The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์
กลางวันกลางคืน
ฤดูกาล
ข้างขึ้นข้างแรม
น้ำขึ้นน้ำลง
สุริยุปราคา
จันทรุปราคา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ยูสบีดา สาและ, 2020-02-17 11:24:06

ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์

ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์
กลางวันกลางคืน
ฤดูกาล
ข้างขึ้นข้างแรม
น้ำขึ้นน้ำลง
สุริยุปราคา
จันทรุปราคา

ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์

จัดทาโดย
นางสาวยสู บดี า สาและ
รหัสนกั ศกึ ษา 406228009
คณะครศุ าสตร์ สาขาภาษาองั กฤษและเทคโนโลยกี ารศกึ ษา

ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์

ระบบวงโคจรของดวงอาทติ ย์ โลก และดวงจันทร์ (Sun - Earth - Moon connection) ทาใหเ้ กิด
ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ ในรอบวนั รอบเดือน หรอื รอบปี ส่วนใหญจ่ ะเปน็ ปรากฏการณท์ างแสง ไดแ้ ก่
กลางวันกลางคืน, ฤดูกาล, ขา้ งขึน้ ข้างแรม, สุริยุปราคา, จันทรปุ ราคา ส่วนปรากฏการณ์ที่เกดิ ข้นึ จากแรงโน้ม
ถ่วง ไดแ้ ก่ น้าขึ้นนา้ ลง
กลางวันกลางคืน

โลกหมนุ รอบตัวเองจากทศิ ตะวันตกไปยังทศิ ตะวนั ออก ทาให้เกิดกลางวนั และกลางคืน ด้านท่หี ันรับ
แสงอาทิตย์เป็นกลางวัน ดา้ นตรงขา้ มท่ีไม่ไดร้ ับแสงอาทิตย์เป็นกลางคนื

ภาพที่ 1 การเกดิ กลางวันกลางคนื
เส้นลองจิจูด (Longitude) หรือเสน้ แวง คือเสน้ สมมติบนพื้นโลกตามแนวทศิ เหนือ-ใต้ เราแบ่งพิกัด

ลองจจิ ูดออกเป็น 360 เส้น หา่ งกันเสน้ ละ 1 องศา โดยลองจิจดู เส้นแรกหรือไพรมเ์ มอริเดียน (Prime
Meridian) อยทู่ ่ลี องจจิ ูด 0°
ลากผา่ นตาบล “กรนี ชิ ” (Greenwich) ในกรงุ ลอนดอน ประเทศ
องั กฤษ จากไพรมเ์ มอริเดียนนับไปทางทิศตะวันออกและทิศตะวนั ตกข้างละ 180° ไดแ้ ก่ ลองจจิ ดู 1° -
180° ตะวนั ออก และลองจจิ ูด 1° - 180° ตะวันตก รวมทงั้ ส้นิ 360° เมอ่ื นา 360° หารดว้ ย 24 ชั่วโมง
จะคานวณได้วา่ ลองจิจดู ห่างกัน 15° เวลาต่างกนั 1 ชว่ั โมง ดงั น้ันเวลามาตรฐานของประเทศไทยซึ่ง
ถอื เอาเวลาทล่ี องจจิ ดู 105° ตะวนั ออก (จงั หวดั อบุ ลราชธานี) จงึ เร็วกว่า “เวลาสากล” (Universal
Time เขยี นยอ่ ว่า UT) ซึง่ เป็นเวลาที่กรนี ชิ 7 ชวั่ โมง (105°/15° = 7) เวลามาตรฐานประเทศไทยจึงมี
คา่ UT+7











จันทร์เต็มดวง ขึ้นที่ขอบฟา้ ดา้ นทิศตะวันออกเวลาประมาณ 6 โมงเยน็
 ขา้ งแรม (Waning Moon): เนื่องจากดวงจนั ทรโ์ คจรรอบโลก 1 รอบใชเ้ วลา 29.5 วัน ทาใหเ้ รา

มองเห็นดวงจันทร์ขน้ึ ช้าวนั ละ 50 นาที หรอื ประมาณ 12 องศา เราจงึ มองเห็นดวงจันทร์ตอนเย็น
ก่อนดวงอาทติ ยต์ ก และเหน็ หวั กระต่าย เส้ียวของดวงจันทร์บางขนึ้ จนกระท่ังมืดหมดท้ังดวงในวนั
แรม 15 คา่
 วนั แรม 15 ค่า (New Moon): ดวงจันทร์อย่รู ะหว่างดวงอาทติ ย์กบั โลก เราจงึ มองเห็นแต่เงามดื
ของดวงจนั ทร์ ดวงจันทรจ์ ะขึ้นและตกพร้อมๆ กบั ดวงอาทิตย์
 ข้างข้ึน (Waxing Moon): เราจะมองเหน็ ดวงจันทร์ตอนรุ่งเช้ากอ่ นดวงอาทิตย์ข้นึ และไมเ่ ห็นหวั
กระต่าย เสี้ยวของดวงจันทรจ์ ะหนาขน้ึ จนกระท่ังสว่างเตม็ ดวงในวนั ขนึ้ 15 ค่า
หมายเหต:ุ
 ความเป็นจริงดวงจนั ทรโ์ คจรรอบโลก 1 รอบ ใช้เวลา 29.5 วัน ด้วยเหตนุ จ้ี ึงทาใหใ้ นวนั ข้นึ 15 ค่า
ในบางเดอื น ดวงจันทร์ไม่สวา่ งเตม็ ดวง 100%
 ในชว่ งเวลาท่ดี วงจนั ทร์ปรากฏเปน็ เส้ยี วบาง แตเ่ ราสามารถมองเหน็ ด้านมืดของดวงจนั ทรไ์ ดด้ งั ภาพ
ท่ี 3 เนอ่ื งจากแสงอาทติ ย์ส่องกระทบพื้นผิวโลกแล้วสะทอ้ นไปยังดวงจนั ทร์ เราเรยี กปรากฏการณ์นี้
ว่า “แสงโลก” (Earth shine)

ภาพที่ 3 Earth shine

น้าขึ้นน้าลง

แรงไทดลั
เม่อื ดาวดวงหน่งึ ไดร้ ับอิทธิพลจากแรงโน้มถว่ งจากดาวอีกดวงหนึ่ง ด้านท่ีอย่ใู กลจ้ ะได้ถกู ดึงดดู

มากกว่าดา้ นที่อยู่ไกล ความแตกตา่ งของแรงทงั้ ด้านจะทาใหเ้ กิดความเครยี ดภายใน ถา้ เนื้อของดาวไม่
แขง็ แรงพอก็อาจจะทาให้ดาวแตกได้ ถ้าเน้ือของดาวมคี วามหยุ่นก็จะทาใหด้ าวยืดออกเป็นทรงรี เราเรียก
แรงภายในทแี่ ตกต่างน้ีวา่ "แรงไทดัล" (Tidal force) ยกตัวอย่างเชน่ แรงท่ีทาใหด้ วงจนั ทรบ์ รวิ ารแตกเปน็
วงแหวนของดาวเสาร์ แรงที่ทาให้ดาวพุธเป็นทรงรี และแรงที่ทาให้เกิดนา้ ขึน้ น้าลง ซ่ึงจะอธิบายดงั ตอ่ ไปนี้

ตามกฏแปรผกผนั ยกกาลังสองของนิวตนั เมอ่ื วัตถุอยูไ่ กลจากกันแรงโนม้ ถว่ งระหว่างวัตถจุ ะ
ลดลง ดังนนั้ เมือ่ วางลกู บิลเลียดสามลูกในอวกาศ โดยเรียงลาดบั ระยะหา่ งจากดาวเคราะหด์ ังภาพที่ 1 แรง
โน้มถว่ งระหว่างดาวเคราะห์กับลกู บิลเลียดหมายเลข 3 มากกวา่ แรงโนม้ ถ่วงระหว่างดาวเคราะหก์ ับลูก
บิลเลียดหมายเลข 2 และมากกว่า แรงโน้มถ่วงระหว่างดาวเคราะห์กับลูกบลิ เลียดหมายเลข 1 ตามลาดับ

ภาพท่ี 1 เรียงลกู บิลเลียดไว้ในอวกาศ

เม่อื เวลาผา่ นไป ในภาพท่ี 2
ลกู บิลเลียดหมายเลข 3 จะเคลื่อนท่เี ข้าหาดาวเคราะห์ เปน็ ระยะทางมากทีส่ ดุ

ลกู บิลเลยี ดหมายเลข 2 จะเคลื่อนที่เขา้ หาดาวเคราะห์ เปน็ ระยะทางน้อยกวา่
ลกู บลิ เลียดหมายเลข 1 จะเคล่ือนที่เข้าหาดาวเคราะห์ เป็นระยะทางน้อยที่สดุ











หมายเหตุ: เนือ่ งจากแสงอาทิตย์มพี ลังงานสูงมาก การสังเกตสุริยุปราคาจาเปน็ ตอ้ งใชแ้ ผน่ กรอง
แสงอาทติ ย์ (Solar Filter) ทส่ี ร้างข้ึนเพ่ือใชใ้ นการสงั เกตการณ์โดยเฉพาะ การสงั เกตการณด์ ว้ ยตา
เปลา่ จะกระทาได้เฉพาะชว่ งเวลาที่เกดิ สุรยิ ปุ ราคาเต็มดวงเทา่ นน้ั

จนั ทรุปราคา

จนั ทรปุ ราคา หรือ จนั ทรคราส เกิดข้นึ จากดวงจันทรโ์ คจรผ่านเข้าไปในเงาของโลก เราจึงมองเหน็ ดวง
จันทรแ์ หว่งหายไปในเงามืดแล้วโผลก่ ลบั ออกมาอีกครั้ง คนไทยสมัยโบราณเรยี กปรากฎการณ์นวี้ ่า "ราหอู ม
จันทร์" จันทรปุ ราคาจะเกิดขน้ึ เฉพาะในคนื วันเพ็ญ 15 ค่า หรือคนื วันพระจนั ทร์เต็มดวง อย่างไรก็ตาม
ปรากฏการณ์จนั ทรุปราคาไม่เกิดข้นึ ทุกเดือน เนอ่ื งจากระนาบทโี่ ลกโคจรรอบดวงอาทติ ย์และระนาบที่ดวง
จนั ทรโ์ คจรรอบโลกไม่ใช่ระนาบเดียวกนั หากตัดกนั เป็นมมุ 5 องศา ดังนน้ั จงึ มีโอกาสที่จะเกดิ จนั ทรปุ ราคา
เพยี งปีละ 1 - 2 ครัง้

ภาพท่ี 1 ระนาบวงโคจรของดวงจนั ทร์ ตัดกบั ระนาบวงโคจรของโลก เปน็ มมุ 5°

เงาโลก

โลกเป็นดาวเคราะห์ไมม่ ีแสงสว่างในตวั เอง หากแต่ได้รับแสงจากดวงอาทติ ย์ ดา้ นท่ีหนั หนา้ เขา้ หาดวง
อาทิตยเ์ ป็นเวลากลางวัน สว่ นด้านตรงข้ามกบั ดวงอาทติ ย์เป็นเวลากลางคนื โลกบงั แสงอาทติ ย์ทาให้เกดิ เงา
2 ชนดิ คือ เงามดื และเงามัว

ภาพท่ี 2 การเกิดจันทรปุ ราคา

 เงามดื (Umbra) เป็นเงาท่ีมืดท่สี ดุ เนอ่ื งจากโลกบังดวงอาทติ ยจ์ นหมดสิ้น หากเราเข้าไปอยใู่ นเขต
เงามดื จะไม่สามารถมองเห็นดวงอาทติ ย์ไดเ้ ลย

 เงามวั (Penumbra) เป็นเงาทไี่ ม่มืดสนทิ เนอ่ื งจากโลกบังดวงอาทิตยเ์ พยี งด้านเดียว หากเราเขา้
ไปเขตเงามัว เราจะมองเห็นบางสว่ นของดวงอาทติ ย์โผลพ่ น้ ส่วนโคง้ ของโลก เงาที่เกดิ ขน้ึ จึงไม่มืด
นกั

จันทรปุ ราคาเกิดขึน้ เฉพาะในคืนทีด่ วงจันทรเ์ ต็มดวง โดยทด่ี วงอาทิตย์ โลก และดวงจันทรเ์ รยี งตัว
เปน็ เส้นตรง ผู้สงั เกตการณใ์ นซีกโลกกลางคืนสามารถมองเห็นปรากฏการณ์ทง้ั หมดไดน้ านประมาณ 3
ช่ัวโมง แต่จะเห็นดวงจนั ทร์อยู่ในเงามืดได้นานทส่ี ดุ ไม่เกิด 1 ชัว่ โมง 42 วินาที เนอื่ งจากเงามดื ของโลกมี
ขนาดเลก็ ดวงจันทร์เคลอื่ นท่ีผ่านเงามืดด้วยความเรว็ 1 กิโลเมตรตอ่ วนิ าที

ประเภทของจนั ทรปุ ราคา

เนือ่ งจากระนาบวงโคจรของดวงจันทร์และระนาบวงโคจรของโลกไมซ่ ้อนทับกนั พอดี จึงทาใหเ้ กดิ
จนั ทรุปราคาได้ 3 แบบ ดังน้ี

 จนั ทรปุ ราคาเต็มดวง (Total Eclipse) เกิดขน้ึ เม่ือดวงจันทรท์ ง้ั ดวงเขา้ ไปอยใู่ นเงามืดของโลก
 จันทรปุ ราคาบางส่วน (Partial Eclipse) เกดิ ข้ึนเมื่อบางส่วนของดวงจันทรเ์ คลื่อนทผ่ี ่านเขา้ ไปใน

เงามดื
 จนั ทรุปราคาเงามวั (Penumbra Eclipse) เกิดขน้ึ เม่ือดวงจันทร์โคจรผา่ นเข้าไปในเงามวั เพยี ง

อยา่ งเดียว เราจึงมองเหน็ ดวงจันทร์เต็มดวงมสี ีคลา้ เน่อื งจากความสวา่ งลดน้อยลง จนั ทรปุ ราคาเงา
มัวหาดไู ด้ยาก เพราะโดยท่ัวไปดวงจันทร์มกั จะผา่ นเข้าไปในเงามืดด้วย

ภาพท่ี 3 จันทรุปราคาชนิดต่างๆ

ดาวเทยี ม

ดาวเทียม (Satellite) คือ อปุ กรณท์ ่ีมนุษยส์ ร้างข้นึ แล้วปลอ่ ยไวใ้ นวงโคจรรอบโลก เพ่ือใชป้ ระโยชนใ์ น
ดา้ นตา่ งๆ เชน่ ถา่ ยภาพ ตรวจอากาศ โทรคมนาคม และปฏบิ ตั กิ ารทางวิทยาศาสตร์ เป็นต้น ดาวเทยี มถูก
สง่ ข้นึ สู่อวกาศโดยติดตง้ั บนจรวดหรือยานขนสง่ อวกาศ ดาวเทยี มดวงแรกของโลกเป็นของสหภาพโซเวยี ต
ชื่อ สปตุ นิก 1 (Sputnik 1) ถูกส่งข้นึ สู่อวกาศเมอ่ื วนั ท่ี 4 ตลุ าคม 2500 (ภาพท่ี 1) นับเปน็ จดุ เร่มิ ตน้ ของยุค
อวกาศ

ภาพท่ี 1 ดาวเทียมสปตุ นิก 1

ห้าสบิ กว่าปผี า่ นไปนบั ต้ังแต่สปตุ นิก 1 ถูกส่งข้ึนสู่อวกาศจนถึงปัจจบุ ัน ได้มีการส่งดาวเทยี มขน้ึ ส่วู ง
โคจรรอบโลกมากกว่า 30,000 ดวง เพอื่ ใชป้ ระโยชนใ์ นดา้ นตา่ งๆ ดาวเทียมท้ังหลายจึงมีขนาด รูปรา่ ง
ลักษณะแตกตา่ งกัน อยา่ งไรก็ตามดาวเทยี มส่วนใหญ่มีองค์ประกอบหลกั ที่คลา้ ยคลงึ กนั ดังอธิบายประกอบ
ภาพท่ี 2 ดังนี้

 ระบบนาร่อง เปน็ ระบบคอมพวิ เตอร์และไจโรสโคป ซง่ึ มีหนา้ ที่ตรวจสอบตาแหนง่ ของดาวเทยี ม
โดยการเปรยี บเทยี บกบั ตาแหนง่ ของดาวฤกษ์ สญั ญาณวิทยุจากสถานีบนโลกหรือสญั ญาณจาก
ดาวเทยี มจพี เี อส

 ระบบควบคุมและส่ือสาร ประกอบดว้ ย คอมพิวเตอรท์ ่ีเกบ็ รวมรวมขอ้ มลู และประมวลผลคาสง่ั
ตา่ งๆ ที่ไดร้ ับจากส่วนควบคุมบนโลก โดยมีอปุ กรณว์ ิทยุและเสาอากาศ เพือ่ ใชใ้ นการรับสง่ ขอ้ มลู

 ระบบเซน็ เซอร์ และอปุ กรณ์วิทยาศาสตร์อ่นื ๆ ขึน้ อยู่กับวัตถุประสงคข์ องภารกิจ เชน่ ดาวเทยี ม
สารวจโลกตดิ ต้งั เซน็ เซอร์ตรวจจับช่วงคลื่นต่างๆ, ดาวเทียมปฏิบตั กิ ารทางวิทยาศาสตร์ติดตง้ั
ห้องทดลอง, ดาวเทียมทาแผนทีต่ ดิ ตัง้ เรดารแ์ ละกล้องถ่ายภาพ ขอ้ มูลท่ไี ด้จากระบบน้ีจะถูกสง่ กลบั

สูโ่ ลกโดยใชเ้ สาอากาศสง่ คลน่ื วทิ ยุ
 ระบบพลังงาน ทาหนา้ ท่ีผลิตพลังงานและกักเก็บไวเ้ พื่อแจกจา่ ยไปยงั ระบบไฟฟา้ ของดาวเทียม

โดยมีแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar cells) ไว้รับพลงั งานจากแสงอาทติ ยเ์ พือ่ เปลยี่ นเป็น
พลังงานไฟฟ้า แต่ดาวเทียมขนาดใหญ่อาจมเี คร่ืองปฏิกรณ์นิวเคลียร์
 ระบบเครอ่ื งยนต์ ดาวเทียมขนาดใหญท่ ่ีมอี ายใุ ชง้ านยาว จะมีเคร่ืองยนตซ์ ึ่งทางานคล้ายกบั เครื่อง
อัดอากาศ และปลอ่ ยออกทางปลายท่อ มหี น้าทสี่ ร้างแรงขับดันเพือ่ รักษาระดบั ความสูงของวง
โคจร เนอ่ื งจากท่รี ะดบั วงโคจรในอวกาศยังคงมโี มเลกลุ อยู่อยา่ งเบาบาง แต่ดาวเทยี มโคจรดว้ ย
ความเร็วสงู โมเลกลุ อากาศสามารถสรา้ งแรงเสยี ดทานให้ดาวเทียมเคล่ือนที่ชา้ ลงและเคลอื่ นท่ตี ่าลง
หากไม่รักษาระยะสงู ไว้ ในท่ีสุดดาวเทยี มก็จะตกลงสู่พ้ืนโลก

ภาพ 2 ส่วนประกอบของดาวเทียมธีออส
(ท่ีมา: สารานกุ รมโทรคมนาคมไทย)

อ้างอิง

ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์.คน้ หาเม่ือ 17 กุมภาพันธ์ 2563.จาก http://www.lesa.biz/space-

technology/satellite


Click to View FlipBook Version