ครูชวนพิศ แสงชจั จ์
วฒั นธรรมท้องถิน่ ภาคกลาง
วฒั นธรรมทอ้ งถิ่นภาคกลางส่วนใหญ่เป็ นวฒั นธรรมท่ีเก่ียวเน่ืองกบั พระพุทธศาสนาเช่นเดียวกันกับ
วฒั นธรรมทอ้ งถิ่นภาคเหนือ แต่มีลกั ษณะท่ีแตกต่างกันออกไปบา้ ง เนื่องจากสภาพแวดลอ้ มทางธรรมชาติ
สังคม และค่านิยมในทอ้ งถ่ินท่ีแตกต่างกัน ลกั ษณะวฒั นธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีโดยรวมมีความ
เก่ียวเน่ืองกับพิธีกรรมในพระพุทธศาสนา และพิธีกรรมเก่ียวกบั ความเช่ือในการดาเนินชีวิต ซ่ึงถือว่าเป็ น
เอกลกั ษณ์ท่ีสาคญั ของวฒั นธรรมไทย ตวั อยา่ งของวฒั นธรรมทางภาคกลางท่ีสาคญั มีดงั น้ี
1.ดา้ นศาสนาและลทั ธิความเช่ือ เช่น ประเพณีการรับบวั โยนบวั ประเพณีรับบวั โยนบวั จะมีข้ึนที่อาเภอ
บางพลี จงั หวดั สมุทรปราการ และปรเพณีบชู ารอยพระพุทธบาท จะจดั ข้นึ ท่ีจงั หวดั สระบรุ ี
2.ดา้ นท่ีเก่ียวกบั การดารงชีวิตทางการเกษตร เช่น การทาขวญั ขา้ วท่ีเป็ นประเพณีท่ียงั คงทากนั อย่าง
กวา้ งขวางในหม่ขู องคนไทยภาคกลาง ไทยพวน และไทยอีสานทว่ั ไป โดยจะนิยมทากนั เป็นระยะ คอื ก่อนขา้ ว
ออกรวง หลงั จากนวดขา้ ว และขนขา้ วข้นึ ยงุ้
3.ดา้ นยาและการรักษาพ้ืนบา้ น จากการศึกษาคน้ ควา้ และรวบรวมตารายาพ้ืนบา้ นในจงั หวดั ชลบุรี โดย
ไดม้ ีการสมั ภาษณ์แพทยแ์ ผนโบราณ และคน้ ควา้ จากตาราท่ีบนั ทึกอยใู่ นใบลาน สมุดข่อยขาว สมดุ ข่อยดา พบวา่
มีตารายาไทยแผนโบราณท้งั หมด 318 ขนาน ที่ยงั ใชอ้ ยใู่ นปัจจุบนั มี 138 ขนาน จาแนกตามคณุ สมบตั ิ เช่น ยาแก้
ครูชวนพศิ แสงชจั จ์
ไข้ 12 ขนาน ยาแกท้ อ้ งเสีย 6 ขนาน ยาขบั โลหิต 29 ขนาน ยาแกไ้ อ 1 ขนาน ยาแกท้ อ้ งอืดทอ้ งเฟ้อ 2 ขนาน ยาแก้
ลม 11 ขนาน เป็นตน้ โดยยาส่วนใหญจ่ ะเป็นพืชสมนุ ไพรและแร่ธาตุ
นอกจากน้ียงั มีตวั อย่างประเพณีวฒั นธรรมของคนในภาคกลางอีกจานวนมากที่ถือปฏิบตั ิกนั มาแต่ชา้
นาน เช่น งานพิธีการทิ้งกระจาดของจังหวดั สุพรรณบุรี งานประเพณีแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้าโพจังหวดั
นครสวรรค์ งานประเพณีตักบาตรเทโวของจังหวดั อุทัยธานี ประเพณีตักบาตรน้าผ้ึงจังหวดั ฉะเชิงเทรา
ประเพณีก่อเจดียท์ รายจงั หวดั ฉะเชิงเทรา ประเพณีกวนขา้ วทิพยห์ รือขา้ วมธุปายาสจงั หวดั ชยั นาท และประเพณี
สู่ขวญั สู่ขา้ วจงั หวดั นครนายก เป็นตน้
ครูชวนพศิ แสงชจั จ์
ประเพณีท้องถิน่ ภาคกลาง
ประเพณอี ้มุ พระดานา้ จงั หวัดเพชรบูรณ์
ในวนั สารทไทย วนั แรม ๑๕ ค่า เดือน ๑๐ ชาวเพชรบูรณ์จะร่วมใจกนั อญั เชิญพระพุทธมหาธรรมราชา
พระคู่บา้ นคู่เมืองเพชรบูรณ์เขา้ พิธีดาน้าที่สืบทอดปฏิบตั ิกนั ต่อมาหลายรุ่นหลายสมยั จนกลายเป็ นประเพณีอุม้
พระน้าเป็นประจาทุกปี โดยมีพ่อเมืองเพชรบูรณ์หรือผวู้ ่าราชการจงั หวดั เพชรบูรณ์ทาหนา้ ที่อญั เชิญลงดาน้าที่
บริเวณท่าน้าวดั โบสถช์ นะมาร ดว้ ยเช่ือกนั ว่าการอุม้ พระดาน้าจะทาให้ฝนตกตอ้ งตามฤดูกาล ขา้ วปลาอาหารจะ
สมบรู ณ์ พืชผลทางการเกษตรจะงอกงามดีใหผ้ ลผลิตมาก
ที่มาของประเพณีน้ีมาจากการเล่าสืบๆ ต่อกนั มาของคนรุ่นเก่าวา่ ชาวประมงกลุ่มหน่ึงท่ีออกหาปลาใน
ลาน้าป่ าสักเป็ นประจาทุกวนั วนั หน่ึงเกิดเหตุประหลาด ต้งั แต่เช้าจนบ่ายหาปลาไม่ได้สักตัว ระหว่างท่ีน่ัง
ปรึกษาหารือกันอยู่ว่าจะทาเช่นไปต่อไป กระแสนน้าในลาน้าป่ าสักก็มีฟองน้าผุดข้ึนมาเหมือนน้าเดือด และ
กลายเป็ นน้าวนขนาดใหญ่ ที่กลางน้าวนก็มีพระพุทธรูปลอยข้ึนมาเหนือน้า ชาวประมงที่เห็นเหตุการณ์โดย
ตลอดจึงลงไปอญั เชิญข้ึนมาบนบก เพ่ือให้ผูค้ นไดก้ ราบไหวบ้ ูชาและอญั เชิญไปประดิษฐานที่วดั ไตรภูมิ และ
ถวายพระนามพระพทุ ธรูปองคน์ ้ีวา่ พระพุทธมหาธรรมราชา
ปัจจุบนั ประเพณีอุม้ พระดาน้า ผูท้ ่ีทาหน้าที่อญั เชิญคือ ผูว้ ่าราชการจงั หวดั เท่าน้ัน ในฐานะพ่อเมือง
เทียบเท่ากบั เจา้ เมืองในสมยั โบราณ เป็ นผูท้ ี่ตอ้ งดูแลสอดส่องทุกข์สุขของประชาชน เป็ นผูม้ ีหน้าท่ีทานุบารุง
พระศาสนา ดว้ ยเหตน้ีจึงมีเพียงผูว้ ่าราชการจงั หวดั เท่าน้นั ท่ีทาหนา้ ที่น้ี ชาวเพชรบูรณ์เชื่อกนั ว่า ปี ใดไม่มีการ
อญั เชิญพระพทุ ธมหาธรรมราชาดาน้า บา้ นเมืองจะเกิดความแหง้ แลง้ ขา้ วยากหมากแพง และพระพทุ ธรูปองคน์ ้ี
จะหายไปโดยหาสาเหตไุ มไ่ ดอ้ ีกดว้ ย
ครูชวนพศิ แสงชจั จ์
ประเพณรี ับบวั จงั หวัดสมุทรปราการ
ประเพณีโยนบวั หรือรับบวั เป็นประเพณีของชาวบางพลีที่เริ่มตน้
จาก “น้าใจไมตรี” ที่หยิบย่ืนให้กบั ชาวพระประแดงและชาวอาเภอเมือง
สมุทรปราการผา่ นการเก็บดอกบวั ให้กนั ปี แลว้ ปี เล่าจนกลายเป็นประเพณี
สาคญั ของชาวบางพลีมาจนถึงทุกวนั น้ี โดยตามความเช่ือของชาวพุทธ จะ
เช่ือกันว่าดอกบวั เป็ นดอกไมท้ ่ีเขา้ ไปมีบทบาทสาคัญอยู่หลายๆ คร้ังใน
พุทธประวตั ิ และยงั เป็ นดอกไม้ท่ีเป็ นสัญลกั ษณ์ของความบริสุทธ์ิและ
ความเป็ นมงคล ประกอบกับสมัยก่อนในเขตอาเภอบางพลี จังหวดั
สมุทรปราการน้นั มีดอกบวั ข้ึนอย่ตู ามลาคลองเป็นจานวนมาก ชาวบางพลี
จึงริเริ่มใหม้ ีประเพณีโยนบวั หรือรับบวั ข้นึ หน่ึงวนั ก่อนวนั ออกพรรษา
ชาวบางพลีต่างร่วมแรงร่วมใจช่วยกนั ตกแต่งเรือสาหรับประดิษฐานพระพุทธรูปสาคญั ของชาวบางพลี
หลวงพอ่ โต ล่องไปตามลาคลอง เพอื่ รับดอกบวั ท่ีผคู้ นตา่ งมายนื รอและพยายามโยนบวั จากสองฝ่ังคลองมาใหถ้ ึง
เรือที่ประดิษฐานหลวงพ่อโตดว้ ยจิตศรัทธา ระหว่างที่ล่องไปก็จะมีเรือขบวนร้องราทาเพลง สร้างบรรยากาศ
สนุกสนานไปตลอดเส้นทางที่ขบวนเรือผา่ น
ครูชวนพิศ แสงชจั จ์
ประเพณีแข่งขันเรือยาว
การแข่งขนั เรือยาวประเพณี มรดกวฒั นธรรมทางสายน้าท่ีสะทอ้ นถึงวิถีชีวิตที่
ผูกพนั กับสายน้า เรือและผูค้ น บนพ้ืนฐานความสามัคคีพร้อมเพรียง เป็ นน้าหน่ึงใจ
เดียวกนั ของคนในชุมชน ประเพณีการแข่งขนั เรือยาวที่มกั จดั คู่ไปกบั การเขา้ วดั ทาบุญตกั
บาตรเนื่องในเทศกาลออกพรรษา ทอดกฐินผา้ ป่ าสามคั คี
ประเพณีแข่งขนั เรือยาวประเพณีน้ีเป็ นเกมกีฬาเก่าแก่ยอ้ นกลบั ไปถึงสมยั อยุธยา
กรุงเก่าเป็ นท่ีนิยมเล่นกนั ท้งั ภายในพระราชวงั ไปจนถึงชาวบา้ นร้านตลาด ดงั ท่ีมีปรากฏ
ในกฏมณเทียรบาลเก่ียวกบั พระราชพิธีต่างๆ ในสมยั กรุงศรีอยธุ ยา ท่ีไดก้ ล่าวถึงพระราช
พธิ ีเดือน ๑๑ จะมีการแขง่ เรือยาวข้ึน เพอ่ื เป็นการฝึกปรือกาลงั พลทหารประจากองเรือ
ส่วนการแข่งขนั เรือยาวประเพณีของชาวบา้ นทวั่ ไป จดั ข้ึนเพ่ือเป็ นส่วนหน่ึงของ
การละเล่นในช่วงเทศกาลทอดกฐิน ทอดผา้ ป่ า ซ่ึงจะจดั ข้ึนในช่วงเดือน ๑๑ – ๑๒ ซ่ึงจะ
ตรงกบั ฤดูน้าหลากพอดี ชาวบา้ นที่ต้งั บา้ นเรือนอยรู่ ิมน้าซ่ึงใชเ้ รือเป็นพาหนะอยแู่ ลว้ เมื่อ
ถึงหนา้ กฐิน ผา้ ป่ าสามคั คีก็มกั จะนิยมนาเรือมาร่วมขบวนแห่ผา้ กฐิน องคผ์ า้ ป่ าไปยงั วดั อยู่
แลว้ หลงั พิธีการทางศาสนาจบลง จะมีการแข่งเรือกนั ข้ึนเพ่อื ความสนุกสนาน
ครูชวนพิศ แสงชจั จ์
การละเล่นพื้นบ้านในภาคกลาง
วา่ ว
ว่าวโดยทวั่ ไปมีโครงสร้าง ประกอบดว้ ยไมไ้ ผ่สีสุกนามาผ่าแลว้ เหลาให้ไดต้ ามท่ีตอ้ งการแลว้ นามา
ประกอบกนั ให้เป็ นรูปทรงต่างๆผูกติดกนั ดว้ ยเชือกโยงยึดกนั เป็ นโครงสร้างและปิ ดดว้ ย กระดาษชนิดบาง
เหนียว เช่น กระดาษสาและตกแต่งลวดลายดว้ ยจุดหรือดอกดวงเพ่ือปิ ดยึดกระดาษกบั เชือกให้แน่น ว่าวที่นิยม
กนั คือ วา่ วจุฬา วา่ วปักเป้า วา่ วหงา่ ว
ว่าวจุฬาซ่ึงมี โครงสร้างประกอบดว้ ยไมไ้ ผ่สีสุก 5 ชิ้น มีจาปา 5 ดอกทาดว้ ย
ไมไ้ ผ่ยาว 8 นิ้ว เหลากลมโตประมาณ 3 มิลลิเมตร จาปา 1 ดอกมีจานวนไม้ 8 อนั มดั
แน่นกบั สายป่ านท่ีชกั วา่ วจุฬาอนั เป็นอาวธุ ท่ีใชต้ อ่ สูก้ บั ปักเป้า
ว่าวปักเป้า มีโครงสร้างประกอบดว้ ยไมไ้ ผ่สีสุกเหลากลม 2 ชิ้นมีเหนียงเป็ น
เชือกยาว 8 เมตรผกู ปลายท้งั สองขา้ งใหห้ ย่อนเป็นสายรูปคร่ึงวงกลมเพื่อคลอ้ งตวั ว่าว
จุฬา ใหเ้ สียสมดุลจึงตกลงพ้นื ดิน
ว่าวหง่าว ทาดว้ ยโครงไมไ้ ผ่ปิ ดกระดาษสา ลาตวั ตอนบนมีรูปคลา้ ยอกว่าวจุฬามี
เอวคอดและทอ่ นลา่ งกวา่ ท่อนบน ตอนส่วนหวั มีไมไ้ ผเ่ หลาและขึงเชือกเหมือนคนั ธนู ส่วน
ขงึ เชือกน้ีจะเกิดเสียงเมื่อตอ้ งลม เสียงน้ีช่วยกาจดั ความชว่ั ร้ายได้
ปัจจุบนั ว่าวที่มีการเล่นโดยทวั่ ไปไดม้ ีการ พฒั นารูปแบบการเล่นเพื่อความ
สวยงาม โดยทาว่าวให้เป็ นรูปแบบที่แปลกแตกต่างกนั ออกไปเป็ นรูปสัตวต์ ่างๆ เช่น
วา่ วงู วา่ วผีเส้ือ ฯ ลฯ
ครูชวนพิศ แสงชจั จ์
มอญซ่อนผ้า
อุปกรณ์
ผา้ เชด็ หนา้ ขนาดใหญห่ น่ึงผืน ไม่ตอ้ งขมวดหรือพนั ใหเ้ ป็นเกลียว เพราะถา้ ฟาดถกู ผใู้ ดเขา้ แลว้ จะเจบ็
วิธีเล่น
ข้นั ที่ ๑ ให้ผูเ้ ล่นท้งั หมดจบั ไมส้ ้ันไมย้ าว ผูท้ ่ีไดไ้ มส้ ้ันท่ีสุด ถือผา้ เช็ดหนา้ ท่ีเตรียมไวแ้ ลว้ ออกไปยืนขา้ ง
นอก ที่เหลือนอกน้นั นงั่ กนั เป็นวงกลม หันหนา้ เขา้ หากนั ในระยะห่างกนั ประมาณ ๑ ศอก เอามือท้งั สองพาดไว้
ท่ีตกั คุยกนั หรือร้องเพลงก็ได้ เพอ่ื ความร่ืนเริง
ข้นั ท่ี ๒ ใหผ้ ถู้ ือผา้ บงั ตวั ไวม้ ิใหผ้ นู้ งั่ เห็นไดถ้ นดั แลว้ เดินหรือวงิ่ ไปรอบๆ วงตอ้ งทาทา่ หรือหนา้ ตาให้สนิท
เดินบา้ งว่ิงบา้ ง ทาเป็นวางผา้ แต่ไม่วาง เพ่ือหลอกล่อผูท้ ่ีนง่ั ใหเ้ ผลอตวั เมื่อเห็นเป็นโอกาสแลว้ กแ็ อบหยอ่ นผา้ ลง
ไว้ ใกลห้ ลงั ผูน้ งั่ คนใดคนหน่ึง เมื่อวางผา้ แลว้ ควรเดินหรือวิ่งให้เร็วต่อไปเพ่ือกลบั ถึงท่ีเดิมโดยมิให้ผู้ น้ันตอ้ ง
รู้ตวั
ข้นั ที่ ๓ ถา้ ผถู้ ูกวางผา้ ขา้ งหลงั รู้สึกตวั เสียก่อนผวู้ างผา้ มาถึง ก็ตอ้ งรีบฉวยผา้ ว่ิงมานง่ั แทนท่ีของตนได้ แลว้
จึงเดินหาโอกาสวางผา้ ไวข้ า้ งหลงั ผหู้ น่ึงผใู้ ดต่อไป แต่ถา้ ถูกวางขา้ งหลงั ไม่รู้สึกตวั จนผทู้ ี่วางวิง่ มาถึงก็หยิบผา้ ท่ี
วางน้นั ข้ึนฟาดผถู้ ูกวางจนกวา่ จะลกุ ข้ึน รับผา้ ออกเดิน ผวู้ างจึงลงนง่ั แทนที่
ขอ้ ระวงั ในการเล่น ผูน้ ่ังทุกคนจะหันหน้าไปดูขา้ งหลงั ไม่ได้ ถา้ หากสงสัยว่าจะมีผา้ อยู่ขา้ งหลงั ตน
หรือไม่ก็ใหใ้ ชม้ ือคลาดูเท่าน้นั ผูถ้ ือตอ้ งวางผา้ ลงขา้ งหลงั ให้ใกลต้ วั ผูน้ งั่ จะวางเกินกว่า ๑ ศอกไม่ไดแ้ ละให้วิ่ง
หรือเดินตอ่ ไปขา้ งหนา้ จนบรรจบรอบ จะหนั หลงั เดินยอ้ นมาไม่ได้
เพลงประกอบการเล่น
"มอญซ่อนผา้ ต๊กุ ตาอยขู่ า้ งหลงั ใครเผลอคอยระวงั ใครเผลอคอยระวงั ตุ๊กตาอยูข่ า้ งหลงั ระวงั จะถูกตี”