให้รู้วิทยาศาสตร์ เพื่อที่จะมีความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติและเทคโนโลยีที่มนุษย์ สร้างสรรค์ขึ้น สามารถนำความรู้ไปใช้อย่างมีเหตุผล สร้างสรรค์ และมีคุณธรรม จากข้อมูลงานวิจัยของ ตรีนุช ไพชยนตวิจิตร และ สรัลชนา ธิติสวรรค ที่ได้ศึกษา ผลกระทบการแพร ระบาดของโควิด-19 ตอการศึกษา พบว่าผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยร่วมกับกองทุนเพื่อความ เสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ชี้ให้เห็นว่า การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยในด้านวิชาการ และความจําเพื่อการใช้งาน ลดลงเหลือเพียง 0.86% และ 2.2% จากการเรียนรู้ 100% เมื่อเทียบกับวันที่ไปโรงเรียนตามปกติ ตามลําดับ (ตรี นุช ไพชยนตวิจิตร และ สรัลชนา ธิติสวรรค, 2565) ดังนั้นจึงทำให้เกิดรูปแบบการจัดการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ ที่เปลี่ยนแปลงไป กล่าวคือ สถานศึกษาและครูผู้สอนจึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องส่งเสริมให้นักเรียนได้มี โอกาสได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยการนำรูปแบบการเรียนการสอนที่มีการจัดทำสื่อและนำเครื่องมือต่าง ๆ ที่ทันสมัยมาใช้และสามารถถ่ายทอดให้ผู้เรียนได้เข้าใจและมีความรู้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ถือเป็นนวัตกรรมทาง การศึกษาที่เปลี่ยนแปลงวิธีการเรียนแบบเดิมที่นั่งเรียนในชั้นเรียน แต่เป็นการเรียนรู้บนฐานเทคโนโลยี (Technology–based learning) ซึ่งจะครอบคลุมวิธีการเรียนรู้ที่หลากหลายรูปแบบ scimath.org เป็นการรวบรวมองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีไว้ ถึง 7 ด้าน ได้แก่ 1.หลักสูตร รวบรวมหลักสูตรการเรียนการสอนทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ อาทิ หลักสูตรห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ หลักสูตร สควค. หลักสูตรโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ และ หลักสูตรของหน่วยงานและสถาบันการศึกษาต่างๆ 2. สื่อการเรียนการสอน รวบรวมสื่อการเรียน การสอนประเภทต่างๆ อาทิ สื่อการเรียนการสอนประเภท Learning Object คลิปวิดีโอการสอน ของครูตัวอย่าง วิโอการสอนจากโครงการเรียนทางไกล ตลอดจนสื่ออื่นๆจากหน่วยงานและ สถาบันการศึกษาต่างๆมากมาย 3. โครงงาน รวบรวมผลงานโครงงานวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีที่พร้อมให้เป็นแบบอย่างและจุดประกายแนวคิดในการทำโครงงานของนักเรียนโดยมี ระบบค้นหาที่สะดวก สามารถเลือกระดับชั้น ประเภทและแหล่งที่มาของโครงงานได้ พร้อมมีไฟล์ให้ ดาวน์โหลดฟรี 4. บทความ รวบรวมบทความเชิงวิชาการ ข่าวสาร ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งจาก สสวท.และหน่วยงานต่างๆเพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่จะช่วยตอบคำถามและต่อยอดการ เรียนรู้ 5. คลังข้อสอบ รวบรวมข้อสอบทางด้านวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีที่พร้อมให้ นักเรียนได้ฝึกฝน ทดสอบความรู้ความสามารถของตนเองในสาขาวิชานั้นๆ อาทิ ข้อสอบท้าย บทเรียนของเนื้อหาวิชาต่างๆ ข้อสอบ GAT/PAT ข้อสอบจากการแข่งขันต่างๆ ได้แก่ ข้อสอบโอ ลิมปิควิชาการ ข้อสอบจากโครงการพัฒนาอัจฉริยภาพ ข้อสอบคัดเลือกเข้าโครงการ พสวท. 6. กิจกรรม รวบรวมองค์ความรู้ ประสบการณ์และผลการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรต่างๆอาทิ กิจกรรม ค่ายวิทยาศาสตร์ พสวท.กิจกรรมค่ายโครงการพัฒนาอัจฉริยภาพ กิจกรรมค่ายโอลิมปิตวิชาการ กิจกรรมโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ กิจกรรมค่าย สควค.หรือกิจกรรมของโครงการ Globe เป็นต้น


7.รายการหนังสือ รวบรวมรายการหนังสือที่เป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และ คณิตศาสตร์ทั้งนี้ ในอนาคตอันใกล้ Scimath.org จะเป็นระบบฐานข้อมูลสำหรับรวบรวบองค์ ความรู้ทางด้านการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี เพื่อให้เป็นฐานข้อมูล กลางของประเทศในการสืบค้นหาความรู้ที่มีคุณภาพ ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมกัน ช่วย ตอบสนองนโยบายการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองของกระทรวงศึกษาธิการที่ส่งเสริมให้คน ไทยทุกคนได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ จากการศึกษามาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดของหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่องปฏิสัมพันธ์ใน ระบบสุริยะ รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่าผู้เรียนจะต้องสร้างและอธิบาย แบบจำลองการเกิดฤดูและการเคลื่อนที่ปรากฏของดวงอาทิตยการเกิดข้างขึ้นข้างแรม การ เปลี่ยนแปลงเวลาการขึ้นและตกของดวงจันทร์ และการเกิดน้ำขึ้นน้ำลง ดังนั้นการเรียนรู้จำเป็น จะต้องให้นักเรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองจากการปฏิบัติ แต่ในการปฏิบัติการทดลองทางด้านดารา ศาสตร์ ซึ่งเป็นเนื้อหาที่ต้องอาศัยจินตนาการของครูและนักเรียนสูงเพื่อให้มองเห็นภาพรวมของ ตำแหน่งดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์และโลกในแต่ละตำแหน่ง ส่งผลให้บางครั้งนักเรียนบางส่วนยังมี ความรู้และความเข้าใจที่ผิดพลาด ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าวผู้วิจัยจึงได้ศึกษาและมีความสนใจที่จะนำการทดลอง ผ่านโปรแกรมจําลองสถานการณเสมือนจริงมาเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้เรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2566 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการใช้ โปรแกรมจําลองสถานการณเสมือนจริง Scimath apps เรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และ ดวงอาทิตย์ที่มีผลตอความเขาใจของผูเรียนและเพื่อศึกษาความพึงพอใจตอการใชโปรแกรมจําลอง สถานการณเสมือนจริง Scimath apps ในการจัดการเรียนการสอนเรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ วัตถุประสงค์ 1. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง ปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวง อาทิตย์ ก่อนและหลังเรียน โดยใช้การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับโปรแกรมจําลอง สถานการณเสมือนจริง Scimath appsของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2. เพื่อศึกษาความพึงพอใจตอการใช้โปรแกรมจําลองสถานการณเสมือนจริง Scimath apps ในการจัดการเรียนการสอนเรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์


ขอบเขตของงานวิจัย 1.ขอบเขตด้านประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ประจำปีการศึกษา 2566 โรงเรียนวรนารีเฉลิม จังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา จำนวน 593 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/12 ประจำปีการศึกษา 2566 โรงเรียนวรนารีเฉลิม จังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา จำนวน 28 คน ได้มาจากวิธี เลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) 2.ขอบเขตด้านเนื้อหา โปรแกรมจําลองสถานการณเสมือนจริง Scimath apps เรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวง จันทร์และดวงอาทิตย์ได้แก่ 1. การเกิดฤดูและการเคลื่อนที่ปรากฏของดวงอาทิตย์ 2. การเกิดข้างขึ้นข้างแรม 3. การเปลี่ยนแปลงเวลาการขึ้นและตกของดวงจันทร์ 4. การเกิดน้ำขึ้นน้ำลง 3.ขอบเขตด้านตัวแปร ตัวแปรอิสระ คือ การจัดการเรียนรู้เรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ โดยใช้การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับ โปรแกรมจําลองสถานการณเสมือนจริง Scimath apps ตัวแปรตาม คือ 1.ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง ปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ 2.ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/12 ประจำปีการศึกษา 2566 โรงเรียนวรนารีเฉลิม จังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา จำนวน 28 คน ต่อการจัดการ เรียนรู้เรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์โดยใช้การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับ โปรแกรมจําลองสถานการณเสมือนจริง Scimath apps 4.ขอบเขตด้านระยะเวลา 4 มกราคม พ.ศ. 2566 ถึง 29 กันยายน พ..ศ. 2566 นิยามศัพท์เฉพาะ 1.การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) หมายถึงวิธีการหนึ่งที่มุ่งส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จัก ค้นคว้าหาความรู้ คิดและแก้ปัญหาได้ด้วยตนเองอย่างมีระบบของการคิด ใช้กระบวนการของการ ค้นคว้าหาความรู้ ซึ่งประกอบด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และ เจตคติทางวิทยาศาสตร์ ครูมีหน้าที่จัดบรรยากาศ การสอนให้เอื้อต่อการเรียนรู้ คิดแก้ปัญหาโดยใช้ การทดลอง และอภิปรายซักถามเป็นกิจกรรมหลักในการสอน ซึ่งมีขั้นตอนการจัดการเรียนการสอน 5 ขั้น คือ1) การสร้างความสนใจ (Engage) 2) การสำรวจและค้นหา (Explore) 3) การอธิบาย


(Explain) 4) การขยายความรู้ (Elaborate) 5) การประเมินผล (Evaluate) 2.โปรแกรมจําลองสถานการณเสมือนจริง Scimath apps หมายถึง งแบบจําลองโตตอบ เสมือนจริง ซึ่งสามารถใชงานไดบนเว็บไซต https://www.scimath.org/apps โดยมีหัวข้อการจัด กิจกรรม ทั้งหมด 5 เรื่อง ดังนี้ 2.1 เรื่องการเกิดฤดูกาล จาก https://www.scimath.org/resources/10591 2.2 เรื่องการเคลื่อนที่ปรากฏของดวงอาทิตย์ จาก https://www.scimath.org/resources/10592 2.3 เรื่อง ข้างขึ้นข้างแรม จาก https://www.scimath.org/resources/10594 2.4 เรื่อง การเปลี่ยนแปลงเวลาขึ้นและตกของดวงจันทร์ จาก https://www.scimath.org/resources/10595 2.5 เรื่อง การเกิดน้ำขึ้น น้ำลง จาก https://www.scimath.org/resources/10596 3.การจัดการเรียนรู้เรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ โดยใช้การสอน แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับ โปรแกรมจําลองสถานการณเสมือนจริง Scimath apps หมายถึงกระบวนการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้วยตนเอง ที่เน้นกระบวนการคิดและ ปฏิบัติ และใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นเครื่องมือโดยในขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ผ่านการ ทดลองจากโปรแกรมจําลองสถานการณเสมือนจริง Scimath apps เข้ามาช่วยในการจัดการชั้น เรียน ซึ่งผู้เรียนสามารถเข้ามาเรียนรู้ทำการทดลองได้ทุกที่ทุกเวลา โดยมีขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ ดังนี้ 1) การสร้างความสนใจ (Engage) ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนแรกของกระบวนการ เรียนรู้ที่จะนำเข้าสู่บทเรียน จุดประสงค์ที่สำคัญของขั้นตอนนี้ คือ ทำให้ผู้เรียนสนใจ ใคร่รู้ใน กิจกรรมที่จะนำเข้าสู่บทเรียน ควรจะเชื่อมโยงประสบการณ์การเรียนรู้เดิมกับปัจจุบัน และควรเป็น กิจกรรมที่คาดว่ากำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งทำให้ผู้เรียนสนใจจดจ่อที่จะศึกษาความคิดรวบยอด กระบวนการ หรือทักษะ และเริ่มคิดเชื่อมโยงความคิดรวบยอด กระบวนการ หรือทักษะกับ ประสบการณ์เดิม 2) การสำรวจและค้นหา (Explore) ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ทำให้ผู้เรียนมี ประสบการณ์ร่วมกันในการสร้างและพัฒนาความคิดรวบยอด กระบวนการ และทักษะ โดยการให้ เวลาและโอกาสแก่ผู้เรียนในการทำกิจกรรมการสำรวจและค้นหาสิ่งที่ผู้เรียนต้องการเรียนรู้ตาม ความคิดเห็นผู้เรียนแต่ละคน หลังจากนั้นผู้เรียนแต่ละคนได้อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เกี่ยวกับการคิดรวบยอด กระบวนการ และทักษะในระหว่างที่ผู้เรียนทำกิจกรรมสำรวจและค้นหา โดยผู้เรียนสามารถสำรวจและค้นหาผ่านการทำกิจกรรมใน ซึ่งเป็นโอกาสที่ผู้เรียนจะได้ตรวจสอบ หรือเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความคิดรวบยอดของผู้เรียนที่ยังไม่ถูกต้องและยังไม่สมบูรณ์ โดยการ


ให้ผู้เรียนอธิบายและยกตัวอย่างเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้เรียน ครูควรระลึกอยู่เสมอเกี่ยวกับ ความสามารถของผู้เรียนตามประเด็นปัญหา ผลจากการที่ผู้เรียนมีใจจดจ่อในการทำกิจกรรม ผู้เรียน ควรจะสามารถเชื่อมโยงการสังเกต การจำแนกตัวแปร และคำถามเกี่ยวกับเหตุการณ์นั้นได้ 3) การอธิบาย (Explain) ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ให้ผู้เรียนได้พัฒนาความสามารถ ในการอธิบายความคิดรวบยอดที่ได้จากการสำรวจและค้นหา ครูควรให้โอกาสแก่ผู้เรียนได้อภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเกี่ยวกับทักษะหรือพฤติกรรมการเรียนรู้ การอธิบายนั้นต้องการให้ ผู้เรียนได้ใช้ข้อสรุปร่วมกันในการเชื่อมโยงสิ่งที่เรียนรู้ ในช่วงเวลาที่เหมาะสมนี้ครูควรชี้แนะผู้เรียน เกี่ยวกับการสรุปและการอธิบายรายละเอียด แต่อย่างไรก็ตามครูควรระลึกอยู่เสมอว่ากิจกรรม เหล่านี้ยังคงเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง นั่นคือ ผู้เรียนได้พัฒนาความสามารถในการอธิบายด้วยตัว ผู้เรียนเอง บทบาทของครูเพียงแต่ชี้แนะผ่านทางกิจกรรม เพื่อให้ผู้เรียนมีโอกาสอย่างเต็มที่ในการ พัฒนาความรู้ความเข้าใจในความคิดรวบยอดให้ชัดเจน ในที่สุดผู้เรียนควรจะสามารถอธิบาย ความคิดรวบยอดได้อย่างเข้าใจ โดยเชื่อมโยงประสบการณ์ ความรู้เดิมและสิ่งที่เรียนรู้เข้าด้วยกัน 4) การขยายความรู้ (Elaborate) ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ให้ผู้เรียนได้เพิ่มเติมความรู้ ความเข้าใจในความคิดรวบยอดให้กว้างขวางและลึกซึ้งยิ่งขึ้นด้วยภารกิจการทำกิจกรรมที่ครู ออกแบบให้ผู้เรียนทำกิจกรรมด้วยโปรแกรมจําลองสถานการณเสมือนจริง Scimath appsเพื่อให้ ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ใหม่ มีการพัฒนาความรู้ความเข้าใจในความคิดรวบยอดให้กว้างขวางและ ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยเป้าหมายที่สำคัญของขั้นนี้ คือ ครูควรชี้แนะให้ผู้เรียนได้นำไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวัน จะทำให้ผู้เรียนเกิดความคิดรวบยอด กระบวนการ และทักษะเพิ่มขึ้น 5) การประเมินผล (Evaluate) ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ครูผู้สอนประเมินผลทักษะจาก การปฏิบัติจริง ในภารกิจที่ครูผู้สอนออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ไว้ ระหว่างการเรียนการสอนในขั้น นี้ ครูต้องกระตุ้นหรือส่งเสริมให้ผู้เรียนประเมินความรู้ความเข้าใจและความสามารถของตนเองและ ยังเปิดโอกาสให้ครูได้ประเมินความรู้ความเข้าใจและพัฒนาทักษะของผู้เรียน 4.ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ทักษะความสามารถในการเรียนรู้เนื้อหาในกลุ่มสาระ การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ ของนักเรียนโดยวัด จากการทำแบบทดสอบการปฏิบัติการเรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ ก่อน เรียนและหลังเรียน 5.ความพึงพอใจ หมายถึง ความรู้สึกของบุคคลในทางบวก ความชอบ ความสบายใจ ความสุขใจต่อสภาพแวดล้อมในด้านต่าง ๆ หรือเป็นความรู้สึกที่พอใจต่อสิ่งที่ทำให้เกิดความชอบ ความสบายใจ และเป็นความรู้สึกที่บรรลุถึงความต้องการ 6.นักเรียน หมายถึง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/12 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนวรนารี เฉลิม จังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา จำนวน 28 คน


วิธีดำเนินการวิจัย บทความวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ประกอบด้วย 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ประจำปีการศึกษา 2566 โรงเรียนวรนารีเฉลิมจังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา 15 ห้อง จำนวน 593 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่3/12 ประจำปีการศึกษา 2566 โรงเรียนวรนารีเฉลิมจังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา จำนวน 28 คน ซึ่งได้มาจาก วิธีเลือกแบบเจาะจง 2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วย 1. แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง ปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 4 แผน 2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง ปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ เป็นแบบทดสอบที่ใช้วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งใช้สำหรับ ทดสอบนักเรียนก่อนและหลังใช้การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับ โปรแกรมจําลองสถาน การณเสมือนจริง Scimath apps เป็นแบบทดสอบชนิดเลือกตอบ มี 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ จำนวน 1 ฉบับ 3. แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/12ประจำปีการศึกษา 2566 โรงเรียนวรนารีเฉลิม จังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา จำนวน 28 คน ต่อการใช้ โปรแกรมจําลองสถานการณเสมือนจริง Scimath apps ในการจัดการเรียนการสอนเรื่องปฏิสัมพันธ์ ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ 3. การสร้างเครื่องมือในการวิจัย 1. การสร้างแผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ เรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวง จันทร์และดวงอาทิตย์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ผู้วิจัยได้ดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้ 1.1 ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวง อาทิตย์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 1.2 วิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1.3 กำหนดหัวเรื่อง หน่วยการเรียนรู้ย่อย เวลาเรียน 1.4 นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่สร้างขึ้น ให้ครูพี่เลี้ยงพิจารณาเพื่อตรวจสอบความเหมาะสม และให้ข้อเสนอแนะ


1.5 ปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้ตามข้อเสนอแนะของครูพี่เลี้ยง และได้แผนการจัดการ เรียนรู้ที่สมบูรณ์ จำนวน 4 แผน (ภาคผนวก ง ) ตารางที่ 1 แสดงแผนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับ โปรแกรมจําลองสถานการณเสมือนจริง Scimath apps ที่ แผนเรื่อง โปรแกรมจําลองสถานการณเสมือนจริง Scimath apps จำนวน (ชม.) 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 26 เรื่องการเกิดฤดูของ โลก โปรแกรมจําลองสถานการณเสมือนจริง Scimath apps เรื่องการเกิดฤดูกาล จาก https://www.scimath.org/resources/10591 2 2 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 27การเคลื่อนที่ปรากฏ ของดวงอาทิตย์ โปรแกรมจําลองสถานการณเสมือนจริง Scimath apps เรื่องการเคลื่อนที่ปรากฏของ ดวงอาทิตย์ จาก https://www.scimath.org/resources/10592 2 3 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 28เรื่องข้างขึ้นข้างแรม โปรแกรมจําลองสถานการณเสมือนจริง Scimath apps เรื่องข้างขึ้น ข้างแรม จาก https://www.scimath.org/resources/10594 และ https://www.scimath.org/resources/10595 2 4 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 29เรื่อง การเกิดน้ำขึ้น น้ำลง โปรแกรมจําลองสถานการณเสมือนจริง Scimath apps เรื่องการเกิดน้ำขึ้น น้ำลง จาก https://www.scimath.org/resources/10592 1 1.6 จัดทำแบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ เสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสอบความ ถูกต้องพิจารณาความเหมาะสม ความสอดคล้องระหว่างจุดประสงค์การเรียนรู้ กับสาระการเรียนรู้ สื่อแหล่งเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล 1.7 นำแผนจัดการเรียนรู้ที่ปรับปรุงสมบูรณ์แล้วเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ ประเมินเพื่อตรวจสอบ และพิจารณาความเหมาะสมของแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกณฑ์การประเมินระดับความคิดเห็น แบบมาตรส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ ดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด. 2553 :82-83) เกณฑ์การประเมิน ระดับ 5 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด ระดับ 4 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดับมาก ระดับ 3 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดับปานกลาง ระดับ 2 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดับน้อย ระดับ 1 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดับน้อยที่สุด


1.8 นำคะแนนที่ได้จากการประเมินของผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 ท่านมาหาค่าเฉลี่ย โดยเทียบกับ เกณฑ์ ดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด, 2553 :82-83) เกณฑ์การประเมินระดับคุณภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ ค่าเฉลี่ย 4.51-5.00 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 3.51-4.50 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 2.51-3.50 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ย 1.51-2.50 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดับน้อย ค่าเฉลี่ย 1.00-1.50 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดับน้อยที่สุด 1.9 ผลการประเมินของผู้เชี่ยวชาญมีความเหมาะสมระดับ 4.60 มีความเหมาะสมในระดับ มากที่สุด (ภาคผนวก ข) 1.10 จัดพิมพ์แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ เรื่องงานและพลังงาน ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ผ่านการตรวจคุณภาพแล้ว จำนวน 4 แผน เป็นฉบับสมบูรณ์ แล้วนำไปใช้ ทดลองสอนจริงกับกลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/12 จำนวน 28 คน ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนวรนารีเฉลิม จังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา (ภาคผนวก ง) 2. การสร้างแบบบันทึกกิจกรรมการทดลองด้วยใช้โปรแกรมจําลองสถานการณเสมือนจริง Scimath apps ผู้วิจัยได้ดำเนินการดังนี้ 2.1 ศึกษาเนื้อหาและทดลองใช้โปรแกรมจําลองสถานการณเสมือนจริง Scimath apps จำนวน 5 เรื่อง ดังนี้ 1. เรื่องการเกิดฤดูกาลจาก www.scimath.org/resources/10591 2. เรื่องการเคลื่อนที่ปรากฏของดวงอาทิตย์ จาก www.scimath.org/resources /10592 3. เรื่องข้างขึ้นข้างแรม จากwww.scimath.org/resources/10594 4. เรื่องการเปลี่ยนแปลงเวลาขึ้นและตกของดวงจันทร์จาก ww.scimath.org/ resources/10595 5. เรื่อง การเกิดน้ำขึ้น น้ำลง จาก www.scimath.org/resources/10596 2.2 ผูวิจัยไดออกแบบใบกิจกรรมใหสอดคลองกับโปรแกรมจําลองสถานการณเสมือนจริง Scimath apps เรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ โดยใชเวลาในการจัด กิจกรรมทั้งหมด 7 ชั่วโมง กิจกรรมในแตละตอนสามารถสํารวจความเขาใจของผูเรียนไดจากคําถาม ในใบกิจกรรม คําถามจากการสัมภาษณและคำถามจากการทดสอบปฏิบัติ เพื่อตรวจสอบความเข าใจและยืนยันคําตอบที่มาจากแนวคิดของผูเรียนทําใหทราบถึงความเขาใจของผูเรียนการเก็บ รวบรวมขอมูลแบงเปน 3 สวน คือ การสํารวจความ เขาใจของผูเรียนโดยศึกษาจากคําตอบของผู เรียนในใบกิจกรรม การสํารวจความเขาใจของผูเรียนโดยศึกษาจากการทดสอบปฏิบัติ และ การศึกษาความพึงพอใจของผูเรียนโดย วิเคราะหจากคําตอบของผูเรียนในแบบประเมินความพึง พอใจตอการใชโปรแกรมจําลองสถานการณเสมือนจริง Scimath apps


2.3 การสำรวจความเข้าใจของผู้เรียนที่มีต่อการใช้โปรแกรมจำลองสถานการณ์เสมือนจริง Scimath apps Labs เรื่อง ปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ ในการสำรวจความ เข้าใจของผู้เรียน ผู้วิจัยได้แบ่งกิจกรรมออกเป็น 6 ตอน ตอนที่ 1 ศึกษาการเกิดฤดูกาล ตอนที่ 2 ศึกษาการเคลื่อนที่ปรากฏของดวงอาทิตย์ ตอนที่ 3 ศึกษาการเปลี่ยนแปลงเวลาขึ้นและตกของดวง จันทร์ ตอนที่ 4 ศึกษาการเกิดข้างขึ้นข้างแรม และตอนที่ 5 ศึกษาการเกิดน้ำขึ้นน้ำลง ในแต่ละ ตอนผู้วิจัยได้ออกแบบกิจกรรมและคำถามโดยใช้รูปแบบ POE (Predict-Observe-Explain) ซึ่ง ได้รับการยอมรับว่าเป็นรูปแบบที่มีส่วนช่วยให้ผู้เรียน ค้นหา จดจำ แก้ไขปัญหาด้วยการคิดแบบ วิเคราะห์ และมีความเข้าใจในเนื้อหาทางวิทยาศาสตร์ได้เป็นอย่างดี (Hsiao, Chen, J.C., Hong, Chen, P.H., Lu, Chen, S.Y, 2017) 3.การสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี เรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ผู้วิจัยได้ ดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้ 3.1 ศึกษาเนื้อหากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่อง ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง โลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ จากหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับ ปรับปรุง พ.ศ. 2560) 3.2 ศึกษาวิเคราะห์จุดประสงค์ในหลักสูตรของกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี 3.3 กำหนดจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมให้สอดคล้องกับจุดประสงค์ในหลักสูตรกลุ่มสาระการ เรียนรู้วิทยาศาสตร์ 3.4 สร้างแบบทดสอบตามจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ซึ่งเป็นแบบทดสอบแบบเลือกตอบ มี 4 ตัวเลือก จำนวน 1 ฉบับ จำนวน 30 ข้อ 3.5 นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีที่สร้างขึ้นเสนอต่อครูพี่เลี้ยงพิจารณาเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง นำข้อเสนอแนะมา ปรับปรุงแก้ไขในบางข้อที่คำตอบไม่เหมาะสม 3.6 ปรับปรุงแบบทดสอบแล้วนำแบบทดสอบเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญชุดเดียวกับที่ใช้ประเมิน แผนการจัดการเรียนรู้ เพื่อประเมิน ตรวจสอบความถูกต้อง ความเที่ยงตรงตามเนื้อหาและ จุดประสงค์ โดยใช้แบบประเมิน IOC และกำหนดคะแนนความคิดเห็นเป็นดังนี้ +1 เมื่อแน่ใจว่า ข้อสอบนั้นวัดได้ตรงตามเนื้อหาและจุดประสงค์ 0 เมื่อไม่แน่ใจว่า ข้อสอบนั้นวัดได้ตรงตามเนื้อหาและจุดประสงค์ -1 เมื่อแน่ใจว่า ข้อสอบนั้นไม่ได้วัดตรงตามเนื้อหาและจุดประสงค์ 3.7 วิเคราะห์ข้อมูลการหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามของแบบทดสอบกับ จุดประสงค์การเรียนรู้จากการประเมินของผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 คน โดยใช้สูตร IOC ผลปรากฏว่า จำนวนข้อสอบ ที่สร้างขึ้นทั้งหมด 30 ข้อ มีค่า IOC อยู่ระหว่าง 0.67 – 1.00 เมื่อเทียบระดับ เกณฑ์คุณภาพอยู่ในระดับใช้ได้ทุกข้อถือว่าเป็นข้อสอบที่มีความเหมาะสม (ภาคผนวก ค)


3.8 จัดพิมพ์เป็นแบบทดสอบที่ผ่านการตรวจคุณภาพแล้ว เป็นแบบทดสอบฉบับจริง จำนวน 30 ข้อ แล้วนำไปใช้ทดสอบกับกลุ่มตัวอย่าง (ภาคผนวก จ) 4.การสร้างแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/12 ประจำปี การศึกษา 2560 โรงเรียนวรนารีเฉลิม จังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา จำนวน 28 คน ต่อ การจัดการเรียนรู้โดยการใช้โปรแกรมจําลองสถานการณเสมือนจริง Scimath apps ในการจัดการ เรียนการสอนเรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ ผู้วิจัยได้ดำเนินการตาม ขั้นตอน ดังนี้ 4.1 ศึกษาทฤษฎี วิธีการสร้างแบบสอบถามจากงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนดประเด็น คำถามให้ครอบคลุมทุกด้านที่ต้องการสอบถาม ทั้งทางด้าน วิเคราะห์ข้อมูล การแปลความหมาย ข้อมูลและการนำเสนอข้อค้นพบ 4.2 ร่างแบบสอบถามตามกรอบประเด็นคำถามที่กำหนดไว้ 3 ด้านคือ ด้านบรรยากาศใน การจัดการเรียนการสอนด้านกิจกรรมการเรียนการสอนและด้านประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียนการ สอน ซึ่งมีข้อคำถามรวมทั้งหมด 27 ข้อ โดยใช้เกณฑ์การประเมินระดับความคิดเห็นแบบมาตรส่วน ประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ ดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด. 2553 :82-83) เกณฑ์การประเมิน ระดับ 5 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด ระดับ 4 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดับมาก ระดับ 3 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดับปานกลาง ระดับ 2 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดับน้อย ระดับ 1 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดับน้อยที่สุด 4.3 เสนอแบบสอบถามต่อครูพี่เลี้ยงและอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อตรวจสอบความตรงเชิง เนื้อหาโดยตรวจสอบข้อคำถามให้ครอบคลุมประเด็นสำคัญในแต่ละด้าน ความถูกต้อง ความ เหมาะสมของภาษาและถ้อยคำที่ใช้ในแบบสอบถาม พร้อมทั้งขอข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อนำไป ปรับปรุงแกไข้ 4.4 ปรับปรุงแบบสอบถามแล้วนำแบบสอบถามเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญชุดเดียวกับที่ใช้ ประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ เพื่อพิจารณาตรวจสอบความสอดคล้องเชิงเนื้อหาระหว่างหัวข้อการ ประเมินแต่ละด้านกับคำถามการประเมินแต่ละข้อ พร้อมทั้งตรวจสอบความเหมาะสมของเครื่องมือ ที่ใช้ในการวิจัย ซึ่งแบบสอบถามที่จะนำไปใช้ได้จะต้องมีค่าดัชนีความสอดคล้องของข้อคำถามแต่ละ ข้อตั้งแต่ 0.6 ขึ้นไป โดยใช้แบบปะเมิน IOCและกำหนดคะแนนความคิดเห็นเป็นดังนี้ +1 เมื่อแน่ใจว่า ข้อคำถามวัดได้ตรงตามประเด็นที่ศึกษาในแต่ละด้าน 0 เมื่อไม่แน่ใจว่า ข้อคำถามวัดได้ตรงตามประเด็นที่ศึกษาในแต่ละด้าน -1 เมื่อแน่ใจว่า ข้อคำถามไม่ได้วัดตรงตามประเด็นที่ศึกษาในแต่ละด้าน 4.5 วิเคราะห์ข้อมูลการหาค่าดัชนีความสอดคล้องเชิงเนื้อหาระหว่างหัวข้อการประเมินแต่ ละด้านกับคำถามการประเมินแต่ละข้อจากการประเมินของผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 คน โดยใช้สูตร IOC


ผลปรากฏว่าข้อคำถามทั้ง 3 ด้าน จำนวนข้อคำถามที่สร้างขึ้นทั้งหมด 27 ข้อ มีค่า IOC อยู่ระหว่าง 0.67 – 1.00 เมื่อเทียบระดับเกณฑ์คุณภาพอยู่ในระดับใช้ได้ทุกข้อถือว่าเป็นข้อคำถามที่มีความ เหมาะสม (ภาคผนวกค) 4.6 จัดพิมพ์เป็นแบบสอบถามที่ผ่านการตรวจคุณภาพแล้ว ซึ่งเป็นแบบสอบถามฉบับจริง เพื่อนำไปใช้สอบถามกับกลุ่มตัวอย่าง(ภาคผนวก ฉ) 4 การเก็บรวบรวมข้อมูล 1. ดำเนินการทดสอบก่อนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับโปรแกรมจําลอง สถานการณเสมือนจริง Scimath apps เรื่อง ปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ กับ นักเรียนกลุ่มตัวอย่างจำนวน 28 คน ด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการ เรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น 2. ดำเนินการทดลองกับกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับ โปรแกรมจําลองสถานการณเสมือนจริง Scimath apps เรื่อง ปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ 3. หลังใช้การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับโปรแกรมจําลองสถานการณเสมือน จริง Scimath apps เรื่อง ปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ กับนักเรียนกลุ่ม ตัวอย่างจำนวน 28 คน ด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ เรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ กับกลุ่มตัวอย่างอีกครั้งหนึ่ง 4. หลังทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง ปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ เสร็จให้กลุ่มตัวอย่างนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/12 ประจำปีการศึกษา 2566 โรงเรียนวรนารีเฉลิม จังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา จำนวน 28 คนตอบแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้การสอน แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับโปรแกรมจําลองสถานการณเสมือนจริง Scimath apps เรื่อง ปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ 5 การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ 1. การวิเคราะห์ข้อมูล 1.1 เปรียบเทียบผลเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ เรื่อง งานและพลังงาน ก่อนและหลังการใช้การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับโปรแกรมจําลองสถานการณเสมือนจริง Scimath apps เรื่อง ปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวง จันทร์และดวงอาทิตย์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/12 โรงเรียนวรนารีเฉลิม จังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา โดยใช้ค่าเฉลี่ย (Mean)และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) 1.2 วิเคราะห์หาระดับความพึงพอใจของผู้เรียนโดยใช้สถิติ ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยนำไปเทียบกบเกณฑ์การประเมิน ดังนี้ (ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. 2543 :168)


ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.51-5.00 หมายความว่า ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.51-4.50 หมายความว่า ความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.51 -3.50 หมายความว่า ความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.51 -2.50 หมายความว่า ความพึงพอใจอยู่ในระดับน้อย ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.00 -1.50 หมายความว่า ความพึงพอใจอยู่ในระดับน้อยที่สุด เกณฑ์เฉลี่ยของระดับความพึงพอใจของผู้เรียนที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ใช้ค่าเฉลี่ยของ คะแนนตั้งแต่3.51 ขึ้นไป และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐานไม่เกิน 1.00 2. สถิติที่ใช้ในการวิจัย 2.1 สถิติพื้นฐาน 2.1.1 การหาค่าร้อยละ 2.2 สถิติในการหาคุณภาพของเครื่องมือ 2.2.1 แผนจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ เรื่อง ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง โลก ดวงจันทร์และดวงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หาค่าเฉลี่ย (x̅) โดยเกณฑ์เฉลี่ยความสอดคล้องของ แผนจัดการเรียนรู้กับจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ใช้ค่าเฉลี่ยของคะแนนตั้งแต่ 3.51 ขึ้นไป 2.2.2 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ เรื่อง ปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวง หาค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (IOC) 2.2.3 แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เรียนต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับโปรแกรมจําลองสถานการณเสมือนจริง Scimath apps เรื่อง ปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ ค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (IOC) 2.3 สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล 2.3.1 ค่าเฉลี่ยของคะแนน (x̅) 2.3.2 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) ผลการวิจัย 1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่อง ปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวรนารี เฉลิม จังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา หลังเรียนด้วยการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับโปรแกรมจําลองสถานการณ์เสมือนจริง Scimath apps สูงกว่าก่อนเรียน โดยก่อนเรียนมี คะแนนเฉลี่ย (x̅) เท่ากับ 6.43 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 2.22 และหลังเรียนมี คะแนนเฉลี่ย (x̅) เท่ากับ 20.00 คะแนนและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 4.06 คะแนนที่ เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 45.24 2. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/12 ประจำปีการศึกษา 2566 โรง เรียนวรนารีเฉลิม จังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้การสอน


แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับโปรแกรมจําลองสถานการณ์เสมือนจริง Scimath apps อยู่ใน ระดับมากที่สุด สรุปผลการวิจัยและอภิปรายผล 1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่อง ปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวรนารี เฉลิม จังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา หลังเรียนด้วยการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับโปรแกรมจําลองสถานการณ์เสมือนจริง Scimath apps สูงกว่าก่อนเรียน โดยก่อนเรียนมี คะแนนเฉลี่ย (̅) เท่ากับ 6.43 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 2.22 และหลังเรียน มีคะแนนเฉลี่ย (̅) เท่ากับ 20.00 คะแนนและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 4.06 คะแนน ที่เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 45.24 ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าครูได้มีการจัดการเรียนรู้ ด้วยการสอนแบบสืบ เสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับโปรแกรมจําลองสถานการณ์เสมือนจริง Scimath apps ที่เป็นการ จัดการเรียนรู้ที่ฝึกให้ผู้เรียนรู้จักค้นคว้าหาความรู้โดยใช้กระบวนการทางความคิด หาเหตุผล ทำให้ ค้นพบความรู้หรือแนวทางแก้ปัญหาด้วยตนเอง ประกอบกับครูได้มีการนำ โปรแกรมจําลอง สถานการณ์เสมือนจริง Scimath apps ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการศึกษาที่ ถูกออกแบบมาเพื่อให้ครูมีเวลาที่ติดต่อสื่อสารกับผู้เรียนมากขึ้น ในขณะเดียวกันผู้เรียนก็มีเวลา ค้นหาข้อมูลเพื่อการเรียนรู้มากขึ้น ทำให้การเรียนรู้ของผู้เรียนไม่ยึดติดเฉพาะในห้องเรียนเพียงอย่าง เดียวเท่านั้นแต่จะเป็นการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ที่ใดก็ได้ ผู้เรียนสามารถเข้าไปเรียนรู้ได้จาก บทเรียนที่ครูสร้างขึ้น พร้อมทั้งสามารถทำงาน ทำการบ้านส่งครูผู้สอนได้ผ่านบทเรียน ทำให้รูปแบบ การจัดการเรียนการสอนภายในห้องเรียนมีบรรยากาศเป็นห้องเรียนที่ผู้เรียนได้ร่วมมือกันทำ กิจกรรม โดยมีครูคอยเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการทำกิจกรรมไม่ว่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์ จำลองเพื่อให้ผู้เรียนช่วยกันคิดหาวิธีแก้ปัญหาการเตรียมอุปกรณ์เพื่อทำการทดลอง การเป็น กรรมการเพื่อดำเนินการจัดการแข่งขันเกมตอบปัญหา เป็นต้น นอกจากนี้ครูยังมีการเสริมแรง ทางบวกให้แก่ผู้เรียนด้วยการชม การให้คะแนนเก็บการแข่งขัน เป็นต้น ซึ่งการจัดกิจกรรมดังกล่าว ทั้งหมดนี้ ส่งผลให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้นหลังได้รับการจัดการเรียนรู้ ด้วยการสอน แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับโปรแกรมจําลองสถานการณ์เสมือนจริง Scimath apps ซึ่ง สอดคล้องกับงานวิจัยของกมลพรรณ เมืองมา (2564) ที่ได้ศึกษาการพัฒนาสื่อจำลองโต้ตอบเสมือน จริงสำหรับการสอนปฏิบัติการรายวิชา PHYS1115 ฟิสิกส์พื้นฐานสำหรับวิทยาศาสตร์สุขภาพผล วิจัยพบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 เช่นเดียวกับเชนเดียวกับผลการศึกษาของ Baltzis & Koukias (2009) ที่กลาวถึงผลจากการใช แบบจําลองโตตอบเสมือนจริงในการจัดการเรียนการสอนรวมกับการทดลองจริงเรื่องวงจรไฟฟา ซึ่ง ผลที่ไดพบวา แบบจําลองโตตอบเสมือนจริงชวยใหการเรียนการสอนเกิดประสิทธิภาพและผูเรียน เกิดการเรียนรูไดดียิ่งขึ้น


2. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/12 ประจำปีการศึกษา 2566 โรงเรียนวรนารีเฉลิม จังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้การสอน แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับโปรแกรมจําลองสถานการณ์เสมือนจริง Scimath apps อยู่ใน ระดับมากที่สุด เพราะว่าครูผู้สอนได้มีการออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายทั้ง ภายในห้องเรียนหรือนอกห้องเรียน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมการสร้างแบบจำลอง กิจกรรมการศูนย์ การเรียนรู้ กิจกรรมการแข่งขันเกมตอบปัญหาจากเครื่องมือที่เรียกว่า Kahoot กิจกรรมการ ออกแบบชิ้นงานเพื่อแก้ปัญหาที่ครูผู้สอนกำหนดขึ้น และที่สำคัญคือการนำ โปรแกรมจําลอง สถานการณ์เสมือนจริง Scimath apps เป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนการสอน ทำให้ผู้เรียน สามารถกลับไปศึกษา ค้นคว้าทดลองได้ด้วยตนเอง ซึ่งเครื่องมือดังกล่าวนอกจากช่วยอำนวยความ สะดวกให้กับครูผู้สอนกับผู้เรียนแล้ว ยังช่วยให้ผู้เรียนมีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 เช่นทักษะการ เรียนรู้และนวัตกรรม ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี สารสนเทศ ทักษะในการคิดอย่างมี วิจารณญาณและการแก้ปัญหา ส่งผลให้ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับโปรแกรมจําลองสถานการณ์เสมือนจริง Scimath apps อยู่ในระดับมากที่สุด สอดคล้องกับแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยของฉัตรวิมล ทาระเนตร์และอัมพร วัจนะ (2564) ที่ได้ ศึกษาเกี่ยวกับการศึกษามโนมติทางการเรียน เรื่องการไทเทรต ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่ เรียนด้วยโปรแกรมทดลองเสมือนจริง พบว่าผู้เรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.48 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.11 แสดงใหเห็นวาแบบจําลองโตตอบเสมือนจริงมี ความเหมาะสมในการนํามาใชในการออกแบบการเรียนรูออกแบบใบกิจกรรมในหัวขออื่น ๆ ที่ สามารถใชสื่อจําลองโตตอบเสมือนจริงมาประกอบการจัดการเรียนการสอนได (Azar &Şengulec, 2011). ข้อเสนอแนะ จากผลการวิจัย ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะ ดังนี้ 1.ข้อเสนอแนะจากการวิจัยในครั้งนี้ 1.1 ในการจัดการเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับโปรแกรม จําลองสถานการณ์เสมือนจริง Scimath apps โรงเรียนจะต้องมีระบบอินเทอร์เน็ตที่ดี 1.2 ผู้สอนจะต้องมีทักษะในการใช้งานคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี สารสนเทศเป็น อย่างดี 1.3 ผู้สอนจะต้องมีวิธีการเพื่อควบคุมการใช้งานโทรศัพท์มือถือของผู้เรียนภายใน ห้องเรียนเป็นอย่างดี อาทิเช่นมีการตั้งกฎกติกาการใช้โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น 1.4 ผู้สอนจะต้องออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับโปรแกรมจําลองสถานการณ์เสมือนจริง Scimath apps ให้สอดคล้องกับจุดประสงค์การ เรียนรู้เชิงพฤติกรรมของเรื่องที่สอน ผู้สอนจะต้องมีความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างดี


2. ข้อเสนอแนะในการวิจัยในครั้งต่อไป 2.1 ควรมีการศึกษาเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ด้วยโปรแกรมจําลองสถานการณ์เสมือนจริงร่วมกับการสร้างแบบจำลองอธิบายปรากฎการณ์ต่างๆที่ เกิดขึ้น เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ 2.2 ควรมีการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิทยาศาสตร์ในตัวแปรอื่นๆ เช่น จำนวนชั่วโมงเรียนวิทยาศาสตร์ เจตคติในการเรียนวิทยาศาสตร์ เป็นต้น กิตติกรรมประกาศ รายงานวิจัยฉบับนี้สำเร็จลุล่วงได้ด้วยความปรารถนาในการให้คำแนะนำและความ อนุเคราะห์อย่างดีจากนายสำเร็จ สระขาว ครูโรงเรียนวรนารีเฉลิม จังหวัดสงขลา ที่ได้ให้คำปรึกษา ชี้แนะ และแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ อย่างดียิ่งตลอดมา ผู้วิจัยขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ขอขอบพระคุณผู้เชี่ยวชาญนายสำเร็จ สระขาว นางสาวพิไลลักษณ์ สว่างแสง และ นางสาวฐิติมา ขวัญดี ที่ได้ตรวจสอบและให้คำแนะนำในการสร้างเครื่องมือวิจัย ปรับปรุง แก้ไขให้ มีความถูกต้องและเหมาะสม ขอขอบพระคุณผุ้บริหาร คณะครูและนักเรียนโรงเรียนวรนารีเฉลิม จังหวัดสงขลา ที่ ได้ให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่ผู้วิจัยเป็นอย่างดียิ่งในการเก็บข้อมูลเพื่อการวิจัยใน ครั้งนี้ ขอขอบพระคุณบิดา มารดาและบุคคลในครอบครัวของผู้วิจัยที่ช่วยเหลือและเป็น กำลังใจให้ผู้วิจัยเสมอมา จนงานวิจัยสำเร็จลุล่วง คุณค่าและคุณประโยชน์ของรายงานวิจัยฉบับนี้ ขอมอบเป็นเครื่องบูชาพระคุณบิดา มารดาตลอดจนครูอาจารย์ที่ได้ประสิทธิ์ประสาทความรู้แก่ผู้วิจัย


เอกสารอ้างอิง กมลพรรณ เมืองมา. (2564). การพัฒนาสื่อจำลองโต้ตอบเสมือนจริงสำหรับการสอนปฏิบัติการ รายวิชา PHYS1115 ฟิสิกส์พื้นฐานสำหรับวิทยาศาสตร์สุขภาพ. มหาวิทยาลัยราชภัฏ เชียงใหม่. ฉัตรวิมล ทาระเนตร์ และอัมพร วัจนะ. (2564). การศึกษามโนมติทางการเรียน เรื่อง การไทเทรต ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนด้วยโปรแกรมทดลองเสมือนจริง. มหาวิทยาลัย รามคำแหง. ตรีนุช ไพชยนตวิจิตร และ สรัลชนา ธิติสวรรค. (2565). ผลกระทบการแพรระบาดของโควิด-19 ตอการศึกษา. มหาวิทยาลัยรามคำแหง. บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น. สุเมธ หงส์นาค. (2560). การศึกษาไทยในยุค Thailand 4.0. เรียกใช้เมื่อ 20 ธันวาคม 2562 จาก https://www thairat.co.th Azar, A., & Sengulecgok Ö. A. (2011). Computer-Assisted and Laboratory–Assisted Teaching Methods in Physics Teaching: The effect on Student Physics Achievement and Attitude towards Physics. Eurasian Journal of Physics and Chemistry Education. 1 (Special Issue), 43-50 Baltzis, K.B. & Koukias K.D. (2009). Using Laboratory Experiments and Circuit Simulation IT Tools in an Undergraduate Course in Analog Electronics. Journal of Science Education and Technology. 18(6), 546-555.


Click to View FlipBook Version