The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ploypapas2546, 2021-07-16 02:20:56

อารยธรรมกรีก-โรมัน ม6/1เลขที่17

อารยธรรมกรีก-โรมัน

อารยธรรม

กรกี -โรมัน

The Hellenic
Roman Civilization

อารยธรรมกรกี

อารยธรรมกรกี เกิดขนึ เมือประมาณ 4,000 ปมาแลว้ เปนอารยธรรมเกา่
ตอนใตข้ องแหลมอติ าลี บริเวณชายฝงตะวนั ออกของทะเลเมดเิ ตอร์เรเนยี น
ดา้ นเอเชียไมเนอร์ หรอื โบราณเรียกว่า ไอโอเนีย ถอื เปนแมแ่ บบของ
อารยธรรมตะวนั ตกและอารยธรรมสมัยใหม่ อารยธรรมทีเจริญขึนใน
นครรฐั กรกี มีศูนย์กลางสําคญั ทนี ครรัฐเอเธนส์ และนครรัฐสปารต์ า

ทตี ัง : อารยธรรมกรีกเกดิ ขึนใน
บริเวณตอนใต้ของคาบสมุทรบอลขา่ น
และชายฝงทะเลอีเจยี น ซึงกนั
ระหวา่ งคาบสมุทรบอลขา่ นและเอเชยี
ไมเนอร์ บริเวณเหล่านีอย่ใู นเขตทะเล
เมดเิ ตอร์เรเนยี นซึงรายรอบด้วย
อารยธรรมสําคญั ของโลก คอื
อารยธรรมอียปิ ต์และเมโสโปเตเมีย
โดยเฉพาะอยา่ งยิงอยู่ใกล้กบั เกาะ
ครีตซึงเปนศูนยก์ ลางของอารยธรรม
ไมนวน (Minoan Civilization
ประมาณป 2000-1400 ก่อนคริสต์
ศักราช)

ปอาจรจยยั ธกรารรมเกกิดรกี

อารยธรรมกรีกทีเปนมรดกตกทอดมาถงึ ปจจุบันนปี ระกอบ
ด้วยอารยธรรมหลกั 2 ส่วน ได้แก่ อารยธรรมเฮลเลนกิ
และอารยธรรมเฮลเลนสิ ตกิ ซึงเกิดขึนในช่วงเวลาทีกรีกอยู่
ภายใต้การปกครองของจักรวรรดมิ าซโิ ดเนีย ปจจยั ทสี ําคัญ
ทีส่งเสรมิ ใหเ้ กดิ อารยธรรมกรกี โดยรวม คอื ทตี ังทาง
ภูมิศาสตร์ ชาวกรกี โบราณ และระบอบนครรฐั กรีก

ลักษณะการ
ปกครองของกรีก

Monarchy หมายถึง การปกครองโดยบุคคลเพียงคนเดียว เรยี กว่ากษัตรยิ ์
Aristocracy หมายถึง การปกครองโดยครอบครัวคนชันสูงในสังคม
Oligarchy หมายถงึ การปกครองโดยคนกลุม่ น้อยผู้มฐี านะรํารวยในสังคม
Democracy หมายถึง การปกครองโดยวิธีการให้สิทธิแก่ประชาชนทวั ไป ทีมี
สถานะเปนพลเมือง
Tyranny หมายถึง การปกครองโดยผู้ทียึดอาํ นาจการปกครองโดยไมช่ อบ
ดว้ ยกฎหมาย ซึงอาจเปนคนดหี รือเลวกไ็ ด้

นครรัฐเอเธนส์เปนนครรัฐเลก็ มีพลเมืองเพียง 50,000 คน นอกนนั ได้แกพ่ วก
ทาสและชนตา่ งถิน ซึงรวมดว้ ยกนั ทังสินประมาณ 130,000 คน เอเธนส์ได้
ววิ ัฒนาการการปกครอง เปนสาธารณรฐั ปกครองในรปู ประชาธิปไตย

นครรฐั สปารต์ า เปนนครทใี หญ่ทสี ุดและทรงอํานาจแข็งแกร่งทสี ุดในบรรดา
นครรฐั กรีกทงั หลาย เปนผนู้ าํ ทางดา้ นการทหาร

ความเจริญ
ร่งุ เรอื งใน
อารยธรรมกรกี

ความเจริญดา้ นวทิ ยาการ
1. นักคณติ ศาสตร์ชาวกรีกค้นพบทฤษฎีทางเรขาคณติ และพีชคณติ
นอกจากนีกรีกยังมคี วามก้าวหน้าทางดา้ นวิทยาศาสตร์ โดยมีอรสิ โตเติล
เปนผวู้ างรากฐานการศึกษา

2ตเค.า่ รงดตๆ้านสี ทกยเี ังากรเิดปแขนพึนผทมูร้ ยสี ิเ์ ราฮิมเิปหวโตธิ ปมุ ีกเาคาจรรารตกกั ีสธษรเาปรโมรนคชแาดพตว้ ทิไยยมกช์่ใาชารว่กผกา่ารรตลีกัดงทโีมแทชีลษือะลเกงสาํ พียหงรนะดแเจหลา้ละนกัคอจ้นกรพจรบายวกา่าแนโีพรฮคทิปรยโา้ ์ปย

3. ดาราศาตร์และภมู ศิ าสตร์ ความก้าวหนา้ ดา้ นคณิตศาสตร์ ชว่ ยให้นักดารา
ศาตร์ชาวกรีกคํานวณตาํ แหน่งของดวงดาวและระบบสุริยจกั รวาล

ชใตหาวั วญอเยคอเ่ ปา่เวธงนานเมกชสเาน่ จ์ไรรดกวิญส้อ่ิหรสาดา้รรา้ งพา้นสงาสรอรถรเ์าทาคคปน์งาตรอาเนยนพดกือทรา้ กีตนรจิมสังกอถรยารปบู่ มตนสยเนากธนิ ราเรรขมณาทอะีโะดโเคดชร่นเดโพวน่ ิหลใหาสิ ร้แเกสป่ชนนาาสวมิงโกลกฬีกอ่ จาสํารแนา้ ลงวะทนโีมมรสีางกัลดะสสค่ว่วรนน
งดงาม จดั ว่าเปนผลงานชนิ เอกของโลก

ความเจริญดา้ นปรัชญา
ความเจรญิ ดา้ นปรัชญาไดร้ ับการยกย่องวา่ เปนความเจรญิ สูงสุดของภมู ปิ ญญากรกี เช่น
เดยี วกับความเจรญิ ด้านศิลปกรรม นักปรชั ญากรกี ทีมชี ือเสียงโดดเดน่ ไดแ้ ก่ โซเครตสิ
เพลโต และอรสิ โตเตลิ

ทปกีดกาใีครนศรสอึกังงษคาโมดมยผีคเู้ทฉวไีาพดมา้รสะับําชคกาวัญารเอตศเอ่ึกธวษนถิ าสีชส์เีวชูงติอืจวขะา่มอรงีสะช่วบานอวรบก่วปรมกีรทะาเชพงากรธาาปิ ระไเทมตาํ อืยใหงจก้มะปาีสรรถะาสนบะ
ความสําเรจ็ ไดถ้ า้ หากผนู้ าํ มีการศึกษา

อารยธรรมโรมนั

อารยธรรมโรมนั มีศูนยก์ ลางอยูท่ แี หลมอติ าลี เปนอารยธรรมของพวกอนิ โด-ยโู รเปยนเผ่า
ละติน ซงึ อพยพจากทางตอนเหนือมาตงั ถินฐานในแหลมอติ าลี และเรียกตัวเองว่า “โรมัน”
พวกโรมันไดข้ ยายอิทธิพลเข้าครอบครองดนิ แดนทเี ปนศูนย์กลางความเจรญิ ของอารยธรรม
เฮลเลนสิ ติก และดินแดนอนื ๆ ทงั ในยุโรปและแอฟรกิ าเหนอื ทาํ ให้อารยธรรมของโลกตะวัน
ออกซึงผสมผสานอยูใ่ นอารยธรรมกรีกได้ขยายเขา้ ไปในทวีปยโุ รป

การถ่ายทอดอารยธรรมกรีกสู่โรมัน
กเลมเเมอรปะาอื กีเตดนชงจ้วนิอียแายารไลกรวมะตชยมเเาอ่ธนตปวมรอวันอรารแจทิบม์อลดุ รรทพะเสัรีสรยชพกืมิบุมพนับตเนเนมุรข้นมุ อืุษา้าขกเงใขปอนันมองนบแางกตจรหชรน้าเิลาุงวกแวมโณอโบรอรามทบติ รมใีเอายนัรนลาธยีคเรี วรนกือยรลาํวธมลาเ่ารอตกะรฟาตอ่รมคกีมอนิ ขวราโอาดไัมมชงดยตาเ(ข้ ชชวFนับาอืโoดวไรแrลอม้วuล่กทิยันmะษรจศ)ัสัตึงิลซกรรปึงบัิยันวถ์อเฒัอซอืทิ างึ เรนอปมัสธานถี กรรศินยรันูเนมธอดยขรอมิ ก์มอกองขลไยกอาป่ใู งงรนชขกีชาอาเวขวงา้

ความเสือมของจักรวรรดิโรมัน
ใน ค.ศ. 180 จักรวรรดโิ รมนั เรมิ เสือมอํานาจลง เนืองจากไม่สามารถปกครอง
จกั รวรรดิทีมีขนาดกว้างใหญม่ ากๆได้ บางช่วงต้องมีการแต่งตังจักรพรรดิรว่ มเพือแยก
กนั ปกครองจกั รวรรดิ ใน ค.ศ. 324 จักพรรดิคอนสแตนติน(Constantine) ไดป้ ก
ครองจกั วรรดโิ รมัน และเกดิ เหตกุ ารณส์ ําคัญ 2 เหตกุ ารณ์ คือ
- เหตุการณ์ที 1 ไดแ้ ก่ การยา้ ยศูนยก์ ลางการปกครองจากกรุงโรมไปยังกรงุ คอนสแตน
ติโนเปล เรยี กวา่ จกั รวรรดิไบแซนไทน์ ทําใหจ้ กั รวรรดิโรมนั ถูกแบง่ แยกเปน 2 ส่วน คอื
จักรวรรดโิ รมันตะวนั ตก ซงึ ยงั คงมศี ูนย์กลางทกี รงุ โรม และจกั รวรรดไิ บแซนไทน์หรอื
หรือจกั รวรรดิโรมนั ตะวนั ออก มศี ูนยก์ ลางทีกรุงคอนสแตนติโนเปล ส่งผลใหจ้ ักรวรรดิ
โรมนั เสือมอํานาจลงและถูกรุกรานในเวลาตอ่ มา
- เหตุการณท์ ี 2 คอื การทีจักรพรรดคิ อนสแตนตนิ หันไปนบั ถือศาสนาครสิ ต์แลทาํ ให้
คริสต์ศาสนาแพร่หลายในเขตจกั รวรรดโิ รมัน และกลายเปนศาสนาหลกั ของโลกตะวัน
ตกในเวลาตอ่ มา
จักวรรดโิ รมนั ตะวันตกอ่อนแอลงเพราะถูกทําลายโดยพวกอารยชนสําคัญ 2 เผ่า คือ
เผ่าเยอรมนั และ พวกฮัน พวกเยอรมนั โจมตกี รงุ โรมไดใ้ น ค.ศ. 410 และปลน้ สะดม
ทกุ สิงทกุ อย่าง ซงึ นักประวตั ศิ าสตรถ์ อื วา่ เปนปทจี ักรวรรดิโรมันล่มสลาย

สถาปตยกรรม

โคลอสเซียม ท่อส่งนําโรมัน ประตชู ยั

นางสาว วรวรรณ โกมุทธยิ านนท์
ม.6/1 เลขที 17


Click to View FlipBook Version