The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ลิลิตตะเลงพ่ายกลุ่ม 3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by akeaswin, 2022-02-21 00:58:04

ลิลิตตะเลงพ่ายกลุ่ม 3

ลิลิตตะเลงพ่ายกลุ่ม 3

THE LEGEND OF TWO KINGDOM

วิ เ ค ร า ะ ห์
ว ร ร ณ ศิ ล ป์

ลิ ลิ ต ต ะ เ ล ง พ่ า ย

ผ ล ง า น จ า ก ก ลุ่ ม 3

รายชื่อผู้

สร้างสรรค์

หัวหน้างาน

นายเอกอัศวิน ยศศรี ม.5/2 เลขที่ 5

ฝ่ายข้อมูล

นายอนาวิล ป้องพันธ์ ม.5/2 เลขที่ 23

นายอนันตปรีชา จันลา ม.5/2 เลขที่ 34

ฝ่ายสร้างสรรค์

นายกัณเอนก ชินะธอมาตร์มงคล ม.5/2 เลขที่ 18
นายธัญพิสิษฐ์ ทองเชื้อสาย ม.5/2 เลขที่ 36

นำเสนอ

มิสศรุตา นิจนิรันดร์กุล

คำนำ

ห นั ง สื อ เ ล่ ม นี้ เ ป็ น สื่ อ สำ ห รับ อ่ า น เ ส ริม แ ล ะ ใ ช้
ใ น ก า ร เ รีย น รู้เ รื่ อ ง ลิ ลิ ต ต ะ เ ล ง พ่ า ย โ ด ย ไ ด้ เ อ า ม า
แ ค่ ส อ ง เ รื่ อ ง เ ท่ า นั้ น โ ด ย มี ล า ง ร้า ย ข อ ง พ ร ะ ม ห า
อุ ป ร า ช า แ ล ะ พ ร ะ ม ห า อุ ป ร า ช า ท ร ง รำ พึ ง ถึ ง พ ร ะ
ร า ช บิ ด า

จึ ง ไ ด้ จั ด ทำ ขึ้ น เ ป็ น ห นั ง สื อ อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส์ โ ด ย มี
มิ ส ศ รุ ต า นิ จ นิ ริน ด ร์กุ ล เ ป็ น ที่ ป รึษ า

โดย กลุ่ม3

สารบัญ

ลางร้ายของพระมหาอุปราชา หน้า
พระมหาอุปราชาทรงรำพึงถึง
พระราชบิดา 1-3
วิเคราะห์วรรณกรรม 4- 7
ข้อคิดที่ได้จากการทำงานชิ้นนี้
9-11
12

(ลางร้ายของพระมหาอุปราชา)

พระมหาอุปราชา แกล่ครวญ

๑๖(๑๔๐) พระฝืนทุกข์เทวษกล้ำ

ขับคชบจรจวน จักเพล้

บรรลุพนมทวน เถื่อนที่ นั้นนา

เหตุอนาถหนักเอ้ ถอดคำประพันธ์ อาจให้ชนเห็น

พระองค์เสด็จเดินทัพมาด้วยความยากลำบาก เสด็จประทับบนหลังช้างพระที่นั่งจวนเวลา


ใกล้จะค่ำจึงมาถึงพนมทวน(อยู่ในจังหวัดกาญจนบุรี)ก็ได้เกิดเหตุการณ์เป็นลางร้ายแก่

พระมหาอุปราชา


Vocabulary
1.คชบ = ช้าง 4.พนมทวน= ชื่อเมืองใน

2.จักเพล้= พบค่ำ จังหวัดกาญจนบุรี

3.บรรลุ = จวนจะถึง 5.อนาถ = สังเวช

๑๗(๑๔๑) เกิดเป็นหมอกมืดห้อง เวหา หนเฮย
พัดคลุ้ม

คชขาด ลงแฮ

ลมชื่ อเวรัมภ

หวนหอบหักฉัตรา

แลธุรีกลัดกลุ้ม ถอดคำประพันธ์ เกลื่อนเพี้ยงจักรผัน

เกิดมืดมิดไปทั่ว มีลมเวรัมภาพัดเอาฉัตรของพระมหาอุปราชาหล่นลงไปแล้วหักกระเด็น


จากนั้นก็เกิดฝุ่นฟุ้งตลบหมุนไป

Vocab
ulary
1.เวหา = ท้องฟ้ า 4.ธุรี = ฝุ่น

2.เวรัมภา = ชื่อลมพายุ 5.จักรผัน= วนไปรอบๆ 1.

3.ฉัตรา = คล้ายร่มใหญ่ อย่างรวด

เอาไว้ใช้บนหลังช้าง เร็ว

๑๘(๑๔๒) พระมหาอุปราชา เสียวดวง แดเอย
ตกต้อง
พระพลันเห็นเหตุไซร้ สั่ นซีด พักตร์นา
เรียกให้โหรทาย
ถนัดดั่งภูผาหลวง

กระหม่ากระเหม่นทรวง

หนักหฤทัยท่านร้อง

ถอดคำประพันธ์

พลันที่พระมหาอุปราชาทรงเห็นเหตุการณ์นั้นแล้วก็ทรงตกพระทัย รู้สึกหนักพระทัย


ราวกับถูกภูเขาใหญ่ตกมาทับ ทรงหวาดหวั่นพระทัยพระท้องฟ้าพักตร์ซัดเซียว รีบตรัส


เรียกให้โหรมาทำนาย
V=oภูcเขaาใbหญ
u่ lary4.หฤทัย = หัวใจ


1. ภูผาหลวง

2.กระหม่ากระเหม่น = กระวนกระวาย 5.โหร = ผู้ทำนาย

3.พักตร์ = ใบหน้ า

๑๙(๑๔๓)ทั้งหลายล้วนจบแจ้ง เจนไสย ศาสตร์แฮ

เห็นตระหน
ักแน่ใน เหตุห้าว
เกรงโทษ ท่านนา



จักทูล บ่ ทูลไท

เสนอแต่ดีกลบร้าว เกลื่อนร้ายกลายดี

เหล่าโหรผู้เชี่ยวชาญไสยถศาอสตดร์ คทรำาบปถึงรละางพร้าัยนที่จธะ์เกิดขึ้นแต่เกรงกลัวโทษ

จึงไม่กล้าจะกราบทูลตามความจริง แต่ทูลกลบเกลื่อนว่าเหตุร้ายจะกลับกลายเป็นดี

Voc
ab
ulary

1.ไสยศาสตร์ = ความเชื่อเรื่องคาถาเวทย์มนตร์

2. 2.เหตุห้าว =
เหตุห้าว
3.เกรงโทษ = กลัวโดนโทษ

๒๐(๑๔๔) เหตุนี้ผิวเช้าชั่ว ฉุกเข็ญ
เกิดเมื่อยามเย็นดี ดอกไท้
ใจเจ็บ พระเอย
อย่าขุ่นอย่าลำเค็ญ เผด็จเสี้ ยนศึกสยาม

พระจักลุลาภได้

พระมหาอุปราชา

ถอดคำประพันธ์

พวกโหรได้แสร้งทำนายทักว่าเหตุเช่นนี้ถ้าเกิดในตอนเช้าไม่ดีจะทำให้ได้รับความเดือดร้อน


ลำบากแต่หากเกิดตอนเย็นดีขอให้สบายพระทัยเถิดพระองค์จะได้ลาภจะ

เอาชนะศึกสยามได้สำเร็จ

Vo
cab
ulary

1.ฉุกเข็ญ = ลำบากใจ
2.ลาภ = สิ่งที่ได้มาอย่าง

ไม่คาดคิด





3.

พระมหาอุปราชาทรงรำพึงถึง

พระราชบิดา

๒๑(๑๕๐) สระเทินสระทกแท้ ไทถวิล อยู่เฮย

ฤาใคร่คลายใจจินทร์ จืดสร้อย

คำนึงนฤบดินทร์ พระเจ้านันทบุเรง บิตุเรศ พระเฮ

พระเร่งลานละห้อย เทวษไห้โหยหา

ถอดคำประพันธ์

พระมหาอุปราชาทรงสดับคำโหรก็ทรงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งพวกโหรอาจจะทูลเพื่อให้คลาย


กังวล ทรงคิดถึงพระราชบิดา มีพระทัยโศกเศร้าโหยไห้

V1.oไทc
ถaวิลb
=uเlป็aนrห่yวง

2.บิตุเรศ
= พ่อ

พระเจ้านันทบุเรง

๒๒(๑๕๑) อ้าจอมจักรพรรดิผู้ เพ็ญยศ

แม้พระเสี ยเอารส แก่เสี้ ยน

จักเจ็บอุระระทด ทุกข์ใหญ่ หลวงนา

ถนัดดั่งพาหาเหี้ยน หั่นกลิ้งไกลองค์

ถอดคำประพันธ์
ถ้าพระราชบิดาจะทรงสูญเสียพระโอรสแก่ข้าศึกพระองค์จะทรงเจ็บพระทัยเป็นทุกข์ใหญ่


หลวงขนาดไหน ราวกับว่าทรงสูญเสียแขนทั้งสองข้างไป


Vocabulary

1.จอมจักรพรรดิ = ผู้ปกครองผู้ยิ่งใหญ่

2. เอารส = ลูก

4. 3.อุระระทด = เศร้าใจ

พระนเรศวรมหาราช ดัสกร

๒๓(๑๕๒) ณรงค์นเรศวร์ด้าว

ใครจักอาจออกรอน รบสู้

เสี ยดายแผ่นดินมอญ พลันมอด ม้วยแฮ

เหตุ บ่ มีมือผู้ อื่นต้านทานเข็ญ

ถอดคำประพันธ์

ในการรบกันพระนเรศวรผู้เป็นศัตรู ใครจะสามารถออกมาสู้รบได้ คงจะต้องเสียแผ่นดิน


มอญ คงพินาศย่อยยับ เพราะไม่มีผู้จะหาญสู้ต้านทานได้

Voc
abulary

1.ดัสกร = ศัตรู
2.พลันมอด = พินาศ

พระเจ้านันทบุเรง จอมถวัลย์

๒๔(๑๕๓) เอ็นดูภูธเรศเจ้า

เปลี่ยวอุระราชรัน- ทดแท้

พระชนม์ชราครัน ครองภพ พระเอย

เกรงบพิตรจักแพ้ เพลี่ยงพล้ำศึกสยาม

ถอดคำประพันธ์

น่าสงสารพระราชบิดา ที่จะทรงเปล่าเปลี่ยวและโศกเศร้าพระทัยพระองค์ทรงพระราชภาพ


มากแล้ว เกรงว่าจะทรงเพลี่ยงพล้ำพ่ายแพ้ในศึกสยามครั้งนี้

Voc
abulary
1. ถวัลย์ = ทรง

2.อุระราชรัน = โศกเศร้า

3. ชรา = แก่

4. บพิตร = พระองค์ท่าน 5.

5. พล้ำ = พลาด

๒๕(๑๕๔) สงครามครานี้หนัก ใจเจ็บ ใจนา

เรียมเร่งแหนงหนาวเหน็บ อกโอ้

ลูกตาย ฤ ใครเก็บ ผีฝาก พระเอย

ผัีจักเท้งที่โพล้ ที่เพล้ใครเผา

ถอดคำประพันธ์

การศึกสงครามในครั้งนี้เป็นที่หนักใจหนักหนาพระองค์ทรงหนาวเหน็บพระทัยหากต้องตาย


ไปในสนามรบใครจะนำร่างกลับไปศพคงจะถูกทิ้งไว้ไร้คนเผาเป็นแน่
Vo
cabulary
1. ผีฝาก = มอบหมายให้ช่วยทำศพ

2.ที่โพล้ที่เพล้ = ที่ต่างแดน

พระเจ้านันทบุเรง เอองค์

๒๖(๑๕๕) พระเนานัคเรศอ้า

ฤา บ่ มีใครคง คู่ร้อน

จักริจักเริ่มรงค์ ฤาลุ แล้วแฮ

พระจักขุ่นจักข้อน จักแค้นคับทรวง

ถอดคำประพันธ์

พระบิดาคงประทับอยู่ในพระนครเพียงลำพังพระองค์คงไม่มีใครเป็นคู่คิด

ในยามศึกสงคราม ในการจะริเริ่มดำเนินการศึก พระองค์คงคับแค้นพระทัยเป็นแน่

Voc
abulary

6. 1.ข้อน = ค่อน

๒๗(๑๕๖) พระคุณตวงเพียบพื้น ภูวดล
เต็มตรลอดแหล่งบน บ่อนใต้
พระเกิดพระก่อชนม์ ชุบชีพ มานา
เกรง บ่ ทันลูกได้ กลับเต้าตอบสนอง

ถอดคำประพันธ์

พระคุณของพระราชบิดามีมากเท่าผืนแผ่นดิน เต็มตลอดไปทั้งเบื้องบนและเบื้องล่าง

พระองค์ทรงให้ชีวิต ให้การชุบเลี้ยงจนเติบใหญ่มา เกรงว่าลูกจะไม่ได้กลับมาตอบแทน


พระคุณ

Vocabulary


1.ภูวดล = พื้นผ่นดิน
2.ชนม์ = การเกิด

7.

วิเคราะห์วรรณกรรม

โวหารภายในเรื่องนี้

มีการใช้โวหารอติพจน์ในการกล่าวให้เกินจริง เช่น

๑๗(๑๔๑) เกิดเป็นหมอกมืดห้อง เวหา หนเฮย
ลมชื่ อเวรัมภา พัดคลุ้ม
หวนหอบหักฉัตรา คชขาด ลงแฮ
แลธุรีกลัดกลุ้ม เกลื่อนเพี้ยงจักรผัน

๒๕(๑๕๔) สงครามครานี้หนัก ใจเจ็บ ใจนา

เรียมเร่งแหนงหนาวเหน็บ อกโอ้
ผีฝาก พระเอย
ลูกตาย ฤ ใครเก็บ ที่เพล้ใครเผา
ผัีจักเท้งที่โพล้

มีการใช้โวหารอุปมาในการเปรียบเทียบโดยมีคำเชื่อม
แสดงความหมายเหมือน เช่น

๑๘(๑๔๒) พระพลันเห็นเหตุไซร้ เสี ยวดวง แดเอย
ถนัดดั่งภูผาหลวง ตกต้อง
กระหม่ากระเหม่นทรวง สั่นซีด พักตร์นา
หนักหฤทัยท่านร้อง เรียกให้โหรทาย

๒๒(๑๕๑) อ้าจอมจักรพรรดิผู้ เพ็ญยศ
แม้พระเสี ยเอารส แก่เสี้ ยน
จักเจ็บอุระระทด ทุกข์ใหญ่ หลวงนา
ถนัดดั่งพาหาเหี้ยน หั่นกลิ้งไกลองค์

๒๗(๑๕๖)พระคุณตวงเพียบพื้น ภูวดล
เต็มตรลอดแหล่งบน บ่อนใต้
พระเกิดพระก่อชนม์ ชุบชีพ มานา
เกรง บ่ ทันลูกได้ กลับเต้าตอบสนอง

8.

วรรณศิลป์ด้านการสัมผัส
และจินตภาพ

๑๖(๑๔๐) พระฝืนทุกข์เทวษกล้ำ แกล่ครวญ
ขับคชบจรจวน จักเพล้
บรรลุพนมทวน เถื่อนที่ นั้นนา
เหตุอนาถหนักเอ้ อาจให้ชนเห็น

การเล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะ ทุกข์-เทวษ, กล้ำ-แกล่, จร-จวน-จัก, เหตุอนาถ-หนักเอ้-อาจ
จินตภาพในช่วง
นี้ที่้ด่นชัด การเคลื่อนไหว

๑๗(๑๔๑) เกิดเป็นหมอกมืดห้อง เวหา หนเฮย
ลมชื่ อเวรัมภา พัดคลุ้ม
หวนหอบหักฉัตรา คชขาด ลงแฮ
แลธุรีกลัดกลุ้ม เกลื่อนเพี้ยงจักรผัน

การเล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะ หวน-หอบ-หัก, กลัด-กลุ้ม-เกลื่อน
จินตภาพในช่ว
งนี้ที่้ด่นชัด การเคลื่อนไหวและ ภาพ

๑๘(๑๔๒) พระพลันเห็นเหตุไซร้ เสี ยวดวง แดเอย
ถนัดดั่งภูผาหลวง ตกต้อง
กระหม่ากระเหม่นทรวง สั่นซีด พักตร์นา
หนักหฤทัยท่านร้อง เรียกให้โหรทาย

การเล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะ พระ-พลัน, เห็น-เหตุ, ตก-ต้อง, กระหม่า-กระเหม่น, ให้-โหร
การเล่นเสียงสั
มผัสพยัญสระ ถนัด-ดั่ง
จินตภาพในช่วง
นี้ที่้ด่นชัด ภาพ

การเล่นคำ คำพ้อง (กระ-กระ)

๑๙(๑๔๓) ทั้งหลายล้วนจบแจ้ง
เจนไสย ศาสตร์แฮ

เห็นตระหนักแน่ใน เหตุห้าว

จักทูล บ่ ทูลไท เกรงโทษ ท่านนา

เสนอแต่ดีกลบร้าว เกลื่อนร้ายกลายดี 9.

การเล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะ หลาย-ล้วน, จบ-แจ้ง-เจน, หนัก-แน่-ใน, เหตุ-ห้าว ,

ทูล บ่-ทูลไท, กลบร้าว-เกลื่อนร้าย

การเล่นคำ คำพ้อง (ทูล-ทูล)

๒๐(๑๔๔) เหตุนี้ผิวเช้าชั่ว ฉุกเข็ญ
เกิดเมื่อยามเย็นดี ดอกไท้
อย่าขุ่นอย่าลำเค็ญ ใจเจ็บ พระเอย
พระจักลุลาภได้ เผด็จเสี้ ยนศึกสยาม

การเล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะ เช้า-ชั่ว, ยาม-เย็น, ดี-ดอก, ใจ-เจ็บ, ลุ-ลาภ


การเล่นคำ คำพ้อง (อย่า-อย่า)



๒๑(๑๕๐) สระเทินสระทกแท้ ไทถวิล อยู่เฮย

ฤาใคร่คลายใจจินทร์ จืดสร้อย

คำนึงนฤบดินทร์ บิตุเรศ พระเฮ

พระเร่งลานละห้อย เทวษไห้โหยหา

การเล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะ สระเทิน-สระทก-แท้-ไท, ใคร่-คลาย, ใจ-จินต์-จืด, ลาน-ละ, ไห้-โหย


-หา

การเล่นคำ คำพ้อง (สระ-สระ)



๒๒(๑๕๑) อ้าจอมจักรพรรดิผู้ เพ็ญยศ

แม้พระเสี ยเอารส แก่เสี้ ยน

จักเจ็บอุระระทด ทุกข์ใหญ่ หลวงนา

ถนัดดั่งพาหาเหี้ยน หั่นกลิ้งไกลองค์

การเล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะ จอม-จักร, จัก-เจ็บ, หา-เหี้ยน-หั่น

พา-หา
คำซ้ำ (ระระ)
การเล่นเสียงสัมผัสพยัญสระ



การเล่นคำ



๒๓(๑๕๒) ณรงค์นเรศวร์ด้าว ดัสกร
ใครจักอาจออกรอน รบสู้
เสี ยดายแผ่นดินมอญ พลันมอด ม้วยแฮ
เหตุ บ่ มีมือผู้ อื่นต้านทานเข็ญ

การเล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะ ด้าว-ดัส, อาจ-ออก, รอน-รบ, มี-มือ,

ต้าน-ทาน

การเล่นเสียงสัมผัสพยัญสระ



10.

๒๔(๑๕๓) เอ็นดูภูธเรศเจ้า จอมถวัลย์
เปลี่ยวอุระราชรัน- ทดแท้
พระชนม์ชราครัน ครองภพ พระเอย
เกรงบพิตรจักแพ้ เพลี่ยงพล้ำศึกสยาม

การเล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะ เจ้า-จอม, ระ-ราช-รัน, ทด-แท้, ครัน-ครอง, เพลี่ยง-พล้ำ
การเล่นเสียงสั
มผัสพยัญสระ
ดู-ภูธ



๒๕(๑๕๔) สงครามครานี้หนัก ใจเจ็บ ใจนา

เรียมเร่งแหนงหนาวเหน็บ อกโอ้

ลูกตาย ฤ ใครเก็บ ผีฝาก พระเอย

ผัีจักเท้งที่โพล้ ที่เพล้ใครเผา

การเล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะ คราม-ครา, นี้-หนัก, ใจ-เจ็บ-ใจ, เรียม-เร่ง, แหนง-หนาว-เหน็บ,


อกโอ้-เท้ง-ที่โพล้-ที่เพล้

การเล่นคำ คำพ้อง (ใจเจ็บ ใจ, ที่โพล้ ที่เพล้) คำซ้ำ (ผี-ผี, ที่-ที่)



๒๖(๑๕๕) พระเนานัคเรศอ้า เอองค์
ฤา บ่ มีใครคง คู่ร้อน
จักริจักเริ่มรงค์ ฤาลุ แล้วแฮ
พระจักขุ่นจักข้อน จักแค้นคับทรวง

การเล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะ เนา-นัค, อ้า-เอ-องค์, ใคร-คง-คู่, จักริ-จักเริ่ม-รงค์, จักขุ่น-จักข้อน-

จักแค้น-คับ
คำพ้อง (จักริจักเริ่ม, จักขุ่นจักข้อน) คำซ้ำ (จัก-จัก)
การเล่นคำ



๒๗(๑๕๖) พระคุณตวงเพียบพื้น ภูวดล
เต็มตรลอดแหล่งบน บ่อนใต้
พระเกิดพระก่อชนม์ ชุบชีพ มานา
เกรง บ่ ทันลูกได้ กลับเต้าตอบสนอง

การเล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะ เพียบ-พื้น, บน-บ่อน, พระเกิด-พระก่อ, ชนม์-ชุบ-ชีพ, เต้า-ตอบ
การเล่นคำ
คำพ้อง (พระเกิดพระก่อ)




11.

ข้อคิดและคุณค่า

คุณค่าด้านเนื้อหา

1. เป็นวรรณคดีที่ดีเหมาะกับการศึกษา

และเป็นแบบอย่างของวรรณคดีที่ดี

2. ให้คุณค่าทางด้านวรรณศิลป์หลาย
อย่าง เช่น การเล่นคำ การใช้โวหาร
การพรรณนาให้มีอารมณ์ขณะอ่าน
และเกิดความรู้สึกตามอารมณของ
ตัวระคร

3. ให้ความรู้ทางประวัติศาสตร์
4. ให้เห็นถึงวิธีการแต่งลิลิตรตะเลง

พ่ายทั้งการใช้ร่าย และโครง

คุณค่าด้านสังคม

1. ให้คนไทยเห็นถึงการรักชาติ
และยอมเสียสละเพื่อแผ่นดิน

2. ให้ได้เห็นถึงสังคมในสมัยนั้น
และวิธีการรบ

12.


Click to View FlipBook Version